ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของการออกประกาศดังกล่าว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งและกฎหมายการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องการยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้ง และเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งโดยเคร่งครัด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ตามที่ กกต. อาศัยอํานาจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๙ (๓) เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ มาเพื่อให้สภาพิจารณา กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่ากระผมเห็นด้วย ในหลักการทั้ง ๓ ฉบับว่ามีความจําเป็น ถึงแม้ว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านกล่าวว่า ถ้ามี อุบัติเหตุ กกต. สามารถจัดการได้เลย เพราะว่าเป็นไปตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ ในมาตรา ๗ ไม่ใช่ครับ ผมคิดว่าถ้าความคิดเห็นผมทางกฎหมายแล้ว กกต. ผมคิดว่าท่าน เป็นนักกฎหมาย ท่านไม่กล้าเสี่ยงหรอกครับ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้บัญญัติ ไปถึงการออกประกาศดังกล่าวก็ย่อมไม่ชอบ ย่อมเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง กระผม คุยกับผู้ใหญ่ใน กกต. หลายท่านต่างก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้อย่าหลงทางครับ ถึงแม้ว่า มีท่านสมาชิกบางท่านกล่าวว่าไม่มีปัญหา แต่ผมยืนยันว่ามีปัญหาแน่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ก็ขอภาวนาไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน อาจจะเป็นคําร้องขอเกี่ยวเนื่องกับ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ ก็คือการแบ่งเขตเลือกตั้ง ท่านประธานขอฝากไปยัง ท่านประธาน กกต. คณะกรรมการ กกต. ว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งถ้าไม่นับรวมจังหวัดบึงกาฬ แปลว่าประเทศไทยมี ๗๖ จังหวัด เป็นจังหวัดที่มีผู้แทนราษฎรจังหวัดละ ๑ คน คือ ๗ จังหวัด ไม่ต้องแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นจังหวัดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจํานวน ผู้แทนราษฎร ๔๖ จังหวัด เป็นจังหวัดที่มีการเปลี่ยนแปลง คือลดลง ๒๓ จังหวัด ท่านประธานครับ มีการตีความของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งสามารถที่จะใช้มาตรา ๑๐ ของกฎหมายเลือกตั้ง ว่าสามารถทําได้ ใน (๑) ก็บอกว่าให้คํานึงถึงเขตเลือกตั้งเดิม ในวรรคสาม ท่านประธานครับ ผมจําแม่น ถ้าจังหวัดใด ไม่มีการแบ่งจํานวนที่มีการเปลี่ยนแปลงจํานวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น เขาให้ไม่แบ่งก็ได้ ก็มีข้อถกเถียง ก็บอกว่าแต่ก่อนนี้ ๓ คน มาแบ่งเป็น ๑ คนมันต้องเข้าข่าย ไม่ใช่ครับ ถ้าตีความข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดในกฎหมาย เลือกตั้งมาตรา ๑๐ แล้วมันจะไม่มีปัญหาอย่างที่ท่านว่า อย่าทําให้เรื่องไม่เป็นเรื่องให้มัน ก่อให้เกิดปัญหา นั่นประการที่ ๒
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน ผมกําลังห่วงข้อกฎหมาย ท่านประธานและ ท่านประธาน กกต. ทาง กกต. โปรดพิจารณามาตรา ๑๐๘ ในกรณียุบสภา ผมอ่านข้อความ ในวรรคสองท้ายวรรคว่า จะต้องกําหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเดียวทั่วราชอาณาจักร ท่านครับ เมื่อกําหนดวันเดียวทั่วราชอาณาจักรแล้วก่อให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นในทางกฎหมาย ในกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา ๙๕ สามารถเลือกตั้งล่วงหน้า ผมอยากจะถามว่า กกต. จะสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ ในเมื่อเขาบอกว่าการเลือกตั้งทั่วไปให้เลือกตั้งในวันเดียว ทั่วราชอาณาจักร แต่ท่านเลือกตั้ง ๓ วันนี่ครับ กําหนดวันเลือกตั้ง ๑ วัน แล้วกําหนด วันเลือกตั้งอีก ๒ วัน มีเจ้าหน้าที่ทาง กกต. บางท่านก็ชี้แจงผมว่าในการเลือกตั้งล่วงหน้า มันเป็นมาตรการในการ อํานวยความสะดวกเท่านั้น ไม่ใช่ครับ ขั้นตอนในการลงคะแนน หย่อนบัตรลงคะแนน ในหีบเลือกตั้งนั้นคือการเลือกตั้ง มันก่อให้เกิดผลครับท่านประธานในการหาเสียงเลือกตั้ง ในการที่จะบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ เพราะในระหว่างที่ลงคะแนนเรายังหาเสียงเลือกตั้งได้ ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า มันย่อมมีการขัดกันทางด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นตรรกะที่จําเป็นจะต้อง พิจารณาท่านประธานครับ กระผมกราบเรียนประเด็นอย่างนี้ว่าความขัดกันของกฎหมายนั้น มันขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ มันจะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอนถ้าหากว่ามีใคร ตะแบงแล้วตีความ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา ๘ ว่าในกรณียุบสภาจะต้องให้กําหนด วันเลือกตั้งวันเดียวทั่วราชอาณาจักร แล้วท่านไม่มีการแก้ไขเข้ามา นั่นประการที่ ๑ ในเรื่อง ของกฎหมาย
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน มาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญนั้น ให้สมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เพียงพรรคเดียว ๓๐ วัน ในกรณีถึงวันเลือกตั้ง นะครับ ในกรณียุบสภา ท่านประธานครับ แต่ท่านเขียนกฎหมายในกฎหมายเลือกตั้ง ในมาตรา ๑๑ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๓๖ ในกรณีวรรคสองของมาตรา ๓๖ ที่ท่านแก้ไข เขียนว่า การยื่นใบสมัครตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้สมัครยื่นหนังสือรับรองของหัวหน้าพรรคการเมืองที่ส่ง สมาชิกผู้นั้นเข้าสมัครรับเลือกตั้ง ท่านประธานครับ นั่นคือบทบัญญัติที่เขียนไว้ว่า ให้เจ้าหน้าที่ในการที่จะรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องมีใบรับรองของหัวหน้า พรรคการเมืองนั้นรับรองว่านาย ก นาย ข หรือผู้นั้นเป็นผู้สมัครในนามพรรคดังกล่าว แต่ท่านประธาน แต่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๑ (๓) บอกว่า ให้สังกัด พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ ๓๐ วันถึงวันเลือกตั้ง ไม่ใช่วันสมัครรับเลือกตั้งแต่ถึง วันเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นท่านเขียนบังคับท่านไม่มีช่องหายใจไว้เลยนี่ ผมคิดว่าการปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ของทาง กกต. นั้นผมว่ามีปัญหาแน่นอน
ท่านประธานในประการสุดท้ายที่กระผมอยากจะวิงวอนขอให้ทาง กกต. ได้พยายามที่จะดูแลการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่มีอยู่ปัจจุบันผมต้องกราบเรียนว่าไปอยู่ภายใต้ อาณัติของนักการเมือง ในจังหวัดใดที่มีนักการเมืองที่มีบารมี กรรมการการเลือกตั้งประจํา จังหวัดที่จะเสนอมา ๒ แบบ ๓ แบบ ตามที่นั้น ท่านเข้ามาจะเสนอตามความคิดเห็นตาม คําร้องขอ ตามใบสั่งของนักการเมือง เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการ กกต. ได้คํานึงถึงสิ่งเหล่านี้ครับท่านประธาน