สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔

เรวัต สิรินุกุล ส.ส. พรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ กกต. ระบุวันยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้ง โดยไม่จำเป็นต้องรอการผ่านร่างพระราชบัญญัติ 3 ฉบับ และเรียกร้องให้ กกต. ดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเลือกตั้ง โดยไม่ให้เกิดการข่มขู่หรือขัดขวาง

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งมีทั้งหมด ๓ ฉบับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมมีคําถาม ต่าง ๆ ที่จะกราบเรียนถามท่านทาง กกต. ซึ่งวันนี้ก็ดีใจที่ท่านมา และกรุณาตอบด้วยนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบคําถามท่านประธานวิป ฝ่ายค้านคือท่านวิทยา บุรณศิริ ส.ส. จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าจะมีการยุบสภาภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ทีนี้ผมก็มาอ่านข่าวครับ ท่านประธาน มาอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันพุธที่ ๒๓ กกต. กางปฏิทิน รับเลือกตั้ง ซึ่งท่านบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ไม่ทราบว่าท่านมาหรือเปล่าครับ ท่านมานะครับ ขอบคุณมาก จริงหรือไม่จริงเดี๋ยวท่าน ก็ตอบด้วยนะครับ ก็ต้องประทานโทษเอ่ยนามท่านด้วย ก็ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีได้เตรียม กําหนดวันยุบสภาในวันที่ ๓ พฤษภาคม หากจริงตามนั้นตามปฏิบัติการทํางานของ กกต. ที่ได้ตั้งไว้ น่าจะประกาศรับสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ ๙-๑๓ พฤษภาคมนะครับ ซึ่งจะเป็นสัปดาห์แรกหลังจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาและประกาศให้มีวันเลือกตั้ง จากนั้นก็จะประกาศรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตในวันที่ ๑๖-๒๑ พฤษภาคม โดยเบอร์ของ ผู้สมัคร ส.ส. ระบบเขตก็จะเป็นเบอร์เดียวกับ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง ส่งรับสมัคร นี่ก็เป็นคําถามนะครับว่าท่านได้พูดจริงไหม แล้วก็เป็นความชัดเจนไหม และในกรณีชัดเจนอย่างนี้ ถ้าเป็นชัดเจนแบบนี้ก็เท่ากับ กกต. รู้แล้ว แต่ว่าจําเป็นไหม ว่าต้องรอกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ด้วย จําเป็นไหมครับ หรือว่าไม่จําเป็นท่านประกาศได้เลย อย่างนี้เป็นต้น นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็เป็นคําถามต่อมานะครับ ก็ได้พูดกันมากครับ แต่ผมก็ต้องถาม ถามแล้วต้องการคําตอบครับ คือถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีรู้แล้ว รู้วันที่จะยุบสภา รู้วันเลือกตั้งที่ กกต. บอก เพราะท่านไปพบท่านมา เมื่อรู้อย่างนี้ท่านก็ทําโฆษณา หรือว่า รู้ล่วงหน้าแล้วโฆษณาใหญ่ได้อย่างนี้ โฆษณาตามทั่ว ๆ ไปนี้มันผิดกฎหมายไหมครับ ผิดไหมครับ ผมก็ไม่ทราบนะครับว่าผิดหรือเปล่า แล้วถ้าหากว่ามันมันผิดหรืออย่างไร มีการยับยั้งได้ไหม อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น นี่ก็เป็นคําถามที่ ๒ นะครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านสุนัยก็พูดไป ผมฟังแล้วก็ไม่ค่อย สบายใจ แต่ผมก็ไม่ทราบว่า กกต. จะสบายใจหรือไม่ อย่างไร แต่ท่านสุนัย จุลพงศธร ส.ส. สัดส่วนจากอําเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ท่านก็บอกว่ามีการเรียกชุมนุม อบต. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ อสม. เรียกชุมนุมใหญ่เลย เรียกชุมนุมใหญ่ไม่รู้ว่าเรียกเพื่ออะไร แต่ท่านก็บอกมาว่ามีการเรียกและมีคนมีสีไปบอกว่าไม่ให้เลือกพรรคเพื่อไทย ผมก็มานึกว่า ทําไมเป็นถึงขนาดนั้น หรือว่าจากตรงนี้มันเพราะอะไรที่จะต้องไปกีดกันพรรคเพื่อไทย ตรงนี้ครับทาง กกต. ถ้าอย่างนี้พูดในสภาแห่งนี้ ท่านสุนัยพูดอย่างนี้ ท่าน กกต. ถือว่าตรงนี้ เป็นการร้องเรียนท่านไหม แล้วท่านจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ไหม แล้วการตรวจสอบ ของท่านนี้จะไปดูแลว่าจะมีการข่มขู่ไหมว่าไม่ให้มีการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จริงไหมครับ อย่างนี้เป็นต้น คําถามตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับว่าท่านควรหรือไม่ควรอย่างไรที่จะ มีคําตอบให้กับสภาแห่งนี้เพื่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบด้วยนะครับ นี่คือคําถามที่ ๓

ประการที่ ๔ ตรงนี้ก็น่าสนใจ ท่านประธานครับน่าสนใจมาก ฟังไปแล้ว ก็ไม่สบายใจกันทั่วทั้งประเทศครับ บอกว่าแล้วจะไม่มีการเลือกตั้งด้วยนะครับ ถ้า กกต. ลาออก ผมก็ไม่ทราบ ผมก็ไม่แน่ใจ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะลาออก ถ้าลาออกปั๊บไม่มีการเลือกตั้ง ตรงนี้จริงไหมครับ นี่เป็นคําถามที่สําคัญนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนถามท่านนะครับ ว่าจริงเท็จอย่างไร

ประการที่ ๕ คําถามต่อมาก็มีคนถามเหมือนกันและถามกันทั่วไปด้วยว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ ยกตัวอย่างในจังหวัดกาญจนบุรีของผมเท่าเดิมนะครับ ไม่มีการ ลด ส.ส. ไม่มีการเพิ่ม ส.ส. เท่าเดิม คนก็ใกล้เคียงกันอย่างนี้ เขตเลือกตั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง จะเหมือนกับปี ๒๕๔๔ กับปี ๒๕๔๘ คือเขตละคนจริงไหมครับ อันนี้ก็อยากจะได้รับคําตอบ ด้วยนะครับ

ประการที่ ๖ การแก้ไขพรรคการเมือง มีมาตราหนึ่งซึ่งถือว่ามีความสําคัญ คือในมาตรา ๙๘ ไม่ได้เอามาแก้ไขคือการยุบพรรคครับ ท่านประธานก็ได้ฟัง สภาแห่งนี้ ก็ได้ฟัง การยุบพรรคนี้คนที่ถูกยุบพรรคจริง ๆ แล้วมันไม่ยุติธรรม ความไม่ยุติธรรมตรงนี้ กกต. ได้คิดอย่างไรหรือไม่ กรรมการบริหารเขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ไม่รู้เรื่อง บางคนไปทํา เกิดยุบพรรคขึ้นมา พอยุบพรรคขึ้นมาคนที่เดือดร้อนทั้งหมดเลยครับ ต้องลาออก ถูกเว้นวรรค ๕ ปี อย่างนี้ กกต. คิดแก้ไขไหม และที่สําคัญยิ่งกว่านั้นเวลายุบพรรคมีการแย่ง มีการซื้อ ท่านก็รู้ว่ามากรย้ายพรรคไปอยู่พรรคโน้นพรรคนี้สังกัดกันมั่วไปหมดเลย ตรงนี้ จะแก้ไขไหม ทําอย่างไรจะแก้ไขให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่รองรับได้เลย อย่างนี้ เป็นต้น แล้วก็มีว่าไม่ต้องย้ายพรรคอย่างนี้ได้ไหมครับ นี่คือคําถาม

ประการที่ ๗ ที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่ามีการพูดกันมากจ้างพรรคลงไม่ให้ รับสมัครเลือกตั้ง และที่ขัดขวางไม่ให้เขาเลือกตั้งตรงนี้จะแก้ไขอย่างไร ท่านประธานครับ ในมาตราอีกมาตราหนึ่งคือมาตรา ๒๕ แก้ไขมาตรา ๘๘ ที่ว่าเวลารับสมัครเลือกตั้ง สมัครคนเดียวต้องได้ไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๒๐ อย่างนี้เป็นต้น ผมนี่ก็เผชิญมาแล้วร้อยละ ๒๐ คู่แข่งเข้าไปขัดขวางไม่ให้มีการมาลงคะแนน ไม่ให้มีการลงครับ วิ่งกันไม่ให้ลง อย่างนี้ สิทธิตรงนี้ของพี่น้องประชาชนถูกขัดขวาง ทาง กกต. จะรับทราบรับรู้และทาง กกต. จะมีมาตรการอย่างไรหรือไม่ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้พี่น้องบริสุทธิ์ยุติธรรม เรื่องนี้ ผมก็เลยอยกาจะกราบเรียนว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ผมฟังทั้งหลายทั้งปวงที่ท่านสมาชิก ได้พูดมานี้ ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการหาเสียงแล้ว ท่านประธานครับ เป็นเรื่องของการ หาเสียงพูดกันไป แต่ผมก็แปลกใจอยู่อย่างหนึ่งว่าตามโพลออกมาทั่ว ๆ ไปนี้ ท่าน กกต. ครับ เขาบอกว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เยอะแยะ ผมก็ดีใจนะครับ ผมอยู่พรรคเพื่อไทยก็ดีใจ เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นเมื่อดีใจแล้วการเลือกตั้งครั้งหน้านี้อย่างไรท่านประธานครับ ท่าน กกต. ครับ ดูความเป็นธรรมแล้วอย่าให้มีการขัดขวาง ปล่อยให้ธรรมชาติไป ประชาชน เขารักใครชอบใครก็ให้เขาเลือกกันไป อย่างนี้ไม่ว่า ไม่เป็นไรครับ เลือกกันไป เราก็ยอมรับกันได้ แต่ว่าการขัดขวางพี่น้องประชาชนนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ตรงนี้ไม่ถูก ทาง กกต. ต้องดูแลด้วย ปล่อยให้เป็นธรรมชาตินะครับ ถ้าพี่น้องประชาชนเขารักใคร ถ้าเขารักพรรคเพื่อไทย ให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเดี่ยวไปก็ไม่เป็นนี่ครับ บริหารประเทศชาตินี้ประเทศชาติก็เจริญ นี่ครับอย่างนี้เป็นต้น ที่บริหารมาแล้วไม่เจริญเขาก็ต้องเปลี่ยนแปลง นี่เป็นธรรมชาติ ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ครับ ก็ขอบคุณ ผมดีใจที่ กกต. มา เห็นหน้าทุกคนแล้วก็ดีใจครับ ก็ขอให้ท่านอย่าเพิ่งลาออกนะครับ ต้องให้เลือกตั้งก่อนครับ ขอบคุณครับ