สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ หารือเรื่องการชื่นชมการทำงานของ กกต. ในการนำกระบวนการลูกเสือมาเสริมการทํางาน และเรียกร้องให้ กกต. ดูแลในการรับสมัครเลือกตั้ง โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปถ่ายของผู้สมัครจะไม่หลอกลวงหรือบิดเบือนข้อมูล

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะแสดงความชื่นชมกับการทํางานของ กกต. ในระยะที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความคิดที่เอาลูกเสือมาช่วยงานของ กกต. ก็เป็น ที่รู้กันว่ากระบวนการลูกเสือซึ่งกําเนิดขึ้นมาเมื่อเกือบ ๑๐๐ ปี กล่าวคือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ ๖ แห่งพระมหาจักรี บรมราชวงศ์ได้ทรงสถาปนาลูกเสือขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ จากนี้ไปก็เหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือนก็จะครบรอบ ๑๐๐ ปี ก็เป็นที่รู้กันอีกเช่นกันว่า กระบวนการลูกเสือนั้นเป็นการฝึกเด็กและเยาวชนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คําปฏิญาณของลูกเสือที่บอกว่าข้อ ๑ ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อ ๒ ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ตรงข้อ ๒ นี้ท่านประธานครับ มันเป็นการปลูกฝังจิตวิญญาณให้ เด็กและเยาวชนเป็นคนเสียสละ ท่านประธานได้เห็นเหตุการณ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น ขณะที่เขา กําลังทุกข์ยากอย่างนั้น มีของไปแจก มีของไปช่วยเหลือ เขาก็เข้าแถวเป็นคิวไปรับอย่างเป็น ระเบียบไม่มีการแย่งกัน ถัดมาไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ท่านประธานคงได้ดูข่าวภาคเช้า รถบรรทุก ปลาคว่ําที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ เจ้าของปลานี่นั่งทําตาปริบ ๆ เลยครับ ชาวบ้านมาแย่ง กันเอาปลา นี่มันต่างกันโดยสิ้นเชิง ขณะที่เขาเกิดแผ่นดินไหว เกิดสึนามิ แต่เขายังมีระเบียบ มีวินัยไม่เห็นแก่ได้ กระบวนการลูกเสือนี่ละครับที่จะทําให้เด็กและเยาวชนซึ่งเติบโต เป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว เพราะคําปฏิญาณที่ว่าข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ หัวใจ มันอยู่ตรงที่ว่ารู้จักเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัวเอง เพราะในการที่ กกต ได้นํากระบวนการลูกเสือ เข้ามาเสริมการทํางานขอได้รับความชื่นชมจากผม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงไม่ต้อง บอกว่าผมจะรับหลักการพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ที่ กตต. เสนอ เข้ามา รวมทั้งของเพื่อนสมาชิกเสนอเข้าด้วย เพราะผมเชื่อแน่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนคงจะต้องรับหลักการแน่ เพราะต่างก็ต้องการที่จะเข้าไปสู่การเลือกตั้งที่จะตามมา อีกไม่เกินหลังจากยุบสภาใน ๔๕ วันข้างหน้า ท่านประธานครับ วันนี้ที่ผมยืนพูดนี้ ผมมีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน แต่เชื่อว่าไม่เกินอีก ๔๕ วัน ความเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมก็หมดไป เช่นเดียวกับของท่านประธาน และแน่นอนถ้าวันนี้ ไม่พูดนะครับ อีก ๔๕ วันต่อจากนี้ไม่มีโอกาสพูดแล้ว เพราะเลือกตั้งคราวหน้าผมอาจจะ ต้องไปนั่งแทนท่านประธานข้างบนนั้นก็ไม่มีโอกาสได้มาพูดตรงนี้ หรือหากขึ้นไป เป็นรัฐมนตรีผมก็ไม่มีโอกาสพูด ดังนั้นขอพูดสักนิดหนึ่ง ฝาก กกต. ดูแลในการรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ รูปถ่ายต้องกวดขัน รูปถ่ายต้องเอาจริงเอาจังหน่อย บางคนผมสังเกตนะครับท่านประธาน เห็นเขาเอารูป เมื่อ ๓๐ ปี ๔๐ ปีที่แล้วมายื่นสมัคร อันนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อว่าตัวกูนี่ยังไม่แก่ บางคน เอารูปตอนที่รับปริญญาใส่เสื้อครุยมา ซึ่งมันผ่านไปตั้งแต่ ๔๐ ปีแล้ว และที่สําคัญ ท่านประธานครับ เครื่องแบบที่ผมแต่ง ๆ เขาเรียกว่าเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา วันนี้ ผมมีสิทธิแต่ง แต่ของผมนี่พิเศษ เพราะในกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภาเขียนไว้ว่า ผู้ที่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบคือผู้ที่เป็นหรือเคยเป็น เพราะฉะนั้นต่อให้ยุบสภาผมก็ยังมีสิทธิแต่ง เครื่องแบบอยู่ ตรงนี้สมมุติว่าผมใช้รูปนี้สมัครผู้แทนราษฎร ผมทําได้ แต่คนบางคนไม่มีสิทธิ แต่งเครื่องแบบ ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นชัด ๆ เลย พวกผู้พิพากษาสมทบ มีเครื่องแบบครับ ทั้งเครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบเต็มยศ เครื่องแบบสีกากีคอพับ แต่เมื่อ เขาจะสมัครผู้แทนราษฎรเขาจะต้องลาออกจากผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งตําแหน่งนี้เป็นตําแหน่ง ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเขายังมีสิทธิที่จะเอารูปที่เขาแต่งเครื่องแบบ ผู้พิพากษาสมทบมายื่นสมัครอีกหรือไม่ เพราะตรงนั้นมันมีส่วนได้เสียในการที่จะสร้าง ความน่าเชื่อถือให้กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติ การเลือกตั้ง มาตรา ๕๓ (๕) บัญญัติไว้ หลอกลวง บังคับขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้าย ด้วยความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด อย่างผู้สมัครบางคนเอารูปหัวหน้าพรรคที่ติดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไม่ถูกต้องไปลงประกอบ เพื่อเป็นการจูงใจ เพื่อการไปสร้างคะแนนนิยม อันนี้ กกต. ก็ต้องกวดขัน ต้องดู แล้วจับ ดําเนินคดีให้เป็นตัวอย่าง เพราะมาตรา ๕๓ ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนมันต้องมีโทษจําคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี กกต. ต้องเอาใจใส่ ผมฝากเรื่องรูปนี่สําคัญนะครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่งบางคนเอารูป เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว แน่นอนสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลงเข้าใจผิดว่าผู้สมัคร คนนั้น ๆ ยังมีกําลังวังชา ยังหนุ่มยังแน่น ยังแข็งแรง ตรงนี้ผิดกฎหมายครับ ก็ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ