วัชระ เพชรทอง สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการอย่างยุติธรรมและไม่เอียงข้าง นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยของผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการกับกลุ่มบุคคลที่ยุยงปลุกปั่น รวมถึงดำเนินการแก้ไขปัญหาการปลอมแปลงรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองและรับเงินสนับสนุนจากบุคคลต่างชาติ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้นําเสนอเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ กกต. นั้น คือผู้คุมกฎแห่งความยุติธรรมท่านเป็นองค์กรที่จะชี้ขาดว่าใครจะเป็น นายกรัฐมนตรีในอนาคต เพราะองค์กรของท่านมีสิทธิที่จะให้ใบเหลือง ใบแดงต่อผู้สมัคร รับเลือกตั้งได้ เพราะฉะนั้นท่านต้องมีความกล้าหาญที่จะวินิจฉัยเรื่องที่ร้องเรียนตรงไปตรงมา บริสุทธิ์ยุติธรรม เท่านั้นยังไม่พอครับ ต้องรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ด้วย ท่านประธาน ครับ กกต. เป็นองค์กรที่มีความสําคัญในระบบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง และผมอยากเห็น กกต. ชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างที่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้คาดหวัง อย่าได้ไปเหมือน กกต. ชุดที่ผ่านมา ที่อดีตนายกรัฐมนตรีบางคนก็บอกว่า โธ่ กกต. ก็คนของเรา ท่านประธานครับ การที่ กกต. ไม่เป็นกลางส่งผลอย่างไรครับ ส่งผลให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งบางท่าน ซึ่งเป็นถึง พลเอก ต้องติดคุก และติดคุกอย่างแน่นอนครับถ้าท่าน ไม่เป็นกลาง และไม่ใช่เฉพาะ กกต. เท่านั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ถ้าหากทําผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในอนาคตท่านก็มีสิทธิเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมจําได้อย่างแม่นยําว่าในช่วงต้นที่มีการพิจารณาในเรื่องนี้ มีสมาชิกบางท่านกล่าวชื่อ ท่านสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ผิดเป็น สุทธิผล ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นท่านชื่อสุทธิพล ท่านประธานที่เคารพ ทั้งคณะกรรมการ กกต. เลขาธิการ กกต. และทุกองค์กรในองคาพยพ ของ กกต. รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กกต. เขต กกต. จังหวัด ล้วนแต่สําคัญ เท่าเทียมกัน ผมอยากจะเห็นเจ้าหน้าที่ กกต. มีความยุติธรรม อย่าได้เอียงข้างเข้ากับผู้สมัคร คนหนึ่งคนใดหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ท่านประธานครับ จากเดิมเราเคยมี ส.ส. แค่ ๔๘๐ ท่าน ปัจจุบันสภาสมัยหน้าเป็นสภา ๕๐๐ จะมี ส.ส. ๕๐๐ คน แบ่งเป็นแบบ แบ่งเขตเลือกตั้ง ๓๗๕ ท่านและจากบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ ท่าน ท่านประธานครับ ถามว่า กกต. จะแบ่งเขตอย่างไรให้เป็นไปอย่างยุติธรรม อย่าได้ตกเป็นขี้ปากของผู้ใดผู้หนึ่งว่าท่านแบ่งเขต เลือกตั้งแล้วไม่ยุติธรรม ท่านต้องพินิจพิจารณาดูในการเลือกตั้งที่ผ่านมา การแบ่งเขต วัน แมน วัน โหวต (One man one vote) หรือเขตเดียวเบอร์เดียว ครั้งสุดท้าย ของการเลือกตั้งของประเทศไทย คือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งหลังสุดแบบวัน แมน วัน โหวต คือ ๖ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ก็น่าจะเป็นข้อยุติในเบื้องต้นได้ว่าการแบ่งเขตแบบเขตเดียวเบอร์เดียวมันน่าจะเป็นลักษณะ เช่นนั้น แต่ถ้าท่านแบ่งเขตไปเป็นแบบอื่นที่ซึ่งไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ทางการเมือง ของประเทศไทย ท่านต้องมีเหตุผลและแสดงเหตุผลให้กับพี่น้องประชาชนและผู้สมัคร รับเลือกตั้งให้ได้รับทราบว่าเหตุใดท่านต้องแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างพิสดารเช่นนั้น ท่านประธานที่เคารพ ถ้า กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งไม่ยุติธรรม พรรคการเมืองอื่นซึ่งไม่เห็นด้วย หรือผู้สมัครท่านอื่นที่ไม่เห็นด้วยก็จะมองว่าท่านนั้นไม่ยุติธรรมเสียแต่เบื้องต้นแล้ว นั่นก็คือ การแบ่งเขตท่านไม่ยุติธรรมและไม่อิงกับประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ผ่านมา ท่านประธาน ที่เคารพ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งนั้นมีอย่างมากมาย เสียงละ ๕๐๐ บาท ในกรุงเทพมหานครไม่มีแล้ว มีแต่เสียงละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท หรือไม่ ก็ซื้อยกครัวเรือนไป ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ครัวเรือน ท่านประธานครับ ปัญหา การซื้อเสียงดํารงอยู่จริง เกิดขึ้นจริง ถามว่า กกต. ท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไร กกต. ได้มาขอ งบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรเพื่อไปใช้ในการดําเนินกิจการของคณะกรรมการ การเลือกตั้งตลอดทั้งปีงบประมาณ ๒๕๕๔ กกต. บอกว่าจะดําเนินการเรื่องนี้อย่างเฉียบขาด ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่งซึ่งเป็น คณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ผมขอเพียงแค่ เบอร์โทรศัพท์ของ กกต. ที่สามารถโทรศัพท์ไปแล้วมีคนรับจริง แจ้งเหตุได้จริง และมี เจ้าหน้าที่ กกต. มาจริง จากวันที่สภาได้อนุมัติงบประมาณให้ กกต. ไป จนถึงบัดนี้ ผมไม่เคย ได้รับเบอร์โทรศัพท์แม้แต่เบอร์เดียวจาก กกต. ท่านประธานครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะว่า พี่น้องประชาชนในแต่ละเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ก็ต้องการจะช่วย กกต. เป็นหูเป็นตา ให้ กกต. แต่เห็นการซื้อเสียงแล้วไม่รู้จะแจ้งที่ใด เบอร์กลางที่ท่านให้ โทรศัพท์ไปก็ไม่มีคนรับ หรือรับก็ไม่มีคนพูด ท่านประธานครับ ถ้าหาก กกต. จะได้ช่วยกรุณาเมตตาต่อ พี่น้องประชาชน ขอได้โปรดแจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่จะแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์มือถือให้กับประชาชนในเขตเลือกตั้ง แล้วให้ เจ้าหน้าที่ กกต. ได้รับจริง คุยโทรศัพท์ได้จริง และมาถึงที่เกิดเหตุอย่างทันเวลาจริง อย่าได้ เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อแต่เพียงเท่านั้น ท่านประธานครับ กกต. นั้นแน่นอนครับ ถ้าท่านเป็นองค์กรที่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถที่เอามาจับการทุจริตซื้อเสียงได้จริง พี่น้องประชาชนก็ไม่กล้าที่จะโทรศัพท์ไป เพราะประชาชนไม่เชื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจ ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อองค์กร ไม่เชื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเป็นกลางจริง เพราะตํารวจเป็น หัวคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคการเมือง ตํารวจบาง สน. ท่านประธานที่เคารพ วันเลือกตั้งรับจากผู้สมัครคนละ ๒,๐๐๐ บาท มากกว่าประชาชนซึ่งได้รับเพียงคนละ ๑,๐๐๐ บาท นั่นก็คือ ๒ มาตรฐานด้วยเช่นเดียวกัน ซื้อเสียงพี่น้องประชาชนจ่ายหัวละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ซื้อเสียงตํารวจประจําเต็นท์จ่ายหัวละ ๒,๐๐๐ บาท อย่างนี้ก็มี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงอยากเสนอแนะไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่าน ท่านประธานผู้ทรงเกียรติว่า กกต. ควรที่จะทําภาพของ กกต. เอง ทั้ง กกต. ระดับเขตและ กกต. จังหวัด ติดในเขตเลือกตั้งเหมือนกับป้ายของผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง มีชื่อ มีที่อยู่ มีภาพถ่ายชัดเจน และมีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริต การเลือกตั้งได้ทันทีเบอร์อะไร ติดประกาศในเขตเลือกตั้ง อย่างน้อยที่สุดในทุกหน่วยเลือกตั้ง ที่มีอยู่ในเขตนั้น ๆ ก็จะเป็นพระคุณ ซึ่งจะเป็นการที่ทําให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะ โทรไปหาท่านซึ่งรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่นั้นโดยตรงได้อย่างง่ายดาย อย่าให้ประชาชน หมดหวัง สิ้นหวังเหมือนกับที่ผ่านมา
ท่านประธานครับ อีกประการหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ปัญหาความไม่ปลอดภัยของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งสิ่งนี้ดูเหมือนว่าจะเกินเลยต่อขอบเขต และอํานาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งท่านไม่มีกําลัง ไม่มีอํานาจที่จะไปดูแลความปลอดภัยให้กับ ผู้สมัครได้อย่างทั่วถึงอย่างแน่นอน แต่ผมเชื่อว่าท่านสามารถที่จะมีกลไกอะไรบางอย่างที่จะ จัดการกับกลุ่มบุคคลที่ถูกยุยงปลุกปั่นในลักษณะที่เป็นภัยต่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง คนเหล่านั้น ใช้ทุกวิธีการในการยุยงปลุกปั่นพี่น้องประชาชนจํานวนหนึ่งให้เกิดความเชื่อในลักษณะที่ว่า เกิดจิตวิทยาหมู่ แล้วไปทําร้ายผู้สมัคร หรือไปทําร้ายแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คนที่ไม่เคยโกรธเคืองกันมาก่อนก็ไปทําร้าย อย่างนี้ก็มี ท่านประธานครับ กกต. ควรจะ บอกกล่าวถึงสิทธิของพี่น้องประชาชนว่า ถ้าหากท่านไปทําร้ายหรือใช้กําลังทําร้ายทรัพย์สิน ทําร้ายผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าใครก็ตาม นั่นไม่ใช่วิถีทางของระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง เพราะระบบประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและให้เกียรติผู้สมัคร ไม่ว่าจากพรรคการเมืองใดก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ และยังมีเรื่องที่ค้างคาของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ผมเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องสะสาง แม้ว่า จะเป็นเรื่องในอดีต นั่นก็คือการปลอมแปลงสมาชิกพรรคการเมือง การปลอมแปลงสมาชิก การปลอมแปลงสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อไปของบประมาณจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เงินไปนับร้อยล้านบาท ท่านประธานครับ เขาปลอมแปลงสมาชิกพรรคการเมือง ไปอย่างนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดําเนินการเรื่องนี้ไป ถึงไหนแล้วหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรครับท่านประธาน ปลอมแปลงรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองถึงขนาดปลอมแปลง รายชื่อบุคคลที่เป็นผู้พิพากษา ผู้พิพากษา แน่นอนครับ ท่านประธานครับ ไม่สังกัดพรรค การเมือง แต่มีการปลอมแปลงถึงขนาดที่ว่าส่งจดหมายไปยังผู้พิพากษาว่า ขอแสดงความ ยินดีที่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ระบุชื่อพรรคนั้น แล้วลงชื่อหัวหน้าพรรค ทั้ง ๆ ที่ ผู้พิพากษาไม่เคยยื่นใบสมัคร ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมยังกล่าวยืนยันต่อท่านประธาน ได้อีกว่าสมาชิกสภาเขตทวีวัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๗ ท่าน ชื่อก็บอกชัดครับว่า เป็นสมาชิกสภาเขตทวีวัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๗ ท่าน แต่ปรากฏว่ามีชื่อเป็นสมาชิก พรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งทั้ง ๗ ท่านเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ นี่คือการปลอมแปลง การทุจริตรายชื่อสมาชิกของพรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพ และในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่ท่านได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมเห็นด้วยในทุกมาตรา และมีประเด็นหนึ่งที่ผมอยาก สอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่านท่านประธานว่า ถ้าหากมีบุคคลต่างชาติให้การ สนับสนุนพรรคการเมือง ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. มาตรา ๕๖ ซึ่งเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามา มีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้งหรือกระทําการใด ๆ เพื่อประโยชน์แห่งการเลือกตั้ง โดยประการที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ท่านประธานครับ มีบทกําหนดโทษในมาตรา ๑๔๖ คือลงโทษจําคุกตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๑๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ปัญหาก็คือว่าบุคคลต่างชาตินั้น ท่านประธานครับ ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถไปจับกุมตัวมาได้ เนื่องจากว่าอยู่ต่างประเทศ แล้วจะบังคับใช้กฎหมายในมาตรานี้ได้อย่างไร และคณะกรรมการการเลือกตั้งจะทําอย่างไร ถ้ามีบุคคลต่างชาติหรือคนไทย ซึ่งแปลงสัญชาติไปใช้สัญชาติอื่น ซึ่งเป็นสัญชาติไม่ใช่ สัญชาติไทยมาสนับสนุนในการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีข้อตัดสินอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกบางท่านก็บอกว่าให้ กกต. นั้นระวัง ถ้าทําอะไรแบบรวก ๆ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟท่านประธานครับ แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง จะไม่ลุก เป็นไฟอย่างแน่นอน ถ้าไม่มีใครมาจุดไฟเผาบ้านเผาเมืองของเรา ท่านประธานครับ การที่ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟนั้น ก็เพราะว่ามีคนเอาน้ํามันมาราด มีคนมาจุดไฟเผา แผ่นดิน จึงลุกเป็นไฟขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าโดยบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านสามารถที่จะชี้ชัดในอนาคตได้อย่างแน่นอนว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ก็อยู่ที่พฤติกรรมของท่านว่าท่านได้แสดงออก ต่อสาธารณชนว่าได้จัดการเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยสุจริตและยุติธรรมแล้วหรือยัง และอย่าให้ พรรคใดพรรคหนึ่ง ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งมากล่าวหาท่านได้ว่าท่านไม่มีความยุติธรรม