ณัฐชา ตั้งข้อสังเกตทุนการศึกษา-ห่วงเด็กหลุดระบบ ร้องทบทวนเกณฑ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อภิปรายรายงานประจำปี 2566 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยตั้งข้อสังเกตถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนเด็กที่ออกจากระบบการศึกษากลางคันอย่างก้าวกระโดด พร้อมตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณและเกณฑ์การพิจารณาทุนที่เข้มงวดเกินไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการจริงของเด็กกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงอายุ 15–18 ปี ที่โครงการปัจจุบันยังเข้าไม่ถึงเพียงพอ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนนโยบาย ปรับปรุงเกณฑ์การให้ทุน และขยายการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมเด็กที่ยังหลุดจากระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดสรรงบประมาณสะท้อนสถานการณ์จริงและสามารถสร้างพื้นฐานการศึกษาที่เท่าเทียมและมีคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นทาง

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลจากเขตบางขุนเทียน บางบอน ท่านประธานครับ วันนี้ลุกขึ้น อภิปรายรายงานของ กสศ. หรือกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประจำป้ ๒๕๖๖ ไม่ลุกขึ้นไม่ได้ครับ เพราะว่าข้อมูลจากหน่วยงานของท่านเองที่ได้เผยแพร่ต่อสื่อสาธารณะ ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เรื่องของการพบข้อมูลของป้ ๒๕๖๖ ก็คือเปึนรายงานที่เกี่ยวเนื่อง กับรายงานประจำป้ที่ท่านนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก็คือเด็กที่ออกจากระบบ การศึกษากลางคัน ท่านพบถึง ๑,๐๒๕,๕๑๔ คน มองดูตัวเลขกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ถ้าเกิดเปรียบเทียบกับในอดีตที่ท่านให้ข้อมูลไว้ ก็คือปกติแล้วจะมีเด็กออกกลางคัน ประมาณราว ๆ ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าในรายงานที่ได้เป่ดเผยต่อสาธารณะเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว เพราะฉะนั้นการที่เพิ่มขึ้นมาเท่าตัวเราก็ต้องไปดูว่าในป้ ๒๕๖๖ เกิดอะไรขึ้น รายงานฉบับนี้ ก็ได้มีโครงการต่าง ๆ ได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ได้หยิบยก แล้วก็รื้อขึ้นมาดูว่าการ บริหารงานของกองทุนนั้นเปึนอย่างไร แต่ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมก่อนนะครับ เพราะว่ากองทุนนี้ เปึนกองทุนที่ทำงานจากความยากลำบาก และการบริหารกองทุนก็แน่นอนท่านต้องฟังเรื่อง เศร้าจาก ๑๐๐ เรื่องราวในทั้งประเทศ แล้วก็มาบริหารจัดการผ่านงบประมาณที่มีอยู่อย่าง จำกัด ซึ่งแน่นอนครับยากมาก งบประมาณป้ ๒๕๕๖ ที่ท่านได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้มากกว่าป้ ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๔๒๑ ล้านบาท ที่ได้ ๕,๐๐๐ กว่า ก็คืองบประมาณได้มากกว่าเดิม แต่ผลที่เกิดขึ้นมันมีเด็กหลุดออกจากการศึกษา นั่นหมายความว่ามันต้องมีเหตุการณ์อะไร เกิดขึ้น หรือตัวเลขท่านเพิ่งเคยทำเปึนครั้งแรก ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ เพราะฉะนั้นเราก็มาดูว่า แล้วเด็กที่ออกจากการศึกษาเราดูอย่างนี้ได้ไหมครับ ที่ออกจากการศึกษามีเด็กที่อยากเรียน แต่ไม่มีเงินจำนวนเท่าไร หรือเด็กที่ไม่อยากเรียนเลย ไม่เกี่ยวกับว่ามีเงินหรือไม่มีเงินเท่าไร เราจะได้รู้ว่าบุคลากรของประเทศหรือนักเรียนนักศึกษาที่อยากเรียนจริง ๆ แต่ขาดทุนทรัพย์ อันนี้ Priority อันดับ ๑ ต้องให้ความสำคัญ ผมก็เลยอยากจะตั้งคำถามใน ๔ ประเด็น ๓ ประเด็นอยู่ในเล่มนี้ครับ อีก ๑ ประเด็นเปึนประเด็นฝากให้ทาง กสศ. ก็คือ

ในเรื่องของเงื่อนไขการให้ทุนครับ ในหน้า ๓๒ ของรายงาน เรื่องเงื่อนไขการ ให้ทุนเสมอภาคต้องให้อัตราการมาเรียน หรือให้อัตราการสมวัยตามเกณฑ์ หรืออะไรต่าง ๆ ผมมองว่าวันนี้ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาควรที่จะเข้าไปสนับสนุน การศึกษาโดยไม่มีพันธกิจอื่น โอเคอาจจะปลีกย่อยได้ แต่ถ้าเกิดท่านเอามาเปึนหลักเกณฑ์ ในการพิจารณาเด็กเพื่อจะได้รับทุน แน่นอนครับ ความจนมันหลากหลายเรื่องราว ๑๐๐ เรื่องราวว่าที่บ้านจะมีข้าวปลาอาหารที่สมบูรณ์ต่อการทานหรือไม่ ท่านช่วยเขาได้ ไม่มากครับ ไม่ใช่ว่าท่านให้เงินเขาไปแล้ว เขาต้องร่างกายสมบูรณ์ ต้องมาเรียนทุกวัน ต้องไป โรงเรียนได้ทุกวัน เขาทำไม่ได้ครับ บางคนต้องมีเรื่องราวในครอบครัวอีกเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นการที่ไปกำหนดเกณฑ์ทุนเสมอภาคว่าต้องเปึนอย่างนั้น ต้องเปึนอย่างนี้ ต้องมี เกณฑ์มาเรียน ต้องร่างกายสุขภาพแข็งแรง กำยำ อะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนประเด็น ปลีกย่อยได้ แต่เอามาเปึนประเด็นหลักในการมอบทุนไม่ได้ครับ

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องของผลการดำเนินงานที่จำแนกตามอายุของเด็ก เราพบว่าเมื่อสักครู่รายงานของท่านบอกว่ามีเด็กหลุดออกจากการศึกษาอายุประมาณ ๓-๑๘ ป้ แล้วก็มีหลุดออกจากการศึกษามากขึ้น จากจบ ม.ต้น แล้วไม่ได้เรียนต่อสายช่าง หรือ ม.ปลาย และเดี๋ยวปัจจุบันหลุดออกจากการศึกษาตั้งแต่ประถมหรือกลางคันระหว่าง ประถมเพิ่มมากขึ้น เราก็ไปดูว่าผลการดำเนินงานของท่านในหน้า ๓๐ ท่านมีผลดำเนินงาน ๓.๑ ๓.๒ ๓.๓ ๓.๑ ท่านดูแลเด็กตั้งแต่ ๓-๑๔ ป้ ๓.๒ ท่านดูแลเด็ก ๑๕-๒๔ ป้ แต่ในนี้มันมี เด็ก ๑๕-๑๘ ป้ที่อยู่ไปด้วย ที่มันหลุดออกจากการศึกษาไปด้วย ในข้อ ๓.๒ มี ๓ โครงการ สั้น ๆ แต่ ๓ โครงการนั้นไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องการสนับสนุนให้เด็กอายุ ๑๕-๑๘ ป้ได้เข้าสู่ ระบบการศึกษา ๓ โครงการนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ครับ ที่ตอบโจทย์อยู่ที่ ๓.๑ เพราะฉะนั้นอาจจะ ต้องเพิ่มเติมในป้ถัดไป หากจะต้องเข้าไปช่วยเหลือในกลุ่มอายุเท่านี้นะครับ

ประเด็นที่ ๓ เรื่องงบประมาณของการอุดหนุนกองทุนเพื่อความเสมอภาค ในหน้า ๓๕ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ บอกว่า อนุมัติให้เด็กที่ได้รับเงินทุน ๓,๐๐๐ บาทต่อป้ เปึน ๔,๒๐๐ บาทต่อป้ นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ ท่านกำลังเพิ่ม ปริมาณเชิงคุณภาพ แต่ปริมาณจำนวนของเด็กเท่าเดิม คือเด็กที่เคยได้ ๓,๐๐๐ บาททุกคน จำนวนเท่านี้ เพิ่มจากมติ ครม. ก็คือเพิ่มจาก ๓,๐๐๐ เปึน ๔,๒๐๐ แต่ปริมาณเด็กไม่ได้ เพิ่มขึ้น ท่านเพิ่มในเชิงคุณภาพอย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมอยากให้มองให้รอบด้านว่า แล้วปริมาณที่เด็กยังไม่เคยได้เลย ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ บาทแรก ตรงนี้ท่านจะเข้าไปตอบรับเรื่องนี้ อย่างไรนะครับ ในปริมาณของเด็กที่เพิ่มมากขึ้นด้วยในอัตราการตกหล่น นี่คือประเด็นที่ ๓

ประเด็นสุดท้ายครับ เปึนประเด็นที่ไม่ได้อยู่ในเอกสารฉบับนี้ แต่เปึนประเด็น ที่เราได้พบเจอกันในห้องประชุมของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม และขอใช้พื้นที่ใน ห้องประชุมใหญ่ตรงนี้ได้ฝากผ่านไป นั่นก็คือเรื่องของการดำเนินโครงการแบบเดิมแต่หวังผล แบบใหม่ อันนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากว่าเคยได้รับรายงานป้งบประมาณ ๒๕๖๗ และแผนงานป้ ๒๕๖๘ ซึ่งทั้ง ๒ หน้าเปึนรายงานคล้ายกันเลยครับ เหมือนกันเลยทั้ง ๒๕๖๗ และ ๒๕๖๘ แต่สถานการณ์มันเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากเปึนเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยากจะให้ท่านได้ช่วยพิจารณาว่า เมื่องบประมาณของป้ ๒๕๖๘ ที่ท่านจะได้เพิ่มมากขึ้น อีก ๙๔๐ ล้านบาทนะครับ แต่ว่าแผนงานยังคงเดิมกับการตอบรับเรื่องของปริมาณเด็กที่ ตกหล่นออกจากการศึกษา ตอนนี้ป้ ๒๕๖๖ ข้อมูลที่เป่ดเผยออกมาล้านกว่าคน ข้อมูลป้ ๒๕๖๗ ป้นี้ยังไม่ทราบว่าตกหล่นเท่าไร และเด็กที่ถูกตกหล่น นั่นหมายความว่าจุดเริ่มต้น แรกเริ่มของชีวิตที่เขาจะพัฒนาไปเปึนแรงงานที่มีคุณภาพ ที่จะพัฒนาไปเปึนบุคลากรที่มี คุณภาพ ประชากรที่มีคุณภาพต่อไปในห้วงวัยอื่นนั้นสะดุดหมดเลย และรัฐก็ต้องไปเพิ่ม งบประมาณในการช่วยเหลือ แรงงานไม่มีคุณภาพก็ต้องเข้าไปอุดหนุนช่วยเหลือการตกงาน เรื่องของการว่างงาน เรื่องของอะไรต่าง ๆ ผ่านไปจนถึงถ้าเกิดดูแลตัวเองไม่ได้ ช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้กลายเปึนกลุ่มเปราะบาง รัฐก็ต้องสนับสนุนเงินมากกว่าจุดเริ่มต้นแรกเริ่มตรงนี้ อีกหลายเท่า เพราะฉะนั้นท่านทำเถอะครับ เสนอได้เลย ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ท่านต้องการสิ่งใดบ้าง อย่าเอาตัวเลขเปึนตัวตั้ง และบริหารกองทุนผ่านตัวเลขเท่าที่มีอยู่เท่านี้ ท่านต้องกล้าตอบต่อรายงานในแต่ละป้ในป้หน้าว่า เราได้งบประมาณเท่านี้ ต่อไปสังคมไทย จะเปึนอย่างไร งบประมาณที่รัฐบาลมอบให้ ถ้าให้เท่านี้ท่านต้องไปเสียงบประมาณเพิ่ม ในเรื่องของการดูแลสารทุกข์สุกดิบของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของระบบสาธารณสุข ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเอง ไม่ได้ในอนาคตต่อไป ถ้าท่านกล้าที่จะปักธงเรื่องนี้เริ่มต้นพวกเราทุกคนพร้อมที่จะจับมือกับท่าน แล้วก็ก้าวไปต่อไป เพราะว่าท่านคือหน่วยงานที่กำลังปลูกฝังประชากรที่มีคุณภาพในจุด แรกเริ่มครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ