สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔

บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเมือง เขาเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแก้ไขปัญหาและเพิ่มความชัดเจนในการตรวจสอบสมาชิกพรรคการเมือง นอกจากนี้เขายังหารือเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่..) พ.ศ..... โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขและเพิ่มเติมในมาตรา ๓ และ ๑๐ รวมทั้งการคํานวณจํานวนประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ดำเนินการป้องกันการซื้อเสียง การจําหน่ายสุรา และการตรวจสอบบัตรเสีย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก่อนที่ผมจะได้อภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น ผมขออนุญาตที่จะให้ท่านประธานแล้วก็รวมทั้งคณะกรรมการ กกต. ได้ดูการพิมพ์ผิดสักเล็กน้อยนะครับ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านส่งมาทั้งหมดนั้นน่าจะมาจาก การพิมพ์ของทางคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ มันพิมพ์ผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ว่า ผมคิดว่าถ้าเป็นกฎหมายก็คงจะให้ผิดไม่ได้นะครับ หน้า ๑๖ ในมาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกชื่อ ข้อ ๔ หมายเลขที่จะใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง ท่านคงจะเห็นนะครับ มันขาดไม้หันอากาศ แล้วก็ จะมีไม้โทถูกไหมครับ แต่ท่านมีไม้โทอย่างเดียวนะครับ เลือกตั้ง อีกหน้าหนึ่งนะครับ เท่าที่ ผมเห็นนะครับ หน้า ๒๓ ในเอกสารประกอบอยู่ในข้อ ๒๐ มาตรา ๒๔ (๔) ครับ บัตรที่ ไม่อาจทราบได้ว่า ในนี้เขียนว่า ละคะแนนนะครับ ก็คงจะพิมพ์ผิดนะครับ คือคงจะพิมพ์ คําว่า ลงคะแนน มากกว่านะครับ บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนเลือกตั้ง ท่านพิมพ์ ล ลิง สระอะ ขออนุญาตเปลี่ยนเป็น ลง ก็จะเห็นทั้ง ๒ จุดนะครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในประเด็นสําคัญ ๆ เท่าที่ผม อยากจะขออนุญาตได้ร่วมอภิปรายไว้ในชั้นนี้ เพื่อท่านได้จะไปพิจารณาเพราะเชื่อว่า โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นคงจะยึดเอาพระราชบัญญัติที่ท่านร่างมาเป็นหลัก ผมขออนุญาตเริ่มต้นที่มาตรา ๑๑ ยกเลิกความในมาตรา ๓๖ อยู่หน้า ๑๓ มาตรา ๓๖ บอกว่า การสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่าง ๆ ให้ผู้สมัครของแต่ละพรรคนั้น ไปยื่นใบสมัครต่อผู้ดําเนินการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งนั้น การยื่นใบสมัครนั้นก็จะต้อง ให้ผู้สมัครยื่นหนังสือรับรองของหัวหน้าพรรคการเมือง แล้วก็มีเงินค่าธรรมเนียม ผมขออนุญาตที่จะติงท่านสักหน่อยนะครับในช่วงท้ายบทเฉพาะกาล ท่านบอกว่าให้หัวหน้า พรรคการเมืองไปคุยกันเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งเหมือนกัน คนจะสมัครรับเลือกตั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายคนละ ๕,๐๐๐ บาท ถ้าถามว่า ๕,๐๐๐ บาท มากหรือไม่มากต่อการเลือกตั้ง อาจจะไม่มาก แต่ถ้าคูณทั้งประเทศรวมกัน ท่านประธานครับ มีผู้สมัครที่จะมาเป็น ส.ส. ส.ว. จํานวนมันมากกว่าจํานวนที่รับได้ ถูกไหมครับ สมมุติว่า สมัครกัน ๑๐ เท่า ท่านก็จะมีคนสมัคร ๕,๐๐๐ คนทั่วประเทศ คนละ ๕,๐๐๐ บาท ๒๕ ล้านบาท คําถามผมมีตามมาเหมือนกัน ๑ ทําไมต้อง ๕,๐๐๐ บาท ทําไมไม่น้อยกว่านี้ เพื่อที่จะสนับสนุนให้คนที่จะสมัครเขาเดินมาสมัครได้ อาจจะแทบไม่มีค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ แต่ผมเชื่อครับ ผมว่าท่านมีค่าใช้จ่าย เรื่องค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าเบี้ยเลี้ยงของกรรมการ เรื่องอะไรต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ ท่านก็ของบประมาณรัฐบาลเพิ่มเติม แต่อย่างน้อยที่สุด ๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ซึ่งเป็นรายได้ของท่านเพิ่ม ท่านปรากฏในส่วนของการรับรู้รายได้ของ ท่านเพิ่มหรือไม่ ระบบบัญชีของท่านได้ชี้แจงอย่างละเอียดหรือไม่ แล้วผมเห็นว่า ๕,๐๐๐ บาทนี้น่าจะต้องน้อยลง เพื่อที่จะสนับสนุนให้คนมีโอกาสที่จะมาสมัครมากยิ่งขึ้น

ต่อไป เป็นมาตรา ๔๑ นะครับ ในมาตรา ๔๑ นั้นก็เป็นเรื่องที่บอกว่า บุคคลที่จะสมัครเป็นผู้แทนในแบบของบัญชีรายชื่อนั้น บุคคลดังกล่าวต้องเป็นสมาชิก ของพรรคการเมืองที่จะเสนอรายชื่อเพียงพรรคเดียว ตรงนี้มีคําถามครับท่านประธานว่าปกติ แล้วพรรคการเมืองจะส่งการเป็นสมาชิกไปที่ กกต. ผมเข้าใจว่าเป็นรอบ ๆ ถูกไหมครับ เป็นรอบ เช่นอาจจะเดือนละครั้ง อันนี้ผมไม่แน่ใจเดือนละครั้งหรือ ๑๕ วันครั้ง คําถาม ตามมาถามว่าแล้ววิธีการที่ท่านจะพิสูจน์ว่าคน ๆ นั้น มีรายชื่ออยู่ในพรรคการเมืองเพียง พรรคเดียวนั้นท่านทําอย่างไรและสามารถพิสูจน์ได้ในระยะเวลาที่ถูกต้องหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องของการรอบคอบ ผมเห็นด้วยครับว่าคนหนึ่งจะต้องมี ๑. บัญชีรายชื่อ บัญชีเดียวเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียว แต่คําถามคือเขาเป็นสมาชิก ๒ พรรคการเมือง ในขณะเดียวกันหรือไม่ หรือ คําถามที่ ๒ คือ ถ้าตัวเขาเองไม่ได้สมัครใจจะเป็น แต่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งดันไปมีชื่อของเขาไปอยู่ในระบบ ท่านจะพิสูจน์อย่างไรครับ อันนี้ฝากไว้นะครับ

ประเด็นต่อไป เป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๓ ซึ่งใน (๙) นั้น ท่านก็มีการแก้ไขนะครับจากร่างเดิม ก็คือว่าท่านก็จะเขียนเฉพาะการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งถูกไหมครับ (๙) ท่านเขียนอย่างนี้นะครับว่า ดําเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งจัดให้มีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ท่านประธานครับ ตรงนี้เนื่องจากว่าท่านไปตัดทอนของเก่า ซึ่งมีคําว่า และการเลือกตั้งแบบสัดส่วน ออกนะครับ แต่ผมคิดว่าท่านควรจะเขียนให้ครบ นั่นก็คือว่า เนื่องจากอันนี้เป็นอํานาจหน้าที่ของท่านนะครับ ในมาตรา ๑๐ ซึ่งเป็นคณะกรรมการ การเลือกตั้งมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๙) ท่านก็จะเขียนเรื่องของการดําเนินการแบ่งเขต เลือกตั้งสําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ท่านลืมเขียนถึง เรื่องของบัญชีรายชื่อครับ ท่านยังต้องมีหน้าที่ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องของบัญชีรายชื่อ เช่นอย่างเมื่อสักครู่ว่าสมาชิกคนหนึ่งจะต้องมีการลงเป็นสมาชิกพรรคได้เพียงแค่พรรคเดียว อย่างนี้เป็นต้น ผมเข้าใจว่าท่านลืมที่จะใส่ให้ครบถ้วนนะครับ ในส่วนนี้ใน (๙) ฝากให้ท่าน พิจารณาก็แล้วกันนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอีกสัก ๒-๓ นาที ที่จะพูดถึงเรื่อง เช่น การคํานวณจํานวนประชากร จํานวนประชากรที่ท่านให้มา ก็ถูกต้องนะครับ ก็คือว่าต้องนับจํานวนประชากรที่สิ้นสุดปีที่ผ่านมาคือ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ จํานวนประชากรที่มีปรากฏอยู่ในนี้ก็คือมีประชากร ๖๓,๘๗๘,๒๖๗ คน คําถามคือว่า ท่านได้ตัดจํานวนของคนที่มิได้เป็นคนสัญชาติไทยหรือเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยการ แปลงสัญชาติ ซึ่งต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปีด้วยหรือไม่ ซึ่งอันนี้ เป็นคุณสมบัติหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คุณสมบัติอื่น ๆ ผมไม่ได้นับ เพราะผมเชื่อว่า ท่านคํานวณที่ประชากรทั้งหมด คนที่อายุต่ํากว่า ๑๘ ปี ท่านก็รวมเข้ามาด้วย ถูกต้องครับ เพราะท่านจะเอาจํานวนประชากรมาหารกับจํานวนของ ส.ส. ถูกไหมครับ จาก ๓๗๕ คน แต่สิ่งที่สําคัญก็คือว่าจํานวนนี้ผมเข้าใจว่าท่านเอามาจากจํานวนในทะเบียนบ้าน ในทะเบียน สํามะโนประชากรหรือไม่ แล้วท่านได้ตัดคนอื่น ๆ ซึ่งไม่มีสิทธิ ไม่มีสิทธิแม้จะไปเลือกตั้งด้วย ท่านประธาน เพราะว่าเขาไม่มีสัญชาติไทยอย่างนี้เป็นต้นหรือไม่ได้สัญชาติไทยมาโดยการ แปลงสัญชาติอย่างนี้ ท่านได้ตัดออกจากจํานวน ๖๓,๘๗๘,๒๖๗ คนหรือไม่ นอกจากนั้นสิ่งที่ ผมต้องขออนุญาตที่จะฝากต่อท่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะว่าโอกาสที่จะได้พูดคุย กับท่านคงจะยากหน่อยนะครับ เมื่อท่านมาเสนอกฎหมายผมขออนุญาตฝาก ๒-๓ เรื่อง ต่อไปนี้ครับ ๑. คือเรื่องของการป้องกันการซื้อเสียง ขณะนี้ท่านคงทราบมันมีรูปแบบใหม่ ๆ เขาไม่ได้ให้เงินเป็นธนบัตรเป็นใบ ๆ แล้ว แต่เขามีวิธีการอื่น ๆ อย่างเช่น การให้บัตรเติมเงิน อย่างนี้เป็นต้น หรือให้สิ่งอื่น ๆ ที่แทนเงินหรือไปจนถึงระบบการจัดเลี้ยงก่อนล่วงหน้า นะครับ สมาชิกหลายท่านพูดเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้านะครับ ซึ่งแน่นอนเวลาเขาเลี้ยงเขาก็ ไม่ต้องรอจนถึงวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ แล้วมาเลี้ยงกันคืนวันเสาร์ ถูกไหมครับ เขาเลี้ยง กันก่อนล่วงหน้า กกต. ได้ดําเนินการในการตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่าง บริสุทธิ์ยุติธรรมได้หรือไม่นะครับ ในเรื่องอื่น ๆ ที่เราเคยกันพูดกันอยู่เสมอครับท่านประธาน ในสังคมไทยก็คือ เช่น การห้ามร้านจําหน่ายสุราบางปีมีการเลือกตั้งหลายครั้งนะครับ ทั้งในระบบของ ส.ส. ทั้ง ส.ว. ทั้งผู้ว่า กทม. อย่างนี้เป็นต้น ปรากฏว่าร้านที่จําหน่ายสุรา ทุกคืนวันเสาร์ก่อนเลือกตั้งเขาก็เซ็งนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมาคือเศรษฐกิจมันไม่ค่อยดี นะครับ ขายของไม่ค่อยได้ คือวันเสาร์กะจะมีลูกค้า ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นเป็นวันเลือกตั้ง เขาก็ เลยอาจจะพาลโกรธไปด้วยว่าทําไมมันเลือกตั้งบ่อยจังเลยนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของ การจําหน่าย ถ้าเขาจําหน่ายอยู่แล้วนะครับ เป็นร้านจําหน่ายอย่างชัดเจน ท่านปรับตรงกฎ ตรงนี้ได้บ้างหรือไม่ ก็คือว่ามันห้ามจ่ายแจกถูกไหมครับ การให้กินฟรีการให้ต่าง ๆ โอเค ผมเห็นด้วยว่าอย่างนี้ต้องห้าม แต่ถ้าเขาจําหน่ายเป็นกิจลักษณะ เขามีร้านค้าประกอบการ อย่างชัดเจน แล้วเขาต้องทํามาหากินเขาต้องเลี้ยงลูกน้อง เขาต้องจ่ายค่าเช่าอย่างนี้ ก็น่าเห็นใจครับ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของบัตรเสีย ท่านประธานครับ บัตรเสียจํานวนบางครั้ง เยอะมาก ผมคิดว่าอันนี้น่าจับตามองนะครับ ทําไมบัตรจึงเสียในบางจุดบางหน่วยเลือกตั้ง เยอะนะครับ แต่อีกอันหนึ่งที่ผมสนใจก็คือเรื่องของการกากบาทหลาย ๆ ครั้งนะครับ การกากบาทหลาย ๆ ครั้ง ถ้าถาม ผมว่าโดยเจตนารมณ์ของคนกากบาท ๑. ปากกา มันไม่ติด มันจึงต้องกากบาทหลายครั้ง ๒. เพื่อย้ําว่าฉันจะเลือกคนคนนี้ก็กาไป แต่กรรมการ ในหน่วยเลือกตั้งจะมองว่าการกากบาทหลายครั้งมีหลายเส้น จึงมีจุดตัดหลายจุดนะครับ เขาก็จะแปลว่าบัตรนั้นเป็นบัตรเสีย ทั้ง ๆ ที่เจตนาของคนกาหลายครั้งมันมีเหตุผลที่สําคัญ นะครับ ก็คืออย่างที่ว่าคืออาจจะย้ําก็ได้ แต่ถ้าดูจุดตัดไม่ว่าจุดไหนก็ตาม ถ้ามันยังอยู่ ในกรอบในช่องของหมายเลขนั้น ผมว่าเจตนารมณ์ยังชัดเจนเหมือนเดิมนะครับ จุดตัด เป็นเจตนารมณ์ของผู้กา เพราะฉะนั้นถ้าเขาอยู่ในช่องเดิมก็น่าจะให้เขาได้ สุดท้ายที่จะฝากกับท่านประธานไปยัง คณะกรรการการเลือกตั้งก็คือ เราคงจะต้องสนใจการใช้เทคโนโลยีอยู่บ้าง ผมคิดว่า ในหลายประเทศท่านเองก็คงไปดูงานมา เขามีการเลือกตั้งที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ โดยที่เรา อาจจะได้ข้ามพ้นต่อการมานั่งกาคะแนนบนกระดาน แล้วก็กากันจนดึก ๆ ดื่น ๆ ง่วงบ้าง หลับบ้าง หรือกาพลาดไปบ้างนี้ การใช้บัตรหรือคอมพิวเตอร์ซึ่งยืนยันได้ว่าบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตจริง ไม่มีใครจะไปเป็นแฮกเกอร์ (Hacker) หรือไปแก้ข้อมูลต่าง ๆ ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น ได้นี้ก็จะทําให้การเลือกตั้งนั้นทันสมัยมากยิ่งขึ้น รู้ผลคะแนนได้เร็วขึ้น ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ