นายจตุพร พรหมพันธุ์วิพากษ์วิจารณ์ว่าประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญมากที่สุดและมักถูกยกร่างโดยคณะรัฐประหารแทนที่จะเกิดจากการต่อสู้ของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ญัตติที่มีการเสนอศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ในวันนี้นั้นจะเปึนเรื่องที่สอดคล้องกับวิกฤติของประเทศ ผมขอกราบเรียน กับท่านประธานว่า ประเทศไทยเปึนประเทศเดียวหรือเปึนประเทศหนึ่งในโลกที่ใช้ รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุด นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ป้ ๒๔๗๕ ซึ่งกําลังจะครบ ๗๖ ป้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้น เราได้ผ่านการใช้รัฐธรรมนูญมาทั้งสิ้น ๑๘ ฉบับ อย่างที่ท่านสมาชิกหลายคนได้อธิบาย ความว่า ประเทศเรามีการเลือกตั้ง แล้วก็มีการยึดอํานาจ มีการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดย ส่วนใหญ่แล้วนั้นรัฐธรรมนูญใน ๑๘ ฉบับนั้นล้วนออกมาจากกระบอกป๋นหรือคนนั่งรถถัง มาร่างแทบทั้งสิ้น มีรัฐธรรมนูญที่สวยงามที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ของนักศึกษาประชาชน ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ เราได้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๗ ก่อนหน้านี้เราบอกว่า ดีที่สุดตั้งแต่ประเทศเราเคยมีมา แต่ว่าใช้ได้เพียงแค่ชั่วประเดี๋ยวชั่วประด๋าวเกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ รัฐธรรมนูญที่ได้ไปต่อสู้ซึ่งได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยก็ต้องมีอัน ต้องถูกฉีกไป ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเปึนกงเกวียนกําเกวียนของรัฐธรรมนูญ ในบ้านเมืองเรา หลังจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๗ ถูกฉีก มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๒๑ จนกระทั่ง ก็มีการยึดอํานาจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๓๔ ได้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ขึ้นมาแทนที่ ท่านประธานคงจะได้แลเห็นว่าวิวัฒนาการของรัฐธรรมนูญที่มามันสะท้อนของผู้ร่าง ในขณะนั้นได้เปึนอย่างดี ผมเองได้เห็นปรากฏการณ์ทันในฐานะคนที่สนใจทางการเมือง เห็นปรากฏการณ์ว่าเมื่อเวลาคณะรัฐประหารเขาตั้งคนจะโดยเปึนคณะกรรมาธิการ ยกร่างแล้วให้สภานิติบัญญัติเปึนบางเวลาช่วงในขณะนั้นหรือจะใช้วิธีแปลงร่างดูเสมือน ว่าชื่อสวยงามแบบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่นัยเนื้อหาไม่แตกต่างกัน นั่นก็คือว่า ๑. ต้องเคลียร์ความผิดของคนที่ไปกระทําการรัฐประหาร ๒. ก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญไปย่ํายีระบอบประชาธิปไตย กดขี่สิทธิเสรีภาพของประชาชน สภาพ จะเปึนอย่างนี้มาโดยตลอด ป้ ๒๕๓๔ ท่านประธานที่เคารพ ผมเองเปึนคนหนึ่งที่ร่วม ชุมนุมกับพี่น้องประชาชน ผมเคยเรียนในที่สภาแห่งนี้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ตั้งแต่ขั้นตอนคณะกรรมาธิการยกร่างร่างแม้กระทั่งว่าระบุบางมาตราให้อํานาจประธาน คณะ รสช. เวลานั้น นี่ขนาดจะเปึนรัฐธรรมนูญอยู่แล้วสามารถใช้อํานาจทั้งนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ในมาตรา ๒๗ ได้ แปลความว่าโดย ๑ คนสามารถสั่งประหารชีวิตใครก็ได้ คนที่ร่างเวลานั้นเราเองก็ไปเผาหุ่นรับไม่ได้กับสภาพอย่างนั้น แต่ว่าท้ายที่สุดแก่นแท้ มาตราเหล่านี้ก็วางไว้ที่หน้าฉากมาตราแท้ ๆ ก็คือว่า เอาคนที่มาจากการเลือกตั้งให้น้อย ที่สุด ป้ ๒๕๓๔ ที่มันมีบทเรียนตรงที่ว่าประชาชนมีความตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตย ต้องการนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่าอย่างที่ผมได้เรียนกับท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ เปึนรอยด่างในทางประวัติศาสตร์ไม่ได้แตกต่างกันก็คือว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ประธานวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งเปึนประธาน รัฐสภา นั่นหมายความว่า คนที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ในแถว ๒ ในรัฐธรรมนูญที่เปึนเผด็จการ แต่วันเวลานั้นมันได้ผ่านพ้นไปได้เพราะอะไรครับว่า บรรดาแม่ทัพนายกองคณะ รสช. ออกมาแถลงต้มพี่น้องประชาชนบอกว่า ข้าพเจ้าและพวกจะไม่รับตําแหน่งในตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีโดยเด็ดขาด เพื่อต่อรองกับประชาชนไม่ให้มาขัดขวางในการที่จะผ่าน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ นักการเมืองในสภาแห่งนี้ที่ผมต้องเรียนย้ําว่าเรามีบทเรียน ที่ไม่ได้แตกต่าง มีความเชื่อและผมก็เชื่อว่านักการเมืองคนดังกล่าวเขาเชื่อโดยสนิทใจว่า ให้ไปแก้ไขกันที่สภา เรื่องทุกอย่างสภาจัดการได้หมด แต่ในทางปฏิบัติเรื่องรัฐธรรมนูญ แม้ว่าพูดได้คิดได้พอจะแก้ไขจริง ๆ มันแก้ไขไม่ได้ ท้ายที่สุดเมื่อบรรดาแม่ทัพนายกอง คณะ รสช. ผิดคําพูด เกิดเสียสัตย์เพื่อชาติขึ้นมานั้น ด้วยการเป่ดช่องนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งก็นําพาสู่การสูญเสียในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ท่านประธานที่เคารพ เกิดเหตุการณ์นองเลือดไปก่อน ๔ ประเด็น ๒ ประเด็นหลักที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่มาของประธานรัฐสภา แก้ไขได้ภายในวันเดียว แต่นั่นคือผ่านการสูญเสียกันมาแล้วทั้งสิ้น ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เรามักพยายามจะพูดกัน ยกกันนั้น ก็เปึนผลพวงของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ที่มีการแก้ไขในป้ ๒๕๓๕ ในป้ ๒๕๓๗ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร ซึ่งนั่งอยู่ใน กรงขังหน้ารัฐสภาเวลานี้นั้นได้มาจุดประกายความคิดว่าเมื่อครบรอบ ๒ ป้ของการเกิด เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ มาอดอาหารเพื่อที่จะอุทิศส่วนกุศล มีพิธีกรรมอะไรต่าง ๆ มากมาย แต่จุดประกายเรียกร้องในฐานะครบ ๒ ป้ ในการจากไปของวีรชนที่ไปพลีชีพ ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ไปจุดประกายความคิดว่า ขอรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่าง โดยประชาชนจริง ๆ สักฉบับหนึ่ง เพราะที่ผ่านมามันล้วนมาจากกระบอกป๋นทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมก็เปึนคนหนึ่งหลังจากเสร็จศึกพฤษภาทมิฬไปทําหน้าที่ทํางานกัน เมื่อ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร มาจุดประกายอย่างนี้ รวมสมัครเพื่อนพ้องน้องพี่ก็มี ความหวังเช่นเดียวกันว่า เราน่าจะมีรัฐธรรมนูญของประชาชนที่ไม่ได้มาจากกลิ่นอายของ กระบอกป๋นสักฉบับหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ การชุมนุมก็ยืดเยื้อยาวนาน จะมีการตั้ง สภาเวลานั้นก็ไม่ขานรับ จะตั้งคณะกรรมาธิการรวบรวม เรียบเรียง ยกร่าง ท้ายที่สุด ก็เหลว ท้ายที่สุดประธานสภาผู้แทนราษฎรเวลานั้น ท่านอาจารย์มารุต บุนนาค หาทางออกตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย แต่ก็ยังไม่ได้ทําอะไรเท่าไรหรอกครับ ก็เกิดการยุบสภาเสียก่อน แต่ว่าความสําเร็จมาอยู่คนที่สังคมไม่เคยให้การคาดหวัง รัฐธรรมนูญเวลานั้น แล้วก็ต้องยกเครดิตให้คืออดีตนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา ไปแก้ไขมาตรา ๒๑๑ จนเปึนช่องทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ได้ทั้งฉบับ มาตรา ๒๑๑ คือมาตรา ๒๙๑ ในปัจจุบันแล้วก็ไปสําเร็จในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ ท่านประธาน ที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นซึ่งบางคนเรียกว่า เปึนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ใช้สีเขียวเปึนสัญลักษณ์ในการต่อสู้ ผมเคยไปถามอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการยกร่างว่าเหตุผลอะไรจึงเลือกสีเขียวเปึนสีสัญลักษณ์ ในการต่อสู้ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน บอกว่า สมาชิก สภา สสร. เวลานั้นไปเลือกเอาสีประจําพระองค์ของรัชกาลที่ ๗ เปึนสีเขียว เขาจึงเรียกว่า รัฐธรรมนูญฉบับธงเขียว ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้ประกาศใช้ ผมเองเห็นว่าหลายอย่างก็มีความไม่สมบูรณ์อยู่ แน่นอนที่สุดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข แต่ว่าโดยรวมโดยจิตวิญญาณนั้นมันได้มาจากการมีส่วนในการรับรู้ของพี่น้อง ประชาชนในวันที่มีกลิ่นไอของระบอบประชาธิปไตย ก่อนการยึดอํานาจ ๑๙ กันยา ๒๕๔๙ ไม่ว่าจะเปึนซีกฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลที่นั่งเวลานี้ทุกคนตกผลึกเหมือนกันหมดว่า ถึงอย่างไรก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องการให้ฝ์ายบริหาร มีเสถียรภาพ แปลความกันว่า เมื่อก่อนนั้นความที่ไม่มีเสถียรภาพของฝ์ายบริหารนั้น เรามาได้สรุปข้อความกันว่า ทําให้ประเทศไทยนั้นล้าหลังกว่าประเทศอื่น นอกจากประเทศ ที่ไม่มีประชาธิปไตยต่อเนื่อง มีประชาธิปไตยก็แบบล้มลุกคลุกคลาน ไปเยือนต่างประเทศ ทีนะครับในสภายื่นจะล้มกันแล้ว สภาพง่อนแง่นกันมาโดยตลอด การพัฒนาก็ขาดตอน ประเทศที่เคยตามหลังประเทศไทยก็กลายเปึนประเทศที่นําหน้าประเทศไทย ผมขอเรียน กับท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีเจตนารมณ์อย่างนั้น แต่ว่าเมื่อวันหนึ่ง เขาบอกว่าตรวจสอบลําบาก ทุกคนมีความคิดเห็นพ้องต้องกันว่าเมื่อเขาเลือกฝ์ายค้าน มาเปึนเสียงน้อยลง ไม่สามารถอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ ยิ่งสมัยที่ ๒ อภิปรายรัฐมนตรี ในประเด็นทุจริตไม่ได้เสียอีกนะครับ เพราะฉะนั้นไปแก้ไขให้มีการตรวจสอบง่ายลงมี แนวความคิดกันอยู่แล้วทุกฝ์ายว่าวันนี้เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์ ๑๙ กันยาขึ้นมา ผมขอเรียนกับท่านประธานว่าเหตุผลในการยึดอํานาจแต่ละครั้งนั้น ท่านประธาน ดูเถอะครับว่าล้วนแต่เปึนเหตุผลที่คล้ายกันทั้งสิ้น ยึดอํานาจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๓๔ เรื่องวันลอบสังหารบุคคลสําคัญ ยึดอํานาจ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ก็หมิ่นเหม่เบื้องสูง จะเปึนอย่างนี้และใช้เปึนเหตุผล ป้ ๒๕๓๔ ศาลก็ยกฟัองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ที่นั่งอยู่ฟากทางโน้น ป้ ๒๕๔๙ อัยการสูงสุดก็ไม่สั่งฟัองเช่นเดียวกัน การแทรกแซง องค์กรอิสระ ข้อกล่าวหาที่หลายคนได้พยายามอธิบายความว่านี่เปึนสาเหตุของการยึดอํานาจ โดยเฉพาะการแทรกแซง ส.ว. ที่จะไปเลือกองค์กรอิสระกันต่อ ท่านประธานเปึนพยานกับผม ได้ว่าถ้าการแทรกแซง ส.ว. จริง เวลาเลือกตั้งผู้แทนราษฎรสมัยถัดมาประธาน ส.ว. ที่ ส.ว. เลือกตั้งป้ ๒๕๔๓ ไปลงเลือกตั้งพรรคไหน รองประธาน ๒ คน อ่างทอง ๑ คนใช้สิทธิ พาดพิงได้ นี่สอบได้กลับเข้ามา รองประธานวุฒิสภา ๑ คนก็ไปลงที่โคราชนี่ก็สอบตก อยู่เวทีพันธมิตรเวลานี้ก็อยู่พรรคหนึ่งชัดเจน อีกพรรคหนึ่งรองประธานสภา วุฒิสภา ประธานวุฒิสภา ไม่มีสักคน ผมบอกว่าแล้วมันจะแทรกแซงตามกระบวนการตรงไหนกัน อย่างไร ผมเรียนกับท่านประธานตรงนี้นะครับว่า วันนี้ผมบอกว่าข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ใช้ ในการย่ํายีบุคคลอื่นมันไปทําลายความรู้สึกเรื่องจิตวิญญาณประชาธิปไตยกันหมด รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเองมีความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกันมาตั้งแต่ต้น แต่ทว่าเพราะมีความเชื่อ โดยสุจริตว่า คําสุภาษิตไทยโบราณบอกว่า แปลเปึนสุภาพแล้วว่างาช้างไม่มีวันจะงอก จากปากสุนัขฉันใด ประชาธิปไตยไม่มีวันที่งอกออกมาจากเผด็จการฉันนั้น นั่นแปลความกันว่า รัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตยไม่มีวันที่จะออกมาจากเผด็จการโดยเด็ดขาด การร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้นว่าจะสร้างพิธีกรรมมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนกับ สสร. ป้ ๒๕๔๐ แต่นัยที่มานั้นแตกต่างกัน การไปรวบรวมผู้คนได้ ๒,๐๐๐ คนให้รองประธาน คมช. เวลานั้น แต่งตั้งให้ ๒,๐๐๐ คนเลือกกันเหลือ ๒๐๐ แล้วพอได้ ๒๐๐ คน เสนอให้ประธาน คมช. เลือกเหลือ ๑๐๐ คน ใน ๑๐๐ คนไปเลือกกรรมาธิการให้ได้ ๒๕ คน ประธาน คมช. ตั้งกัน เหนียวอีก ๑๐ คน รวมกันเปึน ๓๕ คน ผมจึงบอกว่าปรากฏการณ์อย่างนี้ เนื้อหาสาระผมบอก ว่าการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสกัดบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะไม่เปึนประโยชน์อะไรกับประเทศเลย วันนี้ที่เราบอกว่าญัตติศึกษาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพวกฝัืงนั้นก็บอกว่าศึกษา เรื่องข้อบังคับใช้ แต่วันนี้ให้สบายใจกันว่าเมื่อเราตั้งธงว่าจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มี อะไรขัดขวางกันนั้นจะทําประชามติ แต่ว่าทําประชามติได้ก็ต้องให้ประชามติผ่านสภาแล้วก็ ประกาศเปึนกฎหมาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปึนที่เรียบร้อยแล้วจึงจะไปประกาศลงประชามติได้ นั่งนับเวลากันแล้ว นับหัวนับท้ายก็ไม่ต่ํากว่า ๑ ป้ แปลความกันว่า แต่ละฝ์ายวันนี้ท่านประธานลองดูเถอะว่า ก่อนที่จะมีการลงประชามติว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ละฝ์ายพูดเหมือนกันหมดว่า รับแล้วจะไปแก้ไขภายหลัง คนในกลุ่มพันธมิตรที่ออกมาเย้ว ๆ เวลานี้ก็บอกเหมือนกันว่า จะไปล่าชื่อประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หลังจากรัฐธรรมนูญผ่านก็บอกว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ อดีตท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร ท่านก็บอกว่า สสร. ไม่ลงเลือกตั้งเองไม่รู้ว่าคนที่ลงเลือกตั้งเขามีความรู้สึกกันอย่างไร นี่เปึนอารมณ์ของผู้คนในสังคม เพราะทุกคนวันนั้นต้องการการเลือกตั้ง ต้องการประชาธิปไตย บรรยากาศการลงประชามติมันเปึนการลงบนพื้นฐานที่คนมีทางเลือกน้อยที่สุด บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านให้อํานาจ คมช. ใช้เวลา ๓๐ วันไปเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใด ฉบับหนึ่งปรับปรุงแล้วมาใช้งาน อ้ายนี่ไม่รู้อนาคตว่าข้างหน้าจะเปึนนรก สวรรค์อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นท่ามกลางทางเลือกที่น้อย ลงประชามติรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่าเปึนประชาธิปไตยในวันที่ประเทศเต็มไปด้วยการประกาศกฎอัยการศึก มีเอกสาร รับฟังคนไปกระทําการมากมาย ผมจึงบอกว่ารัฐธรรมนูญมันผ่านไปด้วยความชอกช้ําหัวใจ ของพี่น้องประชาชน ฟากผมถึงอย่างไรก็ตามต้องพูดว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฟากทาง ท่านก็พูดว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็บอกว่ารอให้คดียุบพรรคเสร็จเสียก่อน รอให้ นายกรัฐมนตรีทักษิณติดคุกเสียก่อน ผมบอกว่านี่เท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ได้ภายใต้ เงื่อนไขเรื่องการยุบพรรคไทยรักไทย หรือพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย หรือ พันตํารวจโท ทักษิณต้องติดคุก คือ ล็อก สเปก ความรู้สึกกันมาอย่างนี้ มันจึงเปึนทัศนคติของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ว่ามันร่างเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เอาล่ะท่านประธานที่เคารพครับ โดยเงื่อนไข คดีความนั้นถ้าว่ากันตามกระบวนที่ว่ากันนั้น ๑ ป้นี้คงจะมีความชัดเจนกันที่จะพิสูจน์ ตามกระบวนการยุติธรรมเหมือนอย่างที่ว่า แต่ผมบอกว่าการที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นมันได้ผ่านภายใต้เงื่อนไขที่คณะผู้ยึดอํานาจได้ประกาศบันได ๔ ขั้นที่เกี่ยวข้องกับ รัฐธรรมนูญได้เปึนอย่างดี เกี่ยวข้องเรื่องชะตากรรมของประเทศแล้วกระทบกระเทือนต่อ ทุกอย่างที่มันเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตอ่านนะครับ เพราะว่า เกี่ยวข้องกัน ประธาน คมช. ไปพูดเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๐ ที่กระทรวงสาธารณสุข พูดถึงบันได ๔ ขั้นบอกว่า ผมวางขั้นตอนไว้ในการปฏิรูปการปกครองจนถึงวันสุดท้ายจะต้อง เปึนไปตามขั้นตอน คือ ๑. การยุบพรรคจะต้องเกิดขึ้น เพราะคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องผมรู้จัก ทุกคน มันเปึนความผิดทางอาญาเห็น ๆ ๒. คดีที่ผิดเรื่องการโกงกิน การคอร์รัปชันจะปรากฏ นี่ขั้นตอน คตส. ๓. พรรคจะเริ่มแตกแล้ววิ่งกระจายสิ้นสุด ๔. นําไปสู่การลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง แล้วบอกว่าการเลือกตั้งคราวหน้าคือวันที่ ๒๓ ธันวาคม นั้นจะต้องเปึนพรรคที่ทุกคนในฝ์ายบริหารจะต้องรักชาติ ศาสนา กษัตริย์ และสถาบัน ขณะนี้เปึนไปตามขั้นตอนที่วางไว้และผลผลิต คตส. กําลังบรรลุเปึนขั้น ๆ แล้วก็บอกว่า เห็นพรรคที่จะได้รับการเลือกตั้งในครั้งหน้ามีพรรคใหญ่อยู่ ๒-๓ พรรคที่ได้เปึนผู้บริหาร ประเทศ นั่นหมายความว่า พรรคที่อยู่ตรงกันข้ามกับพรรคการเมืองเหล่านี้ตายลูกเดียว เพราะฉะนั้นตั้งแต่ขบวนการยุบพรรค ขบวนการที่จะเล่นงานเรื่องทาง คตส. เพิ่งส่งฟัอง ได้คดีเดียว อีกคดีหนึ่งเขายื่นให้ศาลฎีกาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเรื่องอํานาจหน้าที่ แล้วเรื่องประชามติ เรื่องทําให้พรรคการเมืองแตกนั้นมันเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ ของ คมช. ทั้งสิ้น ผมจึงบอกว่าเราอาจจะมีทรรศนะที่แตกต่างทางการเมืองกันได้ ต่อสู้ทาง การเมืองกันได้ แต่จิตวิญญาณทางระบอบประชาธิปไตยนั้น เราต้องรักษากันเอาไว้ เพราะเรามาจากการเลือกตั้ง เราจะอธิบายความว่าการแต่งตั้งมันดีกว่าการเลือกตั้ง ไม่ดีกว่าอย่างไร ผู้พิพากษายังแต่งตั้งเลย นี่ผมว่าไปกันใหญ่ กระบวนการตุลาการก็ว่าตาม กระบวนการตุลาการมีที่มาที่ไป ระเบียบปฏิบัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่นักการเมืองที่มา บริหารประเทศที่ต้องทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้ หรือทําหน้าที่ในทําเนียบรัฐบาล มันต้องมาจาก การเลือกตั้ง มิฉะนั้นก็แต่งตั้งกันไปเสียหมดสิครับแล้วมาเลือกตั้งทําอะไร ผมจึงบอกว่า เราต้องมีศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญเมื่อผ่านไป วันที่ ๑๙ สิงหาคม ทุกคนไปเลือกตั้ง ผมอยู่ในซีกที่ประกาศชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับ การยึดอํานาจให้มาเลือกพรรคพลังประชาชน พรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาลจะไปแก้ไข รัฐธรรมนูญ แต่ว่าเมื่อมีการอธิบายความว่าเปึนปัญหา เอาล่ะใช้เวลาอีก ๑ ป้ รอกฎหมายประชามติ ทําประชามติแล้วเสร็จไม่เปึนไร แต่ความรู้สึกแนวความคิดที่แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มันจะหลุดตัวพวกผมไปไม่ได้ ผมไม่มีทางที่จะเอาไปให้ตายที่ไหน ผมจะอธิบายว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันดีอย่างไรนั้นให้ตายเถอะผมพูดไม่ได้ และผมไม่มีวันที่ไป อธิบายว่าการใช้กําลังทหาร การใช้อาวุธมายึดอํานาจล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เปึนเรื่องถูกต้อง ผมรับไม่ได้ และที่ประหลาดใจก็คือว่าบางคนที่มาโวยวายที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เมื่อวันที่ทหารฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เงียบปาก มุดหัวสนิท เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมบอกนี่มีอารมณ์ที่แตกต่าง วันนั้นเราบอกว่า นี่คุณฉีกรัฐธรรมนูญ คุณล้มล้างประชาธิปไตย มันจึงเปึนทัศนคติที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นผมจึงบอกกับท่านประธานว่าไม่เปึนไรเราแตกต่างกันได้ ท่านก็สู้ในแนวทาง ของท่าน ผมก็จะสู้ในแนวทางของผมถ้าสภาแห่งนี้มันมีอยู่ต่อไป เกิดพรุ่งนี้พลิกล็อก ก็อาจจะช็อกกันไปได้นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อบันได ๔ ขั้น มันเหมือนแผนการ เหมือนคําสั่ง ที่ไปปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญมันจึงออกมาในแบบพิกลพิการ ผมได้อธิบายกับท่านประธานว่า ประเทศไทยของเราหลังจากการเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ นั้น เรามีสภาพ ฮ่องกงนั้นเมื่ออังกฤษคืนให้จีน เขาบอกว่าเปึนหนึ่งประเทศสองระบบ หมายความว่า การปกครองแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกงนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทว่าประเทศเรา ก็เหมือนกันเปึนหนึ่งประเทศสองระบบ นั่นก็คือว่าระบอบประชาธิปไตยที่มาจาก การเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ๒. ระบอบเผด็จการที่มาจากการยึดอํานาจ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ยังอยู่ในปัจจุบันหลังจาก ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ครบถ้วน องค์กรอิสระ บางองค์กรจะอยู่ได้ ๗ ป้ ๙ ป้ วุฒิสมาชิกครับ ท่านประธานที่เคารพ เราเองได้พูดอยู่เสมอว่า ถ้าต้องการบอกว่าเปึนสภาผัว สภาเมีย หรือจะเปึนสภาแฝด ผมบอกว่าถ้าห้ามก็ออก ระเบียบห้าม แต่ไม่ได้บอกว่าคนที่มาจากการเลือกตั้งมันจะเปึนสภาผัว สภาเมีย สภาแฝด สภาพี่ สภาน้องผมบอกว่ากติกาห้ามอย่างไรก็ได้แต่ต้องเลือกตั้ง ปรากฏว่าสมาชิก วุฒิสภา ถ้าจําเปึนบอกว่ามีแล้วถูกแทรกแซง บอกว่าเปึนสภาผัวเมียเกี่ยวข้องกัน ผมบอกว่า จะไปออกกติกาสกัดกั้นผ้ายันต์ทุกอณูขุมขน และต้องมีการเลือกตั้งโดยความเสมอภาคกันนั้น ไม่มีปัญหาอะไร แต่ปรากฏว่าให้ไปเลือกตั้ง ๗๖ จังหวัดละคน แต่งตั้งโดยคน ๗ คน อีก ๗๔ และ ๓ คนใน ๗ เปึนประธานองค์กรอิสระที่ คมช. เปึนคนแต่งตั้ง ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า วันที่เลือกประธานวุฒิสภา มันไม่ใช่ว่าคนมาจากการเลือกตั้ง ๗๖ คือ ๗๖ ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างเพราะมาจากจังหวัดละคน แต่ปรากฏว่าวันนั้นไม่ใช่เรื่อง ๗๖ กับ ๗๔ ฝ์าย ๗๖ ถูกล็อกคอไว้ที่ กกต. อีก ๖ คน ถึงอย่างไรมันเปึนเรื่องระหว่าง ๗๐ กับ ๗๔ แปลความว่าแต่งตั้งมาจากขุมเดียวนี่เลือกอย่างไรก็เปึนประธานอยู่แล้ว ผมไม่ได้ กล่าวหาประธานคนปัจจุบัน แต่ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น เมื่อที่มามันขัดแย้งกัน กรุงเทพฯ คนได้เปึน ส.ว. ๗ แสนคน นครศรีธรรมราชได้ ๓ แสนคน แต่ปรากฏว่าที่เหลืออีก ๗๔ คนนั้นมาจากคน ๗ คน แล้วมันเกี่ยวข้องมันร้อยเหมือนแชร์ ลูกโซ่ ท่านประธานลองดูเถอะครับว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ๗ คนมาจากศาล มาจาก องค์กรอิสระ แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ส.ว. ที่มาจากการสรรหานั้นยังมีอํานาจในการเห็นชอบ ในการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ป.ป.ช. กกต. อัยการสูงสุด รวมทั้งถอดถอนบุคคลดํารงตําแหน่งสําคัญ เช่น นายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ประธานศาลฎีกา ป.ป.ช. ปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการทหารบก โดยคนเหล่านี้ไม่ได้ผ่านการพิสูจน์จากประชาชนเลย แปลความก็คือว่า ๗ คนไปสรรหา ส.ว. ได้มา ๗๔ คน แล้วใน ๗ คนนั้นถ้าเกิดครบวาระในบางคนนั้น เมื่อมีการสรรหาใหม่ ก็ให้ ส.ว. ที่ได้รับการสรรหาจากตัวเองนั่นแหละครับจะเปึนคนเลือกองค์กรที่ตัวเองเคยอยู่ เดิมขึ้นมาแทนที่หรือจะเลือกคนเดิมหรือจะอะไรยังได้ต่อ แปลความกันว่ามันไขว้กันมา เหมือนกับแชร์ลูกโซ่ไม่มีผิด ผมจึงบอกว่ามันเปึนประชาธิปไตยแบบอีหลักอีเหลื่อ ท่านประธานที่เคารพ หรือแม้แต่กระทั้งว่าเรื่องการถอดถอนนี่ครับที่ต้องใช้ความเห็นชอบ ของวุฒิสภา ๓ ใน ๕ แต่ว่าการที่ได้เสียงไปตุนขณะนี้ ๗๔ เสียงแล้ว มันรองพื้นถึงทุกสิ่ง ทุกอย่าง ผมจึงบอกว่าวันนี้ผมไม่ได้มีอคติเปึนการส่วนตัวกับคน ๗๔ คน แต่ผมยอมรับ ที่มาไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐธรรมนูญต้องการเปึนประชาธิปไตยกันนั้น แปลความกันว่า ถ้าจะมีต้องเลือกตั้งกันสถานเดียว ถ้าจะไม่มีมันก็คือไม่มี ผมจึงบอกว่ามันประชุมกันได้ อย่างไรล่ะครับ อีกคนหนึ่งมาจากหลายแสน อีกคนหนึ่งมาจากคน ๗ คน แล้วก็ทําหน้าที่ ต้องไปตรวจสอบ ๗ คนที่แต่งตั้งตัวเองเข้ามาด้วย มันเปึนปัญหาของประเทศมากมาย จนถึงปัจจุบันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องระบบการแบ่งเขตเลือกตั้งนี่ก็ไปสร้าง ปัญหาเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ระบบสัดส่วนนี่ชัดเจนที่สุด บางกลุ่มจากเดิม ๑๐๐ คน แล้วเหลือ ๘๐ คน เปึน ๘ กลุ่ม ไม่ได้อธิบายหลักอะไรเลยว่าใน ๘ กลุ่มกลุ่มละ ๑๐ คนนั้น ได้หลักสมมุติฐานอะไร บางทีเอาภาคใต้ เอาจังหวัดชุมพรไปรวมกับจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอะไรเต็มกันไปหมด มันไม่ได้สะท้อนอะไรว่าต้องการแก้ไข ปัญหาอะไร แต่คิดอย่างเดียวว่าถ้าทําอย่างนี้อีกฝ์ายหนึ่งจะได้เสียงมากขึ้น อีกฝ์ายหนึ่งจะได้ เสียงน้อยลง ผมบอกว่านี่เปึนปัญหา เรื่องการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งก็เช่นเดียวกัน นายอุทัย พิมพ์ใจชน เปึนประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แกขอเรื่องเดียว ขอไป นับคะแนนกันที่อําเภอ เพราะมีความเชื่อว่าถ้านับกันที่หน่วยเลือกตั้งกลไกหัวคะแนนก็จะ สัมฤทธิ์ โรคไข้โปังก็จะเกิดขึ้น ท้ายที่สุดก็ได้นักการเมืองที่ซื้อเสียงเข้าไป แต่วันนี้องค์กร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ถอยย้อนกลับมาใหม่ว่าไปนับกันที่หน่วย เพราะต้องการให้กลไก ของอํานาจรัฐเวลานั้น กลไกของหัวคะแนนสัมฤทธิผล มันเท่ากับถอยหลังกลับไป เพราะฉะนั้นที่มาของ ส.ว. ที่มาของ ส.ส. มันก็มีสภาพความอีหลักอีเหลื่อจนถึงปัจจุบัน ผมบอกว่าวันนี้ระบบการเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้ง เราเคยเอาจากพวงใหญ่มาพวงเล็ก จนกระทั่งมาเปึนวัน แมน วัน โหวตที่ให้ ๑ คนเขารับผิดชอบเลยว่าเมื่อประชาชนเดือดร้อน เขาจะตามผู้แทนราษฎรที่ไหน ไม่ต้องวิธีถางป์าไปเจอกัน แปลความก็คือว่า เดี๋ยวติดอยู่ อําเภอโน้น เดี๋ยวติดอยู่อําเภอนี้ หนีราษฎรแต่ราษฎรสามารถตามตัวได้ชัดเจนเลย แปลความกันว่า ถ้าคุณทํางานไม่สอดคล้องต่อความต้องการของชาวบ้าน นักการเมืองรุ่น ใหม่เรียกว่า ผู้แทนนกแล สมัยก่อนนี่นะครับสามารถใช้ความดีไปต่อสู้เลย แต่เขตใหญ่ นี่ยากมาก นักการเมืองบางคนนี่นะครับ เขตอําเภอเมืองชนะยก พอไปชานเมืองแพ้มาหมด นี่เราเคยเห็นปรากฏการณ์ เพราะฉะนั้นวัน แมน วัน โหวตก็ได้สร้างนักการเมืองคนใหม่ ๆ เข้ามาทําหน้าที่มากมาย ท่านประธานที่เคารพ แต่ที่มากกว่าการสร้างนักการเมือง เพราะปกตินั้นเลือกตั้ง ๑ ครั้งจะมีนักการเมืองเดิมสูญหายไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า ระบบใหม่มันสร้างนักการเมืองให้เกิดความเข้มแข็งและขณะเดียวกันประชาชนก็มี ความเข้มแข็งในการที่จะดูแลตรวจสอบกับนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น หลาย ๆ เรื่องที่มันเปึนปัญหาเช่นว่าเรื่องพรรคการเมืองที่จะถูกยุบพรรคตามมาตรา ๒๓๗ ซึ่งใช้เปึนเงื่อนไขหนึ่งว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อจะหนีคดียุบพรรค ผมบอกว่าคดียุบพรรคยังต้องมีอยู่ในรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าการยุบจะต้องเอาคนที่ กระทําความผิด ก็คือหมายความว่าถ้าใครผิดคนนั้นไปรับผิดชอบจะไปสันนิษฐาน การรู้เห็นว่าคน ๑ คนไปทํา องค์กรสมาชิกเหมือนอย่างในอดีตว่าคนถูกกล่าวหา ๒ คน ขั้นตอนอนุกรรมการสอบสวนคดียุบพรรคไทยรักไทยยกขึ้นตัวอย่างหนึ่ง ปรากฏว่า ประธานอนุกรรมการซึ่งเปึนประธาน คตส. ปัจจุบัน สอบทุกคนยกเว้นคนที่ถูกกล่าวหา แล้วก็ยื่นสํานวนไปคดียุบพรรค ผมบอกว่าวันนี้อธิบายอย่างไรมันก็อธิบายไม่ขึ้น เพราะเปึนธงของประธาน คมช. บอกว่าจะต้องยุบพรรค แต่ผมยกตัวอย่างว่า คุณกล่าวหา ๒ คน คน ๑๔ ล้านคนคนที่เปึนกรรมการบริหารเขาไปผิดอะไรด้วย แต่ผมอธิบายความ อย่างนี้ เพราะใครไม่เจอกับตัวเองย่อมไม่มีความรู้สึก ใครที่ไปเจอกับตัวเองก็จะมี ความรู้สึก ต่อไปนี้พรรคการเมืองจะเปึนองค์กรที่ตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคน้อยที่สุด แล้วก็จะบอกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ควรจะเปึนผู้ลงรับสมัครรับเลือกตั้ง ยกเว้น คนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีหรือคนสําคัญ เพราะว่ามันควบคุมพรรคการเมืองจนกระทั่ง ที่สวนทางเจตนารมณ์ของประชาชน แต่ผมบอกว่าผมไม่ได้สนับสนุนให้ใครทําผิด กฎหมาย การแจกใบแดง ใบเหลือง ยังจะต้องมีต่อไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมนะครับ พรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่ในสภาแห่งนี้ไม่มีใครบอกได้เลยว่าตัวเองบริสุทธิ์ เพียงพรรคเดียวโดนกันทุกพรรค ถูกข้อหาแจกใบแดง ใบเหลืองเจอกันทุกพรรค เอาตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ใบแดงใบแรกที่ไหนจนกระทั่งเลือกตั้งปัจจุบันโดนกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอย่าบอกว่าโน่นทุจริตเลือกตั้งมาก ฉันทุจริตเลือกตั้งน้อย แปลความกันว่า เลือกตั้งก็ทําหน้าที่กัน คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ตรวจสอบ เพราะฉะนั้นก็อย่ามาว่า อีกฝ์ายหนึ่งมันไปทุจริต เพราะมันถูกใบเหลืองกันทั้งนั้น มีใบแดง มีใบเหลืองกันทุกพรรค รู้สึกจะยกเว้นพรรครวมใจไทยชาติพัฒนากับพรรคประชาราช ๒ พรรค เพราะฉะนั้นผมจึง บอกว่าถ้าพรรคการเมืองมันอ่อนแอเสียงของประชาชนจะไม่มีความหมายเลย ผมเคยตั้ง การทักท้วงถึงขนาดว่าต่อไปนี้พรรคการเมืองแข่งขันจะไม่ยากเลย ให้ส่งคนไปเปึนกรรมการ พรรคที่ใดที่หนึ่งแล้วไปกระทําความผิดเข้าข่ายคุณสมบัติที่จะถูกยุบพรรคได้เท่านั้นล่ะครับ ท่านประธานที่เคารพ ตีขิมรอเลย การเมืองมันก็เกิดความสั่นคลอนในเรื่องเสถียรภาพ แต่ถ้าเราอยากอธิบายอย่างคนดัดจริตก็จะอธิบายความทันทีว่าไม่ได้การเลือกตั้ง ต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วถามว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมคืออะไร ล้านสามใบเหลือง หมื่นบาท ใบแดง ผมบอกว่านี่ไม่มีมาตรฐานเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม มีหลายประเด็น เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งในโลกแห่งความเปึนจริงป้ ๒๕๔๐ เราพูดเรื่องการปฏิรูป การเมือง แม้กระทั่งเรื่องปัจจุบันก็ตามว่าให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ตรวจสอบ รัฐบาล ตรากฎหมายดูสวยงามที่สุด แต่ในโลกแห่งความเปึนจริงท่านประธาน ก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมายาวนานตั้งแต่ป้ ๒๕๑๒ ท่านประธานคงจะแลเห็น เหมือนกันว่าราษฎรนั้นเห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือผู้ที่แก้ไขปัญหาให้กับเขาได้ ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องอะไรเดือดร้อนเรื่องอะไรชาวบ้านคิดไม่ออกให้ไปบอกผู้แทน แปลความกันว่าต่อให้บอกไปสอนประชาชน สอนทฤษฎีรัฐศาสตร์ บอกว่าผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ตรากฎหมาย ควบคุมรัฐบาลดูสวยงามที่สุดแต่ในโลกแห่งความเปึนจริงนั้น ทุกข์ของราษฎรเขาวิ่งหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น แต่มาตรา ๒๖๖ นั้นมันเท่ากับ เปึนการป่ดกั้นไม่ให้ ส.ส. ไปเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนได้เลย เท่ากับเปึนการไปตัดเอาประชาชนออกไปจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถามว่าความทุกข์ของประชาชนยังมีอยู่หรือไม่ ความทุกข์ก็ยังมีอยู่ บางครั้งไม่ได้รับ ความยุติธรรมจากหน่วยงานราชการแต่ว่าเขามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพอส่งเสียง พออ้าปากได้ นี่ไปเกี่ยวข้องไม่ได้เลย ไปยุ่งเกี่ยวโดนถอดถอน ผมบอกว่านี่เปึนความย่ําแย่ ที่สุดในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมกระทั่งว่าความที่ว่าข้าราชการโดยส่วนใหญ่ หรือว่าร่างรัฐธรรมนูญเพื่ออํามาตยาธิปไตยนั้น ฝ์ายบริหารถูกจํากัดในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน เช่นว่าจะต้อง ไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ประจําของ ข้าราชการรวมทั้งการบริหารบุคคล ซึ่งได้แก่การแต่งตั้ง โยกย้ายเรื่องสําคัญในการบริหาร เว้นแต่การปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการตามนโยบายหรือตามที่กฎหมายบัญญัติ อธิบายให้ดีก็สวยงามเหมือนกันว่าไม่แทรกแซง แต่ในทางปฏิบัติพรรคการเมืองที่ได้รับ ฉันทานุมัติจากประชาชนไปหาเสียงกับประชาชนบอกว่าจะมาทําอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ และถามว่านักการเมืองไปเปึนรัฐมนตรีปฏิบัติเองได้หรือเปล่า ตอบว่าไม่ใช่ ถามว่า ใครปฏิบัติ ตอบว่าข้าราชการ ถ้าไม่สามารถให้คุณให้โทษได้หรือว่าให้ได้ก็ด้วยความยาก จํากัดจําเขี่ย สารพัดวิธี เพราะฉะนั้นการสนองนโยบายที่ประชาชนได้ความคาดหวังนั้น จะไม่สอดคล้องเลย เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าข้าราชการจะเข้มแข็ง อํามาตยาธิปไตย จะเข้มแข็ง ประชาชนจะอ่อนแอ ระบอบประชาธิปไตยจะอ่อนแอ นายกรัฐมนตรี ฝ์ายบริหาร รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล้วนอ่อนแอภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งสิ้น ประเด็น ต่อมาก็คือว่า ผมเองได้มีความรู้สึกว่ามาตราที่เกี่ยวข้อง การเพิ่มบทบาทของศาลและ องค์กรอิสระและข้าราชการประจํา ผมบอกว่าถ้าที่มาองค์กรอิสระมีที่มาที่ตรงไปตรงมา จากประชาชนไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่วันนี้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งต้องแสดง บัญชีทรัพย์สินและต้องแสดงเป่ดเผย องค์กรอิสระ หน่วยงานอื่น ข้าราชการระดับสูง ไม่มี ใครต้องดําเนินการอย่างนี้เลย ผมจึงบอกว่านี่คือความแตกต่าง ไปสร้างทัศนคติว่า นักการเมืองจะต้องเปึนคนชั่วเปึนคนเลว ผมจึงบอกว่าแล้วบุคคลอื่นในการที่จะไป ตรวจสอบบุคคลอื่นนั้น ตัวเองต้องมีความโปร่งใสเสียก่อน นั่นหมายความว่าตัวเอง ไปกล่าวหาใครว่าทุจริตคอร์รัปชัน แต่ข้าพเจ้ายังไม่สามารถที่จะแสดงบัญชีทรัพย์สิน โดยเป่ดเผย เมื่อตัวเองมีหน้าที่จะต้องไปตรวจความโปร่งใสของบุคคลอื่น ตัวเองก็ต้อง เป่ดเผยความโปร่งใสของตัวเอง แปลความว่าไปค้นประชาชนมันจะไม่จับยัดยาบ้า แปลความว่าแต่ละคนฝ์ายตรวจก็ล้วงกระเปิาให้เห็นว่าไม่มี ทั้งหมดผมจึงบอกว่า รัฐธรรมนูญมันได้สร้างเงื่อนไขมากมาย เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าแม้กระทั่ง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยทางการเงินทางการคลัง มีอํานาจวินิจฉัยว่าการดําเนินการใดขัดวินัยทางการคลังได้นี่ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ คือ รัฐบาลจะบริหารตามนโยบายอะไร ถ้าเกิดมีปัญหาองค์กรอิสระจัดการเลย และที่มากกว่านั้น ก็คือว่า การกําหนดว่ารัฐต้องจัดสรรงบประมาณ คือบอกมาเท่าไรก็ต้องให้เพียงพอ ตามนั้น แต่ผมบอกว่าวันนี้ทั้งหมดกระบวนการแต่ละฝ์ายเรามักจะพูดเรื่องความเปึนกลาง เรามักจะพูดเรื่องความเสมอภาคความเท่าเทียม แต่ท่านประธานจะมีความรู้สึก เหมือนกับผมหรือไม่ว่าฝ์ายที่พูดบอกว่าอีกฝ์ายหนึ่งทําหน้าที่เปึนกลาง ในวันที่คนคนนั้น เขาตัดสินเข้าข้างฝ์ายนั้น ความเปึนกลางคือความพึงพอใจ และผมได้อธิบายความ ตอนกฎหมาย พ.ร.บ. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองว่าวันนี้ เราหาความเปึนกลางกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า ณ วันนี้เราต้องการรัฐธรรมนูญ ที่มีความสุจริตมีความโปร่งใส ต้องการให้ที่มาองค์กรอิสระ ถ้าจะมาโดยการสรรหา มีกระบวนการสรรหา สมัยก่อนต้องเสนอให้ ส.ว. มา ๒ เท่าและเลือกเหลือเท่าหนึ่ง จะมาทางศาล มาจากกรรมการสรรหาก็ตาม วันนี้ไม่ใช่ มาจากกรรมการสรรหาและ มีหน้าที่รับหรือไม่รับเท่านั้น แปลความว่าทางเลือกการใช้การตัดสินมันจะไปสืบเสาะ หาประวัติมาทําไม เพราะว่าสุดท้ายก็มีมติว่ารับหรือไม่รับเท่านั้นเอง แต่ว่าไม่มีสิทธิที่จะเลือกอะไรเลย เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าจริงอยู่ว่ามาตรา ๓๐๙ ซึ่งเปึนมาตราสุดท้ายวันนี้บอกว่ายกเลิก ไปแก้ไขมาตรานี้ไม่ได้ ความจริงแล้วท่านประธานที่เคารพ ขนาดผู้ร่างเขาร่างเพื่อไม่ให้ เอาผิดพวก คมช. องค์กรบริวารพรรคพวกที่สามารถทําความผิดตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต แต่ปรากฏว่าวันนี้มาแปลเจตนาว่า ถ้ามาตรานี้ถูกยกเลิกไปมันจะกลายเปึนว่าจะทําให้ คนโน้นคนนี้พ้นผิด ผมจึงบอกว่าวันนี้ประเทศนี้จําเปึนต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมอยู่ในโลก แห่งความเปึนจริงบอกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์มีคนแสดงความคัดค้านและจะสร้างปัญหา ระบอบประชาธิปไตยจะซวนซัดซวนเซอีก ผมใช้คําว่า ถอยสุดซอย แปลว่า เอาล่ะ คุณไม่ให้แก้เวลานี้ไม่เปึนไร ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาก็ว่ากันไป แต่ผมดีใจที่เพื่อนสมาชิก บอกว่าเขาไม่เห็นด้วย แต่จําเปึนให้บ้านเมืองสงบต้องการที่จะศึกษา ศึกษาการบังคับใช้ แปลความคือว่าจิตใจเห็นกับป้ ๒๕๕๐ ดี ก็ไม่เปึนไรก็เปึนภาระหน้าที่ของพวกผม ที่จะต้องไปศึกษาร่วมกับพวกท่านเพื่อที่จะดูว่ามาตราใดที่มันขัดแย้งต่อการเปึนประชาธิปไตย แล้วท้ายที่สุดเมื่อเราจะเลือกทางว่าจะรอประชามติ ซึ่งประมาณป้เศษอย่างที่ผมเรียน เมื่อตอนต้นประชาชนบอกว่าหลังจากศึกษากันแล้วเสร็จ มีตัวอย่างชัดเจนว่าจะต้องแก้ไข มาตราไหนบ้าง ซึ่งแต่ละคนบอกว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งนั้น ไม่มีหัวหน้าพรรคไหน สักพรรคบอกว่าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ระยะเวลาที่รอกฎหมายประชามตินั้น รอเวลาที่จะ ลงประชามตินั้นเราจะมีเวลาที่จะศึกษา เมื่อวันที่ประชาชนลงประชามติ แปลความว่ากฎหมาย ประชามติสภาผู้แทนราษฎร ๑๒๐ วัน ส.ว. ๙๐ วัน ถ้ามีความเห็นแย้งก็อีกประมาณ ๒ เดือนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญก่อนลงพระปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเสร็จ ถ้าจะไปลงประชามติต้องประกาศล่วงหน้าไม่ต่ํากว่า ๙๐ วันแต่ไม่เกิน ๑๒๐ วัน ในการลงประชามติ แปลความกันว่าประมาณป้เศษ ๆ ระยะเวลาเหลือเฟ๋อครับท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นเวลาแตกต่างกันชัดเจน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าเรามีเวลาที่จะ ศึกษา แต่อย่ามาเหยียบย่ําคนที่เขามีความคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าต้องการปกปัอง ให้ตัวเองพ้นผิด เพื่อเปึนการช่วยเหลือพวกตัวเอง เพื่อต้องการฟอกตัวเอง กระบวนการ ยุติธรรมไม่มีใครปฏิเสธ ศาลสถิตยุติธรรมที่มาถูกต้อง องค์กรอิสระที่มาถูกต้องไม่มีใคร ปฏิเสธ แต่ผมบอกว่าคนที่บอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขเพื่อจะช่วยพรรคพวกให้พ้นจากการโกงนั้น ถ้าวันหนึ่งท่านมีกรณีพิพาทสัก ๑ กรณี และมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขกรณีข้อพิพาทมา แล้วไปเอาคู่ขัดแย้งของท่านเปึนกรรมการ ท่านจะมีความรู้สึกอย่างไร เหมือนฟุตบอล เราแข่งกับเกาหลีซึ่งความจริงวันนี้สู้ไม่ได้แต่กรรมการเปึนเกาหลีเสียอีก ๓ คน ริมเส้น ๒ คน กลางสนาม ๑ คน เอาของไทยเปึนกรรมการสํารองคนที่ ๔ ผมถามว่าคนไทยที่ไหน เขารับได้ กรณี คตส. ที่หยิบยกขึ้นมาอธิบายความก็เช่นเดียวกันไปเลือกเอาคนที่เปึน ปฏิปักษ์ทางการเมืองขึ้นเวทีโจมตีว่ากล่าวชนิดที่ไม่เผาผีกัน ยึดอํานาจเสร็จบอกว่า นี่แหละจะเปึนกรรมการมาปราบปรามทุจริต คนที่เปึนญาติพี่น้องเปึนหมอเขาไม่ให้ผ่าตัด คนที่เปึนญาติพี่น้องเลย เพราะเขารู้ว่าจิตใจมันสั่น มันผิดปกติ แต่นี่เอาคนที่เปึนอคติ มาจัดการ ผมบอกว่าผมไม่เสนอว่าจะต้องยุบ คตส. คตส. มีวันไปอีกไม่กี่วัน แต่ผมบอกว่า กระบวนการวันนี้จะต้องแยกกันระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลเตี้ยให้ได้ ศาลเตี้ย จะเปึนศาลสูงไม่ได้ ศาลสูงคือศาลสถิตยุติธรรม ผมบอกว่าวันนี้เจอกับอีกฝ์ายหนึ่ง ท่านคิดวันที่เจอกับฝ์ายพวกท่านเองครับ เพราะฉะนั้นความยุติธรรมวันนี้มันจึงไม่เกิดขึ้น ผมบอกกับท่านประธานด้วยความรู้สึกว่าสถานการณ์รัฐธรรมนูญวันนี้ดูเสมือนว่า ผ่อนคลาย เพราะข้อเรียกร้องเงื่อนไขต่าง ๆ เขาเลยขั้นรัฐธรรมนูญ วันพรุ่งนี้จะเกิดเหตุการณ์ปะทะนองเลือดนําพาสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่า ผมคาดเดาไม่ได้ เพราะการที่จะไปบุกยึดทําเนียบรัฐบาลที่เปึนสถานที่ของราชการ ในการบริหารประเทศลําดับสูงสุดในทางบริหารนั้นเปึนเรื่องที่ใหญ่มาก สถานการณ์ จะเกิดอะไรกันก็ได้ ในสภาวันนี้ดูเสมือนว่าจะร้อนแต่ข้างนอกร้อนเปึนไฟ ผมไม่ได้บอกว่า อีกฝ์ายหนึ่งคุณอย่าบุก อีกฝ์ายหนึ่งคุณอย่าใช้ความรุนแรง วันนี้ใครจะไปห้ามใครไม่ได้ คนที่ทําหน้าที่ดูแลกฎหมายก็ต้องดูแลไป ผมอธิบายวันนี้ก็คือว่าแม้นว่ามีการ ยื่นไม่ไว้วางใจ เพื่อที่บอกว่าไม่ยุบสภา เอาล่ะจะอภิปรายวันไหนท่านไปรวบรวม ส.ว. อีก ๖๑ คน ท่านได้อภิปรายแหง ๆ ผมถามนายกรัฐมนตรี ถามรัฐมนตรีแล้วพร้อมชี้แจงท่าน ท่านมี ๑๖๔ คนไปบวกกับ ๖๑ คนเลยแล้วอภิปรายได้ ปัญหาก็คือว่าเราจะมีประชาธิปไตย ไปถึงวันที่ท่านจะได้อภิปรายหรือเปล่า นี่เปึนเรื่องของคนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมานั่งคิดกัน เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐธรรมนูญเปึนเรื่องหนึ่งที่ศึกษา มีระยะเวลาเรียนรู้ จะมีคนใน มีคนนอกผู้รู้ เอาแต่ละเรื่องบนพื้นฐานของการไม่มีอคติ วันนี้ความยุติธรรม อย่างเดียวครับท่านประธานที่จะแก้ไขปัญหาสิ่งที่ไม่สงบสุขในบ้านในเมืองได้ อย่าให้ ทุกสิ่งทุกอย่างเวลานี้จะขยับทําอะไร เอาสถาบันที่คนไทยเคารพนับถือมาเปึนเครื่องมือ ทางการเมืองทําลายใครกันมานับไม่ถ้วน แล้วผมก็ไม่ต้องการว่าสภาแห่งนี้จะต้องไปใช้ วิธีการอย่างนั้นกัน การร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผมบอกว่าเมื่อมาตรา ๒๙๑ เมื่อก่อนเขาบอกว่าต้องมี สสร. บอกว่าคนร่าง ยังไม่คิดว่ามี แต่ทั้งหมดท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้ฝากทุกอย่างไว้ที่บุคคล เพราะว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผู้ร่างเมื่อมาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คนเปลี่ยนกันได้ ตัวหนังสือ จิตวิญญาณที่เปึนประชาธิปไตยของเนื้อหาที่ประชาชนมีความต้องการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผมต้องการให้มีคณะที่หลังจากมีการศึกษา แต่เปึนเรื่องชะตากรรมของประเทศต่อไป ข้างหน้าว่า ท้ายที่สุดประชาชนเขาจะคิดอะไร ถ้าคนเขาเห็นด้วยกับการแก้ไข แน่นอน ที่สุดคณะกรรมาธิการศึกษาคณะนี้จะมีบทบาทที่สําคัญ แปลความก็คือว่าท่านศึกษา ให้เสร็จสรรพ วันนั้นเรามีสภาหรือจะคิดรูปแบบอย่างไรก็แล้วแต่ รัฐธรรมนูญ มันจะเดินทางแก้ไขกันมาได้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าระยะเวลานี้เปึนหัวเลี้ยวหัวต่อ ของประชาธิปไตย สิ่งที่ทุกคนจากฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลทุกคนไม่ต้องการจะเปึนคนว่างงาน ด้วยการไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีประชาธิปไตย แต่สิ่งหนึ่งที่เราปรารถนาก็คือว่า แต่ละฝ์ายนั้นได้รักษาประชาธิปไตยให้ยาวนานที่สุดได้อย่างไร ผมได้ทําหน้าที่ในฝ์ายผม แล้วผมก็อยากร้องขอในแต่ละฝ์าย การที่จะหยิบยกบอกว่าป่ดวิสามัญเพื่อจะหนีอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่ ท่านสามารถเข้าชื่อ ท่านพออยู่แล้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจได้ กลไกสภา เดินได้ตามปกติ ฝ์ายตรวจสอบเขาอย่างไรเขาต้องให้ได้การตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ทั้งหมด วันนี้ก็คือว่าเราต้องมีภารกิจเรื่องการรักษาประชาธิปไตยมากกว่าการมีหน้าตา ของฝ์ายค้านและรัฐบาล ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน