ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับประชาธิปไตยของประเทศไทย โดยเสนอ 5 ประเด็นที่ต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา รวมถึงการสร้างความน่าเชื่อถือของ กกต. การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับประชาธิปไตย และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากขึ้นและลดปัญหาซื้อขายเสียง
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย วันนี้มองประชาธิปไตยของ ประเทศไทย กระผมด้วยความเคารพท่านคณะกรรมการ กกต. ทุกท่านนะครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ ที่มีรัฐธรรมนูญที่พยายามสร้างขึ้นมาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ของประเทศ และมีการสร้างระบบ กกต. ขึ้นมา จนทําให้ปี ๒๕๔๓ มีการเลือก ส.ว. และปี ๒๕๔๔ มีการเลือก ส.ส. ผมเองเป็น ส.ส. ปากน้ํา ถ้าไม่ใช่เพราะว่าระบบเปลี่ยนและมี กกต. เข้ามา กระผมคงไมได้เป็น ส.ส.ของจังหวัดสมุทรปราการ แล้ววันนี้ผมได้เป็น ส.ส. ทําหน้าที่เป็น ผู้แทนของประชาชนก็ได้ทําเรื่องใหญ่หลาย ๆ เรื่อง แต่วันนี้อย่างไรก็แล้วแต่ ด้วยหลักการ บริหารการจัดการเพื่อให้ประเทศของเราได้ก้าวเดินไปข้างหน้า กระผมก็ต้องยอมรับว่า การมี กกต. ดีกว่าไม่มี กกต. สมัยก่อนการเลือกตั้งก็คงใช้กระทรวงมหาดไทยทําหน้าที่เป็น ผู้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ค่อยได้ยินคําว่า เจ้าภาพ แต่เดี๋ยวนี้ระบบบริหารการจัดการใหม่ เราเข้าใจว่าจะทําอะไรก็แล้วแต่ควรต้องมีเจ้าภาพ แล้ววันนี้กระผมก็มองรัฐบาลมาตลอด ปัญหาบ้านเมืองมีเยอะแยะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ประเทศนี้จะก้าวเดินต่อไปได้ กระผมเข้าใจว่าความเป็นประชาธิปไตยน่าจะเป็นระบบที่เหมาะสมที่สุดสําหรับ ทุก ๆ ประเทศในสากลนี้แล้ว และกระผมอยากจะฝาก ๕ ประเด็นสําหรับท่าน กกต. ทุกท่าน
ประเด็นที่ ๑ ความเป็นเจ้าภาพ กระผมเข้าใจว่าวันนี้ทุก ๆ หน่วยราชการ ไม่ได้คิดเรื่องนี้แล้ว แล้วกระผมก็ไม่เข้าใจว่าทาง กกต. กลางท่านคิดถึงความเป็นเจ้าภาพ ของท่านหรือไม่ เพราะความเป็นเจ้าภาพถ้าท่านคิดถึง เจตนารมณ์ของการเป็น กกต. ของท่านนี่ ผมมองในมุมมองของประชาชนโดยทั่วไปที่รักประเทศนะครับ กระผมเข้าใจว่า ท่านต้องสร้างประชาธิปไตยให้ได้ วันนี้ถ้าบ้านเมืองพี่น้องประชาชนยังออกมาเรียกถามหาประชาธิปไตย ทําไมต้องเป็นประชาธิปไตยอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้ เข้าใจเรื่องประชาธิปไตยหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ที่กระทํา ใครจะเป็นผู้ที่สอน และควบคุม ให้ประชาธิปไตยนี้เดินไปได้ ให้ประเทศเดินไปได้ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะส่งผลดี สําหรับประเทศนี้มากกว่า กระผมขอฝากในประเด็นที่ขอให้ท่านทําหน้าที่เป็นเจ้าภาพ และสร้างประชาธิปไตยให้กับประเทศไทยเถอะครับ ถ้าประเทศเป็นประชาธิปไตย กระผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนคงคุยเรื่องประชาธิปไตยกัน เป็นเสน่ห์ เป็นความรู้ที่มากกว่า วิชาความรู้ที่เรียนจากสถาบันต่าง ๆ และอยู่กันคนละสาขาแล้วมาคุยกัน วันนี้ให้คุย เรื่องประชาธิปไตยกันเถอะครับ ให้คุยกันในสถานที่ศึกษา คุยกันในสถานที่ทํางาน คุยกัน ในทุก ๆ แห่งที่คุยกันได้ แต่ท่านต้องสอนว่าคุยอย่างไรถึงจะยอมรับกันได้ ไม่ต้องทะเลาะกัน นะครับ แล้วอย่าไปกําหนดว่าอย่าคุยเรื่องการเมืองบนโต๊ะอาหาร อย่าคุยเรื่องการเมือง ในครอบครัว อย่าคุยเรื่องการเมืองในห้องเรียน อย่าคุยเรื่องการเมืองในสถานที่ทํางาน เพราะจะทะเลาะกัน ท่านต้องหักล้างด่านนี้ให้ผ่าน ให้คุยกันเถอะครับ เป็นเสน่ห์ครับ และช่วยกันดูแลประเทศของเรา
ประเด็นที่ ๒ การสร้างความน่าเชื่อถือ กระผมเข้าใจว่านี่ก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่ง ที่เป็นภาพพจน์ ภาพลักษณ์ของ กกต. โดยตรง ความน่าเชื่อถือนี้ผมว่ามันเป็นเกียรติยศ นะครับ วันนี้จะร่ํารวยแค่ไหน สําหรับคนจนแล้วเราก็มีเกียรติยศของคนจน คนจนก็ไม่ไป ค้ายาบ้า คนจนก็พยายามไม่ไปขโมย ไม่ไปขี้โกงคน ก็เพราะถึงแม้จนก็ไม่ทํา ก็เพราะว่า มันมีศักดิ์ศรีของความเป็นคน มันมีความคิด มันมีหิริโอตตัปปะในตัวเอง วันนี้ความเป็น กกต. การสร้างความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสําคัญที่ต้องทําให้มีความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง ที่จะทําให้ทุกฝ่ายยอมรับกัน แล้วท่านต้องคัดจริง ๆ คัดให้คนดีขึ้นไปมีอํานาจ ขึ้นมาเป็น ตัวแทนของประชาชนจะได้ก้าวเดินผ่านไป ไม่ใช่ยังมาทะเลาะกันในเรื่องทางการเมืองอีก ต้องมองผลประโยชน์ของประเทศไปข้างหน้า
ประเด็นที่ ๓ อยากจะฝากนะครับ ทุกครั้งของการเรื่องตั้งกระผมก็ไม่ค่อย จะเห็นว่า กกต. เขต กับ กกต. จังหวัดได้ทําประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการเลือกตั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันน่าจะไปอยู่ในข้อที่ ๑ ที่จะต้องสร้างความเป็นเจ้าภาพ จะต้องสร้างประชาธิปไตย อยู่ตลอดเวลา ยิ่งโดยเฉพาะในขณะที่จะมีการเลือกตั้งนี้กระผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชน น่าจะต้องให้ความสนใจมาก ถ้าประชาชนให้ความสนใจมาก กระบวนการของประชาธิปไตย มีครับ สิทธิเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนไปใช้ การหวงสิทธิการหวงเสียงของตัวเอง การซื้อขายแลกเปลี่ยนเสียงด้วยเงินตรานี้ก็คงจะไม่มีฆ เพราะฉะนั้นการประชาสัมพันธ์ ในเรื่องของประชาธิปไตยในขณะที่จะมีการเลือกตั้งนี้กระผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นจุดที่จะทําให้ สร้างความแข็งแกร่งของระบอบประชาธิปไตยของเราได้ ปีแล้วปีเล่าสะสมไปเรื่อย ๆ ครับ และเชื่อมั่นว่าวิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง
ประเด็นที่ ๔ ในขณะที่เลือกตั้งนี้มีการจัดหน่วยเลือกตั้ง กระผมก็เห็นมีการ โยกหน่วยเลือกตั้ง อยู่หัวซอยไปเลือกท้ายซอย อยู่ท้ายซอยไปเลือกเขตโน้นไปเลือกเขตนี้ ไม่ทราบทําไปทําไมครับ ท่านเป็น กกต. กลาง ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านสั่ง กกต. จังหวัด กกต. เขต อย่าให้ทําอย่างนั้นนะครับ อย่าให้ทําแล้วประชาชนรู้สึกว่า เอ๊ะ ทําไมต้องย้าย หน่วยเลือกตั้ง ฉันอยู่ที่นี่ไปเลือกอีกจุดหนึ่งซึ่งข้ามเขตข้ามหน่วยไปเลย อย่างนี้อย่าให้มี นะครับ ที่ไหน บริเวณไหนที่ประชาชนเขาไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ง่ายจัดให้เถอะครับ แล้วก็ ทําให้มีการยอมรับกันให้ได้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะทําให้ประสิทธิภาพของการเลือกตั้ง และการควบคุม และการโหวตเสียงจะดีขึ้น
ประเด็นที่ ๕ ประเด็นสุดท้าย อันนี้ผมฝากมากเลยนะครับ เพราะว่า ในระบอบประชาธิปไตยนี้เขาบอกว่าอยากได้อํานาจให้มาถามประชาชน ประชาชนเป็น เจ้าของอํานาจนี้ ให้โดยประชาชน และเมื่อได้อํานาจไปแล้วช่วยไปทําเพื่อประชาชนหน่อย เพราะอํานาจของประชาชนนี้ถ้าประชาชนมาใช้สิทธิใช้เสียงในการโหวตเสียงน้อย ก็หมายความว่ามุมมองความคิดเห็นนะครับ พลังร่วมซินเนอร์จี (Synergy) ของประชาชน การมีส่วนร่วมในการดูแลประเทศของเรา การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมของเรานี่ ประชาชนยังไม่เข้าใจ ประชาชนไม่เข้าใจก็มีปัญหามาก เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ ความสามารถของหน่วยงานของท่าน กกต. กลางที่ท่านจะต้องดูแล กกต. จังหวัด กกต. เขตทั่วประเทศ ผมอยากจะฝากในเรื่องของประสิทธิภาพขององค์กร ของ กกต. ของท่าน ซึ่งผมด้วยความเคารพนะครับ ผมอยากให้มี กกต. ต่อไปตลอด และอยากให้เห็นว่า กกต. เป็นกลางจริง ๆ บริสุทธิ์ยุติธรรม ที่ไหนมีซื้อเสียง ที่ไหนมีขายเสียง ที่ไหนมีความไม่ชอบมาพากลของการแข่งการเลือกตั้งกันจับให้ได้ และสุดท้ายครับ ทําอย่างไรจะให้พี่น้องประชาชนไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านอดีตรัฐมนตรี วิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านก็บอกว่าแล้วว่าขนาดเลือกตั้งในสถานศึกษาก็ยังไปใช้สิทธิกันน้อย ผมเข้าใจว่าวันนี้ถ้าตัวเลขนี้จะผิดจะถูกไม่ทราบนะครับ แต่ผมคิดว่าควรจะทําในเชิงวิชาการ ออกมา ในเชิงการสํารวจ การวิเคราะห์วิจัย โดยตัวผมเองผมดูว่าท่านไม่ต้องทําให้คน มาเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กระผมเข้าใจว่าถ้ามีพี่น้องประชาชนมาเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น ท้องถิ่น อบต. เทศบาล หรือ อบจ. หรือว่าการเลือกตั้งระดับประเทศ ถ้ามีผู้มาใช้สิทธิ การเลือกตั้งมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์พอนะครับ จาก ๑๐๐ คน ผมเชื่อว่าจะคัดได้คนดี และผมไม่เชื่อว่าคนที่ซื้อเสียงจะซื้อได้ ขอ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าท่านสามารถทําให้แต่ละเขต แต่ละหน่วยการเลือกตั้งได้มีผู้คนมาใช้สิทธิการเลือกตั้ง เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปผมถือว่าท่านสอบผ่านนะครับ แต่ว่าต่ํากว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่า เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดีนะครับ กรุงเทพมหานครก็ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์บ่อย ๆ ก็ไม่เข้าใจ ผมเข้าใจว่ากรุงเทพมหานครเมืองหลวงของเรานี่ คนกรุงเทพมหานครน่าจะไป ใช้สิทธิใช้เสียงมากกว่านี้ ผมขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ อีกสัก ๓๐ วินาที ถ้าต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มาใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้งต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี่ผมอยากให้ท่านถือว่าเป็น การสอบตกนะครับ ถ้ามีการเลือก อบต. เทศบาล อบจ. หรือเลือก ส.ส. ในแต่ละเขต เขตไหนต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ท่านต้องพิจารณานะครับ ผมขอฝากด้วย ขอบคุณครับ