ฮอชาลี ม่าเหร็ม หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความเด็ดขาดและชัดเจนในการใช้มาตรา 237 เพื่อป้องกันนักการเมืองที่ไม่ดี และให้การทำงานโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายฮาชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ รวม ๓ ฉบับนะครับ ซึ่งได้แก่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ความจริงประเด็นหลัก ๆ เพื่อนสมาชิกแต่ละท่านก็ได้มีการอภิปรายกันไปค่อนข้างที่จะ ครอบคลุมพอสมควรนะครับ ผมเองก็อยากเพียงแต่ฝากไปยังทางท่าน กกต. ซึ่งท่าน ต้องรับภาระที่ค่อนข้างจะหนักพอสมควรในการเลือกตั้งในคราวนี้ ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ ของการเลือกตั้งที่บรรยากาศในการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในทางการเมืองค่อนข้างจะมี ความชัดเจน เพราะฉะนั้นท่านเองก็คงจะต้องดํารงเอาไว้ซึ่งความเป็นกรรมการในการที่จะ ดูแลกติกา ดังนั้นการที่ท่านได้เสนอกติกาเข้ามาในวันนี้นั้น ๓ เรื่องก็ถือว่าเป็นการเตรียม ความพร้อมในการที่จะมีการเลือกตั้งใน ๓ เดือนหรือว่า ๔ เดือนข้างหน้า ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองก็เป็นหนึ่งในสภานิติบัญญัติที่ได้มีการร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าในเรื่อง ของที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง นั่นก็คือเรื่องของเขตเลือกตั้งแล้วก็จํานวนของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นระบบสัดส่วนหรือระบบเขตเลือกตั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเอง ยังชื่นชมดีใจว่าทางรัฐบาลนั้นไม่ได้เข้าไปแตะในเรื่องที่เกี่ยวกับเป็นการที่จะควบคุม นักการเมืองของเราด้วยกัน นั่นก็คือมาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งพูดเอาไว้ชัด ว่าถ้าหากว่าคณะกรรมการบริหารพรรคหนึ่งพรรคใด คนใดคนหนึ่งทําผิดเลือกตั้ง พรรคการเมืองนั้นต้องถูกยุบนะครับ ตรงนี้ถือว่าเป็นเครื่องมือที่กําจัดนักการเมืองที่ฉ้อฉล ซึ่งที่ผ่านมานั้นเราได้ใช้เครื่องมือผ่าตัดชนิดนี้เอาไว้ถึง ๒ ครั้ง ๒ คราว ก็หวังว่าคงจะ มีความหลาบจํากันในคราวหน้าว่าคงจะไม่มีการทําในเช่นนี้อีกนะครับ นี่คือข้อดีของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ป้องกันคนชั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ในวัตถุประสงค์ของ พรรคการเมืองแล้วนั้น ๑๕ คนที่มีเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นจะต้อง มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่แล้วก็มีทิศทางในทางการเมืองไปด้วยกัน แล้วก็การได้มา ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ตัวเองส่งไปลงสมัครนั้นจะต้องเป็นไปตามครรลองของ ระบอบประชาธิปไตยและได้มาซึ่งวิถีทางที่ได้ถูกบัญญัติเอาไว้ในกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมก็หวังว่าในการเลือกตั้งคราวนี้นั้น กกต. คงจะได้นําเอาบทเรียน ที่เจ็บปวด ซึ่งในครั้งหนึ่งในปี. ๒๕๔๙ ในรัฐบาลยุคนั้นนะครับ แล้วก็คําตัดสินก็ได้มีการ พูดถึงเอาไว้อย่างชัดเจนในของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พูดชัดว่ามีพรรคการเมือง พรรคหนึ่ง แล้วก็มีกรรมการบริหารการเมืองของพรรคหนึ่งได้ว่าจ้างส่งคนลงสมัคร รับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นพรรคเล็กแล้วก็เข้าไปลงสมัครเพื่อที่จะให้ครบ แล้วก็ป้องกันในการที่จะให้ ได้มาซึ่ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนที่ได้มา และในคําวินิจฉัยนั้นก็ได้พูดเอาไว้ชัดว่า มีการแทรกแซงเข้าไปในฐานข้อมูลของท่าน ถึงที่ทําการข้อมูลของท่านในศูนย์ ในกลุ่มปฏิบัติงานคอมพิวเตอร์ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลของพรรคการเมือง แสดงว่ามีการโกงเข้าไปถึงในที่ทําการของท่าน แล้วก็มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา สอบสวนแล้วก็ได้ข้อเท็จจริงว่าถูกต้องตามนั้น เพราะฉะนั้นในการเลือกตั้งคราวนี้ท่านจะ สามารถป้องกันไม่ให้มีการแทรกแซงได้เยี่ยงนั้นหรือไม่ ตรงนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะขอให้ท่าน ได้ส่วนในการที่จะดูแลตรงนี้ เพราะนี่คือกติกา อย่าให้ผู้ใดผู้หนึ่งได้เข้าไปแทรกแซง เหมือนเยี่ยงที่เคยมีการทํากันมาในสมัยปี ๒๕๔๙ ซึ่งยุคนั้นการแทรกแซงองค์กรอิสระนั้น ค่อนข้างที่จะรุนแรง แล้วก็เป็นไปโดยท้าท้ายกฎหมาย แล้วก็ไม่ได้เป็นไปโดยวิถีทาง ของระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในการเลือกตั้งคราวนี้ก็ขอให้ท่านมีความเด็ดขาด ขอให้ทาง กกต. มีความเด็ดขาด มีความชัดเจน แล้วก็ขอให้ใช้มาตรา ๒๓๗ ให้เป็นมีดผ่าตัด เพื่อป้องกันนักการเมืองที่ไม่ดี คนที่ซื้อเสียงในการเข้ามาไม่ว่าจะเป็นพรรคใด จะเป็น พรรครัฐบาล หรือเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หรือเป็นพรรคฝ่ายค้าน ทุกพรรคก็ขอให้อยู่ภายใต้ ของกฎหมายฉบับนี้ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเองเป็นกําลังใจให้ กกต. ในชุดนี้ให้ได้มีการทํางาน แล้วก็ให้มีความโปร่งใส แล้วก็ในส่วนของกฎหมายต่าง ๆ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ท่านเสนอมาใน ๓ ฉบับนี้นั้น ผมดูแล้วก็เป็นสิ่งที่เหมือนกับที่เคยมีอยู่ เคยปฏิบัติได้อยู่ แต่สิ่งที่อยากจะขอฝากเอาไว้ในระดับพื้นที่ก็คือว่าในการทํางานของ กกต. นั้น ขอให้เป็นไป ในแนวทางที่ว่าท่านจะต้องรุก ที่ผ่านมานั้นท่านตั้งรับท่านรับข้อมูลรอให้แจ้งมา มีการชี้ช่อง บอกว่ามันมีการซื้อกันที่บนที่ศาลาว่าการอําเภอมีคนแจ้งเข้าไป เขาบอกว่าต้องรอให้มีคน แจ้งเข้าไปก่อนรอให้มีข้อมูลเอกสารขึ้นไป เขากําลังซื้อเสียงกันอยู่บนที่ว่าการอําเภอ ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปี ๒๕๔๘ แล้วก็มีความพยายามที่จะให้ข้อมูล แต่เนื่องจากว่า ในยุคนั้นถูกครอบงําแล้วก็เป็นไปตามกระแสในช่วงนั้นก็เลยทําอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้น อยากจะให้ท่านได้ทํางาน ท่านมีอํานาจในการที่จะสั่งการตํารวจ ในช่วงที่มีการประกาศ พระราชกฤษฎีกาในการเลือกตั้ง ท่านมีอํานาจในการที่จะขอความร่วมมือจากทางตํารวจ จากทางทหาร จากทาง ตชด. จากครู จากทุกฝ่าย ก็ขอให้ท่านได้ใช้กลไกตรงนี้ ให้เป็นประโยชน์ในการที่จะรุกเข้าไป ในการรุกเข้าไปได้รับข้อมูลต่าง ๆ ท่านรุกเข้าไป ในพื้นที่ในสถานที่ที่คิดว่าจะมีการซื้อเสียง ที่คิดว่าจะมีการโกงเรื่องการเลือกตั้ง นั่นคือ สิ่งประเด็นที่ผมอยากจะฝากให้ท่านได้ทํางานในเชิงรุก ในเจ้าหน้าที่ทุกระดับขอให้ทํางาน ในเชิงรุกในการเลือกตั้งในคราวนี้ แล้วก็ผลการเลือกตั้งนั้นก็เป็นสิ่งที่จะได้สะท้อนถึง การทํางานของท่านว่ามีความโปร่งใส มีความยุติธรรม แล้วก็ยึดมั่นในหลักการ แล้วก็เป็นไป โดยตามที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้นะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ