สมศักดิ์ แจงผลดำเนินงานผู้ตรวจการแผ่นดินปี 66 เร่งแก้ปัญหา-ปรับปรุงกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต รายงานผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปีงบประมาณ 2566 โดยครอบคลุมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกือบ 60,000 เรื่อง การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และการเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง รวมถึงการตรวจสอบหน่วยงานรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 230 และ 231 ที่เกี่ยวข้องกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายและพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมเสนอแนะการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายด้าน เช่น แรงงานต่างด้าว ภาษีที่ดิน และการเข้าถึงเครื่องกระตุกหัวใจในที่สาธารณะ สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนและความพึงพอใจในบริการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม ทั้งยังให้ข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินงานของร้านค้าสงเคราะห์ผู้ต้องขังและปัญหาจากโครงการเขื่อน พร้อมแสดงความขอบคุณและรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับการบริการในอนาคต

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอรายงานผล การดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนี้

ผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนองค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หรือการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐ มีภารกิจหลักคือการแก้ไขความเดือดร้อน หรือความไม่เปึนธรรมอันเนื่องมาจากการ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงาน ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ตามที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๐ บัญญัติ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใด ๆ บรรดาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือความไม่เปึนธรรมแก่ประชาชน หรือเปึนภาระ แก่ประชาชนโดยไม่จำเปึนหรือเกินสมควรแก่เหตุ อีกทั้งแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่า มีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เปึนธรรม อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ขจัด หรือระงับความเดือดร้อน หรือความ ไม่เปึนธรรมนั้น และมีหน้าที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ

ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินดังกล่าว หากเห็นว่าบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย กฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามมาตรา ๒๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

ในโอกาสนี้กระผมขอรายงานผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อหลัก จำนวน ๓ หัวข้อ ได้แก่

๑. ผลการดำเนินงานด้านเรื่องร้องเรียน

๒. ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐ ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ และ

๓. ผลการดำเนินงานในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

๑. ผลการดำเนินงานด้านเรื่องร้องเรียน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือความไม่เปึนธรรมของประชาชน นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินจนถึงปัจจุบัน กว่า ๒๔ ป้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนทั้งสิ้น ๖๑,๙๘๒ เรื่อง ซึ่งดำเนินการ แล้วเสร็จเปึนที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน ๕๙,๔๑๗ เรื่อง คิดเปึน ๙๕.๘๖ เปอร์เซ็นต์ โดยมี เรื่องร้องเรียนที่อยู่ระหว่างพิจารณา จำนวน ๒,๕๖๕ เรื่อง คิดเปึน ๔.๑๔ เปอร์เซ็นต์ ในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนที่ต้องดำเนินการทั้งสิ้น จำนวน ๕,๓๘๐ เรื่อง ได้มีคำวินิจฉัยและมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใด ๆ ที่ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนหรือความไม่เปึนธรรมแก่ประชาชน จำนวน ๓,๓๘๘ เรื่อง คิดเปึน ร้อยละ ๖๒.๙๗ ของเรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการในรอบป้ จากเรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการ ทั้งหมดปรากฏเปึนกรณีร้องเรียนว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ จำนวน ๓๙ เรื่อง และเปึนกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกฎ คำสั่ง หรือการ กระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย รัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย จำนวน ๓๔ เรื่อง และเปึนกรณีพิจารณาคำร้องของบุคคล ซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ จำนวน ๘๘ เรื่อง

ทั้งนี้ นอกจากการพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนที่เปึนรายกรณีแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบหรือเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนในวงกว้างในหลายเรื่อง อาทิ

๑. การศึกษากฎหมายการจ้างแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการ

๒. การศึกษาปัญหาความเดือดร้อนหรือความไม่เปึนธรรมของประชาชน อันเกิดจากพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒

๓. การเสนอแนะปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบให้มีการบังคับใช้เครื่อง กระตุกหัวใจไฟฟัาอัตโนมัติ ในการช่วยฟุ๋นฟูคืนชีพขั้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาล ช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นให้กลับมาหายใจ

๔. การพิจารณาแก้ปัญหาการดำเนินการของร้านค้าสงเคราะห์ผู้ต้องขังกับ มาตรฐานของสินค้าที่นำมาจำหน่ายและสิทธิการเลือกซื้อสินค้าของผู้ต้องขัง และ

๕. โครงการศึกษาปัญหาผลกระทบของการทำการประมงภายใต้กฎหมาย ประมง

ทั้งนี้ ตัวอย่างผลการดำเนินการในเรื่องร้องเรียน เพื่อคุ้มครองประโยชน์ สาธารณะและการแก้ไขปัญหาเฉพาะรายบุคคลได้นำเสนอไว้ในบทที่ ๒ ของรายงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แล้ว

๒. ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๐ (๓) บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่ในการเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตาม หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ โดยกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต่อประชาชน เพื่อให้รัฐต้องดำเนินการ ในเรื่องที่กำหนดให้ประชาชนทุกคนหรือทุกชุมชนเปึนการทั่วไป โดยที่ประชาชนหรือชุมชน ไม่ต้องใช้สิทธิร้องขอ ถ้ารัฐไม่กระทำตามหน้าที่ก็จะเปึนกรณีจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ประชาชนและชุมชนย่อมมีสิทธิติดตามและเร่งรัดให้รัฐ ดำเนินการและฟัองร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับ ประโยชน์นั้นได้ โดยในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ได้ทำการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ เรื่องร้องเรียนเชิงระบบ ต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐ ยังมิได้ปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐไปแล้ว จำนวน ๔ เรื่อง ประกอบด้วย ๑. โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ๒. การบังคับใช้กฎหมายกรณีการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อประชาชน ๓. มาตรการด้านความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนและ ๔. การแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนจากการดำเนินโครงการเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร พนมไพรและเขื่อน ธาตุน้อย

๓. ผลการดำเนินงานในการเสนอเรื่อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๑ บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองได้ ใน ๒ กรณี คือ ๑. กรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ๒. กรณีกฎ คำสั่งหรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหา เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย โดยในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ผู้ตรวจการ แผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนตามมาตรา ๒๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนี้

๑. กรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนทั้งสิ้น ๓๙ เรื่อง ยุติการพิจารณาทั้งหมด โดยไม่มีการยื่นเรื่อง คำร้อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าว ไม่เข้าเงื่อนไข หรือหลักเกณฑ์ หรือไม่เข้าเงื่อนไขในการที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย รัฐธรรมนูญ

๒. กรณีกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน ทั้งสิ้น ๓๔ เรื่อง มีการเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง จำนวน ๒ เรื่อง และยุติการพิจารณา จำนวน ๓๒ เรื่อง

ทั้งนี้ ผลจากความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ส่งผลให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับความเชื่อมั่นในการ ทำงานจากประชาชนเปึนลำดับที่ ๑ ขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จากการ สำรวจของสถาบันพระปกเกล้าในป้ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับความเชื่อมั่น คิดเปึนร้อยละ ๖๑.๓ อยู่ในระดับค่อนข้างเชื่อมั่นต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกจากนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้ร้องเรียนที่เข้ามารับ บริการ จึงได้จัดทำการสำรวจความพึงพอใจต่อการดำเนินงาน การให้บริการเกี่ยวกับเรื่อง ร้องเรียนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำป้งบประมาณ ป้ ๒๕๖๖ โดยได้มีการ ออกแบบสำรวจให้ผู้ร้องเรียนได้สะท้อนความคิดเห็นอย่างอิสระ เพื่อนำผลการสำรวจ ดังกล่าวมาปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดมาตรฐานและเปึนที่พึงพอใจแก่ ประชาชนผู้มาร้องเรียนมากที่สุด โดยในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่า ผู้ร้องเรียนมีความ พึงพอใจต่อการดำเนินการ เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนในทุกด้านโดยรวมอยู่ในระดับมาก คิดเปึน ร้อยละ ๘๒.๒๐ โดยประเด็นที่มีความพึงพอใจในระดับมากเกินร้อยละ ๘๐ เช่น การยื่นและ รับเรื่องร้องเรียน การพิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน การพิจารณาวินิจฉัยเรื่อง ร้องเรียน รวมถึงภาพลักษณ์และการให้บริการของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับ ความพึงพอใจต่อผลการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนในภาพรวม มีความพึงพอใจร้อยละ ๗๘.๘๐ และการดำเนินการหลังการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน มีความพึงพอใจร้อยละ ๗๐.๖๐ ทั้งนี้ ผลการศึกษาได้นำเสนอในรายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แล้ว

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผมขอยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินทุกท่าน เปึนไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานของรัฐ และสร้างความเปึนธรรมให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยยึดหลักการปฏิบัติประเทศที่ สุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ ทั้งปวงในการใช้ดุลยพินิจ

ท้ายนี้ กระผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความสนใจและสนับสนุน การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินด้วยดีตลอดมา ผมและคณะยินดีที่จะได้รับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของทุกท่าน เพื่อนำไปพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการแก้ไขความเดือดร้อน หรือความไม่เปึนธรรมของประชาชน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป กระผมและผู้ตรวจการแผ่นดินขอจบการแถลงผลการ ดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ