เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาค โดยเสนอให้เปลี่ยนระบบไปสู่แนวทาง Demand Side ที่เน้นการสนับสนุนผู้เรียนโดยตรงตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงมัธยมศึกษา และเน้นความร่วมมือข้ามหน่วยงานเพื่อป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ขอขอบคุณทางท่านผู้มาชี้แจงนะครับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเปึนเรื่องจำเปึน ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ ผมก็ได้พูดถึง พ.ร.บ. กองทุนเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา ก็ได้กล่าวถึงว่า การศึกษานี้มันมี หลายระดับ บังเอิญผมเปึนอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เปึน High-end นะครับ เพราะว่า ทางการแพทย์ของเราก็ก้าวหน้าพัฒนาไม่แพ้ต่างประเทศ ทีนี้พอได้มาฟังทางกองทุน ผู้มาชี้แจง ดีมากนะครับ เห็นด้วยนะครับว่ากองทุนนี้ทำมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็เพื่อ ปัองกันไม่ให้นักเรียนหลุดจากการศึกษา โดยมีอยู่ ๔ อย่าง ที่เขาอยากจะทำก็คือ Learning Access คือการเข้าถึงหลายรูปแบบ อันนี้ดีครับ แล้วก็ดูผล Learning Outcome และ Alternative Education หลาย ๆ แบบ เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดไป ไม่จำเปึนต้องไป ยัดเยียดให้เขาเรียนนะครับ เอาที่เขาสบายใจอันนี้ โดยเฉพาะถ้าเรียนมาก ๆ ยิ่งแย่ อันที่ ๔ ก็คือ Systemic Change ผมก็ขอพูดนิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องกองทุนที่ผ่านมานี้ทาง รัฐบาลก็ดี โดยเฉพาะวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ นี้ทางคณะรัฐมนตรีของท่านเศรษฐาก็ได้มีมติ เพิ่มกองทุนเข้าไป ๓,๐๐๐ เปึน ๔,๒๐๐ เพิ่มขึ้นต่อป้ แล้วก็มีนวัตกรรมที่จะเปึน Thailand Zero Dropout ท่านประธานครับ ผมได้พูดถึงว่าประเทศที่เจริญเขาใช้การวิจัยและพัฒนา นำร่องเพื่อมาแก้ปัญหา ทีนี้ในรายงานของท่าน หน้า ๑๑ ก็ได้พูดถึงว่ามีหลาย ๆ ส่วนมา ร่วมกันศึกษา แล้วก็ไม่ได้บอกผลเปึนอย่างไร บอกนิดเดียวแค่นั้นเองครับ ซึ่งอันนี้ จะดีมากครับ ถ้าได้ผลมาว่าจะเปึนอย่างไร ที่ราชบุรีบอกว่าทำไปแล้วก็ไม่ทราบว่ามันด้วน ไปเลยนะครับ นี่รายงานครั้งที่ ๑ ท่านประธานครับ อย่างที่เราทราบกันที่ท่านกรรมการ ได้พูดว่า มีนักเรียนหลุดจากการศึกษาประมาณ ๑,๐๒๐,๐๐๐ คน ซึ่งผมก็ได้พูดไปเมื่อวาน สาเหตุส่วนใหญ่จากความยากจน ความจนนี้มันห้ามกันไม่ได้หรอกครับ เลือกเกิดก็ไม่ได้ ทีนี้ท่านประธานครับ ทางคณะกรรมการ ดูหน้า ๓๔ เขาก็ดีนะครับเขามีการเฝัาระวัง ปัองกันการหลุดออกจากการศึกษา โดยมีการร่วมมือกับ สพฐ. ๑,๕๐๐ แห่ง ๒๘ เขต มีการคัดกรองไป ๙,๓๗๑ คน เท่ากับ ๕.๙๗ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน โดยร่วมมือกับหลาย ๆ ส่วน รวมถึงทางกระทรวงสาธารณสุขด้วย โดยเฉพาะกรมสุขภาพจิต แล้วก็สรุปว่าเด็กที่มีความเสี่ยงออกไปก็คือด้านเศรษฐกิจ ด้านการเรียนที่เปึนปัจจัย อีกอันหนึ่งคือด้านสุขภาพ ผมจะพูดด้านสุขภาพนิดหนึ่งนะครับ อาจจะไม่เกี่ยวกับท่าน แต่เกี่ยวครับ ด้านสุขภาพ เวลาเราจะพัฒนาคนมันควรจะพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แล้วก็ มาถึงสัก ๒ ป้ก่อนเข้าอนุบาล หรือถ้าเลยไปได้ยิ่งดีนะครับ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข หลายเขตสุขภาพเขาได้ทำ เขาเรียกว่า โครงการ ๑,๐๐๐ วันมหัศจรรย์ แล้วก็เปึน ๒,๕๐๐ วันมหัศจรรย์ โดยไปดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แล้วก็ให้เงิน ให้ยา ให้อะไรตามเรื่องตามราวของเขา ก็มีการติดตามไปวัด IQ วัดความสูง วัดระดับต่าง ๆ ปรากฏว่าดีครับ เพราะฉะนั้นพอมา ต่อเนื่องกับที่ท่านบอกว่า ทำงานร่วมกับกรมสุขภาพจิตก็จะได้รู้เรื่องปัญหาชีวิตของเด็ก เหล่านี้เปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นพวกนี้เปึนลักษณะจริงจัง โดยเฉพาะ คำว่า Systemic หรือ System Change นี่นะครับ เรามีการศึกษาแบบระบบเก่า ก็คือเราไป ให้หน่วยงานรัฐให้ของบประมาณขึ้นมา แล้วกองทุนที่เราพูดกันเมื่อวานนี้ก็ไปใช้คำว่า Demand Side Demand Side กลายเปึนว่า คนที่จะมาทำเปึนเอกชนก็ได้รัฐก็ได้ มาทำ หลักสูตรแล้วก็ไปทำ แล้วก็ทำหลักสูตรขึ้นมาเพื่อให้คนไปเรียน แต่ Demand Side ผมอยาก ให้ทางกองทุนนี้หาคนทำหน่อยครับ ให้ไปอยู่ Demand Side จริง ๆ ได้ไหมครับ คือไปให้อยู่ ที่ประชาชน โดยเฉพาะถ้าเขาอยู่ในครรภ์ให้แม่เขาดูแลลูกเขาให้ดี พอจบมาก็ดูแลต่อไปอยู่ที่ Day Care ที่ดี Day Care นั้นต้องถูกต้องตามหลักวิชาการนะครับ เจริญเติบโตขึ้นพอเขาเข้า เรียนอนุบาล คุณแม่ก็ได้รับเงินไปเลือกที่จะเรียนหนังสือว่าเหมาะสมไหม พอไปอยู่ที่ประถม ก็ยังให้คุณแม่ดูอยู่นะครับ เอาเงินให้คุณแม่ไปดูว่าโรงเรียนไหนเข้าท่าบ้าง หลักสูตรเปึน อย่างไร พอไปถึงมัธยมก็ให้เด็กเริ่มรู้แล้วว่า อยากจะเรียนอะไร อยู่ที่ไหน อย่างไร เงินอยู่กับ เด็กครับ ไม่ใช่เงินเข้าไปอยู่ที่โรงเรียนนะครับ ไปเรื่อย ๆ นี่ครับท่านประธานครับ มันจึงเปึน Demand Side จริง ๆ ที่หลาย ๆ ประเทศเขาพยายามเปลี่ยนระบบการศึกษา ทางกองทุนนี้ เคยสนใจไหมครับ ถ้าทำได้ก็จะดีนะครับ ท่านประธานครับ ผมถ้าจำไม่ผิด ประธานาธิบดี อเมริกา สมัยบารัก โอบามา (Barack Hussein Obama) หรืออย่างไรนี่ครับ เขาว่าเขาภูมิใจ ในเยาวชนคนชาติเขาที่จะก้าวหน้าไป เพราะว่าเยาวชนของเขามีความรู้ด้าน Digital คือ เทคโนโลยีดีมาก ผ่านมาแล้วครับแล้ว ก็เปึนหน้าที่ของรัฐที่จะให้โอกาสเหล่านี้แก่เยาวชนเขา คือ โอกาสทางการศึกษารูปแบบไหนก็ได้นะครับ แล้วก็ต้องดูแลสุขภาพเขาให้ดี ซึ่งประเทศไทยเรามีบัตรสุขภาพ บัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรคอยู่แล้ว ซึ่งก็เปึนสิ่งที่ดี เพราะว่า แม้ยากจนอย่างไรก็ได้เข้าไปดูแลเรื่องสุขภาพเปึนประกัน ประกันอันที่ ๑ ทีนี้ก็เหลือเรื่อง การศึกษาแค่นี้เองเราจะให้โอกาสเขาไหม ถ้าได้ก็ดีครับ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุน ให้กำลังใจทางคณะกรรมการกองทุน แล้วก็จะสนับสนุนต่อ ๆ ไปด้วยครับ ขอบคุณครับ