สุเทพ อู่อ้น หารือปัญหาสิทธิแรงงานที่เกิดจากการเลิกจ้างที่เพิ่มขึ้น การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน และความล่าช้าในการปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสัญญา ILO โดยเน้นถึงปัญหาของแรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ และแรงงานไทยในต่างประเทศที่ยังขาดการคุ้มครองที่เพียงพอ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเร่งผลักดันการปฏิรูปกฎหมายแรงงาน รับรองอนุสัญญา ILO และคืนอำนาจการตรวจสอบเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ใช้แรงงานให้เป็นระบบและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน วันนี้ขออนุญาตท่านประธานมีส่วนร่วมในการอภิปรายของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิแรงงาน วันนี้ต้องขอขอบคุณท่าน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้มีการจัดทำรายงานในประเด็นของแรงงานค่อนข้าง ดีมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่มีการรายงานเกี่ยวกับเรื่องปัญหาและอุปสรรค ก็เห็นได้ชัดเจนว่า ข้อมูลพบว่ามีแรงงานในป้ ๒๕๖๖ นั้น ปัญหาการว่างงานที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้น ๑๙.๗๓ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็หมายความว่าเพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๖๕ และแนวโน้มในสถานการณ์ปัจจุบัน ก็สอดคล้องในป้ ๒๕๖๗ ก็มีทิศทางอย่างนั้นเช่นกัน ถูกเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ซึ่งหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนกำหนดในการรับคนงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของชาติพันธุ์ เชื้อสาย และโดยเฉพาะ HIV นี่ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่ได้สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เรื่องของการ ให้สิทธิเสรีภาพในการรวมตัวตามหลักของอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ ซึ่งอยู่ระหว่าง การดำเนินการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องและเปึนเวลาที่ยาวนาน ท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่านี่คือปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้นของกระบวนการแรงงาน
เรื่องต่อไปเรื่องของแรงงานนอกระบบ ชัดเจนครับข้อมูลก็เปึนกลุ่มที่มี ความเปราะบางด้านเศรษฐกิจ การจ้างงานที่ไม่มั่นคง และไม่ได้รับการคุ้มครองทางด้าน สังคมที่เพียงพอ กลุ่มคนที่รับงานไปที่บ้าน รวมทั้งกลุ่มงานที่เกี่ยวกับการจ้างงานสมัยใหม่ Rider Platform แรงงานเหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จากกฎหมาย ประกันสังคมกองทุนเงินทดแทน นี่คือเปึนสิ่งที่สะท้อนได้ว่าคณะกรรมการสิทธินั้น ได้ให้ข้อมูลที่เปึนข้อมูลเชิงประจักษ์กับทางสภาผู้แทนราษฎร เรื่องของแรงงานข้ามชาติ ก็ได้ให้ข้อมูลด้วยว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองแรงงานและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะ กลุ่มที่เข้าเมืองผิดกฎหมายมีอุปสรรคและการดำเนินการที่มีความซับซ้อนในการขึ้นทะเบียน และการดำเนินการ การถูกหลอกลวงให้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างที่เปึนค่าจ้างตามกฎหมาย และค่าจ้างขั้นต่ำ สิ่งเหล่านี้เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ต้องขอขอบคุณในสิ่งที่สะท้อนให้เห็น เรื่องของแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ในป้ ๒๕๖๖ มีจำนวน ๖๗,๕๕๓ คน โดยประเทศ ที่เดินทางไปทำงาน ในอันดับต้น ๆ ก็คือ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ์น สวีเดน อิสราเอล แล้วก็ฟ่นแลนด์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ เปึนปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะแรงงานที่ประเทศเกาหลี ซึ่งที่ผ่านมามีแรงงานไทยที่ไป ทำงานที่เกาหลีนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเรียกว่าผีน้อย เปึนปัญหาที่จะต้องมีการ ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อันนี้ก็เปึนข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงและ เชิงประจักษ์ การดำเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในป้ ๒๕๖๖ มีเรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจ้างขั้นต่ำ ไม่ว่าเรื่องกรณีบริษัทเอกชน มีเงื่อนไขในการดำเนินการและการจ้างงาน การจ้างงานที่ไม่ได้รับการดูแลและคุ้มครอง โดยกฎหมาย มาตรา ๑๑/๑ กสม. เห็นว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีข้อเสนอแนะให้ยกเลิก เงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีข้อกำหนดในการตัดสิทธิและลิดรอนสิทธิ นี่ก็เปึนสิ่งที่ดี กรณีนี้ก็ได้มีคำสั่ง ให้มีการแก้ไขในการดำเนินการ
มาดูอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เรื่องของบอร์ดประกันสังคม ซึ่งได้มีการนำเสนอ เห็นได้ชัดเจนว่าในปลายป้ที่ผ่านมาได้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่เกิดจากการเรียกร้องจากผู้ประกันตน จากพี่น้องผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติเองก็ได้ให้ข้อมูล ถือว่าเปึนเรื่องที่ดีและมีผลสัมฤทธิ์ออกมา แต่สิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะฝากท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือ เรื่องของคณะกรรมการไตรภาคีอีก ประมาณ ๑๑-๑๒ คณะ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการที่มีการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจากผู้ใช้ แรงงาน เขาเรียกว่า ทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบ ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติก็คงจะต้องเข้าไปช่วยทำการตรวจสอบเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการ ที่จะได้รับสิทธิในการดำเนินการของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนั้นข้อเสนอก็เกี่ยวเนื่องกับรัฐบาล ไปยังกระทรวงแรงงานให้มีการผลักดันรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานปรับปรุง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน แล้วก็กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องแรงงาน สัมพันธ์ รัฐบาลควรทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองด้านอื่น ๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผมเองก็ อยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ไม่ใช่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้มีการ นำเสนอและนำสู่รัฐบาล ขณะนี้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน องค์กรแรงงานระหว่างประเทศได้ มีการประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการจ้างงานที่ถูกลิดรอน ดังนั้น รัฐบาลไทย กระทรวง แรงงานการที่คุณไปร่วมประชุมกับ ILO ที่เมืองเจนีวา ไม่ว่าจะเปึนตัวแทนจากรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านปลัด ท่านอธิบดี ข้าราชการกระทรวงแรงงาน ตัวแทน นายจ้าง ตัวแทนลูกจ้าง ท่านได้นำข้อมูลอะไรที่ไปนำเสนอในการประชุมที่เจนีวา ซึ่งไม่ได้ ตรงกับที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือพวกเราพี่น้องผู้ใช้แรงงานได้รับ ผลกระทบ ท่านไม่ละอายกับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ประชาชนคนไทย ผมต้องขอขอบคุณจริง ๆ ในความที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นำเสนอ แต่การนำเสนอนี้เข้าใจได้ เมื่อสักครู่ท่านประธานก็ได้เอ่ยถึงเรื่องของอำนาจที่ถูกลิดรอนไปจากรัฐธรรมนูญ ดังนั้นครับ ท่านประธาน การที่จะให้เกิดอำนาจคัดคานกันระหว่างฝ์ายบริหาร ระหว่างผู้ที่ทำการ ตรวจสอบ โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นควรจะได้รับคืนมาสู่ในเรื่อง ของอำนาจที่จะมีการดำเนินการเพื่อคัดคาน มิฉะนั้นประเทศไทยจะตกอยู่ในเรื่องของการที่ จะมี Blacklist ในเรื่องของการถูกลิดรอนสิทธิ ผมขอวิงวอนท่านผู้นำแรงงาน ซึ่งท่านก็รู้กันดี ว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน เราไปเปึนตัวแทน เราต้องนำปัญหาไปพูดเพื่อให้เกิด การร่วมมือในการแก้ไข เพราะนานาประเทศเขามีระบบ มีระเบียบ มีขั้นตอนการคุ้มครอง ดูแล ประเทศไทยถ้าแรงงานยังไม่ได้รับการจ้างงานที่มั่นคง แล้วประเทศไทยจะมั่นคงได้ อย่างไร จะไปเก็บภาษีจากใครเพื่อจะเอาเงินมาบริหารประเทศ วันนี้ก็ต้องฝากท่านประธาน ขอบคุณไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และฝากไปยังรัฐบาลในการที่จะแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ให้เปึนไปอย่างสากลด้วยครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ