วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเรียกร้องการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่าย พร้อมชี้ปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ กกต. ให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนและนักการเมือง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คุมการจัดการเลือกตั้งให้ได้และลงโทษผู้ที่กระทำผิดกฎหมายในการเลือกตั้ง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้งหรือผู้แทนที่ท่านได้มีโอกาสมาสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เกี่ยวกับการเสนอ ขอแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง ส.ส. และ ส.ว. อยากจะ เรียนกับท่านว่าโอกาสในวันนี้นาน ๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งครับ เพราะว่าวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้ยกเว้นการใช้ข้อบังถึง ๒ ข้อ คือข้อที่ ๒๑ และข้อที่ ๔๖ ในการ เอากฎหมายหรือ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมา เข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ ซึ่งผมถือว่ามันเป็นเครดิตร่วมกันนะครับ ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ท่านจะสังเกตนะครับว่าคะแนน ที่เสนอขึ้นมา ๓๐๐ กว่าต่อ ๐ เท่ากับว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน จากทุกพรรคการเมืองเห็นดีด้วยกับข้อเสนอของทาง กกต. ในการเร่งผลักดัน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะว่าถ้าดูตามเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขในมาตรา ๗ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า ให้อํานาจ กกต. ในการออกระเบียบ ถ้าจําเป็นจะต้อง มีการเลือกตั้งก่อน แต่เนื่องจากว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ไม่สบายใจในการ ที่จะออกระเบียบของตัวเอง อยากจะให้มีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมา ซึ่ง ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็เห็นด้วยในการที่จะเร่งผลักดัน
ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าปรากฏการณ์ในวันนี้ มีที่มาที่ไปครับ ท่านคงจะทราบนะครับว่าวันนี้ต้องยอมรับว่าการผลักดันแก้ไข รัฐธรรมนูญเอย การผลักดันแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เอยมีที่มาจากความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงปีหรือ ๒ ปีที่ผ่านมาครุกรุ่นอยู่ท่ามกลางของสังคมไทย มีการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรียุบสภา มีการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ทําครับ ท่านได้ประกาศเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่าท่านจะยุบสภาต่อเมื่อ ๓ ข้อ ท่านสามารถ ทําเรียบร้อยแล้วนั่นคือข้อที่ ๑ ท่านบอกว่าถ้าเศรษฐกิจของประเทศสามารถฟื้นขึ้นมา ซึ่งวันนี้เรื่องนี้ชัดเจนครับทุกสังคมทั่วโลกยอมรับเราว่าจีดีพี (GDP) ปีล่าสุดของเราโตขึ้นได้ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ สะท้อนถึงความสามารถในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ข้อที่ ๑ นั้น จบไปแล้ว ในส่วนข้อที่ ๒ และข้อที่ ๓ มีความสัมพันธ์กัน ในข้อที่ ๒ ก็คือการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกติกาที่มีการเรียกร้องให้มีการแก้ไข และในส่วนข้อที่ ๓ ก็คือ ความปรองดองครับ ซึ่งผมเชื่อว่าความรู้สึกของท่านนายกรัฐมนตรีถ้าท่านอยู่ในที่นี้ ความเข้าใจตรงกันว่าวันนี้ความปรองดองมันจํากัดได้แค่นี้ครับ และท่านก็ประกาศยุบสภาไว้ ชัดเจน ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีท่านใดนะครับที่ประกาศยุบสภาล่วงหน้าประมาณ เดือนเศษ ๆ ซึ่งวันนี้ท่านได้ประกาศในที่ประชุมแห่งนี้ว่าท่านจะยุบสภาก่อนสัปดาห์แรก ของเดือนพฤษภาคม ดังนั้นผลพวงทุกสิ่งทุกอย่างก็คือเหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างได้มาลงตัว ณ ตรงนี้ หลังจากท่านประกาศไว้ชัดเจนแล้วสิ่งหนึ่งที่ต้องดําเนินการก็คือการแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ถ้าผมดูสาระที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ทําการแก้ไขกฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับนั้นมา ดูแล้วก็ไม่น่ากังวลใจครับ เพราะถ้าดูในประเด็นต่าง ๆ จุดที่ทาง กกต. แก้ไข แทบจะแก้ไขเป็นภาษาคําพูดเฉย ๆ แก้ไขจากคําว่า การเลือกตั้งแบบสัดส่วนไปเป็น แบบบัญชีรายชื่อ ผมสังเกต ผมพลิกดูทุกหน้า ปรากฏว่าคําไหนที่เป็น แบบสัดส่วน ท่านก็เป็นคําว่า แบบบัญชีรายชื่อ และอย่างอื่นแทบจะเหมือนเดิมทุกอย่าง โดยสรุปแล้ว การแก้ไขครั้งนี้โดยสาระหลักสําคัญของการแก้ไขแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมก็เชื่อว่า การแก้ไขในรูปแบบนี้คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ที่มีการตั้งขึ้นมาน่าจะเร่งและผลักดันให้เข้าสู่ สภาในวาระที่สอง และวาระที่สามได้โดยง่าย แล้วก็ต้องขอชื่นชมนะครับว่าหลังจากที่ท่านส่ง ร่างตัวนี้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ผมได้มีโอกาสอ่านดูแล้วเห็นความเข้าใจอยู่ ๓ อย่าง อย่างน้อยอาจจะมีโอกาสได้พูดผ่านท่านประธานสภาเพื่อไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ได้มีโอกาสได้รับฟังด้วยว่า พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้การเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อซึ่งเป็นเขตประเทศกับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตก็คือ ส.ส. คนเดียวนั้นเบอร์ เดียวกัน เป็นการตอกย้ําครับ ตอกย้ําให้กับพี่น้องประชาชนที่ฟังรายการอยู่ทางบ้านว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อคือเบอร์พรรค กับ ส.ส. เขตจะเป็นเบอร์ เดียวกันนอกจากนั้นแล้วการคํานวณจํานวน ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อก็ไม่มีระบบ ๕ เปอร์เซ็นต์เหมือนอดีต หรือ ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือในรูปแบบนี้เท่ากับว่าพรรคเล็กพรรคน้อย ก็มีโอกาสที่จะได้ ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อเช่นกัน ซึ่งผมถือว่าก็เป็นประโยชน์สําหรับ พรรคเล็กพรรคน้อย เพราะว่าทุกพรรคการเมืองสามารถเอาคะแนนมาหารในระบบประเทศ เหมือนกัน แล้วก็พรรคเล็กพรรคน้อยก็มีโอกาสที่จะได้ ส.ส. เช่นกัน และจุดที่สําคัญ ความจริงแล้วผมก็เพิ่งทราบหลังจากที่ได้อ่าน พ.ร.บ. ที่ท่านได้เสนอมา โดยเฉพาะเขตไหน ที่มีการเลือกแค่คนเดียวซึ่งอดีตที่ผ่านมาได้กําหนดไว้ว่าจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ใน พ.ร.บ. ตัวนี้ได้มีการเขียนไว้ว่า นอกจากไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะต้องได้คะแนนมากกว่าคะแนนโนโหวต (No Vote) ซึ่งผมต้องขอชื่นชมท่านนะครับ อาจจะมีการแก้ไขมาตั้งแต่ครั้งที่แล้วแล้ว พอดีพวกเราอยู่ในสภาไม่มีโอกาสได้เห็นกฎหมาย ฉบับนี้และได้รับรู้ว่าถ้าเขตไหนมีการเลือกตั้ง ส.ส. แค่คนเดียวนอกจากเขาจะต้องทําคะแนน ไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้วเขาจะต้องทําคะแนนชนะคะแนนโนโหวตหรือคะแนน ที่ไม่ลงคะแนนเสียงด้วยซึ่งผมถือว่ามันให้ความเป็นธรรมต่อสังคมดีพอสมควรครับ ในเรื่อง การแก้ไข พ.ร.บ. ๓ ฉบับผมไม่วิตกกังวลครับ เพราะดูตามสาระแล้วไม่น่าจะมีอะไรไม่ต้อง สบายใจเพราะแก้ประโยคสั้น ๆ แล้วก็ ๓ ฉบับนี้ เนื้อหาในการแก้ไขคล้าย ๆ กัน แต่อยากจะ ฝากเป็นข้อสังเกตกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะท่านมีหน้าที่ในการผดุงซึ่ง ความเป็นธรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะให้เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ครับ ผมอยากจะบอกท่านครับ ว่าท่ามกลางความแตกแยกของสังคม คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ผมก็เชื่อว่าพวกผมทุกคนก็ไม่ต้องการให้ใครมาเอาเปรียบ ขณะเดียวกันพวกผมทุกคน ก็ไม่ต้องการจะเอาเปรียบใครครับ เหมือนกันผมมีโอกาสได้ฟังเพื่อนสมาชิกจากพรรคอื่น ๆ รวมทั้งเพื่อนจากพรรคฝ่ายค้าน เพื่อนของเราก็ไม่ต้องการให้ใครมาเอาเปรียบเขาครับ ขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าเขาก็ไม่ต้องการเอาเปรียบใคร ดังนั้นหน้าที่ในการผดุงซึ่งความเป็นธรรมนั่นคือหน้าที่ของ กกต. ยิ่งท่ามกลางสังคม ที่แตกแยกขัดแย้ง กกต. ยิ่งมีหน้าที่ที่สําคัญ ผมจําได้ว่าอดีตที่ผ่านมาเคยมีคณะกรรมการ การเลือกตั้งอยู่ชุดหนึ่งถูกศาลพิพากษาให้จําคุก เพราะว่า กกต. ชุดนั้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และผมก็ถือว่าผลพวงของอดีตที่ผ่านมามันโยง โยง โยง โยงจนถึงความขัดแย้งในปัจจุบัน ดังนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้แทนที่นั่งอยู่ใน ที่นี้ ผมอยากให้ท่านใช้ใจครับ ท่านต้องประสานผู้อํานวยการ กกต. จังหวัดทุกจังหวัด เวลาท่านมาประชุมร่วมกัน โดยเฉพาะผู้นําสูงสุดของ กกต. จะต้องคุยกับผู้แทน กกต. ทุกจังหวัดว่าเราต้องใช้ใจในการทํางานครับ ใจทุกคนต้องบอกเลยว่าเราเพื่อชาติ ครั้งนี้ เพื่อชาตินะ กกต. ทุกคนต้องอดทน อย่าหลงกับข้อเสนอเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทําให้เราเป๋ ออกจากระบบนะ เราต้องรักษาระบบของชาติครับ ดังนั้นต้องขอให้ทุกท่านนะครับ กกต. ทุกคนต้องใช้ใจทํางาน แล้วผมก็เชื่อว่าถ้าท่านสามารถใช้ใจทํางาน ใจของท่านจะดึงประเทศ ออกจากหล่มได้ การจัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม สังคมยอมรับ นานาชาติยอมรับ ประเทศ จะกลับเข้าสู่ภาวะสงบสุขโดยทันที แต่ถ้า กกต. เป๋ขึ้นมาเมื่อไรครับ กกต. บางคนอาจจะ เห็นแก่อามิสสินจ้าง บางคนอาจจะเกรงกลัวอิทธิพลทางการเมืองขึ้นมา ผมว่าประเทศก็จะ เป็นปัญหา ผมมีข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรมที่จะฝากท่านดังต่อไปนี้ บนพื้นฐานที่เรียกร้องให้ใช้ ใจ ใจ ใจ เพื่อชาติ เพื่อชาติแล้วก็เพื่อชาติ
ข้อสังเกตข้อที่ ๑ คือ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งวันนี้ ส.ส. หลายคน มองหน้ากันก็คือเรื่องการแบ่งเขต เพราะท่านทราบอยู่แล้วนะครับว่าขณะนี้เขตเลือกตั้ง เคยมี ส.ส. ๔๐๐ คน ลดเหลือ ๓๗๕ คน จะมีเขตเลือกตั้งที่ได้รับผลกระทบประมาณ ๒๓ เขตเลือกตั้ง แล้วก็มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ผมเชื่อว่าโดยหลักคิดทั่วไปซึ่งอดีตที่ผ่านมา ก็เคยมีการแบ่งเขตเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้งจะเป็นเขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ เขต ๔ เขต ๕ แล้วแต่พื้นที่ของจังหวัด โดยหลักการในแต่ละเขตมันคงหนีไม่พ้นหลักการที่ว่าด้วย การคมนาคม ถ้าพื้นที่โซนนี้การคมนาคมสะดวกเขาควรจะอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้แล้วมันก็คง จะเกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่จะต้องติดกัน ก็ควรจะต้องอยู่ด้วยกัน อาจจะสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ของพี่น้องประชาชนย่านนั้นเขาควรจะต้องอยู่ด้วยกัน แต่ผมก็ไม่สบายใจนะครับท่านผู้แทน กกต. ที่เคารพ ผมฟังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเวลาฟังมาแล้วมันเป็นจุดเริ่มต้น ของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ถ้าตราบใดการจัดการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นไม่เป็นธรรมมัน เป็นปัญหาต่อกระบวนการการเลือกตั้ง ดังนั้นอยากจะร้องเรียนผ่านผู้แทน กกต. ในวันนี้ นะครับว่า ท่านต้องประสาน กกต. ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้แทน ทุกคน รวมทั้งผู้สมัครหน้าใหม่ และต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วย ห้ามดูถูกประชาชนโดยเด็ดขาด ผมเห็น กกต. บางจังหวัดจัดเขตเลือกตั้ง พื้นที่เหมือนกับ ซอยเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ผมมีความรู้สึกว่า กกต. ท่านนั้นดูถูกประชาชนครับ คือผมเชื่อว่า ประชาชนที่เขาอยู่กลุ่มเดียวกันเขาต้องการจะอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยอยากจะชี้ให้ท่าน เห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างเอาจังหวัดพิษณุโลกบ้านผม จังหวัดพิษณุโลกมีทั้งหมด ๕ เขตเลือกตั้ง เขต ๓ เขต ๔ เขต ๕ ผมฟังเพื่อน ส.ส. แล้วสบายใจ เพราะว่าเขาเอา ๒ อําเภอรวมกัน ๒ อําเภอรวมกันมันลงตัว บังเอิญผมอยู่อําเภอเมือง ประชากร ๒๗๐,๐๐๐ คนเยอะมากครับ มีประชากรเกินมา ๑๐๐,๐๐๐ คน และอีกเขตหนึ่งเขตอําเภอ พรหมพิรามมีประชากรประมาณ ๘๐,๐๐๐ ถึง ๙๐,๐๐๐ คน ๒ อําเภอนี้รวมกันแล้วจะต้อง มีผู้แทน ๒ เขตเลือกตั้ง ดังนั้นโดยหลักการแล้วถ้าตอนเหนือของอําเภอเมืองที่ติดกับอําเภอ พรหมพิรามเขาควรจะอยู่ด้วยกัน เพราะวิถีชีวิตเขาอยู่ด้วยกัน เส้นทางคมนาคมเขาก็ ติดต่อกันไปมาหากัน ขับรถไปมาหากันใช้เวลาอย่างมากก็ประมาณ ๒๐ กว่านาทีก็จะ สามารถเดินทางกันได้ทั่ว ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ดังนั้นถ้าการจัดในรูปแบบที่ ๑ แบบที่ ๒ แบบที่ ๓ โดยหลักการที่เคารพประชาชน เคารพวิธีคิดของประชาชน การจัดเขตเลือกตั้งมันควรจะ ไม่ต่างกันมาก คนที่อยู่ในโซนเหนือติดอําเภอพรหมพิรามเขาควรจะอยู่ด้วยกัน คนที่ อยู่ในโซนใต้ติดเขตเทศบาลเขาก็ควรจะอยู่ด้วยกัน แบบ ๑ แบบ ๒ แบบ ๓ ไม่ควรจะต่างกัน มาก แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าแบบ ๑ นี่โอเคผมดูแล้วให้ความเป็นธรรมกับประชาชน คือคนที่อยู่โซนนั้นเขาอยู่ด้วยกันจริง แต่แบบ ๒ ผมแปลกใจครับเวลามีแบบ ๒ มีแบบ ๓ แบบ ๒ ไปอีกทิศหนึ่งเป็นรูปตะเกียบเลย เป็นรูปตะเกียบ แล้วก็เป็นรูปบางแบบเป็นรูป หนังสติ๊ก ก็คือมีง่ามแยกออกมาด้วย ผมว่าอย่างนี้ถือว่าไม่เคารพประชาชนครับ ไม่เคารพ ผู้แทน ไม่เคารพทุกสิ่งทุกอย่างครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กกต. นะครับ ต้องบอก ผอ. กกต. ทั้งประเทศ ต้องให้ความเป็นธรรมกับนักการเมืองทั้งหมด และต้องเคารพต่อประชาชน เพราะนี่คือ กระบวนการเริ่มต้นของการจัดการเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้งคือการให้ความเป็นธรรม แล้วก็ดูแลประชาชน เรียกร้องท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านรีบประสานงาน ผอ. กกต. จังหวัดทุกจังหวัดได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับนักการเมืองทุกคน การจัดเขตเลือกตั้งนั้นมีความสําคัญ แล้วก็ ดูสิว่าการคมนาคม วิถีชีวิตเขตพื้นที่ที่ติดกันเขาควรจะอยู่ด้วยกัน อย่าไปแบ่งเขา เป็นรูปหนังสติ๊ก มันดูแล้วไม่ดีครับ เรียกร้องท่านให้รีบประสานงานก่อนที่ท่านจะดําเนินการ ทราบข่าวว่าวันที่ ๓๑ นี้ ท่านจะต้องเร่งดําเนินการอะไรต่อไป ให้ความเป็นธรรมทุกส่วนครับ แล้วอย่าไปเอาเปรียบเพื่อนจากพรรคเพื่อไทยด้วย อย่าไปเอาเปรียบพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ทุกพรรคการเมืองต้องการความเป็นธรรมเหมือนกันนะครับ นี่คือข้อที่ ๑
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนท่าน ก็คือเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งการจัดการเลือกตั้งนี้มันก็คงไม่มีอะไรมาก ผมไม่ต้องการพูดถึงซื้อสิทธิขายเสียงแล้ว เพราะมีเพื่อนสมาชิกพูดกันเยอะ ซึ่งตรงนี้ตรงไปตรงมาครับ ถ้าจับได้ก็ให้ใบเหลือง หรือใบแดงก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่ากังวลในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่ามกลางความขัดแย้ง ทางการเมืองที่มีพี่น้องประชาชนบางส่วนแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งสี ผมว่า กกต. ต้องทําหน้าที่ หนักนิดหนึ่งครับ โดยเฉพาะกระบวนการขัดขวางการเลือกตั้ง ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกได้พูดถึง การขว้างไข่ในกรณีที่ไปหาเสียง ผมจําได้เห็นภาพนี้เกิดขึ้น มีการหาเสียงในพื้นที่ที่จังหวัด ลําปางหรือจังหวัดลําพูน มีการขับรถไปขว้างไข่ใส่กัน ซึ่งผมว่าภาพนี้ถือว่าเป็นหน้าที่ในความ รับผิดชอบของ กกต. ครับ กกต. ต้องคุมการจัดการเลือกตั้งตรงนี้ให้ได้ครับ เพราะถ้า กกต. ไม่สามารถคุมได้บ้านเมืองก็จะเป็นปัญหาอีก ถ้าใครทําผิดกฎหมายท่านก็ลงโทษครับ ถ้าจับได้ว่า เชื่อมโยงได้ว่าผู้สมัครคนนี้ดําเนินการ ท่านก็ต้องให้ใบเหลือง ใบแดงเขาไป อย่าไปปล่อยไว้เฉย ๆ เรียกร้องท่านครับ เรียกร้องผ่านท่านประธานสภาไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้งทั้งหมด และบุคลากรในสังกัด กกต. ทั้งหมด ได้โปรดทําเพื่อชาติสักครั้งหนึ่งครับ แล้วผมเชื่อว่าสังคมน่าจะดีขึ้นกับการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของท่าน เพื่อการเลือกตั้ง ที่มีความเป็นธรรมครับ
และสุดท้ายเรื่องนี้มันจะเป็นปัญหาโลกแตกครับท่านประธาน ทุกครั้ง ที่มีกระบวนการจัดการเลือกตั้ง สิ่งที่ผู้สมัครไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือผู้สมัครหน้าใหม่ต้องการรู้คําตอบทุกคนก็คือ อะไรทําแล้วถูกกฎหมาย อะไรทําแล้ว ผิดกฎหมาย ผมจําได้ว่าในที่ประชุมวิปรัฐบาล บังเอิญผมเป็นวิปรัฐบาล เวลาเพื่อนสมาชิก หลายคนถามคณะกรรมการที่มาเป็นตัวแทน บางอย่างก็ตอบได้บ้าง ตอบไม่ได้บ้าง และกระบวนการจัดการเลือกตั้งทุกครั้งก็จะมีปัญหานี้ ผมอยากจะให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งลองเอามือกฎหมายดี ๆ ลองระดมความคิดเห็นสักครั้งหนึ่งเพื่อหาบทสรุป เป็นข้อ ๆ ดังนี้เลยว่า รายละเอียดดังต่อไปนี้ท่านห้ามทํา ถ้าท่านทําแล้วท่านจะต้อง โดนใบเหลืองหรือโดนใบแดง ให้เป็นลายลักษณ์อักษรออกมาครับ ก็อยากจะเรียกร้องครับ เพราะว่าข้อนี้เป็นปัญหาทุกครั้งครับ อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการครับว่า อยากจะให้ทําสิ่งเหล่านี้ออกมาเพื่อเป็นคู่มือ หรือจะเรียกว่าแฮนด์บุ๊ค (Handbook) ให้มันเท่ห์ขึ้นมาว่า เป็นคู่มือประกอบในการการเลือกตั้ง เพื่อจะได้ให้ทุกคนปฏิบัติ ตามเงื่อนไข
ท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลมีความรู้สึกที่ตรงกัน ที่ต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถ ทําหน้าที่ด้วยความสบายใจ เพราะทราบข่าวว่าท่านไม่สบายใจถ้าไม่มี พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญออกมา และวันนี้อย่างน้อยได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมไม้ร่วมมือ ซึ่งนาน ๆ จะเห็นสักครั้งหนึ่ง แล้ววันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากที่พวกเราทุกคนร่วมมือ ร่วมแรงใจในการ ที่จะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ที่เป็นประโยชน์กับ กกต. ในการทํางานด้วยความสบายใจ แต่ขณะเดียวกันถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานี้มันก็เป็นเรื่องของทางสภา พวกเราก็ไม่สามารถ ที่จะไปควบคุมสภาได้ แต่ผมเชื่อว่าทุกคนต้องการเร่งให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา แต่ถ้า เมื่อออกมาจริง ๆ ผมก็ยังเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข มาตรา ๗ ได้ให้อํานาจ กกต. ไว้ ถ้ามันจําเป็นขึ้นมาผมใช้คําว่า ถ้ามันจําเป็นขึ้นมา นะครับ แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภา น่าจะเร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการ จัดการเลือกตั้งด้วยความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ