รักชนก ชี้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชขาดการดูแลต่อเนื่อง หนุนระบบบูรณาการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

รักชนก ศรีนอก หารือปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดที่ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งขาดระบบการดูแล บำบัด และติดตามรักษาอย่างต่อเนื่อง แม้มีแนวทางอยู่แต่การปฏิบัติจริงยังล้มเหลว จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปรับระบบการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและตั้งคำถามถึงแผนการแก้ไขช่องโหว่จากรัฐมนตรี

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาอ่านเอกสารที่ข้าราชการเตรียมมาให้ดิฉัน ฟังนะคะ แน่นอนว่าอันนั้นก็คือแนวทางที่ท่านได้เตรียมเอาไว้ ทีนี้ดิฉันก็อยากที่จะคุยกันว่า มันจะไปข้างหน้าได้อย่างไร วันนี้ที่ท่านมาอยู่ที่ตรงนี้ดิฉันก็อยากจะขอความมั่นใจ เพราะว่า สิ่งที่ท่านพูดนี้มันก็โอเคแน่นอนว่าเปึนตามเอกสาร เปึนแนวทางที่เตรียมกันไว้ แต่ว่าดิฉันจะ อยากจะเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟัง ผ่านไปยังท่านประธานค่ะว่า สถานการณ์หน้างานมันคือ อย่างนี้ท่านรัฐมนตรี คือดิฉันเข้าใจว่า ๔๐๐ เขต ในห้องประชุมนี้ สส. เขตทุกคนจะต้อง เคยเจอ ก็คือว่าจะมีผู้ป์วยจิตเวชที่เกิดจากยาเสพติด ที่เรียกว่า คนเมายา ที่อาละวาด บางทีก็คือไปยืนตามปัายรถเมล์แล้วก็ทำอนาจาร หรือว่าไปดักรอตามหนทางที่เด็ก ๆ ไปโรงเรียนนะคะ แล้วก็ไปทำอนาจารทั้งทำกับตัวเอง แล้วก็ทำกับเด็ก ๆ ซึ่งบางครั้งเลยเถิด ไปเปึนการทำร้ายร่างกาย หรือว่ามีการลงไม้ลงมือ ทีนี้เวลาที่เราเจอเหตุการณ์เหล่านี้ สมมุติว่าทำอนาจารเฉย ๆ แล้วเด็ก ๆ อยากจะเอาเรื่องร้องเรียนไปแจ้งตำรวจ บางทีตำรวจ บอกว่าไม่สามารถที่จะจัดการอะไรได้ เพราะว่าเรื่องราวมันยังไม่ได้เกิดขึ้นนะคะ มันจะต้องเกิดเหตุที่เปึนเหตุร้ายมากกว่านี้ก่อน อันนี้ก็เปึนปัญหาหนึ่ง แต่ว่าพอไปแจ้ง สาธารณสุขนี่ก็จะเจอกับอีกปัญหาหนึ่งคือว่า ไม่รู้ว่าใครจะเปึนผู้นำตัวคนเหล่านี้ไปบำบัด เพราะว่าต้องพูดอย่างนี้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนเหล่านี้บางทีคือไม่ได้มีครอบครัว แล้วตัว เขาเองก็ดูแลตัวเองไม่ได้แล้วนะคะ แต่ว่าเราจะต้องได้รับ Consent จากตัวเขา หรือว่า ครอบครัวในการที่จะส่งเข้าไปรักษาก่อน อันนี้คือความลักลั่นแรกนะคะ เพราะประชาชน ที่เจอปัญหาเหล่านี้อยู่ทุก ๆ วัน อันดับแรกคือแจ้งตำรวจไป ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ แล้วก็บุคลากรทางสาธารณสุข ระบบทางสาธารณสุขเองระเบียบอาจจะไม่ได้เอื้อให้มารับตัว คนเหล่านี้ไป ดิฉันอยากจะพูดยกตัวอย่างในเขตดิฉัน ที่ดิฉันได้มีโอกาสได้พาผู้ป์วยจิตเวช ที่เกิดจากยาเสพติดเข้ารับการรักษา ๒ คน ปัญหาข้อแรก คืออย่างที่บอกไป

ถัดมา ก็คือพอเริ่มกระบวนการ พอที่บ้านเขานี่โอเคยอมรับแล้วว่าคน ๆ นี้ เปึนปัญหาทั้งกับครอบครัว แล้วก็เปึนปัญหากับทั้งสังคม ยอมรับให้มาทำการรักษา ปัญหา ที่เกิดขึ้นก็คือพอจะพาผู้ป์วยไปทำการรักษา อันนี้มันไม่มีตัวกลางที่จะเปึนใครในการจัดการ ตำรวจก็ไม่ได้รับหน้าที่ในการจะไปรับส่ง หรือว่ารถทางการแพทย์ฉุกเฉินของสาธารณสุข ก็ไม่ได้รับส่งผู้ป์วยเหล่านี้ อย่างในกรณีของดิฉันก็ต้องไปขอร้องประธานชุมชนให้ไปขอร้องเทศกิจอีกที ในการที่จะรับ ตัวผู้ป์วยไปสถานพยาบาล ซึ่งปัญหาตรงนี้คือว่าคนที่จะพาเขาไปก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ในการที่ จะดูแลผู้ป์วยจิตเวช เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาก็อันตรายอีก และพอพยายามทุกกระบวนการในการ ที่จะพาเขาไปที่โรงพยาบาลได้แล้วก็ต้องเจอกับคำตอบที่ว่า จะต้องไปเริ่มจากโรงพยาบาลที่ ผู้ป์วยมีสิทธิอยู่ก่อน เข้าใจว่าอันนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการ แต่ว่าหน้างานจริงมันคืออย่างนี้ บอกว่าต้องหาผู้ป์วย ก็คือไปโรงพยาบาลที่เริ่มต้นสิทธิก่อน เราต้องเสียเวลา ๑-๒ วัน ในการ ที่จะเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่ต้น จนสุดท้ายก็คือสามารถที่จะพาเขาเข้าไปที่โรงพยาบาล รักษาจิตเวชได้พอพาไปถึง สิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลอีก ก็คือว่าแพทย์จะมีการประเมิน บางคนก็คือเวลาไปเจอแพทย์สงบนิ่ง ยังไม่ได้เกิดอาการกำเริบ ยังไม่ได้ให้ยา ประเมินแบบนี้ เห็นหน้างานเปึนแบบนี้ก็ส่งกลับ เสียเวลากันอีกแล้วก็กลับมาอาละวาดที่บ้านต่อ แต่คนที่ ได้รับการบำบัดสามารถเข้าสู่กระบวนการแพทย์ได้ ปัญหาที่เจอกันจริง ๆ เลยค่ะ หลังจากที่ ส่งเข้าสู่ระบบสาธารณสุขให้แพทย์ดูแลได้แล้ว สบายใจกันไปแล้วว่าปัญหาได้คลี่คลาย แต่ระยะเวลาในการดูแลรักษาคนเหล่านี้ค่ะท่านรัฐมนตรี ที่เขียนเอาไว้ในคู่มือของ สาธารณสุขเองบอกว่าต้องรักษาประมาณ ๑ ป้ แล้วก็จะต้องมีการดูแลติดตามกันอีกอย่าง น้อยก็คือ ๖ ครั้ง แล้วก็ต้องดูแลระยะเวลาเท่านี้เท่านั้น แต่หน้างานจริงก็คือหลังจากที่พาไป รักษา ๒-๓ เดือน ก็ปล่อยกลับมาแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ออกมาทำพฤติกรรมแบบเดิม แล้วก็ ไม่ได้มีการติดตาม หรือว่าไม่ได้มีขั้นตอนอะไรแบบที่สาธารณสุขโฆษณาไว้ ไม่ได้มีคนมา ติดตามหรือว่าดูแลแก้ไขอะไร เราก็ต้องพยายามที่จะทำกระบวนการแบบเดิมเพื่อที่จะส่งเขา เข้าไปแบบเดิม

อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ดิฉันประสบพบเจอกับตัวเอง ในการที่จะส่งเคส ผู้ป์วยจิตเวชซึ่งเกิดจากยาเสพติดเข้าไปในระบบสาธารณสุข และดิฉันเชื่อว่าผู้ที่ฟังอยู่ เพื่อน สส. หรือว่าในเขตของท่านประธานเอง มีผู้ป์วยจิตเวชซึ่งเกิดจากยาเสพติดแบบนี้ที่ อาละวาด แล้วก็ไม่รู้ว่าใครจะเปึนคนไปจัดการเขาค่ะ แต่ว่ามันสร้างความเดือดร้อน เสียหาย รำคาญให้กับคนในสังคม บางคนดีหน่อยก็คือแค่โหวกเหวก โวยวาย หรือว่าเต้นอะไรของเขา ไป แต่ว่าบางคนคือเราไม่สามารถที่จะคาดเดาได้เลยว่า เขาจะหยิบมีดมาทำร้าย หรือว่าจะ ทำอนาจารจนไปเกิด Trauma กับเด็ก ๆ นักเรียนหรือว่าจะทำอะไรที่มันร้ายแรงกว่านั้น อันนี้คือความลักลั่นที่เกิดขึ้นในกระบวนการสาธารณสุข ดิฉันก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่า ทั้งหมดเรื่องที่ดิฉันเล่ามามันมีความลักลั่น แล้วก็มีช่องโหว่รูรั่วอยู่ในกระบวนการที่จะ ทั้งส่งตัว แล้วก็รักษา แล้วก็หลังจากรักษาแล้วก็ยังมีรูรั่วอยู่ท่านรัฐมนตรีมีแผนในการที่จะอุด ช่องโหว่รูรั่วตรงนี้อย่างไรบ้างคะ