ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา โดยแสดงความไม่เห็นด้วยในบางส่วนของการแก้ไข โดยเฉพาะการจัดประเภทตําแหน่งข้าราชการรัฐสภาที่อาจทำให้ผู้ที่มีตำแหน่ง ระดับ 9 ถูกรอนสิทธิ์ และขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีแก้ไขเพื่อให้เหมาะสม
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง จังหวัดน่าน ตามที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระของคณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรหลังจากที่ได้นําร่างพระราชบัญญัตินี้ไปรายงานต่อวุฒิสภา ผมทราบข่าวว่า วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๑ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เท่าที่ผมดูใน รายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒๒ ท่าน ได้ไปดําเนินการตามข้อเสนอของสมาชิกบางส่วน ถือว่าเป็นการแก้ไขที่ดีขึ้น เพราะกรรมาธิการได้ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขในมาตรา ๒๖ (๑) (๒) มาตรา ๓๔/๑ ในส่วนมาตรา ๓๔/๑ ผมเองเคยอภิปรายไว้ว่า การร่างกฎหมายในลักษณะ มาตรา ๓๐/๑ ที่เขียนขึ้นมารองรับ ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ แต่ว่ากรรมาธิการยังยืนยันที่จะเขียน เท่าที่ผมตรวจสอบดู ในการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๔/๑ ผมรับได้ครับ ก็เป็นความชัดเจน เป็นความแน่นอนขึ้นในเรื่องให้สํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรและสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามีตําแหน่งนักกฎหมายนิติบัญญัติ แล้วก็ให้ ก.ร. ไปกําหนดคุณสมบัติหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการเข้าสู่ตําแหน่ง ตรงนี้ไม่น่าจะเป็นประเด็น เพราะว่าอย่างไรก็สอดคล้องกับประเภทวิชาการที่เราเขียนรองรับไว้ข้างหน้าอยู่แล้ว แต่ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการร่วมกันและผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่าในการแก้ไขในมาตรา ๒๖/๑ มาตรา ๒๖/๒ การแก้ไขครั้งนี้มันจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลจากกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่ผมตั้งไว้นะครับ ผมเข้าใจว่าในเจตนาของท่านประธานก็ดี ฝ่ายสภาเราก็ดี หรือแม้กระทั่งสมาชิกเราก็ดีที่ไปเป็นคณะกรรมาธิการ เพื่อเป็นประโยชน์กับข้าราชการสังกัดรัฐสภาทั้งหมด ล้วนอยู่ในพื้นฐานของการทํากฎหมายฉบับน
ไม่ว่าจะเป็นสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา หรือสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานครับ เท่าที่ผมดู จากร่างเดิมที่วุฒิสภา ได้แก้ไขมานะครับ ได้จัดแบ่งเรื่องของตําแหน่งข้าราชการรัฐสภาออกเป็นทั้งหมด ๔ ประเภท ประเภทที่ ๑ เป็นประเภทบริหาร วุฒิสภาได้ไปแก้ไขจากร่างของสภาผู้แทนราษฎร โดยการ ยกเอาหัวหน้าหรือ ผอ.ระดับสํานัก ในกฎหมายเขียนว่า หัวหน้าส่วนราชการภายใน ระดับสํานักขึ้นมาเป็นตําแหน่งบริหาร ท่านประธานครับ หัวหน้าส่วนราชการระดับสํานัก ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามีทั้งหมด ๕๓ สํานัก ก็คือ ๕๓ ท่าน ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรามี ๔๐ สํานักครับ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามี ๑๓ สํานัก ก็คือ ๕๓ ท่าน รวมทั้งหมดนะครับขึ้นมาสู่ ตําแหน่งบริหาร แต่วุฒิสภาแก้มาตรงนั้น ผมเองอภิปรายไว้ตรงนี้ว่าผมเห็นชอบด้วย แล้วผมก็ยังยืนยันนะครับ เพราะว่าพอคณะกรรมาธิการร่วมกันไปพิจารณา คณะกรรมาธิการร่วมกันไปแก้ไขใน (๑) ๑. ตัดออก ตัดเอาหัวหน้าส่วนราชการระดับสํานัก ออกจากตําแหน่งประเภทบริหารไปอยู่ประเภทอํานวยการ หัวหน้าส่วนราชการระดับสํานัก ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระดับซีเดิมคือระดับ ๙ ถ้าระดับแท่ง เทียบกับข้าราชการสามัญทั่วไปก็ระดับเชี่ยวชาญ ท่านประธานครับ พอดึงระดับ ๙ ลงมาสู่ ตําแหน่งอํานวยการ ในร่างใหม่ของท่าน (๒) ก็คือหัวหน้าสํานักมาอยู่ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มงาน ระดับ ๗ ระดับ ๘ ระดับ ๙ หัวหน้ากลุ่มงานเรานะครับมีตั้งแต่ระดับ ๗ ก็มี ระดับ ๘ ก็มี ระดับ ๙ ก็มี ท่านประธานครับ ผมขออภัยนิดหนึ่งครับ สํานักในสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด ๒๑ สํานัก ต้องขออภัยครับ มี ๒๑ สํานัก ก็คือในสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรามี ๒๑ สํานัก สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาประมาณ ๑๐ กว่าสํานัก นี่คือตําแหน่ง ผอ. สํานัก ผมต้องขออภัยท่านประธาน ตัวเลขเมื่อสักครู่ เป็นตําแหน่ง ผอ. ระดับ ๙ ความหมายก็คือเมื่อกําหนดประเภทอํานวยการ โดยให้ ผอ. สํานักในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๒๑ สํานัก ก็คือ ๒๑ ท่านมาอยู่รวมกับ ผอ. กลุ่มงาน ก่อนที่จะเข้าสู่แท่งนี้นะครับ เป็น ผอ. กลุ่มงาน ผอ. กลุ่มงานในสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด ๔๐ ท่าน ๔๐ กลุ่มงาน ผอ. กลุ่มงานในสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามี ๑๓ ท่าน คือ ๑๓ กลุ่มงาน ก็คือ ๕๓ ท่าน ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ การแก้ไข ครั้งนี้ผมไม่แน่ใจว่าแก้ไขแล้วจะมีประโยชน์กับคนที่เป็น ผอ. กลุ่มงานหรือไม่ โดยเฉพาะ ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๙ นั่นก็คือมีเงินประจําตําแหน่ง ท่านประธานครับ เงินเพิ่มและ เงินประจําตําแหน่งใน ผอ. กลุ่มงาน ในระดับอํานวยการ เขามีแค่ ๒ ระดับครับ ระดับสูง ๑๐,๐๐๐ บาท เงินเพิ่มภาค ก รอกําหนดให้ได้อีก ๑๐,๐๐๐ บาท เขาก็จะได้รับ ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งเงินเพิ่มและเงินประจําตําแหน่งบวกเงินเดือน เดิม ท่านประธานครับ ในตําแหน่ง อํานวยการระดับสูง รับ ๑๐,๐๐๐ บาท ระดับต้น รับ ๕,๖๐๐ บาท การแก้ไขครั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ดีครับ จากกลุ่มงานวิชาการ สายวิชาการ ถ้าใครได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ กลุ่มงานอํานวยการ มาเป็น ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๘ จากเดิมเขาอยู่สายวิชาการ เขาได้ ๓,๕๐๐ บาท ซี ๗ นะครับ ระดับชํานาญการเดิม ขยับมาเป็น ผอ. ระดับอํานวยการ ได้ ๕,๖๐๐ บาททันที เงินประจําตําแหน่ง ๕,๖๐๐ บาท เงินเพิ่มอีก ๕,๖๐๐ บาท ท่านประธานครับ อันนี้เป็น ประโยชน์ ลักษณะนี้เป็นประโยชน์ครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ต้องตอบนะครับว่า ผอ. ระดับ ๙ เดิม เขาได้รับเงินเพิ่ม ๙,๙๐๐ บาท เงินประจําตําแหน่ง ๙,๙๐๐ บาท ถ้าเขียนอย่างนี้นะครับ จะจัด ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๙ ไปอยู่ระดับไหนของแท่งอํานวยการ เป็นระดับสูงหรือว่าระดับต้น ถ้าจัดอยู่ในระดับสูง เป็นประโยชน์กับเขาแน่นอนครับ ถ้าจัดอยู่ระดับสูงเพราะเขามาจากซี ๙ เดิม ถ้าจัดให้เขาอยู่ในระดับสูง เขาก็จะได้รับเงินเพิ่ม เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท จากเดิมที่เขาได้รับ ๙,๙๐๐ บาท บวกกับเงินประจําตําแหน่งอีก ๙,๙๐๐ บาท เขาจะได้รับเพิ่มขึ้น อันนี้ดีต่อเขาแน่นอน แต่ถ้าจัดเขาไปอยู่ระดับต้น เหมือนกับ ซี ๗ ซี ๘ นะครับ จาก ๙,๙๐๐ บาทเดิม ลดลงมารับ ๕,๖๐๐ บาท ท่านประธาน ยอมไหมครับ ท่านประธานคงไม่ยอมแน่นอน มีผลกระทบต่อเขา รอนสิทธิเขาครับ แล้วคนที่ ถูกรอนสิทธิมีทั้งหมด ๕๓ คน จะต้องหาวิธีแก้อย่างไรท่านประธาน ต้องหาวิธีแก้อย่างไร กรรมาธิการต้องตอบด้วยนะครับว่าท่านแก้มาอย่างนี้เป็นการรอนสิทธิเขาหรือไม่ หรือท่านคิดว่าจะเอาเขามาอยู่ในระดับสูงเลย โดยอ้างว่าเขาอยู่ระดับ ๙ อยู่แล้ว ไปอยู่ระดับสูงได้ตามแท่งใหม่ ไม่ต้องยึดถืออันเก่า เพราะกฎหมายใหม่มันออกมาอย่างนี้ แต่คําถามก็จะมีนิดเดียวว่า ฉันเป็น ผอ. สํานัก ๒๑ คนนี่ ฉันเคยเป็นผู้บังคับบัญชาคุณนะ แต่คุณมาเป็นระดับสูงเหมือนฉัน กินเงินประจําตําแหน่งเท่ากัน ยกเว้นเงินเดือนครับ ยอมไหมครับ ถ้ายอม จบ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ยกเว้น ผอ. สํานักเท่านั้นที่อยู่ระดับเดิม ได้เงินเพิ่ม ๑๐,๐๐๐ บาทเหมือนเดิม และเงินประจําตําแหน่งอีก ๑๐,๐๐๐ บาท บวกเงินเดือน ตรงนั้นไม่มีปัญหาใด ๆ แต่สิ่งที่กริ่งเกรงที่สุดในขณะนี้ก็คือว่าถ้าไม่มีการ ตีความว่า ผอ. กลุ่มงาน ถือว่าเป็นผู้บริหารระดับต้น การที่เขาได้ระดับ ๙ มานี้ เนื่องจากว่า เขาได้ระดับ ๙ สายวิชาการ ประเภท ชช. เชี่ยวชาญนี่นะครับ ไปตีให้เขาอยู่ระดับต้น แต่ว่าได้เชี่ยวชาญ ตรงนี้จะมีผลกระทบกับเขาทันที ถูกรอนสิทธิ ผมก็เกรงว่ากฎหมายฉบับนี้ออกไป อาจจะส่อเจตนารมณ์ว่าไปละเมิดสิทธิบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ ถ้ากรรมาธิการ ตอบได้ว่า ระดับ ๙ เดิมของ ผอ. กลุ่มงานได้อยู่ระดับสูงของแท่งสายอํานวยการแล้ว นี่จบนะครับ ผมเรียนอย่างนั้นจริง ๆ แต่ท่านบอกว่าต้องอยู่ระดับต้น ตรงนี้ท่านต้องหา ทางออกให้เขา จะออกอย่างไรครับ ทางออกมี อันที่ ๑ ต้องไปแก้ไขเพิ่มเงินประจําตําแหน่ง ในบัญชีแนบท้าย ท่านประธานเปิดไปหน้า ๓๒ ครับ หน้า ๓๒ ขออนุญาตท่านประธาน เป็นบัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภทบริหาร ผมต้องพูดนะครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว ตําแหน่งประเภทบริหารมีระดับสูง ระดับต้น แต่มีการ กําหนดอัตราเงินเพิ่มไว้ หรือเงินประจําตําแหน่งไว้ ๓ ระดับ ระดับต้น ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าอยู่กลาง ๆ ๑๔,๕๐๐ บาท มาดูซีกซ้ายนี้ไม่มีระดับครับ แต่มีระดับคั่นกลางไว้ ๑๔,๕๐๐ บาท แล้วมีระดับสูงก็คือ ๒๑,๐๐๐ บาท อย่างเช่นท่านเลขาธิการ ฐานะเป็น ผู้บริหารระดับสูง จะได้รับเงินเพิ่ม ๒๑,๐๐๐ บาท เงินประจําตําแหน่งอีก ๒๑,๐๐๐ บาท บวกเงินเดือน นั่นจบไป แต่คนกลุ่มที่มาเป็นผู้บริหาร สามารถที่จะมากินเงินประจําตําแหน่ง ที่ ๑๔,๕๐๐ บาท ถ้าเทียบกับสายงานเดิมของเขา ทําได้ นี่ ก.ร. เป็นผู้กําหนดได้อยู่แล้ว แต่ท่านมาดูตําแหน่งที่ ๒ ตําแหน่งประเภทอํานวยการ มี ๒ ระดับ ระดับสูง ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ระดับต้น ได้ ๕,๖๐๐ บาท นั่นหมายความว่าไม่มีกลาง ๆ ครับ ไม่มีกลาง ถ้าจะแก้ปัญหา โดยท่านตีว่า ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๙ ต้องมาอยู่ประเภทอํานวยการระดับต้นแล้ว ตามแท่งเงินเดือนนี้ เขาจะต้องกิน ๕,๖๐๐ บาทครับ ไม่ใช่เงินเดือนครับ เงินประจําตําแหน่ง กับเงินเพิ่ม ถ้าจะแก้ก็แก้บัญชีแนบท้ายตรงนี้ เป็น ๕,๖๐๐ บาท และ ๙,๙๐๐ บาทไว้ ตรงนี้ก็จบเหมือนกัน แต่ท่านต้องไปแก้กฎหมายใหม่หลังจากกฎหมายฉบับนี้ผ่านไป ถ้ารับนะครับ ต้องไปแก้บัญชีแนบท้าย ขอเพิ่มคั่นกลางเอาไว้ให้ ผอ. ระดับ ๙ เขาไปกิน ๙,๙๐๐ บาทเหมือนเดิม เขาจะได้ไม่ถูกรอนสิทธิ นั่นคือวิธีการ ทีนี้ผมถามท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่า สภาของเราเองจะทํากฎหมายเพื่อไปรอนสิทธิข้าราชการของเรา อย่างนั้นหรือ ผมเชื่อว่าทุกท่านไม่มีเจตนาอย่างนั้นแน่นอน จะต้องส่งเสริมให้เขาทํางาน ๕๓ คน ไม่น้อยนะครับท่านประธาน รัฐสภา วุฒิสภา ๑๓ คน ของเรา ๔๐ คน โกลาหลนะครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไป ถ้าไม่มีการปรับแก้หรือไม่มีหลักการที่ชัดเจนแน่นอนออกไปให้กับ คนกลุ่มนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีกประเด็นเดียว ใน (๑) กรรมาธิการไปเพิ่มคําว่า ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งร่างเดิมไม่มี ร่างเดิมจะเป็น หัวหน้าส่วนราชการ หมายถึง ท่านเลขาธิการ ท่านรองเลขาธิการ ร่างที่เรารับมานะครับ แต่ท่านไปเติมคําว่า ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ ความหมายตามกฎหมายฉบับนี้นะครับ ตําแหน่งบริหารทั่วไปมีอยู่ ๔ กลุ่มครับ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มผู้บริหารสูงสุดคือท่านเลขาธิการ รองหัวหน้าส่วนราชการ คือท่านรองเลขาธิการ แล้วท่านเติม ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ ก็คือผู้ช่วยเลขาธิการเข้าไป อีกตําแหน่งหนึ่ง หลังจากกฎหมายฉบับนี้ออก ถ้าเขียนอย่างนี้นะครับ ความเห็นผม ต้องมีตําแหน่งนี้รองรับทันที เพราะท่านเขียนไว้ในกฎหมาย เพราะว่าตําแหน่งที่ ๔ ท่านเขียนเปิดกว้างเอาไว้ว่า ตําแหน่งอื่นที่ ก.ร. หรือคณะกรรมการรัฐสภากําหนด เป็นตําแหน่งประเภทบริหาร อันนี้เปิดยืดหยุ่นไว้ ไปกําหนดทีหลังได้ แต่ ๓ ตําแหน่งแรก ท่านเขียนไว้ในกฎหมาย อย่างไรก็ต้องมี ท่านหลีกเลี่ยงโดยการไม่เอาหัวหน้าสํานักขึ้นไปเป็น ตําแหน่งบริหาร แต่ท่านเติม ผู้ช่วยเลขาธิการ เข้าไป อาจจะลดจํานวนคนนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นนี้ ถ้ายึดถือเอาร่างเดิมนะครับ ๒๑ สํานักเรา ถ้ามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิมบ้าง เพราะว่ามีหลายสํานักที่มีงานที่เกี่ยวเนื่องคล้ายกัน ๒๑ สํานักเรานะครับ ถ้าไปปรับเปลี่ยน ให้ลดหลั่นลงมา ให้เหลือน้อยกว่า ๒๑ สํานัก และขึ้นไปเป็นตําแหน่งบริหาร มันเหมือนกับ เป็นอธิบดีครับท่านประธาน เทียบเท่าได้เลย ข้าราชการสังกัดรัฐสภาต้องมีศักดิ์ศรีนะครับ แต่ว่าท่านทําอย่างนี้แล้ว ผมก็ไม่สามารถที่จะเสนอความเห็นได้ มีแต่จะรับหรือไม่รับเท่านั้น ชั้นนี้แก้ไขอะไรไม่ได้ครับ สภาผู้แทนราษฎรจะให้ความเห็นชอบกับร่างของท่านหรือไม่เท่านั้น เพราะวุฒิสภาให้ความเห็นชอบไปแล้ว ถ้าต้องการยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ อย่างเดียวครับ คือไม่รับ ไม่รับ ทําอย่างไรต่อครับ มีสิทธิดึงกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งก่อนหน้านี้เข้ามาใช้ ถ้ามันดีกว่านี้ เช่น ร่างของสภาผู้แทนราษฎรเดิมของเรา เอาไหมครับท่านประธาน ทางออกทางที่ ๒ นะครับ ทางที่ ๑ คือรับไป แล้วไปปรับแก้ ทางที่ ๑ นะครับ รับไป แต่ยืนยันว่า ผอ. ระดับ ๙ กลุ่มงานทั่วไป ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของเรา นี่นะครับ เป็นผู้บริหาร เป็นตําแหน่งประเภทอํานวยการระดับสูง ถ้าท่านบันทึกในสภา อย่างนี้จบ ก.ร. เขาจะไปกําหนดได้ อันนั้นวิธีง่ายที่สุดเลยครับ วิธีง่ายสุด มีปัญหาน้อยสุด อาจจะกระทบจิตใจ ผอ. สํานักบ้างว่าฉันเป็นผู้บังคับบัญชาเขา แต่ว่าฉันไปกิน เงินประจําตําแหน่งเท่าเขา ทางที่ ๒ รับไป แล้วไปแก้ไขบัญชีแนบท้าย ทางที่ ๓ ทางออกครับ ไม่รับ ยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ โดยใช้เสียงของสภาผู้แทนราษฎรเรานี่ครับ ไม่รับกฎหมายฉบับนี้ คือยับยั้ง ท่านก็ไปใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ ครับท่านประธาน นําเอาร่างใดร่างหนึ่ง ซึ่งมาดูกันครับว่าร่างที่วุฒิสภาแก้ไขหรือร่างของสภาผู้แทนราษฎรของเราอะไรดีที่สุดเอามา นําเสนอตรงนี้แล้วก็ยืนยัน ทําได้ทันทีครับ เพราะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ไม่ต้องรอถึง ๑๘๐ วัน นี่คือทางออกที่ ๓ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยครับว่า จะเลือกทางออกไหน ขึ้นกับกรรมาธิการชี้แจงด้วยครับ แต่ผมภาวนานะครับ ง่ายที่สุดอยากให้เป็น ทางเลือกที่ ๑ คือให้รับครับ เห็นชอบกับการที่คณะกรรมาธิการร่วมกันทํารายงานมา แก้ไขมา แต่ท่านต้องยืนยันกับสภาแห่งนี้ว่า ผอ. กลุ่มงาน ระดับ ๙ ที่เขาได้ ซี. ๙ มาแล้ว เขาไปเป็นตําแหน่งอํานวยการระดับสูง เหมือน ผอ. สํานักซึ่งเป็น ซี. ๙ เท่ากันได้ อันนี้จบ กราบขอบคุณท่านประธานครับ