สงวน พงษ์มณี หารือเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญและเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายกรัฐมนตรีในเรื่องการตรวจสอบการเลือกตั้ง สิทธิส่งผู้สมัครใหม่ และการยุบสภา
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคิดว่าวันนี้เป็นโอกาสดีของสภาที่ได้พิจารณากฎหมายสําคัญ ๓ เรื่อง ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขเกือบทั้งหมด แต่ที่จะต้องพูดก็คือเรื่องปรัชญาของกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ กับรัฐธรรมนูญด้วย เมื่อเข้าใจว่าการนับคะแนนรวมทําให้โกงได้ ก็ให้มีการแก้ไข เป็นนับคะแนนในหน่วย ที่ผมพูดเรื่องนี้มันเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ตรงไหน มันเกี่ยวตรงนี้ครับ ผมดูแล้วนี้มันยึดโยงกับการซื้อเสียง ท่านประธานครับ ที่ผมถือโอกาสพูดเรื่องนี้ต่อหน้าท่านผู้ เสนอกฎหมาย ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ ทําไมหรือครับ การซื้อเสียงนี้เป็น การสามัคคีสามขา ๑. คือผู้ซื้อ ๒. คือผู้นําไปซื้อ ๓. คือโหวตเตอร์ (Voter) หรือคนถูกซื้อ วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้กับกฎหมายที่ท่านเสนอมานี้เสมือนกับว่าเราคืนโหวตเตอร์ หรือผู้ลงคะแนนให้กับอิทธิพลท้องถิ่น นักการเมืองจะซื้อเสียงนี้ไม่ได้ขาย ซื้อตรง แต่ซื้อผ่าน อิทธิพลท้องถิ่น แล้วอิทธิพลท้องถิ่นนี้เมื่อไปรับปากกับนักการเมืองว่าหมู่บ้านฉันมีคน ลงคะแนนเสียง ๓๐๐ คน มีสิทธิ ๓๐๐ เสียง ถ้าฉันจะขายสัก ๒๐๐ เสียงนี้เขารับเงินไปแล้ว เขาต้องมีความพยายามให้เกิด ๓๐๐ เสียง หรือใน ๒๐๐ เสียงให้ได้ที่รับปากครับ ในที่ไหนครับ ในที่นับคะแนน ความพยายามในการปกป้องการซื้อจะเกิดขึ้น ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ ผมยังมองไม่เห็นว่ากฎหมายนี้มีมาตราอะไร มีส่วนไหนที่จะเข้ามาทําให้การเลือกตั้งนี้บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพียงแต่ว่าเป็นกฎหมายเชิงกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเท่านั้นเอง ผมจึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้เสนอกฎหมายว่า เป็นไปได้ไหมครับ ที่จะกําหนดให้คน ในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นระเบียบของท่านเอง มีจํานวนผู้สังเกตการเลือกตั้งมากขึ้น เป็นการบังคับให้พรรคการเมืองต้องส่งครับ เพื่อประกันในการซื้อเสียงขายเสียง แม้ได้ ลงคะแนนเสียงล่วงหน้าก็ตามอะไรก็ตามท่านประธานครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าหลักจริง ๆ ของข้อกล่าวหาของสังคมต่อนักการเมือง ว่าพวกเราซื้อเสียงเข้ามาหา เงินจากงบประมาณ นี่คือข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างชัดเจนที่สุด แล้วผมคิดว่าเลวร้ายที่สุดสําหรับ คนที่มายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะนักการเมือง เมื่อเรากลัวการซื้อเสียง แต่เรากลับคืนโหวตเตอร์ หรือผู้ลงคะแนนให้กับอิทธิพลท้องถิ่น เพราะอะไรครับ เพราะเราคิดว่านับคะแนนรวมมันโกง ง่าย แต่ไม่เคยหาวิธีป้องกันครับ จริง ๆ แล้ว อํานาจอธิปไตยจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเราไม่รู้ว่า หมู่บ้านนี้เลือกเรากี่คน แต่วันนี้รู้ครับ คือได้รู้ เข้าใจว่าหมู่บ้านนี้เป็นฐานเสียงของใคร ปฏิเสธ ไม่ได้หรอกครับ พูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพื่อตอกย้ําว่าระเบียบที่จะรองรับกฎหมายฉบับนี้ต้อง เน้นเรื่องการตรวจสอบกํากับดูแลซึ่งกันและกันของทั้ง ๒ ฝ่าย โดยเฉพาะการเก็บหีบเลือกตั้ง ล่วงหน้า จะต้องมีการเฝ้ายามของทุกฝ่ายที่เต็มใจจะมาอยู่ ต้องไม่ใช่เป็นการละเมิด กกต. หรือละเมิดผู้ปฏิบัติ ต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองส่งคนมาคุมหีบเลือกตั้งได้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขนี้ครับ ไม่ได้ แก้ไขให้กฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสอดคล้องต้องกัน โดยเฉพาะมาตรา ๑๐๓ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๓ เขียนขึ้นมาเพื่อบังคับให้การเลือกตั้งเป็นพวงเล็ก ทั้งวรรคหนึ่ง และวรรคสองครับ เพราะฉะนั้นคําถามของผมต่อกฎหมายฉบับนี้ ถ้าหากว่าเรารับสมัคร วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๗ พรรคการเมืองส่งสมัครวันที่ ๑ ทุกพรรค สมมุติอย่างนี้นะครับ และเกิดว่า ยังไม่ถึงวันหมดเขตรับสมัคร เกิดมีอันจําเป็นต้องขาดไป ๑ คน เขาจะมีสิทธิทําอย่างไรได้บ้าง อาจจะถูกรถชนตายหรือด้วยเหตุอื่น เขาจะส่งซ้ําได้ไหม เพราะว่าวันสมัครยังไม่หมด นี่เป็นประเด็น ถ้าบอกว่าส่งได้ แล้วมาตรา ๑๐๓ จะบังคับอย่างไร จะขัดต่อ มาตรา ๑๐๓ ไหม เพราะมาตรา ๑๐๓ บอกว่าเป็นอะไรก็ตามให้เหลือเท่าที่มีอยู่ ในวรรคหนึ่งและวรรคสอง เพียงแต่วรรคสามเท่านั้นที่เน้นว่าสมัครแล้วลาออกไม่ได้ นี่เขา ไม่ได้ลาออก เกิดเขาตายอย่างนี้ นี่เป็นเรื่องที่เราจะต้องเขียนไว้ในกฎหมายหรือเปล่า หรือชั้นแปรญัตติ นี่เป็นประเด็นข้อกฎหมายครับ เพราะว่ามันเป็นที่น่าแปลกใจไหม ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ตั้งแต่มาตรานี้เลยไปถึงมาตรา ๑๐๙ แต่มาตรา ๑๐๓ ไม่แก้ พอไม่แก้ปุ๊บ ผู้ปฏิบัติเหนื่อย วันนี้นายกรัฐมนตรีออกมาประกาศ กลางสภาผู้แทนราษฎรว่าจะยุบสภาผู้แทนราษฎรประมาณต้นเดือน เจตนารมณ์เหมือนดี นะครับ แต่วันนี้คุณกําลังเอาโทษไปให้กับผู้ปฏิบัติคือ กกต. ถ้ากฎหมายไม่เสร็จเราควรต้อง ปฏิบัติตามที่คุณพูด แล้วเขาต้องออกระเบียบตามกฎหมายนั้น ถ้ามีการร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญใครรับผิดชอบในความผิดนั้น ผมต้องบอกในกลางสภานี้ว่า หากเกิดเหตุการณ์ เช่นนั้นจริง ๆ คือกฎหมายฉบับนี้ไม่เสร็จ ความรับผิดชอบทางกฎหมายเรื่องความผิดทาง กฎหมายทั้งหมดต้องเป็นภาระของฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีได้ทํา เกินหน้าที่ คุณมีอํานาจในการยุบสภาเป็นอํานาจของคุณ แต่ขณะนี้เป็นกระบวนการทาง นิติบัญญัติอย่างไรครับ ยืนยันได้อย่างไรว่าเราจะเสร็จก่อนวันที่ ๓ ก่อนเดือนพฤษภาคม เหลือเวลาอีกเดือนเดียว ร่างเสร็จต้องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญอีก ไม่เสร็จแล้วทําอย่างไรครับ ให้ กกต. ออกระเบียบเองหรือ พอ กกต. ออกระเบียบเอง มันปริวิตกขึ้นมาว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนไม่รอบคอบ ไม่สอดคล้องต้องกัน เตือนก็ไม่ฟัง เมื่อเป็นอย่างนี้ ภาระอันนี้ ทางกฎหมายจะตกอยู่ที่ กกต. ที่ผมพูดประเด็นนี้ผมยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องรับความผิดทางกฎหมายถ้ามีอะไร เกิดขึ้น กกต. เขาถือว่าเขามีความพยายามแล้วนะครับ วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญผ่านไป วันนี้เขาเสนอเลยครับ เสนอหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจเขาเสนอเข้ามาเลย ความรับผิดชอบ สูงสุดเกิดขึ้นแล้วครับ แต่ว่าถ้าหากมันมีอุบัติเหตุที่ว่ามันไม่สามารถจะเสร็จตามที่ท่านรับปาก แล้วมายุบสภา ท่านเลือกที่จะทําผิดกฎหมายนะครับว่าท่านยุบสภาในขณะที่ไม่มีความพร้อม ทางกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีว่าวันนี้นะครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่เสร็จ แล้วมีคนไปร้องว่าระเบียบของ กกต. ไม่ชอบ ความรับผิดชอบ ต่อความผิดนี้ต้องอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่อยู่ที่ฝ่าย กกต. ผมพูดเชิงหลักการ ไม่ได้พูดว่า เอาใจ กกต. ผมไม่มีสิทธิไปเอาใจใครอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดนี่เป็น ๓ ประเด็นหลัก
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมพูดถึงมันสามารถที่จะเพิ่มเติมได้ไหม เพิ่มเติมว่าในช่วงนี้ หากมีอะไรเกิดขึ้น เช่น ผู้สมัครเสร็จออกมาถูกรถชนตาย พรรคจะมีสิทธิส่งใหม่ได้ไหม เพราะเขาไม่ได้ลาออก เขาตาย ซึ่งมันเกิดขึ้นได้ หรือถูกยิงตายครับ ถ้าผมถูกยิงตาย มันก็ กลายเป็นว่าไม่มีใครสมัครได้เลยใช่ไหม ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดนี้ผมพูด ๒ ประเด็นที่เป็นหลัก
และประเด็นสุดท้ายที่ผมย้ํานะครับ ความรับผิดชอบทางกฎหมายทั้งหมด ถ้าหากจะมีความผิดที่เกิดขึ้นจากการร้องต่อองค์กรอื่น ซึ่งนอกจากองค์กรของเราและองค์กร ของ กกต. ถ้ามีความผิด ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะนายกรัฐมนตรี ท่านประกาศออกมาว่าท่านจะยุบสภาวันไหน โดยที่องค์กรอื่นซึ่งไม่ได้ขึ้นต่อนายกรัฐมนตรี คือนิติบัญญัติยังไม่ได้ทํางาน ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้ประกาศวันที่เขาเสนอกฎหมายนี่ ไม่ผิดครับ แต่วันนี้ความผิดนั้นเกิดขึ้นแล้วเพราะว่าท่านแสดงเจตนาเองต่อรัฐสภาว่าท่านจะยุบสภา ต้นเดือน อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคมก็คือเดือนกว่า นิดเดียว วันนี้เริ่มต้นครับ ถ้า ๓ วาระไม่ได้นะครับ ผมว่ามีปัญหาแน่นอนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน