รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
หมดเวลาพอดี ทําเป็นเรื่องมาครับ
ขอบคุณค่ะ
ต่อไปคุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ผมหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือเกี่ยวกับเรื่องของถนนดินซึ่งเชื่อมระหว่าง ๒ ตําบล ตําบลหนองตูมกับตําบลท่าฉนวน หมู่ที่ ๔ ตําบลหนองตูม ไปหมู่ที่ ๔ บ้านข่อมตาล ตําบลท่าฉนวน ระยะทางประมาณ ๓–๔ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนดิน ซึ่งชาวบ้านต้องการที่จะ ให้เป็นถนนลาดยาง ก็ฝากถึงกรมทางหลวงชนบทในการสร้างถนนเส้นนี้ซึ่งเป็นถนนดินลูกรัง อยู่แล้ว ให้กับพี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาและขนส่งพืชไร่ได้
เรื่องที่ ๒ ถนนลาดยางที่เสียหายอีกเส้นหนึ่ง คือถนนสายหน้าสถานีอนามัย บ้านหนองตูม ตําบลหนองตูม อําเภอกงไกรลาศ ไปบ้านใหม่เจริญธรรม ตําบลนิคมพัฒนา อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นของกรมทางหลวงในการดูแลอยู่ และถนนเส้นนี้ ทรุดโทรมเป็นจํานวนมาก และเป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ําขัง แล้วก็น้ําขังในถนนเหมือนคลอง ฝากกรมทางหลวงชนบทได้ไปซ่อมบูรณะให้กับประชาชนสัญจรไปมาด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ถนนอีกเส้นหนึ่งซึ่งเป็นถนนลาดยางในช่วงที่ ๒ สายทุ่งแม่กร หมู่ที่ ๒ ไปหมู่ที่ ๙ ตําบลท่าฉนวน อําเภอกงไกรลาศ อันนี้ประชาชนก็เรียกร้อง อยากให้กรมทางหลวงชนบทไปสร้างต่ออีกช่วงหนึ่ง
เรื่องที่ ๔ ถนนลาดยางที่ขึ้นกับกรมทางหลวงชนบทชํารุดเสียหาย สายบ้านท่าฉนวน หน้าโรงเรียนวัดท่าฉนวนไปบ้านหางตลาดแล้วก็วนมาบ้านน้ําเรื่อง ตําบลท่าฉนวน อําเภอกงไกรลาศ ถนนเส้นนี้ก็เสียหายเยอะ ระยะทางประมาณเกือบ ๑๐ กิโลเมตร ก็ขอให้ กรมทางหลวงชนบทได้ไปซ่อมบูรณะให้กับพี่น้องประชาชนครับ
คุณสุนทรี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานค่ะ คือดิฉันได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องชาวอําเภอบ้านเขว้า ว่าเงินชดเชยที่จะต้องได้เนื่องจากบ้านเรือนเสียหาย คือเสียหาย บางส่วนจะได้หลังละประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ผ่านมาหลายเดือนแล้ว พี่น้องที่อําเภอบ้านเขว้ายัง ไม่ได้รับการชดเชยในยอดเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทเลยค่ะ ซึ่งอําเภอต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้รับ กันแล้ว แต่ที่อําเภอบ้านเขว้ายังไม่ได้รับ แล้วเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก็ ได้มาบอกดิฉันว่า มีคนอีกประมาณแค่ ๘๗ หลังคาเรือนที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย แต่จากการที่ ดิฉันออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนทราบว่าตอนนี้น่าจะมากกว่า ๘๗ รายที่ยังไม่ได้รับ ก็เรียน ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ให้ช่วยดูแลตรวจสอบด้วยว่าพี่น้องเหล่านี้ตกหล่น ไปอยู่ไหน เพื่อเขาจะได้รับการแก้ไขค่ะ
เรื่องที่ ๒ ก็คือพี่น้องเขาก็ฝากทวงมาอีกเช่นกันค่ะ เงินชดเชยจากการที่เขา ได้ร่วมโครงการประกันรายได้ของเกษตรกรจากการปลูกข้าวในรอบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ปลูกข้าวนาปรังรอบสองค่ะท่านประธาน เขาบอกว่ามีการชดเชยไป ๒ รอบ พี่น้องเพิ่งได้ไป แค่ ๑ รอบ รอบที่เหลือที่จะได้ยังไม่ได้รับเหมือนกันค่ะ ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลติดตามเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยให้กับประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้าย ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ชาวบ้าน บ้านหางเรียง ตําบลลุ่มลําชี อําเภอบ้านเขว้า บอกว่าเมื่อตอนคราวน้ําท่วมบ้าน หมู่บ้านนี้ อยู่ริมฝั่งแม่น้ําชีค่ะ ตลิ่งข้าง ๆ บ้านทรุดพังไปหมด ตอนนี้ชาวบ้านต้องเรี่ยไรเงินกันเอามาซื้อ ดินเพื่อมาทําเป็นตลิ่งกั้น ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังทางกรมชลประทาน โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ช่วยดูแล หาสิ่งซ่อมแซมไปป้องกันน้ําท่วมให้กับพี่น้องในเขตตําบลบ้านหางเรียงด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ นอกชายฝั่ง เกาะสุมาตรา เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่หลายครั้ง ในประเทศที่อยู่ในแนววงแหวนอัคนี และล่าสุดได้เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นหายนะครั้งสําคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้ตั้งอยู่ในวงแหวนอัคนีก็ตาม แต่รัฐบาลควรเตรียมความพร้อม เพื่อรับเหตุแผ่นดินไหว ดังนี้
๑. เร่งสํารวจและปรับปรุงฐานข้อมูลความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวให้สอดคล้องกับ สภาพปัจจุบัน โดยแสดงแนวรอยเลื่อนที่มีพลังทั้งหมดลงในแผนที่ที่มีความละเอียด
๒. สําหรับพื้นที่ที่เสี่ยงภัย ควรมีแผนเตรียมความพร้อม นับตั้งแต่แผนอพยพ การเตรียมพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย การสํารองอาหาร น้ําและเวชภัณฑ์ ให้สามารถบรรเทา ความเดือดร้อนได้อย่างน้อย ๗ วัน รวมถึงการเตรียมทีมกู้ภัยที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
๓. รัฐบาลต้องมีแผนฉุกเฉินในการลําเลียงความช่วยเหลือจากส่วนกลาง ไปยังพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวได้อย่างทันท่วงที
๔. รัฐบาลจะต้องให้คําแนะนําในการเตรียมความพร้อมแก่พี่น้องประชาชน เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยควรมีขีดความสามารถ ในการพึ่งพาตนเองได้อย่างน้อย ๓ วัน ก่อนความช่วยเหลือจากภายนอกจะไปถึง และ
๕. รัฐบาลควรทบทวนประกาศกฎกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยขยายพื้นที่ที่สมควรบังคับใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ และควรขยายให้ ครอบคลุมอาคารทุกประเภท ขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากผมได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในอําเภอโคกเจริญ ตําบลหนองมะค่า ซึ่งยังไม่ได้รับงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งทั้งตําบลเลย แล้วอีกตําบลหนึ่ง ตําบลสระโบสถ์ อําเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งยังไม่ได้รับเงิน โครงการไทยเข้มแข็งแม้แต่โครงการเดียวเลย อยากจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่ง ดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องบรรจุแผนงานถนนสายห้วยยาง ตําบลศิลาทิพย์ อําเภอชัยบาดาล และสายบ้านหนองปล้อง ตําบลเกาะรัง อําเภอชัยบาดาล ทั้ง ๒ สายครับ ซึ่งเป็นถนนลูกรัง ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งบรรจุแผนงาน เนื่องจากในขณะนี้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เพราะเป็นถนนลูกรัง ฤดูฝนก็เป็นโคลน ฤดูแล้งก็เป็นฝุ่น ก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องขุดลอกห้วย หนอง คลอง ในขณะนี้เริ่มฤดูฝนและฝน จะตกแล้ว ในขณะนี้ห้วย คลอง หนอง บึงที่ตื้นเขิน อยากจะฝากถึงรัฐบาลให้เร่งดําเนินการ ขุดลอกคลองในพื้นที่อําเภอโคกสําโรง และอําเภอสระโบสถ์ และอําเภอโคกเจริญด้วยครับ
ขอบคุณครับ สภายินดีต้อนรับ คณะผู้สูงอายุตําบลท่างิ้ว อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ด้วยความยินดี ขณะนี้สภากําลังให้ สมาชิกได้เรียนหารือเพื่อจะให้ฝ่ายบริหารดําเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง แต่ละพื้นที่ของ ส.ส. แต่ละท่านนะครับ ต่อไปเชิญคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม
เรื่องที่ ๑ ชาวจังหวัดนครพนมขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ที่ได้ก่อสร้างถนน ๔ ช่องจราจรในเขตอําเภอเมือง อําเภอท่าอุเทน อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และขอให้กรมทางหลวงได้ก่อสร้าง ถนน ๔ ช่องจราจรส่วนต่อขยายและก่อสร้างเพิ่มเติมถนน ๔ ช่องจราจรดังนี้ ๑. จากอําเภอเมือง ไปอําเภอท่าอุเทน อําเภอบ้านแพง ไปถึงจังหวัดบึงกาฬ ๒. จากอําเภอท่าอุเทนไปอําเภอศรีสงคราม อําเภอนาหว้า ไปถึงถนนทางหลวง หมายเลข ๒๒ ๓. จากอําเภอศรีสงครามและอําเภอนาหว้า ไปอําเภออากาศอํานวย จังหวัดสกลนคร ๔. จากบ้านนาพระชัย ตําบลหนองแวง อําเภอบ้านแพง ไปถึงบ้านปฏิรูป อําเภอศรีสงคราม ๕. จากอําเภอศรีสงครามไปถึงบ้านท่าแร่ จังหวัดสกลนคร จะได้นําความเจริญไปสู่ชนบทและได้แก้ไขปัญหาความยากจนให้แก่ ประชาชน
เรื่องที่ ๒ อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข ชาวจังหวัดนครพนม ร้องเรียนกันมามาก ขอให้เพิ่มแพทย์ประจําโรงพยาบาลทั้ง ๔ อําเภอ เพราะว่าโรงพยาบาล อําเภอนาหว้ามีแพทย์เพียง ๑ คนต่อประชากร ๕๐,๐๐๐ คน บางวันไม่มีแพทย์ มาทํางาน โรงพยาบาลอําเภอศรีสงคราม อําเภอนาทม และอําเภอบ้านแพง มีแพทย์ ๑ คน ต่อประชากร ๑๕,๐๐๐ คน ส่วนในกรุงเทพฯ มีแพทย์ ๑ คนต่อประชากร ๗๐๐ คน ต่างกัน ราวฟ้ากับดิน จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มแพทย์ไปประจําทั้ง ๔ อําเภอให้มากขึ้น ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ระบุไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการ สาธารณสุข จึงขอฝากรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอย่าเพิ่งยุบสภา ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลน แพทย์ในชนบทที่อยู่ห่างไกลให้ได้ก่อน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีทําได้ไม่ต้องยุบสภา ให้ลาออก ผมจะเลือกท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ขอขอบพระคุณครับ
เขาจะยุบสภาอยู่แล้วละครับ ไม่ต้องไปขอหรอกครับ ต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนมาจากกลุ่มผู้ใช้น้ําฝายวังปาน อําเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลําพูน เรื่องที่ฝายวังปานมีการชํารุดแล้วก็จะดําเนินการอย่างไร ก็ขอให้ทาง กรมชลประทานช่วยไปชี้แจงให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้น้ําในฝายวังปานให้รับรู้รับทราบ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวและจะได้รับรู้ว่ากรมชลประทานมีแผนในการบํารุงรักษาฝายวังปาน อย่างไร ซึ่งเป็นการกั้นน้ําปิงระหว่าง ๒ อําเภอ คืออําเภอจอมทองและอําเภอเวียงหนองล่อง และเป็นประโยชน์กับพี่น้องถึงอําเภอป่าซาง ถ้าฝายวังปานผุพังแล้วความเดือดร้อนของ พี่น้องในจังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงใหม่ จะมีจํานวนมาก
เรื่องที่ ๒ ขอให้ท่านประธานช่วยทําหนังสือขอบคุณไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย ที่ได้อนุเคราะห์ช่วยเหลืองบประมาณในการจัดทําถนน เนื่องจากว่า ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น ถนนซึ่งเป็นถนนเชื่อม ของพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอเวียงหนองล่อง ได้ถูกน้ําพัดพา ใกล้สายส่งไฟฟ้าแรงสูง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้อนุเคราะห์ งบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐บาท ไปซ่อมแซมถนนและดําเนินการให้เสร็จแล้ว
เรื่องที่ ๓ ก็คือขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้อนุเคราะห์ งบประมาณในการถมดินให้กับพี่น้องเกษตรกรในเขตอําเภอเวียงหนองล่องที่ถูกน้ําพัดพา เป็นวงเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้กําลังดําเนินการอยู่ จึงอยากจะให้ท่านประธาน ทําหนังสือไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อกราบขอบคุณที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยได้อนุเคราะห์ช่วยเหลืองบประมาณอย่างทันท่วงที ทําให้พี่น้องประชาชน ในเขตอําเภอเวียงหนองล่องที่ได้รับผลกระทบได้สบายใจขึ้นครับ กราบขอบคุณครับ
คุณศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียน ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ
เรื่องแรก พายุฤดูร้อนหรือที่คนอีสานเรียกกันว่าลมแดงพัดทําให้บ้านเรือน ของพี่น้องประชาชนเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอําเภอม่วงสามสิบ อําเภอเหล่าเสือโก้ก อําเภอดอนมดแดง และหลายพื้นที่ของเขตอําเภอเมือง ผมได้รับรายงานจากท่านนายก องค์การบริหารส่วนตําบลขี้เหล็ก นายประมวล พิมพ์หล่อ บอกว่ามีบ้านเรือน พี่น้องประชาชนหลายร้อยหลังคาเรือนในขณะนี้พังเสียหาย รวมถึงที่ทําการ อบต. ขี้เหล็ก ก็พังเสียหายด้วยเช่นกัน จึงขออนุญาตประทานกราบเรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรี ได้โปรดมีบัญชาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ออกไปสํารวจถึงความเสียหายของ พี่น้องประชาชนและให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วนด้วย
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ มีพี่น้องประชาชนในเขตบ้านดอนแดงใหญ่ บ้านดอนแดงน้อย ตําบลหนองเหล่า อําเภอม่วงสามสิบ แจ้งกับกระผมว่าในพื้นที่ชลประทาน โซนบี (B) ตามโครงการชลประทาน สถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้านาไร่ใหญ่ ที่ตั้งอยู่ที่บ้านนาไร่ใหญ่ ตําบลหนองฮาง อําเภอม่วงสามสิบ โครงการชลประทานแห่งนี้ได้ดําเนินการไปแล้ว ถ้าเผื่อว่ามีการก่อสร้างขยายระบบส่งน้ําไปยังพื้นที่โซนบี ซึ่งมีการสํารวจออกแบบ ไว้เรียบร้อยแล้วก็จะก่อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องบ้านดอนแดงใหญ่ บ้านดอนแดงน้อย บ้านหนองดูน
เรื่องที่ ๓ มีพี่น้องบ้านชักแล่น ตําบลโพนแพง อําเภอม่วงสามสิบ แจ้งความเดือดร้อนกับกระผมว่า ในกรณีโครงการประกันรายได้เกษตรกร ตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ หรือนโยบายข้าวไม่ขายก็ได้เงิน มีพี่น้องบ้านชักแล่นแจ้งเรื่องของการขอใช้สิทธิ แต่ปรากฏว่าด้วยการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน มีเกษตรกรไปตัดพื้นที่บางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่น้ําท่วมออกไป ทําให้พี่น้องไม่ได้รับสิทธิเรื่องการ ได้รับสิทธิตามโครงการประกันรายได้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ
คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส. จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ของบประมาณในการขยายไหล่ทางและซ่อมแซมถนนลาดยาง ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๑๓ อําเภอด่านซ้าย อําเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ระยะทาง ๑๙ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ได้สร้างขึ้นตั้งแต่มีอําเภอนาแห้ว หลายสิบปีแล้วไม่เคยมีงบประมาณ ในการบูรณะถนนเส้นนี้เลย และถนนเส้นนี้เป็นถนนที่สูงชัน มีโค้งหักศอกหลายแห่ง และไม่มีไหล่ทาง
เรื่องที่ ๒ ของบประมาณในการซ่อมแซมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ชํารุดทรุดโทรมเป็นช่วง ๆ ของบ้านหนองฮี ตําบลนาดินดํา อําเภอเมือง ถึงบ้านบุ่งตาข่าย ตําบลปากปวน อําเภอวังสะพุง และบ้านนาดินดํา ตําบลนาดินดํา อําเภอเมือง ถึงบ้านปทุมวัน บ้านโนนกกจาน ตําบลผาน้อย อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวงแผ่นดิน กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ช่วยโปรดส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสํารวจตรวจสอบและ ผลักดันงบประมาณในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณทวีวัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ขอกราบเรียน หารือท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ พี่น้องประชาชนฝากเป็นข้อสังเกตมาเมื่อกี้นี้ว่า หลังจากเกิดสึนามิ ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว เขาก็เกรงว่ามันจะมีปัญหาถ้าหากว่ามีโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ (Nuclear) ซึ่งประเทศไทยจะมีการก่อสร้างในปี ๒๕๖๓ นั้น ก็อยากให้รัฐบาล พิจารณาทบทวนว่าควรจะสร้างหรือไม่ เพราะถ้าเกิดพายุใหญ่อย่างที่ว่านี้ก็จะเกิดปัญหากับ พี่น้องประชาชน เกิดการล้มตายขึ้นมาได้
เรื่องที่ ๒ ครูบาอาจารย์เขาฝากเรื่องการปรับปรุงโรงเรียนมัธยมศึกษา ในท้องถิ่น ตามกฎหมายมัธยมศึกษาที่ออกมาใหม่นั้น ปัญหาเกิดจากว่าคุณภาพของโรงเรียน ไม่เท่ากันนะครับ เป็นปัญหาที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเร่งรัดพิจารณาให้คุณภาพ การเรียนการสอนในโรงเรียนต่าง ๆ เท่าเทียมกัน โดยการจัดบุคลากรก็ดี วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ดี ให้ทั่วถึง และกรณีฝากเด็กเข้าเรียนนั้น ประชาชนร้องเรียนมาว่าจะห้ามเขาไม่ได้ จะห้ามไม่ให้ไปฝากผู้แทนราษฎรไม่ได้ เพราะผู้แทนราษฎรเป็นคนของประชาชน ถ้าเดือดร้อนราษฎรก็ไปฝาก แต่สําคัญว่าถ้าเราจัดคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ให้เท่าเทียมกันแล้ว ก็จะไม่เกิดปัญหาเรื่องการไปฝากเด็กเข้าเรียนแต่ประการใด ผู้แทนราษฎรก็จะได้สบายใจได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
คุณเกียรติ์อุดม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ใคร่ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ
เรื่องแรก ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในตําบลหนองหญ้าไซ อําเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี เรื่องการจัดเก็บภาษีที่ราชพัสดุ ซึ่งได้เกิดความเสียหาย จากน้ําท่วม พี่น้องประชาชนบอกว่ารัฐบาลได้ไปเรียกเก็บภาษีไม่เท่าเทียมกัน หลังจากน้ําท่วม ที่รัฐบาลครั้งก่อนนั้นได้ไปสํารวจ บอกว่าจะชะลอการเก็บภาษีไว้ก่อน ในเรื่องการเกษตร ปลูกยางพาราบ้าง ปลูกอ้อยบ้าง พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน อยากจะให้รัฐบาล ได้ชะลอการเก็บภาษีไว้ก่อนหรือไม่ก็ให้ทําประชาพิจารณ์ก่อน ว่าอย่างนี้นะครับ พี่น้องบ้านหนองหญ้าไซ บ้านไทรทอง บ้านโพนงาม อันนี้ก็ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ถนนไร้ฝุ่นของพี่น้องตําบลผาสุก ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดต่อกับ จังหวัดสกลนคร บ้านวังทอง บ้านวังทองนี้เป็นที่พํานักของพระอาจารย์เหรียญชัย จากทางแยกเข้าไปนี้ ยังไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้นของตําบลผาสุก แล้วก็บ้านคําจวง ตําบลเดียวกัน ได้มีการไปทําประชาพิจารณ์แล้ว แต่ว่ายังไม่ได้ทํานะครับ ก็ขอฝากท่านด้วย ขอบคุณครับ
คุณวัชระ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ตู้ม้า ตู้สล็อต (Slot) ยาบ้า ซอยแฟลตกรุงเทพมหานคร เขตหนองแขม เต็มไปหมด ประชาชนเขียนจดหมายร้องเรียนถึงผมถึง ๒ หน้ากระดาษ อยากให้ ผบ.ตร. ไปดําเนินการ และขโมยเยอะเหลือเกินครับ ตัวเลขที่ว่าลด อาชญากรรมลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ น่าจะไม่เป็นความจริง เพราะคลาดเคลื่อนกับความรู้สึกของประชาชน
เรื่องที่ ๒ นายบํารุง จันทร์อรุณ อดีตทหารผ่านศึกเวียดนาม ร ๒ พัน ๑ รอ. ร้อย ๑ กองพลเสือดํา รุ่นเดียวกับท่าน พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี พร้อมชาวบ้าน ๙๖ รายชื่อ ร้องว่านายทุนจะถมลําประโดงเส้นแบ่งเขตระหว่างเขตบางแคกับเขตภาษีเจริญ ซึ่งเป็นลําประโดงเชื่อมระหว่างคลองบางแวกกับคลองบางไผ่ ขอให้กรุงเทพมหานคร ไปดําเนินการ
เรื่องที่ ๓ รถไฟฟ้าของชาวฝั่งธนบุรีจะมีถึงแค่สถานีบางหว้าเท่านั้น อยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้ขยายผ่านถึงเขตหนองแขมไปถึงเขตอ้อมใหญ่ เขตอ้อมน้อย ไปถึงจังหวัดนครปฐมเลยยิ่งดี
เรื่องที่ ๔ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ กรุงเทพมหานคร เตียงไม่พอกับจํานวนผู้ป่วย ขอแฟลตเพิ่มเติม และขอแพทย์ พยาบาล เพิ่มเติมด่วน โดยเฉพาะโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ พัดลมเสียถึง ๑๙ ตัว
เรื่องที่ ๕ การฝากเด็กเข้าโรงเรียนต่าง ๆ นั้น รัฐมนตรีชินวรณ์บอกว่า ห้ามฝาก ผอ. โรงเรียนทั่วประเทศอึดอัด ลูกชาวบ้านที่สอบไม่ได้จะทําอย่างไร
เรื่องที่ ๖ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ซอยเพชรเกษม ๘๑ ร้องขอทางข้ามม้าลายที่สมบูรณ์กว่าที่เป็นอยู่ อยากให้กรุงเทพมหานครไปดําเนินการ
เรื่องที่ ๗ นายบรรจง นางสมพร นางสมัย รักแฟง ชุมชนสามัคคี ๔-๖ แยก ๔-๓-๔ ต้องการถนนลาดยางจากกรุงเทพมหานคร
เรื่องที่ ๘ นายอุไร สกุลพูลกิตติ พร้อมพวก ๑๓ ราย ร้องขอให้การเคหะแห่งชาติ สร้างสนามเปตองในหมู่บ้านพุฒตาล เขตหนองแขม
เรื่องที่ ๙ นายบรรพต กาฬภักดี ประธานชุมชนหมู่บ้านวังทอง ขอให้ เขตหนองแขมไปปรับปรุงลานกีฬา
เรื่องที่ ๑๐ อาจารย์เสรี บุญเรือง ประธานชุมชนสวัสดิการเขตหนองแขม ขอให้การเคหะแห่งชาติไปก่อสร้างลานเอนกประสงค์
เรื่องสุดท้าย นายธัญพล ทองแช่ม ร้องว่าไฟฟ้าซอยเพชรเกษม ๗๗ แยก ๑ ไฟดับ ๓ ดวง แยก ๗๗-๒-๔ ไฟดับ ๒ ดวง ขอให้การไฟฟ้านครหลวงไปดําเนินการ
หมดเวลาแล้วครับ เชิญคุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ตําบลหนองขาม อําเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ กระผมได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ว่าโรงเรียนประถม ซึ่งเป็นโรงเรียนประจําของบ้านหนองมะเขือ บ้านหนองมะเขือใหม่ บ้านหนองตานา ๓ หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ได้ถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สังกัดอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตําบลหนองขาม ปัจจุบันสภาพอาคารเรียนชํารุดทรุดโทรม เป็นที่น่าเวทนาอย่างยิ่ง กระผมได้เดินทางไปดูด้วยตนเองเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว พบว่าอาคารเรียนหลังเดิมที่ก่อนจะถ่ายโอนนั้นได้ขออนุมัติรื้อถอนทาง สพฐ. เขต ๒ อําเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ก็ได้ไปดําเนินการรื้อถอน พอรื้อถอนเสร็จก็ถ่ายโอน มาสังกัดท้องถิ่น ทางองค์การบริหารส่วนตําบลหนองขามได้ของบประมาณไปปีเศษแล้ว ไม่ได้รับคําตอบจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าจะได้รับงบประมาณหรือไม่ โดยของบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนที่มีชั้นบน ๔ ห้องเรียน ชั้นล่างจะปรับปรุง อีก ๔ ห้องเรียน สปช. ๑๐๕/๒๙ ก็ยังไม่ได้รับทราบงบประมาณ ผมไปดูแล้วปรากฏว่า ต้องใช้ผ้าเต็นท์ (Tent) ผ้าใบ นุงนังไปหมด อาคารเรียนไม่มี โต๊ะเรียน กระดานดํา หลายชั้นหลายห้องเรียนปนกันไปหมด สภาพไม่น่าจะเป็นอยู่ในปัจจุบันของประเทศไทย ในขณะนี้ น่าจะอยู่สัก๓๐ ปีที่แล้ว ขอฝากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ให้ความสนใจเรื่องการศึกษาให้มากกว่าปัจจุบันนี้ ของบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน ด้วยครับ
หมดเวลาแล้วครับ ต่อไป คุณนิภา พริ้งศุลกะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางนิภา พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ขอหารือถึงสถานการณ์สภาพปัญหาความขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพ ในประเทศไทย และข้อเสนอค่ะ การเพิ่มบริการสาธารณสุขและประชาชนใช้บริการมากขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนพยาบาลอย่างมาก เนื่องจากความต้องการด้านสุขภาพของ ประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น ประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น การเจ็บป่วยเรื้อรังและความรุนแรง การซับซ้อนของปัญหาสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้รับบริการ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นจํานวนมาก ตลอดจนการให้บริการสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย จากการรายงานของกระทรวงสาธารณสุขว่าเมื่อปี ๒๕๔๕ ผู้ใช้บริการผู้ป่วยนอกเพิ่มจากร้อยละ ๔๓.๕ ล้านครั้ง เป็น ๑๗๘.๘ ล้านครั้ง ในปี ๒๕๕๒ ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นจาก ๔.๘ ล้านราย เป็น ๕.๕ ล้านราย ผู้ป่วยผ่าตัดเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ราย เป็นกว่านั้นไปอีกเกือบเท่าตัว ในช่วงเดียวกัน เวลาเดียวกัน ส่งผลให้กระทรวงสาธารณสุขรับภาระบริการสุขภาพในสัดส่วน ถึงร้อยละ ๘๐ ของประเทศมีความขาดแคลนพยาบาล จริง ๆ จากเกณฑ์อัตรากําลังพยาบาล ทั้งประเทศแสนกว่าราย แต่เรามีอยู่จริง ๖๐,๐๐๐ กว่าราย ยังขาดอีก ๔๐,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งข้อเท็จจริงตรงนี้เริ่มมาจากการที่มีนโยบายปรับโครงสร้างกําลังคนภาครัฐในคราวที่ มีปัญหาเรื่องงบประมาณสมัยไอเอ็มเอฟ (IMF) แล้วก็ได้ดําเนินการมา ๑๒ ปีกว่าแล้ว ก็ปรากฏว่ากระทรวงสาธารณสุขมีปัญหามากกว่าทุกกระทรวง เพราะว่าวิชาชีพพยาบาลนั้น เราให้การพยาบาลคนไข้คนต่อคนนะคะ รายต่อราย แล้วก็รอไม่ได้ เพราะฉะนั้นอัตรากําลัง ก็ขอเพิ่มค่ะ ดิฉันจะส่งรายการให้ท่านประธานนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทยจากโคราช ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือเรื่องที่ดินของกรมธนารักษ์ที่อยู่ในการดูแลของทหาร ขออนุญาตเรียนว่าวันนี้กรมธนารักษ์กับกระทรวงกลาโหมก็ยังไม่ได้นั่งโต๊ะเจรจากัน ให้ชัดเจนว่า ๕๖,๐๐๐ ไร่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วคืนให้กรมธนารักษ์ โดยกระทรวงกลาโหม อยู่บริเวณไหนบ้าง ก็เลยทําให้พี่น้องประชาชนยากลําบากในการที่จะเข้าไปในพื้นที่ ทํามาหากิน แล้วก็บ้านเรือนที่พักอาศัย แล้วก็ต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมธนารักษ์ด้วย ก็ขอความกรุณาได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ลงไปรังวัดเพื่อที่จะทําเป็นสัญญาแล้วก็มอบเอกสาร การเช่าให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้มีเอกสารยืนยันชัดเจนว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ครอบครองที่ดินในแปลงที่เขาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัยหรือที่ดินทํามาหากิน เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นจึงขอความกรุณาเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ ดําเนินการโดยเร่งด่วนด้วย ในตําบลหนองสาหร่าย ตําบลจันทึก ตําบลวังไทร ซึ่งอยู่ในเขต อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
เรื่องที่ ๒ บ้านซับหินแก้ว ตําบลจันทึก เป็นหนึ่งใน ๔๑ หมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ ของกรมธนารักษ์ ซึ่งอยู่ในการกํากับดูแลของกระทรวงกลาโหม วันนี้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุมชนใหญ่ ๆ เยอะแยะมากมาย แล้วก็มักจะอ้างกันว่าพื้นที่ตรงนี้จะสงวน เอาไว้ทําโน่นทํานี่ แต่ไม่เคยทําเลย พี่น้องประชาชนครอบครองมาอยู่ประมาณสัก ๗๐ ปี ๘๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็กราบเรียนว่าในชุมชนที่หนาแน่น ผมได้นําเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ของสภาหลายครั้ง ได้พูดกันหลายหนนะครับท่านประธาน วันนี้พี่น้องประชาชนก็ยังไม่ได้รับ การสนับสนุน การยอมรับในการที่จะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้นไปปักเสาพาดสาย ขอความกรุณาท่านประธานได้ช่วยเร่งรัดและช่วยเจรจาเพื่อทําให้พี่น้องประชาชน ในเขตบ้านซับหินแก้วนั้นได้มีไฟฟ้าใช้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณขยัน วิพรหมชัย
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอนําปัญหาเรียนหารือท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการก่อสร้างถนนสาย ๑๐๖ หน้าสถานีตํารวจบ้านโฮ่ง พร้อมทั้งติดตั้งไฟส่องสว่างในช่วงเวลากลางคืน เพราะขณะนี้ อยู่ช่วงในงานเทศกาลปอยหลวงของวัดป่าป๋วย ใกล้ ๆ เทศกาลสงกรานต์ เกรงว่าจะมีปัญหา เรื่องของอุบัติเหตุ ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําปิง อําเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลําพูน เชื่อมอําเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับ ความเสียหายอุทกภัยน้ําท่วมเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่ได้รับการก่อสร้าง
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ส่งบัตรประชาชน แบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) ไปยังจังหวัดลําพูน เพื่อทดแทนบัตรประชาชน แบบใบเหลือง
เรื่องที่ ๓ ขอให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.อ. เมืองลําพูน ให้ความคุ้มครองแม่ค้า ในตลาดสดหนองดอกและตลาดประตูลี้ ถูกนายทุนหน้าเลือดปล่อยเงินกู้นอกระบบ ส่งวัยรุ่น ไปขู่เอาชีวิตทําให้แม่ค้าไม่มีเวลาในการที่จะประกอบอาชีพ
เรื่องที่ ๔ ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดลําพูนขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ท่านเดินทางไปราชการจังหวัดลําพูน เมื่อวันที่ ๔ มีนาคมที่ผ่านมา ท่านได้เร่งรัดโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก ๔ ชั้น โรงพยาบาล ประจําจังหวัดลําพูน มูลค่า ๑๐๐ กว่าล้านบาท และอนุมัติก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล รพ.สต. ตําบลอุโมงค์ อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ทดแทนอาคารหลังเก่าที่ทรุดโทรม
เรื่องสุดท้าย ขอกระทรวงแรงงานได้เร่งรัดในการรับสมัครและ สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สามารถเข้ามาเป็นสมาชิก กองทุนประกันสังคม มาตรา ๔๐ ซึ่งจะสร้างหลักประกันสร้างความคุ้มครองให้กับเกษตรกร และพี่น้องเกษตรกร และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สามารถมีเงินทดแทนรายวัน รายเดือน เงินเสียชีวิต ตลอดถึงเงินบําเหน็จเพื่อสร้างหลักประกันให้มั่นคงครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณนฤมล ธารดํารงค์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับห้องน้ําที่โรงเรียนสําโรงเหนือ ตําบลสําโรง อําเภอพระประแดง ปัจจุบันนี้ได้เกิดดินทรุดตัวแล้วก็ทําให้ห้องน้ําที่เด็กนักเรียนใช้อยู่ ในปัจจุบันได้เอียงลง ก็เลยอยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีงบประมาณ ให้ช่วยเอาลงไปดูแลในหน่วยงานในส่วนนี้ด้วยนะคะ เพราะว่าห้องน้ําเด็กนักเรียนต้องใช้ทุกวัน ช่วงนี้จะปิดเทอมก็อาจจะมีระยะเวลาของการบํารุงรักษาได้
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการออกหน่วยเคลื่อนที่ของจังหวัด ซึ่งมีการจัด ถุงยังชีพไปเยี่ยมประชาชนในตําบลสําโรง ดิฉันได้รับเรื่องราวร้องเรียน มีประชาชนหลายส่วน โทรศัพท์มาถามดิฉันเกี่ยวกับเรื่องของเงื่อนไขหรือว่าข้อตกลงในการคัดกรองคนที่จะ เข้ามารับถุงยังชีพ บอกว่ามันไม่มีความยุติธรรม เพราะว่าบางคนร่ํารวยมีทองใส่ เต็มมือเต็มไม้กลับได้เข้าไปรับถุงยังชีพได้ ส่วนตัวเองนี่บ้านยังต้องเช่า แล้วก็มีลูก ๔-๕ คน กลับไม่ได้รับพิจารณาในการเข้าไปรับถุงยังชีพ ก็เลยฝากมาถามว่างบประมาณตัวนี้ ของจังหวัด ไม่ทราบว่ามีการเล่นพรรคเล่นพวกหรือว่าเป็นการเอามาจัดสรรเพื่อหาเสียง หรือเปล่า
อีกประเด็นหนึ่งของการแจกถุงยังชีพคราวนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๑ มีนาคม ก็มีชาวบ้านร้องเรียนมาว่าเป็นเด็กพิการ ซึ่งเป็นเด็กพิการซ้ําซ้อน ด้อยโอกาสอยู่แล้ว ก็ร้องห่มร้องไห้บอกกับดิฉันมาว่าได้ถูกคนที่มาแจกของชําร่วยกับเขาตะคอกเอา และพูดจาไม่ดี ดูถูกเขา ก็เลยฝากบอกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูด้วย โดยเฉพาะคนที่แจกของนี่นะคะ ใส่เสื้อพรรคของท่านด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ต่อไปคุณทศพล เพ็งส้ม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ ตามที่ผมได้เคยหารือท่านประธานในเรื่องเขื่อนกั้นน้ําบริเวณ คลองพระพิมลราชา จากการตรวจสอบปรากฏว่าเขื่อนดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของ กรมชลประทาน ไม่ใช่ของจังหวัดนนทบุรี ได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีแล้ว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีก็ได้ประสานงานกับกรมชลประทาน ผมเองก็มีโอกาส ประสานงานกับกรมชลประทานแล้วปรากฏว่ายังไม่มีใครดําเนินการ ก็ฝากท่านประธาน ทําหนังสือแจ้งไปยังกรมชลประทานให้รื้อเขื่อนบริเวณคลองพระพิมลราชาด้วย เพราะไม่อย่างนั้นอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าน้ําก็จะเน่าเต็มพื้นที่แล้ว
เรื่องที่ ๒ ก็อยากฝากท่านประธานนะครับ คือท่าน พันตํารวจเอก โสภณ พึง ไชย ผู้กํากับสถานีตํารวจภูธรอําเภอบางบัวทอง ที่ได้ดําเนินการติดกล้องวงจรปิดให้กับหมู่บ้าน ริมน้ํานนท์นที และอีกหลายหมู่บ้านในเขตเทศบาลเมืองบางบัวทอง เป็นการป้องกันอาชญากรรม เนื่องจากรถหายเยอะ ทางผู้กํากับสถานีตํารวจภูธรอําเภอบางบัวทอง ก็ได้ดําเนินการ ติดกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ซึ่งทราบว่าเป็นเงินจากผู้ใจบุญทั้งหลายในพื้นที่ ก็ฝากท่านประธานด้วย
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากโครงการติดกล้องวงจรปิดนั้นได้มีการเสนอแล้ว ในจังหวัดนนทบุรีนั้นประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ กล้อง แต่เนื่องจากในขณะนี้ยังไม่การดําเนินการ ก็ฝากท่านประธานประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการต่อไปด้วยครับ ขอบคุณครับ
สภายินดีต้อนรับ คณะผู้เข้าอบรมโครงการรักษ์โลกสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตําบลตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส ด้วยความยินดี ขณะนี้สภากําลังดําเนินการให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแต่ละจังหวัด ต่อไปเชิญคุณชมภู จันทาทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันลงพื้นที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเกษตรกรของ จังหวัดหนองคาย เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ ที่จังหวัดหนองคายนั้นได้เกิดโรคระบาด ท่านประธาน คือโรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) หรือเราเรียกว่าโรคไข้หวัดหมูที่จังหวัดหนองคาย นั้น มีอําเภอท่าบ่อ แล้วก็อําเภอศรีเชียงใหม่ ได้เกิดโรคระบาดนี้ ส่วนอําเภอศรีเชียงใหม่นั้นมี หมูตายไม่เยอะ ทางจังหวัดนั้นได้อนุมัติชดเชยแก่เกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ทางกระทรวงได้อนุมัติไปตัวละ ๒,๕๐๐ บาท แล้วก็ไม่เกิน ๑๐ ตัว แต่ว่าอําเภอท่าบ่อนั้น เป็นอําเภอที่เกิดโรคระบาด ไข้หวัดหมูนี้เยอะ อย่างเช่น ตําบลบ้านว่าน ตําบลบ้านเดื่อ ตําบลโคกคอน ตําบลนาข่า ตําบลน้ําโมง ตําบลกองนาง ตําบลท่าบ่อ ตําบลโพนสา และ ตําบลบ้านถ่อน ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าตัวค่ะท่านประธาน ทางจังหวัดนั้นจะต้องขออนุมัติไป ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะต้องขออนุมัติจากท่านรัฐมนตรีเพื่อจะได้รับความ พิจารณาตัวนี้ ตอนนี้ทางจังหวัดทําไปถึงกระทรวงเป็นที่เรียบร้อยและตอนนี้เรื่องกําลังอยู่ที่ สํานักงบประมาณค่ะ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๓ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ แล้วก็ได้อนุมัติเรียบร้อยแล้วนะคะ เรื่องมาถึงสํานักงบประมาณค่ะให้ท่านช่วยเร่งตามการ ชดใช้ความเสียหายของพี่น้องเกษตรกรของอําเภอท่าบ่อเร่งด่วนด้วยค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ทาง พี่น้องประชาชนเขาบอกว่ากลัวยุบสภาก่อน ขอบคุณมากค่ะ
เชิญ คุณพจนารถ แก้วผลึก
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางพจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดชลบุรี ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา ดิฉันได้ไปตรวจเยี่ยม โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่เขต ๒ ซึ่งยังเป็นเขตใหญ่ที่ดิฉันรับผิดชอบอยู่ ไม่ว่าจะเป็น อําเภอศรีราชา อําเภอบางละมุง อําเภอสัตหีบ ดิฉันได้พบกับ ผอ. ของโรงเรียน หลาย ๆ โรงเรียนก็ได้ฝากขอบคุณทางรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านในอดีต ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และในปัจจุบันท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ได้จัดสรรงบประมาณให้กับ ทางด้านการศึกษา และปัจจุบันนี้ก็มีนโยบายดี ๆ ให้กับทางพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น นโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี หรือนโยบายอีกหลาย ๆ อย่างซึ่งมากมาย แล้วโดยเฉพาะ กศน. ตําบล การศึกษาเทียบโอน และงบประมาณที่ให้กับทางรัฐบาลและภาคเอกชน ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตไม่มีงบประมาณที่จัดสรรให้กับทางด้านการศึกษาเหมือนรัฐบาล ในยุคปัจจุบันนี้ เพราะการศึกษาวิกฤตมานาน ไม่ว่าจะเป็นด้านอาคารเรียน สาธารณูปโภค ต่าง ๆ วัสดุครุภัณฑ์ และโดยเฉพาะบุคลากรและสวัสดิการให้กับครู ขวัญกําลังใจของครู ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญ และข้าราชการครูขอกราบขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีซึ่งผลักดันเรื่อง เงินเดือนข้าราชการครู ๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คงผลักดันกันต่อไป และขณะนี้งบประมาณที่ทาง ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงให้กับจังหวัดชลบุรี ซึ่งลงให้กับทุกเขต โดยเฉพาะในเขต ๒ ซึ่งดิฉันรับผิดชอบอยู่ก็ลงจนเกือบเต็มพื้นที่ และนี่เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นซึ่งต้องพัฒนา กันต่อไป และงบประมาณที่ทางรัฐบาลได้ลงให้ โดยเฉพาะงบแปรญัตติซึ่งลงมาก็ยังไม่มา อีกหลายรายการก็ไม่ทราบว่าติดขัดอะไร ขอให้หน่วยงานได้ช่วยฝากงบประมาณที่ลงเอาไว้ ซึ่งยังไม่มาด้วยค่ะ และดิฉันขอฝากความหวังไว้กับทางรัฐบาล เพราะดิฉันเห็นว่าการพัฒนา ประเทศก็ต้องพัฒนาคนให้มีคุณภาพที่ดีและคุณภาพชีวิต ไม่เฉพาะด้านการศึกษา และนโยบายดี ๆ อื่น ๆ ก็เช่นกัน ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลให้ช่วยผลักดันให้กับ พี่น้องประชาชนต่อไปด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปคุณละออง ติยะไพรัช
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขอปรึกษาหารือท่านประธาน คือว่าในพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายมีอากาศเย็นแล้วก็พืชผล ผลไม้ส่วนใหญ่ก็จะปลูกในเรื่องของเชอร์รี่ (Cherry) แล้วก็ลิ้นจี่ แต่ดิฉันมีปัญหาที่อยากจะ เรียนท่านประธานผ่านไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือว่าในการปลูกผลไม้ของเกษตรกร ขาดการพัฒนาในเรื่องของคุณภาพแล้วก็พัฒนาเรื่องของพันธุ์ ดิฉันอยากจะให้ทางหน่วยงาน ช่วยไปดูในเรื่องของเชอร์รี่ในอําเภอแม่ฟ้าหลวง ตําบลแม่สลองนอก จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ปลูกเชอร์รี่มาก แต่ปรากฏว่าเชอร์รี่นี่ปลูกได้ประมาณปีละประมาณเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ขายไม่ค่อยได้เพราะว่ารสชาติในเรื่องของรสชาติจะไม่ค่อยเหมือนเชอร์รี่ที่มาจาก ต่างประเทศ ซึ่งเชอร์รี่จากต่างประเทศกิโลกรัมหนึ่งประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ บาทโดยประมาณ แต่เชอร์รี่ในจังหวัดเชียงรายที่พี่น้องเกษตรกรปลูกราคาไม่ถึง ๑๐ บาท ซึ่งมันแตกต่างกันมาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูว่าคุณภาพของเชอร์รี่ที่เราปลูก ผลนี่สวยมาก แต่รสชาติหรือเปลือกของเชอร์รี่ของเรามันค่อนข้างที่จะไม่นุ่มเหมือนเชอร์รี่ต่างประเทศ อยากจะให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยไปส่งเสริมและไปดูเรื่องของคุณภาพว่าควรจะ ปรับปรุงพันธุ์หรือว่าการใส่ปุ๋ย การรักษาจะทําอย่างไร แล้วก็ลิ้นจี่ก็เหมือนกันค่ะ ท่านประธาน จากเดิมลิ้นจี่กิโลกรัมหนึ่งประมาณ ๑๐๐ กว่าบาท เดี๋ยวนี้ตกประมาณ ๑๐ บาท ๘ บาทอย่างนี้ค่ะ ทําให้เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ไม่ค่อยได้ดูแลในเรื่องของคุณภาพ ปรากฏว่าคุณภาพของผลไม้รสชาติตกไปเลย แล้วทําให้การบริโภค คนก็ไม่นิยมซื้อ ก็อยากให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้อง อยากให้ไปส่งเสริมในเรื่องของคุณภาพ โดยการปรับปรุง ดีกว่าที่จะเอาเงินไปที่จะสนับสนุนในการที่จะทําอย่างอื่นมากกว่าค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
คุณบรรจบ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ทํานาเกลือในพื้นที่ ตําบลคลองตําหรุ อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ประสบปัญหาราคาเกลือตกต่ํา มีความประสงค์ ที่จะให้รัฐบาลให้มีนโยบายในการประกันราคาเช่นเดียวกับเกษตรกรอื่น ๆ แล้วก็ขอให้ ยกเลิกคําสั่งของกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้เกษตรกรทํานาเกลือซึ่งเป็นเกลือทะเล ต้องใส่สารไอโอดีนเป็นการเพิ่มต้นทุนของเกษตรกรโดยไม่จําเป็น จึงฝากท่านประธานผ่านไป ยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
เรื่องที่ ๒ ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย เรื่องการออกเอกสารสิทธิ ที่ดินทํากินของราษฎรของตําบลคลองตําหรุ อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีเอกสาร ส.ค.๑ เช่นเดียวกัน บางคนออกเอกสารสิทธิได้ บางคนออกไม่ได้ ยื่นคําร้องมาเป็นเวลานาน ยกตัวอย่างกรณีของนายอานนท์ ทองอยู่ ซึ่งยื่นคําร้องไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ก็ยังดําเนินการ ไม่แล้วเสร็จ ก็ฝากทางกระทรวงมหาดไทยด้วย
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของกระแสไฟฟ้าตก ได้รับการร้องเรียนจากราษฎร หมู่ที่ ๖ ตําบลหนองตําลึง อําเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ร้องเรียนว่ากระแสไฟฟ้าที่ใช้อยู่ ขณะนี้ให้แสงสว่างไม่เพียงพอทําให้อุปกรณ์ไฟฟ้าชํารุดเสียหาย ก็ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ช่วยเข้าไปแก้ไขด้วยก็จะเป็นการแก้ปัญหาความทุกข์ร้อนให้กับประชาชน ขอขอบพระคุณ
ต่อไปคุณนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องต้องร้องเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเดือดร้อนอยู่ ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก เงินชดเชยน้ําท่วมตั้งแต่เดือนสิงหาคมของพี่น้องประชาชน ในตําบลโคกก่อง อําเภอเมือง จังหวัดสกลนคร และพี่น้องตําบลด่านม่วงคํา อําเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร น้ําท่วมตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนบัดนี้ยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชย ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
เรื่องที่ ๒ เด็กโรงเรียนบ้านวังปลาเซือม ตําบลบ้านโพน อําเภอโพนนาแก้ว ไม่มีที่เรียนเนื่องจากอาคารเรียนหลังเดิมซึ่งเป็นอาคารเรียนแบบ สปช. ๑๐๕ /๒๙ ถูกรื้อถอน เนื่องจากอาคารร้าวตั้ง ๕ ปีมาแล้ว วันนี้ยังไม่ได้รับงบประมาณที่จะมาก่อสร้างแทนหลังเก่า พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านต้องทําบุญผ้าป่า ทําอาคารชั่วคราว ฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ด้วย
เรื่องที่ ๓ ถนนริมคลองชลประทานห้วยเดียกช่วงหลังโครงการพระราชดําริ หนองหมากเฒ่าไปยังบ้านดงขุมข้าว ตําบลพังขว้าง อําเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ชํารุดเสียหาย ชาวบ้านสัญจรไปมาด้วยความยากลําบากในการไปพื้นที่เกษตร วันนี้ต้องขอบอกว่าเขาของบประมาณโดยทําหนังสือผ่านกรมชลประทานในจังหวัดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒ และยื่นเรื่องให้ท่านรองอธิบดีกรมชลประทาน ก็ไปดูพื้นที่แล้ว ก็รับปากกับ พี่น้องประชาชน จนวันนี้ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณไปซ่อมแซมหรือดําเนินการแต่อย่างใด พี่น้องลําบากมาก ฝากท่านประธานสภาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยดูให้ด้วยครับ ขอบคุณมาก
คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคมที่ผ่านมานะครับ เป็นวัน อสม. พี่น้อง อสม. ได้จัดกิจกรรมในทุกอําเภอกันอย่างคึกคัก แต่สิ่งหนึ่งที่พี่น้อง อสม. ในจังหวัดนครศรีธรรมราชประสบปัญหา ก็คือเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนเดือนละ ๖๐๐ บาท ยังคงได้รับล่าช้ามาก เป็นเวลาเข้าสู่เดือนที่ ๓ แล้ว ไม่ทราบว่าปัญหาจริง ๆ นี้อยู่ตรงไหน หลังจากที่กรมบัญชีกลางได้โอนเงินเข้าไปยัง อบจ. แล้ว แล้วก็ผ่านไปยังสาธารณสุขจังหวัด กว่าจะไปถึงสถานีอนามัยก็เป็นไปด้วยความล่าช้ามาก ขอให้มีการเร่งรัดในเรื่องนี้ด้วย แล้วก็ขอความกรุณาว่าพี่น้อง อสม. ซึ่งได้รับค่าตอบแทนเพียง ๖๐๐ บาทนี้ ในบางสถานีอนามัย ก็มีการหักเงินรายได้ส่วนนี้ของพี่น้อง อสม. ไปด้วย อ้างว่าพี่น้อง อสม. บางท่านที่ไม่มาประชุม บางครั้งก็จะถูกหักเงินเดือนครั้งละ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาทบ้าง ก็ขอให้ไปดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องชาวตําบลดอนตรอ อําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในเขตจัดรูปที่ดินได้รับความเดือดร้อนมากที่สํานักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช เก็บโฉนดที่ดินไปเพื่อไปทําการจัดรูปที่ดินตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ บัดนี้ก็ยังไม่คืนโฉนดนั้นกลับคืนมา ให้ประชาชน ก็ขอให้เร่งรัดคืนโฉนดที่ดินกลับมาให้ชาวบ้านด้วย ซึ่งพี่น้องประชาชนที่นั่น เดือดร้อน แล้วก็ได้ร้องเรียนถึงการทํางานของสํานักงานจัดรูปที่ดินที่ไม่โปร่งใสอยู่เสมอ ก็ขอให้ดําเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วย กราบขอบคุณครับ
คุณนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ได้รับการร้องเรียนจากราษฎรว่ากําลังเดือดร้อนมาก เพราะขาดแคลนน้ํา
เรื่องที่ ๑ บ้านหนองบัว ตําบลท่าดินดํา แล้วก็บ้านหนองหางตลาด ตําบลศิลาทิพย์ ๒ แห่งนี้มี่ที่ดินแห่งละหลายร้อยไร่ได้มีการสํารวจแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมือ ในการดําเนินการ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเร่งดําเนินการด้วยครับ
เรื่อง ๒ คลองกระจัง คลองก้องตะขบ คลองห้วยลําเหียง แล้วก็คลองขนมจีน กําลังเดือดร้อนมาก เพราะว่าฝนนี้ไม่ตกมาเป็นเวลา ๔ เดือนแล้ว ขอให้ท่านประธาน ช่วยประสานงานและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๔ ถนนสายลํานารายณ์-สระโบสถ์ แล้วก็ถนนสายลํานารายณ์-ท่าดินดํา ถนนสายท่ามะนาว-ท่าดินดํา ถนนสายท่าหลวง-วังม่วง โรงน้ําตาลวังม่วงครับ ถนนสายเหล่านี้ชํารุดมากยังไม่ได้รับการซ่อมแซม ขอให้กรมทางหลวงเร่งลาดยางให้เชื่อมต่อกัน แบบรีไซคลิ่ง (Recycling) แล้วก็ถนนสายท่าหลวงไปโรงน้ําตาลทีเอ็น ถนนก็ชํารุดมาก ก็ยังไม่ได้ทําการซ่อมแซมให้ ถนนสายนี้ทราบว่าจะได้งบประมาณตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ปีนี้ก็ไม่ได้ และถนนจากเขาตําบลไปบ้านซับน้ําหวาน ไปบ้านซับน้อย วัดซับน้อยพัฒนา ไปวัดน้ําร้อน วัดยางสาว แล้วก็ออกไปสี่แยกบ้านหนองบัว ผมขอส่งเป็นหนังสือนะครับเพราะมีหลายเรื่อง ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปคุณธนา ชีรวินิจ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จากการที่ ผมได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในเขตดินแดง ได้ทราบว่าพี่น้องประชาชน บริเวณแฟลต ๙ ถึงแฟลต ๒๐ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่รอบโบสถ์แม่พระฟาติมา ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากกรุงเทพมหานครได้ทําถนนทางลัดซึ่งเชื่อมจากถนนศรีอยุธยา เข้ามาบริเวณแยกจตุรทิศ บริเวณสี่แยกแม่พระฟาติมา และเนื่องจากก่อนที่จะลงบริเวณ ถนนจตุรทิศนั้นเป็นทางโค้ง รถวิ่งด้วยความเร็วครับได้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง รถชนพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวเสียชีวิตหลายรายแล้วครับท่านประธาน ผมเองได้ไปงานศพ ได้ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บหลายครั้ง แล้วก็ได้ร้องเรียนกรุงเทพมหานครให้ไปดําเนินการ แก้ไขมานาน ก็ยังไม่ได้รับการดําเนินการจากกรุงเทพมหานคร จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานให้กรุงเทพมหานครได้มีการสั่งการไปยังสํานักการจราจรและขนส่ง ได้โปรดติดตั้ง หมุดชะลอความเร็วครับท่านประธาน บริเวณถนนจตุรทิศ ตั้งแต่แฟลต ๙ ถึงแฟลต ๒๐ บริเวณสี่แยกโบสถ์แม่พระฟาติมา นอกจากนั้นขอให้ติดตั้งไฟสัญญาณจราจรชะลอความเร็ว ของรถด้วย เนื่องจากหากไม่ติดตั้งก็จะมีอุบัติเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําอีก พี่น้องประชาชน ก็จะบาดเจ็บแล้วก็ล้มตายกันอีกจํานวนมาก ในขณะเดียวกันครับ ขณะนี้วันเสาร์-อาทิตย์ มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถจํานวนมากใช้ถนนเส้นดังกล่าวเป็นการแข่งขันกันครับ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับพี่น้องที่อยู่ในบริเวณข้างเคียง เพราะฉะนั้นจึงขอให้ กรุงเทพมหานครได้ประสานงานในทั้ง ๒ เรื่องที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
นายแพทย์ประสิทธิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะฝาก ท่านประธานเพื่อไปถึงหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่คุมเศรษฐกิจชุมชนพอเพียง ปรากฏว่าตอนนี้ระเบียบการต่าง ๆ ที่เอามาจากเอสเอ็มแอล (SML) มันเปลี่ยนแปลงไปหมดเลย ผมอยากให้ยึดกติกาเก่า ๆ ให้ประชาคมเขาได้คุยกัน เขาอยากได้อะไร แต่นี่ปรากฏว่า ทางอําเภอ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะไปกําหนด ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการที่เรา เคยเสนอเอสเอ็มแอลหรือชุมชนพอเพียง เริ่มตั้งแต่รัฐบาลพวกผมครับท่านประธาน เขาให้ประชาชนได้คิดเอง เหมือนแก้วสารพัดนึก นึกอยากจะทําอะไรก็ได้ทํา แต่ปรากฏว่า ตอนนี้สั่งอีกแล้วครับ ประเทศไทยเมื่อไรจะเลิกสั่งประชาชน ผู้มีอํานาจเลิกสั่งได้ไหมครับ ให้เขาคิดเองได้ไหม ตอนนี้เขาเดือดร้อนเรื่องเต็นท์ มันขาดหมด เก้าอี้ก็ไม่ให้ซื้อ เครื่องขยายเสียง ก็เจ๊งหมดแล้ว จะไปประกาศข่าวอะไรก็ลําบาก หลายอย่างที่เขาอยากได้ก็ไม่ให้เขา จะต้องไปซื้อปุ๋ย ซึ่งผมบอกท่านประธานครับ ปุ๋ยอินทรีย์ บ้านเรา กรมวิชาการเกษตรไปตรวจแล้ว ปลอม ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ปลอมนะครับท่านประธาน ปุ๋ยนี่ปลอม ไม่ได้คุณภาพ ปุ๋ยปลอมมีทั้งปลอมจริงกับปลอมไม่จริง ปลอมจริงก็คือไม่มีอะไรเลย ปลอมไม่จริงก็คือคุณสมบัติไม่พอ ธาตุไม่พอ ผมอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง นายกรัฐมนตรี ลงไปดูเองหน่อยครับ ตอนนี้ชาวบ้านเขาไม่รู้จะพูดอย่างไรครับ อันนั้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่ดี แล้วท่านจะยุบสภา ท่านก็ไปดูเอสเอ็มแอล ชุมชนพอเพียงให้มันดูดีหน่อยครับ ประชาชนเขาเดือดร้อนจริง ๆ ฝากท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ
นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับปัญหาทางด้านการเกษตรครับ สืบเนื่องจากภัยพิบัติสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ยังความเสียหายให้กับประชาชนทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งผมก็ขออนุญาตแสดงความเสียใจ ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทุก ๆ ท่านนะครับ ในส่วนของประเทศไทยเองนั้นก็ได้รับผลกระทบ ทางอ้อมด้วยเช่นกันในเรื่องการส่งออกครับท่านประธาน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ก็ได้รับผลกระทบ ภาคการเกษตรกลุ่มใหญ่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือกลุ่มผู้เพาะเลี้ยง กล้วยไม้ตัดดอก ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้ยอดสั่งซื้อจากประเทศญี่ปุ่นนั้นก็เป็นที่ทราบ นะครับว่าไม่มี เพราะฉะนั้นก็มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงดอกกล้วยไม้ ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ผู้ส่งออกด้วยนะครับ ซึ่งขออนุญาตเรียนว่าปัญหานี้ขณะนี้ ก็รุนแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐบาลได้ช่วยแก้ไข ปัญหาของพี่น้องผู้เพาะเลี้ยงกล้วยไม้ตัดดอกและผู้ส่งออกครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
คุณสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ผมขอหารือ กับท่านประธานดังนี้ครับ
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจาก ส.จ. และ อบจ. หนองคาย เขาบอกว่า การจัดแบ่งปันงบประมาณจากจังหวัดหนองคายไปจังหวัดบึงกาฬไม่เป็นธรรม ก็ฝากไปยัง ผู้เกี่ยวข้องด้วย เขาบอกว่ามีงบของ อบจ. เขาโอนไป ๑๐๖ ล้านบาท เอาไว้ที่จังหวัดหนองคาย ๖๖ ล้านบาท อันนี้เป็นจริงอย่างไรก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปตรวจสอบด้วยครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่เป็นธรรม ถ้าเป็นการถูกต้องก็ไม่ว่าอะไรนะครับ ขอฝากไปยัง สตง. ป.ป.ช. และกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบด้วย
เรื่องที่ ๒ ของบประมาณสร้างโรงพยาบาลอําเภอ อําเภอเฝ้าไร่ อําเภอรัตนวาปี และอําเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย มี ๓ อําเภอยังไม่มีโรงพยาบาลครับ ก็ขอฝากไปยัง กระทรวงสาธารณสุขด้วย
เรื่องที่ ๓ ของบซ่อมแซมถนนหนองควาย บ้านหนองควาย บ้านเตชะไพบูลย์ บ้านน้ําเป ระยะทางประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ขอฝากไปยังทางหลวงชนบทด้วย เดี๋ยวนี้ทรุดโทรมมาก
เรื่องที่ ๔ ของบสร้างถนนคอนกรีตบ้านโนนสะอาด บ้านนาตูม บ้านคําชิ ตําบลอุดมพร อําเภอเฝ้าไร่ หนองคาย ฝากไปยังท้องถิ่นหรือทางหลวงชนบทด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๕ ของบสร้างถนนคอนกรีตบ้านท่าคําบง บ้านชมพูพร อําเภอรัตนวาปี โดยให้ทางหลวงชนบทช่วยไปดูแลด้วย
เรื่องสุดท้าย เรื่องปุ๋ยครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านทุกหมู่บ้าน เดี๋ยวนี้ให้ทุกหมู่บ้านต้องเอาปุ๋ยไปไว้บ้านผู้ใหญ่บ้าน แล้วให้ผู้ใหญ่บ้าน เป็นคนขายปุ๋ยอีกด้วยนะครับ แต่หัวคิวไม่รู้ว่าใครหักไปแล้ว อันนี้คือปัญหาของ จังหวัดหนองคายครับ ขอบคุณมากครับ
คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดจันทบุรี มีอยู่ ๕-๖ เรื่องดังนี้นะครับ
เรื่องที่ ๑ ติดตามขุดลอกอ่างเก็บน้ําบ้านสะพานเลือก ตําบลทุ่งเบญจา อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
เรื่องที่ ๒ ติดตามการก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตําบล ทุ่งเบญจา อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
เรื่องที่ ๓ ติดตามสัญญาณไฟแดงบ้านหนองคล้า-ตะพง เทศบาลตําบลหนองคล้า ตําบลทุ่งเบญจา อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
เรื่องที่ ๔ ติดตามสัญญาณไฟแดงบ้านช้างข้าม อบต. ตําบลนายายอาม อําเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
เรื่องที่ ๕ ติดตามงบประมาณชุมชนพอเพียงของหมู่ที่ ๙ ตําบลสองพี่น้อง อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และหลายหมู่บ้านของอําเภอท่าใหม่ และหลายหมู่บ้าน ของอําเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
เรื่องสุดท้าย ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทซ่อมแซมถนนสายหนองคัน- ปากน้ําแขมหนู หมู่ที่ ๔ ถึงหมู่ที่ ๘ ตําบลตะกาดเง้า อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี จํานวน ๓ กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี จึงเรียนมาให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่องที่ ๑ เรื่องขอรับงบประมาณก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากนายเขื่อนวัฒน์ เขื่อนศิริ ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านธาตุดอนตูม และพี่น้องประชาชน บ้านธาตุดอนตูม ตําบลบ้านยา อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ถึงความเดือดร้อน ของโรงเรียนที่ไม่มีอาคารเอนกประสงค์ไว้สําหรับให้บริการชุมชนและการเรียนการสอน สําหรับนักเรียนบ้านธาตุดอนตูม หมู่ที่ ๗ ตําบลบ้านยา อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี จึงขอรับงบประมาณก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์อย่างเร่งด่วน และตําบลบ้านยา ไม่มีโรงเรียนขยายโอกาสเลย ดังนั้นพี่น้องประชาชนบ้านธาตุดอนตูมต้องการให้โรงเรียน แห่งนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งมีความพร้อมมาก ท่านประธานที่เคารพคะ ขาดครูแค่ ๒ คนเท่านั้นเอง ถ้าให้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสแล้วก็จะมีงบประมาณในการจ้างครูอัตราจ้าง หน่วยเล็ก ๆ ในสังคมบ้านนอกที่ยากไร้ก็ต้องการความใส่ใจจากรัฐบาล
เรื่องที่ ๒ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักนายกรัฐมนตรี ร้องเรียนไปที่นี่ค่ะ เรื่องการลักขโมยสิ่งของตามหมู่บ้านต่าง ๆ นําความเดือดร้อนและความวิตกกังวลจนไปถึง วิตกจริตถึงความไม่เชื่อมั่นในการดํารงชีวิต ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากนายสิงห์โต พิมพาไชย ส.อบจ. อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงการลักขโมยข้าวในยุ้งฉางของ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนางสุตา พันธุ์เทียม บ้านหนองทุ่ม อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดนลักขโมยทั้งยุ้งฉาง ขอให้ช่วยเหลือด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเห็นภาพของผู้ประสบภัยชาวญี่ปุ่น เข้าคิวรับของเป็นการแสดงถึงความมีวินัย ความมีระเบียบ เมื่อเปรียบเทียบกับพี่น้องชาวไทย ที่ต้องแย่งกันซื้อน้ํามันปาล์ม เป็นเรื่องที่รัฐจะต้องเอามาคิดครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องมาสร้างกลยุทธ์ในการสร้างวินัยให้กับคนไทย ให้เขามีความคิดว่า คนอื่นอาจจะมีความเดือดร้อนกว่าเรา
เรื่องที่ ๒ ก็คือวิธีที่จะสร้างวินัยให้กับพี่น้องประชาชน ก็คือการที่ประชาชน มีโอกาสได้เล่นกีฬาครับ ผมอยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ไปปรับปรุงสนามกีฬา เทศบาลเมืองกันตัง จังหวัดตรัง เพราะว่าสนามดังกล่าวใช้เป็นสนามสําหรับให้พี่น้องประชาชน มาออกกําลังกายเล่นกีฬา รวมทั้งปีนี้ครับจังหวัดตรังของเราได้ส่งทีมฟุตบอลอาชีพหญิง เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพดีวิชั่น ๑ (Divisio 1) โดยใช้ชื่อว่า สโมสรฟุตบอลหญิง จังหวัดตรัง ตรังยูไนเต็ด (United) โดยใช้สนามดังกล่าวเป็นสนามเหย้า เพราะฉะนั้นขอให้ กระทรวงได้ไปปรับปรุงอัฒจันทร์แล้วก็ไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ก็คือมีถนนเลียบทางรถไฟ สถานีรถไฟกันตังกับโรงพยาบาล กันตัง เดิมได้งบประมาณไป ๑๒ ล้านบาทแล้ว ขณะนี้เหลืออีก ๘๐๐ เมตร ขอให้ทาง ท่านประธานได้แจ้งจังหวัดตรังด้วยครับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายไมตรี อินทุสุต ได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จ ซึ่งมีเพียงแค่ ๘๐๐ เมตรเอง
เรื่องที่ ๔ พี่น้องประชาชนมีปัญหามากในเรื่องน้ําประปาของตําบลคลองชีล้อม อําเภอกันตัง จังหวัดตรัง ขอให้กรมทรัพยากรน้ําได้เข้าไปแก้ไขเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ
คุณนิยม ช่างพินิจ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากหารือมีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ แต่เป็นเรื่องเดียวกัน นะครับ คือเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะได้รับเรื่องร้องเรียน จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยท่านวิทยา บุรณศิริ ปัญหาคือฝนตกหนัก แล้วก็สิ่งที่สําคัญ ก็คือเพลี้ย เพลี้ยกระโดด เพลี้ยต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของลักษณะที่เป็นต้นหอม หรือที่เรียกว่าโรคบัว โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วที่เป็นหนักอีกจังหวัดหนึ่ง ก็คือจังหวัดพิษณุโลกนะครับ ๒ จังหวัดด้วยกัน ก็อยากจะหารือท่านประธานนะครับ ช่วยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปดูแล แล้วก็ให้ช่วยประกาศเป็นภัยพิบัติ เพื่อที่จะได้ บรรเทาความเดือดร้อน ได้เงินชดเชยในส่วนต่างก็ดี เงินชดเชยในเรื่องของค่าเสียหายให้กับ พี่น้องเกษตรกร ๒ จังหวัดด้วยกันนะครับ คือจังหวัดพิษณุโลกกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสิ่งสําคัญที่อยากจะฝากท่านประธานครับ ช่วงนี้บางพื้นที่โดยเฉพาะในเขต จังหวัดพิษณุโลก ข้าวก็เริ่มออกนะครับ ตอนนี้ราคาก็ตกต่ํามาก ๕,๐๐๐ กว่าบาทก็มี ๖,๐๐๐ กว่าบาทก็มี ก็สืบเนื่องมาจากฝนฟ้าที่มันตกหนักนี่ละครับ สิ่งสําคัญที่รัฐบาลบอกว่า จะไปตั้งโต๊ะรับซื้อ ก็ขอฝากด้วยนะครับท่านประธาน ฝากไปทางรัฐบาลโดยเฉพาะ กระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องช่วยดําเนินการเร่งรัดที่จะเข้าไปตั้งโต๊ะช่วยรับซื้อให้กับ พี่น้องเกษตรกร ก็ฝากไว้ ๒ ประเด็นด้วยกันครับ ขอบพระคุณมากครับ
คุณจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพังงา ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกก็คือ เรื่องไฟฟ้าที่เกาะปันหยี เกาะปันหยีมีปัญหาเรื่องการใช้ไฟฟ้า เพราะว่าจะต้องใช้ไฟฟ้าขององค์การบริหารส่วนตําบลเกาะปันหยี โดยการซื้อน้ํามัน แล้วก็ขนขึ้นเรือเพื่อไปปั่นไฟที่เกาะปันหยี ทําให้ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายแพงมาก พัดลมตัวหนึ่ง หลอดไฟหลอดหนึ่ง ทีวีเครื่องหนึ่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า ๓ ชิ้น ค่าไฟตกเดือนละประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ตอนนี้เข้าใจว่ามีการตั้งงบประมาณจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แล้วนะครับ ประเด็นปัญหาก็คือว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกว่า ต้องรอเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อน ครั้งที่แล้วได้งบไปแล้วครั้งหนึ่งครับเมื่อปี ๒๕๔๒ ประมาณ ๑๒ ปีที่แล้ว ปรากฏว่ากว่าทางสิ่งแวดล้อมจะเข้าไปศึกษาเสร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ งบประมาณกันไว้ไม่ได้แล้วครับ งบประมาณตกไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นครั้งนี้มีการตั้ง งบประมาณเข้ามาใหม่ เลยอยากให้ท่านประธานเร่งรัดไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้เร่งรัดสํารวจเรื่องสิ่งแวดล้อมผลกระทบเพื่อจะได้แก้ปัญหาตรงนี้ ที่สําคัญก็คือมีท่อประปาเดินใต้น้ําไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นสายไฟ ท่อเมน (Main) สามารถ เดินคู่กับสายประปาได้เลย ซึ่งไม่กระทบสิ่งแวดล้อมแน่นอน
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนน ๔ เลน เส้นจากอําเภอเมือง จังหวัดพังงา ไปสู่อําเภอทับปุด จังหวัดพังงา ระยะทางประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร ปรากฏว่าเกือบ ๕ ปีแล้วครับยังทํางาน ไม่เสร็จนะครับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ๓ คนแล้วครับ ก็เร่งรัดกันมาทุกผู้ว่าราชการจังหวัด จนบัดนี้ก็ยังไม่เสร็จ ก็ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อเร่งรัดถนนเส้นนี้ ให้เสร็จ
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องท่าเรือที่อําเภอเกาะยาว มีอยู่ ๒ ท่าเรือ ที่ตอนนี้เข้าใจว่า ทรุดโทรมอย่างมาก คือที่ท่าเทียบเรือมะเนาะห์ ตําบลเกาะยาวน้อย และอีกท่าหนึ่งคือ ท่าเทียบเรือบ้านโล๊ะจาก ที่ตําบลพรุใน ฝากให้ท่านประธานช่วยประสานไปยังกระทรวงคมนาคม ช่วยดูแลด้วย ขอบพระคุณมากครับ
คุณเจือ ราชสีห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ขับรถตู้สาธารณะจากจังหวัดสงขลา ไปจังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส สืบเนื่องจากกระทรวงคมนาคม กรมขนส่งทางบก ไปบังคับ ให้รถตู้โดยสารนี้เปลี่ยนเป็นรถทรงสูงแล้วก็เติมแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ซึ่งขณะนั้นเขาเคยมา ร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการการคมนาคมที่ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการอยู่ด้วย เราก็ได้ให้ข้อสังเกตทางกรมการขนส่งทางบกว่าปั๊มแก๊สเอ็นจีวีทางภาคใต้น้อยมากนะครับ ขณะนี้ก็ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ ก็คือว่าที่อําเภอหาดใหญ่มีแค่ ๒ ปั๊ม แล้วพอแก๊สไม่พอ รถก็เข้าคิวกันยาวเหยียดมาก ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อน ก็เลยต้องเรียนท่านประธานสภา แจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าชาวบ้าน เดินทางลําบากแล้วก็รถตู้เข้าแถวเพื่อจะไปเติมแก๊สเอ็นจีวี ซึ่งมีแค่ ๒ ปั๊มที่อําเภอหาดใหญ่ เท่านั้น นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากลูกจ้างชั่วคราว ตําแหน่งเภสัชกร ที่อําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส คือเขาจบปริญญาตรีมาในตําแหน่งเภสัชกร ไปเป็นลูกจ้างชั่วคราว อยู่ที่โรงพยาบาลรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เขาปฏิบัติงานมา ๒ ปีแล้ว เดิมบอกว่า จะบรรจุให้เขาพร้อมเพื่อน ๑๓ คน ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเดินทาง ไปเยี่ยม เขาก็ได้ร้องมา ท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขก็กรุณาได้แจ้งไปยัง ก.พ. แล้ว แต่ ก.พ. บอกว่ายังไม่มีอัตราว่าง ก็เลยเรียนถึงท่านประธานว่าให้แจ้ง ก.พ. ด้วยนะครับว่า ขอตําแหน่งในทางลูกจ้างเภสัชกร ๓-๔ จังหวัดนี้ด้วย เพราะได้รับความเดือดร้อนมาก พี่น้องประชาชนจะได้มีคุณภาพที่ดีนะครับ เพราะว่าเป็นพื้นที่พิเศษ ขอความกรุณา ท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ
คุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
ท่านประธานที่เคารพ ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ส.ส. พรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลก ขอเรียนหารือท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒-๓ เรื่องด้วยกันนะครับ
เรื่องแรก คือปัญหาเรื่องราคาข้าว เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. นิยม ช่างพินิจ ส.ส. จังหวัดเดียวกันก็ได้รับปัญหานี้มา ปัญหามีอย่างนี้ครับที่ท่าข้าวหลาย ๆ แห่ง เขาตอบกับเกษตรกร บอกว่าก็ไปขายคนที่ตั้งราคามา ถ้าไม่ขายราคา ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ผีถึงป่าช้าแล้วครับ ไม่เผาก็ฝัง นี่ละครับชีวิตเกษตรกรไทย เมื่อไรจะได้ลืมตาอ้าปากได้สักที ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้รีบดําเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เรื่องราคาข้าวที่ให้เกวียนละ ๑๑,๐๐๐ บาท เพื่อจะได้ให้พี่น้องเกษตรกรนั้นมีเงินมีทองใช้ ในยามที่ภัยแล้งกําลังจะเกิดนี้
เรื่องที่ ๒ โครงการขุดลอกบึงหล่ม ตําบลดงประคํา อําเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เป็นโครงการของหน่วยงานชลประทานทําเอง ก่อสร้างเอง ดําเนินการเอง ผมได้มีโอกาสไปลงพื้นที่และไปเห็นการดําเนินงาน ทางชาวบ้านเขาเกรงว่าระดับที่ขุดนั้น จะไม่ถึงระดับที่ตามแบบ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบให้เกิดประโยชน์ สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน งบประมาณ ๘๐ กว่าล้านบาท ซึ่งสิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชน เขาเฝ้ารอมา การที่ได้บึง ได้หนอง ได้คลองมานี้ จะช่วยให้เขาสามารถที่จะมีน้ําในการ ทําการเกษตร มีน้ําในการที่จะมาทําน้ําประปา มีน้ําในการที่จะมาอุปโภคบริโภค ก็ขอฝาก ท่านประธานไว้สัก ๒ เรื่อง ขอบคุณครับ
คุณวิรัตน์ วิริยะพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่อง หารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัย
เรื่องที่ ๑ ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ ซึ่งได้รับ ผลกระทบจากกรณีฝนตกชุกเมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ทําให้พี่น้องชาวไร่ ยาสูบ ทําให้ไร่ยานั้นล่ม เสียหายมาก จึงอยากกราบเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปสํารวจความเสียหายของพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้ดําเนินการจ่ายค่าชดเชยให้กับพี่น้อง ชาวไร่ยาสูบและไร่พริกด้วยนะครับ โดยเฉพาะที่ตําบลปากพระ ตําบลปากแคว อําเภอเมือง ตําบลทับผึ้ง ตําบลวังใหญ่ ตําบลวังทอง เขตอําเภอศรีสําโรงนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งผมได้หารือท่านประธานหลายครั้งแล้ว ซึ่งพี่น้องประชาชนเกือบ ๒,๐๐๐ รายได้ยื่นคําขอ ออกเอกสารสิทธิโดยเป็นโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินฉบับแก้ไขใหม่ ปรากฏว่า ทางสํานักงานศิลปากรที่ ๖ ได้คัดค้านกับพี่น้องที่ได้ยื่นขอเอกสารสิทธิทุกแปลง ซึ่งก่อนหน้านี้ พี่น้องประชาชนได้ออกเอกสารสิทธิได้แล้ว ซึ่งทางอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ทางสํานักงานศิลปากรนั้นไม่มีอํานาจที่จะทําการคัดค้าน ได้ทําการเปรียบเทียบ ทางกรมที่ดินก็จะดําเนินการให้ แต่ว่าทางสํานักงานศิลปากรนั้นยังคัดค้าน แล้วทําการ เปรียบเทียบแล้วก็ขอระยะเวลา เตะถ่วงออกไปเรื่อย ซึ่งปัญหานี้พี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะตําบลเมืองเก่านั้นเดือดร้อนมากนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ประปาโรงเรียนที่โรงเรียนบ้านซ่าน อําเภอศรีสําโรง จังหวัดสุโขทัย ได้มีการสํารวจที่จะให้งบประมาณในการทําประปาโรงเรียนให้กับนักเรียน ได้ดื่ม ได้ใช้นะครับ แต่ปรากฏว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงไปยังโรงเรียนอื่น ก็อยากกราบเรียน ท่านประธานได้ผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้จัดสรรงบประมาณด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ผมจะหารือกับ ท่านประธานต่อไปนี้ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งของอําเภอระโนด และอําเภอใกล้เคียงนะครับ เนื่องจากเกษตรกรเหล่านี้ได้ขายกุ้งให้กับพ่อค้าที่มาซื้อ โดยเฉพาะพ่อค้าที่ใช้ชื่อแพว่า แพกุ้งโชควรรณา และแพกุ้งสมาร์ท มารีน เกษตรกร ผู้เดือดร้อนมีอยู่ประมาณ ๖๐ รายนะครับ ขายกุ้งไปแล้วไม่ได้เงินจํานวน ๖๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้เดือดร้อนมากนะครับท่านประธาน ปัญหามีว่าเกษตรกรได้ไปแจ้งความ ร้องทุกข์กับสถานีตํารวจภูธรแต่ละท้องที่ และขณะนี้อยากจะให้ทางสถานีตํารวจภูธรเหล่านี้ โดยเฉพาะสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้เร่งติดตามตัวผู้กระทําความผิด โดยเฉพาะที่โกงเงิน ชาวบ้านไปประมาณ ๖๔ ล้านบาท เกษตรกรเหล่านี้เดือดร้อนมาก และขณะนี้เกษตรกร ก็วุ่นวาย ไม่มีเงินไม่มีทองที่จะไปลงทุนต่อ ดังนั้นก็อยากจะฝากอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของ เงินกู้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั้ง ๖๐ กว่ารายนี้โดยเฉพาะ ให้กระทรวงการคลังหรือ ธ.ก.ส. อนุญาตที่จะให้เงินกู้ที่ไม่มีดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรเหล่านี้ด้วยนะครับ ผมขออนุญาตแจ้ง มายังประธาน
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของพี่น้องชาวอําเภอสทิงพระ โดยเฉพาะตําบลคูขุด จากผลกระทบจากน้ําท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา พี่น้องเหล่านี้โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัย อยู่ริมทะเล เป็นกุโบร์ เป็นพี่น้องชาวมุสลิม เป็นกุโบร์ และน้ําได้ท่วมกําแพงกุโบร์พัง ไปเป็นจํานวนมาก และยังไม่ได้รับงบประมาณจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนั้นอยากจะให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบได้จัดสรรงบประมาณไปให้กุโบร์และก็ให้พี่น้องมุสลิมตรงนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ
มีเหลืออยู่อีกกี่ท่านครับ จะเอาให้หมด เซ็นชื่อยื่นหรือยัง คุณหมอยื่นหรือยัง
ไม่ได้ยื่นครับ แต่เห็นมีเวลาว่างครับ
ไม่ได้ยื่นก็ควรจะยื่นก่อน แล้วค่อยพูดครับ เพื่อให้มันถูกต้องตามธรรมเนียมสักหน่อยครับ แล้วท่านที่จะพูดอีก ก็รีบยื่นมา ผมจะให้โอกาสครับ เพราะไหน ๆ จะยุบสภาอยู่แล้วก็รีบพูดเสีย เพราะเดือนนี้ก็ประชุมอีกอาทิตย์เดียว เสร็จแล้วเดือนเมษายนงานเยอะมันก็ปิด เวลาไม่มีให้ผมพูดเท่าไรหรอกครับเดือนเมษายน พอเดือนพฤษภาคมก็ถึงกําหนดพอดี รับจากท่านให้มันถูกระเบียบสักหน่อยครับ เชิญท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ผมจะขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท แล้วก็กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ หลายครั้งที่ผมนําเรื่องของถนนที่ผมคิดว่าเป็นถนนของทางหลวงชนบท มาหารือกับท่านประธาน ปรากฏว่าทางสภาก็ส่งเรื่องไปทางกระทรวงคมนาคม และทาง กระทรวงคมนาคมก็ส่งเรื่องไปที่สํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัดตรังนะครับ ปรากฏว่า กลายเป็นว่าถนนสายนั้นทางหลวงชนบทได้โอนให้กับท้องถิ่นคือ อบจ. ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ข้อหารือก็จะเป็นเรื่องของถนนที่ผุพัง ผิวทางไม่ดี เป็นหลุมเป็นบ่ออะไรเช่นนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นพอสํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัดตรังรับเรื่องก็จะตอบกลับมาว่าไม่ใช่หน้าที่ ของเขาแล้ว ได้โอนให้กับ อบจ. แล้ว อันนี้ละครับเป็นความรู้สึกของผมที่ว่าระบบมันน่าจะ ผิดพลาดตรงนี้นะครับ เพราะว่าเมื่อโอนให้ อบจ. แล้ว อบจ. ไม่ค่อยจะมีเงินซ่อมหรอกครับ ฉะนั้นเมื่อถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ พวกผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนก็มาหารือกับ ท่านประธาน มันก็ไม่ได้รับการแก้ไขครับ เพราะว่าพอเรื่องไปอย่างนี้แล้วก็กลับมาอย่างที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธาน ผมว่าท้องถิ่นนี่มีเงินไม่พอหรอกครับ แล้วก็วิชาการ เทคโนโลยี ความรู้ความสามารถก็ไม่พอด้วย ผมจึงอยากจะกราบเรียนเรื่องนี้ให้ทางเบื้องต้นได้พิจารณา อีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของการโอนถนน ว่าถ้าไม่จําเป็นแล้วผมว่าให้อยู่กับทางหลวงชนบท ต่อไปเถิด เพราะว่ามีกําลังความสามารถที่จะดูแลถนนได้ดีกว่าครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านนะคะ
เรื่องที่ ๑ ขอแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ทางหลวงชนบทกระทรวงคมนาคม ขอยกฐานะถนนจากถนนลูกรังเป็นถนนลาดยางค่ะ สายบ้านห้วยงาช้าง-บ้านโป่งตาเบ้า ไปออกบ้านปากตก อําเภอชนแดน ไปออกอําเภอนาเฉลียง เป็นถนนฝุ่น เป็นถนนลูกรัง ตลอดทั้งสาย ๒๐ กว่ากิโลเมตร ก็สงสารพี่น้องประชาชนค่ะ ๑,๐๐๐ กว่าชีวิตที่อยู่ตรงนั้น แล้วก็เป็นทางลัดในการที่จะส่งพืชผลทางด้านการเกษตรออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นนะคะ
เรื่องที่ ๒ ถนนสายภูเขาหินปะการัง แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด อันนี้ ส.ส. ได้จัดงบในส่วนซึ่งทําเป็นคอนกรีตไปให้ส่วนหนึ่งแล้ว แต่ว่าเนื่องจากว่างบประมาณที่ได้ ก็น้อยนะคะ เหลืออีกประมาณ ๓ กิโลเมตรเศษ อยากจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปที่องค์การบริหารส่วนตําบลซับพุทรา เพราะว่าถนนข้างนอกนี่นะคะ เส้นถนนสายเมนส่วนใหญ่เลยสวยงามมาก ตอนนี้ ทางหลวงชนบทท่านได้กรุณาจัดขยายไหล่ทางให้เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเส้นทางที่เข้าแหล่ง ท่องเที่ยวจริง ๆ เลยขาดอีกแค่ ๓ กิโลเมตรเศษ เงินไม่กี่ล้านบาทค่ะ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท อยากขออนุญาตที่จะให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ช่วยสนับสนุนในตรงนี้ค่ะ เคยถูกปฏิเสธมาครั้งหนึ่งแต่ว่าปีนี้ถ้าอย่างไรก็ขอให้เป็นรางวัลสําหรับชาวบ้าน ตําบลซับพุทรา อําเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณท่านค่ะ
คุณธวัชชัย อนามพงษ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่ให้เกียรติผม ผมให้กําลังใจรัฐบาลนี้นําโดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนเข้ามาบ้านเมืองก็ยุ่งเหยิง ตอนนี้ก็แก้ปัญหาได้ไปเรื่อย ๆ ชาวบ้านก็พอใจ แต่ที่สําคัญ ท่านครับโครงการที่ดีที่สุดก็คือ โครงการประกันรายได้เกษตรกรครับ รัฐบาลช่วยข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสําปะหลัง ยางพารา ปาล์ม เกษตรกรอยู่ได้ครับ แต่สิ่งที่สําคัญ จังหวัดจันทบุรีของผมมี เงาะ ทุเรียน มังคุด เป็นผลไม้สดไม่สามารถประกันได้ แต่ละปีจะมี งบ คชก. มาช่วยภาคตะวันออก ก็ได้ไปร้อยกว่าล้านบาท การแก้ปัญหาก็ดีมากเลยครับ เงินที่เหลือก็เอาเข้ารัฐเหมือนเดิม แต่ปีนี้ก็จะยุบสภาแล้ว งบ คชก. ก็ต้องเข้าประชุม คณะกรรมการ ผมอยากฝากท่านประธานขอให้คณะกรรมการ คชก. ประชุมแก้ปัญหาผลไม้ด้วย เพราะเป็นประโยชน์มากเลยครับ ถ้าตอนเลือกตั้งเราไม่สามารถทําอะไรได้ แล้วผมเอง ก็ต้องลง ส.ส. ต่อท่านประธานครับ อย่างไร ๆ ขอท่านประธานช่วยงบ คชก. ต่อไปนะครับ สวัสดีครับ
คุณบุญรื่น ศรีธเรศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตพื้นที่ค่ะ ซึ่งดิฉันได้หารือมาหลายครั้ง แต่ยังไม่ประสบความสําเร็จค่ะ
เรื่องที่ ๑ เรื่องการออกเอกสารสิทธิของพี่น้องตําบลกลางหมื่น อําเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เดี๋ยวนี้ทางราชการยังไม่ได้ไปดําเนินการ ไม่ว่าจะเป็นที่ทํากิน ไม่ว่าจะเป็นที่ ที่ปลูกบ้าน ที่อยู่อาศัย ยังไม่มีเอกสารสิทธิรับรองใด ๆ เพื่อความเป็นกําลังให้กับ พี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ การขึ้นทะเบียนวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย อันนี้ขอฝาก ท่านประธานไปยังสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดบ้านปอแดง อําเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นวัดที่ดิฉันขอมาหลายครั้งแล้ว แต่เป็นวัดที่มีที่ดินไม่ครบ ๖ ไร่ แต่ดูกฎหมายแล้ว ดิฉันได้รับการแนะนําว่าถ้าวัดตั้งก่อน พ.ศ. ๒๔๘๓ ก็จะเป็นการอนุโลมได้ ดิฉันก็ส่งเรื่องไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาตอบรับมา ฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๓ ถนนลูกรัง ตําบลขมิ้น ตําบลภูดิน ซึ่งพูดบ่อยมาก ตําบลบึงวิชัย ด้วยค่ะ ซึ่งเต็มไปด้วยถนนลูกรัง อยากให้เป็นถนนไร้ฝุ่นเสียทีหนึ่ง เพราะว่าพี่น้องประชาชน มีความคาดหวังสูงมากกับรัฐบาลชุดนี้ ขอให้ได้ไปดูแลถนนไร้ฝุ่นให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมาด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน
คุณบรรพต ต้นธีรวงศ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องสัก ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือเรื่องนโยบายเดินหน้าต่อไปของรัฐบาลที่เกี่ยวกับเรื่องของ การเพิ่มค่าแรง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ภายใน ๒ ปีก็ดี หรือเรื่องของยาเสพติดที่ว่าจะให้มีมาตรการ การปราบปรามและการป้องกันการรักษาอย่างครบวงจรก็ดี หรือในเรื่องของการศึกษา ให้สามารถที่จะศึกษาได้ถึงขั้นอุดมศึกษาทุกคนที่มีปัญหาเรื่องค่าเล่าเรียนก็ดี หรือแม้แต่ เรื่องของโครงการออกโฉนดชุมชนก็ดี เป็นนโยบายที่น่ายกย่องชมเชยอย่างยิ่ง
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของศาสนา ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหลายฉบับเลยยังค้างอยู่ ไม่สามารถที่จะเข้าสภา เข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ หลาย ๆ ฉบับด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยระบบส่งเสริมพระพุทธศาสนา ขอเรียน ฝากท่านประธาน ท่านประธานได้เซ็นผ่านไปทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้ รับรองกลับมาในสภานี้นะครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่องน้ําท่วมแล้วก็ไร่นา บ้านเรือนเสียหาย ในคราวที่แล้วนี่นะครับ รัฐบาลก็อนุมัติเงิน ไปทั้งหมด ๑๐๓ ล้านบาท แต่ว่าก็ยังไม่เพียงพอในการที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชน เพราะว่าจริง ๆ แล้วตัวเลขความเสียหายถึง ๕,๒๔๔ ล้านบาท ก็ฝากท่านประธานว่าอย่างไร ก็ขอให้พิจารณาเพิ่มเติมงบประมาณให้กับชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
คุณวันเพ็ญมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ดิฉันขออนุญาตค่ะ เมื่อกี้พูดผิดไปค่ะเกี่ยวกับงบที่ทําถนนเข้าแหล่งท่องเที่ยวภูเขาหินปะการัง ดิฉันไม่ใช่เป็นผู้จัดงบ นะคะ เมื่อกี้พูดผิดไป ก็คือขออนุญาตแก้คําพูดจาก เป็นผู้จัดงบ เพราะว่าไม่รวยพอที่จะเอา งบไปลงทําเพื่อผลงานของรัฐบาล แต่ว่าได้เป็นผู้ประสานค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
คุณชลน่าน ศรีแก้ว เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องที่ปลูกพริกที่อําเภอท่าวังผา ท่านประธานครับ เรื่องนี้โดยข้อเท็จจริงแล้ว ข้อเดือดร้อนนี้ได้ถูกนําเสนอผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่านมา และนําเสนอเข้าสู่กระทรวง แล้วกระทรวงเองนําเสนอคณะกรรมการ คชก. คณะกรรมการนโยบายและช่วยเหลือเกษตรกร ท่านประธานครับ คชก. ประชุมตั้งแต่วันที่ ๑๑ เห็นชอบอนุมัติวงเงิน ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพืชผลเกษตรตกต่ํา รวมทั้งพริกที่จังหวัดน่านด้วย หลังจากนั้นก็ให้แต่ละจังหวัด ได้มีมาตรการภายในส่งขึ้นมาเพื่อขอรับเงินในส่วนแบ่งที่เป็น ๑๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ เวลาผ่านมา ๑ สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีเองพร้อมที่จะอนุมัติครับ แต่ขณะนี้เข้าใจว่าเรื่องติดอยู่ที่กรมการค้าภายใน ถ้าพืชอย่างอื่นนี่พอไหว ท่านประธานครับ พริกมันเน่า ก็กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมการค้าภายในให้เร่งรัดได้นําเสนอ ท่านรัฐมนตรี หรือแจ้งหลักเกณฑ์ให้กับทางจังหวัดหรือตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนําเอาหลักเกณฑ์นี้ไปบอกกล่าวกับผู้ประกอบการและพี่น้องเกษตรกร ที่เกี่ยวข้องเพื่อเขาจะได้มีความมั่นใจในการที่จะช่วยเหลือเกษตรกร เพราะเงินที่ขอนี้ เป็นเงินชดเชยเพื่อไปชดเชยช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการเองก็ไม่กล้าตัดสินใจ ที่จะรับซื้อ เนื่องจากไม่มีความแน่นอน ก็ฝากท่านประธานเร่งรัดครับ พริกที่จังหวัดน่าน ขณะนี้เหลืออยู่ ๔,๐๐๐ ตันครับท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานช่วยเร่งรัดด้วยครับ ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้ที่ท่านรัฐมนตรีจะได้อนุญาตที่จะได้เซ็นอนุมัติ แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับเมื่อวานผมก็ประสานงานกับท่านรัฐมนตรีมาตลอด รอทางกรมการค้าภายในจะให้หลักเกณฑ์มา เพียงแต่ท่านประธานเร่งรัดกรมการค้าภายใน เท่านั้นเองครับท่านประธาน ต้องด่วนครับท่านประธานเพราะพริกจะเน่า ขอบคุณครับ
คุณชุมพล จุลใส
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเรียนหารือ ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ที่ ๔ ตําบลหาดทรายรี อําเภอเมือง จังหวัดชุมพร ว่าเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม มีพายุ เรือประมงขนาดเล็กที่จอดอยู่ ริมชายฝั่งได้รับความเสียหายประมาณ ๒๐ กว่าลํา แล้วก็ได้ทําเรื่องร้องเรียนไปทาง ประมงจังหวัด ทางประมงจังหวัดแจ้งว่าเขาไม่มีอํานาจในการที่จะชดเชยค่าเสียหายได้ เพราะว่าเรือจอด แต่ว่าถ้าในกรณีถ้าเรือแล่นอยู่ในทะเลนั้นสามารถที่จะชดเชยค่าเสียหายได้ ผมก็นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับว่าให้ช่วยประสานงานให้ด้วย นะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมและพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ขอขอบคุณทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ ที่ได้อนุมัติงบประมาณถนน ๔ เลน สายชุมพร-ปากน้ํา เป็นจํานวนเงินถึง ๖๐ ล้านบาท ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างต้อง ต้องขอขอบคุณรัฐบาลมา ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณครับ
คุณนิรมิต สุจารี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียน หารือท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบ
เรื่องแรก ถนนสายอําเภอหนองพอกไปยังอําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ช่วงระหว่างบ้านบึงงามกับบ้านกุดขุ่น ระยะทาง ๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางที่จะต้องได้รับ การปรับปรุง ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ปรากฏว่า ไม่ได้รับการพิจารณาอยู่ช่วงประมาณ ๕ กิโลเมตร ก็ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก้ไข ปัญหาอย่างเร่งด่วนด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือถนนสายอําเภอหนองพอก ไปยังอําเภอเมยวดี ช่วงตลาดสด อําเภอหนองพอก ไปถึงหน้าโรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย ซึ่งเป็นถนนที่คับแคบ การสัญจร ไปมาช่วงตอนเช้าและตอนเย็นจะมีการจราจรคับคั่งทําให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของผู้สัญจรไปมาตลอด ก็อยากจะให้ทางกระทรวงคมนาคมได้ไปพิจารณาขยายเส้นทาง จราจรให้สะดวกต่อการคมนาคมกันต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
คุณอรรถพร พลบุตร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ครับ
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนที่ตําบลปากทะเล อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ต้องการให้กรมเจ้าท่าเข้าไปสํารวจออกแบบการสร้างสะพานเขื่อนหินทิ้ง บริเวณปากคลองปากทะเล ซึ่งเป็นทะเลโคลนแล้วก็จะตื้นเขินทุกปีครับ ต้องขุดลอกกัน อยู่เป็นประจํา ถ้าสามารถสร้างเป็นเขื่อนหินทิ้งยื่นออกไปเพื่อป้องกันตะกอนได้ก็จะทําให้ คลองแห่งนี้สามารถสัญจรไปมาได้โดยสะดวกครับ
เรื่องต่อมาคือปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ําประปาครับ ที่ตําบลนองขนาน อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี หมู่ที่ ๖ วันนี้ยังไม่มีน้ําประปาของประปาภูมิภาคเลย เช่นเดียวกับที่ตําบลดอนยาง อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี น้ําประปาทั้งตําบล ๑๓ หมู่บ้าน อยู่ในสภาพที่ขาดแคลนนะครับ ต้องการการปรับปรุงโดยแยกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือ ส่วนของหมู่ที่ ๑๒ ถึงหมู่ที่ ๑๓ ซึ่งต้องมีระบบประปาของตนเอง และหมู่ที่เหลือก็มีการปรับ เพิ่มกําลังการผลิตของน้ําดิบรวมทั้งขยายท่อประปาด้วยครับ แล้วก็ขณะเดียวกัน ที่ตําบลบางครก อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ขณะนี้ได้ประกาศเขตภัยพิบัติแล้วครับ จากปัญหาของแมลงดําหนามและหนอนหัวดํา ซึ่งไปทําลายยอดมะพร้าวอยู่ในขณะนี้ ขอให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดที่จะหาทางเยียวยาช่วยเหลือและป้องกันให้ได้ผล อย่างเด็ดขาดด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ขอหารือ ในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารงานของศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสภาของเรานั้นได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป และเป็นกฎหมาย เป็นกลไกที่จะใช้ในการ ดําเนินงานในการแก้ไขปัญหาใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปัญหาที่ผมได้ลงพื้นที่ แล้วก็ไปพบพี่น้องประชาชนตลอดจนส่วนราชการ ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้เมื่อมีการตั้ง ศอ.บต. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หน่วยงานจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง ทุกกระทรวงนะครับ มีปัญหาในการมอบอํานาจให้กับเลขาธิการของ ศอ.บต. ในการดําเนินงาน ผมยกตัวอย่างกรณีของโครงการปลูกปาล์มในนาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ณ ขณะนี้ทาง ศอ.บต. ไม่สามารถดําเนินงานได้ เนื่องจากว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้มอบอํานาจลงไปในพื้นที่ที่มีกฎหมายพิเศษ ซึ่งสภาได้ผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็นอกจากนั้นยังมีกระทรวงอื่น ๆ ทุกกระทรวงก็ว่าได้ มีความล่าช้า แล้วก็ยื้อ ดึงดัน ไม่ยอมที่จะอํานาจให้กับทางเลขาธิการ ศอ.บต. ในการดําเนินงานให้กับพี่น้องประชาชน ผมเป็นผู้แทนราษฎร อยากจะสะท้อนปัญหาผ่านไปยังท่านประธานสภา ไปยังทุกกระทรวง ทบวง กรม ว่าขอให้มอบอํานาจให้กับทาง ศอ.บต. ด้วยตามกฎหมาย ขอบคุณครับ
คุณกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา วันนี้ดิฉันขอกราบเรียนปรึกษาท่านประธานในเรื่องของโครงการของกระทรวงคมนาคมค่ะ
เรื่องแรก เรื่องการเร่งรัดการก่อสร้างทางหลวง หมายเลข ๔๑๕ ซึ่งเป็น เส้นทางที่เชื่อมระหว่างอําเภอทับปุดและอําเภอเมือง จังหวัดพังงา ท่านประธานคะ ถนนสายนี้เป็นถนนสายเศรษฐกิจ และเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างจังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต เดิมถนนเส้นนี้เป็น ๒ ช่องจราจรค่ะ ตอนที่ดิฉันเป็น ส.ส. ครั้งแรก ได้เข้าไปพบกับท่านชัยสวัสดิ์ ขณะนั้นท่านเป็นอธิบดีกรมทางหลวง และก็ได้ขอเร่งรัดให้มี การขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ท่านชัยสวัสดิ์ก็ได้ปรึกษากับท่าน ผอ. ทางหลวงชนบทนะคะว่าท่าน ส.ส. กันตวรรณได้มาร้องเรียนว่าถนนเส้นนี้มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีผู้เสียชีวิตจากการสัญจรไปมา ดังนั้นทางกรมทางหลวงขณะนั้น กระทรวงคมนาคม ก็ได้บรรจุงบประมาณในปี ๒๕๕๐ เป็นงบผูกพัน ๓ ปี และได้มีการก่อสร้างตามสัญญานะคะ ท่านประธาน วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ จะสิ้นสุดสัญญาวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๒ บัดนี้ระยะเวลาล่วงเลยมาหลายปีแล้วค่ะ ได้มีการก่อสร้างขยายระยะเวลา ๓ ครั้ง ดิฉันได้ร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่าน ส.ว. จังหวัดพังงา ร่วมประชุมกับจังหวัด ว่ามีเหตุผลประการใดการก่อสร้างจึงล่วงเลยมาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว หลังจากนั้นทางจังหวัด ก็ได้ชี้แจงว่าจะมีการก่อสร้างเร่งรัดให้เร็วขึ้น แต่ล่าสุดดิฉันทราบว่าได้มีการขยายการก่อสร้าง จากระยะเวลา ๗๒๐ วัน เป็นระยะเวลา ๑,๑๒๕ วัน จะสิ้นสุดสัญญาจากวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ เป็นวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ แล้วในช่วงระยะเวลาที่มีการก่อสร้างค่ะท่านประธาน ได้มีพี่น้องประชาชนในจังหวัดพังงาได้เสียชีวิตจากการก่อสร้างถนนเส้นนี้ค่ะ คนจังหวัดพังงา เรียกถนนเส้นนี้ว่าถนนโคตรอมตะในการก่อสร้าง เรียนฝากท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะคะ ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างถนนเส้นนี้ด้วย
อีกประการหนึ่งค่ะ เป็นการขยายย่านชุมชนในบริเวณสะพานสารสิน-โคกกลอย บรรจบสะพานสารสิน สมัยที่ดิฉันเป็น ส.ส. สมัยแรก บริเวณนี้น้ําท่วม แล้วก็ได้ประสาน งบประมาณไป ของบประมาณเพิ่มเติมด้วยนะคะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม ๒๗๒ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว กระผมขอเปิดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิดกฎหมาย พ.ศ. ....
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิดกฎหมาย พ.ศ. .... เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการนั้น
บัดนี้ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๔ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และผลการ ดําเนินการของกระทรวงกลาโหมตามข้อสังเกตดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดของข้อสังเกต สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้สําเนาจัดส่งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๒ รับทราบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภา จํานวน ๒ เรื่อง
ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
๑. เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว
๒. วุฒิสภาได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อมิให้ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ตามมาตรา ๑๔๑ วรรคท้าย ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยตัดร่างมาตรา ๖๔ ออกทั้งมาตรา และตัดคําว่า “มาตรา ๑๑๑ แห่ง” ในร่างมาตรา ๗๑ ออก ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา ๑๔๑ วรรคท้ายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงถือว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
๓.๑ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) จํานวน ๘ ครั้ง คือ
ครั้งที่ ๖ วันพุธที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๘ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๙ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๑๐ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๑๑ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๑๒ วันพุธที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๑๓ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้ว ก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีท่านผู้ใดที่จะแก้ไขรายงานการประชุมทั้ง ๘ ครั้งไหมครับ เชิญคุณวัชระ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในรายงานการประชุม ครั้งที่ ๑๓ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓ หน้า ๑๓๑ ผมได้คัดค้านเรื่องการที่จะตั้งเป็นองค์กรมหาชนของร่างพระราชบัญญัติ ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... มีคําผิดในบรรทัดที่ ๒ นับจากข้างล่าง ซึ่งในรายงานการประชุม ท่านเจ้าหน้าที่ของสภาได้เขียนไว้ว่า ทําไมไม่ตัดทิ้ง แล้วก็ ล และตัวเจ (J) ภาษาอังกฤษ แล้วก็สระอะครับ ซึ่งมีภาษาอังกฤษมาปะปน กับภาษาไทย อ่านไม่ได้ว่าจะอ่านอย่างไร ซึ่งความเป็นจริงแล้วก็ต้องเขียนเป็น ล ไม้เอก และสะอะ จึงกราบเรียนท่านประธานว่าชวเลขได้เขียนผิดครับ และการประชุมครั้งหน้า ก็มีรายงานการประชุมซึ่งชื่อของ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็ผิดอีกครับ
ที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร คุณจะขอแก้ไขใช่ไหม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานที่เคารพ แก้ไขจากคําที่พิมพ์ผิดในหน้าที่ ๑๓๑ บรรทัดที่ ๒ นับจากข้างล่าง ซึ่งพิมพ์คําว่า ล และตัวเจ และสระอะ แก้เป็น ล ไม้เอกและสระอะครับท่านประธาน ที่เคารพครับ
ไม่มีปัญหาครับ เพราะว่า คนพิมพ์พิมพ์ผิดก็ไปแก้ พิมพ์ให้มันถูกนะครับ ก็ไม่มีปัญหา ไม่ต้องขอมติที่ประชุมนะครับ ก็ผ่านนะครับ ยังติดใจไหม นอกจากแก้แล้ว เดี๋ยวจะไปร้องผมอีก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่ติดใจ และไม่เคยร้องเรียนท่านประธานที่เคารพเป็นอย่างยิ่งครับ
ขอบคุณครับ ทําหนังสือแจ้ง ท่านแล้วนะครับ เดี๋ยวท่านคงได้รับ ที่ท่านเขียนหนังสือพิมพ์แนวหน้านะครับ ในคอลัมน์ ของท่าน ผมก็ตอบท่านไปแล้ว เรื่องต่าง ๆ ผมก็ส่งไปตามกระบวนการถึงนายกรัฐมนตรี ถึงรองนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยนะครับ ผมจําหมดที่ท่านทําอะไรนะครับ ก็แจ้งให้ท่านทราบ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เมื่อท่านประธาน คณะกรรมาธิการเข้ามาแล้ว โปรดแถลงเลยครับ ด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอ รายงานและร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันได้พิจารณาเสร็จแล้วต่อทั้ง ๒ สภา ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาลงมติ ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้าสภาทั้ง ๒ ต่างเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ จะได้ดําเนินการต่อไป ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้วุฒิสภาได้รับรองแล้ว เหลือแต่สภาเราครับ เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการดําเนินการครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับว่า
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๔ และตามที่ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ประชุมของแต่ละสภาได้ลงมติตั้งกรรมาธิการร่วมกัน สภาละ ๑๑ คน ตามจํานวนที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการ ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภา ได้แก้ไขเพิ่มเติม และสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขนั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว และคณะกรรมาธิการพร้อมที่จะตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกต่อไปขอบพระคุณครับ
ที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้วนะครับ ต้องอภิปรายด้วยหรือครับ เชิญครับคุณชลน่าน
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง จังหวัดน่าน ตามที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระของคณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรหลังจากที่ได้นําร่างพระราชบัญญัตินี้ไปรายงานต่อวุฒิสภา ผมทราบข่าวว่า วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๑ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เท่าที่ผมดูใน รายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒๒ ท่าน ได้ไปดําเนินการตามข้อเสนอของสมาชิกบางส่วน ถือว่าเป็นการแก้ไขที่ดีขึ้น เพราะกรรมาธิการได้ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขในมาตรา ๒๖ (๑) (๒) มาตรา ๓๔/๑ ในส่วนมาตรา ๓๔/๑ ผมเองเคยอภิปรายไว้ว่า การร่างกฎหมายในลักษณะ มาตรา ๓๐/๑ ที่เขียนขึ้นมารองรับ ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ แต่ว่ากรรมาธิการยังยืนยันที่จะเขียน เท่าที่ผมตรวจสอบดู ในการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๔/๑ ผมรับได้ครับ ก็เป็นความชัดเจน เป็นความแน่นอนขึ้นในเรื่องให้สํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรและสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามีตําแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ แล้วก็ให้ ก.ร. ไปกําหนดคุณสมบัติหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการเข้าสู่ตําแหน่ง ตรงนี้ไม่น่าจะเป็นประเด็น เพราะว่าอย่างไรก็สอดคล้องกับประเภทวิชาการที่เราเขียนรองรับไว้ข้างหน้าอยู่แล้ว แต่ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการร่วมกันและผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่าในการแก้ไขในมาตรา ๒๖/๑ มาตรา ๒๖/๒ การแก้ไขครั้งนี้มันจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลจากกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่ผมตั้งไว้นะครับ ผมเข้าใจว่าในเจตนาของท่านประธานก็ดี ฝ่ายสภาเราก็ดี หรือแม้กระทั่งสมาชิกเราก็ดีที่ไปเป็นคณะกรรมาธิการ เพื่อเป็นประโยชน์กับข้าราชการสังกัดรัฐสภาทั้งหมด ล้วนอยู่ในพื้นฐานของการทํากฎหมายฉบับน
ไม่ว่าจะเป็นสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา หรือสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานครับ เท่าที่ผมดู จากร่างเดิมที่วุฒิสภา ได้แก้ไขมานะครับ ได้จัดแบ่งเรื่องของตําแหน่งข้าราชการรัฐสภาออกเป็นทั้งหมด ๔ ประเภท ประเภทที่ ๑ เป็นประเภทบริหาร วุฒิสภาได้ไปแก้ไขจากร่างของสภาผู้แทนราษฎร โดยการ ยกเอาหัวหน้าหรือ ผอ.ระดับสํานัก ในกฎหมายเขียนว่า หัวหน้าส่วนราชการภายใน ระดับสํานักขึ้นมาเป็นตําแหน่งบริหาร ท่านประธานครับ หัวหน้าส่วนราชการระดับสํานัก ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามีทั้งหมด ๕๓ สํานัก ก็คือ ๕๓ ท่าน ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรามี ๔๐ สํานักครับ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามี ๑๓ สํานัก ก็คือ ๕๓ ท่าน รวมทั้งหมดนะครับขึ้นมาสู่ ตําแหน่งบริหาร แต่วุฒิสภาแก้มาตรงนั้น ผมเองอภิปรายไว้ตรงนี้ว่าผมเห็นชอบด้วย แล้วผมก็ยังยืนยันนะครับ เพราะว่าพอคณะกรรมาธิการร่วมกันไปพิจารณา คณะกรรมาธิการร่วมกันไปแก้ไขใน (๑) ๑. ตัดออก ตัดเอาหัวหน้าส่วนราชการระดับสํานัก ออกจากตําแหน่งประเภทบริหารไปอยู่ประเภทอํานวยการ หัวหน้าส่วนราชการระดับสํานัก ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระดับซีเดิมคือระดับ ๙ ถ้าระดับแท่ง เทียบกับข้าราชการสามัญทั่วไปก็ระดับเชี่ยวชาญ ท่านประธานครับ พอดึงระดับ ๙ ลงมาสู่ ตําแหน่งอํานวยการ ในร่างใหม่ของท่าน (๒) ก็คือหัวหน้าสํานักมาอยู่ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มงาน ระดับ ๗ ระดับ ๘ ระดับ ๙ หัวหน้ากลุ่มงานเรานะครับมีตั้งแต่ระดับ ๗ ก็มี ระดับ ๘ ก็มี ระดับ ๙ ก็มี ท่านประธานครับ ผมขออภัยนิดหนึ่งครับ สํานักในสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด ๒๑ สํานัก ต้องขออภัยครับ มี ๒๑ สํานัก ก็คือในสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรามี ๒๑ สํานัก สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาประมาณ ๑๐ กว่าสํานัก นี่คือตําแหน่ง ผอ. สํานัก ผมต้องขออภัยท่านประธาน ตัวเลขเมื่อสักครู่ เป็นตําแหน่ง ผอ. ระดับ ๙ ความหมายก็คือเมื่อกําหนดประเภทอํานวยการ โดยให้ ผอ. สํานักในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๒๑ สํานัก ก็คือ ๒๑ ท่านมาอยู่รวมกับ ผอ. กลุ่มงาน ก่อนที่จะเข้าสู่แท่งนี้นะครับ เป็น ผอ. กลุ่มงาน ผอ. กลุ่มงานในสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด ๔๐ ท่าน ๔๐ กลุ่มงาน ผอ. กลุ่มงานในสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามี ๑๓ ท่าน คือ ๑๓ กลุ่มงาน ก็คือ ๕๓ ท่าน ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ การแก้ไข ครั้งนี้ผมไม่แน่ใจว่าแก้ไขแล้วจะมีประโยชน์กับคนที่เป็น ผอ. กลุ่มงานหรือไม่ โดยเฉพาะ ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๙ นั่นก็คือมีเงินประจําตําแหน่ง ท่านประธานครับ เงินเพิ่มและ เงินประจําตําแหน่งใน ผอ. กลุ่มงาน ในระดับอํานวยการ เขามีแค่ ๒ ระดับครับ ระดับสูง ๑๐,๐๐๐ บาท เงินเพิ่มภาค ก รอกําหนดให้ได้อีก ๑๐,๐๐๐ บาท เขาก็จะได้รับ ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งเงินเพิ่มและเงินประจําตําแหน่งบวกเงินเดือน เดิม ท่านประธานครับ ในตําแหน่ง อํานวยการระดับสูง รับ ๑๐,๐๐๐ บาท ระดับต้น รับ ๕,๖๐๐ บาท การแก้ไขครั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ดีครับ จากกลุ่มงานวิชาการ สายวิชาการ ถ้าใครได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ กลุ่มงานอํานวยการ มาเป็น ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๘ จากเดิมเขาอยู่สายวิชาการ เขาได้ ๓,๕๐๐ บาท ซี ๗ นะครับ ระดับชํานาญการเดิม ขยับมาเป็น ผอ. ระดับอํานวยการ ได้ ๕,๖๐๐ บาททันที เงินประจําตําแหน่ง ๕,๖๐๐ บาท เงินเพิ่มอีก ๕,๖๐๐ บาท ท่านประธานครับ อันนี้เป็น ประโยชน์ ลักษณะนี้เป็นประโยชน์ครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ต้องตอบนะครับว่า ผอ. ระดับ ๙ เดิม เขาได้รับเงินเพิ่ม ๙,๙๐๐ บาท เงินประจําตําแหน่ง ๙,๙๐๐ บาท ถ้าเขียนอย่างนี้นะครับ จะจัด ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๙ ไปอยู่ระดับไหนของแท่งอํานวยการ เป็นระดับสูงหรือว่าระดับต้น ถ้าจัดอยู่ในระดับสูง เป็นประโยชน์กับเขาแน่นอนครับ ถ้าจัดอยู่ระดับสูงเพราะเขามาจากซี ๙ เดิม ถ้าจัดให้เขาอยู่ในระดับสูง เขาก็จะได้รับเงินเพิ่ม เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท จากเดิมที่เขาได้รับ ๙,๙๐๐ บาท บวกกับเงินประจําตําแหน่งอีก ๙,๙๐๐ บาท เขาจะได้รับเพิ่มขึ้น อันนี้ดีต่อเขาแน่นอน แต่ถ้าจัดเขาไปอยู่ระดับต้น เหมือนกับ ซี ๗ ซี ๘ นะครับ จาก ๙,๙๐๐ บาทเดิม ลดลงมารับ ๕,๖๐๐ บาท ท่านประธาน ยอมไหมครับ ท่านประธานคงไม่ยอมแน่นอน มีผลกระทบต่อเขา รอนสิทธิเขาครับ แล้วคนที่ ถูกรอนสิทธิมีทั้งหมด ๕๓ คน จะต้องหาวิธีแก้อย่างไรท่านประธาน ต้องหาวิธีแก้อย่างไร กรรมาธิการต้องตอบด้วยนะครับว่าท่านแก้มาอย่างนี้เป็นการรอนสิทธิเขาหรือไม่ หรือท่านคิดว่าจะเอาเขามาอยู่ในระดับสูงเลย โดยอ้างว่าเขาอยู่ระดับ ๙ อยู่แล้ว ไปอยู่ระดับสูงได้ตามแท่งใหม่ ไม่ต้องยึดถืออันเก่า เพราะกฎหมายใหม่มันออกมาอย่างนี้ แต่คําถามก็จะมีนิดเดียวว่า ฉันเป็น ผอ. สํานัก ๒๑ คนนี่ ฉันเคยเป็นผู้บังคับบัญชาคุณนะ แต่คุณมาเป็นระดับสูงเหมือนฉัน กินเงินประจําตําแหน่งเท่ากัน ยกเว้นเงินเดือนครับ ยอมไหมครับ ถ้ายอม จบ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ยกเว้น ผอ. สํานักเท่านั้นที่อยู่ระดับเดิม ได้เงินเพิ่ม ๑๐,๐๐๐ บาทเหมือนเดิม และเงินประจําตําแหน่งอีก ๑๐,๐๐๐ บาท บวกเงินเดือน ตรงนั้นไม่มีปัญหาใด ๆ แต่สิ่งที่กริ่งเกรงที่สุดในขณะนี้ก็คือว่าถ้าไม่มีการ ตีความว่า ผอ. กลุ่มงาน ถือว่าเป็นผู้บริหารระดับต้น การที่เขาได้ระดับ ๙ มานี้ เนื่องจากว่า เขาได้ระดับ ๙ สายวิชาการ ประเภท ชช. เชี่ยวชาญนี่นะครับ ไปตีให้เขาอยู่ระดับต้น แต่ว่าได้เชี่ยวชาญ ตรงนี้จะมีผลกระทบกับเขาทันที ถูกรอนสิทธิ ผมก็เกรงว่ากฎหมายฉบับนี้ออกไป อาจจะส่อเจตนารมณ์ว่าไปละเมิดสิทธิบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ ถ้ากรรมาธิการ ตอบได้ว่า ระดับ ๙ เดิมของ ผอ. กลุ่มงานได้อยู่ระดับสูงของแท่งสายอํานวยการแล้ว นี่จบนะครับ ผมเรียนอย่างนั้นจริง ๆ แต่ท่านบอกว่าต้องอยู่ระดับต้น ตรงนี้ท่านต้องหา ทางออกให้เขา จะออกอย่างไรครับ ทางออกมี อันที่ ๑ ต้องไปแก้ไขเพิ่มเงินประจําตําแหน่ง ในบัญชีแนบท้าย ท่านประธานเปิดไปหน้า ๓๒ ครับ หน้า ๓๒ ขออนุญาตท่านประธาน เป็นบัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภทบริหาร ผมต้องพูดนะครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว ตําแหน่งประเภทบริหารมีระดับสูง ระดับต้น แต่มีการ กําหนดอัตราเงินเพิ่มไว้ หรือเงินประจําตําแหน่งไว้ ๓ ระดับ ระดับต้น ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าอยู่กลาง ๆ ๑๔,๕๐๐ บาท มาดูซีกซ้ายนี้ไม่มีระดับครับ แต่มีระดับคั่นกลางไว้ ๑๔,๕๐๐ บาท แล้วมีระดับสูงก็คือ ๒๑,๐๐๐ บาท อย่างเช่นท่านเลขาธิการ ฐานะเป็น ผู้บริหารระดับสูง จะได้รับเงินเพิ่ม ๒๑,๐๐๐ บาท เงินประจําตําแหน่งอีก ๒๑,๐๐๐ บาท บวกเงินเดือน นั่นจบไป แต่คนกลุ่มที่มาเป็นผู้บริหาร สามารถที่จะมากินเงินประจําตําแหน่ง ที่ ๑๔,๕๐๐ บาท ถ้าเทียบกับสายงานเดิมของเขา ทําได้ นี่ ก.ร. เป็นผู้กําหนดได้อยู่แล้ว แต่ท่านมาดูตําแหน่งที่ ๒ ตําแหน่งประเภทอํานวยการ มี ๒ ระดับ ระดับสูง ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ระดับต้น ได้ ๕,๖๐๐ บาท นั่นหมายความว่าไม่มีกลาง ๆ ครับ ไม่มีกลาง ถ้าจะแก้ปัญหา โดยท่านตีว่า ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๙ ต้องมาอยู่ประเภทอํานวยการระดับต้นแล้ว ตามแท่งเงินเดือนนี้ เขาจะต้องกิน ๕,๖๐๐ บาทครับ ไม่ใช่เงินเดือนครับ เงินประจําตําแหน่ง กับเงินเพิ่ม ถ้าจะแก้ก็แก้บัญชีแนบท้ายตรงนี้ เป็น ๕,๖๐๐ บาท และ ๙,๙๐๐ บาทไว้ ตรงนี้ก็จบเหมือนกัน แต่ท่านต้องไปแก้กฎหมายใหม่หลังจากกฎหมายฉบับนี้ผ่านไป ถ้ารับนะครับ ต้องไปแก้บัญชีแนบท้าย ขอเพิ่มคั่นกลางเอาไว้ให้ ผอ. ระดับ ๙ เขาไปกิน ๙,๙๐๐ บาทเหมือนเดิม เขาจะได้ไม่ถูกรอนสิทธิ นั่นคือวิธีการ ทีนี้ผมถามท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่า สภาของเราเองจะทํากฎหมายเพื่อไปรอนสิทธิข้าราชการของเรา อย่างนั้นหรือ ผมเชื่อว่าทุกท่านไม่มีเจตนาอย่างนั้นแน่นอน จะต้องส่งเสริมให้เขาทํางาน ๕๓ คน ไม่น้อยนะครับท่านประธาน รัฐสภา วุฒิสภา ๑๓ คน ของเรา ๔๐ คน โกลาหลนะครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไป ถ้าไม่มีการปรับแก้หรือไม่มีหลักการที่ชัดเจนแน่นอนออกไปให้กับ คนกลุ่มนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีกประเด็นเดียว ใน (๑) กรรมาธิการไปเพิ่มคําว่า ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งร่างเดิมไม่มี ร่างเดิมจะเป็น หัวหน้าส่วนราชการ หมายถึง ท่านเลขาธิการ ท่านรองเลขาธิการ ร่างที่เรารับมานะครับ แต่ท่านไปเติมคําว่า ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ ความหมายตามกฎหมายฉบับนี้นะครับ ตําแหน่งบริหารทั่วไปมีอยู่ ๔ กลุ่มครับ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มผู้บริหารสูงสุดคือท่านเลขาธิการ รองหัวหน้าส่วนราชการ คือท่านรองเลขาธิการ แล้วท่านเติม ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ ก็คือผู้ช่วยเลขาธิการเข้าไป อีกตําแหน่งหนึ่ง หลังจากกฎหมายฉบับนี้ออก ถ้าเขียนอย่างนี้นะครับ ความเห็นผม ต้องมีตําแหน่งนี้รองรับทันที เพราะท่านเขียนไว้ในกฎหมาย เพราะว่าตําแหน่งที่ ๔ ท่านเขียนเปิดกว้างเอาไว้ว่า ตําแหน่งอื่นที่ ก.ร. หรือคณะกรรมการรัฐสภากําหนด เป็นตําแหน่งประเภทบริหาร อันนี้เปิดยืดหยุ่นไว้ ไปกําหนดทีหลังได้ แต่ ๓ ตําแหน่งแรก ท่านเขียนไว้ในกฎหมาย อย่างไรก็ต้องมี ท่านหลีกเลี่ยงโดยการไม่เอาหัวหน้าสํานักขึ้นไปเป็น ตําแหน่งบริหาร แต่ท่านเติม ผู้ช่วยเลขาธิการ เข้าไป อาจจะลดจํานวนคนนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นนี้ ถ้ายึดถือเอาร่างเดิมนะครับ ๒๑ สํานักเรา ถ้ามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิมบ้าง เพราะว่ามีหลายสํานักที่มีงานที่เกี่ยวเนื่องคล้ายกัน ๒๑ สํานักเรานะครับ ถ้าไปปรับเปลี่ยน ให้ลดหลั่นลงมา ให้เหลือน้อยกว่า ๒๑ สํานัก และขึ้นไปเป็นตําแหน่งบริหาร มันเหมือนกับ เป็นอธิบดีครับท่านประธาน เทียบเท่าได้เลย ข้าราชการสังกัดรัฐสภาต้องมีศักดิ์ศรีนะครับ แต่ว่าท่านทําอย่างนี้แล้ว ผมก็ไม่สามารถที่จะเสนอความเห็นได้ มีแต่จะรับหรือไม่รับเท่านั้น ชั้นนี้แก้ไขอะไรไม่ได้ครับ สภาผู้แทนราษฎรจะให้ความเห็นชอบกับร่างของท่านหรือไม่เท่านั้น เพราะวุฒิสภาให้ความเห็นชอบไปแล้ว ถ้าต้องการยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ อย่างเดียวครับ คือไม่รับ ไม่รับ ทําอย่างไรต่อครับ มีสิทธิดึงกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งก่อนหน้านี้เข้ามาใช้ ถ้ามันดีกว่านี้ เช่น ร่างของสภาผู้แทนราษฎรเดิมของเรา เอาไหมครับท่านประธาน ทางออกทางที่ ๒ นะครับ ทางที่ ๑ คือรับไป แล้วไปปรับแก้ ทางที่ ๑ นะครับ รับไป แต่ยืนยันว่า ผอ. ระดับ ๙ กลุ่มงานทั่วไป ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของเรา นี่นะครับ เป็นผู้บริหาร เป็นตําแหน่งประเภทอํานวยการระดับสูง ถ้าท่านบันทึกในสภา อย่างนี้จบ ก.ร. เขาจะไปกําหนดได้ อันนั้นวิธีง่ายที่สุดเลยครับ วิธีง่ายสุด มีปัญหาน้อยสุด อาจจะกระทบจิตใจ ผอ. สํานักบ้างว่าฉันเป็นผู้บังคับบัญชาเขา แต่ว่าฉันไปกิน เงินประจําตําแหน่งเท่าเขา ทางที่ ๒ รับไป แล้วไปแก้ไขบัญชีแนบท้าย ทางที่ ๓ ทางออกครับ ไม่รับ ยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ โดยใช้เสียงของสภาผู้แทนราษฎรเรานี่ครับ ไม่รับกฎหมายฉบับนี้ คือยับยั้ง ท่านก็ไปใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ ครับท่านประธาน นําเอาร่างใดร่างหนึ่ง ซึ่งมาดูกันครับว่าร่างที่วุฒิสภาแก้ไขหรือร่างของสภาผู้แทนราษฎรของเราอะไรดีที่สุดเอามา นําเสนอตรงนี้แล้วก็ยืนยัน ทําได้ทันทีครับ เพราะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ไม่ต้องรอถึง ๑๘๐ วัน นี่คือทางออกที่ ๓ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยครับว่า จะเลือกทางออกไหน ขึ้นกับกรรมาธิการชี้แจงด้วยครับ แต่ผมภาวนานะครับ ง่ายที่สุดอยากให้เป็น ทางเลือกที่ ๑ คือให้รับครับ เห็นชอบกับการที่คณะกรรมาธิการร่วมกันทํารายงานมา แก้ไขมา แต่ท่านต้องยืนยันกับสภาแห่งนี้ว่า ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๙ ที่เขาได้ ซี. ๙ มาแล้ว เขาไปเป็นตําแหน่งอํานวยการระดับสูง เหมือน ผอ. สํานักซึ่งเป็น ซี. ๙ เท่ากันได้ อันนี้จบ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
สภายินดีต้อนรับ คณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล และผู้สูงอายุเทศบาลตําบลนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยความยินดี ขณะนี้สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... อยู่นะครับ ท่านบุญยอดยังติดใจอยู่หรือเปล่า เชิญครับ ผมว่าเวลาเราก็น้อยเหลือเกิน มันจะเที่ยงแล้ว
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ในส่วนที่คณะกรรมาธิการร่วมของ ๒ สภาได้มีการพิจารณา มี การแก้ไข มาตรา ๒๖ จําเป็นครับท่านประธานที่จะต้องขอความกระจ่างชัดว่าสิ่งที่ท่าน แก้นั้นผมคิดว่าเปรียบเสมือนการแก้โครงสร้างของระดับทั้ง ๓ ระดับเลยทีเดียวนะครับ คือ ตําแหน่งประเภทบริหาร ตําแหน่งประเภทอํานวยการ ตําแหน่งประเภทวิชาการ และ ตําแหน่งประเภททั่วไป จุดที่จะต้องดูกันครับท่านประธานก็คือว่า คณะกรรมาธิการร่วมกันที่ ได้พิจารณาแล้วมีการแก้ไขนั้น จุดที่ ๑ ท่านเพิ่มคําว่า ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา คําถามคือตําแหน่งนี้เป็นตําแหน่งใหม่ใช่หรือไม่ ถ้าตําแหน่งนี้เป็นตําแหน่งใหม่ก็ต้องมีคําถาม ตามมาครับว่า แสดงว่าจํานวนบุคลากรของรัฐสภาเพิ่มขึ้นใช่หรือไม่ เงินเดือนที่จะต้องจ่าย เพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ เพราะท่านตั้งเป็นผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าท่านเอาหัวหน้าส่วนราชการภายในระดับสํานักนี่ย้ายฝั่ง นะครับจากตําแหน่งประเภทบริหารไปอยู่ในตําแหน่งประเภทอํานวยการ คําถามตามมาก็คือ ว่าการปรับในส่วนนี้ทําให้ตําแหน่งหัวหน้าส่วนราชการภายในระดับสํานักเล็กลงหรือไม่ เพราะท่านย้ายจากประเภทบริหารไปอยู่ประเภทอํานวยการครับ ไปอยู่อีกกรอบหนึ่ง คําถามที่ตามมาอีกก็คือว่าเมื่อเขาเล็กลงใช่หรือไม่ ถ้าเล็ก ใช่ คําถามคืออํานาจหน้าที่ ขอบข่ายงานของเขาเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และเงินเดือนสวัสดิการของเขาถูกเปลี่ยนแปลง ได้รับผลกระทบหรือไม่ครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อคณะกรรมาธิการซึ่งพิจารณาร่วมกันนั้นได้ พิจารณาในการแก้ไขผมคิดว่าเป็นเรื่องที่แก้ไขออกไปค่อนข้างมากทีเดียวนะครับ ไม่ใช่เรื่อง เล็กนะครับ ท่านเติมตําแหน่งใหม่ขึ้นมาท่านเปลี่ยนแปลงโยกย้ายตัวโครงสร้าง ท่านต้อง อธิบายต่อสภานี้ครับ
คือปัญหามันมีอยู่ว่าจะรับ ไม่รับเท่านั้นเองครับ เชิญคุณชวลิต
กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ เป็น ๑ ในคณะกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตามนะครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ วันนี้เพิ่งได้รับหนังสือจากบรรดาข้าราชการของรัฐสภา เมื่อได้รับแล้วอย่างน้อยเขาก็เป็น ข้าราชการซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของท่านประธานสภา แสดงว่าเขามีความเดือดร้อนจริง นะครับ เมื่อเขามีความเดือดร้อนพวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงจะนิ่งเฉยไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องสะท้อนความเห็นตรงนี้ให้คณะกรรมาธิการได้รับไปพิจารณาอาจจะ ดําเนินการอย่างไรคงจะได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เขาร้องมาก็คือว่า การแก้ไขในมาตรา ๒๖ (๑) และ (๒) นี่เป็นการรอนสิทธิของเขา ซึ่งท่านคุณหมอชลน่าน ได้อภิปรายไปตรงกัน ผมจะไม่ซ้ําประเด็นนั้น เพียงแต่ว่าทําอย่างไรจะมีการทบทวนหรือปรับ แนวทางการดําเนินงานตรงนี้ กําหนดให้มีการเพิ่มระดับในบัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งเป็น ระดับกลางระหว่างระดับสูงกับระดับต้น ส่วนอัตราเงินที่ได้รับอย่างน้อยก็ควรให้เขาได้รับ เท่าเดิม นี่คือสิ่งที่เขาได้เรียกร้องมา ในรายละเอียดผู้ที่เป็นข้าราชการคงจะมีข้อมูลลึกซึ้ง มากกว่านี้ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการอาจจะเชิญผู้แทนของข้าราชการนี่มาคุยมาปรึกษา อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดความสงบสุขในการบริหารงานของท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญตอบ คณะกรรมาธิการ ครับ ยังติดใจอีกหรือคุณพีรพันธุ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมก็เช่นเดียวกันกับท่านสมาชิกที่อยู่ข้างล่างนี้ที่ไม่ใช่คณะกรรมาธิการนะครับ ก็ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการรัฐสภาว่าการแก้ไข มาตรา ๒๖ (๑) (๒) ทําท่าจะมีปัญหา กันอย่างจริง ๆ นะครับ ผมก็ทราบดีว่าในชั้นของวุฒิสภาท่านก็มีเจตนาดีที่จะไปช่วย ข้าราชการที่นั่น ซึ่งมีระดับ ๖ ระดับ ๗ ระดับ ๘ ที่เป็นเชี่ยวชาญอยู่มาก พอมาปรับเป็น อํานวยการเกิดขึ้น มันใช้ทั้ง ๒ สภา มันก็เลยมากระทบตําแหน่งนี้ที่อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีจํานวนถึง ๔๐ คน พูดง่าย ๆ หมายความว่ามีการปรับตําแหน่งผู้อํานวยการระดับ กลุ่มงาน ๘ เดิมอยู่วิชาการให้มาอยู่ประเภทอํานวยการ ฉะนั้นเมื่อมาอยู่ตรงระบบแท่งนี้แล้ว มันก็จะมีปัญหาเรื่องค่าตอบแทนตามมา จะไปกระทบตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักและ ผู้อํานวยการกลุ่มงานเดิม ซึ่งเคยเป็นระดับ ๘ ระดับ ๙ ตรงนี้พอปรับขึ้นมาแล้วก็จะเหลือ ตามบัญชีข้างหลัง มีผู้อํานวยการกลุ่มงานระดับสูงและระดับต้น อยู่ดี ๆ ที่เคยได้ค่าตอบแทน ประจําตําแหน่งมา ๙,๐๐๐ บาท มาเหลือ ๕,๐๐๐ บาท ผมเข้าใจว่าทางคณะกรรมาธิการ เห็นแล้วนะครับว่าปัญหามันเกิดจากอะไรต่ออะไร ฉะนั้นมาถึงขั้นนี้คงไม่สามารถที่จะไป แก้ไขในชั้นของวุฒิสภาได้ เพราะท่านผ่านรายงานมาแล้วมันก็เหลืออยู่ตรงนี้ แต่ตรงนี้ก็มีวิธี เดียวก็คือ ไม่เห็นด้วยกับที่มีการแก้ไข ถ้าไม่เห็นด้วยมันก็อาจจะมีปัญหาตามมาว่า สุดท้าย เราต้องกลับเอาร่างของสภาผู้แทนราษฎรเรากลับคืนมา เมื่อไรละครับก็ยังไม่แน่ใจอีก ฉะนั้น เมื่อมันเห็นชัด ๆ ว่ามันผิดพลาดอย่างนี้ก็อาจจะเป็นเพราะว่าทางคณะกรรมาธิการเองไม่ได้ รับทราบข้อมูลนี้ ท่านอยากจะช่วยกลุ่มหนึ่งแต่ไปกระทบอีกกลุ่มหนึ่ง ตอนที่กระทบไม่มีใคร บอกท่าน แต่วันนี้มันชัดแล้วเพราะมันกระทบจะแก้อย่างไรท่านประธานครับ ผมก็คิดว่า ในชั้นนี้คณะกรรมาธิการลองเชิญท่านประธาน ท่านประธาน ก.ร. เลขาธิการทั้ง ๒ สภาจะมี ทางแก้ไขในทางบริหารอย่างไรได้ไหม แต่ว่ามันคงไปติดอยู่ที่กฎหมาย เมื่อกฎหมาย มันไม่มี ในตําแหน่งเป็นระดับสูง ระดับต้นเลย ระดับกลาง ๆ มันไม่มีครับ จะทําอย่างไร แก้ไขอย่างไร ก็อยากจะหารือท่านประธานตรงนี้ก่อนว่ามันคงปล่อยให้ผ่านไปอย่างนี้ไม่ได้ คนที่เคยได้จริง ๆ จาก ๙,๐๐๐ บาทมาเหลือ ๕,๐๐๐ บาท
ต้องแก้และตั้งข้อสังเกตครับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเขามี ว่าจะต้องให้ ก.ร. เสนอพระราชบัญญัติ
ข้อสังเกตไปแล้วจะทําอย่างไรครับ ในเมื่อ กฎหมายไม่มี
เชิญคณะกรรมาธิการ ตอบครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมยังมี ประเด็นที่สอดคล้องกับเพื่อนสมาชิก แต่ต้องการถามคณะกรรมาธิการให้เกิดความชัดเจน แล้วก็อาจจะมีเพื่อนสมาชิกบางท่านหรือพี่น้องประชาชนที่ได้รับฟังอยู่ขณะนี้ไม่เข้าใจ ผมอยากจะเรียนนะครับว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการหรือแม้แต่ร่างเดิมได้แบ่งส่วนของ ข้าราชการตามตําแหน่งต่าง ๆ เป็น ๔ ประเภท ซึ่งเราเข้าใจตรงกัน นั่นก็คือตําแหน่ง ประเภทบริหาร ตําแหน่งประเภทอํานวยการ ตําแหน่งประเภทวิชาการ และตําแหน่ง ประเภททั่วไป ปัญหาที่ต้องการคําตอบคือ ช่วงที่ผ่านมาตําแหน่งหัวหน้าส่วนราชการภายใน ระดับสํานักกรอบอยู่ในตําแหน่งระดับบริหารก็คืออยู่ในกลุ่มประเภทบริหาร ก็ถือว่า เหมือนกับเป็นตําแหน่งสูงสุด แต่ในกรอบที่มีการแก้ไขของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่วม เหมือนคล้ายกับว่าไปลดตําแหน่งหัวหน้าส่วนราชการภายในระดับสํานัก จากที่อยู่ในระดับ ประเภทของบริหารกลับไปอยู่ในตําแหน่งประเภทอํานวยการ ซึ่งการไปลดตําแหน่งนี้ผมคิดว่า คงจะมีผลกระทบต่อขวัญกําลังใจของหัวหน้าส่วนราชการภายในระดับสํานัก ซึ่งผมคิดว่า คงต้องทําความชี้แจง เนื่องจากว่าแต่ละแท่ง ๆ เพดานเงินเดือนการทํางานของแต่ละ ตําแหน่งก็จะแตกต่างกันไป คนที่มีตําแหน่งหัวหน้าส่วนราชการภายในระดับสํานัก ในแท่งเดิมเขาอยู่ในประเภทบริหารก็คือเป็นแท่งสูงสุดของระบบรัฐสภา แต่คณะกรรมาธิการไปลดตําแหน่งเขามาอยู่ในแท่งของอํานวยการ ผมขอความชัดเจน นิดหนึ่งครับว่าทําไม มีเหตุผลอย่างใด ขอบคุณครับ
มีท่านใดที่จะอภิปราย เอาทีเดียวเลยครับ ถ้าไม่มี ก็ขอให้กรรมาธิการชี้แจงครับ เชิญครับ
ผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการครับ การที่แก้โดยเฉพาะมาตรา ๒๖ นี้มันมีปัญหาเกิดขึ้นหลังจากที่แก้ ไปแล้ว หลังจากของคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ท่านจะเห็นว่า ผมขออนุญาตบอกว่าในมาตรา ๒๖ (๑) ตําแหน่งบริหารนั้นหมายถึงตําแหน่ง อะไรบ้างที่เขาพูดไป และสุดท้ายและตําแหน่งที่ ก.ร. กําหนดไว้เป็นตําแหน่งประเภทบริหาร ซึ่งตัวนี้เขาให้เป็นตําแหน่งพิเศษที่กําหนดขึ้นมาให้ ก.ร. เขาสามารถกําหนดในทางตําแหน่ง บริหารได้ ผมก็ยกปัญหาต่าง ๆ นี้ครับ ก.ร. เคยกําหนดในสมัยก่อนนี้ เลขาธิการวุฒิสภา ถูกท่านกําหนดตําแหน่งขึ้นมาใหม่ท่านย้ายจากเลขาธิการวุฒิสภาเมื่อสมัยก่อนนี้มาเป็น ตําแหน่งบริหารทางวิชาการ เป็นตําแหน่งที่ปรึกษา แล้วกําหนดตําแหน่งนี้เทียบเท่ากับ เลขาธิการวุฒิสภาและมีอัตราเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่งเหมือนเดิมครับ เขาให้ เหมือนเดิมเลย อันนี้คือมาตราตามที่ ก.ร. กําหนดเป็นตําแหน่งบริหาร ทีนี้มาถึงเรื่อง ตําแหน่งใน (๒) ที่มีการแก้ไขขึ้นมานี้ครับ ว่าตําแหน่งประเภทอํานวยการได้แก่ ตําแหน่ง หัวหน้าส่วนราชการภายในระดับสํานัก ผู้อํานวยการกลุ่มงานและตําแหน่งในพื้นที่ ก.ร. ที่ กําหนดให้เป็นตําแหน่งประเภทอํานวยการ แล้วเดิมทีตําแหน่งผู้อํานวยการนี่ครับ มี ผู้อํานวยการกลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่ม ซี. ๗ ซี. ๘ อัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่ก็คือ ๕,๖๐๐ บาท และ มีตําแหน่งทางวิชาการอยู่คือตําแหน่ง ซี. ๙ เทียบรองอธิบดี แล้วก็ตําแหน่ง ซี. ๙ ตําแหน่ง อธิบดีที่เขาย้ายขึ้นมา มาอยู่ในตําแหน่งอํานวยการทางฝ่ายวิชาการเขาย้ายขึ้นมามันก็คือ เจตนารมณ์ของเขาก็คือ เขาเป็นประเภทอํานวยการระดับสูงครับที่เขากลับมา มีอัตรา เงินเดือนและเงินประจําตําแหน่งเทียบเหมือนรองอธิบดีเดิม คือ ซี. ๙ แล้วก็คือเทียบกับ หัวหน้าส่วนสํานัก สํานักงานของเลขาธิการวุฒิสภา สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นในเจตนารมณ์จริง ๆ แล้ว เรามีความต้องการที่จะให้ผู้อํานวยการ ซี. ๙ เทียบ มีเงิน ประจําตําแหน่งเทียบกับหัวหน้าส่วนราชการในสํานัก เป็นทางออกที่ท่านชลน่านเสนอไว้เมื่อ กี้นี้เป็นหนทางที่ ๑ เป็นวิธีที่ดีที่สุด แล้ววิธีนี้จะดีอย่างไรครับ วิธีจะแก้ไขปัญหาก็คือ ก.ร. ต้องกําหนดตําแหน่งนี้เพิ่มเติมเข้ามาว่าให้เงินประจําตําแหน่งได้เท่ากับระดับสูงของฝ่าย อํานวยการเทียบกับหัวหน้าส่วนราชการสํานัก ก็เป็นทางออกที่จะแก้ปัญหานี้ ประการที่ สําคัญที่สุดก็คือว่าถ้ากฎหมายกลับไป ไปแก้ไขใหม่ก็รอเวลาที่เห็นชอบไม่เห็นชอบ แล้วขณะเดียวกันเราก็มีความต้องการในเจตนารมณ์จริง ๆ ทางสภาเราไม่ว่าสภา ผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาต้องการให้สิทธิต่าง ๆ เขาอย่างเต็มที่ เมื่อคราวตอนนี้ถ้าหาก แก้ปัญหาอย่างที่ท่านชลน่านเสนอไว้เมื่อกี้นี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด แล้วทางออกที่ดีที่สุด ก็กําหนดว่าตําแหน่งระดับ ซี. ๙ ผู้อํานวยการ ซี. ๙ เดิมเป็นตําแหน่งของฝ่ายอํานวยการ ระดับสูงครับ อัตราได้รับเงินก็ตามบัญชีก็คือ ๑๐,๐๐๐ บาท เดิมทีเขาได้รับ ๙,๙๐๐ กว่าบาท นี่ปรับใหม่ก็ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ในบัญชีของประเภทอํานวยการบัญชีเงินประจําตําแหน่ง ผมก็เลยขอเสนอให้ที่ประชุมได้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ครับ
เชิญท่านคณะกรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา เป็นคณะกรรมาธิการ อยากจะเรียนตอบข้อซักถามของสมาชิก ๒-๓ ท่าน ท่านบอกว่าในมาตรา ๒๖ นี้ วรรคหนึ่งที่บอกว่าของ ส.ว. เราเราตัดผู้ช่วยหัวหน้า ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาออกไป ทีนี้แล้วของกรรมาธิการร่วมบอกว่าเพิ่มผู้ช่วยหัวหน้า ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ตรงนี้นี่คืออยู่ในมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งก็คือฝ่ายบริหาร สมัยก่อนนี้ นะครับ ฝ่ายบริหารจะมีเลขาธิการ รองเลขาธิการ แล้วก็ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัด รัฐสภา จะมีอยู่ ๓ ส่วน ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภานี้คือ ซี. ๙ แต่ปัจจุบันนี้ ไม่มีแล้ว ซี. ๙ คือเป็น ผอ. สํานักหมด แต่ว่าตรงนี้ยังเขียนไว้อยู่ เพราะว่าในกฎหมายที่เรา รับไปแล้วนี่นะครับก็คือร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ ในมาตรา ๑๐ ผมขออนุญาตอ่านนะครับท่านประธาน มาตรา ๑๐ บอกว่า สํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจําทั่วไปของ สภาผู้แทนราษฎร มีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน ราชการ และลูกจ้าง และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อประธานสภา ผู้แทนราษฎร และให้มีรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ช่วยสั่งการปฏิบัติราชการ และจะให้มีผู้ช่วยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ช่วยสั่งการและปฏิบัติราชการก็ได้ อันนี้มี ผู้ช่วยอยู่ แล้วก็มาตรา ๑๑ ก็เหมือนกันครับ มาตรา ๑๑ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา อันนี้ พูดถึงวุฒิสภาก็จะมีผู้ช่วยของเลขาธิการอยู่ เพราะฉะนั้น ส.ว. ที่เราตัดผู้ช่วยออกไปนี้จะไป ขัดแย้งกับที่เราผ่านสภาไปแล้ว กฎหมายพวงนี้ เพราะฉะนั้นถ้ายังมีอยู่ตัวนี้ก็จะตกไปเลย อันนี้ก็ขอชี้แจงนะครับ ในมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง และทีนี้ตําแหน่งที่บอกว่าใส่เข้ามานี้เพิ่มคน เพิ่มเงินไหม อันนี้ไม่มีไม่เพิ่มคน ถ้าตําแหน่งนี้ไม่มี ซี. ๙ คือตรงนี้เป็น ผอ. สํานักหมดแล้ว ก็จะไปอยู่แท่งของผู้อํานวยการในแท่งที่ ๒ มาตรา ๒๖ วรรคสอง เพราะฉะนั้นตําแหน่งตรงนี้ ไม่มีในฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นคนไม่เพิ่ม เงินไม่เพิ่มครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
คุณชาญชัยยังติดใจ เชิญชี้แจงให้ละเอียด
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะกรรมาธิการร่วมกัน ผมกราบเรียนว่าเดิมที กรรมาธิการร่วมกันรับเรื่องไปพิจารณาใน ๔ มาตรา แต่ว่ามี ๒ มาตราที่เรากําลังพูดถึงอยู่ ตอนที่พูดถึงคือมาตรา ๒๖ ว่าไปกระทบสิทธิ ไปเขียนคําว่า ผู้อํานวยการสํานัก เพิ่มเติมขึ้น เท่ากับว่าไปลดสถานะเขาลงไปนี้ต่ํากว่าฝ่ายบริหาร ก็คือจากระดับสูงลงมาเป็นระดับต่ํา หรือไม่ กราบเรียนอย่างนี้ครับ เราได้สอบถามทางวุฒิสภาแล้ว ทางวุฒิสมาชิกที่เป็น กรรมาธิการร่วมบอกว่าเจตนาที่ใส่มานี้ คือต้องการเขียนระบุเพิ่มเติมไว้ เพื่อให้ระบุว่า คือเป็นผู้อํานวยการกลุ่มงานระดับสูง คือเจตนาเขาเป็นอย่างนั้น ขออนุญาตเอ่ยชื่อ อย่างที่ ท่านชลน่านได้บอกยืนยัน เจตนาของวุฒิสมาชิกเขาต้องการระบุไว้อย่างนั้นเลยครับ ถึงได้ ระบุคําว่า ผู้อํานวยการกลุ่มงาน ขึ้นมา เดิมทีนี้มันเขียนไว้แค่ตําแหน่งผู้อํานวยการได้แก่ ตําแหน่งหัวหน้าส่วนราชการภายในสํานัก ระดับสํานัก ก็มาเพิ่มคําว่า ผู้อํานวยการกลุ่มงาน เข้ามาแทน ทีนี้กลุ่มงานก็คือความหมายของวุฒิสภาตอนนั้นเขาก็ยืนยันในที่ประชุมว่า เป็นระดับสูง ไม่ใช่ระดับต่ํา ทีนี้การตีความของเจ้าหน้าที่หรือว่าของเพื่อนสมาชิกอาจจะ ทําให้เราต้องยืนยันในที่ประชุมอีกทีหนึ่งว่า กรรมาธิการไปพิจารณาอย่างไร ยืนยันครับว่า เป็นระดับสูงตามวุฒิสมาชิกเขาเสนอ แต่ทีนี้คําถามต่อมาว่า และในบัญชีนี้มีเขียนไว้ในนี้ก็มา ดูกันต่อว่าเรื่องนี้ในที่ประชุมได้มีการถกเถียงกัน แล้วก็บอกว่าทั้งหมดนี้ตามมาตรา ๒๖ (๔) ตําแหน่งทั้งหมด หรือ (๒) หัวหน้าส่วนราชการภายในสํานัก กลุ่มงาน ผู้อํานวยการกลุ่มงาน และตําแหน่งอื่น ๆ ก.ร. ต้องกําหนดขึ้นเป็นตําแหน่งประเภทอํานวยการ ก็เป็นอํานาจของ ก.ร. อีกเหมือนกัน ก็คือหลังจากที่เราออกกฎหมายมาแล้ว ก.ร. ต้องไปประชุมแล้วไปวาง รูปแบบตําแหน่งให้ชัดเจนขึ้นมาตามที่กฎหมายเขียนเอาไว้อีกทีหนึ่ง เพียงแต่ร่างเดิมนี้ ก.ร. ไม่มีคําว่า ผู้อํานวยการ คําว่า ตําแหน่งผู้อํานวยการสํานัก กลุ่มงานเอาไว้ คําว่า ผู้อํานวยการ กลุ่มงานนี้ไม่มีอยู่ในร่างเดิมเลย ทีนี้เขาถามคําถามต่อว่า แล้วจะทําอย่างไรในการแก้ไข ๑. ยืนยันว่าเป็นตําแหน่งผู้อํานวยการระดับสูง เพราะฉะนั้นบัญชีที่บอกว่าเขาต้องได้เบี้ย ของเขานี้ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท กับ ๙,๐๐๐ บาทกว่า และตอนนี้ปรับเป็นหมื่นบาทนี้ เขา จะได้เบี้ยระดับไม่เกินหมื่นบาทตามแต่ผลงานของเขานะครับ
อันที่ ๒ ก็คือว่าทั้งหลายทั้งปวง ก.ร. ต้องไปกําหนดกฎเกณฑ์อีกทีหนึ่ง หลังจากฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้ว เขาให้อํานาจ ก.ร. ไว้ว่าต้องไปทําต่อให้ถูกต้อง อันนี้คือ กราบเรียนตรงนี้ในขั้นต้นตรงนี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ
ผมว่ารับหรือไม่รับเท่านั้น เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้นเองครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกและชี้แจง ต่อผมเอง ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่าสิ่งที่ท่านประธานได้ พูดเมื่อสักครู่เป็นเรื่องจริง ก็คืออํานาจของเราขณะนี้คือรับหรือไม่รับ ไม่รับคือยับยั้งกฎหมาย ฉบับนี้แล้วไปเอาร่างอื่นมายืนยัน อาจจะเป็นร่างของผู้แทนราษฎรเดิม หรือร่างของวุฒิสภา ที่แก้ไขมาก็ได้ ร่างใดร่างหนึ่งก็ได้ หรือถ้ารับ ผมเสนอทางออกไปดูเหมือนคณะกรรมาธิการ จะเห็นชอบด้วย เพียงทางออกถ้าเรารับนะครับ ก็เพียงแต่คณะกรรมาธิการได้ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือตําแหน่งผู้อํานวยการกลุ่มงาน ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านชาญชัย ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ในกลุ่มงานขณะนี้ มีหลายระดับครับ ระดับ ๗ ก็มีครับ ระดับ ๘ ก็มี ส่วนใหญ่อยู่ระดับ ๘ ครับ ผอ. กลุ่มงาน กรรมาธิการต่าง ๆ ระดับ ๘ เยอะมาก ระดับ ๙ มีบ้าง แต่มีบ้างนี่ เมื่อตรวจสอบแล้ว ๔๐ คนในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๑๓ คนในสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ก็คือ ๕๓ คนใช่ไหมครับ วิธีแก้ ถ้าท่านคณะกรรมาธิการยืนยันว่าเมื่อเข้าสู่ประเภท อํานวยการแล้วขอให้ ผอ. ระดับ ๙ ผอ. ระดับ ๗ ระดับ ๘ ไม่มีปัญหาครับ เพราะว่าเข้าสู่ ประเภทอํานวยการระดับต้นอยู่แล้ว เงินประจําตําแหน่งเขาได้ ๕,๖๐๐ บาท อยู่แล้ว เงินเพิ่มก็ได้ ๕,๖๐๐ บาทอยู่แล้ว อันนั้นไม่มีปัญหาใด ๆ ระดับ ๙ ถ้าเราไม่ชัดเจนเขาจะถูก ตีความไปอยู่ระดับต้น เพราะมันมีแค่ ๒ ระดับ ระดับสูง ระดับต้น ถ้าเขาถูกตีความไปอยู่ ระดับต้น เขาเสียสิทธิ ถูกรอนสิทธิ ถ้าท่านยืนยันว่าให้เขามาอยู่ระดับสูงมันก็แก้ปัญหา ทั้งหมดจบไป ซึ่งอํานาจ ก.ร. ไปกําหนดได้อยู่แล้วว่าให้ ผอ. กลุ่มงานที่มาจากระดับ ๙ เดิม เข้าสู่ประเภทอํานวยการระดับสูง แค่นี้จบเลยครับ ถ้าท่านคณะกรรมาธิการยืนยันอย่างนี้ พวกผมก็จะโหวตรับ กฎหมายฉบับนี้ก็จบไปแค่นั้นเอง แต่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อให้มีความชัดเจน ท่านประธานครับ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการไปเพิ่มเติมในข้อสังเกต สักนิดหนึ่งวรรคท้าย ทําไม่ได้เลย แก้ไขไม่ได้ใช่ไหมครับ ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ใช้บันทึกของ ที่ประชุมเราที่อภิปรายไว้ตรงนี้ครับ เป็นตัวนําไปสู่การทําหน้าที่ของ ก.ร. คณะกรรมการ ข้าราชการรัฐสภา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ถ้าทางออกอย่างนั้น ถ้าคณะกรรมาธิการยืนยันอย่างนั้นหมายความว่า ผอ. กลุ่มงานเดิมที่อยู่ระดับ ๙ เมื่อปรับ เข้าสู่แท่งอํานวยการตามกฎหมายฉบับนี้ ให้เขามาอยู่ระดับสูง คิดจากระดับเดิมเขา เพราะเขาเป็น ซี. ๙ แค่นี้ก็จบ พวกเราก็รับด้วยความสบายใจ เขาก็ไม่เสียสิทธิครับ เขาไม่ เสียสิทธิใด ๆ เลย คนที่อยู่ระดับเดิมมีอยู่กลุ่มเดียวครับ คือท่าน ผอ. สํานัก ๒๑ สํานักของ เราเท่านั้นเองที่เขาไม่ได้รับการดูแลเลย อันนี้ก็ไปว่ากันทีหลังว่าจะให้กันอย่างไรต่อไปใช่ไหม ครับ ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ ถ้าคณะกรรมาธิการยืนยันอย่างนี้ยินดีครับ รับกฎหมายฉบับนี้ทันทีครับ ขอบคุณครับ
เชิญคณะกรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการร่วม ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ที่ได้มีความกังวลห่วงใย เรื่องของข้อระเบียบ ข้อกฎหมายนั้นในรายละเอียดจริง ๆ แล้วเรา กังวลอยู่เหมือนกันว่าเวลาไปปฏิบัติอาจจะใช้ให้เป็นคุณและโทษได้ เราจึงไปใช้ในส่วน ก.ร. ซึ่งเป็นหลัก สามารถที่จะไปดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ส่วนที่ท่านชลน่านได้ร้องขอ ตรงนั้นก็เป็นเหตุเป็นผล เพราะว่าตามเจตนารมณ์ก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ทางเราไม่ขัดข้อง ขอบคุณครับ
ก็รับไปก่อนแล้วไปแก้ไข ขอปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิก มีอะไรอีกละ ผมว่าเดี๋ยวมันไม่ผ่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมยกมือไว้เพื่อที่จะอภิปราย เพราะว่ายังติดใจอยู่
เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ จากคําอธิบายของกรรมาธิการนะครับที่อธิบายว่า เรื่องของผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ สังกัดรัฐสภานั้น ในขณะนี้จริง ๆ ก็ไม่มี ถูกไหมครับ ไม่มีคนที่ทํางานในตรงนี้อยู่ เพียงแต่ ใส่เข้ามาเพราะเข้าใจว่าการที่จะให้มาช่วยหัวหน้าส่วนราชการนั้นก็เลยต้องเรียกว่าผู้ช่วย แต่เมื่อท่านก็อธิบายว่ามันก็ไม่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ใน (๑) มันก็เท่ากับว่ามันก็มี ตําแหน่งอยู่ ๓ ตําแหน่ง คือหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา รองหัวหน้า แล้วก็ผู้ช่วย หัวหน้า มันก็ดูเหมือนกลายเป็น ๓ ตําแหน่งสิครับ ถ้าท่านยืนยันว่าไม่มีอยู่แล้ว และไม่เพิ่ม จํานวนเงินเดือนด้วย ท่านก็ตัดตรงนี้ทิ้งไปสิครับ มันจะได้ไม่ต้องมาตีความอย่างที่สับสนที่ว่า ตกลงมี ๓ ตําแหน่งใช่หรือไม่ หรืออันนี้เป็นการสร้างตําแหน่งไว้รองรับหรือไม่ ถูกไหมครับ ถ้าอธิบายอยู่แล้วว่า ไม่มีคนที่ทํางานอยู่ในตําแหน่งนี้ สูงที่สุดก็คือผู้อํานวยการกลุ่มงานที่ ท่านว่า แล้วก็ไปอยู่ในฝ่ายอํานวยการเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นผมคิดว่ากรรมาธิการต้องทําเรื่องนี้ ให้กระจ่างครับว่าท่านไม่ได้เพิ่มตําแหน่งเพิ่มเติมขึ้นมาจากสิ่งที่เขียนไว้ในกฎหมายเดิมครับ
ทางคณะกรรมาธิการ ไม่ตอบครับ บอกแล้วแต่ที่ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลง มตินะครับว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุม ท่านที่กําลังประชุมในคณะกรรมาธิการก็โปรดงด การประชุมก่อนนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ ช่วยกรุณาเข้าห้องประชุม ด่วน เพราะวันนี้เรามีร่างพระราชบัญญัติหลายฉบับและจะต้องประชุมกันจนถึง ๓ ทุ่มคืนนี้ ให้มันจบระเบียบวาระต่าง ๆ เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรเรามีโอกาสประชุมอีกไม่กี่ครั้ง กฎหมายก็จะค้างอยู่ในสภา ฉะนั้นเราต้องเร่งกันนะครับ อาทิตย์นี้ผมจะประชุมจนถึงวันศุกร์ โน่นละครับ เสร็จแล้วก็อาทิตย์หน้าก็จะเอาจากวันอังคารจนถึงวันศุกร์เพราะว่าเราไม่มีเวลา แล้ว เพราะว่าเดือนเมษายนวันหยุดราชการมากเหลือเกินนะครับ งานเยอะแยะนะครับ เชิญครับท่านสมาชิกที่เข้ามาในห้องประชุมแล้วโปรดกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
มีอะไร มีอะไรเห็นยกมือ มีอะไรล่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันศุกร์ที่ ๒๕ ที่จะถึงนี้นะครับ ผมและเพื่อนสมาชิกหลายท่านติดภารกิจในพื้นที่เยอะมาก
ไม่เป็นอะไรครับ คือถ้าติด ภารกิจท่านก็ขาดประชุมเท่านั้นเองครับ
ไม่ได้ครับท่านประธาน ถ้าเป็น วันศุกร์หน้าได้ครับ
บรรจุเรียบร้อย ส่งระเบียบวาระไปหมดแล้วครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ ช่วยกรุณา เข้าห้องประชุม เมื่อเข้าห้องประชุมแล้วท่านนั่งลงเสียบบัตรแสดงตนเพื่อจะตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนที่จะลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ ซีกซ้ายมือผมขอความกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะลงคะแนนเพื่อนสมาชิก กําลังตรวจสอบองค์ประชุม ผมขออนุญาตด้วยความมั่นใจอีกสักครั้งครับเพราะว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านยังสับสนมากเกี่ยวกับข้อสังเกตและข้ออภิปรายของท่านกรรมาธิการ เมื่อสักครู่หนึ่งว่าเมื่อเราลงคะแนนให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้แล้วจะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องข้าราชการรัฐสภาจริงหรือไม่ ข้อเสนอก็คือว่าการแก้ไขของคณะกรรมาธิการร่วม นะครับมันอาจจะถูกตีความไปว่าข้าราชการระดับ ๙ ที่เป็น ผอ. กลุ่มงานเดิมเขาจะถูก รอนสิทธิ
คืออย่างนี้ครับคุณชลน่าน มันจบการอภิปรายแล้ว แล้วก็คณะกรรมาธิการเขาก็รับที่จะปฏิบัติตามที่ท่านชลน่าน ได้พูดในที่ประชุมครับ
ท่านประธานครับ เพียงแต่ให้ท่าน คณะกรรมาธิการยืนยันต่อสมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับ
ยืนยันแล้วครับ แล้วประธานพูดไม่เชื่อก็ไม่รู้จะทําอย่างไรแล้วครับ เพราะมีบันทึกในรายงานการประชุม เรียบร้อยแล้วครับ
ถ้าประธานยืนยันก็เป็นตามนั้นครับ เป็นประโยชน์นะครับ ระดับ ๙ จะขึ้นไปเป็นกลุ่มอํานวยการระดับสูง
ก็ตามที่ได้บันทึกไว้ใน รายงานการประชุมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
หยุดการเสียบบัตรแสดงตน แล้วนะครับ ส่งผลมาครับ ไม่ครบก็จะได้ปิดประชุมครับจะได้กลับไปหาเสียง มีผู้อยู่ในห้อง ประชุม ๒๘๐ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมเลยนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ โปรดใช้สิทธิครับ เชิญใช้สิทธินะครับ ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๔ ท่าน เห็นชอบคือเห็นด้วยร่างพระราชบัญญัตินี้ ๓๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ....
ต่อไปเป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกันนะครับ ผมจะถามท่าน อย่าลุกไปไหนนะครับถือว่าองค์ประชุมครบแล้วนะครับ ผมจะถามที่ประชุมว่าท่านผู้ใด เห็นตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกันโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ ข้อสังเกตนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว นะครับ เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วงดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมนะครับ
เชิญคุณผ่องศรี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาต มีเรื่องกราบเรียนหารือท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่าน ตามที่ท่านประธานดํารินะคะว่า วันนี้จะใช้เวลาประชุมกฎหมายสําคัญหลายฉบับ ได้ประสานงานกับทางพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วนะคะว่ามีกฎหมาย ๓ ฉบับที่จําเป็นจะต้องเสนอเลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อนก็คือ เรื่องด่วนที่ ๑๙ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่องด่วนที่ ๒๐ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเรื่องด่วนที่ ๒๑ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง (คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้เสนอ) ทั้ง ๓ เรื่องนี้ดิฉันขอเสนอ เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยอาศัยความตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ นะคะ ขอเลื่อนระเบียบวาระ การประชุม ขอให้ที่ประชุมได้โปรดรับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ
ท่านประธานคะ และสืบเนื่องจาก การเลื่อนระเบียบวาระนี้เป็นการเลื่อนการพิจารณากฎหมาย จะต้องมีผลในการพิจารณา คราวต่อไป ดังนั้นถ้าจะให้สภาของเราได้พิจารณากฎหมายสําคัญทั้ง ๓ ฉบับในวันนี้ ดิฉันขอ เสนองดเว้นการใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๑ คือให้มีผลการพิจารณาได้ตามลําดับทันที
ผมอยากจะเรียนคุณผ่องศรี อย่างนี้ได้ไหมครับ คือเราเอาเข้าพรุ่งนี้ตั้งแต่เช้าไปเลย พอผ่านกระทู้ถาม เสร็จแล้วเราก็ ดําเนินการไปก็คงจะจบ ส่วนวันนี้ร่างพระราชบัญญัติที่ค้างอยู่ในสภานี้ควรจะพิจารณาให้ เสร็จในวันนี้ให้หมด ผมว่าจะสะดวกทุกฝ่ายจะไม่มีปัญหา เพราะว่าพอถึงระเบียบวาระที่ ๔ จบแล้วเราก็ต่อเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานคะ หมายความว่า ท่านประธานจะขอบรรจุเป็นวาระพิเศษในวันพรุ่งนี้ใช่ไหมคะ
พรุ่งนี้นับจากกระทู้ถามสด แล้วก็ต่อเลยจนจบ
ถ้าอย่างนั้นวันนี้ถ้าพิจารณาถึงร่างใด ก็ถือว่าค้างไว้ก่อนใช่ไหมคะ
อย่างน้อยที่สุดถึง ระเบียบวาระที่ ๔ ของศาล จบแล้วก็เรามาต่อไปเลยส่วนนอกนั้นก็เอาไว้ค้าง ผมขอปรึกษาที่ ประชุมขอให้ดําเนินการ เชิญท่านวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ท่านวิทยา เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานผู้ประสานงาน พรรคร่วมฝ่ายค้าน อยากรับฟังข้อเท็จจริงนะครับต่อกรณีของท่านผ่องศรีที่ได้มีการเสนอ เลื่อนกฎหมายลูกซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้นําเสนอให้สภาแห่งนี้พิจารณา ๓ ฉบับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ตรงนี้ ข้อเท็จจริงนั้นฝ่ายค้านไม่ขัดข้อง แต่อยากจะเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ตกลงท่านยืนยันนะครับว่ายุบสภา แน่นอนครับ เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาต่อสมาชิกได้รับฟังกันโดยทั่ว แล้วผมคิดว่า พี่น้องประชาชนก็อยากจะฟังสิ่งนี้ ได้รับทราบแต่ในหน้าหนังสือพิมพ์ครับ แต่สภาแห่งนี้ จะร่วมกันพิจารณากฎหมายลูก ซึ่งผมเองก็เห็นว่าเป็นความจําเป็น จริง ๆ แล้วอยากจะให้ พิจารณาวันนี้ด้วย แต่ถ้าท่านประธานขอว่างานที่ท่านประธานได้วางไว้ต้องการให้แล้วเสร็จ ผมขอฟังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน่อย พูดกับสภาแห่งนี้ครับว่ามันมี ความจําเป็นแล้วอยากจะให้เป็นอย่างนั้นจริง แล้วก็อยากที่จะคืนอํานาจให้กับประชาชนจริง ได้โปรดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอยืนยันว่าจะนําความกราบบังคมทูลเพื่อให้มีการ ยุบสภาภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมครับ และขอความร่วมมือจากสภาเพื่อช่วย ผ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับโดยเร็วที่สุดครับ
ก็ยืนยันแล้วครับ ก็หมดแล้ว คุณชลน่านครับ ท่านยืนยันว่าท่านจะยุบแล้ว หมดปัญหาครับ ไหนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน สิ่งที่ท่านประธานได้กรุณาให้ความคิดเห็นกรณี เพื่อนสมาชิกได้เสนอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณา พร้อมที่จะขออนุญาตยกเว้น ข้อบังคับ แต่ท่านประธานก็มีความเห็นว่าน่าจะเอาไปพิจารณาพรุ่งนี้ตามข้อบังคับ ผมฟังท่านนายกรัฐมนตรียืนยันอย่างนี้ ผมสนับสนุนเลยนะครับ อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ได้เลย เห็นด้วยครับ วันนี้เลยครับท่านประธาน เรามีเวลา เร็วที่สุด ถ้าตามจังหวะนี่สภาผู้แทนราษฎรเรา ๒ อาทิตย์ วุฒิสภา ๒ อาทิตย์ ๑ เดือน ศาลรัฐธรรมนูญอีกอย่างเร็วสุด ๒ อาทิตย์ เดือนครึ่งนะครับ กราบบังคมทูล อีก ๒ อาทิตย์ ๒ เดือนนะครับ ถ้าเรายิ่งช้ายิ่งไม่มีผลดีกับเจตนารมณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะคืนอํานาจ ให้กับประชาชน ขอเถอะครับท่านประธาน วันเดียวเท่านั้นเองครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขอถอน ที่ผมปรึกษา
ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณผ่องศรี เชิญเลยครับ คุณพีรพันธุ์นั่งลงครับ ให้คุณผ่องศรีเขาเสนอต่อให้จบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ ค่ะ จากการได้ประสานงานกันทุกฝ่ายนะคะ เห็นพ้องต้องกันว่าน่าจะได้ พิจารณากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับในวันนี้ ดิฉันจึงขอเสนองดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสอง อาศัยอํานาจตามที่บัญญัติไว้ในข้อ ๑๗๖ ค่ะ ขอให้ที่ประชุมได้รับรองค่ะ
ก็รับรองถูกต้องครับ ทีนี้ก็มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ทีนี้เมื่อยกเว้น ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ก็ต้องถามมติที่ประชุมเสียง ๒ ใน ๓ ฉะนั้นขอความร่วมมือจากฝ่ายค้าน ช่วยกดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เพราะท่านยืนยันแล้วเมื่อกี้ ถ้าไม่อย่างนั้นท่านจะเสียสัจจะ ผมจะถามที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรยกเว้นข้อบังคับ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธินะครับ คือถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ยังไม่ได้ลุกไปไหนเลย มีอะไรคุณธนิตพล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ เมื่อสักครู่นี้ที่มีการหารือกัน มีเพื่อนสมาชิกเดินออกไป ผมขอ ความกรุณาท่านประธานได้ช่วยกดออดเพื่อเรียกเพื่อนสมาชิกเข้าห้องด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ตรวจสอบองค์ประชุม อีกทีหนึ่งนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด่วนนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมครับ ท่านสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องประชุมแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุม เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ บางคนโหวต ฉะนั้นก็ล้างท่อก่อนให้มันสะอาด เมื่อล้างเสร็จแล้วผมก็จะถามใหม่นะครับ ท่านสมาชิก ที่นั่งอยู่นะครับ เมื่อล้างแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนใหม่ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อยแล้ว ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๙๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ๒๙๘ ท่าน ๒ ใน ๓ เท่าไร เลขาธิการ
ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรงดเว้นข้อบังคับตามที่ คุณผ่องศรีเสนอ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบตามที่คุณผ่องศรีเสนอ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ โปรดส่งผลมา จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๒๐ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เกิน ๑๙๙ ถือว่าผ่าน นะครับ ก็ดําเนินการไป
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ผมอนุญาตให้ท่านประพันธ์ นัยโกวิท ท่านสุทธิพล ทวีชัยการ ท่านบุญเกียรติ รักชาติเจริญ ท่านธนิต ศรีประเทศ ท่านเมธา ศิลาพันธุ์ ท่านยงเกียรติ อดิเศรษฐกุล ท่านเบญจผล อุดมสุวรรณ เชิญเข้าห้องประชุมได้ครับ เชิญครับ
(คณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าประจําที่)
เชิญท่าน กกต. เป็นคนแถลง เชิญครับ ทีละฉบับครับ ผมยังไม่ได้ถามมติที่ประชุม เชิญนั่งลงครับ ให้มันเรียบร้อยหน่อย อายผู้มาเยี่ยมชมบ้างครับ ข้างบนนั้นเยอะแยะ เชิญนั่งลงเถอะครับ กฎหมายของคุณพีรพันธุ์ ที่เสนอผมอนุญาตให้แจกสมาชิกทุกท่านไปพิจารณาในที่ประชุมด้วยนะครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอแถลงหลักการ และเหตุผลร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้
หลักการ
๑. แก้ไขเพิ่มเติมคํานิยาม “เขตเลือกตั้ง” (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔)
๒. ยกเลิกคํานิยาม “กลุ่มจังหวัด” (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔)
๓. แก้ไขเพิ่มเติมคําว่า “แบบสัดส่วน” เป็นคําว่า “แบบบัญชีรายชื่อ” แทน เพื่อให้สอดคล้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๖ (๒) มาตรา ๗ มาตรา ๑๔ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๐ (๒) มาตรา ๕๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๑ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๘๒ (๓) (๔) และ (๕)
เดี๋ยวนะครับท่านครับ เดี๋ยวมีท่านสมาชิก ท่านรังสิมามีอะไรครับ ประท้วงหรือครับ
กราบเรียนท่านประธานคะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี ส.ส. จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ยินเสียงท่าน เลยค่ะ ให้เริ่มใหม่ได้ไหมคะ ดัง ๆ นิดหนึ่งค่ะ เพราะอภิปรายเดี๋ยวจะฟังไม่รู้เรื่อง ขอบคุณค่ะ
ครับ ๆ ก็อาจจะใช้เสียงดังหน่อยนะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑๐))
๔. ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน (ยกเลิกมาตรา ๑๑)
๕. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๖)
๖. ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้ผู้สมัครได้รับหมายเลขประจําตัวผู้สมัคร ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป (ยกเลิกมาตรา ๔๗)
๗. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้ผู้สมัครได้รับหมายเลขประจําตัวผู้สมัคร ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง (แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๔๘)
๘. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์คะแนนเลือกตั้งที่ผู้สมัครจะได้รับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๘ และมาตรา ๘๙)
๙. เพิ่มบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการจัดประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อกําหนดจํานวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป (เพิ่มมาตรา๓๓)
๑๐. ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญนี้ (เพิ่ม มาตรา๓๔)
เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ ได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกจํานวนห้าร้อยคน โดยให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวน ๓๗๕ คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อจํานวน ๑๒๕ คน และมาตรา ๗ ได้บัญญัติให้รัฐสภาดําเนินการพิจารณา และให้ความเห็นชอบในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
จึงกราบเรียนมาเพื่อสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดพิจารณา
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีเพื่อนสมาชิกเสนอ ในหลักการคล้ายคลึงกันนะครับ ท่านชลน่านมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นตัวแทนของคณะกรรมการ ท่านประพันธ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน และท่านสมาชิก จะเสนอกฎหมายมันเป็นกฎหมายพวง ๓ ฉบับ ผมอยากจะหารือท่านประธานว่าเราน่าจะ พิจารณารวมและแยกลงมติน่าจะสะดวกครับ ขอความเห็นท่านประธานด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ความเห็นท่านประธานในกรณีกฎหมายแต่ละฉบับควรเป็น อย่างนั้นครับ แต่ว่าดูเนื้อหาสาระร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขให้สอดคล้อง ซึ่งบทบัญญัติที่แก้ไขน้อยมากครับ เพื่อให้เป็นการ สอดคล้องกัน สาระเพียงแต่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนวิธีการเขียนเท่านั้นเองครับ ผมก็คิดว่าประเด็น ตรงนั้นน่าจะเป็นความเกี่ยวเนื่อง ประเด็นหลักสําคัญ คือร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สําคัญครับก็อยากจะเสนอให้พิจารณารวม เวลาลงมติคือแยกลงมติ ผม คิดว่าน่าจะสะดวกที่สุดจะได้ไม่เสียเวลาด้วยท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่าเพื่อความชัดเจนเราดําเนินกระบวนการพิจารณา ตามปกติ โดยแยกแต่ละฉบับดีกว่าจะได้จบเป็นทีละเรื่อง ๆ ท่านประยุทธ์มีอะไรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมกราบเรียนเสนอ ท่านประธานตามที่คุณหมอชลน่านได้พูดถึงเพื่อกรุณาได้ทบทวนอีกนิดหนึ่ง อีก ๒ ฉบับ มันเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องเป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อีก ๒ ฉบับนั้นแทบว่าไม่มีอะไรแตะเลย ท่านประธานครับ แก้ไขเฉพาะคําว่า แบบสัดส่วน เป็น แบบบัญชีรายชื่อ เท่านั้น ถึงแม้ว่ามี หลายจุดก็ตาม เพื่อให้เป็นการรวบรัดเพื่อให้พูดถึงองค์รวมทั้งหมดได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเอา ๓ ฉบับพิจารณารวมกันเลย เสร็จแล้วมันจะได้จบเร็วท่านครับ แล้วมี ประสิทธิภาพด้วยครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็เห็นด้วยนะครับถ้าเกิดว่าจะเป็นลักษณะของการรวมอภิปรายแล้วก็แยกลงมติ เพื่อความรวดเร็ว เพราะว่าแต่ละตัวนั้นก็เป็นกฎหมายที่มีความเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น แล้วก็ ได้มีการปรึกษาท่านประธานวิปรัฐบาลแล้วครับ ก็แล้วแต่ดุลยพินิจท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ถ้าฟังทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเห็นพ้องต้องกัน ผมก็จะให้ผู้แถลงหลักการ และเหตุผลแถลงอีก ๒ ฉบับเลย เดี๋ยวท่านประธาน กกต. ท่านก็แถลงร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยนะครับ เสร็จแล้วก็จะให้เพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้เสนอร่างหลักการทํานองเดียวกันแถลง จากนั้นจะเปิด โอกาสให้อภิปรายพร้อมกันทั้ง ๓ ฉบับ แล้วก็มาแยกลงมติแล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการ ส่วนจะใช้คณะกรรมาธิการชุดเดียวกันหรือไม่ อย่างไรก็เป็นมติที่ประชุม
ฉะนั้นเชิญท่านประธาน กกต. ได้กรุณาแถลงหลักการเหตุผลของร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอีก ๒ ฉบับเลยนะครับ เชิญครับ
นายประพันธ์ นัยโกวิท (กรรมการการเลือกตั้ง) กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้งขอแถลงหลักการและเหตุผลร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๐ (๑๑) มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๒ (๑) มาตรา ๗๕ มาตรา ๘๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ และ เพิ่มมาตรา ๑๐ ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญนี้
เหตุผล เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ มาตรา ๙๓ บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก จํานวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการแบ่งเขตเลือกตั้งจํานวนสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจํานวนหนึ่งร้อยยี่สิบห้าคน ในการนี้ จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติม คําว่า การเลือกตั้งแบบสัดส่วน เป็น การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
จึงกราบเรียนมาเพื่อสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดพิจารณา
เชิญแถลงหลักการและเหตุผลอีกฉบับเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้งขอแถลงหลักการและเหตุผลร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ (๙) แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๐ และเพิ่มมาตรา ๔ ให้ประธาน กรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
เหตุผล เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ มาตรา ๙๓ บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจํานวน ห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวน สามร้อยเจ็ดสิบห้าคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จํานวน หนึ่งร้อยยี่สิบห้าคน ในการนี้ จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการการ เลือกตั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ จึงจําเป็นต้องตรา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ จึงกราบเรียนมาเพื่อสภาผู้แทนราษฎรได้โปรด พิจารณา
ต่อไป เชิญท่านสมาชิกที่เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับคือ ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข และคณะนะครับ เชิญนําเสนอแถลงหลักการและเหตุผล คืออย่างนี้ครับในวาระเรา เราจัดตามลําดับนะครับ ขอให้แถลงหลักการและเหตุผลตามลําดับก็คือ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา แล้วก็ต่อด้วยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แล้วก็ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เอาตามที่ ได้บัญญัติไว้ในระเบียบวาระ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร กระผมและคณะขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการดังนี้ครับ แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมคํานิยาม “เขตเลือกตั้ง” (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔)
๒. ยกเลิกคํานิยาม “กลุ่มจังหวัด” (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔)
๓. แก้ไขเพิ่มเติมคําว่า “แบบสัดส่วน” เป็นคําว่า “แบบบัญชีรายชื่อ” แทน เพื่อให้สอดคล้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๖ (๒) มาตรา ๗ มาตรา ๑๔ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๐ (๒) มาตรา ๕๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๑ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๘๒ (๓) (๔) และ (๕) มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑๐))
๔. เพิ่มมาตรา ๙/๑ ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้ง ล่วงหน้าได้เพียงวันเดียว
๕. แก้ไขเพิ่มเติมให้เพิ่ม (๓) ของมาตรา ๑๐ โดยกําหนดให้พรรคการเมือง ได้มีส่วนร่วมและแสดงความเห็นประกอบด้วยในการแบ่งเขตเลือกตั้ง
๖. ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน (ยกเลิกมาตรา ๑๑)
๗. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๖)
๘. ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้ผู้สมัครได้รับหมายเลขประจําตัวผู้สมัคร ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป (ยกเลิก มาตรา ๔๗)
๙. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้ผู้สมัครได้รับหมายเลขประจําตัวของผู้สมัคร ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๘)
๑๐. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์คะแนนเลือกตั้งที่ผู้สมัครจะได้รับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘๘ และ มาตรา ๘๙
๑๑. เพิ่มบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการจัดประชุมหารือกับพรรคการเมือง เพื่อกําหนดจํานวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก คือเพิ่ม มาตรา ๓๕
เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ ได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกจํานวนห้าร้อยคน โดยให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวนสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจาก การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจํานวนหนึ่งร้อยยี่สิบห้าคน และมาตรา ๗ ได้บัญญัติให้รัฐสภา ดําเนินการพิจารณาและให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับจากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
และปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งได้จัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าถึง ๒ วัน ทําให้มีปัญหาขึ้นมากมาย โดยมีการทุจริต เพื่อลดปัญหาและแก้ไขปัญหาให้มี ประสิทธิภาพ ทําให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเพียงวันเดียว และให้ความเป็นธรรมกับพรรค การเมืองในการแบ่งเขตเลือกตั้ง จึงกําหนดให้พรรคการเมืองได้มีส่วนร่วมในการแสดง ความเห็นประกอบด้วย จึงขอกราบเรียนมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกเสนอประกอบเพียงฉบับเดียวนะครับ ต่อไปจะเปิดโอกาสให้ท่านได้อภิปราย แสดงความคิดเห็น เชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคิดว่าวันนี้เป็นโอกาสดีของสภาที่ได้พิจารณากฎหมายสําคัญ ๓ เรื่อง ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขเกือบทั้งหมด แต่ที่จะต้องพูดก็คือเรื่องปรัชญาของกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ กับรัฐธรรมนูญด้วย เมื่อเข้าใจว่าการนับคะแนนรวมทําให้โกงได้ ก็ให้มีการแก้ไข เป็นนับคะแนนในหน่วย ที่ผมพูดเรื่องนี้มันเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ตรงไหน มันเกี่ยวตรงนี้ครับ ผมดูแล้วนี้มันยึดโยงกับการซื้อเสียง ท่านประธานครับ ที่ผมถือโอกาสพูดเรื่องนี้ต่อหน้าท่านผู้ เสนอกฎหมาย ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ ทําไมหรือครับ การซื้อเสียงนี้เป็น การสามัคคีสามขา ๑. คือผู้ซื้อ ๒. คือผู้นําไปซื้อ ๓. คือโหวตเตอร์ (Voter) หรือคนถูกซื้อ วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้กับกฎหมายที่ท่านเสนอมานี้เสมือนกับว่าเราคืนโหวตเตอร์ หรือผู้ลงคะแนนให้กับอิทธิพลท้องถิ่น นักการเมืองจะซื้อเสียงนี้ไม่ได้ขาย ซื้อตรง แต่ซื้อผ่าน อิทธิพลท้องถิ่น แล้วอิทธิพลท้องถิ่นนี้เมื่อไปรับปากกับนักการเมืองว่าหมู่บ้านฉันมีคน ลงคะแนนเสียง ๓๐๐ คน มีสิทธิ ๓๐๐ เสียง ถ้าฉันจะขายสัก ๒๐๐ เสียงนี้เขารับเงินไปแล้ว เขาต้องมีความพยายามให้เกิด ๓๐๐ เสียง หรือใน ๒๐๐ เสียงให้ได้ที่รับปากครับ ในที่ไหนครับ ในที่นับคะแนน ความพยายามในการปกป้องการซื้อจะเกิดขึ้น ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ ผมยังมองไม่เห็นว่ากฎหมายนี้มีมาตราอะไร มีส่วนไหนที่จะเข้ามาทําให้การเลือกตั้งนี้บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพียงแต่ว่าเป็นกฎหมายเชิงกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเท่านั้นเอง ผมจึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้เสนอกฎหมายว่า เป็นไปได้ไหมครับ ที่จะกําหนดให้คน ในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นระเบียบของท่านเอง มีจํานวนผู้สังเกตการเลือกตั้งมากขึ้น เป็นการบังคับให้พรรคการเมืองต้องส่งครับ เพื่อประกันในการซื้อเสียงขายเสียง แม้ได้ ลงคะแนนเสียงล่วงหน้าก็ตามอะไรก็ตามท่านประธานครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าหลักจริง ๆ ของข้อกล่าวหาของสังคมต่อนักการเมือง ว่าพวกเราซื้อเสียงเข้ามาหา เงินจากงบประมาณ นี่คือข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างชัดเจนที่สุด แล้วผมคิดว่าเลวร้ายที่สุดสําหรับ คนที่มายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะนักการเมือง เมื่อเรากลัวการซื้อเสียง แต่เรากลับคืนโหวตเตอร์ หรือผู้ลงคะแนนให้กับอิทธิพลท้องถิ่น เพราะอะไรครับ เพราะเราคิดว่านับคะแนนรวมมันโกง ง่าย แต่ไม่เคยหาวิธีป้องกันครับ จริง ๆ แล้ว อํานาจอธิปไตยจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเราไม่รู้ว่า หมู่บ้านนี้เลือกเรากี่คน แต่วันนี้รู้ครับ คือได้รู้ เข้าใจว่าหมู่บ้านนี้เป็นฐานเสียงของใคร ปฏิเสธ ไม่ได้หรอกครับ พูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพื่อตอกย้ําว่าระเบียบที่จะรองรับกฎหมายฉบับนี้ต้อง เน้นเรื่องการตรวจสอบกํากับดูแลซึ่งกันและกันของทั้ง ๒ ฝ่าย โดยเฉพาะการเก็บหีบเลือกตั้ง ล่วงหน้า จะต้องมีการเฝ้ายามของทุกฝ่ายที่เต็มใจจะมาอยู่ ต้องไม่ใช่เป็นการละเมิด กกต. หรือละเมิดผู้ปฏิบัติ ต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองส่งคนมาคุมหีบเลือกตั้งได้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขนี้ครับ ไม่ได้ แก้ไขให้กฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสอดคล้องต้องกัน โดยเฉพาะมาตรา ๑๐๓ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๓ เขียนขึ้นมาเพื่อบังคับให้การเลือกตั้งเป็นพวงเล็ก ทั้งวรรคหนึ่ง และวรรคสองครับ เพราะฉะนั้นคําถามของผมต่อกฎหมายฉบับนี้ ถ้าหากว่าเรารับสมัคร วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๗ พรรคการเมืองส่งสมัครวันที่ ๑ ทุกพรรค สมมุติอย่างนี้นะครับ และเกิดว่า ยังไม่ถึงวันหมดเขตรับสมัคร เกิดมีอันจําเป็นต้องขาดไป ๑ คน เขาจะมีสิทธิทําอย่างไรได้บ้าง อาจจะถูกรถชนตายหรือด้วยเหตุอื่น เขาจะส่งซ้ําได้ไหม เพราะว่าวันสมัครยังไม่หมด นี่เป็นประเด็น ถ้าบอกว่าส่งได้ แล้วมาตรา ๑๐๓ จะบังคับอย่างไร จะขัดต่อ มาตรา ๑๐๓ ไหม เพราะมาตรา ๑๐๓ บอกว่าเป็นอะไรก็ตามให้เหลือเท่าที่มีอยู่ ในวรรคหนึ่งและวรรคสอง เพียงแต่วรรคสามเท่านั้นที่เน้นว่าสมัครแล้วลาออกไม่ได้ นี่เขา ไม่ได้ลาออก เกิดเขาตายอย่างนี้ นี่เป็นเรื่องที่เราจะต้องเขียนไว้ในกฎหมายหรือเปล่า หรือชั้นแปรญัตติ นี่เป็นประเด็นข้อกฎหมายครับ เพราะว่ามันเป็นที่น่าแปลกใจไหม ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ตั้งแต่มาตรานี้เลยไปถึงมาตรา ๑๐๙ แต่มาตรา ๑๐๓ ไม่แก้ พอไม่แก้ปุ๊บ ผู้ปฏิบัติเหนื่อย วันนี้นายกรัฐมนตรีออกมาประกาศ กลางสภาผู้แทนราษฎรว่าจะยุบสภาผู้แทนราษฎรประมาณต้นเดือน เจตนารมณ์เหมือนดี นะครับ แต่วันนี้คุณกําลังเอาโทษไปให้กับผู้ปฏิบัติคือ กกต. ถ้ากฎหมายไม่เสร็จเราควรต้อง ปฏิบัติตามที่คุณพูด แล้วเขาต้องออกระเบียบตามกฎหมายนั้น ถ้ามีการร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญใครรับผิดชอบในความผิดนั้น ผมต้องบอกในกลางสภานี้ว่า หากเกิดเหตุการณ์ เช่นนั้นจริง ๆ คือกฎหมายฉบับนี้ไม่เสร็จ ความรับผิดชอบทางกฎหมายเรื่องความผิดทาง กฎหมายทั้งหมดต้องเป็นภาระของฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีได้ทํา เกินหน้าที่ คุณมีอํานาจในการยุบสภาเป็นอํานาจของคุณ แต่ขณะนี้เป็นกระบวนการทาง นิติบัญญัติอย่างไรครับ ยืนยันได้อย่างไรว่าเราจะเสร็จก่อนวันที่ ๓ ก่อนเดือนพฤษภาคม เหลือเวลาอีกเดือนเดียว ร่างเสร็จต้องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญอีก ไม่เสร็จแล้วทําอย่างไรครับ ให้ กกต. ออกระเบียบเองหรือ พอ กกต. ออกระเบียบเอง มันปริวิตกขึ้นมาว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนไม่รอบคอบ ไม่สอดคล้องต้องกัน เตือนก็ไม่ฟัง เมื่อเป็นอย่างนี้ ภาระอันนี้ ทางกฎหมายจะตกอยู่ที่ กกต. ที่ผมพูดประเด็นนี้ผมยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องรับความผิดทางกฎหมายถ้ามีอะไร เกิดขึ้น กกต. เขาถือว่าเขามีความพยายามแล้วนะครับ วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญผ่านไป วันนี้เขาเสนอเลยครับ เสนอหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจเขาเสนอเข้ามาเลย ความรับผิดชอบ สูงสุดเกิดขึ้นแล้วครับ แต่ว่าถ้าหากมันมีอุบัติเหตุที่ว่ามันไม่สามารถจะเสร็จตามที่ท่านรับปาก แล้วมายุบสภา ท่านเลือกที่จะทําผิดกฎหมายนะครับว่าท่านยุบสภาในขณะที่ไม่มีความพร้อม ทางกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีว่าวันนี้นะครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่เสร็จ แล้วมีคนไปร้องว่าระเบียบของ กกต. ไม่ชอบ ความรับผิดชอบ ต่อความผิดนี้ต้องอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่อยู่ที่ฝ่าย กกต. ผมพูดเชิงหลักการ ไม่ได้พูดว่า เอาใจ กกต. ผมไม่มีสิทธิไปเอาใจใครอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดนี่เป็น ๓ ประเด็นหลัก
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมพูดถึงมันสามารถที่จะเพิ่มเติมได้ไหม เพิ่มเติมว่าในช่วงนี้ หากมีอะไรเกิดขึ้น เช่น ผู้สมัครเสร็จออกมาถูกรถชนตาย พรรคจะมีสิทธิส่งใหม่ได้ไหม เพราะเขาไม่ได้ลาออก เขาตาย ซึ่งมันเกิดขึ้นได้ หรือถูกยิงตายครับ ถ้าผมถูกยิงตาย มันก็ กลายเป็นว่าไม่มีใครสมัครได้เลยใช่ไหม ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดนี้ผมพูด ๒ ประเด็นที่เป็นหลัก
และประเด็นสุดท้ายที่ผมย้ํานะครับ ความรับผิดชอบทางกฎหมายทั้งหมด ถ้าหากจะมีความผิดที่เกิดขึ้นจากการร้องต่อองค์กรอื่น ซึ่งนอกจากองค์กรของเราและองค์กร ของ กกต. ถ้ามีความผิด ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะนายกรัฐมนตรี ท่านประกาศออกมาว่าท่านจะยุบสภาวันไหน โดยที่องค์กรอื่นซึ่งไม่ได้ขึ้นต่อนายกรัฐมนตรี คือนิติบัญญัติยังไม่ได้ทํางาน ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้ประกาศวันที่เขาเสนอกฎหมายนี่ ไม่ผิดครับ แต่วันนี้ความผิดนั้นเกิดขึ้นแล้วเพราะว่าท่านแสดงเจตนาเองต่อรัฐสภาว่าท่านจะยุบสภา ต้นเดือน อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคมก็คือเดือนกว่า นิดเดียว วันนี้เริ่มต้นครับ ถ้า ๓ วาระไม่ได้นะครับ ผมว่ามีปัญหาแน่นอนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ต่อไป เชิญท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ค่ะ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ดิฉันมีข้อเสนออยู่ ๔–๕ ประเด็น ในการแก้กฎหมายครั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐
ประเด็นแรกนะคะดิฉันอยากจะเรียนเสนอค่ะว่าอาจจะเป็นมาตรา ๙ ที่แก้ใน มาตรา ๓๔ หรือมาตราใดที่เกี่ยวข้องก็ได้ค่ะ ที่พูดถึงการส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จํานวน ๑๒๕ คน แล้วก็จะต้องเรียงรายชื่อไปจนครบ ๑๒๕ คน ท่านลืมหรือว่าท่านเจตนาที่จะไม่ใส่คะ ที่ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๙๗ บอกเอาไว้ว่า รายชื่อต่าง ๆ เหล่านั้นต้องกระจายตามภูมิภาค อย่างเป็นธรรม
และประเด็นที่ ๒ ก็คือต้องคํานึงถึงโอกาสและสัดส่วนของหญิงชายด้วย เพราะการกําหนดให้คํานึงถึงสัดส่วนหมายถึงว่าก็จะต้องมีทั้งหญิงและชาย การที่กําหนด ไว้ว่าให้คํานึงถึงโอกาส แปลว่าให้กระจาย ๆ กันไปตั้งแต่ลําดับที่ ๑ ถึง ๑๒๕ เพราะถ้า ไม่คํานึงถึงโอกาสเหล่านี้แล้วก็อาจจะมีปรากฏการณ์ที่จะเอาผู้หญิงไปกองกันตั้งแต่ลําดับ ที่ ๑๐๐ ถึง ๑๒๕ อย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้นการคํานึงถึงสัดส่วนก็เป็นเรื่องสําคัญ เพราะว่า ช่วงนี้การที่กําหนดว่าต้องคํานึงถึงสัดส่วนหมายถึงว่า เป็นการกําหนดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ วรรคสี่นะคะ ว่าถ้าสมมุติว่าในสังคมไทยมีทัศนคติต่อผู้หญิงซึ่งไม่ควรจะมา เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ควรจะมาสมัคร มันทําให้ผู้หญิงมาสมัครน้อย เพราะฉะนั้นการที่ เรากําหนดเอาไว้ว่าให้คํานึงถึงสัดส่วนด้วย มันจะทําให้มีการมองหาผู้หญิง ผู้หญิงที่สนใจก็จะ มีหลายคน เพียงแต่ว่าการที่จะเสนอตัวก็อาจจะไม่ค่อยกล้า ถ้ากําหนดว่าให้มีสัดส่วนของ หญิงชายก็เป็นที่มาของการให้กําหนดสัดส่วนตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นปีนี้ก็กําหนดเอาไว้อีก และยังกําหนดว่าให้คํานึงถึงโอกาสด้วย เพราะฉะนั้นถ้าท่านกําหนดลงไปในกฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งดิฉันยังเห็นว่าควรจะไปเขียนไว้ ในพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมืองด้วย เวลาพิจารณาส่งแล้วนอกจากมีกระบวนการ ไปเอามาจากสาขาของพรรคแล้วก็จะต้องคํานึงถึงเงื่อนไขต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะบอกว่า ก็จะต้องให้เขายินยอมด้วย มีคุณสมบัติที่ครบถ้วนแล้วก็อยากจะให้ท่านกําหนดลงไปด้วย เรื่องการกระจายตามภูมิภาคอย่างเป็นธรรมแล้วก็การคํานึงถึงโอกาสและสัดส่วนของท่าน หญิงและชายก็ใส่ลงไปในทุกที่ที่จะใส่ได้นะคะ พรรคการเมืองก็ต้องคํานึงด้วยนะคะที่จะ กําหนดลงไปที่จะเลือกหามา เพราะว่าที่จริงในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กําหนดเอาไว้ก็พบว่า สัดส่วนตอนนั้นที่เป็นสัดส่วน ๘ กลุ่มนะคะ ก็มีพรรคประชาธิปัตย์นี่ละค่ะที่มีผู้หญิงอยู่ทั้ง ๘ กลุ่ม แม้ว่าจะน้อยไปหน่อยก็ตามแต่ว่าก็แสดงว่าคํานึงถึง เพราะฉะนั้นเมื่อคํานึงถึง สัดส่วนแล้ว แล้วก็พูดถึงโอกาสด้วยดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลพวงจากรัฐธรรมนูญตรงนี้ เพราะว่าดิฉันอยู่ลําดับ ๒ เพราะฉะนั้นโอกาสดิฉันก็มี กราบเรียนว่าก็เพื่อที่จะให้ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดอาจจะไม่เคร่งครัดนักแต่ก็ให้คํานึงถึงตามเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ อยากจะให้ท่านใส่ลงไปด้วยอันนี้คือประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ก็คือมาตรา ๘๘ มาตรา ๘๘ พูดถึงเขตที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว ผู้สมัครเพียงคนเดียวมีเงื่อนไขอยู่ ๒ ประการว่าถ้าจะได้รับเลือกตั้ง ๑. ต้องได้คะแนน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น แล้วก็เงื่อนไขที่ ๒ ก็คือต้องมีคะแนน มากกว่าจํานวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนน ดิฉันก็มองเห็นว่าการที่ผู้สมัคร ถ้ามีผู้สมัครเพียงคนเดียวถ้าคะแนนไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขาก็ไม่ควรจะ เป็นตัวแทนในเขตนั้น หรือคะแนนของเขาได้ไม่มากไปกว่าจํานวนบัตรเลือกตั้งที่บอกว่า ไม่ประสงค์จะลงคะแนนเขาก็ไม่ควรจะได้เป็น ส.ส. ไม่ควรจะเป็นตัวแทนของประชาชน ในเขตนั้น เพียงแต่ว่าในมาตรา ๘๘ ในวรรคแรกบอกเอาไว้ว่า ผู้ที่จะไม่ได้เป็น ถ้ามีผู้สมัคร เพียงคนเดียวแล้วไม่ควรจะได้เป็น ส.ส. จะต้องมีเงื่อนไขทั้ง ๒ ข้อ คือใช้คําว่า และ ท่านบอกว่า จะต้องมีคะแนน ได้รับคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น และมากกว่าจํานวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนนในเขตเลือกตั้งนั้น ดิฉันก็ยัง คิดว่าทั้ง ๒ เงื่อนไขเป็นเงื่อนไขที่เขาไม่ควรจะได้รับเลือกตั้ง ไม่ควรจะได้ประกาศเป็น ส.ส. ก็เลยเสนอว่าแทนที่จะเป็นบอกว่าคุณจะต้องทั้ง ๒ อย่างนะ ถึงจะไม่ได้เป็น ส.ส. ดิฉันว่า ไม่ได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ได้คะแนนถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ควรจะเป็น หรือได้คะแนน ไม่มากไปกว่าจํานวนบัตรเลือกตั้งที่บอกว่าไม่ประสงค์จะลงคะแนนก็ไม่ควรจะได้เป็นก็เลย คิดว่าควรจะใช้คําว่า หรือ พอถึงวรรคสี่ของ มาตรา ๘๘ ก็บอกว่า ถ้าสมมุติว่า ไม่ได้อย่างนั้นแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่จนกระทั่งเป็นครั้งที่ ๓ ถ้ามีผู้สมัครเพียงคนเดียว ให้ผู้สมัครซึ่งได้คะแนนเลือกตั้งเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง นั่นก็คือไม่ว่าจะได้กี่คะแนนก็ตามก็ให้ได้เป็น ดิฉันว่ามันต่างกันโดยสิ้นเชิงกับในวรรคแรก วรรคแรกบอกว่าต้องได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ วรรคสองก็ต้องได้เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ วรรคสามมาว่าได้เท่าไรก็ได้ ถ้าอย่างนี้ดิฉันว่ามันไม่ สมเหตุสมผล ถ้าวรรคสาม ถ้ายังไม่ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้วท่านเบื่อที่จะ ดําเนินการจัดการเลือกตั้งแล้วก็ปล่อยมันทิ้งไว้อย่างนั้นนะคะ ให้เขตนั้นยังไม่ต้องมี ส.ส. ก็ยังได้ ดีกว่าจะบอกว่าได้แค่ ๑๐๐ คะแนนก็ได้ ดิฉันว่ามันฟังไม่ขึ้นมันไม่สมเหตุสมผลนะคะ
ประเด็นสุดท้ายคือประเด็นที่หลายคนพูดถึงเรื่องของวันเลือกตั้งล่วงหน้า ตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ดิฉันเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญทํากฎหมายลูกด้วย รัฐธรรมนูญกําหนดเอาไว้นะคะแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๙๙ ก็บอกเอาไว้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่นอกเขตหรือนอกราชอาณาจักรให้มีสิทธิเลือกตั้ง ในสมัยนั้นในปีแรกเลย เราก็ถกกันมากเลยว่าผู้ที่อยู่นอกเขตเลือกตั้งหรืออยู่นอกเขตราชอาณาจักรให้มีสิทธิเลือกตั้ง เราตีความ ในคณะกรรมาธิการพยายามตีความ แล้วก็หมายความถึงการให้มีการเลือกตั้งนอกเขต ดิฉันจําได้แม่นมากเลย เพราะว่าถกเถียงกันมากเลยนะคะว่าจะต้องมีการเลือกตั้งนอกเขต แล้วก็มีผู้ไม่เห็นด้วย เพราะว่ากลัวพรรคโน้นพรรคนี้จะได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะว่า มันเป็นการเลือกตั้งในเมือง แต่สุดท้ายมา กกต. ท่านหนึ่งเมื่อกลับไปถึงท่านก็ไปตีความว่า เป็นการเลือกตั้งล่วงหน้า แล้วก็ออกระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งล่วงหน้ามา แล้วหลายคน ก็คัดค้านไม่เห็นด้วยนะคะ ดิฉันว่าทั้งฝ่ายค้านทั้งฝ่ายรัฐบาลเมื่อถามท่าน กกต. ก็ตอบว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๙ ที่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ดิฉันก็กราบเรียนว่าดิฉัน ก็กลับไปอ่านนึกว่าปี ๒๕๕๐ แก้ไปจากปี ๒๕๔๐ แล้ว ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ไม่ได้แก้ ก็บอกว่า มาตรา ๙๙ ก็บอกแต่ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่นอกเขตหรืออยู่นอกราชอาณาจักร ให้เขาเลือกตั้งได้ นั่นก็คือดิฉันก็ยังอยากจะยืนยันตามเจตนารมณ์ของกรรมาธิการสมัยโน้น ที่พูดกันนี่นะคะว่า ตีความว่าให้เป็นการเลือกตั้งนอกเขต ซึ่งเวลาเลือกตั้งทั่วไปกรรมการ การเลือกตั้งก็ดําเนินการ เพียงแต่ว่าเลือกตั้งซ่อมท่านไม่ดําเนินการแล้วท่านไปเน้นเรื่องการ เลือกตั้งซ่อมก่อนล่วงหน้า ๑ สัปดาห์ วันเสาร์กับวันอาทิตย์ ดิฉันก็ยังเสนอว่าถ้าท่าน จะตัดออกยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้าท่านก็ยังทําได้ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๙ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปครับเชิญท่าน ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย แล้วเดี๋ยวต่อด้วย ท่านนคร มาฉิม นะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธาน หลังจากที่ศึกษาดู ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วก็มีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนเพื่อ เป็นข้อสังเกตและเป็นข้อปรับปรุงเป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งที่ผ่าน ๆ มา
ประเด็นแรกก็คือเรื่องของการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุก ๆ คนมองว่ามันเป็นปัญหา เป็นประเด็นปัญหาที่มาที่ไป เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้เรียนให้ทราบแล้วว่าวัตถุประสงค์จริง ๆ น่าจะมาจากการเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักร แล้วต่อมา ๆ ก็มีการที่คิดว่าการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรนั้นตีความว่า เป็นการให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ผมไม่เห็นด้วยนะครับที่จะให้มีการใช้ข้อบังคับตรงนี้ แล้วก็เป็นการเลือกตั้งล่วงหน้ามันมีเหตุที่ส่อให้มองได้ว่ามันมีการทุจริตหรือก่อให้เกิด การทุจริต มองให้เห็นว่ามันเป็นช่องทาง ช่องทางของการที่จะทําให้เกิดการซื้อเสียงซื้อสิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้าได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งนี่ จะมองว่าเป็นการให้โอกาสกับบุคคลที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งได้ แล้วก็เป็นการให้ สิทธิสําหรับบุคคลที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่การที่หลักทฤษฎีกับหลักปฏิบัติมันไม่ค่อย ไปด้วยกัน ที่ผ่านมามีนักการเมืองบางกลุ่มบางพรรคใช้วิธีการ ใช้โอกาสในการที่จะเกณฑ์คน ไปเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถที่จะป้องกันได้เลย กรรมการการเลือกตั้ง ก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับ เพราะไม่มีอํานาจในการที่จะไปบังคับว่า คุณอย่าไปใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้านะ แต่มันเป็นวิธีการที่เปิดโอกาสเปิดช่องทางให้มีการรณรงค์แล้วไปใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้า การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าก่อให้เกิด ๑. มีการซื้อสิทธิขายเสียงล่วงหน้า ๒. ก่อให้เกิดมีความกังวลว่าจะมีการเปลี่ยนหีบบัตรหรือไม่ ถึงกับเอาหีบบัตรไปใส่ไว้ในรถ ไว้ในห้องขัง มีการตั้งเวรยามเพื่อที่จะเฝ้าดูหีบบัตรนั้น ทําให้สิ้นเปลืองงบประมาณและทําให้เกิด ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีสําหรับการเลือกตั้ง ผมมองว่าตรงนี้มันจะต้องมีอะไรสักอย่างที่จะเป็นกฎ เป็นระเบียบที่ชัดเจนว่าถ้าไม่มีความจําเป็นจริง ๆ คุณจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ได้ ถ้าในวันเลือกตั้งและยังชูหน้าสลอนอยู่ ให้เห็นหน้าอยู่นี่ ก็แสดงว่าคุณไม่มีความจําเป็นที่จะ ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า แต่เราไม่มีกฎ ระเบียบ ไม่มีบทลงโทษ ไม่มีอะไรเลย มันจึง ก่อให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียงล่วงหน้า แล้วทําให้มีผลต่อการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นปัญหามาโดยตลอด ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ท่านเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งล่วงหน้าตรงนี้ ใน มาตรา ๙ นี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยว่าการลดจํานวนวันลงจาก ๒ วัน ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ๒-๓ จังหวัด เป็นปรากฏการณ์ที่ส่อให้เห็นว่า มันมีพฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น ไม่เคยมีปรากฏการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าที่คนจะไปใช้สิทธิ ในเขตเลือกตั้งหนึ่ง ๆ ถึง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน มันเป็นเหตุที่บ่งบอกว่ามันคืออะไร คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องนําเหตุการณ์เหล่านี้มาวิเคราะห์ การออกกฎหมายครั้งนี้ เป็นการออกกฎหมายที่สําคัญที่จะเป็นการกํากับดูแลความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกตั้ง ใครที่เอาโอกาสเหล่านี้ไปใช้ก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ และก็ไม่ควรทําด้วย แต่มันเกิดเหตุการณ์พิกล ที่ปรากฏมีการเลือกตั้งล่วงหน้าจํานวนมากมายมหาศาล ซึ่งไม่เคยมีปรากฏการณ์มาก่อน ในทุกยุคทุกสมัย ไม่อยากโทษใคร แต่ตรงนี้เป็นหน้าที่ที่สภาแห่งนี้ ที่ กกต. จะต้องร่วมกัน หาแนวทางในการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตการเลือกตั้ง ผมเห็นว่าการกําหนด ๒ วันนี้ ถ้าเราไม่สามารถที่จะไปบังคับใช้กฎหมายหรือปิดช่องทางได้มาก ก็ยังเป็นการลดปริมาณลง ที่จะมีการทุจริตกันให้น้อยลง ก็ยังเป็นช่องทางหนึ่งพอที่จะทําได้ แต่ถ้ามีกํากับลงไปว่า ถ้าตรวจสอบหรือพบว่ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วยังชูหน้าสลอน อยู่นี่ ตรงนี้มันต้องมีบทลงโทษ หรือจะทําประการใดก็สุดแล้วแต่ เป็นหน้าที่ เป็นอํานาจของ กกต. ต้องคิดและบรรจุเข้าไปในกฎหมายนี้ แก้ไขเข้าไป เพราะว่ามันเป็นอะไรที่ผมว่า ถ้ายกเลิกได้นี่ดี ให้มีการเลือกตั้งเฉพาะการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร คนไทยในประเทศนี้ เปิดโอกาสให้แล้วกลับไป ไปเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้แล้วคุณจะอยู่ส่วนใดของประเทศ ก็สามารถไปเลือกตั้งได้ในวันเดียวที่มีการจัดการเลือกตั้ง แล้วความบริสุทธิ์ยุติธรรมมันเกิด มันจะไม่มีช่องทางที่จะทําให้เกิดช่องทางในการทุจริตได้ ผมยืนยันนะครับว่าตรงนี้ที่ผ่านมานี้ มันถูกมองว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งทําอะไรอยู่ มันถูกมองว่าถึงแม้ว่าท่านจะมีการ ป้องกันรักษาหีบบัตรอย่างไรก็ตาม แต่มันถูกมองว่ามันมีกระบวนการนี้จริง ๆ มันมี กระบวนการนี้จริง ๆ ในพื้นที่ แค่นี้ก็เอาผิดอะไรไม่ได้ กกต. ก็ทําอะไรไม่ได้ กกต. ต้องรับการ ร้องเรียนถึงจะไปทําหน้าที่ได้ เห็นอยู่เต็มตาว่ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ถ้าไม่มีใครไป ร้องเรียนก็ไม่ได้ ก็ทําอะไรไม่ได้ บทบาทอํานาจหน้าที่ตรงนี้ผมว่าต้องเพิ่มอํานาจให้ กกต. ในการเห็นแล้วก็สามารถปฏิบัติได้ ไม่ต้องรอให้มีการฟ้องร้อง รอหลักฐานจากการฟ้องร้องก่อน แล้วหลักฐานจะเอามาได้ อย่างไรเมื่อการให้ความร่วมมือน้อย คนรับสินบน รับอะไรไปแล้วเขาก็ไม่อยากเปิดเผยตัวเอง ตัวนี้เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นก็เป็นประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนประเด็นที่ ๑ ซึ่งเป็นปัญหา
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ ก่อให้เกิดการที่จะมีการแบ่งเขตการเลือกตั้ง ความได้เปรียบเสียเปรียบมันเกิด การมีส่วนได้ ส่วนเสียมันเกิด พรรคการเมืองที่มีบทบาทหน้าที่ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือผู้มีอํานาจไปชี้นํา ในการแบ่งเขตการเลือกตั้งมันเกิด แต่จะทําอย่างไรที่จะให้การแบ่งเขตการเลือกตั้งมันเกิด ความยุติธรรม นั่นหมายถึงต้องเชิญผู้มีส่วนได้เสียเข้าไปคุย เข้าไปนั่ง ไม่ใช่เข้าไปคิด ๆ แล้วก็ ทําเขตการเลือกตั้งออกมาตามใจคนบางคน หรือพรรคการเมืองบางพรรคที่มีอํานาจ เป็นเรื่องสําคัญครับ มันมีส่วนได้เสีย เพราะเขตการเลือกตั้งที่แบ่งออกไปนั้นจากเขตรวม เขตใหญ่เป็นเขตเล็ก ถ้ามีการชี้นําจะทําให้เกิดการไม่ยุติธรรมสําหรับกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ผมถึงอยากจะเสนอว่าให้คณะบุคคลหรือพรรคการเมืองที่มีส่วนได้เสียในจังหวัดนั้น ๆ ได้มีโอกาส มีส่วนร่วมในการกําหนดเขตการเลือกตั้ง หารือกันหน่อย คุยกันหน่อย ให้เขามี โอกาสมีส่วนร่วมว่าตรง ๆ เป็นอย่างนี้นะ อย่างน้อย ๆ ก็รับทราบที่มาที่ไปด้วยกัน ร่วมกัน แต่ที่ทราบมา ตอนนี้ก็ยังไม่มีการเชิญ ไม่มีการที่จะเชิญ ส.ส. ในพื้นที่ไปร่วมแสดง ความคิดเห็นเลย ไม่มีเลย แล้วเห็นได้ข่าวว่าจะต้องส่งให้กับ กกต. วันที่ ๓๑ นี้ทุกจังหวัด เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว ขณะนี้ผมคาดว่าจะทําเสร็จกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่ไม่มีการให้ ส.ส. เข้าไปมีส่วนร่วมในการที่จะกําหนด หรือมีการปรึกษาหารือกันในการแบ่งเขต การเลือกตั้งเลย นี่เป็นประเด็นหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้อย่างไร ๆ พวกผมในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกฝ่ายค้านให้การสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว ให้กฎหมายนี้ ผ่าน จริง ๆ ไม่อยากจะอภิปรายด้วยซ้ําไป แต่มันมีประเด็น เพราะประเด็นอื่น ๆ เป็นการแก้ ข้อความธรรมดา แก้ตัวอักษรหรือแก้ข้อความให้มันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็น ที่สําคัญอยู่ตรงที่การเลือกตั้งล่วงหน้า จําเป็นจะต้องมีการป้องกัน จําเป็นจะต้องมีการดูแล อย่างพิเศษ แล้วก็การแบ่งเขตการเลือกตั้งก็เป็นเรื่องสําคัญ ฝากท่านประธานนะครับสําหรับ คณะกรรมาธิการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะต้องไปพิจารณา ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ต่อไป เชิญท่านนคร มาฉิม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอถือ โอกาสนี้ชื่นชมแล้วก็ขอบคุณทางคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้เสนอกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ น่าเสียดายนิดหนึ่งตรงที่ว่าทําไมท่านถึงไม่ได้เสนอในจุดที่เห็นเป็นถึง ข้อบกพร่องที่การปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาว่ามีข้อบกพร่องที่เป็นจุดอ่อนอย่างไรบ้าง เข้ามา สู่การพิจารณาของสภาด้วย แล้วก็เสริมจุดแข็งอันใดบ้างที่จะเข้ามาสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรโดยมีเป้าหมายที่จะให้กระบวนการในการพัฒนาพรรคการเมืองของ ประเทศของเรามีความเป็นสถาบัน มีความเข้มแข็ง เป็นที่หวังของประชาชน เป็นที่พึ่งของ ประชาชน และเป้าหมายสูงสุดก็คือพัฒนาระบอบการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ ของบ้านเมืองแล้วก็เป็นสากล สิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเป็นประเด็นแรกในการที่จะอภิปรายเหตุผล ในการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการ ได้มาซึ่งวุฒิสภา ที่ต้องตั้งข้อสังเกตก็คือเสียดายครับ ที่เราไม่ได้มีการเสนอให้แก้ไขเรื่องการ ได้มาของสมาชิกวุฒิสภาด้วย เพราะเราไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะอธิบายให้เป็นสากลอย่างที่ ทั่วโลกยอมรับได้เลย
ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะชี้ให้เห็นก็คือ ทําไมจังหวัดใหญ่อย่าง กรุงเทพมหานครมีประชากร ๑๐ ล้านคนเลือก ส.ว. ได้ ๑ คน ทําไมบางจังหวัดมีประชากร ๒๐๐,๐๐๐ คน เลือก ส.ว. ได้ ๑ คนเท่ากัน ซึ่งมันก็ขัดกับหลักในหลักทั่วไป ที่เป็นหลักสากล ไม่ว่าจะเป็นหลักการออกเสียงโดยอิสระ หลักการออกเสียงโดยทั่วไป หลักการออกเสียงอย่างเสมอภาค หลักการออกเสียงโดยการออกเสียงลับแล้วก็หลักการ ออกเสียงโดยตรง อันนี้เราก็ไม่มีเหตุผลที่จะอธิบายให้กับสังคมโลกได้ แต่เอาเถอะครับ ในเมื่อไม่ได้มีการเสนอมาผมก็จะไม่พูดถึงในประเด็นนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานก็คือ อันที่จริงแล้วกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทุกฉบับ แม้กระทั่ง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงฉบับปัจจุบันปี ๒๕๕๐ เอง แม้กระทั่ง ที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านรัฐสภามาเมื่อไม่นาน จุดอ่อนที่ปรากฏอยู่ ก็คือการซื้อสิทธิขายเสียง ยังคงธํารงอยู่ในวงการเลือกตั้งในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นในระดับชาติหรือในระดับท้องถิ่น ถามว่าจุดอ่อนอันนี้นะครับ มีสาเหตุมาจากอะไร ผมว่าแน่นอน ทุกพรรคการเมืองที่ส่ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งลงในทุกพื้นที่ท่านประธานที่เคารพ รวมไปถึงตัวผู้สมัครทุกคนที่สมัคร รับเลือกตั้ง เขาต้องการชนะแน่ ในเมื่อการสมัครรับเลือกตั้งต้องการที่จะชนะ จะต้องทํา ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้จํานวนคะแนนเสียงให้ได้มากที่สุดเพื่อได้ที่ ๑ เท่านั้น เพราะถ้าเกิดว่า ได้ที่ ๒ มันไม่ได้รับเลือกตั้งอย่างไรละครับ แม้ว่าจะแพ้กัน ๕ คะแนน ๑๐ คะแนน หรือ แม้แต่คะแนนเดียว เพราะฉะนั้นการแข่งขันจะรุนแรงมาก แล้วก็จะเข้มข้นมาก การซื้อสิทธิ การขายเสียงทั้งโดยทางตรงและโดยทางอ้อมนั้นจะต้องทํากันทุกรูปแบบ การใช้อิทธิพล ในการคุกคามข่มขู่จะมีทุกรูปแบบเช่นกัน เพราะฉะนั้นแน่นอนอันนั้นคือวิถีของการต่อสู้ ของพรรคการเมืองเพื่อที่จะต้องการให้ได้จํานวนโหวตเตอร์หรือจํานวน ส.ส. ให้ได้มากที่สุด อันนําไปสู่การจัดตั้งฝ่ายบริหาร หรือการแต่งตั้งการเสนอชื่อผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งสูงสุด ของพรรคการเมืองนั้นไปเป็นผู้นําฝ่ายบริหาร หรือคณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นจะไปโทษทางการเมืองคงโทษลําบาก เพราะทุกคนจะต้องต่อสู้เพื่อให้นําเอา นโยบายของพรรคตนเองเข้าไปสู่การเป็นฝ่ายบริหารให้ได้ ทีนี้ถามว่าแล้วความบกพร่อง มันเกิดขึ้นจากจุดไหน จะไปโทษประชาชนได้ไหม ผมว่าโทษไม่ได้เช่นกัน ก็ต้องไปดูกับที่ กรรมการเป็นผู้ตัดสิน กฎหมายให้อํานาจของท่านค่อนข้างมากแล้วก็สูงมากเหลือเกิน ผมยกตัวอย่าง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. แล้วก็การได้มา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภานะครับ ให้อํานาจท่านถึงขนาดที่ว่า ถ้าเกิดว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นไปด้วย ความไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และเพียงแค่ว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเท่านั้น แต่ทําไมครับ การซื้อสิทธิขายเสียงยังคงหนักหน่วงอยู่ ท่านไม่กล้าที่จะใช้อํานาจอย่างเด็ดขาดเลย เพื่อที่จะ เป็นส่วนสําคัญในการเป็นตะแกรงร่อนบุคคลใดหรือพรรคการเมืองใดที่ไม่ปฏิบัติการ ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสิทธิ เป็นการขายเสียง เป็นการใช้อิทธิพล เป็นการกล่าวร้าย เป็นการ กล่าวเท็จ หรืออื่น ๆ เป็นการให้ จัดให้เลี้ยง หรือรับว่าจะเลี้ยงต่าง ๆ เพียงแค่มีหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่าคํานี้ผมว่าเป็นอํานาจอย่างมากของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ไม่สามารถที่จะเป็นตะแกรงกลั่นกรองให้คนที่เดินเข้ามาสู่ กระบวนการในรัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นไปได้ตามเป้าหมายหรือเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญหรือความพึงหวังของพี่น้องประชาชนได้ อันนี้ผมว่าคงต้องตําหนิทาง คณะกรรมการการเลือกตั้งว่าท่านยังไม่สามารถที่จะบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ อย่างแท้จริงให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการเลือกตั้งส่งผลก็คือว่า เรายังไม่สามารถที่จะคัดกรองการได้มา ซึ่งสมาชิกรัฐสภาในแต่ ละระดับนั้นอย่างดีที่สุดตามเจตนารมณ์ได้ ฝากเป็นข้อที่ ๑ โดยเฉพาะที่ผมอยากจะยก เพิ่มเติมในประเด็นนี้อีกนิดหนึ่งก็คือว่า การซื้อเสียงในปัจจุบันมันรุนแรงมาก ท่านประธาน ครับ ตอนนี้บางพื้นที่เสียงละ ๑,๐๐๐ บาท บางพื้นที่เสียงละ ๕๐๐ บาท แต่ที่น่าห่วงมาก ที่สุดก็คือการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางองค์กรแบงค์ละ ๑๐๐ บาท แบงค์ ๕๐๐ บาท เขาไม่ใช้กันแล้วยิ่งแคบเท่าไรการกําหนดเสียงที่แพ้ชนะไม่เกิน ๑๐ เสียง ๑๐๐ เสียง ซื้อกันเสียงละ ๑,๐๐๐ บาทแล้วก็มี ในเมื่อมีการซื้อเสียงอย่างรุนแรงหนักหน่วง การถอนทุนก็ปฏิเสธไม่ได้ในทุกระดับ พอมีการถอนทุนมันก็วนวงจรไปสู่การทุจริตและ คอร์รัปชันอย่างเต็มรูปแบบ และหลังจากนั้นสิ่งที่เราไม่พึงหวังก็คือการยึดอํานาจ การปฏิวัติ รัฐประหาร แทนที่ทุกองค์กรจะให้ความร่วมมือในการที่จะคัดกรองฝากความหวังเรื่องนี้ไว้กับ กกต. ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กฎหมายที่เราท่องกันจนเป็นคัมภีร์ว่าการ เลือกตั้งจะต้องเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ผมว่าถ้อยคําอันนี้ฟังดูสวยงาม,หรู ฟังดู แล้วเสมือนหนึ่งว่าดีมาก ๆ ไม่มีที่ติเลย แต่ว่าผลในทางปฏิบัติก็ยังไม่มีเท่าที่ควร อันนี้ก็ฝาก กับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับผมอยากจะ ขอเสนอว่าจุดอ่อนที่รัฐธรรมนูญแล้วก็กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีอยู่ที่อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ควรที่จะเสนอมา ถ้าต่อไปในอนาคต ถ้าท่านมีโอกาสเสนอ ก็คือการยุบพรรคการเมืองไม่ควรที่จะมี ในความเห็นของผมไม่ควร ที่จะมี แต่จะทําอย่างไรที่จะให้พรรคการเมืองที่สร้างขึ้นมาที่ตั้งขึ้นมาโดยบุคคลที่มีแนวคิด มีเจตนารมณ์ มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันตั้งขึ้นมาเป็นพรรคการเมือง เดินเข้าไปสู่หรือพัฒนา เข้าไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมืองให้ได้ สร้างความเข้มแข็ง สร้างนโยบาย สร้างจุดยืน ทางการเมือง เพื่อให้เห็นถึงสัญลักษณ์ เห็นถึงทิศทางในการที่จะนําเอามาใช้ในการบริหาร ประเทศต่อไปให้พรรคการเมืองนั้น ๆ มีความเข้มแข็ง และทําอย่างไรที่จะให้การยุบพรรค ไม่มีเลย หรือว่าถ้าเกิดว่ามีอยู่ให้มันยากยิ่งขึ้นต่อการที่จะยุบพรรคการเมืองได้ อันนี้ก็คือ สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งและท่านสมาชิก รัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน แล้วก็เราคงจะมีส่วนหนึ่งในการที่ให้เงินมีอิทธิพลในการเลือกตั้ง ให้มันน้อยที่สุดหรือไม่ให้มีเลย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม และให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพรรคการเมือง กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านชลน่าน ศรีแก้ว แล้วเดี๋ยวต่อด้วยท่านบุญยอดนะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะได้ อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งและเพื่อนสมาชิกได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้กับสภาแห่งนี้พิจารณาในวาระรับหลักการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้ตรวจสอบ ดูร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ สิ่งแรกสุดผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่าหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติโดยเฉพาะหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของเพื่อน สมาชิกซึ่งเสนอโดย ท่าน ดอกเตอร์พีรพันธุ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ กับคณะกรรมการ การเลือกตั้งอาจจะมีข้อที่แตกต่างกันไปอย่างน้อย ๒ ประเด็น ตรงนี้เองผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในการรับหลักการ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิก ควรพิจารณารับหลักการไปทั้งหมดทั้ง ๒ ร่าง เฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะว่าถ้ารับหลักการรวมไปทั้งหมดแล้วก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่จะได้ พิจารณานําเอาหลักการที่เพิ่มเติมเข้ามานอกเหนือจากหลักการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เสนอเข้ามาทั้งหมด ๙ หลักการนะครับ เพื่อนสมาชิกเสนอเพิ่มอีก ๒ หลักการ เป็น ๑๑ หลักการ เข้าไปพิจารณารวมได้ อันนี้ต้องเป็นเรื่องที่สภาต้องให้ความเห็นชอบ นะครับ ถึงแม้จะใช้ร่างใดร่างหนึ่งเป็นหลักก็แล้วแต่ ถ้าสภารับหลักการไปแล้วถือว่า รับหลักการที่จะไปนํารวมพิจารณาได้ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ จากหลักการและเหตุผลทั้ง ๓ ร่าง ไม่ว่าจะเป็นร่างประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการ ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กระผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมให้การสนับสนุนครับ เห็นด้วยกับหลักการทั้งหมด รวมทั้ง ร่างของเพื่อสมาชิกด้วย บนพื้นฐานที่เห็นด้วยเพราะอะไรครับ เหตุผลสําคัญที่สุดก็คือ เราอยากให้พี่น้องประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยที่แท้จริง อํานาจอธิปไตย คืออํานาจสูงสุดครับ ในการที่จะใช้ไปปกครองบ้านเมืองเป็นผู้ตัดสินว่าอนาคตของบ้านเมือง เราในขณะนี้ประเทศเราขณะนี้ควรจะเป็นไปในทิศทางไหน ยอมรับครับว่าบ้านเมืองเรา ขณะนี้ ๒ ปีที่ผ่านมา ๓ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมาเข้าสู่ภาวะวิกฤติ มันเป็นเรื่อง ของการเมือง การเมืองควรต้องแก้ด้วยเรื่องของการเมือง การเมืองเป็นเรื่องของอํานาจของ พี่น้องประชาชนสูงสุดที่จะมอบให้ตัวแทนเขาเข้าไปบริหารจัดการที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องปวงชนชาวไทย ถึงแม้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขณะนี้ก็เป็นรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑) แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ กระผมเองได้อภิปรายไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า ผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าเมื่อสภาแห่งนี้รัฐสภาได้ให้ ความเห็นชอบแล้ว ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ผมยอมรับถือว่าเป็นเสียงข้างมากถึงแม้ การแก้ไขครั้งนั้นจะลดจํานวน ส.ส. เขตเลือกตั้งจาก ๔๐๐ ท่าน ลงมา ๓๗๕ ท่าน แล้วไป เพิ่มเติมยอดของ ส.ส. สัดส่วนหรือบัญชีรายชื่อขึ้นเป็น ๑๒๕ ท่าน ให้จํานวนเป็น ๕๐๐ ท่าน ในภาพรวมก็แล้วแต่ การลดจาก ๔๐๐ ท่าน มาเหลือ ๓๗๕ ท่าน แน่นอนท่านประธานครับ สิ่งที่เขาเคยได้และเขาไม่ได้รับพูดกันง่าย ๆ เป็นการรอนสิทธิ แต่ก็แล้วแต่กฎหมาย รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศใช้เป็นแม่แบบในการบริหารบ้านเมืองและ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติไปตามอย่างนั้น ถึงแม้พี่น้องประชาชน บางส่วนบางจังหวัด อย่างน้อย ๒๓ จังหวัด ๒๕ ท่าน ส.ส. จะถูกรอนสิทธิไป
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานเป็น ประการที่ ๓ คือสิ่งที่ผมต้องขออนุญาตลงไปในรายละเอียดสักนิดหนึ่งของร่างของ ท่านสมาชิก ท่านอาจารย์ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ ต่อกรณีที่ท่านได้เพิ่มหลักการ เพิ่มเติมมาตรา ๙/๑ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และเขียนให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าได้เพียงวันเดียว จากเดิม ที่เรากําหนด ๒ วัน ๓ วัน ท่านประธานครับ ตรงนี้เองผมค่อนข้างเห็นด้วยนะครับ ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณา ถ้าได้เพิ่มเติมในกรณีนี้ก็ถือว่าจะเป็น การลดความไม่สุจริต ความไม่เที่ยงธรรมในการเลือกตั้งได้ไปส่วนหนึ่ง ผมเชื่อว่าได้ไป ส่วนหนึ่ง เพราะพฤติการณ์ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ในการเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อนสมาชิกพูดไปบางส่วนแล้ว ผมเพิ่มเติมอีกนิดเดียวครับไม่ลงรายละเอียดเยอะ คณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็เป็นผู้ให้ความเห็นเรื่องนี้เหมือนกันว่า การเลือกตั้งล่วงหน้า เราไม่สามารถที่จะควบคุม ไม่สามารถที่จะไปดําเนินการให้สุจริตอย่างเที่ยงธรรมเหมือน เลือกตั้งทั่วไปได้ ตรงนี้เองเป็นข้อด้อยเรื่องเหตุผลที่จะไปใช้สิทธิ เหตุผลความจําเป็นที่ท่าน กําหนดขึ้น เลือกตั้งครั้งหน้า ๒ วันมีประชาชนไปเลือกตั้งเป็นหมื่น ๆ คนนั่นก็เป็นเรื่องแปลก ครับ เพราะจริง ๆ เจตนารมณ์เราต้องการให้ผู้ที่มีความจําเป็นจริง ๆ ที่ไม่สามารถไป ลงคะแนนในวันเลือกตั้งจริงได้มาใช้สิทธิ เป็นการเปิดสิทธิให้เขา แต่กลับกลายว่าเป็นการ เอื้ออํานวยกับการนําสู่การทุจริตในการเลือกตั้ง ผมไม่อยากพูดไปย้อนหลังนะครับ เดี๋ยวจะ กระทบกันหลายเรื่องหลายราว คะแนนเลือกตั้งทั่วไปออกมาคู่คี่สูสีกัน เมื่อเอาคะแนน เลือกตั้งไปบวกแพ้ทันที ปรากฏขึ้นหลายที่ครับ คะแนนเลือกตั้งทั่วไปชนะถ้าไม่เกิน ๓,๐๐๐ คะแนน เอาคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าไปบวกแพ้ทันที ไปตรวจสอบย้อนหลังได้ ยกเว้นว่า คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าถึงแม้จะได้เป็นกอบเป็นกําผู้ไปใช้สิทธิ ๔๐,๐๐๐ คน ได้ไป ๓๐,๐๐๐ คะแนนผมยกตัวเลขจริงก็ได้ เลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดภาคอีสานได้ ๓๐,๐๐๐ กว่าคะแนน ขณะที่อีกพรรคหนึ่งได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าคะแนน พอเลือกตั้งจริงผู้ที่ได้คะแนนน้อยกว่าในการ เลือกตั้งล่วงหน้าได้คะแนน ๘๐,๐๐๐ กว่า ขณะที่คนได้คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ๓๐,๐๐๐ กว่าคะแนนได้ ๔๐,๐๐๐ คะแนนผลแพ้ชนะชัดเจนครับ นั่นหมายความว่าถ้าคะแนนเลือกตั้ง ทั่วไปต่างฝ่ายต่างได้ ๕๐,๐๐๐ คะแนนนะครับ หรือได้ ๖๐,๐๐๐ คะแนนหรือ ๗๐,๐๐๐ คะแนนนี้แพ้ทันที แพ้ ๒๐,๐๐๐ คะแนนนี้แพ้ทันที ชนะ ๒๐,๐๐๐ คะแนนเลือกตั้งทั่วไป ชนะ ๒๐,๐๐๐ คะแนนแพ้เลือกตั้งล่วงหน้าทันทีเพราะคุณแพ้เขามา ๒๐,๐๐๐ กว่าคะแนน ท่านประธาน ภาพมันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีการนําหลักการตรงนี้ไปบรรจุใน กฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ผมก็คิดว่าน่าจะ เป็นประโยชน์ในเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม เราให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายครับ หลักการที่ ๒ ที่เพิ่มขึ้นมาคือในร่างของท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน แก้ไข เพิ่มเติมให้เพิ่ม (๓) ของมาตรา ๑๐ โดยกําหนดให้พรรคการเมืองได้มีส่วนร่วมแสดง ความเห็นประกอบในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ตรงนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจจะมีความ ลําบากใจ แต่ความเห็นนั้นท่านสามารถไปเขียนในตัวบทได้ครับว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ เหมือนกับท่านที่เปิดโอกาสบอกให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการ แสดงความคิดเห็น แต่เท่าที่ผ่านมาน้อยมากครับที่พี่น้องประชาชนจะมีโอกาสได้แสดงความ คิดเห็น อาจจะเป็นช่องทางที่ไม่สะดวกหรือการไม่มีส่วนร่วมที่แท้จริง อันนั้นผมไม่โทษ คณะกรรมการเลือกตั้ง แต่ว่าโทษภาพรวมของพวกเรา ระบบของพวกเราทั้งหมด เพราะว่า คนส่วนล่างบางครั้งนี้อยากมีส่วนร่วม แต่ร่วมไม่ได้ ร่วมไม่เป็น อยากร่วมแต่ร่วมไม่เป็น ก็ทํา ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ นั้นอาจจะไม่ได้เกิดประโยชน์กับภาพรวมนัก ตรงนี้เองก็อยากจะนํา เรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งในการที่จะได้ดูว่าหลักการตรงนี้ถ้ามัน สอดรับจะเป็นประโยชน์กับกฎหมายฉบับนี้ก็ควรจะเพิ่มเติมเข้าไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๓–๔ ประเด็นต่อร่างพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และได้มาซึ่ง ส.ว. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ส่วนอีก ๒ ฉบับผมได้ตรวจสอบดูในรายละเอียดไม่ติดใจครับ สอดคล้อง สอดรับกับบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองก็เขียนให้ละเอียด ขึ้น ที่มาที่ไปของเงินกองทุนพรรคการเมือง อันนี้ก็ชัดเจนดีครับ ข้อสังเกตในร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และได้มาซึ่ง ส.ว. (ฉบับที่ ..) พ.ศ.... ผมขออนุญาตลงรายละเอียดนิดเดียวท่านประธานครับ เพื่อเป็นประโยชน์กับ คณะกรรมาธิการ ในมาตรา ๑๓ แก้ไขมาตรา ๔๑ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปส่วนหนึ่ง ก่อนถึงมาตรา ๑๓ ผมเริ่มมาตรา ๘ เลยครับท่านประธานครับ มาตรา ๙ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๔ ใช่ครับ มาตรา ๙ แก้ไขมาตรา ๓๔ ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่อ่านแล้วมันสะท้อนครับ สะท้อนว่าบ้านเราเมืองเรานี้ ตรากฎหมายแทนที่จะยึดกฎหมายแม่เป็นหลัก กลับเอากฎหมายลูกไปบังคับกฎหมายแม่ ผมคิดอย่างนั้นนะครับ ส่วนท่านอื่นจะคิดอย่างไรผมไม่รู้ เขาเขียนอย่างนี้ครับ มาตรา ๓๔ บุคคลที่จะมีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือ แบบบัญชีรายชื่อ ต้องมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้าม เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พูด ๆ ง่าย ก็คือท่านไปอ้างรัฐธรรมนูญเลย ท่านประธานครับ ความเห็นผมมันไม่ยากหรอกครับ ที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องเขียนล้อเลียนกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่ ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ ก็ควรจะยกมาเขียนในกฎหมายเลือกตั้ง แล้วไม่ต้องพูดว่าให้ไป อ้างรัฐธรรมนูญ เพราะเวลาทําความผิดนะครับ ไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญ ผู้กระทําความผิด เพราะเขาจะต้องถูกเอาความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ผมก็อยากจะเขียนให้มันชัดไปครับ คุณสมบัติลักษณะ คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ก็เขียนไป ล้อเลียนรัฐธรรมนูญมาไม่ได้แปลกอะไรเลยครับ นั่นข้อสังเกตประการที่ ๑
ข้อสังเกตประการที่ ๒ มาตรา ๑๓ แก้ไขมาตรา ๔๑ ยกเลิกมาตรา ๔๑ เดิม ในกฎหมายปี ๒๕๕๐ แล้วเขียนใหม่ เรื่องของพรรคการเมืองที่ท่านเสนอบัญชีรายชื่อผู้สมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองนั้นจะต้องจัดทําบัญชี รายชื่อโดยมีหลักเกณฑ์ตามลําดับ ท่านเขียนมา ๒ ข้อ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ มาตรานี้เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้เพิ่มเติมฉบับที่ ๑ เราเขียนไว้ให้ท่านในมาตรา ๙๗ เขียนชัดครับ เรื่องของสาระ ขออนุญาตท่านประธานครับ มาตรา ๙๗ ของรัฐธรรมนูญนะครับ การจัดทําบัญชีผู้รับสมัครเลือกตั้งของพรรคการเมือง สําหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
๑. บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องประกอบด้วยรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง จากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม มาจากผู้ภูมิภาคต่าง ๆ และต้องคํานึงถึงโอกาสและ สัดส่วนที่เหมาะสม และความเท่าเทียมระหว่างชายกับหญิง อันนี้ขึ้นไว้ในรัฐธรรมนูญครับ
๒. รายชื่อในบัญชีต้องไม่ซ้ํากับบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองอื่นที่จัดทําขึ้นและ ไม่ซ้ํากับรายชื่อของผู้สมัครรับเลือกตั้ง แบบแบ่งเขต
๓. จัดทําบัญชีรายชื่อเรียงตามลําดับ
ถ้าดูแล้วท่านยกเฉพาะ (๓) มาแปลง แล้วเพิ่มเติมวรรคหนึ่ง เขียนตรงนี้ผม รับได้ครับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ามันก็น่าจะไม่มีความยุ่งยากใด ๆ ที่จะยก รัฐธรรมนูญ (๒) (๓) ในมาตรา ๙๗ มาใส่ในสาระบัญญัติมาตรา ๑๓ แก้ไขมาตรา ๔๑ เพื่อความชัดเจน ถ้าผมไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการผมก็จะแปรญัตติ แล้วก็จะไปสู้กันในชั้น แปรญัตติกับคณะกรรมาธิการ เพราะผมมีความเห็นว่าสารบัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้ มันแตกต่างจากที่ท่านบัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และที่ได้มาของ ส.ว. นั่นเป็นข้อสังเกตข้อที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีข้อสังเกตในมาตราที่เกี่ยวข้องมาตราต่อไปคือมาตรา ๒๖ แก้ไข มาตรา ๘๙ เป็นข้อสังเกตเพียงแต่ว่าได้รับข้อสังเกตจากการประชุมปรึกษาหารือของวิป ฝ่ายค้านและที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยหลายท่านนะครับได้แสดงทรรศนะว่า ในการเขียนมาตรา ๒๖ ยกเลิกมาตรา ๘๙ กฎหมายเดิมปี ๒๕๕๐ และมาเขียนใหม่นะครับ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนน เลือกตั้งมากที่สุดในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง ก็คือการประกาศผล ในกรณีที่มี ผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุดเท่ากันหลายคนให้ใช้วิธีจับสลาก ซึ่งต้องกระทําต่อหน้า คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งตามวิธีการที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนด ความหมายตรงนี้ครับมันมีมาตราที่มีผลเกี่ยวเนื่อง มีสภาพบังคับคือมาตรา ๘๘ เดิม เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเขียนอย่างนี้วิธีปฏิบัติในการที่จะประกาศผลผู้ได้คะแนน สูงสุดในมาตรานี้ก็ต้องไปอาศัยสภาพบังคับของมาตรา ๘๘ ด้วย ที่ว่าด้วยรายละเอียด นะครับ ความหมายของผมก็คือว่าให้มีสภาพบังคับตามมาตรา ๘๘ ก็ใช้คําว่า ภายใต้ ข้อบังคับของมาตรา ๘๘ เพิ่มเติมเข้าไปในเรื่องนี้เพื่อจะได้มีผลเข้าไปดูในการใช้มาตรา ๘๘ มาเป็นตัวนําสู่การปฏิบัติในมาตรา ๘๙ ด้วย เวลาที่จะประกาศผล ถ้ามีเหตุการณ์เหล่านั้น เกิดขึ้นท่านก็นํามาใช้บังคับได้ นั่นคือข้อสังเกตประการที่ ๓ ของผม
ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓๒ แก้ไขมาตรา ๑๑๐ นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมจะจบแล้ว ที่ว่าด้วยการไม่สุจริตมีการกระทําของพรรคการเมืองใด หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง หรือสมาชิกของพรรคการเมืองได้กระทําอันเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ระเบียบ ประกาศของ กกต. หรือก่อให้ผู้กระทํา สนับสนุน หรือผู้รู้เห็นเป็นใจ มีผลเป็นการไม่สุจริตและเที่ยงธรรม มาตรานี้ว่าด้วย คณะกรรมการจะประกาศให้ในเขตพื้นที่นั้นเป็นบัตรเสีย ไม่ต้องนับมาเป็นคะแนน มีนิดเดียว ครับท่านประธานในเรื่องนี้ ตรงนี้ผมก็เห็นด้วย ไม่ได้ท้วงติงใด ๆ แต่ว่าเขียนอย่างนี้ถ้าสมมุติ ท่านพบว่าเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคการเมืองกระทําผิดแล้ว ความเกี่ยวเนื่องในการรับผิดต่อกฎหมายอื่น ๆ ท่านจะดําเนินการอย่างไร จริงอยู่ครับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง การยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องของ กรรมการบริหารพรรค ถ้าทําผิดแล้วถึงกับยุบพรรคซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านก็ไม่เห็นด้วยว่า จะต้องมีการยุบพรรค ใครผิดก็ว่าไปตามผิดไป ผมเพียงแต่ว่าท่านมีแนวทางที่จะดําเนินการ เขาเหล่านี้กรณีพิสูจน์ได้ว่าเขากระทําการโดยไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม มีการทุจริตเกิดขึ้น ท่านประกาศชัดเจนนะครับว่าเขตนี้ห้ามนับคะแนน หรือเป็นบัตรเสียทั้งหมด คนที่ท่าน ประกาศว่าเขาผิดจะดําเนินการต่ออย่างไร
มาตรา ๓๓ ท่านประธานครับ เป็นบทเฉพาะกาล ท่านเขียนบทเฉพาะกาลว่า ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อกําหนดจํานวน เงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและของผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ทั่วไปครั้งต่อไป เจตนารมณ์ของท่านเขียนมาตรานี้ บทเฉพาะกาลนี้มารองรับ อยากให้ อธิบายในรายละเอียดสักนิดหนึ่งครับ ท่านต้องการอะไร เพราะว่าในการที่จะประชุมร่วมกับ หัวหน้าพรรคการเมือง ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งกับหัวหน้าพรรคการเมืองนั้น บทบัญญัติกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๕๐ ท่านประธานครับ ได้เขียนไว้ในวรรคท้ายว่า เมื่อมีการประกาศผลการเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ทั่วไปแล้ว ให้คณะกรรมการเลือกตั้งจัดประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อกําหนดจํานวนเงิน ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและของผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งต่อไป ทั้งนี้ภายใน ๓ เดือนนับตั้งแต่วันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบจํานวนในการ เลือกตั้งทั่วไปดังกล่าว บททั่วไปตรงนี้เขียนรองรับไว้แล้วในกฎหมายเดิมก็คือหลังจากที่มีการ เลือกตั้งทั่วไปทุกครั้งภายใน ๓ เดือน กกต. ต้องประชุมกับหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อกําหนด ค่าใช้จ่ายในครั้งต่อไปที่จะถึง ครั้งนี้เช่นกันครับผมเข้าใจว่าหลังจากปี ๒๕๕๐ เลือกตั้งเมื่อ วันที่ ๒๓ เดือนธันวาคม ๒๕๕๐ ท่านได้ประชุมไปแล้ว ท่านได้ประชุมไปเรียบร้อย กําหนด ไปเรียบร้อยแต่ว่าเผอิญมีการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ท่านจะต้องประชุมใหม่ ทีนี้ท่านจะประชุมใหม่ ความหมายผมนะครับ ท่านเขียนว่าในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป ท่านหมายถึงเฉพาะครั้งนี้ครั้งเดียวหรือไม่ ถ้าท่านเขียนเฉพาะครั้งนี้ครั้งเดียวผมอยากให้เขียนให้ชัดเจนครับ เพราะอย่างไรบทบัญญัติ เดิมที่รองรับไว้ในมาตรา ๕๐ ก็มีอยู่แล้ว เช่น ผมเสนอถ้อยคํานะครับอาจจะต้องแปรญัตติ ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกนี้ด้วยนะครับ ผมใช้คําว่าครั้งแรกนี้ด้วยก็จบแค่นั้นคือครั้งเดียว นะครับคือท่านเองจะต้องประชุมใหม่ก็เลยต้องมาตราบทเฉพาะกาลรองรับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตเรื่องต่อไปคือเรื่องของระเบียบ ประกาศ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะรองรับเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม การที่ท่าน ได้ไปแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว. และได้มาซึ่ง ส.ส. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ถ้าเป็นกฎหมายแล้ว วิธีการนับคะแนน เปลี่ยน จริง ๆ นับคะแนน ก็เปลี่ยนมาแล้ว เขตเลือกตั้งเปลี่ยน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนและอยากให้ระเบียบ ประกาศ ของ กกต. สามารถที่จะไปคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอันชอบธรรมของพี่น้องประชาชน ที่แสดงสิทธิได้เต็มที่ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติและอิทธิพลใด ๆ ในการที่จะลงคะแนนนะครับ มีระเบียบและประกาศเข้าไปช่วยรองรับ ผมก็คิดว่าน่าจะช่วยได้ ฝากท่านพิจารณาครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าระบบการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแบบนี้และมีการนับคะแนน ที่หน่วยนะครับ ท่านสงวนได้อภิปรายไปแล้ว ผมเติมในประเด็นที่เติมเต็มเท่านั้นเองคือการ ทุจริตจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง แต่ถ้านับคะแนนรวม การทุจริตเกิดก่อนการเลือกตั้งก็มี เหมือนกันแต่มีน้อยยกเว้นในเขตที่มีอิทธิพลเยอะ ๆ สามารถชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ชี้แมว เป็นหนูมีเหมือนกันครับ แต่เขตเลือกตั้งที่ค่อนข้างจะไม่มีอิทธิพลมากมายนักการทุจริตก่อน เลือกตั้งหรือการให้ได้มาซึ่งคะแนนก่อนการเลือกตั้งจะมีน้อย พี่น้องประชาชนก็ไปลงสิทธิได้ เต็มที่ เพราะว่าถือว่าลงคะแนนไปแล้วไม่รู้ว่าใครลงคะแนน เพราะฉะนั้นท่านก็ออกระเบียบ หรือประกาศไปป้องกันระยะก่อนการเลือกตั้ง ถ้าระเบียบ ประกาศนั้นสามารถคุมได้ก็จะเป็น ประโยชน์นะครับ นี่ผมฝากข้อสังเกตเอาไว้
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการเลือกตั้งล่วงหน้าผมได้นําเรียนไปเมื่อสักครู่แล้วว่า ระเบียบประกาศ นอกจากจะออกตามหลักเกณฑ์ หลักการ ที่เสนอโดยท่านดอกเตอร์ พีรพันธุ์แล้ว ระเบียบประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการของการดําเนินการก็น่าจะเอื้ออํานวย ด้วย วิธีการเก่า ๆ ที่ท่านทําอยู่ ถ้าประเมินผลออกมาแล้วมันไม่สามารถจะสนับสนุนให้การ เลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ก็ควรจะปรับเปลี่ยน ผมไม่ว่าใครหรอกครับท่านจะใช้ผู้ว่าราชการ จังหวัด ให้นายอําเภอให้ฝ่ายปกครองเข้ามาช่วยอย่างไรผมไม่ว่า แต่ว่าวิธีการเดิมนั้น มันสุ่มเสี่ยงมากต่อการทุจริตการเลือกตั้งล่วงหน้า
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ประการสุดท้าย ผมดูระยะเวลา นายกรัฐมนตรีประกาศเมื่อครู่ชัดเจนจะนําทูลเกล้าฯ ภายในต้นเดือน เลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน ไม่เกิน ๖๐ วัน บวกเข้าไป ก็ประมาณปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นเดือนกรกฎาคม คํานวณระยะเวลานะครับ เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่ากฎหมายจะอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรเร็วสุด ๒ สัปดาห์ อยู่ในวุฒิสภาเร็วสุด ๒ สัปดาห์เป็น ๑ เดือน ขั้นตอนหลังจากนั้นอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเร็วที่สุด ๒ สัปดาห์ เดือนครึ่งนําทูลเกล้าฯ อันนี้ขั้นตอนแล้วแต่ แต่ว่าผมให้ ๒ สัปดาห์ก็ ๒ เดือน ท่านประธาน ครับ วันนี้วันที่ ๒๓ เดือนมีนาคม ๒๓ เดือนเมษายน ๒๓ เดือนพฤษภาคมเบ็ดเสร็จนะครับ ถ้าสมมุติมีการยุบสภาก่อนอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการถ้าสมมุติอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรทําได้หรือไม่ อย่างไรก็ไม่ได้เพราะหมดไปแล้ว ยกเว้นวุฒิสภา ถ้าอยู่ในชั้น ของวุฒิสภาผมไม่ว่าครับ อาจจะทําได้ เพราะการยุบสภาไม่เกี่ยวกับวุฒิสภาเขายังเป็น สภาแทนสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนั้น ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นแล้วสิ่งที่เป็นห่วง ก็คือว่า เมื่อไม่ทันนะครับ ถ้าไม่ทันผมภาวนาให้ทัน ขั้นตอนที่จะลดได้นี่ศาลรัฐธรรมนูญ และการนําทูลเกล้าฯ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีนําทูลเกล้าฯ ได้เร็วนะครับผมก็คิดว่าระยะเวลา ตรงนั้นน่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเท่าที่ดูก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อย่างรวดเร็ว ทุกฉบับที่เข้าไป ก็น่าจะอยู่ในช่วงที่เป็นไปตามกําหนด แต่ถ้าไม่ทัน กกต. ต้องไปออก ประกาศตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับนี้นะครับที่แนบท้ายมา ความเห็น ผมนะครับผมสนับสนุน กกต. ท่านอย่าได้กริ่งเกรงเลยครับว่าท่านจะถูกฟ้องถูกร้องถึงแม้ว่า ในวรรคท้ายมาตรา ๗ เขียนว่าในกรณีที่ยังไม่สามารถดําเนินการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จ และจะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป วรรคหนึ่งว่าด้วยการตรา กฎหมายครับ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจ ประกาศกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกตั้ง มีอํานาจประกาศหลักเกณฑ์และ วิธีการนะครับให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้บังคับกับการเลือกตั้งนั้น และให้ ข้อกําหนดตามที่ประกาศของ กกต. ใช้บังคับแทนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาในส่วนที่ขัด หรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้ ถึงแม้จะเขียนเฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และได้มาซึ่ง ส.ว. แต่ว่าบรรทัดบนเขียนไว้ว่า หลักเกณฑ์และวิธีการ ในการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นประกาศข้อกําหนดของท่านก็สามารถออกคลุมไปถึงกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และเรื่องของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้แล้วออกเป็นประกาศ ประกาศนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ถือว่าออกตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ คุ้มครองท่านอยู่ผมก็คิดว่าไม่น่าจะกริ่งเกรงอะไร เพราะฉะนั้นให้กําลังใจครับถ้ากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับออกไม่ทันท่านออกประกาศจะได้คืนอํานาจให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยเร็วที่สุดตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีรับปากเอาไว้ ไม่อย่างนั้นด้านโน้นจะบอกว่า กฎหมายเสร็จไม่ทันกรรมการการเลือกตั้งไม่ออกประกาศผมขออนุญาตที่จะยอมเสียสัจจะใน สภาที่จะเลื่อนวันประกาศยุบสภาและเลื่อนวันเลือกตั้ง ผมว่าอย่างนั้นไม่ดีกับประเทศไทย อย่างแน่นอน กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ก่อนถึง ท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู เจ้าหน้าที่ เด็กและ เยาวชนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลําพูน ๑๕๖ ท่านที่มาเยี่ยมชม ขณะนี้สภา ผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. เกี่ยวกับพรรคการเมือง แล้วก็คณะกรรมาธิการการเลือกตั้ง ยินดีต้อนรับทุกท่าน เชิญผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ ท่านธนิตพล ไชยนันทน์ แล้วเดี๋ยวต่อด้วยท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ท่านสมาชิกมีผู้อภิปรายที่มีตัวรายชื่อทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลที่ยกมือทั้งหมด ประมาณ ๑๓ ท่านก็จะสลับกันไป ขอให้ท่านช่วยกระชับตรงประประเด็นหน่อยแล้วกัน นะครับ เชิญท่านธนิตพลครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ก่อนอื่นผมคงต้องขอกราบขอบพระคุณ ทาง กกต. นะครับที่ท่านได้เสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับเข้าสู่สภา ผู้แทนราษฎรอย่างทันท่วงทีหลังจากที่เราได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นที่เรียบร้อยครับ มีประเด็นที่เกี่ยวข้อบังคับกับกฎหมายที่พวกเรากําลังจะแก้
เรื่องแรก ท่านประธานครับ ในส่วนของการแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้งแบบสัดส่วน และบัญชีรายชื่อ รวมไปถึงเรื่องส่วนของเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่มีจํานวน ส.ส. ลดลงจากปกติ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ประเด็นที่มันจะเชื่อมโยงก็คือ ในเรื่องของการแบ่งเขต รวมไปถึงบัญชีรายชื่อของ ส.ส. นั้นมันจะก่อให้เกิดการแข่งขัน ทางการเมืองค่อนข้างสูงครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นก็คือว่า ยกตัวอย่าง อย่างกรุงเทพมหานครจากเดิม ๓๖ คน เหลือ ๓๓ คน หายไป ๓ คน ๓ คนนี้ถ้าพูดคุยกัน ในพรรคจบ ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ถ้าพูดคุยกันในพรรคไม่จบ จําเป็นต้องไปหา พรรคใหม่ลง หรือแม้แต่จําเป็นจะต้องไปสมัครในพรรคฝ่ายตรงข้าม การแข่งขันค่อนข้างสูง สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างที่ผมได้กราบเรียนก็คือในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง นี่เป็น ประเด็นสําคัญมาก และผมจะต้องฝากกับทาง กกต. เนื่องจากว่าในส่วนของการซื้อสิทธิขาย เสียง การทุจริตการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงครับ และ สําคัญที่สุดคือหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ ผมเข้าใจครับว่าปัญหาที่ท่านพบ แล้ว ก็ประสบ สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณของท่านเอง ผมรู้ดีครับว่าเงินที่ แต่ละครั้งที่มีการเลือกตั้ง กกต. ได้รับไม่ค่อยเพียงพอหรอกครับ สําหรับการที่จะไปป้องกัน และปกป้องในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง แต่ปัญหาที่สําคัญคือ หน้าที่สําคัญที่สุดของท่าน คือเรื่องนี้โดยตรงจริง ๆ อย่างที่ท่านได้เคยออกสปอต ทีวี (Spot TV) ไว้ว่าท่านคือ คณะกรรมการ ปัญหาที่พบในวันนี้ก็คือว่าในการทํางานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่นี้ พองบประมาณไม่พอท่านก็ไปใช้วิธีการในการที่จะตั้งรับ ก็คือรอให้คน มาร้องเรียน ผมกราบเรียนท่านครับว่าเรื่องนี้ผมเป็นห่วงจริง ๆ ผมอยากให้ท่านเน้นในเรื่อง ของการที่จะป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อลดปัญหาการทุจริต และที่สําคัญที่สุดครับ หลังจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในครั้งหน้านี้ เราก็จะได้ผู้แทนดี ๆ ที่เป็นผู้แทนที่ไม่ได้ ซื้อเสียงเข้ามาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร การเมืองไทยมันก็จะได้พัฒนาครับ ผมกราบเรียนต่อ ก็คือว่าในส่วนของหลักเกณฑ์ก็เช่นเดียวกันครับ มีนักการเมืองหลายคนที่เป็นผู้สมัคร รับเลือกตั้งที่กําลังจะเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่พวกเราเป็นห่วงก็คือในเรื่องของหลักเกณฑ์ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าอะไรทําได้ อะไรทําไม่ได้ เรื่องนี้ผมเคยพูดไว้หลายครั้งครับ ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรรวมไปถึงการประชุมต่าง ๆ ที่ท่านมีส่วนร่วมอยู่ด้วย สิ่งที่ผมอยากจะ ขอความกรุณาท่านคือการกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ท่านพอจะทําให้กับ ทางผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ชัดเจนกว่าที่นักการเมืองขณะที่กําลังลงเลือกตั้งนั้น มีข้อสงสัยไม่สามารถจะได้รับคําตอบอย่างชัดเจนได้ เนื่องจากว่าเป็นการตีความทางด้าน กฎหมาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งก็จะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับด้วย
เรื่องสุดท้ายครับ เป็นสิ่งที่ผมเป็นห่วงเป็นอย่างมากครับท่านประธาน คือเรื่องของพรรคการเมืองที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างที่ผมได้กราบเรียนกับทาง คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชุมนุม วันนี้ไม่เป็น อะไรหรอกครับเพราะไม่ได้มีการเลือกตั้ง แต่เมื่อถึงเวลาที่มีการเลือกตั้ง กลุ่มผู้ชุมนุมที่มี ความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองต่าง ๆ เหล่านี้ผมเคยประสบมาด้วยตัวเองที่จังหวัดลําปาง ผมเคยประสบมาด้วยตัวเองที่จังหวัดลําพูนและจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่พรรคการเมือง ของพวกเราพรรคประชาธิปัตย์กําลังหาเสียงเลือกตั้ง มีการชูป้าย มีการปิดล้อม และขว้างปา สิ่งของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นการขัดขวางการเลือกตั้งครับ ผมก็จะฝากกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งในการเข้มงวด กําหนดบทลงโทษให้ชัดเจน เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่กระผมได้ฝากกราบเรียนท่านประธาน โดยเฉพาะประเด็นสุดท้าย คือเรื่องของการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชุมนุมและการขัดขวางการหาเสียงเลือกตั้ง กระผม ในฐานะผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่คิดว่ากําลังจะเป็นว่าที่ผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งหน้า กระผม ของฝากประเด็นต่าง ๆ กับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อไปพิจารณาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ตามที่ กกต. อาศัยอํานาจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๙ (๓) เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ มาเพื่อให้สภาพิจารณา กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่ากระผมเห็นด้วย ในหลักการทั้ง ๓ ฉบับว่ามีความจําเป็น ถึงแม้ว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านกล่าวว่า ถ้ามี อุบัติเหตุ กกต. สามารถจัดการได้เลย เพราะว่าเป็นไปตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ ในมาตรา ๗ ไม่ใช่ครับ ผมคิดว่าถ้าความคิดเห็นผมทางกฎหมายแล้ว กกต. ผมคิดว่าท่าน เป็นนักกฎหมาย ท่านไม่กล้าเสี่ยงหรอกครับ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้บัญญัติ ไปถึงการออกประกาศดังกล่าวก็ย่อมไม่ชอบ ย่อมเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง กระผม คุยกับผู้ใหญ่ใน กกต. หลายท่านต่างก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้อย่าหลงทางครับ ถึงแม้ว่า มีท่านสมาชิกบางท่านกล่าวว่าไม่มีปัญหา แต่ผมยืนยันว่ามีปัญหาแน่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ก็ขอภาวนาไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน อาจจะเป็นคําร้องขอเกี่ยวเนื่องกับ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ ก็คือการแบ่งเขตเลือกตั้ง ท่านประธานขอฝากไปยัง ท่านประธาน กกต. คณะกรรมการ กกต. ว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งถ้าไม่นับรวมจังหวัดบึงกาฬ แปลว่าประเทศไทยมี ๗๖ จังหวัด เป็นจังหวัดที่มีผู้แทนราษฎรจังหวัดละ ๑ คน คือ ๗ จังหวัด ไม่ต้องแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นจังหวัดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจํานวน ผู้แทนราษฎร ๔๖ จังหวัด เป็นจังหวัดที่มีการเปลี่ยนแปลง คือลดลง ๒๓ จังหวัด ท่านประธานครับ มีการตีความของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งสามารถที่จะใช้มาตรา ๑๐ ของกฎหมายเลือกตั้ง ว่าสามารถทําได้ ใน (๑) ก็บอกว่าให้คํานึงถึงเขตเลือกตั้งเดิม ในวรรคสาม ท่านประธานครับ ผมจําแม่น ถ้าจังหวัดใด ไม่มีการแบ่งจํานวนที่มีการเปลี่ยนแปลงจํานวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น เขาให้ไม่แบ่งก็ได้ ก็มีข้อถกเถียง ก็บอกว่าแต่ก่อนนี้ ๓ คน มาแบ่งเป็น ๑ คนมันต้องเข้าข่าย ไม่ใช่ครับ ถ้าตีความข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดในกฎหมาย เลือกตั้งมาตรา ๑๐ แล้วมันจะไม่มีปัญหาอย่างที่ท่านว่า อย่าทําให้เรื่องไม่เป็นเรื่องให้มัน ก่อให้เกิดปัญหา นั่นประการที่ ๒
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน ผมกําลังห่วงข้อกฎหมาย ท่านประธานและ ท่านประธาน กกต. ทาง กกต. โปรดพิจารณามาตรา ๑๐๘ ในกรณียุบสภา ผมอ่านข้อความ ในวรรคสองท้ายวรรคว่า จะต้องกําหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเดียวทั่วราชอาณาจักร ท่านครับ เมื่อกําหนดวันเดียวทั่วราชอาณาจักรแล้วก่อให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นในทางกฎหมาย ในกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา ๙๕ สามารถเลือกตั้งล่วงหน้า ผมอยากจะถามว่า กกต. จะสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ ในเมื่อเขาบอกว่าการเลือกตั้งทั่วไปให้เลือกตั้งในวันเดียว ทั่วราชอาณาจักร แต่ท่านเลือกตั้ง ๓ วันนี่ครับ กําหนดวันเลือกตั้ง ๑ วัน แล้วกําหนด วันเลือกตั้งอีก ๒ วัน มีเจ้าหน้าที่ทาง กกต. บางท่านก็ชี้แจงผมว่าในการเลือกตั้งล่วงหน้า มันเป็นมาตรการในการ อํานวยความสะดวกเท่านั้น ไม่ใช่ครับ ขั้นตอนในการลงคะแนน หย่อนบัตรลงคะแนน ในหีบเลือกตั้งนั้นคือการเลือกตั้ง มันก่อให้เกิดผลครับท่านประธานในการหาเสียงเลือกตั้ง ในการที่จะบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ เพราะในระหว่างที่ลงคะแนนเรายังหาเสียงเลือกตั้งได้ ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า มันย่อมมีการขัดกันทางด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นตรรกะที่จําเป็นจะต้อง พิจารณาท่านประธานครับ กระผมกราบเรียนประเด็นอย่างนี้ว่าความขัดกันของกฎหมายนั้น มันขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ มันจะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอนถ้าหากว่ามีใคร ตะแบงแล้วตีความ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา ๘ ว่าในกรณียุบสภาจะต้องให้กําหนด วันเลือกตั้งวันเดียวทั่วราชอาณาจักร แล้วท่านไม่มีการแก้ไขเข้ามา นั่นประการที่ ๑ ในเรื่อง ของกฎหมาย
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน มาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญนั้น ให้สมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เพียงพรรคเดียว ๓๐ วัน ในกรณีถึงวันเลือกตั้ง นะครับ ในกรณียุบสภา ท่านประธานครับ แต่ท่านเขียนกฎหมายในกฎหมายเลือกตั้ง ในมาตรา ๑๑ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๓๖ ในกรณีวรรคสองของมาตรา ๓๖ ที่ท่านแก้ไข เขียนว่า การยื่นใบสมัครตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้สมัครยื่นหนังสือรับรองของหัวหน้าพรรคการเมืองที่ส่ง สมาชิกผู้นั้นเข้าสมัครรับเลือกตั้ง ท่านประธานครับ นั่นคือบทบัญญัติที่เขียนไว้ว่า ให้เจ้าหน้าที่ในการที่จะรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องมีใบรับรองของหัวหน้า พรรคการเมืองนั้นรับรองว่านาย ก นาย ข หรือผู้นั้นเป็นผู้สมัครในนามพรรคดังกล่าว แต่ท่านประธาน แต่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๑ (๓) บอกว่า ให้สังกัด พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ ๓๐ วันถึงวันเลือกตั้ง ไม่ใช่วันสมัครรับเลือกตั้งแต่ถึง วันเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นท่านเขียนบังคับท่านไม่มีช่องหายใจไว้เลยนี่ ผมคิดว่าการปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ของทาง กกต. นั้นผมว่ามีปัญหาแน่นอน
ท่านประธานในประการสุดท้ายที่กระผมอยากจะวิงวอนขอให้ทาง กกต. ได้พยายามที่จะดูแลการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่มีอยู่ปัจจุบันผมต้องกราบเรียนว่าไปอยู่ภายใต้ อาณัติของนักการเมือง ในจังหวัดใดที่มีนักการเมืองที่มีบารมี กรรมการการเลือกตั้งประจํา จังหวัดที่จะเสนอมา ๒ แบบ ๓ แบบ ตามที่นั้น ท่านเข้ามาจะเสนอตามความคิดเห็นตาม คําร้องขอ ตามใบสั่งของนักการเมือง เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการ กกต. ได้คํานึงถึงสิ่งเหล่านี้ครับท่านประธาน
ต่อไปครับ เป็นท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย และจะต่อด้วย ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ ท่านบุญยอด
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก่อนที่ผมจะได้อภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น ผมขออนุญาตที่จะให้ท่านประธานแล้วก็รวมทั้งคณะกรรมการ กกต. ได้ดูการพิมพ์ผิดสักเล็กน้อยนะครับ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านส่งมาทั้งหมดนั้นน่าจะมาจาก การพิมพ์ของทางคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ มันพิมพ์ผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ว่า ผมคิดว่าถ้าเป็นกฎหมายก็คงจะให้ผิดไม่ได้นะครับ หน้า ๑๖ ในมาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกชื่อ ข้อ ๔ หมายเลขที่จะใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง ท่านคงจะเห็นนะครับ มันขาดไม้หันอากาศ แล้วก็ จะมีไม้โทถูกไหมครับ แต่ท่านมีไม้โทอย่างเดียวนะครับ เลือกตั้ง อีกหน้าหนึ่งนะครับ เท่าที่ ผมเห็นนะครับ หน้า ๒๓ ในเอกสารประกอบอยู่ในข้อ ๒๐ มาตรา ๒๔ (๔) ครับ บัตรที่ ไม่อาจทราบได้ว่า ในนี้เขียนว่า ละคะแนนนะครับ ก็คงจะพิมพ์ผิดนะครับ คือคงจะพิมพ์ คําว่า ลงคะแนน มากกว่านะครับ บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนเลือกตั้ง ท่านพิมพ์ ล ลิง สระอะ ขออนุญาตเปลี่ยนเป็น ลง ก็จะเห็นทั้ง ๒ จุดนะครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในประเด็นสําคัญ ๆ เท่าที่ผม อยากจะขออนุญาตได้ร่วมอภิปรายไว้ในชั้นนี้ เพื่อท่านได้จะไปพิจารณาเพราะเชื่อว่า โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นคงจะยึดเอาพระราชบัญญัติที่ท่านร่างมาเป็นหลัก ผมขออนุญาตเริ่มต้นที่มาตรา ๑๑ ยกเลิกความในมาตรา ๓๖ อยู่หน้า ๑๓ มาตรา ๓๖ บอกว่า การสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่าง ๆ ให้ผู้สมัครของแต่ละพรรคนั้น ไปยื่นใบสมัครต่อผู้ดําเนินการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งนั้น การยื่นใบสมัครนั้นก็จะต้อง ให้ผู้สมัครยื่นหนังสือรับรองของหัวหน้าพรรคการเมือง แล้วก็มีเงินค่าธรรมเนียม ผมขออนุญาตที่จะติงท่านสักหน่อยนะครับในช่วงท้ายบทเฉพาะกาล ท่านบอกว่าให้หัวหน้า พรรคการเมืองไปคุยกันเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งเหมือนกัน คนจะสมัครรับเลือกตั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายคนละ ๕,๐๐๐ บาท ถ้าถามว่า ๕,๐๐๐ บาท มากหรือไม่มากต่อการเลือกตั้ง อาจจะไม่มาก แต่ถ้าคูณทั้งประเทศรวมกัน ท่านประธานครับ มีผู้สมัครที่จะมาเป็น ส.ส. ส.ว. จํานวนมันมากกว่าจํานวนที่รับได้ ถูกไหมครับ สมมุติว่า สมัครกัน ๑๐ เท่า ท่านก็จะมีคนสมัคร ๕,๐๐๐ คนทั่วประเทศ คนละ ๕,๐๐๐ บาท ๒๕ ล้านบาท คําถามผมมีตามมาเหมือนกัน ๑ ทําไมต้อง ๕,๐๐๐ บาท ทําไมไม่น้อยกว่านี้ เพื่อที่จะสนับสนุนให้คนที่จะสมัครเขาเดินมาสมัครได้ อาจจะแทบไม่มีค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ แต่ผมเชื่อครับ ผมว่าท่านมีค่าใช้จ่าย เรื่องค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าเบี้ยเลี้ยงของกรรมการ เรื่องอะไรต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ ท่านก็ของบประมาณรัฐบาลเพิ่มเติม แต่อย่างน้อยที่สุด ๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ซึ่งเป็นรายได้ของท่านเพิ่ม ท่านปรากฏในส่วนของการรับรู้รายได้ของ ท่านเพิ่มหรือไม่ ระบบบัญชีของท่านได้ชี้แจงอย่างละเอียดหรือไม่ แล้วผมเห็นว่า ๕,๐๐๐ บาทนี้น่าจะต้องน้อยลง เพื่อที่จะสนับสนุนให้คนมีโอกาสที่จะมาสมัครมากยิ่งขึ้น
ต่อไป เป็นมาตรา ๔๑ นะครับ ในมาตรา ๔๑ นั้นก็เป็นเรื่องที่บอกว่า บุคคลที่จะสมัครเป็นผู้แทนในแบบของบัญชีรายชื่อนั้น บุคคลดังกล่าวต้องเป็นสมาชิก ของพรรคการเมืองที่จะเสนอรายชื่อเพียงพรรคเดียว ตรงนี้มีคําถามครับท่านประธานว่าปกติ แล้วพรรคการเมืองจะส่งการเป็นสมาชิกไปที่ กกต. ผมเข้าใจว่าเป็นรอบ ๆ ถูกไหมครับ เป็นรอบ เช่นอาจจะเดือนละครั้ง อันนี้ผมไม่แน่ใจเดือนละครั้งหรือ ๑๕ วันครั้ง คําถาม ตามมาถามว่าแล้ววิธีการที่ท่านจะพิสูจน์ว่าคน ๆ นั้น มีรายชื่ออยู่ในพรรคการเมืองเพียง พรรคเดียวนั้นท่านทําอย่างไรและสามารถพิสูจน์ได้ในระยะเวลาที่ถูกต้องหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องของการรอบคอบ ผมเห็นด้วยครับว่าคนหนึ่งจะต้องมี ๑. บัญชีรายชื่อ บัญชีเดียวเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียว แต่คําถามคือเขาเป็นสมาชิก ๒ พรรคการเมือง ในขณะเดียวกันหรือไม่ หรือ คําถามที่ ๒ คือ ถ้าตัวเขาเองไม่ได้สมัครใจจะเป็น แต่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งดันไปมีชื่อของเขาไปอยู่ในระบบ ท่านจะพิสูจน์อย่างไรครับ อันนี้ฝากไว้นะครับ
ประเด็นต่อไป เป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๓ ซึ่งใน (๙) นั้น ท่านก็มีการแก้ไขนะครับจากร่างเดิม ก็คือว่าท่านก็จะเขียนเฉพาะการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งถูกไหมครับ (๙) ท่านเขียนอย่างนี้นะครับว่า ดําเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งจัดให้มีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ท่านประธานครับ ตรงนี้เนื่องจากว่าท่านไปตัดทอนของเก่า ซึ่งมีคําว่า และการเลือกตั้งแบบสัดส่วน ออกนะครับ แต่ผมคิดว่าท่านควรจะเขียนให้ครบ นั่นก็คือว่า เนื่องจากอันนี้เป็นอํานาจหน้าที่ของท่านนะครับ ในมาตรา ๑๐ ซึ่งเป็นคณะกรรมการ การเลือกตั้งมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๙) ท่านก็จะเขียนเรื่องของการดําเนินการแบ่งเขต เลือกตั้งสําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ท่านลืมเขียนถึง เรื่องของบัญชีรายชื่อครับ ท่านยังต้องมีหน้าที่ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องของบัญชีรายชื่อ เช่นอย่างเมื่อสักครู่ว่าสมาชิกคนหนึ่งจะต้องมีการลงเป็นสมาชิกพรรคได้เพียงแค่พรรคเดียว อย่างนี้เป็นต้น ผมเข้าใจว่าท่านลืมที่จะใส่ให้ครบถ้วนนะครับ ในส่วนนี้ใน (๙) ฝากให้ท่าน พิจารณาก็แล้วกันนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอีกสัก ๒-๓ นาที ที่จะพูดถึงเรื่อง เช่น การคํานวณจํานวนประชากร จํานวนประชากรที่ท่านให้มา ก็ถูกต้องนะครับ ก็คือว่าต้องนับจํานวนประชากรที่สิ้นสุดปีที่ผ่านมาคือ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ จํานวนประชากรที่มีปรากฏอยู่ในนี้ก็คือมีประชากร ๖๓,๘๗๘,๒๖๗ คน คําถามคือว่า ท่านได้ตัดจํานวนของคนที่มิได้เป็นคนสัญชาติไทยหรือเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยการ แปลงสัญชาติ ซึ่งต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปีด้วยหรือไม่ ซึ่งอันนี้ เป็นคุณสมบัติหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คุณสมบัติอื่น ๆ ผมไม่ได้นับ เพราะผมเชื่อว่า ท่านคํานวณที่ประชากรทั้งหมด คนที่อายุต่ํากว่า ๑๘ ปี ท่านก็รวมเข้ามาด้วย ถูกต้องครับ เพราะท่านจะเอาจํานวนประชากรมาหารกับจํานวนของ ส.ส. ถูกไหมครับ จาก ๓๗๕ คน แต่สิ่งที่สําคัญก็คือว่าจํานวนนี้ผมเข้าใจว่าท่านเอามาจากจํานวนในทะเบียนบ้าน ในทะเบียน สํามะโนประชากรหรือไม่ แล้วท่านได้ตัดคนอื่น ๆ ซึ่งไม่มีสิทธิ ไม่มีสิทธิแม้จะไปเลือกตั้งด้วย ท่านประธาน เพราะว่าเขาไม่มีสัญชาติไทยอย่างนี้เป็นต้นหรือไม่ได้สัญชาติไทยมาโดยการ แปลงสัญชาติอย่างนี้ ท่านได้ตัดออกจากจํานวน ๖๓,๘๗๘,๒๖๗ คนหรือไม่ นอกจากนั้นสิ่งที่ ผมต้องขออนุญาตที่จะฝากต่อท่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะว่าโอกาสที่จะได้พูดคุย กับท่านคงจะยากหน่อยนะครับ เมื่อท่านมาเสนอกฎหมายผมขออนุญาตฝาก ๒-๓ เรื่อง ต่อไปนี้ครับ ๑. คือเรื่องของการป้องกันการซื้อเสียง ขณะนี้ท่านคงทราบมันมีรูปแบบใหม่ ๆ เขาไม่ได้ให้เงินเป็นธนบัตรเป็นใบ ๆ แล้ว แต่เขามีวิธีการอื่น ๆ อย่างเช่น การให้บัตรเติมเงิน อย่างนี้เป็นต้น หรือให้สิ่งอื่น ๆ ที่แทนเงินหรือไปจนถึงระบบการจัดเลี้ยงก่อนล่วงหน้า นะครับ สมาชิกหลายท่านพูดเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้านะครับ ซึ่งแน่นอนเวลาเขาเลี้ยงเขาก็ ไม่ต้องรอจนถึงวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ แล้วมาเลี้ยงกันคืนวันเสาร์ ถูกไหมครับ เขาเลี้ยง กันก่อนล่วงหน้า กกต. ได้ดําเนินการในการตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่าง บริสุทธิ์ยุติธรรมได้หรือไม่นะครับ ในเรื่องอื่น ๆ ที่เราเคยกันพูดกันอยู่เสมอครับท่านประธาน ในสังคมไทยก็คือ เช่น การห้ามร้านจําหน่ายสุราบางปีมีการเลือกตั้งหลายครั้งนะครับ ทั้งในระบบของ ส.ส. ทั้ง ส.ว. ทั้งผู้ว่า กทม. อย่างนี้เป็นต้น ปรากฏว่าร้านที่จําหน่ายสุรา ทุกคืนวันเสาร์ก่อนเลือกตั้งเขาก็เซ็งนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมาคือเศรษฐกิจมันไม่ค่อยดี นะครับ ขายของไม่ค่อยได้ คือวันเสาร์กะจะมีลูกค้า ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นเป็นวันเลือกตั้ง เขาก็ เลยอาจจะพาลโกรธไปด้วยว่าทําไมมันเลือกตั้งบ่อยจังเลยนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของ การจําหน่าย ถ้าเขาจําหน่ายอยู่แล้วนะครับ เป็นร้านจําหน่ายอย่างชัดเจน ท่านปรับตรงกฎ ตรงนี้ได้บ้างหรือไม่ ก็คือว่ามันห้ามจ่ายแจกถูกไหมครับ การให้กินฟรีการให้ต่าง ๆ โอเค ผมเห็นด้วยว่าอย่างนี้ต้องห้าม แต่ถ้าเขาจําหน่ายเป็นกิจลักษณะ เขามีร้านค้าประกอบการ อย่างชัดเจน แล้วเขาต้องทํามาหากินเขาต้องเลี้ยงลูกน้อง เขาต้องจ่ายค่าเช่าอย่างนี้ ก็น่าเห็นใจครับ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของบัตรเสีย ท่านประธานครับ บัตรเสียจํานวนบางครั้ง เยอะมาก ผมคิดว่าอันนี้น่าจับตามองนะครับ ทําไมบัตรจึงเสียในบางจุดบางหน่วยเลือกตั้ง เยอะนะครับ แต่อีกอันหนึ่งที่ผมสนใจก็คือเรื่องของการกากบาทหลาย ๆ ครั้งนะครับ การกากบาทหลาย ๆ ครั้ง ถ้าถาม ผมว่าโดยเจตนารมณ์ของคนกากบาท ๑. ปากกา มันไม่ติด มันจึงต้องกากบาทหลายครั้ง ๒. เพื่อย้ําว่าฉันจะเลือกคนคนนี้ก็กาไป แต่กรรมการ ในหน่วยเลือกตั้งจะมองว่าการกากบาทหลายครั้งมีหลายเส้น จึงมีจุดตัดหลายจุดนะครับ เขาก็จะแปลว่าบัตรนั้นเป็นบัตรเสีย ทั้ง ๆ ที่เจตนาของคนกาหลายครั้งมันมีเหตุผลที่สําคัญ นะครับ ก็คืออย่างที่ว่าคืออาจจะย้ําก็ได้ แต่ถ้าดูจุดตัดไม่ว่าจุดไหนก็ตาม ถ้ามันยังอยู่ ในกรอบในช่องของหมายเลขนั้น ผมว่าเจตนารมณ์ยังชัดเจนเหมือนเดิมนะครับ จุดตัด เป็นเจตนารมณ์ของผู้กา เพราะฉะนั้นถ้าเขาอยู่ในช่องเดิมก็น่าจะให้เขาได้ สุดท้ายที่จะฝากกับท่านประธานไปยัง คณะกรรการการเลือกตั้งก็คือ เราคงจะต้องสนใจการใช้เทคโนโลยีอยู่บ้าง ผมคิดว่า ในหลายประเทศท่านเองก็คงไปดูงานมา เขามีการเลือกตั้งที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ โดยที่เรา อาจจะได้ข้ามพ้นต่อการมานั่งกาคะแนนบนกระดาน แล้วก็กากันจนดึก ๆ ดื่น ๆ ง่วงบ้าง หลับบ้าง หรือกาพลาดไปบ้างนี้ การใช้บัตรหรือคอมพิวเตอร์ซึ่งยืนยันได้ว่าบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตจริง ไม่มีใครจะไปเป็นแฮกเกอร์ (Hacker) หรือไปแก้ข้อมูลต่าง ๆ ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น ได้นี้ก็จะทําให้การเลือกตั้งนั้นทันสมัยมากยิ่งขึ้น รู้ผลคะแนนได้เร็วขึ้น ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ก่อนถึงท่านผู้อภิปรายทั่วไป สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะกรรมการครู อาจารย์ และ นักเรียนจากโรงเรียนมุสลิมสันติธรรมมูลนิธิ จังหวัดนครศรีธรรมราช ๒๐๐ ท่านที่มา เยี่ยมชมสภา ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ได้แก้ไขไป ผู้อภิปราย ท่านต่อไปครับ ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อยู่ไหมครับ
(นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
ถ้าไม่อยู่ก็ท่านสถาพร มณีรัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ซึ่งก็ถือว่าเป็นบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยน จากผู้มีประสบการณ์ตรง ในฐานะที่เป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งกับผู้ที่คุมกลไกของการให้มี การเลือกตั้งเพื่อที่จะให้สุจริต โปร่งใส ซึ่งเรื่องนี้ครับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้ง คือพวกเรานี้จะมาสนใจประเด็นของการเลือกตั้งก็ต่อเมื่อจะมีการยุบสภา เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ ในห้วงเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้ง วุฒิสภานี้ได้รับ การเลือกตั้ง บทบาทของ กกต. หายไปในสายลมแสงแดดเลยครับ ไม่ได้ยกระดับ พี่น้องประชาชน ไม่ให้องค์ความรู้ พอถึงเวลาเลือกตั้งมาก็จับผิดผู้แทนอย่างเดียวครับ ตรงนี้ ผมก็ปวดหัวครับท่านประธาน พวกผมชนะเลือกตั้งมานี้ เหมือนโจรเลยครับ หน้าตามอมแมม ดํากระด่างกระดํา เครียด ไหนจะต้องเจอกรรมการการเลือกตั้งจุกจิก ต้องมาตีความอันนั้น ก็ทําไม่ได้ อันนี้ก็ทําไม่ได้ ระมัดระวังก็แพ้เพื่อนเลยครับ ตรงนี้สําคัญครับว่าทําไมพวกเรา ถึงจะต้องมาเอาชนะคะคานกันตอนเลือกตั้ง ทําไมห้วงเวลาที่ไม่มีการเลือกตั้งไม่สั่งสอน ประชาชน ไม่สั่งสอนคนที่จะมาเลือกตั้งครับ ผมก็ไม่รู้ว่า อันนี้เป็นข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ห้วงเวลานั้นถ้าเราบอกพี่น้องประชาชน ถึงพฤติกรรมของนักการเมือง วุฒิภาวะของคนเป็นนักการเมือง และวุฒิภาวะของคนที่จะมา เลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าอายุ ๑๘ ปีพร้อมเลือกตั้ง เราต้องไปใช้สิทธิ ไม่ขายเสียง มันล้าสมัยครับ เมื่อไรก็ไม่ใช้สิทธิ ไม่ขายเสียง นอนหลับทับสิทธิ มันก็ได้แค่นี้ครับ ท่องกันเป็นวรรคเป็นเวร เราก็ได้นักการเมืองมา มารายงาน กกต. กกต. ก็ตรวจสอบงบดุลใบเหลือง ใบแดง วนเวียน ซ้ําซากอยู่อย่างนี้ แล้วก็มาแก้กฎหมาย ไป ๆ มา ๆ ก็ได้พวกเรานี้ ก็วนเวียนกันอยู่ ใน ๓,๐๐๐ คน ๔,๐๐๐ คนนี้ กกต. มีหน้าที่จับ พวกผมมีหน้าที่หาเสียง คือทําอย่างไร เราถึงจะมีวิธีคิดว่าฝ่ายประชาชนซึ่งเขามีการเลือกตั้ง ฝ่ายพรรคการเมืองซึ่งเมื่อมีห้วงเวลา ไม่ใช่มากระตือรือร้นกันตอนที่ยุบสภา วันนี้ก็ผิดปกติ นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาภายใน เดือนพฤษภาคมต้นเดือน มาเร่งฝ่ายนิติบัญญัติให้ออกกฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีใครใหญ่ กว่ากันครับ หรือมันไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมาย มันผิดปกติ ตรงนี้ละครับท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมเองนั้นเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้มีอะไรกับ กกต. หรอกครับ มีแต่กลัว กกต. กลัวใบเหลือง ใบแดงนี้ หลับฝันร้ายวันละ ๓ เวลาก่อนเลือกตั้ง เพราะเราไม่ได้ยกระดับของพี่น้องประชาชน พอถึงเวลาเลือกตั้ง เอาแล้ว กระเหี้ยนกระหือรือ แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ลุกลี้ลุกลน สภามันผิดอะไร ผมไม่ใช่กลัวยุบสภา สภากลายเป็นที่รองรับอารมณ์ทางการเมือง แทนที่ จะยกระดับพี่น้องประชาชนว่าการยุบสภามีเหตุ ๑ ๒ ๓ สภาไปไม่ได้ เกิดความขัดแย้ง กับฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารทะเลาะเบาะแว้งกัน อย่างนี้สิครับ ไม่มีเหตุผล แล้วก็ทีนี้ กกต. ก็เสนอกฎหมาย ๓ ฉบับ มันทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความสงสัยครับ แล้วระวังนะครับ การเลือกตั้งเที่ยวนี้ ถ้าทําอะไรแบบรวก ๆ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟครับ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งอย่าเร่งร้อน สมมุติว่ากฎหมายลูก ๓ ฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภา เข้าศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็โปรดเกล้าฯ ลงในราชกิจจานุเบกษา กกต. ไม่ซักซ้อม กันเลยใช่ไหม พร้อมแล้วใช่ไหม แล้ว กกต. จังหวัดที่จะหมดอายุในเดือนกรกฎาคมนี้ จะทําอย่างไร ๕ เสือของจังหวัด เรื่องนี้นะครับ ท่านอาจจะเป็นบอร์ด (Board) ใหญ่ที่อยู่ ในกรุงเทพมหานคร ท่านไม่เข้าใจปัญหาในพื้นที่ว่ามันครุกรุ่นกันขนาดไหน เพราะฉะนั้นผม เองนั้นอยากจะให้พวกเราตั้งสติว่าการเสนอกฎหมายไม่ควรมีนัยในการสนองตอบต่อฝ่าย บริหาร กกต. ต้องเป็นอิสระ มันก็มีความสงสัยใน กกต. อยู่ ไม่ว่าเรื่องยุบพรรค ไม่ว่าเรื่อง ให้ใบเหลือง ใบแดง เขาก็สงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมือง มีแต่ว่าท่านจะรู้ตัวหรือเปล่า คําตอบ ที่สังคมคาใจอยู่ ถ้าท่านพลาดอะไรนิดเดียว ท่านก็มีสิทธิติดคุกนะครับ เหมือนกับ กกต. ชุดเก่า ๆ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ กกต. ตั้งสติอย่าลุกลี้ลุกลน ท่านคือคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่มีอิสระ โปร่งใส จัดการเลือกตั้งให้ถูกระเบียบ ไม่ใช่มาจับเฉพาะนักการเมือง ต้องจับพวกของท่านด้วย ดูโครงสร้างภายใน กกต. ด้วยว่าสามารถรองรับที่จะมีการเลือกตั้ง ใหญ่ไหม ไม่ใช่แก้กฎหมาย ส่งกฎหมายลูกมา ๓ ฉบับแล้ว ทุกอย่างพร้อม เมื่อกฎหมาย สําเร็จ ผมถามว่าคนของท่านพร้อมหรือเปล่าเวลาพวกเราเลือกตั้ง แจ้ง กกต. กกต. บอกส่ง หลักฐานเดี๋ยวจัดการ มันก็ได้แค่นั้นครับ มันเป็นวิธีกรรม ไม่ศักดิ์สิทธิ์ การซื้อสิทธิขายเสียง เอาอย่างเลือกตั้งล่วงหน้า เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ท่านอย่าปฏิเสธนะครับ ปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ๒ วัน วันแรกไม่เข้าเป้า วันที่ ๒ อัดมาอีกครับ ให้เข้าเป้า มันผิดปกติ แล้วท่านเป็นกรรมการ ท่านทําไมไม่เป่านกหวีด หยุด หยุดครับ เลือกตั้งล่วงหน้าต้องหยุด มันคอนโทรล (Control) ได้ครับ เมื่อท่านตั้งกติกา นักการเมืองบางคนก็อยากจะแหกกติกาเพื่อกลับมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาได้อํานาจรัฐ ซึ่งยิ่งใหญ่มาก มันก็ต้องมีวิธีการครับ ท่านจะมี มัวแต่มาแถลงข่าว แจ้งแล้ว ๆ ไม่ได้ครับ ถ้าตราบใดท่านยังไม่เข้าเชื่อมโครงสร้างของภาค ประชาชน ไม่ทํากลไกของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริงครับ ตรงนี้เรื่องใหญ่ผมก็ไม่เห็นว่ากฎหมาย ๓ ฉบับนั้นจะให้พี่น้องประชาชนนอนตาหลับ ได้อย่างไรเวลาเลือกตั้งแล้วไม่โกงกันนี่ แปลกใจครับ ยังคาใจกันอยู่เลือกตั้งครั้งที่แล้วทําไม ลงคะแนนล่วงหน้า พรรคการเมืองพรรคหนึ่งได้เยอะจริง ๆ ในขณะอีกพรรคหนึ่งซึ่งโดน อํานาจรัฐโดนรังแกได้นิดเดียว มันผิดปกติ ปกติสัดส่วนของการไปโหวตเตอร์ (Voter) ไปลงคะแนนโดยสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมมันจะต้องเหลื่อมกันอย่างนี้ครับ ท่านไม่ผิดปกติ หรือครับ พรรคหนึ่งโด่งยังกับกระต่ายกับเต่าเลยครับ วิ่งมันไกลแล้ว อีกพรรคหนึ่งทําไม มันนิดเดียวครับ เลือกตั้งล่วงหน้า แล้วก็ไปเฉือนกันตรงนั้นครับ ในกระดานนี้ ส.ส. บางคน ชนะ หัวคะแนนปรบมือ โอ้โฮ ได้เป็น ส.ส. แล้ว พอคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามาน็อก (Knock) เลยครับ ฝันค้างเลยครับ ตาเหลือกนอนเลย ครับ นี่เรื่องจริงครับท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมการการเลือกตั้ง ท่านอาจจะไม่รู้ความรู้สึก อาจจะไม่รู้ข้อเท็จจริง เพราะไปเจอ กกต. ก็ตอนสืบสวนสอบสวน แต่ความรู้สึกข้อเท็จจริง จริง ๆ ท่านไม่เคยมาแลกเปลี่ยนกับพวกเราอย่างนี้ครับ เจอกันก็นี่ผิดแล้ว นี่เหลืองแล้ว ไม่รับรองแล้ว เจอกันก็ตรงนั้นครับ แต่ก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่เราควรจะมาทบทวน ควรจะจัดงบสัมมนาอบรมพี่น้องประชาชนให้เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย เราจะทํากัน อย่างไรครับ นี่คือโจทย์ใหญ่ เดี๋ยวท่านก็ไปแล้ว ๕ ปี ท่านมาแล้วก็ไป ทิ้งซากมรดกหักพังกัน อยู่ตรงนี้ละครับ พอเอะอะโวยวายไม่ได้ก็โทษนักการเมือง นักการเมืองอย่างพวกผมนี่ นะครับท่านประธาน ผ่านไปยัง กกต. ประธานโทษขนกี่เส้นแทบจะรู้กันหมดครับ พวกผมต้องทํารายงานบัญชีทรัพย์สิน ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน มีลูกกี่คน มีเมียกี่คน มีทรัพย์สินเท่าไร ต้องรายงานครับ หมดสภาพก็ต้องรายงาน ป.ป.ช. ไม่รู้จะตรวจกัน ขนาดไหน พอเลือกตั้งเสร็จ กกต. ตรวจสอบรับรองแล้วยังจะต้องดําเนินการอะไร หลาย ๆ อย่างอีก นี่คือนักการเมืองครับท่านประธาน ที่หลายคนหวาดระแวงสงสัย แน่นอน ที่สุดครับในสังคมหมู่มากมันย่อมมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป แต่เราจะทําอย่างไร กติกาเรานี่ และยกระดับมาตรฐานของคนที่จะมากาคะแนน ไม่ใช่พอถึงเวลาก็มีคัตเอาท์ (Cut out) นอนหลับทับสิทธิ ขายเสียง ขายชาติ ก็ได้แค่นั้นละครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ว่ากรรมาธิการที่จะแต่งตั้งขึ้น แล้วก็ ๓ ฉบับนี้ ทําอย่างไร ที่จะเชื่อมโยงภาคประชาชน ทําอย่างไร กกต. ถึงจะเข้มแข็งในภาคท้องถิ่น ภาคท้องที่ ภาคจังหวัดและภาคประเทศชาติ ภาคระดับชาติ โครงสร้างของท่านรองรับกับการเลือกตั้งใหญ่ ไหวหรือเปล่า โครงสร้างของพรรคการเมืองที่ท่านจะเข้ามาเชื่อม พอถึงเวลา ท่านเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นองค์กรอิสระ กํากับไม่ให้การเลือกตั้งที่เกินเลยกว่านี้เราจะทําอย่างไร ก็ยังคากันอยู่ พรรคการเมืองพรรคหนึ่งจับซื้อเสียงได้เงินเป็น ๒-๓ ล้านบาท เฉย แต่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งจับ ๓๐,๐๐๐ บาท ยุบพรรคเลย นี่มันเกิดความอย่างนี้ครับ มันเกิดความอย่างนี้เราจะทําอย่างไรให้ กกต. เราคือคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ทั้ง ภาคประชาชนศรัทธา ภาคนักการเมืองไม่ระแวงสงสัย พรรคการเมืองไม่ระแวงสงสัย ของพวกท่าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะต้องถามประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็คือว่า ๑. คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดที่จะหมดอายุ ท่านวางแผนไว้อย่างไร ในขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาเดือนพฤษภาคมนี้ ท่านคิดว่าจะปล่อยให้เขา ดําเนินการจนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคม และช่วงโอเวอร์แลพ (Overlap) ช่วงต่อกัน จะทําอย่างไร ท่านจะต้องทําให้ความสงสัยตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ นักการเมือง อย่างพวกผมไม่หวั่นอยู่แล้ว มีเวทีก็ต้องสู้ ระฆังยกแรกดังก็ต้องใส่กันแล้วครับ แต่ประชาชน สิครับ คนที่จะเลือกตั้งสิครับเขาสงสัยจะทําอย่างไร ๒. การเลือกตั้งล่วงหน้าท่านมีนโยบาย อย่างไร เลิกได้ไหม มันมีธุระอะไรไปเลือกตั้งล่วงหน้าไป ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน มีธุระอะไรที่เอารถปิกอัพ (Pick up) ไปใส่คนมาเลือกตั้งล่วงหน้า ท่านไม่สงสัยบ้างหรือครับ ท่านในฐานะคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สงสัยบ้างหรือครับ ไม่เห็นบ้างหรือเลือกตั้ง ล่วงหน้าที่เขาใส่ท้ายรถมาปรบมือกันเฮ้ว ๆ นั่นไม่สงสัยเลยใช่ไหมครับ แต่ผมสงสัย ผมอาจจะสงสัยมากกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งในพฤติกรรมของการเลือกตั้งล่วงหน้าว่า มีนัยซ่อนเร้น ปกปิด อําพรางคะแนนเสียงที่แท้จริง อย่างที่ ๓ ครับท่านคิดว่าการเปลี่ยนหีบ เปลี่ยนหีบเลือกตั้ง สมมุติมีในค่าย ค่ายหนึ่ง จะค่ายลูกเสือ ค่ายทหาร ค่ายตํารวจ ผมไม่รู้ เอาหีบเลือกตั้งล่วงหน้าไปไว้ในค่าย จะทํากันอย่างไร หรือเกณฑ์คนมาแล้วก็เลี้ยงขนมจีน เสร็จจากเลี้ยงขนมจีนแล้วไปกาคะแนนเลย ในค่ายนะครับ ผมไม่บอกว่าเป็นค่ายทหาร หรือค่ายตํารวจหรือค่ายลูกเสือนะครับ แต่มันเป็นค่ายครับอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมหวังไว้ว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึง แล้วท่านอย่าถอดใจลาออกนะครับเกิดคณะกรรมการ การเลือกตั้งลาออก ๓ คน ยุ่งเลยนะครับ สภาก็ไม่มี นายกรัฐมนตรียุบไปแล้วจะทําอย่างไร ก็เป็นคําถามอีกนะครับ ท่านก็ต้องตอบสภานี้ให้ได้ว่าท่านไม่ลาออก จะจัดให้การเลือกตั้ง ให้เสร็จเรียบร้อยไม่ถอดใจ ไม่ใช่ใครมาบีบ มือที่มองไม่เห็นมาบีบแล้วลาออกนี่ยุ่งเลยครับ ผมก็ระแวงกันอยู่นะ เพราะมีการปล่อยข่าวมาอยู่เรื่อยเลย เดี๋ยวก็คณะกรรมการ กกต. คนหนึ่งก็บอกว่ามันน่าจะปฏิวัติให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ผมนี่ขนลุกครับ คณะกรรมการ การเลือกตั้งบางคนพูดออกมาให้ปฏิวัติ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย นักการเมืองอย่างพวกผม กลัวการปฏิวัติอย่างที่สุดเลยนะครับ ท่านอย่าลาออกนะครับ ผลักดันกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ ให้ดําเนินการจนสิ้นสุดจัดกระบวนการการเลือกตั้ง และเลือกตั้งหนนี้ถ้าเอียงนิดเดียวนะครับ มันจะเป็นจุดชนวนให้สังคมระแวงสงสัยแล้วก็การจะปรองดองสมานฉันท์ในอนาคตข้างหน้า เป็นไปได้ยาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้ง พวกผมให้กําลังใจพวกท่านนะครับที่แล้วแล้วไปมาเริ่มใหม่กันดีกว่า เพราะว่า ชีวิตนี้ต้องต่อสู้ต้องดิ้นรน ต้องดําเนินกิจกรรมทางการเมือง เพราะอย่างไรสภาก็ขาดไม่ได้ พี่น้องประชาชนขาดระบบรัฐสภาก็ไม่ได้ ก็เป็นความหวังของบ้านของเมือง แต่สิ่งที่ผม ระแวงสงสัยก็คือว่าพอถึงเวลามา ลุกลี้ลุกลนกันเสนอกฎหมาย เจี๊ยวจ๊าวกันแต่เช้า กฎหมาย ๓ ฉบับของพวกท่าน เพราะฉะนั้นท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ ผมอยาก เรียกร้องวิงวอนให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นทั้งสภาเหล่านี้ช่วยเก็บประเด็น จากประสบการณ์ตรงของพวกเราไปให้คณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาไปช่วยกันหน่อย เพื่อที่จะปิดช่องรูโหว่ เพื่อที่จะให้กลไกของการเลือกตั้งได้รับการยอมรับกับพี่น้องประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและเป็นความหวังของบ้านของเมือง ผมเลยนําเรียนคําถาม ๒-๓ คําถาม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หวังว่าคําตอบของ กระผมนั้น คงจะทําให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจขึ้น ผมก็มีประเด็นเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับผมขออ่านรายชื่อท่านที่จะอภิปรายตามลําดับดังนี้นะครับเพื่อความสะดวก ในการเตรียมตัวของท่าน จากนี้จะเป็นท่านวัชระ เพชรทอง ต่อด้วยท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านทศพล เพ็งส้ม ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ท่านวรงค์ เดชกิจวิกรม ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ท่านสมคิด บาลไธสง ท่านรังสิมา รอดรัศมี ท่านสุนัย จุลพงศธร ท่านสมัย เจริญช่าง ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่านฐิติมา ฉายแสง ท่านร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ นะครับ ก็จะตามลําดับไป ต่อไป เชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้นําเสนอเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ กกต. นั้น คือผู้คุมกฎแห่งความยุติธรรมท่านเป็นองค์กรที่จะชี้ขาดว่าใครจะเป็น นายกรัฐมนตรีในอนาคต เพราะองค์กรของท่านมีสิทธิที่จะให้ใบเหลือง ใบแดงต่อผู้สมัคร รับเลือกตั้งได้ เพราะฉะนั้นท่านต้องมีความกล้าหาญที่จะวินิจฉัยเรื่องที่ร้องเรียนตรงไปตรงมา บริสุทธิ์ยุติธรรม เท่านั้นยังไม่พอครับ ต้องรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ด้วย ท่านประธาน ครับ กกต. เป็นองค์กรที่มีความสําคัญในระบบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง และผมอยากเห็น กกต. ชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างที่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้คาดหวัง อย่าได้ไปเหมือน กกต. ชุดที่ผ่านมา ที่อดีตนายกรัฐมนตรีบางคนก็บอกว่า โธ่ กกต. ก็คนของเรา ท่านประธานครับ การที่ กกต. ไม่เป็นกลางส่งผลอย่างไรครับ ส่งผลให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งบางท่าน ซึ่งเป็นถึง พลเอก ต้องติดคุก และติดคุกอย่างแน่นอนครับถ้าท่าน ไม่เป็นกลาง และไม่ใช่เฉพาะ กกต. เท่านั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ถ้าหากทําผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในอนาคตท่านก็มีสิทธิเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมจําได้อย่างแม่นยําว่าในช่วงต้นที่มีการพิจารณาในเรื่องนี้ มีสมาชิกบางท่านกล่าวชื่อ ท่านสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ผิดเป็น สุทธิผล ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นท่านชื่อสุทธิพล ท่านประธานที่เคารพ ทั้งคณะกรรมการ กกต. เลขาธิการ กกต. และทุกองค์กรในองคาพยพ ของ กกต. รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กกต. เขต กกต. จังหวัด ล้วนแต่สําคัญ เท่าเทียมกัน ผมอยากจะเห็นเจ้าหน้าที่ กกต. มีความยุติธรรม อย่าได้เอียงข้างเข้ากับผู้สมัคร คนหนึ่งคนใดหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ท่านประธานครับ จากเดิมเราเคยมี ส.ส. แค่ ๔๘๐ ท่าน ปัจจุบันสภาสมัยหน้าเป็นสภา ๕๐๐ จะมี ส.ส. ๕๐๐ คน แบ่งเป็นแบบ แบ่งเขตเลือกตั้ง ๓๗๕ ท่านและจากบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ ท่าน ท่านประธานครับ ถามว่า กกต. จะแบ่งเขตอย่างไรให้เป็นไปอย่างยุติธรรม อย่าได้ตกเป็นขี้ปากของผู้ใดผู้หนึ่งว่าท่านแบ่งเขต เลือกตั้งแล้วไม่ยุติธรรม ท่านต้องพินิจพิจารณาดูในการเลือกตั้งที่ผ่านมา การแบ่งเขต วัน แมน วัน โหวต (One man one vote) หรือเขตเดียวเบอร์เดียว ครั้งสุดท้าย ของการเลือกตั้งของประเทศไทย คือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งหลังสุดแบบวัน แมน วัน โหวต คือ ๖ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ก็น่าจะเป็นข้อยุติในเบื้องต้นได้ว่าการแบ่งเขตแบบเขตเดียวเบอร์เดียวมันน่าจะเป็นลักษณะ เช่นนั้น แต่ถ้าท่านแบ่งเขตไปเป็นแบบอื่นที่ซึ่งไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ทางการเมือง ของประเทศไทย ท่านต้องมีเหตุผลและแสดงเหตุผลให้กับพี่น้องประชาชนและผู้สมัคร รับเลือกตั้งให้ได้รับทราบว่าเหตุใดท่านต้องแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างพิสดารเช่นนั้น ท่านประธานที่เคารพ ถ้า กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งไม่ยุติธรรม พรรคการเมืองอื่นซึ่งไม่เห็นด้วย หรือผู้สมัครท่านอื่นที่ไม่เห็นด้วยก็จะมองว่าท่านนั้นไม่ยุติธรรมเสียแต่เบื้องต้นแล้ว นั่นก็คือ การแบ่งเขตท่านไม่ยุติธรรมและไม่อิงกับประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ผ่านมา ท่านประธาน ที่เคารพ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งนั้นมีอย่างมากมาย เสียงละ ๕๐๐ บาท ในกรุงเทพมหานครไม่มีแล้ว มีแต่เสียงละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท หรือไม่ ก็ซื้อยกครัวเรือนไป ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ครัวเรือน ท่านประธานครับ ปัญหา การซื้อเสียงดํารงอยู่จริง เกิดขึ้นจริง ถามว่า กกต. ท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไร กกต. ได้มาขอ งบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรเพื่อไปใช้ในการดําเนินกิจการของคณะกรรมการ การเลือกตั้งตลอดทั้งปีงบประมาณ ๒๕๕๔ กกต. บอกว่าจะดําเนินการเรื่องนี้อย่างเฉียบขาด ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่งซึ่งเป็น คณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ผมขอเพียงแค่ เบอร์โทรศัพท์ของ กกต. ที่สามารถโทรศัพท์ไปแล้วมีคนรับจริง แจ้งเหตุได้จริง และมี เจ้าหน้าที่ กกต. มาจริง จากวันที่สภาได้อนุมัติงบประมาณให้ กกต. ไป จนถึงบัดนี้ ผมไม่เคย ได้รับเบอร์โทรศัพท์แม้แต่เบอร์เดียวจาก กกต. ท่านประธานครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะว่า พี่น้องประชาชนในแต่ละเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ก็ต้องการจะช่วย กกต. เป็นหูเป็นตา ให้ กกต. แต่เห็นการซื้อเสียงแล้วไม่รู้จะแจ้งที่ใด เบอร์กลางที่ท่านให้ โทรศัพท์ไปก็ไม่มีคนรับ หรือรับก็ไม่มีคนพูด ท่านประธานครับ ถ้าหาก กกต. จะได้ช่วยกรุณาเมตตาต่อ พี่น้องประชาชน ขอได้โปรดแจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่จะแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์มือถือให้กับประชาชนในเขตเลือกตั้ง แล้วให้ เจ้าหน้าที่ กกต. ได้รับจริง คุยโทรศัพท์ได้จริง และมาถึงที่เกิดเหตุอย่างทันเวลาจริง อย่าได้ เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อแต่เพียงเท่านั้น ท่านประธานครับ กกต. นั้นแน่นอนครับ ถ้าท่านเป็นองค์กรที่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถที่เอามาจับการทุจริตซื้อเสียงได้จริง พี่น้องประชาชนก็ไม่กล้าที่จะโทรศัพท์ไป เพราะประชาชนไม่เชื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจ ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อองค์กร ไม่เชื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเป็นกลางจริง เพราะตํารวจเป็น หัวคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคการเมือง ตํารวจบาง สน. ท่านประธานที่เคารพ วันเลือกตั้งรับจากผู้สมัครคนละ ๒,๐๐๐ บาท มากกว่าประชาชนซึ่งได้รับเพียงคนละ ๑,๐๐๐ บาท นั่นก็คือ ๒ มาตรฐานด้วยเช่นเดียวกัน ซื้อเสียงพี่น้องประชาชนจ่ายหัวละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ซื้อเสียงตํารวจประจําเต็นท์จ่ายหัวละ ๒,๐๐๐ บาท อย่างนี้ก็มี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงอยากเสนอแนะไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่าน ท่านประธานผู้ทรงเกียรติว่า กกต. ควรที่จะทําภาพของ กกต. เอง ทั้ง กกต. ระดับเขตและ กกต. จังหวัด ติดในเขตเลือกตั้งเหมือนกับป้ายของผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง มีชื่อ มีที่อยู่ มีภาพถ่ายชัดเจน และมีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริต การเลือกตั้งได้ทันทีเบอร์อะไร ติดประกาศในเขตเลือกตั้ง อย่างน้อยที่สุดในทุกหน่วยเลือกตั้ง ที่มีอยู่ในเขตนั้น ๆ ก็จะเป็นพระคุณ ซึ่งจะเป็นการที่ทําให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะ โทรไปหาท่านซึ่งรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่นั้นโดยตรงได้อย่างง่ายดาย อย่าให้ประชาชน หมดหวัง สิ้นหวังเหมือนกับที่ผ่านมา
ท่านประธานครับ อีกประการหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ปัญหาความไม่ปลอดภัยของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งสิ่งนี้ดูเหมือนว่าจะเกินเลยต่อขอบเขต และอํานาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งท่านไม่มีกําลัง ไม่มีอํานาจที่จะไปดูแลความปลอดภัยให้กับ ผู้สมัครได้อย่างทั่วถึงอย่างแน่นอน แต่ผมเชื่อว่าท่านสามารถที่จะมีกลไกอะไรบางอย่างที่จะ จัดการกับกลุ่มบุคคลที่ถูกยุยงปลุกปั่นในลักษณะที่เป็นภัยต่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง คนเหล่านั้น ใช้ทุกวิธีการในการยุยงปลุกปั่นพี่น้องประชาชนจํานวนหนึ่งให้เกิดความเชื่อในลักษณะที่ว่า เกิดจิตวิทยาหมู่ แล้วไปทําร้ายผู้สมัคร หรือไปทําร้ายแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คนที่ไม่เคยโกรธเคืองกันมาก่อนก็ไปทําร้าย อย่างนี้ก็มี ท่านประธานครับ กกต. ควรจะ บอกกล่าวถึงสิทธิของพี่น้องประชาชนว่า ถ้าหากท่านไปทําร้ายหรือใช้กําลังทําร้ายทรัพย์สิน ทําร้ายผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าใครก็ตาม นั่นไม่ใช่วิถีทางของระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง เพราะระบบประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและให้เกียรติผู้สมัคร ไม่ว่าจากพรรคการเมืองใดก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ และยังมีเรื่องที่ค้างคาของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ผมเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องสะสาง แม้ว่า จะเป็นเรื่องในอดีต นั่นก็คือการปลอมแปลงสมาชิกพรรคการเมือง การปลอมแปลงสมาชิก การปลอมแปลงสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อไปของบประมาณจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เงินไปนับร้อยล้านบาท ท่านประธานครับ เขาปลอมแปลงสมาชิกพรรคการเมือง ไปอย่างนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดําเนินการเรื่องนี้ไป ถึงไหนแล้วหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรครับท่านประธาน ปลอมแปลงรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองถึงขนาดปลอมแปลง รายชื่อบุคคลที่เป็นผู้พิพากษา ผู้พิพากษา แน่นอนครับ ท่านประธานครับ ไม่สังกัดพรรค การเมือง แต่มีการปลอมแปลงถึงขนาดที่ว่าส่งจดหมายไปยังผู้พิพากษาว่า ขอแสดงความ ยินดีที่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ระบุชื่อพรรคนั้น แล้วลงชื่อหัวหน้าพรรค ทั้ง ๆ ที่ ผู้พิพากษาไม่เคยยื่นใบสมัคร ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมยังกล่าวยืนยันต่อท่านประธาน ได้อีกว่าสมาชิกสภาเขตทวีวัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๗ ท่าน ชื่อก็บอกชัดครับว่า เป็นสมาชิกสภาเขตทวีวัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๗ ท่าน แต่ปรากฏว่ามีชื่อเป็นสมาชิก พรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งทั้ง ๗ ท่านเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ นี่คือการปลอมแปลง การทุจริตรายชื่อสมาชิกของพรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพ และในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่ท่านได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมเห็นด้วยในทุกมาตรา และมีประเด็นหนึ่งที่ผมอยาก สอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่านท่านประธานว่า ถ้าหากมีบุคคลต่างชาติให้การ สนับสนุนพรรคการเมือง ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. มาตรา ๕๖ ซึ่งเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามา มีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้งหรือกระทําการใด ๆ เพื่อประโยชน์แห่งการเลือกตั้ง โดยประการที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ท่านประธานครับ มีบทกําหนดโทษในมาตรา ๑๔๖ คือลงโทษจําคุกตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๑๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ปัญหาก็คือว่าบุคคลต่างชาตินั้น ท่านประธานครับ ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถไปจับกุมตัวมาได้ เนื่องจากว่าอยู่ต่างประเทศ แล้วจะบังคับใช้กฎหมายในมาตรานี้ได้อย่างไร และคณะกรรมการการเลือกตั้งจะทําอย่างไร ถ้ามีบุคคลต่างชาติหรือคนไทย ซึ่งแปลงสัญชาติไปใช้สัญชาติอื่น ซึ่งเป็นสัญชาติไม่ใช่ สัญชาติไทยมาสนับสนุนในการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีข้อตัดสินอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกบางท่านก็บอกว่าให้ กกต. นั้นระวัง ถ้าทําอะไรแบบรวก ๆ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟท่านประธานครับ แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง จะไม่ลุก เป็นไฟอย่างแน่นอน ถ้าไม่มีใครมาจุดไฟเผาบ้านเผาเมืองของเรา ท่านประธานครับ การที่ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟนั้น ก็เพราะว่ามีคนเอาน้ํามันมาราด มีคนมาจุดไฟเผา แผ่นดิน จึงลุกเป็นไฟขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าโดยบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านสามารถที่จะชี้ชัดในอนาคตได้อย่างแน่นอนว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ก็อยู่ที่พฤติกรรมของท่านว่าท่านได้แสดงออก ต่อสาธารณชนว่าได้จัดการเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยสุจริตและยุติธรรมแล้วหรือยัง และอย่าให้ พรรคใดพรรคหนึ่ง ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งมากล่าวหาท่านได้ว่าท่านไม่มีความยุติธรรม
ต่อไป เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ หัวใจของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คือความยุติธรรม เพื่อให้ ได้ตัวแทนที่แท้จริงจากพี่น้องประชาชน ผมมั่นใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบ ไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง แต่ในขณะเดียวกันกฎกติกาที่จะออกมานี้รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ รอบด้านบางทีก็อาจจะไม่ถึง หรือไม่ทั่วถึงที่จะส่งข้อมูลต่าง ๆ ไปยังผู้เกี่ยวข้องได้ ดังนั้นความเห็นของทุก ๆ ฝ่ายที่จะมี ไปถึงคณะกรรมาการการเลือกตั้งและผู้เกี่ยวข้อง จําเป็นที่จะต้องได้รับการสื่อสารไปถึง อย่างทั่วถึง ในส่วนของพรรคฝ่ายค้านเราได้เสนอร่างกฎหมายประกบกับร่างของ คณะกรรมการ กกต. ด้วย แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือความห่วงใยในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้งที่ผ่านมาเป็นปัญหา และสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย ไปแล้วก็คือการเลือกตั้งล่วงหน้า หลายท่านถึงขนาดที่เสนอว่าทําอย่างไรการเลือกตั้ง ล่วงหน้าจะไม่มี งดไปเลย เพราะเมื่อเราอยากจะให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่การเลือกตั้งล่วงหน้านี่ เห็นก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นช่องทางของการทุจริต ถ้าเราจะจัดให้มีอยู่ จะอ้างว่าเพื่ออํานวยความสะดวก เราก็ควรจะมีมาตรการที่ชัดเจนในอันที่จะจํากัดขอบเขต ให้รัดกุมยิ่งขึ้น เช่น ลดวันเลือกตั้งล่วงหน้าลง จาก ๒ วันเหลือ ๑ วัน เวลาก็ให้เท่ากับเวลา ที่เหมือนกับวันเลือกตั้งทั่วไป คือ ๘ โมงเช้าถึง ๓ โมงเย็น นี่ยกตัวอย่าง หรือสิ่งที่จะทําให้ รอบคอบยิ่งขึ้นก็คือการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อจะได้รู้ว่าเขามีความจําเป็น จริงหรือไม่ที่ไม่สามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันเลือกตั้งจริง แต่สิ่งที่สมาชิก ส่วนใหญ่เมื่อวิตกกังวลเรื่องนี้ ผมยังเห็นด้วยกับท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ก็คือว่า ในการ เลือกตั้งทั่วไปรัฐธรรมนูญกําหนดชัดเจนว่าต้องเป็นวันเดียว เราก็ยึดกฎหมายแม่เป็นหลัก ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งกําหนดให้วันเลือกตั้งทั่วไป มีวันเดียว เราก็เอาวันเดียวเลยไม่ต้องมีการเลือกตั้งล่วงหน้า ผมจําได้สมัยที่ผมรับราชการ อยู่กระทรวงมหาดไทยเมื่อเกือบ ๒๐ กว่าปีมา มีการอํานวยความสะดวกให้กับข้าราชการ ทหาร ตํารวจ หรือสมาชิก อส. ที่จะต้องไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง นั่นก็มีการจัดทํา ทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีการแจ้งกันล่วงหน้าว่าจะต้องไปลงคะแนนที่ไหน นั่นก็เป็น ความจําเป็นอย่างแท้จริง แต่ขณะนี้ผู้ที่หัวใสมีช่องทางการที่ทําอย่างไรถึงจะทุจริตได้ ก็พยายามมองจุดอ่อนหรือรอยโหว่ตรงนั้นในอันที่จะมาใช้ประโยชน์จากการจัดให้มี การเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะอะไร เพราะเขาเช็ก (Check) คะแนน ได้มาตามเป้าไหม ปล่อยไปเท่านี้ มาตามเป้าไหม ยิ่ง ๒ วันนี่ วันแรกไม่ได้ผล วันที่ ๒ ซ้ําเข้าไปอีก แล้วเรา อยากจะเห็นบ้านเมืองของเราบอบช้ําไปมากกว่านี้หรือ จากหลายปีที่ผ่านมาที่บ้านเมืองเรา เจ็บช้ําเราบอบช้ํา เมื่อรู้อย่างนี้แล้วผมคิดว่าในชั้นกรรมาธิการคงจะต้องหาคลี่คล้ายปัญหานี้ ให้จงได้ อย่าปล่อยให้เป็นภาระตกหนักอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้งเท่านั้น กรรมาธิการ จากทุกพรรคการเมืองผมคิดว่าก็ควรที่จะเห็นตรงนี้ว่าเราจะหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร นี่ในข้อแรกที่ผมขอฝากเป็นข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการและคณะกรรมการ กกต.
ในประการที่ ๒ ก็คือเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ชัดเจนครับ กรรมการ การเลือกตั้งได้ให้ข้อคิดเห็นหรือแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะไว้ และผมก็สบายใจว่าจะยึด เขตเลือกตั้งของปี ๒๕๔๘ นี่เป็นเกณฑ์เป็นหลัก เพราะนั่นคือการแบ่งเขตแบบเขตเดียวเบอร์เดียวครั้งสุดท้ายที่ผ่านมา แต่ขณะนี้การแบ่งเขต เลือกตั้ง ผมไม่อยากไปยกตัวอย่างที่อื่นเอาตัวอย่างที่ในจังหวัดของผม ผมเห็นแล้วก็ตกใจ มากครับ แบบล็อกสเป็คเลย หมายถึงว่าใน ๕ แบบที่ออกมา จะมีแบบหนึ่งที่ไปแตะอะไร ไม่ได้เลยไว้สําหรับทุก ๕ เขต ทุก ๕ แบบ จะมีแบบนี้ไว้สําหรับลูกสาวรัฐมนตรี นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะสะท้อนความเห็นว่า แล้วจังหวัดอื่นล่ะจะเป็นอย่างไร มันไม่วุ่นวายกันไปทั้งประเทศ หรือ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องแบ่งเขตเลือกตั้งก็จะเป็นชนวนความขัดแย้ง วุ่นวาย แต่ผมยังมั่นใจกับ กกต. ว่ายังมีช่องทางสุดท้ายที่ส่วนกลางจะพิจารณาเรื่องนี้ อย่างรอบคอบและเป็นธรรม ไม่หวังอะไรมากหรอกครับ เพียงแต่ว่ายึดหลักปี ๒๕๔๘ เป็นหลักตรงนั้น ให้มีอําเภอ มีพื้นที่ที่ชาวบ้านเขาคุ้นเคยกับการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนั้นไว้
ในประการที่ ๓ ครับ ข้าราชการจะต้องวางตัวเป็นกลาง ผมขอฝาก กกต. ครับ กกต. เป็นกรรมการกลาง ข้าราชการเป็นผู้ช่วยกรรมการหรือผู้ช่วยกรรมการ ตัดสิน กกต. ควรที่จะเสนอ ครม. มีมติให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง ยิ่งข้าราชการที่เกี่ยวกับ ตํารวจ ทหารฝ่ายปกครองยิ่งต้องเน้นเป็นพิเศษ และที่ต้องพิเศษเป็นอย่างยิ่งก็คือ ถ้าข้าราชการท่านนั้นเป็นประธานกรรมการ กกต. เพราะจากการแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการ จังหวัดที่ลงหนังสือพิมพ์เมื่อเช้านี้ เห็นชัดเจนครับ มีหลายท่านที่สื่อมวลชนลงว่า ตั้งขึ้น เพื่อรองรับการเลือกตั้ง ผมสงสัย รีบเปิดดู พอเห็นรายชื่อ อ้อ เป็นความจริง ที่เป็นความจริง เพราะผมเพิ่งอภิปรายไปหยก ๆ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ถึงคน ๆ นี้ที่มาเป็นประธานกรรมการประกวดราคาเช่าระบบ คอมพิวเตอร์งานทะเบียน ๓,๔๙๐ ล้านบาท สักครู่เดียวละครับ เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด สุรินทร์ ย้ายไปย้ายมาสลับไปสลับมาแล้วก็ไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นี่ยกตัวอย่างยังไม่รวมท่านอื่นที่ผมยังไม่อยากจะเอ่ยให้กระเทือนไปมากกว่านี้ แต่ถ้ามีเวลา ผมคงต้องตั้งกระทู้สดถามท่านนายกรัฐมนตรีต่อในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะเดี๋ยว เดือนเมษายนนี้ก็จะมีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดอีก หรือมีการแต่งตั้งตําแหน่งต่าง ๆ เพื่อรองรับการเลือกตั้ง ผมว่าบ้านเมืองวุ่นวายแน่นอน ผมถึงอยากจะให้ กกต. เสนอ คณะรัฐมนตรีออกเป็นกฎ ที่เขาเรียกว่า เป็นกฎกลางของ กกต. มีทั้งโทษ ทั้งอาญา โทษทางวินัย ถ้าเป็นโทษทางอาญา คนเป็นข้าราชการต้อง ๒ เท่าครับ ๒ เท่าอยู่แล้ว เพราะเรื่องนี้ผมไม่อยากจะให้มีการเอารัดเอาเปรียบกันจนเกินเหตุ เป็นรัฐบาลมีความ ได้เปรียบทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ยิ่งมาทําแบบนี้ผมคิดว่ามันเกินสมควรกว่าเหตุจนมาก จนเกินไป สิ่งที่อยากจะฝากเป็นประเด็นสุดท้ายก็คือว่าทั้ง ๓ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง ล่วงหน้า การแบ่งเขตเลือกตั้งข้าราชการ ล้วนเป็นหัวใจสําคัญทั้งสิ้น ฝากทาง กกต. ผมเคยรับราชการมาเก่า สิ่งที่ผมกล่าวมานั้นจะเป็นประเด็นสําคัญอย่างยิ่งที่จะทําให้ การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ และผมก็คิดว่ากรรมการ กกต. ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อยากจะเห็นเหมือนกับผมก็คือเห็นบ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย อยากจะเห็นบ้านเมือง ของเราเดินหน้าไปในแนวทางที่ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศที่เขาไปถึงไหน ถึงไหนแล้ว แต่เรายังมาวนเวียนอยู่กับสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ขอฝากท่าน กกต. และกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ช่วยพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย ขอขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ คุณทศพล เพ็งส้ม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานครับ เนื่องจากวันนี้เราได้มาพิจารณาในประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตนะครับ สอบถามไปยังท่านคณะกรรมาธิการและโดยเฉพาะนะครับ ท่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประเด็นแรก ก็คือว่าในหลักการเรามีการเพิ่มในเรื่องที่ ๙ ก็คือ เพิ่มบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการจัดประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อกําหนดจํานวน ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งต่อไปในมาตรา ๓๓ แต่ปรากฏว่าถ้าไปดูในเหตุผลแล้ว ปรากฏว่าเหตุผล ในข้อที่ ๙ ไม่ปรากฏเลยว่าทําไมถึงจะต้องระบุไว้หลักการในข้อที่ ๙ เกี่ยวกับเรื่อง การจัดประชุมกับหัวหน้าพรรคการเมืองนะครับ เพราะว่าด้วยเหตุผลของการแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เหตุผลที่จะระบุไว้ในข้อ ๙ นั้น ไม่ปรากฏ เหตุที่ไม่ปรากฏก็คือเราปรากฏเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เท่านั้นเองที่มีการแก้ไข เหตุผลของรัฐธรรมนูญหลัก ๆ ที่มีการแก้ไขก็คือเรื่อง เขตเลือกตั้งครับท่านประธาน เพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปตาม หลักการบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทําให้การบริหารราชการ แผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นี่คือตั้งข้อสังเกตว่าในส่วนของบทเฉพาะกาลที่เพิ่ม ในมาตรา ๓๓ นั้นไม่มีเหตุผลที่จะต้องตราเข้ามา ก็ฝากท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือว่าก่อนที่จะมีการแก้ไขบทเฉพาะกาลตามมาตรา ๓๓ ท่านประธานครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจอยู่แล้วในมาตรา ๑๐ (๗) ก็คือ กําหนดมาตรการและการควบคุมการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด อันคํานวณ เป็นเงินได้ให้แก่พรรคการเมือง การสนับสนุนทางการเงินโดยรัฐ การใช้จ่ายเงิน ของพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในเมื่อท่านมีอํานาจอยู่แล้วตามมาตรา ๑๐ (๗) ผมเชื่อเหลือเกินก็ไม่จําเป็นที่จะต้องมีบทเฉพาะกาลตามมาตรา ๓๓ ถ้ามีแล้วก็อยาก สอบถามดังนี้ครับ ๑. มาตรา ๓๓ เป็นการกําหนดเฉพาะเลือกตั้งทั่วไปใช่ไหม เลือกตั้งซ่อม หรือเลือกตั้งนอกจากการทั่วไปนั้นไม่ต้องจัดประชุมหัวหน้าพรรคการเมืองใช่หรือไม่ ๒. เดิมทีเดียวไม่มีการประชุม ท่านใช้กฎหมายมาตราไหน ในการที่จะกําหนดค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้ง เพราะว่าท่านมีอํานาจอยู่แล้ว แต่ท่านมาตราใหม่นี่ ผมถึงถามนะครับว่า ของเดิมท่านใช้มาตรฐานอะไรในการกําหนดถึงจะต้องมีการแก้ไข แล้วโดยเฉพาะครับ ที่จะสอบถามก็คือว่าการแก้ไขนะครับ มีการหารือของพรรคการเมือง มีปัญหาคือว่า ผูกพัน คณะกรรมการการเลือกตั้งไหม ๒. หัวหน้าพรรคการเมืองที่ไม่ไปประชุมก็ดี ต้องปฏิบัติตาม ของคณะกรรมการการเลือกตั้งเขาโต้แย้งได้ไหม ท่านเชิญเขาไปประชุม เขาบอกว่าเขาไม่ไป ๓. หากมิใช่เป็นพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร รับเลือกตั้ง มีสิทธิไปประชุมไหม และโดยเฉพาะหากพรรคการเมืองที่ไปตกลงแล้ว ไปคุยแล้ว ไปประชุมแล้ว ต่อมาภายหลังคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นไม่เห็นด้วยกับหัวหน้า พรรคการเมืองที่ไปประชุมไปกําหนดค่าใช้จ่ายนี้ เขาดําเนินการฟ้องศาลปกครองได้ไหม แล้วก็โดยเฉพาะในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดเงินค่าใช้จ่ายแล้ว หัวหน้า พรรคการเมืองที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้เกิดไปตกลงแล้ว คุยกันแล้ว สรุปเรียบร้อยแล้วมา รายงานต่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง เรียกประชุมวิสามัญหรือประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค แล้วก็ยืนยันว่าสิ่งที่หัวหน้า พรรคการเมืองไปยืนยันนั้นไม่ชอบ ก็เลยฟ้องศาลปกครอง ผมถึงบอกว่าการกําหนดค่าใช้จ่าย นี้ถ้าเกิดคณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ๑. ไม่เป็นธรรม ๒. มากเกินไปหรือน้อยเกินไป โดยคํานึงถึงอะไร ผมถึงบอกว่าถ้าเป็นไปได้มาตรา ๓๓ ที่ท่านเขียนนี้ท่านต้องบอกด้วยครับ เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด เพราะมันก็จะมีปัญหาทันที ในเมื่อ ท่านออกกฎหมายมาตรา ๓๓ แล้วนี้ ก็ควรจะมีมาตรฐานในการที่จะกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการด้วย เพราะไม่ใช่เช่นนั้นแล้วมันก็ตั้งข้อสงสัยครับว่าที่ผ่าน ๆ มานี้ท่านเอาวิธีไหน ในการกําหนดค่าใช้จ่ายในกาเลือกตั้งโดยที่ไม่เรียกประชุมหัวหน้าพรรคการเมือง แต่วันนี้ ท่านบอกว่าเอามาตรา ๓๓ มาใช้เป็นบทเฉพาะกาล ทั้งที่ในรัฐธรรมนูญที่แก้ไข มาตรา ๗ ก็ไม่มีให้ท่าน ผมถึงบอกว่ามาตรา ๓๓ ท่านต้องบอกให้ชัดเจนว่า กรรมวิธีในการกําหนด ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งนี้เป็นการทั่วไปใช่หรือไม่ และเป็นการยกเว้นในกรณีอื่นไหมถ้ามี การเลือกตั้งซ่อมนี้จะต้องมีการเลือกประชุมไหม ถ้าไม่มีการเลือกประชุมเดี๋ยวก็ขัด กับกฎหมายอีก และอย่างที่ผมบอกนะครับว่า ถ้าเกิดสมาชิกพรรคการเมืองหรือหัวหน้า พรรคการเมืองในระหว่างที่ประชุมนี้ปรากฏว่ามีคณะกรรมการบริหารพรรคประชุมแล้ว ปลดกลางอากาศ ไปประชุมมีอํานาจในการที่จะกําหนดไหมครับ ผมถึงบอกว่า แล้วค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้งนั้นเวลาท่านกําหนดนี้ถึงเป็นที่สุดไหม ผมไปฟ้องศาลปกครองได้ไหมว่าที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งนี้กําหนดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งนี้ไม่ชอบธรรม ก็ฝาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ
(นายคมเดช ไชยศิวามงคง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
ดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบของคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทุกท่านนะครับ วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมเองหรือสภาเองได้มีโอกาสในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สาเหตุที่ต้องมีร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเข้าก็สืบเนื่องจากว่ามีการแก้ไขบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังที่ผ่านไปแล้ว จึงจําเป็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้มีความสอดคล้องต้องกัน การเลือกตั้ง ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานขอย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่า คณะกรรมการ การเลือกตั้งที่เราได้จัดตั้งขึ้นมา แล้วก็มีร่างพระราชบัญญัติให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง เกิดขึ้น จนกระทั่งเรียกว่าดูแลการเลือกตั้งของบ้านเมืองเรา หรือประเทศของเรา หลายท่าน อาจจะมองว่าคณะกรรมการดังกล่าวนี้ได้มีมาแล้ว แต่ยังทํางานไม่สัมฤทธิ์ผลอย่างไรก็ตามแต่ ผมเองกลับมองเห็นว่าการมีคณะกรรมการการเลือกตั้งในปัจจุบันนี้ ก็ทําให้การเมืองหรือการ เลือกตั้งชองประเทศเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปมาก ผมเชื่อว่าในสิ่งที่ดีและสิ่งที่เกิดขึ้นต่อการมี คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดที่ผ่าน ๆ มา จนกระทั่งชุดปัจจุบันนี้ สิ่งที่ทําและเกิดเป็น ผลประโยชน์ เป็นผลดีต่อการเลือกตั้งหรือนักการเมือง สิ่งที่เห็นอย่างเด่นชัดก็คือ ในอดีตเราจะเห็นว่าการเลือกตั้งนั้น นักการเมืองที่ซื้อเสียง เราต้อง ยอมรับว่าการซื้อเสียงในประเทศไทยเรายังมีอยู่ แล้วก็ยังคงอยู่ แล้วก็มีพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามแต่ การซื้อเสียงในอดีตนั้น ต้องบอกกับท่านประธานและก็เพื่อนสมาชิกว่า คงได้ยินว่าการซื้อเสียงในอดีตนั้นใช้เงินไม่เท่าไร ก็สามารถที่จะซื้อเสียงได้ ให้พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิมีเสียงลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ได้ แต่ปัจจุบันนี้เพื่อนสมาชิกก็ยัง กล่าวแล้วใช่ไหมครับว่า ต้องใช้เงินจํานวนมาก จํานวนถึง ๕๐๐ บาทบ้าง ๑,๐๐๐ บาทบ้าง ๒,๐๐๐ บาทบ้าง ต่อ ๑ เสียงที่จะให้ได้ลงคะแนนเสียง นั่นเห็นเป็นประจักษ์พยานว่า การซื้อเสียงนั้นได้ผลน้อยลง ถ้ายังใช้เงินจํานวนเท่าเดิม แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้ปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ได้ทําหน้าที่ในสิ่งเหล่านี้สัมฤทธิ์ผลไปในระดับหนึ่ง แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงจะให้หมดสิ้นไปในแผ่นดินไทยเราหรือในแผ่นดินเราในบัดดลนั้น คงไม่ได้ ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นระยะเวลา มันสั้นเกินไป ที่เรามีคณะกรรมการการเลือกตั้ง จนกระทั่งปัจจุบันนี้ แต่หลายที่หลายแห่งคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้ทําหน้าที่ในสิ่ง เหล่านี้อย่างดียิ่ง ผมเองต้องขออนุญาตกล่าวแล้วก็ชมเชย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขออนุญาตเรียน ต่อเพื่อนสมาชิก แล้วก็ทุกฝ่ายที่อาจจะทิ้งภารกิจหรือหน้าที่ทั้งหลายนั้นไปให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้ทําการเลือกตั้งให้สมบูรณ์ ให้ดีงาม ปราศจากการซื้อเสียง มีความยุติธรรมแต่อย่างไรก็ตามแต่องค์ประกอบของการดําเนินการการเลือกตั้งมิใช่ คณะกรรมการการเลือกตั้งเพียงฝ่ายเดียว ผู้ที่ลงหน้าที่ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่า จะเป็นพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองที่ลงไปสมัครรับเลือกตั้ง แล้วก็ พี่น้องประชาชน ตลอดจนองค์กรต่าง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมกัน ในการที่จะช่วยกันทําให้การซื้อเสียงหรือการเมืองการเลือกตั้งของประเทศไทยเรานั้นบริสุทธิ์ แล้วก็ยุติธรรม ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้สิทธิเสียงของการลงคะแนนของพี่น้องประชาชนแต่ละ คะแนนนั้นเป็นผลมาจากความคิดความรู้สึก แล้วก็สะท้อนของสังคมอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วย ในการที่จะทําให้คณะกรรมการ การเลือกตั้ง หรือบุคคลต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทําหน้าที่ในการเลือกตั้งนั้นได้ทํา หน้าที่ได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเองได้มีโอกาสได้ศึกษา และก็ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ก็คือ ในเรื่องของงบประมาณ งบประมาณเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อที่จะให้ บันทึกไว้ณ ที่นี้ ก็คือในเรื่องของงบประมาณในการที่ส่งไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมคิดว่ามันไม่ต่อเนื่องและไม่เพียงพอในการที่จะให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นทําหน้าที่ ให้ดีให้งาม ให้สมบูรณ์แบบตามความรู้สึกหรือความนึกคิดของท่านทั้งหลายที่ได้แสดง ทรรศนะหรือได้มีโอกาสได้วิพากษ์วิจารณ์ใดก็ตามแต่ งบประมาณเป็นส่วนสําคัญยิ่งในการที่ จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้องค์ประกอบต่าง ๆ นั้นสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ก็ต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐบาลด้วยว่าครั้งนี้เป็นไปได้ไหม การจัด งบประมาณในการเลือกตั้งนั้น จัดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นสมบูรณ์ ตามความ เรียกร้องหรือตามความต้องการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เห็นว่าส่วนใดบ้างที่จะให้ การซื้อสิทธิขายเสียงนั้นปราศจาก ออกไปให้หมดให้สิ้นให้ได้ในแผ่นดินของเรา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งเหล่านี้ก็คงเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะ ดําเนินการ ผมเองกลับชื่นชมในหลายเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดําเนินการ แล้วไม่ได้ใช้งบประมาณในการที่จะทําในสิ่งเหล่านี้ให้มันดี เช่น ในลักษณะของลูกเสือ ในเรื่องของการระวังในการเลือกตั้งให้เป็นส่วนถ่ายทอดในการที่จะช่วยมีการดูแลในการ เลือกตั้งให้มันดีให้มันบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น และผมเชื่อว่าลูกเสือในขณะนี้ที่เป็นองค์กร องค์กรหนึ่ง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดขึ้น แล้วเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมี ส่วนสําคัญในการที่จะผลักดันให้การเลือกตั้งของประเทศไทยของเรานั้นสมบูรณ์แบบ และดีงามยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นความก้าวหน้าส่วนหนึ่ง ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้ดําเนินการ ผมเองคงไม่มีโอกาสที่จะกล่าวไปทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามแต่หน้าที่ของเราทุกคนก็คือการทํา ให้ได้นักการเมืองที่ดี การได้นักการเมืองที่ดีก็คือจะได้ผู้บริหารประเทศที่ดี ได้ผู้แทนราษฎร ที่ดี หรือฝ่ายนิติบัญญัติที่ดีในการที่จะศึกษากลั่นกรองกฎหมายต่าง ๆ หรือแก้ไขระเบียบ ต่าง ๆ ให้มีความสอดคล้องต้องด้วย ให้มีความยุติธรรมกับคนทุภภาคส่วนเป็นสําคัญ สิ่งเหล่านี้ก็คงต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าผมเองนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ยืนยันว่าเห็นด้วยกับการที่เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อการแก้ไขเพื่อให้มีการ สอดคล้องต้องด้วยกับการเลือกตั้ง แต่สิ่งสําคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อแสดง ทรรศนะเอาไว้ ณ ที่นี้ก็คือว่าเป็นไปใช่ไหมว่ากติกาของบ้านเรานั้นยังไม่สมบูรณ์ ยังไม่มี ความเหมาะสม เรียกว่ายังไม่หยุดนิ่ง ถ้าเป็นสูตรทางการทําใดสักอย่างหนึ่งแสดงว่าสูตรนั้น ยังไม่เป็นสูตรที่เรียกว่าสูตรที่มีความเหมาะสม ผมเองไม่อยากจะเทียบเคียงกับสูตรทํา เครื่องสําอางค์หรือสูตรทําขนม หรือสูตรทางคณิตศาสตร์ใดก็ตามแต่ แต่นั่นเป็นสิ่งหนึ่ง ที่อยากจะเรียนว่าสิ่งนั้นขอนํามาอธิบายหรือขอนํามายกเป็นภาพให้เห็นว่าบ้านเรานั้น กติกายังไม่นิ่ง สิ่งเหล่านี้ก็ต้องบอกว่าพี่น้องประชาชนทุกคนในภาคส่วนของสังคมก็คงต้อง บอกว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นสําคัญก็คือการเรียนรู้และการศึกษาในเรื่องของระบอบประชาธิปไตย การเมือง การเลือกตั้ง สิทธิหน้าที่ของท่านนั้นเป็นเรี่องสําคัญ ดังนั้นงบประมาณในส่วนนี้ ถ้ารัฐบาลอยากจะให้เห็นการเมืองเป็นสิ่งที่ดีงาม ได้บุคคลที่ดี มีคุณประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมือง ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าดังที่กล่าวไปตอนต้น ก็คือการใส่งบประมาณ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งหน้าดีงามยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันยังไม่พอ ต้องส่งงบประมาณให้ ต่อเนื่องทั้งระยะทั้งปีเพื่อที่จะให้มีการอบรมการเรียนรู้หรือการศึกษาในสิ่งเหล่านี้ ให้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานดังกล่าว ก็คงต้องขออนุญาต นะครับ เชื่อว่าการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในคราวหน้าหรือครั้งหน้าจะดีกว่าเก่าครับ ขอบคุณครับ
ผมขอแจ้งรายชื่อไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ ท่านจะได้เตรียมตัวไว้ก่อนนะครับ ท่านแรก นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม คุณสมคิด บาลไธสง คุณผ่องศรี ธาราภูมิ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ คุณรังสิมา รอดรัศมี คุณฐิติมา ฉายแสง คุณสมัย เจริญช่าง คุณประเกียรติ นาสิมมา คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เชิญคุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้งหรือผู้แทนที่ท่านได้มีโอกาสมาสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เกี่ยวกับการเสนอ ขอแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง ส.ส. และ ส.ว. อยากจะ เรียนกับท่านว่าโอกาสในวันนี้นาน ๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งครับ เพราะว่าวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้ยกเว้นการใช้ข้อบังถึง ๒ ข้อ คือข้อที่ ๒๑ และข้อที่ ๔๖ ในการ เอากฎหมายหรือ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมา เข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ ซึ่งผมถือว่ามันเป็นเครดิตร่วมกันนะครับ ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ท่านจะสังเกตนะครับว่าคะแนน ที่เสนอขึ้นมา ๓๐๐ กว่าต่อ ๐ เท่ากับว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน จากทุกพรรคการเมืองเห็นดีด้วยกับข้อเสนอของทาง กกต. ในการเร่งผลักดัน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะว่าถ้าดูตามเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขในมาตรา ๗ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า ให้อํานาจ กกต. ในการออกระเบียบ ถ้าจําเป็นจะต้อง มีการเลือกตั้งก่อน แต่เนื่องจากว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ไม่สบายใจในการ ที่จะออกระเบียบของตัวเอง อยากจะให้มีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมา ซึ่ง ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็เห็นด้วยในการที่จะเร่งผลักดัน
ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าปรากฏการณ์ในวันนี้ มีที่มาที่ไปครับ ท่านคงจะทราบนะครับว่าวันนี้ต้องยอมรับว่าการผลักดันแก้ไข รัฐธรรมนูญเอย การผลักดันแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เอยมีที่มาจากความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงปีหรือ ๒ ปีที่ผ่านมาครุกรุ่นอยู่ท่ามกลางของสังคมไทย มีการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรียุบสภา มีการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ทําครับ ท่านได้ประกาศเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่าท่านจะยุบสภาต่อเมื่อ ๓ ข้อ ท่านสามารถ ทําเรียบร้อยแล้วนั่นคือข้อที่ ๑ ท่านบอกว่าถ้าเศรษฐกิจของประเทศสามารถฟื้นขึ้นมา ซึ่งวันนี้เรื่องนี้ชัดเจนครับทุกสังคมทั่วโลกยอมรับเราว่าจีดีพี (GDP) ปีล่าสุดของเราโตขึ้นได้ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ สะท้อนถึงความสามารถในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ข้อที่ ๑ นั้น จบไปแล้ว ในส่วนข้อที่ ๒ และข้อที่ ๓ มีความสัมพันธ์กัน ในข้อที่ ๒ ก็คือการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกติกาที่มีการเรียกร้องให้มีการแก้ไข และในส่วนข้อที่ ๓ ก็คือ ความปรองดองครับ ซึ่งผมเชื่อว่าความรู้สึกของท่านนายกรัฐมนตรีถ้าท่านอยู่ในที่นี้ ความเข้าใจตรงกันว่าวันนี้ความปรองดองมันจํากัดได้แค่นี้ครับ และท่านก็ประกาศยุบสภาไว้ ชัดเจน ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีท่านใดนะครับที่ประกาศยุบสภาล่วงหน้าประมาณ เดือนเศษ ๆ ซึ่งวันนี้ท่านได้ประกาศในที่ประชุมแห่งนี้ว่าท่านจะยุบสภาก่อนสัปดาห์แรก ของเดือนพฤษภาคม ดังนั้นผลพวงทุกสิ่งทุกอย่างก็คือเหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างได้มาลงตัว ณ ตรงนี้ หลังจากท่านประกาศไว้ชัดเจนแล้วสิ่งหนึ่งที่ต้องดําเนินการก็คือการแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ถ้าผมดูสาระที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ทําการแก้ไขกฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับนั้นมา ดูแล้วก็ไม่น่ากังวลใจครับ เพราะถ้าดูในประเด็นต่าง ๆ จุดที่ทาง กกต. แก้ไข แทบจะแก้ไขเป็นภาษาคําพูดเฉย ๆ แก้ไขจากคําว่า การเลือกตั้งแบบสัดส่วนไปเป็น แบบบัญชีรายชื่อ ผมสังเกต ผมพลิกดูทุกหน้า ปรากฏว่าคําไหนที่เป็น แบบสัดส่วน ท่านก็เป็นคําว่า แบบบัญชีรายชื่อ และอย่างอื่นแทบจะเหมือนเดิมทุกอย่าง โดยสรุปแล้ว การแก้ไขครั้งนี้โดยสาระหลักสําคัญของการแก้ไขแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมก็เชื่อว่า การแก้ไขในรูปแบบนี้คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ที่มีการตั้งขึ้นมาน่าจะเร่งและผลักดันให้เข้าสู่ สภาในวาระที่สอง และวาระที่สามได้โดยง่าย แล้วก็ต้องขอชื่นชมนะครับว่าหลังจากที่ท่านส่ง ร่างตัวนี้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ผมได้มีโอกาสอ่านดูแล้วเห็นความเข้าใจอยู่ ๓ อย่าง อย่างน้อยอาจจะมีโอกาสได้พูดผ่านท่านประธานสภาเพื่อไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ได้มีโอกาสได้รับฟังด้วยว่า พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้การเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อซึ่งเป็นเขตประเทศกับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตก็คือ ส.ส. คนเดียวนั้นเบอร์ เดียวกัน เป็นการตอกย้ําครับ ตอกย้ําให้กับพี่น้องประชาชนที่ฟังรายการอยู่ทางบ้านว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อคือเบอร์พรรค กับ ส.ส. เขตจะเป็นเบอร์ เดียวกันนอกจากนั้นแล้วการคํานวณจํานวน ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อก็ไม่มีระบบ ๕ เปอร์เซ็นต์เหมือนอดีต หรือ ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือในรูปแบบนี้เท่ากับว่าพรรคเล็กพรรคน้อย ก็มีโอกาสที่จะได้ ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อเช่นกัน ซึ่งผมถือว่าก็เป็นประโยชน์สําหรับ พรรคเล็กพรรคน้อย เพราะว่าทุกพรรคการเมืองสามารถเอาคะแนนมาหารในระบบประเทศ เหมือนกัน แล้วก็พรรคเล็กพรรคน้อยก็มีโอกาสที่จะได้ ส.ส. เช่นกัน และจุดที่สําคัญ ความจริงแล้วผมก็เพิ่งทราบหลังจากที่ได้อ่าน พ.ร.บ. ที่ท่านได้เสนอมา โดยเฉพาะเขตไหน ที่มีการเลือกแค่คนเดียวซึ่งอดีตที่ผ่านมาได้กําหนดไว้ว่าจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ใน พ.ร.บ. ตัวนี้ได้มีการเขียนไว้ว่า นอกจากไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะต้องได้คะแนนมากกว่าคะแนนโนโหวต (No Vote) ซึ่งผมต้องขอชื่นชมท่านนะครับ อาจจะมีการแก้ไขมาตั้งแต่ครั้งที่แล้วแล้ว พอดีพวกเราอยู่ในสภาไม่มีโอกาสได้เห็นกฎหมาย ฉบับนี้และได้รับรู้ว่าถ้าเขตไหนมีการเลือกตั้ง ส.ส. แค่คนเดียวนอกจากเขาจะต้องทําคะแนน ไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้วเขาจะต้องทําคะแนนชนะคะแนนโนโหวตหรือคะแนน ที่ไม่ลงคะแนนเสียงด้วยซึ่งผมถือว่ามันให้ความเป็นธรรมต่อสังคมดีพอสมควรครับ ในเรื่อง การแก้ไข พ.ร.บ. ๓ ฉบับผมไม่วิตกกังวลครับ เพราะดูตามสาระแล้วไม่น่าจะมีอะไรไม่ต้อง สบายใจเพราะแก้ประโยคสั้น ๆ แล้วก็ ๓ ฉบับนี้ เนื้อหาในการแก้ไขคล้าย ๆ กัน แต่อยากจะ ฝากเป็นข้อสังเกตกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะท่านมีหน้าที่ในการผดุงซึ่ง ความเป็นธรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะให้เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ครับ ผมอยากจะบอกท่านครับ ว่าท่ามกลางความแตกแยกของสังคม คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ผมก็เชื่อว่าพวกผมทุกคนก็ไม่ต้องการให้ใครมาเอาเปรียบ ขณะเดียวกันพวกผมทุกคน ก็ไม่ต้องการจะเอาเปรียบใครครับ เหมือนกันผมมีโอกาสได้ฟังเพื่อนสมาชิกจากพรรคอื่น ๆ รวมทั้งเพื่อนจากพรรคฝ่ายค้าน เพื่อนของเราก็ไม่ต้องการให้ใครมาเอาเปรียบเขาครับ ขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าเขาก็ไม่ต้องการเอาเปรียบใคร ดังนั้นหน้าที่ในการผดุงซึ่งความเป็นธรรมนั่นคือหน้าที่ของ กกต. ยิ่งท่ามกลางสังคม ที่แตกแยกขัดแย้ง กกต. ยิ่งมีหน้าที่ที่สําคัญ ผมจําได้ว่าอดีตที่ผ่านมาเคยมีคณะกรรมการ การเลือกตั้งอยู่ชุดหนึ่งถูกศาลพิพากษาให้จําคุก เพราะว่า กกต. ชุดนั้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และผมก็ถือว่าผลพวงของอดีตที่ผ่านมามันโยง โยง โยง โยงจนถึงความขัดแย้งในปัจจุบัน ดังนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้แทนที่นั่งอยู่ใน ที่นี้ ผมอยากให้ท่านใช้ใจครับ ท่านต้องประสานผู้อํานวยการ กกต. จังหวัดทุกจังหวัด เวลาท่านมาประชุมร่วมกัน โดยเฉพาะผู้นําสูงสุดของ กกต. จะต้องคุยกับผู้แทน กกต. ทุกจังหวัดว่าเราต้องใช้ใจในการทํางานครับ ใจทุกคนต้องบอกเลยว่าเราเพื่อชาติ ครั้งนี้ เพื่อชาตินะ กกต. ทุกคนต้องอดทน อย่าหลงกับข้อเสนอเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทําให้เราเป๋ ออกจากระบบนะ เราต้องรักษาระบบของชาติครับ ดังนั้นต้องขอให้ทุกท่านนะครับ กกต. ทุกคนต้องใช้ใจทํางาน แล้วผมก็เชื่อว่าถ้าท่านสามารถใช้ใจทํางาน ใจของท่านจะดึงประเทศ ออกจากหล่มได้ การจัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม สังคมยอมรับ นานาชาติยอมรับ ประเทศ จะกลับเข้าสู่ภาวะสงบสุขโดยทันที แต่ถ้า กกต. เป๋ขึ้นมาเมื่อไรครับ กกต. บางคนอาจจะ เห็นแก่อามิสสินจ้าง บางคนอาจจะเกรงกลัวอิทธิพลทางการเมืองขึ้นมา ผมว่าประเทศก็จะ เป็นปัญหา ผมมีข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรมที่จะฝากท่านดังต่อไปนี้ บนพื้นฐานที่เรียกร้องให้ใช้ ใจ ใจ ใจ เพื่อชาติ เพื่อชาติแล้วก็เพื่อชาติ
ข้อสังเกตข้อที่ ๑ คือ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งวันนี้ ส.ส. หลายคน มองหน้ากันก็คือเรื่องการแบ่งเขต เพราะท่านทราบอยู่แล้วนะครับว่าขณะนี้เขตเลือกตั้ง เคยมี ส.ส. ๔๐๐ คน ลดเหลือ ๓๗๕ คน จะมีเขตเลือกตั้งที่ได้รับผลกระทบประมาณ ๒๓ เขตเลือกตั้ง แล้วก็มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ผมเชื่อว่าโดยหลักคิดทั่วไปซึ่งอดีตที่ผ่านมา ก็เคยมีการแบ่งเขตเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้งจะเป็นเขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ เขต ๔ เขต ๕ แล้วแต่พื้นที่ของจังหวัด โดยหลักการในแต่ละเขตมันคงหนีไม่พ้นหลักการที่ว่าด้วย การคมนาคม ถ้าพื้นที่โซนนี้การคมนาคมสะดวกเขาควรจะอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้แล้วมันก็คง จะเกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่จะต้องติดกัน ก็ควรจะต้องอยู่ด้วยกัน อาจจะสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ของพี่น้องประชาชนย่านนั้นเขาควรจะต้องอยู่ด้วยกัน แต่ผมก็ไม่สบายใจนะครับท่านผู้แทน กกต. ที่เคารพ ผมฟังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเวลาฟังมาแล้วมันเป็นจุดเริ่มต้น ของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ถ้าตราบใดการจัดการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นไม่เป็นธรรมมัน เป็นปัญหาต่อกระบวนการการเลือกตั้ง ดังนั้นอยากจะร้องเรียนผ่านผู้แทน กกต. ในวันนี้ นะครับว่า ท่านต้องประสาน กกต. ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้แทน ทุกคน รวมทั้งผู้สมัครหน้าใหม่ และต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วย ห้ามดูถูกประชาชนโดยเด็ดขาด ผมเห็น กกต. บางจังหวัดจัดเขตเลือกตั้ง พื้นที่เหมือนกับ ซอยเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ผมมีความรู้สึกว่า กกต. ท่านนั้นดูถูกประชาชนครับ คือผมเชื่อว่า ประชาชนที่เขาอยู่กลุ่มเดียวกันเขาต้องการจะอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยอยากจะชี้ให้ท่าน เห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างเอาจังหวัดพิษณุโลกบ้านผม จังหวัดพิษณุโลกมีทั้งหมด ๕ เขตเลือกตั้ง เขต ๓ เขต ๔ เขต ๕ ผมฟังเพื่อน ส.ส. แล้วสบายใจ เพราะว่าเขาเอา ๒ อําเภอรวมกัน ๒ อําเภอรวมกันมันลงตัว บังเอิญผมอยู่อําเภอเมือง ประชากร ๒๗๐,๐๐๐ คนเยอะมากครับ มีประชากรเกินมา ๑๐๐,๐๐๐ คน และอีกเขตหนึ่งเขตอําเภอ พรหมพิรามมีประชากรประมาณ ๘๐,๐๐๐ ถึง ๙๐,๐๐๐ คน ๒ อําเภอนี้รวมกันแล้วจะต้อง มีผู้แทน ๒ เขตเลือกตั้ง ดังนั้นโดยหลักการแล้วถ้าตอนเหนือของอําเภอเมืองที่ติดกับอําเภอ พรหมพิรามเขาควรจะอยู่ด้วยกัน เพราะวิถีชีวิตเขาอยู่ด้วยกัน เส้นทางคมนาคมเขาก็ ติดต่อกันไปมาหากัน ขับรถไปมาหากันใช้เวลาอย่างมากก็ประมาณ ๒๐ กว่านาทีก็จะ สามารถเดินทางกันได้ทั่ว ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ดังนั้นถ้าการจัดในรูปแบบที่ ๑ แบบที่ ๒ แบบที่ ๓ โดยหลักการที่เคารพประชาชน เคารพวิธีคิดของประชาชน การจัดเขตเลือกตั้งมันควรจะ ไม่ต่างกันมาก คนที่อยู่ในโซนเหนือติดอําเภอพรหมพิรามเขาควรจะอยู่ด้วยกัน คนที่ อยู่ในโซนใต้ติดเขตเทศบาลเขาก็ควรจะอยู่ด้วยกัน แบบ ๑ แบบ ๒ แบบ ๓ ไม่ควรจะต่างกัน มาก แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าแบบ ๑ นี่โอเคผมดูแล้วให้ความเป็นธรรมกับประชาชน คือคนที่อยู่โซนนั้นเขาอยู่ด้วยกันจริง แต่แบบ ๒ ผมแปลกใจครับเวลามีแบบ ๒ มีแบบ ๓ แบบ ๒ ไปอีกทิศหนึ่งเป็นรูปตะเกียบเลย เป็นรูปตะเกียบ แล้วก็เป็นรูปบางแบบเป็นรูป หนังสติ๊ก ก็คือมีง่ามแยกออกมาด้วย ผมว่าอย่างนี้ถือว่าไม่เคารพประชาชนครับ ไม่เคารพ ผู้แทน ไม่เคารพทุกสิ่งทุกอย่างครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กกต. นะครับ ต้องบอก ผอ. กกต. ทั้งประเทศ ต้องให้ความเป็นธรรมกับนักการเมืองทั้งหมด และต้องเคารพต่อประชาชน เพราะนี่คือ กระบวนการเริ่มต้นของการจัดการเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้งคือการให้ความเป็นธรรม แล้วก็ดูแลประชาชน เรียกร้องท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านรีบประสานงาน ผอ. กกต. จังหวัดทุกจังหวัดได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับนักการเมืองทุกคน การจัดเขตเลือกตั้งนั้นมีความสําคัญ แล้วก็ ดูสิว่าการคมนาคม วิถีชีวิตเขตพื้นที่ที่ติดกันเขาควรจะอยู่ด้วยกัน อย่าไปแบ่งเขา เป็นรูปหนังสติ๊ก มันดูแล้วไม่ดีครับ เรียกร้องท่านให้รีบประสานงานก่อนที่ท่านจะดําเนินการ ทราบข่าวว่าวันที่ ๓๑ นี้ ท่านจะต้องเร่งดําเนินการอะไรต่อไป ให้ความเป็นธรรมทุกส่วนครับ แล้วอย่าไปเอาเปรียบเพื่อนจากพรรคเพื่อไทยด้วย อย่าไปเอาเปรียบพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ทุกพรรคการเมืองต้องการความเป็นธรรมเหมือนกันนะครับ นี่คือข้อที่ ๑
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนท่าน ก็คือเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งการจัดการเลือกตั้งนี้มันก็คงไม่มีอะไรมาก ผมไม่ต้องการพูดถึงซื้อสิทธิขายเสียงแล้ว เพราะมีเพื่อนสมาชิกพูดกันเยอะ ซึ่งตรงนี้ตรงไปตรงมาครับ ถ้าจับได้ก็ให้ใบเหลือง หรือใบแดงก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่ากังวลในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่ามกลางความขัดแย้ง ทางการเมืองที่มีพี่น้องประชาชนบางส่วนแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งสี ผมว่า กกต. ต้องทําหน้าที่ หนักนิดหนึ่งครับ โดยเฉพาะกระบวนการขัดขวางการเลือกตั้ง ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกได้พูดถึง การขว้างไข่ในกรณีที่ไปหาเสียง ผมจําได้เห็นภาพนี้เกิดขึ้น มีการหาเสียงในพื้นที่ที่จังหวัด ลําปางหรือจังหวัดลําพูน มีการขับรถไปขว้างไข่ใส่กัน ซึ่งผมว่าภาพนี้ถือว่าเป็นหน้าที่ในความ รับผิดชอบของ กกต. ครับ กกต. ต้องคุมการจัดการเลือกตั้งตรงนี้ให้ได้ครับ เพราะถ้า กกต. ไม่สามารถคุมได้บ้านเมืองก็จะเป็นปัญหาอีก ถ้าใครทําผิดกฎหมายท่านก็ลงโทษครับ ถ้าจับได้ว่า เชื่อมโยงได้ว่าผู้สมัครคนนี้ดําเนินการ ท่านก็ต้องให้ใบเหลือง ใบแดงเขาไป อย่าไปปล่อยไว้เฉย ๆ เรียกร้องท่านครับ เรียกร้องผ่านท่านประธานสภาไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้งทั้งหมด และบุคลากรในสังกัด กกต. ทั้งหมด ได้โปรดทําเพื่อชาติสักครั้งหนึ่งครับ แล้วผมเชื่อว่าสังคมน่าจะดีขึ้นกับการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของท่าน เพื่อการเลือกตั้ง ที่มีความเป็นธรรมครับ
และสุดท้ายเรื่องนี้มันจะเป็นปัญหาโลกแตกครับท่านประธาน ทุกครั้ง ที่มีกระบวนการจัดการเลือกตั้ง สิ่งที่ผู้สมัครไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือผู้สมัครหน้าใหม่ต้องการรู้คําตอบทุกคนก็คือ อะไรทําแล้วถูกกฎหมาย อะไรทําแล้ว ผิดกฎหมาย ผมจําได้ว่าในที่ประชุมวิปรัฐบาล บังเอิญผมเป็นวิปรัฐบาล เวลาเพื่อนสมาชิก หลายคนถามคณะกรรมการที่มาเป็นตัวแทน บางอย่างก็ตอบได้บ้าง ตอบไม่ได้บ้าง และกระบวนการจัดการเลือกตั้งทุกครั้งก็จะมีปัญหานี้ ผมอยากจะให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งลองเอามือกฎหมายดี ๆ ลองระดมความคิดเห็นสักครั้งหนึ่งเพื่อหาบทสรุป เป็นข้อ ๆ ดังนี้เลยว่า รายละเอียดดังต่อไปนี้ท่านห้ามทํา ถ้าท่านทําแล้วท่านจะต้อง โดนใบเหลืองหรือโดนใบแดง ให้เป็นลายลักษณ์อักษรออกมาครับ ก็อยากจะเรียกร้องครับ เพราะว่าข้อนี้เป็นปัญหาทุกครั้งครับ อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการครับว่า อยากจะให้ทําสิ่งเหล่านี้ออกมาเพื่อเป็นคู่มือ หรือจะเรียกว่าแฮนด์บุ๊ค (Handbook) ให้มันเท่ห์ขึ้นมาว่า เป็นคู่มือประกอบในการการเลือกตั้ง เพื่อจะได้ให้ทุกคนปฏิบัติ ตามเงื่อนไข
ท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลมีความรู้สึกที่ตรงกัน ที่ต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถ ทําหน้าที่ด้วยความสบายใจ เพราะทราบข่าวว่าท่านไม่สบายใจถ้าไม่มี พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญออกมา และวันนี้อย่างน้อยได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมไม้ร่วมมือ ซึ่งนาน ๆ จะเห็นสักครั้งหนึ่ง แล้ววันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากที่พวกเราทุกคนร่วมมือ ร่วมแรงใจในการ ที่จะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ที่เป็นประโยชน์กับ กกต. ในการทํางานด้วยความสบายใจ แต่ขณะเดียวกันถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานี้มันก็เป็นเรื่องของทางสภา พวกเราก็ไม่สามารถ ที่จะไปควบคุมสภาได้ แต่ผมเชื่อว่าทุกคนต้องการเร่งให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา แต่ถ้า เมื่อออกมาจริง ๆ ผมก็ยังเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข มาตรา ๗ ได้ให้อํานาจ กกต. ไว้ ถ้ามันจําเป็นขึ้นมาผมใช้คําว่า ถ้ามันจําเป็นขึ้นมา นะครับ แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภา น่าจะเร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการ จัดการเลือกตั้งด้วยความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ
คุณคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย จากร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่สุดที่ท่านได้มารับข้อมูลตรงจากผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งมันจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากถ้าเราได้ดําเนินการแก้ไข เพราะว่าท่านสามารถ เอาข้อมูลพวกนี้แล้วก็ไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุของมันได้ เพราะว่าบางอย่างแนวทางการแก้ไข ถ้าไปแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุมันไม่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าการตัดสินใบแดง ใบเหลือง บางครั้ง เป็นที่ปลายเหตุ มีอยู่หลายประเด็นด้วยกันครับท่านประธาน เนื้อหาสาระข้อมูลจริง ๆ ก็มีการแก้ไขตัวเนื้อหามันเฉย ๆ แต่จากประสบการณ์กับปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจาก มีการเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เข้าปี ๒๕๕๔ เรามีการเลือกตั้งซ่อม ผมมีโอกาสไปจุดที่มีการเลือกตั้งซ่อมทุก ๆ จุดเพื่อไปศึกษากลยุทธ์ต่าง ๆ ของการแข่งขัน ในการเลือกตั้ง มีจุดอ่อนอยู่หลายจุดที่พบเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นแบบซ้ําซาก มันมีการ พัฒนาการโกง การซื้อเสียง แล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตัวอย่างเช่น การเลือกตั้งกลาง การเลือกตั้งล่วงหน้า การเลือกตั้งล่วงหน้านี่ ตัวอย่างเช่น จังหวัดสกลนครมีคนไปลงเลือกตั้ง ล่วงหน้าแล้วก็แจ้งว่าป่วย ป่วยทีละ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ป่วยพร้อมกัน ๒๐,๐๐๐ กว่าคน มันผิดธรรมชาติ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะป่วยพร้อมกันขนาดนั้น แล้วก็มีการเลือกตั้งซ่อมอยู่ หลายจังหวัดก็ป่วยพร้อมกันอีก พอนับคะแนนออกมา มันจะเป็น ๗๐ : ๓๐ อันนี้เราจะ แก้ไขปัญหาอย่างไร มีช้อยท์ (Choice) ให้เลือกอยู่หลาย ๆ อย่างด้วยกัน บางท่านเสนอว่า ควรตัดการเลือกตั้งกลางออกไปทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตรงนี้ แต่มันจะตัดความสะดวก ของชาวบ้านหรือเปล่าไม่ทราบ บางคนอย่างท่านพีรพันธุ์ท่านก็นําเสนอว่าให้เหลือวันเดียว ทําอย่างไรจะเป็นข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ถ้าเขาติดธุระจริง ๆ ถ้าป่วยจริง ๆ การรับรอง อะไรมันถึงจะเกิดขึ้น อย่างป่วยการรับรองก็แพทย์ออกใบรับรอง อย่างนี้ก็เป็นแนวทางหนึ่ง ถ้าป่วยจริง ๆ ก็ต้องออกให้ ไม่ใช่ว่าเขียนว่าป่วย แล้วบางทีที่เราเจอ มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือไปเลยครับ ถือใบให้ผู้ที่จะไปลงคะแนนล่วงหน้านี่เซ็นชื่อในหมู่บ้านเลย มันถึงออกมา เป็นหมื่น ๆ อย่างไรครับเพราะฉะนั้นจุดโหว่ช่องนี้มันเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงสมัครซื้อเสียง ถ้าพูดแบบภาษาชาวบ้าน ซื้อได้ ๓ ครั้งเต็ม ๆ เลย ๓ ครั้งอย่างไรครับท่านประธาน เลือกตั้ง ล่วงหน้า ๒ วัน วันแรกซื้อแต่ลงไม่หมด วันที่ ๒ ซื้ออีก แล้ววันลงเลือกตั้งจริงซื้ออีกครั้งหนึ่ง มันเป็นการซื้อเสียง ๓ ครั้ง ท่านมีเจตนาที่จะซื้อเสียง มันเป็นการเปิดโอกาสให้ซื้อเสียง แบบถูกกฎหมาย อันนี้ต้องป้องกันปัญหานะครับ จะรูปแบบไหน ต้องช่วยกันวิเคราะห์ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และ กกต.
ประเด็นที่ ๒ คนส่วนใหญ่จะไม่มั่นใจเกี่ยวกับการเก็บรักษาหีบเลือกตั้ง ทุกจุดที่มีการเลือกตั้งซ่อม เราต้องการให้หีบเลือกตั้งมาตั้งอยู่หน้าอําเภอหรือหน้าสถานี ตํารวจ ไม่ใช่อยู่ในสถานีตํารวจ มันไม่มีใครเห็น ถ้าจะยัดบัตรเลือกตั้งลงไปหรือจะเปลี่ยนหีบ หรือจะทําอะไรที่มันเกิดการทุจริตในการเลือกตั้ง ความไม่โปร่งใสก็เกิดขึ้นตรงนี้ ผมอยากให้ เอาหีบเลือกตั้งนี่มาตั้งอยู่หน้าสถานีตํารวจหรือหน้าศาลากลางทั้งหมด แล้วก็ให้ทุกพรรค นอนเฝ้าจนถึงวันเลือกตั้ง ความโปร่งใสจะเกิดขึ้น มีหูตาเห็น ท่านสบายใจ การเป็นกรรมการ โปร่งใส บอร์ด ให้ถ่วงดุลให้ค้ํากันเอง มีชาวบ้านหลายคนนําเสนอและก็แนะนําผมมาพูด ในสภาให้ทาง กกต. ได้รับทราบข้อมูลจุดหนึ่งก็คือ เขาบอกว่าหีบเลือกตั้งนี่ ถ้าเป็น หีบเลือกตั้งกลางหรือเป็นหีบเลือกตั้งที่ลงคะแนนในต่างประเทศนี่ อยากให้ทําหีบที่เป็น ลักษณะพิเศษหน่อย ตัวอย่างเช่นว่า มีหีบเลือกตั้งเรียบร้อย แต่ว่าทําสายยูให้มันมากหน่อย สมมุติว่ามีอยู่ ๑๐ พรรคอย่างนี้ เขาบอกว่าทําไมไม่เสนอ กกต. ให้พรรคการเมืองหนึ่ง ขอคล้องกุญแจ ๑ ดอกเพื่อป้องกันการเปิดหีบหรือการทุจริต ความจริงมันก็ไม่ยากอะไร ไม่ได้ลงทุนอะไรมากมาย อันนี้เป็นจุดหนึ่งที่สร้างความมั่นใจแทนที่จะมีกุญแจอยู่ดอกเดียว จะเปิดหรือใช้กุญแจผีก็ได้ ถ้าเป็น ๑๐ พรรค มีพรรคที่แสดงเจตนาว่าจะขอรักษา ความปลอดภัยตรงนี้ด้วยได้ไหม ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งแบบเรียบง่ายครับ เป็นปราชญ์ชาวบ้านที่เขาแนะนํามา ๑. ความโปร่งใสในการเก็บหีบเลือกตั้ง ขอให้ทุกคน ทุกพรรคมีหูมีตาเห็น แล้วก็ถ่วงดุลกันไว้ อันนี้ในรูปแบบของการเลือกตั้งกลางนะครับ ที่เรา เคยเจอปัญหา แต่ไม่ได้รับการแก้ไข แล้วก็เป็นช่องโหว่ในการพัฒนาการโกงการเลือกตั้ง หรือซื้อเสียง ผมก็เลยบอกว่าถ้าเราจะซื้อเสียงนี่มันซื้อได้ถึง ๓ ครั้งแบบนี้ วันแรก วันที่ ๒ และวันจริงอีก หนักนะครับท่านตรงนี้ แล้วคะแนนที่ออกมานี่ ๗๐: ๓๐ ๒๐,๐๐๐ เสียง พรรคหนึ่งได้ ๑๖,๐๐๐ เสียง พรรคหนึ่งได้ ๔,๐๐๐ เสียง อันนี้ชัดเจนเลยว่ามีอะไรเกิดขึ้น แล้วถ้าเรามีข้อมูลรายละเอียดที่เคยร้องเรียนนี่ท่านลองดูดี ๆ อยู่จังหวัดสกลนครนี่ เป็นโมเดล (Model) การโกงการพัฒนารูปแบบขึ้นมา แล้วตรงนี้จะเป็นแม่แบบของมัน ถ้าเราไม่ป้องกันไว้ อันนี้เป็นประเด็นแรกนะครับ
ประเด็นที่ ๒ มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งนี่จาก ๔๐๐ เขต เหลือ ๓๗๕ เขต อันนี้ตั้งคําถามแบบตรงไปตรงมาว่าเขตที่ไม่มีการลดจํานวน ส.ส. มีการ แบ่งเขตใหม่หรือเปล่า มันเป็นนโยบายไหม หรือมีนโยบายที่ว่าให้ยืนตามการแบ่งเขต แบบเก่า อันนี้มันจะง่าย มันจะชัดเจน ก็จะเหลือการแบ่งเขตที่หักไป ๒๕ เขต ปัญหาก็จะ น้อยลง เพราะว่าการทํางานถ้าเป็นภาษามวยเขาเรียกว่าตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ประกาศชัดเจน ว่าจะยุบสภาต้นเดือนพฤษภาคม เราก็ต้องการเวทีที่มันชัดเจนท่านครับ ๓-๔ อําเภออย่างนี้ เราจะไปหาคะแนนที่ไหน ถ้ายังเปลี่ยนเขตใหม่อยู่ บางทีเราก็ไปหาคะแนน หรือว่าไปเยี่ยม ชาวบ้าน หรือว่าไปหาพี่เลี้ยงในจุดที่ไม่ใช่เขตเลือกตั้งอย่างนี้ ซึ่งท่านก็ยังไม่ประกาศชัดเจน เราก็ยึก ๆ ยัก ๆ รออยู่รอท่านนายกรัฐมนตรี ประธานวิปถามเมื่อเช้าท่านก็แสดงเจตนา ชัดเจนแล้วตรงนี้ เพราะว่าท่านพูดหลายครั้งก็ยังไม่เกิดความมั่นใจ วันนี้ก็เกิดความมั่นใจว่า คงยุบสภา ยุบสภาแบบชัดเจนแล้ว โดยหมดข้อสงสัยว่าจะเกิดการปฏิวัติหรือเปล่า การปฏิวัติจะเกิดหรือเปล่า อันนี้สําหรับตัวผมเองท่านประธานครับ ผมคิดว่ามาถึงวันนี้แล้ว หลังจากปี ๒๕๔๙ ประเทศไทยถูกปฏิวัติ ๒ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกปี ๒๕๔๙ แล้วก็ประกาศว่า จะคืนอํานาจให้หลังจากปีหนึ่ง แล้วหลังจากมีการเปลี่ยนขั้วจากฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล เปลี่ยนขั้วทางการเมือง แล้วก็ไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร อันนี้ถ้าพูดวิชาการก็เปลี่ยนขั้ว การเมืองถูกกฎหมาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นการปฏิวัติแบบกลายพันธุ์ แล้วถึงวันนี้ผมมั่นใจว่า ระบบรัฐประหารล่มสลาย และมีการประกาศยุบสภาก่อนหมดวาระ จากกระแสโลกไม่ว่า ประเทศลิเบียหรือประเทศพม่า ประเทศตูนิเซีย แล้วผลของการปฏิวัติหรือเปลี่ยนขั้วรัฐบาล อะไรก็ตามที่เราเรียก ให้มันดูสละสลวย แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นการปฏิวัติแบบกลายพันธุ์และ มันล่มสลายลงจนถึงกับต้องประกาศยุบสภาก่อนการเลือกตั้ง เพราะว่าผลของมันเกิด ข้อขัดแย้งขึ้นมากมาย คนล้มหายตายจาก ท่านประธานครับ
เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๒ คืออยากให้ท่านตอบคําถามว่าจังหวัดที่ไม่มีการลด จํานวน ส.ส. ยังคงสภาพเขตเลือกตั้งอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ ท่านตอบเลยครับ ปัญหามันจะได้ น้อยลงเขาจะได้ทํางานจะได้มีเวทีที่เราจะได้ไปเตรียมการเลือกตั้งกัน
ประเด็นที่ ๓ มีจุดหนึ่งที่ผมมีประสบการณ์จากการไปเรียนรู้มาจาก หลายเขตเลือกตั้งในการแข่งขันในด้านการเมืองแล้วก็การเลือกตั้งซ่อม มีประเด็นปัญหาหนึ่ง ที่เคยเกิดก็คือ การซื้อบัตรเลือกตั้งจาก กกต. ล่วงหน้า ซื้อเลยขายเลย สมมุติว่าผมซื้อ บัตรเลือกตั้งจาก กกต. จังหวัด ๕๐๐ ใบ ผมได้เบอร์ ๑ ผมไปลงคะแนนเบอร์ ๑ จํานวน ๕๐๐ ใบทั้งหมดเลย วิธีการที่เคยเห็นเคยรู้แต่จับผิดไม่ได้ก็คือให้ชาวบ้านเอาบัตรนี้ไปลง เอาไปหย่อน แล้วก็เอาบัตรใหม่กลับมา แล้วก็เขียนเบอร์ ๑ อีก มันวนได้ทีละ ๕,๐๐๐ ใบ ครับท่าน บัตร ๕๐๐ ใบตรวจสอบยากด้วย ซื้อมาเลยแล้วก็ลงเบอร์เดียว คุณไปเอาบัตรเปล่า แล้วก็กลับมาแล้วไปเอาเงินแล้วก็ไปลงอีก เวียนเทียนท่านประธานครับแบบถูกกฎหมาย จะแก้ไขอย่างไรท่านประธานตรงนี้ อันนี้ก็เป็นจุดปัญหาจุดหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านมี แนวทางการป้องกันอย่างไรบ้าง ถ้าเป็นรูปแบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมดทั่วประเทศมันทําได้ ก็คือมีรันนิง นัมเบอร์ (Running Number) แต่นี่มันไม่ใช่พอถึงวันนั้นมันจะยุ่งแล้วก็มั่ว แล้วก็จับผิดยาก แค่นี้ครับ ปัญหาที่มันเคยเกิด ขึ้นมา เพราะฉะนั้นโอกาสวันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดท่านประธานครับ ที่เราจะได้แก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น แล้วให้ปัญหามันน้อยลงมากที่สุด มันเป็นการเริ่มต้นแก้ไขปัญหา ข้อขัดแย้งของประเทศจากการที่ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา ๑๕ หมวด ๑ บทเฉพาะกาลมาเข้าปีที่ ๔ แล้ว กฎหมายฉบับนี้เกิดข้อขัดแย้ง คนตายมากที่สุดครับ หลายสีที่สุด หาจุดสรุปไม่ได้ ชาวบ้านบอกว่าตาชั่งทําไมเอียงอย่างนี้ บางคนบอกว่า ไม่ใช่เอียง ตาชั่งมันพังแล้ว ท่านช่วยแก้ไขหน่อยตรงนี้ช่วยซ่อมมันหน่อย ขอให้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ดีของประเทศไทยครับ
ยังเหลือผู้ประสงค์จะอภิปรายอีกหลายท่านนะครับ ผมต้องขอให้ท่านใช้เวลาท่านละ ๑๐ นาทีก็แล้วกันนะครับ เชิญ คุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ก่อนที่ ดิฉันจะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ และกฎหมายอีก ๒ ฉบับที่เกี่ยวเนื่อง นะคะ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนโดยพี่น้องประชาชนแล้วก็เจ้าของ ร่างกฎหมาย เนื่องจากดิฉันเมื่อเช้าเป็นผู้เสนอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับนี้ ก็เกรงว่าพี่น้องประชาชนที่รอคอยอยู่ โดยเฉพาะร่างแพทย์แผนไทย จะเข้าใจผิด ดิฉันก็กราบเรียนว่าการพิจารณากฎหมายฉบับนี้เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า เราคนไทยทุกคนจะร่วมเดินหน้าประเทศไทย เพราะว่ากระบวนการเลือกตั้งนั้นแม้เป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการประชาธิปไตยก็เป็นการคืนอํานาจให้พี่น้องประชาชน ถ้าเรา อยากเห็นประเทศไทยเดินหน้าเราก็คงจะต้องมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันนะคะ ตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้
ในส่วนของกฎหมาย ดิฉันขออนุญาตอภิปรายเป็น ๒ ส่วน ดิฉันได้ศึกษา ตารางเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ในส่วนที่ เป็นตัวกฎหมายดิฉันขอเรียนถามไปยังท่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็ฝากไปยัง กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นด้วยนะคะ มีหลายมาตราที่ท่านได้ปรับปรุงแก้ไข แล้วก็ได้ตัดข้อความ ในวรรคสองหรือวรรคสามออกนะคะ แล้วก็ไม่ได้บัญญัติเพิ่มเติมไว้ ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๓๕ นะคะ ร่างเดิมเขาบอกว่าบุคคลใดจะสมัครรับเลือกตั้งให้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งในนามของพรรคการเมืองใดได้เพียงพรรคการเมืองเดียว และจะสมัครรับเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือแบบสัดส่วน อันนี้ความนี้ก็แก้เป็นบัญชีรายชื่อถูกต้อง แล้ว แต่ความที่ถูกตัดออกก็คือวรรคสองที่บอกว่า ในกรณีที่ผู้อํานวยการการเลือกตั้ง ประจําเขตเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งพบว่า มีการสมัครรับเลือกตั้งอันเป็นการฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ห้ามไม่ให้ผู้อํานวยการ การเลือกตั้งประจําเขตหรือข้อความว่าไป ตรงนี้ในร่างที่เสนอมาใหม่ตัดความออกไปทั้งหมด เลย ดิฉันก็ตรวจสอบว่าถ้าตัดความตรงนี้แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีอํานาจ ไปดําเนินการตามความที่ถูกตัดออกไปหรือไม่ หรืออีกมาตราหนึ่ง เช่น มาตรา ๓๖ ท่านได้ ตัดวรรคสามออกนะคะ ก็คือวรรคสามของมาตรา ๓๖ ระบุว่า ในกรณีที่ผู้สมัครของพรรค การเมืองหลายพรรคการเมืองยื่นใบสมัครพร้อมกันและไม่อาจตกลงกันได้ว่าจะให้ผู้สมัคร ของพรรคการเมืองใดยื่นก่อน-หลังให้ใช้วิธีจับสลาก ในความตรงนี้ท่านก็ตัดไป ดิฉันก็ พยายามหาว่าไปอยู่ตรงมาตราใดก็ไปพบปรากฏอยู่ในมาตรา ๔๘ แต่มาตรา ๔๘ นั้นมันเป็น การบัญญัติเรื่องของการเลือกตั้งซ่อมไม่ใช่การเลือกตั้งทั่วไปหรือว่าไม่ทราบ ดิฉันอาจจะดู ไม่ละเอียด ท่านช่วยกรุณาตอบด้วยว่าถ้าตัดตรงนี้ไปแล้วความมันจะหายไปหรือไม่ กรณีที่มา สมัครพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีในหมวดว่าด้วยการรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชี รายชื่อในหมวดที่ ๓ ในมาตรา ๔๒ ที่ว่าด้วยเรื่องของการรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ที่ท่านตัดความในวรรคสองออก ก็คือให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา กําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานการสมัครและวิธียื่นบัญชีรายชื่อ ดิฉันเปรียบเทียบกับ ตอนสมัครแบบเขตท่านยังคงไว้ในมาตรา ๓๖ วรรคสองของเขตนี้ท่านยังคงไว้ว่า ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันนี้ก็ขอเรียนถามว่า ๒ ส่วนนี้ มีความต่างกันอย่างไร
อีกส่วนหนึ่ง ดิฉันก็ขอเป็นข้อสังเกตอีกอันหนึ่งนะคะ ในเรื่องของมาตรา ๒๓ โดยแก้ไขความในมาตรา ๖๑ ที่ท่านตัดวรรคท้ายออกไป หีบบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามลักษณะและขนาดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด อันนี้ร่างใหม่ก็ถูกตัด ออกไป อันนี้มันจะมีผลในทางปฏิบัติหรือไม่
นอกจากนั้นแล้วก็จะมีข้อความที่บัญญัติไว้ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง ในมาตรา ๘๙ ที่อาจจะมีปัญหาในการตีความ ที่บอกว่า มาตรา ๘๙ ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุด ในเขตนั้นเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง ในกรณีที่มีผู้ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดเท่ากันหลายคน ทีนี้ในความเดิมจะใช้คําว่า มากกว่าหนึ่งคน ดิฉันก็ขอฝากเอาไว้ก็แล้วกัน ถ้าใช้คําว่า มากกว่า หนึ่งคน หรือหลายคนนี้จะมีผลในการตีความหรือไม่ เพราะว่ามากกว่าหนึ่งอาจจะสองก็ได้ แต่สามบางคนอาจจะบอกว่ามากกว่าสองหรือไม่ อันนี้ก็ฝากไว้เป็นข้อสังเกต
นอกจากนั้นแล้วความในมาตรา ๙๖ ที่กําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอย่างน้อยเก้าสิบวันนี้ ไม่ทราบว่า ในส่วนที่อยู่มาตรา ๙๖ นี้ท่านปรับออก แต่ว่าไปปรากฏอยู่ในส่วนมาตราตรงที่ใด ดิฉันฝาก ตรงนี้ต่อเนื่องเลยว่าเป็นข้อสังเกต ในส่วนสาระนั้นก็ขอเรียนถามไปแล้ว ส่วนที่เป็นกําหนด ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องเป็นอยู่ในทะเบียนบ้านอย่างน้อย ๙๐ วัน ดิฉันกราบเรียนว่าดิฉัน อยู่จังหวัดลพบุรีมีปัญหานิดหนึ่งในเรื่องการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งนี้ทุกท่าน คงจะทราบว่าฤดูกาลเกณฑ์ทหารนี้ก็จะอยู่ประมาณเดือนเมษายน เวลาผู้ที่ได้รับการเกณฑ์ ทหารนี้อาจจะมีจากต่างจังหวัด ต่างภูมิลําเนาก็ต้องย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในหน่วยทหาร นั้น ๆ ที่นี้ถ้าหากสมมุติว่ามีการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายนนี้ตามที่คาด ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งนี้ ก็จะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งในภูมิลําเนาเดิม เพราะว่าเขายังย้ายมาไม่ถึงเก้าสิบวัน ในกระบวนการนี้ไม่ทราบว่า กกต. มีการประสานกับกองทัพหรือไม่ว่า บัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งทหารเกณฑ์ที่ปลดประจําการแล้วเมื่อมาฝึกครบ ๒ ปี ก็ต้องกลับบ้าน บางทีกลับบ้าน บัญชีเลือกตั้งเขาย้ายกลับภูมิลําเนาก็ยังไม่ถึงเก้าสิบวัน เขาก็ต้องกลับมาใช้สิทธิที่จังหวัด ลพบุรีเหล่านี้บัญชีก็จะมีปัญหาสับสน ก็ฝากเป็นข้อมูลให้ทาง กกต. ได้ดูแลปัญหาตรงนี้ด้วย เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนี้ได้เลือกผู้สมัครที่อยู่ในเขตภูมิลําเนาหรือจะใช้วิธีการใดเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาตรงนี้ค่ะ เพราะดิฉันทราบว่าบางครั้งนี้พอเขากลับไปบ้านแล้วจะให้เขากลับมาใช้ สิทธิที่จังหวัดลพบุรีนี้ เขาไม่ใช่คนจังหวัดลพบุรีค่ะ เขาคงไม่กลับมานะคะ อันนี้ก็เป็นประเด็น ที่ฝากไว้ นอกจากนั้นแล้วดิฉันขอความกรุณาท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กรุณาเร่งรัด เรื่องการประกาศเขตเลือกตั้งให้ชัดเจน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีผู้สมัครนี้ลดลง เพราะว่า หลังจากที่ได้ฟังท่านเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านสิทธิพล ทวีชัยการ ได้บอกว่าวิธีการจะต้องมีการทําประชาพิจารณ์ พี่น้องประชาชนก็ถามในพื้นที่ว่า ประชาพิจารณ์แบบไหน ติดประกาศที่ อบต. เทศบาล หรือว่าจะมาจัดเวที แล้วมัน จะทันหรือ เพราะว่าเวลาที่เหลือน้อย ก็ขอทราบความชัดเจนว่าจะทําวิธีการใด
อีกประเด็นหนึ่งที่ขอฝากไว้สุดท้ายก็คือ ในมาตรา ๒๓ ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่อง บัตรเลือกตั้งที่บอกว่า ให้ระบุเป็นหมายเลข หรือว่าอาจะใส่ตราสัญลักษณ์ของ พรรคการเมืองลงไปด้วย ดิฉันกราบเรียนว่าปัจจุบันมีพรรคการเมืองมากมาย หลายสิบพรรค การเลือกตั้งครั้งแรกมีปัญหา ถ้าเราทําบัตรเลือกตั้งเป็น ๒ แถว ก็จะมีการกา หมายเลขผิดพลาดได้ก็ขอเสนอ กกต. ว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งจะต้องทําเป็นแถวเดียว จะยาวแค่ไหนก็ขอให้เป็นแถวเดียว เพื่อป้องกันความผิดพลาด ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
คุณสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ผมก็อยากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ เกี่ยวกับ การเตรียมการเลือกตั้ง อันดับแรกผมขอแสดงความยินดีกับทาง กกต. ที่ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เข้ามาเพื่อจะจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยนะครับ ตัวกระผมเองไม่กลัวการเลือกตั้ง แล้วไม่กลัวว่าใครจะมาเอาผิดอะไรนะครับ เพราะด้วยใจของผมแล้วก็ไม่ได้ห่วง มีหน้าที่ เลือกตั้งตามกติกา แต่ผมตั้งข้อสังเกตไว้สัก ๒-๓ ข้อนะครับ
เรื่องแรก เรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีหลายท่านพูดแล้ว ผมขอ แสดงความคิดเห็นตรงนี้ว่า ถ้ามีความจําเป็นจะเลือกตั้งล่วงหน้าจริง ๆ ผมว่าล่วงหน้า สักครึ่งวันได้ไหม เอาครึ่งวันครับ คือเปิดโอกาสให้คนหายใจว่ามีความจําเป็นจริง ๆ แล้วก็มี หลักฐานแสดงถึงเหตุผลจําเป็นจริง ๆ เช่น สมมุติว่าถูกหมอนัดว่าจะผ่าตัดในวันนั้น วันที่ จะเลือกตั้งจริง เพราะฉะนั้นจําเป็นต้องเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างนี้ครับ ให้มีหลักฐาน ให้มี หลักฐานจริง ๆ จําเป็นจริง ๆ ไม่ใช่จําเป็นแบบวันนั้น ขี่รถมาเต็มรถแล้วมาจําเป็นพร้อมกัน ซึ่งมันขัดกับหลักการนะครับ คือเปิดทางไว้ให้หายใจสักครึ่งวัน แล้วก็บันทึกความจําเป็น จริง ๆ หรือว่าได้ทําตกลงจะโอนที่ดินวันนั้นหรืออะไรอย่างนี้นะครับ โอนทรัพย์สินอะไร ได้ตกลงกับทางราชการไว้แล้ว เขานัดให้ไปอย่างนั้นครับ หรือหมอนัดวันนั้นต้องไปเป็น โรคร้าย ต้องไปอย่างนี้นะครับ อยากให้เป็นลักษณะอย่างนี้ ให้มีความจําเป็นจริง ๆ อยากฝากกับทางท่าน กกต. ทุกท่านนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ผมอยากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการร้องเรียน เมื่อมีการเลือกตั้ง มีการร้องเรียน ว่าบุคคลที่สมัครเลือกตั้งหรือเป็นผู้สมัครทําผิดหรือกลุ่ม ของผู้สมัครเลือกตั้ง เกิดมีการร้องเรียนกันขึ้นมา ถ้าถึงขั้นศาล ศาลตัดสินแล้วว่าเราไม่ผิด อย่างนี้นะครับ เราน่าจะเอาคนที่ร้องเรียนเข้าคุกให้ได้ คือถือว่าเขาร้องเท็จ ไม่ใช่ปล่อยให้ ไม่ผิดแล้วก็แล้วไป คนร้องก็ลอยนวลไปอย่างนี้ ผมยังไม่เห็น ถึงแม้ว่าอาจจะมีกฎหมาย เขียนไว้แต่ว่าการปฏิบัติจริง ๆ ยังไม่เห็น ผมยกตัวอย่างตัวกระผมเอง ที่บ้านดอนขนุน อําเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดหนองคาย คือเป็นผู้ที่มีชื่อร้องเรียนผมว่าผมแจกจ่ายเงิน ปรากฏว่าบ้านนี้มันเป็นบ้านเล็ก ผมไม่มีเวลา มีเวลาจํากัด เราไม่ได้เข้าไปหาเสียงเลย แต่ชื่อ คนที่ร้องเรียนอยู่บ้านนี้ จนมากเลยครับ บ้านเหมือนคอกเป็ด คอกไก่ เล้าเป็ด เล้าไก่ แล้วเป็นคนร้อง พอไปเอามาถึง กกต. ถึง กกต. ใหญ่ อันนี้ก็น่าสงสาร อันนี้ปรากฏว่ามี พรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ไปเอาชื่อเขามาร้องอย่างนี้ ผมก็อยากให้ กกต. เอาผิดกับคนที่ กลั่นแกล้งอย่างนี้ครับ อยากให้เอาผิดจริง ๆ มันจะเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ว่าร้องเรียนให้เราต้อง มาเสียเวลามาแก้ตัวอยู่กับที่ กกต. ใหญ่ วิ่งไปวิ่งมาเสียเวลาครับ อันนี้ก็อยากฝากไว้
เรื่องสุดท้ายก็เกี่ยวกับเรื่อง กกต. นี้ละครับ ผมมอง กกต. ก็คล้าย ๆ ตํารวจ ผู้สมัครกับผู้ลงคะแนนคือคนค้าขายยาบ้ากับคนซื้อยาบ้า คืออย่างไรก็ไม่หาย แต่ กกต. เราทําอย่างไรเราจะจับคนที่กระทําผิดนี้ได้ เช่น มีหลายท่านบอกว่าอยากเพิ่ม งบประมาณ ผมเห็นด้วยครับ คือเอาให้ได้จริง ๆ ๑. กกต. อยู่ระดับจังหวัดมี ระดับอําเภอมี ระดับตําบลมี กกต. หมู่บ้านเขามีครับ เอาสัก ๕ คน ๑๐ คน เขาไม่ต้องไปจ่ายอะไรหรอก แค่ตั้งให้เขาเป็นกรรมการของ กกต. ก็เป็นเกียรติประวัติแล้วผมว่า ลองใช้แนวคิดอันนี้ สิครับ เพราะว่ามันจะเป็นการป้องกันได้อย่างดีเลย ให้เขามีความใส่กับผมว่าสุดยอดแล้ว ชาวบ้านครับ เห็นไหมครับพวกอาสาสาธารณภัยหมู่บ้านเขาไม่มีเงินเดือนเลย เขาทํางาน เข้มแข็งมาก ผมอยากให้ กกต. มี กกต. เป็นเครือข่ายถึงหมู่บ้านคอยจับผิด นอกจากกรรมการ ของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ไปร่วมแล้วให้มี กกต. หมู่บ้าน เพราะอันนั้นมันจะจับผิดได้เลย ครับว่าใครทําผิดกฎหมาย เราจะไม่ต้องมาพูดกระแนะกระแหนกันอย่างนั้นอย่างนี้ เอาเลย คนทําผิดนะครับ โดยเฉพาะการทําผิดล่วงหน้า เดี๋ยวนี้ท่านลองไปดูตามบุญ ตามงาน มหาชาติ เดี๋ยวนี้รู้เลยว่าจะมีการเลือกตั้งมีบางพรรคการเมืองจ้างเป็นประธานเปิดงาน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาทก็มีครับ ไม่ใช่ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาทนะครับ เอาจริง ๆ สิครับมันร้ายกว่าวันเลือกตั้งด้วยณะนี้ ต้องจ้างประมูลกันเปิดงานเลยนะครับ ไปเลยครับ
ขอฝากอีกเรื่องหนึ่ง ทําอย่างไรเราจะไม่ให้ผู้บริหารระดับจังหวัดที่มีลักษณะ เอนเอียง เป็นประธานกรรมการเลือกตั้ง คืออยากให้ผิดปล่อยให้เขาผิดไปเลยเราถึงจับ คืออย่าให้มีตําแหน่งเป็นประธาน กกต. ผมยกตัวอย่างหรือว่าเป็นกรรมการ กกต. บางผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเลยครับว่าเป็นตัวแทนพรรคการเมืองนี้ ผมมาจากพรรคนี้ ผมอยากให้ กกต. เอาจริงเอาจังว่าคุณรู้ว่าคุณไม่เป็นกลางคุณไม่ต้องมาทํางานที่เป็นกลาง ให้คุณลําเอียงให้คุณไปทํางานเลย แล้วพวกเราจะตามจับกันเอง ดีไหมครับ ไม่ว่าผู้ว่าราชการ จังหวัด ไม่ว่านายอําเภอนะครับยุคนี้กล้ามากเลยครับ ทําทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่คาดคิดว่า เขาจะทําแต่เขาทํา เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งถ้ามีคนพวกนี้อยู่ในองค์กรไม่มีความเป็นธรรม หรอกครับ ผมก็อยากฝากทาง กกต. คนที่เป็นกรรมการด้วย แล้วก็พี่น้องทางจังหวัดบึงกาฬ เขาก็มา เดี๋ยวนี้ก็รุนแรงมากครับจังหวัดบึงกาฬตั้งธงไว้เลยเอาให้ได้ อันนี้ กกต. จังหวัด บึงกาฬก็ยังไม่มีผมก็ต้องฝากทางกรรมการ กกต. ใหญ่ได้พิจารณาแต่งตั้ง เอาบุคคลที่ เป็นกลางจริง ๆ ครับสงสารจังหวัดใหม่แล้วมีคนไปแสดงอํานาจบาตรใหญ่อยู่มากครับเดี๋ยวนี้ อยากให้กรรมการให้การเลือกตั้งให้เป็นธรรม
สุดท้ายผมก็ได้ยินผู้มีเกียรติบางท่านอภิปรายว่าให้ระวังคนที่มีสัญชาติ หรือคนต่างด้าว ผมว่าคงพูดให้นายกรัฐมนตรีทักษิณ บางทีแบบนี้ผมว่าก็ไม่เป็นธรรม นายกรัฐมนตรีทักษิณอยู่ประเทศดูไบ แต่หลายคนก็เดือดร้อนไปหมดไม่รู้เป็นอย่างไร ทําไมถึงกลัวนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมว่าอย่าระวังแต่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ระวัง นายอภิสิทธิ์ด้วย นายกรัฐมนตรี ๒ สัญชาตินะครับ ขอบคุณมากครับ
คุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยนะคะกับร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ แต่ว่าที่ดิฉันอยากจะอภิปรายก็จะอภิปราย ตามความเป็นจริง แล้วก็อภิปรายจากประสบการณ์ที่ได้พบมานะคะ ก็อยากให้ทาง กกต. ไปหาแนวทางการแก้ไข
ประเด็นแรก ก็คือดิฉันอยากให้ กกต. เป็นกลางแล้วก็เป็นกลางจริง ๆ นะคะ ไม่ใช่เป็นกลาง กลางข้างใดข้างหนึ่งดิฉันก็ไม่เห็นด้วย แต่ว่าที่ดิฉันพูดนี่คือดิฉันไม่ได้ว่า ที่จังหวัดดิฉันนะคะ คือจังหวัดดิฉัน ดิฉันโอเคละ แต่ดิฉันมองภาพรวมทั้งประเทศดิฉันดูว่า มันไม่กลางจริง ๆ
แล้วก็อีกประการหนึ่ง คือการแต่งตั้ง กกต. แต่ละจังหวัดปัจจุบันมีการวิ่งเต้น กันมากเลย วิ่งเต้น แล้วก็มีคนมาถามดิฉันว่าที่จังหวัดจะให้ใครไปอยู่ ดิฉันยังไม่รู้เลยใครเป็น กกต. จังหวัด ดิฉันไม่ได้สนใจหรอกคะ เพราะดิฉันคิดว่าถ้ารังสิมา รอดรัศมี โดนใบแดงนี่ประเทศไทย ๕๐๐ คนโดนหมดละคะ เพราะว่าดิฉันไม่ได้สนใจ ดิฉันคิดว่าดิฉัน ได้เป็นดิฉันก็เป็น ดิฉันไม่ได้เป็นดิฉันก็ไปเป็นอย่างอื่น ไปเป็นพยาบาลก็ได้นะคะดิฉันก็ยังมี อาชีพเดิมอยู่ แต่ดิฉันคิดว่าถ้าดิฉันมาอยู่ตรงนี้แล้ว ดิฉันอยากให้มีความเป็นธรรมในการเลือกตั้งทุก ๆ ครั้ง อย่างเช่นการแบ่งเขตกลางเลือกตั้งก็จริง ก็เหมือนกันนะคะคือจังหวัดสมุทรสงคราม มันมีเขตเดียว เบอร์เดียว ดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดค่ะ ไม่ใช่ ส.ส. เขต เพราะว่าก็เป็นมา คนเดียวตลอดแต่ดิฉันเห็นการแบ่งเขตของเขตอื่น ๆ ของจังหวัดอื่นมันไม่เป็นธรรมเลย กระโดดไปก็กระโดดมา อยู่อําเภอนี้ทีแล้วก็ไปกระโดดอีกอําเภอหนึ่ง ดิฉันเห็นแล้วดิฉัน ก็เศร้าใจมากเลยว่าเห็นเขาหาเสียงหรือว่าไปงาน ดิฉันสงสารเขานะคะ ขนาดดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดิฉันวิ่งแป๊บเดียวก็หมดแล้ว แต่ของเขา ๑ วันบางที ได้งานเดียว เพราะมันกระโดดไปกระโดดมา เพราะฉะนั้นท่านช่วยไปดูตรงนี้หน่อยนะคะ แล้วใครที่วิ่งเต้น กกต. ให้คัดเอาคนโน้นเอาคนนี้ดิฉันว่ามันก็ไม่เป็นธรรมนะคะ เพราะมัน วิ่งกันทุกคนเลย จะเอาคนโน้น จะเอาคนนี้แล้วมันจะเป็นธรรมได้อย่างไร ดิฉันคิดว่าถ้ามานี่ จับใส่กล่องแล้วก็ล้วงไปเลยดีกว่าไม่ต้องมาให้ท่านเป็นคนพิจารณาหรอก ถ้าท่านพิจารณา มันวิ่งกันทุกคนแล้วท่านจะพิจารณาใคร มันก็ได้คนที่ไม่เป็นธรรมเหมือนเดิมนะคะ
อีกประการหนึ่ง คือการให้ใบเหลือง ใบแดง บางทีดิฉันเห็นจากจังหวัด ๕ : ๐ แต่พอมา กกต. กลาง รอดค่ะ แล้วก็เที่ยวไปพูดกันบอกว่าหมดไป ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท อย่างนี้ทําให้ กกต. เสื่อมเสียนะคะ ความเชื่อมั่นใน กกต. จะหมดไปเพราะฉะนั้นดิฉัน ก็อยากจะให้ กกต. ผดุงความเป็นธรรมให้มากที่สุด
อีกประการหนึ่งคนที่จะเป็น กกต. ดิฉันคอมเมนท์ (Comment) แล้วไม่รู้จะ โดนใบแดงคราวหน้าหรือเปล่า แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ โดนก็โดนไม่มีปัญหา ก็คิดว่า กกต. ควรจะ ทํางานให้เต็มเวลา ไม่ใช่ว่าเป็นราชการด้วยแล้วก็มาเป็น กกต. ด้วย ทํางานไม่คุ้มค่ากับ เงินเลย ดิฉันคิดว่าเป็นข้าราชการก็ต้องทํางานข้าราชการให้เต็มที่ มาเป็น กกต. ก็ต้อง กกต. อย่างเดียว ไม่ใช่ว่าเป็นข้าราชการแล้วก็เป็น กกต. ยืน ๒ ขาเลย อย่างนี้งานก็ไม่ประสบ ความสําเร็จหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นก็ฝากตรงประเด็นนี้นะคะ
อีกประการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่บอกว่า ๑ คน ต้องไม่เกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันว่าความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้เลย มันหลอกกันทั้งนั้น ยื่นมามันก็ไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงหรอก อย่างเช่นการทําป้ายท่านก็ระบุใช่ไหมคะว่าป้ายนี้ ทําบริษัทไหน จํานวนเท่าไร กี่แผ่นให้กําหนดมา สมมุติดิฉันทํา ๑๐,๐๐๐ แผ่น นี่ดิฉันไม่ได้ โกงนะคะ แต่ดิฉันเห็นว่ามันไม่ต้องมานั่งให้มาหลอกกันดีกว่า กกต. โดนเขาหลอก ท่านไม่ฉงนใจบ้างเลยหรือคะ หรือเต็มใจให้เขาหลอกคะ เพราะว่าเขาทํา ๑๐,๐๐๐ แผ่น เขาจะเขียน ๑,๐๐๐ แผ่น ท่านจะรู้ไหม ท่านก็ไม่รู้ อย่างเช่นเขาตกลงกับร้านค้า ๑ แผ่น ๒๕๐ บาท แต่เวลาออกใบเสร็จบอกให้ออกแค่ ๑๖๐ บาทอย่างนี้ท่านก็ไม่ทราบอีก เพราะฉะนั้นมันก็กลายเป็นว่า กกต. โดนพวกนักการเมืองหลอกอยู่วันยังค่ํา
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องเกี่ยวกับแผ่นพับใบปลิวก็เหมือนกัน พิมพ์กี่หมื่นแผ่น ท่านก็ไม่รู้อีก เพราะพิมพ์ตัวเลขจะพิมพ์เท่าไรก็ได้ ราคาเท่าไรก็ได้ก็ตกลงกันไว้เพราะฉะนั้น ราคา ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทนี้มันไม่น่าจะไปกําหนดเลย เขาจะใช้เท่าไรก็เรื่องของเขาไปเลย ดิฉันมีความรู้สึกอย่างนี้นะคะให้มันหมดกันไปข้างหนึ่งเลย หรือว่าการซื้อเสียงนี้ดิฉันเห็นว่า การซื้อเสียงแบบใหม่ ๆ มันก็มีเกิดขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่นแทงหวยฟรีงวดหนึ่ง ๓๐๐ บาท ถูกแล้วมารับได้อีก นี่ก็ไม่ผิดกฎหมายเพราะตอนนี้แทงหวยตํารวจก็ไม่ค่อยจะจับ แล้วแถมมา แทงหวยซื้อเสียงล่วงหน้าอีก ถูกได้อีก เพราะฉะนั้นประชาชนก็มีวิวัฒนาการใหม่ ๆ ในการ ซื้อเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
อีกประการหนึ่งคือเมื่อกี้นี้ท่านสมคิดได้อภิปรายตรงกับที่ดิฉันจะอภิปราย พอดีเลย อย่างเช่นการเปิดงานดิฉันฟังแล้วอย่างเช่นบั้งไฟพญานาค เปิดงานนี้ คนนี้ให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทไม่ได้เป็นประธาน คนนี้ให้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทจะได้เป็นประธาน หรือว่าเป็นประธานเผาศพ คนนี้ช่วย ๕๐๐ บาทไม่ให้เป็นประธาน พอคนนี้ใส่ซองให้ ๕,๐๐๐ บาทเปลี่ยนคนเลย คนนี้ได้เป็นประธาน นี่มันเป็นอย่างนี้นะคะมันเป็นการซื้อเสียง ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นตอนนี้มันมีการประมูลงานกันแล้ว ยิ่งกําหนดการเลือกตั้งที่จะรู้ว่า มีการเลือกตั้ง ตอนนี้องค์กรต่าง ๆ อย่างเช่น อบจ. อบต. พาคนไปเที่ยวแจกทุกชนิดโดยการเอาเงินหลวงไป เอาเงินของ อบต. อบจ. พาไปเที่ยวเพื่อซื้อเสียงล่วงหน้า ดิฉันก็เลยมามองว่าท่านนี่จะจับ เฉพาะ ส.ส. เท่านั้น แต่คนที่จะเป็นผู้สมัครท่านไม่ไปจับเขาเลย แล้วไม่คิดเป็นค่าใช้จ่าย ท่านบอกว่าถ้าอยู่ครบวาระถึงจะคิด แต่ถ้าไม่ครบวาระไม่คิด นี่ก็สบายสิคะ ใช่ไหมคะ ซื้อเท่าไรก็ซื้อไปเอาเงินหลวงมาซื้ออีกต่างหาก เพราะฉะนั้นการซื้อเสียงดิฉันคิดว่าท่านน่าจะ เปลี่ยนวิธีคิดแล้ว คนพวกนี้ถ้าใครจะซื้อก็ให้มันซื้อกันไปเลย กี่พรรคก็ซื้อไปเลย มันหมดตัว เมื่อไรมันจะได้เลิกไป แต่ท่านต้องไประดมประชาชนให้ประชาชนเอาเงิน แต่เวลาเลือก ไม่ให้กา ใครเอามารับให้หมด เงินไม่ใช่งูไม่กัด ดิฉันพูดอยู่ตลอดเวลาดิฉันเอาใบหลวงพ่อคูณ ไปเลยแจกทุกบ้าน เงินไม่ใช่งูให้รับไว้หลวงพ่อคูณบอกไม่บาป แต่เวลากาอย่าไปกา คนซื้อเสียง เพราะฉะนั้นใครมากี่เบอร์เอาให้หมด ดิฉันจึงขอบคุณคนจังหวัดสมุทรสงคราม ว่าเงินซื้อคนจังหวัดสมุทรสงครามไม่ได้ ถ้าซื้อคนจังหวัดสมุทรสงครามได้ดิฉันไม่ได้เป็นหรอก เพราะขออะไรดิฉันก็ไม่เคยให้ ซื้อเสียงดิฉันก็ไม่ซื้อ เป็นก็เป็น ไม่เป็นก็ไม่เป็นไม่เป็นไร เพราะฉะนั้นท่านต้องเปลี่ยนความคิดอย่าไปจมปลักอยู่กับว่าจับแต่คนซื้อเสียง ให้มันซื้อ ให้หมดไปเลยแล้วก็ไม่ให้ประชาชนเลือก ถ้าเลือกคนซื้อเสียงเข้าไปประเทศไทยจะล่มจม ฉิบหายหมด พยายามปลุกระดมประชาชนสิคะ ท่านมัวแต่ไปรอจับมันจับไม่ได้หรอก พวกนักการเมืองทุกคนมันรู้ทางหนีทีไล่กันหมดนะคะ เพราะฉะนั้นท่านจับทางนี้มันก็ไปออก อีกทางหนึ่ง ไม่มีทางจับได้
อีกประการหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่บอกว่ามีผู้สมัครคนเดียว ต้องไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้วก็ต้องไม่น้อยกว่าคะแนน โนโหวต อันนี้ดิฉันถูกใจมากเลยนะคะ คือบางคนน้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์จริง แต่แพ้โนโหวตบานเลยยังได้เป็น อย่างนี้มันก็ไม่ถูก ถ้าท่านเอาทั้ง ๒ หัวข้อมารวมกัน ดิฉันเห็นด้วยนะคะ แต่ว่าในกรณีอย่างเช่นมีผู้สมัคร ๒ คน อย่างคราวที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ลงสมัคร มีบางพรรคไปจ้างคนมาลงสมัคร แต่พอจ้างคนลงสมัครแล้วก็ยังแพ้โนโหวต อีกตั้งเยอะ คือชนะผู้สมัครคนที่มาลงจริงมี ๒ คน แต่คนที่เขาจ้างมาเขาได้คะแนน สมมุติได้คะแนน ๑๐๐ คะแนนแต่เขาก็ได้คะแนนแค่ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ คะแนน ไม่ถึง ๑,๐๐๐ คะแนนก็ได้แล้ว แต่โนโหวตตั้งกี่หมื่นคะแนนเขาก็ยังแพ้อยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจ้างมาสมัครท่านต้องตัดสิทธิเขาเลยนะคะ ไม่ใช่ว่า ๒ คนแล้ว มีผู้สมัครแล้วก็ได้ อย่างนี้มันก็ไม่ถูกนะคะ
อีกประการหนึ่งคือเรื่องการลงคะแนนล่วงหน้าแล้วก็ลงคะแนนที่ต่างประเทศ ดิฉันเป็นห่วงมากเลยเรื่องการลงคะแนนล่วงหน้า เพราะว่าจากที่ผ่านมาการลงคะแนน ล่วงหน้าแล้วก็ไม่ได้นับคะแนนที่หน่วย ยิ่งเอาคะแนนมารวมกันเป็นปัญหามากเลย เสียค่าใช้จ่ายเสียเวลาต้องเอาคนนี่วิ่งตามหีบอีก แทนที่หีบจะไปที่หน่วยที่รวมนับคะแนน ก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนนะคะ แล้วก็ลงคะแนนล่วงหน้านี้ดิฉันอยากจะให้ยกเลิกค่ะ แต่เมื่อมัน ยกเลิกไม่ได้มันต้องมีการลงล่วงหน้า ดิฉันคิดว่าน่าจะเหลือวันเดียวก็พอ เพราะอะไรรู้ไหมคะ ท่านคะ ลงคะแนนอาทิตย์นี้ดิฉันต้องจ้างคนไปเข้าเวรทุก ๘ ชั่วโมง สลับกันวันละ ๓ เวร แล้วไปนั่งเฝ้าหีบจนกว่าจะถึงอีกอาทิตย์หนึ่งดิฉันเสียค่าใช้จ่ายต้องระวังหีบทุกอย่างเลย ถ้าไม่ระวังหีบแพ้นะคะ มันเปลี่ยนหีบ มันเปลี่ยนคะแนนในหีบอีก เพราะฉะนั้นใครให้เก่ง อย่างไร ดิฉันคิดว่าถ้าไม่ระวังหีบนะคะไม่มีทางชนะหรอกค่ะ เพราะมันโกงได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะมีการลงคะแนนล่วงหน้าวันเดียว แล้วการนับ คะแนนของต่างประเทศ ล่วงหน้าต่างประเทศนี่ดิฉันยังไม่รู้เลย แล้วดิฉันถาม ส.ส. หลาย ๆ คนว่ารู้ไหม ลงคะแนนล่วงหน้านี่เขานับคะแนนกัน มาจากต่างประเทศเราจะรู้ ได้อย่างไรว่ามันมีการทุจริต มันนับคะแนนส่งมาแล้วพอถึงเวลาก็มาบวกให้เรา เราก็ยังไม่รู้เลยว่ามาจากต่างประเทศ ได้คะแนนเท่าไร อะไร อย่างไร เพราะฉะนั้นดิฉันเป็นห่วงเรื่องการโกงการเลือกตั้ง แล้วก็ การซื้อเสียงดิฉันไม่กลัว ให้มันซื้อกันไปเลย ให้มันเจ๊งกันไปเลยแล้วก็จะได้เลิก ๆ กันไป จะได้เหลือคนดี ๆ เข้ามาบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ฝาก กกต. ไว้นะคะ ที่ดิฉัน อภิปรายนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมดค่ะ ขอบคุณค่ะ
ผมจะอ่านรายชื่อให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ คุณสุนัย จุลพงศธร คุณสมัย เจริญช่าง คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ คุณฐิติมา ฉายแสง คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม คุณประเกียรติ นาสิมมา คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข คุณชมภู จันทาทอง คุณเรวัต สิรินุกุล ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ท่านจะได้เตรียมของท่านไว้ คุณสุนัย จุลพงศธร ครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะต้องขออนุญาตกราบเรียนไว้ล่วงหน้าสักนิดหนึ่ง เพื่อทําความเข้าใจ ผ่านท่านประธานไปถึงทาง กกต. ด้วยความหวังดี อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเองเป็น ส.ส. สัดส่วน แล้วไม่ได้เลือกตั้งเขต เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกผมไม่เคย เลือกตั้งเขต ท่านประธานครับ ผมก็อภัยในความอวิชชาของคนบางคน ผมนี่เลือกตั้ง ตั้งแต่เทศบาลนะครับ เป็นประธานสภาเขตสัมพันธวงศ์คนแรกของกรุงเทพมหานคร ผมเห็น วันนี้เด็กมาฟังการอภิปราย ผมเริ่มชีวิตตั้งแต่เป็นนักเรียนโรงเรียนวัดมกุฎกษัตริยาราม นุ่งกางเกงขาสั้นมาฟังประชุมสภา ไปสังเกตการเลือกตั้งเมื่ออยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ ๑ ยันตั้งแต่ขุนเพ่ง ลิมปะพันธุ์ แข่งกับนายเหรียญชัย จอมสืบ กกต. บางคนนี่นามสกุล ยังหลังที่ผมไปสังเกตการณ์เลือกตั้ง ดังนั้นที่ผมกราบเรียนตรงนี้ไม่ใช่ว่าจะเอ่ยอวดอ้าง แต่อยากจะบอกท่านประธานผ่านไปถึง กกต. ว่า ขอให้รับฟังผมสักนิดเถอะครับ สิ่งที่ผม จะนําเสนอนี้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องกฎหมายอย่างเดียว ท่านครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎร ในปี ๒๕๔๐ จากการแบ่งเขตและเป็นผู้มีส่วนร่วมในการออกกฎหมาย กกต. เราให้อํานาจ กกต. สูงสุด แต่วันนั้น กกต. มาจากประชาชน การที่ กกต. มีอํานาจสูงสุดนั้นเป็นเรื่องที่ อันตราย ดังนั้นคนที่มาเป็น ตามกฎหมายนี้สําคัญมากครับ ท่านครับ มาถึงวันนี้ผมก็ยังดีใจ นะครับที่เห็นความเจริญก้าวหน้าของ กกต. ผมไปที่จังหวัดนครสวรรค์ออกพื้นที่ยังดูแลอยู่ เห็นตึก กกต. สร้างใหม่ครับ หลายจังหวัดตึก กกต. สร้างใหม่ จึงขอแสดงความยินดีกับการ เจริญเติบโตทางวัตถุของ กกต. แต่ผมไม่แน่ใจว่าศรัทธาต่อ กกต. นั้นมันเจริญตามอิฐ ปูน หรือไม่ ท่านครับเรื่องนี้เรื่องใหญ่มากนะครับ ถ้าเรามาดูตามความเป็นจริง กกต. นั้น มีภูมิคุ้มกันทางกฎหมายเข้มแข็งมาก แต่นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมานั้น ผมว่า กกต. ไม่มีภูมิคุ้มกันทางการเมืองแล้วครับ เพราะท่านไม่ได้มาจากประชาชนเลย ท่านเป็นผู้คุมการเลือกตั้ง แต่ท่านไม่มีเศษเสี้ยวที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเลย โดยเฉพาะ องค์คณะปัจจุบันท่านมาจากการแต่งตั้งของคณะผู้ยึดอํานาจเมื่อ ๑๙ กันยายน ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมจะไปกล่าวหาท่าน แต่ผมกําลังเป็นห่วงว่า เมื่อเราก็ต่างมากันอย่างนี้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องตกกระไดพลอยโจน แต่มีคนเอาปืนมาจี้ เลยต้องตกใจกันไปหมดแล้วก็มาเป็นอย่างนี้ แล้วปรากฏว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ ที่มาของท่านก็ปรากฏว่ามีปัญหาอีก มาจากองค์กรสูงสุดทางสถาบันตุลาการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสถาบันตุลาการของเราก็ไม่ได้มาจากประชาชนอีก ดังนั้นการตัดสินใจอะไรของท่าน ตามกฎหมายอย่างหนึ่ง การใช้ดุลยพินิจอย่างหนึ่ง มันไม่มีภูมิคุ้มกันทางสังคมการเมือง ประชาธิปไตยเลย ที่ผมกราบเรียนท่านตรงนี้เพื่อจะนําเสนอข้อคิดว่ามาถึงตรงนี้แล้ว ผมอยากจะเอาใจช่วยท่าน เพราะท่านนั่งตรงนี้ ผมรู้ว่าท่านก็อยากจะสร้างบ้านสร้างเมือง แต่การที่มีที่มาไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ประชาธิปไตยนั้นมันเป็นจุดอ่อนของท่านเอง ท่านครับ ดังนั้นการที่ท่านเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ผมคิดว่าผมจะเสนอข้อคิดเห็นบางประการ แต่ว่าผมจะเอากฎหมายของท่านเป็นหลัก ปรากฏว่าท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องการเลือกตั้ง ล่วงหน้าให้ชัดเจนในกฎหมายที่ท่านจะเสนอ ผมอยากจะให้ท่านเปิดใจกว้างสักนิดเถอะครับ แล้วก็เอาร่างของอาจารย์พีรพันธุ์ไปออกแบบโมเดล (Model) ใหม่ ไหน ๆ ตกใจ กระโจนกัน ตุ้บตั้บจนมาเป็นวันนี้ จนกระทั่งบ้านเมืองเราเละเทะอย่างนี้แล้ว เราตั้งหลักเท่าที่จะทําได้ ท่านครับ การเลือกตั้งล่วงหน้านั้นเป็นเจตนาที่ดีมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แต่เมื่อแบบนี้ทดลองใช้ แล้วได้พบความเป็นจริงว่ามันมีจุดอ่อนมาก ถ้าท่านมีอุดมการณ์ที่ต้องการจะให้บ้านเมือง ดีขึ้นเช่นเดียวกันตรงกับผมนี้ ผมขอให้ท่านนําไปพิจารณาและช่วยพิจารณาจริงจังเถอะครับ เพราะอะไร หลักการของการเลือกตั้งล่วงหน้าเริ่มต้นมันก็ผิดหลักเกณฑ์แล้ว ข้อกฎหมาย อย่างหนึ่ง ดุลยพินิจอย่างหนึ่ง ปรากฏว่าไปออกแบบให้การเลือกตั้งล่วงหน้ามีได้ตั้ง ๒ วัน ท่านครับ สิทธิแห่งการเลือกตั้งล่วงหน้านั้นเป็นสิทธิพิเศษ สิทธิพิเศษมันต้องน้อยกว่า สิทธิพื้นฐานสิครับ ปรากฏว่าสิทธิพื้นฐานลงคะแนน ๙ โมงถึงบ่ายสามโมงวันเดียว แต่สิทธิพิเศษรู้สึกจะลงได้ถึง ๕ โมง ลงได้ถึง ๒ วันอีก เริ่มต้นก็ผิดหลักการ แล้วในทาง ความเป็นจริงก็เกิดการทุจริตได้โดยง่ายที่สุดครับ เพราะอะไรครับ การโอเปอเรท (Operate) การแมนเนจ (Manage) บริหารจัดการการเลือกตั้งของบุคคลทุจริตมันทําได้ ๒ ครั้งครับ ถ้าทําครั้งเดียวตูม สมมุติไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเลย โกงการเลือกตั้งมีไหม มีครับ มีการขนไหม มีครับ แต่คุณต้องขนในวันเดียว เวลาตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงบ่ายสามโมง เล่นยากครับ พอเราขยับเป็น ๒ รอบ รอบพิเศษได้ ๒ วัน ในทางปฏิบัติมาขนคนงานครับ พวกนี้รู้นี่ครับ อยู่จังหวัดสมุทรปราการโรงงานไหน ๆ พาไปเที่ยวบ้านก่อนเลยครับ ดังนั้นการซื้อคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นกระบวนการจัดการที่ง่ายที่สุด ไม่เร่งรัดเพราะเกิดขึ้นก่อนถึง ๒ วัน ผมอยากจะให้ท่านใช้หลักการตรงนี้เถอะครับ ถ้าเป็นไปได้ประชาชนขอร้องมานะครับ ไม่ต้องมีเลือกตั้งล่วงหน้าครับ ใช้สิทธิวันเดียว แล้วโอเปอเรทกันเลย เอาอย่างไรเอากัน ถ้าจะมีการทุจริตมันก็ต้องทุจริตภายในเก้าโมงเช้า ถึงสามโมงเย็น แฟร์ ๆ (Fair) แต่วันนี้ไม่ใช่ ดังนั้นผมขอฝากท่าน ส่วนจะเป็นดุลยพินิจ อย่างไรเป็นเรื่องของท่านนะครับ เพราะผมเองไม่ได้เป็น กกต. ฝากท่าน แต่ร่างของท่าน ไม่มีประเด็นนี้เลยครับ
อันที่ ๒ แบ่งเขตครับ แบ่งเขตนี้ถ้าท่านทําดีก็ดีไป แต่ขณะนี้ท่านหลีกเลี่ยง ข้อกล่าวหาไม่สุจริตยากมาก ถ้าท่านมีภูมิคุ้มกันทางการเมืองเท่ากับทางกฎหมาย คือท่านมาจากประชาชน ท่านมีน้ําหนักนะครับ แต่วันนี้ท่านไม่มีภูมิคุ้มกันเลย ผมจึงเห็นว่า ท่านอ่อนไหวมาก และไม่ใช่อ่อนไหวเฉพาะตัวท่าน ถ้า กกต. นี้อ่อนไหว พอกระทบ กกต. ตามหลักการใครเลือก กกต. ล่ะ ศาล ศาลมาจากไหนล่ะ ไม่ได้มาจากประชาชนอีกมันจะ กระทบไปหมด แต่วันนี้เราไม่รู้จะทําอย่างไร เพราะคนที่ออกแบบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ คือผู้ที่ถือปืนมาออกแบบ แล้วก็บีบบังคับกันมาจนถึงวันนี้ แก้อะไรก็ไม่ได้ แก้รัฐธรรมนูญ ก็แก้แค่ ๒ มาตรา ผมบอกว่าโครงสร้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กําลังจะดึงสถาบันหลัก ของประเทศเสียหายหมด ทีนี้มาถึงตรงนี้ก็แก้ได้เฉพาะปลายทาง ผมอยากจะฝากท่านว่า ท่านครับ แบ่งเขตตอนนี้ข้อครหานินทาเต็มไปหมดแล้ว ๑. ท่านมีการออกกฎหมายเหลือ ๔๗๕ คน หายไปอีก ดังนั้นจังหวัด ๆ หนึ่งก็หายไป ท่านต้องแบ่งเขต เรื่องนี้ผมเห็นใจท่านครับ แต่ขอให้ท่านช่วยกรุณาเถอะครับ ยึดหลักเก่าไว้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน ใช้อําเภอหลัก เป็นฐานก่อน อย่างคราวที่แล้วเลือกตั้งท่านต้องดําเนินการ ท่านรู้ไหมครับ ท่านให้ กกต. จังหวัดจัดรูปแบบ รวมเขต เขตละ ๓ คนมา และขยํามา ๓ แบบ ๕ แบบ เขาไม่ยึดหลักเดิมเลยครับ ยกตัวอย่าง อําเภอผมอําเภอชุมแสงซึ่งไม่เคยรวมกับอําเภอพยุหะคีรีเลย ไม่เคยรวมกับอําเภอเมืองเลย รวมแต่ทางอําเภอบรรพตพิสัย จับอําเภอชุมแสงไปรวมทางโน้นเลยครับ มันก็ได้เปรียบ เสียเปรียบ ก็ทําให้เกิดข้อกล่าวหานินทาว่า กกต. รับใช้อํานาจต้องการทําลายฐานของ พรรคไทยรักไทยเดิม จับคนพวกเดียวกันมาชนกัน จริงหรือเปล่าไม่รู้ครับ แต่นินทากาเล ทําได้ แต่ถ้าท่านมีภูมิคุ้มกันทางกฎหมายและมีภูมิคุ้มกันทางการเมืองไม่น่าเป็นห่วง แต่วันนี้ท่านต้องรู้สึกตัวนะครับว่าท่านมีแต่ภูมิคุ้มกันทางกฎหมาย ท่านไม่มีภูมิคุ้มกัน ทางการเมือง เพราะท่านมาจากอํานาจเผด็จการ แม้ท่านจะทําดีอย่างไร ท่านไม่มีอะไร ยึดโยงกับประชาชนมันถูกตําหนิได้
ท่านครับ เรื่องการนับคะแนนผมฝากท่านนิดเถอะครับโอกาสที่ผมจะไปเจอ ท่านก็ไม่มีนะครับ บัตรเสียถูกทําได้ง่ายมากครับ ถ้าเป็นไปได้ท่านลองพิจารณาใช้ดุลยพินิจ นะครับ เจ้าหน้าที่ที่ไปนับบัตรข้างในห้ามมีปากกาถือนะครับ พอมีปากกาถือปั๊บขีดหน่อย บัตรเสีย ๆ มันง่ายมาก อันนี้ฝากเป็นประเด็นไว้นะครับท่าน เลือกตั้งในต่างประเทศ มีเพื่อนสมาชิกพูดแล้วทําให้มันง่ายขึ้นหน่อยได้ไหมครับ และที่สําคัญที่สุดท่านช่วยแสดง ความเป็นตัวของตัวเองเป็นกลางสักนิดเถอะครับ การหาเสียงที่ไม่ชอบจากอํานาจนอกระบบ ช่วยดูหน่อยเถอะครับ ปรากฏว่าพอพวก ส.ส. นี่ท่านเอาตายเลย ท่านรู้ไหมครับวันนี้ มีผู้แต่งตัวมียศถาบรรดาศักดิ์มีสีเรียกประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปด่าพรรคเพื่อไทยครับ ท่านรู้หรือเปล่าครับเขาทํามาหลายเดือนแล้ว แต่ กกต. ไม่กล้าทําอะไรเลย และวันนี้ของ สภาเองครับ ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งใส่ชุดเขียวมาเลยครับ เขาว่าชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา มาพบกับ นายกรัฐมนตรีนี่พิเศษอะไรกันไม่รู้ ถ้าท่านไม่แสดงการที่จะโต้แย้งว่า เอ๊ะ คุณสุนัยพูด ในสภาแล้วไปตรวจสอบสิ มีทหารคนไหน มีจริงหรือเปล่าที่ไปประชุมจังหวัดแพร่ จังหวัด กําแพงเพชร เรียกกํานัน ผู้ใหญ่บ้านไป ไปโจมตีพรรคนั้นพรรคนี้มีจริงไหม ท่านทําสักนิด เถอะครับจะได้มีศรัทธาขึ้นมาบ้าง ผมไม่อยากเห็นท่านเจริญแต่วัตถุ มีแต่ตัวอาคาร มีแต่ปูนซีเมนต์ก่อขึ้นไปด้วยงบประมาณแผ่นดิน ผมอยากเห็นท่านเจริญในศรัทธา ของประชาชนด้วย แม้จะอยู่ในภาวะลําบากก็ยังอยากจะให้กําลังใจท่าน เพราะองค์กรท่าน เป็นองค์กรสูงสุดทางการเมืองที่จะชี้ว่าใครได้เปรียบทางการเมืองอย่างไร และมันก็แสดง มาแล้ว ผมฝากเท่านี้ละครับเวลามันน้อยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณสมัย เจริญช่าง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ให้เวลาได้มีส่วนร่วมอภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ ท่านประธานครับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็มีข้อดี ที่เราและท่านทั้งหลายน่าจะได้ภาคภูมิใจ เพราะเป็นการปกครองที่เปิดโอกาสให้พี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่จะเลือกผู้ปกครองรัฐหรือว่าผู้มาทําหน้าที่ในการ กําหนดนโยบายทิศทางของประเทศชาติ นอกเหนือจากนั้นการเลือกตั้งก็เป็นกลไกสําคัญ ที่จะทําให้ประชาธิปไตยนั้นเกิดความสมบูรณ์แบบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ ที่นักประชาธิปไตยจากโลกตะวันตก เช่นอดีตประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา เคยกล่าวไว้ว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นการปกครองที่เลวน้อยที่สุด นั่นแสดงให้เห็นว่าการปกครองในระบอบนี้ก็ยังมีสิ่งที่เลวร้ายอยู่ สิ่งที่เลวร้ายที่พูดนั้นก็คือ คงหนีไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตในการเลือกตั้ง เพราะถ้าหากว่าเราได้ดําเนินการ กระบวนการเลือกตั้งด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรมแล้ว แน่นอนที่สุดครับบ้านเมืองก็จะ มีความผาสุก พี่น้องประชาชนก็จะอยู่ดีกินดี สิ่งหนึ่งที่กระผมจะขออนุญาตได้นําเรียนต่อ ท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งท่านเองนั้นได้ทําหน้าที่เป็นคนกลาง ในการที่จะดูแลการเลือกตั้งให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรม
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องตั้งแต่การกําหนดการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะในขณะนี้ ตามที่เราได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว แล้วก็ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา การเลือกตั้งครั้งใหม่นั้นจะแตกต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๐ นั่นก็หมายความว่าในครั้งที่ ผ่านพ้นมานั้นเราเลือกตั้งเขตละ ๓ คน แต่ต่อจากนี้เป็นต้นไปทุกเขตทั่วประเทศจะเลือกตั้ง ได้เพียงเขตละ ๑ คน ข้อสําคัญก็คือการแบ่งเขตเลือกตั้งทําอย่างไรที่จะให้เกิดความเป็นธรรม ความเป็นธรรมที่ว่านั้น ก็คือใช่ว่าความเป็นธรรมเฉพาะผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแต่เพียง อย่างเดียว แต่ต้องคํานึงถึงความเป็นธรรมที่พี่น้องประชาชนจะพึงได้รับด้วย อาทิเช่น หลักในการพิจารณา ซึ่งกฎหมายก็กําหนดไว้ว่าให้คํานึงถึงอัตราประชากรที่มีสัดส่วน ใกล้เคียงกัน ในขณะนี้โดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ คนต่อเขตเลือกตั้ง ๒ พื้นที่ เขตเลือกตั้งต่อเนื่องกัน การแบ่งเขตให้ยึดอําเภอหรือสํานักงานเขตเป็นหลัก วันนี้ต้องเรียน ท่านประธานที่เคารพว่าในเขตกรุงเทพมหานครนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งใหม่จะเหลือเพียง ๓๓ คน น้อยไปจากครั้งปีที่มีการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๐ ไป ซึ่งก็มี ๓๖ คน เพราะฉะนั้น การพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งก็ควรจะได้ยึดหลักเอาเขตเลือกตั้งเดิม ได้มีการแบ่งเขตภายใน เขตเดี๋ยวนั้นก่อนก็จะเป็นประโยชน์ เพราะอย่างน้อยตลอดระยะเวลาเกือบ ๔ ปีที่ผ่านพ้นมา บรรดาพี่น้องประชาชนก็คุ้นเคยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส.ส. เองก็คุ้นเคยกับพื้นที่ คุ้นเคยกับปัญหาของประชาชน จะได้ทํางานต่อเนื่องถ้าหากได้รับการเลือกตั้ง นั่นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ควรจะได้คํานึงถึงข้อมูลที่ กกต. มีอยู่ในมือ เช่นในเขตพื้นที่ใดที่มีการเลือกตั้ง แล้วมีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตซื้อเสียงมากหรือจนกระทั่งได้ดําเนินการสําเร็จลุล่วง ตามกระบวนการของกฎหมายเช่นมีการดําเนินคดีไปแล้ว ก็ไม่ควรที่จะให้เขตเลือกตั้งนั้น อยู่โดยลําพังโดด ๆ มันก็จะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ซ้ํารอย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ผมคิดว่า แนวทางในการแบ่งเขตเมื่อปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นแนวทางที่ดีที่สุด นําเอาเขตพื้นที่รอบนอกซึ่งมี การซื้อเสียงค่อนข้างสูง มารวมกับเขตชั้นกลางหรือเขตบ้านจัดสรร ซึ่งจะทําให้มีการคละเคล้า ในระหว่างโหวตเตอร์ จะทําให้คนซื้อเสียงนั้นไม่ประสบความสําเร็จได้ง่าย อันนี้เป็นแนวคิด อันหนึ่งที่กระผมขออนุญาตได้ฝากท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ไปประกอบพิจารณาใน การตัดสินใจ ยกตัวอย่างอย่างเขตรอบนอกของกรุงเทพมหานครบางเขตมีการเลือกตั้งก็มี การซื้อเสียงเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป ในขณะนี้คดีความยังอยู่ในศาล ศาลชั้นต้นก็ตัดสินจําคุก ศาลอุทธรณ์ก็ตัดสินจําคุก แล้วขณะนี้ก็อยู่ในขั้นฎีกา ท่านจะปล่อยให้เขตแบบนี้ อยู่โดด ๆ โดยที่ไม่ดึงเอาเขตที่เป็นคนชั้นกลางเข้าไปผสมด้วย อันตรายกับการเลือกตั้ง ในที่สุดก็จะมีการซื้อเสียงเข้ามาแล้วก็ดําเนินการในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย อันนี้ เป็นเรื่องหนึ่งที่ขออนุญาตได้เรียนฝาก
เรื่องที่ ๒ เรื่องการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ผมคิดว่าเรื่องนี้ใช่ว่าฝ่ายค้าน จะได้เสนอมาอย่างเดียว พวกกระผมเองที่อยู่ในกรุงเทพมหานครก็เห็นครับ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปี ๒๕๕๐ มีการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครที่เขตบางกะปิ การเลือกตั้งล่วงหน้ามีพี่น้อง ประชาชนมาใช้สิทธิ ๒ วัน จํานวน ๑๔,๐๐ ราย ถามว่า ๑๔,๐๐๐ คนนี้มาจากไหนครับ ก็มาจากประชากรที่มีภูมิลําเนาอยู่ในต่างจังหวัดแล้วก็เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยที่ ไม่ยอมย้ายทะเบียนราษฎร์ของตัวเองเข้ามาอยู่เขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง ๆ ที่กฎหมาย กําหนดว่าถ้าอยู่ที่ใดเกิน ๑๕ วันจะต้องย้ายทะเบียนราษฎร์เข้ามา แต่ไปสอบถามแล้ว คนเหล่านั้นเขาไม่ประสงค์ย้าย เขาบอกว่ามีการเลือกตั้ง อบต. เลือกตั้งท้องถิ่นเขากลับไป ครั้งหนึ่งเขาได้ค่าป่วยการคุ้มค่ากับการเดินทางเขาจึงไม่ประสงค์ที่จะย้าย ประเด็นนี้ก็เป็น ประเด็นอันหนึ่งที่ทําให้จํานวนประชากรในกรุงเทพมหานครมีประชากรแฝงอยู่มาก ขณะนี้ มีเพียง ๕,๗๐๑,๓๙๔ คน ซึ่งจํานวนประชากรในกรุงเทพมหานครน่าจะมีประมาณสักเกือบ ๑๐ ล้านคน ก็เป็นเหตุให้จํานวน ส.ส. ในกรุงเทพมหานครที่ต้องหายไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงแล้วก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าในการเลือกตั้ง เมื่อปี ๒๕๔๔ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งวันแมนวันโหวต เป็นครั้งแรกก็มีปัญหาอุปสรรคมากมายครับ วันนี้อย่าให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ํารอย เช่นในเรื่องของการนับคะแนนก็ดี ซึ่งวันนี้อาจจะต่าง ไปจากวันก่อน วันก่อนกรณีที่นําหีบบัตรมารวมกันนับ ณ แห่งเดียวกันนี้ ต้องเรียน ตรงไปตรงมาว่ามีการทุจริตกันมากมาย เช่นมีการตั้งแผงเพื่อที่จะขีดคะแนนเป็นแถวตอนลึก พี่น้องประชาชนเขาไปเห็นแต่แผ่นข้างหน้า กระดานแผ่นที่ ๒ จนถึงแผ่นที่ ๑๐ เขามองไม่เห็น ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปตรวจสอบดูแลได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ขานคะแนน บันทึกคะแนนเป็นคนของฝ่ายใดก็ได้เปรียบกับฝ่ายนั้น อันนี้เป็น เรื่องหนึ่งที่เป็นความเจ็บปวดเมื่อปี ๒๕๔๔ ที่เราได้พบกันมาแล้ว นอกเหนือจากนั้นครับ สิ่งที่เป็นปัญหาคือเรื่อง กกต. เขตเลือกตั้ง ในขณะนี้กฎหมายกําหนดว่าให้ กกต. กลาง ของท่าน ๕ ท่าน ที่เป็น ๕ อรหันต์กับ กกต. จังหวัดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ แต่ กกต. เขต ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เมื่อเป็นอย่างนี้คนที่มาเป็นเจ้าหน้าที่ดําเนินการเลือกตั้ง ระดับเขตซึ่งเป็นต้นน้ําที่จะวินิจฉัยเรื่องบัตรดี บัตรเสีย ในเรื่องของการรวบรวมผลคะแนน ถ้าหากเขามีการทุจริตตั้งแต่ต้น คนของท่านละครับสวมแว่นให้ท่าน แล้วท่านก็ประกาศ ผลการเลือกตั้งตามที่เขาเสนอขึ้นมา ท่านทราบได้อย่างไรครับว่าคนเหล่านั้นปลอดไปจาก การเมือง ส่วนหนึ่งก็คือเป็นคนที่นักการเมืองส่งเข้าไปเสนอตัวเพื่อทําหน้าที่เป็น กกต. เขต ทําอย่างไรที่ท่านน่าจะได้เสนอว่าให้ กกต. เขตนั้นเป็นเจ้าพนักงานของรัฐด้วย เพื่อถ้าหากว่า เขาทําผิดกฎหมายเขาจะได้รับโทษทั้งในเรื่องของวินัยและอาญา แต่ถ้าปล่อยให้เป็น อาสาสมัครอย่างนี้ความเป็นธรรมมันจะเกิดขึ้นได้ยาก ยกตัวอย่างเช่นในเขตเลือกตั้งของผมนี้ เมื่อปี ๒๕๔๔ เจ้าหน้าที่ตํารวจดําเนินการจับกุมคนที่กระทําผิดเลือกตั้งในการซื้อเสียงได้ ผู้ต้องหารับสารภาพ แต่ กกต. เขตทําบันทึกมาถึง กกต. ใหญ่บอกว่าเป็นการจัดฉาก โดยพรรคการเมือง วิธีการอย่างนี้ถามว่าเป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ดําเนินการหาเสียง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ก็ขออนุญาตได้เรียนท่านประธานฝากไปถึงท่าน กกต. ด้วย
เรื่องสุดท้าย ก็ขอให้กําลังใจครับ ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อเราเดินมาถึงวันนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเราหวังว่าท่านจะรักษาไว้ ผดุงไว้ซึ่งความเป็นธรรมในสังคม ผมก็เชื่อมั่นครับว่าถึงท่านจะถูกกล่าวหาอย่างไร ผมมั่นใจว่าก็คงจะมีความสุจริตมากกว่า การที่เราได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งด้วยระบบอื่นมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในสมัยที่อยู่กับ กระทรวงมหาดไทย วันนั้นก็มีการกล่าวขานกันมากว่าใครเป็นรัฐบาลคนนั้นได้เปรียบ ใครเป็นฝ่ายค้านคนนั้นเสียเปรียบ ผมเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งเหล่านี้มันถูกกล่าวขาน มานานถึงได้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นองค์กรกลาง องค์กรอิสระ ชีวิตผมเองนี้ เคยได้รับผลกระทบจากการดําเนินการเลือกตั้งของกระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๒๙ ลงสมัคร รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ครั้งแรกในชีวิต อายุเพียง ๓๑ ปี ประกาศผลการเลือกตั้ง เมื่อตอน ๐๒.๐๐ นาฬิกา ว่าผมได้เป็นผู้แทนราษฎรคนสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร แต่พอถึง เจ็ดโมงเช้าประกาศใหม่บอกว่ารวมคะแนนผิด จากที่ชนะมา ๖๑๖ คะแนน เป็นว่าแพ้ ๖๖ คะแนน วิธีการอย่างนี้คนที่ถืออํานาจรัฐในวันก่อนเขาทําได้ แต่วันนี้ผมหวังว่า กกต. ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นองค์กรอิสระคงจะไม่ทําให้พี่น้องประชาชนและบรรดาผู้ที่ขันอาสา จะเข้ามาดูแลบ้านเมืองต้องผิดหวังกับการทํางานของท่าน พวกเราก็ขอให้กําลังใจและหวังว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อได้ประกาศใช้แล้วก็คงจะเกิดความเป็นธรรมในสังคมกับพี่น้อง ประชาชนโดยทั่วไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับนั้น ในหลักการและเหตุผลนี้ผมเห็นชอบด้วย เพราะอะไรครับ เพราะว่าอยากจะ เห็นการเลือกตั้งคืนสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็ว อยากจะเห็นการเลือกตั้งซึ่งเป็นธรรม และในที่สุดแล้วเลือกตั้งมาไม่ต้องมีโมฆะอย่างที่เราได้เคยเห็น เพราะว่ากฎหมายประกอบ ทั้ง ๓ ฉบับนี้เป็นองค์ประกอบที่สําคัญสําหรับการเลือกตั้งที่กําลังจะมีขึ้น ในส่วนของ ภาพรวมการเลือกตั้งในปัจจุบันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องของการทุจริต ในเรื่องของการ ซื้อสิทธิขายเสียงอะไรต่าง ๆ นานา หลายท่านได้อภิปรายไป ผมต้องกราบเรียนด้วย ความเคารพว่า หน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบที่สําคัญที่จะมีโอกาส ในการยับยั้งวงจรที่มันเกิดขึ้นมาโดยตลอด เริ่มจากการซื้อสิทธิขายเสียง เริ่มจากการที่เข้าไป แล้วก็ไปถอนทุนคืน ไปทุจริตคอร์รัปชัน เกิดเป็นปัญหาต่าง ๆ นานา วนเวียน ซ้ําซาก ในการ เลือกตั้งถ้าหากว่าทาง กกต. สามารถที่จะควบคุมกํากับบริหารงานในเรื่องของการเลือกตั้ง ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผมเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้มันก็คงจะบรรเทาเบาบางไปได้ สัดส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามในร่างหลาย ๆ ฉบับที่ได้ส่งเข้ามาทั้ง ๓ ร่างของ กกต. รวมถึง ร่างของท่านอาจารย์พีรพันธุ์ ผมต้องกราบเรียนว่ามีหลายประเด็นที่ผมอยากจะต้องอภิปราย เพื่อที่จะนําเสนอในแง่มุมแนวคิด ในร่างของท่าน ส.ส. พีรพันธุ์ พาลุสุข ผมก็กราบเรียนว่าผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ในมาตรา ๙/๑ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิล่วงหน้า ผมคงไม่ลงรายละเอียดมากเพราะว่า เพื่อนสมาชิกนี้ได้อภิปรายไปหลายคน แต่ผมจะต้องแสดงความเห็นไว้ ณ ที่นี้ว่า ผมเองก็เป็น ส่วนหนึ่งที่เห็นชอบด้วยในการที่จะลดวันใช้สิทธิล่วงหน้าลง เพราะว่าเป็นบ่อเกิดแห่งการ ทุจริตคอร์รัปชันในการเลือกตั้งอย่างเห็นได้ชัด ผมเชื่อว่าจากหน้าข่าวสาร สื่อหนังสือพิมพ์ รวมถึงจากคําที่พี่น้องประชาชนในสังคมนี้เขาพูดคุยกันนี้ ผมเชื่อว่ามันสะท้อนไปถึงทาง คณะกรรมการการเลือกตั้งแน่นอน เพราะฉะนั้นนี้เป็นภาระหน้าที่อันสําคัญยิ่งของท่าน ในการที่จะป้องกันช่องโหว่อันนี้จากที่จะมีผู้ที่เข้าไปประพฤติมิชอบในการเลือกตั้ง ไปทําให้ผลการเลือกตั้งนี้มันเป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนมันเป็นภาระหน้าที่โดยตรงของท่าน ในส่วนร่างของท่านเองนั้น แบ่งออกเป็น ๓ ฉบับอย่างที่ได้กราบเรียนไปแล้วในเบื้องต้น ผมเองต้องกราบเรียนว่า ดูทีละฉบับ ในส่วนเกี่ยวกับพรรคการเมืองนี้โดยรวมก็เป็นการแก้ไขในภาพกว้าง ก็เห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามมีบางประเด็น เพราะวันนี้พรรคการเมืองอ่อนแอลงมาก ผมนี้อยากจะเห็น การแก้ไขในเรื่องของการยุบพรรคการเมืองให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย เพราะว่า พรรคการเมืองนี้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนับแสนนับล้าน มันไม่ใช่อะไรที่เราจะ สามารถใช้ดุลยพินิจในเรื่องใด ๆ ก็ตามนี้ไปทําให้เกิดการยุบพรรค เพราะมันกระทบกับ พี่น้องประชาชนในวงกว้าง ใครทําผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ไม่ใช่ว่าถึงองค์กรซึ่งเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนจํานวนมาก และที่สําคัญในร่างนี้มีมาตราหนึ่ง คือมาตรา ๘ เป็นเรื่อง เกี่ยวกับการจัดสรรเงินสนับสนุนให้กับพรรคการเมืองต่าง ๆ นะครับ โดยรวมผมต้อง กราบเรียนอย่างนี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ท่านดูจากจํานวนคะแนนบัญชีรายชื่อ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านดูจากคะแนนของ ส.ส. เขต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านดูจากจํานวนสาขา อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านดูจากจํานวนสมาชิก ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้ติดใจนะครับ แต่มันมีปัญหาตรงวรรคสุดท้าย ของมาตรา ๘ ที่เกี่ยวกับการจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่จัดตั้งใหม่ ตรงนี้ละครับเป็นปัญหา ที่ผมมองว่ามันจะไปทําให้องค์กรพรรคการเมืองที่เขาเริ่มที่จะมีความคิดจะมารวมตัวกัน ทางอุดมการณ์ทางการเมืองนี้เขาหมดโอกาสที่จะเติบโต เพราะท่านบอกว่าถ้าเกิดเขา ตั้งขึ้นมาแล้วตามมาตรา ๒๖ ถ้าจะได้เงินสนับสนุนจากท่านก็ต้องส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน ผมบอกเลยว่าการส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเกิดพรรคการเมืองจะส่งทุกเขตนี้ค่าใช้จ่ายต่อเขตแค่ค่าสมัคร ๕,๐๐๐ บาทของท่านนี้ท่านคิดว่าเป็นจํานวนเงินเท่าไร หลายแสนนะครับ พรรคการเมือง ใหม่ ๆ คนที่มีอุดมการณ์แต่ไม่มีทุนทรัพย์นี้เขาไม่มีทางเข้าถึงช่องทางนี้ ในที่สุดการสนับสนุน จาก กกต. ก็ขาดไป อนาคตที่เขาจะเติบโตผมก็มองว่ามันมีน้อย ทางเลือกของพี่น้อง ประชาชนก็หมดไป อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะติงไว้ แล้วก็เผื่อว่าเพื่อนกรรมาธิการ ที่จะเข้าไปเป็นนี้จะสามารถแก้ไขในประเด็นเหล่านี้ได้
ประเด็นต่อมาในส่วนของ พ.ร.บ. เกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ ผมไม่ติดใจ แต่มีหลายประเด็นที่อยู่ในฉบับของการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาว่าเป็นประเด็นนั้น ประเด็นแรกอยู่ที่มาตรา ๒๔ ของท่าน ซึ่งมาตรา ๒๔ นี้ เป็นการยกเลิก (๓) (๔) (๕) ของมาตรา ๘๒ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้ง ผมเองต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ การแก้ไขทั้ง ๓ วรรคนั้นผมเน้นที่วรรคสี่ ส่วน วรรคอื่น ๆ เป็นเรื่องของบัตรเลือกตั้งที่ว่าทําไมมันถึงจะเป็นบัตรเสีย วรรคสี่นี้เขียนบอกว่า บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนเลือกตั้งให้กับผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งผู้ใดหรือ พรรคการเมืองที่ส่งสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด อันนี้เป็น เจตนารมณ์ทีดี ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ วรรคสี่ที่ท่านแก้ไขนี้ถูกต้องที่สุดแล้ว นั่นคือ ถ้าเรารู้ว่าบัตรเลือกตั้งใบใดมันมีวัตถุประสงค์ที่จะให้คะแนนกับบุคคลหรือพรรคการเมืองใด เราควรจะนับ ถ้ามันไม่ได้กา ๒ พรรค ถ้าไม่ได้ไปกาที่โนโหวตด้วยเราควรจะนับคะแนน ให้เขา แต่ผมกราบเรียนว่าในมาตรา ๘๒ นั้นมี (๖) อยู่ (๖) บอกว่าบัตรเสียอื่นที่มีลักษณะ ตามที่ กกต. กําหนด ซึ่งในทางปฏิบัตินี้เราจะไปใช้ (๖) นี้เป็นส่วนมาก ผมเห็นการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาไปดูที่หน่วยนับคะแนน ผมเป็นผู้ลงสมัครด้วยเราก็ไปดู การนับคะแนน บางครั้งบอกว่าขีดกากบาทไม่ตัดกันไม่ให้คะแนน เห็น ๆ อยู่ว่าเขาให้ พรรคไหน ไม่ต้องพรรคผมหรือพรรคใครก็ได้ แต่นั่นคือวัตถุประสงค์ของพี่น้องประชาชน เจตนารมณ์มันชัด แต่เราไปดูว่าเขากากบาทไม่สวย กากบาทไม่ตัดกัน บางคนมาขีดเดียวบ้าง เหล่านี้ผมบอกเลยว่ามันกลายเป็นเราไปลิดรอนสิทธิของพี่น้องประชาชนที่เขาแสดงเจตนารมณ์ อย่างชัดเจน ผมอยากจะให้ท่านแก้ไขโดยยึด (๔) เป็นหลัก แทนที่จะไปออก (๖) ขึ้นมา แล้ว ก็ไปตั้งกติกาว่ามันจะต้องกากบาทอย่างสวยนี้มันคงไม่ใช่ อันนี้อยากจะกราบฝากไว้ในการ เลือกตั้งครั้งต่อไป
ในประเด็นถัดมานั้นเป็นเรื่องที่ผมมองไม่เห็นในการแก้ไข มันเป็นเรื่องของ การนับคะแนนการเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ สิ่งที่เกิดขึ้นใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น มันเกิดขึ้นหลังจากการมีปฏิวัติรัฐประหาร ก่อนหน้านี้ถ้าจําได้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รวมถึง พ.ร.บ. ประกอบนี้ กําหนดให้มีการนับ แบบรวมเขต เขตเดียวเบอร์เดียวนี้นับรวม คือแต่ละหมู่บ้าน แต่ละตําบลก็รวบรวมกันเอาไป ส่งที่จุด ๆ หนึ่งของเขตเลือกตั้ง จะกี่อําเภอ ๒ อําเภอ ๓ อําเภอก็มารวมกันแล้วก็นับที่ จุดเดียว วัตถุประสงค์ของการทําแบบนั้น แน่นอนครับ เพื่อการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน การซื้อเสียง เพราะว่าคนที่จะไปซื้อเขาจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเงินที่เขาจ่ายไปนี้ในที่สุด คน ๆ นั้นมากาให้เขาหรือไม่ ในขณะที่เรานับหน่วยอย่างที่กําลังจะทํากันอยู่นี้ อย่างที่ทํามา ตอนปี ๒๕๕๐ ด้วย ผมเข้าใจได้ที่ต้องปรับแก้เพราะอะไร เพราะเขตเลือกตั้งมันใหญ่ขึ้น กลายเป็นบางเขต ส.ส. ๓ คน พื้นที่ ๙ อําเภอ ๑๒ อําเภอก็มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้การ นับคะแนนแบบรวมเป็นไปได้ยาก อาจจะใช้เวลานับ ๒ วัน ๓ วัน ผมก็ไม่ทราบได้ อันนี้ เป็นข้อจํากัด ในที่สุดเราก็ตัดสินใจว่าอย่างนั้นเรานับที่หน่วย แต่ในที่สุดพอนับหน่วยปุ๊บ สิ่งที่ เกิดก็คือคนที่เขาจะทุจริตคอร์รัปชันเขารู้แล้วว่าเงินที่เขาจ่ายลงไปมันเข้าเป้าหรือเปล่า วันนี้ เราปรับแก้มาเป็นเขตเล็กแล้ว ทําไมเราถึงจะละเลยการที่จะมานับรวมอีกครั้งหนึ่งเล่า อันนี้ คือปัญหาที่ผมฝากถามไปยังเพื่อนกรรมาธิการ รวมถึงท่าน กกต. ผู้เสนอร่าง ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะให้เป็นการนับคะแนนแบบรวม เพื่อที่การทุจริตคอร์รัปชันมันจะลดน้อยลง ไม่มากก็น้อย
ในประเด็นถัดมาเป็นเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งผมต้องกราบเรียนว่า วันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนจากทาง กกต. มีการดําเนินการตามขั้นตอน โดยให้ กกต. จังหวัด ส่งแบบที่แบ่งมา ๓ แบบ มาที่ กกต. กลาง แล้ว กกต. ก็จะเป็นผู้คัดเลือก ๑ แบบ จาก ๓ แบบนั้น ซึ่งวันนี้ผมต้องกราบเรียนถามกับทาง กกต. ว่าขั้นตอนถึงจุดไหนแล้ว แล้วที่สําคัญผมอยากจะให้ท่านได้ยึดโยงกับประเพณีปฏิบัติที่เคยได้ทํากันมา นั่นก็คือ ๑. ยึดเขตเดิมเป็นหลัก ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ที่ได้มีการเลือกตั้งมา เอาเขตที่เป็น โครงเดิมเป็นหลักไว้ก่อน ๒. คือจะต้องมีเขตพื้นที่ติดต่อกัน คาบเกี่ยวกัน และ ๓. ก็คือ ผมคงจะไม่หวังเลยที่จะเห็นแบบที่ ๔ โผล่ออกมาเพราะว่าเริ่มมีข่าวแล้วว่ามีหลาย พรรคการเมืองประสงค์จะเข้าไปปรับแก้แบบที่ทาง กกต. จังหวัดได้ส่งเข้ามา ๓ แบบ อยากจะให้มีแบบที่ ๔ คลอดออกมา ถ้าในที่สุดแบบที่เลือกเป็นแบบที่ ๔ คงจะเป็นปัญหา เพราะว่าพี่น้องประชาชนหลายท่านได้เห็นแล้วว่า ๓ แบบที่ส่งมาจากจังหวัดเป็นแบบใด เราคงจะไม่เห็นกันก็กราบฝากไว้
ในประเด็นสุดท้าย เป็นประเด็นของมาตรา ๒๑ ซึ่งท่านได้แก้ไขมาตรา ๕๐ ของพระราชบัญญัติประกอบเรื่องเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง ส.ส. และ ส.ว. ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับ มันเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองที่จะจ่ายไปในการเลือกตั้ง มันมีอยู่ ๒ ประเด็นหลัก ๆ ประเด็นแรกนั้นวันนี้ท่านกําหนดว่าคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือดํารงตําแหน่งทางการเมืองอยู่ ถ้าจะเข้าไปร่วมกิจกรรมทางสังคม ๑. ห้ามจ่ายเกิน ๓,๐๐๐ บาท ๒. ถ้าจ่ายเกินจะต้องลงบัญชีไว้เพื่อการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ผมจะกราบเรียน ถามท่านว่าท่านทราบหรือไม่ว่าวันนี้หลายพรรคการเมืองได้ส่งผู้สมัครลงไปในพื้นที่ เรียบร้อยแล้ว หลายคนมาเป็นปีแล้ว บางคนกําลังเริ่ม เขาลงไปเขาไปจ่ายทีละ ๕๐,๐๐๐ บาท ทีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทีละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเกิดความ อยุติธรรม มันเกิดความไม่เสมอภาคขึ้น เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันเราต้องยึด ตามตัวบทกฎหมายอยู่แล้วเราไม่ทําผิดกัน ในขณะที่ผู้สมัครซึ่งเขาประกาศตัวชัดเจนว่า เขาจะลงสมัคร เขาสามารถที่จะจ่ายได้ไม่อั้น มันเกิดความเหลื่อมล้ําขึ้น แล้วในที่สุดเงินที่เขา จ่ายไปก็ต้องไปถอนทุนคืนอีก นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ผมอยากให้ท่านไปดูให้รัดกุมว่าเรา จะควบคุมกํากับอย่างไร ไม่ใช่รอให้เกิดกฤษฎีกาเลือกตั้งขึ้นมาก่อนแล้วค่อยลงไปดูมันไม่ทัน
ในประเด็นถัดมาในเรื่องนี้ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ วันนี้มันมีความเหลื่อมล้ํา อีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคม ท่านไปดูโรงเรียนสิครับ ท่านไปดูตามโรงพยาบาลสิครับ เป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้งประเภทหนึ่งที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลนี่ขึ้นป้าย เป็นรูปของนายกรัฐมนตรีบ้าง ของรัฐมนตรีบ้าง ซึ่งเหล่านี้ในที่สุดเขาก็ต้องเข้าสู่ประตู ของการเลือกตั้ง ขึ้นป้ายกันเต็มไปหมดเลยครับ ทั่วเมืองทุกมุม ผมถามว่าแนวความคิด ของท่านในเรื่องนี้เป็นอย่างไร ท่านมองหรือไม่ว่านี่คือความอยุติธรรม เมื่อถึงเวลาประกาศ กฤษฎีกาการเลือกตั้งขึ้นมา คนอื่นขึ้นป้ายได้ตามกติกาต้องมีเบอร์ แต่ป้ายเหล่านี้ ยังคงค้างคาอยู่มันก็เป็นป้ายหาเสียงแบบหนึ่ง ท่านจะเอาไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่ หรือท่านไม่รวม แล้วจะทําอย่างไร จะมีคําสั่งให้เอาป้ายเหล่านี้ลงก่อนหรือเปล่า ผมอยากจะ เรียนถามแนวความคิดของทาง กกต. ผ่านทางท่านประธานดู ในขณะเดียวกันถ้าท่านประธาน เรียนถามไปแล้วทาง กกต. ตอบว่าไม่สามารถดําเนินการใด ๆ ได้ ยังคงจะต้องปล่อยป้าย ที่เป็นลักษณะของการหาเสียงของทางรัฐบาลต่อไป ผมก็ต้องกราบเรียนถามผ่านกลับไป อีกครั้งหนึ่ง
ขอให้ท่านขอรวบรัดด้วยนะครับ
กําลังสรุปครับ ผมก็ต้องกราบเรียน ถามผ่านไปอีกครั้งหนึ่งว่าถ้าอย่างนี้ถ้าเกิดว่าพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาล พรรคการเมือง ที่ถูกยุบไปแล้วบ้าง เกิดเขาจะขึ้นป้ายนโยบายในอดีตของเขาขึ้นมาแล้วเราจะทําอย่างไร มันก็ในรูปลักษณะเดียวกันเลย และในที่สุดก็ต้องกราบเรียนถามผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าถ้าท่านอยากจะเห็นบรรทัดฐานที่ดีของสังคม วันนี้เราอยากจะให้ การเลือกตั้งข้างหน้าตลอดไปเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้าท่านจะสั่งการให้เอาป้ายเหล่านี้ ปลดลงก่อนในช่วงการเลือกตั้งผมว่าจะเป็นการดีนะครับ เพื่อที่รัฐบาลในอนาคตเข้ามา ไม่ว่าเป็นใครเขาเห็นบรรทัดฐานลักษณะนี้ ในที่สุดเมื่อถึงการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรมกับทุกฝ่าย จะได้ลดการโฆษณาหาเสียงในลักษณะนี้ลง ไม่ว่าจะเรื่องป้ายโฆษณา ไม่ว่าจะเรื่องของงบท่องเที่ยว งบอบรมที่จะพากันไปดูงาน พาหัวคะแนนไปเที่ยว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะได้หมดไป ผมก็กราบฝากไว้ครับ
คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและ การมีส่วนร่วมของประชาชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางเจ้าหน้าที่ของ กกต. ซึ่งท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นประธานได้เชิญมาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือการพัฒนาการเมือง กระผมจะนําบางประเด็นที่ได้ถกกันใน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนมานําเสนอ ณ ที่นี้ โดยเหตุผลจะไม่อธิบายละเอียด เพราะเพื่อนท่านสมาชิกหลายท่านได้อธิบายละเอียดไปแล้ว
ประเด็นที่ ๑ ที่พูดกันคือ ผมได้เสนอความคิดเห็นและกรรมาธิการได้เห็นว่า การเลือกตั้งล่วงหน้านั้นควรยกเลิกได้แล้ว สมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นแล้ว จะไม่ แสดงซ้ํา การเลือกตั้งต่างประเทศสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ไม่คุ้มค่า ควรยกเลิกได้แล้ว แต่ว่า ทาง กกต. คงทําอะไรได้ไม่มาก แต่อันนี้แสดงความคิดเห็นไว้ให้ท่าน กกต. รับไปพิจารณาว่า จะสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่
ประเด็นที่ ๒ ผมได้แสดงความคิดเห็นว่า กกต. เมื่อมีกฎหมายพรรคการเมือง จะทําอย่างไรให้พรรคการเมืองนั้นเป็นสถาบันทางการเมืองและพรรคการเมืองนั้นเป็นของ ประชาชนทุกคน ไม่ใช่ของผู้มีอิทธิพลคนใดคนหนึ่งที่สามารถชี้นําพรรคการเมืองได้ทั้งพรรค อันนี้ฝาก กกต. ไปพัฒนากฎหมาย
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ มีประเด็นหนึ่งซึ่งตอนผมเป็นผู้แทนแรก ๆ ผมได้คิดจะยกร่างกฎหมายแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้ง นั่นก็คือการที่ผู้แทนราษฎรได้ไป งานบุญ งานประเพณีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการลงไปใช้ระบบอุปถัมภ์อะไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่เกินกว่าที่ กกต. กําหนดคือเกิน ๓,๐๐๐ บาทนั้นให้นํามาคิดรวมเป็นค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คล้ายกับว่าเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้า แต่กฎหมายมิได้บัญญัติ บังคับว่าผู้ที่จะลงท้าชิง ส.ส. หรือผู้ที่จะมาสมัคร ส.ส. คนใหม่นั้นต้องนําค่าใช้จ่ายที่ตัวเอง ทําไว้ก่อนนั้นมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่ นี่คือความได้เปรียบ เสียเปรียบของผู้แทนราษฎร ที่ดํารงตําแหน่งอยู่กับผู้ที่จะลงสมัครใหม่ท่านประธานครับ ตัวนี้ทาง กกต. คิดที่จะแก้ไข กฎหมายนี้หรือไม่ เพราะว่าในเขตพื้นที่ผมมีคิดจะสมัครผู้แทน รถแบคโฮ (Backhoe) รถไถขนดินลูกรังเข้าถมเลย เพื่อหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ผู้แทนราษฎรทําไม่ได้ ตัวนี้ฝากท่าน กกต. พิจารณาด้วยครับ ว่าควรยกเลิก ถ้าไม่ยกเลิกการจํากัดตัวนี้ก็ควรให้ผู้ที่จะลงสมัครผู้แทนราษฎร ถ้าท่านกระทําการ อย่างนั้น คือไปบอกประชาชนว่าถนนหนทางตรงนี้ผู้แทนแก้ไม่ได้ ผมเอาส่วนตัวของผมมาทํา ให้เลย ผมก็ต้องเก็บหลักฐานตรงนี้ไว้เพื่อร้องเรียนว่าถ้าท่านไม่ชี้แจงเป็นค่าใช้จ่าย ท่านก็มี ความผิดเหมือนกัน จะยุติธรรมหรือไม่ฝากท่านประธานไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นสําคัญซึ่งขณะนี้กําลังวิ่งวุ่นฝุ่นตลบกันก็คือการแบ่งเขตเลือกตั้ง เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญได้เปลี่ยนจากการที่ให้มี ส.ส. ๓ คนใน ๑ เขตมาเป็น ส.ส. เขตละ ๑ คน ท่านประธานครับ การตัดเขตเลือกตั้งนั้นมีข้อครหาเมื่อปี ๒๕๕๐ ว่าพยายามจะตัดเขตฆ่า พรรคพลังประชาชน แต่ในที่สุดก็ฆ่าไม่ได้เป็นการกล่าวหานะครับ จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ แต่เมื่อถ้าจะเอาข้อเท็จจริงที่จะมาคุยกันผมคงพูดที่จังหวัดสกลนครเท่านั้น ส.ส. มี ๗ คน แทนที่ท่านจะเอาเขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ รวมเป็นเขต ๑ โอเค ถูกต้อง พอเขต ๔ กับเขต ๕ แทนที่จะเอามารวมกันเป็นเขต ๔ เขต ๕ ท่านเอาเขต ๔ ไปรวมกับเขต ๖ เอาเขต ๕ ไปรวม กับเขต ๗ นี่ละครับ ปัญหาคือทําไมมันเป็นอย่างนั้นมันสวิง (Swing) ข้าม แต่ก็อธิบายได้ ในทางเหตุผล ทีนี้ กกต. ได้ออกหนังสือ ผมได้รับหนังสือด่วนที่สุดที่ รต สน ๗๐๑/ว.๓๔๕ ลงวันที่ ๑๘ เดือนมีนาคม ๒๕๕๔ จากคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสกลนคร เชิญ ส.ส. หัวหน้าส่วนราชการ นายอําเภอ ผู้บริหารการปกครองท้องถิ่น สื่อมวลชนและประชาชน ผู้สนใจเข้าร่วมวิพากษ์เขตเลือกตั้งที่ กกต. ได้แบ่งสําเร็จรูปแล้ว ๕ แบบ โดยจะให้ไปทํา ประชาพิจารณ์กันเมื่อวันที่ ๒๕ เดือนมีนาคมนี้ เวลา ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา และวันที่ ๒๘ เดือนมีนาคม เวลา ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานครับผมก็ไปเอามาดูในรายละเอียด นะครับ ปรากฏว่าหลักคิดของท่าน กกต. ที่ให้นโยบายไปกับ กกต. จังหวัดคือใช้แบบเลือกตั้ง เขตละคน คนละเขต ของปี ๒๕๔๔ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๔๔ นั้น รัฐธรรมนูญกําหนดให้ ผู้แทนราษฎร ๑ คน ประชาชนต้อง ๑๕๐,๐๐๐ คน แต่ปัจจุบันนี้ผู้แทนราษฎร ๑ คน ประชาชน ๑๗๐,๐๐๐ คน ถ้าท่านใช้ปี ๒๕๔๔ หลักคิดของท่านย้อนไปอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ นี่ประการที่ ๑ นะครับ ทีนี้เมื่อผมมาดูตามรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว้นะครับ การแบ่งเขต เลือกตั้งนั้นพื้นที่จะต้องติดต่อกันอันนี้ตกลงครับ เห็นด้วย เพราะว่ารัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ทีนี้ปัญหาที่มีช่องว่างก็คือว่าราษฎรต้องใกล้เคียงกัน ผมเรียนถาม กกต. ว่าคําว่า ใกล้เคียงกัน ท่านจะให้ราษฎรเขตที่มีพื้นที่มากสุดกับน้อยสุดอยู่ในระยะแตกต่างกันจํานวนไม่เกินเท่าไร นี่คือคําถามใหญ่นะครับ เพราะสามารถทําให้ใกล้เคียงกันได้ที่สุดแล้วท่านไม่เอา ท่านไปเอา เขตที่ท่านอยากจะได้ ไม่รู้ใครจะล็อบบี้ (Lobby) ใครไม่ทราบนะครับ ผมมาดูนะครับ ของจังหวัดสกลนครขอยกตัวอย่างประกอบครับ แบบที่ ๑ ที่ กกต. จังหวัดเสนอเพื่อจะเสนอ ทาง กกต. ใหญ่ใช้แบบปี ๒๕๔๔ เป๊ะเลยพื้นที่ปกครองแผ่นดินต่อกันหมด แต่เขตที่ ๑ มีประชากร ๑๗๑,๗๑๗ คน นี่มากสุดครับ เขตที่น้อยที่สุดมีประชากร ๑๕๓,๖๐๐ คนเศษ ต่างกันตั้ง ๑๗,๐๐๐ คน ท่านยอมรับเขตเลือกตั้งแบบนี้ได้หรือครับ ประชากรจังหวัด สกลนครตามข้อมูลที่ กกต. ให้มาคือมีประชากร ๑,๑๒๒,๙๐๕ คน ส.ส. ๖.๖ คน ปัดเป็น ๗ คน เอา ๗ หาร ถัวเฉลี่ยอัตรากลางของจังหวัดคือ ๑๖๐,๔๑๕ คนต่อ ๑ เขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับไม่สามารถทําให้เป๊ะได้หรอกครับแต่บวกลบเท่าไร ตรงนี้ผมขอเรียนถาม กกต. ใหญ่นะครับ นี่ประการที่ ๑ ผมมีหลักคิดอย่างนี้ท่านประธานครับ ปี ๒๕๔๔ มันผ่านไปแล้ว ปัจจุบันนี้ผู้แทนราษฎรทุกคนที่ดํารงตําแหน่งอยู่ในปัจจุบันย่อมทํางาน ในพื้นที่เลือกตั้งของตัวเอง ในขณะเดียวกันประชาชนปัจจุบันก็ได้คุ้นเคยกับผู้แทนราษฎร ปัจจุบันนี้ในเขตพื้นที่นั้นแล้ว ถ้าท่านย้อนไปปี ๒๕๔๔ มันจะสลับกันวุ่นวายนะครับ เพราะว่าผู้แทนราษฎรบางคนอาจจะไม่มีพื้นที่ของตัวเองเลยครับ ไม่มีเลยครับ ท่านตัดไป ตัดมา ตรงนี้เป็นข้อครหาในการที่จะกลั่นแกล้งพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ได้หรือไม่นะครับแบ่งเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับผมมีความเห็นว่าถ้าจังหวัดที่ไม่มีการ เปลี่ยนแปลงผู้แทนราษฎร สมมุติจังหวัดสกลนครมีผู้แทนราษฎร ๗ คน เขตที่ ๑ มี ๓ คน ของท่านอาจารย์ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ท่านนั่งนี่ครับ ประชากร ๔๘๐,๐๐๐ คน เอา ๓ หาร มันเป๊ะเขตละ ๑๖๐,๐๐๐ คนพอดีเลยครับ ทําไมท่านไม่แบ่งอยู่ในเขตเดิมของท่าน เขตปัจจุบันนี้ แล้วเขต ๒ เขต ๓ ก็เอา ๒ หาร เขต ๓ ก็เอา ๒ หาร เพราะเขตละ ๒ คน หารอยู่ในนี้ครับ ไม่ต้องสลับไปย้อนเอาปี ๒๕๔๔ แล้วก็โยกอําเภอ โยกจังหวัด นี่ฝากความคิดไปที่ท่าน กกต. นะครับ
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานที่เคารพครับ การแบ่งเขตนี่คิดง่าย ๆ ครับ อําเภอไหนใหญ่เอาไว้ทุกตําบล อําเภอเล็ก ๆ ๓-๔ ตําบล ตัดมาตําบล ๑ ตําบล ๒ ตําบล เอาไปแปะอําเภอใหญ่ครับ ตัดเนื้อหนูไปแปะเนื้อช้างครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ว่า ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนั้นจะต้องเกิดในจังหวัดนั้นหรือมีภูมิลําเนาอยู่ในจังหวัดนั้น ในระยะเวลาหนึ่งพอสมควร เพื่ออะไรท่านประธานครับ เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักประวัติ ความเป็นมาของผู้ที่จะสมัครผู้แทนราษฎร เพื่อที่เขาจะได้ตรวจสอบ เพราะเมื่อผู้แทนราษฎร เกิดในจังหวัดนั้นย่อมคุ้นเคยกับประชาชนเขาย่อมรู้ว่าคนนี้ดีหรือคนนี้ชั่ว ในการให้ตัดสินใจ เลือกผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกันท่านประธานครับถ้าใช้ปัจจุบันนี้เป็นหลัก ประชาชนย่อมรู้ว่า ผู้แทนราษฎรคนนี้ลงพบปะทํางานกับเขาหรือไม่ ตัดสินใจได้ง่ายครับ ถ้าผู้แทนราษฎรคนนี้ ไม่ทํางานในพื้นที่เขาก็เปลี่ยนผู้แทนราษฎร แต่ถ้าท่านย้อนกลับไปปี ๒๕๔๔ ท่านก็สลับ กลับเอาอําเภอใหม่เอานอกเขตของผู้แทนมาให้ วิ่งเข้าไปหาคนใหม่ ประชาชนก็ไม่รู้คนนี้ หน้ามาใหม่ไม่เคยรู้จักเลยจะตัดสินใจอย่างไร ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียน ฝากความคิดนี้ไปที่ท่าน กกต. นะครับ แม้เขตนั้นจะไม่มีการจังหวัดนั้นจะไม่มีการลดจํานวน ผู้แทนขอให้ท่านตัดเขตเลือกตั้ง โดยใช้เขตปัจจุบันหารด้วยจํานวนผู้แทนที่มีอยู่ แล้วก็ แบ่งปันพื้นที่และประชากรอยู่ในเขตปัจจุบันนั้น นี่จะไม่มีปัญหาเรื่องการกลั่นแกล้งใคร ๆ เลยครับ เพราะผู้แทนราษฎรทุกคนย่อมทํางานกับประชาชนในพื้นที่ปัจจุบันของตนอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ไปทํางานกับประชาชนในพื้นที่ปี ๒๕๔๔ หรือปี ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นมากกว่าหรือไม่ คําถามก็คือว่า แล้วท่านจะให้อัตราห่างระหว่าง ประชากรเขตที่มากสุดและเขตที่ต่ําสุดห่างกันในอัตราเท่าใด คิดต่อตําบลหรือไม่ครับ ไม่ตัดหมู่บ้านนะครับ ตัดต่อตําบล ถ้าตําบลเล็กประชากร ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน ท่านจะให้ ห่างไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ คนได้หรือไม่ หรืออย่างจังหวัดสกลนครที่ กกต. จะเอาแบบที่ ๑ นี้ ยกปี ๒๕๔๔ มาทั้งดุ้นเลยครับ เขตที่ ๑ ของอาจารย์ทวีวัฒน์ ๑๗๐,๐๐๐ คน เขตที่น้อยที่สุด ของท่านอนุรักษ์ บุญศล ๑๕๓,๐๐๐ คน ๑ อําเภอบวกกับ ๑ ตําบล ตัดตําบลอําเภอเล็ก มาแปะอําเภอใหญ่ ผมให้หลักคิดท่านนะครับ แบ่งอําเภอใหญ่ให้โอกาสคนอําเภอเล็กครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
คุณฐิติมา ฉายแสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอเป็นผู้หนึ่งที่จะอภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันจะมี ๒-๓ เรื่องที่จะมาพูดถึงนะคะ ดิฉันสนใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องในมาตรา ๑๔ ค่ะท่านประธาน ด้วยความรู้สึกเอะใจ เอะใจว่าสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันนั้นอะไรที่มันไม่เคยเกิดมันก็ มาเกิดขึ้นเสียแล้วในช่วงนี้ เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๔ ที่ดิฉันพูดถึงนี้มันเป็นเรื่องที่จะเกี่ยวข้อง กับการเอะใจของดิฉันนะคะว่า ในมาตรา ๑๔ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ ท่านบอกว่าให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญแล้วก็ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ท่านบอกว่ามาตรา ๔๒ การสมัครรับเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้า พรรคการเมือง ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองจัดทําขึ้นตามมาตรา ๔๑ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามวันเวลาที่กําหนด พร้อมทั้งหนังสือยินยอมของผู้สมัคร เงินค่าธรรมเนียมการสมัครคนละห้าพันบาท หลักฐานการพิจารณารายชื่อผู้สมัคร ของพรรคการเมืองตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๗ ของรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ละค่ะหลักฐาน การพิจารณารายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๗ ของรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ดิฉันอยากหยิบยกขึ้นมาพูดคุยค่ะท่านประธาน ในมาตรา ๔๒ เดิมนั้นบอกว่าหลักฐานการพิจารณารายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมือง ตามที่บัญญัติในมาตรา ๙๗ (๒) ของรัฐธรรมนูญค่ะท่านประธาน ทีนี้ในมาตรา ๙๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญเดิมจะพูดถึงเรื่องว่าต้องไม่ซ้ํา รายชื่อของผู้สมัครรับเลือกตั้งนี้ต้องไม่ซ้ํากัน จะพูดในลักษณะแค่นั้นเอง แต่ว่ามาตรา ๙๗ ของรัฐธรรมนูญ เราต้องมาพูดมาตรา ๙๗ ของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขค่ะไม่ใช่รัฐธรรมนูญอันเดิม รัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา ๙๗ แบ่งออกเป็น ๓ วงเล็บด้วยกัน บอกว่า (๑) บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องประกอบด้วย รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม ต้องคํานึงถึงโอกาส สัดส่วน ที่เหมาะสม ความเท่าเทียมระหว่างหญิง ชาย (๒) ก็บอกว่าต้องไม่ซ้ํากัน (๓) เขาบอก ให้เรียงลําดับ (๒) กับ (๓) ดิฉันไม่ค่อยจะติดใจอะไรนะคะท่านประธาน แต่ดิฉันติดใจตรง คําว่า ต้องเสนอรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม ตรงนี้ละค่ะ ที่ดิฉันสงสัยว่าจะทํากันอย่างไรจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม แน่นอนหัวหน้าพรรคก็ดี หรือว่าผู้ที่ทางพรรคการเมืองได้เสนอให้ไปนําเสนอรายชื่อเขาต้องกําหนดอยู่ก่อนแล้วล่ะ ว่าในรายชื่อทั้งหมดใน ๑๒๕ คนนี้เขาจะกําหนดใครอย่างไรบ้าง ถ้าคําว่า จากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม เราต้องมาคํานึงถึงภูมิภาคของประเทศไทยหรือเปล่าว่ามีภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ แล้วอย่างเป็นธรรม เป็นธรรมกันอย่างไร แล้วคํานึงถึงหญิง ชายด้วย หมายความว่าอันดับ ๑ สมมุติว่าเป็นภาคเหนือ อันดับ ๒ จะต้องเป็นภาคนั้นภาคนี้ แล้วต้องมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องหรืออย่างไร จะทําให้มันเป็นธรรมกันได้อย่างไร สมมุติว่า ในพรรคการเมืองหนึ่งสามารถทําได้ เขากําหนดเลยว่าเขาเป็นธรรมดังต่อไปนี้ เอาละ เป็นธรรมแล้ว กกต. สนใจแค่เพียงว่า เอาละผู้สมัครดังต่อไปนี้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอย่างนั้นอย่างนี้อะไรก็แล้วแต่ตามมาตรา ๑๐๑ ของรัฐธรรมนูญ สมมุติว่าคิดอยู่แค่นั้น แล้วปล่อยผ่านไป โอเค ถ้าเป็นธรรมก็เป็นไปได้ แต่ถ้าพรรคการเมืองใดบังเอิญจัดทํา แล้วไม่เป็นธรรม ไม่ได้คํานึงถึงภูมิภาค ไม่ได้คํานึงถึงความเท่าเทียมของหญิงและชาย หรือสัดส่วน หรือการคํานึงถึงโอกาสอะไรก็แล้วแต่ สมมุติไม่ทํา แล้วกรรมการการเลือกตั้ง ก็ปล่อยผ่านไปโดยคํานึงถึงมาตรา ๑๐๑ เท่านั้น ว่ามีสัญชาติไทยโดยการเกิดอะไรที่ดิฉัน เอ่ยขึ้นมา สมมุติคํานึงเท่านั้นแล้วปล่อยผ่านไป บังเอิญท่านประธาน สมมุติว่ามีคนมาร้อง ร้องว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งมีการกําหนดว่าคนที่มาลงในบัญชีรายชื่อนี้เป็นแต่คนที่มีฐานะ ทางการเงิน มาจาก กทม. หญิงก็ไม่ค่อยมี ภาคอื่นก็ไม่ค่อยมี สมมุติถ้าเป็นแบบนั้นมันจะ เกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาไปร้องศาลรัฐธรรมนูญหรือเขาไปร้องศาลยุติธรรม ศาลยุติธรรมอาจจะ ตัดสินได้ว่า กกต. นั้นประพฤติผิดมิชอบหรือเปล่า จะเป็นเรื่องอย่างนี้ได้หรือเปล่า จะทําให้ การเลือกตั้งนั้นเสียหายไหม จะยกเลิกการเลือกตั้งนั้นไหม มันมีไปแล้วนะคะเรื่องที่มันไม่ควร จะเกิดเรื่อง เช่น กกต. หันคูหาผิดทางอย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ทําให้ กกต. เป็นอย่างไร ติดคุก ไป ดิฉันไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จึงอยากจะถามว่าท่านจะทําอย่างไรกับเนื้อหาที่ท่าน กําหนดไว้ว่าหลักฐานการพิจารณารายชื่อผู้สมัครนั้นต้องเป็นไปตามมาตรา ๙๗ ของ รัฐธรรมนูญ ซึ่งในมาตรา ๔๓ ท่านบอกไว้ว่าให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบหลักฐาน ตรวจสอบดีถูกต้องก็ดีไป ถ้าตรวจสอบไม่ถูกต้องแล้วเกิดเรื่อง อะไรจะเกิดขึ้น ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นในตรงนี้จึงต้องฝากว่าถ้าจะต้องไม่คํานึงถึงอย่างที่ดิฉันพูดมันอาจจะนําไปสู่ ความเสียหายร้ายแรงของประเทศชาติได้ จึงอยากจะฝากท่าน กกต. ได้พิจารณา หรือคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาได้พิจารณาถึงเนื้อหาในเรื่องนี้ด้วยนะคะ
เรื่องต่อไปค่ะท่านประธาน เป็นเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งดิฉันอยากจะ ฝากถึงท่าน กกต. ว่าขอให้ท่านทําตัวเป็นกลางหน่อยเถอะค่ะ ที่ดิฉันต้องพูดอันนี้มาเพราะว่า ดิฉันรู้อยู่แล้วว่ามันต้องคํานึงถึงจํานวนประชากร ต้องคํานึงถึงพื้นที่ที่ติดต่อกัน ต้องคํานึงถึง การเดินทางที่สะดวก ท่านอย่าได้ทําเหมือน กกต. จังหวัดฉะเชิงเทราค่ะ เพราะสมัยที่แล้วที่ดิฉันเลือกตั้งไปคือวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ นั้น การแบ่งเขตเลือกตั้ง มิได้คํานึงถึงเรื่องที่ดิฉันพูดมา ถามว่าเป็นอย่างไรคะท่านประธาน แบ่งไปแบ่งมาเขตเลือกตั้ง อย่างที่หลายคนก็บ่นยาวเฟื้อยเลื้อยไปเรื่อย จํานวนประชากรห่างกันเพียงหลักร้อย เท่านั้นเอง แต่พื้นที่กว่าจะไปถึงอีกอําเภอหนึ่งซึ่งแบ่งมาให้ใหม่ต้องผ่านอีก ๒ อําเภอ ต้องผ่านอําเภอพนมสารคามแล้วก็ผ่านอําเภอสนามชัยเขตจึงจะไปถึงอําเภอท่าตะเกียบ จนคนเขาเข้าใจว่าพื้นที่ไม่ติดต่อกัน ถึงแม้ว่าพื้นที่นั้นจะติดต่อกันในลักษณะเล็กมาก แบบทางเกวียนก็ตาม อันนี้คือความผิดปกติอย่างใหญ่หลวงในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งดิฉัน ก็ผ่านตรงนั้นมาได้ ผ่านมาได้ด้วยความกรุณาของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ซึ่งจริง ๆ ทําง่ายมาก ทําง่ายมากในคราวที่แล้วในการที่จะทําจาก ๔ เขตของจังหวัดฉะเชิงเทรา แบ่งเป็น ๒ เขตอย่างคราวที่แล้ว ก็เอาเขตของคนหนึ่งอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ติดกันบวกกันเข้า อีกเขตหนึ่งของอีกคนหนึ่งบวกกันเข้ามันก็จบ แต่นี่มาแบ่งใหม่หมดเลยจนเลื้อยยาวห่างไกล เป็นร้อยกว่ากิโลเมตรไม่รู้ทําไปทําไม เพราะฉะนั้นตรงนี้มันถึงผิดปกติมาก และมีการแสดง ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนเข้าไปหลายความคิดเห็นมาก กกต. จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็มิได้นํามาใช้ในการพิจารณา ยังคงแบ่งเขตแบบนั้น ง่าย ๆ ที่สุด ตรงไปตรงมาค่ะท่าน คราวนี้จังหวัดฉะเชิงเทราไม่ได้ลดจํานวน ส.ส. ลง เพราะฉะนั้นง่ายที่สุดคือการนํา เขตเลือกตั้งของปี ๒๕๔๔ กับปี ๒๕๔๘ มาใช้ในการพิจารณาง่ายที่สุด แต่ขณะนี้ได้ยินมาว่า จะมีการแบ่งเขตให้เลือกถึง ๖ แบบด้วยกัน ดิฉันยังไม่ทราบว่ามันจะเลื้อยเฟื้อยไปอยู่ ตรงไหนอีกบ้าง นี่คือความผิดปกติจริง ๆ ไม่จําเป็นต้องมาแบ่งอําเภอออกเป็นส่วน ๆ คราวที่แล้วปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๔๘ นั้นมีการแบ่ง ที่แบ่งอําเภอไปบ้างก็บางอําเภอเท่านั้นเอง แต่ไม่ใช่ว่าคราวนี้จะมาแบ่ง ดิฉันเลยหวังว่าคราวนี้ กกต. จังหวัดคงจะไม่ทําอะไรที่ดูจะเป็น แผนลึกลับจนเกินไปนะคะ อันนี้ฝากไว้
เรื่องต่อไปค่ะท่านประธาน เรื่องต่อไปคือเรื่องการช่วยหาเสียงเลือกตั้ง มีเพื่อน ส.ส. ฝากมาว่ากลุ่มที่ถูกยุบพรรคไปคือ ๑๑๑ คนก็ดี หรือ ๑๐๙ คนก็ดีนั้น เขาสามารถมาช่วยหาเสียงเลือกตั้งได้ไหม นี่คือคําถาม หรือว่าเขาสามารถมาถ่ายรูปคู่กับ ผู้สมัครได้ไหม นี่คือคําถามต่อมา เลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ท่านจะเห็นว่า กลุ่ม ๑๑๑ คนนั้นไม่สามารถที่จะมาร่วมด้วยได้เลย ขึ้นเวทีก็ไม่ได้ อยู่ใกล้ ๆ กันยังไม่ได้ เดินใกล้กันก็ยังไม่ได้เลย พี่ชายของดิฉันนายจาตุรนต์ ฉายแสง เดินใกล้ยังไม่ได้ค่ะ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้จริง ๆ เราต้องพิจารณาว่าในกลุ่ม ๑๑๑ คนก็ดี หรือ ๑๐๙ คน หรือผู้ที่ถูกยุบพรรคตรงนั้นไป มีผลไปนั้น เขาถูกตัดสิทธิทางการเลือกตั้ง เท่านั้น เขาไม่ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง เพราะฉะนั้นเขาน่าจะต้องสามารถที่จะมายุ่งเกี่ยว ตรงนี้ได้ แต่เขาไม่มีสิทธิไปลงคะแนนเท่านั้นเอง หรือว่าสมัครรับเลือกตั้งเท่านั้นเองค่ะ ท่านประธาน แต่ตอนหลังเราจะเห็นว่าในกลุ่ม ๑๐๙ คนจากพรรคการเมืองอื่น เข้ามา ยุ่งเหยิงเต็มไปหมด เต็มไปหมดทําไมทําได้แล้วล่ะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องตอบปัญหา กับประชาชน ให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้สมัคร ให้ความรู้ ความเข้าใจกับ ๑๑๑ คน และ ๑๐๙ คนนั้นว่าเขาสามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ไหมคะ กกต.
อีกเรื่องหนึ่งการประชาสัมพันธ์ของ กกต. ควรจะมีมากกว่านี้ เพราะพี่น้อง ประชาชนยังขาดความเข้าใจ ผู้สมัครเองก็ขาดความชัดเจนในการที่จะดําเนินการ ซึ่ง ส.ส. ท่านอื่นได้พูดไปแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง หรือว่าในระหว่างนี้ จะมีการเลือกตั้งต่อไป ผู้ที่ไม่ได้เป็น ส.ส. อยู่สามารถทําการใช้จ่ายอย่างไรก็ได้ ตรงนั้นดิฉัน อยากจะย้ําว่าเขาพูดถูกต้องนะคะ ไม่ว่าจะเป็นคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ก็ดี หรือว่าท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ก็ดีพูดถูกต้อง ขอย้ําว่า กกต. กรุณาให้ความรู้ความเข้าใจกับสภาแห่งนี้มากขึ้น นะคะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายฮาชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ รวม ๓ ฉบับนะครับ ซึ่งได้แก่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ความจริงประเด็นหลัก ๆ เพื่อนสมาชิกแต่ละท่านก็ได้มีการอภิปรายกันไปค่อนข้างที่จะ ครอบคลุมพอสมควรนะครับ ผมเองก็อยากเพียงแต่ฝากไปยังทางท่าน กกต. ซึ่งท่าน ต้องรับภาระที่ค่อนข้างจะหนักพอสมควรในการเลือกตั้งในคราวนี้ ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ ของการเลือกตั้งที่บรรยากาศในการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในทางการเมืองค่อนข้างจะมี ความชัดเจน เพราะฉะนั้นท่านเองก็คงจะต้องดํารงเอาไว้ซึ่งความเป็นกรรมการในการที่จะ ดูแลกติกา ดังนั้นการที่ท่านได้เสนอกติกาเข้ามาในวันนี้นั้น ๓ เรื่องก็ถือว่าเป็นการเตรียม ความพร้อมในการที่จะมีการเลือกตั้งใน ๓ เดือนหรือว่า ๔ เดือนข้างหน้า ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองก็เป็นหนึ่งในสภานิติบัญญัติที่ได้มีการร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าในเรื่อง ของที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง นั่นก็คือเรื่องของเขตเลือกตั้งแล้วก็จํานวนของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นระบบสัดส่วนหรือระบบเขตเลือกตั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเอง ยังชื่นชมดีใจว่าทางรัฐบาลนั้นไม่ได้เข้าไปแตะในเรื่องที่เกี่ยวกับเป็นการที่จะควบคุม นักการเมืองของเราด้วยกัน นั่นก็คือมาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งพูดเอาไว้ชัด ว่าถ้าหากว่าคณะกรรมการบริหารพรรคหนึ่งพรรคใด คนใดคนหนึ่งทําผิดเลือกตั้ง พรรคการเมืองนั้นต้องถูกยุบนะครับ ตรงนี้ถือว่าเป็นเครื่องมือที่กําจัดนักการเมืองที่ฉ้อฉล ซึ่งที่ผ่านมานั้นเราได้ใช้เครื่องมือผ่าตัดชนิดนี้เอาไว้ถึง ๒ ครั้ง ๒ คราว ก็หวังว่าคงจะ มีความหลาบจํากันในคราวหน้าว่าคงจะไม่มีการทําในเช่นนี้อีกนะครับ นี่คือข้อดีของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ป้องกันคนชั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ในวัตถุประสงค์ของ พรรคการเมืองแล้วนั้น ๑๕ คนที่มีเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นจะต้อง มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่แล้วก็มีทิศทางในทางการเมืองไปด้วยกัน แล้วก็การได้มา ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ตัวเองส่งไปลงสมัครนั้นจะต้องเป็นไปตามครรลองของ ระบอบประชาธิปไตยและได้มาซึ่งวิถีทางที่ได้ถูกบัญญัติเอาไว้ในกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมก็หวังว่าในการเลือกตั้งคราวนี้นั้น กกต. คงจะได้นําเอาบทเรียน ที่เจ็บปวด ซึ่งในครั้งหนึ่งในปี. ๒๕๔๙ ในรัฐบาลยุคนั้นนะครับ แล้วก็คําตัดสินก็ได้มีการ พูดถึงเอาไว้อย่างชัดเจนในของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พูดชัดว่ามีพรรคการเมือง พรรคหนึ่ง แล้วก็มีกรรมการบริหารการเมืองของพรรคหนึ่งได้ว่าจ้างส่งคนลงสมัคร รับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นพรรคเล็กแล้วก็เข้าไปลงสมัครเพื่อที่จะให้ครบ แล้วก็ป้องกันในการที่จะให้ ได้มาซึ่ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนที่ได้มา และในคําวินิจฉัยนั้นก็ได้พูดเอาไว้ชัดว่า มีการแทรกแซงเข้าไปในฐานข้อมูลของท่าน ถึงที่ทําการข้อมูลของท่านในศูนย์ ในกลุ่มปฏิบัติงานคอมพิวเตอร์ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลของพรรคการเมือง แสดงว่ามีการโกงเข้าไปถึงในที่ทําการของท่าน แล้วก็มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา สอบสวนแล้วก็ได้ข้อเท็จจริงว่าถูกต้องตามนั้น เพราะฉะนั้นในการเลือกตั้งคราวนี้ท่านจะ สามารถป้องกันไม่ให้มีการแทรกแซงได้เยี่ยงนั้นหรือไม่ ตรงนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะขอให้ท่าน ได้ส่วนในการที่จะดูแลตรงนี้ เพราะนี่คือกติกา อย่าให้ผู้ใดผู้หนึ่งได้เข้าไปแทรกแซง เหมือนเยี่ยงที่เคยมีการทํากันมาในสมัยปี ๒๕๔๙ ซึ่งยุคนั้นการแทรกแซงองค์กรอิสระนั้น ค่อนข้างที่จะรุนแรง แล้วก็เป็นไปโดยท้าท้ายกฎหมาย แล้วก็ไม่ได้เป็นไปโดยวิถีทาง ของระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในการเลือกตั้งคราวนี้ก็ขอให้ท่านมีความเด็ดขาด ขอให้ทาง กกต. มีความเด็ดขาด มีความชัดเจน แล้วก็ขอให้ใช้มาตรา ๒๓๗ ให้เป็นมีดผ่าตัด เพื่อป้องกันนักการเมืองที่ไม่ดี คนที่ซื้อเสียงในการเข้ามาไม่ว่าจะเป็นพรรคใด จะเป็น พรรครัฐบาล หรือเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หรือเป็นพรรคฝ่ายค้าน ทุกพรรคก็ขอให้อยู่ภายใต้ ของกฎหมายฉบับนี้ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเองเป็นกําลังใจให้ กกต. ในชุดนี้ให้ได้มีการทํางาน แล้วก็ให้มีความโปร่งใส แล้วก็ในส่วนของกฎหมายต่าง ๆ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ท่านเสนอมาใน ๓ ฉบับนี้นั้น ผมดูแล้วก็เป็นสิ่งที่เหมือนกับที่เคยมีอยู่ เคยปฏิบัติได้อยู่ แต่สิ่งที่อยากจะขอฝากเอาไว้ในระดับพื้นที่ก็คือว่าในการทํางานของ กกต. นั้น ขอให้เป็นไป ในแนวทางที่ว่าท่านจะต้องรุก ที่ผ่านมานั้นท่านตั้งรับท่านรับข้อมูลรอให้แจ้งมา มีการชี้ช่อง บอกว่ามันมีการซื้อกันที่บนที่ศาลาว่าการอําเภอมีคนแจ้งเข้าไป เขาบอกว่าต้องรอให้มีคน แจ้งเข้าไปก่อนรอให้มีข้อมูลเอกสารขึ้นไป เขากําลังซื้อเสียงกันอยู่บนที่ว่าการอําเภอ ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปี ๒๕๔๘ แล้วก็มีความพยายามที่จะให้ข้อมูล แต่เนื่องจากว่า ในยุคนั้นถูกครอบงําแล้วก็เป็นไปตามกระแสในช่วงนั้นก็เลยทําอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้น อยากจะให้ท่านได้ทํางาน ท่านมีอํานาจในการที่จะสั่งการตํารวจ ในช่วงที่มีการประกาศ พระราชกฤษฎีกาในการเลือกตั้ง ท่านมีอํานาจในการที่จะขอความร่วมมือจากทางตํารวจ จากทางทหาร จากทาง ตชด. จากครู จากทุกฝ่าย ก็ขอให้ท่านได้ใช้กลไกตรงนี้ ให้เป็นประโยชน์ในการที่จะรุกเข้าไป ในการรุกเข้าไปได้รับข้อมูลต่าง ๆ ท่านรุกเข้าไป ในพื้นที่ในสถานที่ที่คิดว่าจะมีการซื้อเสียง ที่คิดว่าจะมีการโกงเรื่องการเลือกตั้ง นั่นคือ สิ่งประเด็นที่ผมอยากจะฝากให้ท่านได้ทํางานในเชิงรุก ในเจ้าหน้าที่ทุกระดับขอให้ทํางาน ในเชิงรุกในการเลือกตั้งในคราวนี้ แล้วก็ผลการเลือกตั้งนั้นก็เป็นสิ่งที่จะได้สะท้อนถึง การทํางานของท่านว่ามีความโปร่งใส มีความยุติธรรม แล้วก็ยึดมั่นในหลักการ แล้วก็เป็นไป โดยตามที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้นะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ยังเหลืออีก ๕ ท่าน ผมจะอ่านรายชื่อเรียงไว้เลยครับ คุณประเกียรติ คุณเปล่งมณี คุณชมภู คุณเรวัต แล้วก็ ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ครับ เชิญ คุณประเกียรติ นาสิมมา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ก็เป็นโอกาสดี ที่จะได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ฉบับที่ ๓ ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอเข้ามา แล้วก็ยังมีอีก ฉบับหนึ่ง ซึ่งดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยกับคณะ ได้เสนอเข้ามา มีอีก ๑ ฉบับคือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธาน ที่เคารพครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญคงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ แน่นอนเมื่อมีการรับหลักการแล้วคงจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา พิจารณาแทนสมาชิกทั้งสองสภา แต่อย่างไรก็ตามผมได้ตรวจสอบในรายละเอียด ของหลักการที่ขอแก้ไขนั้นมีข้อแตกต่างกันอยู่พอสมควร ส่วนเหตุผลในการแก้ไขนั้นก็คงจะ เป็นเรื่องที่แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ๑) ที่แก้ไข พ.ศ. ๒๕๕๔ คือสิ่งที่ผมได้ตรวจพบนั้นผมจะขอพิจารณาเฉพาะเรื่องร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งทั้ง ๒ ฝ่ายได้เสนอเข้ามาสัก ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ก็คือการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งการเลือกตั้งล่วงหน้า ในพระราชบัญญัติที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอเข้ามาไม่มีการแก้ไข แต่ส่วนของ คุณพีรพันธุ์ พาลุสุข ที่เสนอเข้ามามีการแก้ไขโดยการเพิ่มเติม ท่านเขียนไว้ว่ามาตรา ๙/๑ ซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา ๗ ในร่างของท่าน คําว่า มาตรา ๙/๑ นี้ผมเข้าใจว่าคงจะเป็น มาตรา ๙๕ มากกว่า อาจจะพิมพ์คลาดเคลื่อนไป คงจะเป็นมาตรา ๙๕ ถ้าพูดถึงมาตรา ๙๕ ก็จะตรงกับพระราชบัญญัติการเลือกตั้งที่มีอยู่เดิม ฉบับเดิมของปี ๒๕๕๐ เป็นมาตรา ๙๕ คือโดยที่มาตรา ๙๕ นี้ได้บัญญัติไว้ค่อนข้างจะชัดเจนว่า ในกรณีที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งร้องขอ ให้เลือกตั้งล่วงหน้า ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ก็จะจัดการการเลือกตั้งล่วงหน้าให้ นี่เพื่ออํานวยความสะดวก แต่พอกลับไปดูที่รัฐธรรมนูญว่าด้วยวันเลือกตั้ง ไปดูมาตรา ๑๐๗ บัญญัติไว้ชัดเจนเมื่ออายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงให้กําหนดวันเลือกตั้ง และวันเลือกตั้งนั้น ต้องกําหนดเป็นวันเดียวทั่วราชอาณาจักร มีวันเดียวนะครับ นี่คือสภาครบอายุ ส่วนมาตรา ๑๐๘ นั้นเป็นกรณีที่เลือกตั้งก่อนครบอายุ เช่นกําลังที่จะมาถึงนี้มีการยุบสภา เมื่อพระมหากษัตริย์ ได้ตราพระราชกฤษฎีกาให้ยุบสภา การกําหนดวันเลือกตั้งและวันเลือกตั้งนั้นต้องกําหนด วันเดียวทั่วราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน ในรัฐธรรมนูญไม่มีกําหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะฉะนั้นเมื่อกฎหมายมากําหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าขึ้นเช่นนี้ กฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้คงเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาถึงศาล รัฐธรรมนูญด้วยเช่นเดียวกัน และกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติของ กกต. ไม่ได้เสนอ เข้ามานั้นเราก็สามารถพิจารณาได้ เพราะร่างของคุณพีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอไว้ ตรงนี้ผมก็ ขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาด้วยว่าควรจะแก้ไขไหม คือการเลือกตั้งนอกเขต กับการเลือกตั้งล่วงหน้านี้มันต่างกัน การเลือกตั้งนอกเขตเราสามารถทําได้ในวันเลือกตั้ง ทั่วไปทั่วราชอาณาจักรที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๐๗ หรือมาตรา ๑๐๘ แม้การเลือกตั้ง จากต่างประเทศก็สามารถที่จะทํากันได้ในวันเดียวกันนั้น เพราะฉะนั้นจึงขอฝากเอาไว้ นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่ได้พูดถึงกันอีกประเด็นหนึ่งก็คือตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) ปี ๒๕๕๔ พูดถึงคุณสมบัติและวิธีการหลักเกณฑ์ที่จะเสนอ บัญชีรายชื่อของผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๗ บัญญัติไว้ ค่อนข้างชัดเจนว่า รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งประกอบด้วยผู้สมัครจากภูมิภาคต่าง ๆ นี่ต้องมีทุกภูมิภาค กรณีนี้ในร่างพระราชบัญญัติของ กกต. ไม่ได้เสนอไว้ว่าจะให้ทําอย่างไร คืออาจจะตกหล่นไปไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม แต่ของ ดอกเตอร์พีระพันธุ์มี เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ไม่ยากในการที่จะพิจารณารวมกัน แต่ผมขอฝากไว้ ว่าเมื่อถึงเวลาที่จะพิจารณาบัญชีรายชื่อนั้น แน่นอนผู้สมัครต้องมาจากภูมิภาคต่าง ๆ ให้ครบถ้วน แต่คําว่า อย่างเป็นธรรมและต้องคํานึงถึงโอกาส ผมคิดว่ามันเป็นแต่เพียงเรื่องที่จะคํานึงถึง เพราะฉะนั้นต้องขอฝากท่าน กกต. ไว้ด้วยในทางปฏิบัติ และนอกจากนั้นยังมีสัดส่วนที่ เหมาะสมและคํานึงถึงความเท่าเทียมกันระหว่างหญิง ชาย อันนี้เป็นการคํานึง จะมีมากน้อย ต่างกันก็อยู่ที่พรรคการเมืองเขาเสนอเข้าไป เพราะฉะนั้นในการพิจารณาจุดนี้ก็ขอให้วินิจฉัย ตามเจตนารมณ์ของพรรคการเมืองด้วย ก็จะได้ประโยชน์ร่วมกัน
ประเด็นที่ ๓ ที่พูดกันมากที่สุดก็คือการทุจริตการเลือกตั้ง การทุจริต การเลือกตั้งส่วนใหญ่ก็คือการใช้เงินในการซื้อเสียงโดยตรงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กับการทุจริต ของข้าราชการ รวมทั้งผู้ที่ทําหน้าที่เกี่ยวข้องกับราชการที่มีส่วนในการเลือกตั้ง ในการจัดการ การเลือกตั้ง ถ้าข้าราชการไม่ให้ความร่วมมือในการทุจริต แน่นอนการทุจริตนี้จําได้ง่าย ทีนี้วิธีการแก้ไขในการที่จะป้องกันไม่ให้มีการทุจริต เดิมเราเคยมีองค์การภาคเอกชน ที่เข้ามาร่วมในการที่จะตรวจสอบการทุจริต ป้องกันการทุจริต ตรงนี้ถ้าเป็นองค์กรที่มาจาก กกต. แต่งตั้ง ตรงนั้นก็จะได้ผล เพราะน้ําหนักพยานถ้าชั่งกันแล้วเพราะการกลั่นแกล้งนี้มีสูง ถ้าน้ําหนักพยานมาจากข้าราชการ กกต. แน่นอนศาลรับฟังมากกว่า มากกว่าพยาน ส่วนอื่น ๆ แต่ทีนี้ถ้าพยานอีกส่วนหนึ่งที่มาจากภาคเอกชน องค์กรของเอกชนที่เขาเรียกว่า พีเน็ต (P-NET) คือพีเพิล เน็ทเวิร์ค ฟอร์ อีเลคชัน อิน ไทยแลนด์ (People Network for Election in Thailand) ถ้ามาจากตรงนี้ทางศาลก็จะรับรองว่าเป็นพยานสําคัญเช่นเดียวกัน แต่เท่าที่ผ่านมาตัวพีเน็ตเป็นหอกข้างแคร่ของข้าราชการของฝ่ายที่จัดการการเลือกตั้ง เพราะการทุจริตส่วนใหญ่มาจากตรงนั้น แล้วก็พยายามที่จะกีดกันให้ตัวพีเน็ตมีศักยภาพ อ่อนด้อยลง จนทุกวันนี้พีเน็ตไม่สามารถที่จะทํางานได้ น้ําหนักพยานของ กกต. จึงสูง เพราะฉะนั้นความใส่ความหรือการหาเรื่องกันซึ่งมีมากอยู่แล้ว ศาลก็จะรับฟังน้ําหนักที่ กกต. เพราะฉะนั้นขอได้โปรดนะครับ กกต. จงโปรดพิจารณาว่าให้มีพีเน็ตที่มีความชัดเจนด้วย ขออีกสัก ๑ นาทีท่านประธานครับ
อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะขอฝากที่ กกต. นะครับ เรื่องการซื้อเสียงล่วงหน้า ที่พูดกันมาก ความจริงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๙ ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ มาตรา ๔๙ จะพูดถึงเรื่องค่าใช่จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง มีบัญญัติไว้ชัดเจนว่ามาตรา ๔๙ ของพระราชบัญญัติเดิม ข้อ ๑ บอกว่าถ้าหมดวาระตามปกติ ต้องย้อนหลังไป ๙๐ วัน คุณจะใช้จ่ายเงินตรงนี้ไม่ได้เลยจนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ว่าเงินโครงการ ต่าง ๆ ไม่ว่าเงินที่จะพา อบจ. อบต. หรืออะไรต่ออะไรลงไปกินเลี้ยงจัดหาเสียงทั้งหลาย หรือบริจาคเกินกว่า ๓,๐๐๐ บาท ตรงนี้ต้องคิดเป็นเงินค่าเลือกตั้ง เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ถ้าเกินก็ต้องผิด หรือถ้าไม่ดีแคลร์ (Declare) ก็ถือว่าผิดเช่นเดียวกัน ในกรณีที่ ๒ คือนับจาก วันออกพระราชกฤษฎีกา นี่คือสิ่งที่เรากําลังจะพูดถึงว่าการที่จะออกพระราชกฤษฎีกา เราทราบชัดเจนจากตัวนายกรัฐมนตรีว่าอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม ถ้าอย่างนี้เราจะ นับไหมว่าจากวันนี้เป็นต้นไปไม่เกิน ๓ เดือนอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่นเงินเหลือเศษ จากงบประมาณเอามาจัดลงเสียเพื่อดึงดูดเพื่อหาเสียง ตรงนี้เราจะนับไหม ผมฝาก กกต. เอาไว้นะครับ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ดีมาก กฎหมายนี้ใช้กับท้องถิ่นมาก่อนแล้วทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ ว่าก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งหลาย ไม่ว่า อบจ. อบต. ทั้งหลายหรือเทศบาล ก่อนถึง วันเลือกตั้งก่อนถึงหมดวาระ ๓ เดือนจากนี้ไปคุณจะใช้จ่ายเงินงบประมาณเพื่อกิจการ โครงการเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนนี้ไม่ได้ ต้องนับเป็นเงินเพื่อการเลือกตั้งทั้งนั้น ในที่สุดเรา ก็มาพัฒนาในปี ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ดีเช่นเดียวกัน อันนี้ผมขอฝาก กกต. ให้คํานึงถึง จุดนี้ด้วยว่าเราจะปฏิบัติอย่างไร ในเมื่อเราทราบแล้วว่าอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคมนี้ จะต้องมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ จากวันนี้เป็นต้นไปจะมีคนที่จะใข้จ่ายอย่างนั้นไหม เพราะว่ากฎหมายไม่ได้พูดเอาไว้ ในกรณีที่ยุบสภาไม่ได้มีการบอกล่วงหน้าเช่นวันนี้
ต้องกรุณารวบรัดด้วยด้วยนะครับ
เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงขอฝากไว้ว่า มีพรรคการเมืองหรือมีผู้สมัครรับเลือกตั้งอาจจะใช้ช่องว่างตรงนี้หาเสียงโดยการใช้เงิน ซื้อเสียง โดยการใช้งบประมาณที่ยังมีเศษ ๆ อยู่นี้ลงไปในพื้นที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนน ของตัวเอง ก็ฝากท่าน กกต. เอาไว้ ผมก็ขอสนับสนุนในการแก้ไขพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ ขอบคุณมากครับ
คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข แล้วเดี๋ยวจะเป็นคุณนิคม เชาว์กิตติโสภณ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส. เลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันรู้สึกดีใจที่ได้ร่วม แสดงความคิดเห็นถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวันนี้เป็นวันดีที่ดิฉันได้พบท่านคณะกรรมการ การเลือกตั้งส่วนกลาง ซึ่งจะเป็นเสียงสะท้อนเสียงหนึ่ง ซึ่งเป็นนักการเมืองผู้หญิงให้ท่าน ได้รับรู้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่นะคะ
เรื่องแรกดิฉันขอพูดถึงเขตเลือกตั้ง ซึ่งทางจังหวัดของดิฉันได้มีการบอกข่าว มาว่ามีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งบอกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางให้แบ่งเป็น ๓ เขต ซึ่งในจังหวัดเลยของดิฉันไม่มี ส.ส. เพิ่มหรือลด ประชากรก็ไม่เพิ่มหรือลดเท่าเดิมค่ะ แต่ก็จะต้องมีการแบ่งเขตส่งเสนอมายังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนนี้ดิฉันก็ข้องใจว่า เกิดอะไรขึ้น เพราะว่าดิฉันไม่เห็นดีด้วย ท่านสดศรีเคยออกมาพูดเป็นข่าวว่าถ้าประชากร ไม่เพิ่ม ไม่ลด ส.ส. ไม่เพิ่ม ไม่ลดก็ขอให้เป็นเขตเลือกตั้งแบบเดิม ข้อนี้ดิฉันขอฝาก ท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลางด้วย และสิ่งหนึ่งที่จะมีปัญหาถ้ามีการแบ่งเขต แล้วเลือกเขตใหม่ เพราะว่าเขตเดียว เบอร์เดียวแต่ก่อนมี ส.ส. ดูแลพื้นที่อยู่และมีการพัฒนา ท้องถิ่นพี่น้องประชาชน ถ้า ส.ส. คนนั้นใส่ใจในพื้นที่พี่น้องประชาชน ถ้าเกิดแบ่งเขาออกไป จากเขตนั้นแล้วเขาก็กลัวว่า ส.ส. คนใหม่ที่เขาจะได้มาจะไม่ดูแลพื้นที่หรือดูแลปัญหาของ พี่น้องประชาชน แล้วก็จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความไม่เป็นธรรม เพราะคณะกรรมการ กกต. จังหวัดบางจังหวัดแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตรงนี้ก็อยากฝาก
อีกส่วนหนึ่งดิฉันก็ไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บเพราะว่าบางเรื่องบางราว กฎหมายก็ผ่านไปแล้ว แต่ดิฉันมั่นใจว่าจะเกิดความวุ่นวายแน่นอน ก็ขอฝากส่วนนี้
อีกส่วนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณาให้ใบเหลือง ใบแดงกับผู้สมัคร ส.ส. ท่านประธานคะเราต้องยอมรับว่าตอนนี้ขนาดยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาออกมาว่ายุบสภา หรือวันเลือกตั้งเลย ก็มีการเตรียมการร้องเรียนไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ กกต. ตอนนี้ทุกจังหวัด มีน้อย ทั่วประเทศมีน้อยมาก ตัวดิฉันเคยประสบปัญหาก็ได้ไปถามก็อ้างแต่ว่าเจ้าหน้าที่ กกต.มีน้อยก็ให้ดูแลกันเอง ถ้าใครร้องเรียนมาก็จะพิจารณาตรงนั้น ตรงนี้ไม่มีความเป็นธรรม เลยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันห่วงการทําหน้าที่ความเป็นกลางของคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ว่าระดับ จังหวัดและระดับกลาง เพราะอะไรคะ เพราะว่าถ้าระดับจังหวัดได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องส่งไปให้ กกต. กลางแล้ว กกต. กลางก็อาจจะพิจารณาทําให้เกิดผลไม่เป็นธรรมให้กับผู้สมัคร ส.ส. บางคน สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือการใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดว่าซื้อเสียง เลี้ยง แจก ให้ สร้างพยานเท็จ ก็ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบและอยากให้เอาความผิดกับการร้องเรียน หรือสร้างพยานเท็จอย่างเอาจริงเอาจัง ถ้าจับได้และมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนฝ่ายตรงข้าม มีการใส่ร้ายป้ายสีก็ให้เอาความผิดกับบุคคลดังกล่าวโดยลงโทษตามกฎหมายอย่างรุนแรง เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ เพื่อให้สถาบัน กกต. ไม่ว่าระดับจังหวัดและระดับกลางและ กฎหมายการเอาโทษมีความศักดิ์สิทธิ์ ถ้าใครทําผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าใครถูกก็ให้ความ เป็นธรรมเพื่อปกป้องชื่อเสียงวงศ์ตระกูลให้กับคนดี ๆ ที่ตั้งใจจะเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน และประเทศชาติ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วดิฉันมั่นใจว่าจะมีคนดี ๆ มีความรู้ความสามารถเข้ามา ทํางานทางด้านการเมืองอีกมาก
ประเด็นต่อไปการเลือกตั้งล่วงเพื่อลดการทุจริต โกง ดิฉันขอเสนอแนะว่า ขอให้จํานวนวันครึ่งวันหรือแค่ ๑ วัน เพราะว่าถ้าคนรู้ว่าเขามีภารกิจเขาก็ต้องเตรียมการ ที่จะไปแต่เช้าเพื่อที่จะเลือกตั้ง ส.ส. หรือบุคคลที่เขารักอยากจะเลือกตั้งนะคะ และหีบ เก็บบัตรเลือกตั้งอยากให้แสดงความบริสุทธิ์ใจของทุกฝ่าย ควรเก็บไว้ในที่มองเห็นได้ อย่างชัดเจน ถ้าตั้งซีซีทีวี (CCTV) ได้หรือวิดีโอ (Video) ได้ยิ่งดีนะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่ หน่วยเลือกตั้งหรือที่เก็บหีบบัตรด้วยนะคะ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนหีบบัตรและบัตรเลือกตั้ง ล่วงหน้า และให้รัดกุมยิ่งขึ้นนะคะหีบเหล็กหรือหีบกระดาษของท่าน ถ้าหีบเหล็กก็ให้กุญแจ หลาย ๆ ดอกนะคะ แล้วก็หีบกระดาษก็ให้สก๊อตเทป (Scottape) หรือว่าปิดคั่น มีลายเซ็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งของคณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง หรือตัวแทนประจําหน่วยเลือกตั้งของทุกฝ่ายที่ร่วมสังเกตการณ์ลงชื่อบนหีบนั้นด้วย ส่วนต่อไปประเด็นนี้ก็คือบัตรเลือกตั้งอยากให้มีการรันนัมเบอร์ (Run Number) ของเล่ม แต่ละเล่มและข้างในก็ขอให้มีเลขที่บัตรเพื่อที่จะเป็นการตรวจสอบ และให้ดีนะคะระหว่าง ต้นขั้วกับใบลงคะแนนที่มีรอยปะก็ขอให้มีลายเซ็นของผู้ที่เป็นคณะกรรมการที่อยู่ หน่วยเลือกตั้งฉีกให้เซ็นเพื่อที่ใช้ในการตรวจสอบถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น
ส่วนต่อไปเกี่ยวกับเรื่องคณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง เพราะว่าคณะนี้ กกต. ได้เป็นคนแต่งตั้งขึ้นมาก็ต้องมีความเป็นธรรมเพราะในอดีตที่ผ่านมามีการกระทํา ความผิดหรือช่วยเหลือกันเช่น พี่น้องประชาชนไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็นําบัตรเขามากา ให้กับผู้สมัครบางคนหรือมีการเวียนเทียนกาบัตรหลาย ๆ ครั้ง และการกาบัตรเลือกตั้ง ของผู้สมัครให้เสียซึ่งเป็นผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม หรือขานบัตรเลือกตั้งที่เขากาดีก็บอกว่า บัตรเสีย บัตรเสียก็ว่าบัตรดีนะคะ คณะกรรมการต้องมีความน่าเชื่อถือ เมื่อก่อนนี้จะใช้ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย อสม. ครู ทหาร แต่เดี๋ยวนี้มีพี่น้องประชาชนฝากมานะคะว่าการเลือกตั้ง ครั้งหน้านี้ขอว่าอย่าเอาทหารมาช่วยในการเลือกตั้งเลย เพราะเขาต้องการประชาธิปไตย เหตุที่เขาไม่อยากให้ทหารเข้ามาข้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเพราะเขากลัวไม่เป็นกลาง ท่านประธานคะ ดิฉันไม่เคยมีปัญหากับทหารนะคะแต่ดิฉันพูดแทนพี่น้องประชาชน ดิฉันมิได้กล่าวหาทหารทุกคน ทหารส่วนใหญ่เป็นคนดีแต่เขาต้องฟังผู้บังคับบัญชา แต่มีนายทหารบางคนบางท่านที่ทําให้กองทัพเสื่อมเสียค่ะ ดังนั้นวันนี้ดิฉันก็ดีใจที่ได้เป็น ผู้ที่แสดงความคิดเห็น ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าที่ดิฉันเสนอแนะไปนี้ทางท่านคณะกรรมการ การเลือกตั้งกลางที่ท่านมานั่งอยู่ตรงนี้จะรับสิ่งที่ดิฉันได้กล่าวไปและนําไปแก้ไขด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณนิคม เชาว์กิตติโสภณ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง ท่านประธานครับ วันนี้เป็น โอกาสดีที่ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผมคงจะ ไม่ลงไปในรายละเอียด เพราะพวกเพื่อน ๆ สมาชิกก็ได้อภิปรายเกี่ยวกับการรับหลักการ ดังกล่าวแล้วก็การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ทั่วประเทศไปมากมายแล้วนะครับ แต่ผมจะขอ ถือโอกาสนี้ฝากเรื่องที่จังหวัดลําปาง เพราะว่าจังหวัดลําปางครับท่านประธาน เดิมมีผู้แทนราษฎรอยู่ ๕ ท่าน แต่หลังจากเราแบ่งเขตเลือกตั้งเรามีการแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ก็มีผู้แทนราษฎรลดลงไปเหลือเพียง ๔ ท่าน ผมได้รับการร้องเรียนนะครับจากประชาชน ใน ๒ อําเภอของจังหวัดลําปาง คืออําเภอเกาะคาทั้ง ๙ ตําบล แล้วก็อําเภอเสริมงาม อีก ๔ ตําบล เกี่ยวกับเขตเลือกตั้งซึ่งประชาชนทราบจากสื่อมวลชน คือหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ของจังหวัดลําปางที่มีการนําเดโม (Demonstration) คือแบบตัวอย่างการแบ่งเขตเลือกตั้ง ออกมาลงข่าวในท้องถิ่น พอประชาชนทราบถึงรูปแบบที่ปรากฏเป็นข่าวออกมาใน หนังสือพิมพ์ต่างก็มีความวิตกกังวลกันว่าพี่น้องในเขตอําเภอเกาะคากับอําเภอเสริมงามซึ่งมี ลักษณะภูมิประเทศมีพื้นที่ติดกัน แต่ว่ากับถูกตัวอย่างการแบ่งเขตเลือกตั้งที่อ้างว่าออกมา จากคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลําปางนั้นจับแยกออกเป็นคนละเขต เรื่องนี้นะครับ ประชาชนได้มาขอพบผม และผมก็ได้แนะนําว่าหากไม่เห็นด้วยหรือว่าอย่างไรนะครับ เพราะเขาก็ไม่แน่ใจว่าเขตเลือกตั้งที่ปรากฏทางหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง ที่ กกต. จังหวัดลําปางได้เลือกขึ้นมาหรือยัง เขาไม่แน่ใจผมก็เลยแนะนําให้เขาไปพบ กกต. ที่จังหวัดลําปางโดยผมเชื่อว่าในวันนี้เขาจะไปยื่นคําร้องคัดค้านเขตเลือกตั้งดังกล่าว เพราะเขามองว่าเป็นการแบ่งแล้วทําให้พื้นที่เขาถูกแยกจากกันแล้วความสัมพันธ์ระหว่าง ประชาชนทั้ง ๒ อําเภอก็เป็นญาติพี่น้องกันเป็นส่วนมาก ตลอดจนหากมีการแก้เขตเลือกตั้ง ดังกล่าวปุ๊บ ผู้แทนราษฎรที่จะเป็นผู้แทนราษฎรในเขตนั้นนะครับก็จะดูแลพื้นที่เลือกตั้ง ซึ่งไม่อยู่ติดกันนั้นด้วยความลําบาก หากประชาชนจะพบผู้แทนราษฎรก็พบยากลําบาก เพราะว่าถูกจับแยกกันหมด ไม่เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์ เรื่องนี้ผมอยากขอฝาก ท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งช่วยพิจารณาและช่วยสอดส่องดูแลให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ เพราะผมเชื่อว่าวันนี้เขาได้ไปร้องขอความเป็นธรรมและ ร้องคัดค้านแบบเลือกตั้งซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้จริงหรือเปล่านะครับ ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
คุณชมภู จันทาทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนจังหวัด หนองคายได้มีโอกาสได้มาเสวนาฝากท่านประธานผ่านไปทางคณะกรรมการ กกต. กลาง ในวันนี้นะคะ เสียงที่ดิฉันจะสะท้อนให้นี้เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ค่ะ แล้วก็ ดีใจค่ะท่านประธาน ว่าคณะกรรมการ กกต. นั้น รีบนําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติของท่าน ส.ส. พีรพันธุ์ พาลุสุข ดิฉันเห็นด้วยนะคะท่านประธาน ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย แต่ว่าสิ่งที่จะนํามานี้เป็นเสียงสะท้อนที่พี่น้องประชาชนนั้น ดิฉันออกไป เยี่ยมพี่น้องประชาชนเขาจะสะท้อนมาหาทางคณะกรรมการ กกต. ตลอดนะคะ
ประเด็นแรก ก็คือการแบ่งเขตเลือกตั้งค่ะท่านประธาน การแบ่งเขตเลือกตั้ง เดี๋ยวก็แบ่งเป็นรวมเขตเรียงเบอร์ เขตหนึ่งเลือก ส.ส. ได้ ๓ ท่าน เดี๋ยวก็เปลี่ยนมาอีก การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดิฉันไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกค่ะ เพราะว่าทําให้พี่น้องประชาชนนั้น สับสนในการที่จะเลือกตั้งตัวแทนของเขานะคะ แต่ไม่ว่าจะเลือกตั้งรวมเขตเรียงเบอร์ หรือว่าเลือกตั้งแบ่งเขตเดียว เบอร์เดียว ดิฉันพร้อมค่ะ ท่านประธานคะ และพรรคการเมือง ของพรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะแข่งขันทุกขณะ แต่ว่าทําให้พี่น้องประชาชนนั้นสับสนในการ ที่จะเลือกตัวแทนของเขาค่ะ
ประเด็นที่สอง การเลือกตั้งล่วงหน้าค่ะท่านประธาน ส.ส. หลายท่านในสภาแห่ง นี้ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด ต่างเขต แล้วก็ต่างพรรคการเมืองค่ะท่านประธาน มันหมายถึงว่าเสียง สะท้อนจากประชาชนแต่ละพื้นที่นั้น เป็นเสียงสะท้อนทําไมไม่ได้มั่นหมายเลยค่ะท่านประธาน ซึ่งการเลือกตั้งล่วงหน้านี้มันมีปัญหามากค่ะ ท่านประธานคะ จะมีรถปิกอัพหรือว่ามีรถตู้ มารับเขาไปใช้สิทธิ โดยมีแกนนําแต่ละหมู่บ้านค่ะท่านประธาน มี ส.ส. หลายท่านก็สะท้อน เหมือนกัน มีใบโฆษณาเลยค่ะ ท่านประธานคะ รณรงค์เลยว่าให้ไปใช้สิทธิล่วงหน้า โดยมี ค่าตอบแทนเท่านั้นเท่านี้ แล้วก็ไปใช้สิทธิล่วงหน้า ซึ่งการใช้สิทธิล่วงหน้าในการเลือกตั้งซ่อม ไม่ว่าที่จังหวัดสกลนครและหลาย ๆ จังหวัดที่ผ่านมา ก็เป็นสิ่งที่ผิดปกติว่าพี่น้องประชาชน นั้นทําไมไปใช้สิทธิล่วงหน้ามากเหลือเกินนะคะ ท่านประธานคะ ทําให้เป็นข้อครหานินทาว่า การเลือกตั้งล่วงหน้า ๒ วันนั้นเหมาะสมหรือเปล่า ตัวดิฉันเองก็อยากเสนอว่าอยากยกเลิกค่ะ ท่านประธาน ให้มีการเลือกตั้งแค่วันเดียวในการเลือกตั้งจริงแค่นั้นก็จะเหมาะสม แล้วก็จะ ไม่มีปัญหาในการที่จะซื้อเสียง แต่การซื้อสิทธิขายเสียงของพี่น้องประชาชนนั้น ในจังหวัด หนองคายดิฉันคิดว่าไม่มีปัญหาค่ะท่านประธาน ก็เหมือนที่ ส.ส. หลายท่านก็พูดเหมือนกัน นะคะว่าการซื้อนั้นพี่น้องประชาชนรับหมดค่ะ แต่ที่สําคัญว่าเขาจะเลือกใครเป็นตัวแทนของเขา เขาจะต้องเลือกคนที่เขารัก เลือกพรรคที่เขาชอบ และมั่นใจในการที่จะมาบริหารประเทศ ไม่ให้เศรษฐกิจปากท้องเขาเดือดร้อนแล้วก็ล้มเหลวท่านประธานคะก็ขอฝากไว้ด้วยนะคะ
ประเด็นต่อมาคือเรื่องการพิจารณาบัตรดี บัตรเสีย ค่ะ ท่านประธานคะ การพิจารณาบัตรดี บัตรเสียนั้น การพิจารณาบัตรเสียจะต้องมีคณะกรรมการที่ทางกรรมการ หน่วยเลือกตั้งของอําเภอแต่งตั้งไว้ประมาณ ๗ ท่าน แต่ว่าถ้าพิจารณาบัตรเสียก็จะมีการ เซ็นรับรองว่าบัตรนี้บัตรเสียเพราะอะไร แล้วก็ด้วยเหตุผลอะไร เซ็นกํากับนะคะ ดิฉัน อยากจะฝากทางท่านประธานผ่านไปยัง กกต. นะคะ การเลือกตั้งท้องถิ่นที่พื้นที่ดิฉัน ที่เทศบาลจุมพล อําเภอโพนพิสัย เขามีการพิจารณาบัตรเสียโดยผู้ขานบัตรค่ะท่านประธาน ผู้ขานบัตรนั้นที่จริงแล้วเขาทําหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ขานคะแนน เวลาพี่น้องทักท้วงว่าบัตรเสีย จะต้องมีคณะกรรมการมาพิจารณาก่อน แล้วก็เซ็นชื่อสลักหลังอย่างน้อย ๓ ท่านค่ะ อันนั้นไม่ใช่เป็นอย่างนั้นค่ะดิฉันอยู่ในเหตุการณ์ ผู้ขานบัตรเสียเขาบอกว่าเดี๋ยวครับ สุดท้ายแล้วถึงพิจารณาทีหลัง พอเกิดเหตุชนะกันแค่ ๑ คะแนนอย่างนี้ค่ะท่านประธานก็เลยเกิดมีปัญหา ดิฉันอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการไว้เป็นข้อสังเกตว่าการพิจารณาบัตรเสียนี้ก็เป็น เหตุผลหนึ่งซึ่งจะได้เปรียบแล้วก็เสียเปรียบของนักการเมือง ไม่ว่าระดับชาติหรือระดับ ท้องถิ่นนะคะ
ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝากนะคะ คือการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ของ กกต. จังหวัดนะคะท่านประธาน ทุกจังหวัดในประเทศไทยถ้ามีการเลือกตั้งเขาจะมีการ รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนแต่ละพื้นที่ไปใช้สิทธิเยอะ ๆ และเขาก็จะเชิญ ส.ส. แต่ละพรรคการเมือง แต่ละเบอร์มาปราศรัยนโยบายหรือให้พรรคการเมืองแต่ละพรรค เชิญมาปราศรัยให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่าแต่ละพรรคนั้นมีนโยบายอะไร เป็นสิ่งที่จะ จูงใจให้พี่น้องประชาชนได้ไปใช้สิทธิเยอะ ๆ แล้วก็เลือกตั้งพรรคนั้น ๆ แต่ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ค่ะว่านโยบายตัวนี้ดิฉันอยากจะให้ล้มเลิกค่ะ ประชาสัมพันธ์แบบนี้มันไม่ประสบความสําเร็จค่ะ เปลืองภาษีอากรพี่น้องประชาชน ท่านสังเกตดูไหมคะว่าการที่ผ่านมาที่ท่านรณรงค์การเลือกตั้ง ส.ส. แต่ละครั้งพี่น้อง ประชาชนไม่ไปค่ะ และอย่างที่ ๒ นั้น ส.ส. เขาก็ไม่ค่อยไปกัน ทําไมไม่ไปคะ เพราะว่า ส.ส. เขาไปปราศรัยทุกพื้นที่ แล้วก็ไปให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชน พูดนโยบาย แล้วก็พูดเรื่อง การใช้สิทธิใช้เสียงของเขาเกือบทุกหมู่บ้านอยู่แล้วค่ะ เขาคงไปอยู่แล้ว แล้วพี่น้องประชาชน เขาก็บอกว่ามันเป็นการเปลืองภาษีอากรของเขาหรือเปล่า เขาคอยฟังแต่ ส.ส. ค่ะ แล้วทาง กกต. นั้นควรจะล้มเลิกได้แล้วค่ะ แล้วเอางบประมาณที่ประชาสัมพันธ์ตัวนี้ไปประชาสัมพันธ์ เป็นรูปแบบอื่น อย่างเช่นไปประชาสัมพันธ์ฝากผ่านวิทยุชุมชนในหมู่บ้าน วิทยุชุมชน ตามพื้นที่ต่าง ๆ เขามีเกือบทุกพื้นที่ค่ะ ไปพูดเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง เกี่ยวกับ การใช้สิทธิล่วงหน้า เราไปใช้สิทธิล่วงหน้าเหตุผลที่เขาไปใช้สิทธิล่วงหน้านี้ท่านมีเหตุผล จริงหรือเปล่า ท่านได้ไปใช้จริงหรือเปล่า หรือว่าท่านเพียงไปใช้สิทธิแล้วก็ไปนั่งอยู่กับบ้าน ในวันเลือกตั้งอย่างนี้มันมีความผิดอย่างไร อย่างเช่นไปรณรงค์เรื่องด้านอื่นดีกว่าค่ะ ท่านประธาน เรื่องที่มีประชาสัมพันธ์ให้มีหมอลํา ให้ ส.ส. ไปแคนดิเดท (Candidate) กัน ล้มเลิกได้แล้วค่ะ ฝากผ่านทางท่านประธานไปทาง กกต. ด้วยนะคะ แล้วก็อีกประเด็นหนึ่ง คือการแบ่งเขตเลือกตั้งของผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดค่ะท่านประธาน ดิฉันดีใจค่ะ ขอชมเชยทาง กกต. จังหวัดสกลนครค่ะ เมื่อกี้ดิฉันโทรศัพท์กลับไปบ้าน ดิฉันนึกว่าจะมี หนังสือเชิญเหมือนทาง กกต. จังหวัดสกลนคร ไม่มีค่ะ จังหวัดหนองคายยังไม่มี ทางเรานั้น ก็อยากจะเข้าไปร่วมในการพิจารณาแบ่งเขตการเลือกตั้ง แต่ว่าจังหวัดหนองคายนั้นคงจะ ไม่มีปัญหาเหมือนจังหวัดสกลนครนะคะ เพราะว่าจังหวัดหนองคายนั้นมีความยาว ตามลําแม่น้ําโขงค่ะ แต่อยากฝากอย่างนี้ค่ะท่านประธานผ่านไปทางกกต. กลางและผ่านไป ทาง กกต. จังหวัดหนองคายว่าการเลือกเขตเลือกตั้งนั้นอยากให้เลือกเป็นอําเภอ ๆ ไปเลยค่ะ ไม่ต้องแบ่งว่าอําเภอนี้ ๒ ตําบลนี้ไปอยู่เขตนั้น ทําให้พี่น้องประชาชนที่แบ่งไปเขาบอกว่า เขาเป็นลูกเมียน้อย ส.ส. ไม่สนใจ เขาบ่นว่าอย่างนี้ตลอดนะคะ ถ้าจะแบ่งนั้นก็ให้แบ่งเป็น อําเภอไปเลย ให้เป็นจํานวนประชากรใกล้เคียงกันค่ะท่านประธาน ขอฝากนะคะ เรื่องนี้ เป็นเรื่องสําคัญเหมือนกันค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งข้าราชการจะต้องวางตัวเป็นกลางค่ะท่านประธาน เดี๋ยวนี้ เริ่มแล้วค่ะ ข้าราชการหลายที่ตามที่ ส.ส. พวกเราได้ปรึกษาหารือกันนะคะ ข้าราชการ ไม่วางตัวเป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มจากผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาหาท่านนายอําเภอ แล้วก็ควบคุมทางผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ท่านนายก แต่ว่าเสียงสะท้อนจากผู้ใหญ่บ้าน กํานัน นายกเขาบอกว่าเขาหมั่นไส้ค่ะท่านประธาน ฉะนั้นฝากทางท่านประธานผ่านไปทาง กกต. กลาง ได้ควบคุมให้ข้าราชการนั้นจงวางตัวเป็นกลางด้วยค่ะ และขอฝากสุดท้ายค่ะ ท่านประธานว่าทางท่าน กกต. นั้นจะต้องเป็นผู้ควบคุมการเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม แล้วก็โปร่งใสเป็นที่ไว้วางใจของพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก ของประเทศไทย ขณะนั้นมีการเลือกตั้ง ส.ส. กันเพียงแค่ ๗๘ ท่าน แล้วก็มีพี่น้องประชาชน มีสิทธิกันแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ จนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เรามีผู้แทนกันถึง ๔๘๐ คน มีผู้ใช้สิทธิกันถึง ๔๔ ล้านคน ถ้าดูตามสถิติครับ ท่านประธาน เราจะเห็นว่าการเลือกตั้งของประเทศไทยนี้มีผู้ใช้สิทธิมีจํานวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นที่น่ายินดีว่าระบอบประชาธิปไตยของเรา การมีส่วนร่วมของประชาชนก็มีมากขึ้น ในปี ๒๕๔๔ มีพี่น้องประชาชนใช้สิทธิกันร้อยละ ๖๙ ปี ๒๕๔๘ ร้อยละ ๗๒ ในปี ๒๕๕๓ ซึ่งมากที่สุดขณะนี้ร้อยละ ๗๔ แล้วเราก็เชื่อว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๔ อาจจะ มีพี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิกันเกินร้อยละ ๘๐ ครับท่านประธาน การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ผมเชื่อว่าสิ่งสําคัญก็คือจะต้องให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจรูปแบบการเลือกตั้งที่มันมีการ เปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ แล้วก็มาปี ๒๕๕๓ มีการเปลี่ยนแปลง มีสาระสําคัญ เช่นมีการเลือกตั้งเป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว เป็นแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ รวมทั้งแบบบัญชีรายชื่อแล้วก็แบบสัดส่วน แน่นอนครับพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ติดตาม หรือสนใจอาจจะเกิดความสับสน แต่ขอเรียนว่าในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้มี ๒ ระบบง่าย ๆ ก็คือ ๑. ระบบบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คนทั่วประเทศ หมายถึงว่าต่อไปนี้พี่น้องชาวจังหวัดตรัง ของผมก็มีสิทธิที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ลงในตําแหน่งบัญชีรายชื่อ คนจังหวัด ศรีสะเกษก็มีสิทธิที่จะเลือกนายชวน หลีกภัย ซึ่งลงในบัญชีรายชื่อของพรรค ตรงนี้ละครับ ทําให้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศมีโอกาสเลือกพรรคที่เขาชอบได้ ส.ส. แบบที่ ๒ ก็คือการเปิด ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเดียวเบอร์เดียว ๓๗๕ คนทั่วทั้งประเทศ กทม. จะมี ส.ส. แบบเขตมากที่สุด ๓๓ คนด้วยกัน จังหวัดนครราชสีมารองลงมา ๑๕ คน ด้วยกัน ที่จังหวัดตรังของผมครับ ก็จะมี ๔ คน การเลือกก็คงมีการแบ่งเขตกันคล้าย ๆ กับ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๔ ท่านประธานครับ แน่นอนครับผมเชื่อว่าในการ จัดการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้พยายามที่จะจัด การเลือกตั้งให้ดีที่สุด ให้ตรงตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนว่าเขาต้องการใครมาเป็น ตัวแทนของเขา สิ่งสําคัญที่สุดก็คือท่านจะต้องป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงให้ได้ เพราะว่า การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทําลายประชาธิปไตยของไทยครับ นักการเมือง ที่ซื้อเสียงเข้ามาสุดท้ายก็จะมาถอนทุน เข้ามาโกง เข้ามาทุจริตเป็นแบบโคตรโกง เป็นแบบ โกงทั้งโคตร ทั้งนี้อยู่ที่การเลือกตั้งทั้งสิ้นนะครับ ผมเชื่อว่าทาง กกต. ต้องพยายามป้องกัน ตรงนี้ให้ได้ เอาตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้ามาจริง ๆ ทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในการเลือกตั้งที่จะถึงนะครับ ผมขออนุญาตที่จะขอเสนอแนะในการจัดการเลือกตั้ง
ส่วนที่ ๑ ก็คือการประชาสัมพันธ์ครับ เมื่อรูปแบบการเลือกตั้งที่มัน เปลี่ยนแปลงจากระบบสัดส่วนเป็นระบบบัญชีรายชื่อ จากระบบเขตเดียวหลายเบอร์มาเป็น เขตเดียวเบอร์เดียวการประชาสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งสําคัญ ท่านประธานครับ ถ้าแม้ยังใช้ระบบ การประชาสัมพันธ์เพียงแค่ กกต. หรือหน่วยงานราชการ ไม่เพียงพอครับ จุดที่พี่น้องประชาชนเข้าใจมากที่สุดก็คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์ของตัว ส.ส. เอง ส.ส. หรือทีมงานของ ส.ส. สามารถที่จะเข้าไปถึงทุกจุดครับ เข้าไปถึงทุกหมู่บ้าน แล้วจะ สังเกตว่าป้ายใหญ่ ๆ อาจจะติดได้แค่ชุมชน อาจจะติดได้แค่ข้างถนน แต่ว่าการที่จะไปถึง ครัวเรือนทั้งหลาย สิ่งที่จะไปถึงก็คือโปสเตอร์ (Poster) ครับท่านประธานในการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมามีการบังคับว่าโปสเตอร์จะต้องไม่เกิน ๑๐ เท่าของหน่วยเลือกตั้ง แล้วก็ต้อง ไปปิดในเฉพาะที่ราชการจัดให้ บางทีชุมชนหนึ่งหรือตําบลหนึ่งมีป้ายเพียงแค่ ๑๐ แห่ง บางหมู่บ้านมีแค่แห่งเดียว โปสเตอร์ของผู้แทนก็ไปติดได้แค่แห่งเดียวครับ แต่เดิมโปสเตอร์ สามารถที่จะติดได้ทุกบ้าน ตรงนี้ละครับจะทําให้การประชาสัมพันธ์จะไปถึงทุกบ้านเลย ผมก็เลยแนะนําว่าโดยเฉพาะระเบียบดังกล่าวในการปิดโปสเตอร์น่าจะมีการอนุญาต ให้สามารถที่จะปิดได้ทุกบ้าน
ส่วนที่ ๒ เรื่องช่วงเวลาการลงคะแนนครับ เรามีเวลากันก็คือแปดโมงเช้า ถึงสามโมงเย็น ท่านประธานครับผมคิดว่าเวลาช่วงดังกล่าวน่าจะมีการขยายเวลาไปอีก สักนิดหนึ่ง เนื่องจากเราจะสังเกตว่าเวลาช่วงสามโมงเย็นพี่น้องประชาชนจะไปลงคะแนนกัน มากนะครับ ท่านประธานอาจจะคิดว่าถ้าเกิดขยายไปสี่โมงเย็นหรือห้าโมงเย็นพี่น้อง ประชาชนก็จะไปออตรงนั้นอีก ไม่จริงครับ เพราะว่าบางทีช่วงอากาศเย็น ๆ พี่น้องประชาชน อาจจะสะดวกที่จะไปลงคะแนน
ส่วนที่ ๓ เรื่องการนับคะแนนเป็นสิ่งสําคัญครับ ผมคิดว่าบางทีบุคลากร ในการนับคะแนนที่ผ่านมาท่านอาจจะใช้คนในวัยอาจจะสูงอายุสักนิดหนึ่ง แต่ ณ วันนี้ ท่านลองพิจารณาเปลี่ยนแปลงให้คนที่เป็นคนวัยรุ่นวัยหนุ่มสาวที่สามารถที่จะดูตัวเลขหรือ ฐานบัตรได้อย่างชัดเจนก็จะทําให้การนับคะแนนบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น ท่านประธานครับ หลายเรื่องที่ กกต. จําเป็นจะต้องไปปรับ แต่ทั้งนี้ท่านปรับด้วยความเป็นกลางท่านทําเพื่อ พี่น้องประชาชนทุกคน อย่าไปคาดว่าจะทําเพื่อรัฐบาล อย่าไปคาดว่าจะทําเพื่อสิ่งตอบแทน ใด ๆ ผมเชื่อว่าท่านจะได้รับการยอมรับและในขณะเดียวกันก็วิงวอนไปถึงพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศครับ ณ วันนี้การเลือกตั้งใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว ท่านใดที่ยังคิดจะไปเรียกร้อง หาประชาธิปไตยอยู่ตามถนนหนทางท่านเลิกเถอะครับ วันนี้เข้ามาสู่ระบบการเลือกตั้ง เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าหลายคนที่เป็นแกนนําขณะนี้ก็อาจจะได้ลง ในบัญชีรายชื่อ บางคนอาจจะได้ลงในระบบเขตแล้ว เพราะฉะนั้นหยุดการไปสร้างมวลชน หยุดไประดม สร้างความแตกแยกในประเทศไทยของเรา ใครที่ปิดถนนอยู่ ล้อมทําเนียบอยู่ ก็เลิกเถอะครับ เข้ามาร่วมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างถูกต้อง และผมเชื่อว่า ประเทศของเราก็คงก้าวไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการ โอกาสนี้ก็ขอเป็นกําลังใจ ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็เห็นชอบกับหลักการในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน
คุณเรวัต สิรินุกุล
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งมีทั้งหมด ๓ ฉบับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมมีคําถาม ต่าง ๆ ที่จะกราบเรียนถามท่านทาง กกต. ซึ่งวันนี้ก็ดีใจที่ท่านมา และกรุณาตอบด้วยนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบคําถามท่านประธานวิป ฝ่ายค้านคือท่านวิทยา บุรณศิริ ส.ส. จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าจะมีการยุบสภาภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ทีนี้ผมก็มาอ่านข่าวครับ ท่านประธาน มาอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันพุธที่ ๒๓ กกต. กางปฏิทิน รับเลือกตั้ง ซึ่งท่านบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ไม่ทราบว่าท่านมาหรือเปล่าครับ ท่านมานะครับ ขอบคุณมาก จริงหรือไม่จริงเดี๋ยวท่าน ก็ตอบด้วยนะครับ ก็ต้องประทานโทษเอ่ยนามท่านด้วย ก็ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีได้เตรียม กําหนดวันยุบสภาในวันที่ ๓ พฤษภาคม หากจริงตามนั้นตามปฏิบัติการทํางานของ กกต. ที่ได้ตั้งไว้ น่าจะประกาศรับสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ ๙-๑๓ พฤษภาคมนะครับ ซึ่งจะเป็นสัปดาห์แรกหลังจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาและประกาศให้มีวันเลือกตั้ง จากนั้นก็จะประกาศรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตในวันที่ ๑๖-๒๑ พฤษภาคม โดยเบอร์ของ ผู้สมัคร ส.ส. ระบบเขตก็จะเป็นเบอร์เดียวกับ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง ส่งรับสมัคร นี่ก็เป็นคําถามนะครับว่าท่านได้พูดจริงไหม แล้วก็เป็นความชัดเจนไหม และในกรณีชัดเจนอย่างนี้ ถ้าเป็นชัดเจนแบบนี้ก็เท่ากับ กกต. รู้แล้ว แต่ว่าจําเป็นไหม ว่าต้องรอกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ด้วย จําเป็นไหมครับ หรือว่าไม่จําเป็นท่านประกาศได้เลย อย่างนี้เป็นต้น นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็เป็นคําถามต่อมานะครับ ก็ได้พูดกันมากครับ แต่ผมก็ต้องถาม ถามแล้วต้องการคําตอบครับ คือถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีรู้แล้ว รู้วันที่จะยุบสภา รู้วันเลือกตั้งที่ กกต. บอก เพราะท่านไปพบท่านมา เมื่อรู้อย่างนี้ท่านก็ทําโฆษณา หรือว่า รู้ล่วงหน้าแล้วโฆษณาใหญ่ได้อย่างนี้ โฆษณาตามทั่ว ๆ ไปนี้มันผิดกฎหมายไหมครับ ผิดไหมครับ ผมก็ไม่ทราบนะครับว่าผิดหรือเปล่า แล้วถ้าหากว่ามันมันผิดหรืออย่างไร มีการยับยั้งได้ไหม อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น นี่ก็เป็นคําถามที่ ๒ นะครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านสุนัยก็พูดไป ผมฟังแล้วก็ไม่ค่อย สบายใจ แต่ผมก็ไม่ทราบว่า กกต. จะสบายใจหรือไม่ อย่างไร แต่ท่านสุนัย จุลพงศธร ส.ส. สัดส่วนจากอําเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ท่านก็บอกว่ามีการเรียกชุมนุม อบต. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ อสม. เรียกชุมนุมใหญ่เลย เรียกชุมนุมใหญ่ไม่รู้ว่าเรียกเพื่ออะไร แต่ท่านก็บอกมาว่ามีการเรียกและมีคนมีสีไปบอกว่าไม่ให้เลือกพรรคเพื่อไทย ผมก็มานึกว่า ทําไมเป็นถึงขนาดนั้น หรือว่าจากตรงนี้มันเพราะอะไรที่จะต้องไปกีดกันพรรคเพื่อไทย ตรงนี้ครับทาง กกต. ถ้าอย่างนี้พูดในสภาแห่งนี้ ท่านสุนัยพูดอย่างนี้ ท่าน กกต. ถือว่าตรงนี้ เป็นการร้องเรียนท่านไหม แล้วท่านจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ไหม แล้วการตรวจสอบ ของท่านนี้จะไปดูแลว่าจะมีการข่มขู่ไหมว่าไม่ให้มีการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จริงไหมครับ อย่างนี้เป็นต้น คําถามตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับว่าท่านควรหรือไม่ควรอย่างไรที่จะ มีคําตอบให้กับสภาแห่งนี้เพื่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบด้วยนะครับ นี่คือคําถามที่ ๓
ประการที่ ๔ ตรงนี้ก็น่าสนใจ ท่านประธานครับน่าสนใจมาก ฟังไปแล้ว ก็ไม่สบายใจกันทั่วทั้งประเทศครับ บอกว่าแล้วจะไม่มีการเลือกตั้งด้วยนะครับ ถ้า กกต. ลาออก ผมก็ไม่ทราบ ผมก็ไม่แน่ใจ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะลาออก ถ้าลาออกปั๊บไม่มีการเลือกตั้ง ตรงนี้จริงไหมครับ นี่เป็นคําถามที่สําคัญนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนถามท่านนะครับ ว่าจริงเท็จอย่างไร
ประการที่ ๕ คําถามต่อมาก็มีคนถามเหมือนกันและถามกันทั่วไปด้วยว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ ยกตัวอย่างในจังหวัดกาญจนบุรีของผมเท่าเดิมนะครับ ไม่มีการ ลด ส.ส. ไม่มีการเพิ่ม ส.ส. เท่าเดิม คนก็ใกล้เคียงกันอย่างนี้ เขตเลือกตั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง จะเหมือนกับปี ๒๕๔๔ กับปี ๒๕๔๘ คือเขตละคนจริงไหมครับ อันนี้ก็อยากจะได้รับคําตอบ ด้วยนะครับ
ประการที่ ๖ การแก้ไขพรรคการเมือง มีมาตราหนึ่งซึ่งถือว่ามีความสําคัญ คือในมาตรา ๙๘ ไม่ได้เอามาแก้ไขคือการยุบพรรคครับ ท่านประธานก็ได้ฟัง สภาแห่งนี้ ก็ได้ฟัง การยุบพรรคนี้คนที่ถูกยุบพรรคจริง ๆ แล้วมันไม่ยุติธรรม ความไม่ยุติธรรมตรงนี้ กกต. ได้คิดอย่างไรหรือไม่ กรรมการบริหารเขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ไม่รู้เรื่อง บางคนไปทํา เกิดยุบพรรคขึ้นมา พอยุบพรรคขึ้นมาคนที่เดือดร้อนทั้งหมดเลยครับ ต้องลาออก ถูกเว้นวรรค ๕ ปี อย่างนี้ กกต. คิดแก้ไขไหม และที่สําคัญยิ่งกว่านั้นเวลายุบพรรคมีการแย่ง มีการซื้อ ท่านก็รู้ว่ามากรย้ายพรรคไปอยู่พรรคโน้นพรรคนี้สังกัดกันมั่วไปหมดเลย ตรงนี้ จะแก้ไขไหม ทําอย่างไรจะแก้ไขให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่รองรับได้เลย อย่างนี้ เป็นต้น แล้วก็มีว่าไม่ต้องย้ายพรรคอย่างนี้ได้ไหมครับ นี่คือคําถาม
ประการที่ ๗ ที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่ามีการพูดกันมากจ้างพรรคลงไม่ให้ รับสมัครเลือกตั้ง และที่ขัดขวางไม่ให้เขาเลือกตั้งตรงนี้จะแก้ไขอย่างไร ท่านประธานครับ ในมาตราอีกมาตราหนึ่งคือมาตรา ๒๕ แก้ไขมาตรา ๘๘ ที่ว่าเวลารับสมัครเลือกตั้ง สมัครคนเดียวต้องได้ไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๒๐ อย่างนี้เป็นต้น ผมนี่ก็เผชิญมาแล้วร้อยละ ๒๐ คู่แข่งเข้าไปขัดขวางไม่ให้มีการมาลงคะแนน ไม่ให้มีการลงครับ วิ่งกันไม่ให้ลง อย่างนี้ สิทธิตรงนี้ของพี่น้องประชาชนถูกขัดขวาง ทาง กกต. จะรับทราบรับรู้และทาง กกต. จะมีมาตรการอย่างไรหรือไม่ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้พี่น้องบริสุทธิ์ยุติธรรม เรื่องนี้ ผมก็เลยอยกาจะกราบเรียนว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ผมฟังทั้งหลายทั้งปวงที่ท่านสมาชิก ได้พูดมานี้ ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการหาเสียงแล้ว ท่านประธานครับ เป็นเรื่องของการ หาเสียงพูดกันไป แต่ผมก็แปลกใจอยู่อย่างหนึ่งว่าตามโพลออกมาทั่ว ๆ ไปนี้ ท่าน กกต. ครับ เขาบอกว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เยอะแยะ ผมก็ดีใจนะครับ ผมอยู่พรรคเพื่อไทยก็ดีใจ เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นเมื่อดีใจแล้วการเลือกตั้งครั้งหน้านี้อย่างไรท่านประธานครับ ท่าน กกต. ครับ ดูความเป็นธรรมแล้วอย่าให้มีการขัดขวาง ปล่อยให้ธรรมชาติไป ประชาชน เขารักใครชอบใครก็ให้เขาเลือกกันไป อย่างนี้ไม่ว่า ไม่เป็นไรครับ เลือกกันไป เราก็ยอมรับกันได้ แต่ว่าการขัดขวางพี่น้องประชาชนนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ตรงนี้ไม่ถูก ทาง กกต. ต้องดูแลด้วย ปล่อยให้เป็นธรรมชาตินะครับ ถ้าพี่น้องประชาชนเขารักใคร ถ้าเขารักพรรคเพื่อไทย ให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเดี่ยวไปก็ไม่เป็นนี่ครับ บริหารประเทศชาตินี้ประเทศชาติก็เจริญ นี่ครับอย่างนี้เป็นต้น ที่บริหารมาแล้วไม่เจริญเขาก็ต้องเปลี่ยนแปลง นี่เป็นธรรมชาติ ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ครับ ก็ขอบคุณ ผมดีใจที่ กกต. มา เห็นหน้าทุกคนแล้วก็ดีใจครับ ก็ขอให้ท่านอย่าเพิ่งลาออกนะครับ ต้องให้เลือกตั้งก่อนครับ ขอบคุณครับ
คุณไตรรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผม ขอเวลาไม่นานครับ ขอสัก ๓ นาที เพราะว่าจะมากล่าวขอบคุณท่าน
ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎร ไม่ควรจะมาพูดเล่นหรือล้อเล่นนะครับ ผมคิดว่าท่านไม่ได้เป็น ส.ส. จังหวัดบึงกาฬ นะครับ ส.ส. จังหวัดบึงกาฬ ยังไม่ได้มีการเลือกตั้งครับ
ตอนนี้เขาประกาศจังหวัด บึงกาฬ แล้วเขาอยู่ในเขตนั้นเขาก็พูด สิทธิของเขาครับ เชิญต่อครับ
ขอบคุณท่านที่ประท้วง ผมกําลัง จะชี้แจงนะครับ ในฐานะเป็นคนจังหวัดบึงกาฬ บ้านผมไม่ได้อยู่ในจังหวัดบึงกาฬต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกวุฒิสภา
เอากฎหมาย ๓ ฉบับนี้ครับ
ครับ ขอบคุณก่อนนะครับ เนื่องจาก พระราชกฤษฎีกาประกาศเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ซึ่งมาตรา ๒ นั้นได้ให้มีผลตั้งแต่วันถัดไป จากวันประกาศราชกิจจานุเบกษา ก็คือวันนี้เป็นวันแรกของจังหวัดบึงกาฬนะครับ ก็ต้อง ขอขอบคุณด้วยความจริงใจนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่อง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับ ผมเห็นด้วยทั้ง ๓ ฉบับ แต่มี ข้อเสนอแนะข้อเป็นห่วงใยในเรื่องเดียวนะครับ เพราะหลายท่านได้เสนอไปแล้ว เพราะเดี๋ยว ประเด็นจะซ้ํากับท่านอื่น ผมขออยากให้ กกต. ได้ทราบถึง มีข้อสงสัยว่าในการเลือกตั้ง ล่วงหน้าทุกครั้งทําไมมีรถหกล้อ รถปิกอัพ มีประชาชนเหมารถไปลงเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งมัน เป็นเรื่องจริงไหม ซึ่งความเป็นจริงแล้วเขาอยู่ห่างประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ๓๐ กิโลเมตร เขาจะรวมตัวกันเหมารถหกล้อ รถปิกอัพไปเลือกตั้งล่วงหน้าผมว่ามันไม่ใช่ ขอฝากท่าน กกต. ให้ไปดูแลในส่วนนี้ด้วย ผมก็คงมีเท่านี้ เพราะว่ามันจะซ้ําประเด็นกับท่านอื่น ฝากเรื่องเดียว ขอบคุณครับ
ต่อไป ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะแสดงความชื่นชมกับการทํางานของ กกต. ในระยะที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความคิดที่เอาลูกเสือมาช่วยงานของ กกต. ก็เป็น ที่รู้กันว่ากระบวนการลูกเสือซึ่งกําเนิดขึ้นมาเมื่อเกือบ ๑๐๐ ปี กล่าวคือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ ๖ แห่งพระมหาจักรี บรมราชวงศ์ได้ทรงสถาปนาลูกเสือขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ จากนี้ไปก็เหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือนก็จะครบรอบ ๑๐๐ ปี ก็เป็นที่รู้กันอีกเช่นกันว่า กระบวนการลูกเสือนั้นเป็นการฝึกเด็กและเยาวชนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คําปฏิญาณของลูกเสือที่บอกว่าข้อ ๑ ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อ ๒ ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ตรงข้อ ๒ นี้ท่านประธานครับ มันเป็นการปลูกฝังจิตวิญญาณให้ เด็กและเยาวชนเป็นคนเสียสละ ท่านประธานได้เห็นเหตุการณ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น ขณะที่เขา กําลังทุกข์ยากอย่างนั้น มีของไปแจก มีของไปช่วยเหลือ เขาก็เข้าแถวเป็นคิวไปรับอย่างเป็น ระเบียบไม่มีการแย่งกัน ถัดมาไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ท่านประธานคงได้ดูข่าวภาคเช้า รถบรรทุก ปลาคว่ําที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ เจ้าของปลานี่นั่งทําตาปริบ ๆ เลยครับ ชาวบ้านมาแย่ง กันเอาปลา นี่มันต่างกันโดยสิ้นเชิง ขณะที่เขาเกิดแผ่นดินไหว เกิดสึนามิ แต่เขายังมีระเบียบ มีวินัยไม่เห็นแก่ได้ กระบวนการลูกเสือนี่ละครับที่จะทําให้เด็กและเยาวชนซึ่งเติบโต เป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว เพราะคําปฏิญาณที่ว่าข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ หัวใจ มันอยู่ตรงที่ว่ารู้จักเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัวเอง เพราะในการที่ กกต ได้นํากระบวนการลูกเสือ เข้ามาเสริมการทํางานขอได้รับความชื่นชมจากผม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงไม่ต้อง บอกว่าผมจะรับหลักการพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ที่ กตต. เสนอ เข้ามา รวมทั้งของเพื่อนสมาชิกเสนอเข้าด้วย เพราะผมเชื่อแน่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนคงจะต้องรับหลักการแน่ เพราะต่างก็ต้องการที่จะเข้าไปสู่การเลือกตั้งที่จะตามมา อีกไม่เกินหลังจากยุบสภาใน ๔๕ วันข้างหน้า ท่านประธานครับ วันนี้ที่ผมยืนพูดนี้ ผมมีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน แต่เชื่อว่าไม่เกินอีก ๔๕ วัน ความเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมก็หมดไป เช่นเดียวกับของท่านประธาน และแน่นอนถ้าวันนี้ ไม่พูดนะครับ อีก ๔๕ วันต่อจากนี้ไม่มีโอกาสพูดแล้ว เพราะเลือกตั้งคราวหน้าผมอาจจะ ต้องไปนั่งแทนท่านประธานข้างบนนั้นก็ไม่มีโอกาสได้มาพูดตรงนี้ หรือหากขึ้นไป เป็นรัฐมนตรีผมก็ไม่มีโอกาสพูด ดังนั้นขอพูดสักนิดหนึ่ง ฝาก กกต. ดูแลในการรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ รูปถ่ายต้องกวดขัน รูปถ่ายต้องเอาจริงเอาจังหน่อย บางคนผมสังเกตนะครับท่านประธาน เห็นเขาเอารูป เมื่อ ๓๐ ปี ๔๐ ปีที่แล้วมายื่นสมัคร อันนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อว่าตัวกูนี่ยังไม่แก่ บางคน เอารูปตอนที่รับปริญญาใส่เสื้อครุยมา ซึ่งมันผ่านไปตั้งแต่ ๔๐ ปีแล้ว และที่สําคัญ ท่านประธานครับ เครื่องแบบที่ผมแต่ง ๆ เขาเรียกว่าเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา วันนี้ ผมมีสิทธิแต่ง แต่ของผมนี่พิเศษ เพราะในกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภาเขียนไว้ว่า ผู้ที่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบคือผู้ที่เป็นหรือเคยเป็น เพราะฉะนั้นต่อให้ยุบสภาผมก็ยังมีสิทธิแต่ง เครื่องแบบอยู่ ตรงนี้สมมุติว่าผมใช้รูปนี้สมัครผู้แทนราษฎร ผมทําได้ แต่คนบางคนไม่มีสิทธิ แต่งเครื่องแบบ ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นชัด ๆ เลย พวกผู้พิพากษาสมทบ มีเครื่องแบบครับ ทั้งเครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบเต็มยศ เครื่องแบบสีกากีคอพับ แต่เมื่อ เขาจะสมัครผู้แทนราษฎรเขาจะต้องลาออกจากผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งตําแหน่งนี้เป็นตําแหน่ง ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเขายังมีสิทธิที่จะเอารูปที่เขาแต่งเครื่องแบบ ผู้พิพากษาสมทบมายื่นสมัครอีกหรือไม่ เพราะตรงนั้นมันมีส่วนได้เสียในการที่จะสร้าง ความน่าเชื่อถือให้กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติ การเลือกตั้ง มาตรา ๕๓ (๕) บัญญัติไว้ หลอกลวง บังคับขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้าย ด้วยความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด อย่างผู้สมัครบางคนเอารูปหัวหน้าพรรคที่ติดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไม่ถูกต้องไปลงประกอบ เพื่อเป็นการจูงใจ เพื่อการไปสร้างคะแนนนิยม อันนี้ กกต. ก็ต้องกวดขัน ต้องดู แล้วจับ ดําเนินคดีให้เป็นตัวอย่าง เพราะมาตรา ๕๓ ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนมันต้องมีโทษจําคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี กกต. ต้องเอาใจใส่ ผมฝากเรื่องรูปนี่สําคัญนะครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่งบางคนเอารูป เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว แน่นอนสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลงเข้าใจผิดว่าผู้สมัคร คนนั้น ๆ ยังมีกําลังวังชา ยังหนุ่มยังแน่น ยังแข็งแรง ตรงนี้ผิดกฎหมายครับ ก็ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ
คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน เรื่องร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับที่จะทําขึ้นมาใช้ในเรื่องของการเลือกตั้ง ผมเห็นด้วยครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่นักการเมืองทุกคนเองประสงค์อยากจะให้มีการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ผมคงมีเรื่องที่จะฝากในฐานะที่เคยดูในเรื่องของการเลือกตั้ง แล้วก็เพิ่งจะผ่านพ้นการเลือกตั้ง ซ่อม ๒ ครั้งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมเองเกรงว่าถ้าได้นําเสนอตรงนี้เพื่อประโยชน์ของ สมาชิกที่จะลงสมัครเลือกตั้ง ผู้ที่สนใจจะเป็นประโยชน์ครับ
เรื่องแรกในเรื่องของป้าย ต้องยอมรับว่าการติดตั้งป้ายหรือสัดส่วนของการ กําหนดพื้นที่การตั้งป้าย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ที่ติดตั้งค่อนข้างจํากัด น้อยกว่าในเขตของต่างจังหวัด ดังนั้นการกําหนดบริเวณติดตั้งป้ายก็จะถูกร้องเรียน แล้วจํานวนป้ายที่ไปติดตั้งบางครั้งผมอยากจะให้ดูว่าถ้าป้ายจํานวนแผ่นใหญ่ ๆ ที่ท่าน บอกว่าไซส์ (Size) ขนาดนี้มันใหญ่เกินกว่ากําหนด ถ้าพิจารณาใหม่ว่ากําหนดแผ่นใหญ่ เพิ่มขึ้นแล้วก็มีคัทเอาท์ การติดตั้งในการหาเสียงมันก็จะประหยัดแผ่นเล็ก หรือจะหา ในจํานวนแผ่นที่ท่านบอกว่าไซส์ ๑๖ ซึ่งมีไซส์ขนาดเล็กลงไปที่จะติดตั้งไปตามซอย ของหมู่บ้านต่าง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะบางครั้งการดําเนินการในเรื่องของการเอาป้าย ซึ่งมีพื้นที่ในกรุงเทพมหานครน้อยอยู่แล้วไปวางหรือไปตั้งมันก็เกะกะกับพี่น้องประชาชน ครั้นจะติดบริเวณเสาไฟฟ้าหรือจุดต่าง ๆ ก็เกรงว่าจุดต่าง ๆ เหล่านั้นก็ไม่เหมาะสม ถ้าเป็นไปได้ผมว่าถ้า กกต. เอง อย่างพวกเราเองเรื่องการติดตั้งป้ายก็จะมีปัญหา เอาอย่างนี้ ไหมครับ ท่านเก็บเงินพวกเราไปแล้วไปดําเนินการผลิตป้ายให้ออกพร้อมกัน เพราะท่านส่ง จํานวนป้ายไปอยู่แล้ว ท่านส่งรายชื่อคนที่ลงสมัครแต่ละเขตไปอยู่แล้ว ถ้าท่านช่วยทํา ประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการติดตั้งป้ายนี่ เราก็เพียงแต่ใช้รถในการกระจายหาเสียง อย่างเดียว ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะมีกรณีการร้องเรียนเรื่องป้ายว่าติดตั้งเกิน ติดตั้งจุดต่าง ๆ ไม่เหมาะสมก็เลยเป็นกรณีการร้องเรียนกันหลายพื้นที่ หลายเขต ซึ่งอาจจะมีการหยิบยก ขึ้นมาพูดกัน ก็เลยมีประเด็นว่าถ้าได้ดําเนินการเองโดยทาง กกต. เองก็ไม่ได้เปรียบกัน ในแต่ละผู้สมัคร
อีกอันหนึ่งเรื่องการเก็บหีบบัตร ผมเคยเสนอกับท่าน กกต. ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ท่านประพันธ์ ว่าถ้าเป็นไปได้บัตรที่ท่านจะลงเลือกตั้งล่วงหน้าเอาไปไว้ ในเรือนจําได้หรือเปล่า ในห้องขังของสถานีตํารวจ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ต้องเอาคน ไปนอนเฝ้า แล้วก็ไม่มีปัญหาซึ่งกันและกัน เราก็ยังเชื่อถือครับว่าถ้าไว้ในห้องขังนี่ บัตรลงคะแนนล่วงหน้านะครับ แต่ถ้าไม่มีการลงคะแนนล่วงหน้ายิ่งดี เพราะว่ามันสื่อ ให้เห็นว่าคะแนนที่ออกมานี่ หลายครั้งในกรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ คะแนนลง ล่วงหน้ามีคะแนนซึ่งผิดปกติในแต่ละเขต พอไปดูคะแนนปกติมันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เหมือนกับการลงคะแนนในเรื่องการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมอยากจะมองว่า ถ้าจะปล่อยให้เขามีการเลือกตั้งล่วงหน้าก็ให้เอาหีบบัตรต่าง ๆ เหล่านี้เอาไปเก็บไว้ ในที่ปลอดภัยที่สุดก็คือในห้องขัง แล้วก็ให้แต่ละท่านที่เป็นพรรคการเมืองเอากุญแจมาคล้องไว้ มันก็จะได้เกิดประโยชน์
อีกอันหนึ่ง ทราบมาว่า กกต. ปีนี้ตั้งเงินงบประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในการป้องกันการทุจริต ผมมองว่าถ้ามีทีวีวงจรปิดไปตามหน่วยเลือกตั้งในการนับคะแนน หรือหาเช่าขององค์กรต่าง ๆ ที่เขาจะเข้ามาช่วยก็จะเป็นประโยชน์ จะได้ไม่มีการ ทะเลาะเบาะแว้งกันว่าการนับคะแนนจะได้เปิดดูว่าสงสัยอย่างไร ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการ สิ้นเปลืองเวลามานั่งถกเถียงกัน เพราะว่าถ้ามีการเปิดหีบเลือกตั้งมันต้องขออํานาจ ทั้งอํานาจในส่วนของ กกต. ใหญ่ บางทีเลยขึ้นไปถึงต้องใช้อํานาจศาลในการเปิดหีบบัตร แต่ถ้ามีทีวีวงจรปิดที่ติดตั้งไว้มันสามารถที่จะเรียกมาดูตรงนั้นได้ อีกส่วนหนึ่งเรื่องการหาเสียง ในสถานที่ราชการโดยเฉพาะโรงเรียนมักจะมีปัญหาครับ บางครั้งผมเองก็ไม่เข้าใจว่า กกต. อนุญาต แต่โรงเรียนบางโรงเรียนไม่อนุญาต เช่น ยืนพูดหาเสียงหน้าเสาธงแนะนําตัว ให้สื่อจากเด็กนักเรียนไปถึงผู้ปกครองหรือฝากสื่อต่าง ๆ บางครั้งก็ไม่ได้รับการอนุญาต มันก็เป็นเรื่องแปลกว่าโรงเรียนบางโรงเรียนอนุญาต บางโรงเรียนไม่อนุญาต ขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของผู้อํานวยการโรงเรียนแต่ละโรงเรียนที่เขาจะมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองเวลาหรือ เปล่าเห็นเขาบอกอย่างนั้นนะครับ แต่การเลือกตั้งนั้นสื่อให้เห็นว่าประเทศของเรานั้นเป็น ประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยและต้องส่งเสริมในโรงเรียนครับ ท่านประธาน ทราบไหมว่าบางครั้งมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่นักศึกษาตามมหาวิทยาลัย ไม่ทราบ รวมถึงหลายสถาบันที่เป็นนักศึกษา การเลือกตั้งประธานนักศึกษามีการเลือกตั้ง ต่ํามากครับ แค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันก่อนผมไปเป็นวิทยากร ผมก็ถามเขา เขาจะมีการเลือกตั้ง เขาบอกปีที่แล้วเลือกตั้งแค่ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่า นักศึกษาหรือคนที่ให้ความสําคัญสนใจเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งนี่ ขนาดของเขาเอง เขายังสนใจน้อยมากเลย และการเมืองใหญ่จะมีความสําคัญที่สูงสุดมันก็ต้องให้ความสําคัญ มากกว่านี้
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องโพล (Poll) ครับ โพลต่าง ๆ ผมคิดว่าถ้าเป็นโพลที่ทําโดย บริสุทธิ์ยุติธรรมก็น่าส่งเสริม แต่บางโพลบอกได้เลยครับว่าเป็นโพลที่เลือกข้าง ดังนั้น ทาง กกต. เองในการจัดทําโพลต่าง ๆ ผมว่าต้องตรวจเช็คครับ เพราะโพลมีส่วนหนึ่งที่จะไป ทําให้มีผลต่อการชี้นําของประชาชน เพราะฉะนั้นเรื่องตรงนี้ผมมองว่าหลายสํานักโพลเป็น โพลที่แบ่งข้าง เลือกข้าง แม้กระทั่งสื่อที่จะใช้ในเรื่องของการหาเสียงต่าง ๆ ในช่วงเลือกตั้ง หาเสียงก็ต้องดูว่าเป็นสื่อชนิดไหน อย่างไร บางสื่อบ่งบอกออกมาเลยว่าชอบพรรคนี้ แล้วออกมาชัดเจนมากครับ ก็อยากจะให้ทาง กกต. ทางคณะกรรมการเข้าไปช่วยดูให้เพิ่ม มากขึ้น
สุดท้ายผมยังเป็นห่วงวิตกเกี่ยวกับเรื่องบัตรเหลือง เพราะว่าวันนี้หลายเขต ที่ทยอยให้ประชาชนมาทําบัตรแก้ไขบัตรเหลืองแต่ปรากฏว่าไม่ทัน บางสํานักงานเขต เครื่องปริ้นเตอร์ (Printer) บัตรพัง เสีย ชํารุดอยู่ตลอด ไปเรียงคิว ไปต่อคิวกันก็เสียเวลา ก็เลยทําให้คนที่อยากจะได้บัตรจริงก็ไม่อยากจะไปเสียเวลามาก เพราะฉะนั้นทาง กกต. เอง ก็อาจจะต้องหารือทางกระทรวงมหาดไทยว่าจะมีการเร่งรัดอย่างไร เพราะตัวบัตรที่มีปัญหา มากที่สุดในการไปใช้สิทธิแล้วก็ไม่มีรูปติดหรือไม่มีหน้าตาที่ชัดเจนติดก็คือบัตรเหลือง ที่ผมคิดว่ามันจะมีการส่งผลถึงการเลือกตั้งที่ก่อให้เกิดความไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วก็มีเรื่อง ฝากในเรื่องของตํารวจ ก็ยังต้องฝากครับว่าตํารวจเองคงจะต้องกําชับครับในการสืบเสาะ ต่าง ๆ ถ้ามีการแจ้งเบาะแสผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นกําชับไปครับ ถ้าเขาแจ้งเข้ามากรุณาออกไปดู ไปตรวจสอบด้วย เพราะมันเป็นผลประโยชน์ในการป้องกัน การแก้ไขเรื่องทุจริต ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย วันนี้มองประชาธิปไตยของ ประเทศไทย กระผมด้วยความเคารพท่านคณะกรรมการ กกต. ทุกท่านนะครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ ที่มีรัฐธรรมนูญที่พยายามสร้างขึ้นมาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ของประเทศ และมีการสร้างระบบ กกต. ขึ้นมา จนทําให้ปี ๒๕๔๓ มีการเลือก ส.ว. และปี ๒๕๔๔ มีการเลือก ส.ส. ผมเองเป็น ส.ส. ปากน้ํา ถ้าไม่ใช่เพราะว่าระบบเปลี่ยนและมี กกต. เข้ามา กระผมคงไมได้เป็น ส.ส.ของจังหวัดสมุทรปราการ แล้ววันนี้ผมได้เป็น ส.ส. ทําหน้าที่เป็น ผู้แทนของประชาชนก็ได้ทําเรื่องใหญ่หลาย ๆ เรื่อง แต่วันนี้อย่างไรก็แล้วแต่ ด้วยหลักการ บริหารการจัดการเพื่อให้ประเทศของเราได้ก้าวเดินไปข้างหน้า กระผมก็ต้องยอมรับว่า การมี กกต. ดีกว่าไม่มี กกต. สมัยก่อนการเลือกตั้งก็คงใช้กระทรวงมหาดไทยทําหน้าที่เป็น ผู้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ค่อยได้ยินคําว่า เจ้าภาพ แต่เดี๋ยวนี้ระบบบริหารการจัดการใหม่ เราเข้าใจว่าจะทําอะไรก็แล้วแต่ควรต้องมีเจ้าภาพ แล้ววันนี้กระผมก็มองรัฐบาลมาตลอด ปัญหาบ้านเมืองมีเยอะแยะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ประเทศนี้จะก้าวเดินต่อไปได้ กระผมเข้าใจว่าความเป็นประชาธิปไตยน่าจะเป็นระบบที่เหมาะสมที่สุดสําหรับ ทุก ๆ ประเทศในสากลนี้แล้ว และกระผมอยากจะฝาก ๕ ประเด็นสําหรับท่าน กกต. ทุกท่าน
ประเด็นที่ ๑ ความเป็นเจ้าภาพ กระผมเข้าใจว่าวันนี้ทุก ๆ หน่วยราชการ ไม่ได้คิดเรื่องนี้แล้ว แล้วกระผมก็ไม่เข้าใจว่าทาง กกต. กลางท่านคิดถึงความเป็นเจ้าภาพ ของท่านหรือไม่ เพราะความเป็นเจ้าภาพถ้าท่านคิดถึง เจตนารมณ์ของการเป็น กกต. ของท่านนี่ ผมมองในมุมมองของประชาชนโดยทั่วไปที่รักประเทศนะครับ กระผมเข้าใจว่า ท่านต้องสร้างประชาธิปไตยให้ได้ วันนี้ถ้าบ้านเมืองพี่น้องประชาชนยังออกมาเรียกถามหาประชาธิปไตย ทําไมต้องเป็นประชาธิปไตยอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้ เข้าใจเรื่องประชาธิปไตยหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ที่กระทํา ใครจะเป็นผู้ที่สอน และควบคุม ให้ประชาธิปไตยนี้เดินไปได้ ให้ประเทศเดินไปได้ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะส่งผลดี สําหรับประเทศนี้มากกว่า กระผมขอฝากในประเด็นที่ขอให้ท่านทําหน้าที่เป็นเจ้าภาพ และสร้างประชาธิปไตยให้กับประเทศไทยเถอะครับ ถ้าประเทศเป็นประชาธิปไตย กระผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนคงคุยเรื่องประชาธิปไตยกัน เป็นเสน่ห์ เป็นความรู้ที่มากกว่า วิชาความรู้ที่เรียนจากสถาบันต่าง ๆ และอยู่กันคนละสาขาแล้วมาคุยกัน วันนี้ให้คุย เรื่องประชาธิปไตยกันเถอะครับ ให้คุยกันในสถานที่ศึกษา คุยกันในสถานที่ทํางาน คุยกัน ในทุก ๆ แห่งที่คุยกันได้ แต่ท่านต้องสอนว่าคุยอย่างไรถึงจะยอมรับกันได้ ไม่ต้องทะเลาะกัน นะครับ แล้วอย่าไปกําหนดว่าอย่าคุยเรื่องการเมืองบนโต๊ะอาหาร อย่าคุยเรื่องการเมือง ในครอบครัว อย่าคุยเรื่องการเมืองในห้องเรียน อย่าคุยเรื่องการเมืองในสถานที่ทํางาน เพราะจะทะเลาะกัน ท่านต้องหักล้างด่านนี้ให้ผ่าน ให้คุยกันเถอะครับ เป็นเสน่ห์ครับ และช่วยกันดูแลประเทศของเรา
ประเด็นที่ ๒ การสร้างความน่าเชื่อถือ กระผมเข้าใจว่านี่ก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่ง ที่เป็นภาพพจน์ ภาพลักษณ์ของ กกต. โดยตรง ความน่าเชื่อถือนี้ผมว่ามันเป็นเกียรติยศ นะครับ วันนี้จะร่ํารวยแค่ไหน สําหรับคนจนแล้วเราก็มีเกียรติยศของคนจน คนจนก็ไม่ไป ค้ายาบ้า คนจนก็พยายามไม่ไปขโมย ไม่ไปขี้โกงคน ก็เพราะถึงแม้จนก็ไม่ทํา ก็เพราะว่า มันมีศักดิ์ศรีของความเป็นคน มันมีความคิด มันมีหิริโอตตัปปะในตัวเอง วันนี้ความเป็น กกต. การสร้างความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสําคัญที่ต้องทําให้มีความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง ที่จะทําให้ทุกฝ่ายยอมรับกัน แล้วท่านต้องคัดจริง ๆ คัดให้คนดีขึ้นไปมีอํานาจ ขึ้นมาเป็น ตัวแทนของประชาชนจะได้ก้าวเดินผ่านไป ไม่ใช่ยังมาทะเลาะกันในเรื่องทางการเมืองอีก ต้องมองผลประโยชน์ของประเทศไปข้างหน้า
ประเด็นที่ ๓ อยากจะฝากนะครับ ทุกครั้งของการเรื่องตั้งกระผมก็ไม่ค่อย จะเห็นว่า กกต. เขต กับ กกต. จังหวัดได้ทําประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการเลือกตั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันน่าจะไปอยู่ในข้อที่ ๑ ที่จะต้องสร้างความเป็นเจ้าภาพ จะต้องสร้างประชาธิปไตย อยู่ตลอดเวลา ยิ่งโดยเฉพาะในขณะที่จะมีการเลือกตั้งนี้กระผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชน น่าจะต้องให้ความสนใจมาก ถ้าประชาชนให้ความสนใจมาก กระบวนการของประชาธิปไตย มีครับ สิทธิเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนไปใช้ การหวงสิทธิการหวงเสียงของตัวเอง การซื้อขายแลกเปลี่ยนเสียงด้วยเงินตรานี้ก็คงจะไม่มีฆ เพราะฉะนั้นการประชาสัมพันธ์ ในเรื่องของประชาธิปไตยในขณะที่จะมีการเลือกตั้งนี้กระผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นจุดที่จะทําให้ สร้างความแข็งแกร่งของระบอบประชาธิปไตยของเราได้ ปีแล้วปีเล่าสะสมไปเรื่อย ๆ ครับ และเชื่อมั่นว่าวิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง
ประเด็นที่ ๔ ในขณะที่เลือกตั้งนี้มีการจัดหน่วยเลือกตั้ง กระผมก็เห็นมีการ โยกหน่วยเลือกตั้ง อยู่หัวซอยไปเลือกท้ายซอย อยู่ท้ายซอยไปเลือกเขตโน้นไปเลือกเขตนี้ ไม่ทราบทําไปทําไมครับ ท่านเป็น กกต. กลาง ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านสั่ง กกต. จังหวัด กกต. เขต อย่าให้ทําอย่างนั้นนะครับ อย่าให้ทําแล้วประชาชนรู้สึกว่า เอ๊ะ ทําไมต้องย้าย หน่วยเลือกตั้ง ฉันอยู่ที่นี่ไปเลือกอีกจุดหนึ่งซึ่งข้ามเขตข้ามหน่วยไปเลย อย่างนี้อย่าให้มี นะครับ ที่ไหน บริเวณไหนที่ประชาชนเขาไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ง่ายจัดให้เถอะครับ แล้วก็ ทําให้มีการยอมรับกันให้ได้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะทําให้ประสิทธิภาพของการเลือกตั้ง และการควบคุม และการโหวตเสียงจะดีขึ้น
ประเด็นที่ ๕ ประเด็นสุดท้าย อันนี้ผมฝากมากเลยนะครับ เพราะว่า ในระบอบประชาธิปไตยนี้เขาบอกว่าอยากได้อํานาจให้มาถามประชาชน ประชาชนเป็น เจ้าของอํานาจนี้ ให้โดยประชาชน และเมื่อได้อํานาจไปแล้วช่วยไปทําเพื่อประชาชนหน่อย เพราะอํานาจของประชาชนนี้ถ้าประชาชนมาใช้สิทธิใช้เสียงในการโหวตเสียงน้อย ก็หมายความว่ามุมมองความคิดเห็นนะครับ พลังร่วมซินเนอร์จี (Synergy) ของประชาชน การมีส่วนร่วมในการดูแลประเทศของเรา การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมของเรานี่ ประชาชนยังไม่เข้าใจ ประชาชนไม่เข้าใจก็มีปัญหามาก เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ ความสามารถของหน่วยงานของท่าน กกต. กลางที่ท่านจะต้องดูแล กกต. จังหวัด กกต. เขตทั่วประเทศ ผมอยากจะฝากในเรื่องของประสิทธิภาพขององค์กร ของ กกต. ของท่าน ซึ่งผมด้วยความเคารพนะครับ ผมอยากให้มี กกต. ต่อไปตลอด และอยากให้เห็นว่า กกต. เป็นกลางจริง ๆ บริสุทธิ์ยุติธรรม ที่ไหนมีซื้อเสียง ที่ไหนมีขายเสียง ที่ไหนมีความไม่ชอบมาพากลของการแข่งการเลือกตั้งกันจับให้ได้ และสุดท้ายครับ ทําอย่างไรจะให้พี่น้องประชาชนไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านอดีตรัฐมนตรี วิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านก็บอกว่าแล้วว่าขนาดเลือกตั้งในสถานศึกษาก็ยังไปใช้สิทธิกันน้อย ผมเข้าใจว่าวันนี้ถ้าตัวเลขนี้จะผิดจะถูกไม่ทราบนะครับ แต่ผมคิดว่าควรจะทําในเชิงวิชาการ ออกมา ในเชิงการสํารวจ การวิเคราะห์วิจัย โดยตัวผมเองผมดูว่าท่านไม่ต้องทําให้คน มาเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กระผมเข้าใจว่าถ้ามีพี่น้องประชาชนมาเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น ท้องถิ่น อบต. เทศบาล หรือ อบจ. หรือว่าการเลือกตั้งระดับประเทศ ถ้ามีผู้มาใช้สิทธิ การเลือกตั้งมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์พอนะครับ จาก ๑๐๐ คน ผมเชื่อว่าจะคัดได้คนดี และผมไม่เชื่อว่าคนที่ซื้อเสียงจะซื้อได้ ขอ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าท่านสามารถทําให้แต่ละเขต แต่ละหน่วยการเลือกตั้งได้มีผู้คนมาใช้สิทธิการเลือกตั้ง เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปผมถือว่าท่านสอบผ่านนะครับ แต่ว่าต่ํากว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่า เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดีนะครับ กรุงเทพมหานครก็ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์บ่อย ๆ ก็ไม่เข้าใจ ผมเข้าใจว่ากรุงเทพมหานครเมืองหลวงของเรานี่ คนกรุงเทพมหานครน่าจะไป ใช้สิทธิใช้เสียงมากกว่านี้ ผมขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ อีกสัก ๓๐ วินาที ถ้าต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มาใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้งต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี่ผมอยากให้ท่านถือว่าเป็น การสอบตกนะครับ ถ้ามีการเลือก อบต. เทศบาล อบจ. หรือเลือก ส.ส. ในแต่ละเขต เขตไหนต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ท่านต้องพิจารณานะครับ ผมขอฝากด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ การอภิปราย ก็สิ้นสุดลงแล้ว แต่ต่อไปก็ทางผู้เสนอจะเป็นคนสรุปและชี้แจง เชิญท่านประธานครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มาชี้แจง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับในวันนี้ สําหรับกฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอมานี้เราเสนอตามที่มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ๑) นะครับ โดยจะแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวกับ ส.ส. แบบสัดส่วน เปลี่ยนเป็นบัญชีรายชื่อ จากการเลือกตั้งแบบเขตเดียว ๓ เบอร์ เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว กับจํานวน ส.ส. จากเดิม ส.ส. เขต ๔๐๐ คน ระบบสัดส่วน ๘๐ คน รวม ๔๘๐ คน เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต ๓๗๕ คน และก็ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน ฉะนั้นในหลักการที่เสนอกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับก็จะอยู่ในหลักการนี้ ที่ทางท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายในหลายเรื่อง รวมทั้งในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการอภิปราย ในส่วนอื่น ซึ่งนอกเหนือจากที่มีการแก้ไขในรัฐธรรมนูญในฉบับที่ ๑ เราก็เลยไม่ได้เสนอเข้ามา อย่างไรก็ตามกระผมใคร่ขอขอบพระคุณทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ทุกพรรค ที่ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนี้ในการเลื่อนมา พิจารณาในสภาในวันนี้ ซึ่งผมถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทํางานของผู้แทนราษฎรว่า กฎหมายฉบับใดเป็นประโยชน์ก็ร่วมกันพิจารณาด้วยดี อันนี้เป็นสิ่งที่น่าชมเชย และต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้ข้อเสนอแนะเป็นจํานวนมากซึ่งเป็น ประโยชน์ ในบางเรื่องทางคณะกรรมการการเลือกตั้งก็คงจะไปพิจารณา ทบทวน ปรับปรุง แก้ไขตามที่ท่านเสนอ ในส่วนที่ท่านได้สอบถามว่ากระผมใคร่ขอสรุป เนื่องจากว่ามีท่านเสนอ มาเป็นจํานวนมาก ผมใคร่ขอสรุปที่ท่านอภิปรายกันมานี้
ในเรื่องแรกคงเป็นเรื่องการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ในเรื่องการลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้านี่กระผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่ใช่คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ ที่เป็นคนดําเนินการเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ได้มีการดําเนินการมาแล้ว ตั้งแต่มีการใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีการเลือกตั้ง ส.ว. ส.ส. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ แล้ว ก็ได้มี การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าจํานวน ๒ วัน อันนี้กําหนดมาแต่เดิม ไม่ใช่ว่า กกต. ชุดนี้ เป็นคนกําหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ๒ วันนะครับ และที่มีท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายว่าความจริงในรัฐธรรมนูญนี้ให้กําหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเดียว ทั่วราชอาณาจักร อันนี้เป็นความจริงครับ แต่ว่าในการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ในมาตรา ๙๕ ความจริงแล้วไม่ใช่เป็นการเป็นวันเลือกตั้งนะครับ ในมาตรา ๙๕ จริง ๆ เขาใช้คําว่า การลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง วันเลือกตั้งจริงคือเป็นวันที่มี พระราชกฤษฎีกาออกมา แต่เนื่องจากเป็นภาษาพูดว่าเป็นการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ก็เลยเข้าใจว่าเป็นการลงคะแนนเหมือนกับเป็นวันเลือกตั้งอีกวันหนึ่งเพิ่มขึ้นมา กลายเป็น ๓ วันอย่างที่ท่านได้มีการอภิปรายนะครับ ในกฎหมายเองก็จะบัญญัติไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า เป็นการลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง และคะแนนที่ลงในวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า อย่างที่ท่านเรียกสั้น ๆ ไม่ได้มีการนับคะแนนในวันนั้น แต่ว่านับคะแนนในวันที่มี การลงคะแนนเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกา แล้วจริง ๆ ในทางสากลแล้วการลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้า เรียกว่าเกือบทุกประเทศก็มี ที่เขาเรียกว่า เออร์ลี โหวตติง (Early Voting) อันนี้เป็นการอํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน บางประเทศเปิดลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า หลายวันมากกว่าเรา เปิดลงคะแนนจนถึง ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่มก็มีหลายประเทศ ถ้าท่านติดตาม ในโทรทัศน์ก็มี หรือยกตัวอย่างง่าย ๆ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น อันนี้ไม่มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ปรากฏว่ามีคนสอบถามเหมือนกัน เอ๊ะ ทําไมไม่ให้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นได้มีลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า เคยมีการ เลือกตั้งบางแห่ง ปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งนั้นนี่เป็นหน่วยทหาร ปรากฏว่าเขาออกพื้นที่หมดเลย อย่างนี้เขาไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ อันนี้ก็เป็นปัญหา ส่วนท่านจะเห็นว่า ควรจะงดวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นกี่วัน อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ รัฐสภา ซึ่งในทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเองไม่ได้มีความขัดข้องเลย แล้วหลายท่าน ได้ยกตัวอย่างการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าที่บอกว่ามีการขนคนมาเป็นจํานวนมากและมี หลายจังหวัด และมีการยกตัวอย่างกันมาที่จังหวัดสกลนคร กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ที่มีปัญหาขึ้นมาเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าก็คงจะมีเพียงจังหวัดเดียว คือที่จังหวัดสกลนคร หลังจากนั้นมีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในหลายจังหวัด ในจังหวัด ศรีสะเกษก็ดี ในจังหวัดอื่น ๆ ก็ดี รวมกระทั่งที่มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่ผ่านมาหลายครั้ง ก็ไม่มีอะไรผิดปกตินะครับการลงคะแนนล่วงหน้าที่ผ่านมา ก็มีที่เดียวคือที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งกระผมก็ขอกราบเรียนว่าในการพิจารณาเกี่ยวกับผู้สมัครที่จังหวัดสกลนครนี่ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้มีมติให้ใบแดงผู้ที่ถูกกล่าวหาไปแล้ว ตอนนี้คดีก็อยู่ในระหว่าง การพิจารณาของศาลฎีกา ฉะนั้นทุกอย่างถ้าหากว่ามีการกระทําผิดกฎหมายนี่คณะกรรมการ การเลือกตั้งเราดําเนินการอยู่แล้ว รวมทั้งที่กรณีของจังหวัดสกลนครนะครับ ส่วนที่อื่นถ้ามี ปัญหาอย่างไรเราก็ยินดีที่จะตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด
ในส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องการเก็บหีบบัตรเลือกตั้งลงคะแนนล่วงหน้า หลายท่านก็ได้เสนอแนะที่เป็นประโยชน์ อย่างเช่นบอกว่าน่าจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งตามที่ ต่าง ๆ อันนี้ก็ได้มีการหารือเหมือนกันกับทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแล้วว่าในที่เก็บหีบบัตร เลือกตั้งของการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านี้เราจะติดกล้องวงจรปิดจะต้องใช้งบประมาณ เท่าไร ทั้งหมดนี้ ๓๗๕ เขตที่จะมีการเลือกตั้งกันคราวนี้ ถ้าจะติดทุกเขตก็ต้องใช้งบประมาณ ก็คงจะต้องไปพิจารณาดู แต่อย่างไรก็ตามเราไม่ได้ขัดข้องถ้าหากว่าพรรคการเมือง หรือผู้สมัครจะไปติดตั้งกล้องวงจรปิด และที่ผ่านมาท่านก็คงจะเห็นว่าเราจะพยายามเก็บ หีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในที่เปิดเผยที่ประชาชนสามารถไปตรวจสอบได้ อย่างเช่น ถ้าเป็นที่กรุงเทพมหานคร ทางสํานักงานเขตเขาจะตั้งอยู่ที่ชั้นล่างซึ่งสามารถที่จะตรวจสอบได้ มีกล้องวงจรปิดของพรรคการเมืองต่าง ๆ ไปติดอยู่ ก็คิดว่าในส่วนของการเก็บ หีบบัตรเลือกตั้งก็ได้มีการดําเนินการที่ค่อนข้างจะรัดกุม การที่จะเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้ง ผมยังนึกดูว่ามันจะทําได้อย่างไร เวลาท่านเสนอข้อเท็จจริงผมยังนึกดูว่าเป็นเรื่องอะไร เพราะว่าทุกขั้นตอนจะมีกรรมการควบคุมกํากับตลอด แล้วสถานที่ที่ไปฝาก หีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าส่วนมากก็จะเป็นสถานีตํารวจ ส่วนราชการ ที่เขาเปิดเผยอยู่แล้ว
อีกส่วนหนึ่งที่ท่านพูดถึงเรื่องการทุจริตเลือกตั้งอะไรต่าง ๆ อย่างเช่น ข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง แล้วบางท่านก็เสนอแนะว่าน่าจะให้คณะรัฐมนตรีได้ออกมติ คณะรัฐมนตรีว่าให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง ก็อยากจะกราบเรียนว่าขณะนี้ก็มี มติคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว แล้วก็ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีอยู่เดิม แล้วยังไม่ได้มีการยกเลิก ซึ่งได้กําหนดไว้แล้วว่าข้าราชการจะต้องวางตัว เป็นกลาง ไม่ทําตัวให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร มติคณะรัฐมนตรีนี้ถือว่า เป็นคําสั่งทางบริหารสูงสุด ถ้าหากว่าการฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรีมีโทษทางวินัย ผิดวินัย ร้ายแรงซึ่งมีโทษถึงขั้นไล่ออก ก็คิดว่าในส่วนนี้ก็ได้มีการดําเนินการ แล้วก็ได้มีการกําชับ ที่จะมีการเลือกตั้งทุกครั้งว่าจะให้ข้าราชการทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือน ทหาร ตํารวจที่เกี่ยวข้องวางตัวเป็นกลาง
ส่วนเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งอื่น ๆ ที่มีท่านได้อภิปรายมานี้เราก็รับฟัง ข้อเสนอแนะของท่านนะครับ และในส่วนของการปฏิบัติงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสมัยของ คณะกรรมการการเลือกชุดนี้เราพยายามป้องกันแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง ที่ท่านเป็นห่วงนะครับ ยกตัวอย่างเช่นกรรมการประจําหน่วยต่าง ๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย แต่เดิมเคยมอบให้ทางผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตหรือถ้าเป็นท้องถิ่น ก็มอบให้ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มอบให้ผู้อํานวยการ การเลือกตั้งประจําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งกรรมการประจําหน่วย จ้างเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัยหมด เราก็พยายามที่จะมาดูในส่วนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้เจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยคือตํารวจ เราจะไม่ให้ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเสนอชื่อเองทั้งหมด คือเราต้องการ จะให้มี ๒ กลุ่มที่มาเช็ค บาลานซ์ (Check balance) กันในหน่วยเลือกตั้งระหว่างกรรมการ ประจําหน่วย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้ง ๒ ฝ่ายนี้พูดง่าย ๆ เขาไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกัน ในยุคปัจจุบันนี้ ถ้ามีการทําอะไรที่ไม่ถูกไม่ต้องสามารถตรวจสอบแล้วพบได้ทันที
ในส่วนของกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้งเราก็พยายามที่จะให้มีการบรรจุ นักศึกษา ซึ่งเราถือว่าเป็นผ้าขาวมาเป็นกรรมการประจําหน่วย เพื่อให้มาช่วยดูแลด้วย เพราะว่านักศึกษาซึ่งเขาจบมานี้ พูด ๆ ง่ายเขาไม่มีส่วนได้เสีย ถ้าเขาเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้อง เขาจะทักท้วง อันนี้ก็เป็นการถ่วงดุลในลักษณะหนึ่ง รวมทั้งที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติอภิปราย เรื่องลูกเสืออาสา กกต. ก็เช่นเดียวกัน คือเราต้องการให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง มาช่วยเหลือในการเลือกตั้งด้วย แล้วจากเรื่องที่มีการร้องคัดค้าน ก็มีเรื่องร้องคัดค้าน บางเรื่องที่ลูกเสืออาสา กกต. ที่เขาแจ้ง กกต. จังหวัดว่ามีการกระทําอะไรที่ไม่ถูกต้อง อันนั้น เราก็ไปตรวจสอบนะครับ
อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง เรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงคงต้อง เป็นที่ยอมรับว่าเป็นมะเร็งร้ายของระบบการเลือกตั้ง เป็นการทําลายระบอบประชาธิปไตย คณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็พยายามแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็พยายามจะหาทางแก้ไขปัญหา อย่างที่ท่าน ก็ได้อภิปรายไปแล้วในมาตรา ๒๓๗ เรื่องการยุบพรรค ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เขาต้องการให้พรรคการเมืองมาช่วยดูแลในการส่งคนลงสมัครด้วย ถ้าเห็นการกระทําอะไร ที่ไม่ถูกต้อง ทุจริตในการเลือกตั้งก็ให้พรรคการเมืองช่วยกํากับดูแลด้วย อันนั้นก็เป็น เจตนารมณ์ที่เขาบัญญัติขึ้นมา
อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องการให้ความรู้กับประชาชนนในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในส่วนนี้ กกต. ก็พยายามทําอยู่นะครับ ที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติบางท่านได้อภิปรายว่าได้ทําไหมในส่วนของการให้ความรู้ประชาชน เราก็ พยายามดําเนินการในส่วนนี้อยู่ ในปัจจุบันนี้เราก็ได้มีการอบรมเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน เตรียมการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ กกต. ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การสืบสวนสอบสวน พูดง่าย ๆ การจับการกระทําผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง การซื้อสิทธิ ขายเสียงให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ถ้าท่านติดตามข่าวหนังสือพิมพ์ก็จะเห็นว่าเราจะมีการ อบรมอยู่ แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้
มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านได้อภิปรายนะครับ ซึ่งผมขออนุญาตชี้แจง ในบางประเด็น อาจจะไม่สามารถชี้แจงได้หมดทุกท่าน เพราะว่ามีผู้เสนอมาเป็นจํานวนมาก มีท่านหนึ่งได้ให้ข้อสังเกตบอกว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งเสนอ ๓ ฉบับนี้มีการพิมพ์ผิด อยากจะเรียนว่าที่ท่านบอกว่ามีการพิมพ์ผิดเป็น เอกสารของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอ ซึ่งพิมพ์อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ในตัวร่างที่เราเสนอท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนี่ถูกต้อง จึงอยากจะกราบเรียนชี้แจง นะครับ มีอยู่ท่านหนึ่งที่ท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับร่างมาตรา ๓๕ กับร่างมาตรา ๙๖ ว่าที่มีการ แก้ไข และแก้ไขไม่หมด อยากจะกราบเรียนว่าในร่างที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอแก้ไข ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ในมาตรา ๓๕ เราไม่ได้ตัด เราแก้เฉพาะวรรคหนึ่ง คือท่าน อ่านแล้วท่านอาจจะบอกว่าทําไมเขียนไม่หมด ความจริงเราขอแก้เฉพาะวรรคเดียวคือวรรคหนึ่ง รวมทั้ง ในร่างมาตรา ๙๖ ด้วย เราแก้เฉพาะในวรรคหนึ่ง
อีกท่านหนึ่งได้สอบถามเกี่ยวกับร่างมาตรา ๓๓ เรื่องการประชุม พรรคการเมือง คือในการประชุมพรรคการเมือง ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ส.ว. ในมาตรา๕๐ มีการเขียนอยู่ว่าให้มีการประชุม พรรคการเมือง แต่ว่าอันนั้นเป็นบทบัญญัติซึ่งเขาบัญญัติเอาไว้เดิมซึ่งจะต้องใช้ทั่วไป แล้วก็ ได้มีการประชุมกับพรรคการเมืองกําหนดเรื่องค่าใช้จ่ายไปแล้ว แต่เหตุที่มีการเสนอ ร่างมาตรา ๓๓ เพิ่มเติมขึ้นมาให้มีการประชุมพรรคการเมืองก็เพื่อเจตนาจะใช้สําหรับ การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีครั้งนี้ เพราะว่าในการคิดค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง ในกฎหมาย เดิมคิดแบบสัดส่วน กับปัจจุบันนี้คิดเป็นแบบแบ่งเขตก็จะไม่เหมือนกัน ก็คงต้องเชิญ พรรคการเมืองมาประชุมหารืออีก ก็เลยมีการยกร่างในร่างมาตรา ๓๓ เพิ่มขึ้นมา
ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เกี่ยวกับ กรณีซึ่งท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้พูดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง คือในตัวผมเองหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งเองเราน้อมรับคําวิจารณ์อยู่แล้ว แต่ว่าที่ท่าน อภิปรายในการอภิปรายในที่ผ่านมาท่านบอกว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แล้วก็พูดในลักษณะ ที่ว่า กกต. จังหวัดให้ใบเหลืองใบแดง แต่ว่าส่วนกลางให้ใบขาว แล้วก็มีการวิ่งเต้นเหมือนกับ เสียเงินอะไรทั้งหลายแหล่ กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่าในการทํางานของคณะกรรมการ การเลือกตั้งนี้ ในการวินิจฉัยต่าง ๆ คณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลางไม่ได้ทําโดยพลการ สํานวนต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาจะมีอนุกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน ๕ ท่าน มาพิจารณาก่อนที่จะเสนอ กกต. ทั้งสิ้น ฉะนั้นในการพิจารณาของคณะกรรมการ การเลือกตั้งนี้เราพิจารณาจากพยานหลักฐาน จากข้อกฎหมายต่าง ๆ ไม่ได้มีการวิ่งเต้น เสียเงินเสียทองอย่างที่มีการพูดกัน จึงขออนุญาตได้ชี้แจงด้วย
และอีกท่านหนึ่งที่อภิปราย ซึ่งกระผมใคร่ขอทําความเข้าใจที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้พูดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องการทําลายฐานพรรคการเมือง พรรคหนึ่ง กระผมขอกราบเรียนว่าในการทํางานของคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ เราดูจากขอเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งสิ้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งไปทําลายพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น ท่านเอ่ยชื่อพรรคการเมืองมาด้วย แต่ความจริงแล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้มีความคิดในลักษณะนั้นเลย และถ้า ท่านย้อนกลับไปดูการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๐ เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จ อียู (EU) ก็ดี ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี ประเทศญี่ปุ่นก็ดี ประเทศออสเตรเลียก็ดี ประกาศยอมรับผล การเลือกตั้งว่าเป็นการเลือกที่ฟรี แอนด์ แฟร์ (Free and fair) ต่างประเทศยอมรับ ในประเทศเองถ้าผมจําไม่ผิด ท่านสมัคร สุนทรเวช หลังจากทราบผลการลงคะแนนเสร็จแล้ว ท่านขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมเข้าใจว่าท่านสามารถตรวจสอบดูได้ในข่าว หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ฉะนั้นขอกราบเรียนชี้แจงว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้มีเจตนาที่จะ ทําลายพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเลยทั้งสิ้น เราทํางานโดยยึดหลักกฎหมาย พยานหลักฐาน และด้วยความเป็นกลางครับ
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอีกท่านหนึ่งได้สอบถามเกี่ยวกับคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจําเขตว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตนี้ไม่ใช่เจ้าพนักงาน ซึ่งกระผมใคร่ขอกราบเรียนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขต ผู้อํานวยการ การเลือกตั้งประจําเขตมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. ๒๕๕๐ ฉะนั้นที่ท่านเป็นห่วงว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตไม่ใช่เป็น เจ้าพนักงาน มาทําอะไรแล้วก็เหมือนกับว่าไม่ต้องรับผิดชอบ อันนี้ไม่ใช่ครับ มีกฎหมาย บัญญัติกําหนดไว้ชัดเจนว่าให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขต ผู้อํานวยการ การเลือกตั้งประจําเขตเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
อีกท่านหนึ่งที่ได้มีการอภิปราย คือเรื่องการวินิจฉัยบัตรดี บัตรเสีย ซึ่งท่าน ได้ให้ข้อสังเกตว่าบางทีการทําเครื่องหมายกากบาทไม่ตัดกันนี้ก็บอกว่าเป็นบัตรเสีย อะไรทั้งหลายเหล่านี้ บางท่านก็บอกว่าการลงคะแนนครั้งแรกนี้ขีดไปเส้นไม่ติดก็เลยขีดซ้ําไป เลยกลายเป็นมี ๒ เส้น ก็วินิจฉัยเป็นบัตรเสีย อันนี้ใคร่ขอกราบเรียนว่าปัญหาที่ท่านยกเป็น ข้อสังเกตนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีการประชุม และได้มีการให้แนวทางในการวินิจฉัย บัตรดี บัตรเสีย เพิ่มเติมแล้วว่าในการพิจารณาบัตรดีบัตรเสียให้ดูเจตนารมณ์ของผู้กาบัตร หรือของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นสําคัญ ถ้าหากว่าการกาบัตร อย่างเช่นว่าเครื่องหมายกากบาท ไม่ตัดกัน แต่ดูแล้วเห็นได้ว่าเป็นเจตนารมณ์ของผู้สมัคร หรือว่ากรณีที่กาเครื่องหมายครั้งแรก ขีดแล้วไม่ติด ต่อมาขีดติดเลยกลายเป็นเหมือนกับว่ามี ๒ เส้น ก็ให้ดูเจตนารมณ์ของผู้สมัคร เป็นสําคัญ ถ้าไม่ใช่มีเจตนาที่จะทําให้เป็นที่สังเกตว่าลงคะแนนให้ใครก็ต้องถือว่าเขาเจตนา ที่จะมีการกาบัตรให้กับผู้สมัครคนนั้น ก็ได้มีการแก้ไขไปแล้ว
อีกท่านหนึ่งได้มีการสอบถามว่าในเขตเลือกตั้งของท่านนี้ประชากรก็ไม่ได้ เพิ่ม ลด ทําไมจะต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ก็อยากจะกราบเรียนว่าเมื่อมีพระราชกฤษฎีกา ประกาศให้มีการเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องมีการประกาศแบ่งเขต เลือกตั้งใหม่ทั้งหมดจํานวน ๓๗๕ เขต คือถึงแม้ว่าเขตท่านประชากรจะไม่เพิ่ม ลด ในตัวประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะต้องบอกว่าเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น มีเขตใดบ้าง อําเภอใดบ้าง และจะต้องประกาศจํานวน ส.ส. ในแต่ละจังหวัดไว้ด้วย ฉะนั้นก็จําเป็นที่จะต้องประกาศทั้งหมดทั้ง ๓๗๕ เขต ไม่เฉพาะจังหวัดที่มีการแบ่งเขตใหม่ ๒๓ เขต
อีกท่านหนึ่งที่ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะ บอกว่าถ้าประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย ก็ไม่สะท้อนความต้องการของประชาชน อันนี้เห็นด้วยครับ และท่านบอกว่าถ้ามาลงคะแนนได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะดี ถ้าต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ถือว่าสอบตก อันนี้ขอน้อมรับข้อสังเกตของ ท่านนะครับ แต่อยากจะกราบเรียนว่าในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ มีประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ๗๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า เป็นการเลือกตั้งที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงที่สุดตั้งแต่มีการเลือกตั้ง ส.ส. มา และใน กรุงเทพมหานครเองที่ท่านมีการพูด ซึ่งเดิมเคยมีการมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย เมื่อ ๒๐-๓๐ ปี ที่ผ่านมา แต่ในการเลือกตั้ง ปี ๒๕๕๐ มีพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครมาใช้สิทธิ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าที่ผ่านมาประชาชนก็มาใช้สิทธิเลือกผู้แทนของท่านเป็นจํานวนที่มาก พอสมควร ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งก็น้อมรับ และพยายามที่จะแก้ปรับปรุงให้ พี่น้องประชาชนได้มาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากขึ้น เพื่อจะสะท้อนความต้องการของประชาชน อย่างแท้จริง
ในข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนชี้แจง ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลายท่านได้อภิปราย มีความห่วงใยในความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งที่จะมีในโอกาส ต่อไป ซึ่งอันนี้กระผมขอกราบเรียนยืนยันว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะพยายามดูแล ให้การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในครั้งหน้านี้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ก็คงจะต้อง ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน สื่อมวลชนต่าง ๆ ให้มาช่วยกันดูแลในส่วนนี้ ซึ่งในการ เลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ในกรุงเทพมหานครก็ดี หรือว่า ในต่างจังหวัดที่ผ่านมาใน ๕ จังหวัดที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความรุนแรง อันนี้ต้องขอ ชมเชยทางพรรคการเมือง ผู้สมัครที่เกี่ยวข้องที่พยายามรักษาบรรยากาศในการเลือกตั้ง ซึ่งผมหวังว่าในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้น พรรคการเมือง ผู้สมัครทุกฝ่ายคงจะช่วยกัน ให้การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันว่าจะจัดการเลือกตั้งด้วยความเป็นกลาง สุจริตและเที่ยงธรรม จะพิจารณาสํานวน คดีต่าง ๆ ตามพยานหลักฐาน ตามข้อกฎหมาย และสุดท้ายขอยืนยัน สําหรับผมไม่ลาออกครับ
การอภิปรายก็ได้สิ้นสุดแล้ว ต่อไปก่อนที่จะรับหลักการ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นเจ้าของ คือทางฝ่าย กกต. ก็ได้สรุปแล้ว ก็เหลือคุณพีรพันธุ์ พาลุสุข เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ผมก็ได้นั่งฟัง การแสดงความคิดเห็นทั้งของ กกต. และของเพื่อนสมาชิกที่ได้แสดงความคิดเห็น ต่อการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งข้อคิดเห็นต่อร่างกฎหมายที่จะนําไปสู่การพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ดีนะครับท่านประธาน เท่าที่ผมได้ฟังคําชี้แจงจากของท่าน กกต. เมื่อสักครู่นี้ ผมเองก็มีความรู้สึกว่าท่านยังไม่ค่อยจะรับฟังข้อคิดเห็นของพวกเราเท่าไรเลย โดยเฉพาะ ในเรื่องของการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ท่านก็บอกว่ากฎหมายเลือกตั้งมาตรา ๙๕ ได้กําหนดไว้ บอกว่าให้ กกต. นั้นอํานวยความสะดวกสําหรับผู้ที่ไม่สามารถที่จะไปลงคะแนนในวันเลือกตั้งได้ ให้ไปเลือกตั้งก่อนได้ ผมจําได้ว่าในการดําเนินการเลือกตั้ง เรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้านี้ ใน กกต. ชุดแรกเขาก็วางกติกา วางกฎเกณฑ์ ว่าท่านที่จะต้องการไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านั้น ต้องมีหลักฐาน มีเหตุผลที่จะแสดงว่ามีความจําเป็นจริง ๆ นะ แต่ช่วงหลัง มันกลายเป็นว่า เปิดหมด ไม่ได้พิจารณาหลักเกณฑ์อะไรเลย ผมเองก็มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กกต. หลายท่านเป็นการส่วนตัว ทําไม กกต. ชุดหลังจึงคิดอย่างนี้ ก็ได้รับคําตอบ ท่านบอกว่า จริง ๆ วันเลือกตั้งมีวันเดียวตามที่ประกาศไว้ในพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นหลักทั่วไปว่าการเลือกตั้งต้องกระทําวันเดียวทั่วประเทศ แต่วันอื่นนั้นไม่ใช่ วันเลือกตั้ง เป็นวันลงคะแนน ผมก็บอกว่าถ้าคิดกันอย่างนี้ก็เปิดให้ลงคะแนนทุกวันเลยดีไหม ไม่ต้องเอาแค่ ๒ วัน ก็นี่อย่างไรครับ ท่านกําลังไปอธิบายว่าลงคะแนนกี่วัน ๆ ก็ได้ ๒ วันก็ได้ นี่จึงเป็นเหตุที่ทําให้ตอนหลังนี้ท่านเปิดการเลือกตั้งล่วงหน้าไปแบบไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีกติกา ที่ชัดเจน ท่านพูดบอกว่าที่มีปัญหารู้สึกจะมีที่จังหวัดสกลนครเท่านั้น มันมีหลายแห่ง ครับท่านประธาน ผมคิดว่าท่าน กกต. เองก็ลงไปดูพื้นที่ ไปตรวจดูเหมือนกัน แต่ถึงจะ ไปตรวจไปดูมันไม่เหมือนพวกผมหรอกครับ เพราะพวกผมอยู่ในสนามรบจริง ๆ เห็นว่าอะไร เป็นอะไรเกิดขึ้น ล่าสุดผมก็ไปดูการเลือกตั้งที่จังหวัดสุรินทร์ ผมไปวันลงคะแนนเลือกตั้ง ล่วงหน้า ท่านประธานครับ ผมไปกับ พลตํารวจเอก วิรุฬ พื้นแสน ที่อําเภอสังขะ อันนี้เล่าให้ ท่าน กกต. ฟัง คนก็มาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า เห็นอะไรครับ เจ้าหน้าที่ กกต. ก็เอา นักเรียนที่แต่งชุดลูกเสือมานั่ง ๖-๗-๘ คน ผมก็ถามว่าน้องมาทําอะไร มาเขียนคําร้องครับ คําร้องขอเลือกตั้งล่วงหน้านี่ละ ขณะเดียวกันเหตุผลท่านก็พิมพ์มาแล้ว ผมเก็บไว้ เป็นตัวอย่าง ไม่ได้เอามาแสดงให้ท่านประธานดู บอกให้กรอกเหตุผล ๑-๒-๓ แน่นอน ทุกคนก็กรอกว่าติดธุระ ๆ ไม่ได้ถามเลยสักคน ผมก็ถามน้อง ๆ ว่าแล้วทําไมไม่ถามเขา ไม่ถามหรอกครับ มาก็เซ็นชื่ออย่างเดียว จริงหรือไม่จริงก็เซ็นชื่ออย่างเดียว มีอยู่รายหนึ่ง ผมก็เดินตามไป ถามว่า ปู่ วันเลือกตั้งน่ะอยู่บ้านไหม อยู่ แล้ววันนี้มาทําไมล่ะครับ จั๊กแหล่วลาววา เป็นภาษาอีสานครับ จั๊กแหล่ววะซั่น ก็พอดีเจ้าหน้าที่ กกต. นั่งอยู่กับผมด้วย แกก็บอกคุณปู่ว่า ถ้าอย่างนั้นคุณปู่กลับไปเถอะนะ วันเลือกตั้งจริงค่อยมา เห็นไหมครับ ผมกับท่านวิรุฬห์ก็เดินถามอีกเยอะ ทําไมมา ถ้าเป็นหนุ่มเป็นสาวหน่อยก็บอกเข้า กรุงเทพมหานคร ถ้ามีอายุหน่อยก็บอกไปทํางาน สูงอายุบอกว่าจะไปตัดอ้อย ปัดโธ่ ผมก็ดูแล้ว เดินจะไม่ถึงคูหาเลือกตั้ง จะไปตัดอ้อยได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราเห็น ของจริงที่ปฏิบัติจริง ในพื้นที่มันเป็นอย่างนี้ พวกผมถึงห่วง ห่วงว่าการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านี่มันเปิดช่องให้มี การขนคน มีการที่จะนําคนมาอย่างนี้ ถึงอยากจะให้ กกต. เคร่งครัดกับเรื่องนี้ ทําเหมือน ชุดแรกได้ไหมถ้าจําเป็นจริง ๆ มีการถามกันจริง ๆ บันทึกกันจริง ๆ อย่างนี้มันก็จะทําให้ลด ปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ สิ่งต่อไปที่ผมอยากฟังจากหลายท่านที่อภิปรายกันไว้ ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าหลังการเลือกตั้งครั้งที่แล้วมีการฟ้องเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งกันเยอะ และโดยเฉพาะพอทราบคะแนนออกมานี่ร้องเรียนกันเยอะมาก ร้องเรียนจริง ร้องเรียน ไม่จริงก็เยอะ ร้องเรียนเท็จก็เยอะ แต่ผมยังไม่ค่อยจะเห็นว่า กกต. ไปดําเนินคดีกับรายที่ มีการร้องเท็จกันเลย เป็นเหตุนี่ละครับ ทําให้มีการร้องเรียนกันมาก ๆ ก็อยากตั้งข้อสังเกต ตรงนี้ไว้ว่า กกต. เองก็ควรจะเคร่งครัดในเรื่องการพิจารณาคําร้องเรียนเหล่านี้
ข้อสังเกตต่อไปก็คือเมื่อหลังจากที่มีการประกาศรับรองผลแล้ว มีการให้ ใบเหลือง ใบแดงกันภายหลังแล้วก็ต้องไปสู่การพิจารณาของศาล ส่วนใหญ่ศาลยกคําร้อง ทําไมครับ เนื่องจากหลักเกณฑ์การพิจารณาของศาลอาจจะไม่เหมือน กกต. กกต. บอกว่า ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อ แต่พอไปถึงศาลแล้วบอกเอาหลักฐานอันควรเชื่อไม่ได้แล้ว ต้องเป็น หลักฐานที่เชี่อได้จริง ๆ ว่ามีการทุจริตกันศาลจึงจะพิจารณา คราวนี้พวกผมก็พูดกันว่า เมื่อ กกต. รู้ว่าไปศาลนี่โอกาสจะถูกยกเยอะ ถ้าอย่างนั้นก่อนประกาศรับรองผลนี่ ให้ใบเหลือง ใบแดงกันกันเยอะ ๆ ดีไหม คราวนี้ผมถึงเตือนเพื่อน ๆ ในพรรคเพื่อไทยด้วยกันว่า พวกเราระมัดระวังหน่อยนะครับ ห่วงว่าคราวนี้ใบเหลือง ใบแดงจะว่อนกัน นี่ก็อยากจะฝาก ข้อพิจารณาไว้ขอให้ท่าน กกต. ได้ระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ด้วย
ผมเองก็มีประสบการณ์ครับท่านประธาน จากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุด เมื่อปี ๒๕๕๐ เมื่อคะแนนออกมาแล้วทราบว่าจะมีการร้องเรียน และ กกต. ก็ส่งเจ้าหน้าที่ ลงไปตรวจสอบ ได้ตรวจดูข้อเท็จจริง ไปสอบสวนเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ผมได้รับ โทรศัพท์จากคนที่มียศด้วย บอกว่าเป็นหน่วยสืบสวนของ กกต. จะไปจังหวัดนั้น ไปจังหวัดนี้ เขาเรียกว่าท่านดอกเตอร์ ถามผมว่าร้านอาหารไหนอร่อยครับที่จังหวัดนี้ โรงแรมไหนน่าจะพักครับ แปลว่าอะไรครับถามอย่างนี้ แต่ว่าผมรู้แล้ว ถ้าไม่อยากมีเรื่องจ่ายมาสิ เนื่องจากผมรู้จัก เลขาธิการ กกต. เป็นการส่วนตัว ผมก็เลยเรียนท่านไปแล้วเรื่องอย่างนี้ บอกว่าท่านเคร่งครัด กับคนอื่นก็ขอให้เคร่งครัดกับเจ้าหน้าที่ของท่านด้วย มีจํานวนไม่น้อยที่จะฉกฉวยโอกาสที่จะ ไปเรียกผลประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ชอบเพราะอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่อยากกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับ
ท่านประธานครับผมก็มีข้อสังเกตอย่างนี้ต่อการพิจารณา ต่อความคิดเห็น ของหลายท่านขึ้นมา ท่าน กกต. ก็ยืนยันในตอนท้ายว่าท่านจะดําเนินการเลือกตั้ง ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่อย่างไรก็ตามผมเห็นการพิจารณาของท่านแล้วท่านพิจารณา ตามสํานวนนะครับ ๕ ท่านอยู่ที่ กกต. สํานวนมาอย่างไรท่านก็ไปอย่างนั้นเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่มาของสํานวนจะชัดเจน ถูกต้อง หรือไม่นั้นขอให้ กกต. ได้เคร่งครัดกับการปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่ ในสนามจริง ๆ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ก็จบการสรุปแล้วครับ ต่อ ท่านสรุปหมดแล้ว จบแล้ว ท่านจะตอบหรือครับ ให้เวลานิดหน่อยเชิญครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการ การเลือกตั้ง ผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้งขออนุญาตชี้แจงท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ที่ท่านได้อภิปรายบอกว่าที่จังหวัดสุรินทร์ได้มีกรณีลูกเสือ มาเขียนคําร้องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าหากว่าท่านมีข้อมูลก็ขอให้ส่งไปให้ที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งด้วย และเข้าใจว่าที่จังหวัดนี้เราประกาศผลไปแล้ว รู้สึกมีเรื่องร้องเรียนเราสอบ อยู่ครับ ส่วนเรื่องการกําชับเจ้าหน้าที่ในการให้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีการกําชับไปแล้วนะครับ ไม่ได้มีการที่ว่าปล่อยปละละเลยให้ไปทําตามใจชอบ แต่ถ้าหากว่า มีข้อเท็จจริงอย่างที่ท่านเรียนขึ้นมาเราก็ยินดีที่จะตรวจสอบให้
ในส่วนที่บอกว่า กกต. ไม่ได้ดําเนินคดีผู้ที่ร้องเรียนเท็จ อยากจะกราบเรียนว่า มีคดีเป็นจํานวนมากที่เราดําเนินคดีกับผู้ที่ให้การเท็จ และการให้การเท็จกับคณะกรรมการ การเลือกตั้งมีโทษหนักกว่าการแจ้งความเท็จเจ้าพนักงานตามปกตินะครับ ถ้าหากว่า พรรคการเมืองเกี่ยวข้องด้วยมีโทษถึงยุบพรรค ซึ่งในการพิจารณาว่าเราจะดําเนินคดีผู้ที่มาให้ ข้อมูลหรือเป็นพยานว่ามีการร้องเรียนเท็จหรือไม่ เราก็ต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน เพราะว่าถ้าเกิดเราไปดําเนินคดีแจ้งความเขา แล้วเขามาบอกว่าความจริงเขาเป็นพลเมืองดี มาให้ข้อมูลแต่เขากลับถูกดําเนินคดี เราก็ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบนะครับ
ส่วนที่ท่านได้บอกว่าในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมี กกต. อาจจะให้ใบเหลือง ใบแดงก่อนประกาศผลมาก ผมเรียนว่าถ้าเป็น กกต. โดยเฉพาะผม ผมไม่เคยพูด เพราะการ ให้ใบเหลือง ใบแดง เราดูตามหลักฐาน แล้วดูตามสํานวนว่าสํานวนสอบเสร็จหรือไม่ แม้กระทั่งสํานวนที่มีการเอาซีดี (CD) เมื่อการเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ ไปทิ้งทั้งหลายแหล่ ถ้าเราดูว่า การสอบสวนไม่เสร็จเราประกาศผลไปก่อน เราไม่ได้ไปมีธงว่าจะต้องทําอย่างโน้นอย่างนี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียน
ส่วนที่ว่ามีเจ้าหน้าที่ กกต. จะไปแสวงหาผลประโยชน์ทั้งหลายนี่นะครับ ผมต้องขอขอบคุณ แล้วเราพยายามเข้มงวดนะครับ ถ้าหากว่าท่านมีข้อมูลก็ขอให้แจ้งมา ซึ่งเรามีความหนักใจเหมือนกันนะครับ เราได้มีการดําเนินคดีและจับกุมได้ คือไปอ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ กกต. แล้วในที่สุดเราวางแผนทําการจับกุมได้ อันนี้ก็ขอขอบคุณนะครับ ถ้าหากว่าท่านมีข้อมูลก็ขอได้แจ้งมา เรายินดีที่จะตรวจสอบดําเนินการให้ครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปผมจะขอ ลงมติขั้นรับหลักการวาระที่หนึ่งนะครับ ก่อนที่จะลงมติรับหลักการ โดยเราจะแยก รับหลักการทั้ง ๓ ฉบับนี้เป็นแต่ละฉบับนะครับ ก่อนที่จะลงมติในฉบับแรกผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อน ขอเชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วย คือวันนี้เราจะประชุมถึง ๓ ทุ่มแล้วก็จะหยุด นะครับ ทุกวัน เพราะว่าพระราชบัญญัติเราค้างอยู่เยอะ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ช่วยเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมด้วย เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตร แสดงตนด้วย
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้ว เมื่อเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วกระผมขอให้ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ ในห้องประชุม ๓๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
กระผมก็จะขอดําเนินการลงมติในร่างที่ ๑ คือร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการในร่างแรกนี้ คือร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว นะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหม ไม่มีนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๔๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ถือว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผ่านในวาระที่หนึ่งนะครับ
อย่าลุกไปไหนนะครับ ถือว่าไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุมอีก ทุกท่านไม่ได้ลุก ไปไหน ผมลืมนิดหน่อยครับ ท่านจะตั้งคณะกรรมาธิการหรือว่าตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ จังหวัดตาก
คือรวมกันครับ อย่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ก็รวมทั้งของคุณพีรพันธุ์และของตอนที่จะรับว่าจะเอา ร่างไหนเป็นหลักนั้นก็ที่ประชุมเป็นคนวินิจฉัย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขอเสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการ จํานวน ๓๖ ท่าน โดยใช้ร่างของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นหลัก ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านผู้ใด มีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ คณะกรรมาธิการ ๓๖ ท่าน ประกอบไปด้วยรายนามดังต่อไปนี้ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน พรรคมาตุภูมิ พรรคประชาราช ๑ ท่าน เชิญรัฐบาลเสนอครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ รัฐบาลขอเสนอในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ ๑. นายสุทธิพล ทวีชัยการ ๒. นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ ๓. นายธนิศน์ ศรีประเทศ ๔. นายยงเกียรติ อดิเศรษฐกุล และ ๕. นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง
ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย
เอาฉบับแรกก่อนครับ
คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ดังนี้ ๑. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๒. นายนิยม ช่างพินิจ ๓. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๔. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๕. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๖. นายเจริญ จรรย์โกมล ๗. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๘. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๙. นายวิเชียร ขาวขํา ๑๐. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ๑๑. นายวัฒนา เตียงกุล ๑๒. นายมานะ คงวุฒิปัญญา ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๑ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายถาวร เสนเนียม ๒. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๓. นายสุวโรช พะลัง ๔. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๕. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ๖. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๗. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๘. นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ๙. นายธนา ชีรวินิจ ๑๐. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล และ ๑๑. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๒ ท่าน คือ ๑. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ๒. นายธนชาติ แสงประดับ ธรรมโชติ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๒ ท่าน ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๑. นายอลงกต มณีกาศ ๒. นายอุดร ทองประเสริฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดร จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน คือ ๑. นายนิกร จํานง ๒. นายภราดร ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ไกร ดาบธรรม พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน ท่านวินัย ภัทรประสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคมาตุภูมิ กับพรรคประชาราช ๑ ท่าน ใครเสนอ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาราช ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๑ ท่าน นายปาน พึ่งสุจริต ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญเลขาธิการทบทวน
(นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณผ่องศรี มีอะไร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ เปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑ ท่าน ดังนี้ เปลี่ยนจาก นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ เป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์พีรยศ ราฮิมมูลา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
เจ้าของยอมหรือเปล่า ตอบสิ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ยอมครับ
เรียบร้อยดี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ
มีเปลี่ยนอีก
เปลี่ยนอีกค่ะ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอเปลี่ยนในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จาก นายปริญญา ฤกษ์หร่าย เป็น นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง แล้วคุณปริญญา เขายอมหรือเปล่า
ยอมรับครับท่านประธาน
ก็เป็นอันตกลง เชิญเลขาธิการ
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ๑. นายสุทธิพล ทวีชัยการ ๒. นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ ๓. นายธนิศน์ ศรีประเทศ ๔. นายยงเกียรติ อดิเศรษฐกุล ๕. นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง ๖. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๗. นายนิยม ช่างพินิจ ๘. นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ๙. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๑๐. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๑๑. นายเจริญ จรรย์โกมล ๑๒. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๑๓. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๑๔. นายวิเชียร ขาวขํา ๑๕. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ๑๖. นายวัฒนา เตียงกูล ๑๗. นายมานะ คงวุฒิปัญญา ๑๘. นายถาวร เสนเนียม ๑๙. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๐. นายสุวโรช พะลัง ๒๑. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๒. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ๒๓. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๒๔. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๒๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์พีรยศ ราฮิมมูลา ๒๖. นายธนา ชีรวินิจ ๒๗. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒๘. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๒๙. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ๓๐. นายธนชาติ แสงประดับ ธรรมโชติ ๓๑. นายอลงกต มณีกาศ ๓๒. นายอุดร ทองประเสริฐ ๓๓. นายนิกร จํานง ๓๔. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๓๕. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ และ ๓๖. นายปาน พึ่งสุจริต
แปรญัตติในกี่วัน เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ธนิตพล ไชยนันทน์ ขอเสนอการแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองครับ
ครับ มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีใครเสนอ ก็ถือว่า ที่ประชุมนี้แปรญัตติใน ๗ วันนะครับ
ต่อไปผมจะถามร่างที่ ๒ นะครับ ร่างที่ ๒ คือร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ มีท่านผู้ใดลุกไปที่อื่นมีไหมครับ ไม่มีนะครับ เท่าเดิม ถือว่า ครบองค์ประชุม แต่เพื่อความรอบคอบเพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญผมต้องระตัว ฉะนั้นขอให้ท่านเสียบบัตรแสดงตนใหม่อีกครั้งครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านที่อยู่ข้างนอกห้อง ประชุมเข้าห้องประชุมด่วนด้วย เมื่อท่านเข้ามาแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยว่าครบองค์ ประชุมหรือไม่
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เมื่อทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนแล้ว ก็หยุดเสียบบัตรแสดงตนได้ ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๒๔ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านผู้ใดเป็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๓๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ กกต. นะครับ
ตั้งกรรมาธิการอย่างไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธนิตพล ขอเสนอให้ใช้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุกฒิ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใด มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหม ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดเดิม มาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กกต. นี้ ท่านจะแปรญัตติภายในกี่วัน
ท่านประธานครับ แปรญัตติ ๗ วันตาม ข้อบังคับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ก็จบ การพิจาณาในเรื่องที่ ๒
ต่อไปเรื่องที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งนะครับ เพราะว่า เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด่วนด้วย นะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วย เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้ว ส่งผลมา มีจํานวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๑๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านให้สิทธิเรียบร้อยแล้ว ไม่มีท่านใดไม่ใช้สิทธิไม่มีนะครับ งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา ขอความกรุณาอยู่ในห้องประชุม ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งไปไหน ขออีกสักฉบับหนึ่ง พอสามทุ่มแล้วค่อยกลับ กลับตอนนี้ไม่มี ประโยชน์ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๓๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เชิญตั้งกรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการคณะเดียวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป แปรญัตติภายในกี่วัน
แปรญัตติภายใน ๗ วันตามข้อบังคับครับ
แปรญัตติภายใน ๗ วัน นะครับ ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามที่เสนอก็ถือว่า พระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว
ต่อไปมีเรื่องที่จะต้องแจ้งต่อที่ประชุมให้ท่านกรรมาธิการได้ทราบนะครับ คณะกรรมาธิการขอนัดประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ครั้งที่ ๑ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๘ อาคารรัฐสภา ๒ ชั้น ๓ วันพรุ่งนี้นะครับ
ต่อไปผมจะขอความกรุณาท่านสมาชิก เนื่องจากเราค้างร่างพระราชบัญญัติ หลายฉบับ แล้วเขาก็มารอกันนานแล้วนะครับ กระผมขอพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ต่อนะครับ มีอยู่ ๓ ร่างด้วยกันคือร่างคุณอสิ มะหะมัดยังกี กับคณะ เป็นผู้เสนอ กับร่างคุณบัญญัติ เจตนจันทร์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ และร่างคุณอร่าม อามระดิษ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ๑๐,๒๒๗ คน เป็นผู้เสนอ
เชิญเจ้าของร่าง คุณอร่ามมาหรือเปล่า มาแล้วเชิญนะครับ เสนอร่างเลยครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขอความกรุณานั่งสักหน่อยครับ อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ เหลืออีก ๑ ชั่วโมง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอร่าม อามระดิษ ผู้แทนการเสนอกฎหมายกับคณะ ซึ่งเป็นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๑๐,๒๒๗ คน ได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ต่อประธานรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาตามมาตรา ๑๖๓ ของรัฐธรรมนูญ โดยมีหลักการและเหตุผลในการเสนอดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพแพทย์แผนไทย
เหตุผล โดยที่การประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย อยู่ในความ ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ซึ่งมีคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะ ทําหน้าที่กํากับดูแลการประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ และมีคณะกรรมการวิชาชีพ สาขาการแพทย์แผนไทยทําหน้าที่ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย รวมทั้งจรรยาบรณแห่งวิชาชีพ ซึ่งในปัจจุบันมีจํานวนผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาการแพทย์ แผนไทยมีจํานวนเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีบุคลากรเหล่านี้มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ ความรู้ ความชํานาญในวิชาชีพแพทย์แผนไทยและมีศักยภาพเพียงพอที่จะปกครองตนเองได้ ในวงการแพทย์แผนไทยด้วยกัน อีกทั้งเพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยที่ให้บุคคลมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพแข่งขัน กันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมตลอดจนให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง จึงสมควรแยกการกํากับดูแลและการควบคุมการประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยออกจาก อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะและคณะกรรมการวิชาชีพสาขา การแพทย์แผนไทย กําหนดและควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพและจริยธรรมแพทย์ แผนไทย และควบคุมมิให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันก่อให้เกิดภัยและความเสียหายแก่ประชาชน พร้อมกับเป็นการสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนา ให้การประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยมีความเจริญก้าวหน้าในภายภาคหน้าต่อไป จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ต่อไปเป็นร่างของคุณอสิ มะหะมัดยังกี กับคณะ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๐ ท่าน ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ แพทย์แผนไทย พ.ศ. ....
โดยที่การแพทย์แผนไทยเป็นมรดกเป็นภูมิปัญญาอันล้ําค่าที่ถ่ายทอดมาจาก บรรพบุรุษมาเป็นเวลานานมาก การแพทย์แผนไทยได้เริ่มจัดกระบวนเป็นรูปเป็นร่าง นับแต่สมัยพระบรมไตรโลกนาถ โดยได้จัดองค์กรในรูปแบบกระทรวงสาธารณสุขมาตั้งแต่ พุทธศักราช ๑๙๙๘ โดยมีส่วนประกอบในองค์กรนี้นับได้ ๗ กรม แสดงให้เห็นว่า การแพทย์แผนไทยได้พัฒนาขึ้นมาเป็นลําดับนับแต่บัดนั้น มาถึงยุคสมัยปัจจุบันสถิติการใช้ บริการแพทย์แผนไทยในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ของกองทุนพัฒนาระบบการแพทย์แผนไทย สํานักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ มีจํานวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้น ๓๐๖,๗๗๕ คน โดยได้ใช้ บริการทั้งสิ้น ๖๘๙,๒๙๒ ครั้ง แต่การจัดระเบียบการแพทย์แผนไทยก็ยังไม่ได้เป็นรูปเป็นร่าง ที่ดีพอสําหรับในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งจะต้องแข่งขันกับประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่อง การแพทย์แผนโบราณในแต่ละประเทศ เช่น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย และอีกหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีคริสต์ศักราช ๒๐๑๕ เราจะเข้าสู่การรวมกันเป็นประชาคม อาเซียน คําถามที่จะต้องตอบก็คือเรามีความพร้อมเพียงใดที่จะต้องแข่งขันกับประเทศ ในอาเซียนด้วยกัน ซึ่งหมายถึงการรักษาด้วยสมุนไพรที่มีลักษณะเหมือน ๆ กันเป็นอย่างมาก ของสมุนไพรของประเทศในแถบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเราได้เสียสมุนไพรซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติ ของชาติไปให้ต่างชาติจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาไปหลายต่อหลายครั้ง สูญเสียสิทธิ ในตัวสมุนไพรหลายชนิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทบทวนกันเป็นอย่างมากว่าเราปล่อยให้ เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นผู้ต้องแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ ฉะนั้นหลักการ ใหญ่ ๆ ที่เสนอมาในพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก็คือจัดตั้งสภาการแพทย์ แผนไทยซึ่งเป็นองค์กรนิติบุคคลเพื่อควบคุม กํากับ ดูแลการประกอบวิชาชีพแผนไทย เพื่อผดุงเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาความรู้การแพทย์แผนไทยและผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาวิชาการด้านการแพทย์แผนไทยสู่ ความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองลิขสิทธิ์ทรัพย์สิน ทางปัญาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยให้เป็นสมบัติของชาติไทย ไม่สูญเสียไปให้แก่ ชาติอื่น ทั้งนี้โดยมิให้ไปกระทบต่อการรักษาตัวเอง การดูแลช่วยเหลือกันเอง รักษากันเอง ของพี่น้องประชาชนโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งได้กระทํากันมา เป็นประจําเป็นเวลาช้านานอยู่แล้ว จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตราพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ขอบคุณครับ
ต่อไปเป็นร่างของ คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ กับคณะ เชิญเจ้าของร่าง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค ประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทยพ.ศ. .... ร่วมกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมกัน ๒๐ ท่าน ดังมีรายนามต่อไปนี้ นายแพทย์ บรรพต ต้นธีรวงศ์ นายไมตรี สอยเหลือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง นายสุขวิชชาญ มุสิกุล นายสมบัติ ยะสินธุ์ นายสําราญ ศรีแปงวงศ์ นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย นางอรอนงค์ คล้ายนก นางพจนารถ แก้วผลึก นายวุฒิพงษ์ นามบุตร นายนคร มาฉิม นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น นายวิฑูรย์ นามบุตร นางนันทพร วีรกุลสุนทร นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ และ นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ โดยมีเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังนี้
โดยที่ในปัจจุบันการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยและสาขา การแพทย์แผนไทยประยุกต์อยู่ในการควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ โดยกองประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เรียกว่า อยู่ในการกํากับของภาคราชการโดยตรง โดยมีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์ แผนไทยและสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ทําหน้าที่ในการควบคุมการประกอบ โรคศิลปะ รวมทั้งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ แต่ในความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ ผู้ประกอบ วิชาชีพโรคศิลปะในสาขาดังกล่าวสําหรับการแพทย์แผนไทย ก็มีจํานวนเป็นหมื่นคน ในสาขา การแพทย์แผนไทยประยุกต์ก็มีจํานวนเป็นพันคน มีจํานวนเพิ่มขึ้นตามลําดับ และบุคลากร เหล่านี้ได้ประกอบวิชาชีพที่เป็นสมบัติของชาติ เป็นภูมิปัญญาของชาตินั้นมีคุณวุฒิ วัยวุฒิ และความรู้ความเชี่ยวชาญ มีความชํานาญด้านวิชาชีพการแพทย์แผนไทย การแพทย์ แผนไทยประยุกต์ตามลําดับจนมีสถาบันการเรียนการสอนที่เป็นหลักสูตรเฉพาะ มีศักยภาพ เพียงพอที่จะปกครองตนเองได้ อีกทั้งเพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ที่ให้บุคคลมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือวิชาชีพและการแข่งขันกัน โดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมตลอดจนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองโดยตรง จึงสมควรแยกการกํากับดูแลและการควบคุมการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยออก จากอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กองประกอบโรคศิลปะ และก็จัดตั้งเป็นสภาการแพทย์แผนไทยขึ้น เช่นเดียวกับ ๖ สภาวิชาชีพ ทางด้านสุขภาพที่จัดตั้งไปเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือสภาวิชาชีพทางด้านเวชกรรม หรือการแพทย์ ลําดับที่ ๒ ก็คือสภาวิชาชีพทันตแพทย์ ลําดับที่ ๓ ก็คือสภาวิชาชีพ การพยาบาล ลําดับที่ ๔ ก็คือสภาวิชาชีพเภสัชกรรม ลําดับที่ ๕ ก็คือสภาวิชาชีพเทคนิค การแพทย์ และลําดับที่ ๖ ก็คือสภาวิชาชีพกายภาพบําบัด ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมการประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย เพื่อกําหนดและควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพทางด้าน การแพทย์แผนไทย ตลอดจนเรื่องของจริยธรรมของการแพทย์แผนไทย ควบคุมมิให้มีการ แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ อันจะก่อให้เกิดภัย และความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน พร้อมกับเป็นการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนา ให้มีการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า ได้มาตรฐาน ในภายภาคหน้าต่อไป ซึ่งจะสามารถที่จะเข้ามาดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนของประเทศไทย ทดแทนการนํายาต่างประเทศในทางซีกโลกตะวันตกนํามาใช้ แล้วก็ลดการเกิดสารพิษ การแพ้ยาต่าง ๆ นอกจากนั้นการแพทย์แผนไทยยังสนับสนุนให้มีการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืช ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่จะสามารถนํามาเป็น ยาสมุนไพร จึงจําเป็นจะต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านสมาชิกท่านใด มีความประสงค์จะอภิปรายไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ถือว่าเป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้คงจะต้องให้ความสําคัญ เนื่องจากว่าวิชาชีพเหล่านี้เป็นวิชาชีพซึ่งตกทอดมาจากบรรพ บุรุษ แต่ถ้าไม่ได้เก็บหรือดูแล รวมถึงเผยแพร่ออกไปวิชาชีพเหล่านี้ก็จะหมดไป ประการ สําคัญ ผมคิดว่าในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงระบบที่จะเป็นผู้ที่ออกใบอนุญาตกํากับการดูแล ในส่วนของวิชาชีพจากสํานักประกอบโรคศิลปะ ซึ่งถือว่าวันนี้ในส่วนของสํานักดังกล่าวเป็น สํานักที่ใหญ่ แล้วก็เป็นสํานักที่จะต้องดูแลเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพในเรื่องของการดูแล รักษาพยาบาลในส่วนของแพทย์แผนปัจจุบันค่อนข้างที่จะมาก แล้วมิหนําซ้ําจะต้องลงไปดูใน เรื่องของการตรวจความพร้อมต่าง ๆ และขึ้นทะเบียนในส่วนของสํานักงานต่าง ๆ ที่ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องที่จะต้องใช้บุคลากรต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ทีนี้ประการหนึ่งนั้นถ้ามีการยกร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาก็จะเป็นการช่วยแบ่งเบาในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ผมเรียนว่าในส่วนของคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทยนี้ที่มีคณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งท้ายที่สุดมันกลับไปเป็นตําแหน่งของปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีพัฒนา การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก หรือผู้อํานวยการสํานักสถานพยาบาลการประกอบ โรคศิลป์ หรือคณะกรรมการต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มองว่าเป็นผู้ที่อยู่ในส่วนของผู้มีตําแหน่งที่สูง ทีนี้คณะกรรมการชุดดังกล่าวผมคิดว่าถ้าเป็นบุคคลเหล่านี้จะมีเวลาที่จะลงมาดูแล หรือถ้าเกิดปัญหา เอาเพียงง่าย ๆ พอมีปัญหาแล้วกลุ่มเหล่านี้จะมาสามารถแก้ไขได้เร็ว หรือเปล่า เพราะในอดีตเรื่องต่าง ๆ ในส่วนของที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมา ไม่ว่าผู้ประกอบการ ต่าง ๆ ในโรงพยาบาล ในคลินิกต่าง ๆ เวลามีปัญห มักจะหาคนที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขไม่ได้ แล้วก็ถึงแม้ว่าจะเรียกเข้ามาคุย บางคนเป็นนายกของสภาแพทย์ ในอดีตนะครับ พอเกิด ปัญหาไม่กล้าตัดสิน จนกระทั่งทําให้กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่บังหน้า ก็คือแพทย์บางท่าน ขออนุญาตนะครับ ไม่มีจรรยาบรรณแพทย์ คือเปิดสถานคลินิกหรือสถานพยาบาลขึ้นมา แล้วมุ่งเน้นในเรื่องของการทําธุรกิจอย่างเดียว ท้ายที่สุดโรคต่าง ๆ ที่ตัวเองโฆษณาสรรพคุณ ว่าสามารถที่จะดําเนินการได้ เช่น บุคคลที่ไปรับในเรื่องของการดูแลในเรื่องของตกแต่ง เสริมสวยความงามต่าง ๆ มักจะมีปัญหา แล้วเราได้เชิญกลุ่มเหล่านี้เข้ามา ปรากฏว่า นายกสมาคมไม่สามารถที่จะชี้ชัดลงไป แล้วก็มิหนําซ้ําไม่ชี้ไม่ว่านะครับ ไม่กล้าที่จะเพิกถอน ใบอนุญาตหรือเสนอ บางคนถึงเป็นแพทย์ก็บอกกล่าวเลย บอกว่าลาออกจากสมาคมหรือชมรมที่สังกัด ซึ่งทําให้ กลุ่มแพทย์เหล่านี้มีปัญหากับทางสมาคม หรือนายกสมาคมที่มีคณะกรรมการที่กํากับ การดูแลนี่มีปัญหาในอดีต ผมคิดว่าถ้าในลักษณะของการแพทย์แผนไทยที่จะมีการตั้งนี้ เราเองคงจะต้องมีกลุ่มคนที่มีคุณลักษณะที่สามารถที่จะชี้หรือบอกกล่าวถึงการขึ้นทะเบียน บุคคลต่าง ๆ เหล่านี้ได้ และรวมถึงในส่วนหนึ่งบทบาทหน้าที่ในการเผยแพร่และโฆษณา ผมอยากจะให้ลองไปเปิดดูครับ ในรายการต่าง ๆ ซึ่งเป็นรายการโดยเฉพาะทีวีช่องที่เป็น จานดาวเทียม มักจะเห็นว่ามียาสมุนไพรต่าง ๆ หรือวิธีการแพทย์แผนโบราณที่มักจะโฆษณา สรรพคุณต่าง ๆ ซึ่งเรียนตรง ๆ ครับ แม้กระทั่งเร็ว ๆ นี้ยาหยอดตาบางส่วนที่เขาเรียกว่า ยามหัศจรรย์ ผมเอ่ยได้นะครับ ของเจ๊เช็ง ซึ่งวันนี้ท่านไปเปิดดูในรายการสิครับก็ยังมีอยู่ ยังมีโฆษณาอยู่ ทั้ง ๆ ที่มีหน่วยงานของทางกระทรวงสาธารณสุขเองหรือในส่วนของ สภาผู้แทนราษฎรเองที่เรียกเขามาซักถาม บอกว่าในเรื่องดังกล่าวนี้มหาบําบัด เขาเรียก ยามหาบําบัดที่หยอดตา เอาอะไรมาหมัก ๆ พวกขยะพวกส่วนต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบ แล้วบอกว่าเป็นจุลินทรีย์หยอดเข้าในตา นี่ยังโฆษณาอยู่ ก็เลยเรียนว่าในส่วนของ การดําเนินการวิชาชีพดังกล่าวนี้ผมมองว่าจะต้องมีความชัดเจนแล้วก็รัดกุมในเรื่องของ บทบาทและหน้าที่ เพราะวันนี้พวกเราคงเห็นชอบในเรื่องของการจัดตั้งในองค์กรดังกล่าว แต่โดยวิธีการแล้วนี้จะทําอย่างไรให้สามารถที่จะโยงไปถึงวิธีการปฏิบัติและตรวจสอบได้ง่าย ผมแนะนํานิดหนึ่งครับ ในอดีตผมเคยเข้าไปทํางานในส่วนกระทรวงสาธารณสุข ผมเห็นว่า ในหน่วยงานของสํานักงานประกอบโรคศิลป์วันนี้ซึ่งมีคนที่จะต้องไปดูแลมีจํานวนไม่มาก เจ้าหน้าที่ ๗๐-๘๐ คน แต่ถ้าบอกว่าจะไปดูแลทั่วประเทศแล้วตรวจสอบให้ได้คุณภาพนั้น ลําบาก จะมีการแจ้ง มีการบอกกล่าวมา แต่ถ้าท่านกระจาย เพราะท่านต้องขึ้นทะเบียน ขึ้นอะไร ท่านอาจจะทําแบบกรมการขนส่งทางบก ให้หน่วยงานที่เป็นองค์กร อาจจะใช้ มหาวิทยาลัยที่มีความน่าเชื่อถือที่เป็นของรัฐ แบ่งให้เขาเป็นผู้ตรวจสอบแล้วเราเป็นคนออก ใบอนุญาตมันก็ช่วยลดภาระ แล้วก็ช่วยในการตรวจสอบให้รวดเร็วขึ้น อันนี้ผมเคยที่จะเสนอ ให้ทางกระทรวงมีการเปลี่ยนแปลงและทําโครงสร้างขึ้นมาให้สามารถที่จะดู แล้วก็ตรวจสอบ ในเรื่องของการขึ้นทะเบียน แม้กระทั่งเรื่องใบอนุญาตของวิชาชีพเหล่านี้ ท่านเองก็คงจะต้อง มีการสอบ แต่วิธีการสอบหรือตรวจคนที่จะขึ้นวิชาชีพต่าง ๆ เหล่านี้ ผมมองว่าถ้าเป็นวิชาชีพ แพทย์ทางเลือกหรือแพทย์แผนไทยที่เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าจะต้องมีกระบวนการที่มากกว่า ผมใช้คําว่า มากกว่า นะครับ มากกว่าแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะวิชาเหล่านี้เป็นวิชา ซึ่งแตกต่างจากวิชาทางวิทยาศาสตร์และปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นความเชี่ยวชาญและ การถ่ายทอดอาจจะต้องมีคุณลักษณะซึ่งพิเศษกว่า เพราะดูเหมือนว่าคนที่จะประกอบวิชาชีพ ตรงนี้เป็นเพียงแต่การฝึกฝน การดูแลในเรื่องของความชํานาญและทักษะ แต่ไม่ใช่ครับ นอกเหนือจากที่จะต้องดูแลตรงนี้แล้วนี่จะต้องดูแลถึงเวลาที่จะต้องตรวจสอบได้ว่าตัวยา หรือวิธีการ ส่วนผสมต่าง ๆ ที่จะออกมาเป็นยาหรือจะออกมาถึงวิธีการที่จะตรวจว่า บุคคลที่มารักษาพยาบาลนั้นท่านมีวิธีการดําเนินการอย่างไร มันจะมีแขนงออมา แต่แขนง ต่าง ๆ เหล่านี้วิธีการตรวจสอบหรือให้ใบอนุญาตนี่ บางคนบอกว่าได้รับถ่ายทอดมาอย่างนี้ ท่านจะตรวจสอบอย่างไร แล้วคนที่จะมีคุณลักษณะในการที่จะมีคุณสมบัติในการตรวจสอบ กลุ่มเหล่านี้จะเอาอะไรเป็นเกณฑ์ในการวัด แล้วถึงแม้ว่าให้ใบอนุญาตไปแล้วในการประกอบ โรคดังกล่าวท่านต้องขึ้นทะเบียน มีการสอบว่าได้ดําเนินการในแต่ละส่วนแต่ละครั้ง อาจจะ ๓ ปีหรือกี่ปีที่จะต้องขึ้นใบอนุญาต เพราะถ้าบอกว่าเอาใบอนุญาตมาต่อแล้ว ผมมองว่า มันไม่ใช่แล้ว เพราะว่ากลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มหนึ่งซึ่งคิดว่าถ้าลูกค้าหรือคนไข้ที่เจ็บป่วย เขามีการบอกกล่าวกันไป เป็นลักษณะการบอกกล่าวมากกว่า ในเรื่องของโรงพยาบาลที่เขา จัดตั้งขึ้นมาเป็นทางการแบบโรคปัจจุบัน ก็คงจะเรียนฝากว่าผมเป็นห่วงในเรื่องของวิธีการ จัดการ และตัวขององค์กรดังกล่าวที่จัดตั้งขึ้นมาแล้วก็เป็นห่วงว่าท่านจะเอาสถานที่ตรงไหน อย่างไร จะขอใช้รวบรวมกับทางกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกหรือเปล่า ถ้าสมมุติ ไปใช้นะครับ กรมนี้เป็นกรมที่เล็กที่สุด แล้วเป็นกรมหนึ่งซึ่งเรียนว่ามันเป็นกรม ที่มีงบประมาณเม็ดเงินน้อย ฉะนั้นในเรื่องของการที่จะไปติดต่อหรือจะไปทําให้สามารถที่จะ จัดตั้งองค์กรดังกล่าวให้เข้มแข็งและสามารถที่จะประสานกับหน่วยงานโดยตรงได้นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องทํารายละเอียดให้มันมากกว่าตรงนี้ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณวรงค์ เดชกิจวิกรม เดี๋ยวสลับกันครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมก็มี ทั้งความยินดีและอาจจะมีข้อสังเกตต่อทางทีมงาน ทั้งเพื่อน ส.ส. ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... เพราะผมเชื่อว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยสาระของมัน เป็นสาระที่ต้องการให้มีการตั้งสภาวิชาชีพ ผมต้องย้ํากับท่านประธานนะครับว่ากฎหมาย ฉบับนี้มีเจตนาต้องการจะมีการจัดตั้งสภาวิชาชีพแพทย์แผนไทยขึ้นมา ถ้าพูดถึงสภาวิชาชีพ แพทย์แผนไทยสิ่งที่เราต้องตระหนักก็คือสมาชิก ซึ่งสมาชิกที่จะเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพ แพทย์แผนไทยก็ต้องมีมาตรฐานของความรู้ที่จะต้องเข้าสู่การเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพ แพทย์แผนไทย ผมก็เข้าใจดีว่าผู้ร่าง ทั้งท่านผู้เสนอและเพื่อนสมาชิกมีเจตนาที่บริสุทธิ์ ที่ต้องการให้มีการคุ้มครอง กํากับ ดูแลวิชาชีพแพทย์แผนไทยให้มีมาตรฐาน มีเจตนา ที่ต้องการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย ตลอดจนส่งเสริมลิขสิทธิ์การแพทย์ แผนไทย แต่ผมอยากเรียนท่านประธานนะครับว่าก่อนที่จะผ่านตรงนี้ไปเราต้องมาดู ความหมายของคําว่า แพทย์แผนไทย นิดหนึ่งตามที่ผู้ร่างเสนอขึ้นมา ถ้าผมดูตามความหมาย ของคําว่า การแพทย์แผนไทย แล้ว ท่านเขียนไว้ชัดเจนว่าท่านได้ครอบคลุมถึงการวินิจฉัย การบําบัดโรค ป้องกันโรค การส่งเสริมและฟื้นฟูสภาพ การผดุงครรภ์ไทย การนวดไทย ผมย้ํานะครับ การนวดไทย การเตรียมยา การผลิตยาแผนไทยและอื่น ๆ เมื่อถึงตรงนี้แล้ว ผมมีข้อกังวลที่อยากจะทําความเข้าใจกับท่านประธาน ท่านประธานครับ ในชีวิตของพวกเรา เราจะใช้คําว่า อาชีพ กับคําว่า วิชาชีพ ถ้าคนที่ไม่ได้อยู่วงการวิชาชีพอาจจะสับสนคําว่า อาชีพ กับ วิชาชีพ นั้นเหมือนกัน โดยปกติแล้วโดยพื้นฐานมันจะคล้าย ๆ กัน แต่คําว่า อาชีพ กับ วิชาชีพ มันจะต่างกันอยู่ประมาณ ๒ ประเด็น หรือ ๓ ประเด็น คําว่า วิชาชีพ กําหนดไว้ ชัดเจนว่าจะต้องมีมาตรฐานความรู้ตามวิชาชีพ เช่น คนเป็นทันตแพทย์บังคับไว้ชัดเจนว่า จะต้องจบทันตแพทย์ศาสตร์บัณฑิต ถือว่าเป็นมาตรฐานองค์ความรู้ตามผู้ประกอบวิชาชีพ คนเป็นวิศวกรถือว่าเป็นวิชาชีพ จะต้องมีองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตถึงจะมี ใบประกอบวิชาชีพได้ ดังนั้นข้อที่ ๑ ของการเป็นวิชาชีพที่แตกต่างจากอาชีพก็คือจะต้อง มีองค์ความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพนั้น ถ้ามี พ.ร.บ. วิชาชีพแพทย์แผนไทยขึ้นมาก็เท่ากับว่า คนจะประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยจะต้องมีองค์ความรู้ตามที่สภาวิชาชีพแพทย์แผนไทยนั้น กําหนดไว้ นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ วิชาชีพแพทย์ไทยที่สําคัญที่สุดก็คือจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ แพทย์แผนไทย ซึ่งผมว่าใบประกอบวิชาชีพนี้ถือว่าเป็นหัวใจสําคัญ คนที่ไม่ได้เป็นมาตรฐาน ตรงนี้ไม่สามารถสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพนี้ได้และไม่มีสิทธิออกไปประกอบวิชาชีพ ต่อให้คนเรียนจบทางด้านวิชาชีพแพทย์แผนไทย เรียนจบตามที่กําหนดมา แต่ถ้ามีข้อกังขา ขึ้นมาไม่สามารถออกใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยได้ก็ไม่สามารถประกอบวิชาชีพ แพทย์แผนไทยได้ เช่น มีหมออยู่คนหนึ่งจบปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากสถาบันมีชื่อ ในประเทศ แต่วันดีคืนดีอาจจะไปทําแท้งเถื่อนขึ้นมา ทางแพทยสภาก็ยึดใบประกอบวิชาชีพ ทําให้หมอคนนั้นถึงจะมีความรู้ตรงกับมาตรฐานวิชาชีพของแพทยศาสตร์บัณฑิตแต่ก็ ไม่สามารถประกอบวิชาชีพแพทย์ได้ เพราะว่าไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ดังนั้นคําว่า วิชาชีพ มันจึงมีมาตรฐานสูงกว่าอาชีพในเชิงคุณธรรมและจริยธรรม ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับ ที่ผมต้องย้ําตรงนี้เนื่องจากว่าผมมีความเป็นห่วงเป็นใยอยู่ ๒ เงื่อนไข ครับท่านประธาน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านไปแล้วนะครับ คือโดยภาพรวมผมสนับสนุน แต่มี ข้อกังขาที่เป็นข้อห่วงใยที่ฝากคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาให้รอบคอบ เพราะว่าขณะนี้ เรามีผู้ประกอบอาชีพ ผมย้ํานะครับ อย่าไปสับสนคําว่า ผู้ประกอบวิชาชีพ เรามีผู้ประกอบ อาชีพนวดแผนไทยอยู่เยอะ ไม่ว่าตามชายหาด ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ทั้งเพื่อน ส.ส. ตลอดจน พี่น้องประชาชนไปใช้บริการ เช่น นวดฝ่าเท้า นวดหลัง นวดตัวอะไรก็แล้วแต่ เราถือว่า เป็นการประกอบอาชีพนวดแผนไทย แต่เนื่องจาก พ.ร.บ. ตัวนี้ไปครอบคลุมถึงการนวดไทย ขึ้นมา ผมเกรงว่าเมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านอาจจะต้องทําให้พี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพ นวดไทยต้องมาจดทะเบียนในฐานะมีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยหรือไม่ เนื่องจากว่า คําจํากัดความของท่านครอบคลุมการนวดไทยอยู่ด้วย อันนี้เป็นข้อสังเกตนะครับ ผมมี ข้อกังวลถ้าท่านสามารถแยกความชัดเจนออกไปได้เลยว่าคนที่ประกอบอาชีพนวดไทย ตามชายหาด ตามสนามบิน ตามอะไรก็แล้วแต่ หรือตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นการผ่อนคลาย ถ้าท่านสามารถแยกตรงนี้ได้ว่าไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย อย่างนี้อาจจะ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มนั้น นี่คือข้อสังเกตข้อที่ ๑
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ คือท่านเขียนไว้ชัดเจนว่าท่านต้องการจะสนับสนุน ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นใน พ.ร.บ. วิชาชีพแพทย์แผนไทย ผมกังวลว่า พ.ร.บ. ตัวนี้จะทําให้การพัฒนาภูมิปัญญาชาวบ้านหรือว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากว่าโดยปกติวิถีชาวบ้าน การคิดค้นยาของชาวบ้านหรือการรักษาของชาวบ้าน ด้วยวิถีชาวบ้านเขาทําโดยธรรมชาติของเขา เมื่อมี พ.ร.บ. วิชาชีพแพทย์แผนไทยก็เท่ากับว่า คนที่จะรักษาแบบพื้นบ้านต้องมีใบประกอบวิชาชีพของแพทย์แผนไทย ก็ทําให้ภูมิปัญญา ชาวบ้านที่ชาวบ้านเขามีวิถีชีวิตในการรักษาด้วยตัวชาวบ้านเองมันเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะว่า ขัด พ.ร.บ. วิชาชีพแพทย์แผนไทย เนื่องจากว่าปู่ย่าตายายหรือลุงป้าน้าอาเหล่านั้นไม่มี ใบประกอบวิชาชีพซึ่งเป็นข้อสังเกต จึงอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานไปยังผู้เสนอ กฎหมายว่าจะหาทางอย่างไรที่จะคุ้มครองคนเหล่านี้ที่ทําให้ภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นยังดํารงอยู่ได้
และท้ายที่สุดอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตครับ ในฐานะที่ผมเคยเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพ แล้วก็มีเพื่อนที่รู้จักเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ อยากจะกราบเรียนท่านว่าคนประกอบ วิชาชีพไม่ค่อยชอบสภาวิชาชีพ อันนี้เป็นข้อสังเกตนะครับ คนประกอบวิชาชีพไม่ว่าจะเป็น แพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาล อะไรก็แล้วแต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยชอบสภาวิชาชีพ เพราะเขาบอกว่าสภาวิชาชีพชอบมาจ้ําจี้จําไชเขา ก็เลยฝากเป็นข้อสังเกตว่าตรงนี้เกรงว่า อาจจะทําให้คนที่ประกอบในวิชาชีพตรงนี้มีความเข้าใจตรงนี้ชัดเจนหรือไม่ เนื่องจากว่า หัวใจของสภาวิชาชีพตั้งขึ้นมานอกจากเป็นการส่งเสริมความรู้ก็ส่วนหนึ่ง แต่หัวใจก็คือ มาควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ และมาควบคุมจริยธรรมของวิชาชีพ ดังนั้นจึงอยากจะฝาก เป็นข้อสังเกตเพื่อให้ไม่ให้เกิดปัญหาข้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจจะเป็นข้อห่วงใยที่ผมกังวลใจ ขอบคุณครับ
คุณวิทยา บุรณศิริ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนอื่นก็ต้องขอ ชื่นชมตัวแทนภาคประชาชนที่นําเสนอพระราชบัญญัติที่เป็นประโยชน์กับวิชาชีพ แพทย์แผนไทย สิ่งที่ผมตระหนักแล้วก็อยากจะตั้งคําถามก็แปลกใจว่าทําไมรัฐบาลโดยเฉพาะ กระทรวงสาธารณสุขไม่เสนอร่างเพื่อมาประกอบ ทั้งนี้เพื่อจะได้เป็นการยอมรับหรือกระชับ มากขึ้นว่าเมื่อตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปแล้วจะเป็นที่ยอมรับของกระทรวงสาธารณสุข แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับท่านประธาน ผมก็ได้รับการประสานงานจากตัวแทนผู้เสนอกฎหมาย แล้วก็ได้ยินดี แล้วก็เล็งเห็นความสําคัญ แต่ก็อยากจะฝากไว้ เพราะดูในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคณะกรรมการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถาบัน มีความเป็นห่วงในบางเรื่อง ก็คือเรื่องของหลักสูตร บุคลากรที่จะเข้ามา พูดง่าย ๆ ว่ามารับการอบรมการเรียนการสอน จนกระทั่งนําไปสู่การได้รับประกาศนียบัตร ผมเรียนต่อท่านประธานว่าผมมีประสบการณ์ เรื่องนี้พอสมควร แล้วก็เห็นใจ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ขึ้นต้นว่ายาสมุนไพร ต้องเรียน ตามตรงครับท่านประธาน ผมพยายามติดต่อกระทรวงสาธารณสุขเป็นเวลาเป็นปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ในเขตพื้นที่ เป็นการประสานงานที่ค่อนข้างจะลําบากมาก ๆ เขาจะต้องมีผู้ชํานาญ เขาจะต้องมีแพทย์แผนไทยไปรับรองสินค้าชุมชนชนิดที่เขาเขียนว่า ยาสมุนไพร กว่าจะได้การรับรอง อย. กว่าจะได้การรับรองมาตรฐานจากกระทรวง สาธารณสุข ท่านประธานคิดสิครับ เขาจําหน่ายโดยแพร่หลายนะครับ ไปถูกจับ ไปถูก ต่าง ๆ นานา พูดง่าย ๆ ว่าทุกข้อกล่าวหาก็ว่าได้ ท่านลองคิดดูสิครับว่ามันเป็นอุปสรรค สําหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับภูมิปัญญาจากปู่ย่าตายายมา แต่สิ่งเหล่านี้ผมก็เลยคิดว่าเมื่อมี การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงเห็นว่าน่าจะเป็นทางออกนอกเหนือจากสิ่งที่ท่านผู้ เสนอเป็นตัวแทนเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้แถลงแล้ว ปัจจุบันเราคงต้องยอมรับว่า พัฒนาการทางการแพทย์นั้นมีการปรับมาใช้เรื่องของสมุนไพรมากขึ้นทั่วโลก แล้วก็ไม่รู้ จะกี่ตัวยาในสมุนไพรของเราที่ถูกนําไปใช้กับธุรกิจของต่างชาติ พูดง่าย ๆ ว่าแทบจะทุกตัว ที่ว่ามีสมุนไพรอยู่ในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ที่ผมได้นําเรียนต่อท่านประธานว่าอยากจะฝาก ถ้าเกิดพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ตราขึ้นมาแล้ว ผมดูบางมาตราพูดง่าย ๆ ว่าลิดรอนสิทธิ หรือกระบวนการเข้าถึงของพี่น้องประชาชน เพราะดูในรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กรรมการที่จะเข้ามาดํารงตําแหน่งที่มีการเลือกตั้ง และกรรมการซึ่งดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๗ ที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ ผมดูแล้วว่ามันขาดหรือมันยังแคบไป เพราะถ้าเรา ยอมรับว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นจะต้องเข้ามาได้รับการดูแลตามที่นิยามของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติที่เพื่อนสมาชิกเสนอแล้ว ผมคิดว่าคงจะต้องดูด้วย ในชั้นกรรมาธิการด้วย ทําอย่างไรจะเปิดโอกาสให้พี่น้องที่เขามีภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย อันนี้ก็ต้องฝากกัน เพราะฉะนั้นถ้าดูจากสัดส่วนของกรรมการแล้ว เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ไม่เคยถูกสั่งพักใบอนุญาต หรือเพิกถอน ใบอนุญาต นอกเหนือจากที่คุณหมอวรงค์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้กล่าวแล้ว ผมคิดว่า ท่านต้องดูอย่างรอบคอบ เมื่อสภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการเข้าไปศึกษาแล้ว แล้วท่าน ในฐานะที่เป็นผู้มีความชํานาญและผู้มีความริเริ่มที่จะดําเนินการ หรือเป็นผู้ก่อตั้ง หรือเป็น ผู้ที่ดําเนินการในธุรกรรมด้านนี้มา แต่เพื่อให้องค์ประกอบของการทําหรือรักษาไว้ ซึ่งแพทย์แผนไทยได้ยกฐานะหรือยกระดับจนนําไปสู่การให้ประกาศนียบัตรหรือสถานศึกษา เพราะฉะนั้นก็ไม่มีรายละเอียดว่าตําราหรือการเรียนการสอนจะเป็นลักษณะอย่างไร อันนี้ ถ้ามีนะครับ เดี๋ยวพอรับไปแล้วเสร็จในวาระสอง วาระสามกลับมาผมก็อยากจะให้ท่านนํามา เพื่อประกอบการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งด้วย แต่ในชั้นคณะกรรมาธิการผมคิดว่าเรื่องนี้ ก็เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด ใน (๓) ของมาตรา ๑๙ เป็นผู้ไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย อันนี้ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ ผมคิดว่าการเขียนแค่นี้ผมคิดว่ามันอาจจะไป จํากัดสิทธิ เพราะว่าผู้เป็นบุคคลล้มละลายนั้นมีหลายสถานะ โดยเฉพาะที่ผ่านมาในอดีต ตอนวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งมันจะไม่เกี่ยวข้องกับความผิดของเขา ซึ่งมันจะไม่เกี่ยวข้องกับ ความผิดของเขาโดยตรงในฐานะผู้ค้ําประกันบ้าง เพราะฉะนั้นถ้าจะมาทําหน้าที่ตรงนี้ ผมคิดว่าถ้าเขามีความรู้ความสามารถจริง อันนี้ท่านต้องไปพิจารณาด้วย
อีกประเด็นหนึ่งตามมาตรา ๘ สภาการแพทย์แผนไทยที่มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ อันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าดูตามรายละเอียดแล้วคงจะต้องพิจารณาวิเคราะห์กัน ถึงรายละเอียด จากประสบการณ์ที่ผมได้นําเรียนกับท่าน เรื่องของแพทย์แผนไทยหรือ สมุนไพร หรือยาสมุนไพรนั้นมันมีหลายรูปแบบ ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขทําหน้าที่ ควบคุม แต่ผมเรียนท่านตามตรงเลยนะครับว่ามันเป็นอุปสรรคอย่างสิ้นเชิงกับพี่น้องที่ทํา อาชีพ ก็คือที่มาจากภูมิปัญญา เขาเรียกอาชีพเสริมหรือผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) อะไร ต่าง ๆ ท่านเชื่อหรือไม่ กว่าเขาจะก่อตั้งเป็นสมาคมหรือเป็นชมรมมันก็ค่อนข้างยากอยู่แล้ว แต่เขาเหล่านั้นมีภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาแล้วทําเป็นกิจกรรมในหมู่บ้าน อันนี้ท่านต้อง อนุรักษ์ ส่งเสริม หรือหาวิธีการให้เขาดํารงอยู่ได้ แต่ผมได้พบว่าบางครั้งเมื่อสาธารณสุข เข้าไปตรวจ เราพบว่าอะไร คํากล่าวอ้างเรื่องมาตรฐานของโรงเรือน อันนี้เขาไม่ได้มาศึกษา จากท่านเพียงอย่างเดียว ท่านจะต้องให้การควบคุมหรือให้ดูแลจนกระทั่งนําไปสู่การรักษา หรือรักษาไว้ซึ่งแพทย์แผนไทยด้วย สิ่งเหล่านี้ผมต้องฝากท่าน เพราะว่าในฐานะท่านเป็น ผู้ชํานาญ เพราะฉะนั้นการรักษาไว้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือน มาตรฐานของโรงเรือน ขาดไปแค่เมตรเดียวเขาไม่ให้ใบอนุญาต หรือเข้าไปตรวจนี่ขาดประเด็นตกหล่นเพียงแค่ นิดเดียวมันเป็นเหตุในการไม่อนุญาตหรือไม่รับรอง อย. บรรจุภัณฑ์ แพ็คเกจจิ้ง (Packaging) ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการให้องค์ความรู้คงไม่ใช่เรื่องประกาศนียบัตร อย่างเดียว อาจจะเรื่องประกอบอาชีพ นําไปสู่การประกอบอาชีพแล้วการรับประกาศนียบัตร ไม่ใช่สูตรสําเร็จเสมอไปสําหรับแพทย์แผนไทย แต่มันต้องมีกระบวนการนําไปสู่อาชีพ อายุที่ท่านกําหนดไว้ขั้นต่ํา ๒๐ ปี แต่ผมคิดว่าคนที่จะเข้ามาศึกษาสูงสุดท่านผมได้ไหมว่า เท่าไร บางคนมีความชํานาญแต่ขาดประกาศนียบัตร แต่ว่าโดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เสร็จก็จะไปจํากัดเขาอีก ๖๐ กว่าปี ผมถึงถามว่าหลักสูตรจะเป็นอย่างไร เพราะเราจะมีทั้ง ปริญญา ถูกไหมครับ มีทั้งประกาศนียบัตร ท่านควรที่จะตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้สักนิดหนึ่ง ถ้ามีเวลาว่ามันจะเป็นอย่างไร ผมยังยืนยันนะครับ ตามี ยายมา ที่เขามีภูมิปัญญา เขาอายุ ๖๐ ปี อายุ ๗๐ ปี แต่เขาเกิดอยากจะได้ประกาศนียบัตรสักใบจากท่านมันมีข้อห้ามหรือไม่ มันต้องมาผ่านกระบวนการของสถาบันที่ท่านตราพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วจะต้องทํา องค์กรของท่านขึ้นมา เขาจะเข้ามาสู่ช่องนี้อย่างไร กรุณาตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อจะเป็น องค์ประกอบนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย จะต้องมี คุณสมบัติอายุไม่ต่ํากว่าเท่าไร ก็เขียนไว้ ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ปี มีความรู้วิชาชีพแพทย์แผนไทย ตามมาตรา ๑๒ ถ้าตามมาตรา ๑๒ ก็มีปัญหา ไม่เป็นผู้ประพฤติเสียหาย ไม่เคยต้องโทษ จําคุกพิพากษาถึงที่สุด อันนี้ก็เหมือนกันต้องดูให้ชัด เพราะบางครั้งในหน่วยงานเรือนจํา ผมเรียนท่านนะครับ เรือนจําเขาฝึกเรื่องนี้ครับ ฝึกเรื่องวิชาชีพหรือเรื่องแพทย์แผนไทยอยู่ จนกระทั่งนักโทษเมื่อพ้นโทษออกมาเสร็จเขามีภูมิปัญญาติดตัว มีความรู้กลับมา แต่บางครั้ง ถ้าเราไปเขียนล็อก (Lock) ไว้อย่างนี้ท่านก็ต้องคิดด้วย บุคคลเหล่านั้นพอกลับมาเป็นคนดี คืนคนดีสู่สังคมเราต้องมีช่องให้เขาอยู่ เพราะระหว่างที่เขาถูกจําคุกอยู่หรือถูกจํากัดสิทธิอยู่ ตรงนั้นเขาไม่มีโอกาสที่จะไปศึกษาเรียนปริญญาจากที่อื่น เขาไม่ได้ออกมาศึกษา แต่เขา สามารถมีภูมิปัญญาโดยเฉพาะ นวดบ้าง นวดแผนไทยบ้าง ยาสมุนไพรบ้าง แต่เขาเหล่านั้น เมื่อมาถึงคุณสมบัติของท่านแล้ว ไม่เคยเป็นผู้มีพฤติกรรมเสียหาย ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่า อาจจะนํามาซึ่งความเสียหายแก่เกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ โดยเฉพานักโทษที่เป็น สุภาพสตรี ผมคิดว่าผู้เข้าชื่อเสนอร่างนี้มาจากประชาชน ผมอยากจะให้คํานึงเรื่องพวกนี้ เพราะว่าปัจจุบันนี่เรามีวิธีรัฐบาลหรือภาคราชการเขามีวิธีบริหารให้นักโทษนั้น คือจะไป จําคุกอยู่เฉย ๆ หรืออยู่ในเรือนจําและไม่ได้ทําอะไรนี่ผมคิดว่าแต่ละเรือนจําเขามีวิธีบริหาร การจัดการหลาย ๆ เรื่องอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อาจจะติดตัวเขามาเป็นภูมิปัญญา แต่ว่าบางคุณสมบัติของเรามันก็ไปจํากัดเขา และเราถามว่าการคืนคนดีให้สังคมตรงนั้น มันก็คือนิยามที่แตกต่างกับวิชาชีพที่จะออกจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงฝากกรรมาธิการ ด้วยว่าเรื่องนี้ผมเห็นด้วยเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคิดกันให้ดีแล้วนี่ยังมีประเด็นที่มีช่องว่างอีกเยอะ ในพระราชบัญญัติที่ท่านเสนอต่อสภาแห่งนี้เพื่อให้สมาชิกได้พิจารณา แต่ผมก็ยืนยันว่า สิ่งที่ผมพูดมานั้นมันมาจากความเป็นจริงของสังคมไทย มีหลายเรื่องที่ อสม. ได้ทํา จนกระทั่งพูดง่าย ๆ แทบจะมาเป็นวิชาชีพได้ แต่สิ่งเหล่านั้นนี่เราไม่ได้บรรจุ เพราะ ในหลักวิชาการท่านก็จะเอาแต่เรื่องในตํารับตํารา หรือเรื่องที่เป็นสากลยอมรับ นอกจาก วงการแพทย์ที่ท่านกําลังจะคิดว่ายกระดับวงการแพทย์แผนไทยของไทยเพื่อให้ทันกับ นานาอารยประเทศเขา แต่สิ่งที่ท่านคงต้องคํานึกถึงที่ผมได้กล่าว ท่านประธานผมมีประเด็น ที่จะฝากไว้หลาย ๆ ท่านอาจจะมีความคิดเห็นต่อ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพหมานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ในการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... เนื่องจากว่าผมนั้นได้รับปากท่านอร่าม อามระดิษ ไว้เมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว รวมทั้งเพื่อนวิชาชีพแพทย์แผนไทยในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ และ ท่านอาจารย์หิรัญ ศิลา ท่านประสพ เจริญพรวรนาม ซึ่งล้วนแต่เป็นแพทย์แผนไทย เมื่อรับปากเพื่อนเอาไว้ก็ต้องลุกขึ้นสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการที่ทําให้อาชีพแต่โบราณ ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยาก็ว่าได้ จนถึงปัจจุบันได้มีสภาแพทย์แผนไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผม เห็นว่าแพทย์แผนไทยโดยเฉพาะในเขตหนองแขม ยกตัวอย่างเช่นหมอเปี๊ยกก็เป็นแพทย์แผนไทย ที่มีความเชี่ยวชาญในการจับเส้นเป็นอย่างมาก ถ้าคอเคล็ดไปจับทีเดียวหายเลย ท่านประธานครับ เมื่อมีภูมิปัญญาอย่างนี้และจะทําให้ถูกต้องตามกฎหมายผมก็ขอสนับสนุน รวมทั้งในเรื่องของการกําหนดอายุของสมาชิกของแพทย์แผนไทยที่ท่านสมาชิกบางท่าน บอกว่าผู้สมัครนั้นจะต้องเป็นสมาชิกสภาแพทย์แผนไทย ต้องมีคุณสมบัติอายุไม่ต่ํากว่า ๒๐ ปีนั้น แต่ในร่างของท่านอร่าม อามระดิษ และตัวแทนประชาชนกว่า ๑๐,๐๐๐ คนนั้น กําหนดอายุไว้เพียง ๑๘ ปี ซึ่งผมเห็นด้วยว่าควรจะ ๑๘ ปี เพราะ ๑๘ ปีนั้นเป็นตัวเลข ที่เท่ากับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ ในท้ายของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นได้ กําหนดค่าขึ้นทะเบียน ค่าต่อใบอนุญาต รับใบอนุญาต ผมเห็นว่าบางท่านที่เสนอกฎหมาย เข้ามานั้นได้เสนอในราคาที่แพงมาก แต่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตว่าการต่อคลินิก เช่น คลินิก หมอฟันครับท่านประธาน เพียงแค่ปีละ ๕๐๐ บาทเท่านั้น นี่คือคํายืนยันจากท่านทันตแพทย์ สุรัญ จันทร์พิทักษ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เพราะฉะนั้นการจะต่อใบอนุญาตของ แพทย์แผนไทยก็ควรที่จะสอดคล้องกับเพื่อนแพทย์สาขาอื่น ๆ เช่น ทันตแพทย์เป็นต้น ๕๐๐ บาทนี้ก็ถือว่ามากแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากกราบเรียนไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่กําลังจะจัดตั้งขึ้นนั้นได้โปรดพิจารณาถึงคุณสมบัติ คุณค่าในการที่ จะเป็นแพทย์แผนไทยเป็นกรณีพิเศษ ผมอยากจะยกตัวอย่างเช่นการนวดไทยในต่างประเทศ ที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างที่ท่านประธานทราบ แปลเป็นไทยแล้วหมายถึงการนวดไทย ปรากฏว่ามีคนชาติอื่นเป็นเจ้าของ และบางครั้ง หลายครั้งในหลาย ๆ สถานที่ปรากฏว่า มีการใช้คนชาติอื่นมานวดแทนคนไทย ซึ่งก็ไม่ได้คุณสมบัติ ไม่ได้ความสามารถเทียบเท่ากับ คนไทยเลยแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นคําว่า นวดไทย ท่านจะทําอย่างไรที่จะจดลิขสิทธิ์หรือ สงวนลิขสิทธิ์ไว้สําหรับการแพทย์แผนไทยเท่านั้น ไม่ควรที่จะให้คนต่างชาติมาฉกฉวยโอกาส ใช้คําว่า นวดไทย ไปแสวงหาผลประโยชน์ในต่างแดน แล้วผมกราบเรียนท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่กําลังจะจัดตั้งขึ้นว่าคนต่างชาติในหลาย ๆ ประเทศกําลังจะ ฉกฉวยโอกาสในการใช้คําว่า นวดไทย เพื่อผลประโยชน์ของคนในชาติของตนเองซึ่งไม่ใช่ คนในชาติของเรา ท่านประธานครับ โดยสรุปแล้วผมเห็นด้วยในหลักการของท่านอร่าม อามระดิษ และท่านนายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี รวมทั้งฉบับของคุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ที่ได้ เสนอมาทั้ง ๓ ร่าง เพียงแต่ว่าทําอย่างไรที่จะให้การต่อใบอนุญาต การขออนุญาตนั้น ได้มีราคาที่สมเหตุสมผล อย่าได้แพงเกินสมควร เพราะแพทย์แผนไทยก็คือพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศและจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม
คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... ในเบื้องต้นเลยผมเห็นชอบด้วยกับ หลักการและเหตุผลในวาระที่หนึ่ง และผมให้การชื่นชมเสมอกับทุกร่างพระราชบัญญัติ ที่เป็นแรงเป็นพลังของพี่น้องประชาชนที่ท่านได้ไปรวบรวมกันมาเป็นร่างของประชาชน แล้วก็อยากจะกราบฝากไปยังเพื่อนสมาชิกที่ได้นําเสนอร่างประกบ ๒ ร่างนี้ ร่างของ ท่านก็เป็นประโยชน์ แต่ผมอยากจะให้เกียรติกับพี่น้องประชาชนที่เขาได้รวบรวมรายชื่อ ขึ้นมาขอให้ใช้ร่างของประชาชนเป็นหลักนี่คือคําร้องขอ แต่ในส่วนของร่างพระราชบัญญัตินี้ ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่จําเป็นจะต้องถกเถียงแล้วก็นําไปพิจารณาในขั้นของ การตั้งคณะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมจะแยกสั้น ๆ ๓ ประเด็น
ประเด็นแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย ด้วยความเคารพ อาจจะเป็นเรื่องของความไม่คุ้นชินกับการร่างพระราชบัญญัติ การเขียน ร่างพระราชบัญญัติ ผมมาดูแล้วผมดูโดยเฉพาะในเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการเอง ผมผ่าน พ.ร.บ. มาหลายฉบับมาดูฉบับนี้ ผมนับแล้วผมไม่แน่ใจว่าในที่สุดเราจะมีกรรมการ กี่คน เพราะตัวเลขมันดูจะลอย ๆ มันไม่มีการกําหนดให้ชัดเจน มีการกําหนดประเภทบ้าง แต่ไม่ได้บอกว่ามีกี่คนให้มันชัด เช่น เป็นเภสัชกรรมไทย ๑ คน ผดุงครรภ์ไทย ๑ คน ถ้าเขียนอย่างนี้เราจะรู้ได้ชัดเจนทันทีว่าในที่สุดองค์ประกอบมันจะประกอบด้วย อะไรบ้าง แต่ตอนนี้ดูอาจจะหลวมไปนิดหนึ่ง ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของกรรมการเอง ผมไม่แน่ใจ ในแนวความคิด เช่น ตัวแทนของกระทรวงกลาโหม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมไม่รู้ว่า ท่านจะบรรจุเข้ามาทําไมให้เป็นองค์ประกอบ เพราะว่าผมเห็นว่าบุคคลเหล่านั้นจะมาช่วย สนับสนุนในกิจการของคณะกรรมการชุดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าหน้างานของเขา ไม่มีความเกี่ยวเนื่องกับทางคณะกรรมการใด ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะกราบฝากไว้
ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของกรอบอํานาจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมค่อนข้างเป็นห่วง เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เราจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคอยกํากับดูแลกับผู้คนที่ประกอบวิชาชีพ ในอาชีพซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณีของไทยเราเลย แต่อย่างที่ท่าน ส.ส. วิทยาได้เกริ่นไป มีคุณลุงคุณป้าอีกมากมายที่เขาได้ประกอบวิชาชีพเช่นนี้มานานแล้ว วันนี้เรากําลัง จะทํา ๒ อย่าง บางคนมาต่อใบอนุญาตใหม่ บางคนต้องมาสอบใหม่เพื่อที่จะเรียนปริญญา บางคนต้องเรียนเป็นใบอนุญาต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมไม่แน่ใจว่าจะปรับใช้ในทางปฏิบัติจริง ได้มากน้อยเพียงใด ที่สําคัญถ้าถึงเวลาแล้ว พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไป คุณลุง คุณป้าที่อยู่ตามบ้านผม ชนบทไกล ๆ อยู่เชียงใหม่ไกล ๆ เขาไม่มีโอกาสเข้ามาหาท่านที่จะเข้ามาสอบ มาต่อ ใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ ถึงเวลากลายเป็นโทษกับเขาไปเสียอีกว่าเจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย สามารถที่จะไปเอาผิดกับเขาได้ ตรงจุดนี้เราจะต้องระมัดระวังถ้าเกิดว่ามันเป็นคุณก็ทําไป แต่ถ้าจุดใดเป็นจุดอ่อน แล้วอาจจะเป็นโทษกับพี่น้องประชาชนที่เขาประกอบวิชาชีพนี้อยู่ใน ปัจจุบันผมก็ขอติงไว้ แล้วก็ขอให้ท่านไปพิจารณาให้รอบคอบในชั้นของกรรมาธิการ ส่วนสุดท้ายผมกราบเรียนสั้น ๆ ว่าอยากจะให้ท่านได้กําหนดบทบาทและอํานาจของท่านให้ ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าท่านมาดูในส่วนสุดท้ายเป็นเรื่องของมาตราในหมวด ๗ บทกําหนดโทษ จะเห็นเลยว่าบทกําหนดโทษของท่านค่อนข้างหนักหลายอันจําคุกไม่เกิน ๑ ปี บางอันจําคุก ไม่เกิน ๓ ปี มาตรา ๕๒ บอกว่า ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคํา หรือไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ตามที่ เรียกตามมาตรา ๓๘ ซึ่งมาตรา ๓๘ เป็นคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ ไม่มาให้ถ้อยคํา หรือไม่ส่งเอกสารจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน ซึ่งโทษเหล่านี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ มันเป็นโทษที่หนัก ซึ่งเราอาจจะใช้วิธีการ เช่น ผลักภาระในเรื่องของการสืบสวนเหล่านี้ไปยัง หน่วยงานที่เขามีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายอาญาอยู่แล้ว ท่านใช้มาตรา ๓๘ ดึงกฎหมาย อาญามาอยู่ในคณะอนุกรรมการเลย ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมไม่แน่ใจว่านั่นเป็น วิถีทางออกที่เหมาะสมแล้วหรือไม่ ก็อยากจะให้ท่านได้พิจารณาไว้ในขั้นของกรรมาธิการ
ประเด็นสุดท้าย ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ตามบัญชีแนบท้ายซึ่งเป็นเรื่อง ของอัตราค่าธรรมเนียม ถ้ามานึกสภาพดูว่าอาชีพแพทย์ไทยมันครอบคลุมอะไรบ้าง ถ้าเกิด เป็นเรื่องของการประกอบวิชาชีพซึ่งเป็นการรักษาโรค เป็นการเกี่ยวกับการจัดยา ค่าธรรมเนียมอาจจะยังพอไหว ขอขึ้นทะเบียนฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ต่ออายุ ๒,๐๐๐ บาท เป็นต้น อาจจะยังพอไหว แต่ท่านนึกสภาพอีกกลุ่มหนึ่งสิครับ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของท่าน นะครับ พี่น้องที่เขาทําเรื่องของนวดแผนไทยเขาได้ชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท ถึงเวลาท่านมาเก็บเขา ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ผมต้องกราบเรียนว่ามันเป็นภาระที่หนักพอสมควร ก็อยากจะ ฝากผ่านท่านประธานไปยังทางเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการ รวมถึงทางผู้เสนอร่าง เมื่อมีโอกาสในขั้นกรรมาธิการช่วยปรับแก้ให้มีความเหมาะสมในประเด็นต่าง ๆ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ พระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ละเอียดอ่อนมาก ผมก็ว่าไม่เกิน ๓ ทุ่ม ผมก็ขอเลื่อนไปพิจารณา วันพรุ่งนี้ต่อจากกระทู้ถามสดจนเสร็จนะครับ กระผมขอปิดประชุมวันนี้ครับ