สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔

สมัย เจริญช่าง พูดถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นย้ำถึงข้อดีและข้อเสีย และเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดูแลกระบวนการเลือกตั้งให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม สมัย เจริญช่าง ยังหารือเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า และการแก้ไขปัญหาการทุจริตในการเลือกตั้ง โดยหวังว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะรักษาความเป็นธรรมในสังคม และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่เข้าร่วมการเลือกตั้ง

นายสมัย เจริญช่าง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ให้เวลาได้มีส่วนร่วมอภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ ท่านประธานครับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็มีข้อดี ที่เราและท่านทั้งหลายน่าจะได้ภาคภูมิใจ เพราะเป็นการปกครองที่เปิดโอกาสให้พี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่จะเลือกผู้ปกครองรัฐหรือว่าผู้มาทําหน้าที่ในการ กําหนดนโยบายทิศทางของประเทศชาติ นอกเหนือจากนั้นการเลือกตั้งก็เป็นกลไกสําคัญ ที่จะทําให้ประชาธิปไตยนั้นเกิดความสมบูรณ์แบบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ ที่นักประชาธิปไตยจากโลกตะวันตก เช่นอดีตประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา เคยกล่าวไว้ว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นการปกครองที่เลวน้อยที่สุด นั่นแสดงให้เห็นว่าการปกครองในระบอบนี้ก็ยังมีสิ่งที่เลวร้ายอยู่ สิ่งที่เลวร้ายที่พูดนั้นก็คือ คงหนีไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตในการเลือกตั้ง เพราะถ้าหากว่าเราได้ดําเนินการ กระบวนการเลือกตั้งด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรมแล้ว แน่นอนที่สุดครับบ้านเมืองก็จะ มีความผาสุก พี่น้องประชาชนก็จะอยู่ดีกินดี สิ่งหนึ่งที่กระผมจะขออนุญาตได้นําเรียนต่อ ท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งท่านเองนั้นได้ทําหน้าที่เป็นคนกลาง ในการที่จะดูแลการเลือกตั้งให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรม

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องตั้งแต่การกําหนดการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะในขณะนี้ ตามที่เราได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว แล้วก็ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา การเลือกตั้งครั้งใหม่นั้นจะแตกต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๐ นั่นก็หมายความว่าในครั้งที่ ผ่านพ้นมานั้นเราเลือกตั้งเขตละ ๓ คน แต่ต่อจากนี้เป็นต้นไปทุกเขตทั่วประเทศจะเลือกตั้ง ได้เพียงเขตละ ๑ คน ข้อสําคัญก็คือการแบ่งเขตเลือกตั้งทําอย่างไรที่จะให้เกิดความเป็นธรรม ความเป็นธรรมที่ว่านั้น ก็คือใช่ว่าความเป็นธรรมเฉพาะผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแต่เพียง อย่างเดียว แต่ต้องคํานึงถึงความเป็นธรรมที่พี่น้องประชาชนจะพึงได้รับด้วย อาทิเช่น หลักในการพิจารณา ซึ่งกฎหมายก็กําหนดไว้ว่าให้คํานึงถึงอัตราประชากรที่มีสัดส่วน ใกล้เคียงกัน ในขณะนี้โดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ คนต่อเขตเลือกตั้ง ๒ พื้นที่ เขตเลือกตั้งต่อเนื่องกัน การแบ่งเขตให้ยึดอําเภอหรือสํานักงานเขตเป็นหลัก วันนี้ต้องเรียน ท่านประธานที่เคารพว่าในเขตกรุงเทพมหานครนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งใหม่จะเหลือเพียง ๓๓ คน น้อยไปจากครั้งปีที่มีการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๐ ไป ซึ่งก็มี ๓๖ คน เพราะฉะนั้น การพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งก็ควรจะได้ยึดหลักเอาเขตเลือกตั้งเดิม ได้มีการแบ่งเขตภายใน เขตเดี๋ยวนั้นก่อนก็จะเป็นประโยชน์ เพราะอย่างน้อยตลอดระยะเวลาเกือบ ๔ ปีที่ผ่านพ้นมา บรรดาพี่น้องประชาชนก็คุ้นเคยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส.ส. เองก็คุ้นเคยกับพื้นที่ คุ้นเคยกับปัญหาของประชาชน จะได้ทํางานต่อเนื่องถ้าหากได้รับการเลือกตั้ง นั่นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ควรจะได้คํานึงถึงข้อมูลที่ กกต. มีอยู่ในมือ เช่นในเขตพื้นที่ใดที่มีการเลือกตั้ง แล้วมีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตซื้อเสียงมากหรือจนกระทั่งได้ดําเนินการสําเร็จลุล่วง ตามกระบวนการของกฎหมายเช่นมีการดําเนินคดีไปแล้ว ก็ไม่ควรที่จะให้เขตเลือกตั้งนั้น อยู่โดยลําพังโดด ๆ มันก็จะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ซ้ํารอย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ผมคิดว่า แนวทางในการแบ่งเขตเมื่อปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นแนวทางที่ดีที่สุด นําเอาเขตพื้นที่รอบนอกซึ่งมี การซื้อเสียงค่อนข้างสูง มารวมกับเขตชั้นกลางหรือเขตบ้านจัดสรร ซึ่งจะทําให้มีการคละเคล้า ในระหว่างโหวตเตอร์ จะทําให้คนซื้อเสียงนั้นไม่ประสบความสําเร็จได้ง่าย อันนี้เป็นแนวคิด อันหนึ่งที่กระผมขออนุญาตได้ฝากท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ไปประกอบพิจารณาใน การตัดสินใจ ยกตัวอย่างอย่างเขตรอบนอกของกรุงเทพมหานครบางเขตมีการเลือกตั้งก็มี การซื้อเสียงเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป ในขณะนี้คดีความยังอยู่ในศาล ศาลชั้นต้นก็ตัดสินจําคุก ศาลอุทธรณ์ก็ตัดสินจําคุก แล้วขณะนี้ก็อยู่ในขั้นฎีกา ท่านจะปล่อยให้เขตแบบนี้ อยู่โดด ๆ โดยที่ไม่ดึงเอาเขตที่เป็นคนชั้นกลางเข้าไปผสมด้วย อันตรายกับการเลือกตั้ง ในที่สุดก็จะมีการซื้อเสียงเข้ามาแล้วก็ดําเนินการในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย อันนี้ เป็นเรื่องหนึ่งที่ขออนุญาตได้เรียนฝาก

เรื่องที่ ๒ เรื่องการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ผมคิดว่าเรื่องนี้ใช่ว่าฝ่ายค้าน จะได้เสนอมาอย่างเดียว พวกกระผมเองที่อยู่ในกรุงเทพมหานครก็เห็นครับ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปี ๒๕๕๐ มีการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครที่เขตบางกะปิ การเลือกตั้งล่วงหน้ามีพี่น้อง ประชาชนมาใช้สิทธิ ๒ วัน จํานวน ๑๔,๐๐ ราย ถามว่า ๑๔,๐๐๐ คนนี้มาจากไหนครับ ก็มาจากประชากรที่มีภูมิลําเนาอยู่ในต่างจังหวัดแล้วก็เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยที่ ไม่ยอมย้ายทะเบียนราษฎร์ของตัวเองเข้ามาอยู่เขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง ๆ ที่กฎหมาย กําหนดว่าถ้าอยู่ที่ใดเกิน ๑๕ วันจะต้องย้ายทะเบียนราษฎร์เข้ามา แต่ไปสอบถามแล้ว คนเหล่านั้นเขาไม่ประสงค์ย้าย เขาบอกว่ามีการเลือกตั้ง อบต. เลือกตั้งท้องถิ่นเขากลับไป ครั้งหนึ่งเขาได้ค่าป่วยการคุ้มค่ากับการเดินทางเขาจึงไม่ประสงค์ที่จะย้าย ประเด็นนี้ก็เป็น ประเด็นอันหนึ่งที่ทําให้จํานวนประชากรในกรุงเทพมหานครมีประชากรแฝงอยู่มาก ขณะนี้ มีเพียง ๕,๗๐๑,๓๙๔ คน ซึ่งจํานวนประชากรในกรุงเทพมหานครน่าจะมีประมาณสักเกือบ ๑๐ ล้านคน ก็เป็นเหตุให้จํานวน ส.ส. ในกรุงเทพมหานครที่ต้องหายไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงแล้วก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าในการเลือกตั้ง เมื่อปี ๒๕๔๔ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งวันแมนวันโหวต เป็นครั้งแรกก็มีปัญหาอุปสรรคมากมายครับ วันนี้อย่าให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ํารอย เช่นในเรื่องของการนับคะแนนก็ดี ซึ่งวันนี้อาจจะต่าง ไปจากวันก่อน วันก่อนกรณีที่นําหีบบัตรมารวมกันนับ ณ แห่งเดียวกันนี้ ต้องเรียน ตรงไปตรงมาว่ามีการทุจริตกันมากมาย เช่นมีการตั้งแผงเพื่อที่จะขีดคะแนนเป็นแถวตอนลึก พี่น้องประชาชนเขาไปเห็นแต่แผ่นข้างหน้า กระดานแผ่นที่ ๒ จนถึงแผ่นที่ ๑๐ เขามองไม่เห็น ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปตรวจสอบดูแลได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ขานคะแนน บันทึกคะแนนเป็นคนของฝ่ายใดก็ได้เปรียบกับฝ่ายนั้น อันนี้เป็น เรื่องหนึ่งที่เป็นความเจ็บปวดเมื่อปี ๒๕๔๔ ที่เราได้พบกันมาแล้ว นอกเหนือจากนั้นครับ สิ่งที่เป็นปัญหาคือเรื่อง กกต. เขตเลือกตั้ง ในขณะนี้กฎหมายกําหนดว่าให้ กกต. กลาง ของท่าน ๕ ท่าน ที่เป็น ๕ อรหันต์กับ กกต. จังหวัดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ แต่ กกต. เขต ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เมื่อเป็นอย่างนี้คนที่มาเป็นเจ้าหน้าที่ดําเนินการเลือกตั้ง ระดับเขตซึ่งเป็นต้นน้ําที่จะวินิจฉัยเรื่องบัตรดี บัตรเสีย ในเรื่องของการรวบรวมผลคะแนน ถ้าหากเขามีการทุจริตตั้งแต่ต้น คนของท่านละครับสวมแว่นให้ท่าน แล้วท่านก็ประกาศ ผลการเลือกตั้งตามที่เขาเสนอขึ้นมา ท่านทราบได้อย่างไรครับว่าคนเหล่านั้นปลอดไปจาก การเมือง ส่วนหนึ่งก็คือเป็นคนที่นักการเมืองส่งเข้าไปเสนอตัวเพื่อทําหน้าที่เป็น กกต. เขต ทําอย่างไรที่ท่านน่าจะได้เสนอว่าให้ กกต. เขตนั้นเป็นเจ้าพนักงานของรัฐด้วย เพื่อถ้าหากว่า เขาทําผิดกฎหมายเขาจะได้รับโทษทั้งในเรื่องของวินัยและอาญา แต่ถ้าปล่อยให้เป็น อาสาสมัครอย่างนี้ความเป็นธรรมมันจะเกิดขึ้นได้ยาก ยกตัวอย่างเช่นในเขตเลือกตั้งของผมนี้ เมื่อปี ๒๕๔๔ เจ้าหน้าที่ตํารวจดําเนินการจับกุมคนที่กระทําผิดเลือกตั้งในการซื้อเสียงได้ ผู้ต้องหารับสารภาพ แต่ กกต. เขตทําบันทึกมาถึง กกต. ใหญ่บอกว่าเป็นการจัดฉาก โดยพรรคการเมือง วิธีการอย่างนี้ถามว่าเป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ดําเนินการหาเสียง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ก็ขออนุญาตได้เรียนท่านประธานฝากไปถึงท่าน กกต. ด้วย

เรื่องสุดท้าย ก็ขอให้กําลังใจครับ ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อเราเดินมาถึงวันนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเราหวังว่าท่านจะรักษาไว้ ผดุงไว้ซึ่งความเป็นธรรมในสังคม ผมก็เชื่อมั่นครับว่าถึงท่านจะถูกกล่าวหาอย่างไร ผมมั่นใจว่าก็คงจะมีความสุจริตมากกว่า การที่เราได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งด้วยระบบอื่นมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในสมัยที่อยู่กับ กระทรวงมหาดไทย วันนั้นก็มีการกล่าวขานกันมากว่าใครเป็นรัฐบาลคนนั้นได้เปรียบ ใครเป็นฝ่ายค้านคนนั้นเสียเปรียบ ผมเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งเหล่านี้มันถูกกล่าวขาน มานานถึงได้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นองค์กรกลาง องค์กรอิสระ ชีวิตผมเองนี้ เคยได้รับผลกระทบจากการดําเนินการเลือกตั้งของกระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๒๙ ลงสมัคร รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ครั้งแรกในชีวิต อายุเพียง ๓๑ ปี ประกาศผลการเลือกตั้ง เมื่อตอน ๐๒.๐๐ นาฬิกา ว่าผมได้เป็นผู้แทนราษฎรคนสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร แต่พอถึง เจ็ดโมงเช้าประกาศใหม่บอกว่ารวมคะแนนผิด จากที่ชนะมา ๖๑๖ คะแนน เป็นว่าแพ้ ๖๖ คะแนน วิธีการอย่างนี้คนที่ถืออํานาจรัฐในวันก่อนเขาทําได้ แต่วันนี้ผมหวังว่า กกต. ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นองค์กรอิสระคงจะไม่ทําให้พี่น้องประชาชนและบรรดาผู้ที่ขันอาสา จะเข้ามาดูแลบ้านเมืองต้องผิดหวังกับการทํางานของท่าน พวกเราก็ขอให้กําลังใจและหวังว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อได้ประกาศใช้แล้วก็คงจะเกิดความเป็นธรรมในสังคมกับพี่น้อง ประชาชนโดยทั่วไป ขอกราบขอบพระคุณครับ