วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง และเสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้ง รวมถึงการป้องกันการทุจริตและเพิ่มความมั่นใจในการลงคะแนน
ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน เรื่องร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับที่จะทําขึ้นมาใช้ในเรื่องของการเลือกตั้ง ผมเห็นด้วยครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่นักการเมืองทุกคนเองประสงค์อยากจะให้มีการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ผมคงมีเรื่องที่จะฝากในฐานะที่เคยดูในเรื่องของการเลือกตั้ง แล้วก็เพิ่งจะผ่านพ้นการเลือกตั้ง ซ่อม ๒ ครั้งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมเองเกรงว่าถ้าได้นําเสนอตรงนี้เพื่อประโยชน์ของ สมาชิกที่จะลงสมัครเลือกตั้ง ผู้ที่สนใจจะเป็นประโยชน์ครับ
เรื่องแรกในเรื่องของป้าย ต้องยอมรับว่าการติดตั้งป้ายหรือสัดส่วนของการ กําหนดพื้นที่การตั้งป้าย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ที่ติดตั้งค่อนข้างจํากัด น้อยกว่าในเขตของต่างจังหวัด ดังนั้นการกําหนดบริเวณติดตั้งป้ายก็จะถูกร้องเรียน แล้วจํานวนป้ายที่ไปติดตั้งบางครั้งผมอยากจะให้ดูว่าถ้าป้ายจํานวนแผ่นใหญ่ ๆ ที่ท่าน บอกว่าไซส์ (Size) ขนาดนี้มันใหญ่เกินกว่ากําหนด ถ้าพิจารณาใหม่ว่ากําหนดแผ่นใหญ่ เพิ่มขึ้นแล้วก็มีคัทเอาท์ การติดตั้งในการหาเสียงมันก็จะประหยัดแผ่นเล็ก หรือจะหา ในจํานวนแผ่นที่ท่านบอกว่าไซส์ ๑๖ ซึ่งมีไซส์ขนาดเล็กลงไปที่จะติดตั้งไปตามซอย ของหมู่บ้านต่าง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะบางครั้งการดําเนินการในเรื่องของการเอาป้าย ซึ่งมีพื้นที่ในกรุงเทพมหานครน้อยอยู่แล้วไปวางหรือไปตั้งมันก็เกะกะกับพี่น้องประชาชน ครั้นจะติดบริเวณเสาไฟฟ้าหรือจุดต่าง ๆ ก็เกรงว่าจุดต่าง ๆ เหล่านั้นก็ไม่เหมาะสม ถ้าเป็นไปได้ผมว่าถ้า กกต. เอง อย่างพวกเราเองเรื่องการติดตั้งป้ายก็จะมีปัญหา เอาอย่างนี้ ไหมครับ ท่านเก็บเงินพวกเราไปแล้วไปดําเนินการผลิตป้ายให้ออกพร้อมกัน เพราะท่านส่ง จํานวนป้ายไปอยู่แล้ว ท่านส่งรายชื่อคนที่ลงสมัครแต่ละเขตไปอยู่แล้ว ถ้าท่านช่วยทํา ประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการติดตั้งป้ายนี่ เราก็เพียงแต่ใช้รถในการกระจายหาเสียง อย่างเดียว ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะมีกรณีการร้องเรียนเรื่องป้ายว่าติดตั้งเกิน ติดตั้งจุดต่าง ๆ ไม่เหมาะสมก็เลยเป็นกรณีการร้องเรียนกันหลายพื้นที่ หลายเขต ซึ่งอาจจะมีการหยิบยก ขึ้นมาพูดกัน ก็เลยมีประเด็นว่าถ้าได้ดําเนินการเองโดยทาง กกต. เองก็ไม่ได้เปรียบกัน ในแต่ละผู้สมัคร
อีกอันหนึ่งเรื่องการเก็บหีบบัตร ผมเคยเสนอกับท่าน กกต. ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ท่านประพันธ์ ว่าถ้าเป็นไปได้บัตรที่ท่านจะลงเลือกตั้งล่วงหน้าเอาไปไว้ ในเรือนจําได้หรือเปล่า ในห้องขังของสถานีตํารวจ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ต้องเอาคน ไปนอนเฝ้า แล้วก็ไม่มีปัญหาซึ่งกันและกัน เราก็ยังเชื่อถือครับว่าถ้าไว้ในห้องขังนี่ บัตรลงคะแนนล่วงหน้านะครับ แต่ถ้าไม่มีการลงคะแนนล่วงหน้ายิ่งดี เพราะว่ามันสื่อ ให้เห็นว่าคะแนนที่ออกมานี่ หลายครั้งในกรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ คะแนนลง ล่วงหน้ามีคะแนนซึ่งผิดปกติในแต่ละเขต พอไปดูคะแนนปกติมันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เหมือนกับการลงคะแนนในเรื่องการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมอยากจะมองว่า ถ้าจะปล่อยให้เขามีการเลือกตั้งล่วงหน้าก็ให้เอาหีบบัตรต่าง ๆ เหล่านี้เอาไปเก็บไว้ ในที่ปลอดภัยที่สุดก็คือในห้องขัง แล้วก็ให้แต่ละท่านที่เป็นพรรคการเมืองเอากุญแจมาคล้องไว้ มันก็จะได้เกิดประโยชน์
อีกอันหนึ่ง ทราบมาว่า กกต. ปีนี้ตั้งเงินงบประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในการป้องกันการทุจริต ผมมองว่าถ้ามีทีวีวงจรปิดไปตามหน่วยเลือกตั้งในการนับคะแนน หรือหาเช่าขององค์กรต่าง ๆ ที่เขาจะเข้ามาช่วยก็จะเป็นประโยชน์ จะได้ไม่มีการ ทะเลาะเบาะแว้งกันว่าการนับคะแนนจะได้เปิดดูว่าสงสัยอย่างไร ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการ สิ้นเปลืองเวลามานั่งถกเถียงกัน เพราะว่าถ้ามีการเปิดหีบเลือกตั้งมันต้องขออํานาจ ทั้งอํานาจในส่วนของ กกต. ใหญ่ บางทีเลยขึ้นไปถึงต้องใช้อํานาจศาลในการเปิดหีบบัตร แต่ถ้ามีทีวีวงจรปิดที่ติดตั้งไว้มันสามารถที่จะเรียกมาดูตรงนั้นได้ อีกส่วนหนึ่งเรื่องการหาเสียง ในสถานที่ราชการโดยเฉพาะโรงเรียนมักจะมีปัญหาครับ บางครั้งผมเองก็ไม่เข้าใจว่า กกต. อนุญาต แต่โรงเรียนบางโรงเรียนไม่อนุญาต เช่น ยืนพูดหาเสียงหน้าเสาธงแนะนําตัว ให้สื่อจากเด็กนักเรียนไปถึงผู้ปกครองหรือฝากสื่อต่าง ๆ บางครั้งก็ไม่ได้รับการอนุญาต มันก็เป็นเรื่องแปลกว่าโรงเรียนบางโรงเรียนอนุญาต บางโรงเรียนไม่อนุญาต ขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของผู้อํานวยการโรงเรียนแต่ละโรงเรียนที่เขาจะมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองเวลาหรือ เปล่าเห็นเขาบอกอย่างนั้นนะครับ แต่การเลือกตั้งนั้นสื่อให้เห็นว่าประเทศของเรานั้นเป็น ประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยและต้องส่งเสริมในโรงเรียนครับ ท่านประธาน ทราบไหมว่าบางครั้งมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่นักศึกษาตามมหาวิทยาลัย ไม่ทราบ รวมถึงหลายสถาบันที่เป็นนักศึกษา การเลือกตั้งประธานนักศึกษามีการเลือกตั้ง ต่ํามากครับ แค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันก่อนผมไปเป็นวิทยากร ผมก็ถามเขา เขาจะมีการเลือกตั้ง เขาบอกปีที่แล้วเลือกตั้งแค่ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่า นักศึกษาหรือคนที่ให้ความสําคัญสนใจเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งนี่ ขนาดของเขาเอง เขายังสนใจน้อยมากเลย และการเมืองใหญ่จะมีความสําคัญที่สูงสุดมันก็ต้องให้ความสําคัญ มากกว่านี้
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องโพล (Poll) ครับ โพลต่าง ๆ ผมคิดว่าถ้าเป็นโพลที่ทําโดย บริสุทธิ์ยุติธรรมก็น่าส่งเสริม แต่บางโพลบอกได้เลยครับว่าเป็นโพลที่เลือกข้าง ดังนั้น ทาง กกต. เองในการจัดทําโพลต่าง ๆ ผมว่าต้องตรวจเช็คครับ เพราะโพลมีส่วนหนึ่งที่จะไป ทําให้มีผลต่อการชี้นําของประชาชน เพราะฉะนั้นเรื่องตรงนี้ผมมองว่าหลายสํานักโพลเป็น โพลที่แบ่งข้าง เลือกข้าง แม้กระทั่งสื่อที่จะใช้ในเรื่องของการหาเสียงต่าง ๆ ในช่วงเลือกตั้ง หาเสียงก็ต้องดูว่าเป็นสื่อชนิดไหน อย่างไร บางสื่อบ่งบอกออกมาเลยว่าชอบพรรคนี้ แล้วออกมาชัดเจนมากครับ ก็อยากจะให้ทาง กกต. ทางคณะกรรมการเข้าไปช่วยดูให้เพิ่ม มากขึ้น
สุดท้ายผมยังเป็นห่วงวิตกเกี่ยวกับเรื่องบัตรเหลือง เพราะว่าวันนี้หลายเขต ที่ทยอยให้ประชาชนมาทําบัตรแก้ไขบัตรเหลืองแต่ปรากฏว่าไม่ทัน บางสํานักงานเขต เครื่องปริ้นเตอร์ (Printer) บัตรพัง เสีย ชํารุดอยู่ตลอด ไปเรียงคิว ไปต่อคิวกันก็เสียเวลา ก็เลยทําให้คนที่อยากจะได้บัตรจริงก็ไม่อยากจะไปเสียเวลามาก เพราะฉะนั้นทาง กกต. เอง ก็อาจจะต้องหารือทางกระทรวงมหาดไทยว่าจะมีการเร่งรัดอย่างไร เพราะตัวบัตรที่มีปัญหา มากที่สุดในการไปใช้สิทธิแล้วก็ไม่มีรูปติดหรือไม่มีหน้าตาที่ชัดเจนติดก็คือบัตรเหลือง ที่ผมคิดว่ามันจะมีการส่งผลถึงการเลือกตั้งที่ก่อให้เกิดความไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วก็มีเรื่อง ฝากในเรื่องของตํารวจ ก็ยังต้องฝากครับว่าตํารวจเองคงจะต้องกําชับครับในการสืบเสาะ ต่าง ๆ ถ้ามีการแจ้งเบาะแสผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นกําชับไปครับ ถ้าเขาแจ้งเข้ามากรุณาออกไปดู ไปตรวจสอบด้วย เพราะมันเป็นผลประโยชน์ในการป้องกัน การแก้ไขเรื่องทุจริต ขอบคุณครับ