สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๐ นาําิกา)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนที่จะเป่ดประชุมให้โอกาสท่านสมาชิกได้หารือตามข้อบังคับ ท่านละ ๒ นาที ท่านแรก ท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้นโยบายปราบปราม ยาเสพติด ยาบ้า ต้องกราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ประกาศเปึน วาระแห่งชาติ ๙๐ วัน ต้องหมดไปจากประเทศไทย โดยเฉพาะ ข้อ ๒ (๖) ชื่นชอบครับ ท่านประธานข้อนี้ ข้อ ๒ (๖) คือให้อำนาจให้คุณให้โทษสำหรับข้าราชการที่ไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรี ชอบมากข้อนี้ ข้อ ๒ (๖)

ข้อที่ ๒ ท่านประธาน วันนี้ค่ายบำบัดยาเสพติด เมื่อปราบยังไม่หมด เอาลูกหลานเราเข้าค่ายก่อน โดยเฉพาะวันนี้จังหวัดบึงกาฬมีค่ายคืนคนดีสู่สังคม คือค่าย ตชด. ต้องขอบคุณท่าน พลตำรวจตรี กิตติศักดิ์ ปลาทอง ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ค่าย ตชด. เปึนค่ายคืนคนดีสู่สังคม ค่ายนี้สำเร็จได้ก็ต้องมีงบประมาณโดยท่าน พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ ได้สนับสนุนงบ ป.ป.ส. เปึนค่าใช้จ่ายอาหารเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ก็ต้องกราบขอบคุณ ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่สนับสนุนงบประมาณให้กับผู้อยู่ในค่ายและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติ และวันนี้ หากไม่มีผู้ใจบุญ เพราะค่ายต้องทำให้ถูกต้องตามหลักสุขลักษณะของกระทรวงสาธารณสุข ใช้เงินรัฐบาลไม่ได้ ใช้ข้าราชการไม่ได้ ก็มีเงินผ้าป์า ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ เปึนประธานผ้าป์ากับคณะให้ ๑ ล้านบาท และหลาย ๆ ท่านที่ผมไม่ได้เอ่ยนามวันนี้ ต้องกราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ผมมั่นใจว่ายาบ้าต้องหมดไปครับ เพราะข้อ ๒ (๖) ตัวชี้ชะตาว่า ถ้าใครไม่ปฏิบัติตามวันนั้นมีคุณมีโทษ กราบขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้ จะพูดถึงเรื่องปัญหาของชายแดนไทย-พม่า ท่านประธานครับที่พี่น้องประชาชนชายแดน ไทย-พม่า เลือกพรรคประชาธิปไตยใหม่เปึนผู้แทนปวงชน

คำถามแรก อยากถามไปที่รัฐบาลว่า ท่านรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาริษ ที่เข้ามาใหม่มีจุดยืนอย่างไรกับ สถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ๓-๔ ประเด็น ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๑ พี่น้องพม่าได้รบกันมากับชาติพันธุ์ ๗๐-๘๐ ป้แล้วยังไม่จบสิ้น แต่มาปัจจุบันนี้ปัญหาชายแดนมีการรบราฆ่าฟันกันมากขึ้นนะครับ มีคนตายบ้านเรือน ถูกเผาไป ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ หลัง คนตาย ๒-๓ ป้ คือป้ ๒๕๖๔-๒๕๖๗ ๔,๐๐๐ คน แล้วใน ๔,๐๐๐ คน มีเด็กเล็ก มีพระสงฆ์องคเจ้าได้เสียชีวิตไปเปึนจำนวนมาก ท่านประธานครับ ปัญหาเหล่านี้ทางรัฐบาลไทยจะต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน ถ้าหากไม่มีจุดยืนชัดเจนปัญหา จะกระทบพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ชายแดนเปึนอย่างมาก ไม่ว่าจะเปึนยาเสพติด ไม่ว่าจะเปึนการสู้รบกันตามชายแดนทำให้เศรษฐกิจทั้ง ๒ ประเทศ ไม่ว่าจะเปึนพม่าหรือไทย ถดถอยลงไป พี่น้องประชาชนคนไทยยากจน นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นตามชายแดน จากป้ที่แล้ว ทางชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยก็ได้รวมกันที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมกันให้ พลเอก เจ้ายอดศึก เปึนประธานเพื่อเจรจากัน แต่ว่าทางรัฐบาลยังนิ่งเฉยอยู่ เฉยเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อยากฝากไปที่รัฐบาลว่าท่านมีจุดยืนอย่างไร ทำไมไม่เรียกทั้ง ๒ ฝ์ายมาคุยกัน ทั้งฝ์ายรัฐบาลพม่า แล้วก็ชาติพันธุ์ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ

นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือท่านประธานดังนี้นะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

๑. การแก้ไขปัญหาการจัดการ น้ำบาดาลขนาดใหญ่ แก้ปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลพยุห์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยการติดตั้งโซลาเซลล์เพื่อลดปัญหาค่าไฟฟัาอย่างยั่งยืน ดิฉันเคยหารือ เรื่องนี้กับท่านประธานไป ๑ ครั้งแล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๑๑ ก็ได้ส่งคนเข้ามาเปลี่ยนปัูมน้ำจากปัูมใหญ่ให้ปัูมเล็กเพื่อหวังจะลดค่าไฟฟัา แต่ไม่ได้ผล แล้วก็สร้างภาระมากมายให้กับอำเภอพยุห์ ตอนนี้ก็มีหนี้สินประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วตอนนี้ โครงการนี้มีมูลค่าถึง ๕๐ ล้านบาท แต่ก็มีปัญหาตั้งแต่เริ่มสร้างโครงการ เพราะว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะเจาะน้ำบาดาล เปึนพื้นที่สีแดงค่ะท่านประธาน ทั้งนี้ ดิฉัน จึงขอเสนอผ่านท่านประธานไปยังสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๑๑ จังหวัดอุบลราชธานี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทบทวนการแก้ปัญหาดังกล่าวให้ตรงจุด และหากมีงบประมาณในการจัดการให้เสร็จสิ้นก็ขอให้นำมาติดตั้งโซลาเซลล์เพื่อแก้ปัญหา อย่างยั่งยืน

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องที่สำคัญมากสำหรับลูกหลานของเรา เรื่องของงบประมาณ การก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนอนุบาลไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ดิฉันได้รับการร้องเรียน จากท่านสมนึก พันธ์แก่น ผอ. โรงเรียนว่าที่ผ่านมาอาคารเรียนเก่ามาก แล้วก็เกรงว่าจะเปึน อันตราย เพราะว่าใช้งานมาถึง ๕๐ ป้แล้วจะเปึนการไม่ปลอดภัย ก็ได้รื้อลงมา จึงอยากได้ งบประมาณมาก่อสร้างใหม่ โรงเรียนนี้มีนักเรียนอยู่ทั้งหมด ๕๐๑ คน แล้วก็ได้รวมกันไปเรียน ในอาคารอื่นซึ่งแออัดไม่เหมาะกับการเรียนการสอนเปึนอย่างยิ่ง ได้พยายามที่จะขอ งบประมาณมาตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ ค่ะท่าน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ในวันนี้ดิฉันจึงขอหารือ ผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ได้โปรดพิจารณาเมตตาอนุมัติเงิน เพื่อก่อสร้างอาคารโรงเรียนอนุบาลไพรบึงด้วย เพื่อลูกหลานของเราจะได้มีโรงเรียน เพื่อพัฒนาสมอง ช่วยเหลือชาติบ้านเมืองต่อไปในภายภาคหน้าได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ ผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในเรื่องของ โครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งโครงการเน็ตประชารัฐได้ทำมาแล้วหลายป้ ใช้ได้บ้าง ใช้ไม่ได้บ้าง แล้วแต่สถานที่ แต่ที่สำคัญตลอดระยะเวลาที่ติดตั้งมาไม่มีการดูแลรักษาจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเลย โครงการนี้เปึนโครงการที่เปึนประโยชน์เปึนอย่างมาก โดยเฉพาะเปึนพื้นที่ ที่อยู่ชายขอบ พื้นที่ที่อยู่บนภูเขาไม่มีไฟฟัาใช้ ไม่มีสาธารณูปโภคใช้ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ใช้ คนที่ใช้ก็เปึนชาวบ้าน และที่สำคัญคือพวกเด็กนักเรียนที่ใช้การเรียนการสอน ไม่ว่า จะเปึนโรงเรียนของแม่ฟัาหลวง โรงเรียนขยายโอกาสของโรงเรียนต่าง ๆ จึงขอเสนอไปยัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อยู่ ๒-๓ เรื่องด้วยกัน ในพื้นที่ปกติที่โครงการเน็ต ประชารัฐได้ติดตั้งแล้ว ตอนนี้หลาย ๆ แห่งมีไฟฟัาใช้ มีสัญญาณโทรศัพท์ ก็อยากจะให้ โยกย้ายส่วนนี้ไปยังถิ่นที่ยังไม่มี โดยเฉพาะบ้านผมไม่ว่าจะเปึนอำเภอท่าสองยาง อำเภอ แม่ระมาด อำเภออุ้มผาง ที่อยู่ในป์าเขา ย้ายเน็ตเข้าไปครับ ย้ายโครงการนี้เข้าไป พื้นที่ที่อยู่ ชายขอบที่ยังไม่หมดสัญญา ก็อยากจะให้ทางหน่วยงานต่าง ๆ เร่งเข้าไปปรับปรุงแก้ไขที่ให้ มันมีสัญญาณ ส่วนไหนที่โซลาเซลล์ไม่ดีก็ต้องไปปรับปรุงโซลาเซลล์ ส่วนไหนอุปกรณ์ เสียหายก็ทำให้มันดีขึ้น

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธัญธารีย์ สันตพันธุ์ เชิญครับ

นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาด้านคมนาคมในพื้นที่อำเภอเขมราฐ นาตาล โพธิ์ไทร ผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากการใช้ ถนนสัญจรไปมาของประชาชนในเขตพื้นที่ และได้สำรวจและตรวจสอบปัญหาเพิ่มเติมในช่วง ป่ดสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา พบว่าอำเภอเขมราฐ นาตาล โพธิ์ไทร ยังมีปัญหาด้านคมนาคม อีกจำนวนมากที่รอคอยการแก้ไข โดยแต่ละพื้นที่ที่ดิฉันได้ลงไปสำรวจพบว่าถนนมีสภาพ ชำรุดทรุดโทรม เปึนหลุมเปึนบ่อไม่เหมาะกับการใช้สัญจร รวมทั้งได้รับทราบว่าถนน หลายเส้นทางก็ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงมานานแล้ว ดังนั้นเพื่อเปึนการ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และพัฒนางานด้านคมนาคมในท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม กรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ รับทราบ เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณปรับปรุงถนนที่ชำรุดเสียหายให้กับประชาชน ในเขตพื้นที่จำนวน ๖ เส้นทาง ประกอบไปด้วย

๑. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓๒ สายทางหนองผือ-นาไฮ กิโลเมตรที่ ๑ ถึงกิโลเมตรที่ ๘

๒. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๔๒ สายทางบุ่งเขียว-เขมราฐ กิโลเมตรที่ ๐ ถึง ๑

๓. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑๒ สายทางเขมราฐ-โขงเจียม กิโลเมตรที่ ๓๗ ถึง ๔๓

๔. ถนนเส้นบ้านโนนเจริญ หมู่ที่ ๑๔ ถึงบ้านดงเย็น หมู่ที่ ๔ ตำบลขามปัอม อำเภอเขมราฐ

๕. ถนนเส้นบ้านขามปัอม หมู่ที่ ๑ ถึงบ้านดอนแซง หมู่ที่ ๑๖ ตำบลขามปัอม อำเภอเขมราฐ

๖. ถนนเส้นบ้านหนองสิม หมู่ที่ ๕ ถึงบ้านหนองโพน หมู่ที่ ๖ ตำบลหนองสิม อำเภอเขมราฐ

โดยเส้นทางที่กล่าวมาทั้งหมดเปึนเส้นทางสำคัญที่มีประชาชนใช้สัญจรไปมา และได้รับความเดือดร้อนจากถนนชำรุดเสียหายเปึนจำนวนมาก จึงทำให้มีความจำเปึน ที่จะต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณตภณ ดวงอัมพร เชิญครับ

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร ผู้แทนกรุงเทพฯ เขต ๖ พรรคก้าวไกล มีเรื่อง หารือผ่านท่านประธานสภา จำนวน ๕ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ถึงกรุงเทพมหานคร โครงการถนนภายในซอยประดิพัทธ์ ๑๗ เชื่อมออกตลาด อ.ต.ก. ซอยนี้ทรุดโทรมมาก เสนอแนะว่าส่วนไหนที่ กทม. เวนคืนที่ได้ มาแล้วก็ควรปรับปรุงให้ใช้การได้ จะเกิดประโยชน์มากกว่าปล่อยไว้เฉย ๆ

เรื่องที่ ๒ ถึงการประปานครหลวงครับ โครงการปรับปรุงระบบท่อประปา ในซอยรัชดาภิเษก ๓ เขตดินแดง หลังทำเสร็จเทพื้นใหม่ก็ไม่ยกฝาท่อขึ้น ทำให้เกิดเปึนหลุม ตลอดซอย มีผู้ร้องเรียนจำนวนมาก ขอให้ดำเนินการแก้ไข และขอให้ตอบกลับถึงมาตรการ ปัองกันการเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก

เรื่องที่ ๓ โครงการปรับปรุงท่อระบายน้ำถนนซอยอินทามระ ๕๓ เขตดินแดง หมดสัญญาวันที่ ๒๒ เมษายน ถึงวันนี้ยังไม่เสร็จ ประชาชนเดือดร้อนมาตั้งแต่เริ่ม เจาะถนน และนำท่อระบายน้ำกับบ่อพักมาทิ้งไว้นานก่อนจะเริ่มสร้างจริงจัง ขอให้กรุงเทพมหานคร ช่วยตรวจสอบกรณีดังกล่าว รวมถึงช่วยชี้แจงการดำเนินการของโครงการกรุงเทพมหานคร ทั้งหมดในเขตพญาไท เขตดินแดง ในรอบป้ ๒๕๖๖ ป้ ๒๕๖๗ ว่ามีโครงการไหนที่สร้างแล้ว ล่าช้า ไม่เปึนไปตามกำหนด สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ถ้ามีมาตรการดำเนินการ กับกรณีที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไรหรือไม่ และจะปัองกันอย่างไรครับ

เรื่องที่ ๔ ถึงกระทรวงคมนาคมและ รฟม. ตามที่มีการแจ้ง พ.ร.ฎ. เวนคืน กรณีรถไฟฟัาสายสีส้มฝัืงตะวันตก ขอถามถึงสถานีประชาสงเคราะห์ไปศูนย์วัฒนธรรม เขตดินแดง ประชาชนพื้นที่กระทบมีความกังวลใจ จึงอยากทราบว่าจะใช้วิธีการ ก่อสร้างรางรถไฟด้วยระบบใด จะใช้วิธีการขุดอุโมงค์ TMB หรือเป่ดหน้าดินแล้วฝังกลบ Cut & Cover หรืออื่น ๆ โปรดตอบกลับชี้แจงให้ทราบโดยด่วน

สุดท้ายครับ ข้อที่ ๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ กทม. ได้เปลี่ยนแปลง เวลาเป่ดป่ดสวนสาธารณะ ๓ แห่ง ก็คือ สวนลุมพินี สวนจตุจักร สวนเบญจสิริ โดยป่ดเวลา ๔ ทุ่ม เพื่อเพิ่มเวลาขยายโอกาสออกกำลังกายให้กับพี่น้องประชาชน ขณะที่สนามกีฬา ไทย-ญี่ปุ์น ดินแดง ยังป่ดเวลา ๓ ทุ่มอยู่ ถึงกรุงเทพฯ ครับ ช่วยพิจารณาขยายเวลาเป่ดป่ด ให้เปึนเวลาเดียวกันกับสวน ๓ แห่งข้างต้น ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร เชิญครับ

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ ผม นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัด เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ

วันนี้เรื่องแรก ผมขออนุญาตขอบพระคุณรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรีทุกท่าน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยท่าน ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการอรรถกร ศิริลัทธยากร ที่ได้ดูแลเรื่องแหล่งน้ำ แล้วก็ฝนหลวง ซึ่งที่ผ่านมา มีภาวะแล้งในจังหวัดเพชรบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ทุกท่าน ก็ได้ขอความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ก็ได้รับการดูแลเปึนอย่างดี แล้วอีก กระทรวงหนึ่ง กระทรวงคมนาคม โดยท่านรัฐมนตรีสุริยะและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมนพร เราก็ได้รับการดูแลเรื่องถนนหนทาง แล้วก็ไฟฟัาแสงสว่างในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องกราบ ขอบพระคุณ

อีกเรื่องหนึ่ง กระทรวงศึกษาธิการที่เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกได้พูดถึง อาคารเรียน เขตผมเองโรงเรียนอนุบาลวังโป์ง ซึ่งครั้งที่แล้วผมก็ได้พูดถึงโรงเรียนแห่งนี้ โรงเรียนอนุบาลวังโป์งอยู่ในพื้นที่อำเภอวังโป์ง เปึนอนุบาลประจำอำเภอวังโป์ง ซึ่งถูกน้ำท่วมทุกป้ แล้วเราก็ของบประมาณมาทุกป้เข้าหลักเกณฑ์ทุกอย่าง คราวที่แล้วก็มีการพูดคุยกับ ทางกระทรวง ทางตัวแทนกระทรวง ก็บอกว่าเดี๋ยวจะทำให้ ป้นี้ก็ไม่มีอีก ไม่ทราบว่า มันเกิดปัญหาอะไร เพราะว่าเด็กลำบาก เยาวชนของชาติลำบาก เพราะฉะนั้นฝาก ท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย โรงเรียนอนุบาลวังโป์ง อำเภอวังโป์ง จังหวัด เพชรบูรณ์ อย่างไรผมขออนุญาตฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัด ในการดูแลปัญหานี้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูง ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านธนเดช เพ็งสุข เชิญครับ

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคก้าวไกล ขออนุญาตหารือท่านประธานครับถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน ในเขตบึงกุ่มครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ปัญหาแรก เปึนปัญหา ปัายรถเมล์บริเวณย่านถนนนวมินทร์นะครับ ซึ่งถูกแปรเปลี่ยนเปึนเต็นท์ชั่วคราว จากภาพฉายนะครับก็จะเห็นว่าเปึนเต็นท์ชั่วคราว ซึ่งในขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝน ก็อยากจะ วอนท่านประธานไปยัง กทม. หรือว่าส่วนราชการที่รับผิดชอบอยู่ช่วยดำเนินการทำเต็นท์ ถาวรหรือว่าสิ่งก่อสร้างถาวรตามแบบที่มันถูกต้อง แล้วก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องที่ใช้ บริเวณปัายรถเมล์นี้ด้วย

อีกเรื่องหนึ่ง จุดนี้ครับก็เปึนจุดที่ค่อนข้างมีพี่น้องประชาชนในการสัญจร ข้ามถนนผ่านค่อนข้างบ่อย ก็อยากจะวอนท่านประธานไปยังส่วนราชการ สำนักจราจรต่าง ๆ ช่วยเร่งแก้ปัญหาเรื่องไฟจราจรที่เสียอยู่บ่อยครั้ง แล้วก็ไม่ค่อยได้เป่ดป่ดตามห้วงเวลาที่ปกติ ควรจะทำกัน

ต่อมาวอนท่านประธานครับ ในเขตลาดพร้าวเรื่องสถานบันเทิงครับ มีเสียง รบกวนตีสี่ ตีห้า บริเวณโชคชัย ๔ ซอย ๘๔ เปึนสถานบันเทิงเป่ดใหม่ ก็อยากให้ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยกำชับ แล้วก็ช่วยตรวจสอบ รวมถึงให้ กทม. ช่วยตรวจสอบ เรื่องมลภาวะทางเสียงให้กับพี่น้องประชาชนบริเวณโดยรอบด้วย

อีกหนึ่งเรื่องหลัก ที่อยากเรียนท่านประธานไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ในเขตลาดพร้าวจะมีสวนสาธารณะอยู่แห่งหนึ่ง ชื่อสวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว ๗๑ ก็ได้เคยพูดคุย ณ สภาแห่งนี้ไปหลายรอบแล้วนะครับว่า อยากให้ กทม. เข้าไปตรวจสอบ เข้าไปพัฒนา เพราะว่าเปึนสวนสาธารณะแห่งเดียวของพี่น้องประชาชนในเขตลาดพร้าว ก็หวังว่าการหารือครั้งนี้จะส่งถึง กทม. และเข้าไปพัฒนาให้กับพี่น้องชาวลาดพร้าว

อีกหนึ่งเรื่อง เคหะนวมินทร์ ๑๓๙ อยากให้ทาง พม. เข้าไปตรวจสอบพัฒนา ทำนุบำรุงบ้าง ทราบมาว่าไม่ได้รับการดูแลเลย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกาญจนา จังหวะ เชิญครับ

นางสาวกาญจนา จังหวะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกาญจนา จังหวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๔ พรรคพลัง ประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือไปยังท่านประธานกับเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของการใช้ถนน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน อำเภอหนองบัวแดง ถนนสายบ้านหนองไฮพัฒนา ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ถนนสายบ้านหนองไฮพัฒนา หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองบัวแดง อำเภอหนองบัวแดง ซึ่งเปึนเส้นทางบ้านนาทุ่งใหญ่ ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง ซึ่งถนนสายดังกล่าวนี้ท่านประธานที่เคารพคะ เปึนเส้นทางที่ ชาวตำบลกุดชุมแสง ต้องเดินทางทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่มายังอำเภอ และส่งบุตรหลานมาที่ โรงเรียนในตัวเมือง ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึน องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ และคณะผู้บริหาร และทางหลวงชนบทให้ได้มีการผลักดัน งบประมาณซ่อมแซมผิวจราจรตรงนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องที่ได้ เดินทางมาในตัวอำเภอเมือง

ข้อหารือที่ ๒ ท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนในกลุ่มของผู้สูงอายุในการใช้ บัตรประชาแห่งรัฐระบบใหม่ จากการใช้บัตรประชารัฐภายใต้ระบบใหม่ ซึ่งมีข้อแตกต่างจาก ระบบเก่าอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องใช้แสดงตนและ Scan ใบหน้า ทุกครั้งในการใช้สิทธิเพื่อรับสินค้าตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติในรอบเดือน โดยระบบเก่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถที่จะอนุมัติให้ลูกหลานนำบัตรประชารัฐตนเองมาเสียบ Scan เพื่อบอกรหัสของบัตรก็สามารถรับสินค้าตามวงเงินได้ ท่านประธานที่เคารพคะ ผู้ถือบัตรที่เปึนผู้สูงอายุและผู้พิการไม่สามารถที่จะเดินทางมา Scan ใบหน้าในทุก ๆ ครั้ง ได้ตามระเบียบใหม่จึงเปึนภาระกับการเดินทาง ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการไม่สามารถ หาเลี้ยงชีพได้ จึงขออนุญาตเรียนปรึกษาท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้องทำระบบสามารถผ่อนปรนช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการกลุ่มนี้ได้ไหมคะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาธิต ทวีผล เชิญครับ

นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคก้าวไกล ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ดังนี้

เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณอรรถพล ไตรสกุล สารวัตรกำนัน ตำบลโคกตูมและพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนหมายเลข ๓๐๑๗ ในช่วงของหลักกิโลเมตร ที่ ๑๕ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑๖ จะเปึนช่วงของบริเวณซอย ๒ ถึงบริเวณซอย ๓ และ อีกช่วงหนึ่งครับ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๒๐+๓๐๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๑+๔๐๐ ช่วงโค้ง ถังแดงครับ บริเวณหน้าโรงงานสุรินทร์ ออมย่า ทั้ง ๒ จุดครับท่านประธาน ไม่มีไฟส่องสว่าง ทำให้ยามค่ำคืนบริเวณดังกล่าวนั้นมืดและเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชน ชาวบ้านจึงขอให้มีการติดตั้งไฟส่องสว่าง ผมจึงขอฝากปัญหานี้ผ่านท่านประธานไปยัง กรมทางหลวงด้วย

เรื่องต่อมา ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน บริเวณวัดสิริจันทร นิมิตวรวิหารหรือวัดเขาพระงาม เปึนปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากลิงครับ บริเวณ ดังกล่าวนั้นมีลิงอาศัยอยู่เปึนจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนโดยรอบ ทั้งบ้าน โรงเรียน และวัด ถูกลิงรื้อป้นป์ายทำลายข้าวของ ผมขอฝากปัญหานี้ผ่าน ท่านประธานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วย

เรื่องสุดท้าย ปัญหาการออก น.ค.๓ ให้เปึนโฉนดท่านประธาน เนื่องด้วยพื้นที่ อำเภอพัฒนานิคม พื้นที่ตำบลโคกตูมและพื้นที่ตำบลนิคมสร้างตนเองนั้นยังมีที่ดินที่เปึน น.ค.๓ ของชาวบ้านอยู่อีกหลายแปลงที่ยังไม่สามารถออกเปึนโฉนดได้ ทั้ง ๆ ที่ที่ดินแปลง ข้างเคียงนั้นออกโฉนดกันไปเปึนหลายแปลงแล้วท่านประธาน แต่ยังคงมีพื้นที่ที่ดินบางแปลง ที่ยังออกโฉนดไม่ได้ ผมจึงขอฝากปัญหานี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย กราบขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรัฐ คลังแสง เชิญครับ

นายรัฐ คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รัฐ คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม จากพรรคเพื่อไทย เขต ๖ อำเภอกันทรวิชัย อำเภอเชียงยืน และอำเภอชื่นชม ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ วันนี้มี ๓ ปัญหาหลัก ๆ

ปัญหาที่ ๑ ก็คือเรื่องการขอขยายเขตประปาส่วนภูมิภาค ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เนื่องจากปริมาณน้ำ แล้วก็คุณภาพน้ำนั้น ไม่สะอาดหลายพื้นที่ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม พื้นที่ที่ ๑ คือบ้านคำเกิ่ง ตำบลกุดปลาดุก อำเภอชื่นชม ซึ่งได้ยื่นเรื่องไปที่การประปาส่วนภูมิภาค อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น พื้นที่ที่ ๒ นั้นคือบ้านกระบาก บ้านเหล่าดอกไม้ ตำบลเหล่าดอกไม้ อำเภอชื่นชม ยื่นไปที่ ประปาส่วนภูมิภาค เขต ๖ จังหวัดขอนแก่น พื้นที่ที่ ๓ เปึนตำบลโพนทอง อำเภอเชียงยืน ยื่นไปที่ประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดมหาสารคาม พื้นที่ที่ ๔ เปึนบ้านหนองอีตื้อ ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย พื้นที่ที่ ๕ บ้านหนองอุ่ม ตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย พื้นที่ที่ ๖ เปึนบ้านเขื่อน ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย ซึ่งจริง ๆ แล้วเปึนพื้นที่ของท่าน สส. จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ และท่านก็เคยได้อภิปรายหารือกับสภาแห่งนี้ไปแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข ผมเลยขออนุญาตย้ำอีกครั้งหนึ่ง ก็ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคช่วยพิจารณาขยายเขต ให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำอุปโภคบริโภคด้วย

ปัญหาที่ ๒ เปึนเรื่องของการระบายน้ำถนนหลวงหมายเลข ๑๒ บริเวณ เทศบาลตำบลเชียงยืน ระหว่างกิโลเมตรที่ ๕๘๒-๕๘๕ ทั้ง ๒ ฝัืงถนน โดยช่วงที่ ๑ นั่นก็คือ เริ่มตั้งแต่ห้วยทรายขาวถึงโรงเรียนบ้านเชียงยืน ช่วงที่ ๒ บริเวณหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. ถึงหมวดการทางเชียงยืน โดยประสบปัญหาท่อระบายน้ำปัจจุบันมีขนาดเล็กทำให้ น้ำท่วมขังถนนไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน และประกอบกับบริเวณด้านข้างซึ่งเปึนร่องน้ำลึก ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่อพี่น้องประชาชน ก็ขอสนับสนุนงบประมาณจาก กรมทางหลวงช่วยวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ แล้วก็ฟุตบาท

ปัญหาที่ ๓ ปัญหาสุดท้าย คือเรื่องไฟส่องสว่างถนนหลวงหมายเลข ๒๒๖๘ ในพื้นที่อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างกิโลเมตร ๑๑-๑๘ ช่วงที่ ๑ โรงงาน แหอวนถึงบ้านหนองผักแว่น และช่วงที่ ๒ บ้านหนองผักแว่นถึงบ้านหนองหว้า อำเภอชื่นชม ขอให้กรมทางหลวงช่วยสนับสนุนงบประมาณเพื่อติดตั้งไฟส่องสว่างให้พี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล เชิญครับ

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องอยากจะปรึกษาหารือท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องที่ ๑ ปัญหาจุดลักลอบกลับรถเกาะกลางถนนเส้นถนนเศรษฐกิจเลยหน้า ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธินก่อนขึ้นสะพาน ในพื้นที่ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จะมีช่องว่างที่ทำให้มีการแอบกลับรถกันอยู่ตรงนี้เปึนประจำ แล้วก็มักจะเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งจนล่าสุดถึงขั้นเสียชีวิตก็มี จึงอยากฝากแขวงการทางสมุทรสาครให้เร่งแก้ไข ซ่อมแซมบริเวณดังกล่าวโดยด่วน

เรื่องที่ ๒ ปัญหาน้ำเน่าเสียบริเวณคลองแคราย ตำบลแคราย อำเภอกระทุ่มแบน ที่ท่านประธานเห็นอยู่นี่ไม่ใช่รุ้งกินน้ำที่ขึ้นในลำคลอง แต่นี่คือน้ำจากสารเคมีที่ถูกปล่อย ออกมาจากโรงงานที่ไร้สำนึกและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมส่วนรวม ปัญหานี้จะต้องถูก แก้ไขด้วยการบูรณาการจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายปกครอง ราชการส่วนท้องถิ่น สำนักงานอุตสาหกรรม กรมชลประทานที่จะต้องเคร่งครัดบังคับในการบังคับใช้กฎหมาย กับกลุ่มผู้กระทำความผิดนี้โดยด่วน ชาวบ้านอยู่กันอย่างทนทุกข์ทรมานมานานแล้ว

เรื่องที่ ๓ ปัญหาบริษัท Delivery ประกาศป่ดตัวลง ซึ่งจะป่ดตัวอย่างเปึน ทางการในสิ้นเดือนนี้ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ในการเคลียร์ประเด็นต่าง ๆ ที่เปึนข้อกังวลของ Rider ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเงินประกัน สินเชื่อคงค้าง หรือว่าการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟัา เพื่อนำมาประกอบอาชีพ ถือว่า Clear ประเด็นได้ดี แต่ทุกท่านเห็นไหมครับว่าการที่สถานะ ของ Rider ไม่ใช่แรงงานตามกฎหมาย พี่น้อง Rider จะไม่ได้รับเงินชดเชยใด ๆ เลย มันไม่เหมือนกับแรงงานกลุ่มอื่น ๆ ที่เมื่อถูกเลิกจ้างก็จะต้องได้รับเงินชดเชยจากนายจ้าง หรือได้เงินช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือได้เงินกรณีว่างงานจากประกันสังคม แต่นี่ไม่มีและไม่ได้เลย จึงอยากฝากไปยังกระทรวงแรงงานให้ช่วยติดตามปัญหาให้กับพี่น้อง Rider ด้วย ในระยะยาวพี่น้อง Rider และแรงงานอิสระกลุ่มอื่น ๆ ก็ยังรอการแก้ไขกฎหมาย ดี ๆ ที่จะตามทันสภาพสังคม แล้วก็รอความคุ้มครองพวกเขาอยู่ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชิญครับ

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย อำเภอเทิง อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๔ เรื่อง

เรื่องแรก คือเรื่องของไฟฟัาการเกษตร ซึ่งหลายหมู่บ้านหลายพื้นที่นั้นตอนนี้ ประชาชนขยายพื้นที่ทำกิน และขยายบ้านเรือนไปยังพื้นที่ทำการเกษตรก็ยังขาดไฟฟัา เพื่อที่จะทำการเกษตรในช่วงเวลากลางคืน แล้วก็การสูบน้ำเข้านาในพื้นที่ของเขาได้ เช่น บ้านป์าตึงงาม บ้านทุ่งสง่า ในเส้นทางหนองเอี่ย หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙ ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และที่บ้านห้วยไคร้ ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เช่นเดียวกัน รวมถึงพื้นที่ตำบลไม้ยา อำเภอพญาเม็งรายทั้งหมด

ในเรื่องที่ ๒ ไฟฟัาระหว่างเขตพื้นที่อำเภอเทิงกับอำเภอป์าแดด พื้นที่ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลแม่ลอยไปเชื่อมบ้านแม่พุง ตำบลป์าแดด อำเภอพาน ทางหลวงชนบท ชร. ๔๐๐๕ เรื่องนี้ผมเคยได้หารือท่านประธานมาครั้งหนึ่งแล้วก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการ

เรื่องที่ ๓ แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ลำน้ำอิงตื้นเขินไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำ ไว้ใช้ได้ ตั้งแต่บ้านน้ำแพร่ หมู่ที่ ๔ ตำบลยางฮอมไปจนถึงวังผาน้อย ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง ต้องทำการขุดลอกเร่งด่วนเลย รวมถึงอ่างเก็บน้ำตำบลตาดควัน หมู่ที่ ๖ อำเภอพญาเม็งรายก็ตื้นเขินเช่นเดียวกัน ทำให้น้ำไม่เพียงพอต่อการเกษตรและที่สำคัญที่สุด ก็คือน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ระบบประปานั่นเอง ตอนนี้มีการขุดเจาะบาดาล แต่ไม่มีถัง เก็บน้ำบ้านหงาว หมู่ที่ ๓ บ้านเม็งราย หมู่ที่ ๑๐ บ้านภูเขาแก้ว หมู่ที่ ๘ ตำบลเชียงเคี่ยน

และเรื่องสุดท้าย สอบถามไปยังกรมทางหลวง เรื่องถนน ๔ เลน สาย ๑๐๒๐ ตำบลเชียงเคี่ยน อำเภอเทิง ไปอำเภอเมืองเชียงราย เคยได้หารือหลายครั้งและท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านมนพรก็ได้รับทราบแล้ว ก็ขอถามไปยังกรมทางหลวงว่า ดำเนินการ ไปถึงไหนอย่างไรแล้ว ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอิทธิพล ชลธราศิริ เชิญครับ

นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคก้าวไกล ขอหารือ ท่านประธาน เรื่อง ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในเขตอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่นครับ ขอสไลด์ ขึ้นเลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

แล้วยังไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง หรือแก้ไขอยู่แต่ว่ายังไม่ถูกที่ตรงจุดจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร ๙ จุด ดังนี้

จุดที่ ๑ ถนนกสิกรทุ่งสร้าง แยกตลาดหนองไผ่ศิลา หน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรศิลา ตำบลศิลา หากฝนตกจุดนี้จะเปึนแอ่งน้ำไหลมารวมกัน ทำให้ท่วมขังรอการระบาย ระบายช้า

จุดที่ ๒ ต่อเนื่องจากจุดที่ ๑ เมื่อน้ำระบายจากจุดที่ ๑ แล้ว ก็จะไหลต่อมา จุดที่ ๒ อันนี้ก็เปึนน้ำท่วมขังรอการระบายซ้ำซากทุกป้ คือโครงการหมู่บ้านชิดชล หมู่ที่ ๑๕ ตำบลศิลา

จุดที่ ๓ ซอยจันทร์ดีบาง บ้านเกสร หมู่ ๑๕ ตำบลศิลา เนื่องจากซอยนี้ ไม่มีท่อระบายน้ำ ทราบว่าเทศบาลได้ดำเนินการประชาคมนำปัญหาเข้าบรรจุในแผน แต่ว่า ก็นานนับ ๒ ป้แล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข

จุดที่ ๔ ซอยหลังมอ ๕/๑ บ้านโนนม่วง หมู่ ๑๒ ตำบลศิลา น้ำท่วมขังท้าย ซอยซ้ำซากแบบนี้มากกว่า ๑๐ ป้ ท่อระบายน้ำไม่ได้ขุดลอกเสียที ฝนตกหนัก ตกเบาท่วม ท้ายซอยตลอด

จุดที่ ๕ จากถนนมะลิวัลย์เข้าหมู่บ้านหนองหลุบ หมู่ ๘ ตำบลแดงใหญ่ ทั้งซอยสุขใจ ซอยแสงธรรม ซอยมีสวัสดิ์ ๒-๓ ป้มานี้มีการถมที่ดินทำบ้านจัดสรร เปึนจำนวนมาก ทิศทางน้ำเปลี่ยน น้ำท่วมขังนานกว่าจะระบาย

จุดที่ ๖ หมู่บ้านลิขิตราฟัาใสและที่นาของพี่น้องประชาชนบ้านเปึด หมู่ ๑ ตำบลบ้านเปึด เนื่องจากมีการก่อสร้างบ้านจัดสรรแล้วก็ถมที่ดินขวางทางน้ำเดิมเช่นกันทำให้ พื้นที่ตรงนี้เปึนแอ่งรับน้ำไม่มีทางระบาย น้ำท่วมขังที่นากว่าร้อยไร่ แล้วก็เอ่อขึ้นท่วมหมู่บ้าน ลิขิตราฟัาใส

จุดที่ ๗ บ้านกอก ถนนบ้านกอก ถนน ม. ภาค เปึนเขตเชื่อม ๒ ตำบล ตำบลในเมือง แล้วก็ตำบลบ้านเปึด เปึนปัญหาเรื้อรังมายาวนาน ฝนตกทีไรถนนเส้นนี้ท่วม ทุกครั้ง ใช้เวลาในการรอการระบายนาน ประชาชนทำมาค้าขายและสัญจรได้รับความ เดือดร้อนอย่างมาก

จุดที่ ๘ หมู่บ้านวังทรัพย์สิน ร.๘ ทั้งหมู่ ๒๐ ตำบลบ้านเปึด มีการถมที่ดิน โดยรอบ ทำให้เมื่อฝนตกน้ำไหลลงมารวมกันในหมู่บ้านแห่งนี้ แล้วก็เกิดน้ำท่วมขัง

จุดที่ ๙ ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๑๓๑ ถนนเหล่านาดี ช่วง CJ More ถึงหน้าหมู่บ้านภาภิรมย์พาร์ควิลล์ ตำบลบ้านเปึด ถนนเส้นนี้เกิดน้ำท่วมขังทุกครั้งที่มีฝนตก

ทั้ง ๙ จุดที่ผมกล่าวมาเปึนปัญหาเรื้อรังที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังจาก ท้องถิ่น ไม่ว่าจะจากสาเหตุอะไรถึงใช้เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้ จึงเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายอำเภอเมืองขอนแก่น แล้วก็องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุกเทศบาลที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนด้วย ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านปารมี ไวจงเจริญ

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉัน ขออนุญาตหารือท่านประธาน ถึง ๒ กระทรวง คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลโรงเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากกรณีนักเรียนในจังหวัดตรังเสียชีวิตจากไฟดูดที่ตู้กดน้ำ ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าสะเทือนใจมาก เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้วในป้ พ.ศ. นี้ แต่กลับเกิดขึ้นบ่อย ๆ ดิฉันขอหารือไปยัง ทั้ง ๒ กระทรวง ให้เร่งตรวจสอบระบบสายไฟของโรงเรียนในสังกัดตนเองโดยเร่งด่วน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

จากภาพในสไลด์ท่านประธาน จะเห็นว่านี่เปึนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ ช่างเอาตะปูตอกลงไปกลางสายไฟ ไม่น่าเชื่อว่านี่เปึนสายไฟในโรงเรียน ซึ่งควรเปึนสถานที่ปลอดภัยของนักเรียน พ่อแม่ ส่งลูกหลานมาโรงเรียนตอนเช้า แต่ตอนเย็นต้องรับศพลูกหลานกลับไป เปึนเรื่องน่าสะเทือน ใจมาก ขอให้ทั้ง ๒ กระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย เร่งตรวจสอบ ระบบไฟฟัาทุกจุดในทุกโรงเรียนในสังกัดของท่าน เพราะว่าสายไฟฟัาชำรุดเก่าแก่ผุพัง เปึนอย่างมาก

อีกประเด็นหนึ่ง คือตู้กดน้ำสแตนเลส ตู้กดน้ำประเภทนี้หลายโรงเรียนไม่ได้ มาตรฐานสกปรกข้างในไม่เคยทำความสะอาดเลย มีตะกอน ขี้ฝุ์นผงที่สกปรกมาก บางโรงเรียนไม่มีเครื่องกรองน้ำแต่ต่อจากท่อประปาเลยด้วยซ้ำ ขอให้ทั้ง ๒ กระทรวงเร่ง

อีกประการหนึ่ง ดิฉันขอหารือเปึนอย่างยิ่งไปถึงกระทรวงศึกษาธิการให้เร่ง ปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่หลายวิชามันใช้ประโยชน์ในโลกปัจจุบันไม่ได้แล้ว แต่วิชาที่ควรเรียน คือวิชาการบริหารจัดการดูแลตัวเองและดูแลผู้อื่นในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างเหตุการณ์ ในกรณีนี้เมื่อนักเรียนคนนี้ในจังหวัดตรังเสียชีวิต ใช้เวลาในการจะเข้าไปช่วยเหลือ เปึนเวลานาน จึงขอให้ปรับหลักสูตรมาเรียนวิชาดูแลตนเองและดูแลผู้อื่นในสถานการณ์ ฉุกเฉินจะดีกว่า ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรินทร์ ปาลาเร่

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องความเดือดร้อน ของประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายป้ที่แล้ว จนบัดนี้ก็ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลเลย ทั้ง ๆ ที่องค์กรต่าง ๆ ได้ไปดูแลเปึนจำนวนมาก โดยเฉพาะองค์กรศาสนามีท่านจุฬาราชมนตรี ได้เดินทางไปเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เอาเงินจำนวน ๕ ล้านบาท ไปแจกให้ประชาชนทั้งพุทธและมุสลิม คนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็เดินทางกันไป แล้วหน่วยราชการต่าง ๆ รัฐบาลไม่มีการ Action ในเรื่องนี้ จนเกิดการ ประท้วงขึ้นมามีราษฎรได้รับผลกระทบประมาณ ๕,๐๐๐ คน บุกไปที่ศาลากลางจังหวัด เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เรียกร้องให้เยียวยาในเรื่องน้ำท่วมในครั้งนี้ ในรัฐบาลอื่นไม่ว่าในรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ ก็ดีเขาจะจัดตั้งโต๊ะรับบริจาค ตัวนายกรัฐมนตรีเอง ก็รับบริจาคเอารัฐมนตรีไปต่าง ๆ ในกรณีเช่นนี้ใช้งบกลางได้ เพราะเข้ากฎที่จะได้และ งบกลางก็มีอยู่แล้ว ก็เพียงแต่ว่านายกรัฐมนตรีสนใจเรื่องนี้หน่อย อย่าทำเปึน ๒ มาตรฐาน หลาย ๆ คนเขาก็เอ๊ะทำไมสมัยนายกรัฐมนตรีชาติชาย พายุเกย์ยังช่วย แต่ในกรณีของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ดูแลเลย ขอฝากไว้ด้วย ท่านดูในโทรทัศน์ ท่านจุฬาราชมนตรี ไปแจกด้วยตนเอง นี่ครับดูครับ ๕ ล้านบาท แต่รัฐบาลไม่ได้ไปดูแลเลยก็ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เชิญครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๕ นราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอ บาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะหารือ ท่านประธานในวันนี้เปึนประเด็นเดียวกันกับท่านสมาชิก พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ได้หารือกับท่านเมื่อสักครู่นะครับ เพราะว่าเปึนปัญหาความเดือดร้อนจริง ๆ ของพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับกรณีอุทกภัยที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๒๕-๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา สิ่งที่ต้องย้ำที่สุดก็คือประเด็นการไม่ได้รับความเปึนธรรมกับเงินเยียวยาน้ำท่วม ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง เงินทดรองราชการเกี่ยวกับช่วยเหลือภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ ประเด็นคืออย่างนี้ท่านประธาน หลังจากที่น้ำลดพี่น้องหลังจากที่หัวใจสลายกับ เหตุการณ์น้ำท่วมแล้ว ปรากฏว่าทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการโดยเฉพาะนราธิวาสในการ ตรวจสอบความเสียหายใจหายเลยท่านประธานครับ ปรากฏว่าหลายพันคนที่ตกสำรวจ ยังไม่ได้รับเงินเลย และอีกกลุ่มหนึ่งก็คือว่าได้รับแต่ไม่ได้รับความเปึนธรรมกับความรู้สึกกับ จำนวนเงินที่ควรจะได้แตกต่างกันอย่างมาก บางรายได้ถึง ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่บางราย ต่ำสุดเพียง ๑๐๐ บาทเท่านั้นครับท่านประธาน จึงมีการเรียกร้อง ครั้งที่ ๑ คณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนได้เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส หารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ชาวบ้านหลายพันคนมาพบยื่นหนังสือร้องเรียนขอความ เปึนธรรม ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาท่านประธานรัฐสภาได้เดินทาง ลงพื้นที่ก็ยังมีชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมเงินเยียวยาน้ำท่วมก็มาร้องกับประธานสภา อีกครั้งหนึ่ง ครั้งที่ ๒ สุดท้ายชาวบ้านทนไม่ไหวจริง ๆ รวมตัวกันเองเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ที่ผ่านมา ดังนั้นอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงนายกรัฐมนตรี ถึงกระทรวงมหาดไทยในฐานะดูแลกรมปัองกันบรรเทาสาธารณภัย และกระทรวงการคลัง รีบประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ นราธิวาสมีปัญหามากโดยด่วนท่านจะหาเงินงบกลางหรือเงินอื่น ๆ ก็รีบดำเนินการและทาง จังหวัดช่วยกรุณาชี้แจงทำเข้าใจความคืบหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนกับพี่น้องโดยด่วน ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลางและตำบลกะทู้ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ต มาปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ปัญหาอุทกภัยในจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันเริ่มเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้น ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการ แจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะมีฝนตกหนักหรือพายุ หากยังไม่คิดจะพัฒนาระบบ Cell Broadcast อย่างน้อยก็สามารถแจ้งทั้ง Line หรือ SMS ได้หรือสื่อ Social ต่าง ๆ รวมไปถึงเสียงตามสาย ในหมู่บ้านและชุมชนต่าง ๆ เพื่อปัองกันเหตุที่จะเกิดขึ้น และเมื่อเกิดเหตุให้หน่วยงานที่มี อุปกรณ์และเครื่องมือทันสมัยมากที่สุด คือ ปภ. หรือสำนักงานปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่งช่วยเหลือและสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ แก่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากติด ระเบียบราชการให้รีบแก้ไขระเบียบดังกล่าว เพื่อไม่ให้ปัญหาของพี่น้องประชาชนเปึนไป ด้วยความล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ และเมื่อเหตุสงบก็ต้องเร่งชดเชยเยียวยาอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยให้เน้นกับผู้เสียหายที่แท้จริง ฝากไปยัง กระทรวงมหาดไทยจริงจังกับปัญหานี้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ปัญหาลูกตาลหล่นใส่รถที่สัญจรไปมา และการตัดหญ้าบนเกาะ กลางถนนเทพกระษัตรี หรือทางหลวงหมายเลข ๔๐๒ ซึ่งเปึนถนนสายหลักของจังหวัดภูเก็ต ลูกตาลหล่นจนเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง รถยนต์และรถจักรยานยนต์เสียหายหลายคัน และเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดลูกตาลได้หล่นใส่หัวนักท่องเที่ยวจนเสียชีวิตมาแล้ว และการ ตัดหญ้าบนเกาะกลางถนนก็เช่นกัน ควรมีอุปกรณ์ปัองกันเศษหินไม่ให้ประเด็นใส่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์เพราะบางครั้งอาจหมายถึงชีวิต ฝากให้กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมไปถึงแนวทางการปัองกันแก้ไขไม่ให้มีเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นอีก

เรื่องสุดท้าย เรื่องนี้เคยหารือไปแล้วครับ แต่ทางกระทรวงคมนาคมได้ส่งเรื่อง ไปผิดหน่วยงาน คือขอจุด U-Turn บนถนน ๔๐๒๗ หน้า รพ.สต. บ้านพารา เปึนของ กรมทางหลวงนะครับไม่ใช่ของกรมทางหลวงชนบท ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภราดร ปริศนานันทกุล เชิญครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขออนุญาต หารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่อง

เรื่องแรก ขอหารือไปทางกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่องเขื่อนปัองกันตลิ่ง ที่พังชำรุดเสียหายจากน้ำท่วมหลายป้ที่ผ่านมา ผมเองได้หารือกับทางสภาแห่งนี้ ๒-๓ ครั้ง ได้รับร้องเรียนจากทางผู้ใหญ่วัชรพงษ์ที่หมู่ที่ ๗ ตำบลโพสะ ที่เขื่อนปัองกันตลิ่งบริเวณแม่น้ำ เจ้าพระยาได้รับความเสียหาย แล้วก็ฝากให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองไปรีบดำเนินการ ซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ

เรื่องที่ ๒ เรื่องขอขยายสายทางของรถ บขส. เรื่องนี้ผมเองพร้อมทั้งท่าน สส. กรวีร์ได้หารือผ่านทางสภาแห่งนี้หลายครั้งเช่นเดียวกัน แต่ว่าก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ รวมถึงได้มีการเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาหารือที่กรรมาธิการหลายครั้งเช่นเดียวกัน แต่ว่าก็ยังไม่เดินหน้า นั่นคือการขยายสายทางรถ บขส. จากเขตอำเภอเมืองตัวเมืองจังหวัด อ่างทองให้ขยายไปครอบคลุมถึงอำเภอโพธิ์ทองและอำเภอแสวงหา เรื่องนี้ติดตามกันมา หลายป้แล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเสียที เนื่องจากว่ามีผู้ร้องซึ่งเปึนผู้ประกอบการ สายอื่นซึ่งเส้นทางกัน ก็ต้องสอบถามไปทาง บขส. ว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น เล็กกว่าความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเช่นนั้นหรือจึงไม่สามารถที่จะขยายสายทางได้

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย เรื่องการก่อสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนวัดสี่ร้อย อาคารเรียนโรงเรียนวัดสี่ร้อยนี้ได้รับการรื้อถอนไปเมื่อหลายเดือนก่อน แล้วก็ได้ตั้ง งบประมาณของบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการ จาก สพฐ. เพื่อที่จะสร้างอาคารใหม่ ก็ฝากทางกระทรวงศึกษาธิการช่วยเร่งรัดติดตามจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะมาก่อสร้าง อาคารเรียนให้แล้วเสร็จ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสได้เรียนอย่างพร้อมเพรียงด้วย ขอบพระคุณ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิริน สงวนสิน เชิญครับ

นายสิริน สงวนสิน กรุงเทพมหานคร

ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สิริน สงวนสิน ผู้แทนราษฎรคนกรุงเทพมหานคร เขตตลิ่งชันและเขตทวีวัฒนา พรรคก้าวไกล

วันนี้ปัญหาเรื่องแรก ที่ผมอยากจะมาขอความช่วยเหลือจากท่านประธาน ก็คือ ทางเข้าออกของชุมชนที่อยู่ติดกับทางรถไฟนะครับ เพราะว่าชุมชนที่อยู่ติดกับทางรถไฟ ก็จะมีรางกั้น ระหว่างทางออกกับถนน เพราะฉะนั้นทุกทางออกจะมีปัญหาในการ เคลื่อนย้ายผู้ป์วยไม่ว่าจะเปึนในยามฉุกเฉิน ลองคิดดูนะครับว่าถ้าเรามีผู้ป์วยเกิด เส้นเลือดตีบในสมองจะต้องเข็นรถเข็นออกมาเจอทางออกขรุขระ พื้นต่างระดับอย่างนี้ จะเข็นออกมาอย่างไร อยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยดำเนินการขอทำทางออกให้ดีกว่านี้ ถ้าเปึนไปได้ถ้าทำเปึนอุโมงค์ออกจะดีมากนะครับ ลอดใต้รางรถไฟทั้ง ๓ ราง

แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง อันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับ ทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยเขาแจ้งมาว่าชุมชนไหนที่มีทางออกมากกว่า ๑ ทาง ต้องเช่าทางออกในการ เข้าออกชุมชนป้ละ ๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานทราบไหมครับว่ากรุงเทพมหานครเรามี งบประมาณให้ชุมชนเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ๑๒ เดือน มีงบประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาท ถ้าต้อง มาเสีย ๕๐,๐๐๐ บาท ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยเปึนค่าผ่านทางชุมชนก็คงไม่เหลือเงิน ทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็เลยอยากจะฝากท่านประธานไปถึงการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วยว่า ทำไมต้องมาเก็บเงินขนาด ๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อแค่จะเดินออกจากบ้านตัวเอง

เรื่องที่ ๒ ก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับไฟส่องสว่าง ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือการรถไฟแห่งประเทศไทยเหมือนเดิมนะครับ อันนี้คือภาพจาก ทางลงด่านยกระดับราชพฤกษ์ตรงยาวไปถึงหน้าศาลตลิ่งชันมืดทั้งเส้น ผมก็จะมี List อยู่ใน สไลด์ถัดไปว่ามีจุดไหนบ้าง ก็จะมีถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ที่ไฟดับเปึนหย่อม ๆ แล้วก็ถนน พรานนก-ถนนกาญจนาภิเษก ตั้งแต่หน้าตลาดดอกไม้ตรงยาวไปถึงสาย ๒ ไฟดับทั้งเส้น เมื่อสักครู่ผมลืมบอกชื่อชุมชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางออกจากชุมชนก็มีชุมชนวัดปุรณาวาส ชุมชนหลังทางรถไฟ ชุมชนเจ้าพ่อขุนคลองโพธิ์ แล้วก็ชุมชนประตูน้ำฉิมพลี ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูนักเรียนจากสาธารณรัฐเกาหลี ที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรและนักเรียนด้านการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมกับ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม จำนวน ๗ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ ล่ามช่วยแปลด้วย ต่อไปนะครับท่านประภาพร ทองปากน้ำ เชิญครับ

นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอสไลด์ด้วย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

วันนี้มีเรื่องขอปรึกษาหารือกับ ท่านประธานผ่านไปยัง ๒ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่ ๑ กรมทางหลวงกระทรวง คมนาคม ในเรื่องการติดตามซ่อมแซมสะพานบ้านไร่ หมู่ที่ ๗ บริเวณถนนหมายเลข ๑๐๕๖ ช่วงกิโลเมตร ๑๓ ตอนศรีสำโรง-ดอนโก ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง เนื่องจากสะพาน ขวางทางน้ำและคอสะพานชำรุดเนื่องจากน้ำท่วมทุกป้ ทางแขวงการทางได้ทำการขอจัดสรร งบประมาณไว้เนิ่นนานแล้ว แต่ทางกรมก็ยังไม่ได้รับการจัดสรรให้แต่อย่างใด

ในส่วนเรื่องที่ ๒ ขอขยายช่องจราจรแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนถนนหมายเลข ๑๐๕๖ บริเวณกิโลเมตรที่ ๒๒ หน้าโรงเรียนสันติสุข อำเภอศรีสำโรง เนื่องจากมีนักเรียน และผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ใช้รถใช้ถนนประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะไม่มีไฟจราจรและ ช่องถนนแคบ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพ่อแม่พี่น้องทุกคน หน่วยงานที่ ๒ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เรื่องที่ ๑ ขอให้ทางกรมเร่งแก้ไขปัญหาตลิ่ง ทรุดและดินสไลด์บริเวณแม่น้ำยม ในหมู่ที่ ๖ ตำบลท่าทองและหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๖ ตำบล คลองกระจง อำเภอสวรรคโลก ในส่วนที่ ๒ ขอให้เร่งสำรวจและแก้ไขปัญหาตลิ่งทรุด ดินสไลด์บริเวณแม่น้ำแม่มอกในเขตเทศบาลทุ่งเสลี่ยม และตลิ่งบริเวณตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เนื่องจากในพื้นที่ที่ดิฉันกล่าวมา ประชาชนประสบปัญหากับ ตลิ่งทรุดตัวเปึนวงกว้างและได้รับผลกระทบมาเนิ่นนานแล้วค่ะท่านประธาน บางจุดดิฉัน เข้าไปดูเข้าใกล้บ้านเรือนของพ่อแม่พี่น้องห่างกันเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ดิฉันเชื่อว่าหากมีฝนตก หรือว่ามีน้ำท่วมในป้นี้อาจส่งผลให้น้ำพัดพาบ้านเรือนพ่อแม่พี่น้องจมหายไปไหนกระแสน้ำได้ ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรพันธ์ ไวยากรณ์ เชิญครับ

นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวอำเภอเมืองนนทบุรี ๒ เรื่อง

เรื่องแรก เปึนเรื่องพื้นที่บ่อขยะและที่ทิ้งขยะในชุมชนประชานิเวศน์ ๓ ซึ่งบ่อ พักขยะนี้นะครับท่านประธาน เดี๋ยวขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ห่างจากชุมชนใหม่ ๑๐๐ เมตร ติดกับ โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ซึ่งในตอนแรกทางเทศบาลนครนนทบุรีเองก็ได้รับปากกับทาง ชุมชนว่า จะเปึนบ่อพักขยะชั่วคราวและจะมีขนย้ายขยะออกทุกวัน แต่ในความเปึนจริง มันไม่ได้เปึนอย่างนั้นครับท่านประธาน ขยะบางทีถูกกองไว้ ๑ สัปดาห์หรือ ๒ สัปดาห์กว่าจะ เคลื่อนย้าย แล้วบ่อพักขยะชั่วคราวทิศทางเทศบาลแจ้งนี้ ตอนนี้อยู่กับชุมชนมามากกว่า ๕ ป้ แล้วนะครับ ผมเองก็เคยได้ทำหนังสือสอบถามกับทางเทศบาลนครนนทบุรี ตอนนั้นสมัยยัง เปึนภาคประชาชนในปลายป้ ๒๕๖๕ ก็ได้รับคำตอบว่ากำลัง Bidding หาเอกชนในการ บริหารจัดการ ตอนนี้ป้อะไรละครับท่านประธานป้ ๒๕๖๗ แล้ว ผมไม่ทราบว่าระยะเวลา ๒ ป้ ท่านทำการ Bidding หาเอกชนในการบริหารจัดการเรื่องขยะไปถึงไหนแล้ว น่าแปลกใจนะครับ ท่านประธาน เพราะว่าเทศบาลนครนนทบุรีปัญหาเรื่องขยะนี้ถือว่าถูกร้องเรียนเปึนอันดับ ๑ เลย ในเทศบาลนครนนทบุรี งบประมาณป้ละ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เงินสะสมและเงินฝากธนาคาร มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาและจัดการปัญหาขยะในพื้นที่เทศบาล นครนนทบุรีได้ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกเทศบาลนครนนทบุรีให้ช่วยจัดการ แก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วนประชาชนเดือดร้อนมานานแล้ว

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องเกี่ยวกับสุนัขและแมวจรจัดในจังหวัดนนทบุรี ตอนนี้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากหลายเท่าตัวเลยนะครับ สุนัขและแมวจรจัดนี้ก็ไม่มีศูนย์พักพิงอย่างที่ เปึนการถาวรนะครับ ผมเคยได้สอบถามกับทางนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ก็ได้รับคำตอบว่ายังหาที่ที่เหมาะสมไม่ได้ ผมก็ไม่เข้าใจ สถานที่ในจังหวัดนนทบุรีก็ยังมีที่ อีกมากมายที่สามารถที่จะจัดสรรเรื่องนี้ได้ ตอนนี้ก็ต้องพึ่งเอกชนกับทั้งวัด ตอนนี้ก็มีของทาง วัดสวนแก้วของพระอาจารย์พยอมได้ทำศูนย์พักพิงสุนัขและแมวจรจัดรองรับกว่า ๕๐๐ ตัว ตกลงนี่เราจะให้เอกชนและวัดรับผิดชอบเรื่องพวกนี้ใช่ไหมครับท่านประธาน จึงเรียน ท่านประธานผ่านไปยังนายก อบจ. จังหวัดนนทบุรี ในเรื่องของการทำศูนย์พักพิงสุนัข และแมวจรจัดให้เกิดขึ้นในจังหวัดนนทบุรีได้เสียที ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอำนาจ วิลาวัลย์ เชิญครับ

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ห้องโสตขอภาพด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ตามภาพที่เห็นเปึนแม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงพี่น้องชาวจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทราตามภาพที่เห็น เต็มไปด้วยผักตบชวาที่ไหลล้นทะลักมาจากคลองต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำระยะทางหลายสิบ กิโลเมตร ถึงเวลาหรือยังครับที่ทางรัฐบาลจะให้ความจริงจังและความสำคัญกับการแก้ไข ปัญหาการกำจัดผักตบชวา ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ท่านประธานครับ เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องของผักตบชวาอยู่หลายหน่วยงาน มีทั้ง กรมชลประทาน มีกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า สทนช. และมีงบประมาณมากมาย แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องผักตบชวาได้อย่างเปึนรูปธรรม ท่านประธานครับ ความจริง ในการแก้ปัญหาการกำจัดผักตบชวามีอยู่หลายวิธี การแปรรูปผักตบชวา การสร้างมูลค่า ก็เปึนอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ การแปรรูปจากวัชพืชให้เปึนสินค้า เส้นใยของผักตบชวาสามารถ นำไปทำเปึนกระเปิา เปึนตะกร้า นำไปจักสานเปึน Furniture เปึนโต๊ะ ตู้ เตียง หรือนำไป ทำเปึนเสื้อผ้า นำไปทำเปึนเชื้อเพลิง หรือนำไปทำเปึนถ่านอัดแท่ง นำไปทำเปึนอาหารสัตว์ เลี้ยงหมูเลี้ยงวัว หรือเลี้ยงปลา และที่สำคัญที่สุดในผักตบชวาเปึนแหล่งของไนโตรเจน และสารอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถใช้บำรุงดินได้ดี จึงเหมาะที่จะไปทำเปึนปุิยชีวภาพหรือ ปุิยอัดเม็ด ถ้าทางรัฐบาลจะสนับสนุนส่งเสริมให้กับ อบต. หรือชุมชนนำผักตบชวาขึ้นมา แปรรูปเปึนปุิยอัดเม็ด แล้วก็ทางกระทรวงพาณิชย์ก็รับซื้อนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกร ได้ทดลองใช้แทนโครงการปุิยคนละครึ่งของกระทรวงพาณิชย์ก็น่าจะเปึนประโยชน์กับ เกษตรกร และยังเปึนการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ และสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิต ให้กับเกษตรกร เพราะในป้ ๒๕๖๗ และป้ ๒๕๖๘ เงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๐ ไร่ ทางรัฐบาลก็ได้ตัดงบนี้ออก ก็เลยอยากฝากทางท่านประธาน ฝากไปถึง รัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยส่งเสริมเรื่องการกำจัดผักตบชวา เพราะไม่ใช่เฉพาะ จังหวัดปราจีนบุรีนะครับ เปึนทั้งประเทศครับไม่ว่าจะเปึนอ่างทอง ศรีสะเกษ พิษณุโลก และอื่น ๆ อีกมากมายที่เข้าไปร้องเรียนในคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ เชิญครับ

นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ตาก

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๒ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ แม่สอดจังหวัดตากบ้านผมเปึนเศรษฐกิจพิเศษ มีการค้าชายแดนป้ละเปึนแสนล้านบาท ผู้คนมากหน้าหลายตาเข้าออกแม่สอด ทั้งไปเที่ยว ลงทุน ไปค้าขาย ป้นี้ท่านรัฐมนตรี หลายท่านก็เดินทางไปเยอะเลย เมื่อป้ ๒๕๖๕ สนามบินแม่สอดขยาย Runway เสร็จ เพื่อรองรับเครื่องใหญ่ เพื่อราคาตั๋วที่ถูกลง ก็ฟังเหมือนจะดูดี แต่ปัญหาคือมีสายการบินเดียว ราคาตอนนี้จะกดล่วงหน้าไปกี่วันกี่เดือนก็ตาม ก็ไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท บาง Flight สูงถึง ๗,๐๐๐ บาท เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-แม่สอด ราคาหมื่นกว่าบาท พอกับค่าทัวร์ดี ๆ ไปต่างประเทศเลยนะครับ บางทีจองตั๋วดูเวลานัดภารกิจเอาไว้ก็ Flight เลื่อน Delay ยกเลิก Flight ดื้อ ๆ เกิดขึ้นบ่อย จนมันชื่อ มันไม่ชินนะครับ แต่มันเดินหน้าชา ในฐานะผู้แทนราษฎรได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ประชาชนมาแบบนี้ ผมก็อึดอัดใจครับ ผมพยายามแก้ปัญหานี้หลายครั้ง เอากรรมาธิการลง พื้นที่แม่สอด เรียกผู้บริหารของสายการบินนี้มาหาทางออกร่วมกัน เชิญมากรรมาธิการที่สภา ๓-๔ ครั้ง ก็รับฟังแต่ปัญหาของท่านมากมาย ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ล่าสุดออกโปรเด็ด ๗๗๗ ทั่วประเทศ วงเล็บเล็ก ๆ (ยกเว้นแม่สอด) อีกแล้วครับ ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาราคาตั๋วเครื่องบินแม่สอดสักที ผมเรียกประชุมจนเขาก็เบื่อขี้หน้าผม ผมก็เบื่อเขา เหมือนกัน ถ้าท่านบริหารจัดการปัญหาของท่านไม่ได้ ท่านก็ถอยออกมาสักก้าวหนึ่ง ให้บริษัทอื่นที่เขาทำได้ลองมาทำดูครับ ท่านลด โปรแหลกแจกหั่นราคากับเมืองหลัก แล้วมา เอาเปรียบเมืองรอง คนแม่สอดอย่างผมในฐานะผู้แทนราษฎรรู้สึกว่าการเอาเปรียบแบบนี้ ควรหมดสักที ฝากรัฐมนตรีคมนาคมช่วยแก้ปัญหานี้ด้วย ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ เชิญครับ

นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สมาชิกสภาผู้ราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ผมมี เรื่องหารือต่อท่านประธานสภาดังนี้

เรื่องแรก ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคของพี่น้องในพื้นที่ตำบลสินปุน ซึ่งผม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่าน สจ. ทรงศักดิ์ คล้ายบุตร และท่านนายก อบต. สินปุน ท่านไพรัตน์ ทองจิตต์ เปึนเรื่องที่น่าแปลกใจมาก พื้นที่ที่มีอ่างเก็บน้ำที่รองรับน้ำได้ถึง ๑๖ ล้านคิวจากอ่างเก็บน้ำบางกำปรัด แต่พื้นที่ใกล้เคียง ทั้งหมู่ ๑ หมู่ ๘ ตำบลสินปุน กว่า ๔๘๕ ครัวเรือน กลับไม่มีน้ำใช้อุปโภค เนื่องจากระบบส่งน้ำที่ส่งไปยังพี่น้องประชาชน ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้พี่น้องได้รับความเดือดร้อนเปึนอย่างมาก จึงขอฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจและแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก สจ. สิทธิศักดิ์ เวชกุล และผู้ใหญ่บ้าน อุเทน คำสุข ของโครงการก่อสร้างระบบส่งแหล่งน้ำห้วยโศก หมู่ ๒ ตำบลเขาพนม สนับสนุน พื้นที่ ส.ป.ก. ที่ดำเนินการไปตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ โดยมีกรมทรัพยากรน้ำเปึนผู้ว่าจ้าง แต่ผ่านมาแล้ว กว่า ๓ ป้ท่อส่งน้ำเส้นนี้ยังไม่สามารถส่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ในระยะทาง ๔.๑ กิโลเมตรได้เลย เปึนผลให้พี่น้องที่รอใช้น้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน เปึนอย่างมากจากอดีตที่ท่อส่งน้ำเดิมสามารถใช้น้ำได้ แต่พอเปลี่ยนเปึนท่อใหม่กลับ ไม่มีน้ำใช้ จึงขอฝากท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ำเร่งตรวจสอบและดำเนินการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวด้วย

เรื่องสุดท้าย ปัญหาอุบัติเหตุบนถนนทางหลวงชนบทหมายเลข กบ. ๑๐๒๐ แยกทางหลวงหมายเลขที่ ๔ ถึงบ้านกอตง ช่วง กม. ๒๖ ถึง กม. ๒๙ ซึ่งผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากท่าน สจ. สุคนธ์ สวัสดิภิรมย์ ด้วยถนนช่วงดังกล่าวมีความคับแคบและคดเคี้ยว มีรถบรรทุกสินค้าการเกษตรขนาดใหญ่ใช้สัญจรจำนวนมาก อีกทั้งยังมีโรงเรียนและชุมชน อาศัยอยู่ริมเส้นทางดังกล่าวทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบทให้จัดสรรงบประมาณมาขยายถนนดังกล่าว ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชิญครับ

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จากพรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานในเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อน ทางการศึกษา จากการที่ผมลงพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองของผม ซึ่งมี ๓ โรงเรียนจาก ๓ ตำบล ซึ่งผมจะยกตัวอย่างให้ดู

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ที่แรก โรงเรียนบ้านห้วยแม่เลี่ยม ตำบลห้วยชมภู ในช่วงฤดูฝนพบว่าปัญหาทางขึ้นเปึนโคลนทำให้การสัญจรไปมาลำบากมาก และประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ต่อมาที่โรงเรียนบ้านปางริมกรณ์ ตำบลแม่กรณ์ ปัญหาด้าน สาธารณูปโภคสาธารณูปการในโรงเรียน แน่นอนที่สุดครับ ความสำคัญของการศึกษาคือการให้ความรู้ การฝ๊กฝนทักษะให้กับนักเรียน แต่น้ำประปาที่ใช้ในโรงเรียนยังไม่มีคุณภาพ ระบบกรองน้ำยังเปึนแบบโบราณอยู่เลย ท่านประธาน รวมถึงห้องน้ำที่ไม่ถูกสุขลักษณะและไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข เพราะมี ข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ แล้วน้อง ๆ นักเรียนจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นไหมครับ

และที่สุดท้าย โรงเรียนผาขวางวิทยา ห้องเรียนบ้านลอบือ ตำบลแม่ยาว มีครูสมพร ครูชายผู้เสียสละ ครูปอแก้ว ครูหญิงผู้แข็งแกร่ง เปึนนักสู้แห่งขุนเขาลอบือ คุณครู ทั้ง ๒ ท่านกว่าจะขึ้นไปสอนนักเรียนบนดอยได้ ต้องผ่านถนนโคลนอันตรายเสี่ยงชีวิตเพื่อไป สอนนักเรียนบนดอยสูงด้วยใจของความเปึนครู ผู้ปกครองก็เช่นกันกว่าจะขึ้นไปส่งไปรับ นักเรียนลงมาได้ก็เปึนการใช้ทางที่ต้องระมัดระวังมาก ๆ วันนี้ผมก็เลยขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชายขอบ พื้นที่ชนบท มีงบประมาณที่ถูกจัดสรรมาใช้ในการศึกษาเท่านั้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะกระจายอำนาจ การจัดการศึกษาควรถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีงบประมาณในการ จัดการศึกษาตามอำนาจหน้าที่

สุดท้ายนี้ ท่านประธาน กลุ่มเปราะบางทางการศึกษายังคงมีอยู่ต่อไป หากเราไม่แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาค แล้วอนาคตของชาติจะฝากไว้ ที่ใครได้ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสยาม เพ็งทอง เชิญครับ

นายสยาม เพ็งทอง บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพและ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สยาม เพ็งทอง ผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่จะขอหารือวันนี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ตำบลชัยพร อำเภอเมืองบึงกาฬทั้งตำบล ขอสไลด์นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

คือเรื่องของช้างป์าที่ภูวัวลงมาทำลายพืชผล ทางการเกษตร และทำลายบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนปัญหาสะสมมานานกว่า ๑๐ ป้แล้วครับ ไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปดูแล อีกทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็มีจำนวน ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วง ๒-๓ ป้มานี้ปัญหาหนักมากขึ้น เพราะช้างป์ามีจำนวน ที่เพิ่มมากขึ้น และจากข้อมูลที่ได้รับมาจากประชาชนในพื้นที่มีผู้ที่ได้รับความเสียหายกว่า ๓๐๐ ครัวเรือน น่าเห็นใจมากครับท่านประธาน หลายครอบครัวหาเลี้ยงชีพด้วยการเกษตร ปลูกปาล์ม ปลูกมัน ปลูกกล้วย ลงทุนเสียเงินไปหลายหมื่นบาท ช้างป์าลงมาทีเดียวทำลาย หายหมดเกลี้ยงครับท่านประธาน อีกทั้งเรื่องของบ้านเรือนที่ถูกช้างป์าทำลาย ผมได้มีโอกาส ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เห็นแล้วน่าตกใจครับท่านประธาน เพราะเปึนบ้านที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชน อยู่ติดถนน ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก และในส่วนของพี่น้องชาวสวนยางก็มีความกังวลใจ เพราะเวลาช้างป์าลงมาก็ไม่กล้าที่จะไปกรีดยางกลัวจะโดนทำร้าย เพราะเคยมีข่าวว่าช้างป์า ไปทำร้ายคนเสียชีวิตมาแล้วที่ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา ซึ่งเปึนพื้นที่ที่อยู่ติดกัน พี่น้อง ตำบลชัยพรจึงอยากให้ช่วยแก้ไขปัญหา ดังนี้ ๑. หาแนวทางปัองกันไม่ให้ช้างป์าลงมาทำลาย พืชผลทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน ๒. เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการ เฝัาระวังช้างป์าให้มากขึ้น และ ๓. ชดเชยและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป์า จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยแก้ไข ปัญหาดังกล่าวเพื่อพี่น้องตำบลชัยพรและจังหวัดบึงกาฬด้วย ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ เชิญครับ

นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสมุทรปราการ วันนี้ผมได้นำปัญหาในพื้นที่ ๓ เรื่องหลัก ๆ มาปรึกษาหารือกับท่านประธานเพื่อประสาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ปัญหาแรกคือ ปัญหาผักตบชวาล้นคลองทับนาง เขตพื้นที่ตำบลเทพารักษ์ ทำให้เปึนแหล่งสะสมของยุงและสัตว์เลื้อยคลานสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน รวมไปถึงทำให้คลองระบายน้ำได้อย่างไม่คล่องตัว เมื่อฝนตกก็จะเปึนหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ น้ำจากคลองทับนางระบายสู่คลองสำโรงได้ล่าช้า

ปัญหาต่อมา จุดกลับรถบริเวณถนนศรีนครินทร์ ใกล้เคียงห้าง Lotus ศรีนครินทร์ จุดกลับรถบริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้งครับร้ายแรงจนถึงขั้นมี ผู้เสียชีวิตจากจุดดังกล่าวแล้วหลายศพ ผมจึงขอเรียนไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบดูแล จุดกลับรถดังกล่าวมาพิจารณาอีกครั้งว่า สมควรป่ดจุดกลับรถดังกล่าวเพื่อลดอุบัติเหตุ หรือหากท่านยังยืนยันว่าจะเป่ดจุดกลับรถดังกล่าวก็ขอให้ท่านหาวิธีปัองกันที่ดีกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้อีกครับ

สุดท้ายครับ ผมขอตามอย่างต่อเนื่องครับ เรื่องการคืนพื้นที่ช่องทางจราจร ตลอดแนวรถไฟฟัาสายสีเหลืองถนนศรีนครินทร์ ต้องบอกว่าเรื่องนี้ผมตามมาตลอด อย่างต่อเนื่อง จากการพูดคุยสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งว่า จะคืนพื้นที่ภายใน เดือนสิงหาคม ๒๕๖๗ นี้ งานส่วนที่เหลือจะเปึนงานของประปาและไฟฟัา แต่การที่ผมได้ลง พื้นที่ไปสำรวจแล้วนั้น คาดว่าจะไม่เสร็จตามกำหนดที่ให้ไว้ จึงขอวิงวอนไปยังผู้ที่รับผิดชอบ ส่วนงานดังกล่าวเร่งดำเนินการให้เสร็จตรงตามกรอบระยะเวลาที่ท่านได้รับปากไว้กับตัวผม รวมถึงประชาชนด้วย โปรดเห็นใจประชาชนหาเช้ากินค่ำผู้สัญจรไปทำงานโดยใช้เส้นทาง ดังกล่าวเปึนหลัก คืนพื้นที่คืนความเปึนปกติของถนนเส้นศรีนครินทร์ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล เชิญครับ

นางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรด้วยความเคารพอย่างสูง ดิฉัน มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอหารือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลในวันนี้ ๒ เรื่อง คือ

๑. การได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่ผ่านมา จากการแก้ปัญหาร่วมกัน กับชุมชนท้องถิ่นและท้องที่ดังในภาพนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

อันนั้นเปึนภาพที่ตำบล ตำบลกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราชมีน้ำหลายล้านคิวที่อยู่ในอ่างกะทูน และอ่างดินแดง แต่ไม่ได้บริหารจัดการน้ำมาให้พี่น้องประชาชนได้ เนื่องจากขาดงบประมาณ ในการดำเนินการ ดิฉันจึงได้ร่วมกันกับท่านนายอำเภอพิปูน และท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องที่ท้องถิ่นระดมทุนกันตัดคันเขื่อนกะทูน แล้วใช้เครื่องดันน้ำเข้ามาในลำราง ซึ่งจะเปึน แก้มลิงดังที่ท่านเห็นภาพสุดท้ายเปึนน้ำเต็ม ทั้งหมดสามารถแก้ปัญหาให้ชาวสวนทุเรียนทั้ง ๒๐๐ ไร่ ๔๐ กว่าครัวเรือน สามารถรักษาต้นทุเรียนตั้งแต่ตอนออกดอกจนมาถึงในปัจจุบัน ได้ขายลูกทุเรียนเพื่อเปึนการดูแลเศรษฐกิจในพื้นที่ ดิฉันใช้วิธีนี้ไปทุกพื้นที่ในอำเภอนาบอน ช้างกลาง ฉวาง พิปูน ที่มีแหล่งน้ำลุ่มน้ำเยอะแยะมากมาย แต่ไม่ได้มีการบริหารจัดการส่ง ท่อน้ำ จึงขอให้ทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้โปรดอนุมัติงบประมาณไปช่วยเหลือโดยด่วน

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน คือการติดตามความคืบหน้าของคดีแก๊ง Call Center ที่ตำบลจันดี อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานคะ เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีการบุกจับแก๊ง Call Center ที่มาปักหลักเป่ดโรงแรมที่ตำบลจันดี อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งนั้นรวบรวมวันเดียวได้ ๓๐ ราย ต่อมาทั้งชาวจีนรายใหญ่ และคนหลอกคนไทย ชาวจีน รัสเซีย ญี่ปุ์น และผู้ร่วมขบวนการทั้งคนไทยต่างประเทศ รวบได้อีกถึง ๙๐ คน พร้อมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายนี่กลายเปึนฝันร้ายของชาว อำเภอฉวางและอำเภอช้างกลาง ท่านประธานคะ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ระดับประเทศและ ทั่วโลกที่เกิดข่าวฮือฮาครึกโครมขึ้นมา ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งว่า วันนี้เราดีใจที่ได้มี Hero อัศวินขี่ม้าขาวมาเพื่อปราบในแก๊ง Call Center นี้ได้ประกาศโดยท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ออกคำสั่งให้ตำรวจ Cyber จับหัวหน้าหน้าขบวนการมิจฉาชีพ โจร Online ใน ๓๐ วัน ชี้ปัญหาความมั่นคงต้องรีบดำเนินการ ไม่ต้องหวั่นนักการเมืองครอบงำให้ยึด ประชาชนเปึนที่ตั้ง บัดนี้เกินเวลากว่า ๖๐ วันแล้ว ดิฉันขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่งว่า วันนี้คดีนี้เงียบหายไปถึงไหนใน ๙ คนหลักที่เปึน เจ้าของบ้านในหลังนั้น ยังไม่มีปรากฏกายขึ้นมาสักคน แล้วก็ไม่ได้ปรากฏว่าหนีออก นอกประเทศ ดิฉันขอชื่นชมตำรวจ Cyber ที่ทำงานอย่างหนัก ขออย่าให้งานครั้งนี้เปึน มวยล้มต้มคนไทยนะคะ

และอีกเรื่องหนึ่ง ตกหล่นไป ขออนุญาตฝากมาจากตำรวจทางหลวง ซึ่งฝากมาว่ามีปัญหาเรื่องขาดน้ำมากในอำเภอเมือง ในตำบลท่าเรือ ขอให้เรียกร้อง ขอความช่วยเหลือจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งมั่นใจว่าทางจังหวัดตรังซึ่งมีฐานตั้งอยู่ ตรงนั้นได้มาช่วยเหลือ เนื่องจากท่านได้ของบประมาณจากภาครัฐไม่ได้ ก็ได้ลงทุนกันเอง นับแสนบาทหาน้ำใช้ไม่ได้ ต้องช่วยเหลือผู้ดูแลในแผ่นดิน โดยเฉพาะตำรวจทางหลวง ที่ท่าเรือ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพด้วยความเคารพค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ขอหารือท่านประธานนะครับ ด้วยได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ท่านสุจิตรา อุสิทธิ์ นายก องค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เห็นชอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เปึนสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพตามกลุ่มเปัาหมายคนไทย ทุกคน แต่ปัญหาเกิดขึ้น คณะอนุกรรมการประกาศแล้วมีข้อบังคับให้ใช้ในเรื่องของการจัดซื้อ จัดหา ปัญหาในเรื่องของการนำพามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนั้น ทำให้ต่างจังหวัด เปึนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยความลำบาก เพราะราคาและคุณภาพตามที่หลักประกันสุขภาพ ประกาศนั้นใช้ไม่ได้ ใช้ได้แค่ครั้งเดียว แล้วก็ปัสสาวะครั้งเดียวก็จบเลยท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้ปัญหาเขาคิดว่านายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต. ทั้งเทศบาล กินเงินของพี่น้องประชาชนในเรื่องของผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ก็ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดูแลและแก้ไขปัญหาให้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกำนันนพดล ชอบตรง ตำบลครน แล้วก็ท่านผู้ใหญ่ไชยยุทธ พรหมน้อย ท่านสนั่น สุป่นะ ในเรื่องของโครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ที่ผ่านมาจังหวัดชุมพร ผมเองได้หารือ แล้วก็ได้พูดในสภาแห่งนี้หลายครั้ง ในเรื่องของการ แก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในหมู่ที่ ๑ ตำบลครน มีการก่อสร้าง โดยเฉพาะก่อสร้างตั้งแต่ ป้ ๒๕๒๙ โดย รพช. เก่า ตอนนี้ต้องการที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขปัญหาชาวบ้าน เดือดร้อนไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ในโครงการที่ ๒ ก็เหมือนกันครับ เปึนโครงการในเรื่องของการ แก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่เดียวกัน มีทั้งหมดอยู่ ๓ โครงการ เพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ณ ปัจจุบันนี้การแก้ไขปัญหานั้นยังไม่มีการขับเคลื่อน ฝนตกก็ยังไม่มีน้ำ ผู้ใหญ่บ้านต้องใช้รถน้ำส่วนตัวบรรทุกน้ำแจกชาวบ้านอยู่ตลอดเวลา ก็ขอนำเรียนท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝากถึงรัฐบาลกำหนดในการแก้ไข ปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชน เปึนวาระแห่งชาติ เพื่อการแก้ไขปัญหานะครับ

เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องของอุโมงค์ลอดทางรถไฟรางคู่ ที่ตำบลนาชะอัง แต่พอ หน้าฝนเกิดขึ้น น้ำท่วมขัง ทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางโดยเฉพาะนักเรียนเดินทางลอด อุโมงค์แห่งนี้ด้วยความลำบาก ทำให้นักเรียนนั้นต้องย้ายที่เรียนกัน แล้วก็ย้ายโรงเรียน ทำให้ โรงเรียนนั้นขาดแคลนนักเรียนเปึนอย่างมาก ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ขอกราบขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม เชิญครับ

นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ผู้นำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศบาล นายก อบต. ชาวบ้านพี่น้องประชาชน ชาวตำบลหนองบัว บาน ตำบลหนองวัวซอ ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ว่าการสัญจร ไปมาได้รับผลกระทบจากถนนหนทาง ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลนำโดยท่าน นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่สร้างทางคู่ขนาน เส้น ทล. ๒๑๐ ให้พี่น้องประชาชน แล้วก็ขยายไหล่ทางเส้น ทล. ๒๓๑๕ เปึน ๔ เลน จากแยกไฟแดงตลาดหนองวัวซอไปสู่ที่ว่าการอำเภอหนองวัวซอ ท่านประธานครับ พี่น้องก็ยังเรียกร้องต้องการว่า ถนนเส้นนี้เปึนถนนเส้นที่เปึนยุทธศาสตร์ ของประเทศ เนื่องจากว่าจะต้องสัญจรไปมาผ่านหนองบัวลำภู จังหวัดเลย แล้วก็ขึ้นเหนือ ไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย บ้านท่านประธานนั่นละครับ ก็อยากให้สร้างทางคู่ขนาน ให้แล้วเสร็จไปจนถึง กม.ที่ ๒๕ ก็ฝากท่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึน ท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน น้ำคือชีวิต ท่านประธานทราบดีว่าน้ำมีความจำเปึน ในการอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชน ผมก็อยากให้ทางกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกรมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้มีน้ำใช้พอเพียง ไม่ว่าจะเปึนน้ำประปา บาดาล พลังงานแสงอาทิตย์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ช่วยให้พี่น้อง ประชาชนของเราไม่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค ฉะนั้นฝากไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ซึ่งเราก็ได้ยินเปึนประจำว่าไม่ว่าไฟฟัาที่เปึนพลังงานทดแทนมีความจำเปึน แล้วก็ช่วยประหยัด ลดค่าใช้จ่ายได้ ผมอยากให้ อบต. เทศบาลของเราได้รับการส่งเสริมจาก กระทรวงพลังงาน เพื่อที่จะให้มีค่าไฟจาก ๑๐๐,๐๐๐ บาท เปึน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน อันนี้ก็ถือว่าเปึนการลดค่าใช้จ่ายและทำให้พี่น้องประชาชนของเราได้รับอานิสงส์ในการ ประหยัดพลังงาน ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นประเทศไทย คนไทยมีจำนวนหนทางสัญจรไปมาสะดวกปลอดภัย มีน้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการในการ อุปโภคบริโภค มีไฟฟัาสว่างไสวใช้เงินน้อย และที่สำคัญผมหวังว่าประเทศไทยเราจะไปสู่ ยุคไฟสว่าง ทางดี มีน้ำใช้ในทุกภูมิภาค ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสมศักดิ์ บุญประชม ท่านสมศักดิ์มาไหมครับ ข้ามไปก่อน เชิญท่านฐิติมา ฉายแสง

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านประธาน ที่เคารพคะ วันนี้ดิฉันขอหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณถนน สาย ๓๐๔ สุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา ตามที่ สจ. วชิรกร จั่นจิตรเพชร และคุณอาคม จอมพงษ์ ได้ร้องเรียนมา ถนนนี้เปึนถนน ๘ เลนกว้างมาก โดยเฉพาะแยกหน้าตลาดสุวินทวงศ์ ซึ่งเปึนแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ทั้ง ๒ ฝัืง มีทั้งตลาดสด ตลาดนัด หมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง ห้องเช่า โรงงาน ธนาคาร วัด แต่จุดดังกล่าวมีสัญญาณไฟจราจรเพียงฝัืงเดียว คือรถยนต์ ที่วิ่งจากจังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าไปที่กรุงเทพมหานครมีตรงนั้น แต่รถยนต์ที่วิ่งจาก กรุงเทพมหานครมาที่ฉะเชิงเทรากลับไม่มีสัญญาณไฟจราจร ทำให้รถยนต์ใช้ความเร็วสูงมาก จุดนี้ทั้ง ๒ ฝัืงมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งค่ะท่านประธาน เพราะพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่มี ความจำเปึนต้องเดินข้ามถนน ไม่มีทางเลือก ก็ต้องอาศัยความเสี่ยงอันตรายทุกครั้งเลย ถนนกว้างมาก ขนาดฝัืงที่มีสัญญาณไฟจราจร ไฟเขียว ไฟแดงหน้าตลาดสุวินทวงศ์ ล่าสุด เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ ๓-๔ วันที่ผ่านมาก็เกิดอุบัติเหตุมีคนเสียชีวิตจากรถยนต์ชน ครั้งนี้ ๑ ราย ดิฉันขอวิดีโอด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพและเสียง)

นี่ละค่ะ ขณะเกิดเหตุนี้นะคะ อันนี้เปึน วิดีโอแล้วไม่มีสัญญาณไฟจราจรเลยท่านประธาน มันจะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินมาก ขนาดไหน ท่านประธานคะ ก่อนหน้านี้ดิฉันเองเคยตั้งกระทู้แยกเฉพาะเพื่อขอสะพานลอย คนข้ามตรงจุดดังกล่าวนี้ กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไปแล้ว ท่านได้ชี้แจง ว่าติดปัญหาไม่มีเจ้าของที่ยินยอมให้ก่อสร้างสะพานลอยหน้าที่ดิน หรือหน้าอาคารของ ตนเอง จึงไม่สามารถก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามได้ ดิฉันขอเสนออย่างนี้ค่ะ แนวทางการ แก้ไขปัญหาอีกทางคือติดตั้งสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ โดยให้คนกดปุ์มข้ามเอง หากไม่มีคน ประสงค์จะกดมันก็ไม่มีไฟจราจรขึ้นมาห้าม ทีนี้รถก็สามารถวิ่งได้ตลอดเลย แล้วก็ขอให้ทำ สัญญาณไฟกระพริบสีเหลืองล่วงหน้าเปึนระยะทาง ๑๐๐-๒๐๐ เมตรเลย เพื่อให้รถที่เตรียมตัว สามารถจะหยุดรถในจุดที่คนข้ามได้ ท่านประธานคะ ดิฉันขอฝากไปยังแขวงการทาง ฉะเชิงเทรา กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยพิจารณาดำเนินการโดยด่วนด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านกาญจน์ ตั้งปอง ครับ

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต นำปัญหามาหารือกับท่านประธานใน ๒ หัวข้อหลัก ๆ ดังนี้

เรื่องที่ ๑ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ นี่คือน้ำตกนกยูง สถานที่ ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอกันตัง ที่ตัวกระผมและนายอเนก ปรีชา นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลบ่อน้ำร้อน มีแนวคิดที่จะริเริ่มแล้วก็ผลักดันโครงการเพื่อให้เปึนแหล่งท่องเที่ยว ของจังหวัดตรังต่อไป เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้ามา ดื่มด่ำและสัมผัสกับธรรมชาติในสถานที่แห่งนี้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน คือทางเข้าระยะทางกว่า ๗ กิโลเมตร เปึนหลุมเปึนบ่อแถมยังเปึนถนนลูกรัง แล้วยังไม่มี ไฟฟัาส่องสว่างตลอดทั้งเส้นทาง จึงอยากเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งเข้ามาผลักดัน โครงการและดำเนินการพัฒนาถนนและสำรวจติดตั้งไฟฟัาส่องสว่าง เพื่ออำนวยความสะดวก แก่นักท่องเที่ยว และรวมไปถึงพ่อแม่พี่น้องที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ได้รับแจ้งจากนายทรงศักดิ์ อินสว่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังวน ถึงถนนสายทางกันตัง-วังวน แยกไปทางวังวนบ้านแหลม ระยะทางกว่า ๙ กิโลเมตร ถนนสายนี้เปึนถนนสายหลักที่เชื่อมพ่อแม่พี่น้องจาก ตำบลวังวน และตำบลบางเต้าเพื่อเข้าสู่ในตัวเมือง ระยะทางนี้ไม่ได้มีการพัฒนา ไม่ได้มี การขยายไหล่ทางหรือผิวการจราจร รวมถึงไม่มีไฟฟัาส่องสว่างมาเปึนเวลานานมากแล้ว ท่านประธาน ทำให้ถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุ และอุบัติเหตุทำให้เกิดการคร่าชีวิตของพ่อแม่ พี่น้องไปหลายรายแล้ว จึงอยากเรียนผ่านท่านประธานสภาผ่านไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้ามาขยาย สำรวจผิวการจราจร พร้อมทั้งติดตั้ง ไฟส่องสว่างเพื่อปัองกันอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ด้วยพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมร้องเรียน ขอให้ทหารหน่วยพัฒนาการ เคลื่อนที่ ๒๒ (นพค. ๒๒) กระทรวงกลาโหม ช่วยแก้ไขปัญหาเร่งด่วน

เรื่องที่ ๑ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายจตุรงค์ วงค์วันดี กำนันตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม และพี่น้องประชาชน ขอความอนุเคราะห์ขุดลอกหนองจอกพื้นที่ ๑๐๕ ไร่ เพื่อทำการเกษตร ๖๐๐ ไร่ เพราะหนองจอกตื้นเขินไม่ได้ขุดลอกมานานหลายป้ตามภาพ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนบ้านอ้วน หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๗ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๗ นายวุฒิชัย ศรีวรสาร ตำบลหาดแพง อำเภอศรีสงคราม ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ ขอให้หน่วยทหารพัฒนาขุดลอกหนองชาติ พื้นที่ ๕,๖๐๐ ตารางเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำ

เรื่องที่ ๓ จากพี่น้องประชาชนและนายณัฐกร ศรีวางใส ได้ทำเรื่องร้องเรียน มาขอความอนุเคราะห์ ขอให้ทหาร นพค. ๒๒ ช่วยก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จากบ้านดอนศาลาไปบ้านดอนสมอ ตำบลท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม ระยะทาง ๒,๗๐๐ เมตร ซึ่งปัจจุบันเปึนถนนลูกรัง ฝุ์นฟุังกระจายเปึนหลุมเปึนบ่อ ฤดูฝนเปึนโคลนตม เปึนเส้นทางที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจร และเพื่อขนส่งสินค้าการเกษตรเปึนจำนวนมาก ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ได้ขยันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนม เปึนครั้งที่ ๒ เพื่อติดตามและมอบนโยบายของรัฐบาล เรื่องการปราบปรามยาบ้าให้เข้มแข็งเด็ดขาด มากขึ้นในทุกหมู่บ้าน และได้บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดทุกคนอย่างเร่งด่วน และต่อมา ได้เร่งติดตามให้นำที่ดินของทหารอากาศที่อยู่ติดกับสนามบินนครพนมที่ไม่ได้ใช้งานอีก ๘,๐๐๐ กว่าไร่ ให้นำไปให้พี่น้องเกษตรกรได้นำไปใช้ทำการเกษตร พร้อมได้นำทหารพัฒนา เคลื่อนที่ขุดลอกหนองน้ำ ก่อสร้างถนน แก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้กับชาวจังหวัดนครพนม ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านทุกหน่วยงานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเปึนธรรม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานกับเรื่องเก่า ๆ แต่ว่าเรื่องเก่าเหล่านี้เปึนเรื่องที่จำเจ และจำเปึนต้องได้รับการบูรณาการการทำงานกันระหว่างหลายภาคส่วน เรื่องนี้คือเรื่อง เกี่ยวกับผลกระทบของขบวนการค้ามนุษย์กับธุรกิจจีนเทาและจีนสีดำ ท่านประธานครับ วันที่เราทราบดีว่าธุรกิจจีนสีเทา จีนสีดำ และขบวนการค้ามนุษย์นี้อยู่บริเวณรอบประเทศไทย เราหมดเลย ตั้งแต่ประเทศเมียนมา ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา เราเห็นดีครับ โดยเฉพาะ ประเทศเมียนมา ณ ปัจจุบันนี้เราเห็นครับว่าพื้นที่ตรงบริเวณชายแดนตั้งแต่ ๒,๔๑๖ กิโลเมตร ตอนนี้มีปัญหาอย่างมากมาย มีทั้งกองกำลังชาติพันธุ์กลุ่มต่าง ๆ มีกลุ่มต่อต้านที่อยู่ตรงนั้น ทำให้การดูแลการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนไม่สามารถที่จะทำได้อย่างสะดวก เพราะฉะนั้นในธุรกิจจีนสีเทา จีนสีดำเลยใช้ผลประโยชน์ตรงนั้นในการจัดทำเรื่อง Online กาสิโน เรื่อง Scammer เรื่องกาสิโนต่าง ๆ นานา ธุรกิจตัวนี้เกิดขึ้นอย่างมากมาย ทำให้เกิดผลกระทบการค้ามนุษย์ตามมา เราเห็นครับเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ปัญหาเรื่อง ชาวโมร็อกโกที่มีสถานเอกอัครราชทูต ท่านเอกอัครราชทูตโมร็อกโกได้ประสานผ่าน กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้บอกว่าช่วยเหลือคนของเขา ๒๑ คนที่ติดอยู่ที่ถูก ขบวนการค้ามนุษย์นี้ได้ทำร้าย ก็มีการช่วยเหลือต้องขอขอบคุณจริง ๆ หน่วยงานราชการ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท่าน พันตำรวจเอก บวรภพ สุนทรเลขา ท่านผู้กำกับที่ตรงนั้น คุณจิราพร คำพุฒ ท่านพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ของจังหวัดตาก ได้เข้าไปช่วยเหลือหน้างาน แต่ตอนนี้ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ National Referral Mechanism ได้มี การทำงานอย่างดีพอในตรงชายแดน แต่อยากจะให้ท่านได้ดูแลตรงนี้ต่อไป เพราะว่าจะเปึน สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเรานั้นมีกลไกต่าง ๆ ที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ท่านกุลวลี นพอมรบดี เชิญครับ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้มีประเด็นหารือท่านประธานทั้งหมด ๓ ประเด็น

ประเด็นแรก ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

สืบเนื่องจากว่าตอนนี้มีโครงการขยาย ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๒๙๑ เส้นหนองหอย ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมืองราชบุรี ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๐-๑๑ โดยประมาณ โดยขยายจาก ๒ เลน เปึน ๔ เลน ดำเนินการโดย แขวงทางหลวงราชบุรี พี่น้องมีความยินดีค่ะท่านเพราะว่าความเจริญมาสู่พื้นที่ แต่ในการนี้ ต้องขอฝากกรมทางหลวงในเรื่องของการออกแบบทุกโครงการทั่วประเทศ ในโครงการ ขยายถนน ขอให้มีระบบระบายน้ำให้กับชุมชนด้วย เพราะนอกเหนือจากระบายน้ำฝนแล้ว บางพื้นที่ยังมีน้ำเพื่อการเกษตรของพี่น้องชาวนา โดยจากการตรวจสอบนะคะ โครงการนี้ ไม่มีเนื้องานวางท่อระบายน้ำและบ่อพัก ทำให้ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม แก้ไขปัญหาโดยด่วน

ในข้อที่ ๒ ขอสไลด์ต่อไปด้วย หยุดไว้ก่อนนะคะ สืบเนื่องจากว่าดิฉันได้รับ การทวงถามจากพี่น้องหมู่ที่ ๒ ตำบลคูบัว อำเภอเมืองราชบุรี ถึงการที่การรถไฟที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่ร่วมกันในท้องที่ หมู่ที่ ๒ ตำบลคูบัว ขณะนั้นเองทางการรถไฟแจ้งว่า จะป่ดจุดข้ามจุดนี้ แล้วก็สไลด์ต่อเลยค่ะ แล้วก็ได้ตกลงว่าจะเป่ดจุดทางข้ามให้ใหม่ ห่างจากจุดเดิมประมาณ ๗๐ เมตร แต่ในขณะนี้ในป้ ๒๕๖๕ จนถึง ณ ขณะนี้ไม่มีการ ดำเนินการใด ๆ พื้นที่ก็ร้อนใจว่าจะดำเนินการทำให้หรือไม่ ก็ฝากทวงถามมา เมื่อวานนี้ก็ได้ มีการรับหนังสือจากทางพื้นที่ แล้วก็ส่งต่อไปที่จังหวัดด้วยเช่นกัน ก็ฝากในส่วนของการรถไฟ แห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคมได้ช่วยดำเนินการด้วย แล้วก็ในส่วนของการนี่นะคะ

ข้อ ๓ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี ถึงความขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรโดยที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่กับน้ำบาดาล เขต ๘ สำรวจพื้นที่เจาะบ่อบาดาล ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องด้วย เพราะว่า สำนักงานพื้นที่เขต ๘ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลหินกองเองท่านก็ไม่ดูแลไม่ใส่ใจ เจ้าของ สถานที่ก็ฝากดูแลด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ

เริ่มประชุมเวลา ๑๐.๓๖ นาําิกา

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๒ คน

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อมาประชุม ๓๐๑ ท่าน ครบองค์ประชุม แล้วผมขอเป่ดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา

๑. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม

ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เปึนผู้ตอบกระทู้ถามแทน และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ติดภารกิจราชการสำคัญหรือมอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ เปึนผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว เชิญท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เชิญครับ

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ พรรคก้าวไกล ก่อนที่ผมจะถาม คำถามข้อที่ ๑ ผมต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังพี่น้อง ประชาชนว่าวันนี้ผมตั้งใจถามกระทู้สดถึงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมก็หวังว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะมาตอบกระทู้ของผมด้วยตัวเอง เพราะท่านเปึนนายกรัฐมนตรีมาเกือบ ๑ ป้แล้ว แต่ท่าน ไม่เคยตอบกระทู้สดของ สส. พรรคก้าวไกลเลยแม้แต่กระทู้เดียว ท่านอ้างว่าติดภารกิจ ทุกครั้งที่มีกระทู้ของเรา ที่สำคัญเรื่องที่ผมจะถามเกี่ยวกับมติ ครม. เรื่องมาตรการช่วยบริษัท อสังหาริมทรัพย์ระบาย Stock และการให้ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมจาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ และขยายทรัพย์อิงสิทธิจาก ๓๐ ป้ เปึน ๙๙ ป้ ซึ่งเปึน ประเด็นร้อนที่สังคมกังวลมาก ๆ เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศไทยและคนไทยทุกคน ในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้า ครม. เปึนผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เปึนอดีต CEO บริษัทอสังหาริมทรัพย์ เคยขายคอนโดมิเนียมมาก่อน ยอดขายก็ดีเยี่ยม ต่างชาติก็ซื้อเยอะ ท่านน่าจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ท่านไม่มาตอบ ไม่เปึนไรครับ ผมขอถาม ท่านรัฐมนตรีชาดาแทนก็ได้ สำหรับคำถามข้อที่ ๑ นั้นเกี่ยวกับมติ ครม. ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน ป้ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่รองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี เสนอว่าตามที่ ครม. ได้มีมติ วันที่ ๙ เมษายน ป้ ๒๕๖๗ นั้น เรื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจใน ระดับมหภาค ตลอดจนดึงดูดนักลงทุนขนาดใหญ่ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยมีปัจจัย ต่าง ๆ ที่จะส่งเสริมการเข้ามาทำงานของต่างชาติที่มีศักยภาพ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย

๑. พิจารณาทบทวนการกำหนดระยะเวลาทรัพย์อิงสิทธิตาม พ.ร.บ. ทรัพย์อิงสิทธิ ป้ ๒๕๖๒ โดยกำหนดให้ทรัพย์อิงสิทธิ ไม่เกิน ๙๙ ป้ ซึ่งจากเดิมคือ ๓๐ ป้ และ

๒. พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิ คนต่างด้าวสามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดจากเดิม ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เปึนไม่เกิน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ได้ โดยหากมีความจำเปึนต้องตราหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายประการใด เพื่อรองรับการดำเนินการนี้ ขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็ว โดยให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และเสนอ ครม. โดยเร็ว สิ่งที่ผมอยากถามท่านรัฐมนตรี ให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ก็คือการที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เข้าประชุม แล้วให้รองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมนั่งหัวโต๊ะ ครม. ณ วันนั้น แทนเพราะอะไร หรือท่านกลัวท่านนายกรัฐมนตรีกลัวโดนครหาว่าท่านกำลังเอื้อผลประโยชน์ ให้กลุ่มทุนธุรกิจเดิมที่เคยเปึนอดีต CEO หรือไม่ ที่ผมถามเพราะผมเปึนห่วงความน่าเชื่อถือ และความบริสุทธิ์ของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ และในเมื่อ ครม. มีมติสั่งกระทรวงมหาดไทย ไปแก้กฎหมายระบุชัดเจนเลยว่าต้องแก้ พ.ร.บ. ทรัพย์อิงสิทธิจาก ๓๐ ป้ เปึน ๙๙ ป้ ต้องไป แก้พระราชบัญญัติอาคารชุดต่างด้าวถือจาก ๔๙ ป้ เปึน ๗๕ ป้ แปลว่า ครม. มีธงอยู่แล้วใช่ไหมครับว่าจะแก้กฎหมายนี้ นี่ไม่ใช่การศึกษานะครับ และหมายความว่า ครม. ต้องทราบว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นดี ไม่ดี เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม อย่างไร เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยอธิบายให้ประชาชนทราบอย่างเข้าใจง่าย ๆ ด้วยเลยว่า ปัจจุบันต่างชาติถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมทั้งประเทศแค่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ มีเพียงแค่บางโครงการเท่านั้นที่ถือชนเพดาน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่แล้วถือไม่ถึง เราจะแก้ จาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ทำไม ท่านเอาความเสี่ยงของประเทศไปแลก เพื่อจะช่วยบางโครงการขายโครงการได้มากขึ้นหรือไม่ และรู้ไหมครับว่าการถือกรรมสิทธิ์ คอนโดมิเนียมไม่เกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านรู้ไหมครับว่า ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เขานับกันแบบไหน และคำว่า ทรัพย์อิงสิทธิ ๙๙ ป้ ต่างกับการเช่า ๙๙ ป้ อย่างไร แล้วทำไมต้อง ๙๙ ป้ ขอให้ ท่านรัฐมนตรีอธิบายเพื่อพิสูจน์ว่าตัวท่านที่นั่งอยู่ใน ครม. มีความรู้เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือไม่ และท่านชี้แจงที่มาที่ไปของมติ ครม. นี้ นายกรัฐมนตรีหายไปไหน ใครเปึนต้นคิด ใครเอาเรื่องเข้า ครม. ทำไมต้องรีบร้อนอยากจะแก้กฎหมายโดยเร่งด่วนเช่นนี้ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรีคำถามแรกครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย เรียนอย่างนี้ว่าวันที่ ๑๘ ผมก็ไม่อยู่ ต้องบอกก่อน เดี๋ยวท่านไปดูว่า วันที่ ๑๘ ผมลาไปทำฮัจญ์ แต่กลับมาผมก็ศึกษาเรื่องนี้ เพราะว่ามติ ครม. มีผล อยู่หรือไม่อยู่ ถ้ามีปัญหาโดนเหมือนกันหมด ถือว่าเปึนมติ ครม. แล้ว จะลาหรือไม่ลาก็โอเคแล้ว ทีนี้ผม เรียนด้วยความเคารพ ผมก็ไม่ทราบว่าวันนั้นที่ท่านภูมิธรรม ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึน คนเสนอ แต่ที่ผมได้รับนโยบายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมา ก็คือว่าให้ไป ศึกษาผลได้ ผลเสีย ผลกระทบ เรียนด้วยความเคารพ กรณีทรัพย์อิงสิทธินั้นที่จะเปึน ๙๙ ป้ คือทรัพย์อิงสิทธิมันเหมือนท่านเปึนนักกฎหมาย ผมเองไม่ได้รู้มาก แต่พอเข้าใจ มันเปึนการ จัดการที่เจ้าของที่ไม่อยากจะขาย แล้วเปึนการจัดการแบบว่าเหมือนกับเข้าไปดำเนินการทำ หรือปรับปรุงอะไรก็ตามเรียนว่ากรณีกฎหมาย ๙๙ ป้ ผมว่าไม่ใช่เช่าเกาะฮ่องกงนะครับ แต่คราวนี้ปัญหาคือว่ามันต้องมาศึกษา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งมาให้ศึกษาผลได้ ผลเสีย ผมเรียนว่าเรื่องของการให้ต่างชาติเข้ามาครอบคลุม ในส่วนของต่างชาติที่จะเข้ามาเปึนแหล่ง เงินทุนที่จะมาทำธุรกิจหรือว่าเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายพวกนี้ในความเห็นผม มันตายตัวไม่ได้ มันตายตัวไม่ได้มันจะต้องมีการปรับปรุงและแก้ไข ในภาวะเศรษฐกิจ เปึนอย่างนี้เราก็อาจจะไม่ต้องการเงินทุนจากต่างชาติ แต่ในสภาพเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่ง เราก็ต้องการเงินทุนจากต่างชาติ ปัญหาคือว่าการที่เราจะให้ต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย เราก็ต้องดูว่า เปึนแหล่งเงินทุนของต่างชาติและไม่ได้มาครอบครองแล้วยึดไปหมด ไปทำใน สิ่งที่ไม่ถูกต้องเรียนว่าแล้วเราคนไทยเราก็กลัวกับกฎหมายแบบนี้ เรากลัวว่าคนต่างชาติ เข้ามาครอบงำประเทศไทยเรา จะมาเปึนเจ้าของที่ดินจำนวนมากมาย แต่ในสภาวะหนึ่งเราก็ ต้องยอมรับว่า ถ้าเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจเราก็ต้องปรับปรุงเรื่องข้อกฎหมาย แต่เรื่องนี้ เรียนว่าท่านให้ศึกษา ไม่ได้ให้ทำเลย ให้ศึกษาผลได้ ผลเสีย ผลกระทบบวกอย่างไร ลบอย่างไร ตอนนี้กรมที่ดินก็กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ เรียนด้วยความเคารพ ผมเองเข้าใจ ว่าที่ทางท่าน สส. ท่านผู้มีเกียรติที่ได้ตั้งกระทู้ถามวันนี้ด้วยความเปึนห่วงเปึนใยในเรื่องของ เศรษฐกิจในเรื่องของที่มีคำว่า ต่างชาติเข้ามาซื้อสิทธิ มาครอบครองตึกได้ถึงจำนวน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็เกิดความไม่สบายใจ แต่เท่าที่ผมทราบมามันก็เคยมีมาระยะหนึ่ง แต่ใช้ได้ ๕ ป้ แล้วก็รู้สึกว่าจะยกเลิกไปแล้ว ในกฎหมายเรื่องที่ว่าให้ต่างชาติมากกว่า ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยกเลิกไป ก็คงจะบอกว่ายังไม่ได้ดำเนินการอะไร ยังไม่ได้ทำเลย แต่วันนั้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านภูมิธรรมผมไม่ทราบจริง ๆ เพราะว่าท่านอาจจะ ติดภารกิจ ผมว่าไม่เกี่ยวที่ว่าท่านทำธุรกิจด้านนี้แล้วก็กลัวจะพรรค์นั้น ผมว่ามันจะอย่างไร ก็ตามความเปึนจริงมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว มันก็รู้กันอยู่แล้วว่าท่านเคยทำธุรกิจตรงนี้มา จะออกโดยใครจะเสนอโดยใครมันก็ไม่พ้นหรอกครับ แต่ท่านคงติดภารกิจ เรียนด้วย ความเคารพ แต่วันนั้นผมไม่อยู่ ก็คงจะบอกได้เพียงเท่านี้ ทีนี้มันเปึนการสั่งที่ให้ไปดำเนินการ ศึกษายังไม่มีอะไรที่เปึนเรื่องของที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็สั่งงาน แล้วก็ท่านก็ตามอยู่ กระทรวงมหาดไทยกำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ แต่ผลยังไม่ออกมา เพราะมันเพิ่งได้ ๑๐ กว่าวันเอง แล้วศึกษามันต้องศึกษาในแง่ของเศรษฐกิจ ในแง่ของกฎหมายหลายอย่าง ผมก็ยังคุยกับทาง กรมที่ดินว่ามันต้องชัดเจน เพราะจะออกเปึนนโยบายหรือจะแก้กฎหมายมันต้องชัดเจน บอกได้ว่า เหตุผลอะไร ดีอย่างไรถึงจะให้เขาอยู่เพิ่มมาเปึน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ในภาวะ เศรษฐกิจอย่างนี้ แล้วมันต้องไปศึกษาถึงขั้นขนาดว่าเขาจะครอบครองประเภทไหนมากกว่า เขาจะครอบครองแบบไหน อันนี้ผมว่ามันรายละเอียดเยอะไม่ใช่น้อย ๆ แล้วท่าน นายกรัฐมนตรีก็เร่งอยู่ว่าให้ดำเนินการ

สำหรับทรัพย์อิงสิทธิ ผมอยากให้ท่านณัฐวุฒิ อธิบายจังเลย ทรัพย์อิงสิทธิ เพราะว่ามันสามารถจำหน่าย จ่าย โอนได้ แต่เช่าไม่สามารถทำได้อะไรอย่างนี้ มันเปึนเรื่อง ของข้อกฎหมายที่ซับซ้อนพอสมควร ผมคงอธิบายทั้งหมดไม่ได้นะครับ แต่ก็เข้าใจพอ ๆ กับ ท่านนั่นละครับ แต่เรื่องทรัพย์อิงสิทธิมันเปึน ๙๙ ป้ ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้ทำ ผมเอง ผมก็โอเค ทราบอยู่แล้วก็กำลังศึกษากันอยู่ตรงนี้ ก็เรียนด้วยความเคารพครับ ไม่ทราบว่า ท่านเข้าใจที่ผมตอบไหมครับ เพราะผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน ผมก็ยังไม่ค่อย เข้าใจ คือที่ผมตอบท่านผมก็ยังงง ๆ อยู่เหมือนกัน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ พรรคก้าวไกล จริง ๆ ท่าน นายกรัฐมนตรีไม่น่าส่งให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยไม่น่าส่งให้ท่านชาดามาตอบเลยนะครับ ถ้าเกิดว่าท่านจะไม่อยู่ใน ครม. ณ วันนั้น จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าท่านชาดาคุมกรมที่ดิน ทรัพย์อิงสิทธิท่านนั้นจะต้องทราบดี อยู่แล้ว แต่ไม่เปึนไรครับ อันนี้ผม Revise นิดหนึ่งครับ มติ ครม. ไม่ได้เขียนว่าศึกษา ผลกระทบ ไม่มีคำว่า ศึกษา ไม่มีคำว่าผลกระทบ นะครับ มีแต่บอกว่าให้ไปพิจารณาทบทวน แก้ไข พ.ร.บ. พูดชัดว่าอยากให้แก้ พ.ร.บ. ตัวไหน อย่างไร ชัดเจนมีเปัาหมายว่าจะเอา ๗๕ เปอร์เซ็นต์ มีเปัาหมายว่า ๙๙ ป้ ไม่มีคำว่าศึกษาผลกระทบใด ๆ แต่ผมเข้าใจว่าพอเปึน เผือกร้อนโยนมาที่ท่านอนุทิน ท่านอนุทินก็เลยไป Bluff ออกมา แล้วมาแถลงบอกว่าเดี๋ยว จะศึกษาผลกระทบ แต่นี่ไม่ใช่คำสั่งจาก ครม. ครับ คำสั่ง ครม. ชัดเจนครับ ถ้าอย่างนั้น ผมแนะนำว่าอาจจะขอให้ท่านชาดาเสนอชง ครม. เพื่อแก้ไขยกเลิกมติเดิม และ Revise ใหม่ บอกว่าให้ไปทบทวน แล้วเมื่อสักครู่ท่านก็พูดเองว่านายกเร่งให้ดำเนินการ อย่างไรครับ ไหนบอกให้ศึกษา แต่เร่งดำเนินการ แล้วเรื่อง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ที่บอกว่าทุกวันนี้ต่างชาติ ถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมแค่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็ไม่ได้ตอบผมว่าแล้วถ้าเกิดถือแค่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ทั้งประเทศ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เราจะแก้จาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่ออะไรอีกนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะพูด คือเปึนเรื่องของผลกระทบท่านประธานครับ ทุกวันนี้ ราคาบ้านแพงขึ้น ที่ดินบ้านแพงขึ้น ราคาที่ดินแพงขึ้น โครงการใหม่ที่เป่ดตัวราคาต่อ ตารางเมตรแพงขึ้น หลายคนอยากซื้อบ้าน โดนปฏิเสธสินเชื่อ รายได้ประชาชนโตไม่ทัน ราคาอสังหาริมทรัพย์แล้ว คนรุ่นใหม่ไม่แต่งงานมีลูกครับ เพราะอะไรครับ รายได้ไม่พอ เงินเดือนไม่ขยับ ค่าแรงไม่ขึ้น แต่ของแพงขึ้นทุกวัน คนไทยจำนวนมากอยากมีบ้านอยู่ แต่ไม่มีปัญญาซื้อ แต่รัฐบาลกลับสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาแย่งซื้อที่ดิน เข้ามาแย่งซื้อบ้าน แข่งกับคนไทย โดยอ้างคำว่า เช่า บังหน้า แต่ทว่าให้เช่าที ๙๙ ป้ ถึงชั่วลูกชั่วหลานได้เลย แทนที่คนไทยจะลืมตาอ้าปากมีที่ดินเปึนของตัวเอง ท่านก็ให้คนอื่นมาเช่ามาแย่ง ท่านรู้ไหม ว่าบ้าน ๓ ล้านบาท สำหรับคนไทยมันเปึนจำนวนมาก มันโคตรยากเลยสำหรับบางคน ที่จะเปึนเจ้าของบ้านสักครั้งหนึ่งในชีวิต จนตายเผลอ ๆ ยังไม่มีเปึนเจ้าของบ้านเลยครับ ผ่อนไม่ไหวครับท่านประธาน ใช้จ่ายทั่วไปยังไม่พอเลยครับ แต่สำหรับชาวต่างชาติมันง่าย เหมือนกระดิกนิ้ว ๓ ล้านบาท หลาย ๆ คนนี่คือเศษเงิน มาซื้อไว้เสร็จก็ปล่อยให้คนไทยเช่าต่อจากเขาอีกทีหนึ่ง ความแตกต่างทางรายได้ คือตัวแปรที่ทำไมเราจึงจำเปึนต้องปกปัองคนไทยและไม่รังแกคนไทย และหานโยบายเพื่อไปช่วยกลุ่มทุนอย่างไม่สนใจอะไรเลย ท่านประธานทราบไหมครับว่า การที่ ครม. ส่งหนังสือสั่งให้มหาดไทยไปแก้ พ.ร.บ. ทรัพย์อิงสิทธิ นัยสำคัญตรงนี้มันคืออะไร ทรัพย์อิงสิทธิคือ Leasehold เปึนรูปแบบการเช่า แต่เสมือนการขายจริง เปึนเจ้าของจริง กล่าวคือถ้าที่ดินท่านได้ทำสัญญาไว้แบบทรัพย์อิงสิทธิท่านจะก่อสร้าง ท่านทำโรงงาน ทำโรง ขยะ Plant ปูน ปลูกทุเรียนขายเอง หรือเลี้ยงวัว จะทำคอนโดมิเนียมขายท่านทำได้หมด ไม่ต้องไปขออนุญาตเจ้าของเดิม ท่านจะเอาที่ดินไปค้ำธนาคารไปขายต่อ ไปเช่าช่วงทำได้ ท่านตายไปแล้วท่านโยนให้เปึนมรดกลูกหลานที่ต่างประเทศก็ทำได้ ทุกอย่างของทรัพย์อิงสิทธิ เหมือนเปึนเจ้าของที่ดินทันที แต่เพียงแต่ว่าท่านเปึนเจ้าของที่ดินนั้นแค่ ๙๙ ป้เท่านั้น สิ่งที่ สำคัญคือการเช่าแบบทรัพย์อิงสิทธินั้นจะไม่ถูกจำกัดสิทธิเรื่องกรรมสิทธิ์การถือครอง คอนโดมิเนียมต่างด้าว ๔๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ อันนี้ผมฝากท่านรัฐมนตรีเลย คอนโดมิเนียม ทุกชั้นถ้าทำเปึน Leasehold ทรัพย์อิงสิทธิ ๙๙ ป้ ทั้งตึกเปึนของต่างชาติได้ทั้งตึก ยกทั้งตึก ให้จีน ตึกนี้รัสเซียได้ทั้งตึกครับ ถ้ากฎหมาย ๙๙ ป้ออกเมื่อไรเราจะเห็นเราจะเห็น Salesman เราจะเห็น Sales คอนโดมิเนียมบินไปขายที่ดิน บินไปขายคอนโดมิเนียมยกตึก ยกแปลงเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่ได้จำเปึนต้องไปขายที่ละห้อง นี่คือนโยบายให้ ต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ เข้ามาถือครองและปัืนราคาอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มี มาตรการใด ๆ รองรับทั้งสิ้น คิดแบบลวก ๆ ไม่รอบคอบใด ๆ แล้วมาอ้างว่าไปศึกษา ทั้งที่ จริงมติสั่งให้แก้ ผมต้องถามไปยังรัฐบาลว่าการที่ต่างชาติถือครองอสังหาริมทรัพย์เยอะ ๆ โดยที่ไม่ได้บอกว่ามาถือครองแล้วจะลงทุนอะไรเพิ่มเติมไม่มีข้อกำหนดนั้น ใครได้ประโยชน์ ระหว่างบริษัทอสังหาริมทรัพย์ หรือคนไทยที่จ่ายภาษีให้พวกท่านนั่งอยู่ตรงนี้ รัฐบาลบอกว่า จะกลัวอะไรที่ดินอยู่ในเมืองไทยไม่ได้ไปไหน ใช่ครับ ผมไม่คิดว่าที่ดินมันจะบินออกจาก ประเทศไทยไปอยู่ประเทศอื่นหรอกครับ แต่ผมกลัวคือวันหนึ่งคนไทยต้องเช่าที่ดินต่อจาก ต่างชาตินี่ละครับ ที่ดินมีของจำกัดครับ ผลิตซ้ำไม่ได้ เราไม่มีที่ดินไว้ขายได้ขนาดนั้น วันนี้ ถ้าเราเป่ดเสรีเต็ม ๆ เปึน Leasehold แบบนี้ คนจีนหิ้วเงิน ๑๐ ล้านล้านบาทมา ซึ่งน้อยนะครับ สำหรับคนจีน ๑๐ ล้านล้านบาท GDP เขา ๖๐๐ ล้านล้านบาท๑๐ ล้านล้านบาท คือเศษสตางค์ครับ เหมาได้เลยใจกลางเมืองหลาย ๆ แปลง ซื้อได้ ไม่ยากนะครับ ประเทศ แคนาดามีการเป่ดตลาดให้ต่างชาติเข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้น รู้ไหมครับสิ่งที่ เกิดขึ้นกับแคนาดาคืออะไร ความสามารถของคนแคนาดาที่จะสามารถซื้อบ้านของตัวเอง ลดน้อยลง นี่ขนาดประเทศเขาเจริญแล้วเขาก็รวย คนมีบ้านของตัวเองลดน้อยลง คนเช่าใน แคนาดาต้องจ่ายเงินค่าเช่าบ้านเพิ่มจากแต่ก่อน ๔,๐๐๐ บาทต่อเดือนโดยเฉลี่ย ถ้ารัฐยังคิด อยากจะช่วยกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์แบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่มีมาตรการรองรับคนไทย จะลำบากได้

คำถามที่ ๒ ที่ผมต้องถามถึงคณะรัฐมนตรีก็คือการที่ ครม. ไปสั่งแก้กฎหมาย ท่านทราบถึงผลดีผลเสียของการแก้กฎหมายทรัพย์อิงสิทธิและการถือกรรมสิทธิ์ คอนโดมิเนียม ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ดีพอแล้วหรือไม่ และทำไมท่านไม่ถามประชาชนสักคำครับ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ท่านมีมาตรการช่วยเหลือให้คนไทยมีบ้าน มีที่ดินได้ ง่ายขึ้นหรือไม่ และมีแนวทางช่วยให้ราคาที่อยู่อาศัยถูกลงหรือลดลงได้บ้างหรือไม่ และการ ให้ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๙๙ ป้ จะทำให้คนไทยรวยขึ้นจนมีบ้านเปึนของตัวเองได้จริง หรือไม่ หรือจะทำให้แค่บริษัทอสังหาริมทรัพย์รวยขึ้นกันแน่ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ รู้สึกจะเยอะหน่อยนะครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียน ท่านประธานครับ เรียนด้วยความเคารพว่าท่านอย่าไปมองอย่างนั้น ผมก็คนบ้านนอก คือการแก้กฎหมายนี้ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้แก้กฎหมายมันก็ต้องศึกษาผลดีผลเสียอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าสั่งแก้กฎหมายปัูบแล้วมันก็ต้องเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้จะต้องเปึนผู้ที่จะลงมติ แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน อย่างไรก็ตามการแก้กฎหมายต้องศึกษา ท่านนายกรัฐมนตรี จะสั่งบอกให้มาแก้กฎหมายแล้วแก้เลยโดยที่ไม่ดูผลได้ผลเสียเอาเข้าสภาผู้แทนราษฎรก็โดน หนักเลย แต่ผมอยากให้มองเรื่องของธุรกิจกับการที่ต่างชาติมาได้ผลประโยชน์ เราเองคนไทย ไม่อยากให้ใครมาถือแผ่นดินเรา เราไม่อยากให้ใครมาครอบครองแผ่นดินของเรา แน่นอน ในความเปึนคนไทยทุกคนมีความรู้สึกอย่างนั้น แต่ในบางเรื่องถ้าเปึนเรื่องของธุรกิจ และเปึนกลุ่มไม่ได้ใหญ่มากนัก ซึ่งตรงนี้ก็เปึนเรื่องที่ว่าก็ต้องมาคิดกันดูแล้วก็ต้องมาวิเคราะห์ ผมเองก็คงไม่ยอมให้ชาติไหนมาครอบครองประเทศไทยแล้วเดินกร่างไปทั่ว โดยที่คนไทย ไม่มีสิทธิเข้าไป มันเปึนไปไม่ได้หรอกครับ เพียงแต่ว่าเราต้องมาศึกษาในแง่ของเศรษฐกิจว่า ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้เราจะทำอย่างไรนะครับ แล้ววันนี้โลกมันก็โลกาภิวัตน์ วันนี้การ เคลื่อนที่ของกลุ่มทุนนั้นมาไวไปไว ทุกคนก็หาประโยชน์จากเงินทุนของต่างชาติเหมือนกัน ในเรื่องของเศรษฐกิจมันต้องทำ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปยกที่ดินให้ใคร ผมเรียนด้วยความเคารพ ผมเองก็คงไม่ยอม ใครก็คงสั่งผมไม่ได้ เรียนด้วยความเคารพ แต่มันต้องเอามาดู เพราะว่า หลังจากที่ท่านบอกว่าให้ไปแก้กฎหมายก็คือ หมายถึงมันมีหลายเรื่อง อย่างที่ตอนนี้เราจะ แก้กันเรื่องพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน เรื่องนิติบุคคลอะไรมากมายที่ท่าน สส. ของพรรค ก้าวไกลก็เสนอมา แล้วก็ในส่วนของ สส. พรรคเพื่อไทยก็เสนอมา ผมก็ยังบอกว่าให้ทำให้ ศึกษาให้ทั่ว ทำให้หมด ไม่ใช่เฉพาะว่าตรงนี้อย่างเดียว แล้วมันเปึนเรื่องของเศรษฐกิจที่เรา จะเล่นอย่างไรแค่นั้นเอง แต่ไม่ใช่เรื่องของการขายชาติ ต้องเข้าใจตรงนี้นะครับ เราคงไม่ยอม แน่ครับ แต่ต้องหาเหตุผลที่ดีว่ามันเหมาะสมหรือไม่กับเวลานี้ แล้วมันสมควรทำหรือไม่ ก็ต้องมาว่ากันอีกที คือผมเชื่อว่าถ้าเกิดมันเปึนผลเสียจำนวนมาก เสนอท่านนายกรัฐมนตรีไป ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็คงไม่ฝ๋นหรอกครับ ผมเชื่อว่าอย่างนั้นนะ เรียนด้วยความเคารพว่า ตอนนี้มันเพียงแต่ว่าเปึนคำสั่งที่ว่าให้ไปแก้กฎหมาย คือก็เหมือนไปศึกษาวิเคราะห์ดูว่า จะต้องทำอะไร อย่างไร แค่นั้นละครับ เรียนด้วยความเคารพครับ สบายใจได้ครับ แล้วเรื่องนี้ ต้องชี้แจงกับประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้เปึนเจ้าของแผ่นดิน ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ที่มาบริหารบ้านเมือง แผ่นดินนี้เปึนของคนไทยทุกคนจะทำอะไรต้องถามประชาชนก่อน แต่แนวคิดคนที่เปึนนักบริหารก็ต้องมีแนวคิด มี Idea มีสิ่งที่ไม่ใช่นั่งอยู่เฉย ๆ ไม่คิดอะไรเลย มันก็ไม่ได้นะครับ มันก็ต้องคิดเพื่อให้เศรษฐกิจนำพาประเทศไป เดินทางไปในทางที่ถูกที่ควร เรียนด้วยความเคารพ นี่คือท่านไม่ต้องห่วงครับ แล้วท่านต้องแยกกันนิดหนึ่ง มันอาจจะ ใกล้ชิดกันมากบังแค่เส้นผม แต่เราต้องแยกนิด ต้องมีวิธีคิดในเรื่องเศรษฐกิจกับในเรื่องของ ความมั่นคงของชาติ และในเรื่องผลประโยชน์ของแผ่นดินไทย การดูแลประเทศมันมี หลากหลายมิติ ก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามสุดท้ายเชิญครับ

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ พรรคก้าวไกลครับ ต้องบอกอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ ผมไม่ได้คัดค้านทันทีนะครับ แต่ประเด็นคือรัฐบาลร้อนรน เกินไป เรียกว่าไม่รอบคอบ ไม่กำหนดกรอบ ไม่กำหนดรายละเอียดในการศึกษาเลยว่า ควรทำแค่ไหน อย่างไร เมื่อสักครู่จริง ๆ แล้วผมถามเรื่องปัญหาที่อยู่อาศัยแพง ท่านรัฐมนตรี ก็ไปอ้างแต่กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้ตอบว่าคนไทยจะได้อะไรจากการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น จริง ๆ แล้วก็ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเคย Twit ไว้ก่อนหน้านี้ว่า อยากให้ ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียม ไม่ใช่ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าเปึนกฎหมายตัวนี้ท่านอาจจะเซ็นทันทีเพราะท่านเคย Twit ไว้ก่อนหน้า นี้แล้ว ผมแนะนำอย่างไรผมก็ฝากไว้แล้ว ไหน ๆ จะศึกษาแล้วนี่ควรทำเปึนมาตรการระยะสั้น กำหนดเฉพาะบางพื้นที่ เฉพาะบางโครงการ หรือถ้ามัน Over Supply ก็กำหนดว่าเฉพาะ โครงการที่ผลิตออกมาก่อนหน้านั้นแล้วมีสิทธิทำได้ หรือว่ากำหนดอาชีพว่าผู้ซื้อต้องเปึน อย่างไร หรือกำหนดว่าถ้ามาซื้อแล้วต้องแลกกับการลงทุนอีกเท่าไร ในธุรกิจกลุ่มใด ที่เปึนธุรกิจเปัาหมายของรัฐบาล หรือว่ามีการกำหนดเรื่องของภาษีโอนของต่างชาติที่ต้อง แพงมากกว่าภาษีโอนของคนไทย มีกำหนดระยะเวลาการถือขั้นต่ำเพื่อไม่ให้มีการเกิดการปัืน อสังหาริมทรัพย์ หรือนำเงินบางส่วนที่ได้จากภาษีเพิ่มเติมนั้นมา Subsidize ให้คนไทย มีบ้านเพิ่มมากขึ้น อันนี้ผมฝากไว้ และ

ในส่วนประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปกติแล้วการลงทุนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จริง ๆ แล้วต้องมีการวางแผนล่วงหน้าอย่าง น้อยสัก ๓ ป้ ถึง ๔ ป้ ท่านประธานเปึนอย่างน้อย นั่นหมายความว่าเมื่อ ๓-๔ ป้ที่แล้ว ก่อนทำโครงการบริษัทอสังหาริมทรัพย์คิดว่าเศรษฐกิจจะดีครับจึงผลิตคอนโดมิเนียมออกมา เยอะจน Over Supply แต่แล้วพอมารัฐบาลเศรษฐา เศรษฐกิจแย่ลงหรือเปล่า ทำไมบริษัท อสังหาริมทรัพย์ถึงต้องยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลเพื่อช่วยเหลือเพิ่มเติมในเรื่องเหล่านี้ ที่มาที่ไปทั้งหมดที่เราต้องมาแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มความเสี่ยงให้กับประเทศไทยนั้น เพราะว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์ผลิตมา Over Supply แล้วอยากระบาย Stock จึงมาร้องท่าน นายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แล้วท่านนายกรัฐมนตรีใช้เวลา ๓ เดือนเท่านั้น พิจารณาออกมาตรการ ๗ มาตรการ ช่วยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทันที บางคนออกมาบอกว่า จะช่วยกระตุ้น GDP ได้ ๑.๕-๑.๗ เปอร์เซ็นต์ จะมียอดโอนซื้ออสังหามหาศาล จะเปึนการ ลงทุนใหม่ เศรษฐกิจจะดีขึ้น เงินจะสะพัดเปึนหลายแสนล้านบาท ไหนครับเศรษฐกิจดีขึ้น ผ่านมาแล้ว ๑ Quarter ๑ ไตรมาส ผมต้องถามว่าถ้ามันดีจริง ๆ แล้วเศรษฐกิจมันจะดีจริง ๆ อย่างที่ท่านอ้างเรื่อง ๗ มาตรการของท่าน แล้วท่านจะมาทำอันนี้ต่ออีกทำไม ๔๙ เปอร์เซ็นต์ กับ ๙๙ ป้ ท่านจะมาทำต่อทำไมในเมื่อเศรษฐกิจมันดีแล้วไม่ใช่หรือจากมาตรการ ๗ มาตรการที่ท่านทำออกไปก่อนหน้านั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้ครับ แต่ไม่ใช่เพียงแค่ จะช่วยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นโดยแลกกับผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศนะครับ การกระตุ้นเศรษฐกิจต้องไม่ทำให้ประเทศเสียหาย ไม่ทำให้คนอื่นได้รับความเสี่ยงหรือลำบาก มากยิ่งขึ้นต่อราคาที่อยู่อาศัยที่มันแพงขึ้นด้วย แล้ววันนี้เราได้ข้อสรุปแล้วใช่ไหมครับว่า ๗ มาตรการ ที่ท่านนายกออกไปก่อนหน้านี้มันได้ผลหรือไม่ได้ผลครับ มันไม่ได้ผลใช่ไหมครับ สรุปแล้วรัฐบาลไม่สามารถระบาย Stock ตามเปัาหมายได้ จนต้องมาออกนโยบายเพื่อให้ ต่างชาติมาช่วยอีกแรงหนึ่งหรือไม่ ไม่เกิดการ Reinvest ไม่เกิดการลงทุนซ้ำ แบบที่รัฐบาลได้ อ้างว่า ๗ มาตรการนี้จะช่วยหรือไม่ ตัวเลข GDP ที่มโนไว้ว่าจะโตขึ้นอีก ๑.๕-๑.๗ เปอร์เซ็นต์นั้น จนต้องมาแก้กฎหมายอีกรอบหนึ่งเพื่อที่จะช่วยเพิ่มเติมให้มันเข้าเปัา แปลว่าจริง ๆ แล้ว ที่รัฐบาลมโนมา ๗ นโยบายมาตรการอสังหาริมทรัพย์ก่อนหน้านั้น เมื่อช่วงเดือนเมษายน ที่ออกมานั้น มัน Fail ใช่ไหม มันแปักใช่ไหมครับท่านประธาน อันนี้ผมขอฝากให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยสรุปความคืบหน้าของ ๗ มาตรการ ช่วยภาคอสังหาที่ออกไปเมื่อ เดือนเมษายน ผ่านมาแล้ว ๑ ไตรมาสด้วยว่ามันดีหรือมันห่วยอย่างไร ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๗ มาตรการ คำถามสุดท้าย เชิญรัฐมนตรีครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมเรียนว่าผมไม่รู้ว่าท่านถามหรือท่านอภิปราย เรียนด้วยความเคารพจริง ๆ คือคำถามนี้ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่ามันมากมายจริง ๆ เรียนด้วยความเคารพว่า ที่ท่านบอกว่าผมไม่ยอมตอบว่าคนไทยได้ประโยชน์อะไร อย่างไร ที่ผมพูดว่าผลประโยชน์ คือผมพูดเปึนส่วน ๆ นะครับว่าในระบบเศรษฐกิจมันก็มีหลายส่วน แต่เรื่องคนไทยได้บ้านมันคงไม่ใช่ว่าผมจะตอบได้ตรงนี้เลยนะครับ มันเปึนเรื่องโครงการที่เรา ต้องเราต้องดำเนินการต่อไปในเรื่องของนโยบายรัฐบาล แต่ปัญหาคือการทำงานครั้งนี้ผม พยายามอธิบายให้ท่านฟังว่า เศรษฐกิจมันมีหลายรูปแบบ การบริหารเศรษฐกิจมันมีหลาย รูปแบบ มันต้องใช้เทคนิคในการบริหาร ไม่ใช่ว่าจะบริหารภายใต้ความมั่นคง หรือภายใต้ กฎหมายอย่างเดียว กฎหมายล้าหลังอย่างเดียวก็ไม่ได้ แล้วเรื่องมาตรการ ๗ ประการ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกครับ ผมก็บอกน้องว่าน้องถามอย่างนี้ผมตอบไม่ได้ เพราะว่า มันรู้สึกมันเยอะมากจนไม่รู้ว่าคำถามจริง ๆ คืออะไร แต่กรณี ๗ มาตรการนั้นรัฐบาล เขาก็ดำเนินการอยู่ เรียนด้วยความเคารพว่า มันคงไม่มีอะไรเรื่องเดียวในการบริหารประเทศ มันก็ต้องมีความคิด มีนโยบาย มีโครงการออกมาตลอดระยะเวลา ไม่ใช่ว่าร้องเพลงเดียว ตลอดสมัย มันเปึนเรื่องที่ต้องพยายาม ผมเชื่อว่าท่านนายกก็พยายามคิดและหาทาง แล้วหลังจากได้รับทราบปัญหาแล้วก็พยายามแก้ไข ก็เปึนเรื่อง ๆ ไป แต่เรียนด้วยความ เคารพว่า การทำในเรื่องที่จะทำนี้กรมที่ดินเองก็ต้องทำอย่างละเอียดครับ แล้วเราคงต้อง ชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนก่อน เพราะว่ากฎหมายออกมามันต้องมีเรื่องของทำประชาพิจารณ์ ต้องมีเรื่องที่จะต้องเสนอไปในแต่ละที่ มีทั้งเรื่องจะต้องลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน มีอะไรอีกหลายอย่างในเรื่องนี้ เรียนด้วยความเคารพว่ายังเปึนแค่เรื่องของการศึกษา ไม่ใช่ว่า ท่านนายกสั่งมาแล้วไม่ต้องศึกษา แก้เลย ไม่ใช่นะครับ มันเปึนไปไม่ได้ เรียนด้วยความเคารพ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวไปถามท่านรัฐมนตรีข้างหลัง ถ้ายังติดใจนะครับ

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอใช้สิทธิพาดพิงนิดหนึ่ง ได้ไหมครับท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไม่ได้พาดพิงนะ

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านพาดพิงว่าผมถาม ไม่รู้เรื่องครับ ทั้งที่ท่านประธานจับประเด็นได้ครับว่า ๗ มาตรการครับ ท่านประธานยังจับได้ เลยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เปึนไรนะครับ ถ้ายังติดใจก็คุยกับท่านรัฐมนตรีได้ จบนะครับ ต่อไป

๒. นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เชิญท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ครับ

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ดิฉัน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ เปึนเวลากว่า ๒ เดือนแล้วที่ข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง เปึนเรื่องที่คลุมเครือและไม่เปึนที่ชัดเจนถึงกระบวนการรักษาชีวิต ระหว่างที่ถูกฝากขังภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้สภาแห่งนี้ ก่อนจะเข้าถึงคำถามนี้อย่างรวดเร็วและชัดเจน ขอไล่ Timeline การเสียชีวิตก่อนจะเข้าสู่ คำถามเพื่อให้ท่านสมาชิกทุกคนในห้องแห่งนี้ได้เข้าใจเนื้อหาไปพร้อม ๆ กัน ท่านประธานคะ บุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม เปึนนักกิจกรรมทางการเมืองที่มักจะออกมาแสดงความคิดเห็น ทางการเมืองบ่อยครั้ง ในนามของกลุ่มทะลุวัง จนเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา บุ้งได้ถูกศาลถอนประกันในคดีมาตรา ๑๑๒ และถูกตัดสินให้จำคุกในคดีละเมิดอำนาจศาล ๑ เดือน เอาตรงนี้ก่อนนะคะท่านประธาน จากข้อเท็จจริงที่ได้พูดไปเมื่อสักครู่ ก่อนที่เราจะ ไปในเรื่องต่อไปอยากให้ทุกท่านทำความเข้าใจตรงกันก่อนว่า บุ้ง เนติพรถูกศาลตัดสินจำคุก ๑ เดือน ในข้อหาละเมิดอำนาจศาลนะคะ และตั้งแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ หมายความว่า คดีละเมิดอำนาจศาลตัดสินจำคุก ๑ เดือน พ้นโทษ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ แต่ในวันเดียวกันเอง วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ ศาลมีคำตัดสินในคดีละเมิดอำนาจศาล แล้วก็ถอนประกันคดี มาตรา ๑๑๒ ซึ่งเปึนคดีก่อนหน้านั้นด้วย หมายความว่าระยะเวลาหลังจากเดือนกุมภาพันธ์ไป เปึนการที่บุ้งอยู่ในเรือนจำในสถานะของการถูกฝากขังในระหว่างการพิจารณาคดี การถูก ฝากขังในขณะที่คดียังไม่สิ้นสุด ขัดต่อหลักการ Presumption of Innocence หรือว่า หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเปึนผู้บริสุทธิ์

ต่อมาค่ะท่านประธาน เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม หลังจากถูกตัดสินจำคุก บุ้งได้ประกาศเริ่มอดอาหาร และจนอาการของเธอทรุดลงเรื่อย ๆ จนเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา บุ้งก็ได้เสียชีวิตในระหว่างที่ถูกควบคุมตัว หันมาดูทางฝัืงของ กรมราชทัณฑ์ว่าหลังเสียชีวิตของบุ้งเกิดอะไรขึ้นบ้าง ๑๕ พฤษภาคม หลังเสียชีวิต ๑ วัน กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงกรณีบุ้งเสียชีวิต และนอกจากการแถลงข่าวแล้วได้มีการระบุ กับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ทางกระทรวงยุติธรรมจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และจะให้ความร่วมมือกับญาติในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดิฉันจึงอยากถามไปยังท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าสิ่งที่กรมราชทัณฑ์ได้แถลงไปนี้มันเปึนข้อเท็จจริงหรือไม่ เกี่ยวกับการเสียชีวิต จากข้อมูลที่ดิฉันมีนอกจากที่เล่าข่าวไป ก็ยังมีข้อมูลที่ได้มาจาก คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ดิฉันนั่งเปึนรองประธานอยู่ มีการเรียกหน่วยงานเข้ามาชี้แจง มีข้อมูลอยู่ ๒ ชุดค่ะ ข้อมูลชุดแรกเปึนข้อมูล Timeline การเสียชีวิตของคุณบุ้งที่กรมราชทัณฑ์ชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ข้อมูลชุดที่ ๒ เปึน Timeline การเสียชีวิตของคุณบุ้งที่ได้มาจากการขอกล้องวงจรป่ด ซึ่งขอยากขอเย็น เหลือเกิน แต่ก็ได้มาแล้ว ซึ่งมันก็มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันนิด ๆ หน่อย ๆ

ข้อเท็จจริงประการแรก ก็คือว่าการแถลงของกรมราชทัณฑ์นี้ไม่ตรงกับข้อมูล ที่ได้ชี้แจงในห้องกรรมาธิการค่ะ นั่นก็คือในช่วงเวลาแรกเริ่มของการล้มฟุบตัวในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ในห้องคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุยชน ดิฉันก็นั่งอยู่ด้วย กรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงว่า ในเวลา ๐๖.๑๕ นาําิกา ผู้ป์วยลุกจากเตียงแล้วล้มลงค่ะ แต่ใน Timeline ของกล้องวงจรป่ดบอกว่า ฟุบลงไปในเวลา ๐๖.๑๒ นาําิกา อาจจะ คลาดเคลื่อนกันประมาณ ๓ นาที ด้วยการตั้งเวลาหรืออะไรก็ตาม แต่มันมีเวลาหนึ่งที่บอกว่า ๐๖.๒๓ นาําิกา ก็คือผ่านมาเกือบ ๑๐ นาที ถึงจะมีการที่ผู้ช่วยเรือนจำต่าง ๆ เข้ามาช่วยกัน ปลุกบุ้งค่ะ ท่านประธานคะ Timeline จากกล้องวงจรป่ดยืนยันชัดเจนว่าสิ่งที่กรมราชทัณฑ์ ยืนยันออกมาตอนแรกระหว่างที่บุ้งฟุบลงไป มันไม่ค่อยตรงกับข้อเท็จจริงที่เราได้มา การรายงานเวลาที่คลาดเคลื่อนเช่นนี้อย่าคิดว่าไม่เปึนไรนะคะ ว่าเปึน ๕ นาที ๑๐ นาที ก็ตาม เพราะการรายงานเวลาที่คลาดเคลื่อนนี้ทำให้เราไม่ทราบเวลาที่แน่ชัดในการเข้าถึง การช่วยเหลือนะคะ นอกจากนั้นยังมีในข้อเท็จจริงที่ได้จากบันทึกการประชุมที่ได้ประชุม ในวันนั้น บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ ๒๒ วันพุธที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๗ สามารถ Search ใน Google ตามได้นะคะ หน้าที่ ๖ นายแพทย์ท่านที่มาให้การในกรรมาธิการบอกว่า ก่อนที่จะรายงานกับเจ้าหน้าที่ ขึ้นไปข้างบน เวลา ๐๖.๑๕ นาําิกา ยังไม่ใช่เวลาที่เป่ดห้องขัง ยังคงมีกุญแจล็อกอยู่ที่ประตู หน้าแดน พยาบาลเข้าไปถึงไม่ได้ และได้แจ้งกับฝ์ายผู้คุมว่าให้ไปหยิบกุญแจที่เก็บไว้ตาม ระเบียบของเรือนจำที่ต้องเก็บไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งเปึนสถานที่ที่อยู่ภายใต้กำหนดของ กรมราชทัณฑ์ ห้องผู้ป์วยถือว่าเปึนแดนขัง จึงไม่สามารถเข้าได้ทันเวลานะคะ ท่านประธานคะ ในข้อมูลทั่วไปมีการแถลงจากภายนอกราชทัณฑ์ว่า ได้รับตัวบุ้งจาก ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เวลา ๙ โมงครึ่ง ด้วยอาการหมดสติ ไม่มีสัญญาณชีพ แพทย์ประเมินว่าผู้ป์วยไม่มีสัญญาณชีพ ไม่พบคลื่นไฟฟัาหัวใจจึงทำการ CPR และมีการ ประกาศการเสียชีวิตในเวลา ๑๑.๒๒ นาําิกา วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗ นั่นแปลได้ว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลภายนอกราชทัณฑ์นั้นบุ้งไม่ได้มีสัญญาณชีพแล้ว และในข้อมูลทั่วไป ยังมีการระบุอีกว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลภายนอกมีการสอดท่อช่วยหายใจผิดจุด

ท่านประธานคะ ประเด็นคำถามแรกเลยแล้วกัน กรณีที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมด นำมาสู่คำถามที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีว่า กรณีของนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง เปึนข้อบ่งชี้ได้ชัดมาก ๆ ว่ามาตรฐานในการดูแลผู้ป์วยของกรมราชทัณฑ์มีปัญหาแน่นอน จากสิ่งที่เกิดขึ้นจากเคสนี้ดิฉันไม่แปลกใจกับการขอใช้สิทธิประกันตัว ด้วยปัญหาจากสุขภาพ ดิฉันเคยเชื่อว่าจะใช้สิทธินี้ได้กับทุกคนนะคะ แต่วันนี้ในเรื่องของเคสนี้กลับแตกต่างกัน ออกไปนะคะ สิ่งที่ยืนยันว่าสิทธิในการให้ประกันตัวและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของเรามี ปัญหาค่ะ ดิฉันเลยอยากได้ยินคำตอบจากท่านรัฐมนตรีในคำถามแรกก่อนนะคะว่า สาเหตุ การเสียชีวิตของบุ้งที่แท้จริงคืออะไร กระบวนการกู้ชีพที่เกิดขึ้นเพราะเหตุใดถึงไม่มีการใช้ เครื่อง AED รวมถึงเวลาการเสียชีวิตที่แท้จริงคือเวลาไหน และคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสรุป แล้วสอบสวนได้อะไรมาบ้าง และกรมราชทัณฑ์จะมีการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เสียชีวิต ครั้งนี้อย่างไร คำถามแรกค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีคำถามเยอะไหมครับ ก็พยายามกระชับคำถามนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบ ชัด ๆ ครับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องขอขอบคุณที่ได้ตั้งคำถามซึ่งเปึนคำถามที่ผมเชื่อว่าประชาชนยังสนใจนะครับ ก่อนอื่นอยากจะกราบเรียนว่าการเสียชีวิตของนางสาวเนติพร หรือบุ้ง เปึนการเสียชีวิต ในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งเปึนเงื่อนไขหนึ่งที่ต้องมีการทำสำนวนชันสูตร พลิกศพ ซึ่งการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพก็คือในกรณีการตายในควบคุมของเจ้าพนักงาน การทำสำนวนชันสูตรพลิกศพก็จะให้เร็ว ๆ ก็คือให้อัยการเปึนหัวหน้าพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนและแพทย์ ซึ่งไม่ใช่แพทย์ของกรมราชทัณฑ์ เรียนว่าพอทำสำนวน ชันสูตรพลิกศพแล้ว ในกระบวนการของการทำสำนวนทั้งหมดจะต้องเป่ดโอกาสให้ญาติ ให้พี่น้องและให้ทนายความเข้าร่วมโดยตลอดเส้นทาง แม้แต่ไปในชั้นการพิจารณาของศาล ก็ยังสามารถที่จะเพิ่มพยานไปได้ อันนี้ก็อยากจะเรียนให้ทราบ ซึ่งประเด็นก็คือว่าเนื่องจาก เปึนเรื่องที่มีความสำคัญ ในขณะนี้เท่าที่ทราบสาเหตุการตาย ทางสาขานิติเวช โรงพยาบาล ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติก็ได้บอกว่า การตายเกิดจากการเสียสมดุลเกลือแร่ในเลือด ร่วมกับโรคหัวใจโต อันนี้เปึนความเห็น ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ทางกระทรวงยุติธรรมได้มีการตั้ง กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งมีทั้งหมด ๘ ท่าน รายชื่อกรรมการนี้อาจจะให้ได้นะครับ ก็มีแพทย์ คุณหมอสมภพเปึนผู้ตรวจราชการ เปึนนายแพทย์ ๑ คน มีแพทย์จากนิติเวชของ กระทรวงยุติธรรม มีแพทย์จากสถาบันโรคทรวงอก มีผู้อำนวยการการแพทย์จากหน่วยอื่น ๆ เข้ามา ผลการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจริง ๆ จะไม่มีผลทางกฎหมายเลย ผลทางกฎหมายก็คือ ศาลจะเปึนผู้ชี้ว่าผู้ตายคือใครตาย ตายเพราะอะไร ใครทำให้ตาย อันนี้อยากให้ทำความ เข้าใจกัน เมื่อเราอยากจะให้เชื่อมั่น แต่ว่าในส่วนของกระทรวงยุติธรรมอยากจะให้มีความเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการตอนนี้ได้ ขยายเวลาไปอีก ๓๐ วัน แต่ได้ทำความเห็นมา ซึ่งในความเห็นเบื้องต้นคือคณะกรรมการ มีความเห็นว่า การเสียชีวิตตามธรรมชาติ คือไม่ใช่ผิดธรรมชาติ คือป์วยตายนะ โดยมีสาเหตุ จากการเสียสมดุลเกลือแร่ในเลือดและโรคหัวใจโต ไม่ปรากฏร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย แต่อย่างใด อ้างอิงจากใบมรณบัตรแล้วก็การตรวจพิสูจน์ของธรรมศาสตร์ ประกอบกับกล้อง วงจรป่ดในคืนวันเกิดเหตุพบว่าผู้เสียชีวิตได้นอนหลับพักผ่อนเปึนปกติภายในฝ์ายปกครอง ของผู้ต้องขังหญิง และในวันเกิดเหตุเวลาอาจจะตรงหรือไม่ตรง ในรายงาน ๐๖.๑๒ นาําิกา ได้ลุกขึ้นมานั่งที่เตียงผู้ป์วย เริ่มคว่ำหน้าลงและมีการชักกระตุก ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ผ่าน การอบรม อสรจ. ก็ได้กดกริ่ง แล้วก็แจ้งให้ผู้ควบคุมเข้าไป ซึ่งรายละเอียดอันนี้มีทั้งหมดแล้ว ก็ไปสรุปว่า และเห็นควรที่จะส่งให้แพทย์มาร่วมกัน กรณีดังกล่าวถามว่าเสียชีวิตที่ โรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือเสียชีวิตที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ก็เรียนว่าในรายงานมีการระบุว่า การเสียชีวิตที่โรงพยาลธรรมศาสตร์ แต่ว่าจะในระหว่างการช่วยยื้อชีวิตนั้นอาจจะเปึน ปรากฏการณ์ที่เหมือนการเสียชีวิตแล้ว ดังนั้นอยากจะกราบเรียนว่าอยากให้ทุกคนถ้าเรามี ความเชื่อมั่นศาล เรามีความเชื่อมั่นในกระบวนการไต่สวน ผมคิดว่าตามมาตรา ๒๕๐ ของการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ เราจะเป่ดโอกาสให้สามีภรรยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ญาติของผู้ตาย ได้ยื่นต่อศาลมีพยานหลักฐานเพิ่มก็ส่งเข้าไป แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าในรายงานทั้งหมดยืนยันว่า การดำเนินการของกรมราชทัณฑ์ เปึนไปตามวิชาชีพ ตามมาตรฐานสากล และตามหลักทางการแพทย์ สาเหตุการตายก็ตาม ปรากฏที่อ่านให้ฟัง แต่รายละเอียดนั้นขอให้รอการมีคำสั่ง ซึ่งคำสั่งของศาลจะถือเปึนที่สุด แล้วก็จะไม่กระทบสิทธิที่จะนำไปฟัองร้อง หรือไปพิจารณาคดีของพนักงานอัยการหรือบุคคลอื่น ผมอยากให้รอศาลซึ่งจะมีความเที่ยงธรรมมากกว่าครับ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ เชิญครับ

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านประธานด้วยค่ะ ประเด็นคำถามที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ดิฉันในฐานะของ ทนายความสิทธิประชาชน แล้วก็ได้ว่าความให้กับนักกิจกรรมทางการเมือง หลายครั้งดิฉันมี โอกาสได้เปึนทนายให้กับนักโทษการเมืองหลายคนที่จะถูกฝากขังก่อนที่จะมีคำตัดสินอยู่หลายคดี หรือว่าการฝากขังระว่างการพิจารณาคดี กรณีการเสียชีวิตของบุ้งเปึนอีกกรณีหนึ่งที่ชี้ให้เรา เห็นชัด ๆ ถึงความบกพร่องในการดูแลผู้ต้องหาในเรือนจำ และยังมีกรณีสุ่มเสี่ยงอีกหลาย กรณีที่เข้าข่ายในการไม่ได้รับการดูแลตามมาตรฐานที่มนุษย์คนหนึ่งควรได้รับโดยไม่ต้องสน ว่าเขามีชื่ออะไร หรือว่ามีฐานะทางการเมืองแบบไหน ลูกความคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าในทุกเช้า ในเรือนจำจะมีคนมาจดยา คนจดยาจะเปึนนักโทษด้วยกันเองนี่ล่ะคะ ดูอาการแล้วก็ลงชื่อ เพื่อขอยา ซึ่งยาที่ได้ก็จะเปึนยาพาราเปึนหลัก พารารักษาทุกโรคนั่นเอง ปวดอะไรเจ็บอะไร ก็ได้รับยาพาราไว้ก่อน แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือว่าบางคนขอยาแล้วไม่ได้ก็มี ทั้งที่ความเปึนจริง ในการจดยา ขอยาจะได้ในวันถัดไปนะคะ แต่วันไหนนึกจะให้ก็ให้ นึกจะไม่ให้ก็ไม่ให้ อันนี้เปึนคำที่เล่ากันมา ท่านประธานคะ ดิฉันจึงอยากเรียนถามไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวง ยุติธรรม รวมถึงเรื่องของบุ้งที่เมื่อสักครู่ก็ยังตอบไม่เคลียร์เท่าไร เพราะว่ามันมีปัญหาจริง ๆ อย่างเช่น เรื่องของกุญแจ ที่ว่ามันยังไม่ถึงเวลา ต้องไปใช้เวลาไขกุญแจ เอากุญแจนาน แต่คิด ว่าเวลาความเปึนความตายของมนุษย์คนหนึ่ง ๑ นาที ๒ นาที มันก็มีค่ามาก ๆ แล้ว ก็อยาก ถามว่าในอนาคตไม่ว่าจะเกิดกรณีกับบุ้ง หรือการดูแลผู้ต้องหา หรือผู้ต้องขังในเรือนจำอื่น ๆ ท่านเองมีแนวคิดในการปรับปรุงกระบวนการขั้นตอนหรือวิธีการในการดูแลผู้ต้องหาใน เรือนจำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ อันนี้เปึนคำถามที่ ๒ ค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอบพระคุณมากครับ ผมไม่อยากให้มองว่า ราชทัณฑ์เปึนพื้นที่ที่เรื่องสุขภาพของผู้ต้องขังจะต่างกับที่อื่น ผมอยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ เรามีผู้ต้องขังในราชทัณฑ์ ณ วันนี้อยู่ ๒๙๖,๙๑๑ คน เยอะนะครับ คือราชทัณฑ์เราจะบรรจุ ได้สัก ๒๐๐,๐๐๐ คน เกินมา ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งก็เปึนเรื่องท้าทาย แต่ว่าสิ่งที่อยากจะเรียน ให้เห็นว่า ในอดีตนักโทษเราก็เฉลี่ยขณะนี้ เราจะมีผู้เสียชีวิต ป้ ๒๕๖๑ ๑,๐๗๓ คน ประมาณสัก ๓ เปอร์เซ็นต์ ป้ ๒๕๖๒ ก็ ๑,๒๐๐ คน ป้ ๒๕๖๓ ๑,๐๗๓ คน ป้ ๒๕๖๔ ก็ ๑,๐๐๐ กว่าคน แต่พอมาป้ ๒๕๖๖ เราเหลือ ๗๕๐ คน ซึ่งก็เรียนว่า ด้วยพระบารมี คือ ราชทัณฑ์ปันสุข ที่เราพยายามดูแลเรื่องสุขภาพผู้ต้องขัง แล้วก็อยากจะเรียนว่าอัตรา การเสียชีวิตในราชทัณฑ์เฉลี่ย ตอนป้ ๒๕๖๖ หรือป้ ๒๕๖๗ ๑.๙๒ คือ ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าการเสียชีวิตข้างนอก ท่านรู้ไหมว่า ๑,๐๐๐ คน เสียชีวิตถึง ๗.๙ สรุปว่าอยู่ในเรือนจำ อยู่ในราชทัณฑ์จะเสียชีวิตได้น้อยกว่า ในคำถามของท่าน ผมมาก็พยายามดูว่าเราจะต้อง ปฏิรูปกระทรวงยุติธรรมอย่างไร คือบางทีเรามองข้ามกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ดีเรามาช่วย สิ่งที่ผู้ต้องขังที่อยู่เกินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน สิ่งที่ผมต้องทำให้ได้ในยุคผม แม้ว่าใคร จะขัดขวางอย่างไร คือ ๑. จะต้องมีเรือนจำระหว่างการพิจารณาคดี ๒. ต้องแยกเรือนจำ เด็ดขาด ซึ่งในเรือนจำเด็ดขาดเดี๋ยวเรามาว่ากันอีกที อันที่ ๓ ในกฎหมายราชทัณฑ์เราเขียน ไว้มากมายเลย แต่เราไม่ค่อยมาปฏิบัติ และทางราชการไม่ค่อยปฏิบัติ ก็คือเรือนจำเฉพาะทาง เช่น คนไม่มีการศึกษาหรือการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐาน เราเขียนให้ราชทัณฑ์ทำหลักสูตร เทียบกับกระทรวงศึกษาธิการ ให้เท่ากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เข้ากับมนุษย์คนไทยที่ได้รับเงิน ไปศึกษา จบ ม.๖ ที่รัฐบาลให้เรียนฟรี ซึ่งมีอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน จะต้องมีเรือนจำ สำหรับ การเรียน มีเรือนจำสำหรับการฝ๊กอาชีพ จะอยู่ในเรือนจำเดียวกันหรือนอกเรือนจำก็ได้ และที่สำคัญเรือนจำมีไว้เพื่อออก ราชทัณฑ์มีไว้เพื่อออก ไม่ใช่มีไว้เพื่อเข้าไปอยู่ เพียงแต่ว่า ก่อนออกเราต้องเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย วันนี้เรามีผู้ต้องขังเรื่องยาเสพติด อยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่า ทำไมที่ผ่านมายาเสพติดพอปล่อยออกไป ๑๐๐ คน ๖๑ คน กลับมาราชทัณฑ์ วันนี้ผมจะท้าทาย ก็คือจะทำอย่างไรจะให้ราชทัณฑ์เปึนสถานที่ฟุ๋นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติดด้วย จะต้องเอางบ สปสช. มาช่วย ที่มีอยู่ประมาณหลายแสนล้าน ก็คงต้อง เข้ามาดู เพราะนี่คือเปึนความสูญเสีย

อันที่ ๒ จะขอให้ราชทัณฑ์เปึนสถานฟุ๋นฟูสภาพทางสังคม สภาพสังคมคือ อะไร คุณไม่มีที่อยู่อาศัย ออกไปคุณต้องมีที่อยู่อาศัย คุณไม่มีการศึกษา คุณต้องเรียนหนังสือ คุณไม่มีอาชีพ คุณต้องมีอาชีพ แล้วไม่ใช่อาชีพที่เกิดจากความรู้สึกอยากจะกำหนดก็ได้ ผมให้มีคณะเข้ามาทำการศึกษาวิจัย แล้วผมก็อยากจะเรียนว่าคืออันที่นี้เปึนที่โอกาสของ ประเทศไทย ที่เรามีผู้ต้องราชทัณฑ์อยู่เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คน แล้วเปึนคนหนุ่มสาวเปึนส่วนใหญ่ เขาต้องกลับไปเปึนคนที่มีคุณภาพทางสังคม อันนี้คือการปฏิรูป แต่ในคดีระหว่างนั้นผมจะต้องให้เขามีเวลาเตรียมตัวสู้คดี เขาจะต้องปฏิบัติไปเรือนจำ ก็ไม่ควรแต่งชุดนักโทษที่ใส่เสื้อชุดลูกวัวไป ซึ่งบางแห่งก็ทำแล้ว แล้วก็พยายามจะทำให้ได้ เพราะว่าอันนี้เปึนการผิดรัฐธรรมนูญ ส่วนในเวลาที่อยู่จะนอนอย่างไรจะเตรียมตัวอย่างไร แต่เนื่องจากการอยู่ด้วยคนกลุ่มใหญ่ คนส่วนมาก ถ้ากฎระเบียบวัฒนธรรมเดิมเปึนการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนก็มาคุยกัน เพราะว่าบางครั้งนี้ทำไมต้องให้ผู้ต้องราชทัณฑ์นั่ง เพราะผู้คุม มันน้อย มันจะได้มองเห็น แล้วเราก็มีจำนวนมาก ผู้คุมนี้เปึนบุคคลที่น่าสงสารไม่แพ้กับผู้ต้อง ราชทัณฑ์นะครับ ผู้ต้องราชทัณฑ์ ๕ ป้ออก เขาบางทีอยู่ถึง ๖๐ ป้ ต้องคุมอยู่ในสภาพเช่นกัน อันนี้ผมก็อยากจะเรียนกว้าง ๆ ส่วนการปฏิรูปนั้น สิ่งหนึ่งผมน่าจะต้องเป่ดโอกาสให้ คณะกรรมการสิทธิหรือคนภายนอกเข้าไป อาจจะต้องมีผู้ตรวจที่เปึนคนภายนอกและ สะท้อนขึ้นมา ผมพูดเสมอว่าดินแดนต่อไปนี้เปึนดินแดนของการสร้างโอกาส เปึนการสร้างคน เพื่อไปสร้างชุมชน สร้างครอบครัว และไปสร้างสังคม อันนี้ผมพูดโดยสรุปครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามสุดท้าย เชิญครับ

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ก่อนตอบคำถามสุดท้าย ขอ Mention ไว้สักครู่ว่า สรุปคือคณะกรรมการข้อเท็จจริงที่ว่าสอบสวนนี้ยังไม่มีวัน Deadline ว่าจะแถลงการณ์เมื่อไรถูกไหม แล้วก็พูดถึงเรื่องการปฏิรูปเรือนจำ จริง ๆ Mindset ง่าย ๆ เลย เราแค่ต้องเปลี่ยน Mindset ว่าคนที่อยู่ในเรือนจำ เราไม่ได้ต้องการแค่จะลงโทษเขาอย่าง เดียว แต่เราต้องการที่จะทำอย่างไรให้เขาเตรียมพร้อมกลับมาสู่สังคมด้วยในอนาคต เพราะฉะนั้นการเตรียมพร้อมก่อนออกเรือนจำอาจจะช้าไปด้วยซ้ำ ก่อนหน้านั้นในระหว่างที่ เขาอยู่ในเรือนจำทำอย่างไรให้เขาสามารถจะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ ในหลายประเทศที่เคยไป ดูงานหรือว่าเคยไปศึกษามา เขาก็ใช้วิธีการว่าอยู่ในเรือนจำปฏิบัติกับเขาเทียบเท่ามนุษย์ปกติ ไม่ต้องมานั่งกับพื้นก้มหน้าลงไปเวลาคนเดินผ่าน ยกเลิกการตีตรวน แล้วก็ให้เขาได้รับอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่มทุกอย่างเหมือนคนปกติ ฝ๊กอาชีพเขา อาชีพที่มันสามารถทำงาน ได้จริงในอนาคต เพื่อเขาใช้ชีวิตปกติ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ออกมา แล้วก็ไม่ต้องมานั่งเดินงง ๆ ว่าจะไปทางไหนต่อ อันนี้เปึนเรื่องสำคัญค่ะ เตรียมพร้อมก่อนออกไม่พอ ในระหว่างที่ เขาอยู่ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย เขาต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนมนุษย์คนหนึ่งตลอด เพื่อให้เขาออกไปเปึนมนุษย์ ถ้าเราปฏิบัติกับเขาเยี่ยงสัตว์หรือไม่ใช่มนุษย์ วันที่เขาออกไป เขาก็จะออกไปแบบนั้นเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นความคิดอันนี้สำคัญค่ะ ต้องเปลี่ยนตั้งแต่ Mindset แล้วก็ยินดีที่เห็นท่านรัฐมนตรีมีความตั้งใจที่จะปฏิรูปเรือนจำ เรามีความคิดเรื่องนี้ ตรงกัน

คำถามที่ ๓ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านมีความคิดเห็น อย่างไรกับนักโทษคดีการเมือง นักโทษคดีทางความคิดหรือผู้ต้องขังทางความคิด ซึ่งตอนนี้มี หลายคนมาก ๆ แล้วก็กำลังจะเข้าไปอีกหลายคนมาก ๆ ที่ตอนนี้อยู่ในระหว่างการ ควบคุมดูแลของกรมราชทัณฑ์ ดิฉันก็ไม่ได้อยากจะให้เกิดเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียใครอีก แล้วก็เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญว่าจะเปึนนักกิจกรรมทางการเมืองคนแบบไหน จะเห็นด้วยกับสิ่งที่ เขาทำหรือไม่ เขาจะเปึนคนดี คนเลวอย่างไร แต่มันสำคัญที่ว่ากระบวนการของ กรมราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องหาในเรือนจำ กำลังมองผู้ต้องหาเปึนมนุษย์คนหนึ่งอยู่ หรือเปล่า ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ขอขอบคุณครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ผมเองก็ให้ความสำคัญเปึนอย่างยิ่ง ความหมายของคดีการเมืองมันอาจจะมีความหมายกว้าง แต่ถ้าดูในราชทัณฑ์ขณะนี้คดีที่มี การมาเรียกร้อง มีการมาชุมนุมรวมอาจจะขยายไปถึง ๑๑๒ ก็ได้ มีประมาณอยู่น้อยลงแล้ว ๒๕ คน อันนี้ตัวเลขอาจจะต่างกัน ทางราชทัณฑ์ทำมา แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าช่วงหลัง ๆ ศาลก็ให้ประกัน คือราชทัณฑ์เปึนที่ปลายเหตุ งานของกระทรวงยุติธรรมในอดีตเปึนงาน ที่หลังคำพิพากษาเสีย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้เราก็พยายามที่จะทำ เช่น ในคดีระหว่างซึ่ง จะต้องทำให้ได้ คือตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินถือว่าเขาเปึนผู้บริสุทธิ์ ขณะนี้กำลังผลักดัน กฎกระทรวงส่วนหนึ่ง ในมาตรา ๘๙/๑ ซึ่งถ้าศาลเห็นด้วยก็อาจจะขอไม่ต้องเข้ามาอยู่ใน ราชทัณฑ์ ให้เขาอยู่บ้านหรือมีกำไล EM อันนี้ก็จะช่วยได้เยอะ เพราะว่าในส่วนที่คุมขังอื่น หรือการปฏิบัติในที่คุมขังอื่นเราก็จำเปึน เพราะถ้าไม่อย่างนั้นถ้าเรารออย่างนี้ อย่างเช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ในเรือนจำบุรีรัมย์ถูกไฟไหม้ช่วงโควิด-๑๙ ต้องเอานักโทษชายไปอยู่กับนักโทษหญิง อย่างนี้ พอเรามารอการก่อสร้าง เพิ่งได้งบป้นี้ กว่าจะก่อสร้างก็อีก ๕ ป้ ลักษณะอย่างนี้ เราถึงเวลาต้องมาปฏิรูป ทุกประเทศเขาจะใช้ชุมชนมาดูแล แต่เราอาจจะต้องใช้ที่คุมขังอื่น ที่คุมขังอื่นก็คือของราชทัณฑ์เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาจะไปไหนต่อไหนได้ เพียงแต่เรามีที่ ควบคุม และผมเองก็มีโปรแกรมในการปฏิรูปไม่ว่าจะเรื่องอาชีพ เรื่องอะไร โดยเฉพาะ อยากจะบอกว่าให้ผู้ออกจากราชทัณฑ์อย่างน้อยควรมีเงินเก็บสัก ๗๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้กำลังทำอยู่ เพราะในเรื่องอาชีพต่าง ๆ ที่เขาทำ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เปึนอันว่าจบกระทู้ที่ ๒ นะครับ ต่อไปนะครับ

๓. นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมจะมาตอบนะครับ ด้วยสำนักรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมมีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เปึนผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ คำถามแรก เชิญครับ

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันขอขอบพระคุณท่านประธานสภาที่พิจารณา บรรจุกระทู้ถามสดของดิฉันตามข้อบังคับสภาที่ ๑๕๖ เข้าสู่วาระ ซึ่งเปึนเรื่องที่เปึนที่สนใจ ของพี่น้องประชาชน และมีผลกระทบต่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ถ้าเราพูด ถึงความสนใจของพี่น้องประชาชนต่อโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เราต้องนึกถึงโครงการแลนด์บริดจ์นะคะ โครงการแลนด์บริดจ์ เปึนโครงการ Megaproject ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่มีมา หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านการ เห็นชอบรายงานข้อสังเกตศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ในโครงการ แลนด์บริดจ์ และได้นำเสนอ ครม. ไปแล้วนั้น โครงการแลนด์บริดจ์ รัฐบาลได้ชูยุทธศาสตร์ ดันประเทศไทยเปึนศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคเชื่อม ๒ มหาสมุทร เปึนประตูให้กับการ คมนาคมขนส่งและการค้าในระดับภูมิภาคและระดับโลก จึงเปึนที่สนใจและอยู่ในสายตาของ สื่อมวลชนตลอดเวลา ซึ่งก็มีสื่อมวลชนได้นำเสนอข้อมูลในหลากหลาย ทั้งข้อมูลที่มาจาก ภาครัฐเอง และเปึนข้อมูลที่บางข้อมูลก็อาจจะเปึน Fake new นะคะ จาก Timeline หลังจาก ครม. รับทราบโครงการ จึงเปึนการรับฟังความคิดเห็นของนักลงทุนต่างประเทศ ที่เราเรียกว่า Roadshow จึงได้รับทราบว่ามีหลายชาติได้มีความสนใจ ล่าสุดเมื่อ ๓ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้ต้อนรับ DB World หรือ Dubai Port World ในการหารือเรื่องการลงทุน ดังนั้นเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาล จึงขอตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แต่ด้วยวันนี้ ท่านมอบ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมนพร เจริญศรี ที่ท่านได้ให้ เกียรติมาตอบคำถามของดิฉัน คำถามของดิฉันก็คือว่าความคืบหน้าของโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไป Roadshow มีประเทศที่ให้ความสนใจประเทศใดบ้าง รวมที่สำคัญก็คือความเปึนไปได้ ของโครงการนี้ซึ่งมีพี่น้องประชาชนอยากจะรับทราบ ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรก เชิญครับ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ของท่านคุณหมอ ศรีญาดา ต้องถือโอกาสขอบพระคุณสำหรับคำถามเรื่องของความคืบหน้าของโครงการ แลนด์บริดจ์ แล้วเปึนโครงการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แล้วก็ เปึนโครงการที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ สำหรับคำถามแรก หลังจากที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา เราได้รับทราบถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือว่าโครงการแลนด์บริดจ์ หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไป Roadshow ต่างประเทศ หลายประเทศให้ความสนใจในการที่จะมาร่วมลงทุน ซึ่งกระทรวงคมนาคมเองก็มีการร่วม รับฟังความคิดเห็นหลายรูปแบบ ทั้งมีการประชุมเฉพาะ นำเสนอโครงการ มีการจัดวาระการ ประชุมนานาชาติ ตลอดจนถึงรายละเอียดโครงการ แล้วก็มีการประชุมย่อย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

นอกจากนั้นค่ะ ตามสไลด์ที่ดิฉันโชว์ให้เห็นเปึนภาพที่ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมไป Roadshow พบปะกับนักธุรกิจ เมื่อเราได้มีการประชุมกลุ่มย่อย แล้วก็ได้มีการ รับทราบความคิดเห็น แล้วก็ให้ข้อมูลในสิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ สายเดินเรือ ไม่ว่าเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของระบบราง นอกจากนั้นดิฉัน ขอได้ยกภาพของการประชุมถึง ๖ ครั้ง ในการทำ Roadshow ครั้งแรกที่การประชุม APEC ในเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๖๖ ช่วงต่อมาเปึนการประชุมสุดยอด ASEAN เดือนธันวาคม ที่ประเทศญี่ปุ์น หลังจากนั้นก็เปึนการประชุม World Economic Forum ซึ่งเปึนช่วงเดือน มกราคม ป้ ๒๕๖๗ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และต่อด้วยการรับฟังความคิดเห็นจาก นักลงทุนต่างประเทศ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะประเทศฝรั่งเศส แล้วก็ประเทศ อิตาลี ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ได้ให้ความสนใจที่ผู้ประกอบการพาณิชย์ รวมทั้งวิศวกรที่ปรึกษา กลุ่มธนาคาร แล้วก็กลุ่มประกันภัยก็ได้ส่งทีมงานเข้ามาศึกษา แล้วก็ดูพื้นที่จริงที่จังหวัด ระนอง แล้วก็จังหวัดชุมพร หลังจากนั้นเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็มีการรับฟัง ความคิดเห็นของนักลงทุนทั่วประเทศ แล้วก็ต่างประเทศหรือเราเรียกว่า Marketing Sounding ซึ่งดิฉันเองก็ได้เปึนประธานในการร่วมประชุม แล้วก็รับฟังความคิดเห็น ในภาคเอกชน แล้วก็รูปแบบของการลงทุน จะมีภาคของนักธุรกิจ ภาคเอกชน กลุ่มสถาบัน การเงิน กลุ่มนักลงทุน สถานทูต แล้วก็หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงสมาคมการค้าต่าง ๆ ทั้งในประเทศ แล้วก็ทั้งต่างประเทศเข้าร่วมประชุม แล้วก็นอกจากนั้นการเข้าร่วมประชุม เรายังมีการเป่ด Online อีก มีผู้ที่จะเข้าร่วมประชุมในระบบ Online อีกถึง ๒๕๐ ท่านค่ะ จากผลการประชุม ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านสมาชิกว่านักลงทุน นักธุรกิจ ภาคเอกชนได้มีการให้ความสนใจเปึนอย่างยิ่งนะคะ เพราะว่าโดยเฉพาะความจำเปึน ความสำคัญที่ทางสถานทูตต่าง ๆ ได้ยื่นขอข้อมูล แล้วก็รวมทั้งโครงการศึกษาของโครงการ ที่มีความเปึนไปได้ แล้วก็รูปแบบการพัฒนาทั้งสถานทูตของประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศออสเตรเลีย ประเทศอินเดีย ประเทศสิงคโปร์ แล้วก็ประเทศซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนผู้ประกอบการเดินเรือของประเทศจีนและฮ่องกง เมื่อวานนี้ซึ่งต้องบอกว่า เปึนที่น่าสนใจ แล้วก็เปึนที่น่ายินดีที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน แล้วก็ท่าน รองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มีโอกาสต้อนรับท่านสุลต่าน อะห์เหม็ด บิน สุลาเย็ม (Sultan Ahmed bin Sulayem) ซึ่งเปึนประธานกลุ่มบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารของ Dubai World ได้มีการพูดคุยกัน พบปะกัน พูดคุยกันในเรื่องของการลงทุน หลายโครงการในประเทศไทย ซึ่งในการพูดคุยกัน หนึ่งในนั้นก็จะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องของ โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งทาง Dubai World เองได้เข้ามาให้ความสนใจ รวมถึงแสดงความสนใจที่จะเข้ามาร่วม ลงทุน แล้วก็แสดงถึงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมว่าในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ว่ามี ความคืบหน้าอย่างไร รวมถึงการพูดคุยกันถึงการออกกฎหมาย SEC ซึ่งปัจจัยสำคัญของการ ลงทุน อย่างที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงเราก็ได้สร้างความมั่นใจ และนี่คือโอกาสของรัฐบาลค่ะ ประเทศไทยเราจะมีโครงการที่เกิดขึ้นเปึนโครงการขนาดใหญ่ แล้วก็เน้นย้ำถึงความสำเร็จ เน้นย้ำถึงการเป่ดประเทศให้มีการลงทุนเปึนการกระตุ้นให้กับ GDP ของประเทศ นอกจากนั้นสิ่งสำคัญที่สูงสุดก็คือ เปึนการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่ภาคใต้และความ อยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนในภาคใต้ ดิฉันขออนุญาตตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านคุณหมอถามคำถามที่ ๒ เชิญครับ

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานค่ะ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยมนพร สำหรับคำถามแรก

คำถามที่ ๒ โครงการแลนด์บริดจ์ เปึนส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งจาก Timeline ในเดือนธันวาคมป้นี้จะมีการจัดทำกฎหมาย SEC ที่เราเรียกว่า ระเบียง เศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งมีความสำคัญ เนื่องจากว่าเกี่ยวเนื่องกับจังหวัดถึง ๔ จังหวัดด้วยกัน คือ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช การที่โครงการแลนด์บริดจ์ ในการพัฒนา ภาคใต้ทำให้จังหวัดข้างเคียง ไม่ว่าจะเปึน เช่น ประจวบคีรีขันธ์ หรือในส่วนของพื้นที่ ชายแดนใต้ ตั้งแต่สตูล ตรัง ปัตตานี ซึ่งก็จะมีความเกี่ยวเนื่อง แล้วก็มีความเชื่อมโยงใน จังหวัดเหล่านี้ก็มีความสนใจในการที่จะเข้าร่วมในส่วนของโครงการแลนด์บริดจ์ ในการ เชื่อมโยงอะไรต่าง ๆ มันก็จะเปึนเรื่องของ พ.ร.บ. ที่จะต้องมีการจัดการอยู่ในพระราชบัญญัติ SEC ซึ่งจะเกิดขึ้น ซึ่ง SEC จะเปึนพื้นที่เศรษฐกิจใหม่เชื่อมโยงกับ EEC แล้ว NEC ในอนาคต พื้นที่ศักยภาพจึงเปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่น อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว Logistics ระหว่างประเทศ Digital Nomad อุตสาหกรรม Halal ประตูการค้าสู่มาเลเซีย สิงคโปร์ Rubber City ในเรื่องของอุตสาหกรรม ยางพารา ต่าง ๆ เหล่านี้หรือ Wellness Tourism ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้และมีความชัดเจน เมื่อพระราชบัญญัติ SEC เกิดขึ้น จึงเปึนคำถามที่ดิฉันอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่า ความคืบหน้าของการร่างกฎหมาย SEC ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือที่เราเรียกว่า Southern Economic Corridor เปึนอย่างไร ไปถึงไหนแล้วบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ ครับ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประเด็นคำถามของท่านสมาชิกที่ได้ถามถึงความคืบหน้าของการร่างกฎหมาย SEC หรือว่า Southern Economic Corridor ขณะนี้โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเปึนโครงการที่จะ ช่วยพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคใต้ ต้องบอกว่าเปึนโครงการที่มีความเชื่อมโยงในเรื่องของการ พัฒนาเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟ่ก แล้วก็จะทำให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางน้ำ ในกลุ่มภูมิภาค ASEAN แล้วก็เปึนปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งที่แสดงถึงความสำเร็จของโครงการ แลนด์บริดจ์ นั่นก็คือการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ การมีกฎหมายเปึนเครื่องมือในการ พัฒนาศักยภาพของการขนส่งทางน้ำก็มีความสำคัญ เช่นเดียวกับเราได้พัฒนาโครงการ EEC ไป แต่นี่คือเครื่องมือที่จะมีความสำคัญในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคใต้ คือกฎหมาย SEC โครงการแลนด์บริดจ์ มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับประเทศไทย สร้างรายได้ให้มีงาน ทำให้ชีวิตและความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น ซึ่งการพัฒนาเขต เศรษฐกิจภาคใต้ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ในระหว่างการร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจ ไปยังคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเราเรียกว่า กพศ. เพื่อพิจารณาในโครงการ ถ้า กพศ. ได้มีการพิจารณาในเงื่อนเวลาที่เราประมาณการไว้ก็คือ ปลายป้ ๒๕๖๗ เราก็จะได้กลับมาปรับปรุงแก้ไข แล้วก็จะเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ก่อนดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายเพื่อนำไปสู่การพิจารณาของสภาในโอกาสต่อไป ส่วนความคืบหน้าจะเปึนอย่างไร ดิฉันจะนำความคืบหน้าของการเสนอร่าง พ.ร.บ. SEC เหล่านี้มาให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คุณหมอศรีญาดาได้รับทราบ โดยร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้พิจารณาถึงบริบทความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ภายใต้ ๔ จังหวัด ก็คือ จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในมิติของ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจนี้จะคำนึงถึงในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยร่าง ของ SEC มีการเทียบเคียงระหว่างร่างของ พ.ร.บ. การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก หรือ EEC ป้ ๒๕๖๑ แล้วก็พิจารณาปัจจัยที่ยังคงเปึนปัญหาของนักลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อจะได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ขึ้น เมื่อเราเกิดโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้น และการปรับปรุงเหล่านี้เชื่อมั่นว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน ปัญหาของ EEC ที่เราทราบมา ไม่ว่าจะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานถนน แล้วก็ระบบน้ำ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราได้มีความตระหนัก แล้วก็พยายามที่จะทำกฎหมาย SEC ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ. SEC ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มีการเร่งรัด แล้วก็มีความห่วงใยให้เจ้าหน้าที่ สนข. ได้ติดตาม แล้วก็มีประเด็นไหนที่มีความห่วงใย หรือกระทบต่อพี่น้องประชาชนเราให้ความสำคัญกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ดิฉันขออนุญาตฅ ตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปคำถามที่ ๓ เชิญคุณหมอครับ

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ไปที่คำถามที่ ๓ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีในเรื่องของ ความคืบหน้า เรื่อง SEC คนใต้รออยู่ โครงการขนาดใหญ่แลนด์บริดจ์ เปึน One Port to Side มีท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร เชื่อมต่อด้วยถนน ราง ท่อ ในพื้นที่ ประมาณ ๙๙ กิโลเมตร พื้นที่เหล่านี้ แน่นอนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ของพี่น้องประชาชน รวมทั้ง มีเรื่องของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การรับฟังปัญหาประชาชน การเป่ดเผยข้อมูล เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเปึนสิ่งที่จำเปึน ดังนั้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจกับคนในพื้นที่ว่า อนาคตจะเปึนอย่างไร ความเปึนไปได้ของโครงการของพื้นที่ศักยภาพต่าง ๆ อย่างไร แค่ไหน จึงเปึนที่มาของคำถามสุดท้ายของดิฉันวันนี้ว่า ปัญหาความไม่เข้าใจของการใช้พื้นที่กับ พี่น้องประชาชนที่ครั้งแรก เมื่อโครงการแลนด์บริดจ์ ได้เริ่มต้นกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการ แก้ไขไปถึงไหน อย่างไร ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๓ ครับ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉันขอขอบคุณสำหรับคำถามที่ ๓ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ เรื่องของ ความไม่เข้าใจของพื้นที่ แล้วก็ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของโครงการแลนด์บริดจ์ ท่านประธานคะ เราต้องยอมรับว่าทุก ๆ โครงการเวลามีโครงการขนาดใหญ่แบบนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนโครงการใด ๆ ย่อมมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกับโครงการ แลนด์บริดจ์ มีผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอาชีพประมง แล้วก็อาชีพเกษตรกรรม เจ้าของสวนทุเรียน แล้วก็เรื่องของพี่น้องประชาชนในการถูกเวนคืนที่ดินที่จะนำมาซึ่งการ ขาดรายได้ แล้วก็ขาดอาชีพของพี่น้องประชาชน รัฐบาลเองได้ให้ความสำคัญเปึนอย่างยิ่ง ในการที่จะนำโครงการขนาดใหญ่และเกิดผลกระทบของพี่น้องประชาชน นั่นก็คือเราได้ เตรียมการในการแก้ไขปัญหา ดิฉันขอยกตัวอย่างในเรื่องของกลุ่มอาชีพประมงก่อน กลุ่มอาชีพประมงก็จะเปึนผู้ที่สูญเสียรายได้ ซึ่งรัฐบาลเองจะเยียวยาโดยทำการส่งเสริมอาชีพ เกี่ยวกับประมงไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการพัฒนาอาชีพอื่น หรือการพัฒนาอุตสาหกรรมในเรื่อง ของการแปรรูปการเกษตร การแปรรูปสินค้าทางทะเล รวมทั้งแนวคิดที่จะมีการชดเชยรายได้ โดยการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อเยียวยาที่เขาสูญเสียอาชีพเหล่านั้นมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และนอกจากนั้นเอกชนที่จะมาลงทุนโครงการนี้ก็จะเปึนผู้ใส่เงินลงไปในกองทุนเพื่อไม่ต้องใช้ งบประมาณของภาครัฐแต่อย่างใด ซึ่งประเด็นนี้ท่านสมาชิกหลายท่านก็มีความห่วงใยว่า แล้วจะเอาเงินมาจากไหนมาชดเชยตั้งเยอะแยะ นี่คือแนวคิดที่เราจะต้องตั้งกองทุนจาก บริษัทที่จะเข้ามาดำเนินงานในเรื่องของโครงการแลนด์บริดจ์

ในข้อที่ ๒ ส่วนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของการเวนคืนที่ดิน เราก็จะมีการชดเชย เยียวยา ทั้งที่ดินที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิอย่างเหมาะสม แล้วก็อย่างเปึนธรรมให้กับพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือน

ส่วนประเด็นที่ ๓ ประชาชนในพื้นที่หลายท่าน ไม่ว่าจะเปึนที่พะโต๊ะ ไม่ว่าจะเปึน ที่ชุมพร ที่ไม่มีสัญชาติ ซึ่งที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปประชุม ครม. สัญจรที่ จังหวัดระนอง ท่านก็ได้มีความห่วงใย แล้วก็ได้มอบนโยบายนี้ให้กับกระทรวงมหาดไทย ให้เร่งรัดกระบวนการเหล่านี้ ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การพิสูจน์สัญชาติ รวมถึงการมอบสิทธิ หรือสัญชาติไทยให้กับคนไทยพลัดถิ่น ในพื้นที่ของพะโต๊ะ แล้วก็พื้นที่ชุมพรเปึนระยะ ๆ แล้วก็จะมีการดำเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเริ่มโครงการแลนด์บริดจ์ นอกจากนั้น กระทรวงคมนาคมยังได้ดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล ในการดำเนินการ สร้างความรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนได้รับ ทั้งในระดับจังหวัด ทั้งในระดับภูมิภาค รวมถึงระดับประเทศ ตั้งแต่เดือนธันวาคมป้ ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบัน ได้จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชน ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่าง กิจกรรมที่เราได้ ดำเนินการไปแล้ว ประกอบด้วย ๑๐ กิจกรรม แล้วก็ทำเวทีรับฟังความคิดเห็นถึง ๗๖ เวที เปึนระยะเวลากว่า ๘๐ วัน ไม่ว่าจะเปึนการสัมมนาประชุมกลุ่มย่อย การประชาสัมพันธ์ ในเชิงลึก โดยกระทรวงได้สอดแทรกการประชุมประจำเดือนให้กับผู้นำชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สำคัญที่สุดคือกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน มีการประเมินผลสิ่งที่ จะต้องกระทบความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนและกระทบกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น การดำเนินการกลุ่มย่อยเรายังมีเปัาหมายที่ชัดเจนและอย่างทั่วถึง เช่น มีการสร้างความ เชื่อมั่นต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในช่วงวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการสัมภาษณ์ในเชิงลึกค่ะ ว่า ถ้าเกิดมีโครงการแลนด์บริดจ์ เกิดขึ้น จะมีผู้มีส่วนได้เสียในบริเวณก่อสร้างท่าเรือทั้งสอง ฝัืงอย่างไร สำหรับการจัดการทำประเมินรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือว่า EHIA นั้น จะนำความเห็นของพี่น้องประชาชนทั้งสองฝัืง แล้วก็ข้อวิตกกังวลต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน เหล่านั้นมาทำเปึนมาตรการเยียวยาที่มีการริเริ่มโครงการในโอกาสต่อไปค่ะท่านประธาน

ท้ายที่สุด ขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกว่า โครงการแลนด์บริดจ์ จะเปึนโครงการที่มีมูลค่ามหาศาล ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและมีประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้ง ๔ จังหวัด ในภาพรวม นอกจากนั้นก็เปึนโครงการสำคัญที่จะรับ ฟังความคิดเห็นทั้งด้านบวกและด้านลบ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความห่วงใยกับ โครงการนี้ ในเรื่องของผลกระทบต่อวิถีชีวิตพื้นบ้านของพี่น้องประชาชน โดยความสำคัญ หรือว่าข้อกังวล หรือว่าความห่วงใยต่าง ๆ เราก็จะนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบในการ ขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้

ท้ายที่สุดค่ะ ดิฉันมองว่าโครงการแลนด์บริดจ์ คือโครงการเปึนโอกาสสำคัญ ของประเทศ ดิฉันอยากจะฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงท่านสมาชิกทุกท่านว่า ถ้าโครงการนี้ ได้เกิดขึ้น นั่นก็คือการลุกขึ้น การเพิ่ม GDP ของประเทศในเรื่องของการลงทุน และสำคัญ ที่สุดเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านคุณหมอมีอะไรจะฝากหรือครับ

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้จากกระทู้สดของดิฉัน ๓ ข้อ ก็ต้องขอฝากท่านประธาน ขอบคุณและส่งกำลังใจให้กับรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และกระทรวง คมนาคม ซึ่งถือว่าเปึนแม่งานหลักสำหรับโครงการอภิมหา Megaproject ก็คือแลนด์บริดจ์ ครั้งนี้ ขอให้ทำงานได้สำเร็จลุล่วง และต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมนพร วันนี้ที่ได้สละเวลามาตอบกระทู้สด ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบความคืบหน้า แล้วก็ได้ มีกำลังใจและมีความหวังกับโครงการที่จะทำให้พี่น้องประชาชนภาคใต้ แล้วก็ทั่วประเทศไทย มีความกินดีอยู่ดีขึ้นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑. เรื่อง ติดตามความคืบหน้าข้อเสนอนโยบายการประมงทะเลและ พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้านไทย นายกฤช ศิลปชัย เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

แต่เนื่องด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจที่นัดหมายไว้แล้ว จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เปึนผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๑ เชิญท่านกฤช ศิลปชัย คำถามแรก เชิญครับ

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพครับ กระผม นายกฤช ศิลปชัย ผู้แทนราษฎรระยอง เขต ๒ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นที่ผมจะตั้งคำถามผมต้องขอใช้เวลาสภาแห่งนี้อภิปรายเล็กน้อยครับ เพื่อให้เพื่อน ๆ สมาชิกได้เข้าใจเกี่ยวกับประเด็นคำถามที่ผมจะได้ถาม แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ สละเวลาของท่านมาตอบกระทู้ของผมนะครับ

จากกรณีเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ สมาพันธ์สมาคมชาวประมงพื้นบ้าน แห่งประเทศไทย ได้ยื่นข้อเสนอนโยบายการประมงทะเลและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมง พื้นบ้านไทย ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้านและการทำประมง ที่นำไปสู่ความยั่งยืนทางทะเล การสร้างหลักประกันทางอาหารให้ประเทศ ที่รวบรวม ข้อเสนอเชิงนโยบายทั้งหมด ๑๘ ข้อ มาจากเครือข่ายประมงพื้นบ้านทั่วประเทศไทย โดยข้อเสนอนี้แบ่งออกเปึน ๒ หมวด

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

หมวดแรก ว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในประเทศ ประกอบด้วยทั้งหมด ๑๒ ข้อ ตามสไลด์ที่ปรากฏอยู่

ในส่วนหมวดที่ ๒ นั้นก็เปึนส่วนที่เหลืออีก ๖ ข้อ เกี่ยวกับเรื่องของนโยบาย ว่าด้วยการประมงทะเลยั่งยืน เพื่อสร้างหลักประกันทางอาหารให้ประเทศ

ทั้งหมวด ๑ และหมวด ๒ นี้ก็เพื่อต้องการให้ชาวประมงเข้าถึงทรัพยากรสัตว์ น้ำอย่างเปึนธรรม ผ่านการแก้ไขอุปสรรคและสร้างหลักประกันด้วยมาตรการต่าง ๆ แต่ว่าก็ เข้าใจดีครับว่า ในปัจจุบันอาจจะมีการติดขัดในเรื่องของข้อกฎหมายบางประการที่ยังบังคับ ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่โดยอำนาจหน้าที่ของท่านซึ่งถือว่าดูแลพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง ผมจึงขอยกข้อเสนอจากสมาพันธ์สมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยมาสอบถามท่านครับ

คำถามที่ ๑ ก็จะขอเรียนถามทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ว่า จากการที่สมาพันธ์สมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ได้มีข้อเสนอมายัง ท่านนั้น ท่านได้ดำเนินการอะไร อย่างไรได้บ้างหรือไม่ หรือท่านดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง หรือไม่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการกำหนดราคาน้ำมันราคาถูก หรือที่ชาวประมงเรียกว่า น้ำมันเขียว เนื่องจากการใช้เครื่องยนต์ โดยเฉพาะประเภทเครื่องยนต์หมุนใบจักรต้องใช้เรือ ใช้กำลังสูงมากกว่า ยิ่งปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดมีราคาสูงครับ ปัจจุบันประมงพื้นบ้านยัง ต้องใช้น้ำมันในราคาตลาด ซึ่งในรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมามีการอุดหนุน หรือมี โควตาน้ำมันราคาถูก ให้แต่เพียงชาวประมงพาณิชย์ที่เปึนอุตสาหกรรมประมงขนาดใหญ่ เท่านั้น แต่ชาวประมงพื้นบ้านยังไม่ได้รับหรือยังไม่เคยรับ หรือมีการจัดโควตาน้ำมันราคาต่ำ ให้กับชาวประมงพื้นบ้าน รวมถึงถ้าเกิดท่านกำหนดนโยบายว่า จะจัดโควตาให้ชาวประมง พื้นบ้านแล้ว ท่านจะแก้ปัญหาเชิงเทคนิคอย่างไรครับ ถ้าสมมุติวันนี้ท่านกำหนดว่า เขามีโควตาเดือนละเท่านั้นเท่านี้ แต่ในทางปฏิบัติชาวประมงพื้นบ้านยังต้องขับเรือออกไป เติมน้ำมันไกลถึง ๒๔ ไมล์ทะเลที่ Tanker กลางทะเล รวมถึงเรื่องของงบประมาณในการ สนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์ฟุ๋นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงครับ กองทุนประกันอุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติ ซึ่งปัจจุบันนั้นประกันภัยจากเอกชนไม่ครอบคลุมประเภทภัยพิบัติทางทะเล พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านเปึนผู้ที่ได้รับความเสี่ยง ทั้งเรื่องของภัยพิบัติความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้อย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก เสียโอกาสและเพิ่มรายจ่ายมากขึ้น จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบคำถามในข้อที่ ๑ ของผม ที่ได้ถามไปด้วยครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ วันนี้ต้องนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับ โดยเฉพาะท่าน สส. กฤช ศิลปชัย ซึ่งเปึน สส. จากจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ว่าท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝากมาขอโทษที่ท่านไม่ได้มาด้วย ตัวเอง ท่านติดภารกิจนะครับ แต่ท่านก็เล็งเห็นถึงความตั้งใจในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมง โดยเฉพาะ พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ท่านก็กำชับว่าให้ผมนั้นมาตอบกระทู้ของท่านนะครับ ผมนำเรียน จากที่ฟังที่ท่านอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ รวมถึงประเด็นคำถามที่ท่าน สส. กฤช ศิลปชัย ได้ถามผ่านท่านประธานมายังผม ผมต้องบอกว่าขอบคุณจริง ๆ ที่ท่านมีความห่วงใยให้กับ พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านของคนไทย และท่านก็มีความเข้าใจในส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น สำหรับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านอย่างแท้จริง อย่างที่ผมบอกไปครับ ท่านมีความเข้าใจ ในเรื่องแรก เราทราบกันดีอยู่แล้วครับว่าปัญหาอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้อง ชาวประมงพื้นบ้านขณะนี้อยู่ที่ต้นทุน แล้วต้นทุนมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในการประกอบ กิจการประมงพื้นบ้านก็มาจากต้นทุนทางด้านพลังงาน พูดง่าย ๆ ว่าเปึนต้นทุนของค่าน้ำมัน เปึนหลัก ดังนั้นเองผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานครับว่า ทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เรามีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาประมงทะเลอยู่ โดยคณะกรรมการชุดนี้เราได้ทำการ แต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อที่จะมีไว้พิจารณาข้อเสนอตามนโยบายการประมงทะเล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประมงพื้นบ้านครับ โดยเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ป้ ๒๕๖๖ ได้ทำ การประชุมมีหน้าที่ในการพิจารณาข้อเสนอนโยบายต่าง ๆ โดยคณะนี้ผมนำเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า คณะอนุนี้มีตัวแทนจากพี่น้องชาวประมงแล้วก็มีทางอธิบดี กรมประมงเปึนประธาน โดยผมต้องนำเรียนครับว่าในเนื้อหาของการประชุม ผมทราบมาว่า ทางกรมประมงเราได้เสนอช่วยเหลือค่าน้ำมันสำหรับพี่น้องที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน จำนวน ๑,๒๗๕ บาทต่อเดือน เปึนระยะเวลาทั้งหมด ๖ เดือนด้วยกัน แต่ผมนำเรียน ท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่า ในที่ประชุมมีท่านกรรมการบางท่านที่ยังมีคำถามอยู่นะครับว่า การที่จะสนับสนุนค่าน้ำมัน ๑,๒๗๕ บาทต่อเดือน ๖ เดือน ผู้ที่เข้าร่วมโครงการประมาณ ๔๕,๐๐๐ ราย ใช้งบประมาณประมาณ ๓๕๐ ล้านบาท เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า การอุดหนุนนั้น เปึนการใช้เงินของรัฐบาลแล้วมันจะเกิดความยั่งยืน เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า พี่น้อง ชาวประมงบางท่าน ผมย้ำว่าเฉพาะบางท่านเท่านั้นที่รับเงินอุดหนุนตรงนี้ไปแล้วจะนำไปซื้อ น้ำมันจริง ๆ ซึ่งถ้าไม่ได้ไปซื้อน้ำมันมันก็ไม่ตรงต่อวัตถุประสงค์ของการอนุมัติโครงการนี้ พอมีความไม่สบายใจของคณะกรรมการ ที่ประชุมจึงมีความเห็นว่าควรจะให้ชาวประมง พื้นบ้านได้รับการสนับสนุน เอาเฉพาะในเรื่องของน้ำมันก่อนนะครับ ให้มีความยั่งยืน มากกว่านี้ ไม่ใช่เฉพาะ ๖ เดือน ดังนั้นทางกรมประมงเราก็พยายามที่จะผลักดันแนวทาง ในการที่จะสนับสนุนน้ำมันผ่านทาง เขาเรียกว่า Fleet Card คิดง่าย ๆ ก็เหมือนกับบัตรเติมเงิน ที่ท่านไปเติมเงินในมือถือ ถ้าเราสามารถสนับสนุน หรือว่าอุดหนุนผ่าน Fleet Card ตรงนี้ได้ เราก็จะสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐอุดหนุนลงไปช่วยเหลือพี่น้องประมง พื้นบ้าน มันก็จะถูกนำไปซื้อน้ำมันตรงตามวัตถุประสงค์นะครับ แต่ผมนำเรียนว่านี่ก็เปึนอีก แนวทางหนึ่งที่เราจะทำการผลักดันครับ แต่ผมนำเรียนว่าในขณะนี้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ทราบดีครับ แล้วท่าน ก็ไม่สบายใจ เนื่องจากที่ผ่านมาจากทางภาครัฐเรามีการช่วยเหลือน้ำมันเขียวหรือว่าน้ำมัน ต่าง ๆ ที่มีราคาถูกกว่า โดยเฉพาะให้กับผู้ประกอบการประมงพาณิชย์ที่เปึนอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ แต่ว่าความช่วยเหลือถ้าเทียบกับพี่น้องประมงพื้นบ้านความช่วยเหลือต่าง ๆ มันมี ความเหลื่อมล้ำกันพอสมควร ดังนั้นเองแนวทางการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมประมงเราจะต้องหาทางลดช่องว่างตรงนั้นเพื่อที่จะเป่ดโอกาสให้พี่น้อง ที่ทำประมงพื้นบ้านได้มีโอกาสได้ต่อสู้ในธุรกิจของเขาด้วย ดังนั้นเองขณะนี้ครับผมนำเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกท่าน สส. กฤช ศิลปชัย จากจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกลว่า ขณะนี้ทางกรมประมงกำลังหารือแนวทางที่ผมได้ นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ กับคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา โครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ซึ่งชื่อแต่ละคณะมันก็ค่อนข้างยาว แต่ผมนำเรียนว่าคณะที่ผมได้เอ่ยไปเมื่อสักครู่นี้ ทางกรมสรรพสามิตเปึนเจ้าภาพ แต่ว่าเราก็มีตัวแทนจากกรมประมงเข้าไปนั่งในคณะทำงาน นี้ด้วย ดังนั้นเองการพูดคุยเบื้องต้นเราก็ชัดเจนครับว่า เราอยากจะหาทางในการที่จะอุดหนุน ในเรื่องของค่าน้ำมัน อย่างที่ผมนำเรียนไปครับว่า ในเรื่องของ Fleet Card น่าจะเปึน แนวทางที่ฝ์ายกรมประมงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราจะนำเสนอในการประชุม ในครั้งต่อไป

ผมนำเรียนเพิ่มเติม ในวันที่ ๗ และวันที่ ๘ ที่จะถึงนี้ ทางคณะทำงานในการ แก้ไขปัญหาโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมง ในเขตต่อเนื่องของ ราชอาณาจักร เราจะทำการลงพื้นที่ไปที่ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเปึนจังหวัดเพชรบุรีเพื่อไปรับฟัง ความเห็นจากสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ถ้าเรามีความคิดเห็นที่ตรงกัน เราก็สามารถนำความเห็นของทางสมาคม สมาพันธ์ไปเดินหน้าต่อได้เต็มที่ แล้วก็ยังคงจะรวม ไปถึงแนวทางอื่น ๆ ในการช่วยเหลือ แล้วก็ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่ทำประมงพื้นบ้านด้วยครับ ผมขออนุญาตตอบคำถามท่านสมาชิก แต่ว่าท่านยังถามเรื่อง กรมธรรม์ด้วยใช่ไหมเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ในส่วนของข้อเสนอจาก สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงครับ ผมนำเรียนว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ใช่เฉพาะป้นี้ เรามีนโยบายในการจัดตั้งงบประมาณที่จะสนับสนุนการทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝัืง ของประมงพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยจุดประสงค์เพื่อจะอุดหนุนไปยังองค์กรชุมชนประมง ท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมประมงนะครับ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มการผลิต ด้านประมง ซึ่งโครงการต่าง ๆ กิจกรรมต่าง ๆ องค์กรชุมชนสามารถออกแบบได้เอง เราก็จะ อุดหนุนเงินสนับสนุนองค์กรละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิกว่า โครงการแบบนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง เราเริ่มที่จะอุดหนุนมาแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ส่วนป้ ๒๕๖๘ เท่าที่ผมทราบเราได้รับ จัดสรรงบประมาณประมาณ ๒๐๐ กองทุน ที่จะไปอุดหนุนก็หมายความว่าองค์กรชุมชน ประมงท้องถิ่น ๒๐๐ หน่วยงานจะได้รับอุดหนุน องค์กรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมยกตัวอย่าง กิจกรรมหรือโครงการมันก็จะสามารถนำงบประมาณตรงนี้ไปใช้ในเรื่องของการเพิ่มผลผลิต ให้กับสัตว์น้ำก็ดี เรื่องของธนาคารสัตว์น้ำ การพัฒนาอาชีพทางด้านการประมง หรือแม้แต่ กระทั่งการเปลี่ยน หรือซ่อมแซมเครื่องมือประมงก็สามารถทำได้

ในส่วนความห่วงใยของเพื่อนสมาชิกที่เมื่อสักครู่ที่ได้ถามผ่านท่านประธาน ในส่วนของกองทุนประกันภัยแก่ประมงพื้นบ้าน เพื่อช่วยเหลือในกรณีอุบัติเหตุ หรือในกรณี ที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผมนำเรียนว่าทางกรมประมงเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มี ความสำคัญ และเปึนเรื่องที่มีความจำเปึนครับ โดยในป้ ๒๕๖๒ ได้ร่วมพัฒนาตัวกรมธรรม์ เพื่อที่จะนำมาใช้เปึนการประกันภัยเพื่อชาวประมงร่วมกับสำนักงาน คปภ. แล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเงื่อนไขในกรมธรรม์ อาจจะยังไม่เปึนที่พอใจสำหรับพี่น้อง ที่เปึนชาวประมงพื้นบ้านมากนัก เพราะว่ามีอุปสรรคหลายอย่าง ผมยกตัวอย่างบางอุปสรรคว่า ยกตัวอย่างในเรื่องของการชดเชยความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ หรือว่าภัยพิบัติกระบวนการ จะต้องไปดูในเรื่องของต้องอ้างอิงจากระเบียบทางราชการ ซึ่งต้องเปึนการประกาศภัยพิบัติ ระดับจังหวัดเท่านั้น ถ้าเปึนภัยพิบัติที่เกิดในเฉพาะพื้นที่ ผมเชื่อว่าทางจังหวัดเขา ก็ไม่สามารถประกาศเปึนภัยพิบัติได้ ก็ทำให้ไม่สามารถรับค่าสินไหมทดแทนได้ผมต้อง นำเรียนผ่านท่านประธานครับว่า ในขณะนี้ทางกรมประมงอยู่ในระหว่างการเจรจา เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย เพื่อจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้มันสามารถครอบคลุม หรือว่า ดูแลเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น โดยเรากำลังทำร่างใหม่เพื่อเสนอไปที่กรมบัญชีกลาง และรอความเห็นจากกรมบัญชีกลาง ยกตัวอย่างเช่น อย่างของเดิมเวลาเกิดความเสียหายก็ชดเชยตามความยาวของเรือ แต่ร่างที่ เรากำลังจะนำเสนอเปึนการชดเชยตามปริมาตรความจุของเรือ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องของเดิม เปึนเรื่องของอัตราการช่วยเหลือในกรณีที่เรือเสียหาย เราก็จะจ่ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ในร่างใหม่เราเพิ่มขึ้นมาจาก ๒๐,๐๐๐ บาท เปึน ๓๐,๐๐๐ บาท ของเดิมค่ากู้เรือก็จะ ช่วยเหลือเยียวยาประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ร่างใหม่เราก็ปรับขึ้นมาเปึน ๑๕,๐๐๐ บาท หรือแม้แต่ในกรณีที่เรือจมที่ก่อนหน้านี้สามารถจ่ายได้ไม่เกิน ๖๖,๐๐๐ บาท ในร่างใหม่นี้ สามารถเพิ่มขึ้นมาเปึนจ่ายได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นั่นก็คือตัวอย่างคร่าว ๆ ผมก็ ขออนุญาตตอบคำถามเพื่อนสมาชิก ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกแค่นี้ก่อนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกฤช ถามได้เปึนครั้งที่ ๒ ครับ

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง 🔗

ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับที่ได้ตอบคำถาม ก็ค่อนข้างมีความชัดเจน แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ต้องฝาก ท่านรัฐมนตรีครับว่า ขอขอบคุณที่ท่านพยายามทำให้เกิดความเปึนธรรมระหว่างชาวประมง พื้นบ้านและประมงพาณิชย์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป ก็คือความ ไม่เปึนธรรมเหมือนกัน ก็หวังว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งดำเนินการเรื่อง ปัญหาดังกล่าวที่ผมได้ถามไป

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

คำถามที่ ๒ ก็เปึนเรื่องของชาวประมงพื้นบ้าน อีกเช่นกัน แต่ครั้งนี้เปึนเรื่องของชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ที่มีการทำลายทรัพยากร ทางทะเลจากการพัฒนาประเทศ เช่นในพื้นที่ภาคตะวันออก ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี มีจำนวนเรือประมงหลายพันลำครับ ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการใหญ่ ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเปึนการขยายนิคมอุตสาหกรรม ป่โตรเคมีที่เกี่ยวข้องกับทะเล เช่นโรงกลั่นน้ำมัน แถมยังมีสถิติน้ำมันรั่วไหลในทะเล โดยบริเวณจังหวัดระยองมากที่สุดเปึนอันดับ ๑ ของประเทศ ก็ไม่แปลกครับเพราะว่า นิคมอุตสาหกรรมป่โตรเคมี โรงกลั่นน้ำมันเยอะแยะมากมายตั้งอยู่ในพื้นที่ รวมถึงโครงการ ของรัฐเองที่เปึน Mega Project ของ EEC ก็คือโครงการถมทะเลมาบตาพุด โครงการ ถมทะเลมาบตาพุดที่กินเนื้อที่กว่า ๑,๐๐๐ ไร่ โดยเนื้อที่ในขณะก่อสร้างสร้างผลกระทบ มากมายไม่ว่าจะเปึนฝุ์น ตะกอน เลน ที่เกิดจากการก่อสร้าง คือคุณโยนหินลงไป ดูดทราย ดูดอะไรไป ระบบนิเวศเปลี่ยน สัตว์น้ำชายฝัืงหายหมด ชาวประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบ เปึนวงกว้าง วันนี้ชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดระยองแทบทำมาหากินกันไม่ได้เดือดร้อน อย่างแสนสาหัส ผลผลิตจากการทำประมงลดน้อยลง ผมอยากจะชวนท่านรัฐมนตรีมาดู การดูแลชดเชยเยียวยาในโครงการลักษณะเดียวกัน ในสไลด์ผมด้านซ้ายมือเปึนโครงการ ถมทะเลเหมือนกันทำที่ท่าเรือแหลมฉบัง แต่อันนี้เปึนโครงการของกระทรวงคมนาคม เขามีการคิดคำนวณค่าเสียหายรายจ่ายของพี่น้องชาวประมงที่จะสูญเสียพื้นที่ทำกิน สูญเสีย ทรัพยากรสัตว์น้ำเฉลี่ยออกมาวันละ ๑,๐๐๐ บาท จ่ายให้เปึนเวลา ๕ ป้ ก็คือก่อสร้าง ๓ ป้ ทะเลฟุ๋นตัวอีก ๒ ป้ พอมาดูที่มาบตาพุดตรงกลางมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาโดยอดีต ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านก่อนหน้านี้ มีการกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมา ๑๕,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท คือ ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท เปึนเวลา ๓ ป้ในระยะก่อสร้าง ก็ยังพอรับได้แต่สุดท้ายครับจ่ายเงิน เยียวยาจริง ๆ ๑๐๐,๐๐๐ บาทครั้งเดียว มีสัญญาให้เซ็นห้ามฟัองร้อง เรียกร้องอีกทุกกรณี ลองเปรียบเทียบกันครับ ระหว่างแหลมฉบังกับมาบตาพุด การจ่ายจริง ๆ แล้วที่ระยอง ที่มาบตาพุดจ่ายอยู่ ๕๕ บาท ต่างกันเกือบ ๒๐ เท่า ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ซึ่งผมทราบดีโครงการนี้มันไม่ใช่โครงการในกระทรวงของท่าน แต่ว่าท่านคงปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะว่าท่านคือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่กำกับดูแลกรมประมง แล้ววันนี้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านกำลังเดือดร้อน พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านกำลังได้รับ ผลกระทบ ยื่นหนังสือก็แล้ว ไปทุกที่ก็แล้ว ไม่ได้รับคำตอบครับ ได้รับคำตอบเดียว คือ การเยียวยาเหมาะสมแล้ว มันเหมาะสมตรงไหน ๕๕ บาท เขาเสียหายแค่ ๕๕ บาทเอง หรือครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีครับ แล้วก็อยากจะวิงวอน แล้วก็ขอความ ช่วยเหลือจากท่านรัฐมนตรีด้วยครับว่า ในฐานะที่ท่านกำกับดูแลกรมประมง ดูแลชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง โดยเฉพาะชาวประมง พื้นบ้านในพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง ท่านจะช่วยเหลือพี่น้องชาวระยองเรื่องนี้ ได้อย่างไรบ้าง ท่านจะเปึนตัวแทนของพี่น้องเพื่อไปพูดคุยกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ โครงการเมื่อสักครู่ที่ผมได้กล่าวให้พี่น้องได้หรือไม่ เพราะผมเองผมก็ทำทุกอย่างแล้ว ในคณะกรรมาธิการผมก็เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหมดแล้ว ก็ไม่มีการตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น บอกว่าลงไปสำรวจแล้ว คุณลงไปสำรวจกับใครผมก็ไม่รู้ วันนี้ต้องฝากท่านรัฐมนตรี จริง ๆ ว่าเรื่องนี้ในฐานะที่ท่านดูแล ท่านมีนโยบายที่จะช่วยพี่น้องชาวประมงในพื้นที่พัฒนา อุตสาหกรรมหนัก ๆ แบบนี้อย่างไรบ้าง จะช่วยพูดคุยกับท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้หน่อย ได้หรือไม่ว่า ผลกระทบมันเกิดขึ้นแล้ว วันนี้เขาอยู่กันไม่ได้แล้ว จะทำอย่างไร หรือว่าถ้าท่าน จะลงพื้นที่ไปที่จังหวัดระยอง ผมก็ยินดีนะครับ ผมอยากจะชวนท่านรัฐมนตรีลงไปกับผม ด้วยซ้ำ ลงไปแบบไม่ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยซ้ำ ท่านจะได้รับทราบครับท่านจะได้ เจอกับพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบตัวจริง ๆ ตัวเปึน ๆ เขาจะได้บอกกับท่านจากปาก ของเขาเองครับ เรื่องนี้ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบด้วยครับว่าจะมีแนวทางแก้ไขผลกระทบ อย่างไรบ้างในฐานะที่ดูแลพี่น้องประมงพื้นบ้านครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน ขออนุญาต ขอประทานโทษท่านประธานและที่ประชุมด้วย เมื่อสักครู่นี้ที่บอกว่าคณะอนุกรรมาธิการ จะลงไปพื้นที่เพื่อไปรับฟังปัญหาจากสมาคมสมาพันธ์ที่บอกว่าเพชรบุรี จริง ๆ จะไปจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ก็ต้องขอโทษในข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ผมจำจังหวัดผิดนะครับ

ต่อกรณีที่เพื่อนสมาชิกท่านกฤช ศิลปชัย ครับ ที่ท่านได้พูดถึงเรื่องระยะเวลา ที่ยาวเกินไป มันก็คือความไม่เปึนธรรม ส่วนตัวผมผมเห็นด้วยนะครับ แล้วก็คิดว่าเรื่องนี้ เราคงจะต้องหามาตรการในการที่จะมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน ทั้งในระดับของกระทรวงก็ดี หรือว่าในระดับของภูมิภาค หรือว่าระดับที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็ดีนะครับ แต่ว่าเบื้องต้นผมขออนุญาตนำเรียนครับว่า การจ่ายเงินเยียวยาให้กับชาวประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่ที่ท่านได้อภิปรายให้กับพวกเรา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นเมื่อสักครู่นี้ ก็มีทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเปึนประธาน แล้วก็มีทางนิคมอุตสาหกรรมเปึน รองประธาน มีตัวแทนจากกรมประมง เปึนหนึ่งในคณะกรรมการร่วมเท่านั้นเอง ดังนั้นเอง การดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับพี่น้อง ประมงพื้นบ้านในภาคตะวันออก กรมประมงเรามีนโยบายในการที่จะดำเนินการช่วยเหลือ ชาวประมงพื้นบ้านมาโดยตลอด โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือดำเนินการในพื้นที่ที่จะ ร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนแล้วก็พัฒนาให้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นนะครับ ผมยกตัวอย่างอย่างเช่น การปรับปรุงซ่อมแซมธนาคารปูม้าก็ดี สนับสนุนการจัดหาเครื่องมือ ประมงสนับสนุนอุปกรณ์ซ่อมเรือการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การผลิตจุลินทรีย์ การปล่อยพันธุ์ สัตว์น้ำสนับสนุนวัตถุดิบแปรรูปต่าง ๆ ของสัตว์น้ำ การแปรรูปสัตว์น้ำ กิจกรรมที่ตรวจสอบ คุณภาพวัตถุดิบของสัตว์น้ำเฝัาระวังความปลอดภัย หรือแม้แต่กระทั่งกิจกรรมในการผลิต ลูกพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ กิจกรรมในการผลิตสัตว์น้ำเพื่อปล่อยใน แหล่งน้ำธรรมชาติต่าง ๆ หรือแม้แต่กระทั่งการเฝัาระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากแหล่งน้ำ ธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ดีครับ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ผมทราบดีว่าถ้าผมตอบแค่วันนี้มันก็คงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ และคงไม่สามารถ ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านที่จังหวัดระยองได้ ดังนั้นผมเองก็คงจะไม่กล้าประกาศที่เวทีแห่งนี้ว่าผมจะลงไปพื้นที่เพื่อไปเจอ เพราะว่าถ้าผม ประกาศไปแล้วมันก็คงจะขัดต่อเจตนารมณ์ของเพื่อนสมาชิกท่าน สส. กฤช ศิลปชัย เมื่อสักครู่นี้ อย่างที่ผมบอกครับ ผมก็มีความจำเปึนที่จะต้องลงไปแก้ไขปัญหานี้ แล้วก็จะ ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการหาทางออกที่มันจะสามารถทำให้ทุกฝ์ายพึงพอใจ โดยไม่ผิดกฎหมาย ผมก็จะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาแล้วก็ทำงานต่อครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณกฤช ถ้าเผื่อ ยังติดใจสามารถจะถามได้เปึนครั้งสุดท้ายนะครับ

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

ท่านประธานครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้ตอบคำถามนะครับ เข้าใจดีครับว่าทางกรมประมงเองก็มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ในส่วนเรื่องของซ่อมแซม สนับสนุนอุปกรณ์ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฝัาระวังความปลอดภัย ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องโดยทั่วไปที่กรมประมงก็ทำอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่ผมกำลังสะท้อนให้ ท่านรัฐมนตรีเห็นก็คือว่า ท่านจะสนับสนุนอุปกรณ์เท่าไร จะซ่อมแซมเท่าไร จะปล่อย พันธุ์สัตว์น้ำไปเท่าไร มันก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตพี่น้องชาวประมงระยองดีขึ้น เพราะว่าบ้านของ สัตว์น้ำมันไม่ดี มันมีแต่อะไรเต็มไปหมดแล้วก็ไม่รู้ในทะเลชายฝัืง อันนี้ต้องฝากท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับ

ท่านรัฐมนตรีครับ คำถามสุดท้ายของผม ก่อนอื่นต้องบอกว่าเปึนเรื่องเร่งด่วน ที่ผมเพิ่งรับมาจากพี่น้องชาวประมง ทั้งนี้จะเปึนของพี่น้องประมงพาณิชย์บ้าง ก่อนที่จะสู่ คำถามก็ต้องบอกว่าทุกท่านในที่นี้ก็คงรับรู้กันว่า ที่ผ่านมาพระราชกำหนดประมง ป้ ๒๕๕๘ ที่ออกมาบังคับใช้ได้สร้างผลกระทบมากมายให้กับชาวประมงพาณิชย์ ทำให้หลายครอบครัว ล้มละลายต้องเลิกอาชีพ จากกฎหมายที่ไม่ได้สัดส่วนความผิด ผมยกตัวอย่างเช่น บางราย แค่แจ้งชื่อผิดเปึนความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางธุรการ ปรับกันเปึนล้านครับ ตามขนาด ตันกรอส ตามขนาดของเรือ บางรายเปึนเจ้าของเรือ ๕ ลำ เรือของเขาผิดพลาดไป สัก ๑ ลำ ก็จับเรือเขาล็อกทั้งหมด ซึ่งกฎหมายที่บังคับใช้กันอยู่นี้มันไม่ได้สอดคล้องกับ วิถีชีวิตของชาวประมงไทย โดยเฉพาะประมงพาณิชย์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย ล่าสุดครับพี่น้องชาวประมงทั่วประเทศครับ แจ้งความประสงค์ขอนำเรือ ออกนอกระบบตามโครงการของรัฐบาลที่แล้วนะครับ สืบเนื่องถึงรัฐบาลของท่าน อันนี้ จำนวน ๑,๕๔๒ ลำ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง ไม่รู้ว่าทางท่านรัฐมนตรีได้รับ หนังสือตัวนี้หรือยัง เพราะว่าเอกสารตัวนี้เปึนหนังสือจากพี่น้องชาวประมงที่นำเรียนตรงถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

คำถามของผมข้อที่ ๓ ไม่นานครับ สั้น ๆ ก็จะถามว่า เรื่องของการบรรเทา เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการออกกฎหมายประมงในช่วงที่ผ่านมา หรือโครงการนำเรือ ออกนอกระบบ ขณะนี้เรื่องเหมือนจะเงียบไป จะถามท่านว่าในฐานะที่วันนี้ท่านมากำกับดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีความคืบหน้าอะไรบ้างหรือไม่ครับ จะขอความชัดเจนเรื่อง การซื้อเรือคืนจากพี่น้องประมง วันนี้เขาประกอบอาชีพต่อไปไม่ไหวแล้วครับ วันนี้อยากให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบชัด ๆ เลยครับว่า ท่านจะดำเนินการอย่างไร จะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าซื้อจะ ซื้อได้เมื่อไร จะมีการลงทะเบียนอย่างเปึนทางการอีกเมื่อไร แล้วเรือที่เคยลงทะเบียนไว้แล้ว ไปซื้อเขาไม่ถึงยอดที่ลงทะเบียนแล้วตัดเขาทิ้งไปนี่ จะทำอย่างไรกับพี่น้องผู้ลงทะเบียน เหล่านี้ รวมถึงจะดำเนินการแล้วเสร็จนี่ นานไม่ว่าครับ แต่ขอให้มีความชัดเจนครับ จะเสร็จ ป้ไหน จะตั้งงบประมาณอย่างไรถึงจะครอบคลุมกับความเดือดร้อนของพี่น้องประมงพาณิชย์ แม้ว่าวันนี้สภาของเรากำลังจะแก้กฎหมายพระราชบัญญัติประมงนะครับ แต่ว่าความ เดือดร้อนที่ผ่านมา วันนี้ในทางปฏิบัติอาจจะแก้กฎหมายได้แล้ว แต่ต้นทุนไม่มีแล้วครับ ทำอะไรต่อไม่ได้แล้วครับ อยากจะขายอย่างเดียวก็มีแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความ ชัดเจนเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบไม่ยาวจนเกินไปนัก เพราะเวลาที่ตอบ ๒ ครั้ง ก็ใช้เวลาเยอะ ก็ตอบ ครบประเด็น แต่ไม่ต้องยาวมาก เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ต้องกราบขอโทษท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ด้วยครับ เปึนการตอบกระทู้ในห้องใหญ่เปึนครั้งแรกก็บริหารเวลาอาจจะใช้เวลาเกินไป สักนิดหนึ่ง ผมนำเรียนเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ว่า ในเรื่องที่ท่านถามทั้งหมด ผมคงไม่สามารถ ตอบได้ในตอนนี้ เพราะว่าสิ่งที่ท่านถามมันขึ้นกับข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวเลขเยอะ แล้วผมนำเรียน ด้วยความเคารพว่า ลักษณะของกระทู้ทั่วไปเปึนกระทู้ที่เราจะเห็นกันก่อน แต่ว่าสิ่งที่ท่าน ถามเปึนการถามโดยเร่งด่วน แต่ว่าผมไม่ได้มีปัญหาผมยินดีที่จะตอบ ผมนำเรียนว่าตั้งแต่ ผมมีโอกาสได้ทำงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมก็ทราบมาว่ามีท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านก็ได้ให้ความสำคัญ แล้วก็ลงไปประชุม กับพี่น้องชาวประมงพาณิชย์ที่ต้องการที่จะขายเรืออยู่เรื่อย ๆ นะครับ ดังนั้นเองตอนนี้ ผมเชื่อว่ามันอยู่ในกระบวนการในการที่จะหาข้อสรุปที่ทุกฝ์ายพึงพอใจ ก็คงจะต้องใช้เวลา สักนิดหนึ่ง แต่ผมนำเรียนด้วยความเคารพว่า การต่อสู้พวกผมก็ต้องต่อสู้ พวกผมในฐานะ เปึนนักการเมืองด้วย ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็เปึนนักการเมืองด้วย เราก็ต้องต่อสู้ เพื่อที่จะให้สิ่งที่พี่น้องประชาชนจะได้รับกลับมา สิ่งที่เขาสมควรได้สามารถได้รับกลับมา ให้เหมาะสม ดังนั้นท่านไม่ต้องเกรงไปครับ เราในฐานะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราจะทำตรงนี้เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและรอบคอบที่สุด ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคุณกฤช ศิลปชัย ผู้ถามกระทู้ที่ ๑

ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักเรียนชั้นมัธยมป้ที่ ๑ โรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน ๑๓๙ ท่าน ซึ่งกำลัง นั่งฟังการประชุมอยู่ที่ชั้น ๓ ครับ

๒. เรื่อง ขอทราบแนวทางแก้ไขปัญหาผู้ป์วยจิตเวช นางสาวรักชนก ศรีนอก เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขได้เข้ามาพร้อมที่จะตอบท่านอยู่แล้วนะครับ ขอเชิญคุณรักชนก ศรีนอก ครับ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง และหนองแขมค่ะ วันนี้ขอตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับเรื่องแนวทางการจัดการปัญหาผู้ป์วย จิตเวช ซึ่งดิฉันอยากจะขอแยกเปึน ๒ กรณี ก็คือผู้ป์วยจิตเวชทั่วไปกับผู้ป์วยจิตเวชที่เกิดจาก ยาเสพติด วันนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็ต้องเอ่ยชื่นชมท่านรัฐมนตรีที่มาตอบ กระทู้ด้วยตัวเองนะคะ เพราะว่าหายากเหลือเกินในสภาแห่งนี้ที่ท่านรัฐมนตรีจะมาตอบ ด้วยตัวเอง ดังนั้นดิฉันต้องขอบคุณด้วยใจจริง แล้วก็อยากที่จะให้ท่านรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ ได้ เอาบรรทัดฐานนี้เปึนเยี่ยงอย่าง ผู้ป์วยจิตเวชในไทยอย่างที่ท่านรัฐมนตรีอาจจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ก็คือจะมีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน จนถึงประมาณ ๒.๙ แสนคนซึ่งในส่วนนี้คือส่วนที่เข้ารับ การรักษา แต่ว่าจะมีส่วนที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษาอาจจะสูงถึง ๑๐ ล้านคนเลย ตามงานวิจัย ปัญหาที่ทราบกันอยู่แล้วก็คือว่าบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากรที่เกี่ยวกับเรื่องจิตเวชไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถที่จะเข้าถึง บริการตรงนี้ได้ อีกส่วนหนึ่งก็คือคนที่สามารถเข้าถึงบริการได้ถ้ามีฐานะทางสังคม มีเงินใน กระเปิาเยอะ ๆ หน่อย ท่านก็อาจจะไปใช้บริการเอกชนได้นะคะ หรือว่าสามารถเลือก คุณหมอหรือว่าเลือกยาเองได้ แต่ว่าสำหรับประชาชนผู้ยากไร้ที่จะต้องใช้บริการจาก โรงพยาบาลของรัฐหรือว่าใช้บริการ ๓๐ บาท อาจจะต้องลุ้นว่ายาที่ใช้จะเจอกับ Effect หรือเปล่า เพราะว่าปัญหาที่พบบ่อยมาก ๆ เลย ก็คือถ้าบางคนที่เจอผลกระทบ Effect จากยาจะทำให้ผู้ป์วยมีอาการแย่ลงนะคะ แล้วก็บัญชีในยาหลักยังมีอยู่จำกัดมาก ๆ อันนี้ท่านรัฐมนตรีเองอาจจะทราบอยู่แล้ว แล้วก็อีกหนึ่งปัญหาที่เปึนปัญหาที่อาจจะพบกัน ทุกชุมชน แล้วก็พบกันทุกโรงเรียน ทุกปัายรถเมล์ก็คือ ผู้ป์วยจิตเวชซึ่งเกิดจากยาเสพติดค่ะ อันนี้ดิฉันก็ไปหาข้อมูลมานะคะ แต่ว่ากรมสุขภาพจิตอาจจะมีข้อมูลพูดยังไม่ตรงกัน ด้วยซ้ำนะคะ เพราะว่าในป้นี้ป้ ๒๕๖๗ ต้นป้ ตอนเดือนกุมภาพันธ์บอกว่า มีผู้ป์วยจิตเวช ที่เกิดจากยาเสพติดประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าบุคลากรในกรมเดียวกันให้สัมภาษณ์ ในเดือนเมษายนป้เดียวกันบอกว่า มีประมาณ ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้มันจะมีผลกับการปฏิบัติงาน หรือว่าการคำนวณที่คลาดเคลื่อนของท่านจะส่งผลกับการ ดูแลผู้ป์วยเหล่านี้ไหม เพราะว่าดิฉันก็ได้อ่าน มันจะมีคู่มือในการดูแลผู้ป์วยจิตเวช แล้วก็ ผู้ป์วยจิตเวชที่เกิดจากยาเสพติด ในคู่มือก็อาจจะบอกคร่าว ๆ ว่าควรจะรักษาอย่างน้อย ๑ ป้ แล้วก็หลังจากรักษาแล้วควรจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยที่บุคลากรทางการแพทย์ อาจจะมีการมาตามดูที่บ้านหรือว่าโน่น นี่ นั่น แต่ว่าในหน้างานจริงมันไม่ได้เปึนอย่างนั้นค่ะ ท่านรัฐมนตรี ดิฉันก็เลยอยากที่จะสอบถามแนวทางค่ะ แนวทางแรกก็คือว่าแนวทางในการ ดูแลผู้ป์วยจิตเวช และ ๒. ก็คือแนวทางในการดูแลผู้ป์วยจิตเวชที่เกิดจากยาเสพติดทั้งระยะ สั้นและระยะยาวค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขอตอบกระทู้ถามของ นางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกพรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร ต้องขอขอบคุณท่านได้ตั้งกระทู้เปึนเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าในปัจจุบันนี้ ในข้อมูลที่ท่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ผมยอมรับว่าเปึนเรื่องจริง ที่ข้อมูลทั้งหลายบางครั้ง ตัวเลขก็ไม่ค่อยตรงกัน ผมเข้ามาทำงานในกระทรวงสาธารณสุข ผมเรียนว่าผมไม่ใช่เปึนหมอ ผมเปึนวิศวกร ผมก็ต้องดูตัวเลขเหมือนที่ท่านได้อภิปรายซักถาม ถ้าหากว่าตัวเลขไม่ตรงกัน ผมก็จะปวดหัวมากในเรื่องของการบริหารจัดการว่า เราจะเติมอะไรไปตรงไหนอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ในส่วนของการดำเนินการ ตรงนี้ต้องเรียนว่า บุคลากรทางการแพทย์ในภาพรวมไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของจิตเวช มีไม่เพียงพอ ในกระทรวงสาธารณสุขมีบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล และในส่วน อื่น ๆ รวมแล้วประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน เรามี อสม. อีก ๑,๐๗๐,๐๐๐ คน เปึนองค์กรที่ใหญ่ มากและมีงานที่ทับถม ถ้าหากว่าเราไม่สามารถแยกหรือบริหารจัดการให้เปึนแนวทาง ที่เกิดความชัดเจนแล้ว เราก็จะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในส่วนของการดำเนินการในการ ใช้จ่ายงบประมาณของประเทศซึ่งมีงบประมาณถึง ๓๔๐,๐๐๐ ล้าน ที่ได้ขอมานะครับ ในส่วนของการดำเนินการและคำถามของท่าน ผมต้องเรียนว่าในวันนี้ในส่วนงานที่ดู เรื่องจิตเวช คือกรมสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตในส่วนใหญ่ที่ผ่านมาก็จะดูผู้ป์วย ผู้ป์วยที่เปึน จิตเวชที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเปึนส่วนใหญ่ ความแตกต่างของผู้ป์วยจิตเวชกับผู้ป์วย จิตเวชที่มาจากยาเสพติดมีความแตกต่างกันตรงที่ว่า ผู้ป์วยจิตเวชยาเสพติดมีโรคอื่นมาด้วย เมื่อมีโรคอื่นมาด้วย นายแพทย์หรือผู้ดูแลในส่วนตรงนี้ที่เกี่ยวกับเรื่องของจิตเวชอย่างเดียว ไม่สามารถรักษาได้ครอบคลุม ผมมีนโยบายที่ให้กระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการ คือการ ควบรวมในส่วนของจิตเวชธรรมดาของคนทั่วไปกับจิตเวชยาเสพติดหรือในส่วนของเหล้า แอลกอฮอล์ บุหรี่ กัญชา ยาบ้า อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เข้าไปรวมกันอยู่ในกรมสุขภาพจิต แล้วก็มีแนวทางถ้าเปึนไปได้ก็จะปรับเปลี่ยนในส่วนของการบริหารจัดการเปึนกรมสุขภาพจิต และยาเสพติดตรงนี้ ซึ่งต้องเรียนว่าอาคารสถานที่ของกรมสุขภาพจิตไม่ใช่เล็ก ๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำนวนเตียงในส่วนของกรมสุขภาพจิตมีตั้ง ๔,๔๖๙ เตียง และในเตียงที่ดูแลเกี่ยวกับผู้ป์วย จิตเวชทั้ง ๒ อย่างร่วมกันของสำนักงานปลัดประมาณ ๑,๖๒๕ เตียง แล้วก็ในส่วนของ โรงพยาบาลทั่วไปและกรมการแพทย์ก็มีแค่ ๑,๘๔๐ เตียง ก็จะเห็นว่าในส่วนของ กรมสุขภาพจิตมีหน้าที่ที่ดูแลในส่วนนี้อย่างชัดเจน แล้วก็เปึนหน้าที่โดยตรง ถ้าเราเพิ่ม ในส่วนของยาเสพติดเข้าไป ผมมั่นใจว่ามันจะเปึนการดูแลที่ตรง

ในส่วนของคำถามที่ท่านให้ความเห็นว่าตัวเลขไม่ตรงกันเลย ผมก็ได้รวบรวมมา ผู้ป์วยจิตเวชรวมแล้วในป้นี้ทั้งเกี่ยวกับยาเสพติดและทั่วไป รวมแล้ว ๕.๗ ล้านคน เปึนจิตเวช ที่มาจากยาเสพติด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นับแล้วนับอีก ควบคุมดูแลในส่วนต่าง ๆ ของการ ดำเนินการตรงนี้ และในส่วนงานจิตเวชที่เกี่ยวกับประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือผู้คนที่มีความเสี่ยง ให้คนไทยรู้จักสุขภาพจิตและดูแลสุขภาพจิตด้วยตนเองเบื้องต้น ส่งเสริมสมุนไพรอาหารไทยเปึนยา ถ้ากายดี ใจดี ก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี คัดกรองและการ ติดตามตนเองผ่านช่อง www.วัดใจ.com ซึ่งลงทะเบียนไว้จำนวนผู้คนถึง ๕ ล้านกว่าคน ในเว็บไซต์ตรงนี้ งานใหม่ที่ผมประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมประชุม เมื่อวานนี้ต้องเรียนว่าเราได้ตั้งสิทธิประโยชน์ใหม่สำหรับงบประมาณในป้ ๒๕๖๘ คือ ศูนย์ปรึกษาจิตเวช ศูนย์ปรึกษาสุขภาพจิตก่อนป์วย จะตั้งขึ้นเพิ่มทุกจังหวัด เปึนงบประมาณ ๗๓ ล้านบาท นี่เปึนงานใหม่ที่ขึ้นมาไว้สำหรับการพูดคุยปรึกษาหารือ เพราะจิตเวชส่วนใหญ่ จะเปึนการให้ความรู้ เปึนการพูดคุยที่ไพเราะเพราะพริ้ง เพื่อให้หลีกเลี่ยงจากความก้าวร้าว ทุกสิ่งทุกอย่าง สำหรับผู้ป์วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติด เหล้า แอลกอฮอล์ บุหรี่ กัญชา ยาบ้าต่าง ๆ เหล่านี้ ระบบข้อมูลผู้ป์วยจิตเวช รวมกับของกระทรวง พม. กระทรวงมหาดไทย พัฒนาระบบการแจ้งโดยศูนย์คัดกรองของสาธารณสุขในสายด่วน ๑๓๒๓ สายด่วน ๑๖๖๗ ผลักดันยาฉีดชนิดออกฤทธิ์ยาวนาน เนิ่น ๆ บางทีก็ออกฤทธิ์เปึนเดือน เข้าสู่ระบบบัญชียาหลัก แล้วก็ผลักดันในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้เพิ่มเติมขึ้น สำหรับแผนการดูในระยะยาว มีการเพิ่มเติมมา ๔ แผน

๑. คือแผนบุคลากรสุขภาพจิต คือร่าง พ.ร.บ. ปลดล็อกให้กระทรวง สาธารณสุขสามารถผลิตบุคลากรที่จำเปึน คือผมให้นโยบายไปกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขอยู่ในกฎของ ก.พ. มีความจำกัดในตำแหน่งหน้าที่การงาน และมีความอึดอัด ในสิ่งที่ข้าราชการจำนวนมากทั้ง ๕๐๐,๐๐๐ คน ในส่วนของบุคลากรทั้ง ๕๐๐,๐๐๐ คน ที่เจริญเติบโตขึ้นมันมีความอึดอัด ผมก็อยากให้ออกนอกระบบของ ก.พ. คือ พ.ร.บ. ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขออกใหม่ ลักษณะคล้าย ๆ อย่างของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เปึนแท่ง ๆ มีจำนวนบุคลากร อย่างซี ๑๑ ของกระทรวงสาธารณสุขมี ๓ คน แต่ของ กระทรวงศึกษาธิการมี ๓ คน แต่กระทรวงสาธารณสุขอาจจะไม่จำเปึนถึงขนาดนั้น แต่ว่าทำให้เปึนการตอบแทนของการทำงานที่คุ้มค่าในการดำเนินการต่าง ๆ ในขณะนี้ กำลังร่าง กำลังทำ และเชื่อว่าคงสามารถเข้าสภาได้ในสมัยนี้ อาจจะปลาย ๆ จำนวน นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ดูแลคุณภาพประชาชนใน รพ.สต. ต่าง ๆ เหล่านั้นก็ต้อง ปรับเพิ่ม

๒. แผนเพิ่มบริการให้ทั่วถึงทั้งกรุงเทพมหานคร ทั่วถึงทุกพื้นที่ เพิ่มจำนวน หอผู้ป์วยจิตเวชยาเสพติดครบ เพิ่มมินิธัญญารักษ์ให้ครบทุกจังหวัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มสถานฟุ๋นฟูสมรรถภาพ เพิ่มชุมชนล้อมรักษ์ CBTx เพิ่มศูนย์ฟุ๋นฟูสภาพทางสังคม

๓. แผนเพิ่มการช่วยเหลือผู้ป์วยคลุ้มคลั่งรุนแรงแบบเชิงรุก เพิ่มบริการเชิงรุก ในระบบการแพทย์

๔. แผนเพิ่มการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสุขภาพจิต ผมมีนโยบาย ๕ บวก ๕ เร่งรัดพัฒนาในเรื่องของการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น

ในส่วนคำถามแรกของท่านผมก็ขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณ รักชนก ศรีนอก ถามเปึนคำถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาอ่านเอกสารที่ข้าราชการเตรียมมาให้ดิฉัน ฟังนะคะ แน่นอนว่าอันนั้นก็คือแนวทางที่ท่านได้เตรียมเอาไว้ ทีนี้ดิฉันก็อยากที่จะคุยกันว่า มันจะไปข้างหน้าได้อย่างไร วันนี้ที่ท่านมาอยู่ที่ตรงนี้ดิฉันก็อยากจะขอความมั่นใจ เพราะว่า สิ่งที่ท่านพูดนี้มันก็โอเคแน่นอนว่าเปึนตามเอกสาร เปึนแนวทางที่เตรียมกันไว้ แต่ว่าดิฉันจะ อยากจะเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟัง ผ่านไปยังท่านประธานค่ะว่า สถานการณ์หน้างานมันคือ อย่างนี้ท่านรัฐมนตรี คือดิฉันเข้าใจว่า ๔๐๐ เขต ในห้องประชุมนี้ สส. เขตทุกคนจะต้อง เคยเจอ ก็คือว่าจะมีผู้ป์วยจิตเวชที่เกิดจากยาเสพติด ที่เรียกว่า คนเมายา ที่อาละวาด บางทีก็คือไปยืนตามปัายรถเมล์แล้วก็ทำอนาจาร หรือว่าไปดักรอตามหนทางที่เด็ก ๆ ไปโรงเรียนนะคะ แล้วก็ไปทำอนาจารทั้งทำกับตัวเอง แล้วก็ทำกับเด็ก ๆ ซึ่งบางครั้งเลยเถิด ไปเปึนการทำร้ายร่างกาย หรือว่ามีการลงไม้ลงมือ ทีนี้เวลาที่เราเจอเหตุการณ์เหล่านี้ สมมุติว่าทำอนาจารเฉย ๆ แล้วเด็ก ๆ อยากจะเอาเรื่องร้องเรียนไปแจ้งตำรวจ บางทีตำรวจ บอกว่าไม่สามารถที่จะจัดการอะไรได้ เพราะว่าเรื่องราวมันยังไม่ได้เกิดขึ้นนะคะ มันจะต้องเกิดเหตุที่เปึนเหตุร้ายมากกว่านี้ก่อน อันนี้ก็เปึนปัญหาหนึ่ง แต่ว่าพอไปแจ้ง สาธารณสุขนี่ก็จะเจอกับอีกปัญหาหนึ่งคือว่า ไม่รู้ว่าใครจะเปึนผู้นำตัวคนเหล่านี้ไปบำบัด เพราะว่าต้องพูดอย่างนี้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนเหล่านี้บางทีคือไม่ได้มีครอบครัว แล้วตัว เขาเองก็ดูแลตัวเองไม่ได้แล้วนะคะ แต่ว่าเราจะต้องได้รับ Consent จากตัวเขา หรือว่า ครอบครัวในการที่จะส่งเข้าไปรักษาก่อน อันนี้คือความลักลั่นแรกนะคะ เพราะประชาชน ที่เจอปัญหาเหล่านี้อยู่ทุก ๆ วัน อันดับแรกคือแจ้งตำรวจไป ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ แล้วก็บุคลากรทางสาธารณสุข ระบบทางสาธารณสุขเองระเบียบอาจจะไม่ได้เอื้อให้มารับตัว คนเหล่านี้ไป ดิฉันอยากจะพูดยกตัวอย่างในเขตดิฉัน ที่ดิฉันได้มีโอกาสได้พาผู้ป์วยจิตเวช ที่เกิดจากยาเสพติดเข้ารับการรักษา ๒ คน ปัญหาข้อแรก คืออย่างที่บอกไป

ถัดมา ก็คือพอเริ่มกระบวนการ พอที่บ้านเขานี่โอเคยอมรับแล้วว่าคน ๆ นี้ เปึนปัญหาทั้งกับครอบครัว แล้วก็เปึนปัญหากับทั้งสังคม ยอมรับให้มาทำการรักษา ปัญหา ที่เกิดขึ้นก็คือพอจะพาผู้ป์วยไปทำการรักษา อันนี้มันไม่มีตัวกลางที่จะเปึนใครในการจัดการ ตำรวจก็ไม่ได้รับหน้าที่ในการจะไปรับส่ง หรือว่ารถทางการแพทย์ฉุกเฉินของสาธารณสุข ก็ไม่ได้รับส่งผู้ป์วยเหล่านี้ อย่างในกรณีของดิฉันก็ต้องไปขอร้องประธานชุมชนให้ไปขอร้องเทศกิจอีกที ในการที่จะรับ ตัวผู้ป์วยไปสถานพยาบาล ซึ่งปัญหาตรงนี้คือว่าคนที่จะพาเขาไปก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ในการที่ จะดูแลผู้ป์วยจิตเวช เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาก็อันตรายอีก และพอพยายามทุกกระบวนการในการ ที่จะพาเขาไปที่โรงพยาบาลได้แล้วก็ต้องเจอกับคำตอบที่ว่า จะต้องไปเริ่มจากโรงพยาบาลที่ ผู้ป์วยมีสิทธิอยู่ก่อน เข้าใจว่าอันนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการ แต่ว่าหน้างานจริงมันคืออย่างนี้ บอกว่าต้องหาผู้ป์วย ก็คือไปโรงพยาบาลที่เริ่มต้นสิทธิก่อน เราต้องเสียเวลา ๑-๒ วัน ในการ ที่จะเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่ต้น จนสุดท้ายก็คือสามารถที่จะพาเขาเข้าไปที่โรงพยาบาล รักษาจิตเวชได้พอพาไปถึง สิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลอีก ก็คือว่าแพทย์จะมีการประเมิน บางคนก็คือเวลาไปเจอแพทย์สงบนิ่ง ยังไม่ได้เกิดอาการกำเริบ ยังไม่ได้ให้ยา ประเมินแบบนี้ เห็นหน้างานเปึนแบบนี้ก็ส่งกลับ เสียเวลากันอีกแล้วก็กลับมาอาละวาดที่บ้านต่อ แต่คนที่ ได้รับการบำบัดสามารถเข้าสู่กระบวนการแพทย์ได้ ปัญหาที่เจอกันจริง ๆ เลยค่ะ หลังจากที่ ส่งเข้าสู่ระบบสาธารณสุขให้แพทย์ดูแลได้แล้ว สบายใจกันไปแล้วว่าปัญหาได้คลี่คลาย แต่ระยะเวลาในการดูแลรักษาคนเหล่านี้ค่ะท่านรัฐมนตรี ที่เขียนเอาไว้ในคู่มือของ สาธารณสุขเองบอกว่าต้องรักษาประมาณ ๑ ป้ แล้วก็จะต้องมีการดูแลติดตามกันอีกอย่าง น้อยก็คือ ๖ ครั้ง แล้วก็ต้องดูแลระยะเวลาเท่านี้เท่านั้น แต่หน้างานจริงก็คือหลังจากที่พาไป รักษา ๒-๓ เดือน ก็ปล่อยกลับมาแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ออกมาทำพฤติกรรมแบบเดิม แล้วก็ ไม่ได้มีการติดตาม หรือว่าไม่ได้มีขั้นตอนอะไรแบบที่สาธารณสุขโฆษณาไว้ ไม่ได้มีคนมา ติดตามหรือว่าดูแลแก้ไขอะไร เราก็ต้องพยายามที่จะทำกระบวนการแบบเดิมเพื่อที่จะส่งเขา เข้าไปแบบเดิม

อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ดิฉันประสบพบเจอกับตัวเอง ในการที่จะส่งเคส ผู้ป์วยจิตเวชซึ่งเกิดจากยาเสพติดเข้าไปในระบบสาธารณสุข และดิฉันเชื่อว่าผู้ที่ฟังอยู่ เพื่อน สส. หรือว่าในเขตของท่านประธานเอง มีผู้ป์วยจิตเวชซึ่งเกิดจากยาเสพติดแบบนี้ที่ อาละวาด แล้วก็ไม่รู้ว่าใครจะเปึนคนไปจัดการเขาค่ะ แต่ว่ามันสร้างความเดือดร้อน เสียหาย รำคาญให้กับคนในสังคม บางคนดีหน่อยก็คือแค่โหวกเหวก โวยวาย หรือว่าเต้นอะไรของเขา ไป แต่ว่าบางคนคือเราไม่สามารถที่จะคาดเดาได้เลยว่า เขาจะหยิบมีดมาทำร้าย หรือว่าจะ ทำอนาจารจนไปเกิด Trauma กับเด็ก ๆ นักเรียนหรือว่าจะทำอะไรที่มันร้ายแรงกว่านั้น อันนี้คือความลักลั่นที่เกิดขึ้นในกระบวนการสาธารณสุข ดิฉันก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่า ทั้งหมดเรื่องที่ดิฉันเล่ามามันมีความลักลั่น แล้วก็มีช่องโหว่รูรั่วอยู่ในกระบวนการที่จะ ทั้งส่งตัว แล้วก็รักษา แล้วก็หลังจากรักษาแล้วก็ยังมีรูรั่วอยู่ท่านรัฐมนตรีมีแผนในการที่จะอุด ช่องโหว่รูรั่วตรงนี้อย่างไรบ้างคะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนคำถามที่ดีมาก แล้วก็สังคมทั่วไปเขาก็ติดตาม เพราะในขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีนโยบายที่จัดการกับเรื่องของยาเสพติด เรื่องของผู้คนที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการบำบัดรักษาท่านถือเปึนนโยบายหลัก และให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องในประเด็น ของส่วนราชการที่จะต้องบูรณาการในการดำเนินการ ผู้ป์วยที่มีความรุนแรงและอาการ ฉุกเฉินสามารถรักษาได้ทุกที่ ถ้าแพทย์ไม่รับสามารถโทร ๑๖๖๗ เพื่อแก้ไขปัญหา ในส่วน ต่าง ๆ ตรงนี้ถ้าหากว่าในส่วนเจ้าหน้าที่ที่รับโทรศัพท์แล้วจะบูรณาการไปถึงตำรวจ ไปบูรณาการในส่วนของปกครองและส่วนอื่น ๆ ที่จะเข้าไปรับบุคคลดังกล่าวเหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ท่าน สส. ได้พบได้เห็นก็อาจจะเปึนเรื่องที่ปรากฏชัดได้เห็นจริง ในส่วนต่าง ๆ นั้นเราก็จะช่วยกันแก้ไข ผมเรียนว่าผมมาทำหน้าที่ตรงนี้ก็จะรับแนวปัญหาอันนี้ ให้ดำเนินการให้ชัดเจน ผมยังเชื่อว่าตำรวจหรือบางครั้งที่ในกระทู้ที่ท่านเขียนอาจจะยังไม่ได้ เข้าใจ เพราะว่าภารกิจของข้าราชการในแต่ละหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้น ภารกิจหลักที่มีอยู่ บางทีก็ทำในส่วนที่ท่านเคยถนัดอยู่ แต่ในสิ่งอะไรที่มันเกิดขึ้นใหม่เราก็ยังปรับเปลี่ยน เพื่อทำให้ได้ดีที่สุดก็ช่วยกันติช่วยกันชม ช่วยกันว่ากล่าวกันไปครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณรักชนก ประสงค์จะถามได้อีกนะครับ ท่านจะถามได้อีกครั้ง เพราะท่านยังมีเวลาอีกประมาณ ๓ นาที

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ค่ะท่านประธาน รักชนกค่ะ ก็คำถามที่ ๒ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบอาจจะยังไม่ค่อยมีความชัดเจนในกระบวนการนัก แต่ว่าดิฉันก็เชื่อว่า ไม่ว่าท่านจะเข้ามานั่งในฐานะรัฐมนตรีนี้ด้วยจุดประสงค์อะไร แต่ว่าท่าน ก็คงจะมีความประสงค์บางอย่างที่จะเข้ามาสร้างประโยชน์บางอย่างให้กับประเทศนี้ แล้วดิฉันก็อยากที่จะฝากปัญหานี้เอาไว้ให้ท่านรัฐมนตรีได้แก้ไข ทั้งการดูแลผู้ป์วยจิตเวช แล้วก็ผู้ป์วยจิตเวชที่เกิดจากยาเสพติด เพราะว่าทั้ง ๒ เคสนี้ เคสแรกเปึนผู้ป์วยจิตเวช ที่เปึนผู้ป์วยจิตเวชที่เกิดจากการซึมเศร้าหรือว่าอาการทั่วไปมันเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะว่าปัญหา สังคมที่รุมเร้า การเมืองก็ประสาทกิน เศรษฐกิจก็ถดถอย แล้วยาเสพติดที่ไม่รู้ว่ากี่ป้กี่ชาติ เราถึงจะสามารถปราบปรามกันได้ มันก็ทำให้ลูกหลานเราเข้าถึงยาเสพติดได้ง่ายขึ้นจนมัน เพิ่มปริมาณของผู้ป์วยจิตเวชที่เกิดจากยาเสพติดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ดิฉันก็อยากจะฝากให้ ท่านรัฐมนตรีเอาใจใส่กับตรงนี้ แล้วก็ขอบคุณค่ะที่พูดถึงเรื่องการจัดการยาในบัญชีสำหรับ ผู้ป์วยซึมเศร้า แล้วก็บอกว่าจะเอาแนวทางไปกำกับ แก้ไข ดูแลต่อไป ก็ขอจับตาดูค่ะ อีกสัก ๑ ป้ ถ้าไม่มีความคืบหน้าอาจจะมาถามใหม่ ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมาก ท่านรัฐมนตรีจะตอบไหมครับ พอนะครับ ก็เปึนอันจบกระทู้ถาม เรื่อง ขอทราบแนวทาง การแก้ไขปัญหาผู้ป์วยจิตเวช ซึ่งคุณรักชนก ศรีนอก เปึนผู้ถาม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้ตอบไปแล้ว ขอบคุณมากครับ ต่อไปเปึนกระทู้ถามทั่วไป

๓. เรื่อง แผนการก่อสร้างหรือขยายโรงพยาบาลคอนสวรรค์ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีก็มารอพร้อม จะตอบแล้ว เชิญคุณอัครแสนคีรีครับ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอบพระคุณทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน เปึนอย่างสูง ที่วันนี้ได้กรุณาเสียสละ เวลาอันมีค่าของท่านมาตอบกระทู้ของผมในสภาแห่งนี้ และผมยังทราบว่าในช่วง ครม. สัญจรที่ผ่านมา นั่นก็คือ วันที่ ๑ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านได้ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อไปดู ความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน ก็ถือว่าท่านให้ความสำคัญกับชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง ชาวจังหวัดชัยภูมิ ตรงนี้ก็ต้องขอบพระคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอสไลด์ถัดไปครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ปัจจุบันโรงพยาบาลอำเภอคอนสวรรค์ ซึ่งเปึนโรงพยาบาลประจำอำเภอของอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๙ ให้บริการมา ๓๘ ป้แล้ว มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุม ๙ ตำบล ๑๐๓ หมู่บ้าน ดูแลประชากร ๕๔,๖๕๔ ราย แล้วก็ปัจจุบันมีเตียงรักษาผู้ป์วยอยู่เพียงแค่ ๓๐ เตียง แล้วก็ที่ผ่านมาผมก็ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจโรงพยาบาลก็ทราบว่าเปึนโรงพยาบาลที่มีความแออัด ค่อนข้างสูง ในส่วนของห้องฉุกเฉิน ผู้ป์วยก็ออกมานอนอยู่นอกห้อง ก็จำเปึนที่จะต้องได้รับ การบูรณะแก้ไขโดยด่วน ที่สำคัญทางโรงพยาบาลคอนสวรรค์ก็ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหา ในเรื่องของความแออัดของโรงพยาบาลมาหลายป้แล้วนะครับ โดยทางโรงพยาบาลเอง ได้มีการสำรวจออกแบบทำแบบเสร็จสิ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ แล้วก็ได้พยายามที่จะแก้ปัญหา เรื่องความแออัดโดยการของบประมาณมูลค่าประมาณ ๔๔ ล้านบาท เพื่อที่จะก่อสร้าง ตึกผู้ป์วยจำนวน ๖๐ เตียง ตึกใหม่ขึ้นมา ก็ขอตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ แล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับ งบประมาณ และผมก็อยากทราบว่าใน พ.ร.บ. งบประมาณ ๒๕๖๘ ทางโรงพยาบาล คอนสวรรค์ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างโรงพยาบาลประเภท ๖๐ เตียง ผมจึงมี คำถามถึงท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะที่ท่านดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขดังนี้ครับ

ผมและพี่น้องชาวนครสวรรค์อยากจะทราบจากท่านรัฐมนตรีว่า ท่านและ กระทรวงสาธารณสุขมีแผนที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลคอนสวรรค์เปึน ๖๐ เตียงหรือไม่ และท่านคาดว่าจะสามารถจัดสรรงบประมาณในป้งบประมาณใด

ขอสไลด์ถัดไปครับ สุดท้ายผมก็ได้รับข้อมูลจากทางท่าน สส. เชิงชาย ชาลีรินทร์ สส. พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดชัยภูมิอีกท่านหนึ่ง ซึ่งท่านก็ได้ส่งข้อมูลมาให้ผม ซึ่งเปึนข้อมูลที่เตรียมโดยสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิว่า จังหวัดชัยภูมิมีความต้องการที่จะขอ ทั้งอาคาร ทั้งสาธารณูปโภคของโรงพยาบาล ๕ โครงการ ดังนี้ อาคารไตเทียม เคมีบำบัด ผู้ป์วยวิกฤติและผู้ป์วยใน ๗ ชั้นของโรงพยาบาลจัตุรัส แล้วก็อาคารพักเจ้าหน้าที่ ๗ ชั้นของ โรงพยาบาลจัตุรัส นอกจากนี้ก็จะมีอาคารของโรงพยาบาลหนองบัวแดง แล้วก็อาคารของ โรงพยาบาลคอนสวรรค์ประเภท ๖๐ เตียง แล้วก็อาคารส่งเสริมสุขภาพและกายภาพบำบัด ของโรงพยาบาลหนองบัวระเหว รวมแล้ว ๕ โครงการ เม็ดเงินประมาณ ๔๖๙ ล้านบาท ผมก็อยากจะฝากท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ให้ท่านช่วยพิจารณาจัดสรรวงเงินดังกล่าว เพื่อยกระดับความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิให้ดียิ่งขึ้น เพราะว่า เรื่องสุขภาพเปึนเรื่องที่สำคัญมาก ผมก็จะขอฝากเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบกระทู้ถาม ที่ ๒๑๔ ของ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดชัยภูมิ เรื่อง แผนการก่อสร้างหรือ ขยายโรงพยาบาลคอนสวรรค์ ตามที่ท่านอัครแสนคีรีได้อภิปรายไปในข้อมูลของกระทรวง สาธารณสุข ที่ได้ดำเนินการไปในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ วันจันทร์ที่ ๑ ที่ผ่านมานี้ กระผมได้ออกตรวจราชการในจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา และในจังหวัดสระบุรี ในส่วนของการดำเนินการก็ได้เห็นว่าโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเขตที่ ๙ นั้นมีความขาดแคลน ทั้งอาคารสถานที่ มีทั้งบุคลากรทางการแพทย์ และในส่วนอื่น ๆ แต่ว่าแพทย์ พยาบาล และส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์ก็ต่อสู้ให้กับพี่น้องประชาชนในการดูแล รักษาพยาบาล โดยที่ไม่มีปาก ผมดูแล้วผมเยี่ยมเยียนพวกแพทย์ พยาบาล พวกบุคลากร ทางการแพทย์ไม่บ่นว่าตัวเองเหนื่อย แต่เรารู้ เพราะว่าเราดูจากสถิติคนเข้ามารักษาพยาบาล สูงมาก ในป้หนึ่ง ๓๐๔ ล้านคนครั้ง คนหนึ่งเข้าออกโรงพยาบาล ๕-๖ ครั้ง เปึนตัวเลข ในโรงพยาบาลของคอนสวรรค์ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปราย เปึนโรงพยาบาลชุมชน ขนาดกลาง ๓๐ เตียง แต่ผู้ป์วยใช้บริการถึง ๔๕ เตียง มีหน่วยบริการผ่าตัดต้อกระจก และศูนย์บำบัดรักษาผู้ติดสารเสพติด มินิธัญญารักษ์แห่งเดียวของจังหวัดชัยภูมิ รวมทั้ง รองรับผู้ป์วยที่ต้องการรับการฟุ๋นฟูดูแลกึ่งเฉียบพลันที่มีอาการทางคลินิกผ่านพ้นภาวะวิกฤติ แต่ยังมีความผิดปกติของทางร่างกายบางส่วน และผู้ป์วยสุดท้ายที่ยังต้องการดูแลแบบ ประคับประคอง ในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้เปึนข้อมูลที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึง แล้วมี ความจำเปึนที่จะต้องพัฒนาให้เปึน ๖๐ เตียง ตามที่ท่านได้พูดคุยร้องขอไว้ แล้วแผนการ ดำเนินการตรงนั้นมันควรจะทำเมื่อไร อย่างไร ก็ต้องเรียนกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ก็ควรจะทำ แล้วควรจะได้งบประมาณได้แล้ว กระทรวงสาธารณสุขเราได้ทำเรื่องบรรจุ ของบประมาณดังกล่าวที่ท่านได้สอบถามวงเงิน ๔๔ ล้านบาทเศษตรงนี้มาแล้ว แต่ว่า ก็น่าเสียดายที่ถูกบั่นทอนตัดออกไป กระทรวงสาธารณสุขเห็นใจครับ แล้วก็ไม่ได้รีรอก็เตรียม ขอแปรญัตติให้ท่าน และทำขอแปรญัตติที่จะเสนอในช่วงของกลางเดือนนี้ โดยจะแบ่งเปึน งบลงทุนป้ ๒๕๖๘ ประมาณ ๘,๘๐๐,๐๐๐ บาทเศษ แล้วก็งบผูกพัน ป้ ๒๕๖๙ อีก ๓๕,๔๐๐,๐๐๐ บาท แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการแปรญัตติก็ไม่ใช่ง่าย แต่อย่างไร ก็เข้าใจความเปึนห่วงพี่น้องประชาชนของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากชัยภูมิทุกท่าน ที่ท่านก็ประสานงานกันดี ท่านได้รู้ข้อมูลของการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข จากท่าน สส. เชิงชาย ซึ่งกระผมก็ได้ไปที่จัตุรัสนะครับ จัตุรัสตรงนั้นก็ยังขาดแคลนมาก และเห็นอก เห็นใจ ซึ่งถ้าสามารถทำในระบบของการจัดสรรงบประมาณโดยทางตรงได้ ก็จะจัดสรรให้ แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมก็มีแนวทางในเรื่องของการดำเนินการ แม้แต่หอผู้ป์วย ห้องผู้ป์วย พิเศษ หออาคารสถานที่ของแพทย์ พยาบาล ไม่ใช่เฉพาะที่คอนสวรรค์เท่านั้น ก็เปึนไป ทั้งทั่วประเทศ สิ่งที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างดีที่สุด ก็อาจจะเปึนรูปแบบอื่นที่หน่วยงานของรัฐ กึ่งของรัฐที่มีทุนรอนในการดำเนินการ หรือจะเชิญชวนให้เอกชนมาลงทุนในการดำเนินการ ในส่วนที่ไม่ขัดกับกฎระเบียบของทางราชการ ตรงนี้ก็คิดอยู่นะครับ เพราะถ้าของบประมาณ ไปเปึนป้ ๆ เกรงว่าจะผิดคำพูดกับท่าน สส. ก็อยากจะทำออกนอกรูปแบบ นอกกรอบ ในขณะนี้ก็ได้ให้นโยบายกับกระทรวง ผู้บริหารไปดำเนินการ อย่างไรก็ตามก็คงไม่ล้า จนเกินไป เพราะเราต้องอยากทำให้มีความสมบูรณ์ เพราะพี่น้องประชาชน มี อสม. ที่แข็งแรงเข้มแข็งทุกพื้นที่เลยที่ออกไป ผมก็จะพยายามสร้างความมั่นคงในส่วนของการ ดำเนินการของภาคราชการ แต่ในเรื่องของการรักษาพยาบาล ในเรื่องของหมอ วิชาหมอ วิชาแพทย์ต่าง ๆ เหล่านั้น กระผมคงต้องบอกว่าให้ผู้เชี่ยวชาญเขาว่ากันไป แต่ผมจะมา ในเรื่องของบริหารในสิ่งที่มันขาดอยู่จะพยายามเติมเต็มให้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอัครแสนคีรี สอบถามได้เปึนครั้งที่ ๒ ครับ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ แล้วก็ขอบพระคุณทางท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์อีกครั้งหนึ่ง ในส่วนของผมเองผมก็ไม่ได้มีคำถาม ที่จะสอบถามเพิ่มเติมนะครับ เพียงแต่ว่าอยากจะฝากท่านประธาน นำเรียนไปยังกรรมาธิการ งบประมาณที่ขณะนี้กำลังพิจารณางบประมาณอยู่นะครับ แล้วก็รวมถึงสำนักงบประมาณ สำหรับกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๘ นี้ ถ้าหากมีการแปรญัตติในส่วนของ งบประมาณ เพื่อที่จะเข้ามาสนับสนุนการก่อสร้างโรงพยาบาลคอนสวรรค์ ผมก็อยากจะให้ ทางท่านกรรมาธิการ รวมถึงท่านอนุกรรมาธิการงบประมาณของกรรมาธิการช่วยกัน สนับสนุนในส่วนนี้ แล้วก็สำหรับของสำนักงบประมาณ ผมก็อยากจะฝากท่านประธาน นำเรียนไปยังทางสำนักงบประมาณว่า เมื่อมีการนำส่งวงเงินที่จะก่อสร้างโรงพยาบาล ในหลาย ๆ อำเภอ ในจังหวัดชัยภูมิให้ทางสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วนะครับ ก็ขอทาง สำนักงบประมาณช่วยพิจารณาให้จังหวัดชัยภูมิได้รับงบประมาณที่เพียงพอ ทั้งในเรื่องของ บุคลากรของโรงพยาบาลที่ขาดแคลน รวมถึงการก่อสร้างตึกอาคารที่พักผู้ป์วยหรือ ศูนย์ต่าง ๆ ของผู้ป์วยของจังหวัดชัยภูมิ ให้ได้รับงบประมาณที่เพียงพอ ก็ต้องขอบพระคุณ ทางท่านประธานนะครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีครั้งหนึ่งครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ จบวาระเรื่อง กระทู้ถามนะครับ

(นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรียนที่ประชุมครับ ตอนนี้เราขอเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ

ก่อนดำเนินการถามและการตอบกระทู้ ขอชี้แจงที่ประชุม ดังนี้ การถามและ การตอบให้ตอบและถามได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามและตอบภายใน ๒๐ นาทีครับ อันนี้ เปึนข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ ๑๗๒ และข้อที่ ๑๗๓ ประกอบข้อที่ ๑๖๗ ครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วม จะขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ คือผู้ได้รับอนุญาต ต้องรักษามารยาท ประพฤติตนเหมาะสม อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ อันเปึนการรบกวนการถามกระทู้นะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ

สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้นะครับ เรามีการจัดลำดับ เพื่อความสะดวกของทั้งผู้ถาม แล้วก็ท่านรัฐมนตรี จึงขอสลับลำดับ ดังนี้

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๔ ของท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ จะเลื่อนมาจากระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓

ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๖ ของท่านพลากร พิมพะนิตย์

ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๗ ของท่านวิรัช พิมพะนิตย์

ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๓ ของท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ต้องรบกวนท่าน ๒ รอบ ครั้งที่ ๑ กับครั้งสุดท้ายนะครับ

ลำดับที่ ๕ และลำดับที่ ๖ ท่านรัฐมนตรีขอเลื่อน คือ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๒ ของท่านกฤช ศิลปชัย แล้วก็ ๓๑๕ ของท่านรักชนก ศรีนอก ผู้ตั้งกระทู้ถามและ รัฐมนตรีไม่ขัดข้องนะครับ เราดำเนินการตามนี้ครับ

๑. เรื่อง ติดตามโครงการขยายถนนหลวงหมายเลข ๓๒๙๖ เปึน ๔ ช่อง จราจรเชื่อมระหว่างอำเภอครับ นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เปึนผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานเข้าสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านแรก นายป่ยะ ชูตินันท์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ท่านที่ ๒ ท่านวิศรุต ไชยสูรยกานต์ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขอบพระคุณ ทั้ง ๒ ท่านนะครับ ขอเรียนเชิญท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ใช้สิทธิในการถามเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคก้าวไกล อำเภอ บางเลน อำเภอดอนตูม อำเภอกำแพงแสน ตำบลสระพัฒนา และตำบลห้วยม่วง วันนี้ต้อง ขอบคุณทางท่านประธานที่บรรจุความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวนครปฐมให้เข้าบรรจุใน กระทู้นะครับ ก่อนอื่นประเด็นนี้ต้องขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ของผมในวันนี้ เนื่องด้วยถนน ๓๒๙๖ เปึนถนน ที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอบางเลนและอำเภอดอนตูม แล้วก็เปึนถนนที่มีลักษณะเพียง ๒ เลน ปัจจุบันนี้ก็ผ่านทั้งตำบลบางเลน ตำบลบางปลา ตำบลดอนตูม ในอำเภอบางเลน รวมถึงเปึน จุดเริ่มต้นของตำบลสามง่ามในอำเภอดอนตูมด้วยนะครับ ทำให้มีชุมชนแล้วก็มีประชาชนที่ อาศัยสัญจร รวมถึงอาศัยอยู่เปึนจำนวนมากครับ รวมถึงปัจจุบันนี้ก็มีโรงงานอุตสาหกรรม ที่เข้ามาตั้ง เพราะว่าเปึนถนนสายเศรษฐกิจของในพื้นที่ ถนนเส้นนี้มีความยาวถึง ๑๔ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้มีทั้งการขนส่งของรถบรรทุกที่สัญจรร่วมด้วยกับพี่น้องประชาชนที่ใช้ ถนนเส้นนี้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากการออกแบบถนนปัจจุบันนี้ยังเปึนเพียง ๒ เลนนะครับ แล้วก็มีลักษณะเปึนหลังเต่าด้วย รวมถึงมีไฟสว่างที่ไม่เพียงพอทำให้เกิด อุบัติเหตุ แล้วก็สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเปึนจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามผมก็ทราบมาว่า โครงการดังกล่าวอยู่ในระหว่างโครงการการขยายถนน ให้เปึน ๔ เลน ทั้งนี้ ต้องขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีที่บรรจุงบประมาณผูกพัน ป้ ๒๕๖๘ ถึง ป้ ๒๕๗๐ ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ทั้งนี้เนื่องจากงบประมาณได้บรรจุแล้วนะครับ ผมก็ขอ ตั้งคำถาม เปึนคำถามข้อสังเกตเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการถนนทั่วไปในจังหวัดนครปฐม คือให้อยู่ในระยะตามป้งบประมาณ ๓ ป้งบประมาณผูกพันป้ ๒๕๖๘ ถึงป้ ๒๕๗๐ อยากเรียนถามว่ากระบวนการการจัดประมูลหรือได้มาซึ่งผู้ก่อสร้างและมีกระบวนการ อย่างไร รวมถึงระยะดำเนินการนานแค่ไหน ปัจจุบันมีการสำรวจแล้วก็ย้ายระบบ สาธารณูปโภค ไฟฟัา ประปากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยังนะครับ เพราะว่าจะเปึนผล ทำให้การก่อสร้างถนนล่าช้าได้นะครับ หากส่งมอบพื้นที่ล่าช้าก็อาจจะทำให้พ่อแม่พี่น้องเสีย โอกาสในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ ดังที่เกิดขึ้นกับการก่อสร้างสะพานข้ามรถไฟบริเวณ โรงเรียนภัทรญาณวิทยา อำเภอนครชัยศรี ที่มีความล่าช้ามากกว่า ๓ ป้ครับ ทั้งนี้ ผมก็เลย อยากเรียนถามท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีกระบวนการอย่างไรบ้างในคำถาม ข้อที่ ๑ ขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านกิตติภณ ต้องขอบคุณเปึน อย่างมากที่ท่านได้กรุณาถามประเด็นของถนนในสายของ ๓๒๙๖ ซึ่งเปึนเส้นทางที่กระทรวง คมนาคมได้บรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำป้ ๒๕๖๘ ซึ่งถนนดังกล่าวเปึนถนนที่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณในป้ ๒๕๖๘ เปึนถนน ๔ เลน แล้วก็เปึนโครงข่ายถนนจะเปึนสายรอง และเปึนถนนที่เชื่อมโยงระหว่างตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม และตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ขอขึ้นสไลด์เลยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ระยะทาง ในเส้นทางดังกล่าวรวมประมาณ ๑๓ กิโลเมตร นอกจากนั้นเส้นทางดังกล่าวเปึนเส้นทาง สายเศรษฐกิจ แล้วก็เปึนเส้นทางที่ใช้ขนส่งสินค้า พี่น้องประชาชนได้ใช้เส้นทางนี้ ในการสัญจรไปมา เชื่อมโยงไปให้พี่น้องได้เข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เราเรียกว่า เส้นทางสายปทุมธานี-บางเลน ที่ดิฉันได้ขึ้นภาพให้ท่านประธานได้เห็นนะคะ ซึ่งปริมาณ ของการใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ใช้เปึนจำนวนมาก ปริมาณใช้รถประมาณ ๒๗,๐๐๐ คันต่อวัน เข้าใจว่าถ้าเรามีการสร้างถนนเสร็จก็จะมีปริมาณการใช้รถใช้ถนนเปึนจำนวนเพิ่มมากขึ้น พอกลับมาดูค่ะท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้เห็นภาพถึงความแออัดของพี่น้องประชาชน ของรถที่ใช้สัญจรไปมา แล้วก็เปึนถนน ๒ เลน ซึ่งนี่คือสภาพเดิม จะเห็นว่าเราเล็งเห็น ความจำเปึนและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง ดังกล่าว เราจึงจัดสรรงบประมาณในวงเงิน ๘๐๐ ล้านบาท ขยายเปึน ๔ ช่องจราจร พร้อมทั้ง ติดตั้งแสงสว่างตามมาตรฐานของกรมทางหลวง ดังที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยเรื่องของ แสงสว่างให้ผู้ขับขี่ได้มีความปลอดภัย ในขั้นตอนของการพิจารณาดำเนินการก่อสร้างค่ะ ท่านประธาน ถ้าพิจารณาขณะนี้อยู่ในวาระที่ ๑ ไปแล้ว อยู่ในการพิจารณาในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ เมื่องบประมาณดังกล่าวได้ผ่าน กฤษฎีกาประกาศใช้แล้ว กรมทางหลวงก็จะอยู่ใน ขั้นตอนของการหาผู้รับจ้าง เมื่อหาผู้รับจ้างเสร็จก็จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งท่านสมาชิกมีความเปึนห่วงเรื่องของการย้ายระบบสาธารณูปโภค การย้ายระบบ สาธารณูปโภคก็มีความจำเปึนในเบื้องต้นของการแจ้งเข้างานของผู้รับจ้าง ซึ่งเรื่องนี้เราจึง ได้วางมาตรการว่า ในขั้นตอนของการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าเรื่องของระบบสาธารณูปโภค เรื่องของประชาชนมีส่วนร่วม เราก็จะลงไปรับฟังแล้วก็ได้วางแผนว่า เราจะใช้เวลา การก่อสร้างประมาณ ๓ ป้ ก็คือป้ ๒๕๖๘ ป้ ๒๕๖๙ และป้ ๒๕๗๐ จะมีการประกาศใช้ ในป้ ๒๕๗๑ ดิฉันขออนุญาตตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านกิตติภณใช้สิทธิในรอบที่ ๒ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนประธาน กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ขออนุญาตต่อเนื่องครับ ต้องขอบคุณทาง รัฐมนตรีที่เรียนแจ้งนะครับ รวมถึงตอบคำถามที่ผมตั้งคำถามเมื่อสักครู่ ก็ขอต่อเนื่องครับ ก็คืออยากเรียนถามทางท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ทางกระทรวงมีนโยบาย การออกแบบ รวมถึงการติดตั้งไฟส่องสว่างในบริเวณทางหลวงในพื้นที่นครปฐม อย่างไรนะครับ ในเคสกรณีนี้ก็คือจะเชื่อมต่อเนื่องระหว่างถนน ๓๒๙๖ ด้วยนะครับ เพราะว่ามีเหตุกรณี อย่างเช่น ถนนทางหลวง ๓๔๖ ซึ่งเปึนทางหลวงที่มีความสำคัญเชื่อมต่อ ระหว่าง ๓ จังหวัด ปทุมธานี นนทบุรี และนครปฐม ปัจจุบันนี้ในพื้นที่นครปฐม ถนนเส้นนี้ มีไฟดับตลอดเส้นเปึนเวลานาน ทั้งนี้ ก็เลยอยากจะเรียนถามแผนการออกแบบเรื่อง ไฟส่องสว่างว่า ท่านรัฐมนตรีมีนโยบายอย่างไรในการออกแบบไฟส่องสว่าง เพื่อแก้ปัญหา ทั้งการลักลอบขโมยสายไฟ รวมถึงไฟที่ชำรุดอย่างรวดเร็วครับ

สุดท้ายครับ มีคำถามคือกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ต่อการสร้างถนนที่จะกระทบต่อการใช้ชีวิต ความเปึนอยู่ของพี่น้อง รวมถึงการเดินทางด้วย ในพื้นที่มีอย่างไรบ้างนะครับ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้โครงการว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร ที่จะเกิดขึ้นครับ ขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จริง ๆ ท่านกิตติภณมีเวลาอีกเยอะนะครับ ไม่ต้องรีบก็ได้ เพราะว่าตามข้อบังคับให้แค่ ๒ รอบ แต่ว่าแต่ละรอบไม่ได้กำหนดเวลา แล้วก็จำนวนคำถาม เกรงว่าท่านจะไม่ได้ใช้สิทธิ ตามเวลา พอแล้วนะครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ขอบคุณสำหรับคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉันต้องขอชื่นชมท่านกิตติภณ ท่านเปึนสมาชิกผู้ทรงเกียรติสมัยแรก แต่ท่านก็ได้มีคำถาม ทั้งข้อหารือในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มีการตั้งกระทู้ติดตามโครงการดังกล่าวนะคะ

ในคำถามที่ ๒ ขออนุญาตนำเรียนเรื่องของรูปแบบนะคะ เรื่องของจุดกลับรถ เรื่องแบบของกระบวนการมีส่วนร่วม รวมทั้งรูปแบบของการติดตั้งไฟส่องสว่าง ขออนุญาต นำเรียนอย่างนี้ว่า รูปแบบของการจุดกลับรถที่กระทรวงคมนาคมได้ใช้ แล้วก็เปึนมาตรฐาน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ขออนุญาต นำเรียนว่า ๑. เปึนรูปแบบจุดกลับรถที่เห็น เรียกว่าจุดกลับรถแบบเกือกม้านะคะ จุดกลับรถแบบที่ ๒ เราเรียกว่าจุดกลับรถที่ข้ามลำน้ำหรือว่าข้ามแม่น้ำ เราเรียกว่าทางแยก ต่างระดับ พอจุดกลับรถที่ ๓ เราเรียกว่าจุดกลับรถระดับราบ ทั้ง ๓ ประเภทนี้เราก็จะมี การเลือกใช้งานค่ะท่านประธาน อยู่ที่การเลือกใช้งานจะเลือกใช้งานประเภทไหน อยู่กับความเหมาะสมของทางวิศวกรรม อยู่กับข้อจำกัดของพื้นที่ไหล่ทาง แล้วก็พื้นที่ที่มี การขยายถนน รวมทั้งสภาพแวดล้อมทั้ง ๒ ข้างทาง

กลับมาดูค่ะว่าการสร้างจุดกลับรถของทางหลวงในเส้นทาง ๓๒๙๖ กระทรวง คมนาคมได้ทำการออกแบบ ทำจุดกลับรถตามมาตรฐานของกรมทางหลวงก็คือ

ประเด็นที่ ๑ คำนึงถึงความสะดวกปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง

ประเด็นที่ ๒ คำนึงถึงการเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างชุมชนสองฝัืงถนน เปึนไปด้วยความสะดวก และไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ข้างทาง

ประเด็นที่ ๓ สำหรับทางหลวงหมายเลข ๓๒๙๖ จะเห็นว่ามีข้อจำกัดของ ๒ ข้างทาง ท่านสมาชิกเห็นไหมคะว่า เมื่อเราเลือกที่จะใช้จุดกลับรถเราจึงเลือกที่ใช้ จุดกลับรถระดับราบ ซึ่งเปึนรูปแบบที่ประชาชนมีความคุ้นเคย และสามารถที่จะก่อสร้าง ในเขตทางของกรมทางหลวง โดยไม่ต้องไปรุกล้ำพื้นที่ของพี่น้องประชาชนขนาดประมาณ ๔๐ เมตรที่มีอยู่โดยตำแหน่ง การก่อสร้างจะกระจายตัวเปึนระยะ ๆ ตลอดแนวเส้นทาง ที่อยู่ในบริเวณของชุมชนหนาแน่น ต่อมาค่ะ รูปแบบของจุดกลับรถระดับราบ จะมีช่อง รอเลี้ยวที่มีความยาวที่เหมาะสม ให้รถสามารถจอดรอได้ โดยไม่กีดขวางรถทางตรง เพื่อจะสามารถให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรอจังหวะที่จะกลับรถได้นะคะ ดังรูปที่เห็นข้างบน

นอกจากนั้นท่านสมาชิกได้รวบคำถามว่า ถ้าการพัฒนาจุดกลับรถใต้สะพาน จะมีแนวทางแบบไหนนะคะ ก็จะเห็นว่าในบางครั้งเมื่อเราดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว พี่น้องประชาชนก็พบว่าความไม่สะดวกสบายในการใช้รถใช้ถนนมีเข้ามา เราเองก็จะคำนึงถึง ความจำเปึน แล้วก็ความเดือดร้อน หากสภาพของถนนเอื้ออำนวย เราสามารถที่จะมีการ ปรับรูปแบบให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ได้อย่างคล่องตัว แล้วก็จะไม่เกิดผลกระทบในเรื่องของ กระแสการจราจรและไม่เกิดอุบัติเหตุในอนาคตนะคะ โดยรูปแบบที่เตรียมไว้ในเส้นทางของ ๓๒๙๖ ก็คือจะเปึนเรื่องของจุดกลับรถระดับราบทั้ง ๔ แห่ง ซึ่งบริเวณจุดที่มีจุดกลับรถ เช่น บริเวณหัวท้ายของชุมชน หรือว่าทางแยกที่สำคัญ ๆ นอกจากนั้นก็จะเปึนจุดกลับรถใต้ สะพานอีกหนึ่งแห่งที่บริเวณคลองท่าสาน ที่วัดเกาะแรด ซึ่งจะใช้เปึนเฉพาะรถขนาดเล็ก ขนาดกลางที่มีความสูงไม่เกิน ๓ เมตรเท่านั้นนะคะ ต่อจากนั้นทั้งหมด ๕ จุด เฉลี่ยแล้ว จุดกลับรถ ๑ จุด ทุก ๆ จุดจะมีระยะห่างประมาณ ๒.๕ กิโลเมตรค่ะซึ่งกรมทางหลวงจะใช้ รูปแบบนี้ในการก่อสร้างของเส้นทางดังกล่าวนะคะ ก่อนจะมีการก่อสร้างหรืออย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงเราคำนึงถึงทุกมิติของกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนค่ะว่า การที่ เราลงไปฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วมากำหนดรูปแบบนั้น การก่อสร้างทุกครั้ง เราจะไม่ละเลยในประเด็นข้อความกังวลของพี่น้องประชาชน เพราะว่าเมื่อกรมทางหลวง ก่อสร้างแล้ว เราก็หวังว่าพี่น้องประชาชนที่ใช้ ๒ เส้นทางนี้จะช่วยกันรักษาถนนเส้นทาง ดังกล่าว ซึ่งเปึนทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เปึนเงินภาษีของพวกเราทุกคนนะคะ การดำเนินการก่อสร้าง เราก็คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างช่วงเดือนตุลาคม ในป้ ๒๕๖๗ ซึ่งเปึนไตรมาสแรกของป้งบประมาณ ๒๕๖๘

นอกจากนั้นท่านสมาชิกยังได้มีความห่วงใย เรื่องของการติดตั้งไฟฟัา ส่องสว่าง เรื่องของการขโมยสายไฟนะคะ ต้องนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ค่ะว่า การติดตั้ง ไฟส่องสว่าง ซึ่งเปึนองค์ประกอบสำคัญที่จะเน้นเรื่องของความปลอดภัย แล้วก็เพิ่ม ขีดความสามารถในการสัญจรไปมาของผู้ขับขี่ในเวลากลางคืน โดยเฉพาะกรมทางหลวง เส้นทางหลัก เราจะพิจารณาเหตุผลและความจำเปึน ซึ่งสูงสุดคือไฟฟัาส่องสว่างที่เราจะลด อุบัติเหตุ โดยจะพิจารณาบริเวณที่มีพื้นที่การจราจรคับคั่ง เช่น บริเวณสี่แยกหรือว่าบริเวณที่ เมื่อใช้รถใช้ถนนไปแล้วเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หรือว่าจุดเสี่ยง จุดอันตราย นอกจากนั้น สิ่งหนึ่งที่กรมทางหลวงคำนึงถึงก็คือ ไม่ให้มีการเกิดอุบัติเหตุการเสียชีวิตเปึนศูนย์ นั่นคือ ความสำเร็จสูงสุดของการก่อสร้างถนนของกรมทางหลวง นอกจากติดตั้งไฟส่องสว่างแล้ว ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยเรื่องของการโจรกรรมสายไฟ ท่านประธานที่เคารพคะ การโจรกรรมสายไฟหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งขณะนี้เราเองก็ยังมีความกังวล แล้วก็ไม่ได้ละทิ้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับกรมทางหลวง ปัจจุบันปัญหานี้ก็ยังมีความรุนแรงแล้วก็ต่อเนื่องนะคะ ซึ่งเราก็คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แล้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเลยค่ะ เราจึงมี มาตรการที่จะดำเนินการในมาตรการแรก ก็คือกำชับให้เจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงได้ กวดขัน ตรวจตราความเรียบร้อยของสายทางอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบว่ามีผู้กระทำผิดยัง มีการขโมยสายไฟอยู่ ก็ต้องดำเนินการในส่วนที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องในขั้นสูงสุดนะคะ

นอกจากนั้นค่ะประเด็นนี้ก็ยังมีการลักลอบการขโมยสายไฟอย่างต่อเนื่อง เราจึงมาคิดค่ะว่า รูปแบบของการก่อสร้างของสายไฟทำอย่างไรที่จะให้มีการรื้อถอนยากขึ้น คือพูดง่าย ๆ คือให้มีการขโมยได้ยากขึ้น เช่น การเทคอนกรีตป่ดทับสายไฟระหว่างเสาไฟ ด้วยกัน แล้วก็ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟัาโดยให้เชื่อมติดกับพื้นที่ที่ติดตั้ง นอกจากนั้นมาดูว่า การใช้วัสดุทดแทน ซึ่งการใช้วัสดุทดแทนอาจจะไม่ได้เปึนเปัาหมายในการโจรกรรม เปัาหมายของขโมย เราก็อาจจะเปลี่ยนเปึนฝาครอบเสาไฟฟัาใช้เปึนฝาครอบพลาสติก แทนนะคะ แทนฝาคลุมเหล็กที่ชุบด้วยสังกะสี ซึ่งถ้าฝาครอบพลาสติกขโมยคงขโมยฝาครอบ พลาสติกไปขายไม่ได้ จึงไม่มีเหตุหรือว่าแรงจูงใจในการขโมย นอกจากนั้นค่ะเราก็จะใช้ เทคโนโลยีเข้ามาไม่ว่าเรื่องของกล้อง CCTV ให้ครอบคลุมทุกโครงข่าย นอกจากนั้นสำคัญ สูงสุด คือการบูรณาการความร่วมมือ ไม่ว่าจะเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้อง ประชาชน ผู้นำปกครองท้องถิ่น ผู้นำปกครองท้องที่ ในการเฝัารักษาทรัพย์สมบัติของกรม ทางหลวง แล้วก็ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน ต้องขอบคุณท่านสมาชิกนะคะ แล้วก็ขออนุญาตว่าถ้าโครงการดังกล่าว ขอให้ท่านสมาชิกได้เผยแพร่ว่าความห่วงใยของ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ได้มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครปฐมค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ยังพอมีเวลาครับ ท่านจะฝากอะไรอีกไหมครับ แต่ไม่ใช้สิทธิ ถามแล้วนะครับ

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

ขออนุญาตสั้น ๆ ครับ เรียนท่านประธานสภา กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ก็ขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีที่ให้ คำตอบอย่างชัดเจนครับว่าเราจะมีการพัฒนาเส้นทางหลวง ๓๒๙๖ โดยคำนึงถึงความ เดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมที่สัญจรไปมาด้วยนะครับ ทั้งนี้ ก็อาจจะฝาก อีกเรื่องหนึ่งคือเส้น ๓๔๖ อย่างที่ผมเคยแจ้งไปว่าเปึนทางหลวงที่มีความสำคัญเช่นกัน ปัจจุบันนี้ก็ยังมีไฟดับอยู่ รวมถึงปัจจุบันมีทางสามแยกบางเลนยังไม่ได้มีตัวเรื่องของไฟนับ ถอยหลัง เพราะว่าติดอุปสรรคอะไรหลาย ๆ อย่าง ตอนนี้มีความชำรุดอยู่ รวมถึงอาจจะ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณมากครับ เปึนอันเสร็จกระทู้ที่ ๑ นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้เกียรติ ขอบคุณมากครับ

๒. เรื่อง สอบถามความคืบหน้าโครงการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากลำน้ำชี สู่คลองชลประทาน ๔L๔R นายพลากร พิมพะนิตย์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการท่านธรรมนัส พรหมเผ่า มีภารกิจที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงได้มอบหมาย ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เปึนผู้ตอบ กระทู้ถามแทนครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีให้เกียรตินะครับ

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมอนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ครับ ท่านที่ ๑ นายไพฑูรย์ ศรีมุก ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ ๖ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านที่ ๒ นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลำปาว กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ได้อนุญาตให้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟัง จำนวน ๔ ท่านด้วยกันนะครับ ๑. นายพงศ์พิสิฐ เจือสนิท ๒. นายอนุรักษ์ สุภานนท์ ๓. นายสุรชัย ศรีล้ำเลิศ ๔. นางสาวนันท์นภัส จันทร ถ้าพร้อมแล้ว ผมเรียนเชิญท่านพลากร พิมพะนิตย์ ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๑ ครับ

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะเข้าสู่วาระประชุม ในวันนี้ และขอขอบคุณท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เปึนอย่างยิ่งครับ ที่ได้สละเวลาอันมีค่ามาตอบกระทู้ ของผมในวันนี้

สำหรับกระทู้ของผมในวันนี้เปึนการสอบถามความคืบหน้าโครงการติดตั้ง เครื่องสูบน้ำจากลำชีสู่คลองชลประทาน ๔L๔R ครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในพื้นที่อำเภอฆ้องชัย ที่ได้รับผลกระทบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เพราะลำน้ำชีล้นเข้าตลิ่ง เข้าท่วมไร่นาในช่วงฤดูฝน ทำให้พืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวซึ่งเปึนรายได้หลัก ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสียหายประมาณ ๑,๗๖๔ ไร่ ในลำน้ำชีมีระดับน้ำสูงขึ้นทำให้ การเกษตรเสียหาย ชาวนาจึงปรับเปลี่ยนการทำนาเปึนป้ละ ๒ ครั้ง แทนป้ละ ๑ ครั้ง แม้การปรับเปลี่ยนการทำนา ครั้งที่ ๒ ก็ทำได้เพียงครั้งเดียวเพราะว่าการปลูกข้าว ครั้งที่ ๒ ก็จะตรงกับช่วงที่โครงการส่งน้ำบำรุงรักษาลำปาวได้หยุดส่งน้ำ ทำให้สุดท้ายก็ไม่สามารถ ปลูกข้าวได้อยู่ดีครับ การลงทุนลงแรงทำนาแต่ไม่มีผลผลิตกลับมานั้น สำหรับพี่น้องชาวนา เปึนเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมากครับ มันส่งผลให้ครัวเรือนขาดรายได้ อีกทั้งภาระหนี้สินไปกู้ มาลงทุนทำนา ความคาดหวังในการขายข้าวที่จะได้เงินก็ถูกน้ำท่วมเสียหายหมด ปัญหา น้ำท่วมซ้ำซากที่เผชิญมานับ ๑๐ ป้ ทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบอย่างยิ่งครับท่านประธาน ซึ่งผมทราบดีว่าเราคงไม่สามารถสั่งฟัาห้ามฝนได้ แต่สิ่งที่พี่น้องเกษตรต้องการ คือ ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่เปึนที่พึ่งยามยากของพวกเขาครับ ไม่เพียงแต่พี่น้องเกษตรกร ในตำบลฆ้องชัย อำเภอฆ้องชัยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพี่น้องเกษตรกรทั่วทั้งภาคอีสาน และทั่วประเทศ ที่จำต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด โดยที่ไม่สามารถแก้ไข ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืนครับ นี่ถือเปึนสาเหตุสำคัญที่ผมเห็นโครงการหนึ่งในพื้นที่คือ โครงการ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำลำชีสู่คลองชลประทาน ๔L๔R ในพื้นที่ตำบลลำชี ติดกับพื้นที่ตำบล ฆ้องชัยพัฒนา อำเภอฆ้องชัย ซึ่งโครงการนี้มีพื้นที่ได้รับผลประโยชน์กว่า ๑,๗๐๐ ไร่ และจะสามารถเปึนตัวช่วยทำให้พี่น้องเกษตรกรสามารถทำนาได้ แม้โครงการส่งน้ำ บำรุงรักษาลำปาวจะหยุดส่งน้ำก็ตามครับ ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเปึนตัวแทนของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ผมอยากช่วยบรรเทาทุกข์ที่พวกเขาจะได้รับ จึงขอเรียน ถามท่านรัฐมนตรี ๒ ข้อในคราวเดียวกัน คือ

ข้อ ๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ทำให้ปลูกข้าวไม่ได้อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

ข้อ ๒ ขอทราบความคืบหน้าจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า โครงการ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากลำชีสู่คลองชลประทาน ๔L๔R ได้รับการสนับสนุนงบประมาณหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มาตอบกระทู้ ของเพื่อนสมาชิก โดยในกระทู้ในห้องถามแยกเฉพาะในวันนี้เปึนกระทู้ที่ ๒ ในห้องนี้ใช่ไหมครับ ท่านประธาน แต่ก่อนที่ผมจะตอบผมขออนุญาตท่านประธานนำแผนที่ไปให้ทางท่านสมาชิก ที่ถามกระทู้ เราจะได้ทำความเข้าใจไปในเวลาเดียวกัน รบกวนด้วยครับ ผมนำเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ก่อนที่ผมจะตอบกระทู้ผมต้องชื่นชมท่าน สส. ท่านพลากร พิมพะนิตย์ ซึ่งท่านเปึน สส. จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ที่วันนี้ท่านได้ถามกระทู้ถึง เรื่องของความเปึนห่วงของท่านต่อพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำชี โดยเฉพาะในช่วงที่ใช้น้ำในเขื่อนลำปาว ผมนำเรียนอย่างนี้ครับว่า ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ พี่น้องเกษตรกรที่มีวิถีชีวิต อยู่บริเวณลำน้ำชี ไม่ว่าจะเปึนในพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ก็ดี ในอำเภอยางตลาด ในอำเภอกมลาไสย และที่สำคัญครับ อำเภอฆ้องชัย ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ในช่วงตอนบนของทั้ง ๔ อำเภอดังกล่าวมีเขื่อนที่คอยหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของพี่น้องชาว กาฬสินธุ์ไว้นะครับ ซึ่งมีชื่อว่า เขื่อนลำปาว ซึ่งในเขื่อนลำปาวนี้มีความจุปริมาตรประมาณ ๑,๙๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสามารถครอบคลุมพื้นที่ชลประทานให้กับพี่น้องเกษตรกรชาว กาฬสินธุ์มากกว่า ๓๐๗,๐๐๐ ไร่ โดยในระหว่างคลองก็จะมีคลองส่งน้ำทั้ง ๒ ฝัืง ที่ส่งน้ำ ไปให้กับพี่น้องเกษตรกร ผมนำเรียนท่านประธานครับว่าท่าน สส. พลากร พิมพะนิตย์ ผมเชื่อว่าท่านเปึนคนที่เข้าใจในพื้นที่เปึนอย่างดี แล้วก็ทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎร ในพื้นที่ท่านจึงได้มาถามว่า ทำไมพื้นที่ของท่านถึงมีทั้งน้ำท่วมและมีพื้นที่ที่เปึนช่วงน้ำแล้ง ทำไมพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวนาถึงทำนาได้เพียงครั้งเดียว นาในครั้งที่ ๒ ทำไปอาจจะสูญเสียข้าว เนื่องจากจะเปึนน้ำแล้งน้ำท่วมก็ตาม ผมนำเรียนจริง ๆ ครับ ผมเข้าใจว่าในหลาย ๆ จังหวัดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราได้ลงไปตรวจเยี่ยมพื้นที่มา ก็จะมีปัญหาคล้าย ๆ กับพื้นที่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ว่าในพื้นที่ของกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะ ที่ตำบลฆ้องชัยพัฒนา ผมนำเรียนท่านประธานว่าตำบลฆ้องชัยพัฒนา อำเภอฆ้องชัย เปึนพื้นที่ต่ำ ดังนั้นเองทุกป้จะประสบปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งด้วยภูมิประเทศของพื้นที่

ผมขออนุญาตตอบคำถามของ ท่าน สส. พลากร ดังนี้ครับ เอาช่วงที่น้ำท่วมก่อน แล้วกัน ตามแผนที่ที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้ขออนุญาตนำส่งไปยังท่านพลากร ท่านจะเห็นได้ว่า ขณะนี้ตามคลองของชลประทาน เรามีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟัาอยู่ ๒ จุดด้วยกัน ทั้งฝัืงตะวันออกและฝัืงตะวันตกของอำเภอฆ้องชัย ซึ่งสถานีดังกล่าวมีชื่อว่าสถานีกุดขี้นาค และสถานีกุดแคนครับ โดยในช่วงน้ำท่วมทางกรมชลประทานได้เร่งสั่งให้สูบน้ำออกโดยเร็ว เพื่อที่จะบรรเทาปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ผมนำเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ในช่วงเมื่อสักครู่นี้คือช่วงน้ำท่วม สำหรับในช่วงหน้าแล้งซึ่งน่าเห็นใจว่า พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถทำนาได้เหมือนกัน ดังนั้นเองครับ เบื้องต้นทางกรมชลประทาน เราก็จะพยายามสนับสนุนในเรื่องของน้ำต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกรให้มากที่สุด โดยเฉพาะ ผมนำเรียนว่า ในส่วนของนาปรังในรอบที่ ๑ หรือว่ารอบที่พี่น้องกาฬสินธุ์ใช้คำว่ารอบปกติ แล้วกันนะครับ โดยทางกรมชลประทานเราจะทำการส่งน้ำตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึง ต้นเดือนเมษายน ซึ่งผมนำเรียนว่าในช่วงนี้เรามีความพร้อมในการส่งน้ำให้พี่น้องเกษตรกร อยู่แล้ว แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านก็ได้สั่งการไปยังสำนักงานชลประทานที่ ๖ ซึ่งดูแลจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วย ให้ดูแลเรื่องน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรอยู่แล้ว นอกจากนี้ในเรื่องของเพื่อปัองกันความเสียหาย ของนาข้าวในช่วงการทำนารอบที่ ๒ ผมนำเรียนว่าขณะนี้ปกติแล้วพี่น้องชาวนาจะทำนา ซึ่งมันจะไปคาบเกี่ยวกับช่วงน้ำท่วมพอดี ดังนั้นเองถ้าน้ำท่วมเข้ามามันก็จะทำลายผืนนา ของพี่น้องชาวนาครับ กรมชลประทานได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ในการที่จะทำความเข้าใจและส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาเลื่อนทำนาป้ให้เร็วขึ้นเพื่อหนีน้ำท่วม นั่นคือการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น แต่ผมนำเรียนว่า อย่างไรก็ดี นอกจากการดูแลเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งแล้ว ทางกรมชลประทานของเรากำลัง ที่จะพยายามหาช่องทางในการส่งน้ำในช่วงของปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเปึนช่วงที่ทางกรมชลประทานมีความจำเปึนจริง ๆ ที่จะต้องป่ดคลองชลประทานเพื่อ ทำการบำรุงรักษา ดังนั้นเองมันจะมาตอบคำถามที่ ๒ ของท่าน สส. พลากร ที่ท่านห่วงใยว่า ให้ทางผมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดตามความคืบหน้าของโครงการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ไฟฟัาจากลำน้ำชีสู่คลองชลประทาน ๔L๔R ผมนำเรียนครับว่าด้วยความพยายามของท่าน สส. ก็ดี หรือว่าด้วยความเข้าใจปัญหาในพื้นที่ของกรมชลประทาน หรือแม้แต่กระทั่ง ความห่วงใยของท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ดี ขออนุญาตนำเรียนว่าเรามีแผนที่จะเสนอ โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟัาที่ชื่อว่า สถานีสูบน้ำบ้านโนนแดง ซึ่งผมจะขออนุญาตนำเรียนท่าน อีกครั้งหนึ่ง จากที่ท่านเห็นครับ มันจะอยู่ช่วงนี้ช่วงปลายสุด ซึ่งตอนนี้ทราบมาว่า การออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราก็เหลือแต่ขั้นตอนการบรรจุลงไปในแผน เบื้องต้น ผมมั่นใจว่าทางกรมชลประทานเราจะสามารถบรรจุลงไปในแผนงบประมาณป้ ๒๕๖๙ ได้ แต่ว่าอย่างไรก็ดีครับ ในป้ ๒๕๖๘ ถ้ามันมีช่องทางในการที่จะเลื่อนโครงการนี้เข้ามา ที่เราจะ สามารถอนุมัติงบประมาณและเริ่มทำในป้ ๒๕๖๘ ได้ เราก็จะเร่งจัดการให้ครับ ดังนั้นเอง โครงการนี้จัดตั้งอยู่ในตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ในช่วงน้ำแล้งได้อย่างแน่นอน โดยโครงการนี้มีมูลค่าโครงการ ๕๐ ล้านบาท ตอนนี้ ได้ประสานไปยังกรมชลประทานได้สั่งการให้พยายามหาทางที่จะทำโครงการนี้ให้เร็วยิ่งขึ้น จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่าน สส. พลากร ด้วยความเคารพครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านพลากร ใช้สิทธิในรอบที่ ๒ ครับ แล้วก็ท่านถามสั้น ๆ ก็สามารถ ให้เวลาที่เหลือกับท่านรัฐมนตรีได้นะครับ แต่ ๒ ท่าน รวมกันไม่เกิน ๒๐ นาที เชิญ ท่านพลากรครับ

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ผมก็ขอเปึนตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัด กาฬสินธุ์พี่น้องชาวนา กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ท่านอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มาตอบกระทู้ในวันนี้ แล้วก็ให้พี่น้องเกษตรกร ในอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความหวังที่จะลืมตาอ้าปากในอนาคต ท่านรัฐมนตรี ก็ตอบชัดเจนครับว่า พี่น้องจะได้สถานีสูบน้ำในป้ ๒๕๖๙ อย่างช้า และป้ ๒๕๖๘ อย่างเร็ว ก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีผ่านไปทางท่านประธานด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไม่ต่อนะ จบนะครับ ท่านรัฐมนตรีตอบเคลียร์ทุกประเด็น เดี๋ยวเราต่อที่กาฬสินธุ์กัน ยาว ๆ เลยนะครับ ขอบพระคุณนะครับ สำหรับกระทู้นี้เปึนอันเสร็จสิ้น กระทู้ที่ ๓๑๖ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ

๓. เรื่อง การพัฒนาพื้นที่รอบเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เปึนพื้นที่ เกษตรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นายวิรัช พิมพะนิตย์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า มีภารกิจที่ได้นัดหมาย ไว้ล่วงหน้า จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทยากร เปึนผู้ตอบกระทู้ถามแทนครับ

เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะอนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนข้อมูลดังนี้ ท่านแรกท่านไพฑูรย์ ศรีมุก ผู้อำนวยการ สำนักงานชลประทานที่ ๖ ท่านที่ ๒ ท่านสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลำปาว กรมชลประทานครับ ขอบคุณครับ และผมได้อนุญาตให้ประชาชน ผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ท่านแรก ท่านทศพร ลี้เทียน ท่านที่ ๒ ท่านธวัฒน์ แสนภักดี ท่านศิริลักษณ์ จิตอารีวงศ์ ท่านจักรพรรณ ศรีวะโล ท่านสุรชัย ศรีล้ำเลิศ และท่านนันท์นภัส จันทร ขอเชิญท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๑

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องกราบ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้กรุณาให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อรรถกร ศิริลัทธยากร ได้กรุณามาตอบกระทู้ของกระผม เขื่อนลำปาวอีกแล้วนะครับที่เปึนเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพและเสียง)

เขื่อนลำปาวเปึนเขื่อนขนาดใหญ่ เปึนแหล่งเกษตรกรรม เปึนแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รับความ สนใจเปึนอย่างมากที่ผ่านมาของจังหวัดกาฬสินธุ์ การพัฒนาพื้นที่รอบเขื่อนลำปาวให้เปึน แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เปึนแนวทางหนึ่งที่จะช่วยคนในพื้นที่มีรายได้และความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่โดยรอบเขื่อนให้ดีขึ้น มีอาชีพ มีงานทำ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชนในพื้นที่ และช่วยลดการว่างงาน ยกระดับคุณภาพของ ประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยการพัฒนาไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เขื่อนลำปาวเริ่มก่อสร้างในป้ ๒๕๐๖ แล้วก็สำเร็จเมื่อป้ ๒๕๑๑ แล้วก็ทำคลองส่งน้ำสำเร็จ เมื่อป้ ๒๕๒๘ โดยมีระยะคลองส่งน้ำทั้งหมด ๖๑๑ กิโลเมตร กระจายไปทั่วทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคามบางส่วน แล้วก็จังหวัดอุดรธานีบางส่วน ก็ต้องบอกว่าเขื่อนลำปาว บรรจุน้ำได้ถึง ๑,๙๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เปึนเขื่อนขนาดใหญ่ที่เปึนความภูมิใจของคน กาฬสินธุ์ แต่สิ่งหนึ่งที่ชาวกาฬสินธุ์ไม่ได้รับ คือ เขื่อนเปึนเขื่อนเพื่อการเกษตรเท่านั้น ไม่ได้ เปึนเขื่อนเพื่อการท่องเที่ยวเลย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบเขื่อนยังเกิดการพัฒนา ในการท่องเที่ยวอย่างช้า และไม่ถูกกฎหมาย วันนี้ด้วยความเคารพท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงกราบเรียนถามท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีและกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ว่า ทำอย่างไรที่เขื่อนลำปาวจะได้มีโอกาสเปึนแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันมีแพบางส่วน แต่ว่าเปึนแพรที่ไม่ได้ถูกต้องตามกฎหมายไม่สามารถจะมีใบอนุญาตได้ ทำให้เกิดความไม่พร้อมในการทำแพ มีผู้เสียชีวิตเปึนเน็ตไอดอลที่ไปเที่ยวแพ แล้วไปจับ แล้วไฟช็อต วันนี้ประชาชนชาวกาฬสินธุ์ต้องการอยากจะมีโรงแรมที่ดี อยากจะมี Resort ที่ดี อยากจะมีสิ่งที่ดี ๆ เกิดขึ้น มีล่องเรือ ผมเห็นเขื่อนต่าง ๆ ผมไม่ยกตัวอย่างก็แล้วกัน ที่เขาบอกว่า วันนี้เขื่อนต่าง ๆ มีโรงแรม มี Resort มีอะไรต่าง ๆ ถามว่าถ้าเกิดขึ้นสิ่งที่จะได้ ก็คือ ได้ในการท่องเที่ยว วันนี้รัฐบาลเองต้องหารายได้จากการท่องเที่ยวให้คนได้มีโอกาสพักผ่อน หย่อนใจ คนมีโอกาสชาร์จแบตเตอรี่เพื่อต่อสู้ในชีวิต เขื่อนลำปาวรองรับได้ครับ รองรับได้ ภาคอีสานหลายจังหวัด ไม่ว่ารอบข้างขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ แม้แต่อยู่กรุงเทพฯ ที่ชอบบรรยากาศริมเขื่อน เพราะเขื่อนลำปาวมีภูเขา คือ ภูสิงห์ ที่อยู่ตรงข้าม เปึนวิวทั้งน้ำ วิวทั้งภูเขา แต่สิ่งหนึ่งที่กลับไม่ได้ คือ เขื่อนลำปาวเปึนแค่เพื่อการเกษตรเท่านั้น สิ่งที่อยากจะได้ ก็คือวันนี้ต้องกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีและ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรมชลประทานจะหวงไว้ทำไมครับ เพราะจริง ๆ แล้วการที่จะเปึน แหล่งท่องเที่ยวได้ประโยชน์ทั้งหมดครับ จริง ๆ กรมชลประทานเองโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ยังเปึนเจ้าของอยู่ดี ผมกราบเรียนว่าถ้าท่านให้เปึนแหล่งท่องเที่ยวได้ ความเจริญเกิดขึ้น ความปลอดภัยของผู้มาเที่ยวเกิดขึ้น วันนี้มีคนเสียชีวิตเยอะมาก ทั้งจะจมน้ำ ทั้งอะไร เพราะว่าความไม่ได้มาตรฐานของทรัพยากรที่เกิดในการท่องเที่ยว เวลาจะทำ Resort ก็ทำอย่างผิดกฎหมาย ทำแล้วก็ไม่ได้ความมาตรฐาน เพราะว่ามันไม่ได้ มีผู้ตรวจสอบในเชิงท่องเที่ยวอย่างชัดเจน ผมจึงกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีอยู่ประมาณ ๓ ข้อ คือ ถามเปึนภาพรวมครับ พื้นที่รอบเขื่อนลำปาวของจังหวัดกาฬสินธุ์ส่วนใหญ่เปึน พื้นที่ของกรมชลประทาน หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยากทราบว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวทางอย่างไรที่จะช่วยการพัฒนาให้เปึน แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

๒. แนวทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือประชาชนริมพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ในรอบเขื่อนลำปาวมีนโยบายอย่างไรที่จะสนับสนุนให้เขาได้มีชีวิตความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น

๓. ความงามของทิวทัศน์รอบเขื่อนลำปาว วัฒนธรรมความเปึนอยู่ วัฒนธรรม การดำรงชีพ พื้นที่ในด้านการเกษตรกรรม เชื่อมโยงเครือข่ายพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ ใกล้เคียง มีแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาอย่างไร ขอถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ไปเท่านี้ก่อนครับ ด้วยความเคารพครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดีใจครับที่มีโอกาสได้มาตอบกระทู้ ของท่าน สส. วิรัช พิมพะนิตย์ สส. จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่าน สส. อาหมูของผมอยู่แล้ว แล้วก็ดีใจที่วันนี้เปึนการตอบกระทู้ครั้งแรกผมได้มาตอบกับ ท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ก็ผมขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่าน สส. วิรัช ว่าในส่วนของรายละเอียดที่ท่านถามไป ๒-๓ คำถามเมื่อสักครู่นี้ ก่อนที่ผม จะลงไปในรายละเอียดผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่า ท่าน สส. วิรัช เปึนบุคคลที่ผมให้ความเคารพนับถือ แล้ววันนี้คำถามของท่านได้แสดงถึงความเปึนห่วงเปึนใย พี่น้องชาวกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่รอบ ๆ เขื่อนลำปาว ซึ่งเขื่อนลำปาวถือว่า เปึนเขื่อนที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของพี่น้องชาวกาฬสินธุ์เปึนอย่างมาก สิ่งที่น่ายินดีก็คือว่า ท่านมีวิสัยทัศน์นอกจากจะดูแลในเรื่องของน้ำท่วมน้ำแล้งแล้ว ท่านยังเปึนห่วงถึงการที่จะหา รายได้เพิ่มโดยเฉพาะมิติที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถที่จะทำได้ ผมนำเรียน ผ่านท่านประธานครับว่า ข้อสั่งการของท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า คือเรามีนโยบาย ในการจะเพิ่มรายได้ของเกษตรกร ๓ เท่าภายใน ๔ ป้ ตามนโยบายหลักของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และของรัฐบาลอยู่แล้ว ดังนั้นเองการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราจะ ทำงานเพิ่มขึ้นในเรื่องของการเพิ่มรายได้ในเชิงเกษตรท่องเที่ยว ก็เปึนอีกหมุดหมายหนึ่งที่เรา อยากจะสนับสนุน ผมนำเรียนด้วยความเคารพนะครับว่า กรมชลประทานในแง่ของการเป่ด โอกาสให้กับพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ได้มีพื้นที่ที่ดินทำกิน เราได้มีการลงนามหรือว่าทำความเข้าใจ ร่วมกับกรมธนารักษ์ในการจัดสรรพื้นที่ให้กับพี่น้องเกษตรกรก็ดี หรือว่าให้พี่น้องเช่าที่ดินใน ราคาถูกหลักเปึน ๑๐ บาท เพื่ออยู่อาศัยจนถึงปัจจุบันผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่าน สส. วิรัช ว่ามีการจัดให้เช่าที่ดินไปแล้วมากกว่า ๑๑๓,๔๐๐ ไร่ ในราคาที่ถูกอย่างที่ผมนำ เรียนผ่านท่านประธานไป ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า รัฐเอื้อราษฎร์ โดยทางกรมธนารักษ์จะเปึน ผู้ให้เช่า โดยมีเงื่อนไขว่าพื้นที่ที่จะให้เช่าจะต้องอยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือที่ ๑๖๔ เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่ง ๑๖๔ เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ก็คือ ระดับของปากเขื่อนลำปาวพอดี หมายความว่าผู้ที่จะสามารถเช่าพื้นที่ไปทำการเกษตรได้ หรือว่าเช่าที่อยู่อาศัยได้จะต้องอยู่เหนือเขื่อนขึ้นไปเพื่อปัองกันในกรณีที่มีน้ำล้นเขื่อน เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบหรือว่ากระทบต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย นั่นคือประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะขอกราบเรียนนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ผมขออนุญาตนำเรียนว่าพื้นที่ในบริเวณรอบเขื่อนลำปาวนั้น มีลักษณะเปึนที่สูง ผมขออนุญาตท่านประธานอีกรอบหนึ่ง ผมมีแผนที่แสดงถึงทิวทัศน์ใน รอบเขื่อนลำปาว ผมขออนุญาตส่งไปให้ท่าน สส. วิรัช เราจะได้ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ไปพร้อมกัน ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ พื้นที่บริเวณรอบเขื่อนลำปาวที่ผมนำแผนที่ ขออนุญาตท่านประธานนำมาชี้แจงนะครับ เปึนพื้นราบสูงเปึนส่วนใหญ่ ดังนั้นทางกรม ชลประทานก็ดี หรือว่าหน่วยงานทางราชการก็ดี เราไม่ได้มีข้อขัดข้องเลยที่พี่น้องเกษตรกร หรือพี่น้องผู้อยู่อาศัยจะสูบน้ำในเขื่อนขึ้นมาใช้เอง แต่ว่านอกจากการสูบน้ำขึ้นมาใช้เองแล้ว ปัจจุบันทางกรมชลประทานเราก็ได้สร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟัารอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ทั้งหมดขณะนี้ ๒๓ สถานี แล้วก็ได้ทำการถ่ายโอนไปที่ อปท. เรียบร้อยแล้ว ดังที่เห็นครับ ตั้งแต่ด้านเหนือของเขื่อนไปจนถึงด้านล่างของเขื่อนจุดที่เปึนจุดสีเขียว ๒๓ จุด คือ สถานีสูบน้ำ ที่ทางกรมชลประทานได้ทำการส่งมอบไปแล้ว โดยในป้นี้ก็จะสร้างอีก ๑ สถานี ในจุดสีแดง บริเวณด้านใต้เขื่อนลำปาวแห่งนี้ในป้ ๒๕๖๗ นี้ ที่บ้านโคกกลาง ตำบลหัวหิน อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธานครับ ในป้ ๒๕๖๙ ทางกรม ชลประทานเรามีแผนที่จะดำเนินการการสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟัาเพิ่มอีก ๖ จุดด้วยกัน ตามจุดสีดำที่ Mark อยู่ในแผนที่นะครับท่านประธาน จุดมีตั้งแต่ทางส่วนทางด้านล่างและ ด้านบนของเขื่อนลำปาวครับ ดังนั้นเราจึงมีความมั่นใจว่าในกรณีที่เราสามารถสร้างสถานี สูบน้ำทั้งหมดเสร็จแล้ว ทางชลประทานจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการสูบน้ำ ไปให้เขาใช้ได้ไม่ต่ำกว่า หรือว่าเกือบ ๆ จะ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ด้วยกันนะครับ ดังนั้นเองเราก็มี ความที่จะเร่งรัดในส่วนของสถานีสูบน้ำที่เหลือทั้งหมด ๑ สถานีในป้นี้ และอีก ๖ สถานีในป้ ๒๕๖๙ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรต่อไปนะครับ สำหรับความสำคัญของเขื่อนลำปาว ผมนำเรียนท่านประธานว่าเขื่อนลำปาว อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. วิรัช ได้นำภาพมาให้ พวกเราได้เห็นกัน เราจะเห็นได้ว่าเขื่อนนี้มีความสำคัญ เขื่อนนี้มีขนาดความจุใหญ่ แล้วก็มี ทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะที่จะสนับสนุนในเรื่องของการท่องเที่ยว ในมิติของการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมนำเรียนว่าขณะนี้ทางกรมชลประทานเราไม่ได้ มีปัญหาเลย ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำเรื่องขอใช้พื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็ดี หรือแม้แต่กระทั่งทำเรื่องมาขอสร้างสิ่งก่อสร้าง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่ผมต้อง นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านอาหมูของผมนะครับ ท่าน สส. วิรัช ด้วยความเคารพครับ เราก็มีกฎหมายนะครับ ซึ่งเปึนกฎหมายที่ว่าด้วย พ.ร.บ. การชลประทานหลวง ซึ่งการ ขออนุญาตเราไม่ได้ขัดข้อง แต่ว่ากิจกรรมต่าง ๆ หรืออาคารต่าง ๆ ถ้ามันไปสร้าง หรือว่า ถ้ามันมีผลกระทบทำให้คุณภาพน้ำเสียหาย เราก็มีความจำเปึนที่เราอาจจะไม่สามารถที่จะให้ การอนุมัติได้ แต่ในโครงการต่าง ๆ ที่เราสามารถตรวจสอบได้ว่ามันจะไม่ส่งผลกระทบต่อ คุณภาพน้ำทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรายินดีที่จะร่วมมือกับคนในพื้นที่ก็ดี หรือแม้แต่ กระทั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการที่จะให้ความร่วมมือหรือแม้แต่กระทั่งให้การ สนับสนุนในบางเรื่องก็ตาม ผมนำเรียนว่านอกจากการขออนุญาตต่าง ๆ แล้ว ถ้าท่าน สามารถพิสูจน์ว่าสิ่งก่อสร้างไม่ส่งผลกระทบแล้ว นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราไม่ได้มีกรมชลประทานอย่างเดียวที่เข้าไปทำหน้าที่รับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เรายังมี กรมส่งเสริมการเกษตรก็ดี กรมประมงก็ดี ที่จะเข้าไปสนับสนุนกิจกรรมในการที่จะส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวในเชิงเกษตร ซึ่งก็ตรงตามเปัาหมายของ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า อยู่แล้ว ผมยกตัวอย่าง ทางกรมประมงในทุก ๆ ป้ เราก็จะ มีการไปปล่อยพันธุ์ปลาพันธุ์กุ้งพันธุ์สัตว์น้ำอยู่ในเขื่อนนี้ เพื่อที่จะทำ ระบบนิเวศหรือว่าสัตว์น้ำ ต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผมยกตัวอย่างกรมส่งเสริมก็ดีเราได้มีการ พยายามจัด Route การท่องเที่ยวเพื่อการเกษตร แนะนำสถานที่ ผมยกตัวอย่างว่ามีการ ท่องเที่ยวที่จะไปแวะเยี่ยมเกษตรแปลงใหญ่ หรือแม้แต่กระทั่งในบางมิติกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ได้ให้ทำการสนับสนุนเรื่องที่เกี่ยวกับเปึนความเชื่อของพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ ที่อยู่ในบริเวณเขื่อนลำปาว ผมยกตัวอย่างนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ มีพิธีสืบชะตา ให้กับสัตว์น้ำ ซึ่งเราเชื่อว่าการสืบชะตาให้กับสัตว์น้ำจะทำให้บริเวณแหล่งน้ำตรงนั้นมี ความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ยินดี นี่คือตัวอย่างที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ที่เราจะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาแล้วก็เพิ่มศักยภาพในการท่องเที่ยวให้กับ พี่น้องชาวกาฬสินธุ์ ผมก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานและขอบพระคุณอาหมูของผม ท่าน สส. วิรัช ที่วันนี้ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์และท่านก็เปึนห่วงพี่น้องที่อยู่ในละแวกเขื่อนลำปาว ขอบพระคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านวิรัชใช้สิทธิในรอบที่ ๒ ครับ

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผม ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็รัฐมนตรีช่วยอรรถกร ที่ได้ให้โอกาสมาให้ความกระจ่างและให้ความเมตตาแก่ชาวกาฬสินธุ์ มันก็เปึนแนวทางที่ดี ท่านเขตกับท่านชลประทานที่ดูแลจังหวัดกาฬสินธุ์ก็อยู่ที่นี้ เราจะได้เห็นตรงกันว่าสิ่งใด ที่ไม่ทำให้น้ำเสียหาย สิ่งใดที่มันเปึนประโยชน์แก่จังหวัดเราก็ควรจะส่งเสริม ผมกราบเรียนว่า วันนี้คุณภาพชีวิตของคนกาฬสินธุ์ส่วนหนึ่งก็พึ่งพาเขื่อนลำปาว ระยะทางคลองส่งน้ำ ๖๑๑ กิโลเมตร จาก ๑๑๑ สายคลอง ๖๐๐ กว่ากิโลเมตร ที่เปึนสายเลือด จะผ่านไปที่อำเภอ กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคามก็ไม่มาก ที่จะผ่านไปจังหวัดอุดรธานี อำเภอวังสามหมอ ก็ไม่มาก แต่จริง ๆ จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ประโยชน์จากเขื่อนลำปาวเต็ม ๆ ไม่ว่าจะเขต สส. พลากร ที่พูดไปเมื่อสักครู่ เขตของผมอยู่ในเขตอำเภอเมืองกับเขตอำเภอสมเด็จ แต่เขต ของ สส. พลากร ทั้ง ๒ เขตจะเปึนเขตพื้นที่ที่ล้อมเขื่อนลำปาวทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ สิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับความเมตตาจากท่านมันก็ไปส่งผลให้ถึงชาวบ้าน ชาวบ้านเองก็จะได้ ประโยชน์จากตรงนั้น หลายคนที่พร้อมที่จะลงทุนในสิ่งที่มีพื้นที่ที่ข้างเขื่อนลำปาว อาจจะ เปึนพื้นที่โฉนดบ้าง ส.ป.ก. บ้าง อาจจะเปึนพื้นที่ของธนารักษ์บ้าง เขาเหล่านั้นก็คงอนุญาต ต้นสังกัด เสร็จแล้วก็คงขออนุญาตที่กรมชลประทาน เพื่อจะได้ทำธุรกิจเพื่อหารายได้และ ดูแลการท่องเที่ยวต่อไปในจังหวัดก็มีท่องเที่ยว ท่องเที่ยวของประชากร ก็คือ ชมรมท่องเที่ยว จังหวัด ชมรมท่องเที่ยวอำเภอ สิ่งหนึ่งที่เขาได้ก็คือความเปึนอยู่ของราษฎร บางครั้งมีบ้าน อยู่หลังหนึ่ง ๒ หลังที่เขาทำ Home Stay เพื่อที่ใกล้น้ำเขาก็จะได้ประโยชน์ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชน ผมขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งสำหรับท่านประธาน มีโอกาสได้มาถามกระทู้ กับท่านใกล้ ๆ ก็ดีแล้วครับ ท่านประธานปดิพัทธ์และท่านรัฐมนตรีอรรถกร ก็ดีใจนะครับ วันหนึ่งท่านรัฐมนตรีอรรถกรก็คงเติบโตเปึนรัฐมนตรีว่าการ ผมก็จะได้มีโอกาสจะได้ถามบ่อย ๆ จะได้มีโอกาสได้แสดงวิสัยทัศน์ เพราะจริง ๆ คนหนุ่มที่มีคุณภาพ ผมก็อยากให้ทำให้ บ้านเมืองเกิดขึ้น ส่วนรุ่นผมก็อาจจะต้องค่อย ๆ ปลดระวางไป แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ต่าง ๆ ก็คงเปึน ที่ปรึกษาสำหรับทีมงานของพี่น้องประชาชน ฝากขอบคุณแทนพี่น้องชาวกาฬสินธุ์สำหรับ ท่านรัฐมนตรีอรรถกร ท่านประธานด้วยที่กรุณายิ้มตลอดเวลา แล้วก็ให้ผมได้มีโอกาสถาม เต็มเวลา เหลือเวลา ๑.๔๐ นาที ก็ไม่ขอคำตอบแล้วครับ ขอบคุณครับท่าน

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ วันนี้ความห่วงใยหรือ วิสัยทัศน์ของท่าน สส. วิรัช ผมจะน้อมนำไป แล้วก็จะไปสั่งการ ไม่ใช่เฉพาะกรมชลประทาน อย่างเดียว ให้ดูแลในเรื่องของวิถีชีวิตที่ต้องการใช้น้ำของพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ในบริเวณรอบ เขื่อนลำปาว แต่อย่างมิติอื่น ๆ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถเข้าไปดูแล ซึ่งเปึน หน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะต้องทำงานรับใช้พี่น้องชาวกาฬสินธุ์และ พี่น้องชาวไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการส่งเสริมวิถีชีวิตต่าง ๆ ที่เข้ากับการเกษตร ผมจะนำไป แล้วก็มอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงไปดูแลเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิดครับ ขอบพระคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้ตั้งกระทู้นะครับ เช้านี้หวานสดชื่นนะครับ ทุกกระทู้หวานเจี๊ยบเลยนะครับ ทั้งรัฐมนตรี ทั้งผู้ถาม เดี๋ยวดูกระทู้สุดท้ายกันนะครับ ไม่รู้ท่านชาดาหงุดหงิดห้องใหญ่แล้ว ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ

๔. เรื่อง ปัญหาการยื่นขอใบแจ้งการขุดดินหรือถมดิน ตามพระราชบัญญัติ การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ติดภารกิจสำคัญจึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ เปึนผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ครับ

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนข้อมูล ดังนี้ ท่านแรกนายสุวิชชา เพ็งไพบูลย์ ผู้อำนวยการ กองกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ท่านที่ ๒ นายพรชัย สังข์ศรี วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ สำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและ ผังเมือง ขอเชิญท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคก้าวไกล อำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม อำเภอกำแพงแสน พื้นที่ตำบลสระพัฒนา และตำบลห้วยม่วง ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่บรรจุปัญหาของพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ให้เข้าสู่ห้องกระทู้แยกเฉพาะในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ในวันนี้นะครับ

เรื่องที่ผมได้ตั้งกระทู้ก็จะเปึนเรื่องของการแจ้งขอใบอนุญาตขุดดินถมดิน ใน พ.ร.บ. ขุดดินถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ เนื่องด้วยจากจังหวัดนครปฐมมีผู้ประกอบการ ทำบ่อดินเปึนจำนวนมาก และการประกอบธุรกิจดังกล่าวนั้นจะต้องมีการยื่นขอใบรับแจ้ง การขุดดินถมดิน ตาม พ.ร.บ. การขุดดินถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ต่อ อปท. ในพื้นที่ทุกป้ครับ โดยมีการส่งแบบการขุดและถมแนบมาด้วย โดยต้องมีวิศวกรเซ็นรับรองทุกครั้ง เพื่อความ ปลอดภัยและปัองกันดินถล่มของแนวดิน และเปึนข้อบังคับของ พ.ร.บ. ขุดดินและถมดิน ทั้งนี้ ที่ผมตั้งกระทู้ก็เพราะว่าเนื่องด้วยจากผู้ประกอบการธุรกิจบ่อดิน ส่วนใหญ่ก็คือ เปึนที่ทราบกันดีว่า อาจจะเปึนผู้มีอิทธิพลหรือไม่ในพื้นที่ อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวล เราพบว่าความเปึนจริงแล้ว อปท. ที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง มีการปล่อยปละละเลย การต่อใบอนุญาตการขุดดินถมดิน โดยอาจไม่ตรวจสอบทางวิศวกรรมกับพื้นที่จริงในการขุด ว่าเปึนไปตามแบบหรือไม่ ทำให้เกิดผลกระทบหลายโครงการและเกิดปัญหามากมาย อาทิเช่น ถนนทรุดตัวลงไปในบ่อดิน คลองสาธารณะถล่มลงไปในบ่อดิน หรือการทำให้ที่ดิน ของประชาชนบริเวณรอบข้างพังทลาย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ครับ ที่มีการขุดดิน ถมดินตามแนวที่ดินสาธารณะ หรือที่ดินเขตชลประทาน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหา ดินพังทลายในอนาคตได้นะครับ ทั้งนี้ ต้องเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ

คำถามแรก ทางกระทรวงมีนโยบายและมาตรการการกำกับดูแลการออก ใบรับแจ้งขุดดินถมดิน ตาม พ.ร.บ. ขุดดินถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้เปึนไปตามเจตจำนง ด้านความปลอดภัยตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เพราะว่ามีเคสบ่อดิน บ่อทรายหลายบ่อ อาศัย พ.ร.บ. ขุดดินถมดินในการประกอบกิจการ ทั้งที่เปึนธุรกิจบ่อทราย จำเปึนต้อง ขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมกับโรงงานอุตสาหกรรมครับ แต่ในพื้นที่ ที่เปึนพื้นที่สีเขียวตาม พ.ร.บ. ผังเมืองได้กำหนดว่า พื้นที่สีเขียวไม่สามารถประกอบกิจการ อุตสาหกรรมได้ จึงขอเรียนทราบรายละเอียดนโยบายและมาตรการนะครับ

คำถามข้อที่ ๒ ทางกระทรวงมีนโยบายหรือมีแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการตั้ง คณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการออกใบรับแจ้งของ อปท. หรือไม่ อย่างไร หากมีแนวคิด ดังกล่าว จะมีการกำหนดให้คณะกรรมการมาจากหน่วยใด เพราะไม่ค่อยมีคนอยากรับหน้า ที่นี้นะครับ เนื่องจากกระผมเองได้ส่งหนังสือขอปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาธุรกิจบ่อดิน ขุดดินถมดินในจังหวัดนครปฐม ผมใช้เวลาถึงกว่า ๒ เดือนครับ ปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการตอบ กลับมาแต่อย่างใดครับ จึงขอเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยตอบคำถามที่ ผมเรียนถามนะครับ ขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย เรื่องพระราชบัญญัติขุดดินถมดิน ไม่ได้กำหนดเรื่องอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล ออกใบรับแจ้งการขุดหรือถมดินของท้องถิ่น ซึ่งการออกใบรับแจ้งการขุดดินหรือถมดินเปึน อำนาจของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยตรง พูดตรงเลยนะครับท่านประธาน คือกฎหมายฉบับนี้ ออกมามันไม่ครอบคลุม ผมในฐานะนายกเทศมนตรีมาก่อน คือมันไม่มีคนกำกับดูแล แล้วก็ มอบให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นไม่ทำก็ไม่รู้ว่าใครจะไปดำเนินการ เพราะว่าในส่วนของกระทรวงก็คง ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปนะครับ เรียนว่าขุดดินถมดิน ผมขออนุญาตตอบรวมเลยนะครับ ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติครับ คือการขุดดินถมดินมันต้องพูดไปถึงการขนดินด้วย แต่ก็พยายาม พูดกันว่าเปึนหน้าที่ของกรมทางหลวงไม่เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย แต่จริง ๆ แล้วการออก พ.ร.บ. มันต้องออกแบบว่า คือออกกฎหมายรวมมา แล้วก็ท้องถิ่นไปออกเทศบัญญัติมา รองรับ เพราะว่าภาคใต้ ภาคเหนือไม่เหมือนกัน สภาพของดิน ความแข็งของดิน ความร่วน ของดิน คือภาคใต้ขุดไปแค่ ๑ เมตรก็ไปแล้วนะครับ คราวนี้ปัญหาคือว่าถ้าท้องถิ่นปล่อยปละ ละเลย ก็ไม่มีส่วนไหนที่จะเข้าไปยุ่งได้เลยนะครับ เรียนด้วยความเคารพจริง ๆ เพราะว่า ตั้งแต่สมัยผมเปึนนายกเทศมนตรีแล้วนะครับ ท่าน สส. ท่านประธานครับ คือมันต้องพูดถึง ขนด้วยขนแบบไหน คุณอาจจะขนใส่รถบัส อันนี้อาจจะใส่ตู้คอนเทนเนอร์ หรือจะเป่ดมีผ้าใบ คลุมก็แล้วแต่ มันต้องครอบคลุมไปจริง ๆ แต่วันนี้ผมก็เพิ่งมาดูนะครับ ทั้ง ๆ ที่เรียกร้อง ตั้งแต่สมัยป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๔๐ มานะครับว่า ต้องมี พ.ร.บ. ถมดิน ผมก็เพิ่งมาเห็นเมื่อเช้านี้ว่า พ.ร.บ. ถมดิน คือมันไม่มีใครที่กำกับดูแลแค่ท้องถิ่นไปรับจดแจ้ง ก็เรียนว่าอย่างที่ท่านเห็นก็ คือว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่จับ ทำอย่างไร ผมรู้ว่าท่านอึดอัด ท่านอึดอัด อึดอัดในส่วนของ ที่ว่ามีผู้มีอิทธิพลหรือเปล่า มีแน่นอน มีรถสิบล้อมีแน่นอน แต่ถามว่าแบ็กโฮเปึน รง. ๔ หรือเปล่า ไม่ใช่นะครับ การที่จะต้องใช้รถแบ็กโฮในการขุดดินถมดินไม่ต้องขอ รง. ไม่ถือเปึน โรงงาน เรียนด้วยความเคารพครับ แต่ปัญหาคือผมว่าถ้าจะพูดจริง ๆ มันต้องแก้ใหม่ กฎหมายเรื่อง พ.ร.บ. ถมดินมันต้องแก้ใหม่ มันไม่ตรงประเด็น มันเหมือนออกไปเพื่อออก ๆ ไปอย่างนั้น คนควบคุมก็ไม่มี กรมโยธาเปึนคนดำเนินการออกกฎหมาย แต่กรมโยธาไม่ได้เข้า ไปเกี่ยวข้อง ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลยและให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นก็ไม่ออกกฎหมายลูกหรือ เทศบัญญัติออกมา ในแต่ละสภาพพื้นที่ ไม่เหมือนกัน มันเปึนเรื่องผลประโยชน์ ท่าน สส. ท่านทราบดี ผมก็ปากไม่ดีด้วย ถามก็ตอบตรงเพราะว่าผมเข้าใจในความเปึนผู้แทนราษฎร ว่ามันเห็นแล้วมันอุจาดตา การถมดิน ผมบอกให้ฟังดินร่วงมาที่ถนนถ้าไม่มีการล้าง ไม่มีใคร เอาออกเปึนดินก้อนเหนียว ๆ ด้วย ถนนกัดเปึนรูเลยครับตรงนั้น ผมเองแถวบ้านผม ผมบอก ไม่ได้เลยนะครับต้องมีผ้าใบคลุมก็เรียนให้ท่านทราบนะครับ แต่ไม่ใช่ รง. ๔ ไม่ต้องขอ รง. ๔

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่าน สส. ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๒ ครับ

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคก้าวไกล ขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีที่ช่วยตอบคำถามชี้แจงว่า พ.ร.บ. ขุดดินถมดินมันมีปัญหาจริง ๆ ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่ามีปัญหานะครับ ก็มีอุปสรรคหลาย ๆ อย่างที่มันไม่ครอบคลุมด้วยนะครับ แล้วมันเปึนช่องว่างทำให้เกิดการที่หลาย ๆ ฝ์ายละเลยปัญหานี้นะครับ ก็อย่างที่ท่าน รัฐมนตรีได้ชี้แจงเลยครับ มันก็เปึนที่มาของเรื่องของรถบรรทุกด้วย ซึ่งพื้นที่จังหวัดนครปฐม ก็เปึนเขตหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ ท่านรัฐมนตรีก็เคยไปพื้นที่ของผมเองด้วยครับ ที่อำเภอดอนตูม ได้ลงไปพื้นที่ด้วย ก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ด้วยนะครับ ทั้งนี้ ผมก็มีคำถามว่า ทางกระทรวงมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับอย่างที่บอก คือ พ.ร.บ. ขุดดินถมดินมันมี อุปสรรคปัญหาอย่างไรบ้าง ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเปึนปัญหาหลักเรื่องของที่ผมได้ชี้แจงในกระทู้นี้ แล้วก็มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งของผู้ประกอบการบ่อดินครับ กับหน่วยงานราชการที่ตีความว่าธุรกิจบ่อดินนั้น เข้าข่ายเปึนโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ หากเข้าข่ายก็อย่างที่บอกคือท่านได้ตอบไปนะครับว่า อยู่ลำดับที่เท่าไร และเห็นควรว่า ควรนำธุรกิจบ่อดินออกจากลำดับอุตสาหกรรมหรือไม่ แล้วก็ในกรณีที่ในพื้นที่ผมก็ขอชี้แจง ว่า ในพื้นที่ของผมเอง อำเภอดอนตูม อำเภอบางเลน ก็จะมีเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับบ่อดินที่ เกิดขึ้นมาใหม่เปึนข้อผิดพลาดกับ อปท. ในพื้นที่ โดยผู้ว่าก็ได้สั่งการให้ อปท. จำเปึนต้อง ออกไปรับแจ้งขุดดินถมดินครับ แม้ว่า อปท. ได้หารือกับกรมอุตสาหกรรมแล้วพบว่าธุรกิจ ขุดดินถมดินเปึนโรงงาน หรือประเภทชนิดของโรงงาน (๒) อ้างอิงตามเอกสารนะครับ ซึ่งนครปฐมเปึนพื้นที่สีเขียวตาม พ.ร.บ. ผังเมืองได้กำหนดว่า พื้นที่สีเขียวไม่สามารถประกอบ กิจการโรงงานอุตสาหกรรมได้นะครับ เมื่อพิจารณาตามอำนาจของ อปท. แล้วที่มี พ.ร.บ. ขุดดินถมดินพบว่า ไม่ครอบคลุมประเด็นเหล่านี้ อีกทั้งอาจจะเปึนการสร้างภาระให้กับ ผู้ปฏิบัติตามหน้าที่ พ.ร.บ. ขุดดินถมดิน หรืออาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อยากจะ แจ้งว่าทางกระทรวงมีแนวคิดอย่างไรในเรื่องนี้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

คือ มันต้องช่วยกันนะครับ ผมว่ามันต้องร่างกฎหมาย ต้องแก้กฎหมายเพราะว่ามันไม่ชัดเจนมาก คือมันไม่รู้ว่าใครคุมอยู่นะครับ ก็พยายามจะบอกทางหลวงก็เปึนหน้าที่ของกรมทางหลวง ตำรวจก็ว่ากันไป แต่จริง ๆ แล้วมันต้องออกกฎหมาย การออกกฎหมายมันต้องออกในสภาพ เปึนกฎหมายใหญ่เล่มใหญ่ แล้วก็แต่ละท้องที่ก็ไปว่ากัน แต่คราวนี้ผมก็ไม่ทราบว่าเปึน อย่างไรนะครับ ซึ่งจริง ๆ ท้องถิ่นเปึนคนเรียกร้องมาตั้งแต่ทีแรก ๆ เลยนะครับ ท้องถิ่น เรียกร้องมา แล้วก็ปัญหารถถมดิน รถขุดดินพวกนี้มันหนักหนาจริง ๆ นะครับบางพื้นที่ อย่างนครปฐมผมเข้าใจเลยนะครับ มันเปึนเมืองรถบรรทุกเลย แต่เพียงแต่ว่าให้ท่านทราบว่า มันไม่ใช่ รง. ๔ การที่เขาจะไปขุดในพื้นที่สีเขียวก็ตาม แมคโคไม่ใช่ รง. ๔ แต่ในเรื่อง ของการแก้กฎหมาย ผมเชื่อว่าก็คงต้องว่ากันต่อไปนะครับ กระทรวงมหาดไทยก็ต้อง ปรับปรุง ก็เรียนว่ามันก็มีกฎหมายเยอะของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมเวลาเห็นกฎหมาย ๒๔ มันมีความรู้สึกเจ็บปวดครับ มันทำไมไม่ ๒๕ สักที คือนั่นหมายถึงความล่าช้า ความไม่ทันการณ์และเปึนการที่ไม่ปรับปรุง เรียกว่าทำงานแล้วเจออุปสรรคแล้วไม่ปรับปรุง เรียนด้วยความเคารพผมว่านี่ก็เปึนหนึ่งในหลาย ๆ เรื่องที่น่าจะต้องทำเรื่องแก้ไขไป ซึ่งผมเองเรียนว่าตั้งแต่มารับตำแหน่งก็ยังไม่ค่อยได้ดูเรื่องกฎหมายเท่าไรนัก เพราะงานนอก หน้าที่มันเยอะจริง ๆ มันมากมายนะครับ ไม่ว่าจะเปึนงานปราบพนัน งานผู้มีอิทธิพล เราก็กลายเปึนรับงานหลายด้านเลยนะครับ และปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็ พยายามจะลงไปนะครับ เรียนด้วยความเคารพว่าเรื่องนี้ต้องแก้กฎหมายครับต้องแก้ไข ผมก็ฝากท่าน สส. ช่วยดูด้วยว่า อะไรที่มันนั่นแล้วเราก็มานั่งคุยกัน ถ้าไปยื่นในนามฝ์ายค้าน เดี๋ยวอาจจะไม่อย่างนั้น ก็มาให้เรายื่น ผมพูดอย่างนี้นะครับท่านประธาน เรามาช่วยกัน คือมันต้องช่วยกันครับทำงาน ไม่ใช่ว่าจ้องใส่กัน แล้วก็ระวังระแวงกัน มันมีหลายเรื่อง บางทีท่านมีเวลาที่จะดูได้ ผมเองอาจจะผ่าน ๆ ไปบ้าง เมื่อสักครู่ไปตอบเรื่องนั้นมาก็ยังงง ๆ เหมือนกันคนตอบ ตอบท่าน สส. ของพรรคก้าวไกลที่นามสกุลมีนชัยนันท์นะครับ ผมเรียนว่ามันต้องแก้ครับ แล้วก็มันเปึนหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยก็เพิ่งจะมีคณะกรรมการร่างกฎหมาย เพิ่งจะตั้งเมื่อ ๒ วันนี้เองครับ ก็เรียนให้ท่านทราบเพียงเท่านี้ครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่าน สส. ใช้สิทธิเพิ่มเติมไหมครับ ยังมีเวลาเหลือ

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอบคุณครับ แล้วก็อย่างที่บอกคือผมก็ต้องฝากทางกระทรวงด้วยครับมาช่วยอาจจะเปึน คนที่ดูแลครอบคลุมเรื่องของกฎหมายนี้ด้วยนะครับ เพื่อจะได้ไม่มีอุปสรรคต่าง ๆ ในพื้นที่ มันจะเกิดความขัดแย้ง และผมก็มองว่าเรื่องธุรกิจบ่อดิน หากทำให้ถูกต้องก็อาจจะไม่ได้มี อุปสรรค ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพื้นที่ แต่ประเด็นคือหากทำไม่ถูกต้องมันอาจจะสร้าง ผลกระทบอื่น ๆ ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ครับ อย่างไรก็ฝากขอบคุณ เรียนท่าน ประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ในวันนี้ ขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เปึนอันเสร็จกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๑๓ นะครับ

๕. เรื่อง ติดตามความคืบหน้าและการแก้ไขปัญหาโครงการพัฒนา ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด นายกฤช ศิลปชัย เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรี ว่าการ ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ติดภารกิจเร่งด่วน ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเปึนวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ครับ

๖. เรื่อง ขอทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ นางสาวรักชนก ศรีนอก เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามวันนี้ ได้ครับ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเปึนวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ครับ

สำหรับวาระต่าง ๆ ในกระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้มีเพียงเท่านี้นะครับ ขอป่ดการประชุมครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ก่อนที่จะ ดำเนินการประชุมในระเบียบวาระต่อไป ผมจะขออนุญาตต่อท่านสมาชิกว่าจะขอ เปลี่ยนแปลง นำระเบียบวาระที่ ๓ คือระเบียบวาระรับรองรายงานการประชุมขึ้นมา พิจารณาก่อนนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้อง ก็ขอนำระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องรับรองรายงานการ ประชุมขึ้นมาพิจารณานะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ป้ที่ ๑ (สมัยสามัญ ประจำป้ครั้งที่สอง) จำนวน ๕ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๕ (เปึนพิเศษ) เมื่อวันพุธที่ ๓ ถึงวันศุกร์ที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๗

ครั้งที่ ๖ วันพุธที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗

ครั้งที่ ๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

ครั้งที่ ๘ วันพุธที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗

ครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗

ซึ่งได้วางไว้ให้สมาชิกตรวจสอบที่หน้าห้องประชุมแล้วนะครับ ถ้าท่านสมาชิก ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมนี้รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๕ ครั้งดังกล่าวแล้ว จบระเบียบวาระที่ ๓

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๑. รับทราบเรื่อง การพิจารณาของวุฒิสภา

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้ พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๙ เรื่อง ตามระเบียบวาระที่ ๒.๓ ดังนี้

๑. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้ อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากโรคระบาดโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖

๒. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการ บริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำป้งบประมาณ ๒๕๖๖

๓. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับป้สิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ

๔. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับป้สิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

๕. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับป้สิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

๖. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับป้สิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๗. รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานปัองกันและปราบปรามการ ฟอกเงิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕

๘. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร สำหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ สำหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ และสำหรับสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕

๙. รายงานประจำป้กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ และ

การลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบแล้ว ตามระเบียบวาระที่ ๒.๑ (๒) จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมทราบนะครับ

๒. รับทราบเรื่องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้กรรมาธิการขยาย ระยะเวลาการพิจารณาตามข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๖ วรรคสอง จำนวน ๑๒ คณะ ซึ่งอันนี้เปึนการขอในช่วงที่ป่ดสมัยประชุม ซึ่งตามข้อบังคับบอกว่า ในระหว่างป่ดสมัยประชุมถ้ามีการขอขยายเวลาแล้วประธานเห็นสมควรอนุญาตได้ แต่ต้อง มาแจ้งให้ที่ประชุมทราบเมื่อมีการเป่ดประชุม จึงดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ วรรคสอง

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือขอขยายเวลาการศึกษานอก สมัยประชุม และประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตขยายเวลาการศึกษาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ วรรคสอง จำนวน ๑๒ คณะ ดังนี้

๑. คณะกรรมาธิการการตำรวจ ขยายเวลาขอไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๗

๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคเหนือตอนล่าง ๑ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ขยายเวลาออกไป ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๗

๓. คณะกรรมาธิการการพลังงาน ขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗

๔. คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขยายเวลา จำนวน ๔ เรื่อง

๕. คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ขยายเวลาออกไป ๖๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๗

๖. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมี ส่วนร่วมของประชาชน ขอขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗

๗. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม ขอขยายเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๗

๘. คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗

๙. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุม กำกับบุหรี่ไฟฟัาในประเทศไทย ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๗

๑๐. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป์าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหายให้กับ ประชาชนที่รับผลกระทบ ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๗

๑๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางส่งเสริม กระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ขอขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

๑๒. คณะกรรมาธิการการแรงงาน ขอขยายเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗

รายละเอียดก็มีแจ้งไว้ให้สมาชิกทราบแล้วนะครับ จึงแจ้งมาให้ท่านสมาชิก ทุกท่านได้โปรดรับทราบนะครับ

๓. รับทราบผลการพิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการปัองกันการทุจริตฉ้อโกงของบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบ ให้ส่งญัตติพร้อมข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เกี่ยวกับการปัองกันทุจริตฉ้อโกงของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๗ รับทราบผลการพิจารณาญัตติดังกล่าว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรทราบ รายละเอียดปรากฏ ตามเอกสารที่ได้มอบให้สมาชิกแล้ว จึงเรียนมาให้ท่านสมาชิกรับทราบ

๔. รับทราบรายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับป้ สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖

ด้วยประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอรายงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบ ตามมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ รายละเอียดปรากฏในเอกสาร ที่ให้สมาชิกได้รับแล้ว ขอเชิญคณะของผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาชี้แจง และในการนี้ ผมจะอนุญาตให้ผู้แทนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ด้วย ๑. ท่านสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๒. นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓. พันตำรวจโท กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๔. นายวทัญ็ู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ทางผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอะไรจะขอชี้แจงในเบื้องต้นก่อนไหมครับ ขอประทานโทษครับ เมื่อสักครู่ท่านอดิศรยกมือครับ เชิญครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไม่ทราบว่าจะให้ท่านประธาน เปึนคนพูดก่อน ผมมีเรื่องไม่มากที่จะสอบถาม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ท่านสอบถามก่อนก็ได้ครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

หลังจากที่ท่านประธานได้แถลง ต่อสภาแล้ว ผมขออนุญาตขอเปึนคนถัดไปจากท่านประธานผู้ตรวจการ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ตอนนี้ ก่อนที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินจะชี้แจง ในเบื้องต้นทางสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับ คณะสภาพลเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเข้ามาฟังการประชุมอยู่ชั้น ๓ นะครับ ต่อไปเชิญ ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินครับ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอรายงานผล การดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนี้

ผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนองค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หรือการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐ มีภารกิจหลักคือการแก้ไขความเดือดร้อน หรือความไม่เปึนธรรมอันเนื่องมาจากการ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงาน ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ตามที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๐ บัญญัติ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใด ๆ บรรดาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือความไม่เปึนธรรมแก่ประชาชน หรือเปึนภาระ แก่ประชาชนโดยไม่จำเปึนหรือเกินสมควรแก่เหตุ อีกทั้งแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่า มีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เปึนธรรม อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ขจัด หรือระงับความเดือดร้อน หรือความ ไม่เปึนธรรมนั้น และมีหน้าที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ

ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินดังกล่าว หากเห็นว่าบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย กฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามมาตรา ๒๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

ในโอกาสนี้กระผมขอรายงานผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อหลัก จำนวน ๓ หัวข้อ ได้แก่

๑. ผลการดำเนินงานด้านเรื่องร้องเรียน

๒. ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐ ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ และ

๓. ผลการดำเนินงานในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

๑. ผลการดำเนินงานด้านเรื่องร้องเรียน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือความไม่เปึนธรรมของประชาชน นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินจนถึงปัจจุบัน กว่า ๒๔ ป้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนทั้งสิ้น ๖๑,๙๘๒ เรื่อง ซึ่งดำเนินการ แล้วเสร็จเปึนที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน ๕๙,๔๑๗ เรื่อง คิดเปึน ๙๕.๘๖ เปอร์เซ็นต์ โดยมี เรื่องร้องเรียนที่อยู่ระหว่างพิจารณา จำนวน ๒,๕๖๕ เรื่อง คิดเปึน ๔.๑๔ เปอร์เซ็นต์ ในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนที่ต้องดำเนินการทั้งสิ้น จำนวน ๕,๓๘๐ เรื่อง ได้มีคำวินิจฉัยและมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใด ๆ ที่ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนหรือความไม่เปึนธรรมแก่ประชาชน จำนวน ๓,๓๘๘ เรื่อง คิดเปึน ร้อยละ ๖๒.๙๗ ของเรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการในรอบป้ จากเรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการ ทั้งหมดปรากฏเปึนกรณีร้องเรียนว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ จำนวน ๓๙ เรื่อง และเปึนกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกฎ คำสั่ง หรือการ กระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย รัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย จำนวน ๓๔ เรื่อง และเปึนกรณีพิจารณาคำร้องของบุคคล ซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ จำนวน ๘๘ เรื่อง

ทั้งนี้ นอกจากการพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนที่เปึนรายกรณีแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบหรือเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนในวงกว้างในหลายเรื่อง อาทิ

๑. การศึกษากฎหมายการจ้างแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการ

๒. การศึกษาปัญหาความเดือดร้อนหรือความไม่เปึนธรรมของประชาชน อันเกิดจากพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒

๓. การเสนอแนะปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบให้มีการบังคับใช้เครื่อง กระตุกหัวใจไฟฟัาอัตโนมัติ ในการช่วยฟุ๋นฟูคืนชีพขั้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาล ช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นให้กลับมาหายใจ

๔. การพิจารณาแก้ปัญหาการดำเนินการของร้านค้าสงเคราะห์ผู้ต้องขังกับ มาตรฐานของสินค้าที่นำมาจำหน่ายและสิทธิการเลือกซื้อสินค้าของผู้ต้องขัง และ

๕. โครงการศึกษาปัญหาผลกระทบของการทำการประมงภายใต้กฎหมาย ประมง

ทั้งนี้ ตัวอย่างผลการดำเนินการในเรื่องร้องเรียน เพื่อคุ้มครองประโยชน์ สาธารณะและการแก้ไขปัญหาเฉพาะรายบุคคลได้นำเสนอไว้ในบทที่ ๒ ของรายงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แล้ว

๒. ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๐ (๓) บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่ในการเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตาม หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ โดยกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต่อประชาชน เพื่อให้รัฐต้องดำเนินการ ในเรื่องที่กำหนดให้ประชาชนทุกคนหรือทุกชุมชนเปึนการทั่วไป โดยที่ประชาชนหรือชุมชน ไม่ต้องใช้สิทธิร้องขอ ถ้ารัฐไม่กระทำตามหน้าที่ก็จะเปึนกรณีจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ประชาชนและชุมชนย่อมมีสิทธิติดตามและเร่งรัดให้รัฐ ดำเนินการและฟัองร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับ ประโยชน์นั้นได้ โดยในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ได้ทำการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ เรื่องร้องเรียนเชิงระบบ ต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐ ยังมิได้ปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐไปแล้ว จำนวน ๔ เรื่อง ประกอบด้วย ๑. โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ๒. การบังคับใช้กฎหมายกรณีการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อประชาชน ๓. มาตรการด้านความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนและ ๔. การแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนจากการดำเนินโครงการเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร พนมไพรและเขื่อน ธาตุน้อย

๓. ผลการดำเนินงานในการเสนอเรื่อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๑ บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองได้ ใน ๒ กรณี คือ ๑. กรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ๒. กรณีกฎ คำสั่งหรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหา เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย โดยในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ผู้ตรวจการ แผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนตามมาตรา ๒๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนี้

๑. กรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนทั้งสิ้น ๓๙ เรื่อง ยุติการพิจารณาทั้งหมด โดยไม่มีการยื่นเรื่อง คำร้อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าว ไม่เข้าเงื่อนไข หรือหลักเกณฑ์ หรือไม่เข้าเงื่อนไขในการที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย รัฐธรรมนูญ

๒. กรณีกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน ทั้งสิ้น ๓๔ เรื่อง มีการเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง จำนวน ๒ เรื่อง และยุติการพิจารณา จำนวน ๓๒ เรื่อง

ทั้งนี้ ผลจากความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ส่งผลให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับความเชื่อมั่นในการ ทำงานจากประชาชนเปึนลำดับที่ ๑ ขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จากการ สำรวจของสถาบันพระปกเกล้าในป้ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับความเชื่อมั่น คิดเปึนร้อยละ ๖๑.๓ อยู่ในระดับค่อนข้างเชื่อมั่นต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกจากนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้ร้องเรียนที่เข้ามารับ บริการ จึงได้จัดทำการสำรวจความพึงพอใจต่อการดำเนินงาน การให้บริการเกี่ยวกับเรื่อง ร้องเรียนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำป้งบประมาณ ป้ ๒๕๖๖ โดยได้มีการ ออกแบบสำรวจให้ผู้ร้องเรียนได้สะท้อนความคิดเห็นอย่างอิสระ เพื่อนำผลการสำรวจ ดังกล่าวมาปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดมาตรฐานและเปึนที่พึงพอใจแก่ ประชาชนผู้มาร้องเรียนมากที่สุด โดยในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่า ผู้ร้องเรียนมีความ พึงพอใจต่อการดำเนินการ เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนในทุกด้านโดยรวมอยู่ในระดับมาก คิดเปึน ร้อยละ ๘๒.๒๐ โดยประเด็นที่มีความพึงพอใจในระดับมากเกินร้อยละ ๘๐ เช่น การยื่นและ รับเรื่องร้องเรียน การพิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน การพิจารณาวินิจฉัยเรื่อง ร้องเรียน รวมถึงภาพลักษณ์และการให้บริการของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับ ความพึงพอใจต่อผลการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนในภาพรวม มีความพึงพอใจร้อยละ ๗๘.๘๐ และการดำเนินการหลังการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน มีความพึงพอใจร้อยละ ๗๐.๖๐ ทั้งนี้ ผลการศึกษาได้นำเสนอในรายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แล้ว

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผมขอยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินทุกท่าน เปึนไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานของรัฐ และสร้างความเปึนธรรมให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยยึดหลักการปฏิบัติประเทศที่ สุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ ทั้งปวงในการใช้ดุลยพินิจ

ท้ายนี้ กระผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความสนใจและสนับสนุน การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินด้วยดีตลอดมา ผมและคณะยินดีที่จะได้รับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของทุกท่าน เพื่อนำไปพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการแก้ไขความเดือดร้อน หรือความไม่เปึนธรรมของประชาชน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป กระผมและผู้ตรวจการแผ่นดินขอจบการแถลงผลการ ดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินครับ ต่อไปจะเปึนการอภิปรายของท่านสมาชิกครับ เชิญท่านอดิศร เพียงเกษ แล้วก็ต่อด้วยคุณธีระชัย แสนแก้ว นะครับ สำหรับผู้ที่จะขอ อภิปรายในเรื่องรายงานของการผู้ตรวจการแผ่นดิน มาลงชื่อข้างหน้านี้ได้ เชิญคุณอดิศรครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น กระผมกับท่าน ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินรู้จักกันเปึนการส่วนตัวนะครับ ท่านได้มีโอกาสไปเปึนพ่อเมือง จังหวัดขอนแก่นผม ก็ยินดีที่ท่านได้ทำหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต วันนี้ผมไม่ได้สงสัยในการทำงาน ของท่าน ที่ท่านได้รายงานท่านทำงานเหน็ดเหนื่อย ผู้ตรวจการแผ่นดินมีทั้งหมด ๓ คน Ombudsman ที่เราไปลอกเลียนแบบฝรั่งเขามา ๓ คน ผมได้รับหนังสือจากคณะกรรมการ สรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาครับ ลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ ขอความอนุเคราะห์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์รายละเอียดการรับสมัครบุคคลผู้สมควรได้รับการ แต่งตั้งเปึนผู้ตรวจการแผ่นดินแทนตำแหน่งที่ว่าง ด้วยความสงสัยครับ เพราะมีผู้ตรวจการ แผ่นดินคนหนึ่งวันนี้ไม่ได้มา เพราะท่านลาออก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรองศาสตราจารย์ อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลาออกตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ท่านมีปัญหาอะไรครับ ผมไม่ทราบว่าจะไปถามที่ไหน ยังไม่ครบ ๗๐ ป้ใช่ไหมครับ เพราะท่านก็เปึนผู้ตรวจการแผ่นดินที่จบวิศวะ มุมมองจะต่างจากนักรัฐศาสตร์ นักนิติศาสตร์ พวกเรา เปึนเพราะอะไรถึงได้ออกไป เหลือเวลาดำรงตำแหน่งอีกนานไหม และอีกอันหนึ่ง คณะกรรมการสรรหาที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ส่งให้ สส. ทุกคน กรรมการสรรหา ผู้ตรวจการแผ่นดินชุดใหม่มีประธานศาลฎีกา ท่านอโนชา ชีวิตโสภณ เปึนประธานกรรมการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ท่านผู้นำ ฝ์ายค้าน ท่านชัยธวัช ตุลาธน ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่งตั้ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติแต่งตั้ง แต่มีข้อสังเกตครับว่าตัวแทนจากองค์กรอิสระ ๒ องค์กร คือคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้เสนอชื่อ บุคคลเพื่อแต่งตั้งเปึนกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินตามที่กฎหมายกำหนด เปึนเพราะ อะไรครับ ละเว้น ละเลย หรือว่าลืม เพราะกรรมการสรรหา องค์กรอิสระ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีความสำคัญครับ ที่สุดทางวุฒิสมาชิกซึ่งเข้ามาใหม่จะต้องไปตรวจสอบต่าง ๆ อนุมัติ ให้ท่านเปึน มีข่าวหนาหูว่าสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ชุดใหม่จะบล็อกหรือเปล่า จะเข้าไปแทรกแซง องค์กรอิสระของท่านหรือเปล่า ในการแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี หรือว่า ๑ ๒ ๓ ที่จะ ตามมา มีการบล็อกโหวตไหม ผมจึงสงสัยว่า ป.ป.ช. ก็ดี หรือผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี เขาให้ เหตุผลอะไรที่ละเลยกฎหมายฉบับนี้ ไม่ส่งตัวแทนมาเปึนกรรมการสรรหาแทนตำแหน่งที่ว่าง ผมสนใจนะครับ ของท่านมีอำนาจมากมายในการที่จะสร้างความสุจริต ความเที่ยงธรรม ให้แก่สังคม จึงขอโดยสารถามด้วยความเคารพ ท่านมีปัญหาสุขภาพหรือท่านโดนบีบอะไร หรือทำงานไม่มีผลอะไร เพราะสังคมไม่ทราบ เพราะกว่าจะได้ผู้ตรวจการแผ่นดินคนหนึ่ง มันยากเย็นนะครับ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร อยู่ ๆ ก็ลาออกไป เปึนเพราะอะไร แล้ว ๒ องค์กรที่ผมกล่าวถึง ทำไมละเลยไม่ตั้งไม่ส่งตัวแทนมาเปึนกรรมการสรรหาตำแหน่ง ที่สำคัญให้ครบองค์ประกอบของท่าน ๓ คน ไม่ได้เกี่ยวกับรายงานของท่านนะครับ ผมเชื่อมั่นในการทำงานของท่าน ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของท่านประธาน เพราะมี ประสบการณ์เหลือเกินอยู่มาเกือบทุกภูมิภาคของประเทศ มีประสบการณ์ในการทำงาน จึงขออนุญาตถามด้วยความสุจริตเหมือนกัน เหมือนนามสกุลของท่านประธานครับ เพื่อให้ ประชาชนได้เข้าใจว่าองค์กรอิสระ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดินละเลยหรือไม่สนใจในการที่ จะเปึนกรรมการสรรหาซึ่งมีความสำคัญอย่างนี้แล้วท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ ซึ่งเปึน กรรมการอยู่นั้นได้ทักท้วงเรื่องนี้หรือเปล่า ขออนุญาตถามท่านประธานเลย เพราะเรื่อง ผู้ตรวจการแผ่นดินคนหนึ่งมีความสำคัญครับ จึงขออนุญาตที่จะอภิปรายเปึนคนแรกในการ สอบถาม ในการสรรหาองค์กรอิสระ ตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณอดิศรครับ ขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ ทางประธานจะได้ตอบทีเดียวเลย คุณธีระชัย แสนแก้ว อยู่ไหมครับ เชิญครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมใคร่ ขออนุญาตท่านประธานในการที่จะอภิปรายรายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ ๒๕๖๖ และรายงานผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับสิ้นสุดป้ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ มีประเด็นดังนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในรายงานผู้ตรวจการแผ่นดินหน้าที่ ๙ ในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ มีการรายงานเกี่ยวกับการ รับเรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชน ๕,๓๘๐ เรื่อง โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินการแล้ว ๓,๓๘๘ เรื่อง คิดเปึนร้อยละ ๖๒.๙๗ เรื่องทั้งหมด ผมเชื่อมั่นในความสุจริตใจ และความ ตั้งใจในการทำงานของท่านประธานสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ซึ่งเปึนประธานในการตรวจการ แผ่นดินในครั้งนี้ ผมจำได้ว่าเมื่อคราวที่แล้วครับท่านประธาน ในประเด็นนี้เมื่อป้ก่อนนั้น กระผมเคยได้อภิปรายไปแล้ว เมื่อป้ ๒๕๖๕ มีการร้องเรียน ๕,๒๕๐ เรื่อง แต่ดำเนินการ ไปแล้วเสร็จเพียงจำนวน ๒,๘๓๙ เรื่อง คิดเปึนร้อยละ ๕๔ เท่านั้น ซึ่งกระผมได้เสนอแนะไป ในคราวนั้น ท่านได้กำหนดตัวชี้วัดร้อยละ ๖๐ ทำให้กระผมเห็นว่าการดำเนินงานของ ผู้ตรวจการแผ่นดินต่ำกว่าเปัาหมายในตอนนั้น แต่ในป้ ๒๕๖๖ ที่ท่านมารายงานในวันนี้ ท่านได้ดำเนินการประสบความสำเร็จมากขึ้น และผ่านตัวชี้วัด คิดเปึนร้อยละ ๖๒ ของเรื่อง ร้องเรียนทั้งหมด ในประเด็นนี้กระผมต้องขอชื่นชมการทำงานของท่านนะครับท่านประธาน สามารถทำงานแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนสูงมากกว่าป้ ๒๕๖๕ แล้วยังมีรายงานผลการ ดำเนินงานที่กระผมคิดว่าเปึนเรื่องที่น่าสนใจ และกระผมคิดว่าน้อยคนนักที่จะมองเห็นถึง ความสำคัญในเรื่องนี้ ก็คือรายงานว่าท่านมีการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของ นักศึกษาฝ๊กงาน ท่านประธานครับ เรื่องนี้น่าสนใจเพราะเรื่องนี้ไม่เคยมีกฎหมายเฉพาะ ในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของนักศึกษาฝ๊กงาน ทั้งในสถานที่ราชการและสถานที่เอกชน แล้วในเรื่องสังคมทุกวันนี้ก็เคยปรากฏการล่วงละเมิดทางเพศนักศึกษาฝ๊กงาน เคยมีข่าวคราว เอารัดเอาเปรียบของนักศึกษาฝ๊กงาน ซึ่งเขาไปฝ๊กงานแต่ก็ไม่ได้มีค่าตอบแทน มีการเบี้ยว ค่าตอบแทนก็มี กระผมขอชื่นชมของคณะกรรมการตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ด้วยในการ ทำงานอย่างนี้ เรามาพูดเรื่องนี้ เราต้องเอาเรื่อง เราอ่านแล้วก็เอาเรื่องที่สำคัญ ที่เปึนเรื่องที่ องค์กรอื่น ๆ ไม่สามารถที่จะใส่ใจเรื่องนี้ ในส่วนเกี่ยวกับคดีเรื่องกฎหมายอะไรต่าง ๆ ก็เปึนเรื่อง แต่ท่านใส่ใจเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเปึนข่าวคราวออกทาง YouTube ออกทางคือ ผู้บังคับบัญชาไปโน้น นี่ นั่น ไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียนก็ดี อยู่ในหน่วยงานของราชการก็ดี มันชอบในการที่จะเอาตำแหน่งแห่งตนไปดำเนินการเกี่ยวเรื่องทางเพศกับผู้ไม่มีประตูในการ ที่จะสู้ในเรื่องนี้ ท่านได้ทำงานเรื่องนี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ในรายงานหน้าที่ ๑๔ และ ๑๕ ท่านรายงาน ผลการดำเนินการเกี่ยวกับความร่วมมือภาคีเครือข่าย เช่น ภารกิจด้านพัฒนาและเครือข่าย ภายในประเทศ ซึ่งมีหลายโครงการที่กระผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดี แต่ก็มีเรื่องที่จะต้องเสนอแนะ อาจจะเปึนว่าจะถูกจุดหรือไม่ถูกจุด ไม่เปึนไรครับ เปึนเรื่องเสนอแนะ ท่านรับฟังไว้ไม่ต้อง ตอบผมก็ได้ครับท่านประธาน ไม่ต้องตอบก็ได้ ถามว่าทำไมผมถึงพูดว่า ไม่ถูกจุด ไม่ถูกตัว เพราะว่าอย่างโครงการเกี่ยวกับการส่งเสริม ธรรมาภิบาลเพื่อต่อต้านทุจริตในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ กระผมคิดว่ามันมีหน่วยงาน มันมีหน่วยงาน ป.ป.ช. หน่วยงานหลักอยู่แล้วนะครับ แล้วก็สำนักงาน ป.ป.ช. ก็อยู่ ทั่วประเทศนะครับ ในรายงานฉบับนี้ท่านรายงานว่าได้ไปจัดโครงการที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ลำปาง ศรีสะเกษ และโครงการนี้ก็เปึนการขับเคลื่อนพัฒนาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชุมชนระดับตำบล ให้ตำบลมีคุณธรรม ให้เกิดสร้างความตระหนัก และค่านิยมซื่อสัตย์สุจริตต่อการต่อต้านทุจริต และรับรู้สิทธิหน้าที่พลเมือง ก็ดีครับ แต่ท่านประธานครับ โครงการนี้ถ้าฟังแล้วมันโครงการเราชอบ ผมก็ชอบ เพราะมัน มีประโยชน์ ถ้าพลิกย้อนไป ผมเปึนห่วงท่านนะครับว่าบุคลากรของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ท่านดูแลอยู่นี่มันจะน้อยนะครับ พลิกย้อนไปอ่านงบประมาณก็น้อย งบประมาณควร มากกว่านี้ แล้วจากที่ท่านรายงานสภาเองในหลาย ๆ ครั้ง ที่เพื่อน สส. ก็พูดถึงผลงาน ของท่านนะครับ ก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างเช่นวันนี้ก็มีผมกับท่านอดิศรเท่านั้นที่พูด เพราะถือ ว่าการที่ท่านทำหนังสือมาและจะมารายงานถือว่าเปึนประโยชน์มากเลยทีเดียว ผมก็เคย ทราบคำตอบที่มีการคุยกันว่าบุคลากรของท่านก็น้อย ไม่เพียงพอต่อปริมาณเรื่องงาน พี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศและงบประมาณท่านก็จำกัด สำนักงานก็อยู่ในเฉพาะกรุงเทพฯ เท่านั้น นี่ละผมเห็นใจท่านที่ผมต้องการพูด ดังนั้นในประเด็นนี้ผมจึงเห็นใจท่าน และในขณะเดียวกัน ก็ยังอดที่จะตั้งข้อสงสัยไม่ได้ ทำไมท่านจึงต้องดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็สามารถเชื่อม กันได้ เฉพาะโครงการลักษณะนี้ท่านต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเอง ต้องติดต่อประสานงาน เครือข่ายโน่น นี่ นั่น ด้วยความเห็นใจในเรื่องที่งบประมาณก็น้อย ป.ป.ช. ก็อยู่เต็มบ้านเต็มเมือง หรือมันคืออะไร ส่วนตัวผมคิดว่าที่สำคัญนะครับ ก็อยากจะขอเสนอแนะว่า ให้ท่านไป เสนอแนะหน่วยงานของรัฐ กระทรวง ทบวง กรม มีหน้าที่ในการบริการดูแลสารทุกข์สุกดิบ ของพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้น ให้ครอบคลุมทุกปัญหาให้มากยิ่งขึ้น และสามารถเห็นผล อย่างเปึนรูปธรรม ท่านไปจัดการกับพวกราชการนะครับ ทุกกรมท่านมีอำนาจเต็มที่เลย อย่างผมกำลังจะร้องเรียนท่านอยู่นะครับ เดี๋ยวผมจะเอาเอกสารให้ท่านเกี่ยวกรมโยธาธิการ และผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองได้งบประมาณไป ๓๙ ล้านบาท ไปทำให้พี่น้อง เดือดร้อนอยู่ที่ตำบลพันดอนที่ผมหารือท่านประธานเมื่อวานนี้ ผมจะฝากท่านไปด้วย และจะให้เทศบาลตำบลพันดอนร้องเรียนมาด้วย เพราะว่าเราร้องเรียนไม่มีประโยชน์ เราต้องเอาแล้วละ เราจะต้องร้องเรียนท่านแล้วล่ะ ขอให้ท่านได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ หรือขั้นตอนปฏิบัติงานของราชการ ท่านเสนอแนะเขาไปเลย เรื่องกฎหมาย มันเปึนอย่างนี้ ๆ ขั้นตอนระเบียบปฏิบัติราชการให้มีความรวดเร็วนะครับ คือลัดขั้นตอน ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ให้เกิดความเปึนธรรม ไม่สร้างภาระให้ พี่น้องประชาชน นี่คือความสมเหตุสมผลที่ผมอยากจะเสนอแนะท่านนะครับ ในภารกิจนี้ ผมคิดว่าที่สำคัญที่สุดก็คือว่า โดยเฉพาะการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จริงแล้วก็มีไว้ เพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน เช่นกันนั่นล่ะก็ควรจะต้องมีการแก้ไข ปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้รับความคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชน กระผมขอให้การทำงานของท่านมีความเปึนธรรม สร้างความเปึนธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนจะได้มีที่พึ่งสักองค์กรหนึ่งเถอะนะครับ ที่มีความ เปึนธรรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เขาไม่ได้รับความเปึนธรรมจากผู้บังคับบัญชาบ้าง จากอะไร ต่าง ๆ บ้าง หรือหน่วยงานของรัฐท่านต้องทำงานให้กับพี่น้องประชาชน สามารถดูแล พี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วไม่ล่าช้า ความล่าช้าคือความไม่เปึนธรรมต่อพี่น้องประชาชน ผมขอขอบคุณ ขอให้กำลังใจคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินทุกท่านด้วย ขอขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาอนุญาตให้ผมได้มี ส่วนร่วมในการอภิปราย ความจริงไม่ได้แจ้งชื่อไว้ตั้งแต่ต้น แต่ว่าเมื่อฟังเพื่อนสมาชิก ได้อภิปราย เมื่อฟังการชี้แจงของท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็เมื่อได้อ่านเอกสาร ของท่านแล้ว ผมคิดว่าอาจจะมีบางประเด็นครับ ที่ต้องมีส่วนในการอภิปรายถึงแม้ว่าอาจจะ ไม่ได้มากนัก แต่ผมคิดว่าเปึนประเด็นสำคัญ แล้วก็ต้องขอประทานโทษที่อาจจะเกินเวลาที่ ผมได้ขอไปใน ๕ นาทีเบื้องต้นนะครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่าน ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน

ในเรื่องที่ ๑ ก็คือขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านผู้ตรวจการ แล้วก็ฝากขอบพระคุณไปยังเจ้าหน้าที่ที่เมื่อป้ที่แล้วผมได้อภิปรายรายงานของท่าน และได้ขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการดูแลเด็กในสถานศึกษา หรือเด็กปฐมวัย แล้วเจ้าหน้าที่ของท่านได้ส่งเอกสารชิ้นนั้นไปที่บ้านของผมเปึนที่เรียบร้อย แล้วผมคิดว่า ผมได้ใช้ประโยชน์จากเอกสารของท่านเปึนอย่างยิ่งในการทำงานในสภาแห่งนี้ ในการทำงาน กับพี่น้องประชาชน

ขอบพระคุณเปึนประการที่ ๒ ท่านประธานครับ อย่างเช่น กรณีของการ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ซึ่งอยู่ในหน้า ๙๒ ในเอกสารของท่าน ที่ท่านได้กรุณาให้ความ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง บ้านของผมในกรณีของการ พิสูจน์สถานะบุคคล แต่เพียงแต่ว่าในรายละเอียดของการพิสูจน์สถานะบุคคลที่จะต้องมีการ ตรวจ DNA นั้น ท่านได้ดำเนินการประสานงานเปึนที่เรียบร้อย จนนำไปสู่การลงรายการ สถานะบุคคล เพียงแต่ผมไม่เห็นในรายละเอียดบางประการว่า ตกลงกรณีที่การพิสูจน์ สถานะบุคคลที่จำเปึนต้องมีเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานภาครัฐเปึนผู้รับรองนั้นท่านให้ ความเห็นต่อเรื่องนั้นอย่างไร แต่ต้องขอบพระคุณแทนพี่น้องชาวจังหวัดอ่างทองครับ ที่การประสานงานของท่าน นำไปสู่การลงรายการสถานะ และการกำหนดสัญชาติให้กับ บุคคลในพื้นที่ของผมครับ

อย่างไรก็ตาม ผมมีทั้งข้อสังเกต แล้วก็มีประเด็นที่อยากจะตั้งคำถามเพื่อ สอบถามท่านเพิ่มเติมอยู่ทั้งหมดสัก ๓ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ เปึนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับที่ท่านธีระชัย แสนแก้ว ต้องขอ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ที่ท่านได้อภิปรายไปเบื้องต้นครับ เพียงแต่ว่าผมอาจจะมีมุมมอง ที่เพิ่มเติม เมื่อพิจารณาจากจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด แล้วก็กรณีของการจำแนกเปึน หน่วยงาน ซึ่งได้พบว่ากรณีของ ๓ หน่วยงานเบื้องต้นที่ถูกร้องเรียนหรือเมื่อนำไปสู่ การดำเนินการมากที่สุด ๑. ก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งคิดเปึน ๒๓.๒๕ ของจำนวน ทั้งหมดที่มีการร้องเรียน ๒. ก็คือกระทรวงมหาดไทยที่คิดเปึน ๒๑.๔๘ ของเรื่องทั้งหมด ที่มีเรื่องร้องเรียน และ ๓. ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คิดเปึนจำนวน ๑๓.๑๖ ของ เรื่องทั้งหมดที่มีการร้องเรียน ที่เหลือก็ไล่ลำดับตามกันลงมา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็อาจจะ หมายรวมถึงรัฐสภา ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของเรื่องร้องเรียนที่ผมได้เคยตั้งคำถามไปในครั้งที่แล้วด้วย เพียงแต่ว่าผมยังไม่ได้คำตอบครับ ที่ต่อเนื่องมาจากการถามในครั้งที่แล้วก็คือว่า ท่านได้มี ข้อเสนอหรือติดตามหรือไม่ว่าหน่วยงานที่มีจำนวนเรื่องร้องเรียนเปึนจำนวนมากนั้น ได้มีการปรับปรุงกระบวนการ วิธีการ การจัดบริการ การแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ หรือใด ๆ ที่จะนำไปสู่การลดจำนวนเรื่องร้องเรียนเหล่านั้นหรือไม่ หรือท่านได้พูดถึงหรือตั้งคำถามถึง การปรับปรุงรูปแบบกระบวนการ วิธีการในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่ในหน่วยงาน เหล่านั้นหรือไม่ แน่นอนครับ เวลาเราพูดถึงสภาของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของ ฝ์ายค้าน พวกผมก็พูดถึงเรื่องของบทบาทฝ์ายค้านเชิงรุก ผมก็ต้องถามท่านว่าในกรณีของ ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินเชิงรุก ที่มีทั้งข้อเสนอหรือติดตามว่าต่อไปนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีเรื่องร้องเรียนนั้น มันมีตัวชี้วัดหรือ KPI ใด ๆ ที่นำไปสู่การลดจำนวน เรื่องร้องเรียนที่นำมาสู่ผู้ตรวจการ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องตอบคำถามเหล่านั้นเองนะครับ แต่เปึนสิ่งที่ท่านต้องตั้งคำถาม แล้วก็ Monitor ระบบในการติดตามเพื่อให้หน่วยงานที่มี อำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงเปึนผู้ตอบ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นนี้ยังไม่ได้คำตอบหรือ ความคลี่คลายจากการถามครั้งก่อน แล้วก็ขออนุญาตถามในครั้งนี้อีกครั้งหนึ่ง

กรณีที่ ๒ ดังที่ผมได้เคยนำเรียนมาโดยตลอดว่า หลายเรื่องของผู้ตรวจการ ถ้าเราไม่เห็นรายงานประจำป้ ถ้าเราไม่ใช่ผู้ติดตามหรือผู้เสียหายที่ไปร้องเรียนท่านโดยตรง เราแทบไม่เห็นบทบาทของการขยายความ หรือเผยแพร่ หรือประชาสัมพันธ์เชิงรุก ผมยกตัวอย่างแค่โครงการเดียวนะครับ เช่น โครงการที่อยู่ในหน้า ๑๔๒ ในประเด็น ด้านสาธารณสุข ก็คือโครงการเสนอแนะการปรับปรุงกฎหมาย กฎ และระเบียบให้มีการ บังคับใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟัาอัตโนมัติ หรือ AED ในการช่วยเหลือฟุ๋นคืนชีพขั้นพื้นฐาน ในการปฐมพยาบาลช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นให้กลับมาหายใจ ที่เรียกว่า CPR ท่านประธาน จำได้ดี เพื่อนสมาชิกเราท่านหนึ่งก็ต้องใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจในกรณีที่เกิดอาการในสภาแห่งนี้ สิ่งที่ผมพยายามจะอ่านรายงานของท่านนะครับ เราเห็นรายละเอียดเยอะเลยครับ แต่ก็ไม่เห็น ประเด็นว่าในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อท่านได้มีรายงานตอบสนองต่อกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น สถานะของการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเครื่องกระตุ้น หรือเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟัาอัตโนมัติ หรือ AED เปึนอย่างไร ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ในสภาทุกครั้งที่ผมลงพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยราชการ เช่นล่าสุดที่ผมไป ที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก บ้านท่านประธาน ผมเห็นว่าเขาตั้งเครื่องอยู่ในบริเวณชั้น ๒ มันกลายเปึน Pattern อัตโนมัติของผมด้วย ไปเยี่ยม รพ.สต. ผมต้องถามก่อนว่าอยู่ที่ไหน ไปศาลากลางจังหวัดอ่างทองปุ็บ ผมต้องถามว่าเครื่องนี้อยู่ที่ไหน แล้วถามต่อไปด้วยว่า แล้วเคยใช้ไหม หรือใช้อย่างไร หรือต้องมีการซ่อมบำรุงอย่างไร เพราะว่าในกรณีของ การซ่อมบำรุงก็มีคำถามที่น่าสนใจบอกว่า ตัวเครื่องไม่แพง ใช้ไม่ยาก แต่ในกรณีที่มีการใช้แล้ว มันต้องเปลี่ยนแผ่น ตัวเปลี่ยนแผ่นนี้ที่มันอยู่ในหมวดซ่อมบำรุง ซึ่งหลายครั้งนี้งบประมาณ อาจจะตั้งไม่เพียงพอ ผมคิดว่าผู้ตรวจการแผ่นดินต้องขยายความครับ แล้วด้วยความเคารพ วันนี้เช่นกรณีของสถานประกอบการ หรือแม้กระทั่งสนามกีฬา ผมเชื่อมั่นว่าท่านทราบดี ล่าสุดไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่เสียชีวิต ในขณะกำลังเล่นฟุตบอลในสนามฟุตบอล มันควรจะเปึนมาตรฐานถึงขนาดนั้นด้วยซ้ำว่า ทุกสนามกีฬา หรือสวนสาธารณะ หรือที่ที่มีคนอยู่เปึนจำนวนมาก ควรจะต้องมีเครื่องกระตุ้น หัวใจอัตโนมัติ หรือ AED ซึ่งผมคิดว่าข้อเสนอท่านดีมากครับ แต่ผมอยากให้ท่าน ประชาสัมพันธ์ หรือขยายความให้พี่น้องประชาชนรับทราบ นั่นเปึนประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ขณะนี้เรากำลังพูดถึงรายงานของป้ ๒๕๖๖ แต่อย่างที่ผมต้องตั้งข้อสังเกตและติงท่านในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ผมยกตัวอย่าง เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมามีกรณีของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้มีการวินิจฉัยจากการร้องของ ผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๓ มีปัญหาเกี่ยวด้วย กับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านที่ตามอยู่ทางบ้านอาจจะงงว่าประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๓ คืออะไร เกี่ยวข้องกับสมรสเท่าเทียมที่รัฐสภาแห่งนี้ผ่านไป แล้วหรือไม่ เกี่ยวครับ เพราะว่ากรณีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๓ นั้น แต่เดิมเขียนว่า สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภรรยาในทำนองชู้สาวก็ได้ พูดง่าย ๆ คือมาล่วงเกินปุ็บเรียกได้ทันที แต่ภรรยาจะเรียกบ้างก็ต่อเมื่อหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเป่ดเผย เพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว ท่านเห็นไหมครับว่าข้อความ ไม่เหมือนกัน ซึ่งในท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีการวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๓ นั้นมีปัญหาว่าด้วยความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แล้วมีความ จำเปึนที่จะต้องนำไปสู่การแก้ไขหรือมีผลบังคับ ๓๑๐ วันนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัย สังคมสงสัย ทันทีครับว่า ผ่านสมรสเท่าเทียมแล้วอยู่ดี ๆ มีเรื่องนี้จะต้องแก้สมรสเท่าเทียมอีกรอบหนึ่ง หรือ สังคมสงสัยทันทีว่าปัญหาเดิมคืออะไร สังคมสงสัยทันทีว่าที่ศาลท่านเขียนมาแบบนี้ แล้วใครต้องไปทำอะไร อย่างไรต่อ ท่านเห็นไหมครับว่านี้คือเรื่องสำคัญ ซึ่งถึงแม้ในท้ายที่สุด เราเข้าใจแล้วว่า ตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมรสเท่าเทียม และเปึนตัวสนับสนุน ป.พ.พ. สมรส เท่าเทียมที่ผ่านไปด้วยซ้ำ แต่ผมกำลังคิดว่าลักษณะแบบนี้ที่ต้องตั้งคำถามว่า เมื่อมีคำวินิจฉัย เราไม่เห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้ออกมาช่วยอธิบาย ประชาสัมพันธ์ หรือบอกข้อเท็จจริง ในเชิงลึก เชิงกว้างผมเห็นท่านออกมาพูดอยู่ แต่ในเชิงลึกเพื่อตอบสังคมว่า สิ่งที่ท่านยื่น ต่อศาลแล้วศาลวินิจฉัยมานั้นเปึนอย่างไร ซึ่งนี่เปึนเพียง ๑ ตัวอย่างที่ผมได้ยกครับ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นผมคิดว่าสถานะของผู้ตรวจการ แผ่นดินยังเปึนสถานะที่จำเปึนและสำคัญ และในอนาคตหากจะมีการแก้ไขบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญก็ยังจำเปึนต้องมีผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ ในเรื่องของรายละเอียด ในเรื่องรูปแบบ ในเรื่องโครงสร้าง ในเรื่องกระบวนการ ในเรื่องวิธีการ ในเรื่องอำนาจหน้าที่นั้นเปึนเรื่องที่ อาจจะปรับเปลี่ยนไปได้ แต่สิ่งที่ท่านทำมาตลอดนั้นมีคุณค่ามีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งในส่วนตัวและในนามพรรคก้าวไกลต้องขออนุญาตชื่นชมท่านและสนับสนุนการทำงาน ของท่านครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิครับ ขอเชิญท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินหรือผู้แทนตอบได้ครับ เชิญครับ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้ง ๓ ท่าน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ

ท่านแรกท่านอดิศร เพียงเกษ จากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตกราบขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านอดิศร เพียงเกษ สำหรับความกรุณา ความร่วมมือเมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันที่จังหวัดขอนแก่น ท่านอดิศร เพียงเกษ ก็ได้ช่วยสนับสนุนงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหา สร้างความเปึนอยู่คุณภาพชีวิตที่ ดีของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด สำหรับประเด็นคำถามข้อสงสัยของท่านอดิศรนะครับ ทำไมมีท่านผู้ตรวจการแผ่นดินท่านหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ได้ลาออก ขออนุญาตกราบเรียนครับ ท่านผู้ตรวจอิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ จะครบวาระการดำรงตำแหน่งอายุ ๗๐ ป้ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ในโอกาสที่มีการเป่ดรับสมัคร การเลือก สว. ท่านมีความประสงค์ที่จะไปรับใช้สังคม ประเทศชาติต่อ วัตถุประสงค์ของท่าน คือลาออกก่อนครบวาระประมาณ ๓ เดือน เพื่อที่จะไปสมัครรับเลือกเปึน สว. ไม่ได้ มีเหตุขัดข้อง หรือได้รับการกดดันอย่างไร

ประเด็นที่ ๒ กรณีที่มีการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่ว่างลง รอบใหม่ ก็จะมีองค์กรอิสระ ๒ หน่วยงานที่ไม่ส่งตัวแทนเข้าไปเปึนกรรมการสรรหา ผมขออนุญาตกราบเรียนเปึนข้อมูลของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติว่า ที่ผ่านมาองค์กรอิสระจะมีปัญหาในทางปฏิบัติค่อนข้างมากในการที่จะหาผู้แทนไปร่วม ในคณะกรรมการสรรหา เนื่องจากว่าในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดเงื่อนไข คุณสมบัติของผู้ที่จะเปึนกรรมการสรรหาไว้ค่อนข้างสูง ก็จะหาบุคคลที่เข้าคุณสมบัติได้ยาก ถัดมาที่สำคัญ ก็จะมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไขว่าก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่กรรมการสรรหาจะต้อง ลาออก ต้องไม่ดำรงตำแหน่งในกรรมการใด ๆ คณะกรรมการชุดใด ๆ ทั้งในหน่วยงานของรัฐ หรือภาคเอกชน เพราะฉะนั้นมันก็จะเปึนภาระเขาที่จะต้องลาออกจากการเปึนกรรมการ บริษัท ที่ปรึกษาบริษัท หรือผู้ทรงคุณวุฒิหน่วยงาน เพราะว่าการมาเปึนกรรมการสรรหา องค์กรอิสระมันเปึนเฉพาะกิจ เขาก็จะเสียสิทธิประโยชน์ที่เขาดำรงอยู่ ก็ค่อนข้างจะเปึน ปัญหา เหตุที่องค์กรอิสระบางครั้งบางองค์กรอิสระไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าไปเปึนกรรมการสรรหา ก็จะเปึนสาเหตุหลักในลักษณะเช่นนี้ ตรงนี้ถ้าในโอกาสต่อไปถ้ามีการปรับปรุง แก้ไข รัฐธรรมนูญอาจจะเปึนประเด็นพิจารณาในเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเปึนกรรมการ สรรหากรรมการในองค์กรอิสระก็จะเปึนประโยชน์ในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ท่านอดิศรพอ ชัดเจนไหมครับ ไม่ได้มีเหตุทางการเมืองอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าหาบุคคลมายาก เพราะว่าเขาต้องสมัครใจที่จะมาทำหน้าที่นี้ด้วย ที่สำคัญก็ ๑. เรื่องคุณสมบัติ เช่น ต้องดำรงตำแหน่ง ถ้ารับราชการต้องรับราชการในตำแหน่งอธิบดี หรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่า ๕ ป้ ที่สำคัญจะต้องไม่เปึนผู้ดำรงตำแหน่งในกรรมการใด ๆ ตรงนี้ จะเปึนปัญหาหลักที่จะไปกระทบกับชีวิตประจำวันของเขาที่จะมาปฏิบัติภารกิจนี้เฉพาะ ชั่วครั้งชั่วคราวนะครับ

สำหรับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านธีระชัย แสนแก้ว เช่นเดียวกันครับ ต้องขอขอบคุณ ฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านธีระชัย แสนแก้ว ในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ในพื้นที่ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ก็ได้รับความร่วมไม้ร่วมมือจากท่านธีระชัย แสนแก้ว ในการช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง เปึนอย่างดี ขอขอบพระคุณครับ สำหรับประเด็นของท่านธีระชัย ท่านบอกว่าไม่ต้องตอบก็ได้ แต่ผมขออนุญาตใช้เวลาของที่ประชุมเพื่อจะเปึนประโยชน์ เพื่อเปึนความเข้าใจครับว่า ในการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินทำกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านทุจริต จริง ๆ เราไปส่งเสริมเรื่องการเปึนตำบลคุณธรรม องค์กรคุณธรรมครับ เหตุที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มาทำในเรื่องนี้ เพราะเราพิจารณาเห็นว่าการแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ผ่านมามันเปึนการแก้ไขในเชิงตั้งรับ ก็คือชาวบ้านเดือดร้อนแล้วยื่น เรื่องร้องเรียนมา แล้วเราก็แก้ไขให้ เปึนการแก้ไขที่ปลายทาง เราก็คิดว่าสิ่งที่จะต้องทำควบคู่กัน กับการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ก็คือการทำอย่างไรที่จะให้ปัญหาความขัดแย้ง การเอารัด เอาเปรียบพี่น้องประชาชน ความไม่รับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนของหน่วยงานของรัฐ มันลดลงหรือหมดไป เราก็มองว่าการเอาหลักธรรมาภิบาล เอาหลักคุณธรรมจริยธรรมมาใช้ ในวิถีชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนก็ดี ในวิถีของผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ มันก็ จะช่วยให้เกิดความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน ช่วยให้การที่จะไปสร้างความไม่เปึนธรรม กับพี่น้องประชาชนมันก็ลดลง เรื่องร้องเรียนก็จะลดลง แล้วก็ในประเด็นนี้ด้วยข้อจำกัดของ บุคลากร แล้วก็งบประมาณ เราได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งผู้เปึนหน่วยบริหาร งบประมาณหลักคือสำนักงาน ป.ป.ช. เลยไปใช้ชื่องานส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านทุจริต แต่จริง ๆ เราเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แล้วเราไม่ได้ไปทำเองทั้งหมดทั่วประเทศ เราไปทำ ตำบลต้นแบบ หน่วยงานต้นแบบ แล้วจะถอดบทเรียน แล้วก็จะเผยแพร่ไปให้ในระดับกว้าง ต่อไปครับ อันนี้ก็ข้อกังวล ข้อห่วงใยของท่านก็ตรงกันครับ เราคงจะไม่ไปทำทั้งหมด แต่เราจะทำเพื่อถอดบทเรียน แล้วก็เผยแพร่เปึนคู่มือ เปึนแนวทางการปฏิบัติของตำบล ของอำเภอ ของจังหวัด แล้วก็ขององค์กรของรัฐต่อไปครับ

ในส่วนของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม พรรคก้าวไกล อ่างทอง ต้องขอขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านณัฐวุฒิเช่นเดียวกันนะครับ ท่านกรุณา ให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ แล้วก็ให้กำลังใจ ให้คำแนะนำกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ตรวจการแผ่นดินทุกป้ และเปึนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ทั้งสิ้น สำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้นำเอาข้อแนะนำ ข้อเสนอแนะของท่านไปปรับใช้ในการพัฒนางาน ทุกป้ แล้วก็เปึนส่วนหนึ่งที่ทำให้ความพึงพอใจที่ได้รับการประเมินจากผู้มารับบริการสูงขึ้น ทุกป้นะครับ ในประเด็นของท่านณัฐวุฒิเน้นในเรื่องของการติดตามผลการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยและ ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ทางคณะผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความสำคัญ ว่า ในคำวินิจฉัยที่ออกไปในข้อเสนอแนะที่ให้หน่วยงานปฏิบัติ ถ้าหน่วยงานไม่ไปปฏิบัติ ปัญหาความเดือดร้อนมันก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง เราได้ใช้ความพยายามที่จะติดตาม ในประเด็นนี้ ได้ทำในสิ่งนี้ แต่ที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดในเรื่องของบุคลากร อัตรากำลัง เจ้าหน้าที่ ในปัจจุบันเฉพาะที่รับผิดชอบเรื่องร้องเรียนก็ยัง Overload ยังเกินอัตรากำลังขีด ความสามารถที่จะมีอยู่นะครับ แต่ขณะนี้ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ระหว่างที่จะ กำหนดหน่วยงานที่มารับผิดชอบงานนี้โดยเฉพาะ เดิมการติดตามผลการปฏิบัติตามคำ วินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินจะอยู่ที่เจ้าหน้าที่สอบสวนเจ้าของสำนวน เจ้าหน้าที่สอบสวน เจ้าของสำนวน เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยไปแล้วมันก็จะมีเรื่องร้องเรียนใหม่ที่ เร่งด่วนที่จะต้องทำ เพราะฉะนั้นการติดตามผลการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยก็อาจจะด้อยไป ในอนาคตถ้าเราได้มีหน่วยงานรับผิดชอบติดตามผลการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยและ ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็มีอัตรากำลังเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะแล้ว ก็คิดว่า ประเด็นนี้ก็จะมีความชัดเจนขึ้น ปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น และผู้ตรวจการแผ่นดินมี ข้อเสนอแนะให้หน่วยงานรับไปปฏิบัติจะได้มีการติดตามให้มีการปฏิบัติได้มากขึ้น ขอน้อมรับ ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ผลงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานในเชิงระบบที่มีผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนและเปึนประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ตรงนี้สำนักงานผู้ตรวจการ แผ่นดินอาจจะด้อยไปในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เพื่อที่จะขยายผลให้พี่น้องประชาชนได้ ทราบในรายละเอียด ก็ขอน้อมรับในประเด็นนี้ไปครับ ขอกราบขอบพระคุณเปึนอย่างสูงกับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้ง ๓ ท่าน ไว้ ณ โอกาสนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อไม่มีผู้อภิปราย เพิ่มเติมแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบ รายงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ แล้ว ขอขอบคุณคณะผู้แทนของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทุกท่าน ขอบคุณครับ

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ซึ่งกำลังนั่งฟังการประชุมอยู่ชั้น ๓ และอีกคณะหนึ่งครับ สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียนมัธยมศึกษาป้ที่ ๑ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกำลังนั่งฟังอยู่ห้องประชุมชั้น ๓ เช่นเดียวกัน

๕. รับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของ ประเทศไทย ป้ ๒๕๖๖ และรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้งบประมาณ ๒๕๖๖

ด้วยเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เสนอรายงานผลการ ประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ป้ ๒๕๖๖ และรายงานผล การปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๒๔๗ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๖ (๒) ประกอบ มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ รายละเอียดปรากฏ ตามเอกสารที่ได้มอบให้สมาชิกแล้วนะครับ จึงขอเชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เข้ามาชี้แจง ซึ่งได้อนุญาตผู้เข้ามาชี้แจงดังต่อไปนี้นะครับ ๑. นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒. คุณปรีดา คงแปัน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓. คุณป่ติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๔. คุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๕. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๖. คุณหรรษา หอมหวล รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคุณภาณุพันธ์ สมสกุล ผู้อำนวยการ สำนักเฝัาระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญ ผู้ชี้แจงชี้แจงได้ครับ เชิญครับ

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉัน พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีก ๔ ท่าน รวมเปึน ๕ ท่านนะคะ แล้วก็ฝ์ายสำนักงานด้วย ยินดี ที่ได้มานำเสนอรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ป้ ๒๕๖๖ ซึ่งจัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๗ (๒) แล้วก็ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ (๒) อันนั้นเปึน รายงานฉบับแรก แล้วก็รายงานฉบับที่ ๒ รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งจัดทำขึ้นตาม พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๕

สำหรับรายงานฉบับแรก คือรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้าน สิทธิมนุษยชน ป้ ๒๕๖๖ กสม. ก็ได้ประมวลข้อมูลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดป้ ๒๕๖๖ รวมทั้งได้จัดประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคประชาสังคม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุม รายงานก็แบ่งออกเปึน ๔ ด้านหลักตามขอบเขตของสนธิสัญญา ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน

ด้านแรก คือ ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เช่น สิทธิใน กระบวนการยุติธรรม การกระทำทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย แล้วก็ด้านปกปัอง สิทธิมนุษยชน อันนั้นเปึนด้านแรก

ด้านที่ ๒ ก็ได้แก่ สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เช่น สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วก็ธุรกิจกับสิทธิชุมชน

ด้านที่ ๓ ก็เปึนสิทธิของประชาชนของกลุ่มบุคคล เช่น สิทธิเด็ก สิทธิสตรี และบุคคลหลากหลายทางเพศ คนไร้รัฐไร้สัญชาติ และกลุ่มชาติพันธุ์

ด้านที่ ๔ เปึนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็เกี่ยวกับ ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ สิทธิด้านสุขภาพ และการศึกษาของเด็กในพื้นที่ ทั้งหมดนี้ก็เปึนรายงานที่ได้มีข้อเสนอแนะในประเด็นที่เปึนข้อ ท้าทายต่าง ๆ ให้รัฐบาลแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา มีทั้งสิ้นรวม ๑๓๒ ข้อนะคะ เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ๒๙ หน่วยงาน อันนี้เปึนรายงานฉบับแรกซึ่งท่านผู้แทน ก็คงได้รับเอกสารที่เปึนฉบับเต็มแล้วนะคะ

สำหรับรายงานฉบับที่ ๒ เปึนรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยเราได้นำเสนอผล การดำเนินงานด้านต่าง ๆ สรุปสาระสาระสำคัญได้ดังนี้

ด้านแรก ด้านการตรวจสอบการละเมิดสิทธิประชาชน ซึ่งในป้ที่ผ่านมานี้ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนรวมทั้งสิ้น ๙๔๐ เรื่อง ซึ่ง กสม. ได้รับไว้ตรวจสอบ ประสาน การคุ้มครอง ให้ความช่วยเหลือ แล้วก็ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางเราได้ดำเนินการ ในส่วนนี้ ๖๑๐ เรื่อง ส่วนที่เหลืออีก ๓๓๐ เรื่อง เปึนเรื่องที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งเราไม่สามารถรับไว้พิจารณาได้ อันนี้เปึนด้านแรก

ด้านที่ ๒ ของการปฏิบัติงานของเราก็คือ ด้านการเสนอแนะมาตรการหรือ แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งเราได้ทำงานเชิงรุก ได้หยิบยกประเด็น ด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อศึกษาปัญหา แล้วก็มีข้อเสนอแนะมาตรการในการส่งเสริม แล้วก็ คุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเสนอแนะเรื่องการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย รวม ๒๔ เรื่อง ทั้งเรื่องคนพิการ การควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติด แล้วก็การจัดการมลพิษทางอากาศ เปึนต้น

ด้านที่ ๓ ในส่วนของการปฏิบัติงานก็คือ การจัดทำรายงานการประเมิน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ซึ่งก็ได้กล่าวถึงในเบื้องแรกแล้ว เปึนรายงานที่เรา จัดทำขึ้น ๔ ด้านตามที่ได้เรียนก่อนหน้านี้แล้ว

อีกด้านหนึ่งคือด้านการสร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึง ความสำคัญของสิทธิมนุษยชน เราก็ทำโดยการสื่อสารเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ เรื่องสิทธิมนุษยชนในวงกว้าง ทั้งด้านวิทยุ โทรทัศน์ แล้วก็ Social Media รวมทั้งมีการออก แถลงการณ์ในเรื่องต่าง ๆ ที่เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ แล้วก็การแถลงข่าวประจำสัปดาห์ นอกจากนั้นก็ยังมีการทำหลักสูตร มีการจัดอบรม แล้วก็จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้าง ความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนเชิงประเด็น

อีกด้านหนึ่งที่เปึนด้านที่สำคัญเช่นกัน ก็คือด้านการเสริมสร้างความร่วมมือ กับภาคีเครือข่ายนะคะ เราทำงานกับทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน สถาบันการศึกษา สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งในประเทศ แล้วก็ในต่างประเทศ แล้วก็องค์การระหว่างประเทศ แล้วก็สหประชาชาติด้วยนะคะ

ซึ่งในภาพรวมการดำเนินงานก็เปึนไปด้วยดีตามขอบเขตอำนาจ แล้วก็ บุคลากร แล้วก็งบประมาณที่เรามี แต่ก็ยังมีประเด็นที่เปึนข้อท้าทายที่อาจจะต้องมีการ ปรับปรุง แล้วก็อยากจะขอเสนอเพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไขหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้สามารถ ทำงานให้เต็มที่ สร้างความเชื่อมั่น แล้วก็ช่วยให้ กสม. ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมี ๒ ประเด็นค่ะ

ประเด็นแรก ก็มีกำหนดไว้ในมาตรา ๒๔๗ (๔) ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ กสม. มีหน้าที่จะต้องชี้แจงกรณีที่มีรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เปึนธรรม ซึ่งเครือข่ายทั้งในประเทศ แล้วก็ต่างประเทศมีความห่วงกังวลว่า การทำหน้าที่เช่นนี้ จะไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามหลักการปารีสนะคะ แล้วก็อาจกระทบต่อความเปึนอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. จึงเห็นควรที่จะมีการยกเลิกหน้าที่และอำนาจในส่วนนี้นะคะ

และอีกประการหนึ่งที่เปึนข้อที่เราเห็นว่าอาจจะต้องมีการพิจารณาแก้ไข ปรับปรุงก็คือ การให้ กสม. มีหน้าที่และอำนาจในการไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาทและแก้ไข ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ใน พ.ร.บ. ก่อนหน้านี้มีอำนาจนี้ที่ให้กับ กสม. แต่ว่าในส่วน ของ พ.ร.บ. ปัจจุบันนี้อำนาจหน้าที่ในส่วนนี้ได้ถูกตัดออกไปนะคะ ซึ่งถ้ามีอำนาจในส่วนนี้ ก็จะสอดคล้องกับหลักการปารีส ในการที่จะให้สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถ จะช่วยแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็เปึนประโยชน์กับ ประชาชนทั่วไปค่ะ อันนี้คือสั้น ๆ ของรายงานทั้ง ๒ ฉบับที่เรานำเสนอในส่วนนี้ แล้วเราก็ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มานำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนผู้แทนของประชาชน แล้วก็พร้อมที่จะนำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ในการที่จะปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น ต่อไป ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณประธาน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต่อไปก็จะเปึนการอภิปรายของท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีท่านสมาชิกสนใจที่จะร่วมอภิปราย ๖ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกที่จะขออภิปรายเพิ่มเติม กรุณามาลงชื่อข้างหน้านี้ก่อนได้ครับ ท่านแรกจะขอเชิญคุณเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคก้าวไกล วันนี้ก็ขอบคุณนะครับ ขออนุญาตชื่นชมกรรมการสิทธินะครับ รายงานเล่มนี้ผมได้อ่านแล้วก็ไม่มีเรื่องอะไรที่จะ ท้วงติง แต่ว่าผมมีข้อเสนอซึ่งเดี๋ยวผมจะขออนุญาตไล่เรียงไปต่าง ๆ อันนี้เข้าใจว่าเปึนการ ทำงานในช่วงป้ ๒๕๖๖ นะครับ อย่างนี้ครับท่านประธาน ก็คือว่าเรื่องประเด็นสืบเนื่องจากเล่มรายงานนะครับ ผมก็ไปดู ข้อเท็จจริงเรื่องของคนล้นคุก ก็เปึนอาการสำคัญของการใช้โทษจำคุกมากเกินไป โดยเฉพาะ ผู้ต้องขังในเรือนจำ อย่างป้ ๒๕๖๖ ประมาณ ๒.๖ แสนคน มากเปึนอันดับ ๘ ของโลก หากคิดเปึนอัตราส่วนประชากรของไทย มีผู้ต้องขัง ๓๗๗ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งมากเปึนอันดับ ๑๕ ของโลก ในขณะที่เรือนจำ ๑๔๓ แห่งทั่วประเทศ มีพื้นที่ที่จุผู้ต้องขัง ได้เพียง ๒.๓ แสนคน เท่ากับว่าปัจจุบันนี้มีผู้ต้องขังเกินความจุราวประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน ตัวเลขนี้สะท้อนความแออัดได้น้อยกว่าความเปึนจริง เพราะว่าการคำนวณตามมาตรฐาน ของกรมราชทัณฑ์ไทยที่กำหนดพื้นที่นอน ๑.๖ ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง ๑ คน ต่ำกว่า มาตรฐานสากลนะครับ แล้วก็พื้นที่นอนมันควรจะอย่างน้อย ๓.๔ ตารางเมตรต่อคน เพื่อให้ มีอากาศ มีแสงสว่างที่เพียงพอ ก็ไม่แน่ใจว่ากรรมการสิทธิจะช่วยผลักดันในเรื่องนี้ได้อย่างไร ได้บ้าง ก็อยากให้เปึนมาตรฐาน

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะให้กรรมการสิทธิไปดูหน่อย ท่านสุ่มไปดูหน่อยครับ ที่ศูนย์ผู้ต้องกักของ ตม. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ก็จะเอาคนที่มีปัญหาเข้าไปควบคุม ซึ่งผมมองว่าพื้นที่ของการควบคุมไม่เหมาะสม ทั้งเรือนนอนขนาดไม่ได้มาตรฐานเลยครับ การให้บริการก็เรียกว่าต่ำกว่าสิทธิมนุษยชนที่พึงจะได้รับ อยากให้ท่านดูหน่อยว่าเปึนอย่างไร แล้วผมจะรอติดตามในรายงานป้ถัด ๆ ไปนะครับ

นอกจากนี้ก็คือเรื่องของสภาพของการจับกุมของการดำเนินคดี การคุ้มครอง ของผู้ให้บริการทางเพศ แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่ถูกกฎหมาย แต่ยอมรับว่ากลุ่มพวกนี้ พวกเขามีอยู่จริงนะครับ ใช้ชีวิตอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยว ถ้าเรามองเขาเปึนพลเมือง เขาได้รับ การกระทำรังแกจากกฎหมาย แล้วเวลาที่ผู้ให้บริการถูกกระทำก็ไม่สามารถที่จะไปแจ้งความได้ ถูกซ้อม ทรมาน ถูกทุบตีนะครับ ไม่รู้จะพึ่งที่ไหน กรรมการสิทธิลองช่วยดูเรื่องนี้ได้ไหมครับ ถ้าเป่ดใจให้กว้างก็อยากให้พวกเขาได้รับการคุ้มครอง เพราะว่าจะไปแจ้งความว่าถูกทำร้ายก็ โดนตำรวจจับปรับก่อนเลย เตร็ดเตร่โดนข้อหาค้าประเวณีก่อนเลย ซึ่งในเรื่องของกฎหมาย พรรคก้าวไกลก็พยายามผลักดันเรื่องของการคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ผู้ช่วยดำเนินงานของผม คุณศิวกร ชมพูนุช จากรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ฝากเรื่องนี้มาเปึนพิเศษครับ มีรายงานข่าวจากสหประชาชาติว่า ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมาเผยแพร่รายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ของไทยเปึนแหล่งทุนหลัก ที่กองทัพเมียนมาซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหาร โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานในสิงคโปร์ นับเปึนแหล่งอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหาร อันดับ ๓ ของเมียนมา แต่ว่าหลังจากที่มีการ เป่ดการสอบสวนของรัฐบาลอย่างจริงจัง อาวุธที่ส่งไปยังเมียนมาที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ก็ ลดลงเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับป้ก่อนหน้า ดังนั้นเขาก็หาสถาบันการเงินในประเทศ อื่น ๆ ซึ่งประเทศเราในระหว่างป้ ๒๐๒๒ ป้ ๒๐๒๓ การส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร ไทยมีการเพิ่มขึ้นกว่า ๒ เท่านะครับ ก็กลายเปึนอันดับ ๑ แทนจีน ขณะที่แบงก์ไทยก็ถูก ตีข่าวว่าอำนวยความสะดวกทางด้านการเงินเปึนอันดับ ๑ แทนที่สิงคโปร์ ก็อยากจะฝาก แม้ว่าตอนนี้ทางธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ แล้วก็สมาคมธนาคารไทยก็จะออกประกาศเรื่อง ชี้แจงเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงไปกับรัฐบาลเมียนมา ปฏิเสธนะครับว่า มีนโยบายไม่สนับสนุนการจัดซื้ออาวุธและสรรพาวุธให้กับองค์กรทหารของเมียนมา รวมถึงให้ความสำคัญต่อการปัองกันและการห้ามนำธุรกรรมทางการเงินภายในธนาคาร ไปจัดซื้ออาวุธ แล้วก็นำไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมก็ชื่นชมธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย แล้วก็สมาคมที่ออกมาชี้แจงเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น แต่อย่างไรก็ตามผมอยากให้ กรรมการสิทธิลงเข้าไปตรวจสอบหน่อย เปึนไปได้ไหมครับอยากจะให้ตรวจสอบหน่อยว่า เรื่องนี้จะต้องเปึนอย่างไร แล้วก็อาจจะอยากให้กรรมการสิทธิเสนอแก้ไขระเบียบหรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อปัองกันด้านนี้นะครับ เพราะว่าเราก็ให้ความสำคัญด้านสิทธิ มนุษยชนจริง ไม่อยากให้ท่านเปึนเพียงแค่เสือกระดาษ อย่างไรก็ให้กำลังใจในการทุ่มเท การทำงานของทุกท่านนะครับ ขอชื่นชม แล้วก็ฝากเรื่องที่ผมได้กล่าวไปด้วย ขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่ให้เวลาผมอภิปราย ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญ ท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ ผมก็ได้อ่านรายงานแล้ว แต่ท่านประธานครับ ผมอยากมีข้อฝากเสนอแนะท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับว่า วันนี้ ท่านประธานครับ ท่านกรรมการครับ ผมก็อายุ ๖๕ ป้ สิทธิเด็กตอนเปึนเด็กสมัยนั้น อย่างว่าละ เด็กบ้านนอก เด็กในชนบท หรือว่าเด็กต่าง ๆ ตอนนั้นรู้สึกว่าถ้าเทียบกับเด็กวันนี้ เด็กวันนี้ก็ เก่งก็ดีอยู่นะครับ แต่ผมมองว่าน่าจะพิจารณาใหม่ได้ไหม เช่นผมในอดีตเปึนเด็กไปโรงเรียน ขาดเรียนไม่ได้ถ้าไม่มีเหตุจำเปึน สอบเรียนไม่เก่ง ตกซ้ำชั้น วันนี้สิทธิเด็กมากเหลือเกินครับ เท่าที่ผมดูเด็กบ้านผมนะครับ บ้านอื่นผมไม่ว่าหรอกเพราะไม่เห็น สมัยผมเปึนเด็ก คุณครู ตีผมนะครับ ไม้เรียวขาดทีละ ๒-๓ ไม้ครับ ตีแล้วก็จบกันไป เธอทำผิด ครับคุณครู วันนี้เด็ก โดนคุณครูตีไม่ได้ครับ เพราะสิทธิเด็กมากเสียเหลือเกิน ก็เข้าใจครับ แต่เด็กบ้านผมวันนี้ ถามว่าดีไหม คนดีก็เยอะ แต่คนเกเรก็มาก ไม่กลัวคุณครูครับ ดังนั้นวันนี้ผมว่าไม้เรียว รุ่นผม รู้สึกมีคุณค่าครับ เด็กจะกลัวคุณครู เด็กไม่กลัวคุณพ่อคุณแม่แต่กลัวคุณครูสมัยเก่า วันนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่กลัว คุณครูก็ไม่กลัวแล้วครับ เพราะไม้เรียวลงโทษไม่ได้ ก็อยากฝาก คณะกรรมการว่า วันนี้ถ้าเด็กดีมีคุณภาพ อนาคตของเด็ก อนาคตของชาติบ้านเมือง ก็จะเจริญรุ่งเรือง อันนี้ผมคิดนะครับ ดังนั้นอยากฝากเรื่องว่า เอาละ สิทธิเด็กก็ให้ไป เต็มที่ อย่างวันนี้ผมมองของผมนะครับว่า สิทธิเด็กได้เต็มที่ไหม อย่างอาหารกลางวันโรงเรียน โดยเฉพาะวันนี้เศรษฐกิจแพงเสียเหลือเกิน และอาหารกลางวันราคาเท่านี้ ให้เงินไปเท่านี้ ผมก็อยากให้เพิ่มสิทธิเด็กตรงนี้เหมือนกันนะครับ เพราะอะไร เพราะหลักโภชนาการ หมอบอกชัดเจนว่า เด็กตั้งแต่ในท้องออกมาถึง ๖ ป้ ต้องดูแลเปึนอย่างดี แต่เด็กชนบท ขอกราบประทานอภัยท่านประธานนะครับ บางครั้งยากจนครับ อาศัยไปกินอาหารกลางวัน เต็มอิ่มสัก ๕ มื้อ ๕ วัน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ แต่วันนี้ก็ฝากกรรมการสิทธิว่า สิทธิตรงนี้น่าจะ เพิ่มอย่างไรผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่อยากสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้สิทธิเด็กโอเคละให้เต็มที่ แต่จะทำอย่างไรให้เด็กมีคุณภาพ เด็กกลัวคุณครูเหมือนสมัยผมเปึนเด็กนะครับ สิทธิเรื่อง การศึกษาผมอ่านในนั้นนะครับ เด็กแล้วก็ต้องมาเปึนนักเรียน นักศึกษา กู้เงินกองทุนต่าง ๆ ที่มีข่าวสารพัดไปนั่นละ โดนบังคับทรัพย์จากผู้ค้ำประกัน ได้ยินข่าววันนี้ท่านทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พูดที่นครพนมบอกว่า วันนี้เงินกองทุนนี้ดอกเบี้ยก็จะลงเต็มที่แล้ว ก็ถือว่าสิทธิตรงนี้อยากฝากท่านนะครับว่า ให้เด็กได้ใช้สิทธิก็ฝากไปผนวกกันว่า เอาละจะทำอย่างไรให้เด็กมีคุณภาพในการเรียนหนังสือ สิทธิในการกู้ยืมเงินให้ได้คล่องแคล่ว อย่างในอดีตช่วงหนึ่งมีข่าวเหมือนกันว่าสอบพยาบาลได้ แต่กู้เงินไม่ได้ ก็ถือว่าตัดสิทธิเหมือนกันนะผมคิดของผมนะครับท่านประธาน ก็ฝากท่าน คณะกรรมการสิทธิไปดูอะไรก็แล้วแต่ ถ้าคิดว่าส่งเสริมให้ทุกคนในชาติได้รับสิทธิทุกอย่างนะครับ ตามกรอบอำนาจหน้าที่ในกฎหมาย แต่เพียงว่าจะทำอย่างไรให้คนเหล่านั้นอย่างที่ผมมองว่า เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ถ้าเด็กวันนี้มีความรู้มีอนาคตที่สดใสเปึนเด็กดีไม่ก้าวร้าว ผมเชื่อมั่นว่าผู้ปกครองก็ดีใจ ชาติบ้านเมืองก็เจริญรุ่งเรือง ก็ขอฝากผ่านท่านประธานไปถึง กรรมการสิทธิเพียง ๒ ข้อนี้ครับ กราบขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณสุเทพ อู่อ้น ครับ

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน วันนี้ขออนุญาตท่านประธานมีส่วนร่วมในการอภิปรายของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิแรงงาน วันนี้ต้องขอขอบคุณท่าน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้มีการจัดทำรายงานในประเด็นของแรงงานค่อนข้าง ดีมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่มีการรายงานเกี่ยวกับเรื่องปัญหาและอุปสรรค ก็เห็นได้ชัดเจนว่า ข้อมูลพบว่ามีแรงงานในป้ ๒๕๖๖ นั้น ปัญหาการว่างงานที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้น ๑๙.๗๓ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็หมายความว่าเพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๖๕ และแนวโน้มในสถานการณ์ปัจจุบัน ก็สอดคล้องในป้ ๒๕๖๗ ก็มีทิศทางอย่างนั้นเช่นกัน ถูกเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ซึ่งหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนกำหนดในการรับคนงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของชาติพันธุ์ เชื้อสาย และโดยเฉพาะ HIV นี่ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่ได้สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เรื่องของการ ให้สิทธิเสรีภาพในการรวมตัวตามหลักของอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ ซึ่งอยู่ระหว่าง การดำเนินการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องและเปึนเวลาที่ยาวนาน ท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่านี่คือปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้นของกระบวนการแรงงาน

เรื่องต่อไปเรื่องของแรงงานนอกระบบ ชัดเจนครับข้อมูลก็เปึนกลุ่มที่มี ความเปราะบางด้านเศรษฐกิจ การจ้างงานที่ไม่มั่นคง และไม่ได้รับการคุ้มครองทางด้าน สังคมที่เพียงพอ กลุ่มคนที่รับงานไปที่บ้าน รวมทั้งกลุ่มงานที่เกี่ยวกับการจ้างงานสมัยใหม่ Rider Platform แรงงานเหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จากกฎหมาย ประกันสังคมกองทุนเงินทดแทน นี่คือเปึนสิ่งที่สะท้อนได้ว่าคณะกรรมการสิทธินั้น ได้ให้ข้อมูลที่เปึนข้อมูลเชิงประจักษ์กับทางสภาผู้แทนราษฎร เรื่องของแรงงานข้ามชาติ ก็ได้ให้ข้อมูลด้วยว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองแรงงานและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะ กลุ่มที่เข้าเมืองผิดกฎหมายมีอุปสรรคและการดำเนินการที่มีความซับซ้อนในการขึ้นทะเบียน และการดำเนินการ การถูกหลอกลวงให้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างที่เปึนค่าจ้างตามกฎหมาย และค่าจ้างขั้นต่ำ สิ่งเหล่านี้เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ต้องขอขอบคุณในสิ่งที่สะท้อนให้เห็น เรื่องของแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ในป้ ๒๕๖๖ มีจำนวน ๖๗,๕๕๓ คน โดยประเทศ ที่เดินทางไปทำงาน ในอันดับต้น ๆ ก็คือ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ์น สวีเดน อิสราเอล แล้วก็ฟ่นแลนด์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ เปึนปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะแรงงานที่ประเทศเกาหลี ซึ่งที่ผ่านมามีแรงงานไทยที่ไป ทำงานที่เกาหลีนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเรียกว่าผีน้อย เปึนปัญหาที่จะต้องมีการ ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อันนี้ก็เปึนข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงและ เชิงประจักษ์ การดำเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในป้ ๒๕๖๖ มีเรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจ้างขั้นต่ำ ไม่ว่าเรื่องกรณีบริษัทเอกชน มีเงื่อนไขในการดำเนินการและการจ้างงาน การจ้างงานที่ไม่ได้รับการดูแลและคุ้มครอง โดยกฎหมาย มาตรา ๑๑/๑ กสม. เห็นว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีข้อเสนอแนะให้ยกเลิก เงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีข้อกำหนดในการตัดสิทธิและลิดรอนสิทธิ นี่ก็เปึนสิ่งที่ดี กรณีนี้ก็ได้มีคำสั่ง ให้มีการแก้ไขในการดำเนินการ

มาดูอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เรื่องของบอร์ดประกันสังคม ซึ่งได้มีการนำเสนอ เห็นได้ชัดเจนว่าในปลายป้ที่ผ่านมาได้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่เกิดจากการเรียกร้องจากผู้ประกันตน จากพี่น้องผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติเองก็ได้ให้ข้อมูล ถือว่าเปึนเรื่องที่ดีและมีผลสัมฤทธิ์ออกมา แต่สิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะฝากท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือ เรื่องของคณะกรรมการไตรภาคีอีก ประมาณ ๑๑-๑๒ คณะ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการที่มีการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจากผู้ใช้ แรงงาน เขาเรียกว่า ทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบ ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติก็คงจะต้องเข้าไปช่วยทำการตรวจสอบเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการ ที่จะได้รับสิทธิในการดำเนินการของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนั้นข้อเสนอก็เกี่ยวเนื่องกับรัฐบาล ไปยังกระทรวงแรงงานให้มีการผลักดันรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานปรับปรุง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน แล้วก็กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องแรงงาน สัมพันธ์ รัฐบาลควรทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองด้านอื่น ๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผมเองก็ อยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ไม่ใช่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้มีการ นำเสนอและนำสู่รัฐบาล ขณะนี้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน องค์กรแรงงานระหว่างประเทศได้ มีการประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการจ้างงานที่ถูกลิดรอน ดังนั้น รัฐบาลไทย กระทรวง แรงงานการที่คุณไปร่วมประชุมกับ ILO ที่เมืองเจนีวา ไม่ว่าจะเปึนตัวแทนจากรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านปลัด ท่านอธิบดี ข้าราชการกระทรวงแรงงาน ตัวแทน นายจ้าง ตัวแทนลูกจ้าง ท่านได้นำข้อมูลอะไรที่ไปนำเสนอในการประชุมที่เจนีวา ซึ่งไม่ได้ ตรงกับที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือพวกเราพี่น้องผู้ใช้แรงงานได้รับ ผลกระทบ ท่านไม่ละอายกับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ประชาชนคนไทย ผมต้องขอขอบคุณจริง ๆ ในความที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นำเสนอ แต่การนำเสนอนี้เข้าใจได้ เมื่อสักครู่ท่านประธานก็ได้เอ่ยถึงเรื่องของอำนาจที่ถูกลิดรอนไปจากรัฐธรรมนูญ ดังนั้นครับ ท่านประธาน การที่จะให้เกิดอำนาจคัดคานกันระหว่างฝ์ายบริหาร ระหว่างผู้ที่ทำการ ตรวจสอบ โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นควรจะได้รับคืนมาสู่ในเรื่อง ของอำนาจที่จะมีการดำเนินการเพื่อคัดคาน มิฉะนั้นประเทศไทยจะตกอยู่ในเรื่องของการที่ จะมี Blacklist ในเรื่องของการถูกลิดรอนสิทธิ ผมขอวิงวอนท่านผู้นำแรงงาน ซึ่งท่านก็รู้กันดี ว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน เราไปเปึนตัวแทน เราต้องนำปัญหาไปพูดเพื่อให้เกิด การร่วมมือในการแก้ไข เพราะนานาประเทศเขามีระบบ มีระเบียบ มีขั้นตอนการคุ้มครอง ดูแล ประเทศไทยถ้าแรงงานยังไม่ได้รับการจ้างงานที่มั่นคง แล้วประเทศไทยจะมั่นคงได้ อย่างไร จะไปเก็บภาษีจากใครเพื่อจะเอาเงินมาบริหารประเทศ วันนี้ก็ต้องฝากท่านประธาน ขอบคุณไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และฝากไปยังรัฐบาลในการที่จะแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ให้เปึนไปอย่างสากลด้วยครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณอดิศร เพียงเกษ ครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านมาที่สภาบ่อยนะครับ ผมจำได้ว่าท่านมาที่นี่ เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ผมก็เปึนคนหนึ่งที่อภิปราย สอบถามเรื่องต่าง ๆ กับท่าน ผมขอชมเชยครับ สิ่งที่กระผมได้อภิปรายไปในวันนั้นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิต่าง ๆ ของ ผู้ชุมนุมในทางการเมือง ไม่เฉพาะการชุมนุมของเด็กที่ท่านมาในวันนั้นนะครับ ผมถามถึง การชุมนุมทางการเมืองในกรณีอื่น ๆ ขอให้ท่านได้เตรียมตัวและส่งรายงานมาให้ ปรากฏว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ที่ผมถืออยู่นี่ครับ ท่านประธาน ป้ ๒๕๖๗ เรื่อง นำส่งรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง เรียน นายอดิศร เพียงเกษ เลยนะครับ ต้องชมเชยทางสภาผู้แทนราษฎร ชมเชยท่านประธาน และชมเชยทางกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ท่านส่งรายงานการชุมนุมทางการเมืองกรณีอื่น ๆ ๕ กรณี เปึนปู๊งเลย อ่านเกือบไม่ทัน ผมนั้นสนใจการชุมนุมของ นปช. ครับ เพราะผมเปึนฟันเฟ๋องเล็ก ๆ ในขณะนั้น ที่ผ่านฟัาและราชประสงค์ ท่านได้ทำรายงานการตรวจสอบ ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ จำนวน ๑ ฉบับ สำหรับ นปช. ชุมนุม มี ๘๘ หน้านะครับ แต่เล่มก็ไม่ได้สวยงามเหมือนที่ท่านทำนี้นะครับ อันนี้สวยงามเลย ถ้าประกวดสวยงาม ท่านไม่แพ้องค์กรอิสระอื่นที่ใช้งบประมาณในการพิมพ์เสียสวยหรู แต่ว่าเนื้อหาสาระที่ท่าน ส่งไปให้ผมนี่มันน่าอ่าน ขอชมเชยนะครับ ท่านทำงานเปึนระบบระเบียบ แต่ก็มีข้อที่ต้อง ถกเถียงกันในวันนี้ ผมจะไม่พูดถึงรายงานป้ที่ท่านเข้ามานะครับ ผมขอโดยสารย้อนอดีต ท่านสรุปบทเรียนว่าการชุมนุมของประชาชนคนเสื้อแดง พูดง่าย ๆ นะครับ ป้ ๒๕๕๓ ในบทสรุปของท่าน หน้า ๗๙ ในวรรคที่ ๓ ท่านบอกว่า บทเรียนจากการชุมนุมในป้ ๒๕๕๓ ชี้ให้เห็นชัดว่า ผู้ชุมนุมขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนซึ่งเปึนเรื่องใหม่ นอกจาก การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้ว การพิจารณาเรื่องผลกระทบของ การชุมนุมต้องพิจารณาจากผลกระทบทางตรง (ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ) และทางอ้อม (การเมืองเศรษฐกิจ) รวมทั้งผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาวด้วย ท่านสรุปอย่างนี้นะครับ ว่า นายอดิศร เพียงเกษ และพรรคพวกที่ชุมนุมที่ผ่านฟัาและราชประสงค์เปึนคนเสื้อแดง ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนซึ่งเปึนเรื่องใหม่ ผมตกใจเลย คนอย่างผมไม่เข้าใจ สิทธิมนุษยชนหรือครับ ประชาชนคนที่มาชุมนุมนี่เขาเปึนคนที่บริสุทธิ์ เข้าใจสิทธิมนุษยชน มาร้องขอรัฐบาลในขณะนั้นให้ยุบสภา เพราะท่านเปึนรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไปจัดตั้งรัฐบาล ในค่ายทหาร เราชุมนุมโดยสันติปราศจากอาวุธ เราไม่เข้าใจสิทธิมนุษยชนตรงไหนครับ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ตรงไหน ท่านเอาอะไรมาสรุปตรงนี้ มาดูถูกคนเสื้อแดง พวกเราเสียชีวิตไป ๙๙ ศพ บาดเจ็บประมาณ ๒,๐๐๐ คน ป์านนี้ยังจับฆาตกรไม่ได้ ท่านไม่มีความเห็นเลย ท่านบอกว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ใช่องค์กรที่จะวินิจฉัยชี้ขาดคนไหนถูก คนไหนผิด อ่านตั้งนานครับ ไม่ได้ผลอะไรเลย ไม่ได้ชี้ชัด บางวรรค บางตอน ท่านไปอุ้มชู รัฐบาลในขณะนั้นด้วยว่า ทำโดยชอบในวิธีการชุมนุม กล่าวหาผู้ชุมนุมมีอาวุธยุทโธปกรณ์ ผมอยู่ทั้งวันได้รับคดีความจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ผมไม่พูดเฉย ๆ เดี๋ยวนี้มีแดงอะไร แดงโน่น แดงนี่ แต่ว่าความเปึนจริงแล้วเรากลืนเลือด กรรมการสิทธิมนุษยชนนอนหลับไม่รู้นอนคู้ ไม่เห็นหรือเปล่า ผมอยากให้ท่านไปทบทวนการสอบสวนของท่านนะครับ ชี้ให้ชัดเลยว่า ผู้ตายมันตายจากกระสุนป๋นจากฝ์ายทหารที่มาเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนมือเปล่า มีหลายตอน บอกว่าผู้ชุมนุมเสื้อดำใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ทหาร ป๋น Sniper ห่างเปึนกิโลเมตรครับ นายทหารยศพลตรีเสียชีวิต ฆ่ากันอย่างกับหมูกับหมากลาง กรุงเทพมหานคร แล้วมาลงเอยว่าพวกเราไม่เข้าใจสิทธิมนุษยชน ผมเสียใจครับ ไม่ทราบว่า รายงานในส่วนอื่น ๆ จะเปึนอย่างไร เพราะสถานการณ์ในทางการเมืองเราเห็นไม่ตรงกัน คนเปึนรัฐต้องให้ความเอ็นดูแก่ผู้มาชุมนุมเหมือนลูกเหมือนหลาน เอาสิทธิอะไรไปฆ่าเขา เอาสิทธิอะไรไปทำให้เขาบาดเจ็บ ผมจึงถือโอกาสนี้เรียกร้องความเปึนธรรม องค์กรสิทธิเปึน องค์กรที่จะสื่อสารความเปึนจริงแก่พี่น้องประชาชน ว่า ๙๙ คนนี้ถูกทหารฆ่า ถูกผู้มีอำนาจฆ่า ไม่ใช่เราไปฆ่าทหาร จึงขอให้ท่านไปทบทวนรายงานของท่านเกี่ยวกับการชุมนุมของ เสื้อแดงครับ ผมพูดแล้วน้ำตาตกใน เรามีชีวิต แต่ว่าคนชุมนุมเพื่อนเราเสียชีวิตไป เสียสละ ๙๙ ศพ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน ท่านไม่รู้สึกหรือครับกรรมการสิทธิ ถ้าเปึนลูก เปึนหลาน เปึนพ่อ เปึนแม่ เปึนน้องของพวกท่านเสียชีวิต บาดเจ็บแบบนั้นท่านจะอยู่อย่างไร ท่านประธานครับ คนตายเขาตายจริง แต่พวกเราจนป์านนี้ยังจับฆาตกรไม่ได้ รัฐบาลยังอยู่จริง อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอยู่จริง ผอ.ศอฉ. ยังอยู่จริง และจับฆาตกรไม่ได้ ฟัองไปเขาก็เตะออกนอกสนาม ความเปึนธรรม สิทธิมนุษยชนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าความตายของคนเสื้อแดง ๙๙ ศพ บาดเจ็บไม่ได้รับการเป่ดเผย ไม่ได้รับความยุติธรรม จึงขออนุญาตโดยสารท่านประธานครับ พูดด้วยน้ำตา เห็นการชุมนุมและเห็นการเข่นฆ่าพี่น้องประชาชน ผมผ่านความรุนแรงมา เยอะจากป์าเขาลำเนาไพร ก็ไม่เคยคิดว่าจะเห็นความรุนแรงฆ่าคนตายกลางกรุงเทพมหานคร จนป์านนี้ยังจับฆาตกรผู้เข่นฆ่าพี่น้องประชาชนไม่ได้ครับท่านประธาน ขอพูดอยู่เพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณชลธิชา แจ้งเร็ว ครับ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันเอง ก็ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานประจำป้ของ กสม. ดิฉันเองได้มีโอกาสติดตามการ ทำงานของ กสม. มาโดยตลอด แล้วก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับ กสม. ในการผลักดันหลาย ประเด็นหลายวาระอยู่ด้วยกัน ซึ่งในการอภิปรายรอบนี้ของดิฉันก็เปึนครั้งที่ ๒ แล้วที่ดิฉันได้ มีส่วนร่วมในการอภิปรายในรอบนี้ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอชื่นชมทาง กสม. ที่มีความ กระตือรือร้นเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในการผลักดันประเด็นวาระสำคัญ ๆ ของประเทศไทย แล้วก็ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ไม่พูดไม่ได้ค่ะ ดิฉันขอชื่นชม กสม. เช่นเดียวกันที่ยืนยัน ในหลักการ การไม่ใช้ความรุนแรงต่อเด็ก โดยส่วนตัวดิฉันก็ยืนยันว่าการตีเด็กหรือว่าการใช้ ความรุนแรงต่อเด็ก โดยหวังว่าจะช่วยในการพัฒนาเด็กได้ เปึนความคิดที่ล้าหลังจริง ๆ แล้ว ก็ดิฉันเองไม่เชื่อในเรื่องของคุณค่าของไม้เรียวนะคะ วันนี้ดิฉันจะขอไล่เรียงไปทีละประเด็น ทีละหัวข้อที่ดิฉันอยากจะเสนอแนะไปทาง กสม. โดยคาดหวังว่าหากทาง กสม. ได้เพิ่มมิติประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เข้าไปในรายงานของ กสม. ในฉบับหน้าในป้ถัด ๆ ไปก็จะทำให้รายงานของ กสม. มีความสมบูรณ์มากขึ้น แล้วก็อาจจะ เปึนหนึ่งในรายงานที่จะทำให้เห็นพัฒนาการของสิทธิมนุษยชนในบ้านเราที่ชัดเจนมากขึ้นนะคะ

เรื่องแรก คือเรื่องของเสรีภาพในการแสดงออกค่ะ เห็นหน้าดิฉันไม่พูดเรื่องนี้ ก็คงไม่ได้นะคะ จริง ๆ แล้วดิฉันเองเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากการไปประชุมร่วมกันที่เจนีวา ในฐานะของกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ซึ่งในการไปประชุมที่ UN ที่เจนีวาก็ได้มีประชุมร่วมกันกับผู้รายงานพิเศษของ UN ด้าน FOE หรือว่าเสรีภาพใน การแสดงความคิดเห็น รวมไปถึง OHCHR ด้วยเช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งต่างก็แสดงความกังวลต่อ การดำเนินคดี โดยเฉพาะคดีมาตรา ๑๑๒ ของรัฐบาลไทย ซึ่งในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับกัน ตามตรงว่า เรายังมีนักโทษทางการเมือง นักโทษทางความคิดหลายคนที่ยังอยู่ข้างในเรือนจำ หรือกรณีน่าเศร้า กรณีของคุณบุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม ที่ไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวจนทำให้ ต้องเสียชีวิตอยู่ข้างในเรือนจำ เรื่องเหล่านี้ก็เปึนเรื่องที่นานาชาติต่างแสดงความเปึนห่วง แล้วก็ความกังวลมาโดยตลอดนะคะ ดิฉันเองขอชื่นชมในรายงานเล่มนี้ของ กสม. ก็ได้มีการ พูดถึงมาตรา ๑๑๒ ว่าเปึนข้อจำกัดต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะคะ แต่ว่ามาตรา ๑๑๒ เองก็เปึนเครื่องมือของฝ์ายผู้ที่มีอำนาจรัฐในการใช้ในการปราบปราม จำกัด แล้วก็กีดกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ซึ่งหลายคดีมาก ๆ ที่ยังอยู่ใน ชั้นตำรวจ แล้วก็หลายคดีเช่นเดียวกันค่ะเพิ่งจะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้กว่า ๒๕ คดีด้วยกันค่ะ ดิฉันเองก็ฝากทาง กสม. ช่วยติดตามเรื่องนี้ เพราะว่าอย่างที่ดิฉันได้เรียนไปตามตรงว่า ทางหน่วยงานระหว่างประเทศหลายหน่วยงานก็แสดงความกังวลเรื่องนี้มาอย่างใกล้ชิด โดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ประเทศไทยเราพยายามเอาจริงเอาจังกับการเข้าไปนั่ง ตำแหน่ง HRC : Human Rights Council ของ UN ดิฉันคิดว่าก็เปึนโอกาสที่ประเทศไทย จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีความเหมาะสมอย่างแท้จริงกับตำแหน่งนี้ในเวทีโลกค่ะ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญ มาตรา ๑๑๒ ก็ยังนำไปสู่การพรากเสรีภาพ พรากลูกออกจากอ้อมกอดของคนที่เปึนพ่อเปึนแม่ ดิฉันกำลังพูดถึงคดีของทนายอานนท์ นำภา แล้วล่าสุดก็คือคดีของคุณธนพร แม่ลูกอ่อนแค่เพียง ๖ เดือนเท่านั้นนะคะ ดังนั้นรายงานของ กสม. ดิฉันอยากจะเสนอแนะว่าควรจะต้องชี้ให้เห็นถึงปัญหา ในเรื่องของการดำเนินคดีฟัองร้องป่ดปากประชาชน โดยเฉพาะการใช้มาตรา ๑๑๒ อย่างเข้มข้นมากขึ้นนะคะ ซึ่งการดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างอย่างที่ดิฉันแจ้งไปว่า หลายหน่วยงานก็กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด แล้วหลายหน่วยงานเองรวมไปถึงสภา ผู้แทนราษฎร แล้วก็หน่วยงานของ UN หลาย ๆ หน่วยงานก็พยายามให้ความสนใจกับเรื่อง ของการมีกฎหมายนิรโทษกรรมนะคะ ดิฉันเองจึงคาดหวังว่าจะเห็นบทบาทของ กสม. ในการสร้างความเข้าใจแล้วก็ร่วมกันผลักดันให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมที่ชัดเจนมากขึ้นนะคะ โดยท่านเองก็ยังคงรักษาจุดยืนในการไม่ฝักใฝ์ทางการเมืองได้เช่นเดิมค่ะ ซึ่งที่ผ่านมาต้อง เรียนตามตรงว่ากลไกของ UN หลาย ๆ กลไกก็ได้มีข้อเสนอแนะมาให้ประเทศไทยโดยตลอด ในเรื่องของการยุติการดำเนินคดีฟัองร้องป่ดปากประชาชน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของคดี มาตรา ๑๑๒ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่ง Sedition charge มาตรา ๑๑๖ เปึนต้น อันนี้ดิฉันจึงคิดว่าบทบาทเหล่านี้ของ กสม. เปึนบทบาทที่สามารถทำได้อย่างแน่นอนค่ะ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของผู้ลี้ภัย ดิฉันเองต้องขอชื่นชมการทำงานของ กสม. ในช่วง ที่ผ่านมาที่ได้พูดถึงกรณีที่สำคัญ ๆ อย่างมาก เข้าใจว่าเปึนประเด็นที่ค่อนข้าง Sensitive อย่างมากเช่นเดียวกัน อย่างเช่น การควบคุมตัวชาวอุยกูร์ กว่า ๑๐ ป้แล้วที่ห้องกักกันของ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอย่างไม่มีกำหนดปล่อยตัว แล้วก็รวมไปถึงกรณีของพี่น้อง ชาวโรฮีนจาด้วยเช่นเดียวกันนะคะ รวมไปถึงกรณีของผู้ลี้ภัยจากการสู้รบจากเมียนมา เช่นเดียวกันก็จะมีการบันทึกไว้ในตัวรายงานเล่มนี้นะคะ

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ แล้วดิฉันก็ขอชื่นชมก็คือว่าในตัวเล่มรายงาน ก็มีการพูดถึงกลไกคัดกรอง NSM ซึ่งเปึนประตูด่านแรกในการเข้าสู่การคุ้มครองสิทธิของ ผู้ลี้ภัยค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม NSM ก็ต้องพูดกันตามตรงว่า ผู้ลี้ภัยหลายคนโดยเฉพาะผู้ลี้ภัย ในเขตเมืองก็ยังกังวลในเรื่องนี้อยู่ ในรายงานเล่มนี้ก็ได้มีการระบุถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไข แล้วก็ปรับปรุงตัว NSM ซึ่งจากการติดตามของดิฉันก็เข้าใจว่าทางตัว กสม. ก็ได้มีการเสนอ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปให้กับรัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วในการทบทวนตัว NSM แต่ว่าดิฉันเองก็ยังอยากจะเสนอว่าให้ทาง กสม. ช่วยเน้นย้ำ แล้วก็เพิ่มเติมปัญหา แล้วก็ ความสำคัญของการใช้ NSM แล้วก็ผลักดันให้รัฐบาลช่วยกันทบทวนตัว NSM ในรายงานเล่มนี้ให้มากขึ้น เพราะว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องสำคัญในการแก้ไขเรื่อง NSM เพราะว่าถ้าพูดกันตามตรงค่ะ คือต้องบอกว่า ผู้ที่แสวงหาที่ลี้ภัย หากมีการเข้ากระบวนการ NSM มันก็จะเปึนผลดีต่อประเทศไทยด้วย เช่นเดียวกันในการแสวงหา หรือว่าหามาตรการที่เหมาะสมในการหาวิธีการจัดการ แล้วก็การรับมือกับพวกเขา เพราะเราเองก็จะได้ทราบข้อมูลตัวเลขที่แน่ชัดเกี่ยวกับ จำนวนของผู้ลี้ภัยในประเทศไทยค่ะ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ดิฉันเองเห็นถึง ความพยายามของ กสม. มาโดยตลอดในการเข้าไปตรวจสอบผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน กับการลงทุนข้ามพรมแดนของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น กรณีที่การไฟฟัาฝ์ายผลิต แห่งประเทศไทยได้มีการลงนามไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟัา จากเขื่อนปากลายที่แขวงไซยะบุรี ประเทศลาว แล้วก็กรณีของชาวบ้านลุ่มแม่น้ำโขงในทางภาคอีสานที่มีการคัดค้านโครงการ ไฟฟัาพลังน้ำ เขื่อนสานะคามที่ไซยะบุรีเช่นเดียวกัน ซึ่งโครงการนี้ก็มีเปัาหมายในการขาย ไฟฟัาให้กับ กฟผ. แต่อย่างไรก็ตามโครงการทั้ง ๒ โครงการที่ดิฉันได้เอ่ยถึงก็มีการตั้ง ข้อสังเกตว่า มันมีผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม แล้วก็รวมไปถึงด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกับประชาชนที่อยู่ตามแม่น้ำโขงด้วย ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอชื่นชมทาง กสม. จริง ๆ ในเรื่องนี้ดิฉันเองอยากเห็น กสม. ทำงานเชิงรุกมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะการผลักดันให้ไทย มีกลไกในการกำกับดูแลการลงทุนข้ามพรมแดนที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน อยากให้มีกลไก เรื่องนี้ที่ชัดเจนมากขึ้น แล้วก็คาดหวังว่าเราจะเห็นบทบาทด้านนี้ของ กสม. ที่ชัดเจนมากขึ้น ยิ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เองเราเห็นรายงานของผู้รายงานพิเศษด้านสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนในเมียนมา ซึ่งเพื่อนสมาชิกของพรรคก้าวไกลก่อนหน้านี้ก็ได้มีการพูดถึง ไปแล้วนะคะ ในรายงานได้มีการระบุว่าธนาคารของไทยอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้า อาวุธของรัฐบาลทหารเมียนมา ดิฉันเองเข้าใจว่าเรากำลังอภิปรายในรายงานของป้ ๒๕๖๖ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เปึนเรื่องสำคัญค่ะ อยากจะฝากทาง กสม. แล้วก็คาดหวังว่าในการมา รายงานประจำป้ของ กสม. ในป้ถัดไปจะเห็นความคืบหน้าแล้วก็อยากจะเห็นผลของการที่ ท่านเข้าไปตรวจสอบติดตามว่า ธนาคารของประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้าอาวุธ มากน้อยเพียงใด คาดหวังนะคะ แล้วก็ดิฉันเองจะติดตามเรื่องนี้ จะติดตามบทบาทของ กสม. อย่างใกล้ชิดในการตรวจสอบเรื่องนี้นะคะ

ประเด็นสุดท้ายคือกลไกระหว่างประเทศค่ะ เรื่องหนึ่งเลยค่ะที่ กสม. ทำได้ อย่างดีมาก ๆ อันนี้ต้องขอชื่นชมจากใจก็คือความพยายามที่จะผลักดันโน้มน้าวให้รัฐบาลไทย เข้าไปเปึนภาคีในพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน หรือที่เรารู้จักกัน ในชื่อของ OPCAT นั่นเองค่ะ เพื่อให้มีการจัดตั้งกลไกปัองกันการทรมานระดับชาติ หรือว่า NPM แล้วก็เปึนการตรวจเยี่ยมสถานที่คุมขัง เพื่อยกระดับการควบคุมดูแลผู้ที่ถูกกักกัน ในสถานที่คุมขัง ในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนโรงพักเอง หรือว่าเรือนจำเอง ค่ายทหารต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ แล้วก็เคารพในหลักการสิทธิมนุษยชนสากลมากขึ้น อันนี้ต้องขอชื่นชมจากใจ

เรื่องที่ ๒ ในประเด็นกลไกระหว่างประเทศ ดิฉันเองอยากจะเห็น Platform การที่ กสม. มี Platform ในการติดตาม แล้วก็ประเมินผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ ที่ไทยได้รับมาจากต่างชาติ โดยเฉพาะในเวทีของ UPR ซึ่งเข้าใจว่าประเทศไทยก็เพิ่งจะ Summit Report ช่วง Midterm ไป ก็อยากจะเห็นการทำงานและการติดตามว่า ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยไปรับไว้ รับไว้แล้วทำไปมากน้อยแค่ไหน หรือมีข้อใดบ้างที่ ยังมีความท้าทาย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นนะคะ

เรื่องสุดท้ายค่ะ ดิฉันเองคาดหวังเปึนอย่างมากว่าจะเห็นบทบาทของ กสม. ในการติดตามแล้วก็ผลักดันหลักการเรื่องสิทธิมนุษยชนในกรอบความร่วมมือระหว่าง ประเทศที่รัฐบาลไทยจะเข้าไปมีส่วนร่วม จริง ๆ ต้องบอกว่ารัฐบาลชุดนี้มีความขยันขันแข็ง อย่างยิ่งในการที่จะเข้าไป Engage เข้าไปมีส่วนร่วมกับกลไกระหว่างประเทศหลาย ๆ กลไก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการพยายามชิงตำแหน่งที่นั่ง HRC : Human Rights Council อย่างที่ ดิฉันเพิ่งกล่าวไป หรือว่าการพยายามทำ FTA ระหว่างไทยกับ EU หรือแม้กระทั่งการ เข้าไปเปึนสมาชิกของ OECD ต่าง ๆ ที่ไทยเองก็เพิ่งจะสมัครเข้าไปเปึนสมาชิกในช่วงป้นี้ ดิฉันเองอยากเห็นบทบาทของ กสม. ในการผลักดันหรือนำวาระประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เข้าไปเปึนหนึ่งในมิติเรื่องเหล่านี้ในการพิจารณานะคะ อย่าง OECD เองหากไทยเข้าร่วม ก็จะต้องมีการตั้ง National Contact Point หรือว่า NCP ในการรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิ กรณีที่ไทยไปลงทุนข้ามพรมแดนในประเทศต่าง ๆ ก็อยากจะเห็นบทบาทเหล่านี้มากขึ้น แล้วก็คาดหวังเปึนอย่างยิ่งค่ะว่า ในรายงานของ กสม. ป้หน้าจะเห็นความชัดเจนในหลาย ๆ งานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างที่ดิฉันบอก สถานการณ์เมียนมาเปึนสถานการณ์หนึ่งเลยที่กระทบต่อ ประเทศไทยอย่างแน่นอน แล้วก็รายงานที่เพิ่งออกมาจากผู้รายงานพิเศษของ UN ต่อ ประเด็นเรื่องเมียนมา ดิฉันคิดว่าเปึนรายงานที่สำคัญ แล้วก็คาดหวังว่าทาง กสม. จะช่วย ติดตาม แล้วก็ Investigate ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ขอบคุณค่ะ

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นกับรายงานผลการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ประจำป้ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของ กสม. ที่เสนอต่อสภาภายใต้ รัฐธรรมนูญของป้ ๒๕๖๖ นี้ จริง ๆ กสม. มาชี้แจงต่อสภาผมก็มีโอกาสได้อภิปรายหลายครั้ง ทุกครั้งก็จะเป่ดดูในเล่ม ด้วยเวลาจำกัดก็เจาะจงเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ปรากฏเห็นการประเมินสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ตลอดทั้งป้ นั่นหมายความว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงอยู่ เพราะหากท่านไม่ได้ทำรายงาน กสม. ไม่ได้ทำรายงานเข้ามาในเล่มนี้เกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นหมายความว่าไม่มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนแล้ว ของป้ ๒๕๖๖ ท่านทำรายงานมาทั้งหมด ๕ บท บทสุดท้ายก็คือประเมิน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ การทำ รายงานเสนอต่อสภาเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเปึนองค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ในมาตรา ๒๔๗ ผมดูรายงาน การประเมินสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วนี้ ผมว่าท่านยังทำรายงาน ไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๒๔๗ (๑) (๒) (๓) นี้นะครับ ซึ่งตอนท้ายท่านมีอำนาจในการ ตรวจสอบรายงาน จัดทำรายงานเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอของท่านหากทางหน่วยงานหรือรัฐมนตรีไม่สามารถดำเนินการได้ต้องแจ้งเหตุ แห่งการล่าช้าตามรัฐธรรมนูญด้วย การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ท่านสรุปมาใน ๓ จังหวัด เกิดขึ้นจริงในหลาย ๆ ประเด็น แต่มีบางข้อบางประเด็นท่านยังต้องทำรายงานเพิ่มเติมอีก ในป้หน้าผมหวังว่าจะเห็น เดี๋ยวผมจะพูดถึงนะครับ ผมดูข้อเสนอแนะของท่านแล้ว ท่านมี หนังสือเสนอแนะรัฐมนตรี เสนอแนะ กอ.รมน. แต่ไม่มีคำตอบจากหน่วยงานว่าจะแก้ไข ประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ อย่างไร หรือดำเนินการล่าช้าเพราะเหตุใด ในรายงานท่านไม่ปรากฏ ยกตัวอย่างนะครับ ท่านเสนอเกี่ยวกับการใช้กฎหมายความมั่นคง กฎหมายพิเศษ ยกเลิกกฎหมายพิเศษ หรือการใช้ พ.ร.บ. ปัองกันการซ้อมทรมาน การตรวจ DNA ท่านเสนอไปยังรัฐมนตรี รัฐบาลเสนอไปยัง กอ.รมน. ภาค ๔ แต่คำตอบของเขาล่ะครับ เขาตอบมาว่าอย่างไร เขาจะดำเนินการแก้ไขหรือไม่ ตามมาตรา ๒๔๗ ของรัฐธรรมนูญ วรรคสาม ไม่มีเลยในนี้ครับ ทุกประเด็นของสภาพปัญหาที่ท่านเสนอให้ กอ.รมน. หรือรัฐบาล แก้ไขไม่ปรากฏว่าเมื่อท่านเสนอแล้วเขาจะแก้ไขตามที่ท่านเสนอหรือไม่ หรือมีเหตุผลกลใด ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนไปยัง กสม. ผ่านท่านประธานว่า ผมอยากเสนอประเด็นอีก ๒ ประเด็นในป้หน้า ถ้าท่านทำรายงานของป้ ๒๕๖๗ การละเมิดสิทธิมนุษยชนตอนนี้ มันกำลังกลายพันธุ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากให้ท่านตาม

ประเด็นที่ ๑ ในรายงานนี้ท่านก็บอกว่าข้อเท็จจริงมันฟังได้ว่า ไม่ใช่ฟังได้ว่า ละครับ ข้อเท็จจริงที่ท่านไปตรวจสอบมามันมีกรณีการจัดงานตาดีกา แล้วก็เดินขบวน พาเหรด ก็มีการเรียกไปสอบกรณีการเดินขบวนพาเหรดของโรงเรียนตาดีกา ท่านมองว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๔ สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การแสดงความคิดเห็น ท่านมองว่าการที่เจ้าหน้าที่เรียกการทำกิจกรรมของเด็กของโรงเรียนตาดีกา แล้วไปสอบสวน มองในมิติความมั่นคงเปึนการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๔ ผมเห็นด้วยครับ แต่ตอนนี้ท่านต้องตามให้ทันกับสถานการณ์ ท่านต้องตามต่อไปในป้หน้าครับ ความรู้สึก ตอนนี้ของคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะคนมุสลิมนับถือศาสนาอิสลาม เขามี ความรู้สึกร่วมเกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นที่ปาเลสไตน์กับอิสราเอลในขณะนี้ เขามีความรู้สึก เจ็บปวด เพราะเปึนมุสลิมด้วยกัน พี่น้องปาเลสไตน์ที่ถูกรังแก การแสดงออกโดยการเอา ธงปาเลสไตน์มาโบกหรือมาพาดที่คอเปึนการแสดงออกร่วมไม่เห็นด้วยกับการถูกรังแกของ พี่น้องชาวปาเลสไตน์ แต่ที่น่าเปึนห่วงข้อเสนอแนะของท่าน ท่านเสนอไปยังรัฐบาล เสนอไป ยัง กอ.รมน. ผมอยากให้ท่านไปตรวจสอบกับฝ์ายปกครอง ไม่ว่าระดับผู้ว่า ระดับนายอำเภอ ตอนนี้มันเกิดเรื่องขึ้นมา มีหนังสือเวียนไปถึงนายอำเภอทุกอำเภอในบางจังหวัด ใน ๓ จังหวัด ท่านไปตรวจสอบดูนะครับ ไม่ให้ทำกิจกรรมในลักษณะการเลียนแบบถือธงปาเลสไตน์ นี่คือการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ผมมองว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับมิติความมั่นคง หรือเปึนภัยกับสถานการณ์ความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่มันเปึนการ แสดงออกร่วมกันกับความรู้สึก ความเจ็บปวดของพี่น้องมุสลิมที่อยู่ที่ปาเลสไตน์ที่ถูกรังแก มันผิดตรงไหนครับ การละเมิดสิทธิมนุษยชน การจำกัดเสรีภาพใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันกำลังจะกลายพันธุ์ไปเรื่องอื่น ท่านต้องตามให้เท่าทันกับสถานการณ์ นักเตะดัง ๆ โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) เขายังบริจาคเงินให้พี่น้องปาเลสไตน์ แอนเจลีนา โจลี (Angelina Jolie) ก็ยังบริจาคเงินให้กับพี่น้องปาเลสไตน์ ผิดตรงไหนครับการที่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้จะแสดงออกถือธงปาเลสไตน์แสดงความเจ็บปวด ไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่อยากให้ ถูกรังแก ตอนนี้ท่านไปตรวจสอบได้ครับ มีหนังสือเวียนของผู้ว่าถึงนายอำเภอว่า ถ้าการจัด กิจกรรมลักษณะอย่างนี้ไม่ให้จัดอีก แล้วก็หวังว่ารายงานป้หน้าป้ ๒๕๖๗ จะมีเรื่องนี้ที่ท่าน ตรวจสอบและเสนอแนะไปยังฝ์ายปกครอง ไม่ใช่เฉพาะ กอ.รมน. อย่างเดียว

สุดท้ายยังขาดอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านไม่ได้ลงในเอกสารรายงานของท่าน ประเด็นคดีตากใบครับ ตอนนี้ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ จะขาดอายุความครบ ๒๐ ป้ คดีนี้ยืดเยื้อ มานาน แม้ฝ์ายผู้เสียชีวิต ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินเยียวยาไปแล้ว ขออนุญาตไปต่ออีก นิดหนึ่งครับท่านประธาน เปึนประเด็นสำคัญครับ แต่ว่าผมในฐานะที่อยู่กรรมาธิการการ กฎหมายได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงทั้ง กอ.รมน. ทั้งตำรวจภูธร ภาค ๙ ทั้ง ศอ.บต. พนักงานอัยการ สรุปสุดท้ายทุกคนสรุปหมดเปึนข้อกฎหมายว่า คดีอาญาไม่ระงับ แม้ได้รับเงินเยียวยา ถามว่าสำนวนคดีอาญาไปถึงไหนหลังจากที่ศาลไต่สวนการตาย ป้ ๒๕๕๒ แล้วบอกว่าขาดอากาศหายใจ และใครทำให้เสียชีวิต ใครทำให้ตายไม่ปรากฏ ท่านต้อง ติดตามเรื่องนี้นะครับ ตอนนี้ญาติผู้เสียชีวิต ๔๘ ครอบครัว ยื่นฟัองเองที่ศาลนราธิวาส ไต่สวนไปแล้วสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วก็จะไต่สวนต่อไปวันที่ ๑๙ กรกฎาคม กับวันที่ ๒๖ กรกฎาคมนี้ โดยฟัองเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ขณะนั้นที่ดำรงตำแหน่ง ๙ คน กับ ๔๘ ครอบครัวที่ยังติดใจ เขาไม่สนใจหรอกว่าคดีจะชนะหรือจะแพ้ แต่เขาอยากเห็นกระบวนการ ยุติธรรมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เจ้าหน้าที่กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ คือความรู้สึกไม่เปึนธรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ กสม. ต้องตามครับ และจะอยู่ในบทที่ ๕ ทุกป้ที่ท่านทำสรุปเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แล้วท่านต้องทำเสนอแนะแสดงความเห็น คดีนี้คดีตากใบทางตำรวจเขาตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพิ่งไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เปึนคดี ที่ ๑๓/๒๕๖๗ ของ สภ.อ. หนองจิก ท่านบันทึกไว้เลยครับ ท่านไปตามดู คดีใหญ่ลักษณะอย่างนี้ขณะนี้สอบ เดือนกว่า ๆ ก็มีคำสั่งไม่ฟัองเสนอให้พนักงานอัยการ ซึ่งผมเชื่อว่าอัยการก็คงสั่งไม่ฟัอง เหมือนกัน แต่สุดท้ายญาติครอบครัวผู้เสียชีวิตฟัองคดีเอง ท่านต้องติดตามเรื่องนี้ฝากไว้ด้วย นะครับ ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แล้วก็ฝากปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของรายงาน ข้อเสนอแนะของท่าน แล้วรายงานหน่วยงานรัฐตอบมาอย่างไรในคราวหน้า ป้ ๒๕๖๗ ขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านธิษะณา ชุณหะวัณ นะครับ หลังจากท่านธิษะณาอภิปรายเสร็จ จะป่ดการลงชื่อเพื่ออภิปราย เชิญท่านธิษะณาครับ

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคก้าวไกล ดิฉันได้สังเกตถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ที่ยังไม่เห็นว่าไม่มีความสอดคล้องกับสิทธิมนุษยชนที่เปึนกฎหมายระหว่างประเทศค่ะ และไม่สอดคล้องกับงบประมาณที่มาดูแลและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน แต่ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณ กสม. ที่มีรายงานสิทธิมนุษชนอย่างละเอียด แต่ดิฉัน มีข้อที่อยากแนะนำและข้อเท็จจริงเพิ่มเติมไปสู่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติค่ะ ดิฉันอยากยกประเด็นดังต่อไปนี้ที่พอจะสามารถเปึนตัวอย่างที่แสดงถึงความ ไม่สอดคล้องและไม่ปกติของสถานการณ์สิทธิมนุษชนในประเทศไทยค่ะ ในหลาย ๆ คดีมีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของนักกิจกรรมในเมืองไทย นักเคลื่อนไหว ต่าง ๆ ที่ถูกจับขังคุก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิดในหลายกรณี คุณบุ้ง เนติพร ก็เสียชีวิตคาคุก กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐแล้วก็พลเรือนใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงผู้ลี้ภัย ชาวเมียนมาที่ยังจะถูกละเมิดสิทธิในประเทศเราอีกด้วยค่ะ มีประเด็นดังต่อไปนี้ค่ะ

ดิฉันขอเริ่มด้วยประเด็นใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้นะคะ และนอกจากนั้น อย่างที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้พูดไปถึง ๒ กรณี ในการสลายการชุมนุมสังหารหมู่พลเรือน ทั้งในป้ ๒๕๕๓ และในป้ ๒๕๔๗ รวมไปถึงการละเมิดสิทธิในปัจจุบันใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ที่บังคับใช้กฎหมายความมั่นคง ๓ ฉบับ ๑. ในกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นนะคะ การคลี่คลายปมสังหารของคุณรอนิง ดอเลาะ นักปกปัองสิทธิมนุษยชนต่อต้านการซ้อม ทรมานอุ้มหาย แล้วก็เปึนอดีตเหยื่อของผู้ที่เคยถูกซ้อมทรมานก่อนที่ พ.ร.บ. อุ้มหายจะถูก บังคับใช้ ดิฉันอยากทราบความจริงค่ะ อยากให้มีบุคคลที่ต้องรับผิดชอบทั้งทางกฎหมายและ การเยียวยาของเหยื่อค่ะ โดยล่าสุดรายงานจากข่าวของประชาไทย คุณรอนิงถูกลอบสังหาร ที่หน้าบ้านของตนเอง เมื่อเวลา ๒๑.๑๕ นาําิกา ซึ่งคุณรอนิงเคยเปึนเหยื่อจากการทรมาน แล้วเคยมาให้ข้อมูลกับ กมธ. วิสามัญชายแดนใต้ เกี่ยวกับการซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยถูกควบคุมด้วยกฎหมายพิเศษ ขณะนี้องค์กรสิทธิมนุษยชน สากลอย่าง Human Right Watch ออกมาเรียกร้องให้รัฐไทยจับกุมและคลี่คลายปมนี้อย่างเร็ว แต่ขณะนี้ยังไร้เบาะแสค่ะ กรณีที่ ๒ กรณีตากใบ จะหมดอายุความภายในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ และยังมีประเด็นการเลื่อนการสอบสวนพยานเพียงแค่ ๒ ปาก ดิฉันย้ำนะคะ ๒ ปากยังจะเลื่อนไปอีกนะคะ มีอีกแค่ ๒ ปาก ซึ่งจะหมดอายุความอยู่แล้ว ดิฉันมองว่า การทำแบบนี้เปึนการล่าช้า ซึ่งระยะเวลาการดำเนินการควรได้รับการพิจารณา

อีกกรณีหนึ่งที่ท่านอดิศร เพียงเกษ ได้พูดถึง การสลายการชุมนุมใน วันที่ ๗-๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ระบุในรายงานอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้ว เหยื่อของทั้ง ๒ กรณีนี้ในการสังหารหมู่พลเรือนยังไม่ได้รับความยุติธรรมหรือความรับผิดชอบ ของเจ้าหน้าที่ที่สังหารหมู่ประชาชนยังไม่ได้รับผิด ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่ยากที่จะจับกุมผู้กระทำผิด เพราะหากรัฐบาลมีความจริงใจ เพราะตำแหน่งแห่งที่ของผู้บังคับบัญชาในการสลาย การชุมนุมของ ๒ กรณี ก็เป่ดเผยเปึนที่สาธารณะค่ะว่า ใครเปึนคนอนุมัติกระสุนจริงให้ยิงใส่ ประชาชน ในส่วนของโครงสร้างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้น ดิฉันทราบดีค่ะว่ามีหน้าที่ ตรวจสอบและรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย แต่ไม่มีอำนาจในการ ปฏิบัติการและดำเนินการ ดิฉันจึงอยากเสนอให้ อย่างเช่นในกรณีของผู้ลี้ภัย เนื่องจากเรา ไม่สามารถที่จะยุติสงครามในเมียนมาได้ เราต้องมีการพิจารณาให้บทบาทกับองค์กร นานาชาติ อย่างเช่น UNHCR และองค์กรนานาชาติอื่น ๆ ที่ดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนเข้ามา ช่วยเหลือในการประสานงาน เพื่อที่จะดูในเรื่องที่ยังอยู่ Under the Radar หรือยังไม่ได้ อยู่ในการตรวจสอบของกรรมการสิทธิ นอกจากนั้นกระบวนการนอกศาลใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ในการประกาศกฎอัยการศึก ควรเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่าง ประเทศที่บังคับใช้ในระหว่างสงคราม หรือความขัดแย้งที่ติดอาวุธ เพราะเรามีการประกาศ กฎอัยการศึก ซึ่งกฎอัยการศึกนั้นเอาไว้ประกาศใช้ในยามขัดแย้งที่ติดอาวุธ หรือสงคราม ซึ่งต้องบังคับใช้ควบคู่กับกฎหมายมนุษยธรรมค่ะ โดยที่ไม่ทำร้ายพลเรือนที่ไม่ใช่กองกำลัง ติดอาวุธ หรือไม่ละเมิดสิทธิของคนที่ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธนะคะ แต่การใช้บังคับกฎอัยการศึก ไร้การตรวจสอบและให้อำนาจอธิปไตยกับกองทัพค่ะ ทางวิสามัญชายแดนใต้ได้รับการร้องเรียนว่า มีการวิสามัญฆาตกรรม ๖๖ กรณี ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ถึงป้ ๒๕๖๖ และรูปแบบการจับกุมโดยที่ไม่มีหมายศาล หรือที่เขาเรียกว่า Extrajudicial Arrest ทั้งหมด ๔๖๕ กรณี เราเสียค่าเยียวยาของผู้ที่ถูกจับกุมและไม่ได้ กระทำผิดไป ๔,๐๐๐ ล้านบาทนะคะป้นี้ ซึ่งการละเมิดสิทธิในความเปึนส่วนตัวของพลเรือน ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ก็มีอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น การบุกค้น บุกเข้าไปตรวจ DNA ทั้งเด็ก และผู้หญิงในบ้านของเขา การเก็บโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ยินยอมเปึนการละเมิดสิทธิในความเปึน ส่วนตัวที่บัญญัติอยู่ใน ICCPR และรัฐไทยลงสัตยาบันไปแล้ว นอกจากนั้นการวิสามัญ ฆาตกรรมตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ถึงป้ ๒๕๖๖ มีทั้งหมด ๗๑ ราย ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ การวิสามัญฆาตกรรมและไม่ได้นำตัวมาขึ้นศาลหรือว่าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้เรา ไม่ทราบเลยว่ากลุ่มคน ๗๑ คนนี้ สรุปแล้วผิดจริงหรือไม่ผิดจริง เพราะเขาตายไปแล้ว แม้จะ มีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ปัองกันซ้อมทรมาน อุ้มหาย แต่มีวิธีการที่ได้รับฟังมาจากเหยื่อที่ถูก ซ้อมทรมาน ณ ปัจจุบันจาก กมธ. วิสามัญชายแดนใต้ของรัฐสภาของเรานี้เอง มีการบังคับให้ ยืนเปึนเวลานานเปึนชั่วโมง ๆ ซึ่งเปึนวิธีการใหม่โดยที่ไม่จำเปึนต้องแตะเนื้อต้องตัวเหยื่อค่ะท่าน การให้ยืนเปึนเวลานานก็เปึนการทรมานทางร่างกายอย่างหนึ่ง คนที่เขาเหนื่อยแล้วอยากจะ กลับบ้านเขาก็ต้องสารภาพผิดเพื่อที่เขาจะได้ถูกปล่อยตัวค่ะท่าน

นอกจากนั้น การให้ศาลสามารถใช้ดุลยพินิจกับกฎหมายพิเศษอย่างควบคุม และระวังภายใต้กฎหมายพิเศษ ตำรวจสามารถจับกุมได้ถึง ๓๐ วัน โดยที่หลักฐานอาจจะ ไม่เพียงพอหรือมีพยานเพียง ๒ ปาก อย่างกรณีของผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ การโยกย้าย การค้นตัว ทำได้หมดภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยไม่ต้องใช้อำนาจศาล เพียงแค่ ทหารใช้กระดาษใบหนึ่งก็สามารถที่จะต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินได้แล้วนะคะ ส่วนงบของ กอ.รมน. ที่ใช้ในเชิงปฏิบัติดิฉันไม่ต้องพูดถึงนะคะ มีงบมากมายที่ไปลงกับอาวุธยุทโธปกรณ์ถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านที่ผ่านมานะคะ โดยที่ทางเศรษฐกิจอาจจะแค่ประมาณ ๑๐ ล้าน หรือว่า จากการอภิปรายครั้งที่แล้ว ของบประมาณ ๒๕๖๘ คุณรอมฎอนก็ได้พูดถึงไปแล้วนะคะ

กรณีต่อไปค่ะ คือกรณีผู้ลี้ภัย สิ่งสำคัญมากคือที่ยังมีอีกหลายกรณีที่อยู่ Under the Radar หรือยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ผู้ลี้ภัยสงครามที่เข้ามาในประเทศไทย โดยไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมายค่ะ ชาวเมียนมาต้องเผชิญกับการคอร์รัปชันตลอดเวลา ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และไม่สามารถที่จะไปสถานทูตเมียนมาได้ เนื่องจากเปึนผู้ต้องหา ทางการเมืองหรือต้องคดีทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาขึ้นบัญชีดำ ไม่ว่าจะเปึน นักการเมือง นักกิจกรรม หรือนักปกปัองสิทธิมนุษยชนที่เมียนมา ผู้ต้องหาคดีทางการเมือง ของเมียนมาสูญเสียทั้งธุรกิจของตนเอง กิจการที่เปึนฐานรายได้ของเขาเนื่องจากเหตุ รัฐประหาร สิ่งสำคัญคือผู้ต้องหาคดีทางการเมืองของเมียนมา คือ ๑. การไม่มีสถานะ ทางกฎหมาย ๒. ขาดงานหรือว่างงานไม่มีรายได้ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหานี้ และต้องพึ่งไปที่ เงินออมของตนเองหรือขอความช่วยเหลือจากกลุ่มแรงงานอื่น ๆ ที่มีบัตรชมพูและสามารถ ที่จะทำงานได้ เพราะกลุ่มผู้หนีภัยเหล่านี้ที่เปึนผู้ต้องหาทางการเมืองไม่สามารถที่จะขอ เอกสารสิทธิ ซึ่งต้องติดต่อไปยังสถานทูตเมียนมา เพื่อที่จะขอเอกสารสิทธิหรือ Passport เพื่อที่จะได้บัตรในการที่จะทำงานหรือที่เรียกว่าบัตรชมพู ที่จะเปึนแรงงานข้ามชาติ ในประเทศไทย เขาก็ไม่สามารถที่จะไปติดต่อกับสถานทูตเมียนมาได้ เพราะเขาจะถูกบังคับ ส่งกลับ เนื่องจากมีคดีทางการเมืองนะคะ คือสถานการณ์ใน MOU ซึ่งดูว่าอาจจะไม่มีความ ยุ่งยากมากนะคะ เนื่องจาก MOU มาจากกระทรวงแรงงานของทั้ง ๒ ประเทศ ถ้าแรงงาน ข้ามชาติหรือคนงานข้ามชาติไม่มีปัญหาทางกฎหมาย แต่สำหรับนักการเมือง นักกิจกรรม มันแตกต่างกันค่ะ เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่รวมใน MOU ที่จะให้สถานะของเขาในการทำงาน ในประเทศไทย เขาเปึนที่ต้องการตัวของเผด็จการพม่าค่ะ แม้แต่ผู้ลี้ภัยที่มีทักษะ อย่างหมอ วิศวกร หรือแรงงานทั่วไป ก็ต้องเจอปัญหาการอาศัยหางานที่เมืองไทย อีกทั้งยังต้องเผชิญ การคอร์รัปชัน ต้องจ่ายส่วยให้ตำรวจทุกเดือนเดือนละ ๓๐๐ บาท และถ้ามากกว่านั้นถ้าเปึน นักการเมือง NLD และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ทราบก็จะต้องจ่ายส่วยมากกว่านั้น ปัญหาทุจริต ในชายแดนพื้นที่น่าเปึนห่วงค่ะ แล้วก็ยังต้องโดนคดีความมั่นคงที่ไม่ปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย อนามัย และทรัพย์สินหากถูกส่งกลับค่ะ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มที่หนีกฎหมายบังคับ เกณฑ์ทหารทั้งชายและหญิง อายุตั้งแต่ ๑๘-๔๕ ป้ ซึ่งเปึนกลุ่มใหญ่มาก สำหรับเพศชายสามารถขยายไปได้ถึง ๔๕ ป้ ในการที่ถูกบังคับเข้าราชการทหารนะคะ ซึ่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์ของประเทศอื่น ๆ ก็ถือว่ากว้างมากนะคะ ดิฉันจึงคิดว่ามีทางที่จะแก้ไข ปัญหาจากต้นเหตุ ดังต่อไปนี้นะคะ ๑. ก็คือลงอนุสัญญาว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัย ๑๙๕๑ ค่ะ ๒. การออก Exit Permit ให้ผู้ที่มีบัตร UNHCR หรือสถานะของ Refugee หรือว่าสถานะ ผู้ลี้ภัย สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้อย่างรวดเร็วค่ะ ๓. การตรวจสอบคอร์รัปชัน ในบริเวณที่มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากและในชายแดนค่ะ ๔. การกดดันรัฐบาลเมียนมาในการ ยุติสงคราม โดยการคว่ำบาตรรายบุคคล สำหรับผู้นำรัฐประหาร อย่างเช่น มี่นอองไลง์ (Min Aung Hlaing) และเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงที่ก่ออาชญากรรมสงครามต่อพลเรือน เราเห็นแล้วว่ามีการใช้ธนาคารไทยในการใช้ช่องทางการเงินในการซื้ออาวุธ ในการที่เรา คว่ำบาตรบุคคล เราสามารถอายัดหรือแช่แข็งช่องทางการเงิน Ban การท่องเที่ยว อายัด ทรัพย์สิน หรือการลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเปึนสิ่งที่สหภาพยุโรปได้กระทำไปหลัง ๒ สัปดาห์แรกที่มีการทำรัฐประหารในเมียนมาในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นอกจากนั้น ยังมีการละเมิดสิทธิของนักกิจกรรมไทยที่ดิฉันกล่าวไปล่วงหน้า ซึ่งตอนนี้ดิฉันก็เลยเวลาแล้ว ดิฉันก็ขออนุญาตพูดถึงสถิติคร่าว ๆ ว่ามีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุม ณ ปัจจุบัน ๑,๙๕๔ คน ในจำนวน ๑,๒๙๗ คน แบ่งเปึน ๖ ข้อหา ๑. คือหมิ่นประมาท พระมหากษัตริย์ หรือมาตรา ๑๑๒ และ ๒. คือ ยุยงปลุกปัืนค่ะ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ร.บ. ชุมนุม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และข้อหาละเมิดอำนาจศาล ดิฉันคิดว่าดัชนีของความเปึนประชาธิปไตย วัดโดยการมีจำนวนของผู้ต้องหาทางการเมืองหรือผู้ต้องขังทางการเมือง เพราะฉะนั้น ยิ่งมีผู้ต้องหาทางการเมืองมาก ยิ่งมีดัชนีความเปึนประชาธิปไตยต่ำในประเทศนั้น เพราะไม่ เคารพสิทธิมนุษยชนและไม่เคารพเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนในการมีส่วนร่วม ทางการเมือง ข้อเสนอแนะคือ หากฝ์ายความมั่นคงอยู่เหนือกฎหมาย สามารถใช้กลไก นิติบัญญัติในรัฐสภาแก้ไขกฎหมาย หรือฝากประเด็น สส. หรือทีมงานในการหารือวิธีปฏิบัติ หรือหลักการสากลซึ่งมีนักการเมืองที่เห็นต่างกันอยู่ในหลักการของประชาธิปไตยและ หลักสิทธิมนุษยชน เปึนไปได้ค่ะ แต่ไม่ควรใช้กลไกนอกเหนือกฎหมาย หรือหลัก ประชาธิปไตยและหลักสิทธิเพื่อประชาชน เพราะอาจนำไปสู่การใช้เปึนข้ออ้างของการ ปลุกระดมทำให้เกิดเปึนปัญหาความรุนแรงที่เปึนชนวนมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ใน ๓ จังหวัด ที่ผ่านมา ๒๐ ป้ ท่านยังจับผู้ก่อการร้ายไม่ได้ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าท่านใช้งบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปทำอะไรนะคะ ท่านจับไม่ได้สักทีนะคะตอนนี้ ดิฉันไม่ได้บอกว่ามีหรือไม่มีนะคะ แต่การดำเนินการต่าง ๆ มันควรจะป่ดช่องว่างไม่ให้เกิดความรุนแรงและการละเมิดสิทธิ มนุษยชนขึ้น เพราะสิทธิมนุษยชนไม่สามารถถอยหลังได้ ขณะนี้เราไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาล เผด็จการทหารแล้ว เราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เราต้องเคารพสิทธิมนุษยชน และไม่ละเมิดผู้เห็นต่างทางการเมือง และไม่ทำร้ายบุคคลที่เปึนผู้เห็นต่าง แต่ไม่ใช่กองกำลัง ที่ติดอาวุธค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ครับ

นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ศรีสะเกษ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ศรีสะเกษ เขต ๙ จากที่ดิฉัน ได้อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เล่มนี้ ดิฉันได้ดูแล้วว่าจากรายงานของท่านมันต่างจากข้อมูลที่ดิฉันได้รับข้อมูล เชิงพื้นที่มันต่างกันค่ะ คำว่า สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สิทธิของมนุษย์เรามันเริ่มตั้งแต่เด็ก คลอดออกมาร้องอุแว้ ๆ แล้ว จนถึงวันสิ้นลมหายใจของเขา แต่เท่าที่ดิฉันดูรายงานเล่มนี้ ดิฉันอยากจะฝากข้อเสนอแนะท่านดังนี้ เด็กเมื่อถึงอายุสู่วัยเรียน ๔ ขวบ เด็กหรือมนุษย์เรา เริ่มละเมิดสิทธิเขาแล้วค่ะ ละเมิดอย่างไรหรือคะ ขณะนี้โรงเรียนมีของภาครัฐ แล้วก็ของภาคเอกชน ซึ่งภาคเอกชนจัดตั้งมาก็ต่อเมื่อรัฐบาล ได้ขอร้องให้เข้ามาช่วยการศึกษา พ.ร.บ. การศึกษา ๒๕๒๕ เอกชนกระโดดก้าวเข้ามาช่วย ภาครัฐเพื่อลดรายจ่ายรัฐบาลในขณะนั้น โรงเรียนเอกชนให้โอกาสเด็กที่ยากจนในพื้นที่ เด็กด้อยโอกาสที่เขาไม่สามารถที่จะเข้าไปเรียนในโรงเรียนที่ห่างไกลบ้านเขาได้ ท่านรู้ไหมคะ ว่าเกิดการละเมิดสิทธิเขาแล้ว ละเมิดอย่างไร ๑. เงินอุดหนุนรายหัวของเด็กเอกชน ได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ของภาครัฐได้อยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านคะ มันต่างกันไหม ทั้งที่เด็ก เอกชนกับเด็กรัฐบาลคือเด็กไทย เปึนคนไทย เกิดอยู่ในประเทศไทย แต่ทำไมเขาถูกละเมิด สิทธิล่ะคะ ละเมิดสิทธิมาเปึนเวลา ๔๒ ป้แล้ว ท่านคะ มิหนำซ้ำครูเอกชนก็ถูกละเมิดสิทธิ ละเมิดสิทธิซึ่งเปึนสิทธิของเด็กนักเรียนด้วยซ้ำไป โดยที่โรงเรียนเอกชนจัดงบอุดหนุนรายหัว ของเด็ก แทนที่เด็กจะได้อยู่ดีกินดีอย่างที่เราคิดไว้ เติบโตมาเปึนพลเมืองดีของชาติ มันจะ เปึนพลเมืองดีได้อย่างไรล่ะคะท่าน ในเมื่อเงินอุดหนุนรายหัวเอกชนได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องไปแบ่งจ่ายเงินเดือนครูให้ครูไป เอกชนทุกอย่างลงทุนหมด ท่านประธานคะ เด็กเอกชน ถูกละเมิดสิทธิมาตั้งนานแล้ว ท่าน ๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านได้มองถึงจุดนี้ไหมว่าโดนละเมิดสิทธิ โดนละเมิดมาตั้งแต่เมื่อไร ดิฉันในฐานะที่เปึนครู คนหนึ่ง ทำไมอาหารกลางวัน เด็กเอกชนได้ไม่เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ภาครัฐได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือการเกิดความเหลื่อมล้ำ ถ้าท่านแก้ปัญหาตรงนี้ได้ นั่นหมายถึงว่า เด็กไทยที่กำลังศึกษาอยู่ขณะนี้ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ถ้าเขาไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาการด้านสมองเขาดิฉันเชื่อมั่นว่าอาหารเขาได้ครบตามหลัก ๕ หมู่ การเรียนเขา อุปกรณ์พร้อม ทุกอย่างมันจะเปึนมันสมองของประเทศชาติภายภาคหน้าค่ะ ดิฉันเห็นเด็ก เหล่านี้ซึ่งเปึนเด็กที่ยากจน ด้อยโอกาส แค่เขามีโอกาสได้มาเรียนด้วยสภาพเสื้อผ้าชุดหนึ่งใส่ อยู่ ๓ วัน ท่านคะ ขอให้ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินำข้อมูลนี้เข้าไปบรรจุ เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่ท่านรับผิดชอบให้ดูแลเด็กด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเปึนเด็กเอกชน ครูเอกชน เด็กรัฐบาล ครูรัฐบาล สิทธิจะต้องเสมอกันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเชตวัน เตือประโคน ครับ

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน ขอร่วมอภิปรายรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ของประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเน้นที่การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เล่มสีเขียวเล่มนี้ครับ ต้องชื่นชมครับทาง กสม. ที่ท่านกล้ารายงานอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งบางเรื่องเปึนสิ่งที่สังคมไทยรับรู้ครับแต่ไม่มีคนพูด บางเรื่องเปึนการละเมิดสิทธิที่ชัดเจนมาก เกิดขึ้นอยู่เปึนประจำด้วยนะครับจนกลายเปึนเรื่องปกติไปแล้ว อย่างในนี้ท่านบอกว่า ป้ ๒๕๖๖ ศาลได้พิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ รวม ๗๗ คดี พิพากษาลงโทษ ๖๔ คดี ยกฟัอง ๑๓ คดี ขณะที่ก็ยังมีในส่วนของชั้นพนักงานสอบสวน ๒๓ คดี และสั่งฟัองโดยพนักงานอัยการอีก ๓๓ คดี ต้องขอบคุณที่มีการรายงานเรื่องนี้ครับ เพราะมันเปึนการยอมรับว่า มันมีการใช้กฎหมายนี้จำกัดเสรีภาพประชาชน อย่างเมื่อสักครู่ เพื่อน สส. ชลธิชา แจ้งเร็ว ก็ได้อภิปรายไปแล้วครับ แต่ก็น่าเสียดายนะครับรายงานท่าน ไม่ได้บอกว่ามีคดีอะไรบ้าง ตรงนี้ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎร เปึนสิ่งที่พวกเราตัวแทน ประชาชน และประชาชนเองก็อยากจะรู้ครับว่ามันมีอะไรบ้าง ครั้งหน้าอยากให้ท่านช่วยแจ้ง มาด้วยได้ไหมครับว่า ๖๔ คดีที่พิพากษาลงโทษมีอะไรบ้าง ๑๓ คดีที่พิพากษายกฟัอง มีอะไรบ้าง ขณะเดียวกันครับอีกส่วนหนึ่งที่ผมไม่เห็นตรงนี้ ก็คือข้อเสนอจากท่านนะครับ ท่านมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการดำเนินคดีจากการแสดงความคิดเห็นแบบนี้อย่างไร ซึ่งก็เปึนเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของท่าน แน่นอนครับ อำนาจหน้าที่ของท่านคือเรื่องของ การที่เสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรี ถ้าท่านมีข้อเสนอเรื่องนี้ก็อยากให้เสนอเข้ามาด้วยนะครับในส่วนของ สภาผู้แทนราษฎร

สำหรับในส่วนที่เปึนการละเมิดสิทธิที่ชัดเจนเกิดขึ้นอยู่เปึนประจำจนคน รู้สึกว่าเปึนปกตินั้น ก็ขอบคุณที่มีการรายงานเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน อย่างกรณี ผู้สื่อข่าวถูกข่มขู่หรือดำเนินคดีจากการปฏิบัติหน้าที่ เช่น สื่อ Online แห่งหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจนอกเครื่องแบบติดตามและถูกคุกคามชีวิตความเปึนอยู่ทำให้หวาดกลัว โดยใช้เหตุผล ว่าเปึนบุคคลเฝัาระวังพิเศษ รายงานนี้เปึนการยอมรับครับว่า ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาด้วย ว่า เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเปึนตำรวจนอกเครื่องแบบที่ปฏิบัติกับสื่อมวลชน ในฐานะที่ผม อดีตเคยเปึนผู้สื่อข่าวครับ มีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เคยร่วมวิชาชีพเดียวกัน ก็ทำให้ทราบว่า นี่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่กลายเปึนข่าว นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เปึนข่าวเรื่อง ของการละเมิดสิทธิ ยังมีอีกเยอะแยะมากมายที่ไม่เปึนข่าว หรือยังมีกรณีที่รัฐบอกว่าเปึน บุคคลเฝัาระวังพิเศษนั้นเขาไม่ติดใจเอาเรื่อง ทำเปึนแกล้งมองไม่เห็น ตามได้ก็ตามไป แต่ท่านประธานครับ ที่ผมไม่เข้าใจในรายงาน กสม. ของเล่มนี้ก็คือ ข้อเสนอแนะในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของท่านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน ท่านเสนอแนะว่า รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ควรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ สื่อประชาสัมพันธ์และอบรมให้ความรู้แก่สื่อมวลชนผ่านช่องทาง Online เกี่ยวกับการใช้ เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพสื่อมวลชนให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน แล้วอีกข้อ ท่านบอกว่าสำนักงาน กสทช. ควรกำกับดูแลให้สื่อมวลชนเพิ่มความระมัดระวัง ในการนำเสนอของสื่อในการรายงานข่าวการออกอากาศผ่านช่องทางต่าง ๆ อ่านผ่าน ๆ แล้ว เหมือนว่าเปึนเรื่องดีครับ แต่ถ้าเรากลับไปตั้งต้นตรงที่คำว่า เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตำรวจ นอกเครื่องแบบติดตามคุกคามชีวิตความเปึนอยู่ของผู้สื่อข่าว แล้วจะมาอบรมสื่อ เพื่อสิ่งที่ควรจะเปึนข้อเสนอของเรื่องนี้นะครับ ผมก็ยังยืนยันว่าเปึนเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของท่านที่ทำได้ อย่างการเสนอแนะนโยบาย ข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ต่อรัฐสภาและต่อคณะรัฐมนตรีเช่นกรณีนี้นะครับ เจ้าหน้าที่คุกคามสื่อมวลชน สิ่งที่ผม อยากเห็นจากท่านคือข้อเสนอในการแก้กฎหมาย อยากทราบว่านี่เปึนการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบหรือไม่ ไม่ใช่การที่ท่านจะให้สื่อซึ่งคือผู้ถูกกระทำไปอบรมเสรีภาพในการ แสดงออก แสดงความคิดเห็น และยิ่งบอกว่าสำนักงาน กสทช. ควรกำกับดูแลให้สื่อมวลชน เพิ่มความระมัดระวังในการนำเสนอของสื่อ นี่ก็ทำนองเดียวกันครับ เปึนการจำกัด การแสดงออกหรือไม่ คำถามคือ กสทช. ควรดูแลเรื่องอะไรก่อน กสทช. ควรดูแลเรื่องอะไร ก่อนครับ ไม่ใช่เรื่องเนื้อหาของสื่อแน่ ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายมานี้ ก็เพราะอยากเห็น กสม. ได้ดูแลคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดูแลคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และมีข้อเสนอที่เปึนรูปธรรมสำหรับประชาชน และเพื่อนพ้อง น้องพี่สื่อมวลชนของผมจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านกัณวีร์ สืบแสง ครับ

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเปึนธรรม ท่านประธานครับ วันนี้จะขอร่วมอภิปรายในตัวรายงานของทางท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะฉะนั้นผมจะเจาะเฉพาะแค่ตัวรายงานเท่านั้น วันนี้ก็ขอต้อนรับ ท่านคณะกรรมการทุกท่านนะครับ ท่านทูตพรประไพ ท่านกรรมการ แล้วก็ท่านอาจารย์ทุก ท่าน วันนี้เปึนเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้เจอทุกท่านในที่นี้ แล้ววันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่ผมจะขอยืนอยู่ ข้างพวกท่าน พวกเราเห็นครับ ผมขออนุญาตเริ่มอย่างนี้ว่าสิทธิมนุษยชนถ้าปราศจาก ข้อผูกมัด ถ้าปราศจากบทลงโทษมันก็เปึนสิ่งที่ถูกละเลย หลายครั้งเราเห็นครับ กสม. พยายามทำหลาย ๆ อย่าง พยายามจะบอกว่าข้อเสนอเปึนอย่างไร อะไรบ้างเปึนสิ่งที่ขัดกับ หลักสิทธิมนุษยชน แต่พอไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีบทลงโทษ คนที่ได้ทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ได้รับการลงโทษ เพราะฉะนั้นสิทธิต่าง ๆ ที่เราเรียกว่าสิทธิมนุษยชนคือ สิทธิธรรมชาติ ถูกเพิกเฉย อันนี้ละครับถ้าลองเชื่อผมครับท่านประธาน ถ้าสมมุติว่า กสม. สามารถมีดาบ และมีแส้ได้ รายงานฉบับนี้ของป้ ๒๕๖๖ จะเปลี่ยนแปลงไป รายงานฉบับนี้จะมีข้อเสนอ จะมีแนวทางต่าง ๆ นานาที่มากกว่านี้ ผมขอร่วมอภิปรายในแค่ ๒ กลุ่มเท่านั้น ก็คือ กลุ่มสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคลคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพียงเล็กน้อย

เรื่องแรกครับ ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทุกท่านที่ใส่ไปทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับอุยกูร์ ซึ่งเปึนคนที่ถูกขังลืมมากกว่า ๑๐ ป้ ยังไม่มีโอกาสที่จะมองหาอนาคตของตัวเองได้ ท่านเขียนไว้ในรายงานเรื่องเกี่ยวกับ NSM กลไกพิจารณาสถานะต่าง ๆ นานาสำหรับคนที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศ มาตุภูมิได้และรอการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป ท่านทำครับ ท่านเสนอครับ เกิดขึ้น ท่านเขียนเรื่องโรฮีนจา ท่านเขียนเรื่องผู้ลี้ภัยต่าง ๆ ที่มาจากเมียนมา กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าสมมุติท่านมีอำนาจ ท่านสามารถนำข้อเสนอของท่านไปผลักดันและเปึนกฎหมายได้จริง ๆ วันนี้จะไม่มีปัญหาของกลุ่มพวกนี้อยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป คน ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ที่อยู่ชายแดนไทยในค่ายผู้อพยพทั้งหมด ๙ แห่ง มากกว่า ๔๐ ป้ คงสามารถที่จะเข้าร่วม ผสมผสานกลมกลืนในประเทศไทยได้ เปึนแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาร่วมพัฒนาประเทศเรา เสียภาษีให้กับประเทศเรา ทำให้ประเทศเรามองเขาว่าเขาไม่ใช่ภาระของประเทศเรา อีกต่อไป แต่ท่านไม่มีอำนาจ ต้องกลับไปแก้ไขปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายของ กสม.

อีกเรื่องหนึ่งครับเปึนข้อเสนอนะครับ ด้วยความเคารพครับท่าน คณะกรรมการสิทธิผ่านท่านประธาน ก็จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับตรงที่เราเรียกว่า ปัญหา Transnational Repression การกดปราบข้ามชาติ เรื่องนี้ผมยังไม่เห็นอยู่ข้างในตัวรายงาน ตัวนี้นะครับ เรื่องนี้เปึนสิ่งที่เราทราบกันดีครับ อาจจะเปึน Concept ใหม่ ๆ ที่เราใช้อยู่ ในประเทศไทย การกดปราบข้ามชาติ แต่ว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ การที่มีผู้ลี้ภัยเข้ามาลี้ภัย ในประเทศไทย แล้วมีรัฐบาลของประเทศต้นกำเนิดได้มีความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล ของประเทศไทย รัฐบาลเขา ที่เราเห็นครับ ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามโดนไล่จับ ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา ก่อนที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะมาเยือนไทยอย่างเปึนทางการ รัฐบาลไทยจับเขาเสีย ส่งให้ลูกและภรรยาของเขายังอยู่ในห้องกัก ที่เรียกว่าศูนย์แม่และเด็กของ ตม. สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเรียกว่าการกดปราบข้ามชาติ และเปึนสิ่งจำเปึนครับที่เราจำเปึนต้องใส่ เข้าไปในรายงานฉบับนี้ เพราะมันเกิดขึ้นอย่างยาวนานและต่อเนื่อง เรามีผู้ลี้ภัยชาวลาว กัมพูชา ที่มีการประหัตประหาร ถูกฆ่าอยู่ในประเทศไทยที่เราเห็น เรื่องนี้ก็จำเปึนจะต้องอยู่ ในรายงานฉบับนี้

อีกเรื่องหนึ่งครับการค้ามนุษย์ การค้ามนุษย์นี่สำคัญจริง ๆ ผมก็ยังไม่เห็น ต้องขอประทานโทษถ้าสมมุติใส่เข้าไป แต่ผมอ่านรายงานแล้วผมไม่เห็น ในเรื่องเกี่ยวกับ กลไก NRM : National Referral Mechanism กลไกการส่งต่อระดับชาติ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จำเปึนจะต้องมีการตรวจสอบว่าการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และรวมถึงเหยื่อ ของการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านต้องกลับเข้ามาในประเทศไทย ต้องมีการ คัดกรองเหยื่อการค้ามนุษย์ ต้องสามารถที่จะติดตามให้ได้จริง ๆ อันนี้ก็คือกลุ่มของ สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคลที่ผมจะขอเสนอแนะด้วยความเคารพ อาจจะเสนอแต่จะไม่แนะ เสนอด้วยความเคารพต่อท่านกรรมการสิทธิผ่านท่านประธานว่าหากใส่เข้าไปได้ก็จะเปึนการดี

อีกเรื่องหนึ่งครับ ในเรื่องเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนสมาชิกของผม ก็ได้พูดไป และเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกท่านต่อไปก็จะมาพูดในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ในข้อเสนอและข้อประเมินสถานการณ์ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ จริง ๆ แล้วมันมีอันหนึ่งครับ ผมทราบดีครับว่าทำไมรายงานฉบับนี้ถึง ออกมาในรูปแบบนี้ ที่ไม่พูดถึงปัญหาที่เปึนรากเหง้าจริง ๆ ท่านพูดถึงสิทธิเสรีภาพในการ แสดงออก ท่านพูดว่าตรงนี้เปึนรากเหง้า อันนั้นใช่ อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านยังไม่ได้ใส่เข้าไปตรงนี้ คือ โครงสร้างการบริหารจัดการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงสร้างที่มีระบบรัฐราชการนำ ทุกสิ่งทุกอย่าง นำสิทธิมนุษยชนได้อย่างไร เราจะต้องทำเรื่องสิทธิชุมชนนี้นำในเรื่องเกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นปัญหาหลัก ๆ ก็คือโครงสร้างของระบบ ราชการ ต้องสามารถเขียนเข้าไปให้ได้ ต้องสามารถชี้แจงกับรัฐบาล เสนอแนะต่อรัฐบาลและ ครม. ว่า อันนี้คือปัญหาจริง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่มันกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ผมทราบดีครับ กลับไปที่เดิม ปัญหารากเหง้าของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คือ ท่านไม่มีอำนาจ ท่านไม่มีแส้ ท่านไม่มีดาบ หากท่านมีแส้ และมีดาบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไป รายงานฉบับนี้ จะบอกว่า ฉันคือ Champion ในการแก้ไขเรื่องสิทธิมนุษยชน ประเทศไทยจะมีพื้นที่ในเวทีโลก แล้วพูดบอกว่า เราสามารถแก้ไขปัญหาของเราได้แล้ว ท่านคงจะไม่ใช่แค่ตรวจสอบรายงาน จัดทำรายงานผล เสนอแนะ ชี้แจง และสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย อำนาจของท่าน ต้องมากกว่านี้ ผมก็เลยเรียนผ่านท่านประธานไปสู่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่า เราจำเปึนต้องมีการแก้ไขกฎหมายในเรื่องของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ท่านมีอำนาจมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ก็ขอขอบคุณทุกท่าน ที่เขียนรายงานฉบับนี้มา ขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เตรียมที่จะพูดถึงรายงานการประเมินสถานการณ์ แล้วก็ รายงานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับ เพียงแต่ว่า มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิเด็ก และผมคิดว่า ถ้าไม่พูดในอีกมุมหนึ่ง หรือตั้งข้อสังเกต หรือตั้งคำถามถึงจุดยืนของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กและเรื่องอื่น ๆ นั้น มันก็จะไม่ได้ Weight น้ำหนักให้สังคมเข้าใจตรงกันว่า ตกลงแล้วนี้ประเทศไทยมีจุดยืนต่อเรื่องสิทธิเด็ก อย่างไร โดยเฉพาะการที่จะต้องไม่มีการลงโทษด้วยการตีเด็กในทุกสถาบัน ท่านประธานครับ รายงานภาพรวมสถานการณ์ด้านสิทธิเด็กของประเทศไทย ก็ต้องนำเรียนว่าอาจจะไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก คำถาม ๑๐-๒๐ ป้ที่ผ่านมา แม้กระทั่ง ๓๐ ป้ของการบังคับ ใช้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในประเทศไทยก็ยังวนเวียนอยู่กับประเด็นว่า วันนี้เรามีเด็ก ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกละเมิดสิทธิอยู่เท่าไร คำถามก็ยังตกอยู่ในวงเวียนว่า ตกลง ระบบที่เรียกว่าระบบการคุ้มครองเด็ก Save Children Protection ต่าง ๆ ที่เปึนระบบนั้น มันมีข้อจำกัด มีปัญหาอุปสรรคแบบใดถึงไม่สามารถที่จะก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นไปได้ และแน่นอนที่สุดครับ ผมคิดว่าคำตอบที่สำคัญคำตอบหนึ่งก็คือ วิธีคิดหรือ Mindset ว่าคุณ มองเด็กด้วยสายตาแบบใด ซึ่งผมคิดว่าอาจจะเปึนปัญหาสำคัญยิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองก็อาจจะยัง ไม่มีคำตอบต่อประเด็นเรื่องนี้ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับว่าวันนี้เรามีถึง ๖๗ ประเทศที่มีการ แก้ไขกฎหมาย แล้วทุก ๆ ระบบของกฎหมายในประเทศเหล่านั้นไม่อนุญาตให้มีการลงโทษ เด็กด้วยการตี หรือด้วยการใช้ความรุนแรงอีกต่อไปแล้ว ท่านประธานครับ มีประเทศในโลกนี้ ๑๙๐ ประเทศ ไทยไม่ได้อยู่ใน ๖๖ ประเทศ หรือ ๖๗ ประเทศนั้น เรามีความพยายาม จะรณรงค์ว่าขอเปึนประเทศที่ ๖๗ ได้หรือไม่ แต่เราก็เสียโอกาสนั้น แล้วการถูกตั้งคำถามกับ นานาอารยประเทศต่อประเทศไทยนั้น ไม่ว่าจะเปึนในกรณีของกลไกของคณะมนตรี สิทธิมนุษยชน ที่เรียกว่า UPR หรือคณะกรรมการคุ้มครองเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ก็ตั้งคำถาม และประเทศไทยให้คำมั่นว่าจะมีการแก้ไข อย่างน้อยที่สุดก็คือประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ (๒) ที่ผมต้องพูดแบบนี้ เพราะในสัปดาห์หน้าในสภาแห่งนี้ จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ (๒) ซึ่งผมและคุณภัสริน รามวงศ์ เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล เขตดุสิต บางซื่อ เปึนผู้เสนอ ถามว่าแก้อะไรครับ ก็คือแก้จากการที่บอกว่า ผู้ปกครองมีสิทธิลงโทษ บุตรได้ตามสมควร ซึ่งคำว่าตามสมควรนั้นไม่เคยมีการอนุมัติบอกขอบเขตการลงโทษว่าเปึน แบบใด ประการใด แล้วในท้ายที่สุดหลายครั้งของตามสมควรนั้นนำไปสู่การบาดเจ็บ Trauma ต่อจิตใจ ร่างกาย หรือแม้กระทั่งนำไปสู่การเสียชีวิต ฉะนั้นผมขอแบบนี้ได้ไหมครับ ก่อนที่จะถึงสัปดาห์หน้าในกรณีการพิจารณากฎหมาย ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าสภาแห่งนี้จะรับหรือไม่ รับหลักการ แต่กรรมการสิทธิจะเสียโอกาสอันสำคัญยิ่ง ถ้ากรรมการสิทธิไม่ออกมาแสดง จุดยืน หรือมีหนังสือ หรือทบทวน หรือบอกกับพี่น้องประชาชนว่า คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นด้วยที่สภาจะมีการพิจารณากฎหมาย และจะมีการแก้ไข มาตรา ๑๕๖๗ (๒) เปลี่ยนการลงโทษตามสมควร เปึนผู้ปกครองลงโทษแต่ต้องไม่ใช่ การทารุณกรรม ทำร้ายร่างกาย ใช้ความรุนแรงเฆี่ยนตี หรือแม้กระทั่งการด้อยค่าบุตร เอาเข้าจริง ๆ ในสภาแห่งนี้ ไม่ควรมีคำว่า ผมเติบโตมาด้วยการตี อีกต่อไปแล้วจากปาก ของเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าท่านจะอายุเท่าไร หรือมาจากพรรคใด มาจากจังหวัดใด หรือใคร คนใดคนหนึ่ง มันเสียศักดิ์ศรีสภาครับท่านประธาน

กรณีประเด็นที่ ๒ ที่จำเปึนต้องพูดถึงก็คือสิทธิที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงและ ความเสมอภาคทางเพศในมิติต่าง ๆ ก็แน่นอนครับว่าคำตอบอาจจะยังวนเวียนอยู่หลายเรื่อง หลายครั้งเปึนการแก้กฎหมาย หลายครั้งเปึนการแก้นโยบาย หลายครั้งบอกติดขัดปัญหา อุปสรรคของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่ว่ามีกฎหมายหลายฉบับ ที่ผมคิดว่ากรรมการสิทธิต้องหยอดน้ำมัน กดดัน บี้ว่าเพราะเหตุใดประเทศไทย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านเองก็มาสภาในวันนี้ บอกว่าจะมี การแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ซึ่งใช้บังคับมาแล้วกว่า ๒๐ ป้ให้แล้วเสร็จ ซึ่งผมก็ยังไม่เห็น ร่างผ่านมาป้กว่า จะมีการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว ก็อยู่ในรายงานของท่านนะครับ ที่ใช้บังคับมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ให้แล้วเสร็จ เพราะท่านอ้างว่าถ้าไม่แก้กฎหมายความรุนแรงในครอบครัวรัฐจะไม่มีกลไกในการแก้ไข ปัญหา ก็ยังไม่เห็นร่าง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวมีแค่ ๑๘ มาตรา ผมรู้ว่าท่านเตรียมร่างไว้ แต่มันสะท้อนให้เห็นว่ารัฐโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐบาล อาจขาดเจตจำนงทางการเมืองที่แท้จริง Political Views ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งผมคิดว่า หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คือการบอกกับรัฐบาลว่า ไม่ว่าคุณ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่จำเปึนต้องทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นั่นเปึนประการที่ ๒

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ มันมีคำถามมากมายในเรื่องของสิทธิและ เสรีภาพในการแสดงออก สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม แม้กระทั่งสิทธิและเสรีภาพในการ รวมตัวเปึนพรรคการเมือง ผมเชื่อมั่นว่าวันนี้ท่านประธานทราบดีว่า สถานการณ์การยุบ พรรคการเมืองในประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ง่อนแง่นและส่งผลกระทบต่อการชิงที่นั่ง ในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และส่งผลกระทบต่อคำถามจากสมาชิก รัฐสภาในระดับโลก แม้กระทั่งองค์การสหประชาชาติที่มีผู้รายงานพิเศษ ผมไม่ทราบว่ากรรมการสิทธิเห็นไหม แต่วันนี้สื่อมวลชนมีการกระจายข่าวบอกว่ามีผู้รายงาน พิเศษของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติตั้งคำถามว่า จุดยืน ๕ ข้อของประเทศไทย ต่อการยุบพรรคการเมืองนั้น ประเทศไทยมีจุดยืนอย่างไร ผมไม่ได้พูดถึงพรรคก้าวไกลนะครับ แต่ผมกำลังพูดถึงจุดยืนของการรวมตัวกันเปึนพรรค จุดยืนของการแสดงความคิดเห็น จุดยืนของแม้กระทั่งสิทธิและเสรีภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเข้าชื่อหรือลงชื่อ เสนอกฎหมายใดกฎหมายหนึ่ง ทำแทนพี่น้องประชาชนนั้นมันจะนำไปสู่การยุบพรรคได้ อย่างไร ผมเชื่อว่าคณะกรรมการสิทธิจะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการช่วยตอบแทนประเทศไทย ซึ่งท่านก็บอกว่า พ.ร.บ. ของท่านเองมีข้อหนึ่งนะครับบอก มีหน้าที่ต้องตอบแทน พูดกันง่าย ๆ คือ รักษาหน้าตาประเทศไทยในระดับนานาอารยประเทศ แต่ผมไม่เห็นเลยสักนิดหนึ่งที่พูด ถึงเรื่องของจุดยืนต่อการป่ดปาก การรวมตัวเปึนพรรคการเมือง หรือการยุบพรรค ไม่ว่าจะเปึนพรรคใดพรรคหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า ๒๐๐ พรรค และเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า ๓๐๐ พรรค หากนับรวมถึงการยุบพรรคที่เกิดขึ้นจากการ รัฐประหาร นั่นคือความสง่างามขององค์กรอิสระครับ เรามีองค์กรหน่วยงานรัฐมากมาย ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งพี่น้องประชาชนเองไม่มั่นใจ ขาดความเชื่อถือ ฉะนั้น ดุลยภาพที่เกิดขึ้น การมีองค์กรอิสระซึ่งจะมีต่อหรือไม่ก็อยู่ที่การแสดงบทบาทหรือจุดยืน ของท่าน ซึ่งผมคิดว่าท่านยังมีเวลาครับ แต่เวลานั้นอาจจะไม่มากพอที่จะเหลือให้ท่านแสดง ความคิดเห็นก็ได้ แต่จุดยืนต่อสิทธิในการรวมตัวเปึนพรรค และจุดยืนต่อการยุบพรรคการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบอบประชาธิปไตยต่อประชาคมโลกนั้น กรรมการสิทธิ คงปฏิเสธที่จะไม่แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ได้ ฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือ ๑ ๒ และ ๓ ประเด็นที่ผมคิดว่าอยากจะเติมเต็ม แล้วก็ตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยความเคารพรักนะครับ ผมอยู่กับท่านถึง ๙ ป้เต็มในอดีตที่ผ่านมา ฉะนั้นเข้าใจและตระหนักถึงบทบาทของท่าน และสนับสนุนการทำงานของท่านมาโดยตลอด ขอบพระคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรอมฎอน ปันจอร์ ครับ

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเสนอความเห็นของรายงาน ๒ ชิ้นนี้ของทาง กสม. ด้วยนะครับ เปึนรายงานการดำเนินงานผลการปฏิบัติงาน และการประเมินสถานการณ์นะครับ ผมจะต่อ เติมเสริมแต่งเพิ่มเติมจากเพื่อน ๆ สมาชิกที่ได้อภิปรายไปบ้างแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้

อันดับแรกเลยผมต้องขอขอบคุณทาง กสม. ครับ ที่ยังใส่ใจ ที่ยังให้ความสำคัญ กับประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผมต้องบอกอย่างนี้ เพราะว่าผมก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกันนะครับว่ารายงานป้นี้จะไม่มีบทเฉพาะของจังหวัด ชายแดนภาคใต้หรือเปล่า เพราะว่าในรัฐบาลนี้นโยบายที่แถลงต่อสภานี้ การให้ความสำคัญ ของคำแถลงนโยบายถูกตัดออกไป ก็รอลุ้นอยู่ว่าองค์กรอิสระอย่างของท่าน หรือว่า หน่วยงานอื่น ๆ ที่เคยให้ความสำคัญจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเด็นปัญหาเฉพาะพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เรียกได้ว่ามาตรการด้านความมั่นคงที่เข้มข้น และเรียกได้ว่าเปึนที่ ที่จะสามารถสะท้อนปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้มากที่สุดในประเทศนี้ ก็ยังถูกให้ ความสำคัญอยู่ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณครับ และผมคงต้องเรียนว่ารายงานของท่านสำคัญ จริง ๆ และจริง ๆ แล้วสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติอย่างท่านตามหลักการปารีสนะครับ เปึนองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมประชาธิปไตยและเปึนองค์ประกอบที่สำคัญของการสร้าง สันติภาพด้วยครับ ผมพยายามจะมองรายงานชิ้นนี้จากสายตาอย่างนั้นนะครับ ผมเห็น มีความพยายามที่จะเขียนรายงานอย่างครอบคลุมในหลาย ๆ ประเด็น ในหลาย ๆ มิติ ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันนี้เห็นความพยายามแม้จะมีพื้นที่จำกัด และอาจจะเปึนอย่างที่เพื่อนสมาชิกของผมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า อาจจะมีประเด็นที่ Under the Radar หรือว่ามองไม่เห็นอยู่ แต่เรื่องนี้ผมคงต้องเรียนว่า ในรายงานระบุว่าในป้ ๒๕๖๖ มีคำร้องคำตรวจสอบเรื่องร้องเรียนก็แล้วกันนะครับ ใช้คำว่า รับเรื่องร้องเรียนในประเด็น จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ คำร้อง ลดลงจากป้ก่อน ๗ คำร้อง เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงประเด็นที่ ผมมีเรื่องเล่านิดหนึ่ง เมื่อวานนี้ในที่ประชุมของกรรมาธิการ วิสามัญสันติภาพชายแดนใต้ ก่อนป่ดประชุมเราเป่ดคลิปของคุณรอนิง ดอเลาะ ผู้ที่เสียชีวิต ไปจากการถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ ๒๕ เดือนที่แล้ว คือคลิปนั้นท่านรอนิงมาให้ข้อมูลต่อเวที สาธารณะของกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปึนคลิปสั้น ๆ และ ในเนื้อหาสาระวันนั้นท่านก็บอกแล้วว่าท่านต้องใจกล้ามากที่จะพูดความจริง คือท่านก็ไม่รู้ว่า การพูดเรื่องของท่านจะปลอดภัยหรือเปล่า คำถามผมก็คือว่า กสม. เจอสภาพแบบนี้ไหมครับ กสม. เจอสภาพปัญหาที่ผู้ให้ข้อมูลหรือว่าผู้ร้องเรียนต่อ กสม. มีความไม่ปลอดภัย หรือว่า มีความเสี่ยงที่จะไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น แล้วจำนวนที่ลดลงของเรื่องร้องเรียนเหล่านี้มันสัมพันธ์ หรือเปล่ากับความรู้สึกปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย ต้องเรียนท่านประธานถามไปทาง กสม. ว่า มันเปึนไปได้ไหมว่าในพื้นที่นี้มีมาตรการด้านความมั่นคงสูง และนำโดยทหาร กุมสภาพโดย กอ.รมน. มันจะมีความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยแบบนี้เกิดขึ้น และทำให้เราไม่สามารถรับทราบถึง ข้อเท็จจริงที่ท้ายสุดมันจะมาบรรจุอยู่ในรายงานเล่มนี้ มันเปึนอย่างนั้นไหม อันนี้มันเปึน ข้อสังเกตที่ผมเพิ่งนึกขึ้นมาได้ในระหว่างที่ฟังการอภิปรายนี้ ถ้าเปึนอย่างนั้นแสดงว่าอย่างไรครับ แสดงว่ารายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนอาจมีช่องว่างใหญ่เลยนะครับที่เรา ไม่สามารถรู้ว่าข้อเท็จจริงที่ประชาชนเผชิญอยู่ในพื้นที่เปึนอย่างไร เรื่องนี้จึงสัมพันธ์กับ หลายเรื่องตามมา ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ที่เหลืออยู่พูดถึง ๒-๓ ประเด็น

คือผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกบางท่านที่เห็นว่าท่านไม่ได้เผยให้เห็นว่า ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานหลายหน่วยงาน ตกลงแล้วเขารับหรือเปล่า แล้วเขาเอาไปทำอะไร หรือไม่ ผมจึงมีข้อเสนอแนะสำหรับรายงานป้ถัดไปถ้าท่านจะกรุณารับฟังและปรับปรุง ตัวโครงสร้างของรายงานสักนิดหนึ่ง ใน Subhead หรือว่าในหัวข้อย่อย หลังจากการที่จะ ประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมเปึนอย่างไร การดำเนินงานของ กสม. เปึนอย่างไร การประเมินสิทธิมนุษยชนเปึนอย่างไร และมีข้อเสนอแนะ ท่านกรุณาเติมอีกสักหัวข้อหนึ่ง ได้ไหมว่า ผลตอบรับของหน่วยงานที่ได้รับข้อเสนอนั้นเปึนอย่างไร อย่างที่เพื่อนสมาชิกของผม ท่านกมลศักดิ์ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ แต่ผมอยากให้จริงจังถึงขนาดว่าบรรจุเอาไว้เปึนตัว โครงสร้างของรายงานเลย และผมคิดว่าไม่ใช่แค่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ทุกเรื่องเลยครับ เพราะผมเข้าใจว่ามีเรื่องคำแนะนำเหล่านี้ไปให้หน่วยงานและผลตอบรับเปึนอย่างไร กระบวนการติดตามของ กสม. เปึนอย่างไร ทำให้เราเห็นหน่อยว่าท่านได้ติดตามมัน แล้วก็ข้อเสนอแนะของท่านถูกเพิกเฉยหรือไม่ อย่างไร แล้วก็จะใช้กลไกอย่างอื่น อย่างใน สภาเองของเราก็จะได้ช่วยกันติดตาม นอกเหนือจากที่ท่านระบุว่ามีพัฒนาการหรือว่า ความก้าวหน้าเรื่องการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างไร ก็ช่วยระบุหน่อยว่ามันมีความ ไม่คืบหน้า หรือว่าความไม่ก้าวหน้าอย่างไรด้วย ถ้าในป้หน้ารายงานชิ้นนี้จะสมบูรณ์มากขึ้นก็ อยากขอความกรุณาตรงนี้นะครับ

ประเด็นถัดมา คือเรื่องการทบทวนการใช้กฎหมายพิเศษ ผมเห็นอยู่ครับ เมื่อวาน เมื่อวานซืนผมเห็นอยู่ว่ามีกิจกรรมของ กสม. ลงไปในพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คำถามผมคือคล้าย ๆ กับเพื่อนเหมือนกัน แต่ว่าจะต่างกัน นิดหน่อยตรงที่ว่านอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษแล้ว มันมีผลกระทบ กับผู้คนอย่างไร กสม. มีข้อเสนอเรื่องการปรับปรุง แก้ไข โละ รื้อบรรดากฎหมายเหล่านั้น หรือไม่ อย่างไร และมีข้อเสนอในการร่างกฎหมายที่เรียกได้ว่าเปึนมิตรกับการคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่านี้ แม้ว่ามันจะเปึนกฎหมายด้านความมั่นคงก็เถอะ หรือไม่ อย่างไร ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าเปึนไปได้ กสม. ลองเสนอได้ไหมว่ากฎอัยการศึก ที่ควรจะเปึน ถ้ามันยังจำเปึนอยู่มันเปึนอย่างไร กฎอัยการศึกที่เราใช้ในยามศึกสงคราม แต่ว่า Care กับชีวิตผู้คน Care กับหลักการสิทธิมนุษยชนด้วย มันเปึนอย่างไร เราไม่ได้พูด แค่การบังคับใช้แล้วนะครับ เรากำลังพูดถึงตัวบทใหม่ ถ้าจะไปไกลกว่านั้นก็คือต้องลองดูว่า กฎหมายด้านการรักษาความมั่นคงภายในยังจำเปึนอยู่หรือไม่ กฎหมายการบริหาร สถานการณ์ฉุกเฉินที่ก้าวหน้ากว่านี้ ที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพมากกว่านี้หน้าตาเปึนอย่างไร กสม. ทำให้ดูหน่อยได้ไหมครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายอันนี้เปึนเรื่องการใช้ครับ ผมก็งงจริง ๆ ครับว่าการขยาย การบังคับใช้กฎหมายพิเศษนี้ยังต่อเนื่องอยู่ ผมไม่แน่ใจว่า กสม. หรือรายงานนี้ที่เราอ่าน กันอยู่ ที่ประชาชนจะได้อ่านนี้ มันมีส่วนไหมครับในการจะไปช่วยให้ทางผู้บริหาร หรือว่าทาง คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือว่าทาง ครม. สามารถเห็นความเห็นที่แตกต่าง ออกไป เพื่อที่จะพิจารณาในการขยายอายุการบังคับใช้กฎหมายพิเศษเหล่านั้น มันมีช่องทาง อื่นไหมที่ทาง กสม. จะสามารถเติมเสียงเหล่านี้เข้าไป เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาเสียงของท่าน ไม่ได้อยู่ในวงของการตัดสินใจนะครับ ก็คงต้องฝากทางท่านประธานไปถึงทาง กสม. ครับ

สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานนิดเดียว นิดเดียวจริง ๆ ผมลืมไปว่ามันมีเล่มนี้ อยู่ด้วยนะครับเรื่องการดำเนินงาน ผมเห็นตารางนี้ในหน้า ๓๓ ถ้าเกิดประชาชนฟังอยู่ ก็เอาไป Load ดูนะครับ เราก็จะเห็นว่าองค์กรที่เพื่อนสมาชิกคาดหวังว่าเราจะมี Power มีดาบมากกว่านี้ มันแย่ตรงไหนรู้ไหมครับ มันแย่ตรงที่ว่าเราก็ยังอยู่ในกรอบ กสม. ก็ยังอยู่ ในกรอบของยุทธศาสตร์ชาติ ต้องเดินตามตัวชี้วัดต่าง ๆ มันเปึนเรื่องตลกก็คือในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่อุตส่าห์มีอยู่ประมาณ ๓-๔ หน้านี่ งบประมาณที่ใช้จริง ๆ มีไม่ถึงล้านนะครับ ๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้ว ๘๐๐,๐๐๐ บาท นั้นก็ใช้ในงานอบรมและการส่งเสริม แต่ท่านเชื่อไหม การอบรมความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน หลัก ๆ แล้วนี่ไปอบรมผู้นำศาสนา อบรมประชาชน แต่หัวใจสำคัญคือเจ้าหน้าที่รัฐครับ และท่านอนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่รัฐ คือ ทาง กสม. กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนเปึนคนอบรมกันเอาเองนะครับ ผมเลยไม่มั่นใจเท่าไรว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะตระหนักถึงคุณค่า และความศักดิ์สิทธิ์ของสิทธิมนุษยชน ขนาดไหน คือกำลังมีอยู่แค่นี้ งบประมาณมีอยู่ ๘๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ เปึนไปได้ไหมในช่วง เปลี่ยนผ่านหลังจากนี้อีก ๒-๓ ป้ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๗๐ ถ้าเรายังยึดตามยุทธศาสตร์ชาติ กสม. จะมีกิจกรรมที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อรับมือในช่วงของการลดการใช้กำลังทหารลง ลดการใช้ กฎหมายพิเศษลง แล้วก็เพิ่มบทบาทของสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น มันมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น แบบนั้นได้หรือไม่ กสม. ต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้นได้หรือไม่ อันนี้ก็คงต้องฝากไปทาง กสม. ผ่านทางท่านประธานนะครับ ก็เปึนประเด็นทิ้งท้ายเอาไว้ ขอบพระคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายให้ความเห็นในวาระรับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้าน สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้ ๒๕๖๖ ท่านประธานครับ มนุษย์ทุกคนเกิดมาควรได้รับ สิทธิที่เท่าเทียมและมีความเสมอภาค ทั้งการพูด การแสดงออก การดำรงชีวิต และการ อยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ดี และไม่ว่าเขาจะมีความแตกต่างทั้งเรื่องอายุ ร่างกาย เพศศาสนา อาชีพ ความคิด หรือฐานะ ไม่ว่าเขาจะเปึนคนกลุ่มใหญ่ หรือคนกลุ่มน้อยในสังคม ก็ควรที่จะ ได้รับสิทธิที่เท่าเทียม และมีความเสมอภาค และเปึนธรรม และควรได้รับการส่งเสริมและ การคุ้มครองจากรัฐและสังคมทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติ แต่ความเปึนจริงครับ ในสังคมยังมีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการเลือกปฏิบัติอยู่มากมายครับ ไม่ว่าจะเปึน สิทธิและเสรีภาพทางการแสดงออก สิทธิทางการเมือง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิแรงงาน ไปจนถึงประเด็นปัญหาที่สำคัญที่ว่า สิทธิบางอย่างไม่ได้มีการรับรองทาง กฎหมายสูงสุดโดยตรงครับ ก็คือสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่กี่ป้ที่ผ่านมา ครับ สหประชาชาติได้ประกาศว่า การเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ดีต่อสุขภาพ และยั่งยืน เปึนสิทธิมนุษยชนสากล และได้กระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ ได้บัญญัติกำหนดสิทธิในการเข้าถึง สิ่งแวดล้อมที่ดีลงไปในรัฐธรรมนูญครับ เดิมทีแล้วรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ของประเทศไทย ตามมาตรา ๕๖ ได้มีการบัญญัติรับรองสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากร ธรรมชาติเพื่อให้ดำรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งรับรองสิทธิของบุคคลที่จะมีสิทธิมีส่วนร่วมกับ รัฐและชุมชนในการบำรุงรักษาและได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อม ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพนะครับ ทั้งนี้บุคคลสามารถฟัองร้องรัฐเพื่อให้ปฏิบัติ หน้าที่ตามสิทธิและการมีส่วนร่วมดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่ได้รับรองสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีไว้โดยตรง มีเพียงการรับรองสิทธิของ บุคคลและชุมชนในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ ฟุ๋นฟู บำรุง และจัดการทรัพยากรธรรมชาติตาม มาตรา ๔๓ ทำให้การคุ้มครองสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีอาจถูกเพิกเฉย หรือถูกจำกัดไว้ได้นะครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสตรงนี้ด้วยครับที่จะขอชื่นชมคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ว่าเปึนองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ในการ ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอมาตรการ แนวทางในการปัองกัน แก้ไขและ คุ้มครอง เพื่อที่จะมีการปรับปรุงกฎหมาย หรือนโยบายให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน จากรายงานเล่มนี้ก็พบว่าได้มีการดำเนินการในหลากหลายประเด็น ทั้งสิทธิด้านการเมือง ด้านสังคม เศรษฐกิจ ไปจนถึงปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อมูลจากรายงานนี้ ก็มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมามากครับ หลาย ๆ ประเด็นมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ปัญหาก็คือว่า บทบาทอำนาจหน้าที่ของท่านครับ รายงาน เล่มนี้อาจจะไม่มีความหมายอะไรเลยก็ได้ครับ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ข้อเสนอแนะที่สำคัญของ ท่านเหล่านี้ รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจไม่จำเปึนต้องไปทำหรือดำเนินการก็ได้นะครับ ซึ่งผมเองก็ขอเรียกร้องครับว่า ให้รัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาอ่านข้อเสนอแนะ เหล่านี้ด้วยนะครับ

สำหรับประเด็นที่ผมอยากเน้นย้ำในวันนี้ แล้วก็อยากให้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน รัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความสำคัญก็คือ สิทธิในด้าน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพครับ โดยปัจจุบันพี่น้องประชาชนต้องเผชิญ ผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตจากปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมายครับ ปัญหาหนึ่งที่ สำคัญที่ชัดเจนมากครับ ก็คือปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 ที่รุนแรงขึ้นครับ มีผู้ได้รับ ผลกระทบต่อสุขภาพและเสียชีวิตจำนวนมาก รายงานนี้เขียนไว้ชัดเจนครับในป้ ๒๕๖๖ มีผู้ป์วยเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศถึง ๑๑ ล้านคน และจากการประเมินด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ก็พบว่าในป้ ๒๕๖๗ เราอยู่ในอันดับที่ ๙๑ จาก ๑๘๐ ประเทศ ทั่วโลก คุณภาพสิ่งแวดล้อมของเราลดลงหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเปึนอากาศ น้ำ ไปจนถึง ปัญหาอื่น ๆ ที่เห็นกันอยู่ครับ เรื่องน้ำมันรั่ว สารเคมีรั่วไหล เปึนต้น ข้อสังเกตที่สำคัญก็คือ ว่าผู้ก่อมลพิษเหล่านี้มีไม่กี่คนหรอกครับ แต่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้นมีจำนวนมาก เราจำเปึนอย่างยิ่งที่จะผลักดันกลไกทางกฎหมาย บังคับใช้กฎหมาย และสนับสนุน งบประมาณในการแก้ไขปัญหานี้ให้เพียงพอ

อีกประการที่สำคัญครับก็คือ โครงการพัฒนาทั้งของรัฐและของเอกชน ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐาน โครงการขนาดใหญ่ที่ทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้น มาแล้วและกำลังเกิดขึ้นมากมาย ทั้งบนภูเขา ในป์า ลำคลอง ไปจนถึงชายฝัืง และทะเล ทำให้เกิดการคัดค้านจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ผมคิดว่ารัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับ ประเด็นเหล่านี้ครับ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาใด ๆ ก็แล้วแต่ครับ ควรที่จะผ่านกระบวนการ ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ วิถีชีวิต เราต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างข้อดีกับข้อเสียของโครงการเหล่านั้น และควรผ่านความเห็นชอบ ผ่านการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนให้ได้มากที่สุด

ประการต่อมาครับ ที่ผมคิดว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ ความสำคัญ ก็คือ สิทธิในด้านที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ซึ่งเปึนปัญหาที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเปึนปัญหาการไร้ที่ดินทำกิน การออกเอกสารสิทธิ การบุกรุกพื้นที่ ปัญหาการถือครอง ที่กระจุกตัว ไปจนถึงปัญหาที่สำคัญคือ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่ของรัฐกับประชาชน แนวเขตที่ไม่ชัดเจน การประกาศแนวเขตของรัฐทับที่ของชาวบ้าน แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ใน พื้นที่นั้น ๆ มาอย่างยาวนานก็ตามครับ ทำให้เกิดข้อพิพาท เกิดการดำเนินคดีและ ความรุนแรงต่อประชาชน ปัญหาแบบนี้มีทั่วประเทศ และผมเข้าใจดีว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขอยู่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ต่อปัญหา ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเหล่านี้ทำให้พี่น้องประชาชนไม่มีความมั่นคงในชีวิต นำไปสู่ ปัญหาทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำในสังคม และปัญหาสิ่งแวดล้อม

ประการสุดท้ายที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้ให้ความสำคัญก็คือ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าประเทศไทย ของเราจะเปึนประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยมากไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของโลก แต่เราก็ กลับได้รับผลกระทบจากโลกร้อนและโลกรวนมากที่สุดเปึนอันดับต้น ๆ ของโลก โดยเฉพาะ ที่ว่าผลกระทบส่วนใหญ่แล้วตกอยู่กับพี่น้องประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ช่วงที่ผ่านมาเห็นได้ ชัดเจนจากความร้อน ภัยแล้ง และน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและพี่น้อง ประชาชนทุก ๆ กลุ่ม และหากรัฐยังไม่เร่งแก้ไขและเตรียมตัวรับมือกับภัยด้านสภาพ ภูมิอากาศ สถานการณ์เหล่านี้ก็จะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในเรื่องของการขาด แคลนน้ำ การแก่งแย่งในการใช้ทรัพยากร แล้วก็ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องริมชายฝัืง แม้พวกเขาจะไม่ได้มีส่วนสำคัญในการสร้างปัญหานี้ก็ตาม ท่านประธานครับ ผมขอยกคำจากบทความของท่านดอกเตอร์ปิวย อึ๊งภากรณ์ ที่ว่า ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์ สำหรับหายใจ น้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่ม ใช้ เมื่อจะตายก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ ก็คือตายเพราะน้ำหรืออากาศเปึนพิษ ที่ผมยกขึ้นมาก็คือเพื่อที่จะเตือนสติเราทุกคน เตือนสติหน่วยงานฝ์ายบริหาร เพราะนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคนไทยที่เขาไม่มีทางเลือก แต่จำเปึนต้องสูดอากาศปนเปุ๋อนมลพิษเข้าไปในร่างกาย แล้วก็ต้องอยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อม ที่เสื่อมโทรม และต้องได้รับผลกระทบต่อชีวิตจากปัญหาสิ่งแวดล้อม

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขอเปึนกำลังใจในการทำงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน ในการทำงานอย่างยืนหยัด เพื่อผลักดันการคุ้มครองการปกปัองสิทธิ สร้างความเท่าเทียม ความเสมอภาคให้กับพี่น้องประชาชนในทุกด้าน โดยเฉพาะด้าน สิ่งแวดล้อม เพราะสิทธิที่จะหายใจในอากาศที่บริสุทธิ์ น้ำที่สะอาด และสิทธิที่ควรจะได้มี ชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดี คือสิทธิขั้นพื้นฐานของเราทุกคน ขอบคุณครับท่านประธาน

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เปึน ๒ ท่านสุดท้าย ท่านธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ครับ

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล วันนี้ก็มีความยินดีมาก ๆ ที่ได้พบกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีกครั้งหนึ่ง สำหรับสภาชุดนี้เปึนครั้งที่ ๒ แล้วค่ะ สิ่งหนึ่งที่เรากังวลเรื่องเดียวกันแล้วธัญก็ได้เห็นในรายงานของท่าน ก็คือเรื่องของการ Bully ในเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ในรายงานของท่านธัญพบว่าเด็กและเยาวชน เคยถูก Bully ร้อยละ ๔๔.๒ โดยเกิดขึ้นที่โรงเรียนสูงถึงร้อยละ ๘๖.๙ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเปึน เรื่องของการล้อเลียนรูปร่างหน้าตาหรือบุคลิก และตอกย้ำ ใช้คำว่า ปมด้อย การด่าทอ และการทำร้ายร่างกาย และมากไปกว่านั้นก็คือการ Bullying ทาง Online ค่ะ ในฐานะ ผู้แทนราษฎรธัญเองก็ได้มีโอกาสไปทำงานเสวนาต่าง ๆ พูดถึงเรื่องความเท่าเทียม แล้วก็พูด ถึงเรื่องการ Bully ในโรงเรียน ธัญมีกิจกรรมอันหนึ่งค่ะ คือธัญให้นักเรียนชั้น ม.ปลาย แล้วก็ นักเรียนมัธยมต้น แล้วบางครั้งก็ไปเสวนาที่มหาวิทยาลัยค่ะ ธัญให้ทุกคนเขียนคำที่ตัวเองเคย ถูก Bully และเจ็บใจที่สุดแล้วมาหย่อนในกล่องข้างหน้าโดยไม่ลงชื่อค่ะท่าน จริง ๆ แล้วการ Bully เรื่องรูปร่างหน้าตา เรื่องผิวพรรณ หรือเรื่องเพศ หรือพฤติกรรมทางเพศนั้น เปึนอันดับ ๑ จริง ๆ และเปึนเรื่องที่น่ากังวลอย่างมากว่า สิ่งเหล่านี้นั้นสามารถสร้างบาดแผลให้กับเด็ก และเยาวชนที่จะเติบโตไปเปึนอนาคตของชาติค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่ธัญไม่พบในรายงานนี้ คือ ธัญไม่พบวิธีการ ข้อเสนอ หรือการแก้ปัญหา เพราะว่าสิ่งหนึ่งธัญไม่ได้เห็นในเรื่องของ งานวิจัยดังกล่าวที่เกี่ยวข้องว่าการ Bully จริง ๆ แล้วเกิดจากสาเหตุอะไร และทีนี้ในเมื่อไม่มี งานวิจัยดังกล่าวแล้วมันก็ไม่สามารถที่จะนำไปแก้ปัญหาได้ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ เราก็ได้ ศึกษาเกี่ยวกับประเด็นของเด็กและเยาวชนซึ่งกำลังบรรจุเข้าสภาเร็ว ๆ นี้ เราพบว่าส่วนหนึ่ง สำคัญที่กำหนดพฤติกรรมของเด็ก ก็คือสื่อ โดยเฉพาะสื่อ Online และสื่อ Online นั้นก็ย่อม มีสื่อ Online ที่ไม่ปลอดภัยค่ะ ธัญจะยกตัวอย่างง่าย ๆ กับการแก้ปัญหา จริง ๆ เรามี Code of Conduct หรือจรรยาบรรณ มากมายในโรงเรียน เด็กดี ขยันหมั่นเพียร ช่วยงานพ่อแม่ หรือมั่นคงในจริยธรรม ยึดมั่น ในศาสนา เรามี Code of Conduct แปะอยู่ทั่วโรงเรียนเต็มไปหมดเลย แต่เราก็พบว่า ยอด Bullying ไม่ได้ลดน้อยลง เราไม่เข้าใจว่า Code of Conduct ที่ติดในโรงเรียนนั้น มันจะส่งผลอย่างไรต่อนักเรียน ธัญนำเสนอข้อเสนอแนะง่าย ๆ ของธัญ ธัญคิดว่า เราควรจะมีพฤติกรรมที่เหมาะสม หรือเปึนจรรยาบรรณของพฤติกรรมในโรงเรียนที่ครู ควรจะต้องสอนนักเรียนเหมือนกันนะคะ อย่างเช่นว่าเราอาจจะมีปัายว่าการเหยียดหยาม และ Bully ผู้อื่นคือการที่คุณไม่มีความสุขในตัวเอง หรือ Code of Conduct อื่น ๆ ที่จะ ช่วยลดภาวะความรุนแรงของในโรงเรียน ใช่ไหมคะ การดูหมิ่นผู้อื่นคือการแสดงว่าตนเอง ไม่มีความสุข วันนี้เราเหยียดหยามและทำให้ผู้อื่นเสียใจแล้วกี่ครั้ง วันนี้เราละเมิดร่างกาย จิตใจของผู้อื่นแล้วกี่ครั้ง ท่านคิดว่าปัายง่าย ๆ เหล่านี้ Code of Conduct เหล่านี้ถ้าแปะ เพิ่มลงไป หรือแปะแทนในสิ่งที่ท่านแปะอยู่แล้วก็น่าจะเปึนเรื่องที่ดี มันจะทำให้นักเรียน ทุกคนนั้นฉุกคิดขึ้นได้ว่าวันนี้เราทำร้ายร่างกาย เราทำร้ายจิตใจคนอื่นไปมากน้อยแค่ไหน เรามีการเรียนการสอน มีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ว่า การเคารพร่างกาย ซึ่งกันและกันนั้นมีความจำเปึนมากแค่ไหน และมันจะส่งผลอย่างไรในอนาคตถ้าเด็กเหล่านั้น เติบโตขึ้นมาและมีบาดแผลนะคะ นี่คือเรื่องที่ธัญอยากจะฝาก เรื่องงานวิจัยแล้วก็ ข้อเสนอแนะต่อกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนประเด็นต่อมา เมื่อป้ที่แล้วธัญได้คุยกับท่านนะคะ ธัญก็เห็นท่านจัด เรื่องสมัชชาสิทธิมนุษยชนไปหลังจากที่มีการได้อภิปรายเรื่องรายงานของคณะกรรมการสิทธิ ก็มีการพูดถึงเรื่องกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ ซึ่งท่านก็ได้พูดถึงในรายงานนี้แล้ว ก็อยากจะ ฝากคณะกรรมการสิทธิก็ช่วยใส่ชื่อธัญด้วยว่า สส. ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง ร่างกฎหมายขจัดเลือกปฏิบัติเมื่อไรจะเข้าสู่สภา ผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมแล้ว ตั้งมา ๒ สมัยประชุมก็ไม่ได้รับคำตอบ อีกทั้งกฎหมายที่ภาคประชาชนยื่นสู่สภา นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้เซ็นรับรองนะคะ ธัญอยากจะให้คณะกรรมการสิทธิลองทวงถามท่าน นายกรัฐมนตรี ลองทวงถามกระทรวงยุติธรรมว่าเรื่องนี้จะดำเนินอย่างไรต่อไป และถ้ามี ปัญหาในตัวบทกฎหมายเราจะแก้ไขกันอย่างไรต่อไปนะคะ

เรื่องสุดท้าย ที่ธัญอยากจะฝากไว้นาทีสุดท้ายแล้ว ธัญเข้าใจว่าเล่มนี้คงจะ ยังไม่ทันที่จะบันทึกนะคะ แต่ธัญคาดหวังว่าป้หน้าคงจะมีเหตุการณ์วันที่ ๔ มีนาคม ท่านทราบไหมวันอะไรคะ วันกะเทยผ่านศึกกับอาชีพบริการทางเพศ จริง ๆ เรื่องอาชีพ บริการทางเพศธัญก็ได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้วว่า ธัญอยากให้มีการรายงานในเล่มของป้นี้ แต่ธัญยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าวอยู่ในเล่มรายงานเลยนะคะ ธัญคาดหวังว่าป้หน้าคงจะได้เห็น และมีการขยับกฎหมายอย่างจริง ๆ จัง ๆ สักที เพราะว่าพรรคก้าวไกลร่างกฎหมายเสร็จแล้ว รอพวกท่านอยู่นะคะ เราพร้อมขยับแต่ตอนนี้ธัญเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีการแช่แข็งอยู่ อยากให้ออกมาขยับเรื่องนี้อย่างจริงจังค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ในส่วนของสมาชิกลงชื่ออภิปรายเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เชิญทาง คณะกรรมการสิทธิครับ

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

ผมยังมีอีกท่านครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ เชิญท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก็มาดูรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วก็ต้องขอชื่นชม แล้วหน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานที่ผมให้ความเคารพเปึนอย่างยิ่ง เรื่องนี้ ถ้าผมไม่พูดก็ไม่สบายใจไปตลอดชีวิต และเปึนเรื่องมงคลของประเทศด้วย ที่จะฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปช่วยแก้ไขด้วย แล้วก็อยากให้รัฐบาลรับรู้ ไว้ด้วยครับ เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ชาวอุยกูร์ซึ่งอยู่ในประเทศจีน มีเชื้อสายของ ตุรกีที่อ้างว่าถูกกดขี่ข่มเหง ได้เดินทางมาจากประเทศจีนผ่านพม่าเพื่อไปประเทศตุรกีนะครับ ไปถูกจับกุมที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา รวมระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน ถึงปัจจุบันนี้ ๑๐ ป้แล้วนะครับ ในระยะแรกก็มีการส่งกลับ ส่วนชายฉกรรจ์ก็ส่งกลับไปประเทศจีน ส่วนภรรยา ลูก ก็ส่งไปที่ประเทศตุรกี เกิดความวุ่นวายหมด เปึนที่มาของการระเบิดศาล พระพรหมในกรุงเทพฯ ความวุ่นวายตอนนั้นนะครับ แต่ขณะนี้ยังมีชาวอุยกูร์ที่ถูกขังอยู่ ๑๐ กว่าป้ มีอยู่จำนวนหนึ่ง ประมาณ ๔๐ คน ตอนนี้ไม่รู้จะอยู่ที่ไหน อย่างไร การเปึนอยู่ อย่างไร ท่านต้องคิดดูว่าถ้าญาติของท่าน ญาติของพวกเราถูกขังอยู่อย่างนี้เปึนระยะเวลา ๑๐ ป้ ที่รู้ว่าเสียชีวิตไปแล้ว ๓ คน เปึนง่อย เปึนอะไรต่าง ๆ มากมาย คณะกรรมการกลาง อิสลามแห่งประเทศไทย โดยท่านจุฬาราชมนตรีก็ทำหนังสือขอประกันตัวไว้ เพราะว่าเวลา ผู้นำศาสนาไปประเทศต่าง ๆ ที่เปึนประเทศมุสลิม เขาจะถามเรื่องอุยกูร์ ซึ่งเปึนมุสลิม ก็เปึนการขายหน้าอย่างหนึ่งที่เราไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ อันนี้ไม่เปึนมงคลของประเทศเลย เราจับเพียงแต่เขาผิดในฐานหลบหนีเข้าเมือง เราขังเขาเปึนสิบ ๆ ป้นะครับ บางคนตอนนี้ที่ ขังอยู่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ก็เลยอยากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างจริงจังช่วย ดูแลว่าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ถ้าไม่ทำอย่างไร ส่งกลับประเทศไหนไม่ได้ คณะกรรมการ ซึ่งเปึนมุสลิมองค์กรสูงสุดศาสนาอิสลาม เขาจะประกันตัว โดยใช้เงินที่เรี่ยไรมาให้ช่วยใน เรื่องนี้ ก็ฝากไว้ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องโรฮีนจา โรฮีนจานี้อยู่ในประเทศพม่าในรัฐยะไข่ ที่ต้องการ อพยพไปประเทศที่ ๓ แต่ต้องผ่านประเทศไทย แล้วก็ถูกจับ ขณะนี้ก็ถูกขังลืมอยู่ เรื่องนี้ เปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องไม่เปึนมงคลของประเทศเลยที่เราเอาผู้ที่มีคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เราขังเขา เปึนสิบ ๆ ป้อย่างนี้ครับ ก็เลยฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไปคิดกับรัฐบาลว่าจะแก้ เรื่องนี้อย่างไรบ้าง ผมเองถ้าไม่พูดเรื่องนี้ก็ไม่สบายใจ ถือว่าได้พูดไปแล้วก็ได้สบายใจ เปึนหน้าที่ของพวกท่านที่ต้องการแก้ไข ขอขอบคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณนะครับ เมื่อสักครู่ขออภัยท่านสุรินทร์นะครับ เชิญทางคณะกรรมการครับ

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านผู้แทนผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบพระคุณในข้อเสนอแนะ ข้อติติง แล้วก็คำแนะนำต่าง ๆ แล้วก็จะขอรับส่วนที่เปึน ข้อติติงก่อนก็แล้วกันนะคะ แล้วคำเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงในรายงาน ของเราในป้ต่อไปนะคะ หลาย ๆ เรื่องเราก็เตรียมการไว้แล้ว แต่เผอิญอยู่ในป้ ๒๕๖๗ ก็เลยอาจจะไม่ได้ระบุไว้ในรายงานฉบับนี้ จะขออนุญาตพูดในเรื่องของภาพรวม โดยเฉพาะ พันธกรณีระหว่างประเทศนะคะ ทั้งเรื่องอุยกูร์ โรฮีนจา ปัญหาข้ามแดน ปัญหาชายแดน ทาง กสม. ก็ติดตามมาโดยตลอดแล้วก็ต่อเนื่อง กสม. ก็ลงพื้นที่ไปเปึนระยะ ๆ แล้วก็มี ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลโดยตลอด แต่เท่าที่ทราบก็คือมันติดประเด็นเรื่องความมั่นคงที่ทาง รัฐบาลถือเปึนประเด็นหลักที่จะดำเนินการใด ๆ ก็ต้องคำนึงถึงในส่วนนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ทาง กสม. ก็จะพยายามติดตามแล้วก็หาทางที่จะผลักดันให้มีการแก้ไขให้ได้ในโอกาสแรก เรื่องอุยกูร์ได้รับทราบตั้งแต่ตอนที่เข้ามาเมื่อป้ ๒๕๕๗ นะคะ แล้วก็ได้ทราบที่กำลังจะขึ้นเครื่องไปตุรกีอยู่แล้ว แล้วก็มีคนบอกว่าให้ลงจากเครื่อง แล้วให้ กลับไปอยู่ในสถานที่กักกันนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็อยู่ในใจของพวกเรามาโดยตลอด แล้วก็พยายามผลักดันอย่างต่อเนื่อง ได้ไปเยี่ยมผู้หนีภัยเหล่านี้ ทั้งที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ เรามี กสม. ที่ไปติดตามในเรื่องนี้โดยต่อเนื่องเหมือนกัน ในภาพรวมประเด็นหลาย ๆ ประเด็นเราก็สามารถตรวจสอบได้ แต่หลายประเด็นเปึนประเด็นข้ามชาติ ซึ่ง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญของเราก็ไม่อนุญาตให้เราตรวจสอบข้ามแดน อันนี้ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง ที่เราต้องไปหารือว่าจะทำอย่างไรที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่อาจจะอยู่ในประเทศ เพื่อนบ้าน ซึ่งประสบปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนนะคะ เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือว่า หลาย ๆ ประเด็นนี้เราก็ติดตามอยู่ แต่อาจจะยังไม่ปรากฏในรายงาน หรือบางอย่างก็อยู่ใน ระหว่างการตรวจสอบก็อาจจะยังไม่ปรากฏในรายงาน แต่ทุกเรื่องที่ท่านกล่าวถึงนี้ จริง ๆ แล้วทางสำนักงาน กสม. ก็ได้ติดตามทุกกรณี แต่ในเรื่องรายละเอียดหลาย ๆ ประเด็นเรา อยากจะให้ กสม. วสันต์ กสม. สุภัทรา ได้ชี้แจงเพิ่มเติม ทั้งเรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องแรงงาน เรื่องของการชุมนุม ขออนุญาตต่อให้ท่านวสันต์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๑๕ ท่านนะครับที่ได้กรุณาให้ข้อแนะนำ ให้กำลังใจ แล้วก็ให้คำชมนะครับ ทาง กสม. ก็ได้รายงานสถานการณ์ในเรื่องสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ๆ กรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้าโน้นอาจจะไม่ได้แยกออกมาเปึนหัวข้อเฉพาะ แต่ก็จะแทรกอยู่ในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา เรื่องเกี่ยวกับทางด้านสิทธิเสรีภาพ หรือว่าสิทธิในกระบวนการยุติธรรมด้านอื่น ๆ นะครับ แต่ป้นี้เราได้แยกออกมาแล้วก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ กสม. มีผู้ที่รับผิดชอบประเด็นนี้ โดยตรงด้วยนะครับ แล้วเราก็ทำงานร่วมกับภาคีทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อที่จะขับเคลื่อนยกระดับสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคใต้ให้ดียิ่งขึ้นนะครับ อย่างที่ท่านก็ อาจจะพอทราบนะครับว่า เมื่อวานนี้กับวันนี้ทาง กสม. ก็ร่วมกับภาคีได้จัดประชุมสัมมนา เพื่อทบทวนการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็จัดทำ ข้อเสนอแนะในการบังคับใช้และเยียวยาเพื่อที่จะส่งเสริม แล้วก็คุ้มครองสิทธิมนุษยชน

ในเรื่องเกี่ยวกับการปัองกันการทรมาน แล้วก็การบังคับบุคคลให้สูญหาย กสม. ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เปึนประเด็นที่เราขับเคลื่อนร่วมกับภาคีในสมัชชา สิทธิมนุษยชน ก่อนหน้านี้ก็ผลักดันในเรื่องของให้มีกฎหมาย ในช่วงนี้เราก็ติดตามต่อเนื่อง ผลักดันให้มีกฎหมายลำดับรอง เพื่อที่จะได้มีการปฏิบัติที่จริงจังขึ้นนะครับ โดยเฉพาะในเรื่อง เกี่ยวกับการเยียวยา ซึ่งการเยียวยาที่ว่านี้ก็ไม่ใช่เฉพาะในกรณีที่มีการซ้อมทรมาน แล้วก็เห็น ได้ชัด หรือว่าเปึนเรื่องที่เกิดกับร่างกายเท่านั้น แต่ว่าผลกระทบทางจิตใจก็มีการพูดถึงด้วย เราก็มีข้อเสนอแนะให้มีกฎหมายลำดับรอง เกี่ยวกับเรื่องการเยียวยาออกมาให้เร็วนะครับ นอกจากนั้นก็มีข้อเสนอแนะให้เข้าเปึนภาคีพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญานะครับ ที่เรียกว่า OPCAT ซึ่งถ้าหากว่าประเทศไทยเข้าเปึนภาคีพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญา CAT ที่ว่านี้แล้ว ทาง กสม. เองก็มีความพร้อมที่จะเสนอตัวเปึนกลไกในการตรวจสอบสถานที่ที่มีการคุมขัง หรือว่ากักขัง หรือสถานที่ที่มีการควบคุมตัว ที่เรียกว่า NPM นะครับ

เรื่องเกี่ยวกับการตรวจเยี่ยมสถานที่คุมขังนะครับ ทาง กสม. เอง ก็ได้ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในป้ ๒๕๖๖ ก็ตรวจเยี่ยมทั้งหมด ๑๕ แห่งด้วยกันนะครับ ซึ่งในจำนวนนี้ก็รวมถึงเรือนจำ ๕ แห่ง สถานพินิจ ๒ แห่ง สถานกักตัวของ ตม. ๔ แห่ง แล้วก็มีในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งค่ายอิงคยุทธด้วยนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับ ความแออัดของเรือนจำ กสม. ก็มีข้อเสนอแนะ เปึนข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ในเชิงระบบ แล้วก็ในด้านของกฎหมาย สิ่งสำคัญก็คือว่า เราก็เห็นว่าควรจะให้มีคนที่เปึน ผู้ต้องขังลดน้อยลงนะครับ นั่นก็คือว่าต้องลดความเปึนอาชญากรรมของคดีบางคดีลง เพื่อที่จะลดจำนวนของผู้ต้องขังลงนะครับ ขณะเดียวกันในเรื่องความเปึนอยู่ของผู้ต้องขัง ทาง กสม. เองก็ได้มีการตรวจเยี่ยมแล้วก็เข้าไปดู เพื่อที่จะให้เปึนไปตามมาตรฐานสากลครับ มีทั้งข้อเสนอในเรื่องของการแยกขังผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีกับผู้ต้องขังเด็ดขาด เรื่องนี้เราก็ได้พูดคุยกับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ ทั้งท่านปัจจุบัน แล้วก็ ท่านก่อน ซึ่งท่านรัฐมนตรีทวี สอดส่อง ท่านก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แล้วเราก็จะร่วมกัน ผลักดันต่อไปนะครับ คือให้เปึนสัดส่วนระหว่างผู้ต้องขัง ระหว่างการพิจารณา ซึ่งรวมถึง ผู้ต้องขังที่อาจจะถูกดำเนินคดีเนื่องจากมีความคิดเห็นทางการเมือง หรือว่ามีความต่าง ทางความคิด

ในส่วนของเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมนะครับ ทาง กสม. ชุดที่ ๔ ก็ได้รับเรื่อง ร้องเรียน รวมทั้งได้พยายามที่จะจัดประชุมเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในเชิงระบบ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมของเด็กและเยาวชนนะครับ ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า ข้อเสนอของ กสม. ก็อาจจะมีข้อเสนอทั้งที่มีต่อทางภาครัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ แล้วก็ผู้ที่ร่วมชุมนุมนะครับ หลังสุด กสม. ได้มีคู่มือเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะออกมานะครับ เราเป่ดตัวคู่มือร่วมกับ ทางองค์การ UNICEF ประเทศไทย และคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็หวังว่า คู่มือนี้จะเปึนประโยชน์กับทุกฝ์ายนะครับ ผมคิดว่าหลักการสำคัญก็คือว่า เสรีภาพในการ แสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการรวมกลุ่มกัน ต้องได้รับการรับรอง แล้วก็ คุ้มครองนะครับ อย่างไรก็ตามการชุมนุมก็จะต้องเปึนไปตามหลักการที่ว่า ต้องเปึนไป ด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ และเจ้าหน้าที่รัฐต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชุมนุม เปึนหลักนะครับ การดำเนินการใด ๆ ก็ต้องเปึนไปตามมาตรฐานสากล ต้องเปึนไปตาม กฎหมาย มีเหตุผล แล้วก็ต้องได้สัดส่วน

ในส่วนการติดตามข้อเสนอแนะต่าง ๆ กสม. ก็จะติดตามต่อเนื่องไม่ว่าจะเปึน ข้อเสนอแนะจากรายงานการตรวจสอบ หรือว่าข้อเสนอแนะจากรายงานสถานการณ์ สิทธิมนุษยชน จะติดตามแล้วบางเรื่องที่มีความคืบหน้าเราก็จะนำมาเรียนที่ประชุมในการ รายงานของป้ถัดไปนะครับ

ในส่วนหลาย ๆ เรื่องผมคิดว่า กสม. ก็ยินดีที่จะร่วมมือกับทางสภาผู้แทนราษฎร กับทางฝ์ายนิติบัญญัติ ในการที่จะขับเคลื่อนเพื่อที่จะให้สิทธิมนุษยชนบ้านเราสูงขึ้น เรื่องที่ท่านพูดถึงสิทธิในอากาศสะอาด สิทธิด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี ก็เปึนเรื่องที่ป้นี้ กสม. ก็ให้ความสำคัญเปึน ๑ ใน ๓ ประเด็นที่เราให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเปึนสิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นธารนะครับ แล้วก็สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงสิทธิของ ผู้สูงอายุ ก็มีหลายเรื่องที่คงได้ร่วมกันขับเคลื่อนนะครับ

ส่วนเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจะกับเด็ก กับสตรี ก็เปึนเรื่องที่เรา ให้ความสำคัญ มีข้อเสนอแนะไปยังฝ์ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ์าย เพื่อที่จะลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เรื่องที่ท่านพูดถึงความรุนแรงทาง Online ก็ทราบว่าช่วงนี้ก็มีความพยายามที่จะตรากฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดต่อเด็กผ่านสื่อ Online นะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะครอบคลุมถึงเรื่องของ Grooming การล่อลวงเด็กทางเพศ หรือ ว่าเรื่องของ Bullying เรื่องของการระรานทาง Online ด้วย อันนี้ก็ต้องขออนุญาตบอกว่า เราเห็นด้วยกับหลักการที่จะมีกฎหมายที่จะมาคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้มากขึ้นนะครับ ก็ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เด็กก็จะต้องมีสิทธิที่จะมีชีวิตรอด มีสิทธิที่จะได้รับการ ปกปัองคุ้มครอง มีสิทธิในการพัฒนา แล้วก็มีสิทธิในการมีส่วนร่วมนะครับ เราต้องปฏิบัติต่อ เด็กโดยต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานการไม่เลือกปฏิบัติ แล้วก็ต้องถือประโยชน์สูงสุดของเด็กครับ

ในส่วนที่ว่าด้วยแรงงาน กฎหมายการไม่เลือกปฏิบัติ แล้วก็ประเด็น Sex Worker นะครับ เดี๋ยวท่านสุภัทราจะกรุณาให้รายละเอียดครับ ขอบคุณครับ

นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉัน สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนอื่นในฐานะกรรมการคนหนึ่ง แล้วก็สำนักงาน กสม. ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้ง ๑๔ ท่านที่ได้อภิปราย แล้วก็ได้ให้ข้อเสนอแนะที่เปึน ประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของ กสม. ต่อไป รวมทั้งการ จัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำป้ของประเทศไทย รวมทั้ง รายงานผลการปฏิบัติงานของ กสม. ต่อไปด้วยนะคะ เปึนประโยชน์อย่างยิ่งค่ะ ดิฉันเองก็ได้ เรียนรู้หลายเรื่องจากที่ประชุมนี้นะคะ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานและท่านสมาชิก เพื่อที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ได้มีการชี้แจงมาแล้ว สัก ๒-๓ ประเด็นนะคะ

ประเด็นแรก หลายเรื่องที่ปรากฏอยู่ในรายงานทั้ง ๒ เล่ม ไม่ว่าจะเปึน ข้อเสนอแนะจากรายงานฉบับนี้ หรือข้อเสนอแนะที่มาจากการตรวจสอบการละเมิด สิทธิมนุษยชน ข้อเสนอแนะที่เกิดจากการศึกษา แล้วก็จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กฎหมายต่าง ๆ นี้นะคะ กสม. เรามีกลไกภายในในการติดตามข้อเสนอแนะของ กสม. ไม่ใช่เสนอแล้วก็ทิ้งไป ทุกข้อเสนอแนะได้รับการติดตามนะคะ ซึ่งเราจะมีการติดตาม หน่วยงานที่เรามีข้อเสนอแนะไปทุกระดับว่าได้ดำเนินการตามที่ กสม. เสนอแนะหรือไม่ ติดขัดปัญหาอะไร ก็อาจจะมีการสนับสนุนตรงนั้นหรือส่งเสริมเพื่อให้เกิดการปฏิบัติตาม ข้อเสนอแนะของ กสม. ต่อไป

ประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องของผู้ที่ ประกอบอาชีพเปึนพนักงานบริการทางเพศ หรือ Sex Worker ดิฉันนำเรียนแบบนี้ค่ะ เรื่องของผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศ ในหลักการสิทธิมนุษยชนเราถือว่าเปึนเสรีภาพ อย่างหนึ่งในการที่จะประกอบอาชีพใด ๆ บุคคลย่อมมีเสรีภาพนั้น แล้วเราเองก็ได้นำประเด็นนี้ เข้าสู่การประชุมสมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำป้ ๒๕๖๖ โดยข้อเสนอแนะที่สำคัญก็คือ มีการ เสนอให้มีการขับเคลื่อนเพื่อที่จะยกเลิกพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการ ค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ เนื่องจากบังคับใช้มานาน แล้วก็อาจจะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบัน ซึ่ง กสม. เองก็ได้ร่วมมือกับทางภาคีเครือข่ายในการยกร่างเพื่อที่จะเสนอให้มีการ ยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว โดยทางมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ หรือ SWING ซึ่งเปึนองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานกับเพื่อนพนักงานบริการนี่นะคะ ก็ได้มีการยื่นเพื่อริเริ่มกฎหมาย ก็คือเปึนร่าง พ.ร.บ. เพื่อที่จะยกเลิก พ.ร.บ. ปัองกัน และปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเปึนกฎหมายที่อยู่ในหมวด ๓ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งสามารถยื่นริเริ่มได้ และความคืบหน้าก็คือว่า ได้มีการรวบรวมรายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ครบ จำนวน ๑๐,๐๐๐ ชื่อแล้ว เพื่อเตรียมที่จะเสนอกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป อันนี้ก็เปึนความคืบหน้า รวมทั้งในเรื่องนี้ก็มีการพูดถึงว่าในระหว่างที่เรารอการดำเนินการ ทางกฎหมาย ก็ควรจะมีข้อเสนอแนะไปยังทางกระทรวงแรงงานเพื่อให้พิจารณาออก กฎกระทรวง เพื่อให้ความคุ้มครองกับคนที่ทำงานในสถานบริการ ซึ่งเราคิดว่ากฎหมาย อาจจะใช้เวลาในการพิจารณานาน แต่ว่าถ้าใช้มาตรการโดยให้ทางเจ้ากระทรวงออก กฎกระทรวง ซึ่งจริง ๆ กระทรวงแรงงานก็มีการออกกฎกระทรวงเพื่อคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีประเภทต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น กฎกระทรวงเพื่อการคุ้มครองแรงงานที่ทำงานบ้าน หรือกฎกระทรวงคุ้มครองผู้ที่ทำงานในภาคเกษตร ซึ่งในส่วนของผู้ที่ทำงานอยู่ในสถาน บริการตาม พ.ร.บ. สถานบริการก็ควรที่จะได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกัน แล้วก็ กสม. เอง ได้เข้าพบและหารือกับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไปแล้ว ซึ่งก็จะได้มีการ ดำเนินการเรื่องนี้ต่อเนื่องต่อไปนะคะ

สำหรับประเด็นที่ท่านสมาชิกได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องแรงงาน อันนี้ นำเรียนว่า กสม. เองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในหลายประเด็น โดยเฉพาะแรงงาน Rider ซึ่งกรณีของแรงงาน Rider เราคิดว่าอย่างที่หลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบว่า ทางกระทรวง แรงงานเองก็บอกว่าแรงงานเหล่านี้ก็อาจจะไม่อยู่ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เนื่องจาก มีลักษณะพิเศษก็จะมีการเสนอกฎหมายขึ้นมาใหม่ฉบับหนึ่ง ซึ่งก็อยู่ระหว่างการดำเนินการ ปกติการออกกฎหมาย ๑ ฉบับ ก็ใช้เวลา ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ ๒๐ ป้ เท่าที่เรามีประสบการณ์กันมา แต่ กสม. เองเสนออย่างนี้ค่ะว่า ปัจจุบันนี้มีแรงงานที่เข้ามาทำงานเปึน Rider ประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน อันนี้เปึนตัวเลขจากกระทรวงแรงงาน แล้วก็มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ Rider ทำงานอยู่ที่ประมาณ ๒๑ ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเปึนกลุ่มที่ใหญ่มาก และจริง ๆ แล้วแรงงาน ที่เปึนการส่งสินค้า หรืออาหาร หรือบริการไปตามบ้านไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่อาจจะมีความ เรียกว่าพุ่งสูงขึ้นมากในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิดนะคะ ดังนั้นข้อเสนอของ กสม. ก็คือว่าขอให้กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพื่อที่จะออกกฎกระทรวง โดยที่ให้แรงงานเหล่านี้ก็อยู่ในร่มใหญ่ ก็คือกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงาน สัมพันธ์ เพื่อที่จะคุ้มครองคน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คนเหล่านี้ให้ได้รับหลักประกันทางสังคม หลักประกันทางด้านแรงงาน ให้เท่าเทียมกับแรงงานอื่น ๆ

ประเด็นถัดไปก็คือว่า กสม. เสนอเรื่องของการเข้าไปให้การรับรองอนุสัญญา ของ ILO หรือองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๘๗ และฉบับที่ ๙๘ โดยที่ไม่ต้องรอ ให้มีการแก้ไขกฎหมายภายในประเทศให้เรียบร้อยก่อน เพราะว่า กสม. เองก็ได้เป่ดรับฟัง ความคิดเห็นจากส่วนที่เกี่ยวข้อง ทางผู้แทนองค์การแรงงานระหว่างประเทศเองก็ได้ให้ข้อมูล ว่า สามารถให้การรับรองได้ก่อนที่จะมีการแก้ไขกฎหมายภายในก็ได้ อันนี้เราก็เสนอไปนะคะ

ส่วนประเด็นสุดท้ายค่ะท่านประธาน คือเรื่องของที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง เรื่องของการเสนอหรือขับเคลื่อนให้มีกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ซึ่ง กสม. ก็ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ล่าสุดเราทราบว่าร่างที่เสนอโดยภาคประชาชน ซึ่งเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ตอนนี้ก็ยังรอการพิจารณาลงนามของท่าน นายกรัฐมนตรี เนื่องจากถูกพิจารณาว่าเปึนกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ส่วนร่างของกระทรวง ยุติธรรม เราทราบมาล่าสุดว่าทางสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ ส่งเรื่องคืนให้กับทางกระทรวงยุติธรรม โดยที่มีความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามองว่า กฎหมายฉบับนี้อาจจะไม่มีความจำเปึน เนื่องจาก มองว่ามีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำหน้าที่ในการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งอันนี้เราก็ได้รับทราบมาจากทางกระทรวงยุติธรรม เพิ่งจะส่งเรื่องกลับคืนมาเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งอันนี้ก็คงจะได้มีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจและได้ข้อยุติ ถ้าหลังจากที่ร่างกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมสามารถเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรีได้ ก็จะทำให้ร่างของภาคประชาชนนั้นไปคู่ขนานกันได้ อันนี้ก็เปึนความ คืบหน้าเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อจะนำเรียนท่านสมาชิกนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ สมาชิกท่านใดยังติดใจซักถามประเด็นใดไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วก็ขอบคุณ มาก ๆ นะครับ แล้วก็หวังว่าข้อเสนอซักถาม แล้วก็สิ่งที่ กสม. ผลักดันอยู่จะสำเร็จในเร็ววัน เปึนกำลังใจให้นะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้าน สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ป้ ๒๕๖๖ และรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้งบประมาณ ๒๕๖๖ แล้วครับ

๖. รับทราบรายงานประจำป้กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม ป้งบประมาณ ๒๕๖๕

ได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะผู้บริหารของกระทรวงการคลังติดภารกิจนะครับ จึงขออนุญาตเลื่อนการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไป เปึนวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ครับ ต่อไป

๗. รับรองรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖

ด้วยรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดิน ได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานประจำป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ตามเอกสารที่ได้ แจกไว้กับท่านสมาชิกแล้วนะครับ สมาชิกท่านใดมีประเด็นติดใจจะซักถามไหมครับ ตอนนี้ มีรายชื่อเข้ามาหรือยังครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีผมถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการ ปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ต้องขออภัยท่านผู้ชี้แจงด้วยนะครับ ไม่มีสมาชิกที่จะอภิปรายซักถามครับ ขอบพระคุณครับ ต่อไป

๘. รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำป้ ๒๕๖๖ และรายงาน การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และ เลขาธิการ กสทช. ประจำป้ ๒๕๖๖

ก็มีหนังสือแจ้งเลื่อนเช่นกันนะครับ ติดภารกิจในการเข้าร่วมการประชุม Global Symposium for Regulator ที่ประเทศยูกันดา จึงขอเลื่อนการชี้แจงออกไปก่อนครับ

๙. ก็มีการเลื่อนเช่นกันครับ ตามระเบียบวาระยังเหลือ ๒.๑๐ นะครับ

๑๐. รับทราบรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ของกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา

ฝ์ายเลขานุการครับ ทางผู้ชี้แจงพร้อมไหมครับ สักครู่นะครับท่านสมาชิก ผมขอ Check ก่อนนะครับ มีสมาชิกติดใจที่จะอภิปรายซักถามนะครับ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้นะครับ ท่านแรก ท่านไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ท่านที่ ๒ ท่านพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน ท่านที่ ๓ ท่านสุชาดา จัตุรภุชพิทักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน ท่านที่ ๔ ท่านอุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและการศึกษา ท่านที่ ๕ ท่านธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อโอกาสการเรียนรู้ ขอเรียนเชิญครับ

ในช่วงต้น จะขอตัวแทนจากทางผู้ชี้แจงได้กล่าวสรุปรายงานสั้น ๆ ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ แล้วก็จะ เป่ดให้สมาชิกได้อภิปรายซักถามนะครับ ตอนนี้มีสมาชิกที่ลงชื่อแล้วทั้งหมด ๑๑ ท่าน เรายัง ไม่ป่ดการลงชื่อนะครับ ก็สามารถมาลงชื่ออภิปรายได้ครับ ถ้าผู้ชี้แจงพร้อมแล้ว เรียนเชิญครับ

นายไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายไกรยส ภัทรวาท ผู้จัดการกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ขอนำเสนอรายงานประจำป้ กสศ. ประจำป้ งบประมาณ ๒๕๖๖ มาเพื่อสภาผู้แทนราษฎรรับทราบตามมาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. กองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ เล่มรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ของ กสศ. นี้ ได้เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบผ่านระบบสารสนเทศของกองทุน หรือ Website ของ กสศ. และขออนุญาตท่านประธานนำเสนอ PowerPoint เพื่อประกอบการชี้แจงผลการดำเนินงาน ประจำป้ ๒๕๖๖ ครับท่านประธาน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

ในส่วนแรกของรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ เหมือนอย่างเช่นทุก ๆ ป้ครับ ทาง กสศ. ได้สรุป สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มประชากรวัยเรียนที่อยู่ในการศึกษาขั้น พื้นฐาน โดยในป้การศึกษา ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ประชากรวัยการศึกษาภาคบังคับและก่อนวัย เรียนอายุ ๓-๑๔ ป้ จำนวนทั้งสิ้น ๘.๙ ล้านคน มีประชากรที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า เส้นความยากจนของสภาพัฒน์ที่ ๒,๘๐๓ บาท อยู่ประมาณ ๒.๘ ล้านคนครับ โดยที่ กสศ. และหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษาทั้ง ๖ หน่วยงาน ได้ดำเนินการสนับสนุนทุนการศึกษา ให้แก่เด็กเยาวชน จำนวนทั้งสิ้น ๑.๘ ล้านคน โดย กสศ. ได้มีโอกาสสนับสนุนทุนให้แก่ นักเรียนยากจนพิเศษจำนวน ๑.๒ ล้านคน ดังแสดงในภาพข้างต้นนี้นะครับ โดยยังเหลือ อีกประมาณ ๑ ล้านคน ในส่วนที่เปึนสีเหลืองที่ยังไม่มีหน่วยงานได้รับสนับสนุนงบประมาณ ที่เพียงพอในการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งล้วนเปึนเด็กที่มีรายได้อยู่ใต้เส้น ความยากจน ในป้ที่ผ่านมาระดับรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนยากจนพิเศษในภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๖ ยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องมาจากวิกฤติโควิด-๑๙ ที่ผ่านมา รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนที่ได้มีบุตรหลานศึกษาอยู่ในระบบการศึกษาในกรอบของ ความยากจนพิเศษนี้ขยับลงมาจาก ๑,๐๔๔ บาท ในป้การศึกษาที่ ๑/๒๕๖๕ ลงมาเปึน ๑,๐๓๙ บาท ในป้การศึกษาที่ ๑/๒๕๖๖ ครับ เมื่อสักครู่นี้เปึนในส่วนของกลุ่มประชากร ที่อยู่ในระบบการศึกษานะครับ

ในส่วนของกลุ่มประชากรที่อยู่นอกระบบการศึกษาครับท่านประธาน สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในป้การศึกษา ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา จากการได้มี เชื่อมชนข้อมูลระหว่างทะเบียนราษฎรของประเทศไทยเราพบว่า ในบรรดาเด็ก เยาวชนอายุ ๓-๑๘ ป้ ประมาณ ๑๒ ล้านคน พบว่ามีเด็ก เยาวชนที่ไม่เจอตัวในระบบการศึกษาอยู่ ๑,๐๒๐,๐๐๐ คน คิดเปึนประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ของประชากรวัยนี้ในฐานทะเบียนราษฎร ในประชากรประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้เราพบว่ามีอยู่ ๓๙๔,๐๐๐ คน ที่เปึนประชากรใน วัยการศึกษาภาคบังคับคืออายุ ๖-๑๔ ป้ นอกจากนั้นแล้วอีก ๓๐๐,๐๐๐ คน ก็จะเปึน ประชากรก่อนวัยเรียน ในอายุ ๓-๕ ป้ แล้วก็จะเปึนประชากรหลังวัยการศึกษาภาคบังคับที่ เปึนอายุ ๑๕-๑๘ ป้ กสศ. ได้นำเสนอข้อมูลนี้ในระดับรายจังหวัดก็พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละ จังหวัดจะมีประชากรเด็ก เยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่ มีมากกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ จะมีประมาณ ๑๐ จังหวัด ดังแสดงใน PowerPoint สาเหตุแล้วก็ จุดที่มีเด็ก เยาวชนออกจากระบบการศึกษามากที่สุด จากข้อมูลที่ทาง กสศ. ได้ทำงาน ร่วมกับหลายสังกัดในระบบการศึกษาก็พบว่า สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในเส้นทาง การศึกษาในป้ ๒๕๖๖ การออกจากระบบการศึกษาส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่าง การศึกษาระดับภาคบังคับและสูงกว่าภาคบังคับ โดยในป้การศึกษาที่ผ่านมานี้มีประชากร เด็ก เยาวชนที่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับแล้ว ๓๓,๕๔๗ คนที่ไม่พบตัวตนในการเข้าศึกษาต่อ ในการศึกษาหลังภาคบังคับ

นอกจากนั้นแล้ว กสศ. ได้มีโอกาสเชื่อมโยงข้อมูลระบบ TCAS ของ ทปอ. สำหรับผู้ที่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาก็พบว่า ในกลุ่มประชากรเด็กยากจน ยากจนพิเศษ ที่เคยศึกษาอยู่ระดับ ม.๓ ๑๖๘,๓๐๗ คนนั้น ใน TCAS ป้ ๒๕๖๖ ที่ผ่านมามีประชากร กลุ่มนี้สมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาอยู่ ๒๑,๙๒๑ คน หรือคิดเปึนร้อยละ ๑๒ เท่านั้น นี่จึงเปึนหนึ่งในตัวแปรสำคัญในการแสดงให้เห็นถึง สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ประชากรที่มีรายได้ของครัวเรือน โดยเฉลี่ยใต้ เส้นความยากจน จะมีโอกาสที่น้อยในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เปึนต้น

ในส่วนของภาพรวมการดำเนินงานของ กสศ. ประจำป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ในเรื่องอื่น ๆ กสศ. ได้มีโอกาสสนับสนุนเด็ก เยาวชน ประชาชน และผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือด้อยโอกาส จำนวนมากกว่า ๒.๙ ล้านคนต่อครั้ง ผ่านการสนับสนุนทุนการศึกษา และสนับสนุนการให้ศึกษาต่อตามความต้องการเปึนรายบุคคล ทั้งในระบบและนอกระบบ การศึกษา นอกจากนั้นแล้ว กสศ. ยังได้มีโอกาสทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น กสศ. ได้มีโอกาสทำข้อเสนอ เชิงนโยบายแก่ กสทช. เพื่อสนับสนุนนโยบาย SIM อินเทอร์เน็ตฟรี ให้แก่เด็ก เยาวชนที่มี รายได้น้อยในระบบการศึกษา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเปึนอย่างดีจากคณะกรรมการ กสทช. ครับ นอกจากนั้นแล้วเรายังได้มีการทำข้อเสนอเชิงนโยบายไปยัง ทปอ. และสำนักงานเลขาธิการ คุรุสภา เพื่อสนับสนุนมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพครู และการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้เด็กที่ครัวเรือนมีรายได้น้อยได้ ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ผ่านการลดค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ TCAS

ท่านประธานครับ ในส่วนของภาพรวมการดำเนินงานในเรื่องอื่น ๆ ของ กสศ. เช่น การบูรณาการการยกระดับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับกลุ่มประชากรกลุ่มเฉพาะในสถานพินิจ ให้เยาวชนที่อยู่ในสถานพินิจสามารถที่จะได้มีทักษะอาชีพและออกมามีงานทำโดยไม่มีการ ประพฤติผิดซ้ำได้อีก นี่ก็เปึนอีกหนึ่งในตัวอย่างที่ กสศ. ได้มีโอกาสทำงานกับกลุ่มเปัาหมายที่ มีความเฉพาะ นอกจากนั้นแล้วคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบตามที่ กสศ. เสนอให้มีการขยาย เวลาลดหย่อนภาษี ๒ เท่า ต่อไปอีกเปึนเวลา ๕ ป้ เพื่อเป่ดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถที่จะ บริจาคเงินสนับสนุนการดำเนินงานของ กสศ. และหน่วยงานภาคีได้ และการสนับสนุน อีกรูปแบบหนึ่งคือ การสนับสนุนโรงเรียน ๑ โรงเรียน ๓ รูปแบบ ให้การศึกษามีความ ยืดหยุ่นมากขึ้น สนับสนุนการทำงานให้กับประชากรที่ต้องการการศึกษาไปด้วยและมีรายได้ ไปด้วยครับ

ในส่วนของการสนับสนุนความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน กสศ. ได้มีโอกาสทำงานร่วมกันกับภาคีในภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนดารา ศิลป่น หรือหน่วยงาน ภาคประชาสังคม เพื่อที่จะได้สนับสนุนการทำงานของ กสศ. ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout และการทำงานเพื่อสนับสนุนกลุ่มประชากรที่มีความต้องการพิเศษเฉพาะ โดยอาศัยงบประมาณที่มาจากเงินบริจาคจากองค์กรภาคเอกชนต่าง ๆ ครับ

ท่านประธานครับ ในส่วนของการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน กสศ. ได้มีโอกาสขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล กสศ. โดยมีการสนับสนุนนโยบาย Thailand Zero Dropout ให้กับหน่วยงานทั้งสิ้น ๑๑ หน่วยงาน ในการนำข้อเสนอเหล่านี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็เพิ่งได้รับ การออกมาเปึนมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคมที่ผ่านมา และได้มีการลงนามใน MOU ร่วมกับ ๑๑ หน่วยงานแล้ว เพื่อสนับสนุนให้มาตรการ Thailand Zero Dropout เปึนหนึ่ง ในมาตรการสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้มีความยั่งยืนต่อไป โดยที่ประกอบด้วย ๔ มาตรการ ทั้งมาตรการค้นหา กลุ่มเปัาหมาย มาตรการติดตาม ช่วยเหลือส่งต่อกลุ่มเปัาหมาย ให้ได้รับการเรียนรู้ทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา ตามความถนัดเปึนรายบุคคล และมาตรการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษามีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการของโจทย์ชีวิตเด็กแต่ละคน และมาตรการส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งหมดนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งของรายงานประจำป้ งบประมาณ ๒๕๖๖ ที่ กสศ. ได้สรุปมารายงานกับทางสภาผู้แทนราษฎร จึงเรียนมาเพื่อ โปรดพิจารณารับทราบรายงานประจำป้ ๒๕๕๖ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคในการศึกษา กสศ. ขอน้อมรับคำแนะนำจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านเพื่อนำไปปรับปรุง การดำเนินงานของกองทุนให้เกิดประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสให้ดียิ่งขึ้นไป กราบขอบพระคุณครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านแรกนะครับ ท่านขัตติยา สวัสดิผล ครับ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น เลยดิฉันต้องขอชื่นชมการทำรายงานของ กสศ. ว่าทำได้ดีเหมือนป้ที่ผ่านมา แล้วก็ได้มีการนำ ข้อคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้มีการอภิปรายไปเมื่อสมัยการประชุมที่แล้ว มาไว้ในรายงานฉบับนี้ ก็ต้องถือว่าเปึนรายงานที่ดีมาก ๆ ขอชื่นชมค่ะ ท่านประธานคะ ในป้งบประมาณที่แล้วดิฉันก็ได้มีโอกาสอภิปรายถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ ซึ่งสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ ทำให้เด็กไทยต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา และดิฉันก็ได้มีการฝากข้อห่วงใยไปถึงงบ การเงินของทาง กสศ. ด้วย ขอสไลด์นะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

สำหรับรายงานฉบับนี้ค่ะ เมื่อดิฉันมาดูตัวเลขป้ล่าสุด ดิฉันก็เห็นว่าตัวเลขของเด็กยากจนพิเศษมีจำนวนลดลงนะคะ จากเดิมเรามีจำนวนของเด็กยากจนพิเศษอยู่ที่ ๑.๓ ล้านคน แต่พอมาป้ล่าสุดเหลืออยู่ที่ ๑.๒๕ ล้านคน อันนี้ตามรายงานหน้า ๑๘ แต่ดิฉันคิดว่าน่าจะเปึนการดีกว่าถ้าทาง กสศ. ปรับการรายงานตัวเลขค่ะ จากที่เอาเฉพาะกลุ่มเด็กยากจนพิเศษมารายงาน จะเปึนไปได้ หรือไม่ถ้าเกิดท่านปรับให้เปึนเด็กกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะนั่นหมายความว่าจะเปึนการรวมกลุ่มของเด็กยากจนและเด็กยากจนพิเศษเข้าด้วยกัน และตัวเลขนั้นมันจะไปแตะอยู่ที่ ๑.๘ ล้านคน ซึ่งตัวเลข ๑.๘ ล้านคนนี้ ดิฉันก็เอามาจาก Website ของ กสศ. เอง แล้วก็ตัวเลข ๑.๘ ล้านคนนี้ที่จะทำให้เราเห็นภาพของการเข้าไม่ถึง การศึกษาของเด็กไทยที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อันนี้ก็เปึนข้อแนะนำนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันเข้าใจดีว่า การเข้าไม่ถึงการศึกษาของเด็กไทยอันเนื่องมาจากข้อจำกัด ทางด้านเศรษฐกิจไม่ใช่ปัญหาที่ทาง กสศ. ต้องรับผิดชอบแต่ผู้เดียว แต่ว่าเปึนปัญหาที่ทาง กสศ. ก็จะต้องร่วมกันรับผิดชอบกับทางรัฐบาลด้วย เพื่อที่จะเปึนการยกระดับคุณภาพชีวิต ของนักเรียนรวมถึงขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา เราก็จะเปึนการตัดวงจรความยากจน ที่จะเปึนการส่งต่อตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นด้วยเช่นกัน

ต่อความกังวลที่จะมีเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษานี้ค่ะ ก็มาจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีข้อมูลตามรายงานว่า กลุ่มเด็กยากจน แล้วก็เด็กยากจนพิเศษค่ะ มีแค่ประมาณ ๑ ใน ๑๐ คนเท่านั้นที่สามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ ซึ่งต่างจาก กลุ่มเด็กที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ซึ่งหากเรายังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ก็จะเกิดวงจร ความจนแบบนี้ ก็ยังคงมีให้เห็นต่อไป

ท่านประธานคะ ปัญหาสำคัญที่ทำให้เด็กจากครอบครัวยากจนหลุดออกจาก ระบบการศึกษา ซึ่งนอกจากจะเปึนปัญหาค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษา เช่น ค่าเดินทางหรือค่าครองชีพอื่น ๆ แล้วนะคะ นั่นก็คือปัญหาด้านค่าเสียโอกาสค่ะ ค่าเสีย โอกาสคืออะไร คือเมื่อกำลังแรงงานในครอบครัวไปเรียน ก็จะทำให้เขาเหล่านั้นขาดรายได้ เกิดเปึนกับดักทางความคิดที่ว่า การศึกษาไม่เท่ากับการหารายได้ ซึ่งข้อความนี้อาจจะ เปึนความจริงแค่บางส่วนนะคะ เราจึงต้องเน้นสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ความสำคัญของการศึกษา เพราะอะไร ดิฉันจะขอย้ำข้อความเดิมที่ดิฉันได้เคยอภิปรายไป เมื่อครั้งที่แล้วว่า ระดับการศึกษาคือตัวชี้วัดที่แม่นยำที่สุดที่จะคาดการณ์ถึงฐานะทาง เศรษฐกิจในอนาคตได้ แล้วเรายังจะต้องสร้างโครงข่ายรองรับทางสังคมหรือที่เราเรียกว่า Social Safety Net เพื่อช่วยเหลือฐานะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อให้เด็กเหล่านี้อยู่ได้และ ไม่ให้เขาเหล่านี้ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา

ท่านประธานคะ นอกจากประเด็นเรื่องต้นทุนค่าเสียโอกาสแล้ว อีกปัญหา สำคัญ คือค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงการศึกษาระดับสูง เช่นค่าสมัครสอบ ซึ่งถือว่าแพงมาก สำหรับครอบครัวที่มีความยากจน สิ่งนี้ถือเปึนสิ่งที่กีดกันทำให้เด็กยากจน ไม่สามารถที่จะ เข้าถึงการศึกษาระดับสูงได้ อันจะทำให้พวกเขาเข้าถึงแหล่งความรู้ในวิชาชีพชั้นสูง เพื่อที่จะ หลุดพ้นจากมรดกความยากจนที่ส่งต่อตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้นจากข้อมูล การศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS นะคะ เรามีต้นทุนที่ต้องใช้เพื่อการเข้า ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย เช่นค่าสมัครสอบ ที่ตอนนี้อยู่ที่ ๑๐๐-๑,๐๐๐ บาทต่อรอบ ค่าสอบรายวิชาที่ประมาณ ๖๐๐-๑,๐๐๐ บาท ค่าเทอมอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ต่อเทอม และยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ที่อาจจะดูไม่มากสำหรับใครหลาย ๆ คนนะคะ แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้สูงมากถึง ๑๒ เท่าของรายได้ต่อครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษ

ท่านประธานคะ ดิฉันเคยให้ความเห็นในเรื่องภาวะการศึกษาถดถอยจากการ ขาดความต่อเนื่องในการเรียน ซึ่งเราต้องรีบแก้ปัญหานี้ก่อนที่ประชากรกลุ่มนี้จะสูญหาย จากการเรียนไปทั้งรุ่น หรือที่เราเรียกว่า Lost Generation ซึ่งจนถึงตอนนี้ เราก็ยังแก้ไข ปัญหานี้ไม่ได้ค่ะ แต่อย่างไรก็ดี ดิฉันก็ขอชื่นชม กสศ. ที่ได้ใช้แนวทางการวิเคราะห์ศักยภาพ ผู้เรียนรายคน รวมถึงวิเคราะห์ศักยภาพครอบครัวและชุมชนโดยรอบของผู้เรียน เพื่อเปึนการออกแบบ หลักสูตร แล้วก็สร้างระบบนิเวศในการเรียนรู้ รวมถึงพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ซึ่งจะเปึนการช่วยอุดช่องว่างทางการศึกษาที่ขาดไป แล้วก็รองรับเด็กเหล่านี้ไม่ให้สูญหายไป จากการเรียนรู้ อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมค่ะ

ดังนั้น เมื่อดิฉันดูจากสถานการณ์และการรายงานของ สส. ในป้นี้แล้ว ดิฉันก็เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ แล้วก็เห็นความสำเร็จของ กสศ. แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่ท่าน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กอีกด้วย แต่ดิฉัน ก็อยากจะฝากข้อห่วงใยเพิ่มเติม เมื่อดิฉันได้มาดูงบการเงินของ กสศ. ตามรายงานฉบับนี้ค่ะ จากสไลด์จากภารกิจของ กสศ. ที่ต้องดูแลกลุ่มเด็กจากครอบครัวยากจนที่มีจำนวนสูงถึง ๑.๘ ล้านคน ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา อีกทั้งจะต้องดึงกลุ่มคนที่หลุดออกจาก การศึกษาไปแล้วให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบ นั่นหมายความว่าท่านต้องใช้ทุนทรัพย์ในการที่จะ ดำเนินงาน ดิฉันจึงมีความกังวลต่อฐานะทางการเงินของหน่วยงานว่า จากบัญชีสินทรัพย์รวม จากป้ ๒๕๖๕ ท่านมีอยู่ประมาณ ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาท แต่ป้ ๒๕๖๖ ลดลงไปถึง ๑๗๐ ล้านบาท ด้านรายได้ของหน่วยงาน แม้ในส่วนรายได้จากงบประมาณและรายได้อื่นจะเพิ่มขึ้น แต่รายได้จากการอุดหนุนอื่นและเงินบริจาคลดลง จาก ๒๓๐ ล้านบาท เหลือประมาณ ๕๘ ล้านบาท ซึ่งมาจากการปรับลดเงินอุดหนุนของ UNICEF ประมาณ ๔.๒ ล้านบาท แล้วก็ รายได้จากการบริจาค ที่เดิมเคยได้อยู่ ๒๒๒.๓ ล้านบาท ป้นี้เหลือเพียง ๕๔.๓ ล้านบาท คำถามคือ ดิฉันอยากทราบว่ายอดเงินบริจาคที่ลดลงมันมีความสำคัญกับตัวเลขค่าใช้จ่าย ด้านประชาสัมพันธ์ที่ลดลงถึง ๖๑ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ดิฉันเชื่อว่า กสศ. เองทำหน้าที่ได้ดีอยู่ แล้ว แต่ว่าหากมีการประชาสัมพันธ์ที่ดีและทั่วถึงก็อาจจะส่งผลดีต่อรายได้ของหน่วยงาน หรือไม่

เมื่อดิฉันไปดูงบค่าใช้จ่ายบุคลากรก็ยังคงเพิ่มขึ้น จากป้ที่แล้ว ๓๕ ล้านบาท คือจาก ๗๓ ล้านบาท เปึน ๑๐๘ ล้านบาท โดยใน ๓๕ ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นนี้ค่ะ ประมาณ ๒๐ ล้านบาท เปึนส่วนของเงินเดือน คือค่าใช้จ่ายที่เปึนเงินเดือนมันเพิ่มขึ้นประมาณ ๓๔ เปอร์เซ็นต์จากป้ก่อน ซึ่งป้ที่แล้วก็เพิ่มอยู่แล้วประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือ ดิฉันอยากทราบว่าส่วนที่เพิ่มขึ้นของเงินเดือนบุคลากรนี้เกิดจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับภารกิจใช่หรือไม่

ในส่วนของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน แม้ว่าเบี้ยประชุมกรรมการจะลดลงเล็กน้อย แต่ทำไมค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมถึงเพิ่มขึ้นถึง ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือจาก ๒.๔ แสนบาท เพิ่มเปึน ๒.๗ ล้านบาท

คำถามถัดไป รายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง ๔๑๐ ล้าน บาทเศษ หรือประมาณ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้จะเปึนปัญหาต่อสภาพคล่องของการใช้จ่าย หรือไม่ และในภาพรวมจากรายงานหน้า ๑๓๖ จะเห็นได้ว่าการเบิกจ่ายงบประมาณอยู่ที่ ๘๓.๕๓ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้จะเกิดปัญหาอะไรหรือไม่

อย่างไรก็ตามค่ะท่านประธาน ทั้งหมดนี้เปึนเพียงข้อกังวลด้านการหาและ การใช้งบประมาณเท่านั้น หากทางหน่วยงานยืนยันว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สร้างปัญหาในการ ดำเนินงานก็จะเปึนการดี แต่หากคิดว่าจะทำให้เกิดปัญหาก็ควรจะต้องหามาตรการในการ ปรับปรุงงบการเงินต่อไป ซึ่งจากรายงานทั้งหมดนี้ ดิฉันเห็นว่าหน่วยงานก็ได้ทำหน้าที่ดีแล้ว แต่ดิฉันก็ยังคงคาดหวังในการพัฒนาให้รายงานฉบับนี้ และรายงานในป้ต่อ ๆ ไปดีขึ้นกว่านี้ ซึ่งจะเปึนการทำงานภายใต้รัฐบาลของท่านเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งมีเปัาหมายในการที่จะลด จำนวนเด็กที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาให้เปึน Zero ตามเปัาหมาย Zero Dropout ดิฉันก็ขอติดตามและให้กำลังใจนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลจากเขตบางขุนเทียน บางบอน ท่านประธานครับ วันนี้ลุกขึ้น อภิปรายรายงานของ กสศ. หรือกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประจำป้ ๒๕๖๖ ไม่ลุกขึ้นไม่ได้ครับ เพราะว่าข้อมูลจากหน่วยงานของท่านเองที่ได้เผยแพร่ต่อสื่อสาธารณะ ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เรื่องของการพบข้อมูลของป้ ๒๕๖๖ ก็คือเปึนรายงานที่เกี่ยวเนื่อง กับรายงานประจำป้ที่ท่านนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก็คือเด็กที่ออกจากระบบ การศึกษากลางคัน ท่านพบถึง ๑,๐๒๕,๕๑๔ คน มองดูตัวเลขกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ถ้าเกิดเปรียบเทียบกับในอดีตที่ท่านให้ข้อมูลไว้ ก็คือปกติแล้วจะมีเด็กออกกลางคัน ประมาณราว ๆ ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าในรายงานที่ได้เป่ดเผยต่อสาธารณะเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว เพราะฉะนั้นการที่เพิ่มขึ้นมาเท่าตัวเราก็ต้องไปดูว่าในป้ ๒๕๖๖ เกิดอะไรขึ้น รายงานฉบับนี้ ก็ได้มีโครงการต่าง ๆ ได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ได้หยิบยก แล้วก็รื้อขึ้นมาดูว่าการ บริหารงานของกองทุนนั้นเปึนอย่างไร แต่ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมก่อนนะครับ เพราะว่ากองทุนนี้ เปึนกองทุนที่ทำงานจากความยากลำบาก และการบริหารกองทุนก็แน่นอนท่านต้องฟังเรื่อง เศร้าจาก ๑๐๐ เรื่องราวในทั้งประเทศ แล้วก็มาบริหารจัดการผ่านงบประมาณที่มีอยู่อย่าง จำกัด ซึ่งแน่นอนครับยากมาก งบประมาณป้ ๒๕๕๖ ที่ท่านได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้มากกว่าป้ ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๔๒๑ ล้านบาท ที่ได้ ๕,๐๐๐ กว่า ก็คืองบประมาณได้มากกว่าเดิม แต่ผลที่เกิดขึ้นมันมีเด็กหลุดออกจากการศึกษา นั่นหมายความว่ามันต้องมีเหตุการณ์อะไร เกิดขึ้น หรือตัวเลขท่านเพิ่งเคยทำเปึนครั้งแรก ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ เพราะฉะนั้นเราก็มาดูว่า แล้วเด็กที่ออกจากการศึกษาเราดูอย่างนี้ได้ไหมครับ ที่ออกจากการศึกษามีเด็กที่อยากเรียน แต่ไม่มีเงินจำนวนเท่าไร หรือเด็กที่ไม่อยากเรียนเลย ไม่เกี่ยวกับว่ามีเงินหรือไม่มีเงินเท่าไร เราจะได้รู้ว่าบุคลากรของประเทศหรือนักเรียนนักศึกษาที่อยากเรียนจริง ๆ แต่ขาดทุนทรัพย์ อันนี้ Priority อันดับ ๑ ต้องให้ความสำคัญ ผมก็เลยอยากจะตั้งคำถามใน ๔ ประเด็น ๓ ประเด็นอยู่ในเล่มนี้ครับ อีก ๑ ประเด็นเปึนประเด็นฝากให้ทาง กสศ. ก็คือ

ในเรื่องของเงื่อนไขการให้ทุนครับ ในหน้า ๓๒ ของรายงาน เรื่องเงื่อนไขการ ให้ทุนเสมอภาคต้องให้อัตราการมาเรียน หรือให้อัตราการสมวัยตามเกณฑ์ หรืออะไรต่าง ๆ ผมมองว่าวันนี้ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาควรที่จะเข้าไปสนับสนุน การศึกษาโดยไม่มีพันธกิจอื่น โอเคอาจจะปลีกย่อยได้ แต่ถ้าเกิดท่านเอามาเปึนหลักเกณฑ์ ในการพิจารณาเด็กเพื่อจะได้รับทุน แน่นอนครับ ความจนมันหลากหลายเรื่องราว ๑๐๐ เรื่องราวว่าที่บ้านจะมีข้าวปลาอาหารที่สมบูรณ์ต่อการทานหรือไม่ ท่านช่วยเขาได้ ไม่มากครับ ไม่ใช่ว่าท่านให้เงินเขาไปแล้ว เขาต้องร่างกายสมบูรณ์ ต้องมาเรียนทุกวัน ต้องไป โรงเรียนได้ทุกวัน เขาทำไม่ได้ครับ บางคนต้องมีเรื่องราวในครอบครัวอีกเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นการที่ไปกำหนดเกณฑ์ทุนเสมอภาคว่าต้องเปึนอย่างนั้น ต้องเปึนอย่างนี้ ต้องมี เกณฑ์มาเรียน ต้องร่างกายสุขภาพแข็งแรง กำยำ อะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนประเด็น ปลีกย่อยได้ แต่เอามาเปึนประเด็นหลักในการมอบทุนไม่ได้ครับ

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องของผลการดำเนินงานที่จำแนกตามอายุของเด็ก เราพบว่าเมื่อสักครู่รายงานของท่านบอกว่ามีเด็กหลุดออกจากการศึกษาอายุประมาณ ๓-๑๘ ป้ แล้วก็มีหลุดออกจากการศึกษามากขึ้น จากจบ ม.ต้น แล้วไม่ได้เรียนต่อสายช่าง หรือ ม.ปลาย และเดี๋ยวปัจจุบันหลุดออกจากการศึกษาตั้งแต่ประถมหรือกลางคันระหว่าง ประถมเพิ่มมากขึ้น เราก็ไปดูว่าผลการดำเนินงานของท่านในหน้า ๓๐ ท่านมีผลดำเนินงาน ๓.๑ ๓.๒ ๓.๓ ๓.๑ ท่านดูแลเด็กตั้งแต่ ๓-๑๔ ป้ ๓.๒ ท่านดูแลเด็ก ๑๕-๒๔ ป้ แต่ในนี้มันมี เด็ก ๑๕-๑๘ ป้ที่อยู่ไปด้วย ที่มันหลุดออกจากการศึกษาไปด้วย ในข้อ ๓.๒ มี ๓ โครงการ สั้น ๆ แต่ ๓ โครงการนั้นไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องการสนับสนุนให้เด็กอายุ ๑๕-๑๘ ป้ได้เข้าสู่ ระบบการศึกษา ๓ โครงการนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ครับ ที่ตอบโจทย์อยู่ที่ ๓.๑ เพราะฉะนั้นอาจจะ ต้องเพิ่มเติมในป้ถัดไป หากจะต้องเข้าไปช่วยเหลือในกลุ่มอายุเท่านี้นะครับ

ประเด็นที่ ๓ เรื่องงบประมาณของการอุดหนุนกองทุนเพื่อความเสมอภาค ในหน้า ๓๕ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ บอกว่า อนุมัติให้เด็กที่ได้รับเงินทุน ๓,๐๐๐ บาทต่อป้ เปึน ๔,๒๐๐ บาทต่อป้ นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ ท่านกำลังเพิ่ม ปริมาณเชิงคุณภาพ แต่ปริมาณจำนวนของเด็กเท่าเดิม คือเด็กที่เคยได้ ๓,๐๐๐ บาททุกคน จำนวนเท่านี้ เพิ่มจากมติ ครม. ก็คือเพิ่มจาก ๓,๐๐๐ เปึน ๔,๒๐๐ แต่ปริมาณเด็กไม่ได้ เพิ่มขึ้น ท่านเพิ่มในเชิงคุณภาพอย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมอยากให้มองให้รอบด้านว่า แล้วปริมาณที่เด็กยังไม่เคยได้เลย ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ บาทแรก ตรงนี้ท่านจะเข้าไปตอบรับเรื่องนี้ อย่างไรนะครับ ในปริมาณของเด็กที่เพิ่มมากขึ้นด้วยในอัตราการตกหล่น นี่คือประเด็นที่ ๓

ประเด็นสุดท้ายครับ เปึนประเด็นที่ไม่ได้อยู่ในเอกสารฉบับนี้ แต่เปึนประเด็น ที่เราได้พบเจอกันในห้องประชุมของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม และขอใช้พื้นที่ใน ห้องประชุมใหญ่ตรงนี้ได้ฝากผ่านไป นั่นก็คือเรื่องของการดำเนินโครงการแบบเดิมแต่หวังผล แบบใหม่ อันนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากว่าเคยได้รับรายงานป้งบประมาณ ๒๕๖๗ และแผนงานป้ ๒๕๖๘ ซึ่งทั้ง ๒ หน้าเปึนรายงานคล้ายกันเลยครับ เหมือนกันเลยทั้ง ๒๕๖๗ และ ๒๕๖๘ แต่สถานการณ์มันเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากเปึนเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยากจะให้ท่านได้ช่วยพิจารณาว่า เมื่องบประมาณของป้ ๒๕๖๘ ที่ท่านจะได้เพิ่มมากขึ้น อีก ๙๔๐ ล้านบาทนะครับ แต่ว่าแผนงานยังคงเดิมกับการตอบรับเรื่องของปริมาณเด็กที่ ตกหล่นออกจากการศึกษา ตอนนี้ป้ ๒๕๖๖ ข้อมูลที่เป่ดเผยออกมาล้านกว่าคน ข้อมูลป้ ๒๕๖๗ ป้นี้ยังไม่ทราบว่าตกหล่นเท่าไร และเด็กที่ถูกตกหล่น นั่นหมายความว่าจุดเริ่มต้น แรกเริ่มของชีวิตที่เขาจะพัฒนาไปเปึนแรงงานที่มีคุณภาพ ที่จะพัฒนาไปเปึนบุคลากรที่มี คุณภาพ ประชากรที่มีคุณภาพต่อไปในห้วงวัยอื่นนั้นสะดุดหมดเลย และรัฐก็ต้องไปเพิ่ม งบประมาณในการช่วยเหลือ แรงงานไม่มีคุณภาพก็ต้องเข้าไปอุดหนุนช่วยเหลือการตกงาน เรื่องของการว่างงาน เรื่องของอะไรต่าง ๆ ผ่านไปจนถึงถ้าเกิดดูแลตัวเองไม่ได้ ช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้กลายเปึนกลุ่มเปราะบาง รัฐก็ต้องสนับสนุนเงินมากกว่าจุดเริ่มต้นแรกเริ่มตรงนี้ อีกหลายเท่า เพราะฉะนั้นท่านทำเถอะครับ เสนอได้เลย ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ท่านต้องการสิ่งใดบ้าง อย่าเอาตัวเลขเปึนตัวตั้ง และบริหารกองทุนผ่านตัวเลขเท่าที่มีอยู่เท่านี้ ท่านต้องกล้าตอบต่อรายงานในแต่ละป้ในป้หน้าว่า เราได้งบประมาณเท่านี้ ต่อไปสังคมไทย จะเปึนอย่างไร งบประมาณที่รัฐบาลมอบให้ ถ้าให้เท่านี้ท่านต้องไปเสียงบประมาณเพิ่ม ในเรื่องของการดูแลสารทุกข์สุกดิบของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของระบบสาธารณสุข ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเอง ไม่ได้ในอนาคตต่อไป ถ้าท่านกล้าที่จะปักธงเรื่องนี้เริ่มต้นพวกเราทุกคนพร้อมที่จะจับมือกับท่าน แล้วก็ก้าวไปต่อไป เพราะว่าท่านคือหน่วยงานที่กำลังปลูกฝังประชากรที่มีคุณภาพในจุด แรกเริ่มครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณนิพนธ์ คนขยัน

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา อ่านดูแล้วก็ไม่ติดใจครับ แต่อยากเสนอการศึกษาที่เด็กยากจน นักเรียน ยากจนมีจำนวนมาก และกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ห่างไกล อย่างผมอยู่จังหวัดบึงกาฬไกลสุด ทางอีสาน ในอดีตหรือปัจจุบันส่วนมากเขาก็บอกว่า อีสานยากจน ๆ ก็จริงครับไม่ปฏิเสธ เพราะอีสานอาชีพทำการเกษตร ทำไร่ ทำนา ทำสวน ดีหน่อยวันนี้ได้ทำยางพาราราคาขยับ ขึ้นมา ผมเหมือนกันท่านประธานครับ เปึนเด็กไม่ได้เรียนหนังสือ จบชั้น ป.๗ ไม่ได้เรียน เพราะเศรษฐกิจเปึนสาเหตุหนึ่ง ความยากจนเปึนสาเหตุหนึ่ง ต้องหลุดออกจากวงการศึกษา ในช่วงเด็ก วันนี้กองทุนนี้ดีครับ แต่จะทำอย่างไรล่ะความเสมอภาคทางการศึกษาตามตัวหนังสือนี้ ถึงจะเสมอภาคครับ ดังนั้นวันนี้เด็กชนบทที่เขาตั้งใจอยากจะเรียน แต่พ่อแม่รายได้ไม่มี โดยเฉพาะคนอีสานพอลูกทำงานเปึนหน่อยก็ให้ลูกมาหามปูน พ่อเปึนช่างปูนที่มารับจ้าง ที่กรุงเทพฯ ก็เอาลูกมาเปึนกรรมกรมาช่วย เพราะจบโรงเรียนแล้ว นี่คือปัญหา ดังนั้นวันนี้ จะทำอย่างไรที่เด็กยากจนเหล่านี้กองทุนนี้จะช่วยตรงจุดจริง ๆ ในฐานะที่อยู่กับโรงเรียน มาตลอดครับ วันนี้ถึงมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งหนึ่งเขาก็ให้เปึนกรรมการ ที่ปรึกษา กรรมการของโรงเรียน ถึงได้รู้บริบทต่าง ๆ ของโรงเรียนว่า โรงเรียนในชนบท เด็กในชนบทเปึนอย่างไร ก็อยากฝากประเด็นนี้ครับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ คุณครูโรงเรียนบ้านผมนี่ละครับ ซึ่งเห็นแล้วว่าลูกศิษย์คนนี้ขยันขันแข็งทำงานดี ช่วยโรงเรียนดี แต่ฐานะทางบ้านไม่ดี ผมก็เข้าใจครับงบประมาณจำกัด ถ้าเปึนไปได้ก็ขอรัฐบาลให้กองทุนนี้ เพิ่มสตางค์ไปเยอะ ๆ อีกหน่อยนะครับ เพราะเด็กที่ด้อยโอกาส ที่ขาดโอกาสตรงนี้จะได้ใช้ ทุนตรงนี้ให้มากขึ้น ก็อยากฝากว่า คนหนึ่งที่รู้ดีเรื่องเด็กคือคุณครูประจำชั้นครับ ครูประจำ ชั้นแต่ละชั้น แต่ละโรงเรียนเขารู้ลูกศิษย์เขาดีว่าใครเปึนอะไร นิสัยอย่างไร เกณฑ์ที่ท่าน ออกมาตรงเกณฑ์บางอย่าง ถ้าเอาเกณฑ์จับโป็ะอย่างเดียวคงไม่ได้เรียน ดังนั้นโรงเรียน บางโรงเรียนก็อยากให้ลูกศิษย์คนนี้ได้เรียน แต่ก็เข้าใจว่าจำกัดด้วยวงเงินนะครับ ก็ฝากท่าน พิจารณาว่า ต่อไปนี้อยากให้ ๑. เกณฑ์ที่ท่านออกไป ๒. อยากอนุโลมให้คุณครูส่งเด็กยากจน ที่เรียนดีแต่ไม่ดีเลิศ แต่อนาคตก็ไม่แน่ครับหากเขามีโอกาสได้เรียนขอให้โอกาสเขาได้มา เล่าเรียนต่อ อย่างผมจบ กศน. ครับท่านประธานที่เคารพ ตอนเด็กไม่ได้เรียนหนังสือต่อ จบ ป.๗ ไม่ได้เรียน หารับจ้าง ประเทศไทยไปหมดครับ ลงเรืออวนดำอำเภอหลังสวนเดือนละ ๗๐๐ บาท ก็ไปมาแล้ว แต่วันนี้กองทุนนี้ดีมากครับ ดังนั้นการให้โอกาสเด็กยากจน นิสัยดี เรียนก็พอใช้ได้ ข้อนี้ก็น่าจะเปึนข้อคิดฝากผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการกองทุน ความเสมอภาคทางการศึกษาได้โปรดพิจารณา วันนี้ก็ขอเสนอว่าให้คณะครูประจำชั้น ครูโรงเรียนนั้นได้เสนอเด็กเว้นจากเกณฑ์ที่ท่านตั้งไป อยากให้ท่านพิจารณาอีกประเด็นหนึ่ง ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับกองทุนนี้ เพราะเด็กที่อยู่ห่างไกลในชนบท เด็กที่ครอบครัว ไม่มีรายได้ก็จะเกิดโอกาสได้เล่าเรียนหนังสือครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ของกองทุนเพื่อความเสมอ ภาคทางการศึกษา หรือว่า กสศ. ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่ผม แล้วก็ผู้แทนราษฎร จากพรรคก้าวไกลในซีกนี้ของสภาเท่านั้นที่ฝากความหวังไว้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา ในภารกิจของการปฏิวัติการศึกษาไทย เพราะหากเราไปดูนโยบายที่พรรค แกนนำรัฐบาลได้หาเสียงไว้และได้ส่งให้กับ กกต. ในช่วงเลือกตั้ง ถ้าเราดูในสไลด์ที่กำลังจะ ปรากฏขึ้นมา

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

เราจะเห็นว่าพรรคเพื่อไทย เคยเสนอให้มีการเพิ่มงบประมาณให้ กสศ. ถึง ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่หากเราไปเป่ดดู งบประมาณป้ ๒๕๖๘ ที่ทางรัฐบาลเศรษฐาได้จัดทำ เราจะเห็นว่ารัฐบาลเศรษฐาได้จัดสรร งบประมาณให้กับ กสศ. ล่าสุดอยู่ที่ ๖,๙๘๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียงแค่ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เปรียบเทียบกับงบที่จัดสรรให้กับ กสศ. ในป้ สุดท้ายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์เท่านั้นเอง ถ้าท่านจะบอกว่าการสนับสนุนการทำงาน ของ กสศ. ไม่จำเปึนต้องอัดฉีดงบประมาณก็คงจะไม่ใช่ครับ เพราะหากเราพลิกไปดูหน้า ๘๓ ของรายงานของ กสศ. ก็จะค้นพบว่าความท้าทายที่ทาง กสศ. บอกว่าเปึนความท้าทายหลักนั้น คือการได้รับจัดสรรงบประมาณต่ำกว่าแผน แต่ท่านประธานครับ ไม่ว่า กสศ. จะได้งบเท่าไร ผมอยากจะชวนทุกคนมองถึงภารกิจของกองทุนในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้ กว้างกว่าที่เราเคยมองที่ผ่านมา และให้ครอบคลุมถึงอย่างน้อย ๕ มิติ ที่ผมมีทั้งคำถาม แล้วก็ ข้อเสนอแนะที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กสศ. ทั้งเกี่ยวกับแผนการดำเนินงาน ที่ผ่านมา แล้วก็แผนงานในอนาคต

มิติที่ ๑ ของความเสมอภาคทางการศึกษาคือการปกปัองสิทธิของทุกคน ในการเข้าถึงการศึกษา ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์ปัจจุบันที่การศึกษาในประเทศไทย ยังไม่ฟรีจริง แต่เต็มไปด้วยค่าใช้จ่ายแอบแฝงทางการศึกษา ปัจจุบันหลายครัวเรือนที่มี รายได้น้อยนั้นก็มีความเสี่ยงสูงที่อาจจะไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ และต้อง หลุดออกจากระบบการศึกษา ผมดีใจที่เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคมที่ผ่านมา ครม. นั้นมีมติให้เพิ่ม เงินอุดหนุนทุนเสมอภาคให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ ๑.๒ ล้านคน จาก ๓,๐๐๐ บาทต่อป้ มาเปึน ๔,๒๐๐ บาทต่อป้

แต่คำถามที่ผมยังคงคาใจอยู่ก็คือ ทำไมเราถึงจำเปึนที่จะต้องปรับเพิ่มขึ้นเปึน ขั้นบันได เหมือนที่ปรากฏในตารางในหน้า ๓๕ ของรายงาน และใช้เวลากว่า ๓ ป้กว่าจะ ทยอยเพิ่มขึ้นจาก ๓,๐๐๐ บาท เปึน ๔,๒๐๐ บาทต่อป้ ทั้ง ๆ ที่การปรับขึ้นทันทีนั้นจะใช้งบ รวมกันแล้ว ผมคำนวณคร่าว ๆ ประมาณแค่ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แล้วเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกของผมจากซีกรัฐบาลก็ได้พูดไว้อย่างชัดเจนว่า ปัญหาเรื่องการ หลุดออกจากระบบการศึกษาเปึนปัญหาที่รอไม่ได้ แต่ทำไมทางรัฐบาลและ กสศ. ถึงทำให้ เด็กในครอบครัวยากจนพิเศษที่กำลังเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ทุกท่านก็บอกว่าวิกฤตินั้น ต้องรอถึง ๓ ป้กว่าจะได้เงินอุดหนุนการศึกษาเพิ่มขึ้นเพียงแค่ ๑๐๐ บาทต่อเดือนเท่านั้นเอง

มิติที่ ๒ ของความเสมอภาคทางการศึกษาคือการทำให้ทุกคนนั้นไม่เพียงแต่ เข้าถึงการศึกษา แต่ต้องเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เข้าถึงโรงเรียนและห้องเรียนใกล้บ้าน ที่มีคุณภาพ ทุกท่านทราบดีว่าเปัาหมายที่ผมพูดถึงนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้หากเราไม่มี การปฏิรูปวิธีการจัดสรรงบประมาณหลุดออกจากการจัดสรรงบแบบรายหัวในอัตราที่เท่า ๆ กัน แล้วก็เร่งแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศ ความจริงแล้วที่ผมพูดนี้ผมว่า กสศ. น่าจะรู้ดีกว่าใครครับ เพราะหากเราพลิกไปดูหน้า ๗๗ ของรายงานก็จะเห็นชัดว่า สิ่งที่ผมพูดเมื่อสักครู่เกี่ยวกับเรื่อง Equity-based Budgeting ก็เปึน ๑ ใน ๓ ผลงานวิจัยของ กสศ. เชิงนโยบายที่ปรากฏอยู่ในรายงานประจำป้

ดังนั้นครับ คำถามที่ผมต้องถามท่านประธานผ่านไปยัง กสศ. ก็คือว่า ในเมื่อ กสศ. รู้ถึงปัญหา รู้ถึงทางออก ทาง กสศ. ได้สื่อสารปัญหาและแนวทางนี้กับรัฐบาลหรือไม่ เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ชัดเจนในงบป้ ๒๕๖๘ ก็คือว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นก็ยังคงจัดสรร งบประมาณตามสูตรที่ถูกคำนวณในลักษณะแบบเดิม และกระทรวงศึกษาธิการนั้นก็จัดงบ เพียงแค่ ๓๐๐ ล้านบาทเท่านั้นในการพยายามจะบริหารจัดการปัญหาเรื่องของโรงเรียน ขนาดเล็ก

มิติที่ ๓ ของความเสมอภาคทางการศึกษา นั่นคือการทำให้ทุกคนนั้น ไม่เพียงแต่เข้าถึงการศึกษา แต่ต้องเข้าถึงและเปึนส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ท่านประธานครับ ปัจจุบันนักเรียนที่กำลังลงทุนเวลาไป ๑,๒๐๐ กว่าชั่วโมงต่อป้ ปัญหาของเขานั้นไม่ใช่ การเข้าไม่ถึงการศึกษาครับ แต่ปัญหาหลักของเขาคือการศึกษาที่เขาได้รับนั้นมันไม่ได้ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ หรือทำให้เขารู้สึกว่าเรียนแล้วคุ้มค่า ปัจจุบัน ๑ ใน ๒ ของนักเรียนเรา มีทักษะเรื่องความคิดสร้างสรรค์ต่ำกว่าเกณฑ์พื้นฐาน ๑ ใน ๓ ของนักเรียนเรายังไม่เห็น ถึงความจำเปึนในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หลังจากเรียนจบ จากผลสำรวจของ World Economic Forum และ ๑ ใน ๕ ของนักเรียนเราก็รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และถูกทิ้งที่โรงเรียน หากอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ PISA ทั้งหมดนี้ทำให้เราเชื่อได้ว่านักเรียนเราหลายคนอยู่ใน สภาวะที่กายยังอยู่ที่โรงเรียนครับ แต่ใจนั้นได้หลุดออกจากการเรียนรู้ไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นคำถามที่ ๓ ที่ผมมีกับทาง กสศ. ก็คือว่าในขณะที่ กสศ. และรัฐบาลนั้น มีหลายโครงการครับ อย่างเช่น Thailand Zero Dropout ที่พยายามจะทำให้กายของ นักเรียนนั้นยังคงอยู่ในระบบการศึกษา แต่ทาง กสศ. และรัฐบาลมีแผนอะไรบ้างเพื่อจะทำให้ ใจของนักเรียนนั้นอยู่ในระบบการศึกษาด้วยเช่นกัน

มิติที่ ๔ ของความเสมอภาคทางการศึกษา คือความเสมอภาคก่อนที่ เด็กคนหนึ่งจะก้าวเข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมเชื่อว่าในมุมหนึ่งทาง กสศ. ก็รู้ดีครับ ถึงประโยชน์ของการดูแลเด็กในระดับปฐมวัย เพราะถ้าเราย้อนไปดูเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ที่ผ่านมา เราก็เห็นว่า กสศ. ได้มีการออกบทความใน Website เพื่อตอกย้ำแนวคิด ของนักเศรษฐศาสตร์รางวัล Nobel เจมส์ เฮคแมน (James J. Heckman) ว่าการลงทุน ในเด็กปฐมวัยนั้นเปึนการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และจะมีผลตอบแทนคืนสู่สังคมและเศรษฐกิจ มากกว่า ๖ เท่า และในอีกมุมหนึ่งผมเชื่อว่า กสศ. ก็ทราบดีครับ ถึงปัญหาของการดูแลเด็ก ในช่วงปฐมวัยในประเทศของเรา ณ ปัจจุบัน เพราะหากเป่ดไปดูหน้าที่ ๒๓ ของรายงาน ก็ปรากฏชัดครับที่ กสศ. ระบุไว้ว่า เกือบครึ่งหนึ่ง ของนักเรียนยากจนพิเศษในประเทศเรานั้นกำลังเติบโตมาในครอบครัวแหว่งกลางหรือข้ามรุ่น อันส่งผลให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับความอบอุ่นและการเอาใจใส่จากครอบครัว อย่างเต็มที่ จนส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ และการเรียนรู้ของเด็ก

ฉะนั้นคำถามที่ผมมีคำถามที่ ๔ ผ่านไปยัง กสศ. นั้น คือหากการลงทุนในเด็ก ปฐมวัยนั้นเปึนสิ่งที่สำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ แล้วทำไมครับ ครม. ถึงไม่ปรับเพิ่มเงิน อุดหนุนทุนเสมอภาคในส่วนของเด็กปฐมวัยเหมือนกับที่ปรับขึ้นสำหรับเด็กประถม และมัธยม ในมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคมที่ผ่านมา แล้วทำไมครับ ทาง ครม. ถึงไม่ขยาย เงินอุดหนุนทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนให้ครอบคลุมเด็กในชั้นปฐมวัยด้วยเช่นกัน ในการจัดสรรงบประมาณป้ ๒๕๖๘

ส่วนมิติสุดท้ายครับท่านประธาน คือ มิติที่ ๕ ของความเสมอภาคทาง การศึกษา คือความเสมอภาคหลังจากได้ก้าวออกจากระบบการศึกษาแล้ว หากโลกใน ปัจจุบัน ทำให้คนในทุกช่วงวัยนั้นจำเปึนที่ต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ความเสมอภาคนั้นก็จะ เกิดขึ้นไม่ได้หากเราไม่พยายามช่วยให้คนทุกช่วงวัยนั้นมีโอกาสอย่างทัดเทียมกันในการเข้าถึง แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ผมเชื่อว่า กสศ. ก็ตระหนักถึงปัญหานี้ดีเช่นกันครับ เพราะว่ารายงาน ของ กสศ. หน้า ๔๙ ก็ชี้ให้เห็นครับว่า ๑ ใน ๖ ของเยาวชนเรานั้นเปึนกลุ่มที่เรียกว่า NEET หรือว่า นีท ก็คือไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝ๊กอบรมใด ๆ แล้วรายงาน กสศ. ที่ทำร่วมกับธนาคารโลกที่เผยแพร่เมื่อป้นี้ ก็ได้ชี้ให้เห็นชัดครับว่า ๑ ใน ๕ ของคนวัยทำงาน ในประเทศเรานั้นขาดทักษะขั้นพื้นฐาน ทั้งในเรื่องของการอ่านหนังสือ ทั้งในเรื่องของ Digital แล้วก็ในเรื่องของทักษะทางอารมณ์ไปพร้อม ๆ กัน แล้วผมเชื่อครับว่า กสศ. ก็น่าจะ คิดคล้าย ๆ กับผมครับ ว่าทางออกในการยกระดับทักษะของคนทุกช่วงวัยอย่างเสมอภาค ก็คงหนีไม่พ้นความจำเปึนในการลงทุนใน Megaproject ด้านทักษะ แล้วก็อุดหนุนคูปอง ฝ๊กทักษะเหมือนกับที่ผมได้อภิปรายไว้ในสภาในวาระงบประมาณเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ทำไมผมคิดเช่นนี้ครับท่านประธาน ก็เพราะว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสเดินทางไปที่ ประเทศอินโดนีเซีย เข้าพบกับผู้บริหารโครงการที่เรียกว่า โครงการ Prakerja ซึ่งเปึน นโยบายเรือธงของรัฐบาล ในการพยายามจะอุดหนุนคูปองฝ๊กทักษะให้กับคนวัยทำงาน ตอนนี้รวมกันแล้วเกือบ ๒๐ ล้านคน ปรากฏเขาเล่าให้ฟังครับว่า ผมไม่ใช่คณะจากประเทศ ไทยคณะแรกครับ ที่มาเยือนพวกเขา ก่อนหน้านั้นก็มี กสศ. ที่มาเข้าพบปะแล้วก็พูดคุยกับ พวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นคำถามที่ ๕ ที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กสศ. ครับ ก็คือในเมื่อ กสศ. ก็ได้ศึกษาแนวทางนี้มาแล้ว แล้วผมก็เห็นในรายงานประจำป้ว่าทาง กสศ. ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับท่านนายกเกี่ยวกับเรื่อง Reskill Upskill แล้ว แล้วตกลงรัฐบาลจะมีแผน อย่างไรครับ ที่จะทำให้การอุดหนุนคูปองฝ๊กทักษะให้กับคนวัยทำงานนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริง ดังนั้น หากกล่าวโดยสรุป ผมหวังว่าทาง กสศ. แล้วก็รัฐบาลนั้นจะร่วมกันลงทุนอย่างจริงจัง ในการศึกษาด้วยความตระหนักที่เรามีร่วมกันว่า ภารกิจของกองทุนในการสร้างความเสมอ ภาคทางการศึกษานั้น ทั้งกว้างและลึกกว่าการนำพานักเรียนกลับเข้าสู่โรงเรียนและเข้าถึง การศึกษาเพียงเท่านั้น แต่จำเปึนครับ ต้องรวมถึงการทำให้ทุกคนนั้นเข้าถึงการศึกษาที่มี คุณภาพ ห้องเรียน โรงเรียนใกล้บ้านที่มีคุณภาพ มันหมายถึงและต้องครอบคลุมถึงการทำให้ นักเรียนทุกคนนั้นเข้าถึงระบบการศึกษาทั้งกายและใจ และหมายถึงการทำให้นักเรียนทุกคน และประชาชนทุกคนนั้นได้รับความเสมอภาคตั้งแต่ก่อนก้าวเข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วก็หลังจากก้าวออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานเช่นกัน ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ครับ

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ของกองทุนเพื่อความเสมอ ภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ครับ ผมอยากอภิปรายให้เห็นความสำคัญของ กสศ. ต่อความ เปึนอยู่ของประชาชน แล้วก็บทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศนี้ครับ

ท่านประธานครับ การศึกษาเปึนเรื่องสำคัญในระดับบุคคล ช่วยยกระดับ รายได้และความสามารถในการดำรงชีพทั้งของตัวเองและครอบครัว ในส่วนรวมหรือประเทศ ก็เปึนเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาสิ่งที่เรียกว่าทุนมนุษย์ ช่วยให้แรงงานมีทักษะสูงขึ้น ยกระดับรายได้ แล้วก็เศรษฐกิจของประเทศนะครับ บทบาทและหน้าที่ของ กสศ. จึงสำคัญมาก ๆ เพราะปัจจุบันมีคนเข้าไม่ถึงการศึกษา หรือเสี่ยงตกหล่นจากการศึกษาเปึน จำนวนมาก ไม่ใช่กระทบต่อตัวนักเรียนในวันนี้เท่านั้น แต่ในอนาคตยังกระทบต่อครอบครัว ของเขา ต่อลูกหลานของพวกเขานะครับ หรือสิ่งที่ในรายงานของ กสศ. ใช้คำว่า ยากจนข้ามรุ่น ในแง่ประเทศก็ยังกระทบการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศไทยจำเปึนต้องติดสิ่งที่เรียกว่า กับดักรายได้ปานกลางตลอดไป โจทย์สำคัญคือ ถ้าเราอยากพาคนไทยให้หลุดออกจากภาวะยากจนข้ามรุ่นให้ได้ พาประเทศ ออกจากกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลและ กสศ. ในโอกาสนี้คือ เราจะทำอย่างไร คำตอบคือ เราอาจจะต้องไปดูว่าเด็กจบชั้นไหนถึงมีรายได้เพิ่มขึ้น แบบที่เรียกว่ามีนัยสำคัญ มีทักษะพอเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ผมอยากแบ่งอย่างนี้ว่า ถ้าแบ่งการศึกษาเปึน ๔ ระดับ คือ ม.๓ ม.๖ กับ ปวช. แล้วก็ ปวส. และอีกระดับหนึ่งคือ ปริญญาตรี จากรายงานของงานวิจัยของ กสศ. เองที่ให้ทุน เราพบว่าแต่ละระดับพาแรงงาน ไปสู่จุดที่ให้รายได้แตกต่างกันอย่างชัดเจน

มาดูของ ม.๓ ก่อนนะครับ จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ เราดูที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์บนสุด และ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ล่างสุดของแรงงานที่จบ ม.๓ ว่าได้รายได้เท่าไร จากข้อมูลพบว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ล่างสุดของ ม.๓ นะครับ แรงงานได้รายได้เพียงเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ขณะที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์บนสุดของแรงงานจบ ม.๓ ได้รายได้ ๑๒,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ซึ่งชัดเจนครับถ้าเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน เปึนไปไม่ได้เลยที่ทำให้แรงงานเหล่านี้อยู่ รอดหรือยกตัวเองออกจากความยากจนได้ และสิ่งนี้ละครับที่เราเรียกว่าความยากจนข้ามรุ่น

ถ้าเรามาดู ม.๖ หรือ ปวช. เพียงพอไหมครับ จากงานวิจัยที่ชื่อ ทุนมนุษย์ เพื่อพ้นความยากจนข้ามรุ่น ของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเข้าใจว่า กสศ. ก็เปึนผู้สนับสนุน ซึ่งทำการศึกษาเปรียบเทียบสิ่งที่เราเรียกว่าทุนมนุษย์ ทุนมนุษย์ คืออะไร ทุนมนุษย์อาจฟังดูอยากนะครับ พูดง่าย ๆ ก็คือ ต้นทุนของคน ๆ หนึ่งว่าจะพาตัว เขาไปได้ไกลแค่ไหน งานวิจัยประเมินว่า ทุนมนุษย์ซึ่งวัดจากระดับการศึกษา ระดับรายได้ ความซับซ้อนของงานที่ทำได้ หรือประสบการณ์ในการทำงาน สิ่งที่ค้นพบก็คือ คนที่จบ ม.๖ และ ปวช. พบว่ามีทุนมนุษย์ไม่แตกต่างจากแรงงานที่จบ ม.๓ เท่าไรนัก นั่นก็หมายความว่า คนจบ ม.๖ หรือ ปวช. จำนวนมาก ไป ๆ มา ๆ อนาคตทำงานแล้วสุดท้ายได้รายได้ใกล้เคียง กับจบ ม.๓

พอมาดูคนจบ ปวส. ว่าเปึนอย่างไร อันนี้น่าสนใจนะครับ ในรายงานไปวัด ระดับทุนมนุษย์ของแรงงานที่จบ ปวส. หรือสูงกว่านั้น เราพบว่าระดับทุนมนุษย์มีการเพิ่มขึ้น อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ ๒ กรณีก่อนหน้านี้คือ จบเพียง ม.๓ ม.๖ หรือ ปวช. ที่น่าสนใจไป มากกว่านั้นอีกเราพบว่า แรงงานที่จบ ปวส. ยังมีแนวโน้มที่จะพัฒนาตัวเอง หรือคำสมัยใหม่ ที่เราเรียกว่า Reskill ได้ง่ายกว่า ซึ่งก็สอดรับกับโลกยุคใหม่หรือโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยี เปลี่ยนไว แล้วแรงงานจำเปึนต้อง Reskill ตัวเองตลอดเวลา

หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยนะครับ แล้วจบปริญญาตรีเปึนอย่างไร จบปริญญาตรี นี่พบว่ามีโอกาสทั้งคุ้มและไม่คุ้มนะครับ พวกไม่คุ้มคือพวกเรียนจบแล้วรายได้ไม่พอยกระดับ คุณภาพชีวิตตัวเอง กลายเปึนลงทุนติดลบ พวกนี้ต้องบอกว่าเรียนปริญญาตรีในสาขาที่ อาจจะไม่เหมาะกับตัวเอง หรือไม่เปึนที่ต้องการของตลาดแรงงาน ในทางตรงข้าม การเรียน ปริญญาตรีจะคุ้มค่าได้รายได้พอยกระดับคุณภาพชีวิตตัวเองได้ ก็จำเปึนต้องเรียนในสาขาที่ ตัวเองชอบ ถนัด หรือในสถานศึกษาที่มีคุณภาพ แล้วก็ตรงกับสิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการ

ดังนั้น โดยสรุปง่าย ๆ นะครับ แรงงานจบแต่ละชั้นมีรายได้เพียงพอ หรือไม่เพียงพอต่อการยกระดับฐานะตัวเอง ถ้าจบ ม.๓ ไม่พอ จบ ม.๖ จบ ปวช. ไม่พอ ต้องจบ ปวส. เปึนอย่างน้อยถึงจะพอยกระดับการดำรงชีพนะครับ ท่านประธานครับ แล้วทราบไหมว่าแต่ละป้แรงงานที่จบระดับ ม.๓ ม.๖ หรือ ปวช. เท่าไร เราพบว่าตัวเลข ล่าสุดที่ผมไปค้นหามาได้นะครับ ในป้ ๒๕๖๖ หรือป้ ๒๕๖๗ ใกล้เคียงกัน คือประมาณป้หนึ่ง ๑๒๐,๐๐๐ คน ถึง ๑๓๐,๐๐๐ คน ขณะที่แต่ละป้ กสศ. สามารถส่งนักเรียนเรียนจบ ปวส. เท่าที่ผมหาในรายงานฉบับนี้นะครับ เข้าใจว่า ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน ก็ต้องบอกว่าตัวเลข ๑๒๐,๐๐๐ หรือ ๑๓๐,๐๐๐ คน นี่คือกลุ่มคนที่กำลังเสียโอกาสจากการเข้าถึงการศึกษา ในระดับที่จำเปึน หรือระดับที่เพียงพอต่อการยกระดับฐานะ ยกระดับทุนมนุษย์ของตัวเอง ตลอดจนเพื่อการพัฒนาประเทศได้นะครับ ดังนั้น สุดท้ายผมเลยอยากฝากโจทย์สำคัญไปยัง รัฐบาลและ กสศ. ๒-๓ ข้อครับ

ข้อแรก เมื่อผลวิจัยเปึนอย่างนี้ผมคิดว่ามีความจำเปึนที่เราต้องทำให้นักเรียน จบขั้นต่ำ คือ ปวส. ให้ได้ ดังนั้นตัวชี้วัดหรือ KPI ของท่านระยะสั้น อาจเปึนว่าจะทำอย่างไร ให้นักเรียนเหล่านี้อยู่ในระบบการศึกษาจนถึง ปวส. หรือลดการหลุดออกจากระบบ การศึกษาก่อนถึงชั้น ปวส. ให้ได้นะครับ

และแน่นอนในข้อ ๒ เพื่อทำให้ข้อแรกประสบความสำเร็จ เปึนโจทย์ของ รัฐบาลที่ต้องจัดสรรงบและทรัพยากรอย่างเพียงพอ ซึ่งก็ตอกย้ำจากสิ่งที่เพื่อนสมาชิกผม ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ พูดไป

ประการสุดท้ายนะครับ ผมตระหนักว่านักเรียนจำนวนมากต้องหลุดจาก ระบบการศึกษา เพราะปัญหาความยากจนของครอบครัว ดังนั้นรัฐบาลนอกจากต้องให้ งบประมาณ กสศ. อย่างเพียงพอ อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนทางเลือกที่สำคัญคือต้องจัดสรร สวัสดิการขั้นพื้นฐานที่จำเปึนสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย เพื่ออย่างน้อยเปึนแรงจูงใจ ให้นักเรียนเหล่านี้สามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้นะครับ แน่นอนผมทราบว่าเปัาหมาย เหล่านี้ไม่ง่าย ท้าทาย แต่อยากเรียนทุกท่าน ตลอดจนรัฐบาลว่าสำคัญจริง ๆ

สุดท้าย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอขอบคุณผู้บริหารเจ้าหน้าที่ กสศ. และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญนี้ ก็ขอเปึนกำลังใจให้ทุกท่านประสบ ความสำเร็จเพิ่มขึ้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันเปึนประโยชน์ต่อไป ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ก่อนนะครับ แล้วก็จะไปที่คุณวันนิวัติ สมบูรณ์ เชิญครับ คุณอานุภาพ

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ซึ่งได้มารายงานให้สภาผู้แทนราษฎร รับทราบในวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษาที่ทำรายงานนี้ ถือว่าเปึนประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนในประเทศไทยเปึนอย่างมาก ปัจจุบันแนวโน้มเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาในเมืองไทยมีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยข้อมูลเมื่อเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๖๖ มีสูงถึง ๑,๐๒๕,๕๑๔ คน คิดเปึน ๘.๔๑ เปอร์เซ็นต์ ของเด็กและเยาวชนอายุ ๓-๑๘ ป้ในประเทศไทย ท่านประธานครับ ตัวเลขนี้อาจจะมากกว่านี้ ก็ได้ ถ้าหากมีการเก็บข้อมูล มีการ Scan อย่างละเอียดทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล จากรายงาน ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาประจำป้ ๒๕๖๖ ผมขอตั้งข้อสังเกตว่ายังขาด การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เช่น จังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ศึกษาธิการจังหวัด รวมถึงองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต. เทศบาล จนถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งหน่วยงานรัฐ เหล่านี้เขาสามารถ Support กับ กสศ. ได้เยอะเลย หากทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเปึน การติดตามเด็กที่อยู่นอกระบบให้กลับเข้ามาเรียนต่อ หรือการจัดฝ๊กอาชีพ การวางแผน และติดตามให้เด็กเรียนตามความถนัด เปึนต้น ท่านประธานครับ เด็กและเยาวชนเหล่านี้คือ อนาคตของชาติ มีจำนวนถึง ๘.๔๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าไม่น้อย ฉะนั้นเราไม่ควรทิ้งพวกเขาไว้ ให้อยู่ข้างหลังครับ

ประเด็นต่อมา เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา นอกจากจะเปึน เด็กที่มีร่างกายที่ปกติครบ ๓๒ แล้ว ยังมีเด็กที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางมีร่างกายพิการ เปึนเด็ก พิเศษ เปึนเด็ก Autistic Down Syndrome หรือสมาธิสั้น ซึ่งเด็กเหล่านี้ครอบครัว พ่อแม่มี ความจำเปึนต้องประกอบอาชีพหาเลี้ยง จึงมีข้อจำกัดด้านเวลาในการดูแลเด็กกลุ่มนี้ ไม่เฉพาะแต่เรื่องการศึกษา ยังรวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กเหล่านี้ด้วย ฉะนั้นผม จึงขอฝากทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาดูแลเด็กเหล่านี้เปึนพิเศษ เพื่อให้เขา มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมครับ

ประเด็นต่อไปครับ เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาบางคนเขาไม่อยากเรียน ในห้องเรียน ไม่อยากเรียนในระบบการศึกษาแบบปกติครับ เราควรส่งเสริมการเรียนรู้ นอกห้องเรียน รวมถึงมีหลักสูตรทางเลือกให้หลากหลายเพื่อให้เด็กเลือกเรียนตามที่ตัวเอง ต้องการ หรือเรียนด้านอาชีวะที่ กสศ. พยายามส่งเสริมอยู่แล้ว แต่เราควรประชาสัมพันธ์ เรื่องนี้ให้มากขึ้นครับ

สุดท้ายแล้ว ผมขอให้กำลังใจทางกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งมีความ ท้าทายรออยู่อีกหลายด้านเลยนะครับ และขอให้กองทุนนี้ดำเนินการได้เปึนประโยชน์ต่อเด็ก และเยาวชน เสริมสร้างความเสมอภาคทางด้านการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตร่วมอภิปรายรายงานของ กสศ. ประจำป้ พ.ศ. ๒๕๖๖ วันนี้ครับ ขอสไลด์ขึ้นเลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

ท่านประธานครับ จากสไลด์ที่เห็น สถิติข้อมูลย้อนหลังเราจะเห็นคลื่นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ได้แพร่กระจายไปใน สังคมไทยทุกวันนี้ ส่งผลกระทบกับเด็ก เยาวชน แล้วก็อนาคตของชาติอย่างรุนแรง จำนวน เพิ่มขึ้นทุกป้ ท่านประธานครับ ปัญหาทางด้านการเงินคืออุปสรรคของเรื่องนี้ สาเหตุหลัก ก็คือมาจากความยากจนครับ สถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่ไม่มีความพร้อม ทำให้มี รายได้ไม่เพียงพอค่าใช้จ่าย และอีกหลากหลายสาเหตุครับ ผมทราบว่าทาง กสศ. ทราบดีแล้ว ผมเองได้อ่านรายงาน แล้วก็ได้อ่านบทความของท่าน ทั้งใน Website แล้วก็สื่อตีพิมพ์ หลายฉบับนะครับ

ท่านประธานครับ เราเห็นหลายเคสที่มีปัญหาด้านความยากจน อย่างเคสนี้ เปึนน้องผู้หญิงจากจังหวัดขอนแก่น สอบติดมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเภสัชศาสตร์ แต่ว่าไม่มีเงินเพียงพอที่จะเรียน อันนี้เปึนปัญหาทางครอบครัวที่ผมได้กล่าวไปนะครับ และจากสถิตินี้เองครับ ทางท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาล ได้มีการตั้งนโยบาย ซึ่งเปึนภารกิจยิ่งใหญ่ในการที่จะทำให้เด็กที่หลุดออกจากระบบ การศึกษาเหลือ ๐ ก็คือนโยบาย Thailand Zero Dropout โดยมุ่งเน้นไปที่ ๔ ภารกิจ ๔ วิธีการ

ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาเรื่องนี้หลายท่านบอกว่าควรจะเปึนหน้าที่ ของรัฐเพียงฝ์ายเดียว ถูกต้องครับไม่ปฏิเสธ แต่อีกในมุมหนึ่งส่วนตัว กระผมคิดว่าเปึนหน้าที่ ของพวกเราทุกคนที่จะต้องร่วมกันจับมือกันฝ์าวิกฤตินี้ออกไปให้ได้ อย่างนโยบาย Thailand Zero Dropout เองก็ประสานความร่วมมือบูรณาการงานร่วมกันกับทั้ง ๑๑ หน่วยงาน ภาคประชาชนทั้งทางเอกชนเองก็ต้องมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ร่วมกันนะครับ

ท่านประธานครับ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเราแก้ได้ผมเชื่ออย่างนั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือความจริงใจของทุกฝ์าย ทาง กสศ. เองทำงานอย่างยากลำบากผม เข้าใจในข้อจำกัดหลาย ๆ ด้าน ทั้งทางงบประมาณนะครับ แต่ขอให้เชิญครับว่าทางรัฐบาลเอง สส. ที่อยู่ตรงนี้เอง หลาย ๆ พรรคมีความเข้าใจตรงกัน แล้วก็ร่วมมือกันอยากเห็น ประเทศชาติเดินหน้าครับ ที่สำคัญคืองบประมาณ รัฐจะต้องสนับสนุนงบประมาณให้ เพียงพอต่อการดำเนินการของ กสศ. รัฐต้องให้งบประมาณที่เพียงพอแล้วก็ทั่วถึง กระจายให้ อย่างทั่วถึง จัดตั้งกองทุนเพื่อเด็กด้อยโอกาส ภาคเอกชนเอง พี่น้องประชาชนเองช่วยได้ครับ ทุกคนช่วยได้ แม้จะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงตามรัฐธรรมนูญ แต่เปึนหน้าที่ทางจริยธรรมครับ เปึน Moral Obligation ที่พวกเราทางฝัืงรัฐบาลเองมีความมุ่งมั่นตั้งใจ

สุดท้ายนี้ กระผมขอให้กำลังใจทาง กสศ. ในการทำงานทุก ๆ ด้าน ขอให้ ภารกิจที่จะลดเด็กด้อยโอกาส เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาให้ลดลงเหลือ ๐ ตามเปัาหมาย ภารกิจให้ได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรัชนก สุขประเสริฐ ครับ

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน รัชนก สุขประเสริฐ ผู้แทนจากสมุทรปราการ บางปู บางปูใหม่ ตำบลท้ายบ้าน และตำบลแพรกษาค่ะ วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเรื่อง กสศ. กองทุนเพื่อความ เสมอภาคทางด้านการศึกษานะคะ

ปัจจุบันเราหลีกหนีไม่ได้ หรือว่าเราหลีกเลี่ยงความจริงไม่ได้ว่า มีเด็กจำนวน เยอะมากที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา ส่วนใหญ่มีการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมต้น เปึนจำนวนร้อยละ ๒๔.๒๕ ขณะที่ร้อยละ ๑๐.๖๓ ไม่เคยได้รับการศึกษาเลย ส่วนใหญ่จะ เปึนเด็กที่หลุดระบบการศึกษาช่วงมัธยมปลาย คือสำเร็จจากมัธยมศึกษาป้ที่ ๓ แล้วก็อาจจะ ไม่ได้ต่อมัธยมปลาย จำนวนเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาในป้ ๒๕๖๖ จากผลสำรวจ ของหน่วยงานพบว่า มีเด็กออกจากการศึกษาจำนวนประมาณ ๑,๐๒๕,๕๑๔ คน ซึ่งในอดีต ที่ผ่านมานี้เราจะเห็นได้ว่า ในแต่ละป้จะมีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ถือว่า ตัวเลขนี้สำคัญมาก แล้วก็บ่งบอกอะไรหลาย ๆ อย่างในประเทศเราได้ เปึนตัวเลขที่เพิ่มขึ้น อย่างเท่าตัวภายในระยะเวลาป้ ๒ ป้ และสัดส่วนเด็กส่วนใหญ่ที่ออก ก็คืออย่างที่ดิฉันบอกไป จะเปึนช่วงของมัธยมปลาย หรือ ปวช. ที่ไม่สามารถไปต่อได้แล้ว ปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดจาก ระบบก็คือ ๑. เศรษฐกิจและการเมือง ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการเมืองของประเทศไทย หม่นหมองค่ะ เศรษฐกิจซบเซา ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย เราปฏิเสธ ไม่ได้นะคะว่าการเมืองมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการศึกษาของประเทศไทย ปัจจัยที่ ๒ ค่ะ สภาพครอบครัว มีเด็กจำนวนมากที่ครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เด็กหลาย ๆ คนต้อง อยู่กับปู์ย่าตายาย หรือพ่อแม่บางคนมีความจำเปึนไม่สามารถดูแลได้ ก็ต้องย้ายถิ่นฐาน ไปเรื่อย ๆ เพราะว่าตัวเองต้องไปทำงานนอกพื้นที่ การประกอบอาชีพของผู้ปกครอง ในบางส่วน หรือว่าส่วนใหญ่ในประเทศนี้ก็จะไม่มีที่ดินของตัวเอง ทำให้ต้องมีการย้ายรกราก หรือย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะต้องทำให้มีเด็กที่ต้องย้ายโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง หรือว่าหนักสุดเลยผู้ปกครองก็อาจจะตัดสินใจให้เด็กหยุดแล้วก็ไม่ไปต่อทางการศึกษาอีก การประกอบอาชีพของผู้ปกครองส่วนใหญ่ในประเทศเรา ณ ตอนนี้หลาย ๆ คนไม่มีงาน ประจำ รายได้ถดถอย บวกกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นก็เลยต้องทำให้หลาย ๆ คน หันหลังให้กับการศึกษา การสนับสนุนจากภาครัฐ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันภาครัฐอาจจะยัง เล็งเห็นหรือว่าสนับสนุนให้กับการศึกษาไม่มากพอ อันนี้อาจจะต้องฝากความหวังไว้ที่รัฐบาล ภายใต้นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ว่าปัญหาเรื่องของการศึกษาและเด็กเปึนการลงทุน ที่คุ้มค่าที่สุด เพราะวัยเด็กที่จะเติบโตมาเขาจะเปึนแรงงานที่ผลิตภาษี ที่ผลิตคุณภาพของ ประเทศเราในอนาคตข้างหน้า เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเรายังไม่เร่งแก้ไขปัญหาเด็กที่เหลื่อมล้ำ ในป้ ๒๕๖๖ จำนวนล้านกว่าคน ดิฉันเชื่อว่าป้ ๒๕๖๗ มีอีกเยอะแน่นอนค่ะ แต่อย่างไร ดิฉันต้องขอชื่นชม แล้วก็ขอสนับสนุนกองทุน กสศ. นะคะ เราไม่ปฏิเสธค่ะว่ากองทุนนี้ดี แต่ต้องยอมรับค่ะว่ามีเด็กอีกเปึนจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงกองทุนค่ะ กองทุนนี้อาจจะยังมี เงื่อนไขสำหรับการที่ให้กองทุนเด็ก จากหนังสือของ กสศ. จากรายงานเล่มนี้จะมีบ่งบอก เกณฑ์การพิจารณาในเรื่องของความยากจนและความยากจนพิเศษ กองทุนนี้จะพิจารณา ส่วนใหญ่จากความยากจนเปึนพิเศษ แต่ดิฉันมองว่าความยากจนเปึนพิเศษกับความยากจน ไม่แตกต่างกัน จนอย่างไรก็คือจนเหมือนกันค่ะ จนพิเศษนี้ก็อาจจะน่าสงสารกว่านิดหนึ่ง แต่เด็กที่ยากจนก็คือยากจนเหมือนกันค่ะ เข้าไม่ถึงเหมือนกัน อย่างไรดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ กองทุน กสศ. แล้วก็เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เปึนหัวเรี่ยวหัวแรงในการที่จะสนับสนุนเด็ก ๆ เหล่านี้เพื่อเปึนอนาคตของชาติ และดิฉันก็ฝากไปยังนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ว่าให้ท่าน ช่วยเร่งในการแก้ไขปัญหาเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาและให้ความสำคัญ เพราะว่าดิฉันก็ไม่มั่นใจว่าท่านนายกรัฐมนนตรีเศรษฐา ทวีสิน จะให้ความสำคัญกับ การศึกษาหรือเด็กที่หลุดออกจากระบบมากน้อยเพียงใด เพราะขนาดความสำคัญของ ประเทศวันนี้ท่านยังไม่มาตอบกระทู้เพื่อน สส. ของดิฉันในห้องแห่งนี้เลย ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ตอนนี้เราขอป่ดการลงชื่อนะครับ ก็เหลือผู้อภิปรายอีก ๕ ท่าน แล้วก็จะให้ผู้ชี้แจงได้ตอบ ต่อไป ต่อไปขอเชิญคุณบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ วันนี้ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณผู้มาในการทำรายงานสรุปนะครับ ผมต้องขอบคุณ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ร่วมอภิปรายในครั้งนี้นะครับ แล้วก็ให้เห็นถึง ประโยชน์หลาย ๆ ด้าน แล้วก็องค์ประกอบหลายอย่างเช่นเดียวกัน

ก่อนอื่นนะครับการเข้าถึงทางด้านการศึกษา ผมขอพูดในส่วนของสายอาชีวะ ก็แล้วกันนะครับ ในส่วนของการศึกษา กว่าจะเข้ามาเปึนนักเรียน นักศึกษาสายอาชีวะนี้ ต้องบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายพอสมควร ไม่ว่าจะเปึนเปัาหมายหลักในการเรียน อาจจะเปึน การเรียนมาเพื่ออยากจะเรียนเหมือนเพื่อน หรือแม้แต่อยากจะเรียนมาเนื่องจากว่าผู้ปกครอง บอกว่า ถ้าบุตรของท่านเรียนสายอาชีพนี้จะไม่ตกงาน จะมีงานทำ แล้วก็จะเปึนสายอาชีพ ในการทำงานต่อไป เพื่อประกอบอาชีพ แต่ผมมองเห็นหลายอย่างครับว่า ปัจจัยอื่น ๆ ในการ ให้ความรู้ต่อจากที่เด็กได้รับการศึกษาแล้ว อาจจะต้องมีให้ความรู้ชุดความคิดบางอย่างว่า เด็กจบไปท่านจะทำอะไร จบไปแล้วท่านจะศึกษา หรือว่าท่านจะไปเรียนต่อทางด้านไหน อันนี้ผมว่ามีความสำคัญมากที่ให้ชุดความรู้พวกนี้ให้กับเด็ก ๆ บุตรหลานของท่าน แล้วก็ หน่วยงานต่าง ๆ ควรที่จะมีแนวทางให้เด็กสามารถเลือกได้หรือสามารถนำไปคิดได้นะครับ

การเข้าถึงโอกาสในส่วนของกองทุน ผมต้องชี้แจงอย่างนี้ครับ ผมเคยได้ยินมา นมนานมากแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๕ เกิดด้วยตัวผมเองนะครับ ผมเปึนเด็กต่างจังหวัดนะครับ เข้ามาเรียนที่จังหวัดสมุทรปราการ เราก็พยายามจะเข้าถึงกองทุนนี้ ไม่ว่าจะเปึนทาง กยศ. นะครับ แต่พอได้การมีการสอบถามทางสถานศึกษา ก็ได้รับคำตอบมาว่า ท่านไม่ใช่ ผู้กู้รายเก่านะครับ เราก็งงว่าผู้กู้รายเก่าคืออะไร ผมก็เพิ่งมาผมอยากจะเรียน เพราะไม่สามารถจะมีงบประมาณในเรื่องของการศึกษาได้นะครับ สุดท้ายก็ไม่ใช่ผู้กู้รายเก่าเต็ม ไม่เปึนไรเดี๋ยว ปวส. เรากู้ใหม่ พอถึง ปวส. ผมก็กู้เหมือนเดิมนะครับ ก็ทำเรื่องโน่น นี่ นั่น สุดท้ายก็ได้คำตอบเดิมเช่นเดียวกันนะครับ คุณไม่ใช่ผู้กู้รายเก่า สิ่งที่เกิดขึ้นจาก พ.ศ. ๒๕๔๕ จนมา พ.ศ. ๒๕๕๐ เราอยากจะให้ท่านสะท้อนเห็นบางอย่างนะครับ หรือเพื่อน ๆ สส. ที่ร่วม อภิปรายไว้ว่า หลักเกณฑ์หรือคุณสมบัติต่าง ๆ โอกาสในการเข้าถึงกองทุนนี้มันเข้าถึงจริง หรือไม่นะครับ ๑. ต่ำกว่าเส้นความจนล้านกว่า เข้าไม่ถึงอีกเปึนล้าน อันนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่มัน เปึนที่น่าพอใจนะครับ แต่รายงานทุกป้เราจะมีตัวเลขแบบนี้ หรือเปึนข้อมูลสถิติแบบนี้ โดยตลอด แล้วก็มีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายนะครับ อันนี้ผมเลยขออนุญาตฝากรบกวนไป อาจจะต้องมีการตรวจสอบเปึนข้อเสนอแนะก็แล้วกันว่า เด็กที่จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา หรือเข้าถึงกองทุนเข้าได้จริงหรือไม่นะครับ

อีกอันหนึ่งครับ ปัจจัยรวม ปัจจัยอื่น ไม่ว่าจะเปึนเด็กที่หลุดการศึกษา ออกจากนอกระบบนะครับ ผมมองว่าเราเอาบรรทัดฐานคำว่า เส้นความยากจน อย่างเดียว ไม่ได้นะครับ มันมีปัจจัยอื่นด้วย ไม่ว่าจะเปึนสังคมหรืออะไร หรือแม้แต่เรื่องเด็กตีกัน คือล่าสุด ๔-๕ วันที่ผ่านมา ก็มีผู้ปกครองไปทำร้ายร่างกายเด็กในโรงเรียน จนมีการเรียกร้อง ขึ้นมา เปึนคดีขึ้นมา ผู้ปกครองต้องผูกคอตาย ที่จังหวัดสุพรรณบุรี หลายท่านน่าจะเห็นข่าวนี้ หรือแม้แต่เรื่องอื่น ๆ อีกมากมายเลยครับ ไม่ว่าเด็กโดนไฟดูด โน่น นี่ นั่น มันเปึนปัจจัย สภาพแวดล้อมที่ไม่ควรเกิดขึ้นนะครับ อันนี้ก็ต้องฝากไว้ด้วยว่าปัจจัยอื่นไม่ใช่แค่จะเปึน หนี้สิน ไม่ว่าจะเข้าถึงแหล่งทุน ไม่ว่าจะเปึนค่าครองชีพ หรือแม้แต่เรื่องการเมือง การเมืองนี่ ผมว่าเปึนปัจจัยสำคัญหลัก ๆ ด้วยซ้ำนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องงบประมาณในการขอแต่ละป้ มีการตัดลดโน่น นี่ นั่น อันนี้ก็ต้องฝากไปถึงผู้มีอำนาจ หน่วยงาน ฝากพิจารณานะครับ บางอย่างผมว่ามันน่าจะมีการพิจารณาได้มากกว่านี้นะครับ

รวมไปถึงอีกอันหนึ่งครับ หลักสูตรการศึกษาครับ เด็กอาชีวะมีปัญหามากครับ การศึกษา คุณเอาตัวเลขบอกว่า เด็กป้หนึ่งจบประมาณเท่านี้ จบ ปวส. เท่านี้ จบ ปวช. เท่านี้ แล้วต้องจบปริญญาตรีเท่านี้ ค่าแรงขั้นต่ำของหลักสูตรต่าง ๆ วุฒิการศึกษา คุณเอามาเปึนชั้น บรรทัดฐานของค่าครองชีพหรือค่าแรงที่จะต้องได้รับ แต่ผมถามว่า มันใช่หรือไม่ เด็กทุกวันนี้ หลายหลักสูตรไม่ได้เรียน คุณเอาไปยัด ไปปัอนอยู่ในส่วนของหลักสูตรของการฝ๊กงานนะครับ บางรายวิชามีความสำคัญมากเลย ไม่ว่าจะเปึนวิชา CNC แต่คุณไปยัดเยียดให้เด็ก แล้วเด็ก ก็มีเกรดเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูง แต่พอเข้าไปสถานประกอบการ เด็กทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าเด็ก ไม่มีพื้นฐานครับ คุณเอาหลักสูตรพวกนี้ไปยัดอยู่ในหลักสูตรของการฝ๊กงานหมดแล้ว

สุดท้ายครับ นี่คือปัญหาหลัก และผมมองว่าท่านผู้มีอำนาจต่าง ๆ ควรจะ พิจารณาในส่วนเรื่องของหลักสูตร อย่าเอาปัญหาพวกนี้ไปยัดเยียดให้เด็ก ตอนนั้นผมอาจจะ เปึนเด็ก ๑ คน แต่ตอนนี้ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ไม่อยากจะทนดู เห็นอนาคต ของเด็ก ๑ คน มองเปึนแค่นาําิกาทราย เพียงแค่ผู้ใหญ่พลิกไปพลิกมา ซ้ำ ๆ ซาก ๆ นะครับ ผมก็ขอขอบคุณ แล้วก็ให้กำลังใจกองทุนนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ขอขอบคุณทางท่านผู้มาชี้แจงนะครับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเปึนเรื่องจำเปึน ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ ผมก็ได้พูดถึง พ.ร.บ. กองทุนเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา ก็ได้กล่าวถึงว่า การศึกษานี้มันมี หลายระดับ บังเอิญผมเปึนอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เปึน High-end นะครับ เพราะว่า ทางการแพทย์ของเราก็ก้าวหน้าพัฒนาไม่แพ้ต่างประเทศ ทีนี้พอได้มาฟังทางกองทุน ผู้มาชี้แจง ดีมากนะครับ เห็นด้วยนะครับว่ากองทุนนี้ทำมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็เพื่อ ปัองกันไม่ให้นักเรียนหลุดจากการศึกษา โดยมีอยู่ ๔ อย่าง ที่เขาอยากจะทำก็คือ Learning Access คือการเข้าถึงหลายรูปแบบ อันนี้ดีครับ แล้วก็ดูผล Learning Outcome และ Alternative Education หลาย ๆ แบบ เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดไป ไม่จำเปึนต้องไป ยัดเยียดให้เขาเรียนนะครับ เอาที่เขาสบายใจอันนี้ โดยเฉพาะถ้าเรียนมาก ๆ ยิ่งแย่ อันที่ ๔ ก็คือ Systemic Change ผมก็ขอพูดนิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องกองทุนที่ผ่านมานี้ทาง รัฐบาลก็ดี โดยเฉพาะวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ นี้ทางคณะรัฐมนตรีของท่านเศรษฐาก็ได้มีมติ เพิ่มกองทุนเข้าไป ๓,๐๐๐ เปึน ๔,๒๐๐ เพิ่มขึ้นต่อป้ แล้วก็มีนวัตกรรมที่จะเปึน Thailand Zero Dropout ท่านประธานครับ ผมได้พูดถึงว่าประเทศที่เจริญเขาใช้การวิจัยและพัฒนา นำร่องเพื่อมาแก้ปัญหา ทีนี้ในรายงานของท่าน หน้า ๑๑ ก็ได้พูดถึงว่ามีหลาย ๆ ส่วนมา ร่วมกันศึกษา แล้วก็ไม่ได้บอกผลเปึนอย่างไร บอกนิดเดียวแค่นั้นเองครับ ซึ่งอันนี้ จะดีมากครับ ถ้าได้ผลมาว่าจะเปึนอย่างไร ที่ราชบุรีบอกว่าทำไปแล้วก็ไม่ทราบว่ามันด้วน ไปเลยนะครับ นี่รายงานครั้งที่ ๑ ท่านประธานครับ อย่างที่เราทราบกันที่ท่านกรรมการ ได้พูดว่า มีนักเรียนหลุดจากการศึกษาประมาณ ๑,๐๒๐,๐๐๐ คน ซึ่งผมก็ได้พูดไปเมื่อวาน สาเหตุส่วนใหญ่จากความยากจน ความจนนี้มันห้ามกันไม่ได้หรอกครับ เลือกเกิดก็ไม่ได้ ทีนี้ท่านประธานครับ ทางคณะกรรมการ ดูหน้า ๓๔ เขาก็ดีนะครับเขามีการเฝัาระวัง ปัองกันการหลุดออกจากการศึกษา โดยมีการร่วมมือกับ สพฐ. ๑,๕๐๐ แห่ง ๒๘ เขต มีการคัดกรองไป ๙,๓๗๑ คน เท่ากับ ๕.๙๗ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน โดยร่วมมือกับหลาย ๆ ส่วน รวมถึงทางกระทรวงสาธารณสุขด้วย โดยเฉพาะกรมสุขภาพจิต แล้วก็สรุปว่าเด็กที่มีความเสี่ยงออกไปก็คือด้านเศรษฐกิจ ด้านการเรียนที่เปึนปัจจัย อีกอันหนึ่งคือด้านสุขภาพ ผมจะพูดด้านสุขภาพนิดหนึ่งนะครับ อาจจะไม่เกี่ยวกับท่าน แต่เกี่ยวครับ ด้านสุขภาพ เวลาเราจะพัฒนาคนมันควรจะพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แล้วก็ มาถึงสัก ๒ ป้ก่อนเข้าอนุบาล หรือถ้าเลยไปได้ยิ่งดีนะครับ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข หลายเขตสุขภาพเขาได้ทำ เขาเรียกว่า โครงการ ๑,๐๐๐ วันมหัศจรรย์ แล้วก็เปึน ๒,๕๐๐ วันมหัศจรรย์ โดยไปดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แล้วก็ให้เงิน ให้ยา ให้อะไรตามเรื่องตามราวของเขา ก็มีการติดตามไปวัด IQ วัดความสูง วัดระดับต่าง ๆ ปรากฏว่าดีครับ เพราะฉะนั้นพอมา ต่อเนื่องกับที่ท่านบอกว่า ทำงานร่วมกับกรมสุขภาพจิตก็จะได้รู้เรื่องปัญหาชีวิตของเด็ก เหล่านี้เปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นพวกนี้เปึนลักษณะจริงจัง โดยเฉพาะ คำว่า Systemic หรือ System Change นี่นะครับ เรามีการศึกษาแบบระบบเก่า ก็คือเราไป ให้หน่วยงานรัฐให้ของบประมาณขึ้นมา แล้วกองทุนที่เราพูดกันเมื่อวานนี้ก็ไปใช้คำว่า Demand Side Demand Side กลายเปึนว่า คนที่จะมาทำเปึนเอกชนก็ได้รัฐก็ได้ มาทำ หลักสูตรแล้วก็ไปทำ แล้วก็ทำหลักสูตรขึ้นมาเพื่อให้คนไปเรียน แต่ Demand Side ผมอยาก ให้ทางกองทุนนี้หาคนทำหน่อยครับ ให้ไปอยู่ Demand Side จริง ๆ ได้ไหมครับ คือไปให้อยู่ ที่ประชาชน โดยเฉพาะถ้าเขาอยู่ในครรภ์ให้แม่เขาดูแลลูกเขาให้ดี พอจบมาก็ดูแลต่อไปอยู่ที่ Day Care ที่ดี Day Care นั้นต้องถูกต้องตามหลักวิชาการนะครับ เจริญเติบโตขึ้นพอเขาเข้า เรียนอนุบาล คุณแม่ก็ได้รับเงินไปเลือกที่จะเรียนหนังสือว่าเหมาะสมไหม พอไปอยู่ที่ประถม ก็ยังให้คุณแม่ดูอยู่นะครับ เอาเงินให้คุณแม่ไปดูว่าโรงเรียนไหนเข้าท่าบ้าง หลักสูตรเปึน อย่างไร พอไปถึงมัธยมก็ให้เด็กเริ่มรู้แล้วว่า อยากจะเรียนอะไร อยู่ที่ไหน อย่างไร เงินอยู่กับ เด็กครับ ไม่ใช่เงินเข้าไปอยู่ที่โรงเรียนนะครับ ไปเรื่อย ๆ นี่ครับท่านประธานครับ มันจึงเปึน Demand Side จริง ๆ ที่หลาย ๆ ประเทศเขาพยายามเปลี่ยนระบบการศึกษา ทางกองทุนนี้ เคยสนใจไหมครับ ถ้าทำได้ก็จะดีนะครับ ท่านประธานครับ ผมถ้าจำไม่ผิด ประธานาธิบดี อเมริกา สมัยบารัก โอบามา (Barack Hussein Obama) หรืออย่างไรนี่ครับ เขาว่าเขาภูมิใจ ในเยาวชนคนชาติเขาที่จะก้าวหน้าไป เพราะว่าเยาวชนของเขามีความรู้ด้าน Digital คือ เทคโนโลยีดีมาก ผ่านมาแล้วครับแล้ว ก็เปึนหน้าที่ของรัฐที่จะให้โอกาสเหล่านี้แก่เยาวชนเขา คือ โอกาสทางการศึกษารูปแบบไหนก็ได้นะครับ แล้วก็ต้องดูแลสุขภาพเขาให้ดี ซึ่งประเทศไทยเรามีบัตรสุขภาพ บัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรคอยู่แล้ว ซึ่งก็เปึนสิ่งที่ดี เพราะว่า แม้ยากจนอย่างไรก็ได้เข้าไปดูแลเรื่องสุขภาพเปึนประกัน ประกันอันที่ ๑ ทีนี้ก็เหลือเรื่อง การศึกษาแค่นี้เองเราจะให้โอกาสเขาไหม ถ้าได้ก็ดีครับ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุน ให้กำลังใจทางคณะกรรมการกองทุน แล้วก็จะสนับสนุนต่อ ๆ ไปด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา รวมทั้ง คณะผู้บริหารทุกท่านที่มาวันนี้และอยู่ในที่ต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันทำตรงนี้ ถือว่าเปึนองค์กร หรือหน่วยงานที่เปึนกุศลอย่างยิ่งนะครับ ในการที่จะช่วยเหลือลูกหลานของเราที่จะอยู่ใน ประเทศเราได้ และดูแลประเทศเราสืบต่อพวกเราไปอย่างมีคุณภาพ

ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายเรื่องนี้ถึงรายงาน ในส่วนของรายงานเปึน ที่พอใจนะครับ ในรายงานของท่านและผลงานของท่านนี่ผมเรียนว่าผมพอใจอย่างยิ่ง ในทิศทางของการทำงานและการรายงานมา แต่ว่านาทีนี้ที่ผมจะกราบเรียนนี้ก็คือ เปึนข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตเพื่อให้กองทุนนี้ได้ดำเนินการ แล้วก็จัดทำข้อเสนอเชิง นโยบายไปยังคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลนะครับ ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่ผมจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปก็คือ เรื่องของการหลุดออกนอกระบบการศึกษาของผู้เรียนของเด็กไทย หรือคนไทยในเรื่องของการเหลื่อมล้ำ การขาดโอกาสในการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เนื่องจากขาดครูครับ

เรื่องแรก เรื่องหลุดออกนอกระบบการศึกษานะครับ ผมอยากให้เรามอง สาเหตุของมัน ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ เรื่องสังคม เศรษฐกิจของเรานะครับ อันนี้เรียกว่า เศรษฐกิจก็วิกฤติ มีความยากจน แล้วก็ยากจนพิเศษ เราไม่มีความยากจนแล้วมันยากจน พิเศษมากขึ้น ๆ และยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีกนะครับ เช่น เรื่องของการที่เด็กพิการ ทุพพลภาพ หรือการตั้งครรภ์ในวัยเรียน หรือการถูกคุมขัง จับกุมทั้งหลาย เหล่านี้ก็เปึนเหตุให้เขาต้อง ออกจากการศึกษา รวมทั้งทุนที่อุดหนุน ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็เพิ่มขึ้นมาเปึน ๔,๒๐๐ นี้ ก็อาจจะไม่เพียงพอ จะทำให้เขาต้องหลุดออกไปเพื่อความอยู่รอดของตัวเขาและครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามนะครับท่านประธาน ผมอยากจะเสนอสาเหตุหนึ่งที่เราอาจจะมองข้ามไป ก็คือ เรื่องของทัศนคติที่มีต่อระบบการศึกษา ความล้มเหลวในการรับการศึกษา ในการเรียน ของเขาล้มเหลว เขาอาจจะขาดเรียนบ้าง เขาอาจจะเจ็บป์วย หรืออะไรทั้งหลาย เรียนไม่ทัน ถูก Bully ถูกครูกดดัน อะไรต่าง ๆ ซึ่งเขาอาจจะไม่อยากอยู่ โดยเฉพาะระบบการศึกษาที่มัน ล้าหลังอยู่ปัจจุบันนี้ ทำให้เขาไม่มีความหวัง เห็นตัวอย่าง เห็นรุ่นพี่ ๆ ทั้งหลายเรียนจบ ปริญญาไปก็ตกงานนะครับ พึ่งตัวเองไม่ได้ต้องมาอาศัยอะไรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนพ่อแม่ หรือว่าเปึนภาระให้กับสังคม อันนี้ผมอยากให้มองประเด็นเหล่านี้นะครับ เรื่องหลุดออกตรงนี้ ผมเห็นมีว่าท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้ตามกลับคืนมา ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ต่อไปนี้ผมคิด ว่าเราอาจจะหวังได้ไม่มากในการที่จะตามเขากลับมา แล้วก็กลับมาอยู่อย่างยั่งยืนหรือ อยู่อย่างตลอดไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่าทางที่จะต้องเร่งรีบทำ ซึ่งผมว่ากระทรวงศึกษาธิการ ก็มาถูกทาง คิดมาถูกทาง แต่ว่าการกระทำอาจจะต้องอาศัยข้อเสนอแนะจากกองทุนที่ผ่าน ระบบการวิจัยว่า การให้เด็กกลับเข้าระบบการศึกษาไม่ใช่กลับมาห้องเรียนเหมือนเดิม มาเรียนเหมือนเดิมก็ไปอีกเหมือนเดิมนะครับ ผมคิดว่าการศึกษาทางเลือกหรือการศึกษา นอกระบบ และสิ่งที่ กสศ. ทำ คือ ๑ โรงเรียน ๓ ระบบ ผมชอบมากและผมเห็นด้วย มาก ๆ นะครับ อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะให้ กสศ. ได้ทำวิจัยว่าพัฒนาหลักสูตรที่วันนี้มันล้าหลัง เรียนมากเกินไป ทำให้เขาเบื่อหน่าย เรียนแล้วไม่ได้ใช้ และใช้ไม่ได้ในสิ่งที่เรียน เพราะเรียน มากก็เรียนไม่ได้เข้มข้น ก็ได้เรียนแต่ไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่ได้ในสิ่งที่เรียนนะครับ อันนี้ก็อยากให้ กสศ. ได้พัฒนาหลักสูตร และพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงที่ทำเรื่องของ ส่งเสริมการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานที่ อันนี้มาถูกทาง แต่ว่ากระจัดกระจายกัน ฝากกองทุนได้เสนอแนะรัฐบาลด้วย มีทั้งสภาการศึกษาก็ทำ อาชีวะก็ทำ Platform นี้ สพฐ. ก็ทำ สกร. คือ กศน. เดิมก็ทำ สช. ก็ทำ แล้ว สสอท. ก็มี ถ้าเราขมวดเรื่องพวกนี้เข้ามาบูรณาการกัน มาจัด Platform ที่เปึนบทเรียนที่มีความ สมบูรณ์แบบ เปึนบทเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์ Online นี้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน มีการบันทึก ความก้าวหน้าของการเรียนอะไรทั้งหลาย ให้เขาเรียนได้ทุกที ให้เขากลับมาห้องเรียน สี่เหลี่ยม ซึ่งเขาสิ้นหวังอยู่แล้วนี้ยาก แล้วก็ประสบกับความยุ่งยากที่ว่าเหล่านั้นยากครับ และอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องธนาคารหน่วยกิตหรือเครดิตแบงก์ ระบบการเทียบโอน สอบเทียบ อะไรนี้ อันนี้ผมคิดว่าต้องเร่งรีบทำ ก็จะทำให้เขาสามารถที่จะมีระยะเวลาในการเรียน หรือคุณวุฒิที่สูงขึ้นได้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนผ่านมานี้

เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งว่าเรื่องขาดครู อันนี้ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งที่ กสศ. ทำโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ผมอยากจะให้ขยายอีก ขยายสำหรับโรงเรียน ที่ขาดครู ทำให้เหลื่อมล้ำ ไม่เสมอภาคอย่างยิ่ง แม้แต่โรงเรียนใกล้เมืองที่เปึนโรงเรียน ขนาดเล็ก มีคนเกิดน้อย มีคนเข้าน้อย ก็ไม่มีครู นอกจากโรงเรียนที่ทุรกันดารห่างไกล หรืออยู่ชายแดน หรือที่สูง เกาะแก่งทั้งหลายอันนั้น ผมขอเสนอทางเลือกว่าให้ กสศ. ที่มีภาระเรื่องของภารกิจด้านการวิจัย ทำการวิจัยว่าจะยุบควบรวมโรงเรียนหรือจะบริหาร จัดการโรงเรียนที่ครูน้อยนี้อย่างไร แต่ถ้ายุบไม่ได้ ก็อยากจะให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ร่วมด้วย แล้วก็พัฒนาครูให้สามารถสอนควบชั้น แล้วก็เพิ่มครูรัก(ษ์)ถิ่นเข้าไปอีก ไม่เฉพาะโรงเรียน ห่างไกลทุรกันดาร เกาะแก่ง หรือที่สูงทั้งหลาย โรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด ตอนนี้คือ เหลื่อมล้ำสุด ๆ ผมอยากให้เพิ่มครูรัก(ษ์)ถิ่น ในลักษณะที่เปึนระบบป่ดนี้ โดยที่ท่านไม่ต้องใช้ทุน ใช้งบประมาณก็ได้ครับ แต่ว่าประสานกับหน่วยงานผู้ใช้ครูเจ้าของโรงเรียนเหล่านั้น ให้มีอัตรารองรับ แค่ว่าทุนคือมีงานรองรับเมื่อจบ อันนี้เด็ก ม.๖ ก็ขี่คอกันมาสมัครแล้ว ไม่ต้องมีทุนที่ท่านจะต้องมาของบประมาณเปึนภาระกับรัฐ ครูในท้องถิ่นนั้น คือให้เพิ่ม ครูรัก(ษ์)ถิ่น แต่ว่าไม่ต้องเพิ่มงบประมาณ ไม่ต้องผูกพันกับงบประมาณ เพียงแต่ว่าผูกพัน อัตรารับ อันนี้ผมคิดว่าความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการขาดครู ครูไม่ตรงวุฒิ ไม่ครบชั้น ไม่ครบวิชาอะไรทั้งหลาย ก็เปึนเรื่องที่ต้องขอความกรุณาจากกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษาที่มีพันธกิจในการทั้งทำวิจัย ทั้งผลิตและพัฒนาครูเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้เกิดความเสมอภาค สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนนี้ ก็จะช่วยให้การแก้ปัญหา เด็กหลุดออกจากนอกระบบ เด็กไม่มีครู ได้ทั้ง ๒ ปัญหาที่ผมเรียนครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคก้าวไกลนะครับ ก็ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่เป่ดโอกาสให้รายงาน แล้วก็ขอบคุณท่านผู้ชี้แจงที่ให้เกียรติสภาแห่งนี้นะครับ ท่านประธานครับ กองทุนเสมอภาคทางการศึกษาเขามุ่งหวังที่จะให้เด็ก แล้วก็เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในการเข้าถึงโอกาส ก็คือผู้ที่ด้อยโอกาสอะไรต่าง ๆ

ประเด็นแรกที่ผมอยากจะชื่นชมก็คือ รายงานเล่มนี้ผมได้อ่านแล้วทั้งหมด แล้วก็เดี๋ยวจะมีการ Comment นิดหนึ่งในเรื่องของเอกสารทางด้านการเงินต่าง ๆ จากงบ การเงินนะครับ แต่ว่าท่านประธานครับ โครงการที่ผมอยากจะสอบถามนะครับ หรือว่า อยากจะอภิปราย นั่นก็คือเรื่องของการพัฒนาเต็มศักยภาพสายอาชีพ หรือว่าทุน กลุ่มช้างเผือกนะครับ ซึ่งเปึนโครงการที่มันไม่ได้กระจายโอกาสไปตามวิสัยทัศน์ของกองทุน แต่อย่างใด เปึนการคัดเลือกเพียงบางกลุ่มเท่านั้นนะครับ ก็เลยไม่อยากให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ท่านผู้จัดการกองทุนหรือว่าคณะกรรมการลองดูได้ไหมครับ จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดความ ไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียนนะครับ ทั้งรูปแบบของการคัดเลือกทุน คนที่เข้ามา ยื่นคำขอต่าง ๆ เพราะว่าผู้ปกครองก็เข้าใจว่าทางโรงเรียนเปึนผู้คัดเลือก ถูกไหมครับ แต่ว่า แท้จริงแล้วนี่มันต้องส่งข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็หลักเกณฑ์ไปให้กับ กสศ. เพื่อพิจารณา แต่ว่า ความไม่เข้าใจแบบนี้มันก็ทำให้เกิดการพูดกัน แต่ว่าถ้าทางกองทุนนี้จะประชาสัมพันธ์หรือว่า จะมีการพัฒนาในการเข้าถึงกลุ่ม ไม่ให้มีผู้ใดตกหล่นจากระบบการศึกษานี่ก็จะดีมากขึ้น ก็อยากจะเสริมตรงนี้นะครับ

ประเด็นถัดมา ก็คือว่าโครงสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนพื้นที่ ห่างไกลนะครับ เปึนครูรุ่นใหม่ หรือว่าทุนครูรัก(ษ์)ถิ่นนะครับ ก็เปึนการสร้างโอกาส ทางการศึกษาให้นักเรียนที่ห่างไกล แต่ว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ก็คือเพื่อการพัฒนา โรงเรียนของชุมชนบ้านเกิด นี่เขาก็จะร่วมมือกันใช่ไหมครับ มีศึกษาธิการก็บูรณาการ หลายหน่วยที่เกี่ยวกับการศึกษา มีคุรุสภา มี กสศ. ก็เริ่มต้นการผลักดันในการผลิตครู แนวใหม่ แต่ว่าการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการแต่ละมหาวิทยาลัยนั้น มีรูปแบบการสอนที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดปัญหาต่อการปฏิบัติงานจริงในอนาคต อย่างเช่น ป้สุดท้ายของการศึกษา นักศึกษาป้ที่ ๔ บางมหาวิทยาลัยฝ๊กภาคการปฏิบัติ ๒ เทอม บางมหาวิทยาลัยจัดการศึกษาให้ฝ๊กปฏิบัติแค่ ๑ เทอม คำถามคือ อะไรคือมาตรฐาน อะไรคือที่จะต้องใช้งานได้จริง เพราะว่าจริง ๆ แล้วก็อาจจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานจริง ในอนาคต ผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญที่จะไปฟันธงได้ว่าจะต้องฝ๊กเท่าไร แต่ว่าตรงนี้ทางหน่วย น่าจะวางหลักเกณฑ์เอาไว้ เพื่อให้สถานศึกษาร่วมมือแล้วก็ไปในทิศทางเดียวกัน แล้วผม ก็เปึนห่วงนะครับ เพราะว่าครูรุ่นใหม่ที่เข้าไปนี้ก็ต้องมีความเข้าใจ นอกจากเรื่องความรู้ ความสามารถ แล้วก็ใจที่ไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็ต้องอบรมหลาย ๆ อย่างนะครับ อย่างเช่น เรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก การปัองกันการกระทำอาชญากรรมเกี่ยวกับ เด็ก หรือว่าความรู้ความเข้าใจเรื่องของสิทธิและเสรีภาพ หรือว่าเรื่องการส่งเสริมอัตลักษณ์ ท้องถิ่นต่าง ๆ นะครับ ต้องเปึนครูที่รักจริง ๆ ถึงมาเข้าโครงการ แต่ว่าให้กำลังใจนะครับ

สุดท้าย ก็คือ Q-Info ครับ เปึนระบบสารสนเทศที่พัฒนาคุณภาพการศึกษา ก็แบ่งเบาภาระของครูนะครับ ไม่ว่าจะเปึนด้านเอกสาร ทะเบียน วัดผลอะไรต่าง ๆ นะครับ ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาสามารถมองเห็นภาพรวมผ่านระบบสารสนเทศพวกนี้ก็จะนำข้อมูล มาวางแผนได้ แล้วก็นำมาปรับใช้ได้จริง อยากจะให้ทาง กสศ. ลองดูนะครับว่าจะทำอย่างไร ได้บ้างในการที่จะส่งเสริมลักษณะแบบนี้ที่จะได้นำระบบสารสนเทศเข้ามาดู แล้วก็เรื่องของ การเก็บข้อมูลด้วยนะครับ ที่เปึนฐานข้อมูลขนาดใหญ่ว่า สุดท้ายแล้วเด็กที่ตกหล่น มันกระจายอย่างไร แล้วเราจะติดตาม Follow up พวกเขาได้อย่างไร จนจบปลายทาง จนเขามีการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วก็ต่อยอดไปได้

คราวนี้ก็เปึนห่วง ก็คือคำของบประมาณในส่วนของงบการเงินนะครับ ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จากป้ ๒๕๖๕ ๘๐ กว่าล้านบาท ขึ้นมาเปึน ๘๘ ล้านบาท เพราะว่ามันค่อนข้างสูงพอสมควร โดยตัวเลขที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ คือค่าใช้จ่ายอื่น อื่นตรงนี้ ก็คงเปึนจิปาถะละครับ ก็ฝากไปถึงท่านผู้จัดการกองทุนและทุกคนก็อยากจะให้ช่วยกัน ประหยัดภาษี เพราะว่าเงินยิ่งถ้าได้ไปอุดหนุนให้กับเด็กก็จะดีมากกว่าที่ไปใช้รายละเอียดอื่น ๆ จิปาถะที่ทางสภาตรวจสอบไม่ได้ แล้วอีกอย่างก็คือกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ก็กำลังพิจารณาคำของบประมาณที่กองทุนส่งเข้ามาด้วย ใช่ไหมครับ ก็จะได้มาดูรายละเอียด เกี่ยวกับการใช้จ่ายต่าง ๆ ให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ เพราะว่ากองกองทุนก็อยากจะอุดหนุน ให้ถึงมือเด็กมากที่สุดนะครับ

แล้วก็อยากจะสอบถามความคืบหน้าของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ความเสมอภาคของจังหวัดมหาสารคามทั้ง ๒ ระยะ ได้ข่าวว่ามีปัญหาอยู่ ตอนนี้ไม่ทราบว่า จากสถานการณ์ล่าสุด ตอนนี้ได้ดำเนินการถึงไหน อย่างไรบ้าง

แล้วก็เรื่องของครูนอกระบบตามภูมิสังคมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ ไตรมาส ๑ ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่า มีการที่ใช้เงินไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ๒.๓ ล้านบาท ไม่ทราบว่าตอนนี้เรื่องถึงไหนแล้วนะครับ เห็นว่าไปค้างอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ก็อยากได้คำตอบนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม วันนี้ผมดีใจที่ผมได้มามีส่วนร่วมในการที่จะพูดในส่วนของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จริง ๆ แล้วผมเองดีใจมากที่มีหน่วยงานนี้ขึ้นมา เพราะคำว่า โอกาส คำว่า ความเสมอภาค โดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส มันมีความสำคัญมากนะครับ ผมดีใจมากตอนที่กำลังรณรงค์หาเสียงอยู่ ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐาและท่านคุณหมอชลน่าน ซึ่งตอนนั้นเปึนหัวหน้าพรรค ผมเองยืนอยู่ข้างเวที ผมได้ยิน แล้วผมประทับใจมาก ทั้ง ๒ ท่านพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ กสศ. แล้วผมยอมรับนะ ผมยังไม่ค่อย เข้าใจด้วยซ้ำว่า เนื้อในของ กสศ. มันเปึนอย่างไร แต่ว่าผู้ใหญ่ ๒ คน ในพรรคผมพูด ผมดีใจมากเลยครับ ผมเองประทับใจ แล้วก็จนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นแม้ว่าผมจะติดประชุม กรรมาธิการอย่างไรก็ต้องมาคุยเรื่องนี้ให้ได้ เพราะผมชื่นชม แล้วก็ดูแล้วสิ่งนี้เปึนแนวทางที่ดี สำหรับผู้บริหารระดับประเทศที่ให้ความสำคัญกับการที่จะช่วยเด็กด้อยโอกาส เพราะอย่าลืมว่า ประเทศไทยของเราในแต่ละป้ นักเรียนในภาคการศึกษาภาคบังคับ ๘.๙ ล้านคน แต่มีอยู่ ๒.๘ ล้านคนที่เขามีรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเส้นมาตรฐาน เพราะฉะนั้นเด็กเหล่านี้จะเปึน เด็กที่จะขาดโอกาสในการที่จะพัฒนาตัวเองด้านการศึกษา แล้ว กสศ. ได้มาเติมเต็มตรงนี้ จริงอยู่งบประมาณป้ ๆ หนึ่งของ กสศ. อย่างป้ ๒๕๖๕ มีอยู่ ๕,๖๐๐ กว่าล้าน แล้วพอมาป้ ๒๕๖๖ มีอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าล้าน เงินเท่านี้ที่จริงถ้าเอาความคิดผมนะครับ เงินเท่านี้กับการ ได้ผลงานที่มีปริมาณขนาดนี้นะครับ แล้วก็มีคุณภาพขนาดนี้ผมต้องชมเชยท่านจริง ๆ นะครับ ทางคณะกรรมการของ กสศ. และอีกอย่างหนึ่งเหมือนอย่างที่โบร่ำโบราณได้เคยพูดกันว่า การลงทุนเกี่ยวกับการศึกษาไม่มีวันขาดทุนนะครับ เหมือนอย่างดอกเตอร์วันนิวัติท่านบอก เหมือนกันนะครับ ไม่มีทางขาดทุนจริง ๆ ครับ แล้วยิ่งที่ผ่านมานี้มันมีการวิจัยของหน่วยงาน สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา วสศ. ได้ทำการวิเคราะห์ ถ้าเด็กที่ขาดโอกาส ได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาที่ดี แล้วพอหลังจากจบแล้วจะสามารถที่จะทำให้เขา เหล่านั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเปึนเท่าตัว ถ้าสมมุติเขาไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้รับโอกาสตรงนั้น เงินเดือนเขา ถ้าเรียนอยู่ในระดับ ม.๖ เขาก็จะได้เงินเดือนตลอดชั่วชีวิตเฉลี่ยแล้วประมาณ ๑๓,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้าสมมุติว่าเขาได้รับการช่วยเหลือเขาจะได้รับรายได้ตรงนี้ต่อเดือนถึง ๒๗,๐๐๐ กว่าบาท จากสิ่งที่สถาบันได้วิจัยไว้เมื่อป้ ๒๕๖๔ ว่าเด็กที่ขาดโอกาสทั้งหมด ถ้าได้รับโอกาส ๒๐,๐๐๐ กว่าคนสามารถที่จะทำรายได้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้นถึง ๗ เท่า เพราะฉะนั้นแล้วผมเองต้องถือว่า กสศ. นี้เปึนองค์กรที่สำคัญมาก ผมเสียดายตรงที่ว่าวันนี้ ประเทศไทยเราติดอยู่ในกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลางมานมนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่ในความรู้สึกผม ถ้า กสศ. ได้รับการสนับสนุน แล้วได้ผู้บริหารที่ตั้งใจและจริงใจ เหมือนอย่างคณะกรรมการชุดปัจจุบันนี้ ผมว่าการที่เราจะผลักดันตัวของเราเองในเรื่องของ กับดักรายได้ปานกลาง จากปานกลางไปสู่ประเทศที่เปึนรายได้ระดับสูง เปึนไปได้ แล้วไม่ยาก แล้วเราก็จะกลายเปึนเสือเหมือนอย่างที่เคยโจษขานกันมาเมื่ออดีต ท่านครับ ในภาคอีสาน และภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ซึ่งใครก็บอกว่าอุดมสมบูรณ์ แต่ว่าไม่น่าเชื่อว่ามีจำนวน นักเรียนที่ขาดโอกาสที่รอรับการช่วยเหลือเปึนจำนวนมาก ๑๐ อันดับในจังหวัดที่เยาวชน ต้องการความช่วยเหลือ ก็คืออยู่ในอีสาน แล้วก็อยู่ในภาคใต้เสียส่วนใหญ่ ผมเองก็เห็นใจ เพราะอย่างว่าละครับ บางทีความแร้นแค้น โดยอย่างภาคอีสานพื้นที่ก็ไม่ได้อุดมสมบูรณ์ ระบบชลประทานอะไรทั้งหลายก็ไม่ได้มีเหมือนอย่างภาคอื่นเขา แต่ว่าวันนี้ถ้าดูตัวเลข หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากทาง กสศ. ก็ดี หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ก็ดี อัตราที่เด็กและ เยาวชนอีสานได้มีการพัฒนาขึ้นมา ถือว่ามีอัตราเปอร์เซ็นต์ที่พัฒนาขึ้นมามากกว่าภาคอื่น ๆ นั่นก็แสดงว่าคนภาคอีสานเปึนคนที่ถ้าได้รับโอกาสแล้วเขาเองจะสามารถผลักดันตัวเอง ให้ก้าวไปสู่ในอีกชั้นหนึ่งของสังคมได้ ผมเองก็ขอเปึนกำลังใจให้กับ กสศ. แล้วก็ต้องขอบคุณ ทางท่านนายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้ละครับ ผมเองก็ได้ยินอย่างนั้นเต็ม ๒ หู ผมดีใจมาก แล้วผมก็ คิดว่าท่านเองดูแม้แต่งบการศึกษาในป้นี้ ป้ ๒๕๖๘ ก็ได้เพิ่มมาจากป้งบประมาณ ๒๕๖๗ อยู่ร่วม ๆ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็แสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านเองเอาใจ ใส่ในเรื่องของการศึกษาเปึนอย่างมาก วันนี้ผมเองต้องกราบขอบพระคุณทางคณะกรรมการ ของ กสศ. เปึนอย่างยิ่งที่ท่านได้ทุ่มเทเวลา ทุ่มเทความตั้งใจให้กับน้อง ๆ เยาวชนที่ต้องการ ความช่วยเหลือในเรื่องระบบของการศึกษาครับ กราบขอบพระคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านสุดท้าย คุณปารมี ไวจงเจริญ ครับ

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉันขอสไลด์ด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

จริง ๆ แล้วถ้าเราเอาความจริง มาพูด การศึกษาไทยถ้าไม่มีความเหลื่อมล้ำก็ไม่จำเปึนต้องมีกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา แต่เหตุที่ต้องมี กสศ. ขึ้นมาก็เพราะว่ารัฐบาลทำหน้าที่ไม่ได้ เกิดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาสูงขึ้นมาก แล้วในงบประมาณป้ที่ผ่านมายิ่งเห็นได้เลยว่ารัฐบาลไม่ได้มี ความจริงใจที่จะช่วยแก้การศึกษา หรือลดทอนความเหลื่อมล้ำที่สูงมาก เพราะว่า กสศ. ของบประมาณมา ๗,๘๐๐ ล้านบาท แต่ได้งบไป ๖,๙๐๐ ล้านบาท ถูกตัดไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท นี้แสดงให้เห็นเลยว่ารัฐบาลไม่ได้จริงใจที่จะช่วยแก้ แต่แน่นอนดิฉันก็ขอให้กำลังใจ และชื่นชมผู้บริหาร กสศ. เพราะว่าประเทศไทยเรายังคงมีความเหลื่อมล้ำที่สูงมาก เราจึง ยังต้องมี กสศ. ไว้ช่วยเติมเต็มตรงนี้ แต่จากกรณีที่ดิฉันกล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า งบป้ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาโดนตัดไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท สอดคล้องกับเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กสศ. เป่ดรายงานข้อมูลตัวเลขเด็กที่ออกนอกระบบไปล้านกว่าคน ดิฉันอยากจะมีคำถามอยู่บ้าง ตรงนี้ว่าจากงบที่ กสศ. โดนรัฐบาลตัดไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีรายงานที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ว่ามีเด็กออกนอกระบบไป ๑,๐๒๐,๐๐๐ คน กสศ. ได้เตรียมงบจะเข้าไปช่วยเหลือเด็ก นอกระบบ ๑,๐๒๐,๐๐๐ คนนี้ไว้แล้วหรืออย่างไร ดิฉันขอฝากท่านประธานถามไปถึงยัง กสศ.

ประเด็นต่อมา สำหรับเด็กที่ยังไม่หลุดไปจากระบบการศึกษาหรือเด็กกลุ่ม ยากจน ที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายกันมาในสภา เด็กกลุ่มยากจนที่ต่ำกว่าเส้น ความยากจน ๒,๘๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งทาง กสศ. ทำมาเปึนกราฟแสดง ๓ สี มียากจนพิเศษ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน คือเขียวสลับส้ม สีเขียวจะ ๖๐๐,๐๐๐ คน แต่ที่ดิฉันเปึนห่วง คือในรูป บนสไลด์ คือเด็กกลุ่มสีเหลืองว่า กสศ. ได้สนับสนุนผลการคัดกรองเพื่อทำข้อเสนอ เชิงนโยบายนี้ได้ทำผลออกมาคัดกรองเปึนอย่างไรบ้าง เด็ก ๑ ล้านคนนี้ดิฉันเปึนห่วงมาก อยากจะขอให้ทางผู้บริหาร กสศ. ตอบคำถามของดิฉันตรงนี้สักหน่อยว่า ผลการคัดกรองนี้ ได้ช่วยเหลือคัดกรองไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว และมีนโยบายจะช่วยเหลือเด็ก ๑ ล้านคนที่กำลัง เสี่ยงอย่างมากที่จะหลุดออกไปเพิ่ม

ประเด็นที่ ๓ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปถึงผู้บริหาร กสศ. กรณีการเชื่อมโยง ฐานข้อมูลของนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อสร้างโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ป้ ๒๕๖๖ กสศ. ดำเนินงานร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวง อว. ทั้งที่ประชุมอธิการบดี ๓ ที่ประชุมเลย คือ ที่ประชุมอธิการบดี ทปอ. ที่ประชุมอธิการบดีราชมงคล ที่ประชุม อธิการบดีราชภัฏ แล้วรวมถึง กยศ. ด้วย ทาง กสศ. ได้ส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้มหาวิทยาลัย ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้มีการดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนยากจนให้เข้าถึงการศึกษาระดับ มหาวิทยาลัย นักเรียนกลุ่มยากจนนี้ข้อมูลป้ ๒๕๖๒ มีจำนวน ๑๖๐,๐๐๐ กว่าคน แต่พอมา ป้ ๒๕๖๖ กสศ. ช่วยให้เข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS66 ที่ผ่านมาได้ ๒๑,๐๐๐ กว่าคน คิดเปึน ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ดิฉันยังมีความเห็นสักเล็กน้อย ท่านผู้บริหารว่า ดิฉันเห็นว่ายังน้อยไป เพราะว่าไม่ถึงครึ่งจาก ๑๖๐,๐๐๐ คน ทาง กสศ. ช่วยให้เขาเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ ๒๑,๐๐๐ คน

อีกประเด็นสำคัญที่ดิฉันเคยพูดในสภาแห่งนี้ไปแล้วเมื่อครั้งอภิปราย งบประมาณวาระที่ ๑ และดิฉันอยากจะขอส่งเสียงไปยังภาคประชาชน แล้วก็ส่งเสียงถึง กสศ. ด้วย เพื่อเราจะได้ช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาค คือค่าสมัครสอบ เข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ที่ราคาแพงแสนแพง เหมือนอย่างที่ขึ้นอยู่บนสไลด์นี้ว่า ค่าสมัครเข้ามหาวิทยาลัยแพงมาก ค่าสมัครนี้กระทรวง อว. ให้เงินอุดหนุนแค่รอบ ๓ เพราะว่า TCAS ทั้งหมดมี ๔ รอบ กระทรวง อว. สนับสนุนแค่รอบ ๓ คือ ๙๐๐ บาท แต่รอบ ๑ รอบ ๒ และรอบ ๔ รัฐบาลยังไม่ได้สนับสนุน และมันไม่ใช่แค่ค่าสมัครของแต่ละรอบ มันยังมีค่าสอบแต่ละวิชา ซึ่งแบ่งเปึน ๒ ประเภทใหญ่ คือ ค่าสอบ TGAT วิชาละ ๑๔๐ บาท กับค่าสอบ A-Level วิชาละ ๑๐๐ บาท ถ้าคำนวณอย่างกว้าง ๆ นักเรียนจะต้องเสียเงิน ค่าสมัครแต่ละวิชารวมกับค่าสมัคร ๔ รอบ ตกประมาณ ๔,๐๐๐ บาท ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายแฝง คือ ค่าเดินทางไปสอบ แล้วถ้าเด็กบางคนอยู่รอบนอก ศูนย์สอบจะอยู่แต่ในตัวจังหวัด หรือตัวอำเภอเมืองก็ต้องเช่าหอพัก ค่ากินค่าอยู่อีก ดิฉันขอวิงวอนให้ กสศ. พิจารณาประเด็นนี้ ด้วยว่าค่าสมัคร TCAS สำหรับเด็กยากจนนอกเหนือไปจากที่ กสศ. ช่วยเหลืออยู่แล้ว ในตัวเลข ๑๖๐,๐๐๐ คนนั้นมันยังมีเด็กยากจนอื่น ๆ ที่เข้าไม่ถึง เข้าไม่ถึงที่จะไปเริ่มสอบ นี่ยังไม่ได้เริ่มจะเข้ามหาวิทยาลัยเลยนะคะ แค่ค่าสอบก็ผลักเด็กที่มีศักยภาพแต่ยากจน ให้หลุดออกไปแล้ว

ส่วนประเด็นที่ดิฉันขอชื่นชมและเห็นตรงกับดิฉันก็คือ ประเด็นที่ กสศ. เห็นว่าการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเปึนเรื่องเร่งด่วนมาก ขอสไลด์ด้วยนะคะ ดิฉันและ กสศ. เราเห็นตรงกันว่าสาเหตุใหญ่มาจากการจัดสรรงบประมาณแบบเดิมที่ใช้งบแบบ งบรายหัวตามจำนวนรายหัวของเด็ก ที่กลับกลายเปึนตัวสร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้สูงมากขึ้น ดิฉันเห็นด้วยกับ กสศ. ว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเช่นโรงเรียน บนเกาะต่าง ๆ หรือบนยอดดอยไม่สามารถยุบหรือควบรวม โรงเรียนเหล่านี้ต้องมีอยู่ แล้วโรงเรียนเหล่านี้มีนักเรียนน้อยกว่า ๑๒๐ คน และโรงเรียนเหล่านี้นี่แหละที่ได้รับ ผลกระทบอย่างมากจากการจัดสรรงบแบบรายหัว ดิฉันเห็นด้วยกับ กสศ. ในรายงานฉบับนี้ว่า เราต้องทำงบประมาณในลักษณะแบบบูรณาการด้านการศึกษาเพื่อความเสมอภาพ ทางการศึกษาหรือ Equity-based Budgeting For Education ตามหลักเกณฑ์ที่ กสศ. เสนอไว้ในหนังสือรายงาน อันนี้ดิฉันเห็นด้วย แต่ก็หวังว่าเราจะช่วยกันส่งเสียงดัง ดิฉันในฐานะฝ์ายนิติบัญญัติ และ กสศ. จะช่วยกัน เพื่อให้รัฐบาลขยับเรื่องการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กได้แล้ว ดิฉันอภิปรายในสภานี้หลายครั้ง เรื่องปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เขากำลังแย่และวิกฤติหนักมากนะคะ

สุดท้าย ดิฉันก็ขอชื่นชมและให้กำลังใจ และดิฉันก็คิดว่า กสศ. เองก็คงเข้าใจว่า ถ้าประเทศไทยเราไม่มีความเหลื่อมล้ำ ก็จะไม่ต้องมี กสศ. ถึงปลายทางที่สุดแล้ว ดิฉันก็หวัง เห็นว่า กสศ. คงสลายตัวเมื่อประเทศนี้มีความเสมอภาค ดิฉันหวังจะเห็นสิ่งนั้นในอนาคต อันใกล้นี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญกองทุน กสศ. ตอบครับ

นายไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กระผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านนะครับ ต่อคำแนะนำข้อซักถามดังนี้นะครับ

ในส่วนของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ที่ผ่านมาในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ กสศ. ยังคงอยู่ในช่วงของการเติบโต บุคลากรของ กสศ. เพิ่มขึ้นประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาระหว่างป้งบประมาณ ๒๕๖๕-๒๕๖๖ จึงแสดงอยู่ในงบการเงินเรื่องของค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับบุคลากรที่เพิ่มขึ้นครับ นอกจากนั้นแล้ว ในป้ ๒๕๖๖ เปึนป้แรกที่ภายหลังวิกฤติ โควิด-๑๙ มันมีโอกาสทำให้เราสามารถที่จะจัดประชุม Onsite ได้มีการรับฟังความคิดเห็นใน วาระครบรอบ ๕ ป้ ซึ่งตาม พ.ร.บ. กสศ. กำหนดให้เราจะต้องมีการทบทวนการดำเนินงาน ในรอบทุก ๆ ๕ ป้ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจบริบทของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ภายหลัง วิกฤติโควิด-๑๙ ในป้ที่ผ่านมานี้จึงได้มีค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม Onsite เพิ่มขึ้นมากกว่า ป้ ๒๕๖๕ ซึ่งช่วงนั้นยังคงมีมาตรการควบคุม การจัดประชุม Onsite ยังไม่ค่อยสามารถ จะเกิดขึ้นได้

ในส่วนของเงินบริจาคที่ลดลงในช่วงป้งบประมาณ ๒๕๖๖ นั่นก็เพราะว่า หลังจากวิกฤติโควิด-๑๙ ในช่วงป้ ๒๕๖๕ กสศ. ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับภาคเอกชน จำนวนมาก ได้มีโอกาสรับเงินบริจาคจำนวนมาก หลัก ๑๐๐ ล้านบาทมากถึง ๑-๒ โอกาส ในช่วงป้ ๒๕๖๕ ดังนั้นเมื่อเทียบกับป้ ๒๕๖๖ จึงเห็นตัวเลขที่ลดลง เพราะว่าไม่มีการบริจาค ในก้อนใหญ่อย่างนั้นอีกในป้ ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาครับ

ในส่วนของการตั้งงบประมาณของ กสศ. เราเองก็พยายามดำเนินการผ่าน กระบวนการงบประมาณแบบที่ทุก ๆ หน่วยงานต้องดำเนินการเช่นกัน คือต้องเปึนการ ประมาณการ อย่างเช่น การประมาณการจำนวนนักเรียนยากจน ยากจนพิเศษในอนาคตอีก ๑๘ เดือนข้างหน้า หรือการประมาณการกลุ่มเปัาหมายในกลุ่มต่าง ๆ ในแผนงานของ กสศ. การประมาณการนั้น เมื่อเราได้ดำเนินการเสนองบประมาณไปแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีการพิจารณาปรับลดตามขั้นตอนกระบวนการงบประมาณ ทำให้เราจึงได้รับ งบประมาณที่ได้รับจัดสรรในลักษณะที่แต่ละป้ก็จะมีการถูกปรับลดโดยตลอด นี่ก็เปึน แนวทางที่เราพยายามที่จะใช้ข้อมูลวิชาการให้มากขึ้น ใช้ข้อมูลสถิติ ข้อมูลการสำรวจจาก หน้างานให้มากขึ้น เพื่อสามารถที่จะให้ข้อมูลที่เปึนข้อมูลที่ตรง แล้วก็สะท้อนต่อสภาพความ เปึนจริงในแต่ละป้ และสามารถที่จะทำนายอนาคตได้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ได้รับการ สนับสนุนงบประมาณตามความจำเปึนในพื้นที่ต่อไปนะครับ

ในส่วนของข้อเสนอแนะ แล้วก็คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเชิงรุกครับ เรื่องของอัตราการมาเรียนและน้ำหนัก ส่วนสูง ที่เราใช้เปึนเงื่อนไขในการติดตาม ผมต้อง กราบเรียนว่า ที่ กสศ. นะครับท่านประธาน เราไม่ได้เอาอัตราการมาเรียนเปึนเงื่อนไขในการ พิจารณาให้ทุนหรือไม่ให้ทุน แต่ในทางกลับกัน เราใช้เรื่องอัตราการมาเรียนและน้ำหนัก ส่วนสูง เปึนเงื่อนไขในการติดตามว่าเด็กที่ได้รับทุนของ กสศ. ยังมีอัตราการมาเรียนที่ สม่ำเสมออยู่ไหม เด็กที่ได้รับทุนของ กสศ. ยังมีน้ำหนัก ส่วนสูงที่มีพัฒนาการสมวัยอยู่หรือไม่ การติดตามเหล่านี้ไม่ได้เปึนการติดตามไปตัดทุนของเด็ก แต่เปึนการติดตามเพื่อเตือนให้กับ โรงเรียน และผู้ปกครอง และตัวเองได้สามารถที่จะใช้โอกาสที่เรามีข้อมูลตรงนี้ในการทำให้ เด็กมีความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษาลดลง และหวังว่าจะมีทรัพยากรจาก แหล่งอื่น ๆ รอบ ๆ โรงเรียนมาช่วยสนับสนุนได้มากกว่าทรัพยากรเพียง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท ที่ กสศ. ได้สนับสนุนไปครับ

ในส่วนของภาคบังคับที่เราได้รับการสนับสนุนการศึกษา ทุนที่เราได้เปึนทุน ที่สนับสนุนให้กับกลุ่มเปัาหมายตามการประเมินของสำนักงานสถิติแห่งชาติว่า ในแต่ละป้ แม้มีงบเรียนฟรี ๑๕ ป้อยู่แล้ว เรายังพบว่าผู้ปกครอง โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีรายได้น้อย ยังคงต้องมีเงินในการจ่ายให้กับด้านการศึกษาอยู่เปึนระดับประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ในแต่ละป้ นี่จึงเปึนที่มาของการสนับสนุนข้อเสนอของเราไปสู่รัฐบาลว่าควรจะมีเงินให้กับเด็ก กลุ่มเปัาหมายอยู่เท่าไร และเด็กกลุ่มสีเหลืองในภาพกราฟระฆังคว่ำที่ได้มีการสอบถาม เมื่อสักครู่ครับ เราได้มีการเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษา ที่เกี่ยวข้องแล้วทุกหน่วยงานว่า กลุ่มเปัาหมายประชากรกลุ่มนี้ กสศ. ไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณให้สามารถดูแลไปได้ แต่ในส่วนของงบเรียนฟรี ๑๕ ป้ ที่หน่วยงานในต้นสังกัดต่าง ๆ สามารถตั้งงบประมาณ ได้เอง สามารถใช้ข้อมูลจาก กสศ. ไปตั้งงบประมาณได้เองในงบ ๒๕๖๘ หรืองบ ๒๕๖๙ ได้ ดังนั้นหากว่าทางท่านกรรมาธิการได้รับข้อเสนอเรื่องงบประมาณ ในกลุ่มเปัาหมายเด็ก ประชากรที่อยู่ใต้เส้นความยากจนกลุ่มนี้ประมาณ ๑ ล้านคน ได้มีการของบประมาณมาแล้ว ทาง กสศ. อยากที่จะกราบเรียนว่าเราควรจะสนับสนุนให้เด็กเหล่านี้ที่ครัวเรือนมีรายได้ ต่ำกว่าเส้นความยากจนของสภาพัฒน์ได้รับการจัดสรรงบประมาณเหล่านี้ ซึ่งทาง กสศ. ก็พยายามติดตามอยู่ครับว่างบประมาณที่จะไปช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้จะได้รับในป้งบประมาณ ไหน และการสนับสนุนให้ลงไปถึงระดับอนุบาลและ ม.ปลาย ในส่วนของปัจจัยพื้นฐาน นักเรียนยากจนก็เปึนสิ่งที่มีความจำเปึนอย่างมาก โดยปัจจุบันมีเพียงแค่ ๓ สังกัด ที่ได้รับ การจัดสรรในส่วนนี้อยู่ ก็คือ สพฐ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ กทม. ครับ ยังมี หน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษาอีกหลายหน่วยงานที่ยังไม่ได้มีโอกาสตั้งงบประมาณในส่วนนี้ และได้รับการสนับสนุน

ในส่วนของการจัดสรรสูตรจัดสรรงบประมาณ ต้องกราบเรียนจริง ๆ ครับว่า ที่ผ่านมาสูตรจัดสรรงบประมาณรายหัวไปยังโรงเรียน ไม่ว่าจะเปึนโรงเรียนขนาดเล็กหรือ โรงเรียนขนาดต่าง ๆ เรายังอิงอยู่ที่จำนวนหัวนักเรียนเปึนหลักอยู่ มีความจำเปึนอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะงานวิจัยในระดับนานาชาติและงานวิจัยที่ทาง กสศ. ได้พยายามทำงานอยู่ใน ปัจจุบันว่า เราต้องมีปัจจัยที่กำหนดเงินรายหัวที่เด็กในแต่ละบริบทพื้นที่พึงจะได้มากขึ้น เช่น บริบทของความห่างไกลทุรกันดารของโรงเรียน บริบทของตัวปัอนของโรงเรียนว่า เด็กที่มา เรียนส่วนใหญ่เปึนเด็กที่ครัวเรือนมีรายได้น้อย มีผู้พิการ มีเหตุปัจจัยต่าง ๆ การที่จะไปอิง ทุก ๆ อย่างกับจำนวนหัวของเด็กจะทำให้เกิดสูตรจัดสรรงบประมาณที่ทำให้การแก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเปึนไปไม่ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นอีกเช่นกันครับ กราบเรียน ท่านประธานว่า ถ้าหากท่านกรรมาธิการงบประมาณได้เห็นว่าหน่วยงานต้นสังกัดทาง การศึกษาโดยนำข้อเสนอเหล่านี้ที่ กสศ. เสนอไปมาตั้งงบประมาณด้วยสูตรจัดสรร งบประมาณที่มีความเสมอภาคมากขึ้น มีการพิจารณาเอาความห่างไกล ความพิการ หรือความด้อยโอกาสต่าง ๆ ของผู้เรียนมาใช้ประกอบการของบประมาณผ่านกรรมาธิการ งบประมาณ กสศ. ขอสนับสนุนแนวคิดนี้เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่เดิมให้มีความ เสมอภาคมากยิ่งขึ้นครับ

ในส่วนของการทำงานเกี่ยวกับกลุ่มเปัาหมายที่เปึนก่อนวัยเรียนนะครับ ที่ผ่านมาเราก็พยายามทำงานลงไปในกลุ่มเด็กอนุบาลมากขึ้น และอย่างที่เราเขียนอยู่ใน รายงานประจำป้ ๒๕๖๖ เราพบว่าหลังจากโควิด-๑๙ ปัจจัยครอบครัวและปัจจัยที่ตัวเด็ก โดยเฉพาะสภาพจิตใจของเด็กเปึนปัจจัยสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเด่นชัดมากขึ้นว่า เปึนตัวกำหนดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สูงมากขึ้นจริง ๆ การทำงานที่จะต้องเข้าไป แก้ไขปัญหาโจทย์ โดยเฉพาะเด็กที่เปึนครอบครัวแหว่งกลาง เด็กที่ผู้ปกครองแยกทางกัน เด็กที่อยู่ลำพังคนเดียวกับพ่อแม่เพียงแค่ ๑-๒ คน หรือผู้ปกครองเพียงแค่ ๑-๒ คน เปึนกลุ่มเปัาหมายที่ควรจะต้องรับการดูแลมากขึ้น ในป้งบประมาณ ๒๕๖๘ ที่ กสศ. ได้เสนอ เข้ามา เราจึงจะมีการขยายโจทย์การทำงานไปที่กลุ่มเปัาหมายครัวเรือนมากขึ้น การทำงาน ในลักษณะที่มีอาสาสมัครในการไปเยี่ยมครัวเรือนที่มีภาวะครอบครัวแหว่งกลาง หรือการ สนับสนุนการเลี้ยงดูให้สอดคล้องต่อหลักวิชาการ แล้วก็แนวทางที่สามารถสนับสนุนอุปกรณ์ ต่าง ๆ ให้มากขึ้นได้ ก็จะเปึนแนวทางที่ กสศ. จะทำโครงการวิจัยตรงนี้มากขึ้น ให้มีความ เข้าใจว่า ความเสมอภาคทางการศึกษาที่ต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ระหว่างสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาจะทำให้ดีได้มากขึ้นอย่างไร และน่าจะมี ข้อเสนอเชิงนโยบายออกมาในอนาคตต่อไปนะครับ

ในส่วนของการทำงานเรื่องของประชากรที่โตไปกว่านั้น เรื่องของโครงการ Learn to Earn ของรัฐบาลเองก็ดี กสศ. ก็ได้พยายามนำเสนอ Model อย่างที่ทำอยู่ที่ อินโดนีเซียละครับว่า ใช้เทคโนโลยีในการสนับสนุนทุนให้มีการฝ๊กอาชีพ มีการปรับทักษะ อาชีพ ที่สามารถจะให้ประชากรของประเทศไทยมีกลุ่มเปึนประชากรที่มีทักษะแรงงาน ได้มากขึ้น หรือ Skilled Labor ที่ผ่านมาเราอาจจะมีเด็กเยาวชนที่ออกจากระบบการศึกษา ก่อนวัยอันควร ทำให้เปึนแรงงานที่ไร้ฝ้มือ หรือแรงงานที่ด้อยโอกาส เราตั้งใจให้แนวทางนี้จะ ช่วยส่งเสริมให้สัดส่วนประชากรวัยแรงงานที่มีทักษะอาชีพ ที่เปึนที่ต้องการของ ตลาดแรงงานมีแนวโน้มมากขึ้น และกลุ่มประชากรกลุ่มนี้ละครับที่จะพาประเทศไทยออก จากกับดักรายได้ปานกลางได้ และตัวของเขาเองก็จะพาครัวเรือนของเขาออกจากกับดัก ความยากจนข้ามรุ่นได้เช่นกัน นี่ก็เปึนหนึ่งในข้อเสนอเชิงนโยบายที่เราพยายามเสนอไปยัง รัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วครับ

ในส่วนของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องของกลุ่มเปัาหมายที่เปึน เด็กนอกระบบการศึกษา ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับว่า การแก้ปัญหาในระยะยาวคือเรื่องของการทำให้ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในปัจจุบันเด็กเยาวชนมีโจทย์ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เด็กจำนวนมาก เยาวชน จำนวนมากต้องการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ต้องการเรียนในลักษณะที่มีระยะสั้นมากขึ้น แล้วเมื่อต้องการอะไรเพิ่มเติมก็กลับมาเรียนในสิ่งที่สามารถที่จะให้เขาได้มีทักษะไปหางานทำ ได้เร็วขึ้น เขาต้องการมีรายได้เร็วขึ้นครับ เพราะฉะนั้นระบบการศึกษาจำเปึนจะต้องรับโจทย์นี้ไปปรับปรุงรูปแบบของหลักสูตร การประเมินผล แล้วก็โอกาสที่มีความยืดหยุ่นที่ทำให้เด็กสามารถที่จะมีการเรียนไปด้วย มีงานทำไปด้วย แล้วสามารถจะทำให้เขาตอบโจทย์ชีวิตได้ควบคู่ไปกับโจทย์การศึกษา ของเขาด้วย อันนี้ก็เปึนหนึ่งในข้อเสนอของโครงการ Thailand Zero Dropout ที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาครับว่า นอกเหนือจากการค้นหาเด็กและพากลับเข้าสู่เส้นทาง สู่การเรียนรู้แล้ว ระบบการศึกษาต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้นครับ และแน่นอนว่า การดำเนินงานนี้จะไม่สามารถสำเร็จได้เลยครับถ้าเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลไกในพื้นที่ ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธานด้วยครับว่า กลไกศึกษาธิการ จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา เราจะต้องมีการทำงานกับกลไกในพื้นที่ อย่างนี้อย่างใกล้ชิด โจทย์เรื่องของ Thailand Zero Dropout ไม่สามารถที่จะทำงานได้ ในลักษณะที่จากส่วนกลางแต่เพียงลำพัง จะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากกลไก ในพื้นที่ เพราะกลไกในพื้นที่ คือกลไกที่เข้าใจบริบท เข้าใจโจทย์ในการแก้ไขปัญหาเรื่อง ความเหลื่อมล้ำนี้ได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนครับ

ในส่วนสุดท้ายในเรื่องของโจทย์ของครูรัก(ษ์)ถิ่น และโครงการทุนเต็ม ศักยภาพ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ใน ๒ โครงการนี้ กสศ. ได้รับงบประมาณในการผลิตเพียงแค่ ถ้าเปึนครูรัก(ษ์)ถิ่นก็ป้ละ ๓๐๐ ทุน โครงการทุน เต็มศักยภาพเพียงแค่ ๔๐ ทุนต่อป้ ด้วยความตั้งใจของหน่วยที่ผู้จัดสรรงบประมาณเองก็ดี และด้วยคณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้พิจารณาความจำกัดของทรัพยากรเท่าที่มี เราก็สนับสนุนเปึนรูปแบบของการทำงานต้นต้นแบบ และเมื่อเราได้ทำงานถึงจุดหนึ่ง แล้วเราจะเอาข้อเสนอเชิงนโยบายของการผลิตครูระบบป่ดแบบนี้ หรือการผลิตพัฒนาทุน เต็มศักยภาพให้กับเด็กสายอาชีพเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่มีทรัพยากรมากกว่า กสศ. และหน่วยงานที่มีศักยภาพในการดูแลมาตรการเหล่านี้ให้มีความยั่งยืนต่อไป ลักษณะ เดียวกับโครงการ อย่างเช่น Q-Info หรือโครงการต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวถึงครับว่า กสศ. บางโครงการเราสามารถทำงานในเชิงกว้างได้ แต่บางโครงการ เราต้องทำงานเชิงลึกเพื่อให้ได้คุณภาพและได้ข้อเสนอที่มีความแหลมคมเพียงพอที่จะปฏิรูปได้ อย่างยั่งยืนจริง ๆ นี่ก็เปึนบทบาทหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ของเราที่เราทำหน้าที่เปึน Catalyst หรือว่าเปึนผู้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเราสามารถที่จะทำงานเหล่านี้ได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทรัพยากรส่วนใหญ่ซึ่งในปัจจุบันมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเปึน ทรัพยากรที่ไปยังกลุ่มเปัาหมายโดยตรง งบประมาณดำเนินงานของเราก็ยังอยู่ประมาณไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็คือความตั้งใจที่ กสศ. ว่าเราเปึนองค์กรขนาดเล็กที่จะทำงานเชิงกว้างได้ หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และพยายามทำงานตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีโจทย์เชิงลึกด้วยเช่นกัน

อันนี้ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณในท้ายที่สุดนี้นะครับว่า ความปรารถนาดี แล้วก็กำลังใจทุก ๆ อย่างที่สมาชิกทุก ๆ ท่านได้ให้กับทางคณะทำงานของ กสศ. ในวันนี้จะ ขอนำไปกราบเรียนท่านคณะกรรมการบริหาร กสศ. ภาคีร่วมดำเนินงาน และประชาชน ทุก ๆ คนที่ร่วมสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษาโดยตลอดมา ภารกิจนี้เหนือกว่า ภารกิจขององค์กร ๆ เดียว แต่เปึนภารกิจของคนไทยทุกคนที่ กสศ. จะพยายามเปึนอย่าง มากในการทำให้ทุก ๆ คนได้มาร่วมเปึนเจ้าของและได้ร่วมกันผลักดันวาระความเสมอภาคใน การศึกษานี้ร่วมกัน กราบเรียนท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ทางกองทุน กสศ. ครับ เมื่อไม่มีผู้ซักถามแล้วก็ถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาแล้วนะครับ ขอขอบคุณผู้ชี้แจง ทุกท่านนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

เรียนท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้พิจารณามามากพอสมควรแล้ว ผมก็ขออนุญาตป่ดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๐๓ นาําิกา