ไกรยส ภัทราวาท ชี้แจงการจัดทำงบประมาณของ กสศ. ปี 2566 ที่อิงข้อมูลวิชาการและสถิติเพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นจริงในพื้นที่ โดยอธิบายการเปลี่ยนแปลงด้านค่าใช้จ่ายและแนวโน้มการลดลงของเงินบริจากร พร้อมเน้นว่าการติดตามข้อมูลนักเรียนไม่ใช่เพื่อตัดทุน แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ทั้งยังเรียกร้องให้จัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม โดยพิจารณาบริบทของโรงเรียนและนักเรียนอย่างหลากหลาย รวมถึงผลักดันความเสมอภาคทางการศึกษาผ่านการสนับสนุนครัวเรือนเป้าหมาย โครงการเรียนร่วมกับทำงาน และการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด
ขอบพระคุณครับท่านประธาน กระผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านนะครับ ต่อคำแนะนำข้อซักถามดังนี้นะครับ
ในส่วนของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ที่ผ่านมาในป้งบประมาณ ๒๕๖๖ กสศ. ยังคงอยู่ในช่วงของการเติบโต บุคลากรของ กสศ. เพิ่มขึ้นประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาระหว่างป้งบประมาณ ๒๕๖๕-๒๕๖๖ จึงแสดงอยู่ในงบการเงินเรื่องของค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับบุคลากรที่เพิ่มขึ้นครับ นอกจากนั้นแล้ว ในป้ ๒๕๖๖ เปึนป้แรกที่ภายหลังวิกฤติ โควิด-๑๙ มันมีโอกาสทำให้เราสามารถที่จะจัดประชุม Onsite ได้มีการรับฟังความคิดเห็นใน วาระครบรอบ ๕ ป้ ซึ่งตาม พ.ร.บ. กสศ. กำหนดให้เราจะต้องมีการทบทวนการดำเนินงาน ในรอบทุก ๆ ๕ ป้ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจบริบทของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ภายหลัง วิกฤติโควิด-๑๙ ในป้ที่ผ่านมานี้จึงได้มีค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม Onsite เพิ่มขึ้นมากกว่า ป้ ๒๕๖๕ ซึ่งช่วงนั้นยังคงมีมาตรการควบคุม การจัดประชุม Onsite ยังไม่ค่อยสามารถ จะเกิดขึ้นได้
ในส่วนของเงินบริจาคที่ลดลงในช่วงป้งบประมาณ ๒๕๖๖ นั่นก็เพราะว่า หลังจากวิกฤติโควิด-๑๙ ในช่วงป้ ๒๕๖๕ กสศ. ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับภาคเอกชน จำนวนมาก ได้มีโอกาสรับเงินบริจาคจำนวนมาก หลัก ๑๐๐ ล้านบาทมากถึง ๑-๒ โอกาส ในช่วงป้ ๒๕๖๕ ดังนั้นเมื่อเทียบกับป้ ๒๕๖๖ จึงเห็นตัวเลขที่ลดลง เพราะว่าไม่มีการบริจาค ในก้อนใหญ่อย่างนั้นอีกในป้ ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาครับ
ในส่วนของการตั้งงบประมาณของ กสศ. เราเองก็พยายามดำเนินการผ่าน กระบวนการงบประมาณแบบที่ทุก ๆ หน่วยงานต้องดำเนินการเช่นกัน คือต้องเปึนการ ประมาณการ อย่างเช่น การประมาณการจำนวนนักเรียนยากจน ยากจนพิเศษในอนาคตอีก ๑๘ เดือนข้างหน้า หรือการประมาณการกลุ่มเปัาหมายในกลุ่มต่าง ๆ ในแผนงานของ กสศ. การประมาณการนั้น เมื่อเราได้ดำเนินการเสนองบประมาณไปแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีการพิจารณาปรับลดตามขั้นตอนกระบวนการงบประมาณ ทำให้เราจึงได้รับ งบประมาณที่ได้รับจัดสรรในลักษณะที่แต่ละป้ก็จะมีการถูกปรับลดโดยตลอด นี่ก็เปึน แนวทางที่เราพยายามที่จะใช้ข้อมูลวิชาการให้มากขึ้น ใช้ข้อมูลสถิติ ข้อมูลการสำรวจจาก หน้างานให้มากขึ้น เพื่อสามารถที่จะให้ข้อมูลที่เปึนข้อมูลที่ตรง แล้วก็สะท้อนต่อสภาพความ เปึนจริงในแต่ละป้ และสามารถที่จะทำนายอนาคตได้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ได้รับการ สนับสนุนงบประมาณตามความจำเปึนในพื้นที่ต่อไปนะครับ
ในส่วนของข้อเสนอแนะ แล้วก็คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเชิงรุกครับ เรื่องของอัตราการมาเรียนและน้ำหนัก ส่วนสูง ที่เราใช้เปึนเงื่อนไขในการติดตาม ผมต้อง กราบเรียนว่า ที่ กสศ. นะครับท่านประธาน เราไม่ได้เอาอัตราการมาเรียนเปึนเงื่อนไขในการ พิจารณาให้ทุนหรือไม่ให้ทุน แต่ในทางกลับกัน เราใช้เรื่องอัตราการมาเรียนและน้ำหนัก ส่วนสูง เปึนเงื่อนไขในการติดตามว่าเด็กที่ได้รับทุนของ กสศ. ยังมีอัตราการมาเรียนที่ สม่ำเสมออยู่ไหม เด็กที่ได้รับทุนของ กสศ. ยังมีน้ำหนัก ส่วนสูงที่มีพัฒนาการสมวัยอยู่หรือไม่ การติดตามเหล่านี้ไม่ได้เปึนการติดตามไปตัดทุนของเด็ก แต่เปึนการติดตามเพื่อเตือนให้กับ โรงเรียน และผู้ปกครอง และตัวเองได้สามารถที่จะใช้โอกาสที่เรามีข้อมูลตรงนี้ในการทำให้ เด็กมีความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษาลดลง และหวังว่าจะมีทรัพยากรจาก แหล่งอื่น ๆ รอบ ๆ โรงเรียนมาช่วยสนับสนุนได้มากกว่าทรัพยากรเพียง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท ที่ กสศ. ได้สนับสนุนไปครับ
ในส่วนของภาคบังคับที่เราได้รับการสนับสนุนการศึกษา ทุนที่เราได้เปึนทุน ที่สนับสนุนให้กับกลุ่มเปัาหมายตามการประเมินของสำนักงานสถิติแห่งชาติว่า ในแต่ละป้ แม้มีงบเรียนฟรี ๑๕ ป้อยู่แล้ว เรายังพบว่าผู้ปกครอง โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีรายได้น้อย ยังคงต้องมีเงินในการจ่ายให้กับด้านการศึกษาอยู่เปึนระดับประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ในแต่ละป้ นี่จึงเปึนที่มาของการสนับสนุนข้อเสนอของเราไปสู่รัฐบาลว่าควรจะมีเงินให้กับเด็ก กลุ่มเปัาหมายอยู่เท่าไร และเด็กกลุ่มสีเหลืองในภาพกราฟระฆังคว่ำที่ได้มีการสอบถาม เมื่อสักครู่ครับ เราได้มีการเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษา ที่เกี่ยวข้องแล้วทุกหน่วยงานว่า กลุ่มเปัาหมายประชากรกลุ่มนี้ กสศ. ไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณให้สามารถดูแลไปได้ แต่ในส่วนของงบเรียนฟรี ๑๕ ป้ ที่หน่วยงานในต้นสังกัดต่าง ๆ สามารถตั้งงบประมาณ ได้เอง สามารถใช้ข้อมูลจาก กสศ. ไปตั้งงบประมาณได้เองในงบ ๒๕๖๘ หรืองบ ๒๕๖๙ ได้ ดังนั้นหากว่าทางท่านกรรมาธิการได้รับข้อเสนอเรื่องงบประมาณ ในกลุ่มเปัาหมายเด็ก ประชากรที่อยู่ใต้เส้นความยากจนกลุ่มนี้ประมาณ ๑ ล้านคน ได้มีการของบประมาณมาแล้ว ทาง กสศ. อยากที่จะกราบเรียนว่าเราควรจะสนับสนุนให้เด็กเหล่านี้ที่ครัวเรือนมีรายได้ ต่ำกว่าเส้นความยากจนของสภาพัฒน์ได้รับการจัดสรรงบประมาณเหล่านี้ ซึ่งทาง กสศ. ก็พยายามติดตามอยู่ครับว่างบประมาณที่จะไปช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้จะได้รับในป้งบประมาณ ไหน และการสนับสนุนให้ลงไปถึงระดับอนุบาลและ ม.ปลาย ในส่วนของปัจจัยพื้นฐาน นักเรียนยากจนก็เปึนสิ่งที่มีความจำเปึนอย่างมาก โดยปัจจุบันมีเพียงแค่ ๓ สังกัด ที่ได้รับ การจัดสรรในส่วนนี้อยู่ ก็คือ สพฐ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ กทม. ครับ ยังมี หน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษาอีกหลายหน่วยงานที่ยังไม่ได้มีโอกาสตั้งงบประมาณในส่วนนี้ และได้รับการสนับสนุน
ในส่วนของการจัดสรรสูตรจัดสรรงบประมาณ ต้องกราบเรียนจริง ๆ ครับว่า ที่ผ่านมาสูตรจัดสรรงบประมาณรายหัวไปยังโรงเรียน ไม่ว่าจะเปึนโรงเรียนขนาดเล็กหรือ โรงเรียนขนาดต่าง ๆ เรายังอิงอยู่ที่จำนวนหัวนักเรียนเปึนหลักอยู่ มีความจำเปึนอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะงานวิจัยในระดับนานาชาติและงานวิจัยที่ทาง กสศ. ได้พยายามทำงานอยู่ใน ปัจจุบันว่า เราต้องมีปัจจัยที่กำหนดเงินรายหัวที่เด็กในแต่ละบริบทพื้นที่พึงจะได้มากขึ้น เช่น บริบทของความห่างไกลทุรกันดารของโรงเรียน บริบทของตัวปัอนของโรงเรียนว่า เด็กที่มา เรียนส่วนใหญ่เปึนเด็กที่ครัวเรือนมีรายได้น้อย มีผู้พิการ มีเหตุปัจจัยต่าง ๆ การที่จะไปอิง ทุก ๆ อย่างกับจำนวนหัวของเด็กจะทำให้เกิดสูตรจัดสรรงบประมาณที่ทำให้การแก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเปึนไปไม่ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นอีกเช่นกันครับ กราบเรียน ท่านประธานว่า ถ้าหากท่านกรรมาธิการงบประมาณได้เห็นว่าหน่วยงานต้นสังกัดทาง การศึกษาโดยนำข้อเสนอเหล่านี้ที่ กสศ. เสนอไปมาตั้งงบประมาณด้วยสูตรจัดสรร งบประมาณที่มีความเสมอภาคมากขึ้น มีการพิจารณาเอาความห่างไกล ความพิการ หรือความด้อยโอกาสต่าง ๆ ของผู้เรียนมาใช้ประกอบการของบประมาณผ่านกรรมาธิการ งบประมาณ กสศ. ขอสนับสนุนแนวคิดนี้เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่เดิมให้มีความ เสมอภาคมากยิ่งขึ้นครับ
ในส่วนของการทำงานเกี่ยวกับกลุ่มเปัาหมายที่เปึนก่อนวัยเรียนนะครับ ที่ผ่านมาเราก็พยายามทำงานลงไปในกลุ่มเด็กอนุบาลมากขึ้น และอย่างที่เราเขียนอยู่ใน รายงานประจำป้ ๒๕๖๖ เราพบว่าหลังจากโควิด-๑๙ ปัจจัยครอบครัวและปัจจัยที่ตัวเด็ก โดยเฉพาะสภาพจิตใจของเด็กเปึนปัจจัยสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเด่นชัดมากขึ้นว่า เปึนตัวกำหนดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สูงมากขึ้นจริง ๆ การทำงานที่จะต้องเข้าไป แก้ไขปัญหาโจทย์ โดยเฉพาะเด็กที่เปึนครอบครัวแหว่งกลาง เด็กที่ผู้ปกครองแยกทางกัน เด็กที่อยู่ลำพังคนเดียวกับพ่อแม่เพียงแค่ ๑-๒ คน หรือผู้ปกครองเพียงแค่ ๑-๒ คน เปึนกลุ่มเปัาหมายที่ควรจะต้องรับการดูแลมากขึ้น ในป้งบประมาณ ๒๕๖๘ ที่ กสศ. ได้เสนอ เข้ามา เราจึงจะมีการขยายโจทย์การทำงานไปที่กลุ่มเปัาหมายครัวเรือนมากขึ้น การทำงาน ในลักษณะที่มีอาสาสมัครในการไปเยี่ยมครัวเรือนที่มีภาวะครอบครัวแหว่งกลาง หรือการ สนับสนุนการเลี้ยงดูให้สอดคล้องต่อหลักวิชาการ แล้วก็แนวทางที่สามารถสนับสนุนอุปกรณ์ ต่าง ๆ ให้มากขึ้นได้ ก็จะเปึนแนวทางที่ กสศ. จะทำโครงการวิจัยตรงนี้มากขึ้น ให้มีความ เข้าใจว่า ความเสมอภาคทางการศึกษาที่ต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ระหว่างสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาจะทำให้ดีได้มากขึ้นอย่างไร และน่าจะมี ข้อเสนอเชิงนโยบายออกมาในอนาคตต่อไปนะครับ
ในส่วนของการทำงานเรื่องของประชากรที่โตไปกว่านั้น เรื่องของโครงการ Learn to Earn ของรัฐบาลเองก็ดี กสศ. ก็ได้พยายามนำเสนอ Model อย่างที่ทำอยู่ที่ อินโดนีเซียละครับว่า ใช้เทคโนโลยีในการสนับสนุนทุนให้มีการฝ๊กอาชีพ มีการปรับทักษะ อาชีพ ที่สามารถจะให้ประชากรของประเทศไทยมีกลุ่มเปึนประชากรที่มีทักษะแรงงาน ได้มากขึ้น หรือ Skilled Labor ที่ผ่านมาเราอาจจะมีเด็กเยาวชนที่ออกจากระบบการศึกษา ก่อนวัยอันควร ทำให้เปึนแรงงานที่ไร้ฝ้มือ หรือแรงงานที่ด้อยโอกาส เราตั้งใจให้แนวทางนี้จะ ช่วยส่งเสริมให้สัดส่วนประชากรวัยแรงงานที่มีทักษะอาชีพ ที่เปึนที่ต้องการของ ตลาดแรงงานมีแนวโน้มมากขึ้น และกลุ่มประชากรกลุ่มนี้ละครับที่จะพาประเทศไทยออก จากกับดักรายได้ปานกลางได้ และตัวของเขาเองก็จะพาครัวเรือนของเขาออกจากกับดัก ความยากจนข้ามรุ่นได้เช่นกัน นี่ก็เปึนหนึ่งในข้อเสนอเชิงนโยบายที่เราพยายามเสนอไปยัง รัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วครับ
ในส่วนของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องของกลุ่มเปัาหมายที่เปึน เด็กนอกระบบการศึกษา ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับว่า การแก้ปัญหาในระยะยาวคือเรื่องของการทำให้ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในปัจจุบันเด็กเยาวชนมีโจทย์ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เด็กจำนวนมาก เยาวชน จำนวนมากต้องการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ต้องการเรียนในลักษณะที่มีระยะสั้นมากขึ้น แล้วเมื่อต้องการอะไรเพิ่มเติมก็กลับมาเรียนในสิ่งที่สามารถที่จะให้เขาได้มีทักษะไปหางานทำ ได้เร็วขึ้น เขาต้องการมีรายได้เร็วขึ้นครับ เพราะฉะนั้นระบบการศึกษาจำเปึนจะต้องรับโจทย์นี้ไปปรับปรุงรูปแบบของหลักสูตร การประเมินผล แล้วก็โอกาสที่มีความยืดหยุ่นที่ทำให้เด็กสามารถที่จะมีการเรียนไปด้วย มีงานทำไปด้วย แล้วสามารถจะทำให้เขาตอบโจทย์ชีวิตได้ควบคู่ไปกับโจทย์การศึกษา ของเขาด้วย อันนี้ก็เปึนหนึ่งในข้อเสนอของโครงการ Thailand Zero Dropout ที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาครับว่า นอกเหนือจากการค้นหาเด็กและพากลับเข้าสู่เส้นทาง สู่การเรียนรู้แล้ว ระบบการศึกษาต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้นครับ และแน่นอนว่า การดำเนินงานนี้จะไม่สามารถสำเร็จได้เลยครับถ้าเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลไกในพื้นที่ ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธานด้วยครับว่า กลไกศึกษาธิการ จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา เราจะต้องมีการทำงานกับกลไกในพื้นที่ อย่างนี้อย่างใกล้ชิด โจทย์เรื่องของ Thailand Zero Dropout ไม่สามารถที่จะทำงานได้ ในลักษณะที่จากส่วนกลางแต่เพียงลำพัง จะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากกลไก ในพื้นที่ เพราะกลไกในพื้นที่ คือกลไกที่เข้าใจบริบท เข้าใจโจทย์ในการแก้ไขปัญหาเรื่อง ความเหลื่อมล้ำนี้ได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนครับ
ในส่วนสุดท้ายในเรื่องของโจทย์ของครูรัก(ษ์)ถิ่น และโครงการทุนเต็ม ศักยภาพ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ใน ๒ โครงการนี้ กสศ. ได้รับงบประมาณในการผลิตเพียงแค่ ถ้าเปึนครูรัก(ษ์)ถิ่นก็ป้ละ ๓๐๐ ทุน โครงการทุน เต็มศักยภาพเพียงแค่ ๔๐ ทุนต่อป้ ด้วยความตั้งใจของหน่วยที่ผู้จัดสรรงบประมาณเองก็ดี และด้วยคณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้พิจารณาความจำกัดของทรัพยากรเท่าที่มี เราก็สนับสนุนเปึนรูปแบบของการทำงานต้นต้นแบบ และเมื่อเราได้ทำงานถึงจุดหนึ่ง แล้วเราจะเอาข้อเสนอเชิงนโยบายของการผลิตครูระบบป่ดแบบนี้ หรือการผลิตพัฒนาทุน เต็มศักยภาพให้กับเด็กสายอาชีพเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่มีทรัพยากรมากกว่า กสศ. และหน่วยงานที่มีศักยภาพในการดูแลมาตรการเหล่านี้ให้มีความยั่งยืนต่อไป ลักษณะ เดียวกับโครงการ อย่างเช่น Q-Info หรือโครงการต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวถึงครับว่า กสศ. บางโครงการเราสามารถทำงานในเชิงกว้างได้ แต่บางโครงการ เราต้องทำงานเชิงลึกเพื่อให้ได้คุณภาพและได้ข้อเสนอที่มีความแหลมคมเพียงพอที่จะปฏิรูปได้ อย่างยั่งยืนจริง ๆ นี่ก็เปึนบทบาทหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ของเราที่เราทำหน้าที่เปึน Catalyst หรือว่าเปึนผู้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเราสามารถที่จะทำงานเหล่านี้ได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทรัพยากรส่วนใหญ่ซึ่งในปัจจุบันมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเปึน ทรัพยากรที่ไปยังกลุ่มเปัาหมายโดยตรง งบประมาณดำเนินงานของเราก็ยังอยู่ประมาณไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็คือความตั้งใจที่ กสศ. ว่าเราเปึนองค์กรขนาดเล็กที่จะทำงานเชิงกว้างได้ หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และพยายามทำงานตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีโจทย์เชิงลึกด้วยเช่นกัน
อันนี้ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณในท้ายที่สุดนี้นะครับว่า ความปรารถนาดี แล้วก็กำลังใจทุก ๆ อย่างที่สมาชิกทุก ๆ ท่านได้ให้กับทางคณะทำงานของ กสศ. ในวันนี้จะ ขอนำไปกราบเรียนท่านคณะกรรมการบริหาร กสศ. ภาคีร่วมดำเนินงาน และประชาชน ทุก ๆ คนที่ร่วมสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษาโดยตลอดมา ภารกิจนี้เหนือกว่า ภารกิจขององค์กร ๆ เดียว แต่เปึนภารกิจของคนไทยทุกคนที่ กสศ. จะพยายามเปึนอย่าง มากในการทำให้ทุก ๆ คนได้มาร่วมเปึนเจ้าของและได้ร่วมกันผลักดันวาระความเสมอภาคใน การศึกษานี้ร่วมกัน กราบเรียนท่านประธานครับ