รอมฎอน ชี้ กสม. งบใต้ต่ำ เน้นอบรมผู้นำศาสนา ขัดยุทธศาสตร์ชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

รอมฎอน ปนจอร หารือประเด็นการดำเนินงานของ กสม. โดยเรียกร้องให้พิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากจำนวนคำร้องเรียนที่ลดลงอาจเกิดจากความไม่ปลอดภัยของผู้ให้ข้อมูลภายใต้มาตรการความมั่นคงสูง ซึ่งส่งผลต่อความครบถ้วนของรายงานประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน รอมฎอน ปนจอร เสนอการปรับปรุงโครงสร้างรายงานปีถัดไปโดยเพิ่มหัวข้อ "ผลตอบรับจากหน่วยงาน" และ "กระบวนการติดตามข้อเสนอแนะ" เพื่อให้เห็นภาพการพัฒนาหรือความไม่คืบหน้าในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน พร้อมทั้งหารือประเด็นทบทวนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ โดยตั้งคำถามถึงผลกระทบกับประชาชนและเสนอให้ กสม. พิจารณาปรับปรุงหรือร่างกฎหมายใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิทธิเสรีภาพ รวมถึงเรียกร้องให้ กสม. เพิ่มศักยภาพการทำงานเพื่อรับมือกับการลดการใช้กำลังทหารและกฎหมายพิเศษในอนาคต เนื่องจากงบประมาณในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ต่ำกว่า ๘ แสนบาทส่วนใหญ่ใช้

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเสนอความเห็นของรายงาน ๒ ชิ้นนี้ของทาง กสม. ด้วยนะครับ เปึนรายงานการดำเนินงานผลการปฏิบัติงาน และการประเมินสถานการณ์นะครับ ผมจะต่อ เติมเสริมแต่งเพิ่มเติมจากเพื่อน ๆ สมาชิกที่ได้อภิปรายไปบ้างแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้

อันดับแรกเลยผมต้องขอขอบคุณทาง กสม. ครับ ที่ยังใส่ใจ ที่ยังให้ความสำคัญ กับประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผมต้องบอกอย่างนี้ เพราะว่าผมก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกันนะครับว่ารายงานป้นี้จะไม่มีบทเฉพาะของจังหวัด ชายแดนภาคใต้หรือเปล่า เพราะว่าในรัฐบาลนี้นโยบายที่แถลงต่อสภานี้ การให้ความสำคัญ ของคำแถลงนโยบายถูกตัดออกไป ก็รอลุ้นอยู่ว่าองค์กรอิสระอย่างของท่าน หรือว่า หน่วยงานอื่น ๆ ที่เคยให้ความสำคัญจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเด็นปัญหาเฉพาะพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เรียกได้ว่ามาตรการด้านความมั่นคงที่เข้มข้น และเรียกได้ว่าเปึนที่ ที่จะสามารถสะท้อนปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้มากที่สุดในประเทศนี้ ก็ยังถูกให้ ความสำคัญอยู่ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณครับ และผมคงต้องเรียนว่ารายงานของท่านสำคัญ จริง ๆ และจริง ๆ แล้วสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติอย่างท่านตามหลักการปารีสนะครับ เปึนองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมประชาธิปไตยและเปึนองค์ประกอบที่สำคัญของการสร้าง สันติภาพด้วยครับ ผมพยายามจะมองรายงานชิ้นนี้จากสายตาอย่างนั้นนะครับ ผมเห็น มีความพยายามที่จะเขียนรายงานอย่างครอบคลุมในหลาย ๆ ประเด็น ในหลาย ๆ มิติ ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันนี้เห็นความพยายามแม้จะมีพื้นที่จำกัด และอาจจะเปึนอย่างที่เพื่อนสมาชิกของผมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า อาจจะมีประเด็นที่ Under the Radar หรือว่ามองไม่เห็นอยู่ แต่เรื่องนี้ผมคงต้องเรียนว่า ในรายงานระบุว่าในป้ ๒๕๖๖ มีคำร้องคำตรวจสอบเรื่องร้องเรียนก็แล้วกันนะครับ ใช้คำว่า รับเรื่องร้องเรียนในประเด็น จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ คำร้อง ลดลงจากป้ก่อน ๗ คำร้อง เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงประเด็นที่ ผมมีเรื่องเล่านิดหนึ่ง เมื่อวานนี้ในที่ประชุมของกรรมาธิการ วิสามัญสันติภาพชายแดนใต้ ก่อนป่ดประชุมเราเป่ดคลิปของคุณรอนิง ดอเลาะ ผู้ที่เสียชีวิต ไปจากการถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ ๒๕ เดือนที่แล้ว คือคลิปนั้นท่านรอนิงมาให้ข้อมูลต่อเวที สาธารณะของกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปึนคลิปสั้น ๆ และ ในเนื้อหาสาระวันนั้นท่านก็บอกแล้วว่าท่านต้องใจกล้ามากที่จะพูดความจริง คือท่านก็ไม่รู้ว่า การพูดเรื่องของท่านจะปลอดภัยหรือเปล่า คำถามผมก็คือว่า กสม. เจอสภาพแบบนี้ไหมครับ กสม. เจอสภาพปัญหาที่ผู้ให้ข้อมูลหรือว่าผู้ร้องเรียนต่อ กสม. มีความไม่ปลอดภัย หรือว่า มีความเสี่ยงที่จะไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น แล้วจำนวนที่ลดลงของเรื่องร้องเรียนเหล่านี้มันสัมพันธ์ หรือเปล่ากับความรู้สึกปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย ต้องเรียนท่านประธานถามไปทาง กสม. ว่า มันเปึนไปได้ไหมว่าในพื้นที่นี้มีมาตรการด้านความมั่นคงสูง และนำโดยทหาร กุมสภาพโดย กอ.รมน. มันจะมีความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยแบบนี้เกิดขึ้น และทำให้เราไม่สามารถรับทราบถึง ข้อเท็จจริงที่ท้ายสุดมันจะมาบรรจุอยู่ในรายงานเล่มนี้ มันเปึนอย่างนั้นไหม อันนี้มันเปึน ข้อสังเกตที่ผมเพิ่งนึกขึ้นมาได้ในระหว่างที่ฟังการอภิปรายนี้ ถ้าเปึนอย่างนั้นแสดงว่าอย่างไรครับ แสดงว่ารายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนอาจมีช่องว่างใหญ่เลยนะครับที่เรา ไม่สามารถรู้ว่าข้อเท็จจริงที่ประชาชนเผชิญอยู่ในพื้นที่เปึนอย่างไร เรื่องนี้จึงสัมพันธ์กับ หลายเรื่องตามมา ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ที่เหลืออยู่พูดถึง ๒-๓ ประเด็น

คือผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกบางท่านที่เห็นว่าท่านไม่ได้เผยให้เห็นว่า ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานหลายหน่วยงาน ตกลงแล้วเขารับหรือเปล่า แล้วเขาเอาไปทำอะไร หรือไม่ ผมจึงมีข้อเสนอแนะสำหรับรายงานป้ถัดไปถ้าท่านจะกรุณารับฟังและปรับปรุง ตัวโครงสร้างของรายงานสักนิดหนึ่ง ใน Subhead หรือว่าในหัวข้อย่อย หลังจากการที่จะ ประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมเปึนอย่างไร การดำเนินงานของ กสม. เปึนอย่างไร การประเมินสิทธิมนุษยชนเปึนอย่างไร และมีข้อเสนอแนะ ท่านกรุณาเติมอีกสักหัวข้อหนึ่ง ได้ไหมว่า ผลตอบรับของหน่วยงานที่ได้รับข้อเสนอนั้นเปึนอย่างไร อย่างที่เพื่อนสมาชิกของผม ท่านกมลศักดิ์ได้ตั้งประเด็นเอาไว้ แต่ผมอยากให้จริงจังถึงขนาดว่าบรรจุเอาไว้เปึนตัว โครงสร้างของรายงานเลย และผมคิดว่าไม่ใช่แค่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ทุกเรื่องเลยครับ เพราะผมเข้าใจว่ามีเรื่องคำแนะนำเหล่านี้ไปให้หน่วยงานและผลตอบรับเปึนอย่างไร กระบวนการติดตามของ กสม. เปึนอย่างไร ทำให้เราเห็นหน่อยว่าท่านได้ติดตามมัน แล้วก็ข้อเสนอแนะของท่านถูกเพิกเฉยหรือไม่ อย่างไร แล้วก็จะใช้กลไกอย่างอื่น อย่างใน สภาเองของเราก็จะได้ช่วยกันติดตาม นอกเหนือจากที่ท่านระบุว่ามีพัฒนาการหรือว่า ความก้าวหน้าเรื่องการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างไร ก็ช่วยระบุหน่อยว่ามันมีความ ไม่คืบหน้า หรือว่าความไม่ก้าวหน้าอย่างไรด้วย ถ้าในป้หน้ารายงานชิ้นนี้จะสมบูรณ์มากขึ้นก็ อยากขอความกรุณาตรงนี้นะครับ

ประเด็นถัดมา คือเรื่องการทบทวนการใช้กฎหมายพิเศษ ผมเห็นอยู่ครับ เมื่อวาน เมื่อวานซืนผมเห็นอยู่ว่ามีกิจกรรมของ กสม. ลงไปในพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คำถามผมคือคล้าย ๆ กับเพื่อนเหมือนกัน แต่ว่าจะต่างกัน นิดหน่อยตรงที่ว่านอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษแล้ว มันมีผลกระทบ กับผู้คนอย่างไร กสม. มีข้อเสนอเรื่องการปรับปรุง แก้ไข โละ รื้อบรรดากฎหมายเหล่านั้น หรือไม่ อย่างไร และมีข้อเสนอในการร่างกฎหมายที่เรียกได้ว่าเปึนมิตรกับการคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่านี้ แม้ว่ามันจะเปึนกฎหมายด้านความมั่นคงก็เถอะ หรือไม่ อย่างไร ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าเปึนไปได้ กสม. ลองเสนอได้ไหมว่ากฎอัยการศึก ที่ควรจะเปึน ถ้ามันยังจำเปึนอยู่มันเปึนอย่างไร กฎอัยการศึกที่เราใช้ในยามศึกสงคราม แต่ว่า Care กับชีวิตผู้คน Care กับหลักการสิทธิมนุษยชนด้วย มันเปึนอย่างไร เราไม่ได้พูด แค่การบังคับใช้แล้วนะครับ เรากำลังพูดถึงตัวบทใหม่ ถ้าจะไปไกลกว่านั้นก็คือต้องลองดูว่า กฎหมายด้านการรักษาความมั่นคงภายในยังจำเปึนอยู่หรือไม่ กฎหมายการบริหาร สถานการณ์ฉุกเฉินที่ก้าวหน้ากว่านี้ ที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพมากกว่านี้หน้าตาเปึนอย่างไร กสม. ทำให้ดูหน่อยได้ไหมครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายอันนี้เปึนเรื่องการใช้ครับ ผมก็งงจริง ๆ ครับว่าการขยาย การบังคับใช้กฎหมายพิเศษนี้ยังต่อเนื่องอยู่ ผมไม่แน่ใจว่า กสม. หรือรายงานนี้ที่เราอ่าน กันอยู่ ที่ประชาชนจะได้อ่านนี้ มันมีส่วนไหมครับในการจะไปช่วยให้ทางผู้บริหาร หรือว่าทาง คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือว่าทาง ครม. สามารถเห็นความเห็นที่แตกต่าง ออกไป เพื่อที่จะพิจารณาในการขยายอายุการบังคับใช้กฎหมายพิเศษเหล่านั้น มันมีช่องทาง อื่นไหมที่ทาง กสม. จะสามารถเติมเสียงเหล่านี้เข้าไป เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาเสียงของท่าน ไม่ได้อยู่ในวงของการตัดสินใจนะครับ ก็คงต้องฝากทางท่านประธานไปถึงทาง กสม. ครับ

สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานนิดเดียว นิดเดียวจริง ๆ ผมลืมไปว่ามันมีเล่มนี้ อยู่ด้วยนะครับเรื่องการดำเนินงาน ผมเห็นตารางนี้ในหน้า ๓๓ ถ้าเกิดประชาชนฟังอยู่ ก็เอาไป Load ดูนะครับ เราก็จะเห็นว่าองค์กรที่เพื่อนสมาชิกคาดหวังว่าเราจะมี Power มีดาบมากกว่านี้ มันแย่ตรงไหนรู้ไหมครับ มันแย่ตรงที่ว่าเราก็ยังอยู่ในกรอบ กสม. ก็ยังอยู่ ในกรอบของยุทธศาสตร์ชาติ ต้องเดินตามตัวชี้วัดต่าง ๆ มันเปึนเรื่องตลกก็คือในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่อุตส่าห์มีอยู่ประมาณ ๓-๔ หน้านี่ งบประมาณที่ใช้จริง ๆ มีไม่ถึงล้านนะครับ ๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้ว ๘๐๐,๐๐๐ บาท นั้นก็ใช้ในงานอบรมและการส่งเสริม แต่ท่านเชื่อไหม การอบรมความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน หลัก ๆ แล้วนี่ไปอบรมผู้นำศาสนา อบรมประชาชน แต่หัวใจสำคัญคือเจ้าหน้าที่รัฐครับ และท่านอนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่รัฐ คือ ทาง กสม. กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนเปึนคนอบรมกันเอาเองนะครับ ผมเลยไม่มั่นใจเท่าไรว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะตระหนักถึงคุณค่า และความศักดิ์สิทธิ์ของสิทธิมนุษยชน ขนาดไหน คือกำลังมีอยู่แค่นี้ งบประมาณมีอยู่ ๘๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ เปึนไปได้ไหมในช่วง เปลี่ยนผ่านหลังจากนี้อีก ๒-๓ ป้ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๗๐ ถ้าเรายังยึดตามยุทธศาสตร์ชาติ กสม. จะมีกิจกรรมที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อรับมือในช่วงของการลดการใช้กำลังทหารลง ลดการใช้ กฎหมายพิเศษลง แล้วก็เพิ่มบทบาทของสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น มันมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น แบบนั้นได้หรือไม่ กสม. ต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้นได้หรือไม่ อันนี้ก็คงต้องฝากไปทาง กสม. ผ่านทางท่านประธานนะครับ ก็เปึนประเด็นทิ้งท้ายเอาไว้ ขอบพระคุณครับ