สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงของการเลือกตั้งในประเทศไทย โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง และเสนอแนะการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่รับผิดชอบในการนับคะแนนให้เป็นคนวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว เพื่อให้การนับคะแนนเป็นไปอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก ของประเทศไทย ขณะนั้นมีการเลือกตั้ง ส.ส. กันเพียงแค่ ๗๘ ท่าน แล้วก็มีพี่น้องประชาชน มีสิทธิกันแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ จนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เรามีผู้แทนกันถึง ๔๘๐ คน มีผู้ใช้สิทธิกันถึง ๔๔ ล้านคน ถ้าดูตามสถิติครับ ท่านประธาน เราจะเห็นว่าการเลือกตั้งของประเทศไทยนี้มีผู้ใช้สิทธิมีจํานวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นที่น่ายินดีว่าระบอบประชาธิปไตยของเรา การมีส่วนร่วมของประชาชนก็มีมากขึ้น ในปี ๒๕๔๔ มีพี่น้องประชาชนใช้สิทธิกันร้อยละ ๖๙ ปี ๒๕๔๘ ร้อยละ ๗๒ ในปี ๒๕๕๓ ซึ่งมากที่สุดขณะนี้ร้อยละ ๗๔ แล้วเราก็เชื่อว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๔ อาจจะ มีพี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิกันเกินร้อยละ ๘๐ ครับท่านประธาน การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ผมเชื่อว่าสิ่งสําคัญก็คือจะต้องให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจรูปแบบการเลือกตั้งที่มันมีการ เปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ แล้วก็มาปี ๒๕๕๓ มีการเปลี่ยนแปลง มีสาระสําคัญ เช่นมีการเลือกตั้งเป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว เป็นแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ รวมทั้งแบบบัญชีรายชื่อแล้วก็แบบสัดส่วน แน่นอนครับพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ติดตาม หรือสนใจอาจจะเกิดความสับสน แต่ขอเรียนว่าในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้มี ๒ ระบบง่าย ๆ ก็คือ ๑. ระบบบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คนทั่วประเทศ หมายถึงว่าต่อไปนี้พี่น้องชาวจังหวัดตรัง ของผมก็มีสิทธิที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ลงในตําแหน่งบัญชีรายชื่อ คนจังหวัด ศรีสะเกษก็มีสิทธิที่จะเลือกนายชวน หลีกภัย ซึ่งลงในบัญชีรายชื่อของพรรค ตรงนี้ละครับ ทําให้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศมีโอกาสเลือกพรรคที่เขาชอบได้ ส.ส. แบบที่ ๒ ก็คือการเปิด ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเดียวเบอร์เดียว ๓๗๕ คนทั่วทั้งประเทศ กทม. จะมี ส.ส. แบบเขตมากที่สุด ๓๓ คนด้วยกัน จังหวัดนครราชสีมารองลงมา ๑๕ คน ด้วยกัน ที่จังหวัดตรังของผมครับ ก็จะมี ๔ คน การเลือกก็คงมีการแบ่งเขตกันคล้าย ๆ กับ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๔ ท่านประธานครับ แน่นอนครับผมเชื่อว่าในการ จัดการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้พยายามที่จะจัด การเลือกตั้งให้ดีที่สุด ให้ตรงตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนว่าเขาต้องการใครมาเป็น ตัวแทนของเขา สิ่งสําคัญที่สุดก็คือท่านจะต้องป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงให้ได้ เพราะว่า การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทําลายประชาธิปไตยของไทยครับ นักการเมือง ที่ซื้อเสียงเข้ามาสุดท้ายก็จะมาถอนทุน เข้ามาโกง เข้ามาทุจริตเป็นแบบโคตรโกง เป็นแบบ โกงทั้งโคตร ทั้งนี้อยู่ที่การเลือกตั้งทั้งสิ้นนะครับ ผมเชื่อว่าทาง กกต. ต้องพยายามป้องกัน ตรงนี้ให้ได้ เอาตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้ามาจริง ๆ ทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในการเลือกตั้งที่จะถึงนะครับ ผมขออนุญาตที่จะขอเสนอแนะในการจัดการเลือกตั้ง
ส่วนที่ ๑ ก็คือการประชาสัมพันธ์ครับ เมื่อรูปแบบการเลือกตั้งที่มัน เปลี่ยนแปลงจากระบบสัดส่วนเป็นระบบบัญชีรายชื่อ จากระบบเขตเดียวหลายเบอร์มาเป็น เขตเดียวเบอร์เดียวการประชาสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งสําคัญ ท่านประธานครับ ถ้าแม้ยังใช้ระบบ การประชาสัมพันธ์เพียงแค่ กกต. หรือหน่วยงานราชการ ไม่เพียงพอครับ จุดที่พี่น้องประชาชนเข้าใจมากที่สุดก็คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์ของตัว ส.ส. เอง ส.ส. หรือทีมงานของ ส.ส. สามารถที่จะเข้าไปถึงทุกจุดครับ เข้าไปถึงทุกหมู่บ้าน แล้วจะ สังเกตว่าป้ายใหญ่ ๆ อาจจะติดได้แค่ชุมชน อาจจะติดได้แค่ข้างถนน แต่ว่าการที่จะไปถึง ครัวเรือนทั้งหลาย สิ่งที่จะไปถึงก็คือโปสเตอร์ (Poster) ครับท่านประธานในการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมามีการบังคับว่าโปสเตอร์จะต้องไม่เกิน ๑๐ เท่าของหน่วยเลือกตั้ง แล้วก็ต้อง ไปปิดในเฉพาะที่ราชการจัดให้ บางทีชุมชนหนึ่งหรือตําบลหนึ่งมีป้ายเพียงแค่ ๑๐ แห่ง บางหมู่บ้านมีแค่แห่งเดียว โปสเตอร์ของผู้แทนก็ไปติดได้แค่แห่งเดียวครับ แต่เดิมโปสเตอร์ สามารถที่จะติดได้ทุกบ้าน ตรงนี้ละครับจะทําให้การประชาสัมพันธ์จะไปถึงทุกบ้านเลย ผมก็เลยแนะนําว่าโดยเฉพาะระเบียบดังกล่าวในการปิดโปสเตอร์น่าจะมีการอนุญาต ให้สามารถที่จะปิดได้ทุกบ้าน
ส่วนที่ ๒ เรื่องช่วงเวลาการลงคะแนนครับ เรามีเวลากันก็คือแปดโมงเช้า ถึงสามโมงเย็น ท่านประธานครับผมคิดว่าเวลาช่วงดังกล่าวน่าจะมีการขยายเวลาไปอีก สักนิดหนึ่ง เนื่องจากเราจะสังเกตว่าเวลาช่วงสามโมงเย็นพี่น้องประชาชนจะไปลงคะแนนกัน มากนะครับ ท่านประธานอาจจะคิดว่าถ้าเกิดขยายไปสี่โมงเย็นหรือห้าโมงเย็นพี่น้อง ประชาชนก็จะไปออตรงนั้นอีก ไม่จริงครับ เพราะว่าบางทีช่วงอากาศเย็น ๆ พี่น้องประชาชน อาจจะสะดวกที่จะไปลงคะแนน
ส่วนที่ ๓ เรื่องการนับคะแนนเป็นสิ่งสําคัญครับ ผมคิดว่าบางทีบุคลากร ในการนับคะแนนที่ผ่านมาท่านอาจจะใช้คนในวัยอาจจะสูงอายุสักนิดหนึ่ง แต่ ณ วันนี้ ท่านลองพิจารณาเปลี่ยนแปลงให้คนที่เป็นคนวัยรุ่นวัยหนุ่มสาวที่สามารถที่จะดูตัวเลขหรือ ฐานบัตรได้อย่างชัดเจนก็จะทําให้การนับคะแนนบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น ท่านประธานครับ หลายเรื่องที่ กกต. จําเป็นจะต้องไปปรับ แต่ทั้งนี้ท่านปรับด้วยความเป็นกลางท่านทําเพื่อ พี่น้องประชาชนทุกคน อย่าไปคาดว่าจะทําเพื่อรัฐบาล อย่าไปคาดว่าจะทําเพื่อสิ่งตอบแทน ใด ๆ ผมเชื่อว่าท่านจะได้รับการยอมรับและในขณะเดียวกันก็วิงวอนไปถึงพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศครับ ณ วันนี้การเลือกตั้งใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว ท่านใดที่ยังคิดจะไปเรียกร้อง หาประชาธิปไตยอยู่ตามถนนหนทางท่านเลิกเถอะครับ วันนี้เข้ามาสู่ระบบการเลือกตั้ง เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าหลายคนที่เป็นแกนนําขณะนี้ก็อาจจะได้ลง ในบัญชีรายชื่อ บางคนอาจจะได้ลงในระบบเขตแล้ว เพราะฉะนั้นหยุดการไปสร้างมวลชน หยุดไประดม สร้างความแตกแยกในประเทศไทยของเรา ใครที่ปิดถนนอยู่ ล้อมทําเนียบอยู่ ก็เลิกเถอะครับ เข้ามาร่วมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างถูกต้อง และผมเชื่อว่า ประเทศของเราก็คงก้าวไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการ โอกาสนี้ก็ขอเป็นกําลังใจ ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็เห็นชอบกับหลักการในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน