ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมือง และเรียกร้องให้สภาพิจารณารับหลักการร่างทั้งสองอย่าง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และเสนอกฎหมายที่จะจัดให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอธิปไตย มีสิทธิในการตัดสินอนาคตของบ้านเมือง
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะได้ อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งและเพื่อนสมาชิกได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้กับสภาแห่งนี้พิจารณาในวาระรับหลักการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้ตรวจสอบ ดูร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ สิ่งแรกสุดผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่าหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติโดยเฉพาะหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของเพื่อน สมาชิกซึ่งเสนอโดย ท่าน ดอกเตอร์พีรพันธุ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ กับคณะกรรมการ การเลือกตั้งอาจจะมีข้อที่แตกต่างกันไปอย่างน้อย ๒ ประเด็น ตรงนี้เองผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในการรับหลักการ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิก ควรพิจารณารับหลักการไปทั้งหมดทั้ง ๒ ร่าง เฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะว่าถ้ารับหลักการรวมไปทั้งหมดแล้วก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่จะได้ พิจารณานําเอาหลักการที่เพิ่มเติมเข้ามานอกเหนือจากหลักการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เสนอเข้ามาทั้งหมด ๙ หลักการนะครับ เพื่อนสมาชิกเสนอเพิ่มอีก ๒ หลักการ เป็น ๑๑ หลักการ เข้าไปพิจารณารวมได้ อันนี้ต้องเป็นเรื่องที่สภาต้องให้ความเห็นชอบ นะครับ ถึงแม้จะใช้ร่างใดร่างหนึ่งเป็นหลักก็แล้วแต่ ถ้าสภารับหลักการไปแล้วถือว่า รับหลักการที่จะไปนํารวมพิจารณาได้ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ จากหลักการและเหตุผลทั้ง ๓ ร่าง ไม่ว่าจะเป็นร่างประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการ ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กระผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมให้การสนับสนุนครับ เห็นด้วยกับหลักการทั้งหมด รวมทั้ง ร่างของเพื่อสมาชิกด้วย บนพื้นฐานที่เห็นด้วยเพราะอะไรครับ เหตุผลสําคัญที่สุดก็คือ เราอยากให้พี่น้องประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยที่แท้จริง อํานาจอธิปไตย คืออํานาจสูงสุดครับ ในการที่จะใช้ไปปกครองบ้านเมืองเป็นผู้ตัดสินว่าอนาคตของบ้านเมือง เราในขณะนี้ประเทศเราขณะนี้ควรจะเป็นไปในทิศทางไหน ยอมรับครับว่าบ้านเมืองเรา ขณะนี้ ๒ ปีที่ผ่านมา ๓ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมาเข้าสู่ภาวะวิกฤติ มันเป็นเรื่อง ของการเมือง การเมืองควรต้องแก้ด้วยเรื่องของการเมือง การเมืองเป็นเรื่องของอํานาจของ พี่น้องประชาชนสูงสุดที่จะมอบให้ตัวแทนเขาเข้าไปบริหารจัดการที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องปวงชนชาวไทย ถึงแม้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขณะนี้ก็เป็นรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑) แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ กระผมเองได้อภิปรายไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า ผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าเมื่อสภาแห่งนี้รัฐสภาได้ให้ ความเห็นชอบแล้ว ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ผมยอมรับถือว่าเป็นเสียงข้างมากถึงแม้ การแก้ไขครั้งนั้นจะลดจํานวน ส.ส. เขตเลือกตั้งจาก ๔๐๐ ท่าน ลงมา ๓๗๕ ท่าน แล้วไป เพิ่มเติมยอดของ ส.ส. สัดส่วนหรือบัญชีรายชื่อขึ้นเป็น ๑๒๕ ท่าน ให้จํานวนเป็น ๕๐๐ ท่าน ในภาพรวมก็แล้วแต่ การลดจาก ๔๐๐ ท่าน มาเหลือ ๓๗๕ ท่าน แน่นอนท่านประธานครับ สิ่งที่เขาเคยได้และเขาไม่ได้รับพูดกันง่าย ๆ เป็นการรอนสิทธิ แต่ก็แล้วแต่กฎหมาย รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศใช้เป็นแม่แบบในการบริหารบ้านเมืองและ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติไปตามอย่างนั้น ถึงแม้พี่น้องประชาชน บางส่วนบางจังหวัด อย่างน้อย ๒๓ จังหวัด ๒๕ ท่าน ส.ส. จะถูกรอนสิทธิไป
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานเป็น ประการที่ ๓ คือสิ่งที่ผมต้องขออนุญาตลงไปในรายละเอียดสักนิดหนึ่งของร่างของ ท่านสมาชิก ท่านอาจารย์ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ ต่อกรณีที่ท่านได้เพิ่มหลักการ เพิ่มเติมมาตรา ๙/๑ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และเขียนให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าได้เพียงวันเดียว จากเดิม ที่เรากําหนด ๒ วัน ๓ วัน ท่านประธานครับ ตรงนี้เองผมค่อนข้างเห็นด้วยนะครับ ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณา ถ้าได้เพิ่มเติมในกรณีนี้ก็ถือว่าจะเป็น การลดความไม่สุจริต ความไม่เที่ยงธรรมในการเลือกตั้งได้ไปส่วนหนึ่ง ผมเชื่อว่าได้ไป ส่วนหนึ่ง เพราะพฤติการณ์ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ในการเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อนสมาชิกพูดไปบางส่วนแล้ว ผมเพิ่มเติมอีกนิดเดียวครับไม่ลงรายละเอียดเยอะ คณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็เป็นผู้ให้ความเห็นเรื่องนี้เหมือนกันว่า การเลือกตั้งล่วงหน้า เราไม่สามารถที่จะควบคุม ไม่สามารถที่จะไปดําเนินการให้สุจริตอย่างเที่ยงธรรมเหมือน เลือกตั้งทั่วไปได้ ตรงนี้เองเป็นข้อด้อยเรื่องเหตุผลที่จะไปใช้สิทธิ เหตุผลความจําเป็นที่ท่าน กําหนดขึ้น เลือกตั้งครั้งหน้า ๒ วันมีประชาชนไปเลือกตั้งเป็นหมื่น ๆ คนนั่นก็เป็นเรื่องแปลก ครับ เพราะจริง ๆ เจตนารมณ์เราต้องการให้ผู้ที่มีความจําเป็นจริง ๆ ที่ไม่สามารถไป ลงคะแนนในวันเลือกตั้งจริงได้มาใช้สิทธิ เป็นการเปิดสิทธิให้เขา แต่กลับกลายว่าเป็นการ เอื้ออํานวยกับการนําสู่การทุจริตในการเลือกตั้ง ผมไม่อยากพูดไปย้อนหลังนะครับ เดี๋ยวจะ กระทบกันหลายเรื่องหลายราว คะแนนเลือกตั้งทั่วไปออกมาคู่คี่สูสีกัน เมื่อเอาคะแนน เลือกตั้งไปบวกแพ้ทันที ปรากฏขึ้นหลายที่ครับ คะแนนเลือกตั้งทั่วไปชนะถ้าไม่เกิน ๓,๐๐๐ คะแนน เอาคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าไปบวกแพ้ทันที ไปตรวจสอบย้อนหลังได้ ยกเว้นว่า คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าถึงแม้จะได้เป็นกอบเป็นกําผู้ไปใช้สิทธิ ๔๐,๐๐๐ คน ได้ไป ๓๐,๐๐๐ คะแนนผมยกตัวเลขจริงก็ได้ เลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดภาคอีสานได้ ๓๐,๐๐๐ กว่าคะแนน ขณะที่อีกพรรคหนึ่งได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าคะแนน พอเลือกตั้งจริงผู้ที่ได้คะแนนน้อยกว่าในการ เลือกตั้งล่วงหน้าได้คะแนน ๘๐,๐๐๐ กว่า ขณะที่คนได้คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ๓๐,๐๐๐ กว่าคะแนนได้ ๔๐,๐๐๐ คะแนนผลแพ้ชนะชัดเจนครับ นั่นหมายความว่าถ้าคะแนนเลือกตั้ง ทั่วไปต่างฝ่ายต่างได้ ๕๐,๐๐๐ คะแนนนะครับ หรือได้ ๖๐,๐๐๐ คะแนนหรือ ๗๐,๐๐๐ คะแนนนี้แพ้ทันที แพ้ ๒๐,๐๐๐ คะแนนนี้แพ้ทันที ชนะ ๒๐,๐๐๐ คะแนนเลือกตั้งทั่วไป ชนะ ๒๐,๐๐๐ คะแนนแพ้เลือกตั้งล่วงหน้าทันทีเพราะคุณแพ้เขามา ๒๐,๐๐๐ กว่าคะแนน ท่านประธาน ภาพมันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีการนําหลักการตรงนี้ไปบรรจุใน กฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ผมก็คิดว่าน่าจะ เป็นประโยชน์ในเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม เราให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายครับ หลักการที่ ๒ ที่เพิ่มขึ้นมาคือในร่างของท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน แก้ไข เพิ่มเติมให้เพิ่ม (๓) ของมาตรา ๑๐ โดยกําหนดให้พรรคการเมืองได้มีส่วนร่วมแสดง ความเห็นประกอบในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ตรงนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจจะมีความ ลําบากใจ แต่ความเห็นนั้นท่านสามารถไปเขียนในตัวบทได้ครับว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ เหมือนกับท่านที่เปิดโอกาสบอกให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการ แสดงความคิดเห็น แต่เท่าที่ผ่านมาน้อยมากครับที่พี่น้องประชาชนจะมีโอกาสได้แสดงความ คิดเห็น อาจจะเป็นช่องทางที่ไม่สะดวกหรือการไม่มีส่วนร่วมที่แท้จริง อันนั้นผมไม่โทษ คณะกรรมการเลือกตั้ง แต่ว่าโทษภาพรวมของพวกเรา ระบบของพวกเราทั้งหมด เพราะว่า คนส่วนล่างบางครั้งนี้อยากมีส่วนร่วม แต่ร่วมไม่ได้ ร่วมไม่เป็น อยากร่วมแต่ร่วมไม่เป็น ก็ทํา ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ นั้นอาจจะไม่ได้เกิดประโยชน์กับภาพรวมนัก ตรงนี้เองก็อยากจะนํา เรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งในการที่จะได้ดูว่าหลักการตรงนี้ถ้ามัน สอดรับจะเป็นประโยชน์กับกฎหมายฉบับนี้ก็ควรจะเพิ่มเติมเข้าไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๓–๔ ประเด็นต่อร่างพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และได้มาซึ่ง ส.ว. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ส่วนอีก ๒ ฉบับผมได้ตรวจสอบดูในรายละเอียดไม่ติดใจครับ สอดคล้อง สอดรับกับบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองก็เขียนให้ละเอียด ขึ้น ที่มาที่ไปของเงินกองทุนพรรคการเมือง อันนี้ก็ชัดเจนดีครับ ข้อสังเกตในร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และได้มาซึ่ง ส.ว. (ฉบับที่ ..) พ.ศ.... ผมขออนุญาตลงรายละเอียดนิดเดียวท่านประธานครับ เพื่อเป็นประโยชน์กับ คณะกรรมาธิการ ในมาตรา ๑๓ แก้ไขมาตรา ๔๑ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปส่วนหนึ่ง ก่อนถึงมาตรา ๑๓ ผมเริ่มมาตรา ๘ เลยครับท่านประธานครับ มาตรา ๙ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๔ ใช่ครับ มาตรา ๙ แก้ไขมาตรา ๓๔ ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่อ่านแล้วมันสะท้อนครับ สะท้อนว่าบ้านเราเมืองเรานี้ ตรากฎหมายแทนที่จะยึดกฎหมายแม่เป็นหลัก กลับเอากฎหมายลูกไปบังคับกฎหมายแม่ ผมคิดอย่างนั้นนะครับ ส่วนท่านอื่นจะคิดอย่างไรผมไม่รู้ เขาเขียนอย่างนี้ครับ มาตรา ๓๔ บุคคลที่จะมีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือ แบบบัญชีรายชื่อ ต้องมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้าม เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พูด ๆ ง่าย ก็คือท่านไปอ้างรัฐธรรมนูญเลย ท่านประธานครับ ความเห็นผมมันไม่ยากหรอกครับ ที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องเขียนล้อเลียนกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่ ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ ก็ควรจะยกมาเขียนในกฎหมายเลือกตั้ง แล้วไม่ต้องพูดว่าให้ไป อ้างรัฐธรรมนูญ เพราะเวลาทําความผิดนะครับ ไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญ ผู้กระทําความผิด เพราะเขาจะต้องถูกเอาความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ผมก็อยากจะเขียนให้มันชัดไปครับ คุณสมบัติลักษณะ คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ก็เขียนไป ล้อเลียนรัฐธรรมนูญมาไม่ได้แปลกอะไรเลยครับ นั่นข้อสังเกตประการที่ ๑
ข้อสังเกตประการที่ ๒ มาตรา ๑๓ แก้ไขมาตรา ๔๑ ยกเลิกมาตรา ๔๑ เดิม ในกฎหมายปี ๒๕๕๐ แล้วเขียนใหม่ เรื่องของพรรคการเมืองที่ท่านเสนอบัญชีรายชื่อผู้สมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองนั้นจะต้องจัดทําบัญชี รายชื่อโดยมีหลักเกณฑ์ตามลําดับ ท่านเขียนมา ๒ ข้อ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ มาตรานี้เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้เพิ่มเติมฉบับที่ ๑ เราเขียนไว้ให้ท่านในมาตรา ๙๗ เขียนชัดครับ เรื่องของสาระ ขออนุญาตท่านประธานครับ มาตรา ๙๗ ของรัฐธรรมนูญนะครับ การจัดทําบัญชีผู้รับสมัครเลือกตั้งของพรรคการเมือง สําหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
๑. บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องประกอบด้วยรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง จากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม มาจากผู้ภูมิภาคต่าง ๆ และต้องคํานึงถึงโอกาสและ สัดส่วนที่เหมาะสม และความเท่าเทียมระหว่างชายกับหญิง อันนี้ขึ้นไว้ในรัฐธรรมนูญครับ
๒. รายชื่อในบัญชีต้องไม่ซ้ํากับบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองอื่นที่จัดทําขึ้นและ ไม่ซ้ํากับรายชื่อของผู้สมัครรับเลือกตั้ง แบบแบ่งเขต
๓. จัดทําบัญชีรายชื่อเรียงตามลําดับ
ถ้าดูแล้วท่านยกเฉพาะ (๓) มาแปลง แล้วเพิ่มเติมวรรคหนึ่ง เขียนตรงนี้ผม รับได้ครับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ามันก็น่าจะไม่มีความยุ่งยากใด ๆ ที่จะยก รัฐธรรมนูญ (๒) (๓) ในมาตรา ๙๗ มาใส่ในสาระบัญญัติมาตรา ๑๓ แก้ไขมาตรา ๔๑ เพื่อความชัดเจน ถ้าผมไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการผมก็จะแปรญัตติ แล้วก็จะไปสู้กันในชั้น แปรญัตติกับคณะกรรมาธิการ เพราะผมมีความเห็นว่าสารบัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้ มันแตกต่างจากที่ท่านบัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และที่ได้มาของ ส.ว. นั่นเป็นข้อสังเกตข้อที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีข้อสังเกตในมาตราที่เกี่ยวข้องมาตราต่อไปคือมาตรา ๒๖ แก้ไข มาตรา ๘๙ เป็นข้อสังเกตเพียงแต่ว่าได้รับข้อสังเกตจากการประชุมปรึกษาหารือของวิป ฝ่ายค้านและที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยหลายท่านนะครับได้แสดงทรรศนะว่า ในการเขียนมาตรา ๒๖ ยกเลิกมาตรา ๘๙ กฎหมายเดิมปี ๒๕๕๐ และมาเขียนใหม่นะครับ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนน เลือกตั้งมากที่สุดในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง ก็คือการประกาศผล ในกรณีที่มี ผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุดเท่ากันหลายคนให้ใช้วิธีจับสลาก ซึ่งต้องกระทําต่อหน้า คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งตามวิธีการที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนด ความหมายตรงนี้ครับมันมีมาตราที่มีผลเกี่ยวเนื่อง มีสภาพบังคับคือมาตรา ๘๘ เดิม เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเขียนอย่างนี้วิธีปฏิบัติในการที่จะประกาศผลผู้ได้คะแนน สูงสุดในมาตรานี้ก็ต้องไปอาศัยสภาพบังคับของมาตรา ๘๘ ด้วย ที่ว่าด้วยรายละเอียด นะครับ ความหมายของผมก็คือว่าให้มีสภาพบังคับตามมาตรา ๘๘ ก็ใช้คําว่า ภายใต้ ข้อบังคับของมาตรา ๘๘ เพิ่มเติมเข้าไปในเรื่องนี้เพื่อจะได้มีผลเข้าไปดูในการใช้มาตรา ๘๘ มาเป็นตัวนําสู่การปฏิบัติในมาตรา ๘๙ ด้วย เวลาที่จะประกาศผล ถ้ามีเหตุการณ์เหล่านั้น เกิดขึ้นท่านก็นํามาใช้บังคับได้ นั่นคือข้อสังเกตประการที่ ๓ ของผม
ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓๒ แก้ไขมาตรา ๑๑๐ นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมจะจบแล้ว ที่ว่าด้วยการไม่สุจริตมีการกระทําของพรรคการเมืองใด หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง หรือสมาชิกของพรรคการเมืองได้กระทําอันเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ระเบียบ ประกาศของ กกต. หรือก่อให้ผู้กระทํา สนับสนุน หรือผู้รู้เห็นเป็นใจ มีผลเป็นการไม่สุจริตและเที่ยงธรรม มาตรานี้ว่าด้วย คณะกรรมการจะประกาศให้ในเขตพื้นที่นั้นเป็นบัตรเสีย ไม่ต้องนับมาเป็นคะแนน มีนิดเดียว ครับท่านประธานในเรื่องนี้ ตรงนี้ผมก็เห็นด้วย ไม่ได้ท้วงติงใด ๆ แต่ว่าเขียนอย่างนี้ถ้าสมมุติ ท่านพบว่าเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคการเมืองกระทําผิดแล้ว ความเกี่ยวเนื่องในการรับผิดต่อกฎหมายอื่น ๆ ท่านจะดําเนินการอย่างไร จริงอยู่ครับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง การยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องของ กรรมการบริหารพรรค ถ้าทําผิดแล้วถึงกับยุบพรรคซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านก็ไม่เห็นด้วยว่า จะต้องมีการยุบพรรค ใครผิดก็ว่าไปตามผิดไป ผมเพียงแต่ว่าท่านมีแนวทางที่จะดําเนินการ เขาเหล่านี้กรณีพิสูจน์ได้ว่าเขากระทําการโดยไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม มีการทุจริตเกิดขึ้น ท่านประกาศชัดเจนนะครับว่าเขตนี้ห้ามนับคะแนน หรือเป็นบัตรเสียทั้งหมด คนที่ท่าน ประกาศว่าเขาผิดจะดําเนินการต่ออย่างไร
มาตรา ๓๓ ท่านประธานครับ เป็นบทเฉพาะกาล ท่านเขียนบทเฉพาะกาลว่า ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อกําหนดจํานวน เงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและของผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ทั่วไปครั้งต่อไป เจตนารมณ์ของท่านเขียนมาตรานี้ บทเฉพาะกาลนี้มารองรับ อยากให้ อธิบายในรายละเอียดสักนิดหนึ่งครับ ท่านต้องการอะไร เพราะว่าในการที่จะประชุมร่วมกับ หัวหน้าพรรคการเมือง ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งกับหัวหน้าพรรคการเมืองนั้น บทบัญญัติกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๕๐ ท่านประธานครับ ได้เขียนไว้ในวรรคท้ายว่า เมื่อมีการประกาศผลการเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ทั่วไปแล้ว ให้คณะกรรมการเลือกตั้งจัดประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อกําหนดจํานวนเงิน ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและของผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งต่อไป ทั้งนี้ภายใน ๓ เดือนนับตั้งแต่วันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบจํานวนในการ เลือกตั้งทั่วไปดังกล่าว บททั่วไปตรงนี้เขียนรองรับไว้แล้วในกฎหมายเดิมก็คือหลังจากที่มีการ เลือกตั้งทั่วไปทุกครั้งภายใน ๓ เดือน กกต. ต้องประชุมกับหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อกําหนด ค่าใช้จ่ายในครั้งต่อไปที่จะถึง ครั้งนี้เช่นกันครับผมเข้าใจว่าหลังจากปี ๒๕๕๐ เลือกตั้งเมื่อ วันที่ ๒๓ เดือนธันวาคม ๒๕๕๐ ท่านได้ประชุมไปแล้ว ท่านได้ประชุมไปเรียบร้อย กําหนด ไปเรียบร้อยแต่ว่าเผอิญมีการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ท่านจะต้องประชุมใหม่ ทีนี้ท่านจะประชุมใหม่ ความหมายผมนะครับ ท่านเขียนว่าในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป ท่านหมายถึงเฉพาะครั้งนี้ครั้งเดียวหรือไม่ ถ้าท่านเขียนเฉพาะครั้งนี้ครั้งเดียวผมอยากให้เขียนให้ชัดเจนครับ เพราะอย่างไรบทบัญญัติ เดิมที่รองรับไว้ในมาตรา ๕๐ ก็มีอยู่แล้ว เช่น ผมเสนอถ้อยคํานะครับอาจจะต้องแปรญัตติ ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกนี้ด้วยนะครับ ผมใช้คําว่าครั้งแรกนี้ด้วยก็จบแค่นั้นคือครั้งเดียว นะครับคือท่านเองจะต้องประชุมใหม่ก็เลยต้องมาตราบทเฉพาะกาลรองรับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตเรื่องต่อไปคือเรื่องของระเบียบ ประกาศ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะรองรับเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม การที่ท่าน ได้ไปแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว. และได้มาซึ่ง ส.ส. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ถ้าเป็นกฎหมายแล้ว วิธีการนับคะแนน เปลี่ยน จริง ๆ นับคะแนน ก็เปลี่ยนมาแล้ว เขตเลือกตั้งเปลี่ยน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนและอยากให้ระเบียบ ประกาศ ของ กกต. สามารถที่จะไปคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอันชอบธรรมของพี่น้องประชาชน ที่แสดงสิทธิได้เต็มที่ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติและอิทธิพลใด ๆ ในการที่จะลงคะแนนนะครับ มีระเบียบและประกาศเข้าไปช่วยรองรับ ผมก็คิดว่าน่าจะช่วยได้ ฝากท่านพิจารณาครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าระบบการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแบบนี้และมีการนับคะแนน ที่หน่วยนะครับ ท่านสงวนได้อภิปรายไปแล้ว ผมเติมในประเด็นที่เติมเต็มเท่านั้นเองคือการ ทุจริตจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง แต่ถ้านับคะแนนรวม การทุจริตเกิดก่อนการเลือกตั้งก็มี เหมือนกันแต่มีน้อยยกเว้นในเขตที่มีอิทธิพลเยอะ ๆ สามารถชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ชี้แมว เป็นหนูมีเหมือนกันครับ แต่เขตเลือกตั้งที่ค่อนข้างจะไม่มีอิทธิพลมากมายนักการทุจริตก่อน เลือกตั้งหรือการให้ได้มาซึ่งคะแนนก่อนการเลือกตั้งจะมีน้อย พี่น้องประชาชนก็ไปลงสิทธิได้ เต็มที่ เพราะว่าถือว่าลงคะแนนไปแล้วไม่รู้ว่าใครลงคะแนน เพราะฉะนั้นท่านก็ออกระเบียบ หรือประกาศไปป้องกันระยะก่อนการเลือกตั้ง ถ้าระเบียบ ประกาศนั้นสามารถคุมได้ก็จะเป็น ประโยชน์นะครับ นี่ผมฝากข้อสังเกตเอาไว้
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการเลือกตั้งล่วงหน้าผมได้นําเรียนไปเมื่อสักครู่แล้วว่า ระเบียบประกาศ นอกจากจะออกตามหลักเกณฑ์ หลักการ ที่เสนอโดยท่านดอกเตอร์ พีรพันธุ์แล้ว ระเบียบประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการของการดําเนินการก็น่าจะเอื้ออํานวย ด้วย วิธีการเก่า ๆ ที่ท่านทําอยู่ ถ้าประเมินผลออกมาแล้วมันไม่สามารถจะสนับสนุนให้การ เลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ก็ควรจะปรับเปลี่ยน ผมไม่ว่าใครหรอกครับท่านจะใช้ผู้ว่าราชการ จังหวัด ให้นายอําเภอให้ฝ่ายปกครองเข้ามาช่วยอย่างไรผมไม่ว่า แต่ว่าวิธีการเดิมนั้น มันสุ่มเสี่ยงมากต่อการทุจริตการเลือกตั้งล่วงหน้า
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ประการสุดท้าย ผมดูระยะเวลา นายกรัฐมนตรีประกาศเมื่อครู่ชัดเจนจะนําทูลเกล้าฯ ภายในต้นเดือน เลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน ไม่เกิน ๖๐ วัน บวกเข้าไป ก็ประมาณปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นเดือนกรกฎาคม คํานวณระยะเวลานะครับ เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่ากฎหมายจะอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรเร็วสุด ๒ สัปดาห์ อยู่ในวุฒิสภาเร็วสุด ๒ สัปดาห์เป็น ๑ เดือน ขั้นตอนหลังจากนั้นอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเร็วที่สุด ๒ สัปดาห์ เดือนครึ่งนําทูลเกล้าฯ อันนี้ขั้นตอนแล้วแต่ แต่ว่าผมให้ ๒ สัปดาห์ก็ ๒ เดือน ท่านประธาน ครับ วันนี้วันที่ ๒๓ เดือนมีนาคม ๒๓ เดือนเมษายน ๒๓ เดือนพฤษภาคมเบ็ดเสร็จนะครับ ถ้าสมมุติมีการยุบสภาก่อนอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการถ้าสมมุติอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรทําได้หรือไม่ อย่างไรก็ไม่ได้เพราะหมดไปแล้ว ยกเว้นวุฒิสภา ถ้าอยู่ในชั้น ของวุฒิสภาผมไม่ว่าครับ อาจจะทําได้ เพราะการยุบสภาไม่เกี่ยวกับวุฒิสภาเขายังเป็น สภาแทนสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนั้น ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นแล้วสิ่งที่เป็นห่วง ก็คือว่า เมื่อไม่ทันนะครับ ถ้าไม่ทันผมภาวนาให้ทัน ขั้นตอนที่จะลดได้นี่ศาลรัฐธรรมนูญ และการนําทูลเกล้าฯ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีนําทูลเกล้าฯ ได้เร็วนะครับผมก็คิดว่าระยะเวลา ตรงนั้นน่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเท่าที่ดูก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อย่างรวดเร็ว ทุกฉบับที่เข้าไป ก็น่าจะอยู่ในช่วงที่เป็นไปตามกําหนด แต่ถ้าไม่ทัน กกต. ต้องไปออก ประกาศตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับนี้นะครับที่แนบท้ายมา ความเห็น ผมนะครับผมสนับสนุน กกต. ท่านอย่าได้กริ่งเกรงเลยครับว่าท่านจะถูกฟ้องถูกร้องถึงแม้ว่า ในวรรคท้ายมาตรา ๗ เขียนว่าในกรณีที่ยังไม่สามารถดําเนินการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จ และจะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป วรรคหนึ่งว่าด้วยการตรา กฎหมายครับ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจ ประกาศกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกตั้ง มีอํานาจประกาศหลักเกณฑ์และ วิธีการนะครับให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้บังคับกับการเลือกตั้งนั้น และให้ ข้อกําหนดตามที่ประกาศของ กกต. ใช้บังคับแทนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาในส่วนที่ขัด หรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้ ถึงแม้จะเขียนเฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และได้มาซึ่ง ส.ว. แต่ว่าบรรทัดบนเขียนไว้ว่า หลักเกณฑ์และวิธีการ ในการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นประกาศข้อกําหนดของท่านก็สามารถออกคลุมไปถึงกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และเรื่องของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้แล้วออกเป็นประกาศ ประกาศนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ถือว่าออกตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ คุ้มครองท่านอยู่ผมก็คิดว่าไม่น่าจะกริ่งเกรงอะไร เพราะฉะนั้นให้กําลังใจครับถ้ากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับออกไม่ทันท่านออกประกาศจะได้คืนอํานาจให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยเร็วที่สุดตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีรับปากเอาไว้ ไม่อย่างนั้นด้านโน้นจะบอกว่า กฎหมายเสร็จไม่ทันกรรมการการเลือกตั้งไม่ออกประกาศผมขออนุญาตที่จะยอมเสียสัจจะใน สภาที่จะเลื่อนวันประกาศยุบสภาและเลื่อนวันเลือกตั้ง ผมว่าอย่างนั้นไม่ดีกับประเทศไทย อย่างแน่นอน กราบขอบคุณท่านประธานครับ