สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการปฏิรูปการเลือกตั้ง และเรียกร้องการสนับสนุนให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นอิสระและโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ซึ่งก็ถือว่าเป็นบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยน จากผู้มีประสบการณ์ตรง ในฐานะที่เป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งกับผู้ที่คุมกลไกของการให้มี การเลือกตั้งเพื่อที่จะให้สุจริต โปร่งใส ซึ่งเรื่องนี้ครับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้ง คือพวกเรานี้จะมาสนใจประเด็นของการเลือกตั้งก็ต่อเมื่อจะมีการยุบสภา เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ ในห้วงเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้ง วุฒิสภานี้ได้รับ การเลือกตั้ง บทบาทของ กกต. หายไปในสายลมแสงแดดเลยครับ ไม่ได้ยกระดับ พี่น้องประชาชน ไม่ให้องค์ความรู้ พอถึงเวลาเลือกตั้งมาก็จับผิดผู้แทนอย่างเดียวครับ ตรงนี้ ผมก็ปวดหัวครับท่านประธาน พวกผมชนะเลือกตั้งมานี้ เหมือนโจรเลยครับ หน้าตามอมแมม ดํากระด่างกระดํา เครียด ไหนจะต้องเจอกรรมการการเลือกตั้งจุกจิก ต้องมาตีความอันนั้น ก็ทําไม่ได้ อันนี้ก็ทําไม่ได้ ระมัดระวังก็แพ้เพื่อนเลยครับ ตรงนี้สําคัญครับว่าทําไมพวกเรา ถึงจะต้องมาเอาชนะคะคานกันตอนเลือกตั้ง ทําไมห้วงเวลาที่ไม่มีการเลือกตั้งไม่สั่งสอน ประชาชน ไม่สั่งสอนคนที่จะมาเลือกตั้งครับ ผมก็ไม่รู้ว่า อันนี้เป็นข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ห้วงเวลานั้นถ้าเราบอกพี่น้องประชาชน ถึงพฤติกรรมของนักการเมือง วุฒิภาวะของคนเป็นนักการเมือง และวุฒิภาวะของคนที่จะมา เลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าอายุ ๑๘ ปีพร้อมเลือกตั้ง เราต้องไปใช้สิทธิ ไม่ขายเสียง มันล้าสมัยครับ เมื่อไรก็ไม่ใช้สิทธิ ไม่ขายเสียง นอนหลับทับสิทธิ มันก็ได้แค่นี้ครับ ท่องกันเป็นวรรคเป็นเวร เราก็ได้นักการเมืองมา มารายงาน กกต. กกต. ก็ตรวจสอบงบดุลใบเหลือง ใบแดง วนเวียน ซ้ําซากอยู่อย่างนี้ แล้วก็มาแก้กฎหมาย ไป ๆ มา ๆ ก็ได้พวกเรานี้ ก็วนเวียนกันอยู่ ใน ๓,๐๐๐ คน ๔,๐๐๐ คนนี้ กกต. มีหน้าที่จับ พวกผมมีหน้าที่หาเสียง คือทําอย่างไร เราถึงจะมีวิธีคิดว่าฝ่ายประชาชนซึ่งเขามีการเลือกตั้ง ฝ่ายพรรคการเมืองซึ่งเมื่อมีห้วงเวลา ไม่ใช่มากระตือรือร้นกันตอนที่ยุบสภา วันนี้ก็ผิดปกติ นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาภายใน เดือนพฤษภาคมต้นเดือน มาเร่งฝ่ายนิติบัญญัติให้ออกกฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีใครใหญ่ กว่ากันครับ หรือมันไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมาย มันผิดปกติ ตรงนี้ละครับท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมเองนั้นเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้มีอะไรกับ กกต. หรอกครับ มีแต่กลัว กกต. กลัวใบเหลือง ใบแดงนี้ หลับฝันร้ายวันละ ๓ เวลาก่อนเลือกตั้ง เพราะเราไม่ได้ยกระดับของพี่น้องประชาชน พอถึงเวลาเลือกตั้ง เอาแล้ว กระเหี้ยนกระหือรือ แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ลุกลี้ลุกลน สภามันผิดอะไร ผมไม่ใช่กลัวยุบสภา สภากลายเป็นที่รองรับอารมณ์ทางการเมือง แทนที่ จะยกระดับพี่น้องประชาชนว่าการยุบสภามีเหตุ ๑ ๒ ๓ สภาไปไม่ได้ เกิดความขัดแย้ง กับฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารทะเลาะเบาะแว้งกัน อย่างนี้สิครับ ไม่มีเหตุผล แล้วก็ทีนี้ กกต. ก็เสนอกฎหมาย ๓ ฉบับ มันทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความสงสัยครับ แล้วระวังนะครับ การเลือกตั้งเที่ยวนี้ ถ้าทําอะไรแบบรวก ๆ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟครับ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งอย่าเร่งร้อน สมมุติว่ากฎหมายลูก ๓ ฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภา เข้าศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็โปรดเกล้าฯ ลงในราชกิจจานุเบกษา กกต. ไม่ซักซ้อม กันเลยใช่ไหม พร้อมแล้วใช่ไหม แล้ว กกต. จังหวัดที่จะหมดอายุในเดือนกรกฎาคมนี้ จะทําอย่างไร ๕ เสือของจังหวัด เรื่องนี้นะครับ ท่านอาจจะเป็นบอร์ด (Board) ใหญ่ที่อยู่ ในกรุงเทพมหานคร ท่านไม่เข้าใจปัญหาในพื้นที่ว่ามันครุกรุ่นกันขนาดไหน เพราะฉะนั้นผม เองนั้นอยากจะให้พวกเราตั้งสติว่าการเสนอกฎหมายไม่ควรมีนัยในการสนองตอบต่อฝ่าย บริหาร กกต. ต้องเป็นอิสระ มันก็มีความสงสัยใน กกต. อยู่ ไม่ว่าเรื่องยุบพรรค ไม่ว่าเรื่อง ให้ใบเหลือง ใบแดง เขาก็สงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมือง มีแต่ว่าท่านจะรู้ตัวหรือเปล่า คําตอบ ที่สังคมคาใจอยู่ ถ้าท่านพลาดอะไรนิดเดียว ท่านก็มีสิทธิติดคุกนะครับ เหมือนกับ กกต. ชุดเก่า ๆ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ กกต. ตั้งสติอย่าลุกลี้ลุกลน ท่านคือคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่มีอิสระ โปร่งใส จัดการเลือกตั้งให้ถูกระเบียบ ไม่ใช่มาจับเฉพาะนักการเมือง ต้องจับพวกของท่านด้วย ดูโครงสร้างภายใน กกต. ด้วยว่าสามารถรองรับที่จะมีการเลือกตั้ง ใหญ่ไหม ไม่ใช่แก้กฎหมาย ส่งกฎหมายลูกมา ๓ ฉบับแล้ว ทุกอย่างพร้อม เมื่อกฎหมาย สําเร็จ ผมถามว่าคนของท่านพร้อมหรือเปล่าเวลาพวกเราเลือกตั้ง แจ้ง กกต. กกต. บอกส่ง หลักฐานเดี๋ยวจัดการ มันก็ได้แค่นั้นครับ มันเป็นวิธีกรรม ไม่ศักดิ์สิทธิ์ การซื้อสิทธิขายเสียง เอาอย่างเลือกตั้งล่วงหน้า เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ท่านอย่าปฏิเสธนะครับ ปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ๒ วัน วันแรกไม่เข้าเป้า วันที่ ๒ อัดมาอีกครับ ให้เข้าเป้า มันผิดปกติ แล้วท่านเป็นกรรมการ ท่านทําไมไม่เป่านกหวีด หยุด หยุดครับ เลือกตั้งล่วงหน้าต้องหยุด มันคอนโทรล (Control) ได้ครับ เมื่อท่านตั้งกติกา นักการเมืองบางคนก็อยากจะแหกกติกาเพื่อกลับมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาได้อํานาจรัฐ ซึ่งยิ่งใหญ่มาก มันก็ต้องมีวิธีการครับ ท่านจะมี มัวแต่มาแถลงข่าว แจ้งแล้ว ๆ ไม่ได้ครับ ถ้าตราบใดท่านยังไม่เข้าเชื่อมโครงสร้างของภาค ประชาชน ไม่ทํากลไกของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริงครับ ตรงนี้เรื่องใหญ่ผมก็ไม่เห็นว่ากฎหมาย ๓ ฉบับนั้นจะให้พี่น้องประชาชนนอนตาหลับ ได้อย่างไรเวลาเลือกตั้งแล้วไม่โกงกันนี่ แปลกใจครับ ยังคาใจกันอยู่เลือกตั้งครั้งที่แล้วทําไม ลงคะแนนล่วงหน้า พรรคการเมืองพรรคหนึ่งได้เยอะจริง ๆ ในขณะอีกพรรคหนึ่งซึ่งโดน อํานาจรัฐโดนรังแกได้นิดเดียว มันผิดปกติ ปกติสัดส่วนของการไปโหวตเตอร์ (Voter) ไปลงคะแนนโดยสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมมันจะต้องเหลื่อมกันอย่างนี้ครับ ท่านไม่ผิดปกติ หรือครับ พรรคหนึ่งโด่งยังกับกระต่ายกับเต่าเลยครับ วิ่งมันไกลแล้ว อีกพรรคหนึ่งทําไม มันนิดเดียวครับ เลือกตั้งล่วงหน้า แล้วก็ไปเฉือนกันตรงนั้นครับ ในกระดานนี้ ส.ส. บางคน ชนะ หัวคะแนนปรบมือ โอ้โฮ ได้เป็น ส.ส. แล้ว พอคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามาน็อก (Knock) เลยครับ ฝันค้างเลยครับ ตาเหลือกนอนเลย ครับ นี่เรื่องจริงครับท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมการการเลือกตั้ง ท่านอาจจะไม่รู้ความรู้สึก อาจจะไม่รู้ข้อเท็จจริง เพราะไปเจอ กกต. ก็ตอนสืบสวนสอบสวน แต่ความรู้สึกข้อเท็จจริง จริง ๆ ท่านไม่เคยมาแลกเปลี่ยนกับพวกเราอย่างนี้ครับ เจอกันก็นี่ผิดแล้ว นี่เหลืองแล้ว ไม่รับรองแล้ว เจอกันก็ตรงนั้นครับ แต่ก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่เราควรจะมาทบทวน ควรจะจัดงบสัมมนาอบรมพี่น้องประชาชนให้เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย เราจะทํากัน อย่างไรครับ นี่คือโจทย์ใหญ่ เดี๋ยวท่านก็ไปแล้ว ๕ ปี ท่านมาแล้วก็ไป ทิ้งซากมรดกหักพังกัน อยู่ตรงนี้ละครับ พอเอะอะโวยวายไม่ได้ก็โทษนักการเมือง นักการเมืองอย่างพวกผมนี่ นะครับท่านประธาน ผ่านไปยัง กกต. ประธานโทษขนกี่เส้นแทบจะรู้กันหมดครับ พวกผมต้องทํารายงานบัญชีทรัพย์สิน ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน มีลูกกี่คน มีเมียกี่คน มีทรัพย์สินเท่าไร ต้องรายงานครับ หมดสภาพก็ต้องรายงาน ป.ป.ช. ไม่รู้จะตรวจกัน ขนาดไหน พอเลือกตั้งเสร็จ กกต. ตรวจสอบรับรองแล้วยังจะต้องดําเนินการอะไร หลาย ๆ อย่างอีก นี่คือนักการเมืองครับท่านประธาน ที่หลายคนหวาดระแวงสงสัย แน่นอน ที่สุดครับในสังคมหมู่มากมันย่อมมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป แต่เราจะทําอย่างไร กติกาเรานี่ และยกระดับมาตรฐานของคนที่จะมากาคะแนน ไม่ใช่พอถึงเวลาก็มีคัตเอาท์ (Cut out) นอนหลับทับสิทธิ ขายเสียง ขายชาติ ก็ได้แค่นั้นละครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ว่ากรรมาธิการที่จะแต่งตั้งขึ้น แล้วก็ ๓ ฉบับนี้ ทําอย่างไร ที่จะเชื่อมโยงภาคประชาชน ทําอย่างไร กกต. ถึงจะเข้มแข็งในภาคท้องถิ่น ภาคท้องที่ ภาคจังหวัดและภาคประเทศชาติ ภาคระดับชาติ โครงสร้างของท่านรองรับกับการเลือกตั้งใหญ่ ไหวหรือเปล่า โครงสร้างของพรรคการเมืองที่ท่านจะเข้ามาเชื่อม พอถึงเวลา ท่านเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นองค์กรอิสระ กํากับไม่ให้การเลือกตั้งที่เกินเลยกว่านี้เราจะทําอย่างไร ก็ยังคากันอยู่ พรรคการเมืองพรรคหนึ่งจับซื้อเสียงได้เงินเป็น ๒-๓ ล้านบาท เฉย แต่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งจับ ๓๐,๐๐๐ บาท ยุบพรรคเลย นี่มันเกิดความอย่างนี้ครับ มันเกิดความอย่างนี้เราจะทําอย่างไรให้ กกต. เราคือคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ทั้ง ภาคประชาชนศรัทธา ภาคนักการเมืองไม่ระแวงสงสัย พรรคการเมืองไม่ระแวงสงสัย ของพวกท่าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะต้องถามประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็คือว่า ๑. คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดที่จะหมดอายุ ท่านวางแผนไว้อย่างไร ในขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาเดือนพฤษภาคมนี้ ท่านคิดว่าจะปล่อยให้เขา ดําเนินการจนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคม และช่วงโอเวอร์แลพ (Overlap) ช่วงต่อกัน จะทําอย่างไร ท่านจะต้องทําให้ความสงสัยตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ นักการเมือง อย่างพวกผมไม่หวั่นอยู่แล้ว มีเวทีก็ต้องสู้ ระฆังยกแรกดังก็ต้องใส่กันแล้วครับ แต่ประชาชน สิครับ คนที่จะเลือกตั้งสิครับเขาสงสัยจะทําอย่างไร ๒. การเลือกตั้งล่วงหน้าท่านมีนโยบาย อย่างไร เลิกได้ไหม มันมีธุระอะไรไปเลือกตั้งล่วงหน้าไป ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน มีธุระอะไรที่เอารถปิกอัพ (Pick up) ไปใส่คนมาเลือกตั้งล่วงหน้า ท่านไม่สงสัยบ้างหรือครับ ท่านในฐานะคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สงสัยบ้างหรือครับ ไม่เห็นบ้างหรือเลือกตั้ง ล่วงหน้าที่เขาใส่ท้ายรถมาปรบมือกันเฮ้ว ๆ นั่นไม่สงสัยเลยใช่ไหมครับ แต่ผมสงสัย ผมอาจจะสงสัยมากกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งในพฤติกรรมของการเลือกตั้งล่วงหน้าว่า มีนัยซ่อนเร้น ปกปิด อําพรางคะแนนเสียงที่แท้จริง อย่างที่ ๓ ครับท่านคิดว่าการเปลี่ยนหีบ เปลี่ยนหีบเลือกตั้ง สมมุติมีในค่าย ค่ายหนึ่ง จะค่ายลูกเสือ ค่ายทหาร ค่ายตํารวจ ผมไม่รู้ เอาหีบเลือกตั้งล่วงหน้าไปไว้ในค่าย จะทํากันอย่างไร หรือเกณฑ์คนมาแล้วก็เลี้ยงขนมจีน เสร็จจากเลี้ยงขนมจีนแล้วไปกาคะแนนเลย ในค่ายนะครับ ผมไม่บอกว่าเป็นค่ายทหาร หรือค่ายตํารวจหรือค่ายลูกเสือนะครับ แต่มันเป็นค่ายครับอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมหวังไว้ว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึง แล้วท่านอย่าถอดใจลาออกนะครับเกิดคณะกรรมการ การเลือกตั้งลาออก ๓ คน ยุ่งเลยนะครับ สภาก็ไม่มี นายกรัฐมนตรียุบไปแล้วจะทําอย่างไร ก็เป็นคําถามอีกนะครับ ท่านก็ต้องตอบสภานี้ให้ได้ว่าท่านไม่ลาออก จะจัดให้การเลือกตั้ง ให้เสร็จเรียบร้อยไม่ถอดใจ ไม่ใช่ใครมาบีบ มือที่มองไม่เห็นมาบีบแล้วลาออกนี่ยุ่งเลยครับ ผมก็ระแวงกันอยู่นะ เพราะมีการปล่อยข่าวมาอยู่เรื่อยเลย เดี๋ยวก็คณะกรรมการ กกต. คนหนึ่งก็บอกว่ามันน่าจะปฏิวัติให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ผมนี่ขนลุกครับ คณะกรรมการ การเลือกตั้งบางคนพูดออกมาให้ปฏิวัติ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย นักการเมืองอย่างพวกผม กลัวการปฏิวัติอย่างที่สุดเลยนะครับ ท่านอย่าลาออกนะครับ ผลักดันกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ ให้ดําเนินการจนสิ้นสุดจัดกระบวนการการเลือกตั้ง และเลือกตั้งหนนี้ถ้าเอียงนิดเดียวนะครับ มันจะเป็นจุดชนวนให้สังคมระแวงสงสัยแล้วก็การจะปรองดองสมานฉันท์ในอนาคตข้างหน้า เป็นไปได้ยาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้ง พวกผมให้กําลังใจพวกท่านนะครับที่แล้วแล้วไปมาเริ่มใหม่กันดีกว่า เพราะว่า ชีวิตนี้ต้องต่อสู้ต้องดิ้นรน ต้องดําเนินกิจกรรมทางการเมือง เพราะอย่างไรสภาก็ขาดไม่ได้ พี่น้องประชาชนขาดระบบรัฐสภาก็ไม่ได้ ก็เป็นความหวังของบ้านของเมือง แต่สิ่งที่ผม ระแวงสงสัยก็คือว่าพอถึงเวลามา ลุกลี้ลุกลนกันเสนอกฎหมาย เจี๊ยวจ๊าวกันแต่เช้า กฎหมาย ๓ ฉบับของพวกท่าน เพราะฉะนั้นท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ ผมอยาก เรียกร้องวิงวอนให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นทั้งสภาเหล่านี้ช่วยเก็บประเด็น จากประสบการณ์ตรงของพวกเราไปให้คณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาไปช่วยกันหน่อย เพื่อที่จะปิดช่องรูโหว่ เพื่อที่จะให้กลไกของการเลือกตั้งได้รับการยอมรับกับพี่น้องประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและเป็นความหวังของบ้านของเมือง ผมเลยนําเรียนคําถาม ๒-๓ คําถาม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หวังว่าคําตอบของ กระผมนั้น คงจะทําให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจขึ้น ผมก็มีประเด็นเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ