สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล หารือเรื่องความไม่คุ้มค่าของการศึกษาในระดับปริญญาตรีและระดับต่ำกว่าปริญญาตรี โดยชี้ให้เห็นว่าแรงงานจำนวนมากจบการศึกษาแต่ไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้ จึงเสนอให้รัฐบาลและ กสศ. ปรับตัวชี้วัดให้มุ่งเน้นการส่งนักเรียนให้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานถึงระดับ ปวส. และจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอเพื่อลดอัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษา
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ของกองทุนเพื่อความเสมอ ภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ครับ ผมอยากอภิปรายให้เห็นความสำคัญของ กสศ. ต่อความ เปึนอยู่ของประชาชน แล้วก็บทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศนี้ครับ
ท่านประธานครับ การศึกษาเปึนเรื่องสำคัญในระดับบุคคล ช่วยยกระดับ รายได้และความสามารถในการดำรงชีพทั้งของตัวเองและครอบครัว ในส่วนรวมหรือประเทศ ก็เปึนเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาสิ่งที่เรียกว่าทุนมนุษย์ ช่วยให้แรงงานมีทักษะสูงขึ้น ยกระดับรายได้ แล้วก็เศรษฐกิจของประเทศนะครับ บทบาทและหน้าที่ของ กสศ. จึงสำคัญมาก ๆ เพราะปัจจุบันมีคนเข้าไม่ถึงการศึกษา หรือเสี่ยงตกหล่นจากการศึกษาเปึน จำนวนมาก ไม่ใช่กระทบต่อตัวนักเรียนในวันนี้เท่านั้น แต่ในอนาคตยังกระทบต่อครอบครัว ของเขา ต่อลูกหลานของพวกเขานะครับ หรือสิ่งที่ในรายงานของ กสศ. ใช้คำว่า ยากจนข้ามรุ่น ในแง่ประเทศก็ยังกระทบการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศไทยจำเปึนต้องติดสิ่งที่เรียกว่า กับดักรายได้ปานกลางตลอดไป โจทย์สำคัญคือ ถ้าเราอยากพาคนไทยให้หลุดออกจากภาวะยากจนข้ามรุ่นให้ได้ พาประเทศ ออกจากกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลและ กสศ. ในโอกาสนี้คือ เราจะทำอย่างไร คำตอบคือ เราอาจจะต้องไปดูว่าเด็กจบชั้นไหนถึงมีรายได้เพิ่มขึ้น แบบที่เรียกว่ามีนัยสำคัญ มีทักษะพอเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ผมอยากแบ่งอย่างนี้ว่า ถ้าแบ่งการศึกษาเปึน ๔ ระดับ คือ ม.๓ ม.๖ กับ ปวช. แล้วก็ ปวส. และอีกระดับหนึ่งคือ ปริญญาตรี จากรายงานของงานวิจัยของ กสศ. เองที่ให้ทุน เราพบว่าแต่ละระดับพาแรงงาน ไปสู่จุดที่ให้รายได้แตกต่างกันอย่างชัดเจน
มาดูของ ม.๓ ก่อนนะครับ จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ เราดูที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์บนสุด และ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ล่างสุดของแรงงานที่จบ ม.๓ ว่าได้รายได้เท่าไร จากข้อมูลพบว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ล่างสุดของ ม.๓ นะครับ แรงงานได้รายได้เพียงเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ขณะที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์บนสุดของแรงงานจบ ม.๓ ได้รายได้ ๑๒,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ซึ่งชัดเจนครับถ้าเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน เปึนไปไม่ได้เลยที่ทำให้แรงงานเหล่านี้อยู่ รอดหรือยกตัวเองออกจากความยากจนได้ และสิ่งนี้ละครับที่เราเรียกว่าความยากจนข้ามรุ่น
ถ้าเรามาดู ม.๖ หรือ ปวช. เพียงพอไหมครับ จากงานวิจัยที่ชื่อ ทุนมนุษย์ เพื่อพ้นความยากจนข้ามรุ่น ของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเข้าใจว่า กสศ. ก็เปึนผู้สนับสนุน ซึ่งทำการศึกษาเปรียบเทียบสิ่งที่เราเรียกว่าทุนมนุษย์ ทุนมนุษย์ คืออะไร ทุนมนุษย์อาจฟังดูอยากนะครับ พูดง่าย ๆ ก็คือ ต้นทุนของคน ๆ หนึ่งว่าจะพาตัว เขาไปได้ไกลแค่ไหน งานวิจัยประเมินว่า ทุนมนุษย์ซึ่งวัดจากระดับการศึกษา ระดับรายได้ ความซับซ้อนของงานที่ทำได้ หรือประสบการณ์ในการทำงาน สิ่งที่ค้นพบก็คือ คนที่จบ ม.๖ และ ปวช. พบว่ามีทุนมนุษย์ไม่แตกต่างจากแรงงานที่จบ ม.๓ เท่าไรนัก นั่นก็หมายความว่า คนจบ ม.๖ หรือ ปวช. จำนวนมาก ไป ๆ มา ๆ อนาคตทำงานแล้วสุดท้ายได้รายได้ใกล้เคียง กับจบ ม.๓
พอมาดูคนจบ ปวส. ว่าเปึนอย่างไร อันนี้น่าสนใจนะครับ ในรายงานไปวัด ระดับทุนมนุษย์ของแรงงานที่จบ ปวส. หรือสูงกว่านั้น เราพบว่าระดับทุนมนุษย์มีการเพิ่มขึ้น อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ ๒ กรณีก่อนหน้านี้คือ จบเพียง ม.๓ ม.๖ หรือ ปวช. ที่น่าสนใจไป มากกว่านั้นอีกเราพบว่า แรงงานที่จบ ปวส. ยังมีแนวโน้มที่จะพัฒนาตัวเอง หรือคำสมัยใหม่ ที่เราเรียกว่า Reskill ได้ง่ายกว่า ซึ่งก็สอดรับกับโลกยุคใหม่หรือโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยี เปลี่ยนไว แล้วแรงงานจำเปึนต้อง Reskill ตัวเองตลอดเวลา
หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยนะครับ แล้วจบปริญญาตรีเปึนอย่างไร จบปริญญาตรี นี่พบว่ามีโอกาสทั้งคุ้มและไม่คุ้มนะครับ พวกไม่คุ้มคือพวกเรียนจบแล้วรายได้ไม่พอยกระดับ คุณภาพชีวิตตัวเอง กลายเปึนลงทุนติดลบ พวกนี้ต้องบอกว่าเรียนปริญญาตรีในสาขาที่ อาจจะไม่เหมาะกับตัวเอง หรือไม่เปึนที่ต้องการของตลาดแรงงาน ในทางตรงข้าม การเรียน ปริญญาตรีจะคุ้มค่าได้รายได้พอยกระดับคุณภาพชีวิตตัวเองได้ ก็จำเปึนต้องเรียนในสาขาที่ ตัวเองชอบ ถนัด หรือในสถานศึกษาที่มีคุณภาพ แล้วก็ตรงกับสิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการ
ดังนั้น โดยสรุปง่าย ๆ นะครับ แรงงานจบแต่ละชั้นมีรายได้เพียงพอ หรือไม่เพียงพอต่อการยกระดับฐานะตัวเอง ถ้าจบ ม.๓ ไม่พอ จบ ม.๖ จบ ปวช. ไม่พอ ต้องจบ ปวส. เปึนอย่างน้อยถึงจะพอยกระดับการดำรงชีพนะครับ ท่านประธานครับ แล้วทราบไหมว่าแต่ละป้แรงงานที่จบระดับ ม.๓ ม.๖ หรือ ปวช. เท่าไร เราพบว่าตัวเลข ล่าสุดที่ผมไปค้นหามาได้นะครับ ในป้ ๒๕๖๖ หรือป้ ๒๕๖๗ ใกล้เคียงกัน คือประมาณป้หนึ่ง ๑๒๐,๐๐๐ คน ถึง ๑๓๐,๐๐๐ คน ขณะที่แต่ละป้ กสศ. สามารถส่งนักเรียนเรียนจบ ปวส. เท่าที่ผมหาในรายงานฉบับนี้นะครับ เข้าใจว่า ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน ก็ต้องบอกว่าตัวเลข ๑๒๐,๐๐๐ หรือ ๑๓๐,๐๐๐ คน นี่คือกลุ่มคนที่กำลังเสียโอกาสจากการเข้าถึงการศึกษา ในระดับที่จำเปึน หรือระดับที่เพียงพอต่อการยกระดับฐานะ ยกระดับทุนมนุษย์ของตัวเอง ตลอดจนเพื่อการพัฒนาประเทศได้นะครับ ดังนั้น สุดท้ายผมเลยอยากฝากโจทย์สำคัญไปยัง รัฐบาลและ กสศ. ๒-๓ ข้อครับ
ข้อแรก เมื่อผลวิจัยเปึนอย่างนี้ผมคิดว่ามีความจำเปึนที่เราต้องทำให้นักเรียน จบขั้นต่ำ คือ ปวส. ให้ได้ ดังนั้นตัวชี้วัดหรือ KPI ของท่านระยะสั้น อาจเปึนว่าจะทำอย่างไร ให้นักเรียนเหล่านี้อยู่ในระบบการศึกษาจนถึง ปวส. หรือลดการหลุดออกจากระบบ การศึกษาก่อนถึงชั้น ปวส. ให้ได้นะครับ
และแน่นอนในข้อ ๒ เพื่อทำให้ข้อแรกประสบความสำเร็จ เปึนโจทย์ของ รัฐบาลที่ต้องจัดสรรงบและทรัพยากรอย่างเพียงพอ ซึ่งก็ตอกย้ำจากสิ่งที่เพื่อนสมาชิกผม ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ พูดไป
ประการสุดท้ายนะครับ ผมตระหนักว่านักเรียนจำนวนมากต้องหลุดจาก ระบบการศึกษา เพราะปัญหาความยากจนของครอบครัว ดังนั้นรัฐบาลนอกจากต้องให้ งบประมาณ กสศ. อย่างเพียงพอ อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนทางเลือกที่สำคัญคือต้องจัดสรร สวัสดิการขั้นพื้นฐานที่จำเปึนสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย เพื่ออย่างน้อยเปึนแรงจูงใจ ให้นักเรียนเหล่านี้สามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้นะครับ แน่นอนผมทราบว่าเปัาหมาย เหล่านี้ไม่ง่าย ท้าทาย แต่อยากเรียนทุกท่าน ตลอดจนรัฐบาลว่าสำคัญจริง ๆ
สุดท้าย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอขอบคุณผู้บริหารเจ้าหน้าที่ กสศ. และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญนี้ ก็ขอเปึนกำลังใจให้ทุกท่านประสบ ความสำเร็จเพิ่มขึ้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันเปึนประโยชน์ต่อไป ขอบคุณครับ