วิทยา บุรณศิริ เสนอแนะให้ภาครัฐสนับสนุนเกษตรกรที่ผลิตยาสมุนไพร และเสนอแนะให้คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทยอย่างรอบคอบ โดยวิจารณ์ว่าเกณฑ์การมีสิทธิ์ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยอาจเกินไป และควรอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาและวิชาชีพที่มีอยู่ในหมู่บ้าน
ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนอื่นก็ต้องขอ ชื่นชมตัวแทนภาคประชาชนที่นําเสนอพระราชบัญญัติที่เป็นประโยชน์กับวิชาชีพ แพทย์แผนไทย สิ่งที่ผมตระหนักแล้วก็อยากจะตั้งคําถามก็แปลกใจว่าทําไมรัฐบาลโดยเฉพาะ กระทรวงสาธารณสุขไม่เสนอร่างเพื่อมาประกอบ ทั้งนี้เพื่อจะได้เป็นการยอมรับหรือกระชับ มากขึ้นว่าเมื่อตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปแล้วจะเป็นที่ยอมรับของกระทรวงสาธารณสุข แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับท่านประธาน ผมก็ได้รับการประสานงานจากตัวแทนผู้เสนอกฎหมาย แล้วก็ได้ยินดี แล้วก็เล็งเห็นความสําคัญ แต่ก็อยากจะฝากไว้ เพราะดูในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคณะกรรมการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถาบัน มีความเป็นห่วงในบางเรื่อง ก็คือเรื่องของหลักสูตร บุคลากรที่จะเข้ามา พูดง่าย ๆ ว่ามารับการอบรมการเรียนการสอน จนกระทั่งนําไปสู่การได้รับประกาศนียบัตร ผมเรียนต่อท่านประธานว่าผมมีประสบการณ์ เรื่องนี้พอสมควร แล้วก็เห็นใจ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ขึ้นต้นว่ายาสมุนไพร ต้องเรียน ตามตรงครับท่านประธาน ผมพยายามติดต่อกระทรวงสาธารณสุขเป็นเวลาเป็นปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ในเขตพื้นที่ เป็นการประสานงานที่ค่อนข้างจะลําบากมาก ๆ เขาจะต้องมีผู้ชํานาญ เขาจะต้องมีแพทย์แผนไทยไปรับรองสินค้าชุมชนชนิดที่เขาเขียนว่า ยาสมุนไพร กว่าจะได้การรับรอง อย. กว่าจะได้การรับรองมาตรฐานจากกระทรวง สาธารณสุข ท่านประธานคิดสิครับ เขาจําหน่ายโดยแพร่หลายนะครับ ไปถูกจับ ไปถูก ต่าง ๆ นานา พูดง่าย ๆ ว่าทุกข้อกล่าวหาก็ว่าได้ ท่านลองคิดดูสิครับว่ามันเป็นอุปสรรค สําหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับภูมิปัญญาจากปู่ย่าตายายมา แต่สิ่งเหล่านี้ผมก็เลยคิดว่าเมื่อมี การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงเห็นว่าน่าจะเป็นทางออกนอกเหนือจากสิ่งที่ท่านผู้ เสนอเป็นตัวแทนเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้แถลงแล้ว ปัจจุบันเราคงต้องยอมรับว่า พัฒนาการทางการแพทย์นั้นมีการปรับมาใช้เรื่องของสมุนไพรมากขึ้นทั่วโลก แล้วก็ไม่รู้ จะกี่ตัวยาในสมุนไพรของเราที่ถูกนําไปใช้กับธุรกิจของต่างชาติ พูดง่าย ๆ ว่าแทบจะทุกตัว ที่ว่ามีสมุนไพรอยู่ในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ที่ผมได้นําเรียนต่อท่านประธานว่าอยากจะฝาก ถ้าเกิดพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ตราขึ้นมาแล้ว ผมดูบางมาตราพูดง่าย ๆ ว่าลิดรอนสิทธิ หรือกระบวนการเข้าถึงของพี่น้องประชาชน เพราะดูในรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กรรมการที่จะเข้ามาดํารงตําแหน่งที่มีการเลือกตั้ง และกรรมการซึ่งดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๗ ที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ ผมดูแล้วว่ามันขาดหรือมันยังแคบไป เพราะถ้าเรา ยอมรับว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นจะต้องเข้ามาได้รับการดูแลตามที่นิยามของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติที่เพื่อนสมาชิกเสนอแล้ว ผมคิดว่าคงจะต้องดูด้วย ในชั้นกรรมาธิการด้วย ทําอย่างไรจะเปิดโอกาสให้พี่น้องที่เขามีภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย อันนี้ก็ต้องฝากกัน เพราะฉะนั้นถ้าดูจากสัดส่วนของกรรมการแล้ว เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ไม่เคยถูกสั่งพักใบอนุญาต หรือเพิกถอน ใบอนุญาต นอกเหนือจากที่คุณหมอวรงค์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้กล่าวแล้ว ผมคิดว่า ท่านต้องดูอย่างรอบคอบ เมื่อสภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการเข้าไปศึกษาแล้ว แล้วท่าน ในฐานะที่เป็นผู้มีความชํานาญและผู้มีความริเริ่มที่จะดําเนินการ หรือเป็นผู้ก่อตั้ง หรือเป็น ผู้ที่ดําเนินการในธุรกรรมด้านนี้มา แต่เพื่อให้องค์ประกอบของการทําหรือรักษาไว้ ซึ่งแพทย์แผนไทยได้ยกฐานะหรือยกระดับจนนําไปสู่การให้ประกาศนียบัตรหรือสถานศึกษา เพราะฉะนั้นก็ไม่มีรายละเอียดว่าตําราหรือการเรียนการสอนจะเป็นลักษณะอย่างไร อันนี้ ถ้ามีนะครับ เดี๋ยวพอรับไปแล้วเสร็จในวาระสอง วาระสามกลับมาผมก็อยากจะให้ท่านนํามา เพื่อประกอบการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งด้วย แต่ในชั้นคณะกรรมาธิการผมคิดว่าเรื่องนี้ ก็เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด ใน (๓) ของมาตรา ๑๙ เป็นผู้ไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย อันนี้ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ ผมคิดว่าการเขียนแค่นี้ผมคิดว่ามันอาจจะไป จํากัดสิทธิ เพราะว่าผู้เป็นบุคคลล้มละลายนั้นมีหลายสถานะ โดยเฉพาะที่ผ่านมาในอดีต ตอนวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งมันจะไม่เกี่ยวข้องกับความผิดของเขา ซึ่งมันจะไม่เกี่ยวข้องกับ ความผิดของเขาโดยตรงในฐานะผู้ค้ําประกันบ้าง เพราะฉะนั้นถ้าจะมาทําหน้าที่ตรงนี้ ผมคิดว่าถ้าเขามีความรู้ความสามารถจริง อันนี้ท่านต้องไปพิจารณาด้วย
อีกประเด็นหนึ่งตามมาตรา ๘ สภาการแพทย์แผนไทยที่มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ อันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าดูตามรายละเอียดแล้วคงจะต้องพิจารณาวิเคราะห์กัน ถึงรายละเอียด จากประสบการณ์ที่ผมได้นําเรียนกับท่าน เรื่องของแพทย์แผนไทยหรือ สมุนไพร หรือยาสมุนไพรนั้นมันมีหลายรูปแบบ ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขทําหน้าที่ ควบคุม แต่ผมเรียนท่านตามตรงเลยนะครับว่ามันเป็นอุปสรรคอย่างสิ้นเชิงกับพี่น้องที่ทํา อาชีพ ก็คือที่มาจากภูมิปัญญา เขาเรียกอาชีพเสริมหรือผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) อะไร ต่าง ๆ ท่านเชื่อหรือไม่ กว่าเขาจะก่อตั้งเป็นสมาคมหรือเป็นชมรมมันก็ค่อนข้างยากอยู่แล้ว แต่เขาเหล่านั้นมีภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาแล้วทําเป็นกิจกรรมในหมู่บ้าน อันนี้ท่านต้อง อนุรักษ์ ส่งเสริม หรือหาวิธีการให้เขาดํารงอยู่ได้ แต่ผมได้พบว่าบางครั้งเมื่อสาธารณสุข เข้าไปตรวจ เราพบว่าอะไร คํากล่าวอ้างเรื่องมาตรฐานของโรงเรือน อันนี้เขาไม่ได้มาศึกษา จากท่านเพียงอย่างเดียว ท่านจะต้องให้การควบคุมหรือให้ดูแลจนกระทั่งนําไปสู่การรักษา หรือรักษาไว้ซึ่งแพทย์แผนไทยด้วย สิ่งเหล่านี้ผมต้องฝากท่าน เพราะว่าในฐานะท่านเป็น ผู้ชํานาญ เพราะฉะนั้นการรักษาไว้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือน มาตรฐานของโรงเรือน ขาดไปแค่เมตรเดียวเขาไม่ให้ใบอนุญาต หรือเข้าไปตรวจนี่ขาดประเด็นตกหล่นเพียงแค่ นิดเดียวมันเป็นเหตุในการไม่อนุญาตหรือไม่รับรอง อย. บรรจุภัณฑ์ แพ็คเกจจิ้ง (Packaging) ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการให้องค์ความรู้คงไม่ใช่เรื่องประกาศนียบัตร อย่างเดียว อาจจะเรื่องประกอบอาชีพ นําไปสู่การประกอบอาชีพแล้วการรับประกาศนียบัตร ไม่ใช่สูตรสําเร็จเสมอไปสําหรับแพทย์แผนไทย แต่มันต้องมีกระบวนการนําไปสู่อาชีพ อายุที่ท่านกําหนดไว้ขั้นต่ํา ๒๐ ปี แต่ผมคิดว่าคนที่จะเข้ามาศึกษาสูงสุดท่านผมได้ไหมว่า เท่าไร บางคนมีความชํานาญแต่ขาดประกาศนียบัตร แต่ว่าโดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เสร็จก็จะไปจํากัดเขาอีก ๖๐ กว่าปี ผมถึงถามว่าหลักสูตรจะเป็นอย่างไร เพราะเราจะมีทั้ง ปริญญา ถูกไหมครับ มีทั้งประกาศนียบัตร ท่านควรที่จะตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้สักนิดหนึ่ง ถ้ามีเวลาว่ามันจะเป็นอย่างไร ผมยังยืนยันนะครับ ตามี ยายมา ที่เขามีภูมิปัญญา เขาอายุ ๖๐ ปี อายุ ๗๐ ปี แต่เขาเกิดอยากจะได้ประกาศนียบัตรสักใบจากท่านมันมีข้อห้ามหรือไม่ มันต้องมาผ่านกระบวนการของสถาบันที่ท่านตราพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วจะต้องทํา องค์กรของท่านขึ้นมา เขาจะเข้ามาสู่ช่องนี้อย่างไร กรุณาตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อจะเป็น องค์ประกอบนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย จะต้องมี คุณสมบัติอายุไม่ต่ํากว่าเท่าไร ก็เขียนไว้ ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ปี มีความรู้วิชาชีพแพทย์แผนไทย ตามมาตรา ๑๒ ถ้าตามมาตรา ๑๒ ก็มีปัญหา ไม่เป็นผู้ประพฤติเสียหาย ไม่เคยต้องโทษ จําคุกพิพากษาถึงที่สุด อันนี้ก็เหมือนกันต้องดูให้ชัด เพราะบางครั้งในหน่วยงานเรือนจํา ผมเรียนท่านนะครับ เรือนจําเขาฝึกเรื่องนี้ครับ ฝึกเรื่องวิชาชีพหรือเรื่องแพทย์แผนไทยอยู่ จนกระทั่งนักโทษเมื่อพ้นโทษออกมาเสร็จเขามีภูมิปัญญาติดตัว มีความรู้กลับมา แต่บางครั้ง ถ้าเราไปเขียนล็อก (Lock) ไว้อย่างนี้ท่านก็ต้องคิดด้วย บุคคลเหล่านั้นพอกลับมาเป็นคนดี คืนคนดีสู่สังคมเราต้องมีช่องให้เขาอยู่ เพราะระหว่างที่เขาถูกจําคุกอยู่หรือถูกจํากัดสิทธิอยู่ ตรงนั้นเขาไม่มีโอกาสที่จะไปศึกษาเรียนปริญญาจากที่อื่น เขาไม่ได้ออกมาศึกษา แต่เขา สามารถมีภูมิปัญญาโดยเฉพาะ นวดบ้าง นวดแผนไทยบ้าง ยาสมุนไพรบ้าง แต่เขาเหล่านั้น เมื่อมาถึงคุณสมบัติของท่านแล้ว ไม่เคยเป็นผู้มีพฤติกรรมเสียหาย ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่า อาจจะนํามาซึ่งความเสียหายแก่เกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ โดยเฉพานักโทษที่เป็น สุภาพสตรี ผมคิดว่าผู้เข้าชื่อเสนอร่างนี้มาจากประชาชน ผมอยากจะให้คํานึงเรื่องพวกนี้ เพราะว่าปัจจุบันนี่เรามีวิธีรัฐบาลหรือภาคราชการเขามีวิธีบริหารให้นักโทษนั้น คือจะไป จําคุกอยู่เฉย ๆ หรืออยู่ในเรือนจําและไม่ได้ทําอะไรนี่ผมคิดว่าแต่ละเรือนจําเขามีวิธีบริหาร การจัดการหลาย ๆ เรื่องอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อาจจะติดตัวเขามาเป็นภูมิปัญญา แต่ว่าบางคุณสมบัติของเรามันก็ไปจํากัดเขา และเราถามว่าการคืนคนดีให้สังคมตรงนั้น มันก็คือนิยามที่แตกต่างกับวิชาชีพที่จะออกจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงฝากกรรมาธิการ ด้วยว่าเรื่องนี้ผมเห็นด้วยเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคิดกันให้ดีแล้วนี่ยังมีประเด็นที่มีช่องว่างอีกเยอะ ในพระราชบัญญัติที่ท่านเสนอต่อสภาแห่งนี้เพื่อให้สมาชิกได้พิจารณา แต่ผมก็ยืนยันว่า สิ่งที่ผมพูดมานั้นมันมาจากความเป็นจริงของสังคมไทย มีหลายเรื่องที่ อสม. ได้ทํา จนกระทั่งพูดง่าย ๆ แทบจะมาเป็นวิชาชีพได้ แต่สิ่งเหล่านั้นนี่เราไม่ได้บรรจุ เพราะ ในหลักวิชาการท่านก็จะเอาแต่เรื่องในตํารับตํารา หรือเรื่องที่เป็นสากลยอมรับ นอกจาก วงการแพทย์ที่ท่านกําลังจะคิดว่ายกระดับวงการแพทย์แผนไทยของไทยเพื่อให้ทันกับ นานาอารยประเทศเขา แต่สิ่งที่ท่านคงต้องคํานึกถึงที่ผมได้กล่าว ท่านประธานผมมีประเด็น ที่จะฝากไว้หลาย ๆ ท่านอาจจะมีความคิดเห็นต่อ กราบขอบพระคุณครับ