พีรพันธุ์ พาลุสุข ตั้งคำถามกับ กกต. เกี่ยวกับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้กรรมการการเลือกตั้งระมัดระวังในการประกาศรับรองผล และดำเนินการอย่างเคร่งครัดและถูกต้องเพื่อให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์และยุติธรรม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ผมก็ได้นั่งฟัง การแสดงความคิดเห็นทั้งของ กกต. และของเพื่อนสมาชิกที่ได้แสดงความคิดเห็น ต่อการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งข้อคิดเห็นต่อร่างกฎหมายที่จะนําไปสู่การพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ดีนะครับท่านประธาน เท่าที่ผมได้ฟังคําชี้แจงจากของท่าน กกต. เมื่อสักครู่นี้ ผมเองก็มีความรู้สึกว่าท่านยังไม่ค่อยจะรับฟังข้อคิดเห็นของพวกเราเท่าไรเลย โดยเฉพาะ ในเรื่องของการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ท่านก็บอกว่ากฎหมายเลือกตั้งมาตรา ๙๕ ได้กําหนดไว้ บอกว่าให้ กกต. นั้นอํานวยความสะดวกสําหรับผู้ที่ไม่สามารถที่จะไปลงคะแนนในวันเลือกตั้งได้ ให้ไปเลือกตั้งก่อนได้ ผมจําได้ว่าในการดําเนินการเลือกตั้ง เรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้านี้ ใน กกต. ชุดแรกเขาก็วางกติกา วางกฎเกณฑ์ ว่าท่านที่จะต้องการไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านั้น ต้องมีหลักฐาน มีเหตุผลที่จะแสดงว่ามีความจําเป็นจริง ๆ นะ แต่ช่วงหลัง มันกลายเป็นว่า เปิดหมด ไม่ได้พิจารณาหลักเกณฑ์อะไรเลย ผมเองก็มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กกต. หลายท่านเป็นการส่วนตัว ทําไม กกต. ชุดหลังจึงคิดอย่างนี้ ก็ได้รับคําตอบ ท่านบอกว่า จริง ๆ วันเลือกตั้งมีวันเดียวตามที่ประกาศไว้ในพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นหลักทั่วไปว่าการเลือกตั้งต้องกระทําวันเดียวทั่วประเทศ แต่วันอื่นนั้นไม่ใช่ วันเลือกตั้ง เป็นวันลงคะแนน ผมก็บอกว่าถ้าคิดกันอย่างนี้ก็เปิดให้ลงคะแนนทุกวันเลยดีไหม ไม่ต้องเอาแค่ ๒ วัน ก็นี่อย่างไรครับ ท่านกําลังไปอธิบายว่าลงคะแนนกี่วัน ๆ ก็ได้ ๒ วันก็ได้ นี่จึงเป็นเหตุที่ทําให้ตอนหลังนี้ท่านเปิดการเลือกตั้งล่วงหน้าไปแบบไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีกติกา ที่ชัดเจน ท่านพูดบอกว่าที่มีปัญหารู้สึกจะมีที่จังหวัดสกลนครเท่านั้น มันมีหลายแห่ง ครับท่านประธาน ผมคิดว่าท่าน กกต. เองก็ลงไปดูพื้นที่ ไปตรวจดูเหมือนกัน แต่ถึงจะ ไปตรวจไปดูมันไม่เหมือนพวกผมหรอกครับ เพราะพวกผมอยู่ในสนามรบจริง ๆ เห็นว่าอะไร เป็นอะไรเกิดขึ้น ล่าสุดผมก็ไปดูการเลือกตั้งที่จังหวัดสุรินทร์ ผมไปวันลงคะแนนเลือกตั้ง ล่วงหน้า ท่านประธานครับ ผมไปกับ พลตํารวจเอก วิรุฬ พื้นแสน ที่อําเภอสังขะ อันนี้เล่าให้ ท่าน กกต. ฟัง คนก็มาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า เห็นอะไรครับ เจ้าหน้าที่ กกต. ก็เอา นักเรียนที่แต่งชุดลูกเสือมานั่ง ๖-๗-๘ คน ผมก็ถามว่าน้องมาทําอะไร มาเขียนคําร้องครับ คําร้องขอเลือกตั้งล่วงหน้านี่ละ ขณะเดียวกันเหตุผลท่านก็พิมพ์มาแล้ว ผมเก็บไว้ เป็นตัวอย่าง ไม่ได้เอามาแสดงให้ท่านประธานดู บอกให้กรอกเหตุผล ๑-๒-๓ แน่นอน ทุกคนก็กรอกว่าติดธุระ ๆ ไม่ได้ถามเลยสักคน ผมก็ถามน้อง ๆ ว่าแล้วทําไมไม่ถามเขา ไม่ถามหรอกครับ มาก็เซ็นชื่ออย่างเดียว จริงหรือไม่จริงก็เซ็นชื่ออย่างเดียว มีอยู่รายหนึ่ง ผมก็เดินตามไป ถามว่า ปู่ วันเลือกตั้งน่ะอยู่บ้านไหม อยู่ แล้ววันนี้มาทําไมล่ะครับ จั๊กแหล่วลาววา เป็นภาษาอีสานครับ จั๊กแหล่ววะซั่น ก็พอดีเจ้าหน้าที่ กกต. นั่งอยู่กับผมด้วย แกก็บอกคุณปู่ว่า ถ้าอย่างนั้นคุณปู่กลับไปเถอะนะ วันเลือกตั้งจริงค่อยมา เห็นไหมครับ ผมกับท่านวิรุฬห์ก็เดินถามอีกเยอะ ทําไมมา ถ้าเป็นหนุ่มเป็นสาวหน่อยก็บอกเข้า กรุงเทพมหานคร ถ้ามีอายุหน่อยก็บอกไปทํางาน สูงอายุบอกว่าจะไปตัดอ้อย ปัดโธ่ ผมก็ดูแล้ว เดินจะไม่ถึงคูหาเลือกตั้ง จะไปตัดอ้อยได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราเห็น ของจริงที่ปฏิบัติจริง ในพื้นที่มันเป็นอย่างนี้ พวกผมถึงห่วง ห่วงว่าการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านี่มันเปิดช่องให้มี การขนคน มีการที่จะนําคนมาอย่างนี้ ถึงอยากจะให้ กกต. เคร่งครัดกับเรื่องนี้ ทําเหมือน ชุดแรกได้ไหมถ้าจําเป็นจริง ๆ มีการถามกันจริง ๆ บันทึกกันจริง ๆ อย่างนี้มันก็จะทําให้ลด ปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ สิ่งต่อไปที่ผมอยากฟังจากหลายท่านที่อภิปรายกันไว้ ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าหลังการเลือกตั้งครั้งที่แล้วมีการฟ้องเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งกันเยอะ และโดยเฉพาะพอทราบคะแนนออกมานี่ร้องเรียนกันเยอะมาก ร้องเรียนจริง ร้องเรียน ไม่จริงก็เยอะ ร้องเรียนเท็จก็เยอะ แต่ผมยังไม่ค่อยจะเห็นว่า กกต. ไปดําเนินคดีกับรายที่ มีการร้องเท็จกันเลย เป็นเหตุนี่ละครับ ทําให้มีการร้องเรียนกันมาก ๆ ก็อยากตั้งข้อสังเกต ตรงนี้ไว้ว่า กกต. เองก็ควรจะเคร่งครัดในเรื่องการพิจารณาคําร้องเรียนเหล่านี้
ข้อสังเกตต่อไปก็คือเมื่อหลังจากที่มีการประกาศรับรองผลแล้ว มีการให้ ใบเหลือง ใบแดงกันภายหลังแล้วก็ต้องไปสู่การพิจารณาของศาล ส่วนใหญ่ศาลยกคําร้อง ทําไมครับ เนื่องจากหลักเกณฑ์การพิจารณาของศาลอาจจะไม่เหมือน กกต. กกต. บอกว่า ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อ แต่พอไปถึงศาลแล้วบอกเอาหลักฐานอันควรเชื่อไม่ได้แล้ว ต้องเป็น หลักฐานที่เชี่อได้จริง ๆ ว่ามีการทุจริตกันศาลจึงจะพิจารณา คราวนี้พวกผมก็พูดกันว่า เมื่อ กกต. รู้ว่าไปศาลนี่โอกาสจะถูกยกเยอะ ถ้าอย่างนั้นก่อนประกาศรับรองผลนี่ ให้ใบเหลือง ใบแดงกันกันเยอะ ๆ ดีไหม คราวนี้ผมถึงเตือนเพื่อน ๆ ในพรรคเพื่อไทยด้วยกันว่า พวกเราระมัดระวังหน่อยนะครับ ห่วงว่าคราวนี้ใบเหลือง ใบแดงจะว่อนกัน นี่ก็อยากจะฝาก ข้อพิจารณาไว้ขอให้ท่าน กกต. ได้ระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ด้วย
ผมเองก็มีประสบการณ์ครับท่านประธาน จากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุด เมื่อปี ๒๕๕๐ เมื่อคะแนนออกมาแล้วทราบว่าจะมีการร้องเรียน และ กกต. ก็ส่งเจ้าหน้าที่ ลงไปตรวจสอบ ได้ตรวจดูข้อเท็จจริง ไปสอบสวนเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ผมได้รับ โทรศัพท์จากคนที่มียศด้วย บอกว่าเป็นหน่วยสืบสวนของ กกต. จะไปจังหวัดนั้น ไปจังหวัดนี้ เขาเรียกว่าท่านดอกเตอร์ ถามผมว่าร้านอาหารไหนอร่อยครับที่จังหวัดนี้ โรงแรมไหนน่าจะพักครับ แปลว่าอะไรครับถามอย่างนี้ แต่ว่าผมรู้แล้ว ถ้าไม่อยากมีเรื่องจ่ายมาสิ เนื่องจากผมรู้จัก เลขาธิการ กกต. เป็นการส่วนตัว ผมก็เลยเรียนท่านไปแล้วเรื่องอย่างนี้ บอกว่าท่านเคร่งครัด กับคนอื่นก็ขอให้เคร่งครัดกับเจ้าหน้าที่ของท่านด้วย มีจํานวนไม่น้อยที่จะฉกฉวยโอกาสที่จะ ไปเรียกผลประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ชอบเพราะอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่อยากกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับ
ท่านประธานครับผมก็มีข้อสังเกตอย่างนี้ต่อการพิจารณา ต่อความคิดเห็น ของหลายท่านขึ้นมา ท่าน กกต. ก็ยืนยันในตอนท้ายว่าท่านจะดําเนินการเลือกตั้ง ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่อย่างไรก็ตามผมเห็นการพิจารณาของท่านแล้วท่านพิจารณา ตามสํานวนนะครับ ๕ ท่านอยู่ที่ กกต. สํานวนมาอย่างไรท่านก็ไปอย่างนั้นเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่มาของสํานวนจะชัดเจน ถูกต้อง หรือไม่นั้นขอให้ กกต. ได้เคร่งครัดกับการปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่ ในสนามจริง ๆ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ