ศศินันท์ ตั้งคำถามความโปร่งใสสอบสวนผู้ต้องขังเสียชีวิตในเรือนจำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคลาดเคลื่อนในข้อมูลกรณีการเสียชีวิตของนักกิจกรรมระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำ พร้อมชี้ประเด็นปัญหาด้านนิติธรรม สิทธิผู้ต้องขัง และความล่าช้าในการให้การช่วยเหลือ รวมถึงการเข้าถึงผู้ป่วยที่ถูกจำกัดจากกุญแจล็อกประตูแดนขัง พร้อมเรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์รับผิดชอบและทบทวนมาตรฐานการดูแลสุขภาพและสิทธิมนุษยชนในสถานพินิจให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ดิฉัน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ เปึนเวลากว่า ๒ เดือนแล้วที่ข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง เปึนเรื่องที่คลุมเครือและไม่เปึนที่ชัดเจนถึงกระบวนการรักษาชีวิต ระหว่างที่ถูกฝากขังภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้สภาแห่งนี้ ก่อนจะเข้าถึงคำถามนี้อย่างรวดเร็วและชัดเจน ขอไล่ Timeline การเสียชีวิตก่อนจะเข้าสู่ คำถามเพื่อให้ท่านสมาชิกทุกคนในห้องแห่งนี้ได้เข้าใจเนื้อหาไปพร้อม ๆ กัน ท่านประธานคะ บุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม เปึนนักกิจกรรมทางการเมืองที่มักจะออกมาแสดงความคิดเห็น ทางการเมืองบ่อยครั้ง ในนามของกลุ่มทะลุวัง จนเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา บุ้งได้ถูกศาลถอนประกันในคดีมาตรา ๑๑๒ และถูกตัดสินให้จำคุกในคดีละเมิดอำนาจศาล ๑ เดือน เอาตรงนี้ก่อนนะคะท่านประธาน จากข้อเท็จจริงที่ได้พูดไปเมื่อสักครู่ ก่อนที่เราจะ ไปในเรื่องต่อไปอยากให้ทุกท่านทำความเข้าใจตรงกันก่อนว่า บุ้ง เนติพรถูกศาลตัดสินจำคุก ๑ เดือน ในข้อหาละเมิดอำนาจศาลนะคะ และตั้งแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ หมายความว่า คดีละเมิดอำนาจศาลตัดสินจำคุก ๑ เดือน พ้นโทษ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ แต่ในวันเดียวกันเอง วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ ศาลมีคำตัดสินในคดีละเมิดอำนาจศาล แล้วก็ถอนประกันคดี มาตรา ๑๑๒ ซึ่งเปึนคดีก่อนหน้านั้นด้วย หมายความว่าระยะเวลาหลังจากเดือนกุมภาพันธ์ไป เปึนการที่บุ้งอยู่ในเรือนจำในสถานะของการถูกฝากขังในระหว่างการพิจารณาคดี การถูก ฝากขังในขณะที่คดียังไม่สิ้นสุด ขัดต่อหลักการ Presumption of Innocence หรือว่า หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเปึนผู้บริสุทธิ์

ต่อมาค่ะท่านประธาน เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม หลังจากถูกตัดสินจำคุก บุ้งได้ประกาศเริ่มอดอาหาร และจนอาการของเธอทรุดลงเรื่อย ๆ จนเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา บุ้งก็ได้เสียชีวิตในระหว่างที่ถูกควบคุมตัว หันมาดูทางฝัืงของ กรมราชทัณฑ์ว่าหลังเสียชีวิตของบุ้งเกิดอะไรขึ้นบ้าง ๑๕ พฤษภาคม หลังเสียชีวิต ๑ วัน กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงกรณีบุ้งเสียชีวิต และนอกจากการแถลงข่าวแล้วได้มีการระบุ กับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ทางกระทรวงยุติธรรมจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และจะให้ความร่วมมือกับญาติในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดิฉันจึงอยากถามไปยังท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าสิ่งที่กรมราชทัณฑ์ได้แถลงไปนี้มันเปึนข้อเท็จจริงหรือไม่ เกี่ยวกับการเสียชีวิต จากข้อมูลที่ดิฉันมีนอกจากที่เล่าข่าวไป ก็ยังมีข้อมูลที่ได้มาจาก คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ดิฉันนั่งเปึนรองประธานอยู่ มีการเรียกหน่วยงานเข้ามาชี้แจง มีข้อมูลอยู่ ๒ ชุดค่ะ ข้อมูลชุดแรกเปึนข้อมูล Timeline การเสียชีวิตของคุณบุ้งที่กรมราชทัณฑ์ชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ข้อมูลชุดที่ ๒ เปึน Timeline การเสียชีวิตของคุณบุ้งที่ได้มาจากการขอกล้องวงจรป่ด ซึ่งขอยากขอเย็น เหลือเกิน แต่ก็ได้มาแล้ว ซึ่งมันก็มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันนิด ๆ หน่อย ๆ

ข้อเท็จจริงประการแรก ก็คือว่าการแถลงของกรมราชทัณฑ์นี้ไม่ตรงกับข้อมูล ที่ได้ชี้แจงในห้องกรรมาธิการค่ะ นั่นก็คือในช่วงเวลาแรกเริ่มของการล้มฟุบตัวในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ในห้องคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุยชน ดิฉันก็นั่งอยู่ด้วย กรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงว่า ในเวลา ๐๖.๑๕ นาําิกา ผู้ป์วยลุกจากเตียงแล้วล้มลงค่ะ แต่ใน Timeline ของกล้องวงจรป่ดบอกว่า ฟุบลงไปในเวลา ๐๖.๑๒ นาําิกา อาจจะ คลาดเคลื่อนกันประมาณ ๓ นาที ด้วยการตั้งเวลาหรืออะไรก็ตาม แต่มันมีเวลาหนึ่งที่บอกว่า ๐๖.๒๓ นาําิกา ก็คือผ่านมาเกือบ ๑๐ นาที ถึงจะมีการที่ผู้ช่วยเรือนจำต่าง ๆ เข้ามาช่วยกัน ปลุกบุ้งค่ะ ท่านประธานคะ Timeline จากกล้องวงจรป่ดยืนยันชัดเจนว่าสิ่งที่กรมราชทัณฑ์ ยืนยันออกมาตอนแรกระหว่างที่บุ้งฟุบลงไป มันไม่ค่อยตรงกับข้อเท็จจริงที่เราได้มา การรายงานเวลาที่คลาดเคลื่อนเช่นนี้อย่าคิดว่าไม่เปึนไรนะคะ ว่าเปึน ๕ นาที ๑๐ นาที ก็ตาม เพราะการรายงานเวลาที่คลาดเคลื่อนนี้ทำให้เราไม่ทราบเวลาที่แน่ชัดในการเข้าถึง การช่วยเหลือนะคะ นอกจากนั้นยังมีในข้อเท็จจริงที่ได้จากบันทึกการประชุมที่ได้ประชุม ในวันนั้น บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ ๒๒ วันพุธที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๗ สามารถ Search ใน Google ตามได้นะคะ หน้าที่ ๖ นายแพทย์ท่านที่มาให้การในกรรมาธิการบอกว่า ก่อนที่จะรายงานกับเจ้าหน้าที่ ขึ้นไปข้างบน เวลา ๐๖.๑๕ นาําิกา ยังไม่ใช่เวลาที่เป่ดห้องขัง ยังคงมีกุญแจล็อกอยู่ที่ประตู หน้าแดน พยาบาลเข้าไปถึงไม่ได้ และได้แจ้งกับฝ์ายผู้คุมว่าให้ไปหยิบกุญแจที่เก็บไว้ตาม ระเบียบของเรือนจำที่ต้องเก็บไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งเปึนสถานที่ที่อยู่ภายใต้กำหนดของ กรมราชทัณฑ์ ห้องผู้ป์วยถือว่าเปึนแดนขัง จึงไม่สามารถเข้าได้ทันเวลานะคะ ท่านประธานคะ ในข้อมูลทั่วไปมีการแถลงจากภายนอกราชทัณฑ์ว่า ได้รับตัวบุ้งจาก ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เวลา ๙ โมงครึ่ง ด้วยอาการหมดสติ ไม่มีสัญญาณชีพ แพทย์ประเมินว่าผู้ป์วยไม่มีสัญญาณชีพ ไม่พบคลื่นไฟฟัาหัวใจจึงทำการ CPR และมีการ ประกาศการเสียชีวิตในเวลา ๑๑.๒๒ นาําิกา วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗ นั่นแปลได้ว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลภายนอกราชทัณฑ์นั้นบุ้งไม่ได้มีสัญญาณชีพแล้ว และในข้อมูลทั่วไป ยังมีการระบุอีกว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลภายนอกมีการสอดท่อช่วยหายใจผิดจุด

ท่านประธานคะ ประเด็นคำถามแรกเลยแล้วกัน กรณีที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมด นำมาสู่คำถามที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีว่า กรณีของนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง เปึนข้อบ่งชี้ได้ชัดมาก ๆ ว่ามาตรฐานในการดูแลผู้ป์วยของกรมราชทัณฑ์มีปัญหาแน่นอน จากสิ่งที่เกิดขึ้นจากเคสนี้ดิฉันไม่แปลกใจกับการขอใช้สิทธิประกันตัว ด้วยปัญหาจากสุขภาพ ดิฉันเคยเชื่อว่าจะใช้สิทธินี้ได้กับทุกคนนะคะ แต่วันนี้ในเรื่องของเคสนี้กลับแตกต่างกัน ออกไปนะคะ สิ่งที่ยืนยันว่าสิทธิในการให้ประกันตัวและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของเรามี ปัญหาค่ะ ดิฉันเลยอยากได้ยินคำตอบจากท่านรัฐมนตรีในคำถามแรกก่อนนะคะว่า สาเหตุ การเสียชีวิตของบุ้งที่แท้จริงคืออะไร กระบวนการกู้ชีพที่เกิดขึ้นเพราะเหตุใดถึงไม่มีการใช้ เครื่อง AED รวมถึงเวลาการเสียชีวิตที่แท้จริงคือเวลาไหน และคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสรุป แล้วสอบสวนได้อะไรมาบ้าง และกรมราชทัณฑ์จะมีการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เสียชีวิต ครั้งนี้อย่างไร คำถามแรกค่ะ