สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑

มาลินี สุขเวชชวรกิจ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ และขอประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

นางมาลินี สุขเวชชวรกิจ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส. สัดส่วน กลุ่มที่ ๒ นครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ดิฉันจะขออภิปราย ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานสักเล็กน้อยว่า ถ้าในสภา แห่งนี้ไม่สามารถจะแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้นั้นจะเปึนที่น่าเสียใจเปึนอย่างยิ่ง ทําให้เกิดวิกฤตินอกสภาขึ้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเราทุกคนซึ่งมาอยู่ในสภาแห่งนี้ คงต้องร่วมกันที่จะคิดเปึนตัวอย่างแบบฉบับที่ดีของสังคมภายนอกได้ด้วยนะคะ ตอนนี้ ดิฉันก็จะขอพูดถึงเรื่องว่าดิฉันจะขออภิปรายในเรื่องใด ขออภิปรายในญัตติด่วนเรื่อง ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยวางกรอบแนวทางการอภิปรายของดิฉันดังนี้นะคะ ข้อที่ ๑ กรอบแนวความคิดว่า ความเปึนมาทําไมจึงต้องคลอดรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ข้อที่ ๒ ข้อดี ข้อเสียของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ข้อที่ ๓ แนวทางการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในเรื่องของความเปึนมาที่ต้องมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ท่านประธาน ท่านผู้ทรงเกียรติ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านท่านคงทราบว่าก่อน ๑๙ กันยายน ๒๕๕๐ ภายใต้ การบริหารงานของฝ์ายบริหารที่ได้รับผลพวงจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่อยากให้ได้ รัฐบาลที่เข้มแข็ง ผลที่เกิดมาคือมีการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) มีการโกงบ้าน โกงเมืองและไม่อายที่จะโกง ซึ่งพิสูจน์ได้จากคดีต่าง ๆ เช่น ซีทีเอ็กซ์ (CTX : เครื่องตรวจ วัตถุระเบิด) เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank : ธนาคารเพื่อการส่งออกและการนําเข้าแห่ง ประเทศไทย) ที่ให้พม่ากู้ไป ๔,๐๐๐ ล้านบาทและอีกมากมาย ซึ่งกําลังอยู่ในกระบวนการ ยุติธรรมจาก คตส. สู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีการ แทรกแซงองค์กรอิสระทุกองค์กรอย่างเปึนขบวนการ ซึ่งดิฉันเปึนสมาชิกวุฒิสภาอยู่ใน ขณะนั้นคือ ป้ ๒๕๔๓ ถึงป้ ๒๕๔๙ ดิฉันซาบซึ้งและรู้รสชาติของการแทรกแซงสมาชิก วุฒิสภาเปึนอย่างดี และองค์กรอิสระอื่น ๆ อีกมากมายจนมี กกต. ๓ คนต้องติดคุก บ้านเมืองวุ่นวายมาก มีพี่น้องประชาชนผู้รักชาติออกมาเดินขบวน ฝ์ายผู้กุมอํานาจก็มี ขบวนการดึงประชาชนโดยวิธีการที่ถูกกล่าวหาว่าจ้างมา เรื่องของม็อบชนม็อบก็จะ เกิดขึ้นจนจะเกิดเหตุเลือดตกยางออก ทําให้เกิดเหตุใน ๑๙ กันยายน ๒๕๕๐ ซึ่งดิฉัน ไม่อยากจะใช้คําว่า ปฏิวัติ หรือ ปฏิรูป หรือ ยึดอํานาจ แต่เปึนวิธีการที่ผู้รักชาติอีกกลุ่มหนึ่ง คิดว่าเปึนวิธีการที่ดีที่สุดแล้วที่จะไม่ให้เกิดการเลือดตกยางออกและยุติการนองเลือด ครั้งนี้จนทั่วโลกแปลกใจว่า ทําไมทหารออกมายึดอํานาจนั้นได้รับดอกไม้ อาหารการกิน อย่างมากมาย มีประชาชนให้กําลังใจมาก มีการถ่ายรูปกับรถถังกับทหารยิ่งกว่า งานวันเด็กเสียอีก ดิฉันประชุมอยู่ที่ประเทศญี่ปุ์นดูซีเอ็นเอ็น (CNN) อยู่ก็ยังแปลกใจ ถัดมาชาวต่างชาติก็เริ่มเข้าใจวิถีประชาธิปไตยแบบไทย ๆ จนดิฉันสามารถที่จะประสานงาน ดําเนินการจัดประชุมรัฐสภาไทยร่วมกับยูเอ็นเอฟพีเอ (UNFPA : กองทุนประชากรแห่ง สหประชาชาติ) ซึ่งมี ส.ส. ส.ว. จากทั่วโลกมาประชุมที่ตึกยูเอ็น (UN) ได้ เมื่อมีการร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีกระบวนการสรรหาการคัดเลือกกันเองซึ่งเปึนกระบวนการ ที่ยืดยาวจนได้ สสร. ๒ และได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จนมาถึงการลงประชามติ เปึนครั้งแรกของประเทศไทยให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มีการต่อสู้กันมากมาย ฝ์ายรัฐบาลก็รณรงค์อย่างเปึนกลางให้ประชาชนมาลงประชามติ ฝ์ายผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ก็อึดอัดใจว่าทําไมรัฐบาลจึงไม่พูดให้ชัดเจนว่า ให้มาลงประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ อีกกลุ่มหนึ่งก็กล่าวหาว่ารัฐได้ใช้อํานาจรัฐไปบีบให้รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่อีกกลุ่มหนึ่ง ก็ถูกกล่าวหาเช่นเดียวกันว่าซื้อเสียงไม่ให้รับรัฐธรรมนูญพร้อมพ่วงเบียร์ คือให้เลือก ส.ส. ที่จะมาถึงหลังจากการผ่านรัฐธรรมนูญนะคะ ดิฉันเปึนคนหนึ่งที่ศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญ ของหลายประเทศ พยายามบอกว่าอย่าเอาเยี่ยงอย่างรัฐธรรมนูญของตะวันตกเลย ให้ดูตะวันออกไว้บ้าง เช่น อย่างบังกลาเทศ ซึ่งดิฉันก็ได้พยายามต่อสู้อยู่ว่าขอให้รัฐบาลที่รักษาการนั้นอย่าได้ ใช้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเดิม ขอให้มีกระบวนการสรรหารัฐบาลขึ้นมาชุดหนึ่งชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาเรื่องรัฐบาลรักษาการที่ใช้เครื่องมือของรัฐในการหาเสียงจะได้เกิดความเปึนธรรม แก่ทุกฝ์าย ก็มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในคณะ สสร. แต่สุดท้ายดิฉันก็แพ้โหวตไป เพราะท่าน สสร. หลายท่านบอกว่ามันไม่เปึนประชาธิปไตยซึ่งดิฉันก็รับได้นะคะ ข้อดีของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นก็คือว่าให้สิทธิประชาชนมากขึ้น เช่น ประชาชนแค่ ๒๐,๐๐๐ ชื่อ ไม่ต้องใช้ถึง ๕๐,๐๐๐ ชื่อก็สามารถที่จะถอดถอนนักการเมืองที่มีลักษณะไม่ถูกต้องได้ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น นายกรัฐมนตรีก็ใช้จํานวน ส.ส. แค่ ๑ใน ๕ ไม่ต้องถึง ๒ ใน ๕ ก็ทําให้การทํางานง่ายขึ้น ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้วางยาแรงมาก เหมือนคนไข้ที่เข้าอยู่ในไอซียู (ICU) หมอต้องใช้ยาแรงเหลือเกิน เนื่องจากเห็นผลพวงที่เกิดจาก ความผิดปกติจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บางครั้งก็อาจจะแรงเกินไปจนพวกเราคงจะ รับกันไม่ได้ ดิฉันขอยกตัวอย่างเรื่องของการเลือกผู้แทนราษฎรจากวัน แมน วัน โหวต (One man one vote) คือเลือกเขตเล็ก เราก็มีการตรวจสอบกัน มีการคุยกันอย่างมากมายเหมือนกัน ว่าโดยเขตเล็กนั้นเราจะทําหน้าที่ซ้ําซ้อนกับ ศอ.บจ. หรือเปล่า ถ้าเปึนเขตใหญ่ขึ้น น่าจะดีกว่าไหม เพราะเราจะได้ประสานกับ ศอ.บจ. ว่าขาดตกบกพร่องอย่างไร เราก็นําขึ้นมา สู่ระดับชาติได้ว่าจะแก้ปัญหาให้เขาอย่างไร อันนี้ก็เปึนสิ่งที่เราคิดกันอยู่เหมือนกันว่า น่าจะดีกว่า เราอาจจะได้ ส.ส. ที่มีคุณภาพดีมากขึ้น และนอกจากนั้นประชาชนก็มีสิทธิ ที่จะเลือกคนได้ถึง ๒ คนหรือ ๓ คนแทนที่จะคนคนเดียว เราก็พูดกันถึงระบบว่าจะใช้ ระบบด๊องท์ (d’Hondt) ของเยอรมันไหม เพื่อจะให้เสียงของประชาชนนั้นทุกเสียงมีคุณค่า ไม่ใช่ การเลือกตั้งแบบที่เปึนอยู่เดิม คือว่าใครชนะเพียง ๑ คะแนนก็ไปเอาคะแนนของคนอื่นเขา มาหมดเลยนะคะ หรือเราเรียกว่า เดอะ วินเนอร์ เทค ออล (The winner take all) อันนี้ ก็ไม่เปึนธรรมกับประชาชนเหมือนกัน ซึ่งดิฉันก็คิดว่าอันนี้เราคงต้องอภิปรายกันอย่างกว้าง อีกสักครั้งหนึ่งว่าเราควรจะใช้วิธีใดเพื่อไม่ให้เสียงของพี่น้องประชาชนนั้นหายไปหมด แค่ชนะเขามา ๑ คะแนนเท่านั้นเอง แต่เอาคะแนนของผู้ที่เขาแพ้เราไป ๑ คะแนนนั้น อมมาเปึนของเราเองมันก็ไม่ค่อยยุติธรรมนักนะคะ ในเรื่องของ ส.ว. ทําไมจึงจะต้องมีสรรหา ครึ่งหนึ่ง เลือกตั้งครึ่งหนึ่ง หรือ ๗๖ ๗๔ ก็แล้วแต่ที่จะพูด เพราะว่าเรามีประสบการณ์ เราได้เห็นแล้วว่า ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งล้วน ๆ นั้นเราได้ถูกขนานนามว่าเปึน ส.ว. ทาส เราก็ต้องศึกษาดูอีกสักระยะหนึ่งว่า ส.ว. ที่ได้มาโดยการสรรหาครึ่งหนึ่ง เลือกตั้งครึ่งหนึ่ง นั้นจะทํางานได้ และทํางานได้ดีกว่า ส.ว. ที่มาจากการสรรหาทั้งหมดหรือไม่ ดิฉันคิดว่า เราคงต้องให้โอกาสในการที่จะศึกษาดูอีกสักระยะหนึ่งนะคะ และจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เพิ่งใช้มาไม่กี่เดือนนั้นยังมองไม่เห็นโรคแทรกซ้อนอย่างชัดเจน ดิฉันจึงคิดว่าเราควรจะ ใช้เวลาศึกษาให้อย่างรอบคอบ ไม่ใช่ว่าจะใช้ความชอบ หรือความได้เปรียบ หรือความไม่ชอบ ความเสียเปรียบอย่างใดอย่างหนึ่งมาเปึนตัวกําหนด ขอให้มองอย่างกลาง ๆ และรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติการเมืองอยู่นอกสภานะคะ เพราะฉะนั้นสภาของเราขอให้ทําใจ ให้เปึนกลางด้วยนะคะ ดิฉันคิดว่าสิ่งใดก็แล้วแต่ถ้าเผื่อว่าเรามีเจตนารมณ์ที่แท้จริง ที่จะมารับใช้พี่น้องประชาชนด้วยคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรมของเราและมีความจริงใจ ต่อบ้านเมืองต่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะมียาแรงขนาดไหนเรามีภูมิคุ้มกันที่ดี เราไม่กลัวเลยดิฉันมั่นใจว่าคนดีต้องไม่กลัวสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ จึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวจนเราจะต้องมารีบร้อนที่จะแก้ไขกันขอให้มีเวลา ศึกษากันนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน