ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดยแสดงความคิดเห็นว่าเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน และเรียกร้องการคำตอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับมาตราที่ถูกตัดออกและแก้ไข ผ่องศรี ยังหารือเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 23 ในร่างกฎหมาย รวมถึงการออกแบบบัตรเลือกตั้งให้มีแถวเดียวเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการระบุหมายเลข
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ก่อนที่ ดิฉันจะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ และกฎหมายอีก ๒ ฉบับที่เกี่ยวเนื่อง นะคะ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนโดยพี่น้องประชาชนแล้วก็เจ้าของ ร่างกฎหมาย เนื่องจากดิฉันเมื่อเช้าเป็นผู้เสนอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับนี้ ก็เกรงว่าพี่น้องประชาชนที่รอคอยอยู่ โดยเฉพาะร่างแพทย์แผนไทย จะเข้าใจผิด ดิฉันก็กราบเรียนว่าการพิจารณากฎหมายฉบับนี้เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า เราคนไทยทุกคนจะร่วมเดินหน้าประเทศไทย เพราะว่ากระบวนการเลือกตั้งนั้นแม้เป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการประชาธิปไตยก็เป็นการคืนอํานาจให้พี่น้องประชาชน ถ้าเรา อยากเห็นประเทศไทยเดินหน้าเราก็คงจะต้องมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันนะคะ ตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้
ในส่วนของกฎหมาย ดิฉันขออนุญาตอภิปรายเป็น ๒ ส่วน ดิฉันได้ศึกษา ตารางเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ในส่วนที่ เป็นตัวกฎหมายดิฉันขอเรียนถามไปยังท่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็ฝากไปยัง กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นด้วยนะคะ มีหลายมาตราที่ท่านได้ปรับปรุงแก้ไข แล้วก็ได้ตัดข้อความ ในวรรคสองหรือวรรคสามออกนะคะ แล้วก็ไม่ได้บัญญัติเพิ่มเติมไว้ ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๓๕ นะคะ ร่างเดิมเขาบอกว่าบุคคลใดจะสมัครรับเลือกตั้งให้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งในนามของพรรคการเมืองใดได้เพียงพรรคการเมืองเดียว และจะสมัครรับเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือแบบสัดส่วน อันนี้ความนี้ก็แก้เป็นบัญชีรายชื่อถูกต้อง แล้ว แต่ความที่ถูกตัดออกก็คือวรรคสองที่บอกว่า ในกรณีที่ผู้อํานวยการการเลือกตั้ง ประจําเขตเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งพบว่า มีการสมัครรับเลือกตั้งอันเป็นการฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ห้ามไม่ให้ผู้อํานวยการ การเลือกตั้งประจําเขตหรือข้อความว่าไป ตรงนี้ในร่างที่เสนอมาใหม่ตัดความออกไปทั้งหมด เลย ดิฉันก็ตรวจสอบว่าถ้าตัดความตรงนี้แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีอํานาจ ไปดําเนินการตามความที่ถูกตัดออกไปหรือไม่ หรืออีกมาตราหนึ่ง เช่น มาตรา ๓๖ ท่านได้ ตัดวรรคสามออกนะคะ ก็คือวรรคสามของมาตรา ๓๖ ระบุว่า ในกรณีที่ผู้สมัครของพรรค การเมืองหลายพรรคการเมืองยื่นใบสมัครพร้อมกันและไม่อาจตกลงกันได้ว่าจะให้ผู้สมัคร ของพรรคการเมืองใดยื่นก่อน-หลังให้ใช้วิธีจับสลาก ในความตรงนี้ท่านก็ตัดไป ดิฉันก็ พยายามหาว่าไปอยู่ตรงมาตราใดก็ไปพบปรากฏอยู่ในมาตรา ๔๘ แต่มาตรา ๔๘ นั้นมันเป็น การบัญญัติเรื่องของการเลือกตั้งซ่อมไม่ใช่การเลือกตั้งทั่วไปหรือว่าไม่ทราบ ดิฉันอาจจะดู ไม่ละเอียด ท่านช่วยกรุณาตอบด้วยว่าถ้าตัดตรงนี้ไปแล้วความมันจะหายไปหรือไม่ กรณีที่มา สมัครพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีในหมวดว่าด้วยการรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชี รายชื่อในหมวดที่ ๓ ในมาตรา ๔๒ ที่ว่าด้วยเรื่องของการรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ที่ท่านตัดความในวรรคสองออก ก็คือให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา กําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานการสมัครและวิธียื่นบัญชีรายชื่อ ดิฉันเปรียบเทียบกับ ตอนสมัครแบบเขตท่านยังคงไว้ในมาตรา ๓๖ วรรคสองของเขตนี้ท่านยังคงไว้ว่า ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันนี้ก็ขอเรียนถามว่า ๒ ส่วนนี้ มีความต่างกันอย่างไร
อีกส่วนหนึ่ง ดิฉันก็ขอเป็นข้อสังเกตอีกอันหนึ่งนะคะ ในเรื่องของมาตรา ๒๓ โดยแก้ไขความในมาตรา ๖๑ ที่ท่านตัดวรรคท้ายออกไป หีบบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามลักษณะและขนาดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด อันนี้ร่างใหม่ก็ถูกตัด ออกไป อันนี้มันจะมีผลในทางปฏิบัติหรือไม่
นอกจากนั้นแล้วก็จะมีข้อความที่บัญญัติไว้ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง ในมาตรา ๘๙ ที่อาจจะมีปัญหาในการตีความ ที่บอกว่า มาตรา ๘๙ ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุด ในเขตนั้นเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง ในกรณีที่มีผู้ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดเท่ากันหลายคน ทีนี้ในความเดิมจะใช้คําว่า มากกว่าหนึ่งคน ดิฉันก็ขอฝากเอาไว้ก็แล้วกัน ถ้าใช้คําว่า มากกว่า หนึ่งคน หรือหลายคนนี้จะมีผลในการตีความหรือไม่ เพราะว่ามากกว่าหนึ่งอาจจะสองก็ได้ แต่สามบางคนอาจจะบอกว่ามากกว่าสองหรือไม่ อันนี้ก็ฝากไว้เป็นข้อสังเกต
นอกจากนั้นแล้วความในมาตรา ๙๖ ที่กําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอย่างน้อยเก้าสิบวันนี้ ไม่ทราบว่า ในส่วนที่อยู่มาตรา ๙๖ นี้ท่านปรับออก แต่ว่าไปปรากฏอยู่ในส่วนมาตราตรงที่ใด ดิฉันฝาก ตรงนี้ต่อเนื่องเลยว่าเป็นข้อสังเกต ในส่วนสาระนั้นก็ขอเรียนถามไปแล้ว ส่วนที่เป็นกําหนด ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องเป็นอยู่ในทะเบียนบ้านอย่างน้อย ๙๐ วัน ดิฉันกราบเรียนว่าดิฉัน อยู่จังหวัดลพบุรีมีปัญหานิดหนึ่งในเรื่องการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งนี้ทุกท่าน คงจะทราบว่าฤดูกาลเกณฑ์ทหารนี้ก็จะอยู่ประมาณเดือนเมษายน เวลาผู้ที่ได้รับการเกณฑ์ ทหารนี้อาจจะมีจากต่างจังหวัด ต่างภูมิลําเนาก็ต้องย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในหน่วยทหาร นั้น ๆ ที่นี้ถ้าหากสมมุติว่ามีการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายนนี้ตามที่คาด ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งนี้ ก็จะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งในภูมิลําเนาเดิม เพราะว่าเขายังย้ายมาไม่ถึงเก้าสิบวัน ในกระบวนการนี้ไม่ทราบว่า กกต. มีการประสานกับกองทัพหรือไม่ว่า บัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งทหารเกณฑ์ที่ปลดประจําการแล้วเมื่อมาฝึกครบ ๒ ปี ก็ต้องกลับบ้าน บางทีกลับบ้าน บัญชีเลือกตั้งเขาย้ายกลับภูมิลําเนาก็ยังไม่ถึงเก้าสิบวัน เขาก็ต้องกลับมาใช้สิทธิที่จังหวัด ลพบุรีเหล่านี้บัญชีก็จะมีปัญหาสับสน ก็ฝากเป็นข้อมูลให้ทาง กกต. ได้ดูแลปัญหาตรงนี้ด้วย เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนี้ได้เลือกผู้สมัครที่อยู่ในเขตภูมิลําเนาหรือจะใช้วิธีการใดเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาตรงนี้ค่ะ เพราะดิฉันทราบว่าบางครั้งนี้พอเขากลับไปบ้านแล้วจะให้เขากลับมาใช้ สิทธิที่จังหวัดลพบุรีนี้ เขาไม่ใช่คนจังหวัดลพบุรีค่ะ เขาคงไม่กลับมานะคะ อันนี้ก็เป็นประเด็น ที่ฝากไว้ นอกจากนั้นแล้วดิฉันขอความกรุณาท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กรุณาเร่งรัด เรื่องการประกาศเขตเลือกตั้งให้ชัดเจน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีผู้สมัครนี้ลดลง เพราะว่า หลังจากที่ได้ฟังท่านเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านสิทธิพล ทวีชัยการ ได้บอกว่าวิธีการจะต้องมีการทําประชาพิจารณ์ พี่น้องประชาชนก็ถามในพื้นที่ว่า ประชาพิจารณ์แบบไหน ติดประกาศที่ อบต. เทศบาล หรือว่าจะมาจัดเวที แล้วมัน จะทันหรือ เพราะว่าเวลาที่เหลือน้อย ก็ขอทราบความชัดเจนว่าจะทําวิธีการใด
อีกประเด็นหนึ่งที่ขอฝากไว้สุดท้ายก็คือ ในมาตรา ๒๓ ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่อง บัตรเลือกตั้งที่บอกว่า ให้ระบุเป็นหมายเลข หรือว่าอาจะใส่ตราสัญลักษณ์ของ พรรคการเมืองลงไปด้วย ดิฉันกราบเรียนว่าปัจจุบันมีพรรคการเมืองมากมาย หลายสิบพรรค การเลือกตั้งครั้งแรกมีปัญหา ถ้าเราทําบัตรเลือกตั้งเป็น ๒ แถว ก็จะมีการกา หมายเลขผิดพลาดได้ก็ขอเสนอ กกต. ว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งจะต้องทําเป็นแถวเดียว จะยาวแค่ไหนก็ขอให้เป็นแถวเดียว เพื่อป้องกันความผิดพลาด ขอกราบขอบพระคุณค่ะ