เอกราช อุดมอำนวย อภิปรายโครงการทุนพัฒนาศักยภาพสายอาชีพภายใต้กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา โดยตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการคัดเลือกและการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการไม่ให้ผู้ใดตกหล่นจากระบบการศึกษา นอกจากนี้ยังวิพากษ์ปัญหาความไม่เป็นมาตรฐานในการผลิตครูรุ่นใหม่ภายใต้โครงการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดกรอบแนวทางร่วมกันและส่งเสริมการอบรมครูอย่างรอบด้าน รวมถึงเรียกร้องให้ยกระดับการใช้ระบบสารสนเทศ Q-Info และการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อติดตามเด็กตกหล่น พร้อมแสดงความกังวลต่อการใช้จ่ายงบประมาณที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายจิปาถะ พร้อมเรียกร้องความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความคืบหน้าในโครงการการศึกษาเชิงพื้นที่และกรณีครูนอกระบบที่มีปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ที่ยังค้างอยู่กับอัยการสูงสุด
ท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคก้าวไกลนะครับ ก็ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่เป่ดโอกาสให้รายงาน แล้วก็ขอบคุณท่านผู้ชี้แจงที่ให้เกียรติสภาแห่งนี้นะครับ ท่านประธานครับ กองทุนเสมอภาคทางการศึกษาเขามุ่งหวังที่จะให้เด็ก แล้วก็เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในการเข้าถึงโอกาส ก็คือผู้ที่ด้อยโอกาสอะไรต่าง ๆ
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะชื่นชมก็คือ รายงานเล่มนี้ผมได้อ่านแล้วทั้งหมด แล้วก็เดี๋ยวจะมีการ Comment นิดหนึ่งในเรื่องของเอกสารทางด้านการเงินต่าง ๆ จากงบ การเงินนะครับ แต่ว่าท่านประธานครับ โครงการที่ผมอยากจะสอบถามนะครับ หรือว่า อยากจะอภิปราย นั่นก็คือเรื่องของการพัฒนาเต็มศักยภาพสายอาชีพ หรือว่าทุน กลุ่มช้างเผือกนะครับ ซึ่งเปึนโครงการที่มันไม่ได้กระจายโอกาสไปตามวิสัยทัศน์ของกองทุน แต่อย่างใด เปึนการคัดเลือกเพียงบางกลุ่มเท่านั้นนะครับ ก็เลยไม่อยากให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ท่านผู้จัดการกองทุนหรือว่าคณะกรรมการลองดูได้ไหมครับ จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดความ ไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียนนะครับ ทั้งรูปแบบของการคัดเลือกทุน คนที่เข้ามา ยื่นคำขอต่าง ๆ เพราะว่าผู้ปกครองก็เข้าใจว่าทางโรงเรียนเปึนผู้คัดเลือก ถูกไหมครับ แต่ว่า แท้จริงแล้วนี่มันต้องส่งข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็หลักเกณฑ์ไปให้กับ กสศ. เพื่อพิจารณา แต่ว่า ความไม่เข้าใจแบบนี้มันก็ทำให้เกิดการพูดกัน แต่ว่าถ้าทางกองทุนนี้จะประชาสัมพันธ์หรือว่า จะมีการพัฒนาในการเข้าถึงกลุ่ม ไม่ให้มีผู้ใดตกหล่นจากระบบการศึกษานี่ก็จะดีมากขึ้น ก็อยากจะเสริมตรงนี้นะครับ
ประเด็นถัดมา ก็คือว่าโครงสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนพื้นที่ ห่างไกลนะครับ เปึนครูรุ่นใหม่ หรือว่าทุนครูรัก(ษ์)ถิ่นนะครับ ก็เปึนการสร้างโอกาส ทางการศึกษาให้นักเรียนที่ห่างไกล แต่ว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ก็คือเพื่อการพัฒนา โรงเรียนของชุมชนบ้านเกิด นี่เขาก็จะร่วมมือกันใช่ไหมครับ มีศึกษาธิการก็บูรณาการ หลายหน่วยที่เกี่ยวกับการศึกษา มีคุรุสภา มี กสศ. ก็เริ่มต้นการผลักดันในการผลิตครู แนวใหม่ แต่ว่าการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการแต่ละมหาวิทยาลัยนั้น มีรูปแบบการสอนที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดปัญหาต่อการปฏิบัติงานจริงในอนาคต อย่างเช่น ป้สุดท้ายของการศึกษา นักศึกษาป้ที่ ๔ บางมหาวิทยาลัยฝ๊กภาคการปฏิบัติ ๒ เทอม บางมหาวิทยาลัยจัดการศึกษาให้ฝ๊กปฏิบัติแค่ ๑ เทอม คำถามคือ อะไรคือมาตรฐาน อะไรคือที่จะต้องใช้งานได้จริง เพราะว่าจริง ๆ แล้วก็อาจจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานจริง ในอนาคต ผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญที่จะไปฟันธงได้ว่าจะต้องฝ๊กเท่าไร แต่ว่าตรงนี้ทางหน่วย น่าจะวางหลักเกณฑ์เอาไว้ เพื่อให้สถานศึกษาร่วมมือแล้วก็ไปในทิศทางเดียวกัน แล้วผม ก็เปึนห่วงนะครับ เพราะว่าครูรุ่นใหม่ที่เข้าไปนี้ก็ต้องมีความเข้าใจ นอกจากเรื่องความรู้ ความสามารถ แล้วก็ใจที่ไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็ต้องอบรมหลาย ๆ อย่างนะครับ อย่างเช่น เรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก การปัองกันการกระทำอาชญากรรมเกี่ยวกับ เด็ก หรือว่าความรู้ความเข้าใจเรื่องของสิทธิและเสรีภาพ หรือว่าเรื่องการส่งเสริมอัตลักษณ์ ท้องถิ่นต่าง ๆ นะครับ ต้องเปึนครูที่รักจริง ๆ ถึงมาเข้าโครงการ แต่ว่าให้กำลังใจนะครับ
สุดท้าย ก็คือ Q-Info ครับ เปึนระบบสารสนเทศที่พัฒนาคุณภาพการศึกษา ก็แบ่งเบาภาระของครูนะครับ ไม่ว่าจะเปึนด้านเอกสาร ทะเบียน วัดผลอะไรต่าง ๆ นะครับ ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาสามารถมองเห็นภาพรวมผ่านระบบสารสนเทศพวกนี้ก็จะนำข้อมูล มาวางแผนได้ แล้วก็นำมาปรับใช้ได้จริง อยากจะให้ทาง กสศ. ลองดูนะครับว่าจะทำอย่างไร ได้บ้างในการที่จะส่งเสริมลักษณะแบบนี้ที่จะได้นำระบบสารสนเทศเข้ามาดู แล้วก็เรื่องของ การเก็บข้อมูลด้วยนะครับ ที่เปึนฐานข้อมูลขนาดใหญ่ว่า สุดท้ายแล้วเด็กที่ตกหล่น มันกระจายอย่างไร แล้วเราจะติดตาม Follow up พวกเขาได้อย่างไร จนจบปลายทาง จนเขามีการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วก็ต่อยอดไปได้
คราวนี้ก็เปึนห่วง ก็คือคำของบประมาณในส่วนของงบการเงินนะครับ ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จากป้ ๒๕๖๕ ๘๐ กว่าล้านบาท ขึ้นมาเปึน ๘๘ ล้านบาท เพราะว่ามันค่อนข้างสูงพอสมควร โดยตัวเลขที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ คือค่าใช้จ่ายอื่น อื่นตรงนี้ ก็คงเปึนจิปาถะละครับ ก็ฝากไปถึงท่านผู้จัดการกองทุนและทุกคนก็อยากจะให้ช่วยกัน ประหยัดภาษี เพราะว่าเงินยิ่งถ้าได้ไปอุดหนุนให้กับเด็กก็จะดีมากกว่าที่ไปใช้รายละเอียดอื่น ๆ จิปาถะที่ทางสภาตรวจสอบไม่ได้ แล้วอีกอย่างก็คือกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ก็กำลังพิจารณาคำของบประมาณที่กองทุนส่งเข้ามาด้วย ใช่ไหมครับ ก็จะได้มาดูรายละเอียด เกี่ยวกับการใช้จ่ายต่าง ๆ ให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ เพราะว่ากองกองทุนก็อยากจะอุดหนุน ให้ถึงมือเด็กมากที่สุดนะครับ
แล้วก็อยากจะสอบถามความคืบหน้าของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ความเสมอภาคของจังหวัดมหาสารคามทั้ง ๒ ระยะ ได้ข่าวว่ามีปัญหาอยู่ ตอนนี้ไม่ทราบว่า จากสถานการณ์ล่าสุด ตอนนี้ได้ดำเนินการถึงไหน อย่างไรบ้าง
แล้วก็เรื่องของครูนอกระบบตามภูมิสังคมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ ไตรมาส ๑ ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่า มีการที่ใช้เงินไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ๒.๓ ล้านบาท ไม่ทราบว่าตอนนี้เรื่องถึงไหนแล้วนะครับ เห็นว่าไปค้างอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ก็อยากได้คำตอบนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ