รังสิมา รอดรัศมี หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความเห็นชอบ แต่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ กกต. ที่ไม่เป็นกลาง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง โดยระบุว่าบางองค์กรให้เงินล่วงหน้าแก่ผู้สมัครที่จะเข้ารับตำแหน่ง และบางองค์กรจัดงานเพื่อแจกเงินให้ผู้สมัคร เพื่อซื้อเสียงล่วงหน้า นอกจากนี้ยังเสนอให้ต้องไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ และไม่น้อยกว่าคะแนน โนโหวต และเสนอว่าในกรณีที่มีผู้สมัครคนเดียวที่ถูกจ้างมาโดยพรรคการเมือง ไม่ควรได้รับสิทธิในการลงสมัครเลือกตั้ง และยังเรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองเปลี่ยนความคิดและไม่จับคนซื้อเสียงแต่เพียงผู้เดียว
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยนะคะกับร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ แต่ว่าที่ดิฉันอยากจะอภิปรายก็จะอภิปราย ตามความเป็นจริง แล้วก็อภิปรายจากประสบการณ์ที่ได้พบมานะคะ ก็อยากให้ทาง กกต. ไปหาแนวทางการแก้ไข
ประเด็นแรก ก็คือดิฉันอยากให้ กกต. เป็นกลางแล้วก็เป็นกลางจริง ๆ นะคะ ไม่ใช่เป็นกลาง กลางข้างใดข้างหนึ่งดิฉันก็ไม่เห็นด้วย แต่ว่าที่ดิฉันพูดนี่คือดิฉันไม่ได้ว่า ที่จังหวัดดิฉันนะคะ คือจังหวัดดิฉัน ดิฉันโอเคละ แต่ดิฉันมองภาพรวมทั้งประเทศดิฉันดูว่า มันไม่กลางจริง ๆ
แล้วก็อีกประการหนึ่ง คือการแต่งตั้ง กกต. แต่ละจังหวัดปัจจุบันมีการวิ่งเต้น กันมากเลย วิ่งเต้น แล้วก็มีคนมาถามดิฉันว่าที่จังหวัดจะให้ใครไปอยู่ ดิฉันยังไม่รู้เลยใครเป็น กกต. จังหวัด ดิฉันไม่ได้สนใจหรอกคะ เพราะดิฉันคิดว่าถ้ารังสิมา รอดรัศมี โดนใบแดงนี่ประเทศไทย ๕๐๐ คนโดนหมดละคะ เพราะว่าดิฉันไม่ได้สนใจ ดิฉันคิดว่าดิฉัน ได้เป็นดิฉันก็เป็น ดิฉันไม่ได้เป็นดิฉันก็ไปเป็นอย่างอื่น ไปเป็นพยาบาลก็ได้นะคะดิฉันก็ยังมี อาชีพเดิมอยู่ แต่ดิฉันคิดว่าถ้าดิฉันมาอยู่ตรงนี้แล้ว ดิฉันอยากให้มีความเป็นธรรมในการเลือกตั้งทุก ๆ ครั้ง อย่างเช่นการแบ่งเขตกลางเลือกตั้งก็จริง ก็เหมือนกันนะคะคือจังหวัดสมุทรสงคราม มันมีเขตเดียว เบอร์เดียว ดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดค่ะ ไม่ใช่ ส.ส. เขต เพราะว่าก็เป็นมา คนเดียวตลอดแต่ดิฉันเห็นการแบ่งเขตของเขตอื่น ๆ ของจังหวัดอื่นมันไม่เป็นธรรมเลย กระโดดไปก็กระโดดมา อยู่อําเภอนี้ทีแล้วก็ไปกระโดดอีกอําเภอหนึ่ง ดิฉันเห็นแล้วดิฉัน ก็เศร้าใจมากเลยว่าเห็นเขาหาเสียงหรือว่าไปงาน ดิฉันสงสารเขานะคะ ขนาดดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดิฉันวิ่งแป๊บเดียวก็หมดแล้ว แต่ของเขา ๑ วันบางที ได้งานเดียว เพราะมันกระโดดไปกระโดดมา เพราะฉะนั้นท่านช่วยไปดูตรงนี้หน่อยนะคะ แล้วใครที่วิ่งเต้น กกต. ให้คัดเอาคนโน้นเอาคนนี้ดิฉันว่ามันก็ไม่เป็นธรรมนะคะ เพราะมัน วิ่งกันทุกคนเลย จะเอาคนโน้น จะเอาคนนี้แล้วมันจะเป็นธรรมได้อย่างไร ดิฉันคิดว่าถ้ามานี่ จับใส่กล่องแล้วก็ล้วงไปเลยดีกว่าไม่ต้องมาให้ท่านเป็นคนพิจารณาหรอก ถ้าท่านพิจารณา มันวิ่งกันทุกคนแล้วท่านจะพิจารณาใคร มันก็ได้คนที่ไม่เป็นธรรมเหมือนเดิมนะคะ
อีกประการหนึ่ง คือการให้ใบเหลือง ใบแดง บางทีดิฉันเห็นจากจังหวัด ๕ : ๐ แต่พอมา กกต. กลาง รอดค่ะ แล้วก็เที่ยวไปพูดกันบอกว่าหมดไป ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท อย่างนี้ทําให้ กกต. เสื่อมเสียนะคะ ความเชื่อมั่นใน กกต. จะหมดไปเพราะฉะนั้นดิฉัน ก็อยากจะให้ กกต. ผดุงความเป็นธรรมให้มากที่สุด
อีกประการหนึ่งคนที่จะเป็น กกต. ดิฉันคอมเมนท์ (Comment) แล้วไม่รู้จะ โดนใบแดงคราวหน้าหรือเปล่า แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ โดนก็โดนไม่มีปัญหา ก็คิดว่า กกต. ควรจะ ทํางานให้เต็มเวลา ไม่ใช่ว่าเป็นราชการด้วยแล้วก็มาเป็น กกต. ด้วย ทํางานไม่คุ้มค่ากับ เงินเลย ดิฉันคิดว่าเป็นข้าราชการก็ต้องทํางานข้าราชการให้เต็มที่ มาเป็น กกต. ก็ต้อง กกต. อย่างเดียว ไม่ใช่ว่าเป็นข้าราชการแล้วก็เป็น กกต. ยืน ๒ ขาเลย อย่างนี้งานก็ไม่ประสบ ความสําเร็จหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นก็ฝากตรงประเด็นนี้นะคะ
อีกประการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่บอกว่า ๑ คน ต้องไม่เกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันว่าความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้เลย มันหลอกกันทั้งนั้น ยื่นมามันก็ไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงหรอก อย่างเช่นการทําป้ายท่านก็ระบุใช่ไหมคะว่าป้ายนี้ ทําบริษัทไหน จํานวนเท่าไร กี่แผ่นให้กําหนดมา สมมุติดิฉันทํา ๑๐,๐๐๐ แผ่น นี่ดิฉันไม่ได้ โกงนะคะ แต่ดิฉันเห็นว่ามันไม่ต้องมานั่งให้มาหลอกกันดีกว่า กกต. โดนเขาหลอก ท่านไม่ฉงนใจบ้างเลยหรือคะ หรือเต็มใจให้เขาหลอกคะ เพราะว่าเขาทํา ๑๐,๐๐๐ แผ่น เขาจะเขียน ๑,๐๐๐ แผ่น ท่านจะรู้ไหม ท่านก็ไม่รู้ อย่างเช่นเขาตกลงกับร้านค้า ๑ แผ่น ๒๕๐ บาท แต่เวลาออกใบเสร็จบอกให้ออกแค่ ๑๖๐ บาทอย่างนี้ท่านก็ไม่ทราบอีก เพราะฉะนั้นมันก็กลายเป็นว่า กกต. โดนพวกนักการเมืองหลอกอยู่วันยังค่ํา
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องเกี่ยวกับแผ่นพับใบปลิวก็เหมือนกัน พิมพ์กี่หมื่นแผ่น ท่านก็ไม่รู้อีก เพราะพิมพ์ตัวเลขจะพิมพ์เท่าไรก็ได้ ราคาเท่าไรก็ได้ก็ตกลงกันไว้เพราะฉะนั้น ราคา ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทนี้มันไม่น่าจะไปกําหนดเลย เขาจะใช้เท่าไรก็เรื่องของเขาไปเลย ดิฉันมีความรู้สึกอย่างนี้นะคะให้มันหมดกันไปข้างหนึ่งเลย หรือว่าการซื้อเสียงนี้ดิฉันเห็นว่า การซื้อเสียงแบบใหม่ ๆ มันก็มีเกิดขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่นแทงหวยฟรีงวดหนึ่ง ๓๐๐ บาท ถูกแล้วมารับได้อีก นี่ก็ไม่ผิดกฎหมายเพราะตอนนี้แทงหวยตํารวจก็ไม่ค่อยจะจับ แล้วแถมมา แทงหวยซื้อเสียงล่วงหน้าอีก ถูกได้อีก เพราะฉะนั้นประชาชนก็มีวิวัฒนาการใหม่ ๆ ในการ ซื้อเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
อีกประการหนึ่งคือเมื่อกี้นี้ท่านสมคิดได้อภิปรายตรงกับที่ดิฉันจะอภิปราย พอดีเลย อย่างเช่นการเปิดงานดิฉันฟังแล้วอย่างเช่นบั้งไฟพญานาค เปิดงานนี้ คนนี้ให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทไม่ได้เป็นประธาน คนนี้ให้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทจะได้เป็นประธาน หรือว่าเป็นประธานเผาศพ คนนี้ช่วย ๕๐๐ บาทไม่ให้เป็นประธาน พอคนนี้ใส่ซองให้ ๕,๐๐๐ บาทเปลี่ยนคนเลย คนนี้ได้เป็นประธาน นี่มันเป็นอย่างนี้นะคะมันเป็นการซื้อเสียง ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นตอนนี้มันมีการประมูลงานกันแล้ว ยิ่งกําหนดการเลือกตั้งที่จะรู้ว่า มีการเลือกตั้ง ตอนนี้องค์กรต่าง ๆ อย่างเช่น อบจ. อบต. พาคนไปเที่ยวแจกทุกชนิดโดยการเอาเงินหลวงไป เอาเงินของ อบต. อบจ. พาไปเที่ยวเพื่อซื้อเสียงล่วงหน้า ดิฉันก็เลยมามองว่าท่านนี่จะจับ เฉพาะ ส.ส. เท่านั้น แต่คนที่จะเป็นผู้สมัครท่านไม่ไปจับเขาเลย แล้วไม่คิดเป็นค่าใช้จ่าย ท่านบอกว่าถ้าอยู่ครบวาระถึงจะคิด แต่ถ้าไม่ครบวาระไม่คิด นี่ก็สบายสิคะ ใช่ไหมคะ ซื้อเท่าไรก็ซื้อไปเอาเงินหลวงมาซื้ออีกต่างหาก เพราะฉะนั้นการซื้อเสียงดิฉันคิดว่าท่านน่าจะ เปลี่ยนวิธีคิดแล้ว คนพวกนี้ถ้าใครจะซื้อก็ให้มันซื้อกันไปเลย กี่พรรคก็ซื้อไปเลย มันหมดตัว เมื่อไรมันจะได้เลิกไป แต่ท่านต้องไประดมประชาชนให้ประชาชนเอาเงิน แต่เวลาเลือก ไม่ให้กา ใครเอามารับให้หมด เงินไม่ใช่งูไม่กัด ดิฉันพูดอยู่ตลอดเวลาดิฉันเอาใบหลวงพ่อคูณ ไปเลยแจกทุกบ้าน เงินไม่ใช่งูให้รับไว้หลวงพ่อคูณบอกไม่บาป แต่เวลากาอย่าไปกา คนซื้อเสียง เพราะฉะนั้นใครมากี่เบอร์เอาให้หมด ดิฉันจึงขอบคุณคนจังหวัดสมุทรสงคราม ว่าเงินซื้อคนจังหวัดสมุทรสงครามไม่ได้ ถ้าซื้อคนจังหวัดสมุทรสงครามได้ดิฉันไม่ได้เป็นหรอก เพราะขออะไรดิฉันก็ไม่เคยให้ ซื้อเสียงดิฉันก็ไม่ซื้อ เป็นก็เป็น ไม่เป็นก็ไม่เป็นไม่เป็นไร เพราะฉะนั้นท่านต้องเปลี่ยนความคิดอย่าไปจมปลักอยู่กับว่าจับแต่คนซื้อเสียง ให้มันซื้อ ให้หมดไปเลยแล้วก็ไม่ให้ประชาชนเลือก ถ้าเลือกคนซื้อเสียงเข้าไปประเทศไทยจะล่มจม ฉิบหายหมด พยายามปลุกระดมประชาชนสิคะ ท่านมัวแต่ไปรอจับมันจับไม่ได้หรอก พวกนักการเมืองทุกคนมันรู้ทางหนีทีไล่กันหมดนะคะ เพราะฉะนั้นท่านจับทางนี้มันก็ไปออก อีกทางหนึ่ง ไม่มีทางจับได้
อีกประการหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่บอกว่ามีผู้สมัครคนเดียว ต้องไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้วก็ต้องไม่น้อยกว่าคะแนน โนโหวต อันนี้ดิฉันถูกใจมากเลยนะคะ คือบางคนน้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์จริง แต่แพ้โนโหวตบานเลยยังได้เป็น อย่างนี้มันก็ไม่ถูก ถ้าท่านเอาทั้ง ๒ หัวข้อมารวมกัน ดิฉันเห็นด้วยนะคะ แต่ว่าในกรณีอย่างเช่นมีผู้สมัคร ๒ คน อย่างคราวที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ลงสมัคร มีบางพรรคไปจ้างคนมาลงสมัคร แต่พอจ้างคนลงสมัครแล้วก็ยังแพ้โนโหวต อีกตั้งเยอะ คือชนะผู้สมัครคนที่มาลงจริงมี ๒ คน แต่คนที่เขาจ้างมาเขาได้คะแนน สมมุติได้คะแนน ๑๐๐ คะแนนแต่เขาก็ได้คะแนนแค่ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ คะแนน ไม่ถึง ๑,๐๐๐ คะแนนก็ได้แล้ว แต่โนโหวตตั้งกี่หมื่นคะแนนเขาก็ยังแพ้อยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจ้างมาสมัครท่านต้องตัดสิทธิเขาเลยนะคะ ไม่ใช่ว่า ๒ คนแล้ว มีผู้สมัครแล้วก็ได้ อย่างนี้มันก็ไม่ถูกนะคะ
อีกประการหนึ่งคือเรื่องการลงคะแนนล่วงหน้าแล้วก็ลงคะแนนที่ต่างประเทศ ดิฉันเป็นห่วงมากเลยเรื่องการลงคะแนนล่วงหน้า เพราะว่าจากที่ผ่านมาการลงคะแนน ล่วงหน้าแล้วก็ไม่ได้นับคะแนนที่หน่วย ยิ่งเอาคะแนนมารวมกันเป็นปัญหามากเลย เสียค่าใช้จ่ายเสียเวลาต้องเอาคนนี่วิ่งตามหีบอีก แทนที่หีบจะไปที่หน่วยที่รวมนับคะแนน ก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนนะคะ แล้วก็ลงคะแนนล่วงหน้านี้ดิฉันอยากจะให้ยกเลิกค่ะ แต่เมื่อมัน ยกเลิกไม่ได้มันต้องมีการลงล่วงหน้า ดิฉันคิดว่าน่าจะเหลือวันเดียวก็พอ เพราะอะไรรู้ไหมคะ ท่านคะ ลงคะแนนอาทิตย์นี้ดิฉันต้องจ้างคนไปเข้าเวรทุก ๘ ชั่วโมง สลับกันวันละ ๓ เวร แล้วไปนั่งเฝ้าหีบจนกว่าจะถึงอีกอาทิตย์หนึ่งดิฉันเสียค่าใช้จ่ายต้องระวังหีบทุกอย่างเลย ถ้าไม่ระวังหีบแพ้นะคะ มันเปลี่ยนหีบ มันเปลี่ยนคะแนนในหีบอีก เพราะฉะนั้นใครให้เก่ง อย่างไร ดิฉันคิดว่าถ้าไม่ระวังหีบนะคะไม่มีทางชนะหรอกค่ะ เพราะมันโกงได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะมีการลงคะแนนล่วงหน้าวันเดียว แล้วการนับ คะแนนของต่างประเทศ ล่วงหน้าต่างประเทศนี่ดิฉันยังไม่รู้เลย แล้วดิฉันถาม ส.ส. หลาย ๆ คนว่ารู้ไหม ลงคะแนนล่วงหน้านี่เขานับคะแนนกัน มาจากต่างประเทศเราจะรู้ ได้อย่างไรว่ามันมีการทุจริต มันนับคะแนนส่งมาแล้วพอถึงเวลาก็มาบวกให้เรา เราก็ยังไม่รู้เลยว่ามาจากต่างประเทศ ได้คะแนนเท่าไร อะไร อย่างไร เพราะฉะนั้นดิฉันเป็นห่วงเรื่องการโกงการเลือกตั้ง แล้วก็ การซื้อเสียงดิฉันไม่กลัว ให้มันซื้อกันไปเลย ให้มันเจ๊งกันไปเลยแล้วก็จะได้เลิก ๆ กันไป จะได้เหลือคนดี ๆ เข้ามาบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ฝาก กกต. ไว้นะคะ ที่ดิฉัน อภิปรายนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมดค่ะ ขอบคุณค่ะ