ร่มธรรม ชี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกระทบสิทธิมนุษยชน ยันเร่งแก้เป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ทั้งสิทธิในการมีชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดี มลพิษทางอากาศ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่ทับซ้อนกันมานาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างจริงจัง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด สนับสนุนงบประมาณ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประเมินโครงการพัฒนาเพื่อคุ้มครองสิทธิและรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายให้ความเห็นในวาระรับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้าน สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้ ๒๕๖๖ ท่านประธานครับ มนุษย์ทุกคนเกิดมาควรได้รับ สิทธิที่เท่าเทียมและมีความเสมอภาค ทั้งการพูด การแสดงออก การดำรงชีวิต และการ อยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ดี และไม่ว่าเขาจะมีความแตกต่างทั้งเรื่องอายุ ร่างกาย เพศศาสนา อาชีพ ความคิด หรือฐานะ ไม่ว่าเขาจะเปึนคนกลุ่มใหญ่ หรือคนกลุ่มน้อยในสังคม ก็ควรที่จะ ได้รับสิทธิที่เท่าเทียม และมีความเสมอภาค และเปึนธรรม และควรได้รับการส่งเสริมและ การคุ้มครองจากรัฐและสังคมทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติ แต่ความเปึนจริงครับ ในสังคมยังมีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการเลือกปฏิบัติอยู่มากมายครับ ไม่ว่าจะเปึน สิทธิและเสรีภาพทางการแสดงออก สิทธิทางการเมือง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิแรงงาน ไปจนถึงประเด็นปัญหาที่สำคัญที่ว่า สิทธิบางอย่างไม่ได้มีการรับรองทาง กฎหมายสูงสุดโดยตรงครับ ก็คือสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่กี่ป้ที่ผ่านมา ครับ สหประชาชาติได้ประกาศว่า การเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ดีต่อสุขภาพ และยั่งยืน เปึนสิทธิมนุษยชนสากล และได้กระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ ได้บัญญัติกำหนดสิทธิในการเข้าถึง สิ่งแวดล้อมที่ดีลงไปในรัฐธรรมนูญครับ เดิมทีแล้วรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ของประเทศไทย ตามมาตรา ๕๖ ได้มีการบัญญัติรับรองสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากร ธรรมชาติเพื่อให้ดำรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งรับรองสิทธิของบุคคลที่จะมีสิทธิมีส่วนร่วมกับ รัฐและชุมชนในการบำรุงรักษาและได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อม ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพนะครับ ทั้งนี้บุคคลสามารถฟัองร้องรัฐเพื่อให้ปฏิบัติ หน้าที่ตามสิทธิและการมีส่วนร่วมดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่ได้รับรองสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีไว้โดยตรง มีเพียงการรับรองสิทธิของ บุคคลและชุมชนในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ ฟุ๋นฟู บำรุง และจัดการทรัพยากรธรรมชาติตาม มาตรา ๔๓ ทำให้การคุ้มครองสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีอาจถูกเพิกเฉย หรือถูกจำกัดไว้ได้นะครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสตรงนี้ด้วยครับที่จะขอชื่นชมคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ว่าเปึนองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ในการ ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอมาตรการ แนวทางในการปัองกัน แก้ไขและ คุ้มครอง เพื่อที่จะมีการปรับปรุงกฎหมาย หรือนโยบายให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน จากรายงานเล่มนี้ก็พบว่าได้มีการดำเนินการในหลากหลายประเด็น ทั้งสิทธิด้านการเมือง ด้านสังคม เศรษฐกิจ ไปจนถึงปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อมูลจากรายงานนี้ ก็มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมามากครับ หลาย ๆ ประเด็นมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ปัญหาก็คือว่า บทบาทอำนาจหน้าที่ของท่านครับ รายงาน เล่มนี้อาจจะไม่มีความหมายอะไรเลยก็ได้ครับ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ข้อเสนอแนะที่สำคัญของ ท่านเหล่านี้ รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจไม่จำเปึนต้องไปทำหรือดำเนินการก็ได้นะครับ ซึ่งผมเองก็ขอเรียกร้องครับว่า ให้รัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาอ่านข้อเสนอแนะ เหล่านี้ด้วยนะครับ

สำหรับประเด็นที่ผมอยากเน้นย้ำในวันนี้ แล้วก็อยากให้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน รัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความสำคัญก็คือ สิทธิในด้าน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพครับ โดยปัจจุบันพี่น้องประชาชนต้องเผชิญ ผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตจากปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมายครับ ปัญหาหนึ่งที่ สำคัญที่ชัดเจนมากครับ ก็คือปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 ที่รุนแรงขึ้นครับ มีผู้ได้รับ ผลกระทบต่อสุขภาพและเสียชีวิตจำนวนมาก รายงานนี้เขียนไว้ชัดเจนครับในป้ ๒๕๖๖ มีผู้ป์วยเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศถึง ๑๑ ล้านคน และจากการประเมินด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ก็พบว่าในป้ ๒๕๖๗ เราอยู่ในอันดับที่ ๙๑ จาก ๑๘๐ ประเทศ ทั่วโลก คุณภาพสิ่งแวดล้อมของเราลดลงหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเปึนอากาศ น้ำ ไปจนถึง ปัญหาอื่น ๆ ที่เห็นกันอยู่ครับ เรื่องน้ำมันรั่ว สารเคมีรั่วไหล เปึนต้น ข้อสังเกตที่สำคัญก็คือ ว่าผู้ก่อมลพิษเหล่านี้มีไม่กี่คนหรอกครับ แต่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้นมีจำนวนมาก เราจำเปึนอย่างยิ่งที่จะผลักดันกลไกทางกฎหมาย บังคับใช้กฎหมาย และสนับสนุน งบประมาณในการแก้ไขปัญหานี้ให้เพียงพอ

อีกประการที่สำคัญครับก็คือ โครงการพัฒนาทั้งของรัฐและของเอกชน ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐาน โครงการขนาดใหญ่ที่ทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้น มาแล้วและกำลังเกิดขึ้นมากมาย ทั้งบนภูเขา ในป์า ลำคลอง ไปจนถึงชายฝัืง และทะเล ทำให้เกิดการคัดค้านจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ผมคิดว่ารัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับ ประเด็นเหล่านี้ครับ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาใด ๆ ก็แล้วแต่ครับ ควรที่จะผ่านกระบวนการ ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ วิถีชีวิต เราต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างข้อดีกับข้อเสียของโครงการเหล่านั้น และควรผ่านความเห็นชอบ ผ่านการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนให้ได้มากที่สุด

ประการต่อมาครับ ที่ผมคิดว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ ความสำคัญ ก็คือ สิทธิในด้านที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ซึ่งเปึนปัญหาที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเปึนปัญหาการไร้ที่ดินทำกิน การออกเอกสารสิทธิ การบุกรุกพื้นที่ ปัญหาการถือครอง ที่กระจุกตัว ไปจนถึงปัญหาที่สำคัญคือ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่ของรัฐกับประชาชน แนวเขตที่ไม่ชัดเจน การประกาศแนวเขตของรัฐทับที่ของชาวบ้าน แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ใน พื้นที่นั้น ๆ มาอย่างยาวนานก็ตามครับ ทำให้เกิดข้อพิพาท เกิดการดำเนินคดีและ ความรุนแรงต่อประชาชน ปัญหาแบบนี้มีทั่วประเทศ และผมเข้าใจดีว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขอยู่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ต่อปัญหา ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเหล่านี้ทำให้พี่น้องประชาชนไม่มีความมั่นคงในชีวิต นำไปสู่ ปัญหาทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำในสังคม และปัญหาสิ่งแวดล้อม

ประการสุดท้ายที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้ให้ความสำคัญก็คือ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าประเทศไทย ของเราจะเปึนประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยมากไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของโลก แต่เราก็ กลับได้รับผลกระทบจากโลกร้อนและโลกรวนมากที่สุดเปึนอันดับต้น ๆ ของโลก โดยเฉพาะ ที่ว่าผลกระทบส่วนใหญ่แล้วตกอยู่กับพี่น้องประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ช่วงที่ผ่านมาเห็นได้ ชัดเจนจากความร้อน ภัยแล้ง และน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและพี่น้อง ประชาชนทุก ๆ กลุ่ม และหากรัฐยังไม่เร่งแก้ไขและเตรียมตัวรับมือกับภัยด้านสภาพ ภูมิอากาศ สถานการณ์เหล่านี้ก็จะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในเรื่องของการขาด แคลนน้ำ การแก่งแย่งในการใช้ทรัพยากร แล้วก็ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องริมชายฝัืง แม้พวกเขาจะไม่ได้มีส่วนสำคัญในการสร้างปัญหานี้ก็ตาม ท่านประธานครับ ผมขอยกคำจากบทความของท่านดอกเตอร์ปิวย อึ๊งภากรณ์ ที่ว่า ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์ สำหรับหายใจ น้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่ม ใช้ เมื่อจะตายก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ ก็คือตายเพราะน้ำหรืออากาศเปึนพิษ ที่ผมยกขึ้นมาก็คือเพื่อที่จะเตือนสติเราทุกคน เตือนสติหน่วยงานฝ์ายบริหาร เพราะนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคนไทยที่เขาไม่มีทางเลือก แต่จำเปึนต้องสูดอากาศปนเปุ๋อนมลพิษเข้าไปในร่างกาย แล้วก็ต้องอยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อม ที่เสื่อมโทรม และต้องได้รับผลกระทบต่อชีวิตจากปัญหาสิ่งแวดล้อม

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขอเปึนกำลังใจในการทำงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน ในการทำงานอย่างยืนหยัด เพื่อผลักดันการคุ้มครองการปกปัองสิทธิ สร้างความเท่าเทียม ความเสมอภาคให้กับพี่น้องประชาชนในทุกด้าน โดยเฉพาะด้าน สิ่งแวดล้อม เพราะสิทธิที่จะหายใจในอากาศที่บริสุทธิ์ น้ำที่สะอาด และสิทธิที่ควรจะได้มี ชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดี คือสิทธิขั้นพื้นฐานของเราทุกคน ขอบคุณครับท่านประธาน