อรรถกร ศิริลัทธยากร ชี้แจงความคืบหน้าการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านเกี่ยวกับปัญหาต้นทุนน้ำมันและข้อจำกัดในการเข้าถึงสวัสดิการ โดยเสนอแนวทางสนับสนุนผ่านบัตรฟลีทการ์ดเพื่อความโปร่งใส พร้อมเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดช่องว่างระหว่างประมงพาณิชย์กับประมงพื้นบ้าน และย้ำถึงการจัดสรรงบประมาณให้ชุมชนประมงท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงความคืบหน้าการพัฒนากองทุนประกันภัยที่กำลังปรับปรุงเงื่อนไขกรมธรรม์ใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการและเพิ่มวงเงินชดเชย ขณะที่อยู่ระหว่างรอความเห็นจากกรมบัญชีกลาง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ วันนี้ต้องนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับ โดยเฉพาะท่าน สส. กฤช ศิลปชัย ซึ่งเปึน สส. จากจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ว่าท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝากมาขอโทษที่ท่านไม่ได้มาด้วย ตัวเอง ท่านติดภารกิจนะครับ แต่ท่านก็เล็งเห็นถึงความตั้งใจในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมง โดยเฉพาะ พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ท่านก็กำชับว่าให้ผมนั้นมาตอบกระทู้ของท่านนะครับ ผมนำเรียน จากที่ฟังที่ท่านอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ รวมถึงประเด็นคำถามที่ท่าน สส. กฤช ศิลปชัย ได้ถามผ่านท่านประธานมายังผม ผมต้องบอกว่าขอบคุณจริง ๆ ที่ท่านมีความห่วงใยให้กับ พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านของคนไทย และท่านก็มีความเข้าใจในส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น สำหรับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านอย่างแท้จริง อย่างที่ผมบอกไปครับ ท่านมีความเข้าใจ ในเรื่องแรก เราทราบกันดีอยู่แล้วครับว่าปัญหาอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้อง ชาวประมงพื้นบ้านขณะนี้อยู่ที่ต้นทุน แล้วต้นทุนมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในการประกอบ กิจการประมงพื้นบ้านก็มาจากต้นทุนทางด้านพลังงาน พูดง่าย ๆ ว่าเปึนต้นทุนของค่าน้ำมัน เปึนหลัก ดังนั้นเองผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานครับว่า ทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เรามีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาประมงทะเลอยู่ โดยคณะกรรมการชุดนี้เราได้ทำการ แต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อที่จะมีไว้พิจารณาข้อเสนอตามนโยบายการประมงทะเล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประมงพื้นบ้านครับ โดยเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ป้ ๒๕๖๖ ได้ทำ การประชุมมีหน้าที่ในการพิจารณาข้อเสนอนโยบายต่าง ๆ โดยคณะนี้ผมนำเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า คณะอนุนี้มีตัวแทนจากพี่น้องชาวประมงแล้วก็มีทางอธิบดี กรมประมงเปึนประธาน โดยผมต้องนำเรียนครับว่าในเนื้อหาของการประชุม ผมทราบมาว่า ทางกรมประมงเราได้เสนอช่วยเหลือค่าน้ำมันสำหรับพี่น้องที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน จำนวน ๑,๒๗๕ บาทต่อเดือน เปึนระยะเวลาทั้งหมด ๖ เดือนด้วยกัน แต่ผมนำเรียน ท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่า ในที่ประชุมมีท่านกรรมการบางท่านที่ยังมีคำถามอยู่นะครับว่า การที่จะสนับสนุนค่าน้ำมัน ๑,๒๗๕ บาทต่อเดือน ๖ เดือน ผู้ที่เข้าร่วมโครงการประมาณ ๔๕,๐๐๐ ราย ใช้งบประมาณประมาณ ๓๕๐ ล้านบาท เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า การอุดหนุนนั้น เปึนการใช้เงินของรัฐบาลแล้วมันจะเกิดความยั่งยืน เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า พี่น้อง ชาวประมงบางท่าน ผมย้ำว่าเฉพาะบางท่านเท่านั้นที่รับเงินอุดหนุนตรงนี้ไปแล้วจะนำไปซื้อ น้ำมันจริง ๆ ซึ่งถ้าไม่ได้ไปซื้อน้ำมันมันก็ไม่ตรงต่อวัตถุประสงค์ของการอนุมัติโครงการนี้ พอมีความไม่สบายใจของคณะกรรมการ ที่ประชุมจึงมีความเห็นว่าควรจะให้ชาวประมง พื้นบ้านได้รับการสนับสนุน เอาเฉพาะในเรื่องของน้ำมันก่อนนะครับ ให้มีความยั่งยืน มากกว่านี้ ไม่ใช่เฉพาะ ๖ เดือน ดังนั้นทางกรมประมงเราก็พยายามที่จะผลักดันแนวทาง ในการที่จะสนับสนุนน้ำมันผ่านทาง เขาเรียกว่า Fleet Card คิดง่าย ๆ ก็เหมือนกับบัตรเติมเงิน ที่ท่านไปเติมเงินในมือถือ ถ้าเราสามารถสนับสนุน หรือว่าอุดหนุนผ่าน Fleet Card ตรงนี้ได้ เราก็จะสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐอุดหนุนลงไปช่วยเหลือพี่น้องประมง พื้นบ้าน มันก็จะถูกนำไปซื้อน้ำมันตรงตามวัตถุประสงค์นะครับ แต่ผมนำเรียนว่านี่ก็เปึนอีก แนวทางหนึ่งที่เราจะทำการผลักดันครับ แต่ผมนำเรียนว่าในขณะนี้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ทราบดีครับ แล้วท่าน ก็ไม่สบายใจ เนื่องจากที่ผ่านมาจากทางภาครัฐเรามีการช่วยเหลือน้ำมันเขียวหรือว่าน้ำมัน ต่าง ๆ ที่มีราคาถูกกว่า โดยเฉพาะให้กับผู้ประกอบการประมงพาณิชย์ที่เปึนอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ แต่ว่าความช่วยเหลือถ้าเทียบกับพี่น้องประมงพื้นบ้านความช่วยเหลือต่าง ๆ มันมี ความเหลื่อมล้ำกันพอสมควร ดังนั้นเองแนวทางการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมประมงเราจะต้องหาทางลดช่องว่างตรงนั้นเพื่อที่จะเป่ดโอกาสให้พี่น้อง ที่ทำประมงพื้นบ้านได้มีโอกาสได้ต่อสู้ในธุรกิจของเขาด้วย ดังนั้นเองขณะนี้ครับผมนำเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกท่าน สส. กฤช ศิลปชัย จากจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกลว่า ขณะนี้ทางกรมประมงกำลังหารือแนวทางที่ผมได้ นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ กับคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา โครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ซึ่งชื่อแต่ละคณะมันก็ค่อนข้างยาว แต่ผมนำเรียนว่าคณะที่ผมได้เอ่ยไปเมื่อสักครู่นี้ ทางกรมสรรพสามิตเปึนเจ้าภาพ แต่ว่าเราก็มีตัวแทนจากกรมประมงเข้าไปนั่งในคณะทำงาน นี้ด้วย ดังนั้นเองการพูดคุยเบื้องต้นเราก็ชัดเจนครับว่า เราอยากจะหาทางในการที่จะอุดหนุน ในเรื่องของค่าน้ำมัน อย่างที่ผมนำเรียนไปครับว่า ในเรื่องของ Fleet Card น่าจะเปึน แนวทางที่ฝ์ายกรมประมงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราจะนำเสนอในการประชุม ในครั้งต่อไป
ผมนำเรียนเพิ่มเติม ในวันที่ ๗ และวันที่ ๘ ที่จะถึงนี้ ทางคณะทำงานในการ แก้ไขปัญหาโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมง ในเขตต่อเนื่องของ ราชอาณาจักร เราจะทำการลงพื้นที่ไปที่ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเปึนจังหวัดเพชรบุรีเพื่อไปรับฟัง ความเห็นจากสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ถ้าเรามีความคิดเห็นที่ตรงกัน เราก็สามารถนำความเห็นของทางสมาคม สมาพันธ์ไปเดินหน้าต่อได้เต็มที่ แล้วก็ยังคงจะรวม ไปถึงแนวทางอื่น ๆ ในการช่วยเหลือ แล้วก็ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่ทำประมงพื้นบ้านด้วยครับ ผมขออนุญาตตอบคำถามท่านสมาชิก แต่ว่าท่านยังถามเรื่อง กรมธรรม์ด้วยใช่ไหมเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ในส่วนของข้อเสนอจาก สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงครับ ผมนำเรียนว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ใช่เฉพาะป้นี้ เรามีนโยบายในการจัดตั้งงบประมาณที่จะสนับสนุนการทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝัืง ของประมงพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยจุดประสงค์เพื่อจะอุดหนุนไปยังองค์กรชุมชนประมง ท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมประมงนะครับ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มการผลิต ด้านประมง ซึ่งโครงการต่าง ๆ กิจกรรมต่าง ๆ องค์กรชุมชนสามารถออกแบบได้เอง เราก็จะ อุดหนุนเงินสนับสนุนองค์กรละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิกว่า โครงการแบบนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง เราเริ่มที่จะอุดหนุนมาแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ส่วนป้ ๒๕๖๘ เท่าที่ผมทราบเราได้รับ จัดสรรงบประมาณประมาณ ๒๐๐ กองทุน ที่จะไปอุดหนุนก็หมายความว่าองค์กรชุมชน ประมงท้องถิ่น ๒๐๐ หน่วยงานจะได้รับอุดหนุน องค์กรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมยกตัวอย่าง กิจกรรมหรือโครงการมันก็จะสามารถนำงบประมาณตรงนี้ไปใช้ในเรื่องของการเพิ่มผลผลิต ให้กับสัตว์น้ำก็ดี เรื่องของธนาคารสัตว์น้ำ การพัฒนาอาชีพทางด้านการประมง หรือแม้แต่ กระทั่งการเปลี่ยน หรือซ่อมแซมเครื่องมือประมงก็สามารถทำได้
ในส่วนความห่วงใยของเพื่อนสมาชิกที่เมื่อสักครู่ที่ได้ถามผ่านท่านประธาน ในส่วนของกองทุนประกันภัยแก่ประมงพื้นบ้าน เพื่อช่วยเหลือในกรณีอุบัติเหตุ หรือในกรณี ที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผมนำเรียนว่าทางกรมประมงเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มี ความสำคัญ และเปึนเรื่องที่มีความจำเปึนครับ โดยในป้ ๒๕๖๒ ได้ร่วมพัฒนาตัวกรมธรรม์ เพื่อที่จะนำมาใช้เปึนการประกันภัยเพื่อชาวประมงร่วมกับสำนักงาน คปภ. แล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเงื่อนไขในกรมธรรม์ อาจจะยังไม่เปึนที่พอใจสำหรับพี่น้อง ที่เปึนชาวประมงพื้นบ้านมากนัก เพราะว่ามีอุปสรรคหลายอย่าง ผมยกตัวอย่างบางอุปสรรคว่า ยกตัวอย่างในเรื่องของการชดเชยความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ หรือว่าภัยพิบัติกระบวนการ จะต้องไปดูในเรื่องของต้องอ้างอิงจากระเบียบทางราชการ ซึ่งต้องเปึนการประกาศภัยพิบัติ ระดับจังหวัดเท่านั้น ถ้าเปึนภัยพิบัติที่เกิดในเฉพาะพื้นที่ ผมเชื่อว่าทางจังหวัดเขา ก็ไม่สามารถประกาศเปึนภัยพิบัติได้ ก็ทำให้ไม่สามารถรับค่าสินไหมทดแทนได้ผมต้อง นำเรียนผ่านท่านประธานครับว่า ในขณะนี้ทางกรมประมงอยู่ในระหว่างการเจรจา เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย เพื่อจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้มันสามารถครอบคลุม หรือว่า ดูแลเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น โดยเรากำลังทำร่างใหม่เพื่อเสนอไปที่กรมบัญชีกลาง และรอความเห็นจากกรมบัญชีกลาง ยกตัวอย่างเช่น อย่างของเดิมเวลาเกิดความเสียหายก็ชดเชยตามความยาวของเรือ แต่ร่างที่ เรากำลังจะนำเสนอเปึนการชดเชยตามปริมาตรความจุของเรือ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องของเดิม เปึนเรื่องของอัตราการช่วยเหลือในกรณีที่เรือเสียหาย เราก็จะจ่ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ในร่างใหม่เราเพิ่มขึ้นมาจาก ๒๐,๐๐๐ บาท เปึน ๓๐,๐๐๐ บาท ของเดิมค่ากู้เรือก็จะ ช่วยเหลือเยียวยาประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ร่างใหม่เราก็ปรับขึ้นมาเปึน ๑๕,๐๐๐ บาท หรือแม้แต่ในกรณีที่เรือจมที่ก่อนหน้านี้สามารถจ่ายได้ไม่เกิน ๖๖,๐๐๐ บาท ในร่างใหม่นี้ สามารถเพิ่มขึ้นมาเปึนจ่ายได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นั่นก็คือตัวอย่างคร่าว ๆ ผมก็ ขออนุญาตตอบคำถามเพื่อนสมาชิก ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกแค่นี้ก่อนครับ