ชาดา ไทยเศรษฐ์ หารือเรื่องการให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยเร่งศึกษาผลกระทบและแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านยังขอเวลาในการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย เรียนอย่างนี้ว่าวันที่ ๑๘ ผมก็ไม่อยู่ ต้องบอกก่อน เดี๋ยวท่านไปดูว่า วันที่ ๑๘ ผมลาไปทำฮัจญ์ แต่กลับมาผมก็ศึกษาเรื่องนี้ เพราะว่ามติ ครม. มีผล อยู่หรือไม่อยู่ ถ้ามีปัญหาโดนเหมือนกันหมด ถือว่าเปึนมติ ครม. แล้ว จะลาหรือไม่ลาก็โอเคแล้ว ทีนี้ผม เรียนด้วยความเคารพ ผมก็ไม่ทราบว่าวันนั้นที่ท่านภูมิธรรม ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึน คนเสนอ แต่ที่ผมได้รับนโยบายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมา ก็คือว่าให้ไป ศึกษาผลได้ ผลเสีย ผลกระทบ เรียนด้วยความเคารพ กรณีทรัพย์อิงสิทธินั้นที่จะเปึน ๙๙ ป้ คือทรัพย์อิงสิทธิมันเหมือนท่านเปึนนักกฎหมาย ผมเองไม่ได้รู้มาก แต่พอเข้าใจ มันเปึนการ จัดการที่เจ้าของที่ไม่อยากจะขาย แล้วเปึนการจัดการแบบว่าเหมือนกับเข้าไปดำเนินการทำ หรือปรับปรุงอะไรก็ตามเรียนว่ากรณีกฎหมาย ๙๙ ป้ ผมว่าไม่ใช่เช่าเกาะฮ่องกงนะครับ แต่คราวนี้ปัญหาคือว่ามันต้องมาศึกษา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งมาให้ศึกษาผลได้ ผลเสีย ผมเรียนว่าเรื่องของการให้ต่างชาติเข้ามาครอบคลุม ในส่วนของต่างชาติที่จะเข้ามาเปึนแหล่ง เงินทุนที่จะมาทำธุรกิจหรือว่าเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายพวกนี้ในความเห็นผม มันตายตัวไม่ได้ มันตายตัวไม่ได้มันจะต้องมีการปรับปรุงและแก้ไข ในภาวะเศรษฐกิจ เปึนอย่างนี้เราก็อาจจะไม่ต้องการเงินทุนจากต่างชาติ แต่ในสภาพเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่ง เราก็ต้องการเงินทุนจากต่างชาติ ปัญหาคือว่าการที่เราจะให้ต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย เราก็ต้องดูว่า เปึนแหล่งเงินทุนของต่างชาติและไม่ได้มาครอบครองแล้วยึดไปหมด ไปทำใน สิ่งที่ไม่ถูกต้องเรียนว่าแล้วเราคนไทยเราก็กลัวกับกฎหมายแบบนี้ เรากลัวว่าคนต่างชาติ เข้ามาครอบงำประเทศไทยเรา จะมาเปึนเจ้าของที่ดินจำนวนมากมาย แต่ในสภาวะหนึ่งเราก็ ต้องยอมรับว่า ถ้าเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจเราก็ต้องปรับปรุงเรื่องข้อกฎหมาย แต่เรื่องนี้ เรียนว่าท่านให้ศึกษา ไม่ได้ให้ทำเลย ให้ศึกษาผลได้ ผลเสีย ผลกระทบบวกอย่างไร ลบอย่างไร ตอนนี้กรมที่ดินก็กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ เรียนด้วยความเคารพ ผมเองเข้าใจ ว่าที่ทางท่าน สส. ท่านผู้มีเกียรติที่ได้ตั้งกระทู้ถามวันนี้ด้วยความเปึนห่วงเปึนใยในเรื่องของ เศรษฐกิจในเรื่องของที่มีคำว่า ต่างชาติเข้ามาซื้อสิทธิ มาครอบครองตึกได้ถึงจำนวน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็เกิดความไม่สบายใจ แต่เท่าที่ผมทราบมามันก็เคยมีมาระยะหนึ่ง แต่ใช้ได้ ๕ ป้ แล้วก็รู้สึกว่าจะยกเลิกไปแล้ว ในกฎหมายเรื่องที่ว่าให้ต่างชาติมากกว่า ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยกเลิกไป ก็คงจะบอกว่ายังไม่ได้ดำเนินการอะไร ยังไม่ได้ทำเลย แต่วันนั้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านภูมิธรรมผมไม่ทราบจริง ๆ เพราะว่าท่านอาจจะ ติดภารกิจ ผมว่าไม่เกี่ยวที่ว่าท่านทำธุรกิจด้านนี้แล้วก็กลัวจะพรรค์นั้น ผมว่ามันจะอย่างไร ก็ตามความเปึนจริงมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว มันก็รู้กันอยู่แล้วว่าท่านเคยทำธุรกิจตรงนี้มา จะออกโดยใครจะเสนอโดยใครมันก็ไม่พ้นหรอกครับ แต่ท่านคงติดภารกิจ เรียนด้วย ความเคารพ แต่วันนั้นผมไม่อยู่ ก็คงจะบอกได้เพียงเท่านี้ ทีนี้มันเปึนการสั่งที่ให้ไปดำเนินการ ศึกษายังไม่มีอะไรที่เปึนเรื่องของที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็สั่งงาน แล้วก็ท่านก็ตามอยู่ กระทรวงมหาดไทยกำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ แต่ผลยังไม่ออกมา เพราะมันเพิ่งได้ ๑๐ กว่าวันเอง แล้วศึกษามันต้องศึกษาในแง่ของเศรษฐกิจ ในแง่ของกฎหมายหลายอย่าง ผมก็ยังคุยกับทาง กรมที่ดินว่ามันต้องชัดเจน เพราะจะออกเปึนนโยบายหรือจะแก้กฎหมายมันต้องชัดเจน บอกได้ว่า เหตุผลอะไร ดีอย่างไรถึงจะให้เขาอยู่เพิ่มมาเปึน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ในภาวะ เศรษฐกิจอย่างนี้ แล้วมันต้องไปศึกษาถึงขั้นขนาดว่าเขาจะครอบครองประเภทไหนมากกว่า เขาจะครอบครองแบบไหน อันนี้ผมว่ามันรายละเอียดเยอะไม่ใช่น้อย ๆ แล้วท่าน นายกรัฐมนตรีก็เร่งอยู่ว่าให้ดำเนินการ
สำหรับทรัพย์อิงสิทธิ ผมอยากให้ท่านณัฐวุฒิ อธิบายจังเลย ทรัพย์อิงสิทธิ เพราะว่ามันสามารถจำหน่าย จ่าย โอนได้ แต่เช่าไม่สามารถทำได้อะไรอย่างนี้ มันเปึนเรื่อง ของข้อกฎหมายที่ซับซ้อนพอสมควร ผมคงอธิบายทั้งหมดไม่ได้นะครับ แต่ก็เข้าใจพอ ๆ กับ ท่านนั่นละครับ แต่เรื่องทรัพย์อิงสิทธิมันเปึน ๙๙ ป้ ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้ทำ ผมเอง ผมก็โอเค ทราบอยู่แล้วก็กำลังศึกษากันอยู่ตรงนี้ ก็เรียนด้วยความเคารพครับ ไม่ทราบว่า ท่านเข้าใจที่ผมตอบไหมครับ เพราะผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน ผมก็ยังไม่ค่อย เข้าใจ คือที่ผมตอบท่านผมก็ยังงง ๆ อยู่เหมือนกัน