พรประไพ แจงสถานการณ์สิทธิมนุษยชน พร้อมเสนอปรับบทบาท กสม. เพิ่มประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗

พรประไพ กาญจนรินทร์ ชี้แจงรายงานผลการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยปี 2566 พร้อมรายงานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ครอบคลุมทั้งด้านสิทธิพลเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิทธิของกลุ่มเปราะบาง โดยนำเสนอข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียน 940 เรื่อง ข้อเสนอแนะนโยบาย 24 เรื่อง และข้อเรียกร้อง 132 ข้อต่อ 29 หน่วยงาน พร้อมเน้นย้ำการส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนผ่านสื่อและอบรม และเสนอปรับปรุงบทบาท กสม. โดยยกเลิกอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 247 (4) และผลักดันให้ฟื้นฟูอำนาจในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามหลักการปารีส เพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างมีระบบ

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉัน พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีก ๔ ท่าน รวมเปึน ๕ ท่านนะคะ แล้วก็ฝ์ายสำนักงานด้วย ยินดี ที่ได้มานำเสนอรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ป้ ๒๕๖๖ ซึ่งจัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๗ (๒) แล้วก็ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ (๒) อันนั้นเปึน รายงานฉบับแรก แล้วก็รายงานฉบับที่ ๒ รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งจัดทำขึ้นตาม พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๕

สำหรับรายงานฉบับแรก คือรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้าน สิทธิมนุษยชน ป้ ๒๕๖๖ กสม. ก็ได้ประมวลข้อมูลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดป้ ๒๕๖๖ รวมทั้งได้จัดประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคประชาสังคม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุม รายงานก็แบ่งออกเปึน ๔ ด้านหลักตามขอบเขตของสนธิสัญญา ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน

ด้านแรก คือ ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เช่น สิทธิใน กระบวนการยุติธรรม การกระทำทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย แล้วก็ด้านปกปัอง สิทธิมนุษยชน อันนั้นเปึนด้านแรก

ด้านที่ ๒ ก็ได้แก่ สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เช่น สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วก็ธุรกิจกับสิทธิชุมชน

ด้านที่ ๓ ก็เปึนสิทธิของประชาชนของกลุ่มบุคคล เช่น สิทธิเด็ก สิทธิสตรี และบุคคลหลากหลายทางเพศ คนไร้รัฐไร้สัญชาติ และกลุ่มชาติพันธุ์

ด้านที่ ๔ เปึนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็เกี่ยวกับ ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ สิทธิด้านสุขภาพ และการศึกษาของเด็กในพื้นที่ ทั้งหมดนี้ก็เปึนรายงานที่ได้มีข้อเสนอแนะในประเด็นที่เปึนข้อ ท้าทายต่าง ๆ ให้รัฐบาลแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา มีทั้งสิ้นรวม ๑๓๒ ข้อนะคะ เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ๒๙ หน่วยงาน อันนี้เปึนรายงานฉบับแรกซึ่งท่านผู้แทน ก็คงได้รับเอกสารที่เปึนฉบับเต็มแล้วนะคะ

สำหรับรายงานฉบับที่ ๒ เปึนรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยเราได้นำเสนอผล การดำเนินงานด้านต่าง ๆ สรุปสาระสาระสำคัญได้ดังนี้

ด้านแรก ด้านการตรวจสอบการละเมิดสิทธิประชาชน ซึ่งในป้ที่ผ่านมานี้ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนรวมทั้งสิ้น ๙๔๐ เรื่อง ซึ่ง กสม. ได้รับไว้ตรวจสอบ ประสาน การคุ้มครอง ให้ความช่วยเหลือ แล้วก็ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางเราได้ดำเนินการ ในส่วนนี้ ๖๑๐ เรื่อง ส่วนที่เหลืออีก ๓๓๐ เรื่อง เปึนเรื่องที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งเราไม่สามารถรับไว้พิจารณาได้ อันนี้เปึนด้านแรก

ด้านที่ ๒ ของการปฏิบัติงานของเราก็คือ ด้านการเสนอแนะมาตรการหรือ แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งเราได้ทำงานเชิงรุก ได้หยิบยกประเด็น ด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อศึกษาปัญหา แล้วก็มีข้อเสนอแนะมาตรการในการส่งเสริม แล้วก็ คุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเสนอแนะเรื่องการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย รวม ๒๔ เรื่อง ทั้งเรื่องคนพิการ การควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติด แล้วก็การจัดการมลพิษทางอากาศ เปึนต้น

ด้านที่ ๓ ในส่วนของการปฏิบัติงานก็คือ การจัดทำรายงานการประเมิน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ซึ่งก็ได้กล่าวถึงในเบื้องแรกแล้ว เปึนรายงานที่เรา จัดทำขึ้น ๔ ด้านตามที่ได้เรียนก่อนหน้านี้แล้ว

อีกด้านหนึ่งคือด้านการสร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึง ความสำคัญของสิทธิมนุษยชน เราก็ทำโดยการสื่อสารเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ เรื่องสิทธิมนุษยชนในวงกว้าง ทั้งด้านวิทยุ โทรทัศน์ แล้วก็ Social Media รวมทั้งมีการออก แถลงการณ์ในเรื่องต่าง ๆ ที่เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ แล้วก็การแถลงข่าวประจำสัปดาห์ นอกจากนั้นก็ยังมีการทำหลักสูตร มีการจัดอบรม แล้วก็จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้าง ความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนเชิงประเด็น

อีกด้านหนึ่งที่เปึนด้านที่สำคัญเช่นกัน ก็คือด้านการเสริมสร้างความร่วมมือ กับภาคีเครือข่ายนะคะ เราทำงานกับทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน สถาบันการศึกษา สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งในประเทศ แล้วก็ในต่างประเทศ แล้วก็องค์การระหว่างประเทศ แล้วก็สหประชาชาติด้วยนะคะ

ซึ่งในภาพรวมการดำเนินงานก็เปึนไปด้วยดีตามขอบเขตอำนาจ แล้วก็ บุคลากร แล้วก็งบประมาณที่เรามี แต่ก็ยังมีประเด็นที่เปึนข้อท้าทายที่อาจจะต้องมีการ ปรับปรุง แล้วก็อยากจะขอเสนอเพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไขหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้สามารถ ทำงานให้เต็มที่ สร้างความเชื่อมั่น แล้วก็ช่วยให้ กสม. ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมี ๒ ประเด็นค่ะ

ประเด็นแรก ก็มีกำหนดไว้ในมาตรา ๒๔๗ (๔) ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ กสม. มีหน้าที่จะต้องชี้แจงกรณีที่มีรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เปึนธรรม ซึ่งเครือข่ายทั้งในประเทศ แล้วก็ต่างประเทศมีความห่วงกังวลว่า การทำหน้าที่เช่นนี้ จะไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามหลักการปารีสนะคะ แล้วก็อาจกระทบต่อความเปึนอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. จึงเห็นควรที่จะมีการยกเลิกหน้าที่และอำนาจในส่วนนี้นะคะ

และอีกประการหนึ่งที่เปึนข้อที่เราเห็นว่าอาจจะต้องมีการพิจารณาแก้ไข ปรับปรุงก็คือ การให้ กสม. มีหน้าที่และอำนาจในการไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาทและแก้ไข ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ใน พ.ร.บ. ก่อนหน้านี้มีอำนาจนี้ที่ให้กับ กสม. แต่ว่าในส่วน ของ พ.ร.บ. ปัจจุบันนี้อำนาจหน้าที่ในส่วนนี้ได้ถูกตัดออกไปนะคะ ซึ่งถ้ามีอำนาจในส่วนนี้ ก็จะสอดคล้องกับหลักการปารีส ในการที่จะให้สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถ จะช่วยแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็เปึนประโยชน์กับ ประชาชนทั่วไปค่ะ อันนี้คือสั้น ๆ ของรายงานทั้ง ๒ ฉบับที่เรานำเสนอในส่วนนี้ แล้วเราก็ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มานำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนผู้แทนของประชาชน แล้วก็พร้อมที่จะนำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ในการที่จะปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น ต่อไป ขอบคุณค่ะ