รองฯ สุรวาท จี้ กสศ. ขยายโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นระบบปิด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ หารือปัญหาความเหลื่อมล้ำจากการขาดครูในโรงเรียนขนาดเล็กและทุรกันดาร โดยเสนอให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ขยายโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นระบบปิดที่ผูกพันกับอัตรารองรับงานแทนการใช้งบประมาณใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบและพัฒนาคุณภาพการศึกษา

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา รวมทั้ง คณะผู้บริหารทุกท่านที่มาวันนี้และอยู่ในที่ต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันทำตรงนี้ ถือว่าเปึนองค์กร หรือหน่วยงานที่เปึนกุศลอย่างยิ่งนะครับ ในการที่จะช่วยเหลือลูกหลานของเราที่จะอยู่ใน ประเทศเราได้ และดูแลประเทศเราสืบต่อพวกเราไปอย่างมีคุณภาพ

ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายเรื่องนี้ถึงรายงาน ในส่วนของรายงานเปึน ที่พอใจนะครับ ในรายงานของท่านและผลงานของท่านนี่ผมเรียนว่าผมพอใจอย่างยิ่ง ในทิศทางของการทำงานและการรายงานมา แต่ว่านาทีนี้ที่ผมจะกราบเรียนนี้ก็คือ เปึนข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตเพื่อให้กองทุนนี้ได้ดำเนินการ แล้วก็จัดทำข้อเสนอเชิง นโยบายไปยังคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลนะครับ ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่ผมจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปก็คือ เรื่องของการหลุดออกนอกระบบการศึกษาของผู้เรียนของเด็กไทย หรือคนไทยในเรื่องของการเหลื่อมล้ำ การขาดโอกาสในการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เนื่องจากขาดครูครับ

เรื่องแรก เรื่องหลุดออกนอกระบบการศึกษานะครับ ผมอยากให้เรามอง สาเหตุของมัน ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ เรื่องสังคม เศรษฐกิจของเรานะครับ อันนี้เรียกว่า เศรษฐกิจก็วิกฤติ มีความยากจน แล้วก็ยากจนพิเศษ เราไม่มีความยากจนแล้วมันยากจน พิเศษมากขึ้น ๆ และยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีกนะครับ เช่น เรื่องของการที่เด็กพิการ ทุพพลภาพ หรือการตั้งครรภ์ในวัยเรียน หรือการถูกคุมขัง จับกุมทั้งหลาย เหล่านี้ก็เปึนเหตุให้เขาต้อง ออกจากการศึกษา รวมทั้งทุนที่อุดหนุน ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็เพิ่มขึ้นมาเปึน ๔,๒๐๐ นี้ ก็อาจจะไม่เพียงพอ จะทำให้เขาต้องหลุดออกไปเพื่อความอยู่รอดของตัวเขาและครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามนะครับท่านประธาน ผมอยากจะเสนอสาเหตุหนึ่งที่เราอาจจะมองข้ามไป ก็คือ เรื่องของทัศนคติที่มีต่อระบบการศึกษา ความล้มเหลวในการรับการศึกษา ในการเรียน ของเขาล้มเหลว เขาอาจจะขาดเรียนบ้าง เขาอาจจะเจ็บป์วย หรืออะไรทั้งหลาย เรียนไม่ทัน ถูก Bully ถูกครูกดดัน อะไรต่าง ๆ ซึ่งเขาอาจจะไม่อยากอยู่ โดยเฉพาะระบบการศึกษาที่มัน ล้าหลังอยู่ปัจจุบันนี้ ทำให้เขาไม่มีความหวัง เห็นตัวอย่าง เห็นรุ่นพี่ ๆ ทั้งหลายเรียนจบ ปริญญาไปก็ตกงานนะครับ พึ่งตัวเองไม่ได้ต้องมาอาศัยอะไรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนพ่อแม่ หรือว่าเปึนภาระให้กับสังคม อันนี้ผมอยากให้มองประเด็นเหล่านี้นะครับ เรื่องหลุดออกตรงนี้ ผมเห็นมีว่าท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้ตามกลับคืนมา ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ต่อไปนี้ผมคิด ว่าเราอาจจะหวังได้ไม่มากในการที่จะตามเขากลับมา แล้วก็กลับมาอยู่อย่างยั่งยืนหรือ อยู่อย่างตลอดไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่าทางที่จะต้องเร่งรีบทำ ซึ่งผมว่ากระทรวงศึกษาธิการ ก็มาถูกทาง คิดมาถูกทาง แต่ว่าการกระทำอาจจะต้องอาศัยข้อเสนอแนะจากกองทุนที่ผ่าน ระบบการวิจัยว่า การให้เด็กกลับเข้าระบบการศึกษาไม่ใช่กลับมาห้องเรียนเหมือนเดิม มาเรียนเหมือนเดิมก็ไปอีกเหมือนเดิมนะครับ ผมคิดว่าการศึกษาทางเลือกหรือการศึกษา นอกระบบ และสิ่งที่ กสศ. ทำ คือ ๑ โรงเรียน ๓ ระบบ ผมชอบมากและผมเห็นด้วย มาก ๆ นะครับ อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะให้ กสศ. ได้ทำวิจัยว่าพัฒนาหลักสูตรที่วันนี้มันล้าหลัง เรียนมากเกินไป ทำให้เขาเบื่อหน่าย เรียนแล้วไม่ได้ใช้ และใช้ไม่ได้ในสิ่งที่เรียน เพราะเรียน มากก็เรียนไม่ได้เข้มข้น ก็ได้เรียนแต่ไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่ได้ในสิ่งที่เรียนนะครับ อันนี้ก็อยากให้ กสศ. ได้พัฒนาหลักสูตร และพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงที่ทำเรื่องของ ส่งเสริมการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานที่ อันนี้มาถูกทาง แต่ว่ากระจัดกระจายกัน ฝากกองทุนได้เสนอแนะรัฐบาลด้วย มีทั้งสภาการศึกษาก็ทำ อาชีวะก็ทำ Platform นี้ สพฐ. ก็ทำ สกร. คือ กศน. เดิมก็ทำ สช. ก็ทำ แล้ว สสอท. ก็มี ถ้าเราขมวดเรื่องพวกนี้เข้ามาบูรณาการกัน มาจัด Platform ที่เปึนบทเรียนที่มีความ สมบูรณ์แบบ เปึนบทเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์ Online นี้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน มีการบันทึก ความก้าวหน้าของการเรียนอะไรทั้งหลาย ให้เขาเรียนได้ทุกที ให้เขากลับมาห้องเรียน สี่เหลี่ยม ซึ่งเขาสิ้นหวังอยู่แล้วนี้ยาก แล้วก็ประสบกับความยุ่งยากที่ว่าเหล่านั้นยากครับ และอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องธนาคารหน่วยกิตหรือเครดิตแบงก์ ระบบการเทียบโอน สอบเทียบ อะไรนี้ อันนี้ผมคิดว่าต้องเร่งรีบทำ ก็จะทำให้เขาสามารถที่จะมีระยะเวลาในการเรียน หรือคุณวุฒิที่สูงขึ้นได้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนผ่านมานี้

เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งว่าเรื่องขาดครู อันนี้ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งที่ กสศ. ทำโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ผมอยากจะให้ขยายอีก ขยายสำหรับโรงเรียน ที่ขาดครู ทำให้เหลื่อมล้ำ ไม่เสมอภาคอย่างยิ่ง แม้แต่โรงเรียนใกล้เมืองที่เปึนโรงเรียน ขนาดเล็ก มีคนเกิดน้อย มีคนเข้าน้อย ก็ไม่มีครู นอกจากโรงเรียนที่ทุรกันดารห่างไกล หรืออยู่ชายแดน หรือที่สูง เกาะแก่งทั้งหลายอันนั้น ผมขอเสนอทางเลือกว่าให้ กสศ. ที่มีภาระเรื่องของภารกิจด้านการวิจัย ทำการวิจัยว่าจะยุบควบรวมโรงเรียนหรือจะบริหาร จัดการโรงเรียนที่ครูน้อยนี้อย่างไร แต่ถ้ายุบไม่ได้ ก็อยากจะให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ร่วมด้วย แล้วก็พัฒนาครูให้สามารถสอนควบชั้น แล้วก็เพิ่มครูรัก(ษ์)ถิ่นเข้าไปอีก ไม่เฉพาะโรงเรียน ห่างไกลทุรกันดาร เกาะแก่ง หรือที่สูงทั้งหลาย โรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด ตอนนี้คือ เหลื่อมล้ำสุด ๆ ผมอยากให้เพิ่มครูรัก(ษ์)ถิ่น ในลักษณะที่เปึนระบบป่ดนี้ โดยที่ท่านไม่ต้องใช้ทุน ใช้งบประมาณก็ได้ครับ แต่ว่าประสานกับหน่วยงานผู้ใช้ครูเจ้าของโรงเรียนเหล่านั้น ให้มีอัตรารองรับ แค่ว่าทุนคือมีงานรองรับเมื่อจบ อันนี้เด็ก ม.๖ ก็ขี่คอกันมาสมัครแล้ว ไม่ต้องมีทุนที่ท่านจะต้องมาของบประมาณเปึนภาระกับรัฐ ครูในท้องถิ่นนั้น คือให้เพิ่ม ครูรัก(ษ์)ถิ่น แต่ว่าไม่ต้องเพิ่มงบประมาณ ไม่ต้องผูกพันกับงบประมาณ เพียงแต่ว่าผูกพัน อัตรารับ อันนี้ผมคิดว่าความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการขาดครู ครูไม่ตรงวุฒิ ไม่ครบชั้น ไม่ครบวิชาอะไรทั้งหลาย ก็เปึนเรื่องที่ต้องขอความกรุณาจากกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษาที่มีพันธกิจในการทั้งทำวิจัย ทั้งผลิตและพัฒนาครูเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้เกิดความเสมอภาค สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนนี้ ก็จะช่วยให้การแก้ปัญหา เด็กหลุดออกจากนอกระบบ เด็กไม่มีครู ได้ทั้ง ๒ ปัญหาที่ผมเรียนครับ ขอบพระคุณครับ