สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๐๒ นาําิกา)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ท่านแรก ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง มีเรื่องปัญหา ความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชน

ประเด็นแรก เรื่องของทางหลวงเส้น ๓๓๗๒ ผมได้รับคำร้องเรียนจากท่าน สจ. สิทธิชัย เดโช หรือว่า สจ. เต้ ถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบลภูม่วงพันธุ์ อำเภอสามโก้ กับตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเศษชัยชาญ บริเวณบ้านห้วยอีเขียว ผิวถนนการจราจรนั้น ชำรุดทรุดโทรมมากครับ แล้วก็มีการซ่อมแซมไปหลายครั้งแต่ยังไม่ได้รับงบประมาณในการ ปรับปรุงรื้อผิวถนนใหม่ จึงอยากจะฝากเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคม แขวงทางหลวง ได้จัดสรรงบประมาณมา เพื่อแก้ไขปัญหาและซ่อมผิวถนนให้กับพี่น้องด้วย

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องฝากจากท่าน สส. ภราดร ได้ลงพื้นที่ติดตามที่โรงเรียน วัดสี่ร้อย อำเภอวิเศษชัยชาญครับ โรงเรียนนี้เปึนโรงเรียนขนาดเด็กนักเรียน ๑๐๐ กว่าคน อาคารหลังเดิมนั้นชำรุดทรุดโทรม และทางโรงเรียนก็ได้มีการรื้อถอนอาคารไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ขอรับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารใหม่ในงบประมาณป้ ๒๕๖๘ ผ่านทาง กระทรวงศึกษาธิการ ผ่านทางผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามาเรียบร้อย แต่ว่าน่าเสียดาย ที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในป้ ๒๕๖๘ นี้ จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดในการจัดสรรงบประมาณมา เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้เด็กนักเรียน มีอาคารเรียน ซึ่งตอนนี้เด็กนักเรียนบางส่วนต้องไปเรียนอยู่ใต้ถุนอาคาร อาคารสถานที่ ไม่มีความพร้อมเลย

ประเด็นสุดท้ายครับ ได้ติดตามสถานการณ์เรื่องของน้ำ เรื่องของพายุฝน ที่ตกหนัก ทางภาคเหนือในหลายจังหวัด ซึ่งมวลน้ำเหล่านี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าครับ ก็จะไหลลงมารวมที่แม่น้ำเจ้าพระยา อยากฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งรัดเตรียมแผนการในการรับน้ำเหนือและสถานการณ์ น้ำท่วม ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ด้วย เพราะเมื่อ ๒ ป้ก่อนพื้นที่ในจังหวัดอ่างทองบ้านผม พี่น้องยังระทมไม่หายเลยน้ำเพิ่งจะแห้งไป ป้นี้อยากให้เตรียมการปัองกันเพื่อปัองกันน้ำท่วม ให้กับพี่น้องในหลายจังหวัดในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ที่จังหวัดตราดมีด่านชายแดนหลายด่าน แต่ว่าด่านที่สำคัญ ๆ เลยมี ๓ ด่านด้วยกันเมื่อวัน เวลาที่มันผ่านไปบริบทสังคม แล้วก็ทางเศรษฐกิจก็เปลี่ยนไป

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ผมก็เห็นว่าด่านต่าง ๆ เหล่านี้ควรได้รับ การพัฒนาและยกระดับ เพื่อเพิ่มศักยภาพของการค้าการขาย การลงทุน แล้วก็เรื่องของ การท่องเที่ยว ผมจึงเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานดังต่อไปนี้ครับ ทั้งกระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วก็ทางจังหวัดตราด ได้บูรณาการร่วมกัน ในการทำงานเพื่อที่จะผลักดันยกระดับส่งเสริมด่านดังต่อไปนี้ครับ

๑. ด่านถาวรบ้านหาดเล็กที่อำเภอคลองใหญ่ครับ ขอให้มีการพิจารณา ใน ๒ เรื่องสำคัญ ก็คือการขยายพื้นที่บริเวณหน้าด่าน ซึ่งปัจจุบันนี้มีความคับแคบ แล้วก็การ ส่งสินค้าออกและนำเข้าค่อนข้างที่จะมีมาก

๒. ก็คือให้มีการใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวได้ นี่เปึนเรื่องของด่านถาวรบ้านหาดเล็ก ด่านที่ ๒ ครับ ก็คือด่านบ้านมะม่วงหรือว่าเนิน ๔๐๐ ที่อำเภอบ่อไร่ ซึ่งสถานะตอนนี้ก็เปึน จุดผ่อนปรนทางการค้า ก็อยากให้มีการยกฐานะให้เปึนด่านถาวร ด่านที่ ๓ ก็คือด่านบ้านท่าเส้น ที่ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง สถานะปัจจุบันนี้เปึนช่องทางธรรมชาติ ประชาชน ชาวตราดอยากให้มีการยกระดับขึ้นมาเปึนจุดผ่อนปรนทางการค้าพิเศษ โดยใช้มติของ คณะรัฐมนตรีครับ และ

เรื่องสุดท้าย ท่านประธาน เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับสะพานท่าเรืออเนกประสงค์ คลองใหญ่ ที่อำเภอคลองใหญ่ พี่น้องประชาชนเขาก็อยากให้มีการใช้ประโยชน์ เพราะว่า สร้างมาแล้วด้วยงบประมาณ ๑,๒๙๕ ล้านบาท แต่ว่าสร้างเสร็จมาแล้วเปึน ๑๐ ป้ ก็ยัง ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างใด เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนเขาร้องเรียนมายังผมว่า เขาขอเข้าไปทำกิจกรรมทำประโยชน์ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการไปออกกำลังกาย การไป ตกปลา หรือว่าค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อจุนเจือครอบครัว ผมก็อยากให้หน่วยงานทาง กรมเจ้าท่ารับเรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชนนำเข้าไปพิจารณาด้วย ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านคุณากร มั่นนทีรัย เชิญครับ

นายคุณากร มั่นนทีรัย นนทบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คุณากร มั่นนทีรัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอำเภอบางใหญ่ คนบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

วันนี้ผมขอปรึกษาหารือปัญหาของคน อำเภอบางใหญ่ จำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ปัญหาหมาแมวจรจัดที่ไม่มีเจ้าของ ในพื้นที่ซอยแก้วอิน ตำบล บางแม่นาง ซอยวัดบางเลน ตำบลบางเลน พบหมา แมวจรจัดอยู่เปึนจำนวนมาก และมี แนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงขอฝากเทศบาลเมืองบางแม่นาง และเทศบาลตำบลบางเลน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ช่วยกันทำหมันหมา แมวเชิงรุก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหมา แมวจรจัดเพิ่มขึ้นและช่วยลดปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ได้ด้วย

เรื่องที่ ๒ มีปัญหาเสาไฟฟัาเอียงบริเวณคลองอ้อมนนทบุรี ตามภาพที่เห็น ในตำบลบางเลน ซึ่งทีมงานของผมได้มีการลงพื้นที่สำรวจพบว่าเสาไฟฟัาเอียงมากตามที่ เห็นเลย เกิดจากโครงการหมู่บ้านมาก่อสร้างทำรั้วกำแพงติดกับคลองและดันดินที่ถมไว้ลงมา ในคลอง ทำให้ดินมาดันเสาไฟฟัาจนเอียง ถ้าดูจากภาพอันตรายมาก คลองนี้เปึนคลอง สาธารณะ มีประชาชนใช้เรือสัญจรไปมา ปัจจุบันพบว่ามีการนำเสาไฟฟัาออกแล้ว อย่างไร ก็ตามก็ขอฝากให้เทศบาลตำบลบางเลนช่วยตรวจสอบเพื่อแก้ไขเรื่องเสาไฟฟัาเอียงโดยด่วน มิเช่นนั้นอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตกับประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้สัญจรได้

เรื่องที่ ๓ ปัญหาการทำบัตรประชาชน เนื่องจากประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่า เทศบาลตำบลบางเลนไม่สามารถทำบัตรประชาชนได้ ทางทีมงานได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เทศบาลตำบลบางเลนยังไม่มีสำนักการบริหารทะเบียน จึงทำให้ประชาชนในเขตตำบล บางเลนนั้นไม่สามารถได้รับความสะดวกในการบริการทำบัตรประชาชนหรืองานทะเบียนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงขอฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยช่วยดูแลด้วย

ทั้ง ๓ ปัญหาฝากท่านประธานสภาไปยังเทศบาลเมืองบางแม่นาง เทศบาลตำบล บางเลน และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาได้พิจารณาตรวจสอบและแก้ไขให้ด้วยครับ ผม คุณากร มั่นนทีรัย ทนายไวท์ คนบางใหญ่ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ เชิญครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

ท่านประธานที่เคารพครับ คำพังเพย ที่บอกว่า ฝนตกไม่ทั่วฟัานั้นมีอยู่จริง วันนี้เราดูหลายพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนนั้น ฝนตกน้ำท่วม แต่ภาคอีสานใต้ฝนแล้ง จะเปึนจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ มาถึง ณ วันนี้น้ำไม่เพียงพอต่อการทำนา สร้างความเดือดร้อนให้กับบรรดาพี่น้องชาวไร่ ชาวนาเปึนอย่างยิ่ง ต้องร้องขอไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมฝนหลวง ได้จัดทำฝนหลวงให้กับพี่น้องชาวนาใน ๓-๔ จังหวัดนี้ด้วยจะเปึนพระคุณ อย่างสูง

ประการที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนมาจากผู้ปกครองที่มีลูกหลาน ยังอยู่ในวัย ศึกษาเล่าเรียน ตั้งแต่ประถมศึกษาไปถึงอุดมศึกษา นั่นก็คือการระบาดของบุหรี่ไฟฟัา วันนี้แพร่กระจายไปถึงโรงเรียนประถมแล้ว ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำอะไรอยู่ ต้องฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้ง ๆ ที่เปึนของผิดกฎหมายแต่มีจำหน่ายในท้องตลาด ถามว่าตำรวจรู้ไหมที่ไหนมีบุหรี่ไฟฟัาขาย รู้ เข้าไปตรวจรับซองแล้วก็กลับ เพราะฉะนั้นฝากเรื่องนี้ เพราะบุหรี่ไฟฟัานั้นมีผลกระทบ ต่อสุขภาพเปึนอย่างสูง ไม่ว่าจะในด้านของระบบการหายใจ ระบบหลอดเลือดและหัวใจ ระบบประสาทและสมอง รวมถึงระบบทางเดินอาหารด้วย ถือว่าเปึนภัยร้ายแรงที่กำลัง คุกคามสังคม เยาวชน และสังคมไทยอยู่ในปัจจุบัน ขอให้ทางรัฐบาลได้สั่งการให้มีการ เข้มงวด กวดขันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟัา ซึ่งเปึนภัยอย่างร้ายแรงในขณะนี้ให้หมดสิ้นไปด้วย ขอบพระคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ฝากท่านสนองช่วยดูกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการ ควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟัาด้วย เขากำลังจะสรุปว่าตกลงจะให้มีหรือไม่ให้มี ช่วยไปดูหน่อย ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

เรียนประธานที่เคารพครับ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามนคนขอนแก่น เขต ๓ พรรคประชาชนครับ ขออนุญาตนำเรียนปรึกษาปัญหาในพื้นที่ท่านประธานครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องที่อยู่ในเขตเทศบาล ตำบลซำสูง อำเภอซำสูง และพี่น้องที่อยู่ในเขต อบต. ดูนสาด อำเภอกระนวน ปัญหาเกี่ยวกับน้ำประปาไม่ไหลต่อเนื่องมาหลายวัน สาเหตุเกิดจากท่อ ที่ใช้สูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบชำรุดเสียหาย แล้วทั้ง ๒ อปท. ก็ขาดแคลนงบประมาณในการ ซ่อมบำรุง จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานครับ ไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นครับ พิจารณางบอุดหนุนในการซ่อมแซมให้กับทาง ๒ อปท. ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ถนนทางหลวง ๒๓๒๒ เส้นจากอำเภอกระนวน ไปยังอำเภอท่าคันโท ผมเคยได้นำเรียนปรึกษาปัญหานี้กับทางสภาไปแล้ว เรื่องให้มีการ ขยายไหล่ทาง และ ณ ปัจจุบันก็กำลังมีการดำเนินการอยู่ แต่จากการสำรวจแผนพบว่า ช่วงกิโลเมตรที่ ๙๕ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๐๓ ยังไม่มีแผนในการดำเนินการ จึงขออนุญาตนำเรียน ฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวง พิจารณาดำเนินการในช่วงที่เหลือด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน ถนนทางหลวง ๒๐๓๙ เส้นอำเภอน้ำพอง อำเภอกระนวน เคยนำเรียนปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการขยายเปึน ๔ ช่องจราจร และ ณ ปัจจุบันนี้ก็กำลังมีการดำเนินการอยู่ แต่จากการสำรวจแผน พบว่าช่วงจากตัวเมือง อำเภอกระนวนไปยังโรงเรียนชุมชนน้ำอ้อม ยังไม่มีแผนในการขยายเปึน ๔ ช่องจราจร จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงพิจารณาดำเนินการในช่วงที่เหลือด้วย ระยะทางอีกประมาณ ๕ กิโลเมตรเศษเท่านั้น

เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ อยากให้มีการติดตั้งสะพานลอยครับ บริเวณ หน้าโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม เนื่องจากเปึนโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ มีเด็กนักเรียน เปึนจำนวนมากครับ ช่วงเช้าและช่วงเย็นที่มารับและมาส่งเด็กนักเรียน การจราจรค่อนข้าง จะแออัด จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังหมวดทางหลวงกระนวน และแขวง ทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ พิจารณาดำเนินการด้วย

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ อยากให้มีการติดตั้งไฟส่องสว่าง ถนน ขก. ๔๐๐๗ พิกัดจากบ้านคอกคีไปถึงสามแยกบ้านดงเย็น ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพองครับ เนื่องจากพิกัดดังกล่าวมีมิจฉาชีพ นำเส้นลวดมาขึงบริเวณกลางถนน สร้างความหวาดกลัว ให้กับพี่น้องประชาชน จึงขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังหมวดบำรุงทางหลวง ชนบทน้ำพอง ให้ช่วยดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างในช่วงดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจำลอง ภูนวนทา เชิญครับ

นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จำลอง ภูนวนทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ห้วยเม็ก หนองกุงศรี ท่าคันโท สืบเนื่องจากปัญหาที่ผมลงสัมผัสในพื้นที่ครับ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอภาพหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ ภาพที่ผมนำเสนอ ท่านประธานนี่ก็คือไม่มีไหล่ทาง เปึนถนนที่ลำบากมาก เนื่องจากไม่มีช่องให้ อันนี้อีกเส้นหนึ่ง อันนี้ ๒๐๐๙ ก็มีไหล่ทาง ผมเคยกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ขอให้ขยายถนน ขยายไหล่ทาง เพื่อเปึนการปัองกันอุบัติเหตุปัองกันชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชน

ท่านประธานครับ ภาพต่อไปนี่คือน้ำท่วมแทบไม่น่าเชื่อ บ้านผมอยู่ท้ายเขื่อน แต่ว่ามีน้ำท่วม มูลเหตุเกิดจากการที่ อปท. เทศบาลหนองหิน โดยท่านสมศักดิ์ สายแสน ได้รับคำยืนยันจากกรมทางหลวงว่าจะมีงบประมาณมาขยายถนนให้กับทางเทศบาล จำนวน งบประมาณไม่ถึง ๒๐ ล้านบาทครับท่านประธาน แล้วให้ทางเทศบาลหรือทางท้องถิ่น Clear พื้นที่ เขาก็ Clear แล้ว พอ Clear เสร็จ เอาท่อระบายน้ำออกไม่มีช่องทางให้น้ำมันไหลไป ก็เกิดอย่างที่ท่านประธานเห็นในภาพ น้ำท่วมชาวบ้านสัญจรไปมาลำบาก เพราะฉะนั้น จึงฝากไปยังกรมทางหลวงว่างบประมาณแค่ไม่ถึง ๒๐ ล้านบาท เพื่อเปึนการบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็สมควรที่จะเยียวยา สมควรที่จะเร่งดำเนินการถนนเส้นนี้ ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อปัองกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังในภาพ เพื่อเปึนการบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนท่านประธานครับ จึงฝากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้มีอำนาจ รับผิดชอบ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เชิญครับ

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุด ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากอดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชนค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ปัญหาแรก ที่ดิฉัน จะนำเรียนปรึกษากับท่านประธานนะคะ เกี่ยวข้องกับการจราจร ก็คือเรื่องของปัายรถเมล์ ท่านประธานคะ โรงเรียนบางชันปกติจะมีคุณครู มีนักเรียน แล้วก็มีผู้ปกครองใช้โดยสาร จำนวนมาก แต่ว่าจุดตรงนี้ไม่มีปัายรถเมล์ทำให้เกิดความไม่สะดวกกับพี่น้องประชาชนใน พื้นที่ของดิฉัน

ปัญหาที่ ๒ ก็คือเรื่องของปัายรถเมล์เหมือนกันค่ะท่านประธาน แต่เมื่อก่อนนี้ ช่วงที่ทำ Footpath ใหม่ ๆ เขตของดิฉันปัายรถเมล์บางจุดนี้ยังมีอยู่ แต่เมื่อมีการทำ Footpath ก็มีการชำรุดสูญหายไป ทีนี้เมื่อเราทำ Footpath ใหม่สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ดิฉันก็ฝากท่านประธานทวงคืน Footpath ถนนเส้นพระยาสุเรนทร์ให้กับประชาชน คนคลองสามวาของดิฉันด้วย

ส่วนปัญหาสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันเคยปรึกษาหารือไปแล้ว เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ป้ที่ผ่านมาถึงปัญหาแรงงานข้ามชาติ แล้วก็แรงงานพลัดถิ่น บริเวณสุเหร่า คลองหนึ่ง เขตคลองสามวาค่ะท่านประธาน แล้วก็ได้อธิบายถึงความสำคัญว่าเปึนเรื่อง เร่งด่วนเพียงใดที่พวกเราต้องเร่งทำการแก้ไข และใช้กลไกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นะคะ แก้ไขมันอย่างจริงจัง ดิฉันได้รับคำตอบจากกระทรวงแรงงานมาแล้ว แต่ดิฉันยังไม่เห็น ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาจากกระทรวงแรงงานมากพอเลย ตอบมาเปึนแต่เพียงแค่ ระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการออกใบอนุญาต การตรวจสอบการทำงานสถานประกอบการ ต่าง ๆ การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว แต่ยังขาดในส่วนของการพัฒนาทักษะตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมแรงงาน และผลักให้การ Upskill Reskill ของลูกจ้างแรงงานคนไทยกลายเปึนความ รับผิดชอบของนายจ้างเท่านั้น ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา ชีวิตแรงงานตลาดกีบหมูไม่เคยเปลี่ยนเลยค่ะ ท่านประธาน แล้วสิ่งนี้มันฉุดรั้งทั้งเศรษฐกิจของคนไทย ฉุดรั้งและทำให้แรงงานเหล่านี้ก็มี เรื่องกระทบกระทั่งกับประชาชนในพื้นที่ตลอดมา ดิฉันฝากกลไกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เพื่อที่เราจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ฝากให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับปัญหาแรงงาน ใส่ใจกับ คุณภาพชีวิตของคนทุกชนชาติ ไม่ว่าจะเปึนชั้นนายทุนหรือว่าชนชั้นแรงงาน เวลาของดิฉัน หมดแล้ว อย่างไรฝากท่านประธานนำเรื่องของแรงงานประเทศไทยไปแก้ไขอย่างจริงจังด้วย ขอบคุณมากค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาธิต ทวีผล เชิญครับ

นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้ครับ

เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณสันติ พิมพา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๘ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

คือหมู่บ้านหลุมข้าวนี้ครับท่านประธาน จะมี คลองลำมะเร็ง ซึ่งมีความยาวประมาณ ๑ กิโลเมตร มีลักษณะที่เปึนคอขวด และมีขนาด ที่เล็ก จึงทำให้เมื่อถึงฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลากน้ำในคลองนั้นท่วม แล้วก็ล้นข้ามถนนมา ทำให้ ท่วมทุ่ง ซึ่งเปึนพื้นที่ทำการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรบ้านหลุมข้าว ความเสียหายอยู่ที่ ประมาณ ๑,๕๐๐ ไร่ครับท่านประธาน ผมขอฝากปัญหานี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

เรื่องต่อมา ขอให้มีการตีเส้นจราจรที่แบ่งสัดส่วนในการจอดรถจักรยานยนต์ สำหรับรอสัญญาณไฟจราจรที่ชัดเจน ในจุดของบริเวณแยกนิคมสร้างตนเอง และแยกบัวหลวง ขอฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ ชาวบ้านพี่น้องประชาชนนั้นฝากถามมาว่า ขณะนี้ในจังหวัดลพบุรีมีการทำถนนในหลายเส้นทางครับ ซึ่งบางเส้นนั้นก็ยังไม่ได้ชำรุด ทรุดโทรมขนาดที่จะต้องทำใหม่ ดังนั้นพี่น้องประชาชนจึงเกิดคำถามว่า ในเส้นที่ยังไม่ได้รับ การพัฒนา ทำไมถึงไม่เอางบประมาณไปพัฒนาในจุดตรงนั้น เอามาพัฒนาในจุดที่มันยัง ใช้การได้อยู่ ซึ่งดูจากหลายเส้นแล้ว ดูจากสายตาเปล่าก็ยังไม่ได้ชำรุดทรุดโทรมขนาดที่ จะต้องลงทุนกับถนนเส้นเหล่านั้นครับท่านประธาน จึงขอฝากปัญหานี้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เกี่ยวข้องได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านซาการียา สะอิ เชิญครับ

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ประกอบไปด้วยอำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ จำนวน ๓ เรื่อง

เรื่องแรก เปึนเรื่องร้องเรียนมาจาก นายอับดุลเลาะ สือแม นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เปึนเรื่องเกี่ยวกับการขยายเขต พื้นที่ไฟฟัาที่ไม่มีไฟฟัาใช้มาหลายสิบป้แล้ว ที่บ้านไอร์ลาตา หมู่ที่ ๕ ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งในพื้นที่มีบ้านเรือนประมาณ ๑๐๐ หลัง และมีแนวทาง ถนนไปยังหมู่บ้าน ซึ่งเปึนถนนไอร์โซนาแบ โดยมีระยะทางห่างจากถนนใหญ่ประมาณ ๗ กิโลเมตร และเมื่อสอบถามไปยังการไฟฟัาได้คำตอบว่างบประมาณมีอยู่แล้ว สามารถทำได้ แต่ติดเขตป์า ฝากท่านประธานไปยังกรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งอนุมัติ เนื่องจากทาง อบต. ทางอำเภอได้ส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์การใช้พื้นที่ไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องที่ ๒ จะเปึนเรื่องไฟฟัาที่ขอขยายเขตในพื้นที่ฮูลูกูนุง บ้านกาแย หมู่ที่ ๕ ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเปึนพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟัาใช้มาประมาณ ๓๐ ป้แล้ว ตอนนี้ทางการไฟฟัาได้อนุมัติงบประมาณแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณทางการไฟฟัาส่วนภูมิภาค ทางกระทรวงมหาดไทยที่ได้อนุมัติงบประมาณ แต่การดำเนินการยังล่าช้าอยู่ ฝากท่านประธาน ไปยังการไฟฟัาส่วนภูมิภาค ช่วยเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว ตอนนี้ชาวบ้านดีใจมาก เดินมา จับมือผมแล้วบอกว่าซื้อตู้เย็นไว้แล้ว รอไฟฟัาเข้าในชุมชนเท่านั้น

เรื่องสุดท้าย เปึนเรื่องที่ผมเคยหารือกับท่านประธานมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ยัง ไม่ได้รับการเยียวยา หรือว่าแก้ไขปัญหาก็คือเรื่องการจัดตั้งธนาคารในเขตอำเภอจะแนะ ซึ่งมีประชากรประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน โดยธนาคารที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปจากพื้นที่ ๒๕ กิโลเมตรเลย ทำให้เกิดความยากลำบากกับคนในพื้นที่ ฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการจัดตั้งธนาคาร ถ้าเปึนไปได้ ชาวบ้านขอ ธ.ก.ส. จะได้ง่าย ซึ่งทางอำเภอได้เตรียมพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกและ ความปลอดภัยให้กับทางประชาชน ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ เชิญครับ

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง สมุทรปราการ ตำบลปากน้ำ ท้ายบ้าน บางเมือง บางโปรง บางด้วน พรรคประชาชน วันนี้ ดิฉันมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกนะคะ สไลด์ขึ้นได้เลยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ปัญหายกท่อ รอถนน คนก็ล้ม รถก็ยางแตก เปึนผลกระทบที่เกิดจากการปรับปรุงผิวจราจรถนนอักษรลักษณ์ ๒ และ ๔ เพราะมีการยกขอบท่อระบายน้ำขึ้นสูงเตรียมรอการปูถนน แต่หน่วยงานยังไม่รีบจัดการให้ แล้วเสร็จ ส่งผลให้พี่น้องชาวชุมชนอยู่สุขได้รับผลกระทบหนักมาก สัญจรผ่านไปผ่านมาต้อง คอยหลบคอยระวัง เปึนอันตรายต่อทั้งรถยนต์ที่เลนบีบแคบลง รถจักรยานยนต์ที่อาจล้ม ยางแตกได้ง่าย ๆ รวมถึงคนเดินเท้า ทีมงานดิฉันเข้าพื้นที่ไปดูปัญหาตั้งแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมาเปึนจำนวนมาก ฝากท่านประธานผ่าน ไปยังทางเทศบาลนครสมุทรปราการให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทุกคน

ปัญหาที่ ๒ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อการปฏิรูป รถโดยสารเดินทางสาธารณะในกรุงเทพมหานครและเส้นทางต่อเนื่องในเขตปริมณฑล โดยเฉพาะสมุทรปราการที่มีการยกเลิกการเดินรถเมล์ ขสมก. ๔๙ สาย แล้วส่งต่อให้ บริษัทเอกชนเดินรถแทน ๑๐๗ เส้นทาง นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคมที่จะถึงนี้เปึนต้นไป ตามมติกรมการขนส่งทางบก ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการรถเมล์กว่า ๕๐๐,๐๐๐ คนต่อวัน สร้างความเดือดร้อนต่อการใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนอย่างมาก เนื่องจากมีการ ปรับปรุงเส้นทางการเดินรถ เปลี่ยนเส้นทางย่นระยะทางให้สั้นลง กว่าจะถึงที่หมายหลายคน ต้องต่อรถหลายคัน บางเส้นทางจากที่เคยมีผ่าน หลังปฏิรูปใหม่ก็จะไม่มีผ่านแล้ว ทำให้ต้อง จ่ายค่าเดินทางเพิ่มมากขึ้น จากแต่ก่อนเคยนั่ง ๘ บาทไปได้สุดสาย กลายเปึนต้องมาจ่ายถึง ๒๕ บาท เศรษฐกิจก็ฝ๋ดเคืองอยู่แล้วนี่เปึนการซ้ำเติมประชาชน จากการสร้างภาระทาง ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเปึนให้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว อีกทั้งยังมีปัญหาการรอรถที่นานทำให้ ไม่สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชื่อสายรถเมล์ที่เปลี่ยนใหม่ก็สร้าง ความสับสนอย่างหนัก นักเรียน นักศึกษา คนทำงานหาเช้ากินค่ำ ผู้สูงอายุเดือดร้อนกัน ถ้วนหน้า ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมการขนส่งทางบกให้ทบทวนแนวทางการปฏิรูป รถเมล์ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่านี้ ยืดระยะเวลาการเดินรถเส้นทางเดิม ให้ประชาชนได้ปรับตัว ลดผลกระทบที่จะมีผลกระทบทางลบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ฟังประชาชนให้มากขึ้น เพราะการเดินรถประจำทางเปึนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐต้อง จัดให้เปึนสวัสดิการ ให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม และถ้าหากท่านมีความ ตั้งใจที่จะปฏิรูป ท่านต้องทำให้ดีกว่าเดิม ไม่ใช่พังกว่าเดิม ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เชิญครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ผมขอหารือกับ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดังต่อไปนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ตามที่กระทรวงคมนาคม มีนโยบายที่จะพัฒนาท่าเรือบกขึ้นในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ๔ แห่ง ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา นครราชสีมา ขอนแก่น และนครสวรรค์ เพื่อเปึนการลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้า ลดความแออัด ของท่าเรือแหลมฉบัง และเปึนการสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าของประเทศให้มี ประสิทธิภาพ รวมทั้งเปึนกลไกที่จะเอื้อต่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อผลักดัน ให้ประเทศไทยของเราเปึนศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคในกลุ่มประเทศ CLMV นั้น ก็ถือว่า เปึนการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าจังหวัด นครราชสีมาหรือโคราช เปึนพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดแห่งหนึ่งที่จะสร้างท่าเรือบก เพราะโคราชมีศักยภาพและความพร้อมที่จะเปึนศูนย์กลางของภาคอีสานตอนล่างใน หลาย ๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง ทั้งทางถนนและทางราง ที่เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครและท่าเรือแหลมฉบังไปสู่โคราชและภาคอีสาน แล้วยังสามารถ เชื่อมโยงไปถึง สปป. ลาว และจีนตอนใต้ในอนาคต นอกจากนั้นโคราชยังมีจุดแข็งที่สำคัญ คือ เปึนพื้นที่ที่มีสินค้าการเกษตรเพื่อการส่งออก ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และน้ำตาล รวมทั้งโคราชยังเปึนที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นการขนส่งภายในประเทศอีกด้วย ดังจะเห็นได้ว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าส่งออกของภาคอีสาน ที่มาจากภาคอีสานตอนล่าง ท่านประธานที่เคารพ จากการสำรวจพื้นที่เบื้องต้นของ สนข. และการท่าเรือแห่งประเทศไทย รวมทั้งสถาบันเครือข่ายโลจิสติกส์และการขนส่งจังหวัดนครราชสีมาในป้ ๒๕๖๑ ต่อเนื่อง ไปจนถึงป้ ๒๕๖๕ พบว่า มีพื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่จะสร้างท่าเรือบกได้อยู่ ๒ แห่ง ได้แก่ ตำบลกุดจิก อำเภอสูงเนิน และบริเวณสถานีรถไฟบ้านกระโดน ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจแต่อย่างใดเลย ว่าการท่าเรือแห่งประเทศไทยจะเลือกพื้นที่ใดเปึนทำเลที่ตั้งของท่าเรือบกโคราช ดังนั้น ท่านประธานครับ ผมจึงขอฝากไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่าเรือ แห่งประเทศไทย ได้โปรดเร่งรัดพิจารณาดำเนินการตัดสินใจว่าจะเลือกพื้นที่ใดเปึนทำเลที่ตั้ง ของท่าเรือบก เพื่อให้การพัฒนาท่าเรือบกโคราชเกิดขึ้นอย่างเปึนรูปธรรมในเวลาอันควร และสามารถรองรับต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคมขนส่ง และการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเหมาะสม ทันต่อเหตุการณ์อย่างไร้รอยต่อ ต่อไปด้วย ขอบคุณมากท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเซีย จำปาทอง เชิญครับ

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ผมได้รับแจ้งปัญหาจากพี่น้องแรงงานนำมาหารือกับท่านประธานครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เรื่องแรกลูกจ้างบริษัท คริสตัล เท็กซ์ไทล์ อินดัสตรีส์ จำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ถูกนายจ้าง ลูกจ้าง จำนวน ๑๒ คน โดยไม่ยอมจ่ายเงินค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม ลูกจ้างได้เดินทางไปที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขียนคำร้อง พนักงาน ตรวจแรงงานออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายเงินชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้ลูกจ้าง แต่ว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้วลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง มีความเดือดร้อนมาก ยังไม่ได้รับเงินตามที่พนักงานตรวจแรงงานได้ออกคำสั่ง ผมจึงขอฝาก ท่านประธานประสานไปยังกระทรวงแรงงานให้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของลูกจ้างอย่างเร่งด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน สหภาพคนทำงานฝากติดตาม ผ่านผมมา ปัญหากรณีลูกจ้างบริษัท บอดี้ แฟชั่น จำกัด บริษัท แอลฟ์า สป่นนิ่ง จำกัด บริษัท เอเอ็มซี สป่นนิ่ง จำกัด ถูกนายจ้างเลิกจ้างไม่จ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย เช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานรับปากว่าจะนำเรื่อง ปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์ลูกจ้าง เข้าที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อให้พิจารณาปรับเพิ่มเงินและนำมาจ่ายให้ลูกจ้าง คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ประชุมมา ๒ ครั้งแล้วก็ยังไม่มีการพิจารณาอนุมัติเงินจ่ายให้ลูกจ้างแต่อย่างใด จึงขอฝาก ท่านประธานประสานไปยังกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการตามที่ รับปากกับพี่น้องแรงงานด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ฝนตกน้ำท่วมถนนแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่วมทุกครั้งที่ฝนตกหนักครับ พี่น้องประชาชน นักเรียนนักศึกษา พี่น้องแรงงานที่เดินทาง ไปทำงานเดือดร้อนมาก เพราะรถติดยาวครับ ฝนตกน้ำท่วม ขอให้ท่านประธานประสาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาฝนตกน้ำท่วมที่ถนนแพรกษาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เวลาหารือ เราจะระบุว่าหน่วยงานไหน ถ้าเกิดว่าให้ประธานไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประธานก็ไม่รู้ไปถามใคร ในรายละเอียดขอให้ท่านระบุตรงเขียนเอกสารว่าหน่วยงานไหน เปึนเจ้าภาพไปสืบมาก่อน

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

จริง ๆ แล้วผมได้แจ้งว่ากระทรวง แรงงานครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวเขาประสานที่กระทรวงแรงงานนะครับ

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ครับผม เพราะว่าปัญหาของ คนงานต้องประสานกับกระทรวงแรงงานครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปัญหาของคนงาน หรือปัญหาของถนน หรือปัญหาน้ำท่วม

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ทั้ง ๒ เรื่องครับท่านประธาน ส่วนเรื่องน้ำท่วมก็ประสานที่ทางพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องระบุเขาจะได้ทำหนังสือไปได้ถูกต้อง ถ้าเราไม่ระบุมาเดี๋ยวหนังสือกลับไปกลับมา ต่อไป ท่านสังคม แดงโชติ เชิญครับ

นายสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่มานำเรียนต่อ ท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกครับ ผมได้รับการร้องเรียนมาจากองค์การบริหารส่วนตำบล สามร้อยยอดที่เปึนปัญหาของชาวบ้าน หมู่ที่ ๘ บ้านบางปู ตำบลสามร้อยยอด จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ครับ ซึ่งมีชาวบ้านกว่า ๑๐๙ ราย ที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน น.ส. ๓ ก. และโฉนดที่ดิน แต่ไม่สามารถใช้เปึนหลักทรัพย์ได้ครับ เนื่องจากที่ดินดังกล่าว ได้ทับซ้อนกับเขตป์าไม้ถาวร ซึ่งชาวบ้านได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดต่อกันมาหลายสิบป้แล้วครับ ท่านประธาน ทำให้พวกเขาได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ และมีปัญหากับ แนวเขตอุทยานสามร้อยยอดอยู่เรื่อยมาครับ และยังมีปัญหาลักษณะเดียวกันที่บ้านเกาะไผ่ ตำบลไร่ใหม่ และพื้นที่ทับซ้อนของตำบลดอนยายหนู ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรีด้วยครับ ท่านประธาน ปัญหานี้มีการร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อป้ ๒๕๖๑ แต่ยัง ไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนมาก เนื่องจากไม่มีหลักค้ำประกันความมั่นคง ของชีวิต ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ปัญหา ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขท่านประธาน ผมจึงนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยเร่งรัดแก้ไขดำเนินการปัญหาดังกล่าวด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ปัญหาแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำหุบผึ้ง หมู่ที่ ๓ บ้านหนองขาม ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันนี้กรมชลประทานได้ถ่ายโอนให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหลักแล้ว ซึ่งมีความจุกักเก็บน้ำเพียง ๑๘๔,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร เท่านั้น ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ไม่เพียงพอแก่ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ในปัจจุบันขาดแคลนน้ำที่จะนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภค รวมถึงภาคการเกษตรอย่างมาก และจากการศึกษาพบว่าอ่างเก็บน้ำดังกล่าวนี้ยังสามารถเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำได้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร โดยจะต้องดำเนินการขยายพื้นที่ไปอีก ๒,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วต้อง เพิ่มความสูงของสันฝาย แต่เนื่องจากงบประมาณของท้องถิ่น ไม่เพียงพอผมเลยอยากหารือ เรื่องการถ่ายโอนอ่างเก็บน้ำดังกล่าวนี้ เพื่อขอปรับปรุงพื้นที่กักเก็บน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม และสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาให้กับพี่น้องในเขตเทศบาลเมือง ประจวบคีรีขันธ์ ตำบลเกาะหลัก เทศบาลตำบลคลองวาฬ รวมทั้งหมด ๓ ตำบลท่านประธาน ผมจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วย เร่งรัดพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ

นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาขุดลอกห้วยกุดจงตอนล่าง ของตำบลสำโรงปราสาท อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ ดิฉันเคยนำเรื่อง การร้องเรียนจากราษฎรบ้านขนวน หมู่ ๕ ตำบลสำโรงปราสาท อำเภอปรางค์กู่ หารือต่อ ท่านประธานแล้วนะคะ เพื่อให้กรมชลประทานแก้ปัญหาลำห้วยดังกล่าวซึ่งตื้นเขินแล้วก็มี วัชพืชเต็มไปหมดเลย แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ปัจจุบันแหล่งน้ำและลำห้วยต่าง ๆ ก็จะ เห็นตามรูปภาพมีวัชพืชเต็มไปหมด ซึ่งทำให้ห้วยนี้ไม่สามารถใช้การได้ในช่วงฤดูฝน ก็จะเกิด น้ำท่วม ช่วงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำใช้ ห้วยกุดจงก็ครอบคลุม ๒ ตำบล คือ ๑. ตำบลสำโรงปราสาท มี ๑๗ หมู่บ้าน ๑,๕๖๐ ครัวเรือน และมีประชาชน ๖,๖๖๕ คน ๒. ตำบลหนองเชียงทูน มี ๕ หมู่บ้าน ๕๘๐ ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด ๒,๑๘๒ คน รวมทั้งสิ้น ๘,๘๔๗ คน ขณะนี้ ดิฉันก็ได้ประสานไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้มีการบูรณาการในการแก้ปัญหาขุดลอก ห้วยนี้ ก็ได้มีหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๕๓ ทหารพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ ก็ลงพื้นที่ได้เข้าไป ช่วยสำรวจก็นับว่าเปึนข่าวที่น่ายินดีเปึนอย่างยิ่งของชาวอำเภอปรางค์กู่ เพราะว่าปัญหานี้ ก็ได้ถูกละเลยมาหลายสิบป้แล้ว ประชาชนก็มีความคาดหวัง แล้วก็ต้องการความช่วยเหลือ จากหน่วยทหารจริง ๆ แต่โครงการนี้ก็จะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีงบประมาณในการช่วยเหลือ ประชาชน ก็ขออนุเคราะห์งบประมาณจากกระทรวงกลาโหมให้เข้ามาช่วยราษฎรในอำเภอ ปรางค์กู่ด้วย ความคาดหวังของประชาชนมีมาก เพราะว่าความเดือดร้อนมันมาเปึนระยะ เวลานานมาก ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงกลาโหม ได้โปรดเข้ามา ช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านในเขตอำเภอปรางค์กู่ด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุภาพร สลับศรี

นางสุภาพร สลับศรี ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน สุภาพร สลับศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ยโสธร เขต ๑ ยโสธรเมืองบั้งไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

วันนี้ดิฉันขอหารือเกี่ยวกับปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้สะท้อนผ่านมายังตัวดิฉันจำนวน ๑ เรื่อง นั่นก็คือการเพิ่ม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนพ่อแก่ แม่เฒ่าในพื้นที่ ท่านทั้งหลายขอบคุณรัฐบาลที่มีเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเบี้ยยังชีพนี้ก็พอได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หลายท่านหลายคนมีอายุมากไม่สามารถ ประกอบอาชีพได้ ก็พอที่จะมีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนี่ละค่ะท่านประธานที่จะลดรายจ่ายได้บ้าง ในยามยากลำบาก ย้อนหลังไปประมาณ ๑๐ ป้ที่ผ่านมา เรามีจำนวนผู้สูงอายุ ๑๐ ล้านกว่าคน คิดเปึนร้อยละ ๑๔ ของจำนวนประชากรทั้งหมด แต่มาวันนี้ท่านประธาน เรามีจำนวน ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ๑๓-๑๔ ล้านคน คิดเปึนร้อยละ ๒๐ ของจำนวนประชากรทั้งหมด เห็นได้ว่า ในปัจจุบันผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มสูงมากยิ่งอย่างต่อเนื่อง ครั้นจะพึ่งพาลูกหลานก็ค่อนข้าง ยากลำบาก เนื่องจากเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ค่อยสู้ดีนัก สินค้าอุปโภคบริโภคก็ถีบตัว ราคาสูงขึ้น ท่านประธาน ณ ปัจจุบันอัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเปึนแบบขั้นบันได อายุ ๖๐-๖๙ ป้ ได้เดือนละ ๖๐๐ บาท อายุ ๗๐-๗๙ ป้ ได้เดือนละ ๗๐๐ บาท อายุ ๘๐-๘๙ ป้ ได้เดือนละ ๘๐๐ บาท กว่าจะได้ ๑,๐๐๐ บาท ต้องอายุ ๙๐ ป้ขึ้นไป ท่านประธานคะเห็น ตัวเลขแล้วหลายคนก็ไม่สบายใจ เหตุที่ไม่สบายใจก็เพราะว่าหลายคนไม่มีเงินเก็บ หรือเงินออม มากมายที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ลำพังเบี้ยยังชีพเดือนละ ๖๐๐-๑,๐๐๐ บาท เฉลี่ยตก วันละ ๒๐ บาท ถึง ๓๐ บาท ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายอย่าง แน่นอน ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โปรดพิจารณาเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ในปัจจุบัน หรือการจ้างงานผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพสามารถทำงานได้ รวมถึง การผลักดันกองทุนผู้สูงอายุที่มีนโยบายของรัฐบาลให้เปึนรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อผู้สูงอายุ จะได้อยู่อย่างมีความสุขและมีคุณภาพ

สุดท้ายค่ะท่านประธานอีกนิดหนึ่ง ดิฉันก็อยากจะฝากบอกพี่น้องชาว จังหวัดยโสธร เมืองบั้งไฟโก้ของดิฉันว่า ดิฉันจะทำหน้าที่ที่พี่น้องมอบหมายมาให้ดีที่สุด กราบขอบพระคุณท่านประธานมากค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ เชิญครับ

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคประชาชน ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ ผมพบว่า มีการก่อสร้างอาคารหรือระบบสาธารณูปโภคในจังหวัดภูเก็ต โดยที่ไม่ได้มีการคำนึงถึงความ ปลอดภัยของคนเดินเท้า หรือไม่มีแนวป่ดกั้นระหว่างทางเท้ากับบริเวณก่อสร้าง หรือไม่มี แม้กระทั่งหลังคากันของหล่นใส่ผู้ที่ใช้ทางเท้า หรือแม้กระทั่งมีการยึดพื้นที่ทางเท้าและ ที่จอดรถบนถนนสาธารณะไปใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเองในระหว่างที่มีการก่อสร้าง ท่านประธาน เหตุที่ทำแบบนี้ได้เพราะอะไร ก็เพราะว่าเราไม่มีกฎหมายออกมาดูแลในเรื่อง เหล่านี้ จะต้องรอให้คนเดินเท้าถูกรถชน จะต้องรอให้คนเดินตกท่อเสียชีวิตไปอีกกี่ราย หน่วยงานรัฐจึงจะออกมาล้อมคอกในเรื่องนี้

ขอสไลด์แผ่นที่ ๒ ภาพนี้มาจากต่างประเทศ มันคือสิ่งที่ควรจะมีจะเปึน เหตุที่ต่างประเทศทำได้เพราะอะไร ก็เพราะว่าเขามีกฎหมายออกมาดูแลประชาชนในเรื่องนี้ ผมจึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาออกกฎหมายดูแลในเรื่องเหล่านี้ด้วย

ขอสไลด์แผ่นที่ ๓ เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะหารือท่านประธาน บริษัท ไปรษณีย์ไทย ออกผลิตภัณฑ์ไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลยูโร มีกำหนดเปัาให้พนักงานขายคนละ ๑,๐๐๐ ฉบับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพนักงานในหลายสาขาว่า หากขายไม่ถึงเปัาหัวหน้า จะบังคับให้พนักงานต้องจ่ายเงินซื้อเอง โดยเลี่ยงไปใช้คำว่า ขอความร่วมมือ ผมมองว่า เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น แต่ถ้ามีการบังคับซื้อจริง ผมถือว่ารัฐวิสาหกิจแห่งนี้มีประเด็นด้าน ธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่อผู้มีส่วนได้เสีย การออกผลิตภัณฑ์ไม่ดี ขายไม่ได้ ผู้บริหารควรรับผิดชอบ ไม่ใช่โยนไปให้พนักงานทั่วทั้งประเทศร่วมกันรับผิดชอบต่อความ ผิดพลาดของผู้บริหาร ผมจึงขอให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้ และทำการซื้อบัตรคืนจาก พนักงานด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เชิญครับ

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สส. จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอนำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเสนอท่านประธาน เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ อยู่ ๒ เรื่อง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ เกษตรกรชาวนาที่อยู่ริมฝัืง ๒ ข้างของลำห้วยสาธารณะหลายแห่งในเขตอำเภอเมืองสกลนคร ประสบปัญหา ความเดือดร้อนในการขนสินค้าทางด้านการเกษตร หรือสัญจรไปมา แต่ไม่สามารถที่จะ เดินทางข้ามลำห้วยไปได้ เพราะว่าขาดสะพาน มีความต้องการประสงค์ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในสังกัดของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้สร้างสะพานให้แก่พี่น้องในเขต อำเภอเมืองสกลนคร จำนวน ๓ แห่ง แห่งที่ ๑ สร้างสะพานข้ามลำห้วยพุง จากบ้านป์าแพง ไปบ้านดงชน ตำบลดงชน จำนวน ๑ แห่ง แห่งที่ ๒ สร้างสะพานข้ามลำห้วยฮ่องท่อม บ้านเหล่าปอแดง ไปบ้านดอนจอก้อ ตำบลเหล่าปอแดง จำนวน ๑ แห่ง และแห่งที่ ๓ สร้างสะพานข้ามลำห้วยเดียกจากบ้านนาแก หมู่ที่ ๔ ไปบ้านดงมะไฟ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลดงมะไฟ

เรื่องที่ ๒ ราษฎรที่อยู่ริมเส้นทางหลวงสายศรีวิชา เต่างอย บ้านนาขาม หมู่ที่ ๓ ตำบลห้วยยาง ประสบปัญหาความเดือดร้อนในช่วงที่ฝนตก ผิวจราจรของทางหลวง จะมีน้ำท่วมและร่องระบายน้ำที่อยู่ด้านข้างชำรุด ไม่สามารถที่จะระบายน้ำไปสู่ลำคลอง ตามที่ทางกรมทางหลวงได้กำหนดไว้ เนื่องจากการก่อสร้างไม่ครบ จึงขอความอนุเคราะห์ จากทางแขวงการทางสกลนคร เขต ๑ สังกัดกรมทางหลวง ได้ไปดำเนินการแก้ไขปัญหา ให้ชาวบ้านตรงนี้ด้วย ขอบพระคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปถึงผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ท่านดอกเตอร์ก้องศักด ยอดมณี และรักษาการท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ท่านเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช คนบึงกาฬร้องเรียนครับท่านประธาน จังหวัดบึงกาฬ แยกจากจังหวัดหนองคายจัดตั้งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ๒๕๕๔ อันมีผล บังคับใช้ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔ ครับ กีฬาจังหวัดบึงกาฬที่ กกท. ทำสัญญาว่าจ้างเอกชนตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๘ ครับท่านประธาน ๘ ป้ที่ผ่านมาแล้ว ผู้รับจ้างทิ้งงานครับท่านประธานที่เคารพ จังหวัดน้องใหม่ใช้สนามไม่ได้เลย วันนี้มันเกินไปแล้วครับ ๘ ป้ ไม่ทำอะไรต่อเลยครับ วันนี้เอาละไม่ได้ว่ารัฐมนตรีรักษาการ ไม่ได้ว่าผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน ๘ ป้ที่ผ่านมาคนก่อน แต่คนนี้ต้องจัดการ งบประมาณ ๙๐,๙๐๐,๐๐๐ บาท ใช้อะไรไม่ได้ ก็ขาดโอกาส พี่น้องบึงกาฬจะได้เล่นกีฬา จะได้ใช้สนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ก็ฝากท่าน ประธานก็แล้วกัน ช่วยกำชับไปถึงท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ดอกเตอร์ก้องศักด ยอดมณี เปึนการด่วนด้วย งบประมาณป้ ๒๕๖๘ จะเข้าสภาอยู่แล้ว จะเยียวยาอย่างไรจะทำ อย่างไร เพื่อให้คนบึงกาฬได้ใช้ครับ

และอีกอันหนึ่ง ท่านประธานครับ ได้รับการฝากมาครับ จากท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านบอกว่า ท่านกำนัน สส. เกือบ ๕๐๐ คน จำหน้ากันไม่ได้ ฝากท่านประธาน ทำทำเนียบ สส. ให้หน่อย ท่านว่าอย่างนั้น ผมก็พูดตามที่ท่านบอก ท่านเปึนผู้อาวุโส ท่านบอกว่าเดี๋ยวมันจะมีของปลอมเหมือนอัยการ กราบขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศาสตรา ศรีปาน เชิญครับ

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อน สมาชิกทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน ผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา เด็กหาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้ท่านประธานครับ มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในประเทศไทยเปึนจำนวนมาก เนื่องจาก นโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึน Free Visa Visa Free ๙๓ ประเทศ ล่าสุดทำให้นักท่องเที่ยว ทยอยเข้ามาเปึนจำนวนมาก แต่ท่านประธานครับวันนี้เหรียญก็มี ๒ ด้าน เราอยากให้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยจำนวนเยอะ สร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างเงินให้กับประเทศไทย แต่วันนี้ยังมีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่เปึนปัญหาให้กับ ผู้ประกอบการในพื้นที่ ผมขอเรียกนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ว่า นักท่องเที่ยวในคราบนักลงทุนครับ หมายความว่าอย่างไร หมายความว่านักท่องเที่ยวเมื่อมาเที่ยวเสร็จปุ็บ ก็ผันตัวเองไปค้า ไปขายไปลงทุนเองแบบผิดกฎหมาย ทำให้ส่งผลกระทบเปึนอย่างยิ่งให้กับผู้ประกอบการ ถามว่ามาขายอะไรครับ มีทั้งร้านอาหารที่เห็นทั่วไปที่ถนนรัชดา ทำเกี่ยวกับเช่ารถต่าง ๆ อสังหาริมทรัพย์ก็เยอะครับ บางคนผันตัวเองไปเปึนผู้ประกอบการเกี่ยวกับเรื่องการ ท่องเที่ยวเอง มี Tour เถื่อน ไกด์เถื่อนเต็มไปหมด บางทีก็มี Tour ศูนย์เหรียญเหมือน ที่เห็นในข่าวมีปัญหามากมาย ซึ่งก่อนจะบานปลายวันนี้อยากจะบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการท่องเที่ยว กระทรวงแรงงาน ว่าตื่นได้แล้วครับ เพราะพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการเดือดร้อนเปึนจำนวนมาก จริง ๆ ตัวผมเองไม่ได้ขัดที่จะมีนักลงทุน ชาวต่างชาติมาลงทุนในไทยแบบถูกกฎหมาย เพราะว่าสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับพี่น้อง ประชาชน แต่วันนี้เราจะต้องคัดค้านในเรื่องนี้ คนมาลงทุนในประเทศไทยต้องทำอย่าง ถูกต้อง แล้วก็เสียภาษีครับ

สุดท้ายครับ ท่านประธานครับมีเรื่องจะถามท่านประธาน เรื่องนกกรงหัวจุก ซึ่งอยากจะถามว่าจะมีข่าวดีหรือเปล่าครับในเดือนตุลาคมนี้ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องนกกรงหัวจุกเขาขอเวลาวิจัยเพิ่มประมาณ ๖ เดือน ตามอยู่ ก็รอให้เขา ๖ เดือน ตอนนี้ ก็เหลืออีกประมาณ ๔ เดือน ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกษม อุประ เชิญครับ

นายเกษม อุประ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอนำความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนหารือท่านประธานดังนี้

๑. ถนนลูกรังสายบ้านดงห้วยเปลือย บ้านโคกสง่า ไปวัดด่านม้าแล่น ซึ่งสภาพเปึนเลนเปึนหลุมเปึนบ่อ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น และผู้ว่า CEO ไปแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้พี่น้องประชาชนด้วย

เรื่องที่ ๒ ถนนสายทางเข้าบ้านโพนสวาง ตำบลหนองแวงใต้ ซึ่งบ้านเขาตั้งมา ระยะเวลาเปึน ๑๐๐ ป้ แต่ว่าสภาพถนนมีแต่เปึนหลุมเปึนบ่อ เปึนถนนลูกรัง ได้รับความ เดือดร้อนเปึนอย่างมาก ฝากถึงกระทรวงมหาดไทย ถึงกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก้ไขปัญหาด้วย เพราะว่าเรื่องนี้ผมได้นำมาหารือครั้งหนึ่งแล้ว แต่ว่ายังไม่คืบหน้าเลย

และอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือถนนสายบ้านเจริญไพศาล ตำบลดงเหนือ ไปบ้านนาข่า ตำบลดงหม้อทอง ซึ่งสภาพเปึนหลุมเปึนบ่อ สะพานชำรุดชาวบ้านใช้การไม่ได้ เพราะช่วงนี้ ฝนตกหนัก

ปัญหาสุดท้าย ซึ่งเปึนปัญหาที่หนักใจของพี่น้องประชาชน นั่นก็คือปัญหา ยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ระบาดมาก ลูกหลานเดี๋ยวนี้คนเปึนบ้าวิกลจริต เดินตามถนนหนทางมาก ทำลายทั้งเศรษฐกิจ ทำลายครอบครัว ทำลายสังคม ผมจึงอยากจะฝากถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เอาปัญหานี้เปึนปัญหาเร่งด่วน ที่จะแก้ไขบรรเทาความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชน เพราะถ้ายาเสพติดยังอยู่ผมมั่นใจว่าปัญหาเศรษฐกิจอย่างไรก็แก้ไขไม่รอด เพราะคนเรา ขาดคุณภาพ เนื่องจากการติดยาเสพติด อันนี้ผมขอกราบเรียนฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วย กราบขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านการณิก จันทดา เชิญครับ

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวการณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอหารือต่อท่านประธาน ๓-๔ เรื่องด้วยกันนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เรื่องแรกค่ะ อยากหารือผ่าน ท่านประธานไปยังกรมทางหลวง ให้ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านในเรื่องของการ ขอติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณถนนหมายเลข ๑๑๘๙ เส้นป์าแดด-บ้านธิ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๔ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๕+๐๑๔ บ้านช่างเพี้ยน ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพงค่ะ เพราะว่า จุดอื่นในถนนเส้นนี้มีไฟสว่างตลอดทั้งเส้นนะคะ ยกเว้นตรงจุดสำคัญบริเวณทางโค้งอันตราย แบบนี้ ชาวบ้านจึงอยากให้ช่วยแก้ไขค่ะ

เรื่องถัดมา อยากหารือต่อท่านประธานเนื่องจากว่ามีการร้องเรียนของราษฎร หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๑๓ ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากสภาพถนนที่ไม่สามารถสัญจร ได้อย่างสะดวกปลอดภัย เหตุเพราะว่ามีรถขนดินที่เขาใช้วิ่งขนดินตลอดเวลา ทำให้พื้นดิน พื้นถนนบริเวณนี้ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรได้ ที่สำคัญพื้นดินบริเวณพื้นที่นี้ถูกจัด Zoning ให้เปึนพื้นที่สีเขียวห้ามขุดดินเพื่อการพาณิชย์ แต่กลับมีการดำเนินกิจการขุดดิน ขนาดใหญ่ในพื้นที่ จึงขอฝากผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาดูแล สภาพถนนเส้นนี้ แล้วฝากผ่านท่านประธานไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตขุดดินเพื่อการพาณิชย์ในบริเวณแห่งนี้ด้วย

เรื่องสุดท้าย อยากหารือผ่านท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ ให้ช่วยซ่อมแซมผิวถนน คันคลองสายใหญ่ฝัืงซ้ายของฝายชลขันธ์พินิจ ตำบลดอนแก้ว อำเภอสารภี ซึ่งเชื่อมต่อไปยังถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๓๐ พื้นผิวถนนชำรุด เสียหายหนักมากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ชาวบ้านจึงฝากอยากให้ช่วยแก้ไขด้วย ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอับดุลอายี สาแม็ง เชิญครับ

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ เขตอำเภอกรงป่นัง เขตอำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง พรรคประชาชาติ ผมอยากจะ ปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่อง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ก็คือเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน โรงเรียนเอกชนในประเทศไทย เนื่องจากว่าผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมโรงเรียน เอกชนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการร้องว่า ณ ขณะนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการยังไม่ได้ จัดสรรอาหารกลางวันให้ครบร้อยเปอร์เซ็นต์กับเด็กโรงเรียนปฐมวัยและประถมศึกษา อย่างเช่นว่า ในเขตพื้นที่ของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีเด็กเหล่านี้ประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ได้รับการจัดสรรเปึนอาหารกลางวัน ๕๒,๐๐๐ คน ยังขาดที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร อีก ๒๐,๐๐๐ กว่าคน อ้างถึงว่าในมาตรา ๕๔ ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้ รัฐจะต้องดำเนินการ ให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ส่งเสริมให้มีการสนับสนุนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ อย่างนี้เราถือว่าบทบาทหน้าที่ ของกระทรวงศึกษาธิการต่อเรื่องนี้ยังไม่ได้ดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีการ ดำเนินการให้มีความเสมอภาค ยังมีการเลือกปฏิบัติกันอยู่ก็อยากจะให้มีการแก้ไขใหม่ อย่างเช่นว่า ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถามว่า จะต้องใช้เงินงบประมาณอีกประมาณสักเท่าไร ถึงจะพอ ๒๒,๐๐๐ คน ผมคิดว่าจะใช้เงินประมาณสัก ๘๐ กว่าล้านบาท หรือไม่เกิน ๙๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไปเพิ่มเปึนอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนเอกชน ใน ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ถ้าทั่วประเทศผมคิดว่าอาจจะต้องใช้เงินประมาณสักไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท อยากจะ นำเรียนให้ท่านประธานเพื่อประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ให้เด็กในระดับปฐมวัย และเด็กระดับประถมมีอาหารการกินให้อิ่มท้องก่อนท่านประธาน วันนี้เขาก็กินแต่ข้าวเปล่า ยังไม่มีกับข้าว เพราะเงินไม่เพียงพอ ต้องมีการถัวเฉลี่ยกันอยู่ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธาน ขอให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะตั้งขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ดังต่อไปนี้ ท่านเองจะปฏิรูปหรือปฏิวัติสินค้าเกษตร ในพื้นที่ของผมที่จังหวัดสงขลา ๓ ตัวหลัก ๆ ๑. ยางพารา วันนี้ยางพาราในพื้นที่ ณ วันนี้ น้ำยาง ๖๓ บาท แต่เปัาหมายอยากให้รัฐบาลตั้งที่ ๗๐-๘๐ บาท ๒. ปาล์มน้ำมันวันนี้อยู่ที่ ๖ บาท อยากให้รัฐบาลตั้งเปัาที่ ๘ บาท ๓. ราคาทุเรียนที่จังหวัดสงขลา ขอย้ำท่านประธาน ว่าที่จังหวัดสงขลาปัจจุบัน ๑๐๐ บาท ขอให้รัฐบาลได้ผลักดันอยู่ที่ ๑๒๐-๑๕๐ บาท ในวงจร ของสินค้าเกษตร มันเปึนวงจรรัฐบาลต้องรู้ทัน ๔. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีเร่งออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินให้ เกษตรกร เพื่ออะไรครับ เพื่อเพิ่มมูลค่าที่ดินให้กับเกษตรกร ๒. ลดข้อพิพาทระหว่าง ประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ๓. เกษตรกรไม่ถูกดำเนินคดี ท่านประธานครับ ประเทศไทย แปลกครับ เกษตรกรโดนดำเนินคดีติดคุกเพราะมีข้อพิพาทกับหน่วยงานของรัฐ ๕. ลดราคา ปุิยที่แสนแพงให้กับเกษตรกรทุกอาชีพ รัฐบาลต้องมีมาตรการและลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ให้แข็งแกร่งและแข่งขันได้ สุดท้ายครับท่านประธาน ปัญหาก็คือเรื่องของการจัดการน้ำ ฝากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือว่า กนช. เร่งดำเนินการจัดการน้ำให้เกษตรกร ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสงขลาพื้นที่บ้านผมไม่ลงไปดูในพื้นที่เลย ฝากด้วย ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพงษ์ สุปริยศิลปี เชิญครับ

นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลปี น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลปี สส. น่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่าน แล้วก็หลายจังหวัด ในภาคเหนือ เนื่องด้วยสถานการณ์น้ำท่วมครับ หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องติดต่อกัน หลายวันทำให้น้ำป์าไหลหลากเข้าท่วมในหลายอำเภอและหลายตำบลในพื้นที่ ทั้งจังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน แล้วก็จังหวัดพะเยา อย่างเช่น ในพื้นที่จังหวัดน่านเอง เกิดน้ำท่วม แล้วก็ ดินสไลด์ในพื้นที่ ๘ อำเภอจาก ๑๕ อำเภอครับ มีอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอบ้านหลวง อำเภอเวียงสา แล้วก็อำเภอนาน้อย ซึ่งเกิดน้ำหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน แล้วก็พื้นที่ทางการเกษตรครับ สัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเปึนหมูเห็ดเปึดไก่ วัว ควายก็ไหลตามน้ำไปหมด สร้างความเดือดร้อน เสียหายให้แก่พี่น้องประชาชนจำนวนมาก ในพื้นที่สูงก็เกิดเหตุมีดินสไลด์ทับเส้นทางหลายจุด ที่หนักที่สุดก็เปึนในพื้นที่สูง ก็คืออำเภอเฉลิมพระเกียรติ ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ ตอนนี้ทางทางหลวงเอง ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เข้าดำเนินการแก้ไข ซึ่งตอนนี้ ประชาชนบอกว่าสถานการณ์เรียกได้ว่าหนักกว่าน้ำท่วม ป้ ๒๕๕๔ อีกครับ แล้วก็อาจจะ หนักกว่าถ้าฝนยังตกต่อเนื่องนะครับ ก็อาจจะหนักกว่าตอนป้ ๒๕๔๙ ด้วยก็ได้ ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร ด้วย แม้ว่าท่านยัง ปฏิบัติภารกิจไม่ได้ก็ได้ให้ท่านภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์การรายงานปริมาณฝน แล้วก็ห่วงใยประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานสภาได้ช่วย ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าภายในจังหวัดเองก็ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่แล้วครับ แต่คิดว่าคงไม่เพียงพอ ก็ขอท่านได้ประสานส่วนกลางไม่ว่าจะเปึนทางกระทรวงมหาดไทย ทางกลาโหม ทางพัฒนาสังคม แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าช่วยเร่งระบายน้ำ และเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทั้งจังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย แล้วก็พะเยาโดยเร่งด่วน ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ท่าน สส. ได้แนะนำมานะครับ วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ จังหวัด ก็ต้องประชุมที่สภาผู้แทนก่อน จะลงพื้นที่ก็พรุ่งนี้เปึนต้นไป พี่น้อง สส. จะเข้าไปพบหลังจากประชุมสภาเสร็จแล้ว ต่อไปท่านกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ เชิญครับ

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดชลบุรี เขต ๖ ศรีราชา วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ให้แก้ไขปัญหาต่างด้าวยึด ประเทศและเศรษฐกิจไทย โดยที่ข้าพเจ้ามีประเด็นเสนอดังนี้

ประเด็นที่ ๑ ขอให้กรมการค้าระหว่างประเทศทบทวนข้อตกลงการค้า ระหว่างประเทศ หรือ FTA ไม่ให้เสียดุลการค้า ยกตัวอย่างเช่น Free ภาษีนำเข้ารถไฟฟัา แลกกับการส่งออกทุเรียน ซึ่งสัดส่วนความเสียหายต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ประเด็นที่ ๒ ขอให้ทบทวนเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ BOI ที่ให้แก่โรงงาน ต่างชาติ เพราะทุกวันนี้ต่างชาติได้สิทธิประโยชน์มากมายจาก BOI แต่บริษัท SMEs ไทยนั้น ไม่มีโอกาสที่จะขยายธุรกิจ เพราะไม่มีเงินทุนและไม่มีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากรัฐ คอยสนับสนุน จึงเปึนเหตุให้ต้องป่ดตัวและล้มละลายจำนวนมาก

ประเด็นที่ ๓ ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ์ายปกครอง รัฐลงไปตรวจสอบคนต่างด้าว ที่เข้ามาทำการค้าขายในตลาด และ/หรือขับรถขายสินค้าตามหน้าโรงงานต่าง ๆ บุคคล กลุ่มนี้นำสินค้ามาขายทุกวันและมาเก็บเงินทุกวันที่เงินเดือนออก

ประเด็นที่ ๔ ขอให้ตรวจสอบพนักงานในสถานที่บริการต่าง ๆ คนต่างด้าว เหล่านี้อาศัย Visa นักท่องเที่ยวเข้ามาทำงานบริการ เก็บเงินใส่กระเปิาโดยไม่ต้องเสียภาษี พอ Visa หมดอายุก็กลับประเทศ แล้วขออนุญาตเข้ามาท่องเที่ยวใหม่ และเข้ามาทำงานใหม่ อีกครั้ง จะเห็นได้ว่าจะเปึนงานบริการธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่รากหญ้าจนถึงระดับมหภาค เราถูกต่างชาติยึดไปหมดแล้ว ท่านจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเหล่านั้นกลับมาเปึนของคนไทย ก่อนที่ท่านจะอนุมัติโครงการเงิน Digital สุดท้ายแล้วจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อใคร หากท่านไม่แก้ไขประเด็นที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาข้างต้นเสียก่อน ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เชิญครับ

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ บางเขน จตุจักร หลักสี่ พรรคประชาชนครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ ช่วงนี้ ในพื้นที่ของผมก็มีปัญหาน้ำท่วมอยู่หลายจุดด้วยกัน โดยเฉพาะซอยเสือใหญ่-รัชดาภิเษก ๓๖ ถนนรัชดาภิเษก หน้าศาลอาญา ถนนเสนานิคม ๑ แล้วก็พื้นที่ซอยหลาย ๆ ซอย ถนนรามอินทรา ซอย ๕ ซอย ๑๓ ซอย ๑๙ ซอย ๒๑ ซอย ๓๙ รวมถึงถนนลาดปลาเค้า และซอยรอบ ๆ ผมจึงขอเสนอ ๕ พันธกิจให้หน่วยงานดำเนินการเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วม

๑. ขอให้กรมราชทัณฑ์พัฒนาประสิทธิภาพการลอกท่อครับ เนื่องจากท่อ ในกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด ๖,๗๐๐ กิโลเมตร แล้วที่ กทม. มีแผนอยู่จริง ๆ ในการลอก แต่ละป้ประมาณ ๓,๘๐๐ กิโลเมตร หรือแค่ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ของท่อที่มีอยู่ทั้งหมด แต่ลอกได้ จริง ๆ แล้วเพียงแค่ ๒,๙๐๐ กิโลเมตร หรือ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของท่อทั้งหมดเท่านั้น คนที่รับลอก ส่วนใหญ่จะเปึนกรมราชทัณฑ์ครับ ซึ่งการลอกของกรมราชทัณฑ์จะเน้นไปในส่วนของการใช้ แรงงาน โดยที่ไม่ได้เน้นการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเข้าไปช่วย ทำให้ท่อส่วนใหญ่ที่ลอกได้ ๑. ก็คือไม่เกลี้ยง ๒. ใช้ระยะเวลาในการลอกท่อนานกว่าเอกชน และ ๓. ระยะทางในการ ลอกได้จริงนั้นต่ำกว่าแผนครับ ก็ขอให้กรมราชทัณฑ์พัฒนาการลอกท่อของตัวเองให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

๒. ขอให้กรุงเทพมหานครเร่งขยายท่อระบายน้ำครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เท่าที่มีขนาด ๖๐ เซนติเมตรหรือน้อยกว่านั้น ควรมีการขยายให้เปึนท่ออย่างน้อยที่สุดก็คือ ๑ เมตรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ และขอให้กรุงเทพมหานครมีแผนที่ชัดเจนว่าจะใช้ เวลาอีกกี่ป้ที่เราจะขยายท่อระบายน้ำทั้งหมดได้ครบจบทั้งกรุงเทพมหานคร

๓. คือขอให้กรุงเทพมหานครเร่งขยายบ่อสูบน้ำ เพื่อเพิ่มอัตราในการดึงน้ำ ในการสูบน้ำจากตัวท่อไปลงสู่ในเขื่อนในคลองครับ

๔. คือขอให้กรุงเทพมหานครนั้นมีการทยอยเปลี่ยนเครื่องสูบน้ำที่เปึนระบบดีเซล ให้เปลี่ยนเปึนระบบไฟฟัาครับ เพื่อลดเรื่องของเสียง ลดเรื่องของมลพิษเพิ่มประสิทธิภาพ ในการระบายน้ำ และเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่

๕. คือขอให้กรุงเทพมหานครเร่งงานก่อสร้างเขื่อนให้มีความไวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร คลองน้ำแก้ว ซึ่งมีการก่อสร้างที่ล่าช้า และทำให้การระบายน้ำในกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพต่ำครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ต่อไปท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ เชิญครับ

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องครูอิสลามศึกษาแบบเข้มที่ถูกทอดทิ้ง ซึ่งมีอยู่จำนวน ๑,๓๔๑ คน กระจายอยู่ใน ๓ จังหวัด กับ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ที่มาที่ไปเรื่องนี้ ก็คือในป้ ๒๕๕๑ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและโรงเรียนภาครัฐ นักเรียนจะไม่เรียนโรงเรียนภาครัฐ เลยจะไปเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ทำให้โรงเรียนภาครัฐ นักเรียนค่อย ๆ ลดน้อยลง ลดน้อยลง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลก็จัดให้มีการสอนศาสนาแบบเข้มขึ้น ในโรงเรียนภาครัฐ โดยรับผู้ที่จบด้านศาสนาขั้นสูงสุด จบปริญญาตรีเกี่ยวกับการศึกษา แล้วก็มีใบประกอบอาชีพครูนะครับ เงินเดือน ๑,๕๐๐ บาท ตั้งเปึนลูกจ้างชั่วคราว จนถึงบัดนี้ ๑๖ ป้แล้ว ต่อสัญญาทุก ๓ เดือนมาเปึนเวลา ๑๖ ป้ ก็อยากจะให้ดูแลบุคคล ดังกล่าวนี้ด้วย เลยอยากจะขอให้เปึนพนักงานราชการต่อสัญญา ๕ ป้ต่อครั้ง มีสวัสดิการ เหมือนข้าราชการ

เรื่องที่ ๒ อยากจะฝากไปด้วยถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่อง ของโรงเรียนต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อนเรื่องคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ให้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ปัจจุบันนี้ใช้การไม่ได้ แล้วเปึนหน้าที่ของครูใหญ่และประชาชนในพื้นที่ที่จะต้องเรี่ยไรเงินกัน ไปซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อมาใช้ในโรงเรียน ผมทราบว่าในเขตจังหวัดต่าง ๆ ก็มีลักษณะเดียวกัน ก็อยากจะให้มีงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

ฝากประธานอีกเรื่องหนึ่ง ที่ท่านประธานดำเนินการอยู่ วันนี้ผมพอใจมาก ที่ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเปึนประธานในที่ประชุม เรื่องนกกรงหัวจุก เรื่องนกกรงหัวจุกทอดทิ้งไม่ได้ต้องเดินต่อ ท่านก็ทราบแล้วว่าราชการกว่าจะออกมาแต่ละครั้ง ต้องใช้เปึนป้ ดีว่ามีท่านประธานอยู่ในสภาแห่งนี้ เข้าใจบทบาท สส. เข้าใจบทบาทของ ความเดือดร้อนของประชาชน ก็ฝากให้ช่วยดำเนินการเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พวกเราก็กำลังติดตามอยู่ก็ต้องเอาให้ได้ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนิสิต และอาจารย์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขต กำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ แล้วก็มี คณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานครมาร่วมด้วย ยินดีต้อนรับ ต่อไปท่านจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชิญครับ

นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชียงราย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย เขตที่ ๖ อำเภอ แม่สาย อำเภอแม่ฟัาหลวง แล้วก็อำเภอแม่จัน ๔ ตำบล พรรคประชาชนนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ก็จะหนีไม่พ้นเรื่องของปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย นอกจากพื้นที่ที่ดิฉันดูแลแล้วก็จะมีพื้นที่ในอำเภอเทิง แล้วก็อำเภอเวียงแก่นที่น้ำท่วมหนักมาก ท่านประธาน ตอนนี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว ๒ ราย จาก Update ข่าวล่าสุด แต่ว่าเรื่องแรก ดิฉันอยากจะขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน เปึนเรื่องของติดตามโครงการสร้าง อ่างเก็บน้ำแม่น้ำคำ ซึ่งมีการเสนอโครงการแล้วและอยู่ในระหว่างการสำรวจ อยากจะเร่งรัด ให้โครงการนี้ให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เพราะว่าจะเปึนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่ทางการเกษตรของพ่อแม่พี่น้อง ในลุ่มแม่น้ำคำ อำเภอแม่จัน แล้วก็อำเภอแม่สาย แล้วก็พื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รับความเสียหาย จึงขอเรียนท่านประธานเร่งรัดไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนงบประมาณ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่น้ำคำโดยเร็ว แล้วก็แก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร และที่อยู่อาศัย และในระหว่างดำเนินโครงการ จึงขอให้กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนรับมือแล้วก็เยียวยาเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ที่รับผลกระทบน้ำท่วม

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องขออนุญาตติดตามการซ่อมแซมทางหลวงชนบท ที่เหตุ เกิดจากดินสไลด์บริเวณบ้านต้นม่วง หมู่ ๑๓ ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟัาหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อเดือนกันยายนป้ที่แล้วดิฉันได้นำเรื่องนี้มาหารือท่านประธานไปแล้ว และพ้นระยะเวลาไปเกือบ ๑ ป้แล้วยังไม่มีการแก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้นท่านประธาน ดิฉันจึงขอ ติดตามการซ่อมแซมไปยังทางหลวงชนบท อำเภอแม่สาย ให้เร่งที่จะดำเนินการให้ชาวบ้านด้วย เพราะว่าอันตรายมากท่านประธาน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แล้วก็บ้านใกล้เคียงก็เสี่ยง ที่จะทรุดลงไปด้วย

แล้วก็เรื่องที่ ๓ ปัญหารถรับจ้างสัญชาติเมียนมา เข้ามาวิ่งรับจ้างในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายเลย ปัญหานี้ชาวบ้านร้องเรียนมาท่านประธาน ว่ามาแย่ง อาชีพของคนไทยเข้ามาจอดขวางทางการจราจรด้วย จึงอยากฝากไปถึงกรมการขนส่งทางบก แล้วก็หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ แล้วก็เร่งดำเนินการแก้ไขให้ด้วยท่านประธาน ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน ประชาชนพัฒนาชาติ รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล รักษาการและรัฐบาลตัวจริงเสียงจริงในอนาคต ดังต่อไปนี้

นโยบายลดภาระงานครู เพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน ทำให้ครูได้มีเวลาจัดการเรียน การสอนและดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่นั้น ตลอดระยะเวลา ๑ ป้ที่ผ่านมา ผมได้เฝัาติดตาม อย่างใกล้ชิด คือการยกเลิกการอยู่เวรยาม รักษาความปลอดภัยของครู เพื่อให้ครูมี ความปลอดภัย จากที่ได้รับฟังปัญหาของพี่น้องครูทุกภูมิภาค ได้รับความเดือดร้อนเปึน อย่างมาก คือการที่โรงเรียนต้องหาเงินมาจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในโรงเรียน เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย ๑ ตำแหน่ง ซึ่งงบประมาณก็ไม่มี โรงเรียนก็ต้องจัดหาเอง เพราะว่า สถานการณ์ปัจจุบันโรงเรียนไม่มีความปลอดภัย ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลจัดสรรอัตรากำลัง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คือ รปภ. ให้โรงเรียน โรงเรียนละ ๑ อัตราเปึนอย่างน้อย ให้ครบทุกโรงเรียนครับ ลำพังนักการภารโรงที่จัดสรรให้คนเดียว ไม่สามารถที่จะทำหน้า ที่ได้ ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนอย่างแน่นอน ต้องให้โรงเรียนทุกโรงเรียนจัดทำ แผนเผชิญเหตุ ให้โรงเรียนรายงานผลทุกเดือน และยังมีนโยบายอีกมากมายของ กระทรวงศึกษาธิการ ให้โรงเรียนทำเปึนการเพิ่มภาระงานมากกว่าเดิม แทนที่จะลดภาระ ของครูให้ลดลงเพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน นี่กลับทำให้ครูต้องออกจากห้องเรียนมากขึ้น และมีการ อบรมมากมายมหาศาล ดังนั้นจึงขอให้ทบทวนนโยบายด้านการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่ รัฐบาลใหม่จะได้ไปดำเนินการแก้ไขให้สำเร็จเสร็จสิ้น ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ต่อไปท่านเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ เชิญครับ

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจาก สจ. บุญแทน ปรังการ สจ. อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ว่าได้มีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ๔ หมู่บ้าน คือบ้านเวียงสอง บ้านประดู่ บ้านดอนไชย และบ้านสันกลาง ได้รับความเดือดร้อนขอให้กรมชลประทาน หรือกรมทรัพยากรน้ำช่วยจัดสรรงบประมาณ ลงไปก่อสร้างฝายห้วยน้ำสอง เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนทั้ง ๔ หมู่บ้าน จะได้มีน้ำกินน้ำใช้และน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ เพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ทำให้ประสบปัญหาภัยแล้ง ฤดูฝนเกิดน้ำท่วมทุกป้ ผมจึงขอให้กรม ชลประทาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยจัดงบประมาณไปแก้ไขและก่อสร้างอ่าง เก็บน้ำคลองชมพู ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลกด้วย ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ เชิญครับ

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานเรื่องเดียว แต่ว่าเปึนเรื่องของถนนหนทาง ๖ เส้นทางดังนี้ เปึนถนนท้องถิ่น

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เส้นแรก เปึนถนนที่เชื่อมตั้งแต่ ถนนหลวง ๒๒๙ เปึนทางเข้าหมู่บ้าน บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลซับสมบูรณ์ แล้วก็เชื่อมไป บ้านหนองหญ้ารังกา ตำบลโพธิ์ไชยอำเภอโคกโพธิ์ไชย ถนนลาดยางสร้างมานานแล้ว แล้วก็ชำรุดทรุดโทรมเปึนหลุม ๔.๗ กิโลเมตร

เส้นต่อมา เปึนเส้นถนน ๒๒๙ เช่นเดียวกัน ผ่านบ้านหนองทุ่ม หนองชมพู ผ่านบ้านโสกใหญ่ ตำบลบ้านโคก อำเภอโคกโพธิ์ไชย หมู่บ้านนี้เปึนหมู่บ้านที่ติดกับชายแดน ติดกับชายแดนจังหวัดชัยภูมิด้วยนะครับ ยังเปึนถนนลูกรัง ๗.๔ กิโลเมตร

เส้นที่ ๓ ถนนเส้นบ้านโนนข่า ตำบลบางแสง อำเภอชนบท เชื่อมกับบ้านนายาว ตำบลบ้านโคก อำเภอโคกโพธิ์ไชย เปึนถนนเชื่อมอำเภอ เส้นนี้ค่อนข้างสำคัญ ระยะทาง ๖.๘ กิโลเมตร

เส้นที่ ๔ เปึนถนนเส้นบ้านหนองแสง ตำบลดอนดู่ อำเภอหนองสองห้อง เชื่อมกับบ้านห้วยแร่ ตำบลวังม่วง อำเภอเป๋อยน้อย เปึนเส้นทางสำคัญที่เชื่อมระหว่าง ๒ อำเภอ ระยะทาง ๔.๔ กิโลเมตร ยังเปึนถนนลูกรังบางส่วนครับ

เส้นที่ ๕ เปึนบ้านโนนสว่าง ตำบลวังม่วง อำเภอเป๋อยน้อย เชื่อมกับ บ้านป์าปอ ตำบลป์าปอ อำเภอบ้านไผ่ เปึนถนนเชื่อมอำเภอเช่นกันครับ และยังเปึนลูกรังอยู่ บางส่วน ระยะทาง ๔.๗ กิโลเมตร

เส้นสุดท้าย ท่านประธาน เส้นบ้านหัน อำเภอโนนศิลาเชื่อมกับบ้านหนองดู่ ตำบลป์าปอ อำเภอบ้านไผ่ เปึนเส้นทางหลักเชื่อมระหว่าง ๒ อำเภอ แล้วก็พังมาเปึนระยะเวลานาน สร้างมานานแล้วก็ยังไม่เสร็จครับ ส่วนที่พังก็พังไป ผิวทางเปึนหลุมเปึนบ่อ ๑๓.๖ กิโลเมตรครับ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน ขอฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กราบขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรัชนี พลซื่อ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
นางรัชนี พลซื่อ ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรัชนี พลซื่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ ดิฉันขอหารือท่านประธานเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผ่านไปยัง กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เพื่อให้ก่อสร้างสะพาน ค.ส.ล. แทนสะพานไม้เดิม ที่ก่อสร้างโดยสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ซึ่งปัจจุบันมีสภาพชำรุดไม่ปลอดภัยในการใช้ สัญจรไปมา แต่พี่น้องประชาชนก็มีความต้องการในการสัญจรไปมา เพราะเปึนสะพานที่ใช้ ข้ามไปไร่นา และขนส่งผลผลิตทางการเกษตรเข้าหมู่บ้าน ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ช่วยกันเรี่ยไร เงินซ่อมแซมเปึนประจำทุกป้ เพื่อให้คงสภาพพอที่จะใช้สัญจรไปมาได้ แต่ปัจจุบันสภาพ ตัวอาคารไม้ชำรุดมากจนเกินศักยภาพที่ชาวบ้านและท้องถิ่นจะซ่อมแซมได้ จึงขอให้ กรมทางหลวงชนบทก่อสร้างสะพาน ค.ส.ล. ขนาดกว้าง ๖ เมตร ขนาดความยาวตาม ความกว้างของลำห้วย ๒ แห่ง รายละเอียดดังนี้

๑. ก่อสร้างสะพาน ค.ส.ล. แทนสะพานไม้เดิมข้ามหนองมะทอ พร้อม ถนนลาดยางเชื่อมทั้ง ๒ ฝัืง จุดบ้านหนองหว้า หมู่ ๑๐ ตำบลกกโพธิ์ อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด

๒. ก่อสร้างสะพาน ค.ส.ล. แทนสะพานไม้เดิมข้ามลำห้วยยาง บ้านพรหมจรรย์ หมู่ ๔ ตำบลโคกกกม่วง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด จุดนา สท. วัชริยา พร้อมก่อสร้าง ถนนลาดยางเชื่อมทั้งสองฝัืง และ

๓. แห่งที่ ๓ ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อก่อสร้างและขยายสะพานข้ามลำห้วยยาง จุดบ้านดงกลาง หมู่ ๓ ตำบล โคกกกม่วง อำเภอโพนทอง ไปยังบ้านหนองฝัายน้ำ ตำบลศรีวิลัย อำเภอเสลภูมิ จังหวัด ร้อยเอ็ด ซึ่งเปึนสะพานของกรมชลประทาน มีความกว้างเพียง ๑ เมตร รถยนต์ไม่สามารถ ที่จะข้ามได้ จึงขอให้ก่อสร้างและขยายความกว้างของสะพานเปึน ๖ เมตร ความยาวตาม ความกว้างของลำห้วย และขอให้ก่อสร้างถนนลาดยางทั้งสองฝัืงด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เชิญครับ

นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธานสภา ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

๑. ผมได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของ พี่น้องประชาชนตำบลตำบลสระสี่เหลี่ยม หัวถนน ท่าข้าม โคกเพลาะ วัดโบสถ์ วัดหลวง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรไปมาของถนนเลียบ สายคลองชลประทาน เกิดความชำรุดเสียหายเปึนจำนวนมาก บางส่วนนั้นไม่สามารถที่จะ สัญจรไปมาได้ ผมได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาท่านนายก วิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชลบุรี เพื่อให้ท่านนั้นรับถ่ายโอนผิวจราจรดังกล่าว ท่านยินดีตอบรับจะรับถ่ายโอน ผิวจราจรถนนเส้นดังกล่าว ถนนเลียบคลองชลประทานเส้นนี้ ตลอดจนถนนคลองฝัืงซ้าย และฝัืงขวาของอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชโลทร จึงเรียนท่านประธานทำหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำเนินการถ่ายโอนผิวจราจรข้างต้นให้กับองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินการ ก่อสร้างเปึนถนนคอนกรีตต่อไป และยังขอขอบคุณท่าน ผอ. มนตรี สีหมงคลสกุล ผอ. คลองส่งน้ำเขื่อนรัชชโลทร ที่ท่านได้ผลักดันงบประมาณ มาซ่อมแซมถนนดังกล่าว

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายวีระชัย บริบูรณ์ รองนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เรื่องการปล่อยน้ำเสียลงคลอง สาธารณะ ซึ่งตำบลนามะตูม หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ คลองเส้นนี้ต้นน้ำไหลจากอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ไหลผ่านตำบลหมอนนาง ทุ่งขวาง นามะตูม และไหลผ่านหลังวัดนามะตูม ทำให้ผู้ใช้น้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรได้รับความเดือดร้อนเปึนจำนวนมากในการ ปล่อยน้ำเสียครั้งนี้ ฝากท่านประธานสภาทำเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้ดำเนินการ เร่งและแก้ไขโดยด่วน กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประภาพร ทองปากน้ำ เชิญครับ

นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอปรึกษาหารือกับท่านประธานผ่านไปยัง ๓ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ค่ะ

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมที่ดินเร่งรัดการเป่ดสำนักงานที่ดิน สาขาอำเภอทุ่งเสลี่ยม เนื่องจากปัจจุบันพี่น้องประชาชนต้องเดินทางข้ามอำเภอ ไปกลับกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร เพื่อไป ทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดินต่างอำเภอ เนื่องจากสาขาทุ่งเสลี่ยมที่เคยให้บริการถูกป่ดไป

เรื่องที่ ๒ ขอติดตามการแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินจาก ๒ หน่วยงาน ซึ่งเปึนปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบมาเนิ่นนานเกือบทั้งชีวิต และดิฉันเองได้เคยหารือในสภาแห่งนี้หลายครั้งหลายหนแล้วค่ะท่านประธาน หน่วยงานแรก กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากการถูกประกาศเปึนพื้นที่ทับซ้อนทุ่งเลี้ยงสัตว์ ประกอบด้วย อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอสวรรคโลกบางส่วน อำเภอศรีสำโรงบางส่วน รวมกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากถูกประกาศเปึนพื้นที่ทับซ้อนทุ่งเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยไม่สามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมาย ที่ดินได้ หน่วยงานที่ ๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้สำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมเร่งติดตามประกาศยกเลิกเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก ประกอบด้วยตำบลวังไม้ขอน ตำบลวังพิณพาทย์ ตำบลย่านยาว ตำบลป์ากุมเกาะ และตำบลในเมือง ให้เหลือเฉพาะเขตดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนที่มีที่ดินว่างเปล่า ยังไม่ได้ ออกเอกสารสิทธิที่ดินสามารถเข้าร่วมโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยได้ และ

เรื่องสุดท้าย ท่านประธาน เนื่องจากป้นี้น้ำมามากเหลือเกิน และภาคเหนือก็ กำลังได้รับผลกระทบ ก็ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการที่จะเตรียมความพร้อม และรับมือค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสรรเพชญ บุญญามณี เชิญครับ

นายสรรเพชญ บุญญามณี สงขลา

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้กระผมขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จำนวน ๒ เรื่อง ด้วยกันครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับข้อร้องเรียน จากนายรอเซ็ง ไหรเจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะแต้ว เกี่ยวกับปัญหาสนาม ฟุตบอล สนามกีฬาชำรุดทรุดโทรม ทั้งสนามฟุตบอล ลู่วิ่ง และอาคารโรงยิมอเนกประสงค์ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถที่จะใช้งานได้ และที่สำคัญตั้งแต่ก่อสร้างจนถึงส่งมอบงานประชาชน ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการนี้เลยครับ อีกทั้งโครงการนี้เปึนโครงการที่กรมพลศึกษา เปึนเจ้าของโครงการ ซึ่งได้สนับสนุนงบประมาณในโครงการก่อสร้างมาให้กับเทศบาลตำบล เกาะแต้ว ได้รับจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ สร้างเสร็จแล้วเมื่อป้ ๒๕๕๘ แต่มีการ ส่งมอบเมื่อป้ ๒๕๖๑ การส่งมอบที่ล่าช้านี้เองละครับที่ทำให้มันเกิดปัญหา และอุปกรณ์ หลายอย่าง หลายรายการชำรุดทรุดโทรม อีกทั้งเมื่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมพลศึกษาที่เปึนเจ้าของโครงการ ทั้งหน่วยงานในจังหวัดสงขลาเอง ที่เปึนหน่วยงาน รับงบประมาณ ก็ยังไม่ได้มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงหารือไปยังท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้โปรดพิจารณาในการหาแนวทางเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดียวกับ Aquarium หอยสังข์ สงขลา ซึ่งพี่น้องชาวสงขลาได้เจ็บช้ำมากพอแล้ว

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนใน พื้นที่เกี่ยวกับปัญหาเรื่องลิงครับ ในอำเภอเมืองสงขลา ไม่ว่าจะเปึนตำบลบ่อยาง ตำบล เขารูปช้าง ตำบลเกาะยอ เพราะว่าลิงหลายพันตัวได้ก่อกวนสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่เปึนปัญหาคาราคาซังมานาน ซึ่งล่าสุดพี่น้องประชาชนต้องไปฟัอง ศาลปกครอง กระผมจึงขอหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง ปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จำนวน ๑๗๕ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไป ท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเปึนธรรม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องจำเปึนเร่งด่วน เรื่องนี้ผมได้หารือกับท่านประธานไว้ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมา ผมหารือไปเกี่ยวกับชีวิตของผู้ลี้ภัยคนหนึ่งที่มาจากประเทศ เวียดนาม ที่อยู่ในความดูแล ณ ปัจจุบันนี้ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่ถูกการขอส่ง ผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปประเทศเวียดนาม ประเทศต้นกำเนิด เปึนความจำเปึนเร่งด่วนจริง ๆ ท่านประธาน เพราะว่าเรื่องนี้ถ้าเราใช้เวลานานต่อไป ชีวิตเขาก็อยู่ในความอันตราย อาจจะ ถูกส่งกลับไปเผชิญภัยประหัตประหารถึงชีวิตของเขา จึงขอหารือท่านประธานไปถึงท่าน นายกรัฐมนตรีรักษาการ เพราะว่าตอนนี้ผมคงไม่สามารถที่จะหารือไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าท่านต้องถวายคำสัตย์เสียก่อน มิเช่นนั้นท่านจะต้องใช้เวลานานกว่าที่ท่านจะสามารถ มาปฏิบัติหน้าที่ ท่านจำเปึนครับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจำเปึนจะต้องใช้อำนาจในการ บริหารพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับการร้องขอในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปประเทศเวียดนาม ณ ปัจจุบันนี้ถ้าเราส่งคน ๆ นี้ ชื่อว่า นายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) กลับไป ประเทศเวียดนาม เขาจะต้องเผชิญความตายอย่างแน่นอน มีหลายครั้งครับตอนนี้ทั้ง ๆ ที่เรา มีอำนาจในการบริหารจัดการ กระบวนการในเรื่องเกี่ยวกับฝ์ายบริหารยังไม่เสร็จสิ้น การพิจารณาว่าเขาเปึนผู้ลี้ภัยยังไม่เสร็จสิ้น ทั้ง ๆ ที่เรามีกลไกการคัดกรองที่อยู่ภายใต้ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ในการพิจารณาว่าเขาเปึนผู้ลี้ภัยหรือไม่ เรายังไม่เสร็จสิ้น แต่เราส่งไปเรียบร้อยแล้วในฝ์ายตุลาการ ผมจะไม่ก้าวล่วงในฝ์ายตุลาการ แต่นายกรัฐมนตรี รักษาการสามารถที่จะใช้อำนาจบริหารหรือเขาเรียกว่า Executive Order ในการจัดสรร ในการที่ว่าเราต้องให้ความคุ้มครองระหว่างประเทศกับผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามที่ชื่อว่า นายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) ให้ได้ เรื่องนี้เปึนเรื่องให้ความสำคัญในเวทีระหว่าง ประเทศอย่างมาก ประเทศไทยถึงแม้จะเปึนผู้ลี้ภัยคนเดียว ชีวิต ๆ เดียว แต่เปึนสิ่งสำคัญ ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีรักษาการ หรือท่านนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันจำเปึนต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ ต้องขอฝากหารือท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาให้ความคุ้มครองระหว่างประเทศกับคน ๆ นี้อยู่ในประเทศไทย รอการพิจารณา เรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน ไม่ว่าจะเปึนการตั้งถิ่นฐานใหม่ประเทศที่สาม หรือจะอยู่ที่ไหนก็ต้องรอต่อไป ฉะนั้นขอหารือท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านกุลวลี นพอมรบดี เชิญครับ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทย สร้างชาติค่ะ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธานเพียง ๒ เรื่อง

เรื่องแรก สืบเนื่องจากในพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี มีโครงการก่อสร้างรถไฟ ทางคู่ช่วงนครปฐมหนองปลาไหล และทาง รฟท. มีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอสะพาน ขึงรถไฟ ซึ่งเปึนสะพานแห่งแรกของประเทศไทยที่รถไฟสร้าง สาเหตุเนื่องจากมีระเบิดสมัย สงครามโลก ครั้งที่ ๒ ประมาณ ๗ ลูก อยู่ใต้แม่น้ำแม่กลอง ทาง รฟท. จึงต้องปรับเปลี่ยน จากการสร้างสะพานรถไฟแบบธรรมดาที่ต้องมีการตอกเข็ม ให้เปึนสะพานขึงแทน ซึ่งถือว่า เปึน Landmark แห่งใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี โดยพี่น้อง ในจังหวัดราชบุรีได้กล่าวขาน Landmark จุดนี้ว่าสะพาน ๓ ยุค ขอคลิปวิดีโอด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพและเสียง)

นั่นคือทั้ง ๓ สะพานจะสร้างขนาน ประกอบด้วย ๑. สะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์สมัยรัชกาลที่ ๕ หรือสะพานดำที่ท่านเห็น ท่านหยุดคลิปสักนิดหนึ่งค่ะ ๒. สะพานธนะรัชต์ สำหรับรถยนต์วิ่ง เมื่อสักครู่นี้รูปดิฉันบังอยู่ ต้องกราบขออภัยด้วยนะคะ ๓. สะพานขึงของ รฟท. ในปัจจุบันสีเหลือง ๆ นี้ จุดสีเขียว ๆ ที่เปึนลูกศรชี้ก็คือเปึนสถานีรถไฟย่อยจุฬาลงกรณ์ ปัจจุบันมีสภาพที่ทรุดโทรม มืดและเปึน แหล่งซ่องสุม ทั้ง ๆ ที่เปึนเขตเศรษฐกิจของเมืองราชบุรี โดยในคลิปท่านรัฐมนตรีช่วยสุรพงษ์ ป่ยะโชติ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเคยลงพื้นที่ เมื่อ ๔-๕ เดือนที่แล้ว ดิฉัน จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง รฟท. ให้เข้าดำเนินการปรับปรุงสถานีรถไฟจุฬาลงกรณ์ด้วย

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากว่าถนนทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๘ ช่วงหน้าตลาด เดอะไนน์ กิโลเมตรที่ ๐+๐๐ ถึง ๑+๓๐๐ ได้มีการขยายถนนบริเวณดังกล่าว ซึ่งถือว่าเปึน การเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายรถ แต่ในส่วนของเกาะกลางเปึนเกาะกลางแบบสีตีเส้น ซึ่งที่ผ่านมาดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกพินิจ ด้วงพิบูลย์ ท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลบ้านไร่ ถึงเหตุการณ์ที่มีการเสียชีวิตบ่อยครั้ง เนื่องจากว่าเกาะสีตีเส้นที่ท่านเห็น ชาวบ้านจะไปยืนรอข้ามถนน และเมื่อรถแซงขวาขึ้นมาก็จะชนทำให้เสียชีวิตเปึนประจำ ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานฝากไปยังแขวงทางหลวงสมุทรสงคราม กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้โปรดดำเนินการก่อสร้างเปึนเกาะคอนกรีตด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ

เริ่มประชุมเวลา ๑๐.๓๘ นาําิกา

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๔ คน

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อ ๒๙๕ ท่าน ก็ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถามนะครับ ไม่มี

แล้วก็ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระนะครับ ผมขอปรึกษา ที่ประชุม เพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ และเรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ ก็จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ให้ดำเนินการตามนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

- รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๖ ป้ที่ ๑ จำนวน ๔ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๒๐ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ครั้งที่ ๒๑ วันพุธที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ครั้งที่ ๒๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ครั้งที่ ๒๓ วันพุธที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๗

ซึ่งก็ได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอให้ สภารับรองนะครับ มีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอื่นหรือไม่ครับ ได้ตรวจสอบแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ ครั้งดังกล่าวนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ

๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้แต่งตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงเปึนอันพ้นจากการเปึนกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่ง ที่ว่างลงเปึนกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้ง ขอผู้รับรองด้วย และช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เปึนกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญเสนอชื่อเลยครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพค่ะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอชื่อ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศที่ว่างลงค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเปึนกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นะครับ

๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก

ด้วยประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเปึน อันพ้นจากการเปึนกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเปึน กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง แล้วดูด้วยว่าอยู่เกินกว่า ๒ คณะหรือเปล่า ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญเสนอชื่อได้เลยครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอชื่อ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ แทนตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร ขอผู้รับรองด้วย

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเปึนกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์

ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศแทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก

ด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน คณะกรรมาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจาก นายนพดล ปัทมะ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเปึนอันพ้นจากการเปึน กรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเปึนกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทยนะครับ เชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งผู้รับรอง แล้วก็ดูว่าผู้ที่มาแทนนั้น อยู่เกินกว่า ๒ คณะหรือไม่ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญเสนอชื่อเลยครับ

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอชื่อ นายธนาธร โล่ห์สุนทร แทนท่านนพดลที่ลาออกครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเปึนกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือ นายธนาธร โล่ห์สุนทร นะครับ

๓. คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขยาย ระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำมาตรการปัองกัน แก้ไข ฟุ๋นฟู และเยียวยากรณีน้ำมันรั่วไหลทางทะเล ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗

ด้วยประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการมีหลายประเด็น ที่ต้องพิจารณาศึกษา โดยแต่ละประเด็นมีรายละเอียดและข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่สามารถพิจารณาศึกษาไปในคราวเดียวกันได้ จึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของ คณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาออกไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม

การพิจารณาเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระที่ ๒ จำนวน ๕ เรื่อง จะมีการปรับเปลี่ยนลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เนื่องจากหน่วยงานต่าง ๆ ติดภารกิจสำคัญจึงได้มีหนังสือขอเลื่อนการเข้าชี้แจงต่อสภา ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ ต้องดำเนินการพิจารณาตามลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติ เปึนอย่างอื่น ดังนั้น การพิจารณาระเบียบวาระที่ ๒ ในวันนี้ ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอ ปรับเปลี่ยนลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ขึ้นมาพิจารณาก่อน จำนวน ๒ เรื่อง ตามลำดับ ดังนี้ ๑. รับทราบเรื่อง รายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๒ ๒.๓ รับทราบ เรื่อง รายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๓ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้

๑. รับทราบรายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔

๒. รับทราบรายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ป้งบประมาณ ๒๕๖๕

ซึ่งเปึนเรื่องทำนองเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทยได้เสนอรายงานประจำป้ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมืองในแต่ละรอบป้งบประมาณ ซึ่งผมเห็นว่า สามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อนำมาพิจารณาพร้อมกัน ตามข้อบังคับข้อ ๕๕ (๒) จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มี ผมขอดำเนินการตามนี้

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ เห็นชอบรายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ตามที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง มาตรา ๗๕ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดปรากฏ ตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถาม หรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ เชิญผู้ชี้แจงครับ

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้ ๑. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ๒. ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธิการและผังเมือง ๓. นายสมหมาย เอี่ยมมงคลสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ๔. นางสาวจริยาพร จิตต์ใจมั่น ผู้อำนวยการ สำนักผังประเทศและผังภาค ๕. นางสาวสิริกุล เลี้ยงอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองรวม ๖. นายอภิชาติ ศรีชาติ ผู้อำนวยการกองนิติการ ๗. นายพรชัย สังข์ศรี วิศวกรโยธา เชี่ยวชาญ ๘. นายนครินทร์ ปลั่งพงษ์พันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสำรวจและแผนที่ ๙. นายอุดม จิตตวงค์ ผู้อำนวยการกองผังเมืองเฉพาะ ๑๐. นายทวีวิทย์ หมื่นสุกแสง หัวหน้ากลุ่มงาน เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ท่านจะแถลง เชิญครับ

นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองครับ ขอนำเสนอรายงานประจำป้ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ สำหรับป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ควบคู่กันไป

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

การจัดทำ รายงานประจำป้เปึนการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๗๕ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง ซึ่งกำหนดไว้ว่า ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำรายงาน ประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ของป้งบประมาณที่ผ่านมา เสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ เพื่อให้ความเห็นชอบภายใน ๙๐ วัน นับแต่สิ้นป้งบประมาณ โดยอย่างน้อยต้องสรุปผลการดำเนินการวางและจัดทำผังเมือง ซึ่งประกอบด้วยผังนโยบายระดับต่าง ๆ ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งปัญหา อุปสรรค และเมื่อคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติให้ความ เห็นชอบแล้ว ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเปึนการทั่วไป กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้ ดำเนินการจัดทำรายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ. ผังเมืองดังกล่าว และดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้

รายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ประกอบด้วย เนื้อหา ๕ ส่วนด้วยกัน และป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ มีเนื้อหา ๖ ส่วน โดยมีการเพิ่มเติม ส่วนที่ ๖ เปึนการดำเนินการเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมืองขึ้นมา อีกบทหนึ่ง

ในส่วนที่ ๑ สถานการณ์ด้านการผังเมืองของประเทศไทย ในป้งบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วย ๓ ส่วน ส่วนในป้งบประมาณ ๒๕๖๕ นั้น มีเนื้อหา ๔ ส่วน โดยมีเนื้อหาโดยสังเขป ดังนี้ สถานการณ์ด้านการผังเมืองที่กรมโยธาธิการและผังเมือง นำมาใช้ในการพิจารณาในการวางผังเมืองของประเทศไทย ก็จะเปึนสถานการณ์ด้าน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และการประยุกต์ใช้ Model เศรษฐกิจ BCG สถานการณ์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สถานการณ์โควิด ๑๙ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในป้ ๒๕๖๕ มีสถานการณ์ ที่เพิ่มเติมขึ้นคือการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDC

ในส่วนที่ ๒ ผลการดำเนินการของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ในป้ ๒๕๖๔ และป้ ๒๕๖๕ กรมได้ดำเนินการจัดประชุม คณะกรรมการในชุดต่าง ๆ เพื่อดำเนินการให้เปึนไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ตามที่พระราชบัญญัติกำหนด ดังนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการผังเมือง แห่งชาติ ป้ ๒๕๖๔ มีการประชุม ๑ ครั้ง ป้ ๒๕๖๕ ประชุม ๒ ครั้ง คณะกรรมการ การผังเมือง ป้ ๒๕๖๔ มีการประชุม ๔ ครั้ง การประชุมในป้ ๒๕๖๕ มีประชุมทั้งสิ้น ๙ ครั้ง คณะกรรมการผังเมืองระดับจังหวัด ในป้ ๒๕๖๔ มีการประชุม ๑๗ จังหวัด ๒๑ ครั้ง ในป้ ๒๕๖๕ มีการประชุม ๕๔ จังหวัด ๘๓ ครั้งด้วยกัน โดยมีผลการประชุมตามภาพฉาย

ในส่วนที่ ๓ ผลการดำเนินการและผลสัมฤทธิ์ของการวางและจัดทำผังเมือง ๑. ผังนโยบายระดับประเทศ ในป้ ๒๕๖๔ ได้มีการดำเนินการในขั้นตอนที่ ๒ เปึนการศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์และทิศทางการพัฒนา พร้อมกับการวางและจัดทำผังร่างนโยบาย ระดับประเทศ แล้วก็ในป้ ๒๕๖๕ ได้ดำเนินการในขั้นตอนที่ ๓ ขั้นตอนต่อมา เปึนการจัดทำแผน และแผนผังทางกายภาพ เพื่อการพัฒนาและการอนุรักษ์ของประเทศนะครับ ซึ่งในเรื่องของ การจัดทำผังนโยบายระดับประเทศนั้น ก็มีแผนที่จะดำเนินการต่อเนื่องไป แล้วก็จะ ประกาศใช้โดยผ่านคณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติภายในป้หน้า ป้ ๒๕๖๘ นี้

ในส่วนของผังนโยบายระดับภาค มีทั้งสิ้น ๖ ภาคด้วยกัน โดยในป้ ๒๕๖๔ ได้ดำเนินการในขั้นตอนที่ ๒ เปึนการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และทิศทางการพัฒนา พร้อมวาง และจัดทำผังนโยบายระดับภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และทำในขั้นตอนที่ ๓ จัดทำร่างแผนผังรายสาขานโยบายและมาตรการต่าง ๆ ในป้ ๒๕๖๕ ในการดำเนินการในผังนโยบายระดับภาคนั้น ได้ดำเนินการในขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ และขั้นตอนที่ ๕ มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างผังนโยบาย ระดับภาค ในภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ทั้งนี้ผังนโยบายระดับภาค ทั้ง ๖ ภาคนั้น ได้มีการดำเนินการคู่ขนานไปกับผังนโยบายระดับประเทศ แล้วก็มีแผน ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ในช่วงระหว่าง ป้หน้าจนถึงป้ ๒๕๖๙ ตามลำดับ

ในผังนโยบายระดับที่ ๓ เปึนผังนโยบายระดับจังหวัด ในป้ ๒๕๖๔ ได้ ดำเนินการในขั้นตอนที่ ๑ เปึนการจัดประชุมชี้แจงวางและจัดทำผัง พร้อมกับรับฟัง ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาศักยภาพ โอกาส และทิศทางการพัฒนาของแต่ละจังหวัดนะครับ ในป้ ๒๕๖๕ ได้ดำเนินการในขั้นตอนที่ ๒ มีการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และทิศทางการ พัฒนา พร้อมทั้งวางและจัดทำผังนโยบายระดับจังหวัด ทั้งนี้ทั้งนั้นในการทำผังนโยบายระดับ จังหวัดมีการนำร่องใน ๔ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดสมุทรสงคราม แล้วก็จะดำเนินการให้ครบทั่วทั้งประเทศในป้ ๒๕๖๘ จนถึง ๒๕๗๓

ในส่วนที่ ๓ ของรายงาน เปึนผลการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ของการวาง และจัดทำผังเมือง แบ่งออกเปึนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งมี ๒ ประเภทด้วยกัน คือ ผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะ สำหรับผังเมืองรวมนั้นผลการดำเนินการในป้ ๒๕๖๔ มีจำนวนทั้งสิ้น ๖๒๐ ผัง ประกาศบังคับใช้ไปแล้ว ๓๒๖ ผัง อยู่ระหว่างดำเนินการ ๒๙๔ ผัง ในป้ ๒๕๖๕ มีจำนวน ๖๕๓ ผัง ประกาศบังคับใช้แล้ว ๓๒๗ ผัง และอยู่ระหว่างดำเนินการ ๓๒๖ ผัง ทั้งนี้ในป้ ๒๕๖๖ นี้ก็จะมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอีก ในเรื่องของผังเมืองเฉพาะ ผลการ ดำเนินการในป้ ๒๕๖๔ มีการประสานงานกับท้องถิ่น เพื่อเสนอแนะแนวทางการจัดทำ ผังเมืองเฉพาะจำนวน ๔ ผังด้วยกัน ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี ในป้ ๒๕๖๕ มีการนำเสนอข้อมูลต่อสภาท้องถิ่นจำนวนทั้ง ๕ ผัง โดยเปึนการเพิ่มจำนวนผังเมืองเฉพาะ เมืองตะกั่วป์าที่จังหวัดพังงาเพิ่มเข้ามาอีก ๑ ผัง

การประเมินผลการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ สภาพการณ์ และสิ่งแวดล้อม การบังคับใช้ผังเมืองรวม ซึ่งแบ่งออกเปึน ๒ ขั้นตอนด้วยกัน ขั้นตอนแรกเปึนการติดตาม สภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผังเมืองรวมในป้ ๒๕๖๔ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จทางทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จำนวน ๖๐ ผัง ในป้ ๒๕๖๕ ได้มีการเพิ่มขึ้นอีกจำนวน ๕๖ ผัง ตามอายุ ของผังที่เข้าสู่การติดตามสภาพการณ์ ในส่วนที่ ๒ เปึนการประเมินผลผังเมืองรวม มีผังเมือง รวมที่ดำเนินการประเมินผลผังในป้ ๒๕๖๔ จำนวน ๔๓ ผัง แล้วก็ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน ๑๙ ผัง อยู่ระหว่างดำเนินการอีก ๒๔ ผัง ในป้ ๒๕๖๕ มีผังเมืองรวมที่ดำเนินการ จำนวน ๓๙ ผัง ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน ๒๐ ผัง

ส่วนที่ ๔ การพัฒนาเมือง ซึ่งในป้งบประมาณ ๒๕๖๔ จะปรากฏในส่วนที่ ๕ ของป้ ๒๕๖๕ ด้วยควบคู่กันไป ทั้งนี้การพัฒนาเมืองประกอบด้วย ๒ ส่วนด้วยกัน คือการ พัฒนาเมืองด้วยการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ในป้ ๒๕๖๔ กรมส่งเสริมให้มีการจัดรูป ที่ดินในพื้นที่ ๔๙ จังหวัด ดำเนินการโครงการแล้ว ๕๘ โครงการ ในป้ ๒๕๖๕ กรมจัดให้มี การจัดรูปที่ดินเพิ่มขึ้นในจำนวนทั้งสิ้น ๕๓ จังหวัด ดำเนินการแล้ว ๖๖ โครงการด้วยกัน ทั้งนี้ในการดำเนินการโครงการยังมีกองทุนจัดรูปที่ดิน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๗๕ แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดิน ป้ ๒๕๔๗ โดยในป้ ๒๕๖๔ มีผลการดำเนินการ จำนวน ๒ โครงการ และป้ ๒๕๖๕ มีผลการดำเนินการ จำนวนทั้งสิ้น ๖ โครงการ โครงการออกแบบ และวางผังพื้นที่เฉพาะ ในป้ ๒๕๖๔ มีการศึกษาออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะ จำนวน ๑๖ ผัง มีผลสัมฤทธิ์ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานต่าง ๆ ได้นำเอาโครงการไป ดำเนินการจัดสรรงบประมาณ ไปขอรับจัดสรรงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น ๗๗ โครงการ ในป้ ๒๕๖๕ มีการศึกษาและออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะ จำนวน ๑๑ ผัง มีการนำผังไป ปฏิบัติโดยการได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น ๒ โครงการ

ในส่วนที่ ๕ เปึนการดำเนินการอื่น ๆ ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งตรงกับส่วนที่ ๔ ของรายงานป้ ๒๕๖๕ ซึ่งการดำเนินการในป้ ๒๕๖๔ ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำร่างธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง ซึ่งถือว่าเปึนอีกชิ้นงานหนึ่ง ที่เปึนการดำเนินการอื่น ๆ ตาม พ.ร.บ. การจัดทำร่างธรรมนูญดังกล่าวในป้ ๒๕๖๕ นั้น คณะทำงานจัดทำร่างก็ได้จัดทำร่างแล้วเสร็จ แล้วก็เสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย การผังเมืองแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี โดยต่อมาในป้ ๒๕๖๖ ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา แล้วเมื่อ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๖ การดำเนินการอื่น ๆ ในเรื่องของการจัดทำอนุบัญญัติตาม พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ มีการจัดทำจำนวนทั้งสิ้น ๑๕ ฉบับด้วยกัน โดยใน ป้ ๒๕๖๔ ทำอนุบัญญัติแล้วก็ประกาศบังคับใช้ไปแล้ว ๓ ฉบับ แล้วก็ป้ ๒๕๖๕ มีอนุบัญญัติ ที่ประกาศใช้แล้วจำนวน ๘ ฉบับด้วยกัน ในปัจจุบันมีการประกาศอนุบัญญัติที่มีผลบังคับ ใช้แล้วอีก ๑๔ ฉบับ ซึ่งเหลืออีก ๑ ฉบับเท่านั้นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ ร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะได้รอประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

การดำเนินการเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง ในป้ ๒๕๖๔ มีงานสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำแผนที่ และข้อมูลโครงการจัดรูปที่ดิน โดยใช้ เทคโนโลยีเรื่องอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone มีผลดำเนินการใน ๓ พื้นที่ นอกจากนั้นมีการ จัดทำ Application เพื่อให้ประชาชนใช้ในการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยไม่ต้องมา ขอรับข้อมูลที่ทำการ สามารถตรวจสอบโดยใช้ Application ได้ ผังโดยส่วนในป้ ๒๕๖๕ ข้อมูลดังกล่าวนี้จะอยู่ในส่วนที่ ๖ ในป้ ๒๕๖๕ ยังมีได้มีการนำเอาถังน้ำของ สทนช. ซึ่งมีการ ปรับเปลี่ยนจำนวนลุ่มน้ำจาก ๒๕ ลุ่มน้ำ เปึน ๒๒ ลุ่มน้ำนั้น กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการนำข้อมูลลุ่มน้ำดังกล่าวนี้มาปรับปรุงข้อมูล แล้วก็ขอบเขตของลุ่มน้ำเพื่อใช้ ในบูรณาการในการจัดทำการงานด้านผังเมืองต่อไป

ในป้ ๒๕๖๕ มีการเพิ่มเติม ในส่วนที่ ๖ การดำเนินการเพื่อสนับสนุนภารกิจ ด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง ได้แก่ งานสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำแผนที่และข้อมูลทาง กายภาพของพื้นที่เพื่อพัฒนา โดยใช้ Drone เช่นเดียวกัน งานสำรวจปักหมุดแนวถนน โครงการตามแผนผังแสดงเส้นทางคมนาคมและการขนส่ง และการจัดทำ Application ซึ่งมี การพัฒนาขึ้นในป้ ๒๕๖๕ อีกเพิ่มเติม เรื่องของการพัฒนาบุคลากรและการเผยแพร่ องค์ความรู้ด้านการผังเมือง เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง โดยการฝ๊กอบรมและสัมมนาเพื่อให้เจ้าหน้าที่การวางผังในทุกองค์กร ไม่ว่าจะเปึนท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความรู้เกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองในทุกระดับ มีการดำเนินการประชาสัมพันธ์ภารกิจ และงานด้านการผังเมืองในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน สื่อต่าง ๆ ในทุกรูปแบบ จึงเรียนมาต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก สภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านเพื่อโปรดทราบครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่ลงชื่อขออภิปรายนะครับ ท่านแรก ท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ตามด้วยท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ครับ

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ในวันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในส่วนของการรับทราบ รายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็เปึนการ อภิปรายในช่วงของป้งบประมาณป้ ๒๕๖๔ และป้ ๒๕๖๕ ซึ่งการอภิปรายของผมในวันนี้ ก็คงจะไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงาน แต่ว่าเปึนการพยายามที่จะหา ทางออกไปยังจุดหมายปลายทางของเราร่วมกัน นั่นคือการที่จะทำให้การผังเมืองของ ประเทศไทยนั้นมีความตอบโจทย์พี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น แล้วก็เปึนผังเมืองที่จะทำให้ ประชาชน ทำให้เมืองมีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ไม่แน่ใจว่าสไลด์ที่ผมได้ส่งเมื่อสักครู่นี้ มีสามารถอนุมัติทันหรือไม่ ทันนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน เดี๋ยวก่อนอื่นขอไปที่สไลด์ ต่อไปเลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ในส่วนของสไลด์แรกครับ ท่านประธานเปึนสไลด์ที่ผมจะแสดงในส่วนของผังเมือง ณ ปัจจุบันตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ในป้ ๒๕๖๒ ว่า ณ ปัจจุบันเรามีการแบ่งในเรื่องของผังเมืองออกเปึน ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ท่านประธาน

ประเภทแรก ก็คือเรื่องของผังนโยบาย ซึ่งผังนโยบายแน่นอนเราก็จะมี การแบ่งในส่วนของผังนโยบายออกมาเปึนผังประเทศ ผังภาค ผังจังหวัด ซึ่งในส่วนนี้ ก็แน่นอนว่าในส่วนของผังประเทศ ผังภาคในปัจจุบันก็ยังคงไม่แล้วเสร็จ แต่ว่าในวันนี้ผมเอง คงจะไม่ได้ลงรายละเอียดในส่วนนั้นมากนัก ก็อยากจะไปพูดในเรื่องของผังตามกฎหมาย เปึนหลัก ซึ่งในส่วนของผังตามกฎหมายนะครับท่านประธานก็จะเปึนสิ่งที่ ปัจจุบัน พ.ร.บ. ผังเมืองมีการแบ่งออกมาเปึน ๒ ส่วนด้วยกัน

ส่วนแรก ท่านประธานก็คือส่วนของผังเมืองรวม ในส่วนของผังเมืองรวม ก็จะมีการเป่ดให้กับทางท้องถิ่นสามารถที่จะมีการดำเนินการได้ เช่นเดียวกันกับทาง กรมโยธาธิการและผังเมืองก็สามารถที่จะดำเนินการได้ และบางส่วนก็อาจจะเปึนการ ดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมโยธาธิการและผังเมืองกับทางท้องถิ่น ซึ่งทำให้การประกาศ บังคับใช้ออกมาก็จะมีทั้งในเรื่องของประกาศกระทรวงมหาดไทย หรือว่าออกมาเปึนข้อบัญญัติ ท้องถิ่น ขณะเดียวกันท่านประธานก็จะมีอีกผังอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เปึนผังที่มีความลงลึก ในรายละเอียดมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือสิ่งที่เราเรียกว่าผังเมืองเฉพาะ ซึ่งก็จะเปึนการออก ในรูปแบบของ พ.ร.บ. และ พ.ร.ฎ. เนื่องจากว่าอาจจะต้องมีการเวนคืน แล้วก็จะต้องมีการ ที่จะบังคับในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือว่ารูปแบบอาคารอย่างเข้มข้น เดี๋ยวขอสไลด์ ถัดไปครับท่านประธาน

ในส่วนแรก ผมขอพูดถึงในเรื่องของผังเมืองรวมก่อน ในส่วนของผังเมืองรวม ในส่วนของรายงานที่ผมเองได้ดูในช่วงป้ ๒๕๖๔ และป้ ๒๕๖๕ ซึ่งผมเองก็คงจะ ลงรายละเอียดในส่วนของป้ ๒๕๖๕ เปึนหลัก แล้วเมื่อสักครู่นี้ทางท่านอธิบดีเอง ก็ได้มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ก็จะเห็นว่าในส่วนของผังเมืองรวม ณ ปัจจุบัน ก็อาจจะยังมีปัญหาอยู่ในระดับหนึ่งว่า ณ ปัจจุบันแน่นอนว่าผังเมืองรวมเราอาจจะมีอยู่ ๖๐๐ กว่าผัง ซึ่งมีการดำเนินการเสร็จสิ้น มีการประกาศใช้ไปแล้วอยู่ ๓๒๗ ผัง แต่ในขณะเดียวกันเปึนผังที่กำลังดำเนินการอยู่ ณ ป้ ๒๕๖๕ ก็จะมีอยู่ทั้งหมด ๓๒๖ ผัง แต่สิ่งที่ผมเองก็รู้สึกว่าอยากที่จะให้มีการดำเนินการที่มันดีมากกว่านี้ นั่นคือการที่ถ้าหากว่า เราไปดูใน Chart หรือว่าดูในตารางนี้เราก็จะเห็นว่าในส่วนของผังที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีการดำเนินการเองนั้นมีจำนวนน้อยมาก เนื่องจากว่าผังที่ท้องถิ่นมีการ ดำเนินการเองมีอยู่เพียงแค่ ๘ ผัง จาก ๓๒๖ ผัง หมายความว่า ผังของส่วนกลาง ที่ส่วนกลาง ดำเนินการมีอยู่ทั้งสิ้น ๓๑๘ ผังครับ ซึ่งก็ทำให้ตัวของเมื่อคิดทั้งหมดแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีท้องถิ่นทำเองเพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็เปึนส่วนกลางดำเนินการ และแน่นอนว่า ส่วนใหญ่ก็ยังเปึนการดำเนินการที่ล่าช้ากว่าสัญญา แล้วก็มีการล่าช้ามาเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกันท่านประธานครับ สไลด์ต่อไปที่เรื่องของผังเมืองเฉพาะ ในเรื่อง ของผังเมืองเฉพาะก็เปึนสิ่งที่ต้องบอกว่าในกฎหมายเรามีการระบุว่า ผังเมืองเฉพาะเราเป่ด ช่องให้มีการทำ แต่ว่าก็ยังเปึนปัญหาอยู่ว่า ณ ปัจจุบันเองผังเมืองเฉพาะที่เราให้ท้องถิ่นเปึน ผู้ดำเนินการก็ยังมีการดำเนินการอยู่น้อยมากนะครับ เนื่องจากว่าในป้ ๒๕๖๕ ก็จะปรากฏ ในเรื่องของผังเมืองเฉพาะที่ท้องถิ่นขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยดำเนินการให้ มีอยู่ที่ ประมาณ ๕ ผัง แต่ปัจจุบันก็ยังไม่แล้วเสร็จแม้แต่ผังเดียว ขณะเดียวกันก็ทำให้ทางกรมโยธา และผังเมืองเองก็มีความจำเปึนที่จะต้องไปทำผังพื้นที่เฉพาะแทนใช่ไหมครับ เนื่องจากว่า ในเรื่องของผังพื้นที่เฉพาะก็จะเปึนตัวแบบอย่างหนึ่ง ที่เราจะเอาไปให้ทางท้องถิ่นดูว่า ผังเมืองเฉพาะหน้าตาเปึนเช่นไร ซึ่งมีการดำเนินการในส่วนของผังพื้นที่เฉพาะมากกว่า เพราะว่ามีการทำในป้ ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๑๖ ผัง ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องบอกว่าก็เปึนการทำแล้วที่ อาจจะได้ใช้ไม่มากนัก แต่แน่นอนว่าเราก็คงอยากจะให้มีการเกิดผังเมืองเฉพาะมากกว่า แต่ว่าตอนนี้เราก็คงจะต้องพยายามที่จะทำให้ท้องถิ่นมีความอยากที่จะทำผังเมืองเฉพาะ มากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ในส่วนของสไลด์นี้ผมเองก็ขอนำมาสู่เรื่องของบทสรุปในการอภิปราย เรื่องของการรับทราบรายงานในวันนี้ ซึ่งผมเองก็มีการมองเห็นในเรื่องของปัญหาออกมาเปึน ๓ ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกัน

ส่วนแรก แน่นอนว่าในเรื่องของผังเมืองนี้เราจะเห็นในเรื่องของผังเมืองรวม ก็มีอาจจะมีความล่าช้า แล้วก็หลาย ๆ ครั้งในหลาย ๆ เวทีที่เรามีการลงพื้นที่ไปพูดคุย กับพี่น้องประชาชนก็อาจจะมีการสะท้อนในเรื่องความที่ไม่ตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชน ดังนั้น ผมเองก็อยากจะอยากจะเสนอในเรื่องของแนวทางในการที่เราจะมีการปรับปรุงให้ดี มากยิ่งขึ้น นั่นก็คือการที่เราจะต้องทำให้เรื่องของกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ควรที่จะมีตั้งแต่แรกเริ่มก่อนที่จะมีผัง เพื่อที่จะทำให้ตัวของผังเมืองที่จะบังคับใช้ออกมาเปึน เรียกว่า เปึนกฎกติกาที่ทุกฝ์ายยอมรับร่วมกัน ในการที่จะออกแบบพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน ของตัวเอง แล้วก็ทำให้อาจจะมีอีกส่วนหนึ่งที่เปึนเรื่องสำคัญ เรื่องของคณะกรรมการที่เรา อาจจะต้องหาวิธีที่จะต้องทำให้เรื่องของคณะกรรมการไม่เปึนคอขวดอยู่แบบนี้ ในการที่ จะต้องทำให้ใช้วิธีการในการที่จะกระจายในเรื่องของอำนาจ กระจายในเรื่องของงบประมาณ ทรัพยากรต่าง ๆ ออกไปให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก็จะสอดคล้องกับปัญหาส่วนที่ ๒ ที่เราบอกว่าผังเมืองนั้นกระจุกอยู่ที่ ส่วนกลาง เพราะ ณ ปัจจุบันแน่นอนว่า ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองเองรับบทหนักมาก ในเรื่องของการที่ปัจจุบันนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองเองต้องรับอุปสรรคต่าง ๆ ต้องรับภาระ เยอะมาก แล้วก็กลายเปึนว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองก็มีทรัพยากรไม่มากในเรื่องของ บุคคล บุคคลในฝัืงพระราม ๙ แน่นอนว่าเรามีค่อนข้างจำกัด การที่เราจะดูผังทั้งหมด ๓๐๐ กว่าผัง ผมคิดว่าก็เปึนเรื่องที่เปึนภาระอันหนักอึ้งอยู่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญนั้น ก็คงเปึนเรื่องของการที่พวกเราก็จะต้องมีการผลักดันในเรื่องการกระจายอำนาจ กระจาย งบประมาณ เช่นเดียวกันกับเรื่องของทรัพยากรบุคคล เรื่องของทรัพยากรบุคคลที่พวกเรา ก็จะพยายามที่จะทำให้นักผังเมืองนี้ก็จะมีอยู่ในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค ทั่วทั้งประเทศ เช่นเดียวกันท่านประธานครับ ในเรื่องของเทคโนโลยีก็เปึนเรื่องสำคัญ เนื่องจากว่าถ้าหากว่า เรามีการพัฒนาเรื่องของการกระจายงบประมาณลงไปให้กับท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมาก ยิ่งขึ้น แน่นอนว่าในเรื่องของท้องถิ่นเองก็จะมีเทคโนโลยีในการที่จะทำมากขึ้น เรื่องของการ ทำเรื่องของศูนย์ข้อมูล เรื่องของ GIS ต่าง ๆ ก็จะไม่เปึนข้อจำกัดอีกต่อไป

สุดท้าย ท่านประธานครับ นำมาสู่เรื่องของผังเมืองเฉพาะ ที่ผมบอกว่า ผังเมืองเฉพาะปัจจุบันนี้ยังไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากว่าก็อาจจะมีข้อจำกัดว่าท้องถิ่นหลายแห่ง ก็อาจจะยังมีความกังวลว่า การที่ออกมาเปึน พ.ร.ฎ. จะเปึนการชนกับประชาชนหรือไม่ ก็อาจจะมีความกังวลใจ แล้วก็มองไม่เห็นว่าผังเมืองเฉพาะมีความสำคัญอย่างไร ดังนั้นผมเอง ก็อยากจะเสนอให้กับทั้งรัฐบาล ทั้งภาครัฐต่าง ๆ ที่จะต้องทำให้มีการเพิ่มในเรื่องของ แรงจูงใจในการทำผังเมืองเฉพาะ ในการที่จะทำให้ท้องถิ่นนั้นเห็นว่าผังเมืองเฉพาะเปึน โอกาสในการพัฒนา ผังเมืองเฉพาะนั้นสามารถจะทำให้พวกเขาจัดเก็บรายได้เข้าสู่ท้องถิ่น ได้มากยิ่งขึ้น หรือว่ามีโอกาสที่จะพัฒนาดึงดูดนักลงทุนได้มากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ท่านประธาน ครับ ผมคิดว่าในสิ่งที่ผมเองได้มีการอภิปรายในวันนี้ก็อยากฟังความเห็นจากทางหน่วยงาน ที่มีการดำเนินการอยู่ว่า ถ้าหากว่าพวกเราจะมีการร่วมกันในการที่จะพัฒนาเรื่องของระบบ ผังเมืองให้เปึนไปในทางที่ดีขึ้น อยากให้ท่านช่วยเสนอแนะแล้วก็อยากจะให้ตอบในเรื่องของ คำแนะนำของพวกเราว่า ท่านเห็นอย่างไรว่าควรที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นในเรื่องของผังเมือง ได้อย่างไร คิดว่าสั้น ๆ น่าจะประมาณนี้ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตที่จะมีความเห็นกับ การทำงานของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่จริงรุ่นประธานกับรุ่นผมจะคุ้นกรมโยธาธิการ และผังเมืองมากกว่าในเรื่องการทำถนนหนทาง แต่ช่วงหลังนี้เราก็เริ่มได้เห็นบทบาทของ กรมโยธาธิการและผังเมือง มีหน้าที่ในการที่จะกำหนดรูปแบบผังเมืองรวมทั้งประเทศของ จังหวัดและของพื้นที่ต่าง ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอก็คือเวลากรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าไปจัดทำผังเมืองที่จังหวัดใดก็จะมีปัญหาตามหลังมาตลอด คือในช่วงที่ทำนี่ผมคิดว่า การประสานงานระหว่างผังเมืองกับท้องถิ่นละเลยการประสานงาน ไม่ได้ฟังความคิดเห็น โดยจริง ๆ แล้วตามข้อที่ทางโยธาธิการและผังเมืองได้ทำในเอกสาร ผมคิดว่าโดยแผนงานเราเอง เราก็ระมัดระวังในหลายเรื่อง เพราะเมืองทุกเมืองไม่ได้หยุดนิ่งอยู่ธรรมดา กรมโยธาธิการและผังเมืองทราบดีว่าเมืองที่ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มส่วนใหญ่ก็เริ่มจาก กรุงเทพมหานครเปึนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ แล้วก็ขยายเมืองจากที่ราบลุ่มลุ่มแม่น้ำไปเรื่อย ๆ เมืองที่อยู่เชิงเขาข้างบนก็จะขยายจากแนวทางเส้นทางเดินน้ำ เมืองที่อยู่ใกล้ริมทะเลก็ขยาย เมืองจากการตั้งในพื้นที่ดอน แล้วก็ขยายออกไปจากพื้นที่ทางทะเล มันมีทิศทางของการ พัฒนาอย่างเปึนธรรมชาติอยู่โดยปกติ แต่ปัญหาก็คือช่วงหลังนี้ลักษณะของการที่ประชากร ในภาคชนบทย้ายขยับเข้ามาในตัวเมืองนี้มากขึ้น ๆ แม้ตัวเลขประชากรประเทศไทยเรา เกือบจะหยุดนิ่ง ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบที่ท่านผู้มาชี้แจงทราบดี แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ ในชนบททุกจังหวัด ที่อยู่ในชนบทจริง ๆ เมื่อเขามีฐานะหรือมีลูกหลานที่โตขึ้น ลักษณะ การขยับตัวเข้ามาในพื้นที่ใกล้เมืองเพื่อสะดวกในการที่จะส่งลูกเข้าเล่าเรียน หรือ ทำการศึกษาต่อมันก็เริ่มเกิดขึ้น บ้านเรือนในตัวเมืองที่เคยเล็กก็เริ่มขยายอย่างเปึนระบบ มากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะเกิดปัญหาแล้วก็ได้ยินตลอด ก็คือบางจังหวัดที่นั่งข้าง ๆ ผม คุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต สส. จังหวัดแพร่ ท่านก็พูดถึงการไปวางผังเมืองทิ้งกันไว้ แล้วก็ท้องถิ่นก็ไม่รู้เรื่อง บางพื้นที่ท่านเขียนใส่กระดาษให้ผม แต่ผมคงจำได้ไม่หมด ก็คือ เขาจะขอตั้งโรงน้ำแข็ง ออกแบบเสร็จ ก่อสร้างเสร็จ ปรากฏว่า อบต. ก็อนุญาตเรียบร้อย ถึงเวลาปรากฏว่าผังเมืองกับโยธามาบอกว่าตรงนี้เขาจะทำถนน และพูดเรื่องทำถนนมา ๒๐ กว่าป้แล้ว เดี๋ยวถ้ารายละเอียดอย่างไร ผมจะให้ทางท่านศิริวรรณได้นำเสนอเอกสารกับ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อลงไปดูที่จังหวัดแพร่ด้วย แต่สิ่งที่ผมกำลังจะพูดคุยกับท่าน ในการให้ความคิดเห็น ก็คือ ๑. การระมัดระวังในการตีผังเอาชนบทมาล้อมเมืองให้แคบ คือเราอยากรักษาความเปึนประเทศที่อุดมสมบูรณ์ในภาคการเกษตรก็ถูกต้อง แต่ทุกวันนี้ครับ พื้นที่การเกษตรมันถูกลดน้อยลงโดยธรรมชาติ มันถูกขยายโดยความเปึนเมือง เพราะฉะนั้น ถ้าจังหวัดใดไปกระทบในการวางผังเมือง ขยับจากพื้นที่เขตเทศบาลออกไปนิดเดียว ท่านไป ตีกรอบให้เปึนพื้นที่สีเขียวสำหรับทำการเกษตรอย่างเดียว อันนี้เกิดปัญหาแน่ครับ ผมว่า ท่านประธานสภาก็จะรู้ดีครับว่า ถ้าที่จังหวัดท่านนะครับ ออกจากเขตเทศบาลไปสักนิดหนึ่ง ๒ ป้ ๓ ป้ มันก็จะเริ่มมีบ้านจัดสรรขยับออกไปเรื่อย ๆ แต่ถ้ามันเปึนพื้นที่โดนตีผังสีเขียว โครงการเหล่านี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นทิศทางการพัฒนามันก็จะบีบตัว ผมเคยไปเจอ ท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง คือมีพี่น้องราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี มีความเห็นต่อ การทำผังเมืองจังหวัดอุดรธานี ในกรณีที่บีบให้อุดรธานีจะกลายเปึนพื้นที่ที่พัฒนาช้าลงไปอีก หลายสิบป้ครับ เนื่องจากเราเอาพื้นที่อื่นเข้ามาบีบพื้นที่เมืองให้ติดนิ่งอยู่กับที่ จังหวัดอุดรธานี มันเริ่มพัฒนากลายเปึนศูนย์กลางของภาคอีสานริมชายแดน แน่นอนครับ สนามบินลงพื้นที่นั่น ตัวเมืองขยายจากจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดหนองคาย ผมคิดว่าระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ป้นี้ เกือบจะกลายเปึนไม่เหลือชนบทระหว่าง ๒ จังหวัด จังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดหนองคาย อาจจะขยับเปึนจังหวัดเดียวกันได้ในพื้นที่พัฒนาในเรื่องที่อยู่อาศัย เขตอุตสาหกรรม และเขตเมืองต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ในช่วงของการทำผังเมือง การเข้ามามีส่วนร่วม ภาคประชาชนน้อยไป เปึนไปได้ไหมว่าเราจะทำผังเมืองที่ไหนอย่าประกาศแบบผ่าน ๆ ครับ ท่านเรียกท้องถิ่นทุกท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนั้นมาประชุมร่วมกับท่าน ตั้งแต่ อบจ. เทศบาล อบต. ทั้งหมดบอกว่า นับจากนี้ไปผังเมืองจะเริ่มจากนักวิชาการลงมาทำผังเมืองของจังหวัด เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่จะกระทบขอให้ออกความเห็นกันมา แล้วเราก็จะได้ทำไปร่วมกัน ไม่ใช่เราทำผังเมืองเกือบเสร็จแล้ว ก็กลับมีราษฎรมาประท้วงโวยวาย ซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าจะ เกิดขึ้นในบรรยากาศอย่างนี้ ดีที่สุดก็คือการเข้ามามีส่วนร่วมภาคประชาชน ท่านประธานครับ ผมเปึนคนจากชนบท บ้านผมทั้งหมดนี่มันเกิดถนนทั้งหมดในบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง เกิดมายุคเงินผันครับท่าน สมัยก่อนแถวบ้านผมเส้นทางคมนาคมใช้ทางเรือหมด แต่ยุคเงินผัน เขาบอกให้ขุดถนน แล้วก็จ้างชาวบ้านขุดถนน ถนนทุกสายเชื่อมระหว่างหมู่บ้านต่อหมู่บ้าน ขึ้นมาทดแทนแม่น้ำ ขึ้นมาทดแทนสายคลอง และถนนนั้นก็เปึนถนนดินเหนียวเล็ก ๆ ผ่านไป ๒๐ กว่าป้ ยังเปึนดินเหนียวตลอด แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งจากดินเหนียวเริ่มพัฒนาเปึนถนนลูกรัง เริ่มเปลี่ยนเปึนถนนหินคลุก เดี๋ยวนี้ก็เปึนถนนโยธาธิการที่ทำทิ้งไว้เปึนถนนลาดยาง แต่เนื่องจากเปึนถนนที่ขุดโดยมือชาวบ้าน พื้นที่มันแคบ แล้วก็คดไปตามความยินยอมของชาวบ้านที่ให้มา มันก็เลยเปึนลักษณะถนน ที่เกิดขึ้นมาจากเงินผันจริง ๆ แล้วถนนในชนบทประเทศไทยนี่เกินครึ่งที่พัฒนาถ่ายโอน มาให้กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือถ่ายโอนไปให้ทางหลวงชนบท รวมถึงถ่ายโอนไปให้ ยังกรมทางหลวง เกิดจากถนนเล็ก ๆ ที่เรียกชาวบ้านขุดกันตามโครงการเงินผันเมื่อ ๔๐ กว่าป้ที่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะมีความคิดเห็นต่อกรมโยธาธิการและผังเมืองวันนี้ ก็คือ การเข้ามีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแสดงความคิดเห็น และอย่าไปหยุด การพัฒนาของเมือง เพราะหยุดการพัฒนาการเมือง เราก็ปฏิเสธความจริงว่า เราไม่อยากให้ เมืองขยาย แต่โดยสภาพความเปึนจริงครับ เมืองเริ่มขยายขึ้นทุกตัวเมืองในทุกจังหวัด ท่านอย่าไปตีกรอบบีบ ตีอย่างไรมันก็จะเปึนปัญหาที่บีบคั้นให้คนไม่สามารถที่จะพัฒนา ตัวเองไปได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมนำเสนอวันนี้ก็เปึนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งผมเองก็เคยมีโอกาสได้รับการต้อนรับจากท่านวันที่พา ราษฎรจากจังหวัดอุดรธานีไปร้องเรียนที่ท่าน ซึ่งท่านก็รีบดำเนินการก็ขอขอบพระคุณไว้ด้วย กับแนวทางที่จะพยายามปรับทิศทางในการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง ปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จำนวน ๑๗๕ ท่าน ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานประจำป้ เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการผังเมือง ป้ ๒๕๖๐ โดยดิฉันขอเน้นไปที่ประเด็นของเรื่องการจัดการ ภัยพิบัตินะคะท่านประธาน จากการอ่านรายงานของทางกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว เห็นได้ว่าท่านมีการดำเนินงานในเรื่องของผังนโยบายระดับภาค ภาคกรุงเทพมหานคร แล้วก็ปริมณฑล ในเรื่องของด้านการจัดการน้ำ แล้วก็ด้านการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งดิฉันก็ขอ ชื่นชมว่ารายงานของท่านทำมาได้ค่อนข้างครอบคลุม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันขอตั้งข้อสังเกต เล็กน้อยว่า ในส่วนที่ ๖ ในเรื่องของการดำเนินการเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการผังเมือง แล้วก็การพัฒนาเมือง ทางหน่วยงานได้นำเทคโนโลยีต่าง ๆ นำมาใช้งาน ไม่ว่าจะเปึน ในเรื่องของอากาศยานไร้คนขับ ในเรื่องของภาพถ่ายดาวเทียมต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคิดว่า เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็อาจจะเห็นได้ว่าถึงแม้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองเอง จะมีการดำเนินงานเรื่องการจัดการเรื่องภัยพิบัติในเรื่องของผังเมืองแล้ว แต่ทุกวันนี้เราก็ยัง ประสบปัญหากับน้ำท่วม อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เมือง คือต้องบอกอย่างนี้ค่ะ คือเมืองเราพัฒนาไปค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งการทำผังเมืองตามไม่ทัน เมื่อวานทางกรรมาธิการ ดิฉัน กรรมาธิการการปัองกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย เราก็เพิ่งพูดกันเรื่องปัญหาน้ำท่วมจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากว่ากระบวนการทำผังเมือง ค่อนข้างล่าช้า และหลาย ๆ พื้นที่ก็พัฒนาเปึนที่อยู่อาศัยไปทั้งหมด ดิฉันเลยจะขอฝาก ข้อคิดเห็นนิดหนึ่งว่า เราสามารถนำเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างเช่น พวก Remote Sensing GIS Laser ทั้งหลายนำมาประเมินแนวทางการไหลของน้ำได้ คือต้องยอมรับอย่างนี้ว่า ระบบ การระบายน้ำในเมืองของเรานี่ ท่อที่ใช้อยู่นี้สำหรับระบายน้ำในอัตรา ๖๐ มิลลิเมตร แต่ ณ ปัจจุบันและในอนาคต เรากำลังเผชิญกับภาวการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท่านประธาน ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาจะมีปริมาณที่มากขึ้นตกถี่ขึ้นรุนแรงขึ้น อาจสูงถึง ๑๐๐-๑๒๐ หรืออาจจะถึง ๒๐๐ มิลลิเมตรได้ ซึ่งอัตราการระบายน้ำของเราไม่เพียงพอค่ะ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการวางผังเมืองที่ดี แล้วก็มีคุณภาพจะมีส่วนช่วยในเรื่องนี้ ขอรูปขึ้นด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

อย่างที่ดิฉันแจ้งไปนะคะว่า การพัฒนาของเมืองค่อนข้างรวดเร็ว เลยอยากจะฝากทางหน่วยงานในเรื่องของสีของผังเมือง ท่านสามารถใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ประเมินว่าพื้นที่ไหนเปึนทางไหลของน้ำหรือว่าพื้นที่ไหน ควรเปึนพื้นที่รับน้ำนะคะ แล้วก็กำหนดสีไปเลยค่ะ อาจจะเปึนสีขาวคาดเขียวเพื่อเปึนพื้นที่ อนุรักษ์ไปก็ได้นะคะ แทนที่จะนำพื้นที่นั้น ๆ ไปพัฒนาเปึนพื้นที่อยู่อาศัยไปทั้งหมด จากภาพ ท่านจะเห็นได้ว่าพื้นที่ธรรมชาติปกติของเราเปึนพื้นที่รับน้ำ แต่เมื่อใดก็ตามที่พัฒนา มันพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและไม่ได้รอบคอบ ไม่ได้มีการศึกษาอย่างรอบด้าน ย่อมส่งผล กระทบกับชุมชนโดยรอบนะคะ พื้นที่ที่เคยรับน้ำเมื่อพัฒนาเปึนหมู่บ้านจัดสรร เปึนคอนโดมิเนียม เปึนที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ทำให้พื้นที่รับน้ำมันลดลงและส่งผลให้น้ำท่วม ในบริเวณใกล้เคียงนะคะ ซึ่งปัญหาเรื่องอุทกภัยก็คือเปึนปัญหาสำคัญในทุกวันนี้ ดิฉันจึง อยากจะขอฝากทางหน่วยงานนี้ด้วยนะคะว่า เราจะต้องสร้างศักยภาพให้กับชุมชนในการ เตรียมพร้อมรับมือที่จะปรับตัวเข้ากับภัยพิบัติ เนื่องจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง แล้วอัตราความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชนก็จะมีมากขึ้นตามไปเปึนลำดับ ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เชิญครับ

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ในส่วนรายงานของท่านเกี่ยวกับ เรื่องการผังเมืองและการทำงาน จริง ๆ แล้วกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายไปก่อน หน้านี้ผมก็เห็นด้วย แล้วก็เปึนประเด็นที่คล้ายคลึงกัน ในส่วนนี้ผมอยากจะเน้น คือผมอยาก ให้ทางหน่วยงานให้ความสำคัญเพิ่มเติมคือมันมีส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องสำคัญ แต่ว่า ไม่ได้เจอที่เปึนประเด็นหลักในรายงาน คือผังเมืองนะครับหลังจากทำ หลังจากปรับปรุงไป ผลกระทบที่เกิดกับสังคมโดยรอบ มีการสำรวจมีการพูดถึงมากน้อยขนาดไหน เพราะว่า เราจะได้รับทราบปัญหาอยู่เสมอครับว่า ผังเมืองที่วาง ผังเมืองที่รับทราบกันในทางราชการ อาจจะไม่เข้ากับสภาพสังคมหรือสภาพการเปึนอยู่ของประชาชนในบริเวณนั้น ๆ ซึ่งมันก็จะ ก่อให้เกิดปัญหา เราจะเห็นเสมอว่า ทำไมตรงนี้มีโรงงานได้ทำไมคนไปอยู่ตรงนั้น ทำไมตรงนี้ น่าจะเปึนเขตที่น้ำท่วม ทำไมถึงมีบ้านคนตั้งอยู่ได้ คำถามต่าง ๆ เหล่านี้ครับ มันคือ สิ่งที่เกิดจากการทำผังเมือง ซึ่งผมเข้าใจครับว่าการทำผังเมือง ผมเองก็เรียนวิศวะมา ได้เรียน การวางผังเมืองมาคร่าว ๆ รับทราบว่า บางครั้งนี่ท่านสมาชิกบางท่านก็บอกไปแล้วว่า ทำไม่ทัน ทำไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่การจะวางไว้ในอนาคตว่าอีก ๕ ป้จะเกิด อะไรขึ้น คนที่วางผังเมืองเองก็ไม่ทราบว่ามันจะเกิดอย่างที่วางจริงไหม อันนี้ผมก็เข้าใจว่า เปึนความลำบากในการทำงานของท่าน แต่ผมก็อยากเสนอว่ามันควรจะต้องมีหน่วยงาน หรือมีเจ้าหน้าที่คอยสำรวจเรื่องเหล่านี้ว่า ผังเมืองที่ท่านได้ทำไปที่ท่านได้วางไปนี่ มันสอดคล้องกับที่ท่านวางแผนไว้ตอนแรกมากน้อยขนาดไหน ถ้ามันจำเปึนต้องมีการ ปรับเปลี่ยน ควรจะต้องทำรวดเร็วมากน้อยขนาดไหน ท่านอาจจะวางไว้ ๕ ป้ ๒ ป้ ลองสำรวจดูว่ามันเปึนไปตามแผนเดิมไหม ควรจะต้องปรับปรุงไหม เพื่อเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันนะครับ ที่ในหลายจังหวัดโดยเฉพาะในจังหวัดในเมืองใหญ่ ๆ ก็จะมีปัญหาว่า วางไปแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ตรงกับผังเมือง ทำให้ปฏิบัติตัวกันไม่ถูกทั้ง ๒ ฝัืงทั้งประชาชน ก็ปฏิบัติตัวไม่ถูก หน่วยงานเองก็ปฏิบัติตัวไม่ถูกว่าดังนั้นควรจะทำอย่างไร แล้วพอถึงจุดหนึ่ง ถ้าจะไปแก้ผังเมือง มันก็อาจจะแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว ผมก็จึงอยากจะฝากไว้ครับว่าในอนาคต ผมมองว่าสิ่งที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ก็คือ อาจจะต้องมีการสำรวจต้องมีการติดตามเรื่อย ๆ ว่า ผังเมืองที่ท่านได้วางไปได้เปึนไปตามแผนพัฒนาที่ท่านคิดไว้หรือไม่ หรือถ้ามันจำเปึนต้องมี การเปลี่ยนแปลงเราจะต้องเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากน้อยขนาดไหนจำเปึนต้องมีส่วนที่ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากน้อยขนาดไหน ทีนี้มันก็จะไปถึงเรื่องการกระจายอำนาจ ผมเข้าใจว่าการวางผังเมืองนี้มันเปึนเรื่องใหญ่ ท่านอาจจะไม่สามารถกระจายให้ทุก อบต. วางผังเมืองของตัวเองได้ เพราะมันก็ต้องมี ภาพรวมภาพใหญ่ที่อาจจะกระทบในระดับจังหวัด ในระดับอำเภอ แต่ว่าผมก็อยากให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาคประชาชน มีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ เพราะผมเชื่อว่า บางครั้งผมเห็นในหลายพื้นที่ว่าถ้าส่วนกลางกำหนดอะไรลงไปนี้ บางครั้งในพื้นที่เองถึงแม้จะรู้ว่า อาจจะมีปัญหาอะไร เขาก็ไม่กล้าพูดตรง ๆ เพราะฉะนั้นผมมองว่าการให้ประชาชน หรือตัวแทนประชาชน ไม่ว่าจะเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนเสนอความคิดเห็น หรือร่วมในแผนการวางผังเมืองหรือการพัฒนาของท่านนี้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ให้ท่านได้ ท่านก็จะได้สามารถ ได้รับ Feedback จากพื้นที่โดยตรง จากคนที่อยู่ในพื้นที่มันก็จะช่วยลด ปัญหาความเข้าใจผิดระหว่างประชาชนกับหน่วยงานได้มากขึ้น เพื่อที่เราจะได้ทำงานกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านก็ได้วางผังเมืองได้วางการพัฒนาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ สังคมในพื้นที่นั้น ๆ ลดปัญหาที่ท่านจะเจอกับประชาชนในอนาคต แล้วก็อยากให้ในอนาคต ในรายงานมีส่วนนี้ด้วยก็คือการรายงานว่าปัญหาที่อาจจะมีประชาชน หรือมีคน Raise ประเด็นขึ้นมา มีคนมาร้องเรียนว่าปัญหาผังเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ นี้ ตอนนี้มีอะไรบ้าง แล้วท่านได้ประชุม ท่านได้มีการปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาได้มากน้อยขนาดไหน ทางสภา ผมเชื่อว่าทุกคนที่เปึนตัวแทนของประชาชนก็อยากจะทราบประเด็นนี้ เราได้ยินมาตลอดว่าพอมี ปัญหาอะไรสักอย่าง โรงงานตรงนั้นไฟไหม้ โรงเก็บพลุตรงนั้นระเบิด ทำไมมันถึงมีอันนี้อยู่ใกล้ บ้านประชาชนโน่น นี่ นั่น ซึ่งมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับท่านโดยตรง แต่ ณ จุด ๆ หนึ่ง สิ่งเหล่านี้มันก็ต้องกลับไปที่เรื่องผังเมืองว่าอะไรทำได้ อะไรควรอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะฉะนั้น ถ้าประชาชนยิ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง มีส่วนในการร่วมตัดสินใจ ร่วมรู้แผนของท่านไปด้วย ทุกคน ก็จะเปึนผู้ร่วมรับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาในการวางผังเมือง ซึ่งมันก็จะช่วยลดปัญหานี้ ของท่าน ส่วนเรื่องปัญหาว่าในปัจจุบันมีปัญหาอะไรบ้าง ผมก็อยากให้เพิ่มในรายงาน ในอนาคตว่าปัญหาอะไรบ้างที่ได้รับการร้องเรียน แล้วทางผังเมืองนี้ช่วยแก้ปัญหาอะไร ให้ประชาชนได้บ้าง นอกนั้นก็จะเปึนปัญหาคล้าย ๆ กับที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ผมก็ฝากไว้เท่านี้ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา และเขตคลองเตย พรรคประชาชนครับ ก็ขอร่วมอภิปรายรายงานผังเมืองในประเด็นปัญหาอุปสรรคและในการดำเนินการนโยบาย การใช้ประโยชน์พื้นที่ ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านก็คงพอทราบนะครับ คือสภาพบังคับมันไม่มีเลย คือมีผังเมืองไปแล้ว ก็เหมือนปล่อยให้พัฒนาไปอย่างไร้ทิศทาง และท่านก็ไปไล่ระบายสี ตามทีหลัง ซึ่งสภาพความเปึนจริงกับผังเมืองมันคนละเรื่องกันเลยนะครับ ท่านคงทราบ ผมเปึน สส. กทม. ไปประชุมผังเมืองมาไม่ต่ำกว่า ๖-๗ ครั้ง กระบวนการมีปัญหา ที่ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ ยกตัวอย่างนะครับ เช่น การวางผังเมืองปัจจุบันไม่ได้ปัองกัน ปัญหาความแออัดขาดแคลนที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้ และการขยายตัวของเมืองอย่าง ไร้ระเบียบ คือ Urban Sprawl เข้าใจว่าท่านต้องการจะทำ Land Utilization ใจกลางเมือง ใช้ประโยชน์ที่ดินให้คุ้มค่าที่สุด แต่จริง ๆ แล้วการพัฒนามันก็ไปอย่างไร้ทิศทาง ทั้ง ๆ ที่ผังเมือง ในอุดมคติควรส่งเสริมการใช้ประโยชน์พื้นที่ ส่งเสริมการกระจายความเจริญด้วยการพัฒนา บริการสาธารณะในพื้นที่เมืองอย่างทั่วถึง แต่ความเปึนจริงก็ยังมีปัญหาในการปฏิบัติให้ เปึนไปตามแผนผัง ยกตัวอย่างเช่น แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและการขนส่ง การเชื่อมโยง ระดับประเทศในภูมิภาคก็ยังเห็นได้ไม่ค่อยชัด อย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนี้ กรุงเทพมหานครในเขตที่ติดกับจังหวัดใกล้เคียงผังเปึนอีกสีหนึ่ง ยกตัวอย่าง อาจจะเปึนความ หนาแน่น ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง หรือต่ำ แต่ปรากฏข้ามไปสำโรง ข้ามไปกิ่งแก้ว สมุทรปราการนี้เปึนสีแดงเลย เปึนความหนาแน่นสูง หรือหลายครั้งในกรุงเทพมหานคร ใจกลางเมืองเปึนพื้นที่คลังน้ำมัน เปึนพื้นที่โรงกลั่น อนุญาตได้อย่างไร ผ่านมาตั้งกี่ป้แล้ว รอบล้อมนี้เปึนที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูงไปหมดเลย คือมันมีปัญหาเยอะ ขั้นตอน และกระบวนการในการดำเนินการจัดทำผังเมือง การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การประชาสัมพันธ์ความสำคัญ และองค์ความรู้ด้านผังเมืองให้ประชาชนรับรู้อย่างทั่วถึง คือมันไปหลายครั้งนี้มันเปึนการสื่อสารทางเดียวครับท่าน คือแจ้งเพื่อทราบเหมือนเปึนแค่ แสตมปีตรายางให้มาฟัง แล้วก็ถือว่าประชาชนรับรู้แล้ว มีส่วนร่วมแล้ว แต่ความจริง เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย และควรมีกรอบระยะเวลาในการปรับให้ทันต่อช่วงเวลาสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอนะครับ เพราะว่าเมืองพัฒนาไปท่านก็ไปไล่แก้ตามทีหลัง ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ภาคปัจจุบัน จริง ๆ แล้วท่านควรจะดูรูปแบบการรับฟังความคิดเห็นในการทำผังเมืองเฉพาะ ซึ่งทำได้ดี ในหลายพื้นที่นะครับ รับฟังมาแล้วนำไปปรับใช้อย่างไร ชี้แจงให้ประชาชนเขาทราบ มีกระบวนการชี้แจงที่โปร่งใส ไม่ใช่เขา Comment เขาให้ความเห็นไปแล้ว สุดท้ายก็ไม่รู้ว่า ความเห็นเขาไปอยู่ตรงไหนนะครับ

ความจำเปึนอีกอันหนึ่ง คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาตินี่ ควรไปอยู่ใต้สภาพัฒน์ พิจารณาเปลี่ยนจากปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะกรรมการ และเลขานุการ ซึ่งท่านก็เอาไม่อยู่ ยกตัวอย่างองค์ประกอบคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด ในเขต กทม. นี่มีทั้งอะไรก็ไม่รู้ ผู้แทนสำนักอัยการสูงสุด ผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ตรงไหน ต่างจังหวัดนี่เขามีทั้งที่ดิน ท่องเที่ยว กีฬาจังหวัด ธนารักษ์ สาธารณสุขจังหวัด พลังงาน จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด การไฟฟัา การประปา คือเนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับหลายมิติ ตั้งแต่สังคม การพัฒนาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมนี่ ผมว่ามันผิดฝัืงผิดฝาที่เอาไปอยู่ใต้ กระทรวงมหาดไทย ไปอยู่ใต้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ก็ฝากไว้เปึนประเด็นนะครับว่า จริง ๆ แล้วคงจะต้องไปแก้เรื่อง พ.ร.บ. ผังเมืองให้มัน ครอบคลุมแล้วก็ไปอยู่ใต้หน่วยงาน ที่สามารถดูเชื่อมโยงหลายมิติมากกว่านี้ได้ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ เชิญครับ

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทย สร้างชาติ วันนี้ได้เห็นรายงานประจำป้ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ผมก็เชื่อว่า หลาย ๆ ท่านคงไม่ได้ติดใจเรื่องรายงาน แต่คงจะติดใจเรื่องการจัดทำผังเมืองของท่าน เสียมากกว่า ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านรู้ไหมครับว่าผังเมืองของท่านนี้ไม่เคยมีใครชื่นชมกับการ ทำผังเมืองของท่านเลย มีแต่เรื่องติ มีแต่เรื่องต่อว่า มีแต่เรื่องไปขอแก้ไขโดยตลอด ท่านวิทยาได้บอกว่าท่านจะให้หมู่บ้านจัดสรรอยู่เฉพาะในเขตเมือง เขตเทศบาล เทศบาลนคร เมืองหลัก ๆ แต่พอข้ามเส้นเขตแดนไปแล้วนี่ ในพื้นที่ขององค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่น บ้านจัดสรรก็ทำไม่ได้แล้ว ก็หลีกเลี่ยงโดยการไปทำทีละ ๙ หลัง ท่านก็ทราบดี เพราะท่านไม่อนุญาตให้เขาทำบ้านจัดสรรในเขตพื้นที่สีเขียว สีเขียวคาดขาวหรืออะไร ก็แล้วแต่ มันก็เปึนประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่เขาต้องไปทำผิดกฎหมาย ต้องแบ่งแยกโฉนด ซื้อที่มา ๑ แปลง ลงชื่อ ๒-๓ คน เพื่อให้ ๑ คนแบ่งได้ ๙ แปลง ท่านทำอย่างนี้เพื่อให้เกิด ประโยชน์อะไร รัฐขาดภาษี ขาดค่าธรรมเนียม ขาดรายได้ รูปแบบของบ้านจัดสรร ก็ไม่สมบูรณ์ ทำ ๙ หลังแป็บเดียวเสร็จหมดแล้วก็ต้องทำอีก ๙ หลัง ถ้าจะทำหมู่บ้านใหญ่ ๆ เลยก็ต้องไปอยู่ในเทศบาล ราคาที่ดินก็แพงขึ้น บ้านก็แพงขึ้น พี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท อาจจะมีกำลังซื้อสักประมาณหลังละ ๑ ล้านบาทเศษ ๆ ไม่เกิน ๒ ล้านบาท พอเข้าเทศบาล หลังหนึ่งก็เปึน ๓-๔ ล้านบาท จังหวัดราชบุรีนะครับ ท่านทราบไหมครับว่าทั้งจังหวัด ไม่สามารถตั้งโรงงานผสมยาง Asphaltic ได้เลย ผู้ประกอบการก็ต้องขวนขวายไปซื้อที่ดิน ที่จังหวัดเพชรบุรีและกาญจนบุรี เพื่อสร้างโรงงานผสมแอสฟัลต์ ต้องไปลงทุนอีกต่อรายนับ ๒๐-๓๐ ล้านบาท แต่ที่ตัวเองมีแล้วก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็บอกว่าจะปรับแก้ก็เปึน เวลานานแล้วก็ยังเปึนเช่นเดิม ท่านยังมีโครงการตัดถนนเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องราษฎร ที่ไม่มีทางออก ท่านรู้ไหมครับว่าที่ราชบุรีนั้นท่านตัดถนนเพื่อแก้ปัญหานี้เปึนที่นายทุน ทั้งหมดเลย เท่ากับท่านไปทำทางเข้าออกให้นายทุนอย่างเดียว ระยะทางประมาณเกือบ ๒ กิโลเมตร จากเพชรเกษมไปถนนเส้นราชบุรี-พิกุลทอง ท่านอาจจะไม่รู้ แต่ท่านลองไป เช็กดูนะครับ เพราะฉะนั้นผังเมืองของท่านต้องปรับปรุงนะครับ ผมไปดูทุกป้ด้วยซ้ำไป แล้วท่านต้องมีศูนย์รับเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องราษฎรที่ได้รับผลกระทบในการที่จะประกอบ กิจการ ในการที่จะดำเนินการก่อสร้าง และการขยายเมือง ขยายภาคธุรกิจเพื่อเปึนการ กระตุ้นเศรษฐกิจ นี่กลับกลายเปึนว่าทุกวันนี้พอผู้ประกอบการหรือจะทำอะไรก็แล้วแต่ จะต้องประการแรกเลย ๑. ไปดูผังเมืองเสียก่อน ติดอะไรไหม แล้วส่วนมากจะติดขัดไปหมด ที่อยู่ในเขตของที่ท่านจัดไว้ก็มีราคาแพง แล้วผมก็ไม่ทราบว่าท่านมีศูนย์อุทธรณ์รับเรื่อง หรือไม่ กรณีที่ราษฎรหรือผู้ประกอบการได้รับผลกระทบหรือได้รับความเดือดร้อนในการที่จะไป จัดสร้างหมู่บ้าน หรือผู้ประกอบการโรงงานอะไรก็แล้วแต่ ฉะนั้นในการจัดทำผังเมืองของท่าน มันก็ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องราษฎรในพื้นที่ ท่านอาจจะใช้บริษัท หรืออาจจะใช้ หน่วยงานที่อยู่จากส่วนกลางเข้าไปดำเนินการ แล้วก็ไปขีด ๆ เอาตามใจชอบ โดยที่มีการ รับฟัง แต่การรับฟังที่ไม่ทั่วถึงแล้วก็ไม่รอบคอบ ไม่ครอบคลุมทุกประเด็น เรื่องเหล่านี้ ท่านต้องไปดำเนินการปรับปรุงแก้ปัญหาให้เรียบร้อย ทั้ง ๆ ที่จังหวัดราชบุรีนั้นมีโรงงาน มีโรงโม่หินหลายสิบโรงมาก ทั้งที่อำเภอเมืองราชบุรีและที่อำเภอจอมบึง ก็มีอยู่ในเขต อุตสาหกรรมอยู่แล้ว มีฝุ์นบ้างเปึนเรื่องปกติธรรมดา แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะสร้างอะไรได้อีก จึงขอฝากท่านไปดูเรื่องนี้ด้วย แล้วก็ยังเกี่ยวกับเรื่องของการที่ผังเมืองเวลาจะแก้ ทางพื้นที่ ก็บอกว่าเดี๋ยวจะแก้ ๆ ประมาณนี้ แต่การแก้ไขผังเมืองของท่านนั้นยากมาก กระบวนการ ที่ดำเนินการที่จะไปปรับปรุงอะไรก็แล้วแต่มันก็จะไม่ค่อยสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ไม่สอดคล้องกับผู้ประกอบการในพื้นที่ กลับกลายเปึนว่าผังเมืองนั้นเองที่เปึนตัวถ่วง ความก้าวหน้า ความมั่นคงในการประกอบการของพวกเอกชนโดยทั่วไป ก็ฝากท่านเพียง เท่านี้ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลางและตำบลกระทู้ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับรายงานประจำป้ของ กรมโยธาธิการและผังเมือง อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กล่าวไปแล้วว่าพวกเรา คงไม่ติดใจเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ แต่จะมีปัญหาเกี่ยวกับว่าแนวนโยบาย แนวความคิด ในการทำผังเมืองที่ผ่านมา ปัญหามันกระทบต่อพี่น้องประชาชนมากขนาดไหนที่ผ่านมา กระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนจะตกหล่นไปอย่างทุกครั้งที่เวลามีการทำ ประชาพิจารณ์ในพื้นที่ ทำประชาพิจารณ์ไปเสร็จแล้ว ประชาชนในพื้นที่ถึงจะรู้ว่าได้ ดำเนินการไปแล้ว อย่างจังหวัดภูเก็ตเองนะครับท่าน เชื่อไหมครับว่ามีพื้นที่สีเขียว เพื่อทำการเกษตรมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่เปึนจังหวัดเกี่ยวกับการ ท่องเที่ยวไปแล้ว พื้นที่บริเวณทางตอนเหนือของเกาะ ใกล้กับสนามบินนานาชาติภูเก็ต เปึนพื้นที่สีเขียวยังคงไว้เพื่อการเกษตร ถามจริง ๆ เถอะครับว่าตอนนี้ใครจะทำเกษตร ในจังหวัดภูเก็ต นอกจากนายทุนทำสวนยางเท่านั้น อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งของปัญหาที่ผ่านมา ยังรวมไปถึงการวางผังเมืองที่ไม่ได้มองไปถึงอนาคต ว่าเราจะกระจายความเจริญ ด้วยการ ขนส่งสาธารณะอย่างไรบ้าง เพราะที่ผ่านมาเรามีแนวคิดแต่ว่าจะขยายถนน เพิ่มเลน การจราจรเท่านั้น ไม่ได้เพื่อพื้นที่ไว้กับการเดินทางทางรางหรือทางรถเมล์สาธารณะใด ๆ เลย ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในจังหวัดภูเก็ตอย่างมาก เช่นกันครับสีผังเมืองก็ยังเปึน ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง อย่างท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ตพื้นที่ผังเมืองเปึนสีม่วง ซึ่งในอดีตผังเมือง สีม่วงคือที่เก็บคลังสินค้า ไม่สามารถมีที่พักได้ ไม่สามารถมีโรงละครได้ แต่ท่าเรือน้ำลึก ในหลาย ๆ ประเทศ อย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ท่าเรือน้ำลึกได้พัฒนาไปไกลแล้วครับ กลายเปึนห้างสรรพสินค้า เปึนโรงละครเปึนให้ที่เรือสำราญมาจอด เพื่อพัฒนาธุรกิจ การท่องเที่ยวให้มันเจริญรุดหน้าไปเทียบเท่ากับนานาชาติ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถึงมีมาที่ว่าทาง กรมโยธาธิการและผังเมืองควรมีแนวความคิดเพื่ออนาคต ไม่ใช่วางผังเมืองเพื่อล็อกให้เมือง หยุดการเติบโตอย่างเช่นในปัจจุบัน จะฝากเรื่องนี้ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพราะผม เชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ในหลาย ๆ จังหวัดก็พบเจอเช่นเดียวกัน

แล้วก็ปัญหาต่อมา เรื่องผังเมืองสีแดง ในหลาย ๆ พื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต อย่างเช่น ย่านเมืองเก่าที่เปึนผังเมืองสีแดงแล้วนั้น ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ต้องการให้มี ตึกสูงเลย ท่านก็เอาผังเมืองสีแดงไปให้ แต่ในขณะเดียวกันพื้นที่บริเวณป์าตอง ที่ผู้ประกอบการต้องการตึกสูง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวท่านกลับไม่ให้สร้างตึกสูง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ มันถึงเปึนที่มาว่าทำไมคุณถึงไม่มาทำรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ก่อนที่จะไป ประกาศผังเมือง เพราะที่ผ่านมาการทำผังเมืองจะมีแต่หน่วยงานที่มาจากส่วนกลาง แล้วก็เอาทุกอย่าง ในความคิดของตัวเองนี่มาครอบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รับฟังในพื้นที่เลยว่า จริง ๆ ประชาชนในพื้นที่ต้องการอะไร ต้องการจะให้บ้านเมืองของตัวเองพัฒนาไปทิศทางไหน อยากฝากเรื่องนี้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวด้วย ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณวิรัช พิมพะนิตย์ ครับ

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ เขต ๑ จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ ยังอยู่ห้องกรรมาธิการงบประมาณ แต่ได้ยินว่ามีพระราชบัญญัติการผังเมืองเข้าสู่สภา ผมก็วิ่งมา เพราะอยากจะพูด ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ได้เจอท่านประธานนานก็เลยคิดถึง อยากบอกว่าผังเมืองมันเปึนสิ่งที่จำเปึนกับชีวิตความเปึนอยู่ของประชาชน วันนี้ผมต้อง บอกว่าผังเมืองที่ทำมาบางครั้งมันก็ล้าสมัยครับ มันก็ต้องทำให้เปึนปัจจุบัน อย่างผม ยกตัวอย่างจังหวัดของกระผมจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งท่านอธิบดีก็เคยเข้าไปชี้แจงงบประมาณ แล้วก็ได้คุยกัน จังหวัดผมนี่ผังเมืองตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ซึ่งควบคุมไว้ด้วย ไม่ให้ก่อสร้างอาคาร เกินกว่า ๒,๐๐๐ ตารางเมตร จังหวัดผมมี สส. ๖ คน ประชากรเกือบล้านคน แล้วก็มี บัญชีรายชื่ออีก ๓ คนครับ ต่างพรรคนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถือว่าเปึน สส. ๙ คน แต่ว่า บ้านผมไม่มีศูนย์การค้า ไม่มีอะไรเลย เพราะก่อสร้างไม่ได้ ไม่มีโรงแรมใหญ่ ๆ เพราะว่า เกินกว่า ๒,๐๐๐ ตารางเมตร สร้างไม่ได้ ประชาชนชาวกาฬสินธุ์ ผมขอบอกว่าทุกคนรวมกัน จนตั้งขึ้นเปึนสภาเมือง โดยรวบรวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ๑๐ หน่วยงาน เพื่อรวบรวมกัน หอการค้า สภาอุตสาหกรรมต่าง ๆ วันนี้โทรมาบอกผมบอกว่าวันนี้ให้ช่วยคุยเรื่องผังเมือง ให้หน่อย ผมขออนุญาตพูดยกตัวอย่างแบบจังหวัดผม สถานบันเทิงที่ท่านตั้งให้ไว้ ไปอยู่ไกล จนไปอยู่ตำบลหนึ่ง ติดตำบลหนึ่งห่างจากเมืองอีก ๖-๗ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นสถานบันเทิง หรือต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ผิดกฎหมายทั้งหมด ผมบอกว่าวันนี้ทั้งผังเมืองของกรมโยธาธิการ และผังเมืองนะครับ กรุณาประชุมแล้วให้ความเห็น รับฟังเสียงของประชาชนชาวกาฬสินธุ์บ้าง ประชาชนของเขตพื้นที่ที่เขาจะเจริญเติบโตขึ้นต่อไป บางครั้งการเมืองท้องถิ่น การเมืองต่าง ๆ หรือการปกครองท้องถิ่น ถ้าเขามีธุรกิจที่มันเกี่ยวพันกับศูนย์การค้า ศูนย์อะไรเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ถ้าไม่ต้องการที่จะให้มีอะไรเกิดขึ้นให้มันเจริญเติบโตขึ้นมาในสิ่งที่เปึนประโยชน์ ในส่วนรวมต่างหาก ผมบอกว่าวันนี้ผมอยากได้เมืองที่เจริญ ผมอยากได้เมืองที่มีการ ท่องเที่ยว ผมมีเขื่อนลำปาว ผมกำลังจะมีสนามบินชื่อสารสินธุ์ที่ใช้ระหว่างจังหวัด มหาสารคามกับจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่สิ่งต่าง ๆ สำหรับผังเมืองไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาของ จังหวัดผมเลย ผมบอกว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ทำนี้ของท่านโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการ และผังเมือง แต่ก่อนก็เปึนกรมโยธาธิการ แล้วก็กรมผังเมือง ก็แยกต่างหาก วันนี้รวมเข้ากัน แล้วนี่สีต่าง ๆ ที่ท่านระบุไว้นี้ถือว่าใช้ได้ แต่ว่าในเขตพื้นที่ที่เจริญนี่ผมอยากให้ทำให้มัน เจริญเติบโตขึ้นมา แล้วฟังเสียงของผู้ประกอบการในจังหวัดของตัวเองบ้าง ท่านประธาน ที่เคารพ มาวันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรครับ ก็ขอความเห็นใจจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่จะทำ ผังเมืองโดยเร็ว ไม่ใช่ว่าคอยก่อน มีผังเมืองรวม ผังเมืองใหญ่ต่าง ๆ นี้มันนานมากแล้ว ผังเมืองของบ้านผมตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ท่านไม่ทำใหม่ให้ผมเลย วันนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้ายังอยู่ ตรงนี้ทั้ง ๆ ที่ศักยภาพทุกอย่างมีพร้อมสรรพหมดทุกอย่าง ผมไม่อยากให้เห็นสิ่งที่อะไรที่มันเกิดมาบนผังเมืองและผิดกฎหมาย ผมอยากให้มีอะไรเติบโต ขึ้นมาโดยถูกกฎหมาย สถานที่ริมเขื่อน วันนี้กรมชลประทานก็ยินยอมแล้วให้เปึนท่องเที่ยว และการเกษตร แต่ก่อนเพื่อการเกษตร แต่วันนี้เขาให้ขยับเพื่อเปึนการท่องเที่ยว เราสามารถ จะสร้างบังกะโลริมน้ำ สร้างอะไรต่าง ๆ แต่มันก็ขึ้นกับผังเมืองอีกอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้น วันนี้สิ่งสำคัญของราษฎร สิ่งสำคัญของประชาชน สิ่งสำคัญของการหารายได้เกิดจากพื้นที่ ที่จะต้องก่อสร้าง ผมจึงฝากกับท่านโยธาธิการและผังเมือง และฝากถึงกองทุนทุกอย่างให้ ช่วยดูแลในเขตและทั่วประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี จังหวัด ปทุมธานี ซึ่งกำลังนั่งฟังอยู่ชั้น ๔ ขอบคุณมากครับ ต่อไป ขอเชิญคุณอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมอ่านเอกสาร ของท่านที่นำเสนอรายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ทั้ง ๒ ฉบับ ในเนื้อหาของรายงานทั้ง ๒ ป้ ผมก็คิดว่าเขียนไว้ครอบคลุม แล้วก็ โยงให้เห็นโครงสร้างของผังเมืองแล้วก็ปัญหาต่าง ๆ ได้ ผมคิดว่าในทางทฤษฎีนี้ค่อนข้าง เรียบร้อยดีมาก แต่สิ่งที่ผมมีความรู้สึกข้อหนึ่ง ก็คือว่าเนื่องจากว่าภาระงานอันนี้มันไปอยู่ใน กรมโยธาธิการและผังเมือง มันเลยทำให้น้ำหนักของการบริหารจัดการผังเมืองมันอ่อนค่าลง คือผมอยากเห็นความสำคัญของการให้ความสำคัญเรื่องผังเมือง เปึนเรื่องสำคัญอันหนึ่งของ ประเทศ ผมคิดว่างานผังเมืองมันเปึนภารกิจที่ถ่ายทอดนโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าทั้งในตัวของ ตัวเศรษฐกิจ ตัวสังคม ตัวสิ่งแวดล้อม ถ้าหากเรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ถ้าเราไม่มี แผนพัฒนาตัวผังเมือง มันเปึนการถอดแผนจากสิ่งที่มันเปึนตัวนโยบายให้มาเปึนสิ่งที่มันจับ ต้องได้ ก็คือตัวผ่านตัวผังเมือง เพราะฉะนั้นถ้าหากผ่านทั้งเมืองแล้ว นโยบาย หรือตัว พระราชบัญญัติผังเมืองข้อปฏิบัติในพระราชบัญญัติผังเมืองนี้มันไม่ทันสมัย ปัญหาที่ตามมา ก็คือการพัฒนาเมืองที่มันขาดประสิทธิภาพ เราจะเห็นได้ว่าปัญหาที่มันเกิดมาในวันนี้ ก็คือการพัฒนาเมืองที่มันขาดประสิทธิภาพ ไม่ว่าเกิดปัญหาโจรผู้ร้าย ไม่ว่าจะเกิดปัญหา สาธารณสุข ไม่ว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมอุทกภัย มันเกิดมาจากโครงของการวางผังเมือง ที่มันไม่ตอบสนองกับประโยชน์เหล่านั้น ในปัจจุบันนี้มันมีข้อใหม่ ๆ เกิดขึ้น ก็คือในเรื่องของ ตัวคุณภาพชีวิตในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในประเด็นของ SDGs เพราะฉะนั้นผมอยากเห็น ความสำคัญของผังเมืองที่มันทำงานในระดับเดียวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แผนพัฒนาเรื่องสาธารณสุขของประเทศ

ทีนี้พอเข้ามาอ่านในตัวรายงานสิ่งที่เรารับทราบ ผมว่ามันล่าช้าเกินเหตุ คือ เรารับทราบเหตุการณ์เมื่อป้ ๒๕๖๔ กับป้ ๒๕๖๕ ในขณะที่ปัจจุบันนี้ป้ ๒๕๖๗พอเราไปอ่าน แผนต่าง ๆ ไปอ่านผลปฏิบัติ ก็เลยทำให้เรารู้สึกได้ว่าเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไปว่าความล่าช้าของแผนมันเยอะมาก แผนบางแผนเราปฏิบัติไปได้แค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่ง เรายังอยู่ในการพิจารณาอยู่เลย การประชุมของคณะกรรมการระดับนโยบายทั้งป้ ๒๕๖๔ และป้ ๒๕๖๕ ป้ ๒๕๖๔ ประชุมครั้งเดียว ป้ ๒๕๖๕ ประชุม ๒ ครั้ง ประชุม ๒ ครั้ง เนื้อหา ในการประชุม ส่วนใหญ่ก็คือมารับเฉพาะเรื่องการรับฟัง การมีส่วนร่วมของคนของประชาชน ในการที่จะทำแผน เนื้อหาทั้งหมดของการประชุมในกรรมการระดับชาติมารับรู้เรื่องเดียว เรื่องที่ล่าช้ามาก เพราะเนื่องจากแผนนี้ ในป้ ๒๕๖๒ ถึงป้ ๒๕๖๗ เราเพิ่งจะมีธรรมนูญเรื่อง การผังเมืองนี้เมื่อป้ ๒๕๖๕ นี่เอง แล้วมันเลยทำให้แผนอื่น ๆ มันล่าช้าตามไปหมดเลย

ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าโดยเฉพาะในปัจจุบันพอมาถึงป้ ๒๕๖๗ แล้ว สถานการณ์บ้านเมือง สถานการณ์โลก ความร่วมมือต่าง ๆ ซึ่งท่านก็เขียนไว้อยู่ในเอกสาร แต่ความรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอากาศ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องภัยคุกคามทางโลก หรือว่าความ เจริญทางการแพทย์ โครงสร้างทางประชากร การเติบโตของเมือง ผมว่ามันเปลี่ยนแปลง แบบรวดเร็วมาก เพราะฉะนั้นแผนของผังเมือง ไม่ว่าจะเปึนระดับประเทศ ระดับจังหวัด ระดับภาค หรือแผนเฉพาะ แล้วก็แผนผังเมืองท้องถิ่น มันต้องเปึนแผนที่สามารถรองรับ กับการคาดการณ์ปัญหาที่มันเกิดขึ้นในอนาคต ๒. ก็คือแผนที่ไม่มีการปรับตัวกับผังเมือง เราฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เขามา ไม่ว่าจะทั้งตอนรับฟังแผน และตอนที่แผน มันเกิดแล้ว แล้วเกิดปัญหาเกิดขึ้น ก็คือมาประท้วง ผมจำได้ในเขตตรงแถวซอยอารีย์ ประชาชนแถวซอยอารีย์เขามาประท้วงแผนที่จะตัดถนนของผังเมืองใน กทม. เพราะฉะนั้น สถานการณ์ซึ่งมันเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว ผมว่ากรมโยธาธิการและการผังเมือง โดยเฉพาะ กรรมการนโยบาย แล้วก็ตัวกรรมการผังเมืองเอง ต้องรีบจัดการอย่าให้แผนมันล่าช้า ผมฝาก ปัญหาไว้ แม้ว่าในเอกสารจะเขียนปัญหาไว้บางส่วนแล้ว สิ่งที่ผมเห็นแล้วก็เปึนปัญหาพื้นฐาน ก็คือเรื่องการบูรณาการของข้อมูล เพราะเนื่องจากผังเมืองในปัจจุบันมันพูดถึงเรื่องแผนอื่น ๆ เกิดขึ้นตามมาด้วย เช่น ตัวแผนพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น ปัจจุบันเรามีผังน้ำเกิดขึ้น ก็คือไปดู แผนของอุทกภัย แผนการใช้น้ำ แผนการเจริญเติบโตของประชากร การลดของประชากร เพราะฉะนั้นการบริการข้อมูลมันไม่ประสานกัน อันที่ ๒ ก็คือเรื่องการสอดคล้องของแผน ที่มีทุกแผน ผมอยากเห็นผังเมืองที่มันสอดคล้องกับทุกแผน อันสำคัญอันที่ ๓ ก็คือเรื่อง การขับเคลื่อนแผน แล้วก็การขับเคลื่อนตัวนโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าทั้งในระดับท้องถิ่น จนมาถึงระดับประเทศ ให้มันเห็นเปึนรูปธรรมมากขึ้น อันสุดท้ายที่ผมจะขอฝากไว้ ก็คือแผนการพัฒนาเมืองในอนาคต ถ้าเราไม่มีแผนตัวนี้ชัดเจน เราก็จะมีปัญหากับบ้านเมือง ที่เราเห็น ทิศทางของการพัฒนาในเรื่องอื่น ๆ ที่เกิดมาจากโครงสร้างของผังเมืองที่มัน แปลกแยก จนทำให้มันเกิดปัญหาในปัจจุบันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมฝากว่าเราอาจจะจำเปึน ที่จะต้องยกระดับความสำคัญของผังเมือง นอกจากขึ้นอยู่ในกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือปรับโครงสร้างของผังเมืองให้เปึนหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในระดับประเทศด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุดท้าย คุณกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ครับ

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดชลบุรี เขต ๖ ศรีราชา ท่านประธานคะ ในเขตศรีราชาบ้านของกฤษฎิ์เองนั้น มีท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเปึนศูนย์กลาง โลจิสติกส์ ศูนย์กลางการขนส่งของประเทศ แล้วก็มีประชากรที่อาศัยอยู่จำนวนมากในศรีราชา และมีถนนหนทางหลายสายเช่นกัน ถนนหนทางเหล่านี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่จะขนย้าย สินค้าออกจากท่าเรือแหลมฉบัง แล้วก็กระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ แต่การจัดการผังเมืองนั้นทำให้ถนนหนทางเหล่านั้นกลายเปึนที่จอดรถแทนที่จะเปึนเส้นทาง ขนส่ง กลายเปึนที่จอดรถอย่างไร ผังเมือง EEC และผังเมืองศรีราชาที่จัดทำขึ้นใหม่นั้น อำนวยความสะดวกให้กับลานตู้สินค้า สามารถไปเป่ดขนานเส้นทางถนนเหล่านี้ได้ เลยทำให้รถบรรทุกจะต้องไปจอดรอคอยอยู่บน ถนนเหล่านั้น ทำให้เปึนอุปสรรคในการจราจร ในการขนถ่ายสินค้า ถ้าท่านไปเป่ดดูในวันนี้ ตลอดแนวถนนคู่ขนานและแม้กระทั่งถนนเส้นใหม่ ๓๐๐๙ ที่ตัดออกจากท่าเรือแหลมฉบัง ไปยังถนนเส้น ๓๓๑ ถนนเส้นนี้ทั้งเส้นตอนนี้ขนาบข้างเปึนสีม่วงมะปรางทั้งหมดนะคะ ลานตู้ ไปก่อสร้างกันเต็มไปหมดนะคะ ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรมากมาย นี่หรือคือการจัดผังเมือง การจัดผังเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน หรือเปึนการอำนวยความสะดวก ให้กับกลุ่มทุนกันแน่

กลับมาเข้าสู่ประเด็นนิดหนึ่ง การจัดทำผังเมืองศรีราชา หรือ EEC ก็ตาม ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดผังเมือง ถึงแม้ท่านจะบอกว่ามีการประกาศให้ประชาชน มามีส่วนร่วมแล้วก็ตาม แต่การประกาศของท่านนั้นท่านไปประกาศไว้ที่ไหนคะ ที่อำเภอ ที่เทศบาล ปัจจุบันมีใครไปอำเภอหรือเทศบาลบ้าง ประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น ไม่มีใครทราบเลยแม้แต่น้อยว่ามันมีการป่ดประกาศ ๙๐ วันไปแล้ว ดังนั้นในการออกผังเมือง ครั้งนี้ประชาชนจึงไม่มีส่วนร่วมในการทำผังเมืองในครั้งนี้ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ การออกผังเมืองไม่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตความเปึนอยู่ของ ประชาชน ในบริเวณที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นส่วนมากเปึนสีส้ม ท่านกลับอนุญาตให้มี ผังเมืองสีม่วงไปกำหนดอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งมันทำให้ประชาชนที่อยู่หนาแน่นตรงนั้น การสัญจรไปมาติดขัดเปึนอย่างมากนะคะ ซึ่งข้าพเจ้าเองในฐานะ สส. เขตได้รับการร้องเรียน เรื่องปัญหาการจราจรติดขัดเปึนอย่างมาก และรวมถึงเรื่องปัญหาน้ำท่วมต่าง ๆ นะคะ เพราะว่าการก่อสร้างที่กีดขวางทางน้ำทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ท่านจะสังเกตได้เลยว่า ปัจจุบันในอำเภอศรีราชาจะมีปัญหาเปึนอย่างมาก เรื่องการจราจรติดขัด แล้วก็เรื่องน้ำท่วม ตรงนี้อันที่จริงแล้วการจัดผังเมืองจะต้องเปึนการจัดผังเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกและ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น แต่การออกผังเมืองใหม่ การออกผังเมืองจังหวัดศรีราชา ผังเมืองรวมศรีราชา และผังเมือง EEC ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ เปึนการก่อให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยเดิม ทั้ง ๆ ที่เปึนชุมชนเก่าดั้งเดิม แต่ผังเมืองที่ออกใหม่นี้ก็ไปกำหนดให้เปึนเขตอุตสาหกรรม เปึนเขตสีม่วง ซึ่งก่อให้เกิดอุปสรรคปัญหาการเปึนอยู่กับพี่น้องเปึนอย่างมากนะคะ ดังนั้น ในวันนี้อยากจะขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยพิจารณายกเลิกผังเมืองศรีราชาแล้วก็ ผังเมือง EEC แล้วก็พิจารณาจัดทำใหม่ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพชร จันทรรวงทอง ขอเวลาอภิปราย ๕ นาที เชิญครับ

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ในวันนี้กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับผังเมืองนะครับ ท่านประธานครับ ผังเมืองถือเปึนเรื่องที่สำคัญมาก อย่างที่เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้อภิปรายนะครับ ผังเมืองถือว่าเปึนจุดตั้งต้นหรือสารตั้งต้นเลย ก็ว่าได้ครับว่า เมืองหนึ่งเมืองไม่ว่าจะเปึนพื้นที่การเกษตร หรือพื้นที่อยู่อาศัย อะไรควรอยู่ ตรงไหน หรือว่าโรงงานต่าง ๆ นะครับ แต่อย่างที่เพื่อนสมาชิกทุกท่านก็ได้อภิปรายถึงปัญหา ต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการที่มีเหตุการณ์พลุระเบิดแล้วไปอยู่ใกล้ชุมชน หรือว่าพื้นที่เกษตรที่ไม่สามารถปลูกได้ แต่ยังเปึนพื้นที่เกษตรอยู่ ซึ่งตรงนี้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายแล้วนะครับ ผมจึงอยากจะขออนุญาตเสนอโฟกัสแค่ ในเขตพื้นที่กระผมอยู่นะครับ ขอยกตัวอย่าง ผมเปึนผู้แทนที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และผมได้มีโอกาสตรวจผังเมืองที่สีคิ้วนะครับ หลายพื้นที่ผมเห็นว่าเปึนพื้นที่สีเขียวนะครับ เปึนพื้นที่เกษตร แต่ว่ามีผลสำรวจดินตรงนั้นพบว่าดินเปึนดินเค็มมากนะครับ ปัจจุบันก็ แม้กระทั่งปลูกเกษตร หรือแม้แต่หญ้าสีเขียวต่าง ๆ นานาผมก็ยังไม่เคยเห็นเลยครับ ตั้งแต่ ผมได้เกิดมา เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าปัญหาก็คือการ Update ผังเมืองมีกระบวนการ ที่ล่าช้า ผมจึงอยากจะเสนอกับทางกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับว่า อยากให้มี กระบวนการและขั้นตอนที่รวดเร็วกว่านี้ครับ แล้วก็อยากให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ อาจจะให้บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ไม่ว่าจะเปึน อบต. หรือเทศบาล ที่อยู่ในชุมชนนั้น ๆ เพราะว่าทาง อบต. และเทศบาลจะมีการทำการประชาคมกับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างตลอดเวลานะครับ จึงจะถือว่าเปึนการเข้าถึงประชาชน อย่างแท้จริงนะครับ

แล้วก็สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมขอฝากไปถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ช่วยพิจารณาเรื่องผังเมืองอย่างจริงจังนะครับ เพราะว่า จะเปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน และอย่างเช่นที่ผมได้ยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู่ที่อำเภอสีคิ้ว ถือว่าเปึนอีกเมืองหนึ่งที่เปึนประตูสู่แดนอีสานไม่ว่าพี่น้องภาคอีสานจะผ่านไปที่จังหวัด ของตัวเอง อย่างไรก็ต้องผ่านที่อำเภอสีคิ้ว ซึ่งก็จะมี Mega Project มากมาย ไม่ว่าจะเปึน รถไฟรางคู่ หรือว่า Dry Port ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ตรงนี้ถือว่าเปึน Hub Logistics อย่างดีนะครับ ซึ่งถ้าทางกรมโยธาธิการและผังเมืองสามารถปรับแก้ผังเมืองให้มันเปึนไป ตามที่มันควรจะเปึน หรือว่ารองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต ก็จะถือว่าเปึนประโยชน์ แก่พี่น้องประชาชนเปึนอย่างมากเลย ขอขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธีรัจชัย พันธุมาศ ขอ ๕ นาที เชิญครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องของรายงานประจำป้ การปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ คือของป้ ๒๕๖๔ และป้ ๒๕๖๕ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ สำคัญ เนื่องจากว่าผังเมืองบางครั้งเราอาจจะมองเปึนเรื่องไกลตัว แต่ผังเมืองเปึนเรื่องที่ ใกล้ตัวอย่างมาก ผังเมืองคือเขาเรียกว่าในส่วนของแผนทางกายภาพในการชี้นำการพัฒนา ประเทศ ถ้าเกิดว่าเราไม่มีแผนการพัฒนาประเทศทางกายภาพแล้ว ทำให้ทิศทางการพัฒนา นั้นค่อนข้างที่จะสับสน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดเราออกแบบผังเมืองแบบกระจุกเฉพาะ ในตัวเมืองสำคัญ และตรงชนบทก็ปล่อยทิ้งร้างไม่มีการดูแล นั่นคือมีปัญหาอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสมมุติว่าเราวางผังเมืองไปแล้วทำให้กองขยะ หรือโรงงานขยะอยู่ตรงกลางผังเมืองก็จะ ลำบาก ถ้าเรากำหนดผังเมืองเปึนปล่อยให้บางพื้นที่นั้นเปึนที่รับน้ำ แต่อีกทีหนึ่งเปึนที่เจริญ ก็จะทำให้ผังเมืองเรานั้นมีปัญหา ถ้าเราจัดเขตเศรษฐกิจไม่ดี หรือเขตพื้นที่เกษตรกรรม เขตอนุรักษ์ไม่ดี ทั้งอนุรักษ์เมืองเก่า และอนุรักษ์ธรรมชาติไม่ดี ทำให้เราไม่มีที่อนุรักษ์ของเรา และไม่มีที่ของการทำให้การเกษตร และทำให้พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจคงไม่ดี ในผังเมือง หลายประเทศที่พัฒนาแล้ว ๘ หลักของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนบาร์เซโลนา หรือประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศเขาได้ทำผังเมืองแบบเปึนบล็อก แล้วก็แบ่งเปึนโซน อย่างชัดเจนเชื่อมโยง แต่เปรียบเทียบผังเมืองประเทศไทยนั้นค่อนข้างไร้ทิศทาง ผังเมืองประเทศไทยนั้นค่อนข้าง ที่จะกำหนดเปึนผังพัฒนาตามการเจริญเติบโตขยายเปึนผังสีขึ้นมา กำหนดสีเปึนสีส้ม สีแดง สีน้ำตาล สีเหลือง สีเขียว สีเขียวลาย ทั้งหมดเหล่านี้มันขยายไร้ทิศทาง และผังเมืองนั้น คือทำตาม ขยายไปอย่างไรตามที่เราคุมไม่ได้แล้วขยายตามนั้นขึ้นไป ทำให้ผังเมืองของ ประเทศเรานั้นไม่ได้ตอบโจทย์ของการพัฒนาอย่างการทำสร้างเมืองน่าอยู่ และเมืองที่เน้น ในการเจริญเติบโตเศรษฐกิจที่ได้ขึ้นมา เอาล่ะ ในส่วนของรายงานประจำป้ตรงนี้สิ่งที่ผม อยากจะขอฝากทางคณะกรรมการขึ้นไป สิ่งที่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ก็คือในเรื่องของ ตัวผังประเทศและผังภาคครับ ผังประเทศและผังภาคตอนนี้ยังทำไม่เสร็จ ปกติแล้วเราจะทำ ผังประเทศก่อนว่าประเทศควรมีผังอะไรทั้งหมดทั้งประเทศ แล้วก็ผังภาค บางคนเขาบอกว่า ไม่สนใจแต่ทำผังเมืองรวมเลย ในแต่ละจังหวัดเลย มันทำให้ทำแต่ละจังหวัด แต่ตัวเชื่อมต่อ ระหว่างจังหวัด ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพมหานคร ตรงเขตหนองจอกของผมติดจังหวัด ฉะเชิงเทรา ติดจังหวัดสมุทรปราการ ติดจังหวัดปทุมธานีตรงนี้ขึ้นไป ตรงรอยต่อระหว่าง หนองจอกกับจังหวัดปทุมธานี แล้วก็จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสมุทรปราการไม่มี การวางแผนร่วมกัน น้ำท่วมต่าง ๆ เวลามาปัูบเขาทิ้งน้ำที่กรุงเทพมหานคร จะระบายทาง จังหวัดสมุทรปราการระบายไม่ได้ น้ำก็ท่วมแถบหนองจอกขึ้นมา ตรงนี้ทำไมไม่ทำแผนผังภาค ให้ดีละครับ กรมโยธาธิการและผังเมืองควรจะทำแผนผังภาคและแผนผังประเทศให้ชัดเจน ขึ้นมา เพราะว่าถ้าไม่ทำแล้วไปทำแผนผังเมืองรวมเลยก็ไม่ได้

นอกจากนั้นในส่วนของผังเมืองเฉพาะ ตอนนี้ยังไม่เคยมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น ผังเมืองเฉพาะคือลงรายละเอียดมากกว่าผังเมืองรวม ตรงนี้รายละเอียดผมถามนักผังเมือง หลาย ๆ ท่านที่เขาได้มีการจัดผังเมือง เขาบอกว่า โอกาสจะเกิดขึ้นแทบไม่มีหรือแทบจะเปึน ศูนย์เลย อันนี้จริงหรือไม่ ผมถามท่านในป้ ๒๕๖๔ ป้ ๒๕๖๕ มันเปึนจริงหรือไม่

ถัดมาเปึนเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ซึ่ง พ.ร.บ. ผังเมืองต้องการให้รับ ฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่ในการทำผังเมืองระเบียบที่ออกมานั้นไม่ได้เอื้อประกาศ ของผังเมือง ที่จะทำนั้นไม่ได้เอื้อต่อการที่จะฟังความคิดเห็นเลย ผมยกตัวอย่าง อย่างนี้ การฟังความคิดเห็นนั้นเน้นการฟังความเห็นแบบ คือทำสำเร็จรูปมาแล้วให้ฟัง ยกตัวอย่างการทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับที่กำลังทำอยู่นั้น เอาผังเมืองตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ป้ ๒๕๑๘ ที่ทำไม่เสร็จ และ พ.ร.บ. ผังเมือง ป้ ๒๕๖๒ ทำเสร็จขึ้นมา เสร็จแล้วเอาสิ่งที่เดิมไม่ได้มีผังน้ำ ไม่มีผังขนส่ง ไม่ได้มีผังอื่น ๆ ตาม พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ แต่เอา อันเดิมมา แล้วเอามาให้ฟังความคิดเห็นเลย มันต่างกัน ผังทั้งเมือง ป้ ๒๕๖๒ เขาระบุไว้ชัดว่าให้ฟังความคิดเห็นก่อน แล้วค่อยเอาไปสร้างทำผัง แล้วค่อยกลับมาให้ฟัง ความคิดเห็นอีกทีหนึ่ง แต่การทำผังเมืองของกรุงเทพมหานครตอนนี้เอาผังเมืองเดิมทำตาม พ.ร.บ. ผังเมืองป้ก่อนหน้านั้น เอามาเสร็จแล้วมาให้ฟังเลย นี่ก็คือเท่ากับป่ดประตูตีแมว ไม่ได้ทำมาเลย ในประเทศพัฒนาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เขาเป่ดโอกาสให้ประชาชนนั้นทำเปึนผัง ๆ แนวคิดของการทำผังเมืองเปึนผัง ๆ ออกมาเลย ๑ ๒ ๓ รูปแบบจะให้เมืองพัฒนาทิศทางไหน แล้วประกวดกันให้ประชาชนลงมติ พอเสร็จแล้ว ก็เลือกผังเมืองแนวคิดแบบนี้ เสร็จแล้วก็มาลงรายละเอียด แล้วมาฟังอีกที จึงเกิดผังเมือง ที่มีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ผังเมืองของไทยเวลาฟังการมีส่วนร่วมที่ กรุงเทพมหานครกำลังทำอยู่ในขณะนี้ คือท้องถิ่นในการทำ เขาไปเชิญ คือไม่ได้มีการให้ ความรู้อะไรทางผังเมืองเลย แต่ไปเกณฑ์ผู้นำชุมชนเข้ามาในแต่ละเขต ไม่เคย มีความรู้ ไม่เคยให้ความรู้เบื้องต้นว่าผังเมืองคืออะไร ประโยชน์ของผังเมือง ข้อดี ข้อเสีย ของผังเมืองที่ออกมานั้นดีอย่างไรบ้าง ผังเมืองที่ดีคืออะไรไม่เคยอธิบายให้ฟังก่อนเลย ไปเกณฑ์มาแล้วก็มานั่งฟังว่าที่ทำเสร็จแล้วนี้ ผังเมืองสรุปขึ้นมานี้ ที่เขาทำสำเร็จรูปมาแล้วนี้ มีข้อดีอย่างไร นั่นก็คือการทำแบบเปึนพิธีกรรมเท่านั้นเอง มันไม่ได้เกิดประโยชน์ในการที่จะรับฟัง ความคิดเห็นอย่างแท้จริงเลยนั่นแสดงว่าความคิดเห็นตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ป้ ๒๕๖๒ นั้น ค่อนข้างเปึนเพียงแค่ตัวหนังสือ ลายลักษณ์อักษรเท่านั้น เปึนเพียงพิธีกรรมและที่เอามาทำ การมีส่วนร่วมคือต้องเข้าใจด้วยว่าผังเมืองที่ดีคืออะไร ผังเมืองที่ไม่ดีคืออะไร ผลกระทบ เขาคืออะไร ประชาชนไม่เคยได้รับความรู้ตรงนี้เลย กลไกของ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ ที่กำหนดไว้ ไม่ได้ใช้ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองควรจะไปปรับปรุงตรงนี้ว่า ทำอย่างไรให้ประชาชน เข้าใจถึงความรู้ถึงผังเมืองที่ดีของโลกเขาเปึนอย่างไรบ้าง ที่ดีที่ควรจะเปึนเปึนอย่างไร ที่ไม่ดี มันเปึนอย่างไรและที่ผลกระทบถ้าทำแบบแล้วเปึนอย่างไรบ้าง ตอนนี้ผังเมืองรวม กรุงเทพมหานครนั้นค่อนข้างออกแบบแบบกระจุก เน้นแต่ส่วนกลางกระจุกขึ้นไป เน้นแต่ การสร้างตึกสูงให้สูงขึ้นเปึนแนวตั้ง การที่ตึกสูงขึ้นมาก ๆ แล้วมีหินมีดินขึ้นไป ตึกสูงขึ้นไป มีเหล็กขึ้นไปสร้างตึกสูง ๆ ขึ้นไปน้ำหนักมันเยอะ กรุงเทพมหานครต่ำ มันจะทำให้เพิ่ม การทรุดขึ้นไปป้หนึ่งไม่น้อยกว่า ๒ เซนติเมตร และอีกหน่อยกรุงเทพมหานครก็จะจมออกไป การสร้างตึกสูงถามว่าประชาชนต่าง ๆ นั้นสามารถที่จะมาซื้อได้ไหม เพราะว่าคอนโดมิเนียม มันแพง แต่เราควรจะทำทางราบให้คนไหม เมืองเราควรจะออกแบบอย่างไร แต่ตอนนี้ เมื่อผังเมืองไม่ได้ทำแบบตามที่ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ ตามเจตนารมณ์ที่ทำไว้ ทำให้รูปแบบ การออกผังเมืองตอนนี้ขณะนี้กำลังออกแบบมา เน้นกระจุกและสร้างตึกสูง แต่คนรากหญ้า คนชั้นกลางต่าง ๆ ไม่มีโอกาสเข้ามาใช้และไม่กระจุก คนอยู่ชายขอบไม่มีโอกาสได้รับเมืองที่ดี สาธารณูปโภคสาธารณูปการ โรงพยาบาลดี ๆ โรงเรียนดี ๆ ส่วนราชการที่อยู่ใกล้ไม่เกิดครับ กระจุกอยู่ส่วนกลางทั้งหมด ผมอยู่เห็นเขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง เปึนเขตที่ชายขอบ ๒๗๐ กว่าตารางกิโลเมตร ต้องอยู่ที่เมืองที่เปึนชนบท ถูกเปึนที่ทิ้งน้ำมาตั้ง ๓๐-๔๐ ป้แล้ว ไม่เคยมีการเหลียวแล ถ้าผังเมืองดี ๆ เขตผมไม่เปึนอย่างนั้น แต่นี่ผังเมืองป้ ๒๕๖๒ ที่ท่าน ทำไว้ กำลังทำไม่ได้เปึนไปตามนั้นเลย ขอฝากด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้ท่านสมาชิก ได้อภิปรายหมดแล้ว ขอให้ผู้มาชี้แจงได้ตอบข้อซักถามและชี้แจงได้ เชิญครับ

นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ขออนุญาตนำเรียนในข้อซักถาม หรือในข้อแนะนำต่าง ๆ ทั้งหมด ซึ่งโดยรวมมีประเด็นที่เหมือน ๆ กันอยู่ ผมจะขออนุญาต รวมตอบไป

ในส่วนแรก ก็ต้องขอขอบคุณถึงข้อเสนอแนะ และแนวความคิด ข้อแก้ไขต่าง ๆ ข้อท้วงติงต่าง ๆ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองขอน้อมรับที่จะนำไปในส่วนที่จะแก้ไข ปรับปรุงให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการจัดทำผังเมืองได้นี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ก็น้อมรับไปดำเนินการต่อไป

ส่วนในประเด็นที่มีการสอบถามหลัก ๆ ในเรื่องของผังเมืองล่าช้านะครับ อันนี้ก็เปึนประเด็นส่วนหนึ่งที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเราได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ มาโดยอย่างต่อเนื่องกันว่า มีกระบวนการขั้นตอนมากไป น้อยไปอย่างไร ซึ่งตลอดเวลา ที่ผ่านมานี้ก็มีการปรับปรุงเรื่องของขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้มันสั้นลง ใช้เวลาน้อยลง แต่สิ่งหนึ่ง ที่จะเปึนอุปสรรคสำคัญที่เราไม่สามารถเร่งรัดได้เท่าที่ควรนี้ ก็คือในเรื่องของการพิจารณา คำร้องต่าง ๆ ที่เราเป่ดให้แสดงความเห็น ทั้งในช่วงแรกนะครับในการลงไปทำพื้นที่ในการให้ ความรู้เบื้องต้นก่อนที่จะจัดทำร่าง แล้วก็ในช่วงที่จัดทำร่างแล้วมารับฟังความคิดเห็น ๑๕ วัน ประกาศ ๑๕ วัน หรือแม้กระทั่งเมื่อยกร่างผ่านคณะกรรมการแล้วก็จะนำกลับไปป่ดให้ ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอีก ๙๐ วันต่าง ๆ ในแต่ละขั้นตอนจะมีเรื่องของคำร้องต่าง ๆ มามากมายหลายมิติครับ ทั้งเรื่องของบางกลุ่มก็พูดถึงมิติเรื่องของการอนุรักษ์ ทั้งเรื่องของ ชนบทเกษตร มิติของเรื่องอุตสาหกรรมทางผู้ประกอบการต่าง ๆ ทางประธานกลุ่มหอการค้า สภาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็มีอีกความเห็นหนึ่ง รวมถึงกลุ่มที่พัฒนาเรื่องของเศรษฐกิจด้วย ในพื้นที่ต่าง ๆ การพัฒนาต่าง ๆ ทั้งหมดนี้จะเปึนคำร้องที่เหมือนกับจะต้องมีการมาสังเคราะห์ มาคุยกันในรายละเอียดกันอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ใช้เวลาค่อนข้างมากเพราะว่าคำร้องค่อนข้างเยอะ นั่นก็เปึนอุปสรรคอย่างหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามกรมโยธาธิการและผังเมืองก็พยายามที่จะรักษาให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ ของความต้องการของพื้นที่เปึนหลัก ซึ่งขณะนี้การปรับเปลี่ยนในเรื่องของการวางและจัดทำ ผังเมือง ที่ผมกราบเรียนว่าเราได้มีการปรับเปลี่ยนแล้วก็พัฒนามาโดยลำดับนั้นนี้ ปัจจุบันนี้ ผมเรียนว่าในเรื่องของประโยชน์การกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่อาจจะไม่สอดคล้อง กับความต้องการ จริงอยู่ เรามีกลไกต่าง ๆ ในการขอแก้ไขผังเมืองได้ทุกเวลา ตลอดเวลา ตามมาตรา ๓๕ สามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นหลักจะอยู่ที่ทางพื้นที่ด้วย คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดจะเปึนคนกลั่นกรอง แล้วก็สรุปความเห็นทั้งหมดมาที่กรม ก่อนนะครับ ดังนั้นการมีส่วนร่วมขององค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ไม่ว่าจะเปึนท่านนายกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งกลุ่มต่าง ๆ กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ก็จะอยู่ในคณะกรรมการ ผังเมืองจังหวัด ซึ่งก็จะมีการกลั่นกรองในระดับหนึ่งที่จะส่งเข้ามา แต่อย่างไรก็ตามในการ ตัดสินว่าผังเมืองจะออกร่างมาอย่างไร คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดก็คงต้องสรุปในชั้นต้น มาก่อน นี่คือสิ่งที่กราบเรียนเพื่อโปรดพิจารณาให้ความเข้าใจในเรื่องของขั้นตอน

ในส่วนของการกำหนดสี หรือว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น ผมเรียนว่าขณะนี้ เนื่องจากนโยบายรัฐบาลเองก็ดีในหลายป้ที่ผ่านมานี้ ก็มีการพูดถึงเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มมากขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด กรมโยธาธิการและผังเมืองเองเราก็นำเอาประเด็นนี้ ถือเปึนประเด็นหลักใหญ่ที่เราจะมีการเป่ดกว้างขึ้นตามที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ ความเห็นหรือให้ข้อคิดเห็นเอาไว้นะครับ ซึ่งน่าจะสอดคล้องกันในการที่จะพัฒนาที่จะให้ พื้นที่ต่าง ๆ สามารถทำธุรกิจต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้นตามศักยภาพของพื้นที่ อันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่ กรมโยธาธิการและผังเมืองก็จะน้อมรับไปที่จะไปดำเนินการในแนวนี้ต่อไป

อีกส่วนหนึ่ง ก็เปึนเรื่องของการวางถนนโครงข่ายต่าง ๆ ที่มีท่านสมาชิก ท่านบอกว่ามีการก่อสร้างโรงน้ำแข็งลงไปในพื้นที่ แล้วอยู่ ๆ ก็มีถนนตัดมาแล้วบอกว่าตรงนี้ ห้ามสร้าง จริง ๆ แล้วในข้อเท็จจริงผมเรียนว่าอย่างนี้ ท่านสมาชิกก็ได้ไปนำเรื่องดังกล่าวนี้ ไปหารือทางกรมอยู่เปึนระยะ ๆ สืบเนื่องจากอย่างนี้ว่า ถนนตามโครงการผังเมืองนี้เราก็มี การกำหนด เพื่อที่จะกำหนดการระบายการจราจร การคมนาคมต่าง ๆก็มีการวางถนน ไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหน่วยงานที่จะต้องควบคุมไม่ให้มีการก่อสร้างลงไปในเส้นทางดังกล่าวนี้ ที่เปึนที่ขัดแย้งกับเส้นทางของถนนนี้ก็ต้องเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ปรากฏว่า ในข้อเท็จจริงนั้นโรงน้ำแข็งที่ว่านั้น กลายเปึนสร้างในขณะที่มีข้อห้ามอยู่ ก็จะเปึนการฝ์าฝ๋น ในส่วนที่ห้ามไว้แล้วนะครับ ดังนั้นจึงเปึนเรื่องยากที่จะย้อนกลับไปแก้ไขว่า จะยกเลิกถนน เส้นนั้นออก มันก็จะกลายเปึนเอื้อประโยชน์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในภาพรวมอยู่ เหตุผลที่ผมเรียนอย่างนี้ ผมขอกราบเรียนว่าเรื่องของถนนโครงข่ายทั้งหมดกรมโยธาธิการ และผังเมืองเราเข้าใจดีว่า สิ่งที่เราเขียนไปบางทีหน่วยงานที่จะต้องเอาไปปฏิบัติก็ได้แก่ ทางหลวงชนบทหรือทางกรมทางหลวง เปึนต้น ซึ่งเขาก็ยังไม่มีแผนที่จะทำในถนนเส้นต่าง ๆ ที่เรากำหนดอยู่ในผังเมืองว่าจะทำเมื่อไร อย่างไร ดังนั้นจึงเปึนการเหมือนกับไปล็อกสิทธิของ พี่น้องประชาชนไว้ แนวทางที่กรมโยธาธิการและผังเมืองขณะนี้เราจะมีการปรับ ถึงแม้ถนน เส้นนั้นจะมีบังคับใช้ แต่เราจะเป่ดกว้างขึ้นให้อนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ที่พอให้สามารถ ก่อสร้างได้ โดยไม่ไปห้าม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือสิ่งที่เราจะพิจารณาต่อไป แล้วก็ถนนที่มี จำนวนค่อนข้างมากอยู่ในแต่ละผัง เราก็พยายามจะลดจำนวนถนนเหล่านั้นลง เพื่อที่จะให้ เห็นว่าถ้าจะต้องมีการทำถนนให้เปึนไปตามแนวทางผังเมืองที่กำหนดนี้ ก็ควรจะค่อย ๆ ทยอยทำไปเพื่อไม่ให้เปึนการไปจำกัดสิทธิของพี่น้องประชาชนมากจนเกินไป นั่นคือแนวทาง ภาพรวมที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจะน้อมรับแล้วก็นำไปแก้ไขต่อไปนะครับ

ในอีกประเด็นหนึ่งครับ ในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ผมกราบเรียนว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง เราก็ยืนยันว่าในการวางและจัดทำผังเมืองนี่เราได้มีการรับฟัง ความคิดเห็นอย่างทั่วถึงนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจจะไม่ทุกคนแน่นอน เพราะว่าการ เข้ามาร่วมก็จะมีคนที่มาหรือไม่ได้มาต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น แต่อย่างไรก็ตามในการรับฟัง ความคิดเห็นนั้นมันจะมีอยู่หลายขั้นตอนด้วยกัน จนกระทั่งป่ดประกาศ ๙๐ วันอะไรต่าง ๆ แต่ในเรื่องของความทั่วถึง ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองก็จะน้อมรับไปแก้ไขว่า ถ้าจะทำให้ ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นนี่ ให้รับรู้ข้อมูลได้มากยิ่งขึ้นในวงกว้าง กรมก็จะดำเนินการตามที่ท่านสมาชิก ได้ให้คำแนะนำต่อไป

ในอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องผัง กทม. ผมกราบเรียนว่า เปึนผังที่เราโอนให้ท้องถิ่น ดำเนินการ ก็คือ กทม. เปึนผู้จัดการดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองทั้งหมดเอง อันนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองก็มีส่วนในคณะกรรมการร่วมเท่านั้นเอง ซึ่งข้อเสนอหรือว่า ข้อท้วงติงต่าง ๆ กรมก็อาจจะไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการตั้งเปึนประเด็นคำถาม ที่จะต้องไปหาแนวทางแก้ไขต่อไปด้วย

เรื่องการมีส่วนร่วมนะครับ ผมกราบเรียนว่าในการถ่ายโอนผังให้กับท้องถิ่น ซึ่งสามารถดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองได้เช่นเดียวกัน ไม่ได้ป่ดกั้นเลยว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นใดถ้ามีความพร้อม ก็สามารถแจ้งเข้ามาเพื่อขอเปึนหน่วยงานวางผังเอง ตรงนี้ เป่ดกว้างเลยสามารถแจ้งได้ตลอดเวลา แล้วเราก็มีการถ่ายโอนไปแล้วนี่ รวม ๆ ๗๘ ผัง ด้วยกันที่ทำโดยท้องถิ่น จำนวนที่ท่านสมาชิกได้ยกขึ้นมา ๘ ผังนั้นน่าจะเปึนจำนวนผังใหม่ ที่เป่ดในช่วงที่ผ่านมา แต่ว่าถ้าย้อนหลังกลับไปมีจำนวน ทั้งสิ้น ๗๘ ผังแล้วที่ท้องถิ่น เปึนผู้ดำเนินการ บางผังก็ดำเนินการร่วมกับทางกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็มีอีกบางผัง ที่เมื่อเราถ่ายโอนไปแล้วตามที่เขาร้องขอ ปรากฏว่าท้องถิ่นก็ยังไม่สามารถทำได้ ยังย้อนกลับ มาขอความอนุเคราะห์ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยรับกลับไปทำก็มีอีกหลายผัง ซึ่งอันนี้ เราก็มีความตระหนักดีว่าถ้าจะสามารถกระจายให้ท้องถิ่นดำเนินการเองได้ก็จะเปึนการ แบ่งเบาภาระ แล้วก็ทำให้เกิดความรวดเร็วขึ้นในการที่จะจัดทำผังต่อไป ทั้งหมดก็จะเปึนสิ่งที่ ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อแนะนำ แล้วก็ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองก็จะน้อมรับ ทุกความเห็นไปดำเนินการแก้ไขปรับปรุงต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองมากที่ได้ช่วยชี้แจง ผมขอฝากเพิ่มเติมนะครับ เพราะว่า ผมอยู่ในต่างจังหวัดเหมือนกันครับ คือเรื่องที่พูดกันที่สมาชิกพูดแล้ว ก็คือเรื่องผังเมือง ที่ว่าอาคารไม่เกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผมอยู่ในเทศบาลนครยะลาก็เดือดร้อนเรื่องนี้ เปึนเวลาเกือบ ๑๐ ป้ เพิ่งอนุญาตเมื่อป้ที่แล้ว เกือบ ๑๐ ป้นะครับผังเมือง เทศบาลนครแท้ ๆ สร้างอาคารเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตรไม่ได้ เพิ่งอนุญาตไปไม่ถึงป้ก็เลยมีห้างเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ทีนี้ก็มีอีกครับเพิ่งร้องมาที่ผม เดี๋ยวจะให้ สส. ไปยื่นที่ท่านด้วย ก็เทศบาลใกล้เคียง เมื่อความเจริญมันเต็มพื้นที่แล้ว เขาก็จะขออาคารเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร เขาบอกสี อะไรต่าง ๆ แก้ทีหลังได้ แต่ว่าสีก็เดือดร้อนเหมือนกันในเรื่องสีเขียว เพราะว่าพื้นที่เกษตร ไม่มีแล้ว เทศบาลที่ใกล้ ๆ รอบ ๆ เมืองนั้น แต่ว่าถ้า ๒,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องรออีก ๕ ป้ เขาบอกว่ามันเปึนการคุมความเติบโตของเทศบาลเขา อันนี้ขอความกรุณาช่วยพิจารณา เปึนแห่ง ๆ ช่วยพิจารณาดูด้วย เขาบอกเขาไม่สร้างโรงงานที่มันกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านเขาคงไม่ยอมอยู่แล้ว แต่เปึนอาคารที่เปึนประโยชน์ต่อการขยายเศรษฐกิจ อันนี้ก็คง ฝากด้วยนะครับ เมื่อได้ชี้แจงหมดแล้วสมาชิกก็ไม่มีอะไรจะถามต่อไป ผมก็ถือว่าที่ประชุมนี้ รับทราบรายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และรับทราบรายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ป้งบประมาณ ๒๕๖๕ แล้ว ขอขอบพระคุณท่านอธิบดี และผู้ชี้แจงทุกท่านครับ

ระเบียบวาระที่ ๒.๓ ที่ได้นำมาพิจารณารวมกันในระเบียบวาระที่ ๒.๒ แล้ว

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไปก็จะเปึน การพิจารณา

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๑. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหา ผู้หนีภัยการสู้รบในประเทศเมียนมา ซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ ในการนี้ได้มีการขออนุญาต บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงด้วย ผมอนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ คือ ๑. นายศิววงศ์ สุขทวี เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ๒. พลโท พงศกร รอดชมภู อนุกรรมาธิการ ๓. นายอดิศร เกิดมงคล อนุกรรมาธิการ ๔. นายรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการ คณะอนุกรรมาธิการ ๕. นางสาวฐานิดา ป่ยโชติ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ ๖. นายชวรัตน์ ชวรางกูร ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ เชิญเข้าประจำที่ได้ครับ เมื่อประจำที่เรียบร้อยแล้ว ขอเชิญประธานหรือคณะกรรมาธิการชี้แจงได้ เชิญครับ

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคก้าวไกล ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ขออนุญาตเปึนผู้แทนคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวนำการเสนอสรุป รายงานผลการพิจารณาญัตติ เรื่อง การศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบ ในประเทศเมียนมา ของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมในวันนี้

ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญ ประจำป้ครั้งที่สอง) ในวันพุธที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗ และครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญประจำป้ ครั้งที่สอง) ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมสภาได้พิจารณาญัตติ ดังนี้

๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา ศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีผู้ลี้ภัย จากการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ๙ แห่ง ในประเทศไทย และผู้หนีภัยจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-พม่า เสนอโดย นายมานพ คีรีภูวดล และนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ

๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาและหาแนวทางการบริหารจัดการ รวมถึงการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยความไม่สงบ ชาวเมียนมา เสนอโดยนายกัณวีร์ สืบแสง และ

๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อ พิจารณาและศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เสนอโดย นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร

เมื่อที่ประชุมพิจารณาแล้วได้มีมติให้ส่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ พิจารณาตามข้อบังคับ การประชุมสภา ข้อ ๙๐ โดยกำหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษา ๙๐ วัน และต่อมา คณะกรรมาธิการได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๓๐ วัน ตามข้อบังคับ การประชุม รวมระยะเวลาทั้งสิ้น ๑๒๐ วัน

สำหรับในการพิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้มีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบในประเทศ เมียนมาขึ้น เพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว โดยมีท่านสุธรรม แสงประทุม รองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่สอง เปึนประธานของคณะอนุกรรมาธิการ รวมทั้งมีคณะกรรมาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวร่วมเปึนคณะอนุ กรรมาธิการ คณะที่ปรึกษา คณะอนุกรรมาธิการ และคณะทำงานเพื่อพิจารณาศึกษาข้อมูล และจัดทำรายงาน

ทั้งนี้ เมื่อคณะอนุกรรมาธิการจัดทำรายงานแล้วเสร็จ ได้นำเสนอรายงานต่อ คณะกรรมาธิการและมีมติเห็นชอบรายงานดังกล่าว และให้เสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งรายงานมีรายละเอียดปรากฏตามที่ได้เสนอต่อที่ประชุม เพื่อทุกท่าน ได้พิจารณาแล้ว สำหรับส่วนรายละเอียดของผลการพิจารณาศึกษา ตลอดจนถึงข้อสังเกต ของรายงาน กระผมขออนุญาตท่านประธาน ให้ท่านสุธรรม แสงประทุม รองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่สอง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านมานพ คีรีภูวดล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ และ นายศิววงศ์ สุขทวี เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ได้นำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยใช้ PowerPoint ประกอบการนำเสนอ รวมทั้งขออนุญาตให้คณะอนุกรรมาธิการ คณะที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ ที่มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ร่วมนำเสนอรายงานด้วย ตามที่ได้กราบเรียนท่านประธานไว้แล้ว กราบขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณประธาน คณะกรรมาธิการ เชิญครับผู้ที่จะรายงานต่อ ท่านรองประธานครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
นายสุธรรม แสงประทุม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุธรรม แสงประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ขอขอบคุณท่านประธานรังสิมันต์ โรม ที่ได้กรุณา เกริ่นนำถึงภารกิจที่มาของการศึกษาในครั้งนี้ ผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการ ให้เปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการเพื่อจัดตั้งคณะทำงาน ที่ปรึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องที่สนใจ ทุกฝ์าย ได้เข้ามาดำเนินการ จนการประชุมได้แล้วเสร็จ และสามารถรายงานต่อที่ประชุม ในวันนี้ ผลจากการประชุม ครั้งที่ ๑๖ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ทางสภาได้มีมติ ๓ ญัตติ เพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยจากการสู้รบในประเทศพม่า ให้สภาแห่งนี้ ได้อภิปรายถกเถียงกัน ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้นำเอาแนวคิดการอภิปราย ข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิกทั้งหลายเปึนแนวทางในการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมจนครบถ้วน คณะกรรมาธิการ ได้มีการจัดประชุมขึ้นมาทั้งหมด ๖ ครั้งด้วยกัน และได้เรียนเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในด้าน ความมั่นคง ในด้านกิจการชายแดน ในด้านกระทรวงมหาดไทย ในด้านผู้อพยพหนีภัย และในด้านแรงงานต่างประเทศเข้ามาให้ข้อเท็จจริง ศึกษาหาความรู้ทั้งสิ้น ๖ ครั้ง บุคคล ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายได้มาให้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน พร้อมกันนั้นทางกรรมาธิการยังได้ลงไป ศึกษาหาข้อเท็จจริงในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๖๗ และสามารถนำข้อเท็จจริงมาเสนอต่อที่ประชุมสภาในวันนี้ เพื่อให้สมาชิก ได้ร่วมกันศึกษาอภิปราย ถกเถียง ซักถาม ท่านประธานที่เคารพ สืบเนื่องจากว่า เมื่อสภาได้มีการจัดตั้งกรรมาธิการสามัญขึ้นมา ขณะนั้นเหตุการณ์ในชายแดนไทย-พม่าก็คุกรุ่นแล้ว เพราะมีการยึดอำนาจขึ้นมาเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๖๒ คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องจึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษา ล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร ได้ศึกษาดำเนินการไปล่วงหน้า ในเวลาเดียวกันทางคุณ มานพ คีรีภูวดล ก็ได้ยื่นญัตติเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภา แต่การดำเนินการของสภาเรา ได้ดำเนินการเหลื่อมล้ำกันไป ในขณะที่คุณมานพได้ศึกษาเสร็จสิ้นเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ญัตตินี้จึงเข้าสู่การพิจารณาของการประชุมสภาชุดใหญ่ และได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการ ด้านความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เข้าไปศึกษา ผลการศึกษาวันนี้เราได้นำรายละเอียดทั้งหมด ทั้งข้อค้นพบ ข้อสังเกต แล้วได้เรียนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ โดยเฉพาะสำนักงานข้าหลวงใหญ่ ผู้ลี้ภัยสหประชาติได้มาให้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน รายละเอียดทั้งหมด ผมอยากให้ คุณมานพ คีรีภูวดล และคุณศิววงศ์ ได้นำเสนอในโอกาสต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายศิววงศ์ สุขทวี ผู้แทนคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายศิววงศ์ สุขทวี เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ขอนำเสนอรายงาน การศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้หนี้ภัยการสู้รบในประเทศเมียนมา ขอสไลด์ การนำเสนอแผ่นที่ ๑ และแผ่นที่ ๒ ต่อเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

จากสถานการณ์ผู้อพยพ หนีภัยความไม่สงบหลังจากการรัฐประหารในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เกิดการปะทะกันระหว่างกระบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา และการปราบปรามด้วยความรุนแรง เกิดการบาดเจ็บ เสียชีวิต หลายคนถูกจับกุมคุมขัง บางส่วนเข้าร่วมการเคลื่อนไหวด้วยกำลังอาวุธ บางส่วนเข้าร่วมกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ต่อต้าน รัฐบาลทหารของพม่ามาก่อนหน้านี้แล้ว ปลายป้ ๒๕๖๖ สถานการณ์ความไม่สงบ มีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะใน ๗ รัฐชาติพันธุ์ และ ๕ เขตปกครองของเมียนมา ได้แก่ รัฐฉานตอนเหนือ รัฐยะไข่ รัฐชิน รัฐกะยา รัฐกะเหรี่ยง ภาคสะกาย ภาคมะกเว ภาคตะนาวศรี ภาคพะโค และภาคมัณฑะเลย์ ประเทศไทยได้รับผลกระทบหลายครั้ง มีผู้เสียชีวิต จำนวนมาก

จากสถานการณ์และจำนวนผู้พลัดถิ่นความไม่สงบภายในประเทศเมียนมา กลุ่มผู้พลัดถิ่นความไม่สงบภายในประเทศเมียนมา คือ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ที่สุดที่จะอพยพ หนีเข้ามาในประเทศไทยในอนาคต จากรายงานของหน่วยงานสหประชาชาติ เมื่อเดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๖ มีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมามากกว่า ๒.๓ ล้านคน และในเดือน กรกฎาคม ๒๕๖๗ มีจำนวนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมาเพิ่มขึ้นเปึน ๒,๙๔๐,๐๐๐ คน ในจำนวนนี้เปึนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมาที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทยมากกว่า ๗๐๐,๐๐๐ คน มากที่สุดอยู่ในรัฐกะเหรี่ยงที่ติดกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก และกาญจนบุรี รองลงมาคือรัฐกะยา ติดกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในขณะที่บทเรียนจากในหลายประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกาหรือในสหภาพยุโรป ซึ่งมีการพัฒนาที่มากกว่า ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้ง การโยกย้ายถิ่นไม่ปกตินี้ได้ หากการรับมือการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกตินี้ไม่ได้มี ประสิทธิภาพเพียงพอ อาจถูกนำมาใช้เปึนเครื่องมือในการสร้างความขัดแย้งภายใน สังคมไทยในอนาคต ฉะนั้นเราจำเปึนต้องทำความเข้าใจกับสถานการณ์การอพยพย้ายถิ่น บนพื้นฐานข้อเท็จจริง และประเมินผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทย เพื่อบริหารจัดการการอพยพโยกย้ายย้ายถิ่นให้มีประสิทธิภาพประเมินและจัดการกับ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้ สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงให้กับสังคมไทย ในอนาคตที่มากขึ้น

กลุ่มผู้อพยพหนีภัยความไม่สงบภายในประเทศเมียนมาที่เข้ามาในประเทศไทย แล้วหลังจากป้ ๒๕๖๔ มีความหลากหลาย ทั้งที่การเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีหนังสือเดินทาง มี Visa หรือใช้บัตรผ่านแดนที่ถูกต้อง แต่มีจำนวนที่มากกว่าที่เข้ามาใน ช่องทางธรรมชาติซึ่งไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีชาวพม่าที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ทั้งที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง หรือบางส่วนการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่บางส่วนเข้ามา ไม่ถูกต้อง และมาขอรับการอนุญาตให้อยู่อาศัยหลังจากที่เข้ามาแล้ว โดยผ่านการ ขึ้นทะเบียนเปึนแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบจากเมียนมา ซึ่งเปึนกลุ่มคนที่มีบทบาททางสังคม การเมืองที่อยู่ในระหว่างการเดินทางไปประเทศที่ ๓ ซึ่งคาดว่ากลุ่มนี้มีจำนวนไม่มาก กลุ่มผู้อพยพหนีภัยความไม่สงบในประเทศเมียนมาที่เข้ามา ในประเทศไทยแล้วเราจะจำแนกออกเปึน ๕ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา หรือ ผภร. ที่เข้ามาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ มีจำนวนประมาณ ๗๗,๐๐๐ คน อยู่ในพื้นที่พักพิง จำนวน ๙ แห่ง ๔ จังหวัด ได้แก่ ตาก แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี และราชบุรี กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่ม ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา หรือ ผภสม. อยู่ในพื้นที่ชายแดน เมื่อเกิดการสู้รบขึ้นหลบหนี เข้ามาในประเทศไทย และเมื่อการสู้รบสงบลงจึงเดินทางกลับออกไป เมื่อสิ้นป้ ๒๕๖๖ กลุ่มผู้หนีภัยกลุ่มนี้เดินทางกลับไปภูมิลำเนาเรียบร้อยแล้ว จำนวนที่เข้ามาในประเทศไทย เมื่อสิ้นป้ ๒๕๖๖ มีจำนวนประมาณ ๕๑,๒๓๐ คน เข้ามาในหลายระลอก กลุ่มที่ ๓ คือ กลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาที่เดินทางเข้ามาด้วยเหตุผลทางการเมืองและอยู่ ภายนอกพื้นที่ที่รัฐจัดให้ มีจำนวนที่ขอความช่วยเหลือจากภาคประชาสังคมประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คน กลุ่มที่ ๔ คือกลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาด้วยเหตุผล ทางเศรษฐกิจ เราพิจารณารวมอยู่ในกลุ่มแรงงานสัญชาติเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทย มีจำนวนทั้งหมด ๒.๔ ล้านคน กลุ่มที่ ๕ กลุ่มล่าสุดคือกลุ่มผู้หนีภัยจากการบังคับเกณฑ์ทหาร เข้ามาในประเทศไทย ส่วนใหญ่เปึนกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เปึนคนทำงานรุ่นใหม่ มีทักษะวิชาชีพ เปึนชนชั้นกลาง ซึ่งปัจจุบันเรายังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน

กลุ่มผู้อพยพหนีภัยความไม่สงบจากเมียนมาที่มีแนวโน้มจะเข้ามาในประเทศไทย ในอนาคต เราประเมินว่าจะประกอบด้วย ๓ กลุ่มใหญ่ กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มที่เปึนผู้พลัดถิ่น ภายในประเทศเมียนมาอยู่แล้ว ที่มีจำนวนมากกว่า ๒.๙ ล้านคน และในจำนวนนั้นประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คนอยู่ตามแนวชายแดนไทย กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มผู้หนีภัยจากการบังคับเกณฑ์ทหาร เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เปึนนักเรียนนักศึกษา เปึนคนทำงานรุ่นใหม่ คาดว่า มีจำนวนที่ได้รับผลกระทบประมาณ ๑๔ ล้านคน โดยประเมินว่าประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะตัดสินใจเดินทางออกมานอกประเทศเมียนมา กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มที่ไม่ได้สัญชาติในประเทศ ต้นทาง เปึนกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีการต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาอย่างยาวนาน หรือกลุ่มคนสัญชาติที่ ๓ ที่อาจเปึนทั้งผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เปึนแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่มีมากขึ้นตาม ชายแดนไทยในปัจจุบัน

ในปัจจุบันรัฐบาลไทยใช้แนวทางการบริหารจัดการที่มีมาอยู่แล้ว ซึ่งมีความ ล้าสมัย มีความซับซ้อน และไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เครื่องมือที่รัฐบาลไทยมีอยู่ ในปัจจุบัน ประกอบด้วย ๑. พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ป้ ๒๕๒๒ ซึ่งใช้มาแล้วเปึนเวลา มากกว่า ๔๐ ป้ ๒. พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว ป้ ๒๕๖๐ แก้ไข ป้ ๒๕๖๑ ๓. พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมาน การกระทำให้บุคคล สูญหาย ป้ ๒๕๖๕ ๔. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรองคนต่างด้าวที่เข้ามา ในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปึนภูมิลำเนา ป้ ๒๕๖๒ ๕. แนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการกรณีชาวเมียนมาเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ตามแนวชายแดน อันเนื่องมาจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ๖. การทำบันทึกความเข้าใจด้านการจ้าง แรงงานระหว่างรัฐบาล หรือ MOU กับประเทศเพื่อนบ้าน อันประกอบด้วย ลาว เมียนมา และกัมพูชา

เมื่อพิจารณาถึงข้อท้าทายมิติด้านเศรษฐกิจ แรงงานและแนวโน้มประชากร ของไทย เราพบว่าประเทศไทยยังคงต้องการแรงงานจำนวนมากในการขับเคลื่อนทาง เศรษฐกิจ จากข้อมูลของกรมการจัดหางาน ณ วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๗ เรามีแรงงานต่างด้าว ๔ สัญชาติ ประกอบด้วยเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม จำนวน ๓,๔๐๐,๐๐๐ คน ถือว่าเปึนประเทศที่มีการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวอยู่ในระดับสูง อันดับที่ ๑๗ ของโลก และอันดับ ๑ ในประเทศกลุ่มอาเซียนภาคธุรกิจที่มีการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวสูง เปึนบริษัท ที่มีการใช้แรงงานเข้มข้น เปึนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีสัดส่วนถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ และจ้างงานมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของภาคธุรกิจทั้งหมด ส่วนใหญ่อยู่ใน ๔ อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย ภาคเกษตรกรรม ป์าไม้ และประมง ภาคการก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคบริการ นอกจากนี้ประเทศไทยยังเปึนประเทศแรกในเอเชียที่จะเปลี่ยนผ่านจากสังคมสูงวัย ขั้นสมบูรณ์ไปสู่สังคมสูงวัยสุดยอดภายในป้ ๒๕๗๒ หรืออีก ๕ ป้ข้างหน้า และคาดการณ์ว่า ภายใน ๖๐ ป้ข้างหน้าประชากรไทยจะเหลือ ๓๓ ล้านคน และวัยแรงงานของไทยจะเหลือ เพียงแค่ ๑๔ ล้านคน ฉะนั้นการแก้ไขปัญหากลุ่มผู้อพยพหลบหนีภัยความไม่สงบ ภายในประเทศเมียนมาอย่างยั่งยืน สามารถเปึนแนวทางที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถ วางแผนและดำเนินนโยบายเพื่อรองรับกับประชากรลดลงได้ในอนาคต ท่ามกลางความท้าทายมิติ ด้านความมั่นคงแห่งชาติและความมั่นคงของมนุษย์ ในส่วนข้อสังเกตของคณะกรรมการ ขอให้ คุณฐานิดา ป่ยโชติ นำเสนอต่อครับ ขอบคุณครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
นางสาวฐานิดา ป่ยโชติ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐานิดา ป่ยโชติ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ จากการพิจารณา ศึกษาตามที่ปรากฏในรายงาน ทางคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ผู้หนีภัยการสู้รบประเทศเมียนมาดังต่อไปนี้ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จเปึนรูปธรรมยั่งยืนเห็นควร มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ประการแรก คือ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ร่วมมือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบจัดการผู้อพยพหนีภัยที่เข้ามายังประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจ เตรียมรองรับกับการลดลงของประชากร ในประเทศในอนาคต และเปึนการลดภาระของหน่วยงานภาครัฐในการดูแลช่วยเหลือ ผู้อพยพหนีภัยกลุ่มนี้

ประการที่ ๒ ให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในการบูรณาการจัดการผู้อพยพหนีภัยกลุ่มต่าง ๆ โดยการดำเนินการคัดกรองจัดทำทะเบียน ประวัติและให้ปรับปรุงโครงสร้างศูนย์สั่งการชายแดน ทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด รวมทั้งพิจารณาอนุญาตเป่ดจุดผ่อนปรนและทบทวนแนวทางการอนุญาตให้เข้ามาใน ประเทศ ด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม เพื่อลดอิทธิพลของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ

ประการที่ ๓ ให้ดำเนินการนโยบายเชิงรุกในการสร้างความร่วมมือข้าม ชายแดน โดยความร่วมมือระหว่าง สมช. และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ในการบริหารจัดการชายแดน รวมไปถึงปรับปรุงแนวทางในการบริหาร จัดการหรือที่เรียกว่า SOP สำหรับชาวเมียนมาที่มีความจำเปึนต้องเดินทางเข้ามาตามแนว ชายแดน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ และความมั่นคงของมนุษย์ค่ะ

ข้อสังเกตประการที่ ๔ และประการที่ ๕ ขอให้มีการพิจารณาปรับปรุง โครงสร้างและนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้อพยพถิ่นฐานทั้งระบบ รวมทั้งจัดตั้ง กลไกความร่วมมือทั้งในระดับประเทศ เพื่อแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกันในระหว่างรัฐ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมาธิการ ชี้แจงหมดแล้ว มีสมาชิกขอร่วมอภิปรายด้วยทั้งหมด ๘ ท่าน เชิญครับ ท่านแรก ขอเชิญ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๒ เขตปทุมวัน เขตสาทร และเขตราชเทวี พรรคประชาชน สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านเรา ณ ปัจจุบัน เกิดความขัดแย้งภายในประเทศและทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันนี้ดิฉันมาอภิปราย รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับผู้หนีภัยจากการสู้รบ จากเมียนมา และผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณนะคะ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ รวมถึงท่านประธานกรรมาธิการและทุก ๆ ท่านที่ทำรายงานได้อย่างละเอียด รอบคอบ แล้วก็มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน และวอนขอให้รัฐบาลได้ทำตาม คำแนะนำของทั้งคณะอนุกรรมาธิการ และทางคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ก่อนอื่นขออนุญาตสไลด์ที่ ๑

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ วันนี้ดิฉันมาอภิปรายเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศพม่า และ ชาวบ้านประชาชนกว่า ๑.๑ ล้านคน กลายมาเปึนผู้พลัดถิ่นหรือผู้หนีภัย แล้วไม่รวมถึงบุคคล ไร้รัฐ หรือที่เรียกว่าชาวโรฮีนจา ที่ต้องเผชิญกับอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีผู้พลัดถิ่น มากถึง ๑.๖ ล้านคน โดยส่วนมากอยู่ที่ค่ายในบังกลาเทศและกระจายอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงบางส่วนในชายแดนไทย หลายกลุ่มถูกผลักดันส่งกลับ มีจำนวนกว่า ๓๐๐ คนของชาวโรฮีนจาที่ติดอยู่ใน ตม. รวมไปถึงอุยกูร์กว่า ๕๐ ชีวิต ผู้หนีภัยชาวเมียนมา จำนวนมากที่ยังถูกกักขังแบบไร้กำหนดการปล่อยตัว หรือที่เรียกว่า Indefinite Intention ตามสถิติของสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ทั้งหมดมี ๑.๑ ล้านคน ที่กลายมา เปึนผู้ลี้ภัยและเปึนพลเรือนชาวพม่า ต้องหนีภัยสงครามจากความขัดแย้งระหว่างรัฐกับกลุ่ม ชาติพันธุ์ต่าง ๆ และกลุ่มผู้เห็นต่างผู้ต่อต้านรัฐบาลพม่า ณ ปัจจุบัน ตามที่ท่านเห็นในฐานะ ที่เราเปึนประเทศที่มีภูมิศาสตร์ที่ติดกับประเทศพม่าตั้งแต่เหนือจรดใต้ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือปัญหาการรับมือกับกลุ่มผู้อพยพหนีภัยสงครามในหลาย ๆ พื้นที่ตามแนวชายแดนของเรา ซึ่งการขบคิดเรื่องนี้จำเปึนต้องอยู่ในหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ หรือกฎหมาย มนุษยธรรมระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า International Humanitarian Law ผู้ที่ทุกข์ยาก หนีภัยความไม่สงบ หนีการประหัตประหารในบ้านของเขา เข้ามาหวังพึ่งเรา หนีร้อน มาพึ่งเย็น ผู้หนีภัยที่มีหลายบทบาทในหลายหน้าที่ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มที่หนีเกณฑ์ทหารจาก กลุ่มใหญ่ ขณะที่รายงานของคณะอนุกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงเกี่ยวกับตัวเลขแล้วว่ามี จำนวนมาก ที่หนีนโยบายบังคับเกณฑ์ทหารมาตั้งแต่อายุ ๑๘-๔๕ ป้ หากเปึนเพศชาย อายุ ๑๘-๒๕ ป้ หากเปึนเพศหญิง มีการหลบหนีเข้ามาด้วยช่องทางต่าง ๆ ตามธรรมชาติ หรือผ่านนายหน้าต่าง ๆ เปึนจำนวนมาก อย่างไรก็ตามผู้หนีภัยที่ถูกจับกุมได้หลายคนได้ถูก ทางการไทยส่งตัวกลับไปยังประเทศต้นทาง หรือถูกกักขังอยู่ใน ตม. อย่างที่ดิฉันได้กล่าว ก่อนหน้านี้อย่างไม่ไร้ที่สิ้นสุด การส่งกลับผู้หนีภัยเสี่ยงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ ต้นทาง เปึนสิ่งที่ดิฉันค่อนข้างเปึนห่วงอย่างมาก ในกรณีตัวอย่างการส่งกลับ Pdf ชาวพม่า ๓ ท่าน สู่พื้นที่ควบคุมของทหารพม่า ทำให้ผู้ลี้ภัยทั้ง ๓ ท่านเสียชีวิตจากเอกสารชี้แจงของ กองประเมินภัยคุกคาม สภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้รายงานว่า ผู้ลี้ภัยสงครามชาวพม่า ถูกควบคุมตัวข้อหาเปึนบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับ การอนุญาต และถูกผลักดันส่งกลับประเทศทั้ง ๓ ท่าน ถูกยิงโดยทหารพม่าระหว่างพยายาม หลบหนี หรืออยู่บนเรือตรงแม่น้ำโขง และส่งกลับไปยังศูนย์สอบสวนและคาดว่าถูกซ้อม ทรมานก่อนเสียชีวิต ในกรณีล่าสุดของนายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) นักเคลื่อนไหวชาวเวียดนาม ผู้ร้องต่อการนับถือศาสนาอย่างอิสระก็ถูกคุมขังอยู่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร อยู่ในขั้นไต่สวนพยานโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอ้างว่ามีคำขอส่งผู้ร้าย ข้ามแดนมาในศาล มีคำพิพากษาฐานก่อการร้ายเหตุจลาจล ทั้งนี้ นายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) ไม่ได้อยู่ในประเทศเวียดนามขณะเกิดเหตุจลาจลและคณะพิจารณาคดี ในวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตามกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของไทย หากความผิดเปึนเหตุให้ร้องขอนั้นเปึนความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง ก็จะเปึนข้อยกเว้นว่า ศาลจะสั่งไม่ให้ส่งบุคคลตามที่ร้องได้ และปัจจุบันในประเทศไทยมี พ.ร.บ. ปัองกัน และปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ระบุว่ารัฐบาลไทยจะส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นทางไม่ได้ หากต้องเผชิญกับการ ประหัตประหาร หรือตกอยู่ในอันตราย ถูกกระทำทรมาน กระทำโหดร้าย สำนักงานสภา ความมั่นคงแห่งชาติได้ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติต่อผู้หนีภัย ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล ไทยต้องยึดมั่นและเคารพในหลักการ ไม่ส่งกลับ หรือ Non- Refoulement การสนับสนุนสู่การลี้ภัยในประเทศที่ ๓ ผู้ลี้ภัยนอกจากจะไม่ถูกให้ค่าของ ความเปึนมนุษย์ยังต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงต่อการส่งกลับประเทศต้นทาง หรืออาจมี ความเสี่ยงต่อการถูกเรียกรับผลประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐแบบผิดกฎหมาย ซึ่งมีรายงาน เรื่องเหล่านี้ตามชายแดนมาหลายรอบ หลายกรณี เราไม่รู้ได้เลยค่ะท่านประธาน ว่าพวกเขา ได้กลับไปประเทศต้นทางและจะมีชีวิตรอดในวันต่อไปหรือไม่ และจากการหาประโยชน์จาก ความทุกข์ยากของคนอื่น ก็นับเปึนสิ่งที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับราชการไทย

จากปัญหาการหนีทัพและลี้ภัยของนักการเมืองชาวเมียนมา ดิฉันอยากนำพา ท่านประธานและสมาชิกทุกท่านย้อนกลับมาที่การดำเนินนโยบายและกลไกต่างประเทศของ รัฐบาลไทย ซึ่งเปึนเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย และผู้หนีภัยจาก เหตุความไม่สงบในเมียนมาในเชิงระยะยาวและภาพรวมค่ะ ท่านประธานคะ ย้อนกลับไป เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของเมียนมาแห่งสหประชาชาติ ได้ออกรายงานระบุว่า ธนาคารไทยหลายแห่งเปึนช่องทางที่รัฐบาลเผด็จการทหารพม่า หรือ SAC ใช้ในการทำธุรกรรมในการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ นำไปใช้เข่นฆ่าประชาชนของ ตนเองในประเทศที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เขียนชัดเจนว่าวิธีการเข่นฆ่าประชาชน ของทหารพม่าขึ้นอยู่กับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พวกเขามีในขณะนั้น ในรายงานธนาคาร และสถาบันทางการเงินที่ถูกเป่ดเผย มีหลายชื่อเปึนธนาคารสถาบันทางการเงินชั้นนำ และเจ้าใหญ่ของประเทศไทย แม้ว่าจะมีการพยายามในการชี้แจงจากธนาคารเหล่านี้ว่า กระทำตามกฎหมาย แต่ธุรกรรมที่เกิดขึ้น ก็ผ่านการตรวจสอบตามมาตรการแล้ว แต่คำชี้แจง เหล่านี้ก็ยังไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างเช่นสิ้นเชิงหรือเบ็ดเสร็จว่าธนาคารไทยไม่ได้เปึน ช่องทางในการโอนเงิน และยุทโธปกรณ์ดังกล่าว ท่านประธานคะ การไม่เด็ดขาดของ การบังคับใช้กลไกนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทยในตอนนี้ ได้กลายมาเปึนช่องโหว่ อันมหาศาลที่รัฐบาลเมียนมาลอดช่องและหลบเลี่ยงเข้ามาขนถ่ายอาวุธเข้าไปเข่นฆ่า ประชาชนที่ไม่มีทางสู้เปึนผู้บริสุทธิ์อีกหลายแสนคน โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าของ ธุรกรรมสูงถึง ๑๒๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว ๔,๓๐๐ ล้านบาทไทย ไม่ว่าจะเปึนอย่างไร เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเลือดของคนพม่าและพี่น้องชาติพันธุ์ได้เปุ๋อนมือของพวกเราแล้ว ซึ่งถ้าเรา ยึดมั่นในหลักการคนเท่ากัน ทุกชีวิตย่อมมีค่าค่ะท่านประธาน และหากเรายังปล่อยให้เปึนอยู่ แบบนี้ ประเทศไทยที่สมัครเปึนคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะเอาหน้า ไปไว้ที่ไหนในการสมัครครั้งนี้ค่ะท่านประธาน ไม่มีเกียรติหรือศักดิ์ศรีในการที่จะนั่งตำแหน่งนี้ ดิฉันขอเสนอยืนยันว่ารัฐบาลไทยต้องดำเนินการคว่ำบาตรเชิงรุก ตามคำสั่งคณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ไม่ใช่แค่ปล่อยให้สถาบันการเงินของไทยทำหน้าที่เพียงแค่ ตรวจสอบธุรกรรม และปฏิบัติตามกฎหมายภายใน ซึ่งเปึนการดำเนินการเชิงรับเท่านั้น แต่ต้องมีมาตรการเชิงรุก หรือ Proactive ให้เปึนไปถึงการระงับการทำธุรกรรม และระงับ ความสัมพันธ์ทางการเงิน และสถาบันทางการเงิน หรือหน่วยงานองคาพยพใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับกองทัพพม่า หรือกองทัพ SAC โดยตรง หรือทางอ้อม เช่น MSTB MICB Myanmar Economic Bank หรือ MEB อย่างเด็ดขาด ดิฉันขอย้ำอย่างเด็ดขาด รวมถึงต้องยกระดับ มาตรการ Due Diligence หรือการตรวจสอบสถานะของบริษัทหรือองค์กร ให้มีความ เข้มข้นที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ระงับการทำธุรกรรมขององค์กรที่มาตรฐานไม่ถึง และรับคำแนะนำ จากหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเช่น สหประชาชาติ อย่างเป่ดเผยถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินธุรกรรมของทหารเมียนมาค่ะ เพื่อไม่ให้ตกเปึนเครื่องมือของ มิน อ่อง หลาย (Min Aung Hlaing) หรือรัฐบาลทหารเมียนมา

ข้อเสนอสุดท้าย รัฐบาลต้องกำหนดให้มีมาตรการในการเข้าไปตรวจสอบเชิงรุก แก่สถาบันการเงินและบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องในฐานะ Nominee หรือหน้าม้าที่ใช้ในการ ขนถ่ายเงินและอาวุธเหล่านี้ พร้อมทั้งดำเนินการลงโทษแบบเด็ดขาด อย่างเช่น การอายัด ทรัพย์สินที่สิงคโปร์เคยทำและดำเนินการมาแล้วค่ะท่าน นอกจากนั้น สหภาพยุโรปก็ยังได้ กระทำการคว่ำบาตรรายบุคคล หรือ Individual Sanction ๒ อาทิตย์หลังจากรัฐบาลพม่า ได้ทำการรัฐประหาร ประเด็นของข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้มีการระบุพูดถึงมากนักในรายงานของคณะกรรมาธิการ อาจจะด้วยระยะเวลาของรายงานของสหประชาชาติ แต่ประเด็นนี้เปึนเรื่องสำคัญและเปึน เรื่องที่จำเปึนอย่างยิ่ง เพราะเราจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยได้เลย หากเรายังสนับสนุน การเข่นฆ่าและการกระทำอันเผด็จการ อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ของทหารเมียนมาที่บีบให้ประชาชนต้องออกจากบ้านเกิดมาขอความช่วยเหลือตามชายแดน ของเราในวันนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่ะท่านประธาน เรื่องนี้ เปึนเรื่องสิทธิมนุษยชน เปึนเรื่องของชีวิตคน เปึนเรื่องของมนุษยธรรม เปึนเรื่องของเรา ทุกคนและไม่ได้เลือกข้างใดข้างหนึ่งค่ะท่านประธาน แต่เราทำหน้าที่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน และอย่างน้อยประเทศเราก็ควรปฏิบัติตัวให้สมกับประเทศที่เปึนผู้สมัครชิงตำแหน่ง คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติสักหน่อยค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตามนะครับ ก็เปึนสิทธิที่สมาชิกจะอภิปรายได้ แต่ผมขอให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการกระทบความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ และบุคคลที่ไม่จำเปึนต้องเอ่ยชื่อก็ไม่ต้องเอ่ยชื่อนะครับ เพียงแต่ระมัดระวัง หน่อยครับ เพื่อไม่ให้เกิดการประท้วงขึ้นมานะครับ ไม่ใช่ประท้วงในสภาอาจจะมีการ ประท้วงเรื่องอื่น ๆ ขอให้เพียงว่าระมัดระวังหน่อยนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ ผมอยากร่วมอภิปรายในรายงานพิจารณาศึกษา เรื่องการศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบในประเทศเมียนมา ของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ ท่านประธานครับ ผมว่าอ่านจากนี้ก็ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการที่ศึกษามาค่อนข้าง ชัดเจนนะครับว่า ต้องทำอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ แต่ส่วนใหญ่จะเปึนแง่ของกลไกของกฎหมาย ภาครัฐทั้งต่างประเทศและในประเทศ มีกฎหมายมากมายครับท่านประธานที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ และมีหลายหน่วยงานมากมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สภาของเราก็พิสูจน์แล้วว่าเราเปึนศูนย์กลาง ในการหาทางออกของประเทศนี้เช่นกัน ผมใช้เวลาไม่นานครับผมจะพูดในสิ่งที่ไม่อยู่ในรายงาน และอยากให้เพิ่มเติม จากรายงานมีหลายกฎหมายมากที่เราบังคับใช้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ เรื่องนี้เราให้คำมั่นมากมายกับทั้ง UN และนานาชาติว่าจะจัดการเรื่องผู้ลี้ภัยทางสงครามครับ แต่ผมก็ต้องถามครับว่า ทำไมวันนี้สภาของเราต้องศึกษาเรื่องนี้อยู่ ก็เพราะว่ามันไม่ได้ผล ใช่ไหมครับ และการไม่ได้ผลอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนสาเหตุชัดเจนจริง ๆ ของเรื่องนี้ก็คือ เรื่องของความคิดพื้นฐานทัศนคติของคนภายในประเทศเรา ซึ่งมันก็ย่อมสะท้อนไปสู่ หน่วยงานรัฐและการปฏิบัติของรัฐบาลไทยเช่นกันครับ ต้องยอมรับครับพอเปึนเรื่องพูดถึง ประเทศเมียนมาหรือคนไทยเรียกว่าพม่าชื่อเก่าเขา ก็มักมีทัศนคติไม่ดีมากมาย เพราะเรา ถูกบ่มเพาะตามประวัติศาสตร์ในหนังสือการเรียนมาตลอดว่า ชาวพม่ามาบุกกรุงศรีอยุธยา แล้วเผา เอาทองสร้างเจดีย์ชเวดากองโน่น นี่ นั่นครับ ทั้งที่หลักฐานภายหลังก็พบว่าจริง ๆ แล้วเปึนคนสยามนั่นละครับ ที่ตอนกรุงศรีอยุธยาทิ้งร้างไปก็เปึนคนที่เผาแล้วเอาทองก็คือมัน ปล้นครับ มันเปึนสภาวะไร้รัฐ แล้วตอนนั้นก็ไม่ต้องไปโทษนะครับว่าเปึนคนชาติเรากันเอง ตอนนั้นยังไม่มีชาติเลยครับ ชาติก็เปึนสิ่งสมมุติขึ้นมาครับ ผมได้ฟังรายการ Podcast หนึ่ง ต้องให้เครดิตจากช่อง STANDARD PODCAST ถ้าจำไม่ผิดชื่อ SHORTCUT ปรัชญา แล้วมี Tape หนึ่งอาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล ก็ได้มาออกเปึน ๒ Tape เลย ผมก็ได้นั่งฟังอยู่ แล้วก็ พิธีกรในรายการก็ได้พูดครับว่า ถ้า Dracula ตื่นขึ้นมาในปัจจุบันครับ Dracula จะงงเลยครับ ว่าคนที่รักชาติเขารักชาติอะไรครับ เพราะแต่ก่อนมันไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนครับ แต่ผมก็ไม่ได้ จะไปห้ามว่าใครจะรักชาติหรืออะไรนะครับ ผมว่าทุกคนสามารถรักอะไรความเชื่อในส่วนของ ตนเองได้อยู่แล้ว แต่มันต้องไม่เอาเรื่องนั้นไปทำร้ายคนอื่น อย่าเอาเรื่องสมมุตินี้ไปทำร้ายคนอื่น นั่นเองครับ ในทางกลับกันครับ ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นเปึนการสมมุตินะครับท่านประธาน ถ้าเปึนประเทศอย่าง ประเทศที่เจริญแล้วอย่างสิงคโปร์ตกต้องภาวะสงครามเช่นเดียวกับปัจจุบันนี้ แล้วมีผู้ลี้ภัย มาสู่ประเทศไทย รัฐไทยจะทำปฏิบัติกับเขาเหมือนกับชาวพม่าไหมครับ ผมได้มีโอกาส ตอนสมัยเรียนได้ไปค่ายผู้ลี้ภัยอุ้มเป้ืยมครับ จังหวัดตาก ตอนนั้นบังเอิญได้ไปทำค่ายอาสา พัฒนาชนบทพอดี ก็ไปครับ แล้วก็ไปเยี่ยมในค่ายครับท่านประธาน พบว่าบางคนอยู่ใน ประเทศไทยอยู่ตรงค่ายนั้นครับ ที่เปึนค่ายเล็ก ๆ คนอยู่ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คนครับ ท่านประธาน จริง ๆ ตั้งจังหวัดได้ครับ แออัดมากครับ เขาอยู่มานานกว่าก่อนผมเกิด แต่ก็ยัง ไม่สามารถได้รับสัญชาติไทยได้เลย ผมเชื่อว่า นามสกุลของผมก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าพื้นเพ ของผมคงไม่ใช่ไทยแท้อย่างที่ทุกคนว่ากันหรอกครับ และหลาย ๆ คนในประเทศไทยก็น่าจะ มีพื้นเพมาจากเมืองจีนเหมือนอากง อาม่าผม ซึ่งประเทศไทยเปึนที่ที่มีชนชาติจีนฮั่น ย้ายมาอยู่เยอะที่สุดที่นอกเมืองจีนครับ ดังนั้น การแก้ปัญหานี้มันต้องปรับทัศนคติเรื่องนี้ว่า ถ้าเรามองคนไม่เท่ากันคนที่มาจากประเทศหนึ่งชนชาติหนึ่งไม่เหมือนกัน ชาติพันธุ์หนึ่งกับ ชาติพันธุ์หนึ่งไม่เหมือนกัน เราก็จะแก้ปัญหานี้ไม่ได้เลย หากมองคนเปึนคนเท่ากันแล้วเราก็ จะรู้ครับว่า ไม่มีครอบครัวไหนหรอกครับ ที่อยากอยู่ในบ้านเมืองที่มีกระสุนบินว่อนไปมา อยู่ดี ๆ มีรัฐบาลของเขาเองที่ทิ้งระเบิดใส่เขา อยู่ดี ๆ จะโดนลูกหลงวันไหนก็ไม่รู้ เขาก็คง ไม่อยากอยู่ในบ้านเมืองที่ถ้าเขามีลูกและลูกเขาไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เขาก็ไม่อยากอยู่ ในสังคมที่อยู่ดี ๆ พ่อแม่เขาเจ็บป์วยก็ไม่มีโรงพยาบาลจะให้ไป ผมก็คิดว่าถ้าเอาใจเขา มาใส่ใจเรา ถ้าเพิ่มในเรื่องของการที่ต้องปรับทัศนคติของคนในประเทศเราด้วยครับว่า วันนี้ เปึนโลกสมัยใหม่แล้ว คนเราเท่ากันครับ จะรักชาติก็รักชาติให้ถูกทาง ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มันมี ความลับอย่างหนึ่งนะครับ ที่ผมไม่เคยบอกใคร จริง ๆ ผมมีชื่อพม่าด้วยนะครับท่านประธาน คือเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วผมติดต่อกับพม่าจนได้รับการให้ชื่อในภาษาพม่า พม่าจริง ๆ แล้วเปึนคน ที่มีความเอื้อเฟุ๋อเผื่อแผ่นะครับ ผมเองนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของ สภาผู้แทนราษฎร ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ผมเรียนได้เลยว่าประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อหาการถกเถียงกันในกรรมาธิการ หรือเชิญมาชี้แจง วนเวียนแต่เรื่องสถานการณ์ ในพม่า และปัญหาแรงงานเมียนมาในประเทศไทย ทุกวันนี้เราก็ยังต้องศึกษาอยู่ครับ เอาเข้า จริง ๆ แล้ว ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาหนีภัยการสู้รบในเมียนมา ถ้าจะให้ครบสูตร มันมี ๒ เรื่อง คือ ๑. แก้ปัญหาในประเทศไทย ซึ่งก็ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้นะครับ ที่มีกฎหมายทั้งภายใน ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ อนุสัญญา ข้อตกลงระหว่าง ประเทศเกือบ ๒๐ ฉบับ วิธีการแก้ที่ ๒ คือแก้ที่ต้นทาง ซึ่งด้วยความเคารพจริง ๆ ผมยัง ไม่เห็นว่ารายงานนี้จะมีการเสนอแนะการแก้ที่ต้นทางอย่างไร แต่ผมก็เข้าใจเพราะอาจจะ เปึนการนอกเหนือจากวัตถุประสงค์หรือขอบเขตอำนาจของกรรมาธิการของเรา ดังนั้นผมขอ เสนอ ๖ ข้อ เพื่อที่จะให้ท่านกรรมาธิการได้ลองพิจารณาดู

ข้อ ๑ ก็คือดำเนินความสัมพันธ์กับรัฐเมียนมา รัฐเมียนมานะครับ ตรงพื้นที่ ใจกลางประเทศ คือแถบย่างกุ้ง เนปยีดอ โดยเน้นความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเหมือนเดิม ถ้าท่านนึกแผนที่ของพม่าออกนี่เปึนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดยาว ๆ คือตรงกลางนี่ครับ จุดศูนย์กลางตรงที่ย่างกุ้ง เนปยีดอ

ข้อ ๒ คือดำเนินความสัมพันธ์กับรัฐเมียนมาตรงพื้นที่ชายแดน ผมเน้นรัฐ นะครับ หมายความว่า แต่ละรัฐตรงพื้นที่ชายแดน โดยให้เพิ่มการติดต่อกับกองกำลัง ชาติพันธุ์ และรัฐบาลฝ์ายประชาธิปไตย

เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะขอแนะนำคือ ให้ติดต่อร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจ ระดับโลก เช่น ประเทศจีน อินเดีย ญี่ปุ์น สหรัฐ และ EU เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าท่านลอง ศึกษาชายแดนไทย-พม่า ท่านจะเห็นว่ามีองค์กรระหว่างประเทศจากหลายประเทศนะครับ กำลังให้ความช่วยเหลือกับผู้อพยพพม่าตามแนวชายแดน

ข้อที่ ๔ คือกระชับความร่วมมือกับประเทศอาเซียนที่ผ่านมาในอดีตนี่ เราเคยทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาประธานอาเซียนมาแล้ว แล้วป้นี้ถ้าผมจำไม่ผิดประเทศ มาเลเซียเปึนประธานอาเซียน และผมก็ทราบจากเพื่อนฝูงในมาเลเซียว่า มาเลเซียเองกำลัง กำหนดมาตรการเกี่ยวกับประเทศพม่าอยู่ ถ้าได้เวลาอันควรคงมีการศึกษาและปรึกษาหารือ กับประเทศไทย

ข้อที่ ๕ กำหนดพื้นที่ปัองกันอธิปไตยแห่งรัฐไทยในประเทศไทย โดยวางกำลัง ทหารตามแนวชายแดนอย่างเหมาะสม เพื่อปัองกันอธิปไตยและการล้ำเส้นเขตแดน ไม่ใช่ วันดีคืนดีมีเครื่องบินรบผ่านเข้ามาในแผ่นดินไทย ๑๕ นาที ครึ่งชั่วโมง กองทัพอากาศของ ประเทศไทยนิ่งเงียบ

ข้อที่ ๖ นี้อาจจะเปึนการอ่อนไหวสักนิดหนึ่งนะครับ แล้วกรรมาธิการท่านที่ เปึนฐานที่นั่งอยู่ ท่านอาจจะชี้แจงให้ความเห็นในข้อเสนอแนะอันนี้ คือให้กำหนดอาณา บริเวณที่อยู่นอกประเทศไทย โดยมองออกไปข้างหน้าตามพื้นที่และเส้นทางสำคัญ ในเมียนมาเพื่อให้ไทยมีแผนเชิงรุกสำหรับปกปัองผลประโยชน์ของคนไทยล่วงหน้า และมีบทบาทรุกเข้าไปในพื้นที่ล่วงหน้ามากขึ้น เพื่อปัองกันการไหลบ่าของคนอพยพ แทนที่จะเปึนแผนตั้งรับอย่างเช่นในปัจจุบันนี้นะครับ ผมก็ขอความรู้นะครับว่าทางการทหารนั้น ทำได้หรือไม่ เพราะว่ามีนักการทูตอาวุโสท่านหนึ่งในประเทศไทยเคยบอกผมว่า ทหารมีความรู้ เกี่ยวกับประเทศพม่าดีที่สุด เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาในประเทศพม่าให้ได้ผลจริง ๆ ต้องนั่ง จับเข่าคุยกับทหาร ไม่ใช่เดินหมากการต่างประเทศอย่างเดียว

ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ออกมา รายงาน ๒ ฉบับ ครั้งแรกผมก็สับสนผมไม่รู้จะอภิปรายฉบับไหนนะครับ แต่ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้ว เพราะรายงานมาแล้ว แล้วก็ฉบับหนึ่งบอกว่าปัญหาลี้ภัยการสู้รบในประเทศเมียนมา อีกฉบับหนึ่ง ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนเมียนมา ตอนนี้ผมเข้าใจว่ามันขาดคำว่า ประเทศไปเท่านั้นเอง แต่จริง ๆ รายงาน ๒ ฉบับนี้ก็มีความคล้ายคลึงกัน ผมขอเรียนนะครับ อยากฟังความคิดเห็นของกรรมาธิการนะครับ การแก้ต้องแก้ทั้งต้นทางและในประเทศไทย มีหลายประเทศครับ ไม่ว่าจะเปึนอย่างประเทศออสเตรเลียเขาให้ไปอยู่เกาะเลยนะครับ ไม่ยอมให้ขึ้นแผ่นดินใหญ่ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการสร้างกำแพง และผมเชื่อว่าก็จะมี การสร้างกำแพงต่อไปหลังจากมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในป้หน้า แต่ขณะเดียวกัน เรารองรับผู้อพยพจากเมียนมา ลองดูสถานการณ์ในยุโรปขณะนี้ มีการข่มขืนโดยผู้อพยพ จำนวนมาก มีการบุกเข้าปล้นสะดมตามห้างสรรพสินค้าของห้างสรรพสินค้าในประเทศยุโรป จำนวนมาก เพราะฉะนั้นการดูปัญหาอาจจะต้องมองหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคงจะต้อง มองในเรื่องความมั่นคงให้สมกับชื่อของคณะกรรมาธิการ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป ขอเชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ไม่อยู่นะครับ ข้ามไปนะครับ คุณชลธิชา แจ้งเร็ว นะครับ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี 🔗

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน วันนี้ดิฉันเองก็ขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอชื่นชมกับบทบาทของกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ในการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องของสถานการณ์ ในเมียนมามาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด ยกตัวอย่างงานหนึ่งที่ท่านทำและดิฉันคิดว่า ประสบความสำเร็จอย่างมากก็คือ การจัดงานเสวนาครบรอบ ๓ ป้ แต่น่าเสียดาย ในงานวันนั้นยังขาดการพูดถึงประเด็นที่มันสำคัญ อย่างประเด็นเรื่องของแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา ซึ่งเราต้องยอมรับว่าสถานการณ์เมียนมาที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในมิติเรื่องของแรงงานข้ามชาติ แต่ว่าอย่างไรก็ตามในตัวเล่มรายงานทั้ง ๒ ฉบับของคณะกรรมาธิการที่ดิฉันถืออยู่ในมือ ในวันนี้ ก็คิดว่าได้ตอบโจทย์กับประเด็นเหล่านั้นค่อนข้างครบถ้วนแล้วก็ครอบคลุม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาไว้แล้วนะคะ วันนี้ดิฉันเองก็จะขอ ร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนรายงานของท่าน แล้วก็มีประเด็นสัก ๓-๔ ประเด็น ที่อยากจะร่วม อภิปรายแลกเปลี่ยนสักเล็กน้อย

ประเด็นแรก เรื่องของการขาดการบริหารจัดการที่ดี อันนี้ดิฉันเห็นด้วย กับรายงานของท่านเปึนอย่างมากค่ะ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของเมียนมาจะมีการทำรัฐประหาร มาแล้วกว่า ๓ ป้ แล้วก็สถานการณ์ในเมียนมาอย่างที่เราทราบกันดีว่ากระทบต่อประเทศไทย อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เราไม่สามารถที่จะพูดได้เลยนะคะว่าปัญหาเมียนมาเปึนแค่เพียง ปัญหาในเมียนมาเท่านั้น แต่ ณ วันนี้มันคือปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องยอมรับกันตามตรงว่า ๓ ป้ที่ผ่านมาเราก็ยังไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจน ที่เปึนรูปธรรมหรือระบบการบริหารจัดการที่ดีจากรัฐบาล เรายังไม่ยอมรับความจริงว่า เรามี ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งปัญหาตรงนี้มันเลยนำมาสู่การเรียกอัตราค้าขายสิทธิ บนความยากลำบากของพวกเขา ซึ่งอันนี้ต้องชื่นชมค่ะว่าในตัวเล่มรายงานของท่านนี้ ท่านก็ได้มีการใส่ตัวเลขอัตราค้าขายสิทธิของเจ้าหน้าที่รัฐไทยที่ทำการเรียกเก็บ ยกตัวอย่าง ที่ท่านใส่ไว้ ซึ่งจริง ๆ ตอนอภิปรายมาตรา ๑๕๒ อภิปรายทั่วไปในรอบที่ผ่านมาดิฉันก็พูดถึง ประเด็นนี้เช่นเดียวกัน แล้วในรายงานเล่มนี้ของท่านก็ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ของการเรียกเก็บสิทธิอยู่อาศัยในพื้นที่ ๓๕๐ บาทต่อเดือน หรือว่าถ้าต้องการทำงานก็ต้อง จ่ายเพิ่ม ๕๐๐-๘๐๐ บาทต่อเดือน ต่อคน หรือหากต้องการที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์ จ่ายเพิ่มอีก ๖๐๐-๙๐๐ บาท ต่อคน ต่อเดือน รวม ๆ แล้วดิฉันเชื่อว่าปัญหาเมียนมา แน่นอน ไม่ได้กระทบแค่คนเมียนมาเท่านั้นนะคะ แต่ว่านอกจากกระทบกับคนเมียนมาที่อยู่ใน ประเทศไทยที่เข้ามาลี้ภัยในไทยแล้วนี้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่มันร่ำรวยอู้ฟู์มากขึ้นก็คือเจ้าหน้าที่รัฐไทย ที่ทำการเรียกเก็บค่าอัตราค้าขายสิทธิเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของจังหวัดตาก ที่อำเภอแม่สอดนะคะ อันนี้ก็เปึนตัวอย่างที่ดีที่ท่านได้ยกตัวอย่างมา

แต่อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าไม่พูดถึงไม่ได้นะคะ ในปัจจุบันสถานการณ์ เรื่องของโรคระบาดชายแดนนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วปัจจุบันนี้ก็มีโรคระบาด อุบัติใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่เราขาดระบบการบริหารจัดการที่ดีก็จะส่งผลกระทบ ต่อเรื่องนี้

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของแรงงานข้ามชาติ และที่เราพูดถึงเรื่องของการอพยพ ลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทย เพราะเขาไม่ได้เข้ามาแค่ในฐานะของผู้ลี้ภัยเท่านั้นนะคะ แต่ว่า หลายคนเข้ามาในฐานะของแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาอีกด้วย นโยบายบังคับเกณฑ์ทหาร หรือแม้กระทั่งเรื่องของการเรียกเก็บภาษีในฝัืงเมียนมามากขึ้นก็ส่งผลกระทบที่ทำให้เราพบ อัตราจำนวนตัวเลขของคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเยอะมากขึ้น อันนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่ดิฉันก็ต้องยอมรับกันตามตรงเลยค่ะว่ารายงานของท่านนี้ก็ค่อนข้าง อธิบายเรื่องเหล่านี้ไว้อย่างครอบคลุม แต่ดิฉันอาจจะฝากเรื่องหนึ่งค่ะ เข้าใจว่าปัจจุบันนี้ อีกสถานการณ์ที่ต้องกังวลอย่างมากก็คือเรื่องของป่ดศูนย์ CI ซึ่งแต่เดิมนี้ก็จะมีกระจัด กระจายกันตามแต่ละจุดทั่วประเทศไทยใช่ไหมคะ แต่ว่าตอนนี้ป่ดไปหมดแล้ว แล้วก็เหลืออีก แค่จุดเดียวที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเข้าใจว่ารายงานของท่านนี้เสร็จสิ้นก่อนที่รัฐบาลทางฝัืง เมียนมาเอง แล้วก็ทางฝัืงไทยจะมีนโยบายในการเป่ดศูนย์ CI แต่ว่าดิฉันก็อาจจะฝากเปึน ข้อสังเกต เพราะประเด็นเรื่องของการป่ดศูนย์ CI แน่นอนว่าจะกระทบกับพี่น้องแรงงานข้ามชาติ ชาวเมียนมาอย่างมาก แล้วก็จะยิ่งทำให้ตัวเลขของคนที่เปึนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา ที่อาจจะหลุดออกจากระบบแรงงานของประเทศไทยสูงขึ้นนะคะ ในขณะที่การประชุมของ กมธ. การต่างประเทศเองในช่วงที่ผ่านมานี้ เราก็มีการพูดคุยเรื่องนี้มาโดยตลอด แล้วทาง ผู้ประกอบการเองก็ค่อนข้างแสดงความกังวลต่อเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ดิฉันก็คิดว่า อาจจะถึงเวลาที่เราจะต้องรีบทวงความคืบหน้าของการออกมติ ครม. ในเรื่องของการ ขอผ่อนผันในเรื่องนี้นะคะว่าท่านจะมีนโยบายอย่างไร และท่านจะรับมือเรื่องนี้อย่างไรนะคะ

อีกประเด็นหนึ่ง ที่ดิฉันอาจจะขออนุญาตพูดถึงแบบเร็ว ๆ ก็คือเรื่องของ การตัดอินเทอร์เน็ต จริง ๆ ดิฉันเองก็ได้ติดตามการทำงานของกรรมาธิการการต่างประเทศ ท่านเองก็ไม่ใช่แค่ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาเท่านั้น แต่ว่าท่าน ก็ยังรวมไปถึงประเด็นเรื่องของอาชญากรรมแก๊ง Call Center ต่าง ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งก็มาคู่กันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฝัืงเมียนมา

ทีนี้ในปัจจุบันนี้ก็อย่างที่เราทราบข่าวกันดีค่ะว่ารัฐบาลไทยก็มีการเข้าไป จับกุมผู้ที่มีอุปกรณ์ Starlink ไว้ในครอบครองนะคะ แล้วก็โดยให้เหตุผลค่ะว่าเปึนเพื่อการตัด อินเทอร์เน็ตสำหรับแก๊งอาชญากรรม Call Center จริง ๆ ดิฉันต้องบอกว่าดิฉันเห็นด้วย ในการปราบปรามแก๊งอาชญากรรม Call Center ต่าง ๆ นะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามค่ะ เราพบว่าการเข้าไปจับกุมควบคุมตัวกลุ่มเหล่านั้น หลายคนที่ไม่ใช่แค่ชาวแก๊ง Call Center เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาคประชาสังคม นักปกปัองสิทธิมนุษยชนอีกด้วย โดยเฉพาะ กลุ่มชาติพันธุ์ตามชายแดนไทย-เมียนมา ที่พวกเขาเหล่านั้นต่างก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และรวมไปถึงในเรื่องของการศึกษา การรักษาพยาบาลต่าง ๆ ด้วยนะคะ ดังนั้นแล้วดิฉันจึงคิดว่าการตัดอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ หรือว่า การเข้าไปควบคุมสิทธิต่าง ๆ อาจจะต้องทำอย่างระมัดระวังนะคะ ไม่ใช่การทำอย่างหว่านแห หรือว่าเหมารวมนะคะ เพราะว่าสิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต้องยอมรับค่ะว่าเปึนเรื่อง สำคัญในยุคสมัยปัจจุบันเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็ดิฉันเองก็คิดว่าข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ใช้ ไม่ว่าจะเปึนทั้งในเรื่องของการศึกษาหรือว่าการรักษาพยาบาล อินเทอร์เน็ตเปึนหนึ่งในกลไก ที่สำคัญ แล้วก็คิดว่าเรื่องของการกวาดล้างแก๊งอาชญากรรม Call Center แค่เพียงการตัด อินเทอร์เน็ตไม่เพียงพอนะคะ แต่ว่าอาจจะต้องคำนึงไปพร้อมกับเรื่องของการทลายเครือข่าย ผลประโยชน์ แล้วก็เรื่องของการฟอกเงินด้วย อันนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากเปึน ข้อสังเกต เปึนข้อเสนอแนะนะคะ ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันค่ะเราจะพูดถึงเรื่อง บทบาทของประเทศไทยในการดูแลเรื่องสถานการณ์ในเมียนมา ดิฉันคิดว่ากลุ่มภาคประชา สังคมต่าง ๆ ที่ทำงานตามบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาก็เปึนอีกกลุ่มหนึ่งที่เราต้องให้ ความสำคัญ แล้วก็สนับสนุนการทำงานของพวกเขาเช่นเดียวกัน

สุดท้ายค่ะ ดิฉันก็คาดหวังนะคะว่ารัฐบาล หรือ ครม. ชุดใหม่ที่กำลังจะตั้งกัน ขึ้นมาในอีกช่วงไม่กี่วันหลังจากนี้ค่ะ ก็จะเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์เมียนมานะคะ แล้วก็จะนำข้อเสนอแนะของทางคณะกรรมาธิการไปใช้ ไปปรับปรุงนโยบายของรัฐบาลต่อค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วงนี้ประธาน คณะกรรมาธิการจะขอตอบชี้แจงก่อนครับ เชิญครับ

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการนะครับ จะพยายามไล่เลียงตอบคำถามนะครับ ทั้งเปึนข้อเสนอแนะที่ได้ นำเสนอด้วยนะครับ

โดยเริ่มต้นที่ท่านธิษะณานะครับ ก็ขอบคุณท่านธิษะณาที่ได้ชมเชยถึง การทำงานของคณะกรรมาธิการนะครับ แล้วก็ได้หยิบยกบางประเด็นนะครับ ซึ่งจริง ๆ ก็มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเปึนกรณีของโรฮีนจาและอุยกูร์ จริง ๆ ต้องเรียนท่านธิษะณา แล้วก็ ท่านประธานผ่านไปยังท่านธิษะณาว่า จริง ๆ กรณีนี้เปึนกรณีที่สำคัญ เปึนกรณีที่มีการหารือ หลายครั้งว่าจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร ตั้งแต่สภาชุดที่แล้วถึงชุดนี้ แล้วก็เข้าใจว่า ทำโดยหลากหลายกรรมาธิการ แต่ก็ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนนะครับ ผมคิดว่านี่คือโอกาส อันดีที่สภาของเรา รวมไปถึงรัฐบาลที่กำลังจะมีการตั้งขึ้นมานะครับ จะต้องสร้างความ ชัดเจนในเรื่องนี้ เนื่องจากว่าหากได้มีการไปลงพื้นที่หรือดูในสถานที่มีการกักกันชาวโรฮีนจา หรืออุยกูร์นี้ เราจะพบว่าสภาพความเปึนอยู่แย่มากนะครับ ถ้าเปรียบเทียบสภาพความ เปึนอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเปรียบเทียบกับเรือนจำ อย่างเช่น เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กับสถานของ ตม. เราจะพบว่าความเปึนอยู่ในเรือนจำจริง ๆ มันดีกว่าเยอะ ถ้าเทียบกันจริง ๆ แต่แน่นอนว่าปัญหาที่สำคัญก็คือว่า กรณีเช่นนี้เราไม่สามารถที่จะส่งเขากลับไปที่ประเทศ ต้นทางได้ หากทำแบบนั้นก็จะผิดต่อ พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการ กระทำให้บุคคลสูญหายนะครับ ซึ่งเปึนกฎหมายภายในของประเทศของเรา ซึ่งตรงนี้ละครับ คือแนวทางที่ทุกฝ์าย ไม่ว่าจะเปึนสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือกระทรวงการต่างประเทศจะต้อง หาทางออกเรื่องนี้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าเราให้ความสำคัญกับหลักสิทธิมนุษยชนนะครับ

ประเด็นถัดมาที่ท่านธิษะณาได้เสนอนะครับ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารของประเทศไทยของเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้ออาวุธในประเทศ เมียนมา เรื่องนี้มีความสำคัญจริง ๆ คณะกรรมาธิการเราอาจจะไม่สามารถที่จะใส่เรื่องนี้ เข้าไปในรายงานฉบับนี้ได้นะครับ แต่ว่าเราได้มีการพิจารณาเรื่องนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอนะครับ โดยกำหนดการที่จะต้องมีการรายงานกลับมาเพื่อการชี้แจงของธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็รวมไปถึง ปปง. จริง ๆ มันก็เลยกำหนดแล้ว แต่เข้าใจว่าติดแค่ขั้นตอนทางธุรการ นิดหน่อยนะครับ เดี๋ยวเราคงจะได้ทราบว่าธนาคารแห่งประเทศไทยและ ปปง. จะมี ความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการ ชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป เราเองก็ได้มีการเดินทางไปที่ธนาคาร แห่งประเทศไทย เพื่อพูดคุยเรื่องนี้ในการที่จะหาทางออก โดยได้หยิบยก Model อย่างกรณี สิงคโปร์เปึน Model ที่สำคัญที่เราจะได้มีการใช้สำหรับประเทศไทย ทุกฝ์ายก็เห็นด้วย ในหลักการนี้ ดังนั้นเราค่อนข้างได้รับการตอบรับที่เชิงบวกมาก ๆ แล้วในวันพรุ่งนี้เราจะมี การเดินทางไปที่กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องนี้ก็จะเปึนอีก ๑ วาระที่จะได้มีการหารือ เช่นเดียวกันนะครับ เดี๋ยวคงจะได้มีการแจ้งให้ท่านธิษะณาได้ทราบต่อไปนะครับ

มาต่อที่ท่านเท่าพิภพครับ ผมคิดว่าท่านเท่าพิภพหยิบยกมาเปึนประเด็น ที่สำคัญ แล้วก็เปึนประเด็นที่เราไม่สามารถเพิกเฉยได้จริง ๆ ผมคิดว่าถ้าดูจากกรณีทางสังคม ที่มีการ Live เข้าใจว่าทางแพลตฟอร์ม TikTok ของท่านหนึ่งที่พูดในทางที่ไม่ค่อยดีจนนำ ไปสู่การมอบตัวนะครับ ซึ่งเข้าใจว่าเปึนหนึ่งในคนที่อาจจะเปึนชาวเมียนมา เข้าใจดีนะครับ ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการที่จะนำเรียนต่อท่านประธานว่า คือจริง ๆ ทุกสังคม ทุกพลเมือง จะมีคนที่ดีและคนที่ไม่ดี ในสังคมเราก็มีคนในลักษณะแบบนั้นเช่นเดียว ผมคิดว่านี่คือ สิ่งที่เราจะต้องพยายาม Balance ให้มันดี ถ้าเราใช้ในเรื่องของประวัติศาสตร์ชาตินิยม แล้วเราก็ใช้ความรู้สึกจนเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริง หมายความว่าอะไร หมายความว่าเรากำลัง จะสนับสนุนให้มีการผลักดัน เช่น ผลักดันคนเมียนมาให้กลับไปที่ประเทศ ซึ่งต้องบอกว่า เรื่องนี้มันมีความสำคัญ เพราะว่าคนเมียนมาที่มาอยู่ในประเทศไทยนี่ หลายคนเขาคือหนี ความตายมา เขาไม่อยากให้บ้านเมืองของเขาเปึนแบบนั้น ไม่มีใครที่อยากจากบ้าน ของตัวเองมาอยู่ที่ประเทศไทย หรือบางคนมาด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ เขาเองก็ดิ้นรน เหมือนกับที่คนไทยจำนวนมากก็ดิ้นรนไปทำงานที่ประเทศอื่น ๆ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ เราเองในฐานะเพื่อนมนุษย์ต้องเข้าใจกัน ปัญหาที่ผ่านมาก็คือว่า เราไม่ได้มีการจัดการอย่าง เปึนระบบ แล้วทำให้คนเหล่านี้หลายครั้งก็ต้องใช้วิธีการนอกกฎหมาย หลายครั้งเขาต้องอยู่ อย่างซุกซ่อน ไม่สามารถที่จะเข้ามาอยู่บนกฎหมายที่เราสามารถตรวจสอบหรือควบคุม หรือบังคับใช้กฎหมายได้อย่างถนัดนัก จึงเปึนที่มาว่าทำไมเราถึงพยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้ โดยเราหวังว่าเราจะขึ้นทะเบียน เอาคนเหล่านี้ขึ้นมาในระบบให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ แล้วเราจะสามารถที่จะแก้ปัญหาชาวเมียนมาที่ต้องการหนีมาอยู่ในประเทศไทย ผมคิดว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นจึงอยากจะใช้โอกาสนี้ในการบอกว่า ถ้าเราคิดว่าเราจะส่งเขา กลับไป ผมคิดว่าหน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาอยู่อย่างหนึ่ง คือ เรามีกฎหมายปัองกันการ อุ้มหายและซ้อมทรมาน หากเปึนการส่งกลับที่นำไปสู่ความตายของเขา ผมคิดว่าหน่วยงาน ของรัฐจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ และเช่นเดียวกันสำหรับประชาชนที่อาจจะหยิบยกเคสใด เคสหนึ่ง แล้วก็เหมารวมกับทุกกรณี ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องระมัดระวังนะครับ เพราะอย่าลืมว่า ประเทศไทยเองเราก็ต้องพึ่งพาแรงงานจากต่างประเทศอยู่มากนะครับ เรากำลังอยู่ใน ช่วงเวลาที่ขาดแคลนแรงงาน

กับประการที่ ๒ ก็คือว่า หากเราผลักดันเขากลับไป สิ่งที่รอคอยเขาอยู่ คือความตาย นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าก็สนับสนุนในสิ่งที่ท่านเท่าพิภพได้หยิบยกขึ้นมา

ต่อด้วยท่านจุลพงษ์ บวกด้วย ๖ ข้อที่ท่านจุลพงษ์นำเสนอนะครับ หลายส่วน เราก็น่าจะเห็นตรงกัน แต่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการอธิบายว่า ถ้าเราดูข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการในหน้าที่ ๓๔ จริง ๆ แล้วกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการ ชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศของเราก็มีข้อสังเกตว่า ควรจะมีการ พิจารณาประสานงานจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งในระดับอาเซียน และระหว่างประเทศ ให้ร่วมกันแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกันนะครับ ซึ่งจุดนี้ก็เปึนจุดที่ ผมคิดว่าเราก็เห็นตรงกันว่า ทางกรรมาธิการเองก็อยากจะให้มีการใช้กลไกของอาเซียน ในการที่จะประสานงานเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ถ้าใช้คำของท่านนะครับ แล้วผมก็ต้อง นำเรียนว่า เราเองมองรายงานเรื่องนี้เปึนส่วนหนึ่งของความพยายามในการที่จะแก้ปัญหา วิกฤติที่เกิดขึ้นในเมียนมา อาจจะไม่ได้สะท้อนทั้งหมดในทุก ๆ เรื่องนะครับ เนื่องจากว่า วิกฤติในเมียนมามันมีหลากหลายมิติมากนะครับ แต่ยืนยันว่าเราให้ความสำคัญต่อการ แก้ปัญหาที่ต้นตอ แล้วเราเห็นด้วยว่าเราควรที่จะมีการใช้กลไกต่าง ๆ มากกว่าที่เรา ใช้กันมา เพื่อที่จะทำให้การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมียนมาสามารถที่จะแก้ไขได้อย่างสำเร็จ

นอกจากนั้นในเรื่องของความเปึนห่วงของท่านที่ได้เรียน เข้าใจว่าเปึนข้อที่ ๕ ว่ามันมีการรุกล้ำในเรื่องของน่านฟัา อันนี้ผมยืนยันกับท่านว่าทางเรานี่นะครับ เราเคย เดินทางไปที่กองทัพอากาศ แล้วก็ได้มีการหยิบยกในเรื่องนี้นะครับ แล้วเราก็ได้รับคำอธิบายว่า ทางกองทัพอากาศก็จะพยายามนำเครื่องบินในการขึ้นสกัดทุกครั้งที่มีการล่วงล้ำน่านฟัานะครับ เท่าที่ติดตามมันอาจจะตอบไม่ได้ว่า มีการขึ้นทุกครั้งไหมนะครับ แต่เท่าที่ติดตามนะครับ ก็จะเห็นว่าความถี่ของการขึ้นในการสกัดกั้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้นะครับ ก็ถือว่ามีความถี่ ในการสกัดกั้นมากขึ้นอย่างแน่นอนนะครับ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่กำลังอยู่ในสายตาของ คณะกรรมาธิการที่เราทำหน้าที่ตรงนี้นะครับ

ขอตอบท่านชลธิชานะครับ จริง ๆ ท่านชลธิชาเปึนหนึ่งในอนุกรรมาธิการ ที่ศึกษารายงานชุดนี้นะครับ ก็ขอบคุณท่านชลธิชาที่ได้ช่วยกันทำรายงานฉบับนี้ให้ประสบ ความสำเร็จอย่างมากนะครับ เสียดายคุณชลธิชาน่าจะมาพูดข้างบนบัลลังก์ด้วยกันนะครับ แต่ว่าในส่วนของเรื่องของอินเทอร์เน็ตผมต้องเรียนอย่างนี้ว่า เรื่องนี้ผมลำบากใจจริง ๆ อย่างที่ท่านชลธิชาได้นำเรียนต่อที่ประชุมนะครับว่า เรื่องอินเทอร์เน็ตนี่นะครับ มันมีทั้งคนที่ ใช้ในทางที่ดีและคนที่ใช้ในทางที่มันไม่ดี และในทางที่ไม่ดีอย่างที่เราเห็นก็คือจะเกี่ยวพันกับ เรื่องของแก๊ง Call Center เรื่องของบรรดาการ Scam ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เปึนปัญหาที่ทุกท่านประสบพบเจอเช่นเดียวกัน แล้วหลังจากที่มีการตัด อินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการนำโดย กสทช. ก็พบว่าทางพวก Scammer เหล่านี้นะครับ ก็มีการใช้ในเรื่องของ Starlink เข้ามาแทน ซึ่งก็เปึนการปรับตัวของเหล่าอาชญากรรม จริง ๆ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า กสทช. ได้มีการพูดคุยกับกรรมาธิการแล้วมาชี้แจงกับกรรมาธิการ หลายครั้ง แล้วหนึ่งในเรื่องที่เราพยายามผลักดันก็คือในเรื่องของการแก้ปัญหาที่จะทำให้ อินเทอร์เน็ตไม่ตกไปอยู่ในมือของบรรดาอาชญากรรมที่จะใช้ในเรื่องของการหลอกเงิน คนไทย ซึ่งตอนที่เรามีการลงพื้นที่นะครับ โดยเฉพาะในพื้นที่แม่สอด จังหวัดตากนะครับ เราก็พบว่าเสาสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีการหันเสาไปที่ฝัืงตรงกันข้ามนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ เราก็จะเห็นตัวรับสัญญาณของเหล่า Scammer เหล่านี้รับกลับมาด้วยซ้ำไป แล้วเราก็เห็นว่า มีการตั้งเสาเหล่านี้ในลักษณะที่ประชิดชายแดนเลยนะครับ ซึ่งเรื่องนี้มันก็ทำให้เรากังวลว่า การที่เราปล่อยให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตซึ่งเปึนสมบัติของชาติตกไปอยู่ในมือของ Call Center เปึนสิ่งที่ยอมรับไม่ได้นะครับ ทางกรรมาธิการเราจึงให้ข้อสังเกตไปยัง กสทช. หลายครั้งนะครับ แล้วก็รวมไปถึงผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเปึนบริษัททั้งสีเขียวและสีแดงนะครับว่า ควรที่จะมีการแก้ปัญหาเรื่องนี้นะครับ จึงนำไปสู่การที่จะต้องตัดในเรื่องของสัญญาณออกไป แต่ก็พยายามทำให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนในฝัืงไทยสามารถที่จะใช้อินเทอร์เน็ต ต่อไปได้นะครับ แต่แน่นอนว่าถ้าเปึนกลุ่มชาติพันธุ์หรือเปึนพี่น้องประชาชนที่อยู่ฝัืงเพื่อนบ้าน อันนี้ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าเราไม่สามารถที่จะช่วยในส่วนตรงนี้ได้ เพราะเราอาจจะโฟกัสในเรื่อง ของอำนาจอธิปไตยที่เปึนของประเทศไทยนะครับ แต่เราตระหนักดีครับว่าการที่เราใช้นโยบาย ในลักษณะแบบนี้ก็ทำให้คนดี ๆ อาจจะประสบปัญหาไปด้วย แต่ยืนยันกับท่านชลธิชาว่า เจตนาของเรานะครับ เราต้องการที่จะสกัดกั้นในเรื่องของการใช้อินเทอร์เน็ตของบรรดา เหล่า Scammer ซึ่งถ้าเราไม่ใช้วิธีนี้ก็พยายามหาวิธีอื่นนะครับ จริง ๆ ก็เป่ดรับฟังนะครับว่า ถ้ามีวิธีการอย่างอื่นที่อาจจะเปึนประโยชน์กว่า หรือทำได้ดีกว่าที่อาจจะส่งผลให้บรรดา Scammer เหล่านี้ไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ แต่คนดี ๆ คนอื่น ๆ สามารถใช้ได้ ถ้ามี วิธีการอื่นเราก็พร้อมที่จะรับฟัง แต่เบื้องต้นจากการหารือในหลาย ๆ ครั้ง เรายังมองว่า วิธีการนี้เปึนวิธีการที่ดีที่สุดเฉพาะหน้าในการที่จะแก้ปัญหานี้ ซึ่งต้องเรียนกับท่านชลธิชาว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ ถ้าจะทำให้ทั้งหมดต้องคิดถึงในมิติอื่น ยกตัวอย่างเช่น อย่างเรื่อง ไฟฟัานะครับ เรื่องไฟฟัาเราจะพบว่าประเทศไทยมีการขายไฟฟัาให้กับบรรดาเหล่า Scammer Call Center เยอะมาก ๆ นะครับ ไฟฟัาของเราตกอยู่ในกลุ่มพวกนี้ ไม่ว่าจะเปึนแม่สายนะครับ บางบริษัทเปึนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยซ้ำนะครับ มีคดีความขึ้นสู่ศาลแล้วด้วยซ้ำนะครับ รวมไปถึงมีการใช้บัญชีม้าในการจ่ายเงินให้กับ การไฟฟัาด้วยซ้ำ ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังเปึนปัญหาอยู่ที่เราก็พยายามที่จะหาทางออกแล้วก็แก้ไข ปัญหา นอกจากไฟฟัา นอกจากอินเทอร์เน็ตนะครับ ก็ยังมีในเรื่องของพรมแดนที่มีการ เดินทางไปมาหาสู่กันได้ง่ายนะครับ สิ่งเหล่านี้เปึนปัญหาที่เราพยายามแก้ ถ้าเมื่อไรก็ตาม ที่เราสามารถปราบปรามในเรื่องของบรรดาแก๊งอาชญากรรมเหล่านี้ได้ ผมเชื่อว่าการที่เราจะใช้ทรัพยากรของประเทศเพื่อประโยชน์ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องของมนุษยธรรม ผมคิดว่าเราจะทำได้ง่าย แต่ต้องยอมรับว่ามันมีกลุ่มที่หาประโยชน์ แล้วก็อาศัยช่องว่างตรงนี้ในการที่จะมาแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศไทย อยู่มากพอสมควร ด้วยความเห็นใจครับ แล้วก็ยืนยันกับท่านชลธิชาว่าตัวผมเองเราพยายาม ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนจริง ๆ และพยายามที่จะเป่ดกว้างให้คนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมามาที่ประเทศไทย และผมยืนยันนะครับว่าจากการที่ กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐเราไปศึกษาดูงานที่ประเทศโปแลนด์ ซึ่งการศึกษาดูงานดังกล่าว เราก็พบว่าคนยูเครนที่อพยพหนีภัยสงครามจากประเทศยูเครน ซึ่งตัวเลขการเข้าออก ที่เราได้มามันสูงถึง ๒๐ ล้านคน เขาสามารถที่จะใช้กลไกตรงนี้ในการหางานได้ แล้วสุดท้าย มันก็เติมเต็มในปัญหาที่ประเทศโปแลนด์มี คือเขาก็มีปัญหาในเรื่องของแรงงาน คนยูเครน ก็มาเติมเต็มในตรงนี้ และสุดท้ายเมื่อเอาทุกคนขึ้นมาในระบบ เราสามารถที่จะแก้ปัญหา ในเรื่องของอาชญากรรมได้ ผมคิดว่าบทเรียนที่เราไปดูงานมาในกรณีนี้สามารถที่จะเอามาใช้ กับประเทศไทย และพยายามดำเนินการในแนวทางนี้อยู่นะครับ รายงานฉบับนี้คงไม่ใช่ รายงานฉบับสุดท้าย เดี๋ยวจะมีอีกหลายฉบับที่จะตามมา ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คณะอนุกรรมาธิการ อีกท่านหนึ่งจะขอชี้แจง เชิญครับ

พลโท พงศกร รอดชมภู ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลโท พงศกร รอดชมภู อนุกรรมาธิการ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงท่านจุลพันธ์นิดหนึ่งนะครับ แล้วก็อยากจะสื่อสารไปยังพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ทางบ้านด้วยที่ติดตามว่า เรื่องของการดูแลผู้อพยพนี้เปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องใหญ่ จริง ๆ แล้วก็เปึนการตัดสินชะตาชีวิตของประเทศไทยด้วยซ้ำไป ถ้าเรามองให้กว้างขึ้นไปนะครับ ท่านโคฟ้ แอนนัน (Kofi Annan) อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ท่านให้แนวทางไว้ เมื่อหลายป้ก่อนว่า ความมั่นคงจะอยู่ได้ต้องมีเรื่องสิทธิมนุษยชนมาประกอบด้วยเสมอ ดังนั้น ในมิติความมั่นคงรุ่นใหม่ ยุคใหม่ ต้องมองเรื่องสิทธิมนุษชนเสมอ ดังนั้นขออนุญาตสื่อสาร ไปยังฝ์ายทหารที่ท่านกังวลว่าจะเปึนอย่างไร วันนี้จะขออนุญาตตอบท่าน ๒ ประเด็นนะครับ ปัญหาภายในและภายนอกนะครับ

ปัญหาภายในท่านประธานได้พูดไปแล้วว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นมาชัด ๆ ขณะนี้ ก็คือว่าการซื้อสิทธิในการอยู่ในประเทศไทย แล้วจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ใต้ดินหรืออะไร ก็แล้วแต่นะครับ การดำเนินการอย่างนี้ทำให้เกิดเรื่องของการก่ออาชญากรรม แล้วหายตัว จับตัวไม่ได้ เพราะเราไม่มีทะเบียน มันทำให้มีการเปึนผู้ประกอบการ และกลายเปึนเจ้าของ เช่น เปึนเจ้าของตลาด เจ้าของแผง โดยไม่มีใครไปจับ เพราะไม่มีทะเบียน การที่เข้ามาทำงาน โดยแอบ ๆ ในลักษณะที่ว่าทดแทนแรงงานของไทยโดยไม่มีใครรู้ แล้วก็ไปจับได้ทีหลัง อันนี้ ก็เปึนเรื่องที่มันเกิดจากการที่เราไม่มีคนขึ้นมาบนโต๊ะ ดังนั้นถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องของ การอพยพของชาวเมียนมาทั้งหมด อาจจะประเทศอื่น ๆ ด้วยพร้อม ๆ กันไป ถ้าเรามอง ก็คือเราจะต้องมีการผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรี ในเรื่องกฎบัตรกฎหมายต่าง ๆ เยอะแยะ ไปหมดนี้ละครับให้เขาขึ้นมาบนโต๊ะ สรุปง่าย ๆ อย่างนั้นเลย เมื่อขึ้นมามันโต๊ะเราจะรู้ว่า เขาเปึนใคร เขาทำอะไรอยู่ แล้วเมื่อเกิดเหตุเราจะได้ติดตามได้ ขณะเดียวกันเราก็สามารถ ที่จะรู้ว่าเราจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยไปตรงไหน เราจะรู้ว่าเขามีความสามารถอย่างไร ปัจจุบันนี้เราจะมีแรงงานประเภทที่รู้ว่าเปึนแรงงานปกติ คือแรงงานขั้นต่ำ แต่หลายคนเปึนแพทย์ เปึนพยาบาล เปึนอะไรต่าง ๆ ประเทศไทยต้องการนักดิจิทัล นักเทคโนโลยี Data Science จำนวนมาก แต่เราไม่มี เราขาด ตรงนี้เขามีให้เราไหม ถ้ามีเราก็ขับเคลื่อนประเทศได้ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน นั่นคือปัญหาใหญ่ แล้วก็ไปซื้อสิทธิ วิธีการ แก้ปัญหาโดยภาพรวมประเทศไทยจริง ๆ ก็คือการขึ้นทะเบียนนั่นแหละ ทุกอย่างจะหายไป ประมาณครึ่งหนึ่ง มาอีกครึ่งหนึ่งที่ท่านพูดเรื่องของทหาร รู้เรื่องไหมในต่างประเทศ อันนี้เปึนประวัติศาสตร์ของทหารนะครับ ว่าทหารจะทำหน้าที่หาข่าวกรองอยู่ในประเทศ เพื่อนบ้านจำนวนมาก และรู้จักอย่างดี มีทหารทั้งที่เปึนหน่วยรบพิเศษ แล้วก็ท่านพราน เขาก็ทำงานเรื่องนี้อยู่ อันนี้การรายงานข้อมูลมา ไป ๆ มา ๆ ก็จะรู้มากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ไปคุยเรื่องนี้กับทหารว่าจะทำอย่างไร เขาก็ตอบว่าจะต้องมีนโยบายจากรัฐบาล ดังนั้น ก็ขออนุญาตสื่อสารไปยังรัฐบาลที่กำลังจะฟอร์มขึ้นมา ท่านใช้ทหารได้เลยครับ และมี หลายเรื่องที่เปึนนิมิตหมายที่ดี เมื่อ ๒-๓ วันก่อน ประเทศจีน ลาว เมียนมา และไทย ร่วมกันแถลงในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศว่าจะมีการปฏิบัติการร่วมกันในการปราบปราม อาชญากรรมข้ามชาติ ตรงนี้เปึนจุดเริ่มต้นที่จะทำให้หน่วยทหารที่อยู่ในพื้นที่ ผู้บังคับใช้ กฎหมายที่อยู่ในประเทศไทยสามารถข้ามพรมแดนไปทำงานข้ามประเทศได้ แล้วก็สามารถ ที่จะบดขยี้ พูดภาษาไทยก็ได้นะครับว่า จะทำให้ต้นทางของปัญหาประเทศไทย ทั้งเรื่องของ Scammer เรื่องของยาเสพติด จะถูกจำกัดไว้ หรือถ้าโชคดีก็สามารถร่วมมือกับประเทศ มหาอำนาจอย่างจีนในการจะกดดันให้ยกเลิกการเปึนต้นทางในการผลิตอาชญากรรม ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเสพติด นี่ก็เปึนวิธีการที่จะทำให้ประเทศไทยปลอดภัยขึ้น ๒ เรื่องนี้ทั้งภายในและภายนอกประเทศนี้คิดว่าน่าจะตอบปัญหาท่านจุลพันธ์ได้นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณภัณฑิลมาแล้วนะครับ ขอเชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชนนะครับ ก็ขอร่วมอภิปรายรายงานพิจารณาศึกษาเรื่อง การศึกษาและหา แนวทางการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบในประเทศเมียนมานะครับ ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับ ข้อเท็จจริงด้วยความต้องการแรงงานจำนวนมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แรงงานข้ามชาติจึงเปึนกำลังสำคัญ โดยเฉพาะในภาคบริการ ภาคก่อสร้าง ถ้าเผื่อเราดูในเขต พาณิชยกรรมชั้นนำในกรุงเทพมหานครก็มากกว่าครึ่งเปึนแรงงานจากเมียนมานะครับ รวมถึงข้อเท็จจริงที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมสูงวัยนะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณภัณฑิลครับ ผมขอสักครู่ ต้อนรับนักศึกษา เดี๋ยวท่านอภิปรายต่อนะครับ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

ได้ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่เข้าร่วมการโครงการสัมมนาของคณะกรรมาธิการ การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดอ่างทอง จำนวน ๑๗๕ คน ซึ่งเข้ามาฟัง การประชุมอยู่บนชั้น ๔ ของสภาขณะนี้นะครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณมากครับ เชิญคุณภัณฑิลต่อเลยครับ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

ต่อนะครับ รวมถึงข้อเท็จจริง ที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมสูงวัย โดยประชากรแรงงานของไทยจะลดลง มากกว่าครึ่งในระยะอีก ๑๐ กว่าป้ที่จะถึงนะครับ ก็ถือเปึนความเสี่ยงในการขาดแคลน แรงงาน ซึ่งรัฐก็ควรจะต้องวางแผนแนวทางในการโอบรับแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะ ที่มีคุณภาพนะครับ เช่น แพทย์ วิศวกร ที่บางทีเขาลี้ภัยมาแล้วติดคดีทางการเมืองนะครับ เพื่อรับมือกับประชากรที่ลดลงอย่างจริงจัง แล้วก็เอาเข้ามาอยู่บนดินเลยครับ อยู่บน ระบบภาษี ประกันสังคม และสามารถอยู่ร่วมกันกับประชาชนคนไทยในสังคมได้อย่างลด ข้อขัดแย้ง โดยคำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิในการเข้าถึงระบบการศึกษาของเด็ก การปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก สิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล บริการทาง สาธารณสุขต่าง ๆ เพราะพวกเขาก็เปึนเพื่อนมนุษย์เหมือนเรา ถ้าเผื่อเราเจอความเดือดร้อน เราก็คงหวังที่จะได้รับความช่วยเหลือเช่นกันนะครับ ไม่ใช่พนักงานรัฐไปเรียกรับผลประโยชน์ ซ้ำเติมจากผู้ที่ลี้ภัยหนีสงครามมานะครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเซีย จำปาทอง ครับ

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนรายงานการพิจารณา ศึกษา เรื่อง การศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยจากการสู้รบในประเทศเมียนมา ของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ ท่านประธานครับ ตามรายงานฉบับนี้ได้ให้ข้อมูลที่เปึนประโยชน์มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะในหน้าที่ ๑๙ ระบุไว้ว่า ประเทศไทยถือว่าเปึนประเทศที่มีการไหลเข้าของแรงงาน ข้ามชาติอยู่ในอันดับที่ ๑๗ ของโลก และเปึนอันดับ ๑ ของอาเซียน โดยเฉพาะแรงงาน ในอุตสาหกรรมหลัก ๔ ประเภท ได้แก่ ๑. ภาคเกษตรกรรม ป์าไม้ และประมง ๒. ภาคการ ก่อสร้าง ๓. ภาคการผลิต ๔. ภาคบริการ โดยธุรกิจที่มีการพึ่งพาแรงงานข้ามชาติสูง มักจะเปึนบริษัทที่มีการใช้แรงงานเข้มข้น ท่านประธานครับ หากดูข้อมูลของสำนักงาน บริหารแรงงานข้ามชาติ กรมการจัดหางาน หรือบริหารแรงงานต่างด้าวของกรมการจัดหางาน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีจำนวนคนงานเมียนมาที่ได้รับอนุญาตทำงานในลักษณะ การเข้าเมืองคงเหลือทั่วประเทศประมาณ ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน นี่ยังไม่นับรวมที่ไม่ได้รับอนุญาต นะครับท่านประธาน ซึ่งยอดตัวเลขของจำนวนแรงงานข้ามชาติของชาวเมียนมาที่เข้ามา ทำงานในประเทศไทยของเรานั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะตั้งแต่เกิด เหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา หลังจากการรัฐประหารเมื่อ ๓ ป้ก่อน ท่านประธานครับ แรงงานเพื่อนบ้านเหล่านี้ต่างก็เปึนส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศเรามาอย่างยาวนาน แม้จะกระจัดกระจายกันอยู่หลายพื้นที่ หลายอุตสาหกรรม ทั่วประเทศของเรา ตามประสาคนที่หวังพึ่งเพื่อน บ้านใกล้เรือนเคียงมาขอพึ่งพิงยามที่ตนเอง มีปัญหา ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติมักจะเต็มไปด้วยปัญหา จากนโยบายที่ไม่ชัดเจนของภาครัฐ มีระยะเวลาการดำเนินการที่สั้น เช่น ช่วงการยื่น Name List มีระยะเวลาเพียง ๑๕ วัน ทำให้คนจำนวนมากที่ขึ้นทะเบียน Name List ไม่ทันนะครับ และระบบก็ค่อนข้างมีความสลับซับซ้อน ยุ่งยาก อนุมัติช้า ทำให้นายจ้าง ลูกจ้างที่เปึน แรงงานข้ามชาติหลายแห่งไม่อยากเสียเวลาในการดำเนินการด้วยตนเอง จึงจำเปึนต้องใช้ บริการนายหน้าจัดหางานครับ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม จำนวนประมาณสัก ๒๕,๐๐๐- ๕๐,๐๐๐ ต่อลูกจ้างแรงงานข้ามชาติ ๑ คน จากควรที่จะเปึนแค่ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อแรงงาน ข้ามชาติ ๑ คน ที่เพิ่มขึ้นมาเปึนค่าบริการของนายหน้า ค่าปรับล่าช้า และอาจรวมถึงสินบน เจ้าหน้าที่รวมอยู่ในนั้นด้วยก็ได้ อันนี้เราต้องยอมรับความจริงครับท่านประธานว่า เรื่องแบบนี้ มีอยู่จริง ๆ ในบ้านเรา ท่านประธานครับ ขณะเดียวกันคนงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานตาม MOU กลับมีข้อจำกัดมากมาย แต่ละขั้นตอนก็มีความล่าช้า ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินการค่อนข้างสูง ซึ่งประเด็นค่าใช้จ่ายที่สูงเหล่านี้ก็ล้วนเปึนภาระของคนงาน และนายจ้างที่เปึนปัจจัยเสี่ยงต่อการหลบหนีการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติให้ถูกต้องตาม กฎหมาย และเมื่อไม่ถูกกฎหมายพวกเขาก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายในประเทศไทย หลายกรณี ทั้งการถูกละเมิดสิทธิจากผู้จ้างงานที่ผิดกฎหมาย หรือขาดหลักประกันในการ รักษาพยาบาลเมื่อเกิดการเจ็บป์วย เปึนต้น ท่านประธานครับ หากเรามองว่าคนทำงาน ทุกชนชาติเปึนพลเมืองโลกเฉกเช่นเดียวกับพวกเรา ผมว่าเรื่องเหล่านี้มันเปึนเรื่องเจ็บปวดครับ ท่านประธานครับ เพื่อนมนุษย์ของเราหนีความตายเอาตัวรอด สร้างความมั่งคั่งให้กับ นายจ้าง เขาเดินทางมาจากบ้านเมืองของเขา ซึ่งไกลจากบ้านของตนเอง ซ้ำร้ายเขากลับต้อง มาเจอการกดขี่ซ้ำเติมเข้าไปอีก ไม่ต่างกับสุภาษิตโบราณบอกว่า หนีเสือปะจระเข้เลยครับ ท่านประธาน ดังนั้น ผมจึงหวังว่าข้อสังเกตในรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้จะเปึน ข้อมูลให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทราบและนำไปปฏิบัติอย่างเร่งด่วน จึงเปึนเรื่องที่ผมเห็นสมควรและขอสนับสนุนครับท่านประธาน โดยเฉพาะกรณีคนงาน แรงงานข้ามชาติผู้ลี้ภัยทางเศรษฐกิจชาวเมียนมาและกลุ่มแรงงานข้ามชาติเมียนมา ที่อยู่อาศัยและทำงานในปัจจุบัน ที่การอนุญาตกำลังจะสิ้นสุดและมีความเสี่ยงจาก กระบวนการพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทาง ให้กลุ่มคนเหล่านี้ไปดำเนินการรายงานตัว เพื่อขอรับการผ่อนผันและขออนุญาตทำงานที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ สำนักงานจัดหางาน จังหวัดทุกจังหวัดได้ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมเองเห็นว่ารัฐบาลไม่รู้จะปฏิบัติตาม ข้อสังเกตของรายงานฉบับนี้หรือไม่ เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เองครับ หลังจากที่มีการ ประชุมร่วมไทยกับเมียนมานะครับ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาไม่กี่วัน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพิ่งมีคำสั่งให้ป่ดศูนย์บริการจัดการทำงานของคนงานเมียน มาแบบเบ็ดเสร็จ หรือศูนย์พิสูจน์สัญชาติ หนังสือรับรองสถานะบุคคล หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ศูนย์ CI ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ ประกอบด้วยจังหวัดปทุมธานี นครสวรรค์ สมุทรปราการ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และสงขลา ให้เป่ดทำการแค่ศูนย์เดียว ในจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๗ กรกฎาคมเปึนต้นไป จนกว่าจะมีการ เปลี่ยนแปลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น พอป่ดศูนย์ปุ็บมันเกิดต้นทุนกับพี่น้องแรงงานข้ามชาติครับ เขาอยู่จังหวัดสมุทรปราการเขาต้องเดินทางไปสมุทรสาคร เกิดต้นทุนค่าพาหนะ ค่าใช้จ่าย ของเขาเพิ่มขึ้น จึงฝากท่านไปด้วยนะครับว่า คณะรัฐมนตรีควรมาอ่านรายงานฉบับนี้ แล้วก็ ควรนำไปปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามผมหวังว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะช่วยพิจารณาข้อสังเกตของรายงานฉบับนี้ และนำรายงานฉบับนี้ในบางเรื่องที่เปึนประโยชน์ ไปปฏิบัติให้เกิดผลเปึนจริงได้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณกัณวีร์ สืบแสง ครับ

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ก่อนที่ผม จะอภิปราย แล้วก็ก่อนที่จะจับเวลานะครับ ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานเพื่อท่านประธาน พิจารณานะครับ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเปึนธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ ณ ขณะนี้เปึนการอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับรายงาน การพิจารณาศึกษา เรื่อง การศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบในประเทศ เมียนมาของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ แล้วก็จะมีอีกรายงานหนึ่งหลังจากนี้ก็จะเปึนอีกฉบับหนึ่ง ก็จะเปึน ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้หนีภัยการสู้รบจากเปึนเมียนมาและผู้หนีภัยความ ไม่สงบชาวเมียนมา ในคณะกรรมาธิการเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอปรึกษา ท่านประธานและขออนุญาตท่านประธานที่ผมจะอภิปรายรวมกัน ๒ อัน เพราะว่ามัน คล้าย ๆ กัน อาจจะใช้เวลามากขึ้นกว่าเดิมสัก ๒-๓ นาที ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็เปึนเรื่อง ต่อเนื่องนะครับ แต่ว่าเอาเปึนเรื่องที่ต่อเนื่องจากเรื่องที่กำลังพูดอยู่พาดพิงไปถึงอันโน้นได้ ให้เวลาท่านเพิ่มอีก ๓ นาที เปึน ๑๐ นาทีครับ

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคเปึนธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายก็คงจะอภิปราย เห็นชอบ เห็นด้วย และขอขอบคุณคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ และรวมถึง อนุกรรมาธิการ คณะทำงานทุกท่านที่วันนี้ได้ทำตัวรายงานผลการศึกษามาทั้ง ๒ ฉบับ ถ้าผมจะพูดสั้น ๆ ก็จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับผู้หนีภัยการสู้รบ หรือผู้ลี้ภัยที่อยู่ในพื้นที่พักพิง ผู้หนีภัยการสู้รบชั่วคราวบริเวณชายแดนทั้งหมดทั้ง ๙ แห่ง และรวมถึงผู้หนีภัยการสู้รบ หรือผมอยากจะเรียกว่า ผู้ลี้ภัย ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยหลังจากวันที่เกิดการรัฐประหารใน ประเทศเมียนมา วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ และรวมถึงผู้ลี้ภัยทั้งหลายที่อยู่ในประเทศไทย ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เหมือนกับ Deja vu เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งตัวผมเองและ คณะอนุกรรมาธิการซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์หลาย ๆ ท่านได้ขึ้นไปชี้แจงเกี่ยวกับผลการศึกษา และรายงานเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ซึ่งเราได้มี ผลการศึกษาเข้าไป เรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย แรงงานข้ามชาติ บุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และบุคคล ที่เปึนเหยื่อการค้ามนุษย์ จริง ๆ แล้วในรายละเอียดต่าง ๆ ก็คงจะคล้ายคลึงกันไม่หนีกันมาก สักเท่าไรนัก เพราะว่าอันนี้จะมุ่งเน้นในเรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยที่อยู่ในค่ายและอยู่นอกค่าย ไม่ว่าจะเปึนข้อเสนอ ข้อสังเกตที่นำไปสู่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง จริง ๆ แล้วทุกหน่วย ราชการนี้คณะกรรมาธิการก็ได้เสนอไปว่าเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่ผมอยากจะนำเรียน อย่างนี้ครับท่านประธาน จริง ๆ การแก้ไขปัญหา ณ ปัจจุบันนี้ที่เราเสนอไปให้กับฝ์ายบริหาร เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับ นโยบาย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องมาตรการต่าง ๆ กลไกต่าง ๆ แห่งรัฐ ในการดูแลเรื่องผู้ลี้ภัยนั้น จะเปึนการแก้ไขปัญหาเฉพาะภายในประเทศ จะเปึนการแก้ไขปัญหาตอนปลายเหตุเท่านั้น ถ้าเราจะดูว่าต้นเหตุปัญหาของผู้ลี้ภัยเกิดจากไหน พวกเราทราบกันดีครับ ไม่ได้เกิดจาก ประเทศไทย เราทราบกันดีครับว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากประเทศต้นกำเนิดของผู้ลี้ภัย ทั้งหลาย ถ้าเรามุ่งเน้นในเรื่องรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ ก็จะเปึนมาจากเพื่อนบ้านของเรา ประเทศเมียนมา ซึ่งผมอาจจะไม่พูด ไม่อยากจะพูดเข้าไปกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย กับประเทศเมียนมามากนัก แต่ถ้าไม่พูดคงไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่าอันนี้คือต้นเหตุ แห่งปัญหาการประหัตประหาร การไล่ล่าฆ่าฟันพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ของประเทศตัวเอง แล้วประเทศไทยเราเปึนประเทศผู้รับเข้ามาดูแลตามหลักมนุษยธรรม ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยนั้น ณ ปัจจุบันนี้ในเวทีระหว่างประเทศ เราต้อง ยอมรับครับว่าเราดูแลแก้ไขปัญหาโดยใช้หลักการทางด้านมนุษยธรรม ฉันใดก็ฉันนั้น ข้อสังเกตต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะที่ได้เสนอขึ้นมานั้น อยู่บนพื้นฐานหลักการทางด้านมนุษยธรรมทั้งสิ้น และรวมถึงหลักการทางด้านสิทธิมนุษยชน การเข้าถึงการให้บริการต่าง ๆ ซึ่งมนุษย์ทุกคนควรจะเข้าถึง อันนี้คือแนวทางการแก้ไขปัญหา แต่ในกรอบเวทีระหว่างประเทศ ณ ปัจจุบันนี้ที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ เราพูดถึง เขาเรียกว่า Nexus หรือการเชื่อมโยงเชื่อมต่อกันเปึนสะพานระหว่าง ๓ เรื่องเข้าด้วยกัน ที่ผมอยากจะเห็น จริง ๆ แล้วก็เห็นอยู่ในรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ การเชื่อมต่อนี้จะเปึนการเชื่อมต่อเรื่องการ แก้ไขปัญหาด้านมนุษยธรรม การพัฒนา และสันติภาพ หรือที่เรียกว่า Humanitarian Development Peace Nexus ซึ่งตอนนี้เราใช้กันอยู่ทั่วโลกในการแก้ไขปัญหา และถ้าเราเห็นว่าต้นเหตุแห่งปัญหานี้อยู่ที่ประเทศต้นกำเนิด คือประเทศเมียนมา เราจำเปึนต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เราจำเปึนต้องแก้ไขปัญหาเชิงมนุษยธรรม และรวมไปถึง การพัฒนาให้เขาสามารถยืนด้วยขาตัวเองให้ได้ และรวมไปถึงสุดท้ายแล้วการแก้ไขปัญหา ที่รากเหง้า คือสันติภาพในประเทศต้นกำเนิดแห่งผู้ลี้ภัย การสร้างสันติภาพในประเทศผู้ลี้ภัยนี้ จริง ๆ เราหนีไม่ได้ครับ ที่ประเทศไทยเราในจุดภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศไทยที่มีชายแดน ติดต่อกัน ๒,๔๑๖ กิโลเมตร จำเปึนจะต้องใช้จุดภูมิรัฐศาสตร์ตรงนั้น ซึ่งรายงานก็เขียนไว้ว่า เรามีชายแดนยาวมาก เพราะฉะนั้นเราจำเปึนจริง ๆ ว่าประเทศไทยต้องใช้ เขาเรียกว่า การแทรกแซงอย่างสร้างสรรค์ หรือ Constructive Intervention ซึ่งเราไม่ใช่การแทรกแซง อย่างไม่สร้างสรรค์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราสามารถทำได้และทำให้พื้นที่บริเวณชายแดนเปึน พื้นที่ที่ปลอดภัยจริง ๆ และเปึนพื้นที่ที่สามารถเข้าไปสร้างสันติภาพในประเทศเมียนมาให้ได้ คนที่ลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทยจะทำอย่างไรที่จะเชื่อมต่อในระหว่างการทำงานทางด้าน มนุษยธรรมและการทำงานทางด้านพัฒนา อันนี้เปึนสิ่งที่รายงานนี้ได้เสนอไว้ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องที่เอาผู้ลี้ภัยเข้ามา และทำให้เขาสามารถที่จะมาช่วยเติมเต็มเปลี่ยนแปลงภาระให้เปึนพลัง เปลี่ยนภาระของประเทศที่เราดูแลผู้ลี้ภัยมาทั้งหมด ๔๐ ป้ ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบริเวณ ชายแดน ๔๐ ป้ ใน ๙ แห่ง ที่เรามีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอยู่ ๘๐,๐๐๐ กว่าคน เราเปลี่ยนภาระ ตรงนั้นให้เปึนพลังเสีย เราเป่ด Camp เป่ดพื้นที่พักพิงเสียให้เขามาเปึนแรงงานตามข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการ ให้เขามาเปึนแรงงาน ให้เขาเสียภาษี ให้เขามาทดแทนแรงงานที่ขาด หายไปของประเทศไทย ให้เขาสามารถมาเติมเต็มสิ่งที่เรายังไม่มี สิ่งที่เราขาดหายไป รัฐสภา ทรงเกียรติแห่งนี้ ห้องสุริยันอันนี้ผมยังเชื่อมั่นครับ ยังเปึนฝ้มือของพี่น้องแรงงานข้ามชาติ เราต้องยอมรับจริง ๆ สวยงามขนาดนี้ ห้องจันทรานั้นก็เช่นกัน รัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ทั้งหมดแรงงานข้ามชาติเปึนหนึ่งในพลังที่สร้างขึ้นมา อันนี้เปึนแค่ส่วนเล็ก ๆ ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นผู้ลี้ภัยที่เราเห็นอยู่ในประเทศไทย ที่อยู่ใน Camp ๘๐,๐๐๐ กว่าคน และอยู่ นอก Camp อีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน เราสามารถดึงมาเปึนพลังให้ได้ เราอย่าทำให้ เขาเปึนภาระ เราอย่าไปย่ำยี เพราะฉะนั้นวันนี้เปึนสิ่งที่ดีที่เรานำสิ่งที่อยู่ใต้พรมของเรา อย่างยาวนานขึ้นมาปัดกวาดเช็ดถู ถึงแม้ว่าจะเปึนการแก้ไขปัญหาเพียงแค่ปลายเหตุทั้งนั้น แต่เราจำเปึนต้องยึดจุดยืนของเราให้ได้ว่าเราจะแก้ไขปลายเหตุตรงนี้ เพื่อสร้างไปสู่ Nexus ที่ผมได้เรียนไป Humanitarian Development Peace Nexus การใช้การทำงานทางด้าน มนุษยธรรมต่อเติม Development คือการพัฒนาให้ผู้ลี้ภัยที่อยู่ในค่ายพักพิง ให้ผู้ลี้ภัยที่อยู่ ในห้องกักของ สตม. ให้ผู้ลี้ภัยที่อยู่เรือนจำพิเศษต่าง ๆ เขาต้องออกมา เราต้องแยกให้ได้ว่า พวกเขาเปึนผู้ลี้ภัย พวกเขาเปึนเหยื่อของการประหัตประหาร พวกเขาเปึนเหยื่อของการ ไล่ล่าฆ่าฟันต่าง ๆ นานาของประเทศต้นกำเนิด จริง ๆ แล้วรากเหง้าปัญหามันคือปัญหา ทางด้านการเมือง พี่น้องในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้คือนักการเมืองทั้งนั้น เราคือผู้แทน ของปวงชน เรานี่ละจะต้องมองเห็นถึงปัญหา เราต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ได้ แนวทาง การแก้ไขปัญหาของผู้ลี้ภัย อันนี้สุดท้ายก็จะเปึนในเรื่องเกี่ยวกับว่าเราจะทำอย่างไรต่อ กับผลรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ของคณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน หรือ Durable Solution ในเรื่องผู้ลี้ภัยที่ทุกท่านก็น่าจะทราบกันดี อันแรกเปึนสิ่งที่ดีที่สุดที่เราอยากเห็น คือการเดินทางกลับประเทศต้นกำเนิดแบบสมัครใจ Voluntary Repatriation เราจำเปึน ถ้าสมมุติว่าประเทศต้นกำเนิดคือประเทศเมียนมามีสันติภาพ มีความสงบสุข เชื่อผมเถอะ เราไม่ต้องบอกให้เขากลับหรอก เขาวิ่งกลับเอง เราไม่ต้องรอวันใดวันหนึ่งที่เขาจะกลับ เขากระโดดกลับไปทันที ไม่มีใครอยากอยู่หรอกครับบ้านเมืองคนอื่น เขาอยากกลับไป อยู่บ้านตัวเอง แต่มันเปึนไปไม่ได้ เราจะทำอย่างไรในเมื่อเขากลับไม่ได้ มันจะมี ๒ ทางเลือก ให้เขาทำ และเราต้องปฏิบัติ และเราต้องอำนวยการ

อันที่ ๒ การ Resettlement การตั้งถิ่นฐานใหม่ประเทศที่ ๓ เราทำได้ไหม ทำได้ครับ ๑ ล้านกว่าคนในสมัยอินโดจีนเราส่งไปแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คน ของผู้ลี้ภัยที่เข้ามาบริเวณชายแดน ๔๐ กว่าป้ที่ผ่านมา เราทำแล้ว ๘๐,๐๐๐ กว่าคน อยู่ใน Pipeline อีกประมาณ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ คนที่จะไปประเทศสหรัฐอเมริกาเราทำอยู่ แต่เราจะทำได้หมดไหม ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดทำไม่ได้ โควตาแต่ละป้น้อยนิด ๑ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๐๐ ล้านชีวิตที่เปึนผู้ลี้ภัย และเปึนผู้หนีภัย การสู้รบ แล้วเปึนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศทั่วโลก มีแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ป้ละ ๑ ล้านคน ทั่วโลก ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในการจัดลำดับความสำคัญบนโลกนี้ เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่า ๑๕๐,๐๐๐ กว่าคนนี้จะเดินทางไปถิ่นฐานใหม่ประเทศที่ ๓ ยังมีเศษที่หลงเหลืออยู่ใน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ เราจะทำอย่างไร แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด ณ ปัจจุบันนี้ เดินทางกลับไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้ Local Integration การผสมผสานกลมกลืนเข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ละครับที่เปึนผลรายงานของคณะกรรมาธิการที่เสนอให้ผู้ลี้ภัย สามารถมีสถานะที่อยู่ในประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รอจนกว่าการแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จำเปึนครับ เอาเขาเข้ามาเปลี่ยนภาระ ให้เปึนพลัง สร้างแรงงานในประชากรของประเทศไทยที่จะขาดหายไป ตรงนี้เปึนสิ่งจำเปึน เราสามารถที่จะคัดกรองกลุ่มคน เราสามารถพัฒนาศักยภาพของเขาตามกฎที่ผมได้เรียนไว้ เบื้องต้น คือ Nexus การเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการพัฒนา และการสร้างสันติภาพ ประเทศไทยจะมีจุดยืนที่สง่าผ่าเผยในเวทีระหว่างประเทศ ถ้าเราเปึน ผู้นำใช้จุดภูมิรัฐศาสตร์ตรงนี้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เราไม่จำเปึนจะต้องมานั่งแก้ไขที่ปลายเหตุ ตลอดเวลา ถ้าเราสามารถมีจุดยืนทางการทูตที่จะเข้าไปทำงานทางเรื่องเกี่ยวกับการ แทรกแซงอย่างสร้างสรรค์ในประเทศต้นกำเนิดนั้นได้ โดยเหตุผลและหลักการทั้งหมดครับ ท่านประธาน ก็ขอสนับสนุนเห็นด้วยและเห็นชอบผลของการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ทั้ง ๒ รายงานนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเชตวัน เตือประโคน ครับ

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนประชาชน ชาวเขตเทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวายครับ ผมขอร่วมอภิปราย สนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ เหตุผลในการสนับสนุนที่สำคัญสำหรับรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้เลยนะครับ ก็คือสิ่งที่ท่านกัณวีร์ได้พูดไว้เมื่อสักครู่ครับ ทั้ง ๒ ฉบับนี้ได้ทำให้สังคมตระหนักถึงเรื่อง มนุษยธรรม หรือ Humanity ครับ ท่านประธานครับ แม้เมียนมาหรือพม่าจะเปึนประเทศ ที่อยู่ประชิดติดกับไทย มีแนวชายแดนติดกันยาวที่สุดถึง ๒,๔๐๑ กิโลเมตร อันนี้เปึนตัวเลข ตามกรมแผนที่ทหารนะครับ จะมีเศษมา ๑ กิโลเมตร มีประเพณีวัฒนธรรมหลาย ๆ อย่าง ที่คล้ายคลึงกับเรา แต่เหมือนว่าพม่าที่ไทยรับรู้กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ บาดแผลที่มาจากประวัติศาสตร์สงคราม ผมคิดว่าเปึนอีกส่วนหนึ่ง และอาจจะเปึนส่วนลึก ด้วยครับ ที่ทำให้คนที่เรียกตัวเองว่าไทย มองพี่น้องประชาชนชาวพม่า รวมถึงชาติพันธุ์อื่น ๆ ในดินแดนนี้ด้วยความไม่ไว้วางใจนโยบายรัฐ การปฏิบัติต่อผู้หนีภัยการสู้รบ ต่อผู้หนีภัย ความไม่สงบ จึงเจือไปด้วยอคติครับ ทั้ง ๆ ที่นักประวัติศาสตร์ย้ำกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งว่า พม่าไม่เคยรบไทย และไทยก็ไม่เคยรบพม่าครับ ยุคนั้นไม่มีไทย ยุคนั้นไม่มีพม่า มีแต่การรบพุ่งกัน เพื่อกวาดต้อนผู้คนและประกาศศักดาความเปึนจักรพรรดิราชของกษัตริย์ ซึ่งสำหรับใน ดินแดนนี้ก็คือกษัตริย์กรุงศรีอยุธยากับกษัตริย์กรุงหงสาวดี พม่าไม่เคยรบไทย และไทย ไม่เคยรบพม่า และที่สำคัญที่สุดก็คือไทยไม่เคยเสียเอกราชในความหมายของสมัยใหม่ อันหมายถึงอธิปไตยให้แก่พม่าด้วยครับ ไม่เคยมีใครสูญเสียเอกราชแบบที่ทำให้ต้องไปผูกใจเจ็บ กับวาทกรรมนี้ครับ ท่านประธานครับ บุเรงนองสามารถที่จะตีเอากรุงศรีอยุธยาได้ แต่ก็ยังคง ให้พระมหาธรรมราชา พระบิดาของพระนเรศวรเปึนกษัตริย์ครองกรุงศรี และบุเรงนอง ก็ดำรงความเปึนจักรพรรดิราช หรือกษัตริย์เหนือกษัตริย์ หรือ King of Kings ตามคติความเชื่อ ในยุคนั้น ดังนั้นในเวลาต่อมาเมื่อหนึ่งในบุคคลที่ถูกกวาดต้อนไปหงสาวดีอย่างพระนเรศวร กลับมากรุงศรีอยุธยาแล้วประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นต่อกรุงหงสาวดี บุเรงนองต้องยกทัพมาตีนั้นก็ด้วยเหตุผลว่า พระนเรศวรกำลังจะทำให้บุเรงนองเสียเอกราช ซึ่งคำว่าเอกราชในความหมายนี้ก็คือ บุเรงนองกำลังจะสูญเสียความเปึนเอกะราชา หรือราชาเพียงหนึ่งเดียว หรือ King of King เพราะมีพระนเรศวรที่จะไม่สยบยอมต่อ พระองค์ ไม่ใช่เอกราชในความหมายแบบสมัยใหม่ ไม่ใช่คำว่าเสียเอกราชในแบบที่คนไทย ผูกใจเจ็บ สร้างหนัง สร้างละคร ปลูกฝังอคติ มีมุมมองเชิงลบต่อพม่าไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องครับ และเพราะเหตุนี้ครับนักวิชาการด้านความมั่นคงท่านหนึ่งถึงกับวิเคราะห์ไว้ว่า ขออนุญาต อ่านครับ กรณีมุมมองเชิงลบกับประเทศเพื่อนบ้านเช่นนี้ ทำให้มีข้อสังเกตในความสัมพันธ์ ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านว่ากลายเปึนเรื่องรองในนโยบายของไทย และหลายครั้ง ทำให้ผู้กำหนดนโยบายในกรุงเทพฯ ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ หรืออาจสรุปง่าย ๆ ว่า ไม่อ่อนไหว หรือ Incentive กับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเหล่านี้เท่าที่ควร ท่านประธานครับ เมียนมา หรือพม่าแม้จะได้รับเอกราชจากอังกฤษ นับถึงวันนี้ก็ ๗๗ ป้แล้วนะครับ แต่คนไทยก็ยังรู้จัก ประเทศนี้น้อยมาก ๆ ผมอยากขอบคุณรายงานของกรรมาธิการชุดนี้ครับที่ได้ชี้ให้เห็น ประเด็นที่อาจจะเปึนบทเรียนให้กับประเทศไทยเราได้ในอนาคตว่า ถ้าวันหนึ่งหากมีการ รัฐประหารเกิดขึ้นอีกเราอาจต้องเผชิญสถานการณ์ที่ไม่ต่างไปจากเมียนมาหรือไม่ หรือไม่แน่ว่า วันนี้เราอาจจะเหมือนกันแล้วก็ได้ เปึนคู่แฝดแห่งอาเซียนเหมือนกัน อย่างที่ท่านบอกว่า สถานการณ์กลุ่มผู้อพยพจากเมียนมาที่มีนโยบายและแนวทางปฏิบัติชัดเจนนั้นมีอยู่ ๒ กลุ่มหลัก คือ ๑. กลุ่มผู้หนีภัยสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ๙ แห่ง ซึ่งเข้ามาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ๔๐ ป้แล้ว ที่เปึนเหตุการณ์การต่อสู้รบกันระหว่างรัฐบาลพม่ากับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ใช่ไหมครับ อันนี้คือในส่วนกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ ผู้หนีภัยความไม่สงบซึ่งเดินทางเข้ามาหลังการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ซึ่งในกรณีนี้นั้น มี ๓ กลุ่ม กลุ่มผู้หนีภัยทางการเมือง กลุ่มผู้อพยพเข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งรายงานฉบับนี้ก็ยอมรับอย่างที่ คุณเซีย จำปาทอง พูดไปครับว่าประเทศไทยเรายังบริหารจัดการเรื่องนี้ไม่ดีพอ และกลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มที่ไม่ได้สัญชาติในประเทศต้นทาง หลุดจากระบบของประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ยังดีที่มี เครือข่ายสังคมข้ามแดนเข้ามาช่วยเหลือคนที่รัฐบาลพม่าปฏิเสธสัญชาติ ในกลุ่มผู้หนีภัย ทางการเมืองนี่ละครับที่จะเปึนบทเรียนให้กับเรา รายงานชุดนี้ได้ช่วยขยายให้เห็นภาพ การรัฐประหารและปกครองโดยเผด็จการทหาร เมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ทำให้ประชาชน ชาวพม่าออกมาชุมนุมประท้วงเกือบทั้งประเทศ เกิดขบวนการอารยะขัดขืน Civil Disobedience Movement : CDM ที่ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะบุคลากร ทางการแพทย์และนักวิชาการ เกิดรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ Nation Unity Government ที่เปึนรัฐบาลพลัดถิ่น และเมื่อผู้ชุมนุมถูกปราบปรามอย่างรุนแรงก็ทำให้มีผู้เสียชีวิต มีผู้ถูก จับกุม ก็ทำให้เกิดกองกำลังปัองกันประชาชน People's Defence Force : PDF ที่จับอาวุธ ลุกขึ้นสู้ ผมก็หวังว่าภาพของรายงานชิ้นนี้ที่ช่วยฉายให้เห็นมานั้นจะไม่ทำให้ประเทศไทยเรา เดินไปสู่จุดนั้นนะครับ ให้การรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เปึนครั้งสุดท้าย

และสุดท้ายครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของอนุกรรมาธิการ ที่ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการช่วยเหลือดูแลผู้หนีภัยการสู้รบ และผู้หนีภัยความ ไม่สงบชาวเมียนมา ทั้งหมดที่อภิปรายมาครับ ก็เพื่อที่จะเชิญชวนพวกเราลดความเปึนไทย เพิ่มความเปึนคนให้มากขึ้นครับ Humanity หรือมนุษยธรรม คือสิ่งที่ผมเห็นอยู่ในรายงาน ทั้ง ๒ ฉบับนี้ หวังว่ารัฐบาลจะนำไปปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะผู้เข้าร่วมสัมมนาเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตตามระบอบประชาธิปไตยนะครับ จัดโดยคณะกรรมาธิการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๒๐ ท่าน แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สัมมนาของคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดอ่างทอง ๑๗๕ ท่าน สภาผู้แทนยินดีต้อนรับทุกท่านเลยนะครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลางและตำบลกะทู้ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมกับรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหา และแนวทางการแก้ไขเกี่ยวกับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และผู้หนีภัยความไม่สงบ ชาวเมียนมาและอีกฉบับหนึ่งนะครับ ของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการ ชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ก็เปึนไปไม่ได้ครับ ที่จะไม่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ แต่ผมมีความกังวลเล็กน้อยครับว่าในสำหรับผู้ลี้ภัย ไม่ว่าจากประเทศใดก็ตาม หรือผู้ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยที่เปึนชาวต่างชาติ หากได้ ดำเนินการทำการผิดกฎหมาย อย่างเช่นข่าวที่ผ่านมาก็คือการ Live สดในตลาดแห่งหนึ่ง เหตุผลคืออาจจะเปึนไปได้ที่พวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ไม่เข้าใจกฎหมายไทย แต่หากเราจะผลักดัน เขากลับออกนอกประเทศไปในประเทศที่ยังมีการสู้รบอยู่ก็จะเปึนปัญหาที่ตามมา อย่างต่อเนื่องเช่นกันนะครับ และในจังหวัดภูเก็ตเองก็คือไม่ใช่แต่ชาวเมียนมาเท่านั้น ก็คือ อาจจะรวมไปถึงชาวรัสเซียและชาวยูเครนอีกด้วย ดังนั้นผมยังมีความกังวลเรื่องนี้ว่าทาง คณะกรรมาธิการมีแนวทางในการแก้ไขให้ผู้ที่เข้ามาในประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ได้เข้าใจได้ เคารพกฎหมายไทยอย่างเข้มข้นและจริงจัง และส่วนหนึ่งก็คือการดำเนินการตามกฎหมายไทย อย่างเคร่งครัด และดูแลด้านสิทธิมนุษยชนไม่ดำเนินการส่งกลับไปยังประเทศที่ยังมีการ สงครามอยู่ ก็มีประเด็นความกังวลสั้น ๆ เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสิริลภัส กองตระการ และตามด้วยท่านนพดล ปัทมะ เชิญครับคุณสิริลภัส ครับ

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร บางกะป่ วังทองหลาง พรรคประชาชนค่ะ จากรายงานที่ดิฉันได้อ่านมาดิฉันอาจจะมีข้อเสนอคิดเห็นเพิ่มเติม เรื่องของการดูแลสาธารณสุขของผู้หนีภัยที่นอกเหนือที่จะทำให้เขามีสุขภาวะที่ดีทางด้าน ร่างกายแล้ว ก็ควรที่จะทำให้พวกเขาได้มีสุขภาวะที่ดีทางด้านจิตใจด้วยค่ะ เรื่องนี้ ก็เปึนประเด็นที่ดิฉันพยายามขับเคลื่อนในสภามาโดยตลอดนะคะ สาเหตุที่ดิฉันอยากให้มี การดูแลสุขภาวะทางด้านจิตใจ เพราะว่าผู้หนีภัยที่เจอประสบการณ์ที่รุนแรงมาจะทำให้ มีความเครียดสูงค่ะ แล้วก็อาจนำไปสู่ปัญหาด้านจิตเวชได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตก กังวล หรือว่าเปึนโรค PTSD ค่ะ PTSD หรือว่า Post-Traumatic Stress Disorder นะคะ อาการของคนที่เปึน ดิฉันขอแบ่งหลัก ๆ เปึน ๕ กลุ่มอาการด้วยกันนะคะ

๑. ก็คือการย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดบาดแผลทางใจค่ะ จะมีอาการ ฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจะทำให้พวกเขาเครียดมากขึ้น หรือว่าการ Flashback ค่ะ การย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์นะคะ เหมือนว่าตัวเองกลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมันจะเปึนการสร้างบาดแผลทางใจที่ซ้ำไปซ้ำมาให้กับผู้หนีภัย หรือความคิด หรือภาพในจิตใจที่อยู่ดี ๆ มันก็จะแว๊บขึ้นมาเรื่อย ๆ สิ่งนี้ก็เปึนสิ่งที่สร้างบาดแผลทางใจ ซ้ำไปซ้ำมาให้กับผู้หนีภัยเช่นเดียวกันค่ะ

อาการที่ ๒ ก็คือการหลีกเลี่ยงค่ะ พวกเขาจะหลีกเลี่ยงสถานที่ สถานการณ์ หรือว่าคนที่อาจจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองได้รำลึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดบาดแผลทางใจนั้น บางคนอาจจะเกิดการป่ดกั้นความรู้สึกค่ะ ไม่รู้สึก ไม่รับรู้ ไม่รู้สึกใด ๆ ต่อสิ่งต่าง ๆ รอบข้างเลย ไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้างเลย และมีอาการแยกตัวค่ะ

กลุ่มอาการที่ ๓ คือมีการตื่นกลัวเพิ่มมากขึ้นค่ะ มีอาการตื่นตระหนก มีการ ตื่นตัวอยู่เสมอ บางทีอาจจะ Sensitive กับเสียง อย่างเช่น เวลาอะไรตกเสียงดัง ๆ ก็อาจจะ เชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ที่ได้ยินเสียงป๋นนะคะ จะทำให้พวกเขาหวนกลับไปอยู่ในเหตุการณ์ ที่พวกเขาเคยเจอแล้วเปึนเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลทางใจนั้นได้อีกครั้ง เขาอาจจะมีอาการ นอนหลับยาก หรือว่ามีอาการหงุดหงิด หรือแสดงอารมณ์ก้าวร้าวได้เพิ่มมากขึ้น จะสูญเสีย ความสนใจในกิจกรรมที่เขาเคยชอบแล้วก็แยกตัวออกจากสังคม และนอกจากนี้สุขภาวะ ทางใจสามารถส่งผลถึงอาการทางร่างกายได้ด้วยเช่นเดียวกัน นั่นก็คืออาการปวดหัวหรือปวดท้องโดยที่ไม่มีสาเหตุ อธิบายไม่ได้ หรือว่ามีอาการใจสั่น หรือมีปัญหาทางระบบประสาทค่ะ การดูแลเรื่องสุขภาวะทางจิตก็สามารถทำได้โดยการ ประเมินสภาพจิตใจ โดยแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้เข้าไปพูดคุย ใช้เครื่องมือแบบสอบถามต่าง ๆ ในการประเมินของพวกเขา การให้คำปรึกษาและคำสนับสนุนทางด้านจิตใจ โดยอาจจะใช้นักจิตวิทยาหรือว่าผู้ที่ผ่านการอบรมมาแล้วด้วย การใช้การบำบัดด้วยยา ไม่ว่าจะเปึนยาต้านซึมเศร้า ยาลดความวิตกกังวล เพื่อช่วยบรรเทาอาการทางจิตเวช ของพวกเขาค่ะ หรือการบำบัดทางจิตใจ อย่างเช่น การบำบัดประเภทนี้รวมถึงการบำบัด เช่น ความคิดหรือพฤติกรรม ที่เราเรียกว่า CBT นั่นเองค่ะ และได้รับการสนับสนุนจากชุมชน ก็คือเพื่อนที่อยู่ในวงจรเดียวกันสามารถช่วยกันพูดคุยได้ เพราะว่าพวกเขามีประสบการณ์ ร่วมกัน ใครที่ผ่านมาแล้วมีอาการดีขึ้นแล้วก็จะเปึนผู้สนับสนุนร่วมกันในสังคมที่เขาอยู่ ด้วยกันนะคะ หรือเปึนการใช้การบำบัดทางเลือกอื่น ๆ ด้วยศิลปะก็ได้ หรือว่าใช้ดนตรีก็ได้ หรือว่าใช้การพูดคุยก็ได้นะคะ เพื่อที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับมือกับปัญหากับความเครียด ที่เกิดขึ้นได้นะคะ การดูแลในเรื่องของสุขภาวะทางจิตใจของผู้หนีภัย จริง ๆ แล้วดิฉัน ก็อยากจะให้ใส่ใจกันอย่างละเอียด เพราะว่าพวกเขาผ่านเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลทางใจมา อย่างรุนแรงแล้ว ไม่อยากให้มีแค่การรักษาบาดแผลทางกาย แต่ว่าควรจะเยียวยาเรื่อง บาดแผลทางใจด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านนพดล ปัทมะ เชิญครับ

นายนพดล ปัทมะ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยครับ ก่อนอื่นกระผมขอขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ ๒ ชุด ที่ท่านได้ร่างผลการศึกษามา เขาบอกว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว แต่กรรมาธิการชุดของท่านโรมมีรายงานถึง ๒ ชุด ก็ขอบคุณ ท่านที่แสดงว่าได้ศึกษาอย่างรอบคอบนะครับถึงมีคณะกรรมาธิการชุดคล้ายกันถึง ๒ ชุด ผมก็พยายามจะอ่านชุดแรกอยู่ ๓๓ แผ่น ชุดที่ ๒ อยู่ ๔๘ แผ่น ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนโอกาสดีครับที่เราจะรับทราบรายงาน แล้วก็มีข้อเสนอแนะถึงทางรัฐบาลว่าแนวคิด ของการดูแลผู้อพยพ ผู้หนีภัย แล้วก็แนวคิดในการแก้ไขปัญหาเมียนมานั้น ทางสภามีแนวคิด อย่างไร วันนี้มีกรรมาธิการอยู่ ๒ ชุดที่อภิปราย แล้วก็ท่านสมาชิก รวมทั้งกรรมาธิการ การต่างประเทศ ที่ผมเคยเปึนประธานกรรมาธิการอยู่ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ เราจะอภิปรายประเด็นในรายงาน ผมขออนุญาตดู ก่อนที่เราจะดูต้นไม้แต่ละต้น ผมว่า เรามาดูป์าทั้งป์าในเรื่องเมียนมานิดหนึ่งครับ ความจริงความท้าทายปัญหาไทยกับเมียนมา หรือปัญหาทวิภาคีระหว่างไทยกับเมียนมามันมีอยู่ ๖ เรื่องสำคัญ เรื่องแรกก็คือเรื่องของ Displaced People หรือว่าเรื่องของผู้หนีภัย เรื่องที่ ๒ คือเรื่องแรงงานต่างด้าวของพม่า เรื่องที่ ๓ ก็คือการทะลักของยาเสพติดที่เข้ามาสู่ในประเทศไทย เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องของ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ Call Center ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านโรมก็ได้ สนใจในเรื่องนี้อยู่ เคยอภิปรายในสภา เรื่องที่ ๕ ก็คือเรื่องของการค้ามนุษย์ และเรื่องที่ ๖ คือเรื่องของ PM2.5 ซึ่งถ้าเราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้จะไม่สามารถแก้ไขได้เลยครับ ประโยชน์แห่งชาติของไทยกับพม่า มันผูกติดกันอย่างแยกไม่ออก ถ้าเราไม่สามารถกำจัดปัญหาที่พม่า หรือสร้างสันติภาพในพม่า เราก็จะเปึนฝ์ายรับปัญหาอยู่ร่ำไป เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าไม่มีสันติภาพ ถ้าไม่มีเอกภาพ ถ้าไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในพม่า ปัญหาเหล่านี้ที่เรา มาอภิปรายในวันนี้ ในรายงาน ๒ ฉบับนี้ก็จะเปึนเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ แล้วเราก็จะมีหน้าที่แก้ไข อย่างคงเส้นคงวา ป้แล้วป้เล่าตลอดไป ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้การอภิปราย ของกระผมในวันนี้ตรงประเด็นที่เราอภิปรายรายงานของอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่า บุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการอพยพเข้ามาในไทย คนเมียนมาที่เข้ามาในประเทศไทยมีกลุ่มใดบ้าง ประเด็นแรกก็คือกลุ่มที่เรียกว่า ผู้หนีภัยสงคราม ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ๔๐ ป้ที่แล้วเป็ะเลยครับ ป้นี้ ๒๕๖๗ แล้วกลุ่มที่ ๒ ท่านใช้คำว่า ผู้หนีภัยความไม่สงบ ซึ่งก็คือคนที่มาหลังการ รัฐประหารในพม่า ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ กลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มแรงงานเมียนมา และกลุ่มที่ ๔ ก็คือ เขาเรียกว่า บุคคลที่มาจากเมียนมาแต่ไม่มีสัญชาติ ก็คือเปึนพวก Stateless เพราะฉะนั้น มันมีคนอยู่ ๔ กลุ่ม และรายงานของท่านก็ Cover คนหลาย ๆ กลุ่มมากน้อยกันบ้าง เน้นกันบ้าง ก็แตกต่างกันไป ทีนี้ผมจะกราบเรียนแต่ละประเด็นครับ

ประเด็นแรกที่รายงานของท่านได้นำเสนอก็คือกลุ่มของคนที่หนีภัยสงคราม เมื่อป้ ๒๕๒๗ แล้วก็กลุ่มหนีภัยความไม่สงบในป้ ๒๕๖๔ กลุ่มแรกที่หนีภัยสงคราม เขาจงใจ ใช้คำนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาษาทางการก็ใช้คำย่อต่างกัน จงใจใช้คำต่างกัน เอาละมันใช้คำต่างกัน ก็คือกลุ่มป้ ๒๕๒๗ กลุ่มป้ ๒๕๒๗ ตอนนี้เหลือที่อยู่ในประเทศไทย ใน ๙ ค่าย ท่านประธานครับ ๙ แคมปีหลายจังหวัด ๓-๔ จังหวัด มีคนเหลือประมาณ ๘๐,๐๐๐ คน ไปต่างประเทศแล้วประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ คน ไปสหรัฐอเมริกาหรือไป Resettlement หรือไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกามากสุดหลายหมื่นคน แล้วก็รองมาก็ ออสเตรเลีย กลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่น่าสงสารท่านประธานอยู่ประเทศไทยมา ๔๐ ป้ กักกันในค่าย สภาพเปึนอยู่น่าสงสารมาก กรรมาธิการหลายท่านก็คงได้ไปเยี่ยมแล้ว กลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่ผม คิดว่าจำเปึนจะต้องดูแลอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ

เรื่องแรกครับ เปลี่ยนภาระเปึนพลัง ให้เขาได้มีโอกาสที่จะทำงานได้ ไม่จำเปึน จะต้องบินไปเนปยีดอเพื่อไปต่อเอกสารอะไรก็แล้วแต่ จะเรียกว่า CI หรือจะเรียกว่าเปึน Passport เขาก็แล้วแต่ สามารถที่จะขับเคลื่อนทำงานที่นี่ได้ ออกนอกค่ายได้แล้วกลับมาอยู่ ในค่าย ดูแลเรื่องของความเปึนอยู่ขั้นพื้นฐานครับ เรื่องหลังคาที่เขาต้องอยู่ใต้ไม่ให้ฝนตก มีอาหารพอสมควร แล้วก็ให้ลูกหลานเขาได้เข้าถึงโรงเรียน คนแก่เข้าถึงโรงพยาบาล ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนข้อเรียกร้องของกรรมาธิการการต่างประเทศ เมื่อครั้งที่ตัวกระผมเอง เปึนกรรมาธิการอยู่ด้วย อันนี้เปึนเรื่องแรก

ประเด็นอีกอันหนึ่งที่ต้องฝากรัฐบาล ท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของ รัฐบาลจะต้องเร่งในการออก Exit Permit เมื่อพี่น้องชาวเมียนมาที่อยู่ในค่ายอพยพ ๙ แห่ง ต้องการไปตั้งหลักปักฐานในต่างประเทศ ผมเข้าใจว่าเปึนหน่วยงาน สมช. จะต้องเร่งรัด ในการที่จะออก Exit Permit ให้เขา เพื่อให้เขาไปสู่โอกาสที่ดีกว่า แล้วก็ไม่ได้เปึนภาระ ในประเทศไทยที่จะต้องดูแลต่อไป อันนี้คือกลุ่มแรกครับท่านประธานครับที่เรียกว่า ผู้ลี้ภัย สงคราม ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ๔๐ ป้ที่แล้วอยู่ในค่าย

กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มที่เรียกว่า ผู้หนีภัยความไม่สงบหลังรัฐประหาร ตอนนี้จริง ๆ แล้วอยู่ในค่ายประเทศไทย ๕๐,๐๐๐ กว่าคน กลับไปจะเกือบหมดตามรายงานของท่าน ซึ่งก็ตรงกับการศึกษาของกรรมาธิการการต่างประเทศ แต่มันจะมีเหลือที่อยู่นอกค่าย ซึ่งเปึน จำนวนหลักหมื่น อยู่นอกค่ายก็มีทั้งคนที่หนีภัยทางการเมือง เคยเปึน ขอประทานโทษ ไม่อยากกระทบกระเทือนการเมืองระหว่างประเทศ เปึนพรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล ในปัจจุบันก็แล้วกัน ซึ่งเรียกว่าเปึน White Collar ซึ่งกลุ่มนี้มีปัญหาว่าถูกเจ้าหน้าที่รีดไถบ้าง มีปัญหาว่าไม่สามารถทำงานได้บ้าง มีปัญหาว่าอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ บ้าง เพราะว่าอาจจะ ต้องถูกติดตามจากบุคคลอื่นแล้วกันนะครับ ไม่อยากจะบอกว่าเปึนฝ์ายใดเดี๋ยวก็ กระทบกระเทือนความสัมพันธ์อีก กลุ่มนี้ผมคิดว่าเรามีหน้าที่ที่ต้องดูแลสวัสดิภาพพื้นฐาน ของเขา ให้เขาได้ทำงาน และขณะเดียวกันถ้าสามารถที่จะส่งเขาไปประเทศที่เขาต้องการ จะไป ก็สามารถที่จะอำนวยความสะดวก แล้วที่สำคัญจะต้องไม่บังคับให้เขาเดินทางกลับ ประเทศเพื่อไปเผชิญกับการไล่ล่าทางการเมืองอย่างที่ท่านกรรมาธิการ สส. ธิษะณาได้พูดไป อันนี้คือกลุ่มที่ ๒ ครับท่านประธานครับ

กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มแรงงานต่างด้าว ท่านประธานที่เคารพครับ แรงงานต่างด้าว ในประเทศไทยมีอยู่ ๓ กลุ่ม เพื่อเปึนข้อมูลให้ท่านสมาชิกที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับประเด็นนี้ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เข้ามาเลยครับ ข้ามแม่น้ำเมยมา ข้ามภูเขามา ผิดกฎหมาย กลุ่มที่ ๒ คือเข้ามาประเทศไทยตามมติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีประมาณ ๒ ล้านคนเศษ จะครบกำหนดวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มที่เข้ามาตาม MOU ซึ่งมีประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนเศษ

ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้มีการเสนอโดยคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ เมื่อครั้งผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ เราเสนออย่างนี้ครับ ท่านกรรมาธิการรายงานของท่านเห็นบอกว่ามันมีประโยชน์ที่จะให้แรงงานต่างด้าวได้ทำงาน โดยถูกกฎหมาย แน่นอนครับ เอกชนต้องการ เราจะสู้กับเวียดนามได้เราก็ต้องมีแรงงาน ที่ราคาไม่แพง ซึ่งเราก็ได้มาจากเมียนมาเปึนหลัก แม้ว่าจะลาวบ้าง กัมพูชาบ้างนะครับ ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านที่เขียนมานะครับ ท่านพูดถึงเรื่องสังคมผู้สูงอายุอะไร ทำนองนี้มันก็เปึนหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้วเรามีข้อเสนออย่างนี้ครับท่านประธาน ๓ กลุ่ม

กลุ่มแรกก็คือกลุ่มที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เสนอให้รัฐบาลเป่ดลงทะเบียน อย่างรีบด่วน หลักการการจัดการแรงงานต่างด้าวมันมีอยู่ ๓ ข้อใหญ่ ๆ ครับ ๑. ก็คือง่าย Simple ๒. โปร่งใส Transparent Simple คือไม่ซับซ้อนด้วย โปร่งใสด้วยนะครับ และอันที่ ๓ คือครอบคลุม ก็คือท่านกรรมาธิการหลายท่าน หรือรวมทั้งท่านที่เปึนอนุทำงาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐก็พูดไป ผมเห็นด้วยครับ โดยเฉพาะท่าน พลโท พงศกร เราจะต้องมีบันทึกของทุกคนที่เข้ามาเหยียบดินแดนไทยทุกตารางนิ้วครับ เราต้องรู้ว่า คนต่างด้าวอยู่ตรงไหน ทั้งนี้เพื่อดูแลเรื่องความมั่นคง เราจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างภาพลักษณ์ ของประเทศในแง่ของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับความมั่นคงของรัฐเราด้วย เราจะต้อง ไม่เต้นตาม NGO ต่างประเทศหรือประเทศมหาอำนาจที่บีบบังคับให้เราดำเนินการอย่างหนึ่ง อย่างใดที่เกินเหตุ เราต้องชั่งน้ำหนักความมั่นคงของประเทศเราด้วย นโยบายต่างประเทศ ที่ดีที่สุดคือนโยบายที่ดูแลผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้รัฐบาลจะต้อง ชั่งน้ำหนักทั้ง ๒ ด้าน ผมเข้าใจดีครับ NGO ที่ทำงานเหน็ดเหนื่อย ดูแลเรื่องของ สิทธิมนุษยชน ท่านก็ปกปัองประเด็นของท่าน แต่ขณะเดียวกันท่านก็ต้องเข้าใจภารกิจของ รัฐบาลที่ต้องดูแลคนไทยด้วย ทีนี้ท่านประธานที่เคารพครับ มาพูดถึงแรงงานต่างด้าว กลุ่มแรกก็คือให้เป่ดลงทะเบียนใช่ไหมครับ อย่างเร่งด่วน

กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๖๘ นี้ เราได้เสนอกระทรวงแรงงานไปแล้วครับท่านประธาน ขอให้รีบเป่ด การลงทะเบียน ซึ่งเข้าใจว่าทางกระทรวงแรงงานได้เสนอคณะรัฐมนตรีแต่มีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลไปก่อน หวังว่ารัฐบาลใหม่จะผลักดันต่อแล้วรีบประกาศนะครับ ทั้งหลายทั้งปวง ก็คือว่าจะต้องมีการขึ้นทะเบียนต่ออีก ๒ ป้ ควรจะขึ้นทะเบียนต่ออีก ๒ ป้ แล้วก็ผ่อนผัน การใช้เอกสาร บางคนท่านประธานครับ ไม่มีแล้วครับ Passport หมดอายุแล้ว CI บางคน ไม่มีครับ มีบัตรสีชมพู บัตรสีชมพูนี้เปึนบัตรที่ออกโดย พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎร มาตรา ๓๘ โดยกระทรวงมหาดไทย ที่ออกให้กับทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย แม้บางทีเปึนคนที่ไม่มี สัญชาติ อันนี้ก็คงต้องดูครับถ้าไม่มี Passport จะทำอย่างไร แล้วถ้าไม่มี CI จะทำอย่างไร

กลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มตาม MOU กลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่อาจจะเปึนกลุ่มไม่มากครับ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเรื่องนี้เราก็ขอให้ได้มีการลงทะเบียนใหม่เหมือนกัน เพื่อที่เราจะได้มีบันทึกไว้ว่าผู้คนมีมากน้อยแค่ไหนเพียงไร ทั้งหลายทั้งปวงข้อเสนอที่ผม กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับ ตั้งแต่กลุ่มเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กลุ่ม MOU กลุ่มมติ คณะรัฐมนตรีจะต้องดำเนินการตามที่กฎหมายทำได้นะครับ ก็ฝากรัฐบาลได้ไปดำเนินการ

ท่านประธานครับ ผมมีเวลาอีกประมาณ ๒ นาทีเศษ ผมมองอย่างนี้ครับ วันนี้ทางสภามาช่วยกันคิดครับ ไม่ต้องแบ่งว่าเปึนพรรคใด ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เรามามี Consensus หรือฉันทามติร่วมกันว่า เรื่องของการจัดการปัญหาเมียนมาหรือการจัดการ แรงงานต่างด้าวเราจะดำเนินการอย่างไร ผมไม่อยากให้เราอภิปรายกันไปเรื่อย ไม่อยากใช้คำว่า รำวงนะครับ มันต้องมีข้อยุติที่เปึนรูปธรรมและเสนอให้รัฐบาลไปดำเนินการนะครับ อดีตประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น (Abraham Lincoln) เคยพูดครับท่านประธาน เขาบอกว่าถ้าให้เวลาผม ๖ ชั่วโมงในการไปตัดท่อนไม้ ผมจะใช้ ๔ ชั่วโมงในการไปลับขวาน ให้มันคม เพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่า เรามาใช้ ๔ ชั่วโมงให้มันตกผลึกในแง่ของความคิด แล้ว ๒ ชั่วโมงไปดำเนินการ ผมมีข้อเสนอท่านประธานและกรรมาธิการอย่างนี้ครับ

ประเด็นแรก ผมคิดว่าไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ได้แล้ว ทุกหน้าแล้งก็จะมีการสู้รบ เราก็จะแบกรับภาระในการอพยพ เราก็จะแบกรับคนข้ามแดนมา เราก็จะต้องไปจัดเตรียม ที่พักพิง เราจะต้องไปจัดเตรียมอาหาร เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ข้อแรกที่ผมเสนอ และสอดคล้องกับทางกรรมาธิการการต่างประเทศ ก็คือเราจะต้องสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น โดยเร็ว อันนี้คือยิงลูกศรไปที่หัวใจของปัญหาครับ สิ่งซึ่งผมนำเสนออาจจะเปึนใช้คำว่า นพดล Model ก็ได้นะครับ เปึน Model ที่ผมเสนอมาโดยต่อเนื่อง เปึนบันได ๒ ขั้น ท่านประธานที่เคารพครับ บันไดขั้นแรก ก็คือสอดคล้องกับท่านกรรมาธิการ ท่านจุลพงศ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เราจำเปึนที่จะต้องมี Troika หรือกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเมียนมา มีไทยเปึนหัวหอกร่วมกับประธานอาเซียนขณะนี้คือ สปป. ลาว ร่วมกับจีน ร่วมกับอินเดีย ร่วมกับบังกลาเทศ อาจจะร่วมญี่ปุ์น EU ได้ เพื่อมาคุยกันครับ เพื่อที่จะผลิตแผนสันติภาพ เมียนมาให้ได้ ไม่มีประเทศเหล่านี้ มีลำพังเฉพาะอาเซียน จำปากผมไว้เลยครับ ไม่มีทาง สำเร็จครับ สิ่งทางนี้ไม่ใช่ทางเลือกครับ แต่เปึนทางเดียวเท่านั้นที่จะสำเร็จ เมื่อไม่นาน มีผู้ต่อต้านรัฐบาล SAC บินไปเจอญี่ปุ์น ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่เขามีอิทธิพลทางการเมืองอยู่แล้ว ต้องเอาทุกฝ์ายมาร่วม Step ที่ ๒ ท่านประธานครับ จะต้องให้ทุกภาคส่วนในพม่า ได้เข้ามา พูดคุยกัน SAC ฝ์ายรัฐบาล NUG ฝ์ายต่อต้าน ฝ์ายผู้นำชนกลุ่มน้อยตามภูมิภาคต่าง ๆ มาคุยกัน ท่านประธานครับ ผมจะจบแล้วขออีก ๑ นาที ๒ นาทีนะครับ เพราะว่าฝ์ายรัฐบาล ผมอภิปรายคนเดียวครับ กระผมเลยจะกล่าวสรุปอย่างนี้ จำเปึนจะต้อง Step ที่ ๒ ต้องเอา ทุกฝ์ายมาคุยกัน ไม่สามารถทิ้งใครไว้ข้างหลังได้ แล้วไม่สามารถเจรจาโดยบางกลุ่มได้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยผลักดันร่วมกับอาเซียนร่วมกับประเทศ มหาอำนาจอย่างที่ผมกราบเรียนไป ไม่แก้ไม่ได้ครับ เรื่องของผู้ลี้ภัย หรือผู้หนีภัยสงคราม หนีภัยการสู้รบใน ๙ ค่ายผมกราบเรียนแล้วนะครับ ให้ทำงานให้ผนึก Integrate เข้ากับ สังคม หมายถึงผนวกให้อยู่ในสังคมไทยอย่างกลมกลืน ทำงานได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี รีบให้เข้าไปต่างประเทศ ไปตั้งหลักปักฐาน ออกใบอนุญาตให้เขา กลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบ ทุกฤดูแล้งมีพื้นที่ปลอดภัยให้เขา กินอิ่มนอนอุ่น ช่วยเหลือทางมนุษยธรรมนะครับ

ประเด็นต่อไปครับ การช่วยเหลือทางมนุษยธรรม Humanitarian Assistance G7 ประกาศว่า จะช่วยเหลือมนุษยธรรมพม่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ประกาศว่า ช่วยเหลือมนุษยธรรมพม่า แต่การช่วยเหลือที่เปึนรูปธรรม ยังไม่มาครับ ฝากท่านประธานฝากรัฐบาลไปดำเนินการด้วย เราจะต้องเปึนเขาเรียกว่า Focal Point เปึนศูนย์รวมในการรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เพื่อมาช่วยพม่า

อีก ๒ ประเด็นสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ให้ผู้หนีภัยได้ทำงานได้ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว

แล้วก็ประเด็นสุดท้ายคือ เรื่องของแรงงานเมียนมา อย่างที่ผมกราบเรียนไป เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทำอย่างไร MOU ทำอย่างไร ตามมติ ครม. ทำอย่างไร ผมกราบเรียน ไปแล้วไม่กล่าวซ้ำ

ท่านประธานครับ สรุปอย่างนี้ครับ ไม่ว่าเราจะชอบเรื่องนี้หรือไม่ชอบก็ตาม ลาวความสัมพันธ์ค่อนข้างดี กัมพูชาความสัมพันธ์ดีไม่มีปัญหา เมียนมาทางฝัืงตะวันตก มีปัญหามาก แล้วปัญหาที่ท้าทายมากไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยทำสำเร็จ จะต้องใช้อาเซียน และใช้มหาอำนาจในภูมิภาคถึงจะสำเร็จ ภาคใต้เรากับมาเลเซียค่อนข้างดี เพราะฉะนั้น นโยบายที่เราไม่สามารถเติบโตโดยไม่ไปกับเพื่อนบ้าน ไม่ทำไม่ได้ครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ประเทศเราต้องมั่นคงไปด้วยกัน แล้วก็รุ่งเรืองไปด้วยกันกับเพื่อนบ้าน เมียนมาจะต้องแก้ไขครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านกรรมาธิการด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านประธานจะสรุปสั้น ๆ เดี๋ยวมีอีกอันหนึ่ง

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการสรุป ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้อภิปรายชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีผู้อภิปรายที่เกี่ยวข้องหลายท่าน ไม่ว่าจะเปึนท่านเซีย จำปาทอง ท่านเชตวัน ท่านกัณวีร์ ท่านฐิติกันต์ ท่านสิริลภัส แล้วก็รวมถึงท่านสุดท้ายคือท่านนพดล ซึ่งในหลากหลายประเด็นนะครับ ไม่ว่าจะเปึนท่านเซีย จำปาทอง ท่านเชตวัน ท่านกัณวีร์ ทางกรรมาธิการของพวกเราก็เห็นด้วยกับประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านได้นำเสนอนะครับ ซึ่งใน หลายประเด็นที่อาจจะเพิ่มเติมเข้ามา ทางกรรมาธิการเราก็จะรับข้อสังเกตนะครับ แล้วเราก็ ยังมองว่ารายงานฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับสุดท้ายนะครับ คงจะต้องมีการติดตาม คงจะต้องมีการ ดำเนินการอีกหลากหลายประการนะครับ ซึ่งยืนยันนะครับว่าเราจะให้ความสำคัญกับเรื่อง ประเด็นสิทธิมนุษยชนเปึนประเด็นที่สำคัญนะครับ แล้วเราก็มองว่าความมั่นคงของรัฐ กับประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนเปึนประเด็นที่จะต้องไปด้วยกัน

สำหรับท่านฐิติกันต์นะครับ เมื่อสักครู่ในเรื่องของที่มีชาวเมียนมา Live สดต่าง ๆ ผมได้ตอบไปบ้างแล้วนะครับ แต่ผมยืนยันว่าในเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราอย่าหยิบยกแค่กรณีใด กรณีหนึ่ง แล้วก็เหมารวมว่าคนเมียนมาทุกคนจะต้องเปึนแบบนั้น ผมคิดว่าสิ่งสำคัญก็คือ เราพิจารณาจากผลประโยชน์ของประเทศเรา ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของมิติเศรษฐกิจ มิติแรงงาน เราต้องยอมรับว่าวันนี้เราต้องการแรงงานต่างชาติ และแนวทางในการแก้ปัญหาคือ เราต้อง เอาเขาขึ้นมาข้างบนนะครับ แล้วผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะดำเนินการตามกฎหมายอื่น ๆ ได้ พูดตรงนี้ให้ชัดเจนนะครับ การดำเนินการในกรณีที่มันมีการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ได้ หมายความว่าเราจะต้องส่งเขากลับไปประเทศอื่น ไปประเทศที่เปึนประเทศต้นทางเสมอไป เราสามารถที่จะมีการดำเนินการตามกฎหมายในมิติ ในรูปแบบอื่น ๆ ได้ แล้วเปึนสิ่งที่ควรทำ ในกรณีที่มันมีการฝ์าฝ๋นกฎหมาย แต่การส่งกลับส่งเขาไปตายไม่ใช่คำตอบ

ถัดมานะครับ รับในข้อสังเกตของท่าน เข้าใจว่าเปึนปัญหาในพื้นที่นะครับ ที่ในจังหวัดภูเก็ตที่มีในเรื่องของ Mafia ใช่ไหมครับ ของรัสเซีย ยูเครน เรื่องนี้รับเปึน ข้อสังเกตนะครับ และเดี๋ยวคงจะได้มีการหารือในเรื่องของกรรมาธิการที่จะต้องศึกษา ในเรื่องนี้ต่อไป เข้าใจถึงปัญหานะครับ แล้วเข้าใจว่าทั้ง ๒ ท่านก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ในเรื่องนี้นะครับ

ถัดมาข้อสังเกตในเรื่องด้านสาธารณสุขนะครับ รับไปจากท่านสิริลภัสนะครับ เดี๋ยวเรื่องนี้คงจะได้เพิ่มเติมเข้าไปต่อทางรัฐบาลนะครับ

ท่านสุดท้ายคือท่านนพดลนะครับ ด้วยความเคารพต่อท่านนะครับ ผมคิดว่า ท่านได้มีความเข้าใจในเรื่องสถานการณ์เมียนมาเปึนอย่างดีมากนะครับ ในหลากหลาย ประเด็นที่ท่านได้นำเรียนต่อท่านประธานสภามาถึงพวกเรานะครับ เราคิดคล้ายกันนะครับ แล้วก็เปึนหลายประเด็นที่ผมคิดว่ามีความสำคัญนะครับ แล้วก็คงเปึนสิ่งที่เราคงจะต้อง ช่วยกันนะครับ ในการที่จะแก้ปัญหาต่อไป ทั้ง ๖ ประเด็นที่ท่านหยิบยกถึงความสลับซับซ้อน ในเรื่องของสถานการณ์เมียนมาที่สะท้อนถึงความเข้าใจของท่านนพดลเปึนอย่างดีเยี่ยม ผมเองก็เห็นคล้อยตามนะครับ แล้วก็คงจะต้องดำเนินการ อย่างเรื่องประเด็นหนึ่งที่ต้องเรียนว่า ที่ระยะหลังในกรรมาธิการความมั่นคง เราให้ความสำคัญมากเปึนพิเศษนะครับ คือเรื่อง ยาเสพติด เนื่องจากว่าถ้าเราติดตามข่าวสารต่างประเทศ เราจะพบว่าเราเห็นถึงการขยายตัว ของกลุ่มว้าที่มีการขยายตัว มีการสู้รบนะครับ แล้วก็มีการขยายเขตอิทธิพล เพื่อที่จะมา ประชิดติดกันกับพรมแดนของประเทศไทย นั่นหมายความว่าผมกำลังพูดถึงการส่งยาเสพติด เข้ามาที่ประเทศไทยได้ง่ายยิ่งขึ้นนะครับ การส่งยาเสพติดมาที่ประเทศไทยที่สะดวกมาก ยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาเมื่อพูดถึงมาตรการในการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด เรามักจะให้ ความสำคัญไปกับเรื่องของชุมชน การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การสร้างชุมชนสีขาว เราอาจจะให้ ความสำคัญในเรื่องของการจับยาเสพติดที่เน้นในเรื่องของเชิงปริมาณ ซึ่งสุดท้ายเราจับได้ เยอะขึ้นครับ แต่เราก็พบว่ายาเสพติดในประเทศไทยของเราราคาถูกลง แล้วถ้าเราดูข้อมูล ของหน่วยงานอย่าง UNODC นะครับ เราก็จะพบว่าในภูมิภาคของเราเปึนภูมิภาคที่ส่ง ยาเสพติดประเภท Methamphetamine และ Ice สูงเปึนอันดับต้น ๆ ของโลกนะครับ แล้วก็ที่สำคัญไม่ใช่แค่ในเชิงปริมาณนะครับ แต่ในเชิงคุณภาพของยาเสพติดที่ส่งออกก็นับว่า เปึนคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกด้วยซ้ำไป ประเทศเมียนมาผลิตในส่วนของ Opium หรือฝ่ืน เปึนอันดับหนึ่งของโลกแล้ว เนื่องจากว่าประเทศอัฟกานิสถานได้มีการ Ban ในส่วนของฝ่ืน ซึ่งฝ่ืนก็สามารถที่จะไปแปรรูปเปึนเฮโรอีนต่อไปได้อีกด้วยนะครับ ในปัจจุบันก็มีความกังวลว่า ตรงพื้นที่ในรัฐว้าตรงนี้จะมีศักยภาพถึงขนาดที่จะผลิตยาเสพติดประเภท Fentanyl ได้ด้วย หรือไม่ ซึ่ง Fentanyl ก็เปึนยาเสพติดที่อาจจะเรียกว่าเริ่มมีความนิยมในประเทศสหรัฐอเมริกา เปึนอย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในรัฐว้าตอนนี้เปึนปัญหาของโลก เปึนปัญหาที่เรา ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ นี่คือปัญหาที่เราต้องดำเนินการในการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมานะครับ เรายังไม่ได้ให้ความสำคัญในเชิงมิติของทางต่างประเทศที่จะเข้าไปมีบทบาทในการที่จะแก้ไข ปัญหาเรื่องยาเสพติดอย่างเปึนรูปธรรม รวมไปถึงการยกระดับในเรื่องของปัญหาชายแดน ไม่ว่าจะเปึนการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด ผมคิดว่ายังมีจุดอ่อนอยู่ค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างที่เปึนรูปธรรมนะครับ ว่าเราอาจจะมีการ เพิ่มในเรื่องของประสิทธิภาพของชายแดนฝัืงตะวันตก แต่เราก็พบว่ายาเสพติดเข้ามาที่ทางฝัืง แม่น้ำโขงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเปึนบริเวณชายแดนที่มีความอ่อนแอที่มากกว่า สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งที่ผมคิดว่าประเทศไทยของเราจำเปึนที่จะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก ถ้าพูดให้ เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น อย่างกรณีของรัฐว้า ข้อมูลที่เราได้รับทราบมา เขามีกองกำลัง ที่ทันสมัยสูงถึง ๓๐,๐๐๐ นาย อาวุธครบมือ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ผมคิดว่าเรามีความจำเปึน ทั้งสภาและรัฐบาลต้องทำงานร่วมกัน ในการที่จะหามาตรการในการที่จะรับมือกับภัยคุกคาม ที่กำลังขยายอิทธิพลมาประชิดชายแดนของประเทศไทย ข้อมูลอย่างไม่เปึนทางการ จริง ๆ เขา ประชิดไปแล้วนะครับ แต่เข้าใจว่าหลังจากนี้ก็คงจะมีความชัดเจนในเรื่องของการก่อตั้ง รัฐยาเสพติดที่น่ากังวลอย่างยิ่งแบบนี้ต่อไปมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ครับท่านประธานครับ ข้อสังเกตต่าง ๆ ผมเองก็พร้อมที่จะรับไป แล้วก็ศึกษาต่อ กรรมาธิการชุดนี้เปึนกรรมาธิการสามัญ เราก็จะทำหน้าที่ในการที่จะศึกษา ต่อไป เรามีการตั้งอนุกรรมาธิการนะครับ โดยท่านปทิดาจากพรรคภูมิใจไทย ในการที่จะ ศึกษาในเรื่องของการพัฒนาด่านชายแดน เรามีการตั้งกรรมาธิการ นำโดยท่านจุฬาลักษณ์ ในการที่จะมีการกฎหมาย ศึกษากฎหมาย ในการที่จะมีหน่วยงานที่จะมารับผิดชอบโดยตรง ในเรื่องของชายแดนเหมือนกับที่หลาย ๆ ประเทศได้ทำ และมากไปกว่านั้นนะครับ ผมเอง ก็ตั้งคณะทำงานหลาย ๆ คณะเพื่อที่จะมาช่วยกันที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของความมั่นคง ปัญหาเรื่องของชายแดนที่ครอบคลุมในทุก ๆ มิติ โดยเฉพาะจากฝัืงเมียนมา

สุดท้ายนี้ครับท่านประธานครับ ผมเองในนามของคณะกรรมาธิการ ผมต้อง ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อรายงาน ผลการพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบใน ประเทศเมียนมาของคณะกรรมาธิการ และกระผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเห็นชอบกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามรายงานฉบับนี้ เพื่อที่จะส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ที่มีอำนาจได้นำไปพิจารณาในการดำเนินการ หรือวางนโยบาย หรือแนวทางในการ ที่จะดำเนินการและแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชนต่อไป นอกจากนี้นะครับ กระผมในฐานะประธานต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านคณะกรรมาธิการความมั่นคงทุกท่าน จากทุกพรรคการเมือง ท่านคณะอนุกรรมาธิการ ดังรายนาม ท่านสุธรรม แสงประทุม ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านสรัสนันท์ อรรณนพพร ท่าน พลโท พงศกร รอดชมภู ท่าน พันตำรวจเอก สุเทพ สัตถาผล ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ท่านพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ท่านรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ ท่านศิววงศ์ สุขทวี และท่านอดิศร เกิดมงคล ที่ได้ช่วยกันทำรายงานฉบับนี้ และเราหวังว่าจะเปึนแนวทางในการที่จะแก้ปัญหา เพื่อประเทศชาติต่อไป เราอยากจะให้ปัญหานี้ซึ่งเปึนปัญหาที่คั่งค้างมานานไล่เรียงกันไป เกือบจะครึ่งศตวรรษแล้วได้จบลงเสียที วิธีการประเทศอื่นมีบทเรียน มีแนวทางที่เราสามารถ ดูได้เปึนแบบอย่างได้ เรามีรายงานฉบับนี้ที่พยายามจะศึกษาโดยละเอียดในการที่จะ แก้ปัญหาอย่างเปึนรูปธรรม ก็หวังว่าปัญหาเหล่านี้จะเปึนปัญหาที่ได้รับการแก้ไข ไม่ใช่แค่ เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ แต่รวมไปถึงเพื่อประโยชน์ของคนไทยอีกด้วย ขอบคุณ ท่านประธานมากครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศนะครับ จากการที่ได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกนะครับ ซึ่งมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เห็นด้วยกับรายงานข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ และไม่มีผู้ใดคัดค้านนะครับ ดังนั้นผมจะอาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่า จะมีจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ ข้อ ๑๐๕ ประกอบข้อ ๘๘ นะครับ ซึ่งผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกต ไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไปนะครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ

๒. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและแนวทางการแก้ไขเกี่ยวกับ ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาและผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ซึ่งคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศพิจารณา เสร็จแล้ว

คณะกรรมาธิการชุดเดิมนะครับ ผู้ชี้แจงก็ชุดเดิมนะครับ ไม่มีผู้อภิปราย ท่านประธานจะนิดหน่อยนะครับ เดี๋ยวเราไปเรื่องสำคัญ

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการ ชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ขอนำเสนอรายงานปัญหาและ แนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาและผู้หนีภัยความไม่สงบ ชาวเมียนมานะครับ ทราบว่าหลายท่านก็ได้อภิปรายได้รวมกันไปในหลาย ๆ กรณีนะครับ แต่จะขออนุญาตท่านประธาน ในการที่จะใช้โอกาสนี้ให้ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการนะครับ คือ ท่านมานพ คีรีภูวดล ได้นำเสนอ ข้อมูลและใช้ PowerPoint ในการประกอบการนำเสนอ สาเหตุที่เราต้องแยกเปึน ๒ รายงาน ส่วนหนึ่งนอกจากกระบวนการของสภาของเราแล้วนะครับ แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือรายงาน ฉบับนี้เราจะให้น้ำหนักไปกับปัญหาในเรื่องของ ๙ แคมปีเปึนหลักนะครับ ซึ่งอาจจะทำให้ มีสาระบางอย่างที่อาจจะเหมือนบ้างหรือต่างบ้างนะครับ อย่างไรก็ขออนุญาตท่านประธาน ให้ท่านมานพ คีรีภูวดล ได้นำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านประธานอนุครับ

นายมานพ คีรีภูวดล กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล ในนามประธานคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ครับ ก่อนที่ผมจะลง รายละเอียดครับท่านประธาน เพื่อให้ท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าใจรายงาน ๒ เล่มนี้มีความเชื่อมโยงอย่างไรครับ ท่านประธานครับ เล่มแรกก็คือเล่ม ที่ถูกตั้งโดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและ การปฏิรูปประเทศ ที่เราตั้งนี้เนื่องจากว่าสถานการณ์ในการดำเนินการแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ประชิดอยู่ในชายแดนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามการตั้งญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ให้แต่งตั้งเปึนกรรมาธิการวิสามัญได้ยื่นไปก่อน แต่ว่าช่วงที่รอเราไม่สามารถที่จะรอปัญหาได้ ในนามของคณะกรรมาธิการความมั่นคงก็เลยมีอนุขึ้นมาชุดหนึ่ง คือ ชุดที่เราศึกษาเรื่อง ผลกระทบผู้ลี้ภัยในพื้นที่ชายแดน แล้วก็ ๙ แคมปีนะครับท่านประธาน ทีนี้สิ่งที่เราเจอครับ อย่างนี้นะครับ ก่อนที่ผมเข้าเนื้อหา ในทางราชการมันมีศัพท์อยู่ ๒ ศัพท์ ก็คือว่า ผภร. คือว่า ผู้หนีภัยการสู้รบ ซึ่งหมายถึงผู้ที่พักพิงอาศัยอยู่ใน ๙ แคมปี ๔ จังหวัดนะครับ แล้วเราก็เจอ ศัพท์อีกอันหนึ่งครับท่านประธานก็คือว่า ผภสม. หมายถึงว่าผู้หนีภัยความไม่สงบ ชาวเมียนมา อันนี้คือหลังจากรัฐประหาร ป้ ๒๐๒๑ ท่านประธานครับ แต่ว่าในการศึกษา รายงานเราพบว่า เราเจอผู้หนีภัยสู้รบ เราเจอผู้หนีภัยความไม่สงบนอกเหนือจากที่ทาง ราชการได้กำหนดไว้ ๒ กลุ่มนี้ คือ คนที่ไปอยู่ในเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ แล้ว ในเมืองใหญ่ ๆ ในพื้นที่ของประเทศไทยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นรายละเอียดก็เปึนไปตามที่กรรมาธิการ ซึ่งท่านสุธรรมเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการนะครับ

ทีนี้ผมขออนุญาตกลับมาในตัวรายงานที่เราดำเนินการก่อนที่สภาผู้แทนราษฎร จะมอบหมายให้เราศึกษา ในนามประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เราแยก กลุ่มผู้หนีภัยสู้รบออกเปึน ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มเดิมกับกลุ่มผู้มาใหม่ครับท่านประธาน กลุ่มเดิมทางราชการใช้ชื่อว่า ผภร. กลุ่มผู้หนีภัยการสู้รบ ทำไมถึงใช้คำนี้ครับ เรื่องนี้ มีความสำคัญนะครับ เราจะพบว่าในประเทศไทยโดยภาษาทางการและภาษาราชการจะไม่มี คำว่าผู้ลี้ภัย เนื่องจากว่าประเทศไทยไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยเรื่องสิทธิผู้ลี้ภัยนะครับ กระบวนการช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ๙ แคมปีจึงไม่สามารถดำเนินการภายใต้สนธิสัญญาว่าด้วย สิทธิผู้ลี้ภัยตามข้อตกลงสากล ในรายงานที่เราเจอ แล้วก็อยากเสนอให้กับเพื่อนสมาชิก และท่านประธานทราบอย่างนี้ครับ กลุ่มแรกคือกลุ่มอยู่เดิม ก็คือมาตั้งแต่ป้ ๑๙๘๔ คือ ๒๕๒๗ กลุ่มนี้เปึนกลุ่มขนาดใหญ่ที่อพยพจากการสู้รบในพื้นที่ฝัืงประเทศเมียนมานะครับ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือเราต้องเผชิญในการรับมือกับผู้อพยพกลุ่มนี้นะครับ โดยทางการก็ได้ อาศัยประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาตอนที่เกิดสงครามอินโดจีน เรารับผู้ลี้ภัยเปึนล้าน ๆ คน ก็ใช้รูปแบบและเงื่อนไขแบบนี้ในการตั้งรับ แล้วก็ออกแบบรูปแบบการทำงาน แต่ว่ายังคงสภาพ ไม่เปึนผู้ลี้ภัย เนื่องจากว่าอย่างที่ผมได้รายงานไปแล้วนะครับเราไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่า ด้วยสิทธิผู้ลี้ภัย เลยเปึนผู้พักพิงชั่วคราว ปัญหาสำคัญอย่างนี้ครับท่านประธาน คนที่เข้ามาอยู่ ตรงนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ถึงปัจจุบันก็คือ ๔๐ ป้ สถานะของเขาก็คือว่า เปึนผู้พักพิงชั่วคราว และไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตเหมือนกับคนทั่วไปได้ ในกระบวนการศึกษาของเราเราพบว่า ณ ปัจจุบันนี้ทั้งข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็องค์กรพัฒนาเอกชน คือ มีจำนวนอยู่ ๗๗,๐๐๐ คนครับท่านประธาน ข้อเสนอและแนวทางที่เราพยายามหาทางออก กลุ่มนี้ ผมคิดว่ามันมีข้อเสนออยู่ ๓ แนวทาง อันที่ ๑ ก็คือว่าไปอยู่ในประเทศที่ ๓ ซึ่งตอนนี้ก็คือว่า องค์การสหประชาชาติ คือ ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกับประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็ส่วนราชการนะครับ มีแผนที่จะดำเนินการคนเหล่านี้ไปอยู่ในประเทศที่ ๓ ๗ ป้ ป้ละ ๑๐,๐๐๐ คน ก็ ๗๐,๐๐๐ ถ้าดูตัวเลขแล้วก็น่าจะเปึนไปได้นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านประธานครับ เงื่อนไขทั้งหมดนี้มีปัจจัยอยู่ ทั้งปัจจัยภายในของ ๙ แคมปี แล้วก็ปัจจัย ปลายทาง ก็คือประเทศที่ ๓ ที่จะรับผู้อพยพ หากสถานการณ์ประเทศที่ ๓ มีการ เปลี่ยนแปลงนโยบายหรือผู้นำนะครับ อันนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อจำนวนตัวเลขที่ได้วางแผนไว้ ท่านประธานครับ กลุ่มนี้นะครับมีกลุ่มหนึ่ง กระผมคิดว่ากลุ่มที่ยินยอมที่อยากจะไป ในประเทศที่ ๓ กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มที่ไม่อยากไป อยากจะอยู่ที่ในประเทศไทยนะครับ กลุ่มที่ ๓ ที่เราพยายามบอกว่าต้องกลับมาตุภูมิ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เปอร์เซ็นต์มีประมาณแค่ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็คือเราจะต้องเผชิญ ๒ กลุ่ม อันที่ ๑ ก็คือว่า ประเทศไทยจะต้องเปึนส่วนหนึ่งในกลไกการส่งผู้พักพิงชั่วคราวหรือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ๙ แคมปีไปในประเทศที่ ๓ อย่างรวดเร็ว แล้วก็มีความร่วมมือนะครับ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้อง เผชิญก็คือว่า กลุ่มที่ตกค้าง กลุ่มที่ไม่อยากไป และกลุ่มที่กลับไม่ได้ อันนี้ในการศึกษาของ กรรมาธิการก็พบว่าน่าจะอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง ข้อเสนอของพวกเราคือเราจะทำอย่างไร ให้กลุ่มเหล่านี้ผสมผสานกลมกลืนกับความเปึนสังคมไทยในรูปแบบกฎหมายที่เราสามารถทำได้ ก็คือการเข้ามาในรูปแบบของแรงงานหรือการรับรองสถานภาพ ซึ่งเรื่องนี้ตรงกับท่านนพดล ที่ได้อภิปรายก่อนหน้านี้นะครับว่า ในประเด็นนี้ผมคิดว่าไม่ว่าจะเปึนผู้อยู่เก่าหรือมาใหม่ นะครับท่านประธาน ก็คือว่าใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรประเทศไทยจะต้องมีบัตร หรือสถานะอันใดอันหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องสัญชาติครับ แต่บัตรแสดงตัวตนว่าได้อาศัยอยู่ใน ราชอาณาจักรประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อปัองกันมิให้มีกระบวนการอาชญากรรม หรือกระบวนการ จัดระเบียบให้เปึนไปตามกฎหมายของประเทศครับ

ท่านประธานครับ ทีนี้เรายังมีประเด็นที่ ๒ ในส่วนที่ผมคิดว่ามีความจำเปึน ก็คือว่ากลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบตามชายแดน ในกลุ่มนี้ส่วนราชการได้ใช้คำว่า ผภสม. คือ ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา อันนี้เกิดขึ้นหลังป้ ๒๐๒๑ ท่านประธานครับ สิ่งที่กรรมาธิการ อยากจะนำเรียนก็คือว่า การกำหนดพื้นที่พักคอยและการกำหนดพื้นที่พักพิงชั่วคราว สิ่งหนึ่งที่เปึนปัญหาและในการศึกษาของกรรมาธิการก็คือว่า การกำหนดพื้นที่เหล่านี้คือจะต้อง มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เราไปลงพื้นที่ที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปึนตัวอย่างที่การทำงานของทั้งภาครัฐ แล้วก็ภาคประชาชนได้กำหนดพื้นที่พักพิงชั่วคราว พื้นที่พักคอย พื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน ท่านประธานครับ เรื่องนี้สิ่งที่น่าสนใจที่อยากจะให้ รัฐบาล ถ้าหากว่าเกิดสถานการณ์แบบนี้ในอนาคต ซึ่งคาดว่าถ้าหากสถานการณ์ในพม่า ยังไม่สงบ แนวโน้มเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนะครับ เราอยากจะเห็น กระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่ เราพบว่าประชาชนที่อยู่ชายแดนเปึนหน้าด่าน ในการเจอกับผู้หนีภัยความไม่สงบ ผู้หนีภัยสู้รบนี้จะเปึนกลุ่มแรกที่เผชิญ สิ่งหนึ่งที่เขาจะต้อง จัดระเบียบก็คือว่า เขาจะไปอยู่ตรงไหน เขาจะไปใช้น้ำที่ไหน เขาจะใช้ทรัพยากรตรงไหน เขาจะไปแย่งป์าไหม และที่สำคัญก็คือว่าจะต้องมีอาสาสมัครชุมชนฝัืงไทยที่จะต้องทำหน้าที่ เปึนล่ามให้กับส่วนราชการ ที่ทำหน้าที่จะต้องเปึนคนจัดระเบียบร่วมกับผู้นำที่อพยพเข้ามา อันนี้เปึนข้อเสนอในส่วนของรายงานในคณะกรรมาธิการนะครับ

สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน รวมถึงพี่น้องประชาชนว่า เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง เผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการอพยพเข้ามาของพี่น้องชาวเมียนมาในทุกรูปแบบ เรามีชายแดนติดต่อกับพี่น้องชาวเมียนมาตั้งแต่เชียงรายไปถึงระนอง ๒,๔๐๑ กิโลเมตร เรามีด่านพรมแดนถาวร ๒ จุด เรามีด่านผ่อนปรน แล้วเราก็มีช่องทางธรรมชาติ เพราะฉะนั้น ก็คือเปึนไปไม่ได้หรือที่เราจะปฏิเสธแล้วก็ไม่รับผิดชอบตรงนี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ ท่านสมาชิกหลายท่านบอกว่าเราจะต้องแก้ปัญหาที่ต้นทาง คือ ทำอย่างไรให้ต้นทางมีความสงบ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เราจำเปึนจะต้องจัดระเบียบ สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ทั้ง ๒ เล่มนะครับ ผมมีส่วนร่วมทั้ง ๒ เล่ม นั่นก็คือว่า เราจำเปึนที่จะต้องทำให้ผู้ที่หนีเข้ามา อยู่ในประเทศไทยในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นมาบนดิน ขึ้นมาจัดระเบียบ ขึ้นมากำหนดสถานะ ไม่ใช่เปึนเรื่องการให้บัตรประชาชนหรือสัญชาติ แต่ว่าต้องกำหนดเลขและรหัสผู้คนที่มา อาศัยอยู่ในประเทศไทย เพื่อง่ายต่อการจัดระเบียบ ง่ายต่อการติดตามและนำไปสู่การใช้ ศักยภาพของผู้ที่อพยพเข้ามามาพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีผู้อภิปรายนะครับ ก็แสดงว่าที่ประชุมนะครับเห็นพ้องต้องกันนะครับ เห็นด้วยกับ รายงานและข้อสังเกตของกรรมาธิการ ไม่มีผู้ใดคัดค้านขอใช้อำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เมื่อไม่มีสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับรายงานและข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ และ ๑๐๕ ประกอบ ข้อ ๘๘ ซึ่งผมจะส่งรายงาน และข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบแล้วก็ดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับท่านกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ

๓. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ แนวทาง การย้ายเรือนจำออกจากเขตชุมชนเมือง และการปรับปรุงการบริหารงานราชทัณฑ์ภายใน เรือนจำทั่วประเทศให้มีสภาพที่เหมาะสม ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชนพิจารณาเสร็จแล้ว

เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่

ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ท่านแรก ท่านอังคณา นีละไพจิตร รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่สอง ๒. ท่านปราโมทย์คริษฐ ธรรมคุณากร อนุกรรมาธิการ ๓. ท่านวรภัทร พึ่งพงศ์ อนุกรรมาธิการ ๔. ท่านกฤตินี รุณแสง ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ๕. ท่านนันทกฤษณ์ ยอดพิจิตร ที่ปรึกษา ประจำคณะอนุกรรมาธิการ ๖. ท่านป่ยะพร กาญจนสวัสดิ์ ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ๗. ท่านรุ่งการ ศิริอ่อน ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญแถลงครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ขออนุญาตเรียนท่านประธานเสนอรายงานการพิจารณา ศึกษา เรื่อง ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ แนวทางการย้ายเรือนจำออกจากเขตชุมชนเมือง และการปรับปรุงการบริหารงานราชทัณฑ์ภายในเรือนจำทั่วประเทศให้มีสภาพที่เหมาะสม ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากว่างานราชทัณฑ์ถือเปึนอีก ๑ งานสำคัญของกระบวนการ ยุติธรรม ในมิติการควบคุมผู้ต้องขังให้เปึนไปตามคำพิพากษา และพัฒนาพฤตินิสัยเพื่อให้ ผู้ต้องขังกลับตนเปึนคนดีคืนสู่สังคม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจำเปึนต้องมีการทบทวน และปรับปรุงให้มีมาตรฐานตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของขั้นตอน และวิธีการลงโทษ การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากร ลักษณะทางกายภาพของเรือนจำ และทัณฑสถาน ตลอดจนการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ร่วมด้วย เพื่อให้ผลของการ ดำเนินงานราชทัณฑ์ในภาพรวมเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คณะกรรมาธิการการ กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๑) กล่าวคือมีอำนาจ ในการกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินการ ตามแนวนโยบายด้านกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม และความเปึนธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ได้ตระหนักถึงปัญหาของระบบราชทัณฑ์ ในปัจจุบัน โดยคณะกรรมาธิการเห็นว่าการปฏิรูประบบงานราชทัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน เคารพหลักสิทธิมนุษยชนมีความก้าวหน้าและทันสมัย ผู้ต้องขังมีสิทธิพลเมืองมากขึ้น ได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม สามารถรองรับจำนวนผู้ต้องขังได้อย่างเพียงพอ รวมถึงสามารถปัองกันโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถทำให้ ผู้ต้องขังได้รับความยุติธรรม ใช้มาตรการลงโทษเดียวกันกับผู้กระทำความผิดแบบเดียวกัน ไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องขังทั้งกายและวาจา ไม่เลือกปฏิบัติหรืออนุญาตให้ใช้สิทธิพิเศษก่อน หรือระหว่างการจับกุมคุมขัง กำหนดแนวทางการลงโทษตามสัดส่วนต่อการกระทำผิด อย่างแท้จริง อีกทั้งควรมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อแยกขังผู้ต้องหาระหว่างพิจารณาคดีออกจาก ผู้ต้องขังเสร็จเด็ดขาด

ท่านประธานครับ ภายหลังจากที่สภาของเราได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ สามัญขึ้น จำนวน ๓๕ คณะ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ ทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนเราได้มีการประชุมร่วมกัน และมีมติเห็นว่ามีรายงานอยู่ ฉบับหนึ่งที่คณะกรรมาธิการชุดที่แล้วได้มีการพิจารณาศึกษา แต่ไม่ทันได้เสนอเข้าสู่สภา เนื่องจากมีการยุบสภาเสียก่อน ทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชน จึงได้มีมติให้นำเรื่องดังกล่าว ก็คือเรื่องที่เรากำลังเสนอต่อสภาแห่งนี้มาศึกษา พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะได้นำเสนอเข้าสู่สภา ตั้งแต่นั้นมาจนถึงบัดนี้ ทางคณะกรรมาธิการ ได้จัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยได้เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗ และทางคณะกรรมาธิการเราได้มีมติเห็นชอบให้เสนอเข้าสู่สภา เปึนที่มาที่มีการยื่นรายงานต่อสภาในวันนี้ ส่วนรายละเอียดในเรื่องของการพิจารณาศึกษา ผมขออนุญาตให้ทางท่านวิทยา แก้วภราดัย ในฐานะที่เปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการ และคณะ ชี้แจงเพิ่มเติมต่อรายงานฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษารายงานผล การศึกษาของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประกอบด้วย ท่าน สส. คุณากร มั่นนทีรัย รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่าน สว. อังคณา นีละไพจิตร รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว เลขานุการ คณะอนุกรรมาธิการ และคุณนิตยา มีศรี อนุกรรมาธิการ พร้อมทั้งคณะนะครับ ขออนุญาต ที่จะสรุปรายงานและข้อสังเกต ในปัญหาเรื่องเรือนจำ ทัณฑสถาน ที่มีลักษณะที่เราพูดกันว่า นักโทษล้นเรือนจำนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันประเทศไทยเรามี ๗๗ จังหวัด เรามีเรือนจำและทัณฑสถานทั้งสิ้น ๑๔๓ แห่งทั่วประเทศ หลายแห่งเปึนทัณฑสถาน ที่ก่อสร้างมาช้านาน ยกตัวอย่างบางจังหวัดนะครับ จังหวัดนครสวรรค์นี่เปึนเรือนจำที่เก็บ พิพิธภัณฑ์ได้เลยครับ ๑๓๐ ป้ มีเรือนจำที่รอในการที่จะดำเนินการสร้างซ่อมแซมใหม่ทั้งหมด อีกประมาณสัก ๑๓ แห่ง มีเรือนจำที่ต้องย้ายออกไปนอกเขตทั้งหมด ที่อยู่ในเขตชุมชน เทศบาล ชุมชนแออัด ทั้งหมด ๑๖ แห่ง แล้วก็เรือนจำที่ศาลตั้งแล้วนะครับ แล้วก็ไม่มี เรือนจำ นักโทษระหว่างคดีที่ต้องไปรายงานตัวกับศาลนั้นต้องเดินทาง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร เพื่อไปศาลในแต่ละนัด ซึ่งทำให้ผู้ต้องขังแต่ละคนบอบช้ำกลับไปแล้วป์วยเกือบทุกคน อีก ๑๓ แห่ง รวมเรือนจำทั้งหมดที่เราจะมีแผนสร้างให้ประมาณ ๔๐ แห่ง แต่ท่านทราบไหมว่า ทุกป้เราจะได้งบประมาณในการสร้างเรือนจำใหม่แค่ ๑ แห่ง เพราะฉะนั้นรอที่จะสร้าง เรือนจำได้ครบทั้ง ๔๐ แห่ง เราต้องใช้เวลาอีก ๔๐ ป้ ก็เปึนข้อสังเกต ข้อพิจารณาที่จะเรียน ฝากไปยังรัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิกทั้งหมด

ประการที่ ๒ เรามีเรือนจำทั้งหมด ๑๔๓ แห่ง เพื่อรองรับผู้ต้องขังนะครับ ที่มีความจุรองรับผู้ต้องขังตามมาตรฐานสากล เรารองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ คน แต่สภาพข้อเท็จจริง ณ วันนี้ ในวันนี้ ๑ สิงหาคม เรามีผู้ต้องขังทั้งหมดอยู่ในการควบคุม ของกรมราชทัณฑ์ ๒๙๘,๐๐๐ คน ผู้ต้องขังที่ล้นปริมาณจำนวนอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นแน่นอนครับเปึนปัญหาความแออัดที่ไม่สามารถที่จะแก้ได้ในระยะเวลาช่วงสั้น แต่ว่าในบรรดาผู้ต้องขัง ๒๙๘,๐๐๐ คน มีข้อสังเกตที่ผมใคร่จะขอเรียนกับเพื่อนสมาชิก ให้ทราบนะครับว่า มีผู้ต้องขังที่ต้องหาเกี่ยวกับคดียาเสพติด ทั้งจำหน่าย ทั้งเสพ ทั้งผู้ค้า ทั้งหมดประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน เหตุที่เรือนจำของเราทั้งหมดทั่วประเทศต้องล้น ก็เนื่องจาก ผู้ต้องขังประเภทยาเสพติดมีปริมาณมากเกินที่จะกำหนด และที่สำคัญครับ เมื่อเรากำหนดว่า ผู้ต้องขัง หรือผู้ต้องหาที่ถูกคดีเสพยาเสพติด เราถือว่าผู้เสพเปึนผู้ป์วย แต่กระบวนการ ทางกฎหมายทั้งหมดครับ ผู้ป์วยเรากลับใช้กระบวนการในการที่จะให้สู่กระบวนการรักษา และบำบัด แล้วส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรักษาและบำบัด เพราะเราไม่มีสถานบำบัด รองรับเพียงพอ ผู้ป์วยส่วนใหญ่ที่เปึนผู้เสพจะถูกส่งกลับไปยังบ้านเรือนภูมิลำเนาเดิม แล้วก็มารายงานตัวกับ เจ้าพนักงานคุมประพฤติเปึนระยะ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเสี่ยงในการกลับเข้ามาในเรือนจำ และพัฒนาไปสู่ผู้ค้าเปึนไปได้อย่างมาก เพราะฉะนั้นรายงานชุดนี้เราทำทั้งหมดเพื่อสรุป ข้อสังเกตขึ้นมาทั้งหมด ๑๐ ประการ รายละเอียดทั้งหมดปรากฏอยู่ในเอกสารซึ่งวางอยู่ บนโต๊ะหน้าเพื่อนสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ ผมคิดว่าก็พยายามรายงานสรุปอย่างสั้นที่สุด เพื่อเพื่อนสมาชิกที่เตรียมเสนอญัตติจะได้มีเวลาในการอภิปรายเพียงพอครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกขออภิปรายจำนวนหลายท่านเลยนะครับ ท่านแรกนะครับ ท่านลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เชิญครับ

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ที่ดิฉันถืออยู่ในมือฉบับนี้คือรายงานผล การพิจารณาศึกษาเรื่องของปัญหานักโทษล้นเรือนจำ แนวทางการเคลื่อนย้ายเรือนจำ ออกจากเขตชุมชนเมือง รวมถึงการปรับปรุงการบริหารงานราชทัณฑ์ภายในเรือนจำ ทั่วประเทศให้มีความเหมาะสมค่ะ ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนก็ได้ทำการศึกษาจนเสร็จสิ้นแล้วนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

ท่านประธานคะ เรือนจำและทัณฑสถานหลายแห่งอย่างที่ได้กล่าวมีอายุการใช้งานมานานหลายสิบป้ และบางแห่งมีอายุกว่าร้อยป้ อย่างที่ท่านได้ยกตัวอย่าง เช่น นครสวรรค์ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ ป้ ๒๔๓๕ ปัจจุบันก็ ๑๓๒ ป้ เกินชั่วอายุของคนคนหนึ่งแล้วค่ะท่านประธาน จนในภาพรวม ทัณฑสถานในประเทศไทยไม่ว่าเราจะมองจากมุมคนในหรือมองจากมุมคนนอก มันไม่สามารถ รองรับการควบคุมผู้ต้องขังตามมาตรฐานขั้นต่ำได้ และให้ความคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของ ผู้ต้องขังอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานสากลได้ค่ะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของหลักสิทธิมนุษยชน ของสหประชาชาติที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้ อาทิ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิการเมือง หรือที่เราเรียกย่อ ๆ ว่า ICCPR หรือแม้กระทั่งข้อกำหนดของ เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ข้อปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ หรือข้อกำหนด กรุงเทพ และอื่น ๆ อีกหลายฉบับ แต่สิ่งที่ดิฉันต้องการเน้นย้ำให้ท่านประธานเห็นตามผล การศึกษาของคณะกรรมาธิการ พบว่าสภาพแวดล้อมของเรือนจำก็ดี วิธีการปฏิบัติต่อ ผู้ต้องขัง และสถานการณ์การก่ออาชญากรรม ส่งผลอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพการควบคุม ผู้ต้องขังค่ะ แต่ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์กำลังเผชิญปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ในอดีตที่ผ่านมา เราเคยมีผู้ต้องขังเกินกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ราย แต่ข้อมูลล่าสุดที่ดิฉันมี คือ สถิติเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ บอกว่าต้นป้ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังอยู่ในความดูแลเหลือเพียง ๑๔๓,๑๒๒ รายค่ะ เพราะได้รับการพักโทษไปแล้วกว่า ๕๐,๐๐๐ ราย ในช่วงของการ แพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด แต่อย่างไรก็ดีจำนวนนักโทษที่มีเหลือ ๆ อยู่ ก็ยังมากเกิน อัตราอยู่ดี เพราะมาตรฐานของราชทัณฑ์ตามพื้นที่ความจุและการรองรับผู้ต้องขังไทยยังเกิน กว่าเกณฑ์ที่ควรจะเปึนมากกว่า ๕๐,๐๐๐ รายเลยทีเดียวค่ะ และนอกจากนี้ในรายงาน ฉบับนี้ยังเป่ดเผยข้อมูลที่น่าสนใจจากหัวหน้าโครงการส่งเสริมการอนุวัติข้อกำหนดกรุงเทพ และการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า IBR และสถาบันเพื่อการ ยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ว่าประเทศไทยมีผู้ต้องขังต่อจำนวนประชากรสูงเปึน อันดับ ๖ ของโลก แล้วเราเปึนอันดับที่ ๓ ของเอเชีย และเปึนอันดับ ๑ ของอาเซียนนับตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมาเรามีจำนวนผู้ต้องขังเพิ่มสูงขึ้น ๔ เปอร์เซ็นต์ทุกป้ โดยผู้ต้องขังส่วนใหญ่ อย่างที่ได้กล่าวในการศึกษาคือมาจากคดียาเสพติดถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ สถิติที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้น ผู้ต้องขังมาจากคดียาเสพติดจึงเปึนสิ่งที่สำคัญว่าการลงโทษ อย่างเหมาะสมสำคัญหรือไม่ ซึ่งจะไม่เปึนผลดีต่ออนาคตสังคม แต่ควรเปึนการบำบัด และฟุ๋นฟูผู้ที่เคยต้องโทษให้กลับคืนสู่สังคมได้อย่างสงบสุขค่ะ ดิฉันจึงอยากขอสนับสนุน ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส. หน่วยงานสาธารณสุข กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เร่งรัดดำเนินนโยบาย ตามแนวทางการบำบัดรักษาฟุ๋นฟูผู้ติดยาเสพติดให้เปึนไปตามมาตรฐานสากลค่ะ โดยยึด พระราชบัญญัติที่ใช้ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดมาตรการในการปัองกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเปึนระบบและ มีประสิทธิภาพค่ะ มากไปกว่านั้นดิฉันสนับสนุนและเห็นด้วยอย่างยิ่งต่อคณะกรรมาธิการ ที่ว่าด้วย คณะรัฐมนตรีค่ะ ต้องพิจารณาแสวงหามาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาจำนวน ผู้ต้องขังเกินความจุของเรือนจำ หรือทัณฑสถานที่รองรับ แน่นอนค่ะมันมีหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเปึนแนวทางลดจำนวนผู้ต้องขัง ขยายสถานที่ควบคุม ย้ายเรือนจำในบางจังหวัด พัฒนาระบบสุขภาพ ไปจนถึงการใช้มาตรการอื่น ๆ แต่รัฐบาลที่ผ่านมาค่ะ ซึ่งนำโดย นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้เริ่ม Kick Off ศูนย์ฟุ๋นฟูสภาพสังคม บูรณาการภาคีเครือข่าย ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมานะคะ นำผู้เสพยาเสพติดกลับเข้ารับการฟุ๋นฟูบำบัด ทั้งด้าน การศึกษา การประกอบอาชีพ การดูแลปัญหาสุขภาพ และการให้การสงเคราะห์ ด้านอื่น ๆ ด้วย เรียกว่าทำครบวงจรเพื่อนำบุคคลดังกล่าวคืนสู่สังคม และดำรงชีวิตได้อย่าง ปกติสุข สิ่งที่สำคัญของการแก้ไขฟุ๋นฟูพฤติกรรมและเพื่อไม่ให้ผู้ติดยาเสพติดกระทำผิดซ้ำ การต่อยอดนโยบายและแนวทางการดำเนินนโยบายจากรัฐบาลในอดีตจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ที่มีนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี จึงเปึนสิ่งที่สำคัญและต้องเร่ง ดำเนินการเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกค่ะ และถ้าเราเห็นชัดวันนี้นะคะท่านประธาน เราทุกคนมีรัฐบาลใหม่แล้ววันนี้ ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ดิฉันเชื่อมั่น เปึนอย่างยิ่งว่าพันธกิจสำคัญของรัฐบาลอย่างเปึนทางการเมื่อมีการประกาศ การจัดการ แก้ไขปัญหายาเสพติดยังคงเปึนวาระแห่งชาติ และยังถือเปึนหัวใจสำคัญของรัฐบาลที่นำโดย เพื่อไทย หัวใจคือประชาชนที่เราจะแก้ไข และเราจะยึดมั่นทำเพื่อคนไทยทุกคนต่อไปค่ะ เพื่อให้ผู้ต้องขังเหล่านี้ลดการถูกเข้าไปอยู่ในคุก เปึนส่วนหนึ่งของสังคม และกลับมาใช้ชีวิต ได้อย่างปกติค่ะ ดังนั้น ดิฉันจึงสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ กระตุ้นให้คนไทยลืมตาอ้าปากได้ค่ะ ยืนหยัดได้ด้วยรายได้ของตนเอง เพื่อไม่ให้ต้องหัน กลับไปอยู่ในวงจรของยาเสพติด เมื่อรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยทำสำเร็จ ปัญหาคนล้นคุก ๗๕ เปอร์เซ็นต์จากยาเสพติดก็จะลดลงค่ะ

สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันขอแสดงจุดยืนเห็นด้วยกับรายงานผลการ พิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ อยู่ไหมครับ เชิญท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ ท่านฉัตรอยู่ไหมครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ เชิญครับ

นายณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ อุดรธานี 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดอุดรธานี วันนี้ขออนุญาต ร่วมอภิปรายรายงานผลการศึกษา เรื่อง ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ เรื่องการย้ายเรือนจำ ออกจากเขตชุมชนเมือง แล้วก็การปรับปรุงการบริหารงานราชทัณฑ์ภายในเรือนจำ ทั่วประเทศ สไลด์มาทันไหมครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน แล้วก็ ๒๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมาผมและทีมงานมีโอกาสลงพื้นที่เข้าไปเยี่ยมเรือนจำกลางจังหวัดอุดรธานี ต้องขอขอบพระคุณผู้บัญชาการ เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ให้คำตอบและให้การต้อนรับเปึนอย่างดี โดยคำถามหลัก ๓ คำถามที่ผมตั้งคำถามไปแล้วได้รับคำตอบมาโดยตรงกับรายงาน ของกรรมาธิการฉบับนี้เลยก็คือ เรื่องของความแออัด เรื่องของโครงการการย้ายเรือนจำ อุดรธานีออกไปยังเรือนจำชั่วคราวโคกก่อง แล้วก็เรื่องของการขยายเรือนจำในพื้นที่ปัจจุบัน

ขออนุญาตเริ่มต้นของปัญหาความแออัดทางโครงสร้าง แน่นอนครับ แออัด แน่นอน เพราะว่าตั้งมาแล้วกว่าร้อยป้ ใจกลางเมืองเลยนะครับในพื้นที่ ๕๐ ไร่ แล้วในพื้นที่ บริเวณใกล้เคียงประมาณ ๑๐ ตารางกิโลเมตร มีโรงเรียนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กไปจนถึงระดับ มหาวิทยาลัยกว่า ๗ แห่ง มีโรงพยาบาล บ้านเรือน ชุมชน แหล่งค้าขาย แหล่งท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นครับเมื่อสอบถามข้อมูลเข้าไป จริง ๆ Capacity คือความจุที่เหมาะสมของ เรือนจำกลางอุดรธานีแห่งนี้ ที่เหมาะสมคือ ๓,๐๐๐ คน แต่ในความเปึนจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่มีโรคระบาดอย่างโควิด-๑๙ ที่ผ่านมา นักโทษมีปริมาณเพิ่มขึ้นสูงถึง ๕,๐๐๐ คน นี่แสดงให้เห็นได้ชัดครับไม่มีเวลาสำนึกผิดแน่นอนนะครับ แค่เอาตัวรอดไปวัน ๆ ก็ยากมากแล้ว และนอกเหนือจากความแออัดที่มีอยู่ภายในในช่วงที่มีโรคระบาดไม่ได้ติดเฉพาะนักโทษนะครับ การระบาด การแพร่ระบาดของเชื้อโรคนี่แพร่ระบาดไปยังผู้ปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แล้วนอกเหนือจากเวลาราชการ นอกเหนือจากเวลางานเจ้าหน้าที่เหล่านี้กลับไปใช้ชีวิต กับครอบครัว แล้วก็บริเวณด้านหลังเรือนจำกลางอุดรธานีของเรามีตลาดชุมชนครับ ถ้าเปึน วันธรรมดาทั้งพ่อค้าแม่ขาย ประชาชนมาร่วมใช้บริการกว่าหลายร้อยชีวิต ถ้าเปึนช่วงเทศกาล เปึนหลักพันชีวิต เพราะฉะนั้นการควบคุมโรคในเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมันเกิดขึ้นมันควบคุม ได้ยาก คาดการณ์ได้ยากมากนะครับ แต่ก็มีข่าวดีครับ

ในคำถามที่ ๒ ที่ถามเข้าไปยังกรมราชทัณฑ์อุดรธานีนะครับว่า แล้วโครงการ ย้ายเปึนอย่างไรบ้าง ถึงไหนแล้ว งบประมาณป้ ๒๕๖๘ ให้มา ๙๐๐ กว่าล้านบาท เปึนเรื่องที่ น่ายินดี ขอบคุณมาก แต่ผลจากการศึกษาจากนักวิชาการก็บอกว่าในระยะสั้นอาจจะเปึนเรื่องที่ น่ายินดี แต่ในระยะยาวอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อปัญหา ทางด้านโครงสร้างและบุคลากรของกรมราชทัณฑ์ของเรือนจำกลางนะครับ เรื่องระบบ การบริหารภายใน ในความเปึนจริงเมื่อสอบถามเข้าไป และลงไปเยี่ยมได้พูดคุยกับนักโทษ เมื่อบุคลากรที่จัดการ ผู้คุมมีไม่เพียงพอก็ต้องให้นักโทษดูแลซึ่งกันและกันเอง เรียกว่า ระบบพี่เลี้ยงหรือว่าระบบหัวหน้าห้อง นักโทษคนไหนเจ็บ นักโทษคนไหนป์วยอยากไปหาหมอ ไปบอกพี่เลี้ยง แล้วอย่างนี้ในอนาคตผมเปึนห่วงครับ ก็เลยฝากข้อแนะนำไว้ว่า แล้วอย่างนี้ มันจะไม่เกิดระบบเจ้าพ่อเจ้าแม่หรือ คนไหนเปึนลูกรัก คนไหนจะได้ไปหาหมอ คนไหนจะไม่ได้ ไปหาหมอนะครับ เพราะฉะนั้นการย้ายเรือนจำกลางอุดรธานีไปยังสถานที่แห่งใหม่ ที่มีสถานที่ใหญ่โตขึ้น รวมถึงงบประมาณเพียงพอที่มีบุคลากรที่จะสามารถดูแลนักโทษ ได้อย่างทั่วถึง ก็จะสามารถลดปัญหาเรื่องนี้ได้นะครับ

ส่วนเรื่องที่ ๓ ครับเปึนเรื่องที่ต้องย้อนถามกลับมาในปัจจุบันว่า โครงการ ขยายเรือนจำในพื้นที่เดิม ในพื้นที่ ๕๐ กว่าไร่ที่มีอยู่แล้วและติดโรงเรียน ทำไมยังจะต้อง ทำอยู่ในเงินปริมาณกว่า ๑๙๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่มีโครงการจะย้ายไปที่ใหม่แล้ว นึกออก ไหมครับ เรากำลังจะย้ายบ้านไปที่ใหม่ แต่ที่เดิมก็ได้คำตอบมาว่า เนื่องจากมันเปึนงบผูกพัน จากป้งบประมาณ ป้ ๒๕๖๗ ก็เลยจำเปึนต้องใช้ ก็เลยจำเปึนต้องสร้าง นี่แสดงให้เห็นถึงการ บริหารงบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ ไม่ส่งผลต่อประสิทธิผลสูงสุด ของประเทศแน่นอนนะครับ ก็แสดงความเปึนห่วงครับ แล้วถามลึกลงไปอีกก็คือเรื่องของ แล้วถ้าใช้อาคารนี้ที่มีความสูงประมาณ ๓-๔ ชั้น ๑๙๐ ล้านบาท ใช้ไปป้ ๒ ป้แล้วย้าย ไปแล้วอาคารตรงนี้จะเอาไว้ทำอะไร กลับได้รับคำตอบว่าจะเอาไว้เปึนพิพิธภัณฑ์เรือนจำ ซึ่งเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่ฟัองผมมาเลยบอกว่าไม่เอานะครับ อุตส่าห์ขอร้อง มาตั้งนาน รอกันมา ๒๐-๓๐ ป้กว่าจะได้ย้ายออกไป แล้วยังจะทิ้งไว้เปึนพิพิธภัณฑ์ให้ดู ต่างหน้าอีก เพราะฉะนั้นก็ต้องขอร้องนะครับว่า ถ้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเปลี่ยนให้เปึน สวนสาธารณะ ให้เปึนสาธารณประโยชน์ หรือว่าให้เปึนสถานที่ศึกษาคืนให้ไปกับโรงเรียน อุดรพิทยานุกูล ซึ่งเปึนโรงเรียนประจำจังหวัดซึ่งอยู่ติดกันเลยนะครับ แล้วโรงเรียนเอง ปัจจุบันก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความหนาแน่นของน้อง ๆ นักศึกษา คืนให้กับพื้นที่ การศึกษาไป

สุดท้ายครับ ผมขออนุญาตฝากไว้สั้น ๆ ว่ามีเงินไม่ต้องรีบใช้ให้หมดก็ได้ เข้าใจว่ามันอาจจะเปึนวัฒนธรรมเดิม ๆ แต่ถ้าคิดไม่ออกคืนเงินให้กับแผ่นดินไปครับ คืนเงิน ให้กับงบประมาณแผ่นดินไป ขอขอบคุณนะครับทุกท่าน ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ช่วยปรับอคติ ลดอคติ สร้างทัศนคติใหม่ให้กับนักโทษ คืนโอกาสให้กับพวกเขา แล้วก็ ลดอคติที่สร้างความหวาดกลัวของกรมราชทัณฑ์ทั่วประเทศให้กับประชาชนคนไทย ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธนกร วังบุญคงชนะ เชิญครับ

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการแล้ว ก็เห็นด้วย แล้วก็เข้าใจ แล้วก็ขอชื่นชมกรรมาธิการทุกท่านนะครับ แต่สิ่งหนึ่งปัญหาของ คนล้นคุกนะครับท่านประธานครับ มันก็สะท้อนให้เห็นว่าการใช้กฎหมายอาญาต่าง ๆ มันเปึนการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า นักโทษ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนนักโทษมาจากยาเสพติด เพราะฉะนั้นวันนี้ในคุกที่มีอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่า มันมาจากยาเสพติดนะครับท่านประธาน ซึ่งปัญหายาเสพติดนี้เปึนปัญหาใหญ่ของประเทศ รัฐบาลทุกรัฐบาลก็พยายามดำเนินการแก้ปัญหามาโดยตลอด แต่มันไม่สามารถแก้ปัญหา ได้อย่างเปึนระบบนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมฝากรัฐบาลไว้เลยนะครับ จะมีรัฐบาลใหม่แล้ว เร่งแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดเปึนปัญหาแรกนะครับ เพราะว่านอกจากปากท้องของพี่น้อง ประชาชนแล้ว ยาเสพติดมันยังมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า มันก็เลยทำให้นักโทษล้นคุกนะครับ ท่านประธาน นอกจากนั้นแล้วท่านประธานครับ วันนี้คุกเหมือนที่ท่านวิทยา แก้วภราดัย พูดมาแล้วนะครับ มันมีอยู่แค่ ๑๔๓ แห่ง ท่านประธานทราบไหมครับว่าบางแห่งอายุ เปึนร้อยป้ มากกว่าท่านประธานอีกนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่าการแก้ปัญหา คนล้นคุกนอกจากการแก้ปัญหาเรื่องคุกแล้วนี้นะครับ งบประมาณต่าง ๆ ผมอยากให้ ทางรัฐมนตรีท่านใหม่ ท่านทวี สอดส่อง ได้เข้าไปดูตรงนี้นะครับ เพราะวันนี้ผมคิดว่า คุกมันเก่ามากนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วแม้ว่าเขาเปึนนักโทษแต่เขาก็เปึนมนุษย์นะครับ ท่านประธาน วันนี้ไม่มีใครอยากอยู่ในคุก แต่คนเรานี้ย่อมกระทำความผิดได้ แล้วก็แก้ตัวได้ แก้ไขได้นะครับ นอกจากนั้นท่านประธานครับ ในช่วงที่ผ่านมานี้ต้องขอชื่นชมท่านหนึ่ง ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในสมัยนั้นที่ทำให้นักโทษลดลง นั่นก็คือแนวทางในการแก้ปัญหา ก็คือการบริหารโทษ ซึ่งในขณะนั้นมีอยู่ ๒ ประเภท ก็คือว่า การพักโทษโดยปกติและการพักโทษโดยเหตุวิสัย ตรงนี้ในขณะนั้น ๒ อย่างนี้ทำให้นักโทษ ลดลงจำนวนมาก การพักโทษกรณีปกติ เช่น นักโทษเด็ดขาดตั้งแต่ชั้นกลางขึ้นไป รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า ๖ เดือน หรือ ๑ ใน ๓ ก็สามารถมีการพักโทษได้นะครับ เรื่องที่ ๒ การพักโทษในกรณีพิเศษ อันนี้เปึนอำนาจท่านอธิบดีนะครับ ตรงนี้เองแม้ว่า จะสามารถลดนักโทษลงได้ แต่สิ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกันก็คือว่า ตรงนี้มันจะต้องทำ ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมานี้ผมไม่มีปัญหาเลยว่าจะมีใครติดคุก ๕๐-๖๐ ป้ แล้วติดคุกจริงแค่ ๗ ป้ เราไปโทษนักโทษเหล่านี้ไม่ได้ เพราะว่าทุกคนได้รับ ประโยชน์เท่ากันหมด แต่ระเบียบหรือระบบที่วางไว้ตรงนี้ต้องไปดูว่ามันมีช่องที่ไม่โปร่งใส หรือไม่ ต้องไปดูนะครับ เพราะผมเห็นมาเยอะแยะมากมาย ตรงนี้เราไปโทษใครไม่ได้นะครับ วันนี้ไม่ว่าจะเปึนนักโทษการเมืองหรือนักโทษที่ไหนก็ตามทีก็ได้รับประโยชน์เท่ากันหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องโปร่งใส ผมฝากตรงนี้ไว้ด้วยว่าอยากให้กรรมาธิการได้ไปดูตรงนี้

นอกจากนั้นท่านประธานครับ ผมเองได้มีโอกาสไปดูแนวทางการศึกษา ของท่าน มีสิ่งหนึ่ง ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ หรือพี่อ๊อด ที่ผมเคารพ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ท่านพูดไว้ดีมากนะครับ ท่านบอกว่า นักโทษ เราสามารถหามาตรการมาแก้ปัญหาคนล้นคุกได้ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการบริการสังคม ควบคุมอยู่ที่บ้าน ติดกำไล EM อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ หรืออายุเกิน ๖๐-๗๐ ป้ แล้วไม่สบาย เปึนผู้สูงอายุ ตรงนี้อยู่บ้านได้ไหม อันนี้ผมคิดว่ากรมราชทัณฑ์ก็ทำอยู่แล้วนะครับที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะเปึนการติดกำไล EM อะไรต่าง ๆ ท่านก็ทำไว้แล้ว ซึ่งก็ทำได้ดี ตรงนี้ก็ต้องขอชื่นชม เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าแนวคิดของท่านกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อยากจะให้รัฐบาลได้เข้าไป ดูด้วยนะครับ ผมคิดว่ารายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้มันเปึนประโยชน์หลายอย่าง ซึ่งถ้าทางที่ดีอยากจะให้ทางรัฐบาลได้นำตรงนี้ไปดูว่าสามารถที่จะแก้ปัญหานักโทษล้นคุกได้ อย่างไร

ท่านประธานครับ ผมมีข้อเสนอแนะในการที่จะแก้ปัญหานักโทษล้นคุก เช่น การลดใช้โทษจำคุกเน้นมาตรการทางเลือกได้ไหม ไม่ว่าจะเปึนการปรับ การทำงานเชิง บริการสังคม บำบัดรักษานะครับ

ประเด็นต่อมาก็คือการทบทวนกฎหมายยาเสพติด ตรงนี้การทบทวนผมไม่ได้ หมายความว่าไม่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนะครับ แต่มันมีทางไหนหรือไม่นะครับ เช่น การบำบัด อะไรต่าง ๆ การรักษา ที่สามารถลดนักโทษยาเสพติดที่มีอยู่ในคุกถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ทำได้ไหม อันนี้ต้องไปทำนะครับ

ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน การพัฒนาระบบราชทัณฑ์ ในเรื่องของ เรือนจำต่าง ๆ ที่ท่านสร้างใหม่อะไรต่าง ๆ เราดูหนังมาเยอะ ในต่างประเทศผมไม่แน่ใจว่า ที่เขาทำดี ๆ ไม่แน่ใจว่าใช้เอกชนทำด้วยหรือเปล่านะครับ ผมอยากจะให้กรมราชทัณฑ์ได้คิด ไปข้างหน้านะครับ แล้วไปดูที่ต่างประเทศ ท่านไปดูงานบ่อย ๆ เอามาทำบ้างหรือเปล่านะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องไปดูนะครับ เราดูหนังต่างประเทศบ่อย ๆ แหกคุกกันบ่อย เพราะฉะนั้น อยากให้ไปดูว่าต่างประเทศที่เขาสามารถบริหารจัดการได้ดีเขาทำอย่างไร นักโทษลดลง ทำอย่างไร เพราะว่าวันนี้คนที่อยู่ในคุกเขาเผลอ เขาพลั้ง ทำผิดไปแล้ว เขาสามารถกลับมา เปึนคนดีคืนสังคมได้ ผมเห็นใจนะครับ ผมเองก็ไม่เคยติดคุก แล้วก็ไม่อยากติดครับ ท่านประธาน แต่ผมเคยไปดูในคุก น่าเห็นใจจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่แน่อนาคตใครทำไม่ดีติดคุกได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นวันนี้เขาอยู่ ด้วยความยากลำบาก อยากให้เห็นใจนักโทษนะครับ เพราะว่าคนหลายคนทำผิดมาแล้ว กลับตัวเปึนคนดีได้ และผมเห็นสั้น ๆ มันมีเรือนจำหลายแห่งในต่างประเทศที่เขาบริหาร จัดการได้ดี เช่น ออสเตรเลียอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เขาบริหารจัดการนักโทษได้ดีนะครับ อยากให้ไปดูและนำมาพัฒนาแก้ไข ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคประชาชนนะครับ ท่านประธาน ก่อนอื่นก็เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ทำขึ้นมานะครับ ผมอยากจะอภิปราย เสริมให้เห็นความสำคัญของการที่นักโทษในประเทศไทยล้นคุก ผมมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น แบบเร็ว ๆ ครับท่านประธาน

๑. ก็คือเรื่องของปัญหาที่นักโทษล้นเรือนจำนะครับ เพื่อนสมาชิกหลายคน ก็อภิปรายไปในแนวทางเดียวกันว่า ส่วนใหญ่เปึนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดียาเสพติดนะครับ แต่ว่าเราไม่มีการใช้มาตรการทางอาญาอื่นในการรองรับเรื่องของเรือนจำเลยนะครับ มาตรการทางอาญาอื่น เช่น การกักขัง หรือว่าการให้บริการทางสังคม การดูแลบำบัดอย่างอื่น เช่นนักโทษยาเสพติดก็ต้องแบ่งไปบำบัด ไม่ใช่เอามาติดคุก แบบนี้ระบบฐานความคิดของคน ก็ยังคิดว่าจะต้องเอากระบวนการทางอาญานี้ไปตอบโต้ผู้กระทำผิดอยู่ ซึ่งจริง ๆ มันผิดหลัก การใช้โทษทางอาญาเพียงเพื่อการปัองปราม แต่ไม่ใช่เปึนการเอาไปแก้แค้นเพื่อความสะใจใด ๆ

๒. ก็คือเรื่องของแนวทางเรื่องของการย้ายเรือนจำออกจากชุมชนเมืองต่าง ๆ ก็คิดว่าเปึนแนวทางที่จะต้องเป่ดโอกาสให้มีงบประมาณ มีบุคลากร แล้วก็เปึนแนวทางที่ควร จะถูกทำขึ้นอย่างจริงจังว่าเรือนจำในขณะนี้เปึนอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราอยากจะเห็นคน ที่ลดลง เราต้องไม่สร้างเรือนจำเพิ่มนะครับ

แต่ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องของผู้ที่บริหารงานราชทัณฑ์ภายใน สภาพแวดล้อมเปึนอย่างไร เช่น สภาพแวดล้อมการจัดการปัองกันการกระทำผิดซ้ำ การวนกลับ มารับโทษใหม่ ผมยกตัวอย่างแบบนี้ครับท่านประธาน มีคำตัดสิน คำวินิจฉัยของศาล ของผู้กระทำผิดซ้ำ หรือว่าที่มีความเห็นต่อนักโทษ ผมสอบถามแบบนี้ครับ คนที่กระทำผิดซ้ำ เขาถูกลงโทษโดยการตัดสินติดคุกไปแล้วนะครับ แต่ส่วนใหญ่ระบบความคิดของพวกเรา จะไม่ให้โอกาส จะไม่ให้โอกาสเลย จะต้องตีตราคนที่ถูกออกจากเรือนจำมาโดยตลอด ยกตัวอย่าง เช่น เหตุผลเพราะเขาจนมากต้องไปลักทรัพย์สมัยหนึ่ง แต่มันไม่ได้หมายความว่า เขาจะเลวชั่วไปตลอดใช่ไหมครับ ถูกระบุว่าเปึนความผิด ถึงเวลาพอเขาออกไป พอไปบอกว่า คนนี้เคยติดคุกมาก่อน เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน ก็หางานลำบากนะครับ ล่าสุดทำให้ เพื่อนจะไม่คบกันแล้ว เพราะว่าไปคบกับคนติดคุก หรือคนมีคดีกลายเปึนว่า ไม่มีจริยธรรม อะไรแบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าหลักการ ถ้าเราจะมองคุณค่าศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ เราต้องเชื่อครับว่าเขาสามารถที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แล้วความผิดบางความผิด มันเปึน ความผิดที่รัฐกำหนดว่าเปึนความผิด ผิดในสังคมนี้ไม่ได้หมายความว่าผิดในสังคมอื่น เขาไม่ได้เลว เขาไม่ได้ชั่วนะครับ แต่ถ้าเข้าไปเรือนจำแล้วมีประวัติว่า ต้องโทษเรือนจำ เราจะตีตราเขาไปตลอด นี่คือเปึนปัญหา มันทำให้พอนักโทษ หรือผู้ที่ไม่ได้มีฐานะทาง เศรษฐกิจถูกลงโทษด้วยกฎหมาย เงินสู้คดีก็ไม่มี จริง ๆ อาจจะไม่ผิดก็ได้ แต่ว่าด้วยระบบ กฎหมายที่มันมีช่องว่างขณะนี้เขาต้องถูกจำคุก ออกมาก็หางานต่อไม่ได้ มันก็เวียนซ้ำ นักโทษยาเสพติดเช่นเดียวกันครับ มันไม่มีระบบที่เปึนสังคมที่ปลอดภัยกับพวกเขาเลย ดังนั้น วันนี้ก็ขอบคุณกรรมาธิการที่ได้ทำเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วผมก็อยากจะสนับสนุน แล้วก็ได้อภิปราย ถึงข้อสังเกตอันนี้เอาไว้ว่า วันหนึ่งถ้าเราอยากจะให้สังคมมีนักโทษน้อยลง เราต้องช่วยกัน ๑. เลิกตีตรา เลิกชี้ว่าคนนั้นผิด คนนี้ผิด แล้วคนนั้นควรได้รับโอกาสทางสังคม ก็จะทำให้ สังคมน่าอยู่ขึ้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธานในการที่จะอภิปรายเกี่ยวกับปัญหานักโทษล้นเรือนจำ แนวทาง การย้ายเรือนจำออกจากชุมชนเมือง และปรับปรุงการบริหารราชทัณฑ์ภายในเรือนจำ ทั่วประเทศให้มีสภาพที่เหมาะสม ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า คุกหรือเรือนจำ ศาล หรือแม้กระทั่งโรงพยาบาล ถ้าไม่จำเปึนก็ไม่อยากจะเดินใกล้นะครับท่านประธาน ที่เรามาพูด ในวันนี้ก็เปึนเรื่องที่มีความจำเปึนอย่างยิ่ง ในการที่คณะกรรมาธิการที่ผมติดตามมาโดยตลอด ตั้งแต่ชุดที่ ๒๕ มาจนถึงคณะนี้ชุดที่ ๒๖ ของสภาผู้แทนราษฎรในการศึกษาในเรื่องนี้ ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ในจังหวัดอุดรธานีก็เช่นเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้กระทั่งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสมัยก่อน ป้ ๒๕๕๔ สมัยท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประชา พรหมนอก ได้มีการดำริตั้งแต่ตอนนั้น แล้วทีนี้ท่านศราวุธ เพชรพนมพร ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ได้ยื่นกระทู้ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๖๒ และป้ ๒๕๖๖ และป้ ๒๕๖๗ ก็ยื่นแล้วนี่ ในเรื่องเรือนจำที่มันแออัดเหลือเกิน ท่านที่เคารพครับ ก่อนที่จะวกเข้าไปถึง จังหวัดอุดรธานี ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านว่า ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้เสนอ ญัตตินี้เข้ามาจนถึงคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนได้เข้าไป ศึกษา ผมอยากจะขอพูดสัก ๒ ประเด็น

ประเด็นแรกว่า ทุกวันนี้กรมราชทัณฑ์และคุกทั่วประเทศกำลังเผชิญกับ ปัญหาหลายเรื่องครับท่านประธานครับ ปัญหานักโทษล้นคุก แล้วนักโทษล้นคุกก็ไม่ใช่เกิด เฉพาะเพียงในประเทศไทยเท่านั้น อยู่ที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์ อินโดนีเซียก็มีปัญหาเช่นเดียวกับเรา ท่านประธานครับ ทันฑสถานหรือคุกของไทยมีพื้นที่ความจุมาตรฐานเพื่อรองรับผู้ต้องขังแค่ ๒๐๐,๐๐๐ รายเท่านั้น ตามที่ท่านรายงาน จากสถิติของกรมราชทัณฑ์ ประเทศไทย มีเรือนจำ คุก ๑๔๓ แห่ง สามารถรองรับได้เพียง ๒๐๐,๐๐๐ ราย แต่ท่านประธานครับ ทราบหรือไม่นะครับว่า ประเทศเรามีสถิตินักโทษที่ติดคุก ๓๗๐,๐๐๐ ราย นั่นเท่ากับว่า มีปัญหานักโทษล้นคุกมากถึง ๑๗๐,๐๐๐ รายครับท่านประธาน อันนี้มันเปึนปัญหาจริง ๆ แล้วนับวันจะล้นคุกเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จริง ๆ มันปลายเหตุนะครับ เรื่องคุกนี่ปลายเหตุ แล้วเราจะทำอย่างไรต้นเหตุถึงจะไม่ให้คนติดคุก เท่านั้นละครับลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน แต่มันก็มีความจำเปึนนะครับ มันมีคนดี มันก็มีคนชั่ว บางครั้งคุกก็ขังคนดีก็มีครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ หลายรัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยในเรื่องนี้ ก็มีมาตรการต่าง ๆ ออกมา มากมายแก้ไขปัญหา เช่น เราใช้มาตรการพักโทษนะครับ พักโทษไปกว่า ๕๐,๐๐๐ รายแล้ว ในช่วงโควิด แล้วก็ยังมีมาตรการนักโทษยาเสพติด หลายรายสมัครใจบำบัดแทนการติดคุก และยังมีการใช้อุปกรณ์ติดตามตัว EM ในการพักโทษแทนนะครับท่านประธานครับ ทั้ง ๓ มาตรการนี้ก็ลดหลายหมื่นรายแล้วนะครับ แต่ยังมีปัญหานักโทษล้นคุกอีกมาก เพราะจากข้อมูลสถิติ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ กรมราชทัณฑ์บอกว่าเรามีนักโทษอยู่ในคุก ๒๕๐,๐๐๐ ราย นั่นแสดงว่าประเทศเรามีนักโทษอยู่ในคุกทั่วประเทศเกินกว่ามาตรฐาน ที่รองรับถึง ๕๐,๐๐๐ รายครับท่านประธาน ปัญหาของนักโทษล้นคุกไม่ได้มีปัญหาแออัด สกปรกในคุกเท่านั้น แต่ปัญหาล้นคุกทำให้เรือนจำ คุกทุกแห่งมีปัญหาเครื่องบำบัด และปัญหาการแก้ไขพฤตินิสัย ไม่สามารถทำให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย พอเกิดปัญหาล้นคุก ก็มีระบบขาใหญ่ครับ ท่านประธานรู้จักขาใหญ่ไหม ในคุกเขาเรียกว่าขาใหญ่ มีระบบ Mafia ในคุก มีระบบส่วยทุจริตคอร์รัปชันในคุกตามมา แล้วมีทั้งที่หลับที่นอนที่ไม่เพียงพอ ห้องน้ำ ไม่เพียงพอ บานปลายไปถึงขั้นข้าวปลาอาหารในคุกไม่เพียงพอสำหรับนักโทษ มันเลยต้อง เกิดระบบขาใหญ่ขึ้นมา ระบบ Mafia นักโทษ คนไหนมีเงิน นักโทษคนไหนมีอิทธิพลหน่อย ก็ขู่เข็ญรังแกนักโทษด้วยกัน มันเหมือนอยู่นอกคุกนะครับ แล้วมันก็เกิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่ บางคนครับท่านประธานเห็นช่องทางนี้ก็ทำมาหากิน ให้การดูแลอำนวยความสะดวกขาใหญ่ Mafia มากกว่านักโทษรายอื่น เรื่องนี้เปึนเรื่องที่พวกเรายอมรับเกิดขึ้นไม่ได้อีกต่อไป พวก Mafia ก็คือพวกยาเสพติดครับ พวกยาเสพติดจับไปแล้วอยู่ในคุกก็ค้ายาบ้าเฉย ประเด็นนี้ จากบทสัมภาษณ์นะครับ ผมเอามาจากบทสัมภาษณ์ของนักโทษ ในรายงานหน้า ๔๗ ครับ ท่านประธานครับ เขาบอกว่ามีทั้งปัญหาเจ้าหน้าที่บางคนรับสินบนผู้ต้องขัง โดยผู้ต้องขัง มีฐานะดีจะใช้เงินแลกกับความสะดวก ทั้งห้องนอน อาหารพิเศษ ทีวีส่วนตัว หรือซื้อ Ranking สำหรับนักโทษชั้นเยี่ยม ชั้นดี ชั้นเลวได้ มันขนาดนั้นเลยหรือครับ ขอฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมด้วยนะครับ ฝากท่านคณะกรรมาธิการ ท่านประธานด้วย แล้วยังปัญหา หลักล้นคุก ยังมีผลเกี่ยวกับการแพร่กระจายยาเสพติดที่ผมได้กล่าว การพนันในเรือนจำก็มี อันนี้นักโทษสัมภาษณ์นะครับ ไม่ได้พูดขึ้นเอง ไม่ได้กล่าวหานักโทษ และไม่ได้กล่าวหา เจ้าหน้าที่ นักโทษออกมามันพูดอย่างนี้เปึนเสียงเดียวกันท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ไม่ได้อีกละครับ ต้องจัดการให้เรียบร้อย ถ้าไม่เกิดการทุจริต เจ้าหน้าที่ ดังนั้นถ้าสภาของเรา เห็นชอบรายงานฉบับนี้ ส่งรายงานฉบับนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหานี้ด้วยนะครับ ท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ในรายงานฉบับนี้ก็ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับคุก หน้า ๔๘ บอกว่า คุกนครสวรรค์สร้างมา ๑๓๐ ป้ คุกที่กระบี่สร้างมา ๘๖ ป้ ถึงอุดรธานีแล้ว ครับท่านประธาน นิดเดียวครับ อย่างคุกเรือนจำอุดรธานีนี้ครับ สร้างมาตั้งแต่ป้ ๒๔๖๐ ร้อยกว่าป้แล้วครับท่านประธาน ก็เหมือนกันกับข้อมูลที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ความสนใจมา ในเรื่องนี้มันอยู่ในใจกลางชุมชน ใกล้กับตลาดสด ใกล้กับโรงเรียนอนุบาล ใกล้กับร้านก๋วยเตี๋ยว ถ้าอยากกินก๋วยเตี๋ยว กินลาบเปึด หลังเรือนจำครับ นี่นะครับ ท่านอดิศรก็ไปประจำครับ เพราะฉะนั้นอยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่าย้ายได้แล้ว งบประมาณที่ท่านได้จัดการไว้นั้นให้รีบจัดการเสีย และไม่ต้องให้คุกหลงเหลืออยู่ใน ใจกลางเมืองอุดรธานี จะทำไปเพื่ออะไรก็แล้วแต่ให้ทุบคุกทิ้ง แล้วก็ย้ายคุกออกนอกเขต ที่สวนสาธารณะให้จัดการ และสถานที่ก็ทำไว้ให้ สถานที่ก็มีมากมายแล้ว เดี๋ยวนี้นักโทษ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คนแออัดกัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชวน สส. ไปเยี่ยมที่ จังหวัดอุดรธานี เรือนจำครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นได้รู้ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแออัด กันไปหมด ผมถึงกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น ท่านนายกวิเชียร ขาวขำ ได้ทำประชาพิจารณ์หาสถานที่ หน่วยงานราชการ ข้าราชการ ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี และผลการประชาพิจารณ์เห็นชอบให้มีการก่อสร้างเรือนจำ จังหวัดอุดรธานีแห่งใหม่ และเปึนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ดังนั้นกระผมขอให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เร่งรัดก่อสร้างเรือนจำจังหวัดอุดรธานีแห่งใหม่ เพื่อเปึนสถานที่บำบัด การกระทำความผิด และคืนคนดีเข้าสู่สังคม และทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้อง ชาวจังหวัดอุดรธานีมีความสงบสุข ไม่ต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญครับ

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ห้องโสตทัศนูปกรณ์ขึ้น Presentation เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

วันนี้จะอภิปรายเรื่องรายงานผล การศึกษา เรื่อง ปัญหานักโทษล้นเรือนจำนะครับ ผมเองเห็นด้วยกับผลการศึกษาของ คณะกรรมาธิการ เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาของผู้ต้องขังล้นเรือนจำจริง ๆ ส่งผลการบำบัดฟุ๋นฟู และการปรับนิสัย ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ รวมถึงปัจจุบันประชาชน โดยรอบเรือนจำอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนก็ได้ยกตัวอย่างนะครับ ประชาชนที่อยู่โดยรอบ เรือนจำก็มีความไม่สบายใจ เนื่องจากในอดีตในหลาย ๆ เรือนจำนั้นเปึนพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ห่างไกลความเจริญ แต่ในปัจจุบันหลาย ๆ เรือนจำนั้น โดยสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนเปึนชุมชน ขึ้นเรื่อย ๆ หรือว่าบางแห่งก็เปึนที่ท่องเที่ยวไปเรียบร้อยแล้ว ที่โคราชในตัวเมืองก็ยังมีเรือนจำ อยู่ในตัวเมืองอยู่เช่นกัน ถึงแม้ว่าเราจะมีเรือนจำขนาดใหญ่อยู่ที่คลองไผ่อยู่นอกตัวเมือง ก็ยังมี ปัญหานักโทษล้นเรือนจำครับ

ต่อมานะครับ ในการดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเปึน การปรับปรุงหรือก่อสร้างเรือนจำใหม่ หรือการปรับปรุงการบริหารจัดการต้องใช้ระยะเวลา ในช่วงรอยต่อนี้จึงควรใช้กลไกของรัฐที่มีอยู่แล้วแก้ไขปัญหาไปพลางก่อน นั่นคือกฎหมาย กองทุนยุติธรรมครับ กฎหมายได้ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคนเรายังเปึนผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมี คำพิพากษา แต่ในความเปึนจริงเคยได้ยินประโยคนี้ไหมครับ คนจนนอนคุก คนรวยนอนบ้าน หลายคนได้ยินคำนี้มานาน ซึ่งแค่ทำให้คนจนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม เหมือนคนรวย เรือนจำจะแออัดน้อยลงอย่างแน่นอนครับ

ประเทศไทยได้เข้าเปึนภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ที่มีหลักการสำคัญประการหนึ่งคือ บุคคลใดที่ถูกจับกุม หรือควบคุมตัวในข้อหาทางอาญาจะต้องมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีภายในเวลาอันสมควร หรือได้รับการปล่อยตัวไป ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๕๕๐ และ ๒๕๖๐ ได้มีการรับรองสิทธิการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเช่นกัน จึงได้เกิด กองทุนยุติธรรมขึ้นครับ กองทุนยุติธรรมมีวัตถุประสงค์เพื่อเปึนแหล่งทุนสำหรับใช้จ่าย เกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี การขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา หรือจำเลยนะครับ การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งในที่นี้จะขอพูดถึงเฉพาะการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยครับ

ในข้อที่ ๒ นะครับ ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เปึนผู้ถูกคุมขังหรือจะถูกคุมขัง ในคดีอาญานะครับ ซึ่งไม่มีความสามารถทางเศรษฐกิจเพียงพอ สามารถขอรับความ ช่วยเหลือเพื่อขอหลักประกันการปล่อยตัวชั่วคราวได้ มีหลักเกณฑ์สำคัญ คือ หากปล่อย ชั่วคราวแล้วไม่มีพฤติการณ์หลบหนี มีที่อยู่หลักแหล่ง ไม่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือบุคคลนั้นจะไปก่อภยันตรายอื่นใด ผู้ต้องหาหรือจำเลยหลายคนไม่ได้ตั้งใจกระทำ ความผิด แต่ต้องทำผิดเพราะมีความจำเปึนบางอย่างนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะเคย ได้ยินครับ แม่ขโมยนมผงไปให้ลูกน้อยกิน ผิดไหม ผิดครับ แต่สมควรเอาเขาไปขังคุกระหว่าง พิจารณาหรือไม่ คนเหล่านี้ขอแค่โอกาสออกมาดูแลลูก เอาลูกไปฝากฝังพ่อ แม่ ญาติ แล้วเมื่อฟังศาลพิพากษาคนเหล่านี้ยินดีเดินเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษนะครับ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ มีอีกมากไม่เคยได้รับโอกาส นี่เปึนแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นครับ ประกอบกับข้อมูลในรายงาน ผมได้ไปเอารายงานระหว่างป้ ๒๕๖๓-๒๕๖๔ ครับ ในสไลด์ถัดไปนะครับ

สถิติกองทุนยุติธรรมนะครับ กองทุนยุติธรรมได้รับงบประมาณจาก กระทรวงการคลังในวงเงินช่วยเหลือประชาชนเปึนจำนวนเงิน ๒๒๕ ล้านบาท แล้วก็งบ บริหารจัดการเปึนจำนวนเงิน ๖๔ ล้านบาท รวมเปึนเงินทั้งสิ้นกลม ๆ คือ ๒๘๙ ล้านบาท อันนี้เราพบว่ามีผู้ขอปล่อยตัวชั่วคราวทั่วประเทศนะครับ เพียงแค่ ๙๓๗ ราย ข้อมูลที่หามานี้ เปึนข้อมูลในช่วงระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถึง ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ นะครับ โดยที่มาก็มาจากรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนยุติธรรม ครั้งที่ ๗ ป้ ๒๕๖๗ ที่นครราชสีมาก็มีตัวเลขเหมือนกันว่ารวมทุกภารกิจแล้วก็มีการปล่อยตัวชั่วคราว แค่ ๖๕ รายนะครับ อันนี้อ้างอิงจากรายงานผลการดำเนินงานของกองทุนยุติธรรม รอบ ๖ เดือน ป้งบประมาณ ๒๕๖๗ ครับ ในขณะที่คดีอาญาเข้าสู่ศาลชั้นต้นประมาณป้ละ ๖๐๐,๐๐๐ คดีนะครับ มีคำถามครับว่าคนเข้าถึงกองทุนยุติธรรมคิดเปึนร้อยละเท่าไรครับ จากตัวเลขที่เรานำมาดูกันนี้นะครับ แล้วคนถูกขังระหว่างพิจารณาคดีในเรือนจำมีจำนวน อีกเท่าไรครับ ผมจึงมีข้อเสนอให้กับทางคณะกรรมาธิการนะครับ ๒-๓ ประเด็น

ประเด็นแรก คืออยากจะให้มีการจัดเจ้าหน้าที่ หรือจัดโครงการไปแจ้งสิทธิ ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในแต่ละเรือนจำ

ประเด็นที่ ๒ คืออยากจะให้มีการผลักดันกองทุนยุติธรรมให้เปึนที่รู้จัก ซึ่งประชาชนเข้าถึงได้ ผ่านสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ

แล้วก็อยากจะเพิ่มอีกประเด็นหนึ่ง เปึนเรื่องของ Day-fine เปึน Concept ที่จะเอามาช่วยลดความหนาแน่นของเรือนจำให้ลดลงได้

และสุดท้ายครับ ผมขอป่ดด้วยอ้างอิงถึงคำพูดของคุณธวัชชัย ไทยเขียว ซึ่งเปึนอดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรมครับ คนจนซื้อเกลือมาคลุกข้าวก็ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์แล้ว เท่ากับว่าเขาได้เปึนหุ้นส่วนของประเทศนี้ เขาจึงควรเข้าถึงกระบวนการ ยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตร่วมอภิปรายรายงานผลการศึกษา เรื่อง ปัญหานักโทษ ล้นเรือนจำนะครับ หรือว่าการย้ายเรือนจำจากชุมชนเมือง เห็นด้วยครับกับท่านประธาน คณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้ อ่านแล้วก็ต้องขอบคุณครับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็พูดไปหลายประเด็นครับ ดังนั้น ผมจะขอพูด ประเด็นนี้ครับท่านประธาน วันนี้ก็ขออนุญาตเอาคำสุภาษิตหรือว่าคำสอนของศาสนา ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค วันนี้นักโทษสาเหตุมาจากอะไรครับ มาจากปัญหา วันนี้ในประเทศไทย คุกทั้งหลาย ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาจากยาเสพติด ดังนั้นจะสร้างคุกใหม่ เรือนจำใหม่ ย้ายใหม่ เท่าไร ถ้าแก้ต้นเหตุ สาเหตุของปัญหาไม่ได้ก็ไม่จบครับ ดังนั้น วันนี้ผมขออนุญาตว่า ถ้าแก้สาเหตุของปัญหาให้คนน้อยลงไม่ให้ติดคุก เช่น แพะไม่มี วันนี้ยาเสพติด ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๓ ท่านทักษิณ ชินวัตร สมัยนั้นครับ ผมก็เปึนผู้แทนไทยรักไทยสมัยนั้น การแก้ปัญหายาเสพติด พี่น้องทั้งประเทศชื่นชอบ ชื่นชม แต่บางท่านก็ไม่ชื่นชอบก็ไม่เปึนไรครับ แต่ยาเสพติดหมดไป วันนี้ครับ ปัญหาสาเหตุนี้ที่จะไม่ให้คนเข้าคุกเรื่องติดยาเสพติด ก็ต้องจัดการปัญหาวันนี้ ท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านหลุดไปแล้ว แต่ไม่เปึนไรครับ มีคุณแพทองธาร ชินวัตร นายกคนที่ ๓๑ มาสานต่อ ตอนท่านเศรษฐาเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ขออนุญาตพูดอีกครั้งหนึ่ง ท่านนายกเศรษฐาท่านบอกว่า วันนี้การปราบ ยาเสพติดเปึนวาระแห่งชาติออก ๒ (๖) ๒ (๖) คืออะไรครับท่านประธาน ๒ (๖) คือ ใครสนับสนุนการค้ายาเสพติดจัดการให้เรียบทุกภาคส่วนข้าราชการ ส่วนข้าราชการท่านใดดี มีรางวัล และ ณ วันนี้ต้นเหตุยาเสพติด ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ตัดต้นเหตุไปให้จบ ดังนั้น ผมเชื่อมั่น ครับท่านนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๑ คุณแพทองธาร ชินวัตร นั่งหัวโต๊ะเมื่อไร สั่งการผู้มีอำนาจ ทั่วประเทศ เอาที่ท่านนายกเศรษฐาวางไว้แล้ว ๒ (๖) มาใช้อีก เชื่อมั่นครับ คุกไม่ล้นครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านอนุกรรมาธิการ และ ณ วันนี้ เพราะอะไรครับ เพราะสาเหตุหลักที่รายงานที่ว่าทราบกันมาครับ ทุกคุกยาเสพติด ดังนั้น วันนี้ ๑. ประหยัดงบประมาณ ๒. ไม่ต้องสร้างคุกเพิ่ม เงินส่วนที่อยู่ในคุกที่มี เลี้ยงอาหารนักโทษที่ติดยาเสพติด เขาติดเพราะหลงผิด เขาติดเพราะอยากลอง ดังนั้นตัด ต้นตอไป ตำรวจดีสนับสนุนส่งเสริม ตำรวจชั่วหากินกับยาเสพติดจัดการให้เรียบทุกภาคส่วน ที่ชั่ว ๆ ดีส่งเสริม ๒ (๖) บอกชัดเจนนะครับ ดังนั้นหมดแน่ ซื้อขายตำแหน่งอย่าให้มี โดยเฉพาะวงการตำรวจหนาหูเสียเหลือเกินครับท่านประธาน ฝากท่านประธานคณะอนุ กรรมาธิการ ฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ วันนี้การจะให้คุกไม่ล้นต้องตัดต้นตอ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจทุกวงการ รับรองคุกว่างแน่ครับ แพะห้ามมี เห็นไหมครับ ในอดีตจับประชาชนคนดีไป ไม่มีเงิน ไม่มีพรรคพวก ไม่มีเส้น ไม่มีสาย สุดท้ายแพะติดคุก สุดท้ายชดเชย ได้อะไรครับชดเชย ได้เงิน มันคุ้มกันไหม มันไม่คุ้ม ต่อไปนี้แพะห้ามมี ยาเสพติดจัดการให้เรียบรับรองคุกไม่ต้องสร้างครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ ชมเชยนะครับท่านกรรมาธิการทั้งประธาน ทั้งอนุ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เชิญครับ

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี 🔗

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน ขออนุญาตนำเรียนกับท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในรายงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เรื่อง ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ แนวทางการย้ายเรือนจำ ออกจากเขตชุมชนเมือง และการปรับปรุงการบริหารงานราชทัณฑ์ภายในเรือนจำทั่วประเทศ ให้มีสภาพที่เหมาะสม ผมอ่านรายงานฉบับนี้ทั้งฉบับแล้ว ผมมีความเห็นด้วยกับรายงานนี้ ทั้งหมดทั้งสิ้น ในฐานะที่ผมเองเปึนกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ผมได้มีโอกาสเข้าไปดูงานในเรือนจำอยู่ ๒ แห่ง คือ เรือนจำพิเศษมีนบุรีและเรือนจำกลางคลองเปรม ผมเปึนคนที่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชน เหมือนกับเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ แต่รายงานฉบับนี้มีทั้งเหตุและผลที่ผมเห็นด้วย และมีทั้ง เหตุที่ผมเห็นด้วย แต่ผมไม่เห็นด้วยในผล เดี๋ยวผมจะอภิปรายต่อไป ผมขอชื่นชมท่าน ที่ทำรายงานฉบับนี้ ท่านเริ่มต้นมาในรายงานหน้าที่ ๑๐ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ก่อนนะครับ ท่านประธาน หากเรานึกสภาพของผู้ต้องขังนั่งจิบกาแฟในยามเช้าดูข่าวการเมืองผ่านทีวี ในเรือนจำ ออกไปออกกำลังกายผ่าน Fitness แล้วก็กลับเข้ามาพักในโรงนอน ท่านจะมี ความรู้สึกกับผู้ต้องขังนี้อย่างไรครับ ความรู้สึกของคนทั่วไปถูกบรรยายไว้ในหน้าที่ ๑๐ ของรายงานฉบับนี้ว่า ผู้ต้องขังไม่ควรได้รับสิทธิเท่าประชาชนทั่วไป แต่สิ่งที่เราลืมไปคือ เขาถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพแค่เพียงบางสิ่งบางประการเท่านั้น เขายังมีสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ยังมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล ยังมีสิทธิได้รับการศึกษา และการประกันตัว รวมถึง การเข้าถึงข่าวสารด้วย มายาคติแรกนะครับ ผู้ต้องขังไม่ใช่คนที่ต้องมาทุกข์ทรมานจาก การกระทำของตน หน้าที่ ๑๐ ของรายงานฉบับนี้บรรยายไว้ได้ดีมาก ผมเริ่มอย่างนี้แล้วกัน ครับท่านประธาน ในข้อกฎหมายผมสรุปให้ฟังอยู่ ๒ หลักแล้วกันที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ คือ ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนที่จะมี คำพิพากษาถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนผู้นั้น เปึนผู้กระทำความผิดมิได้ การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่ จำเปึนเพื่อปัองกันมิให้การหลบหนี ๒ หลักนี้อยู่ในรายงานฉบับนี้ ผมเริ่มต้นอย่างนี้แล้วกันว่า ทำไมนักโทษถึงล้นเรือนจำ ในรายงานฉบับนี้ระบุไว้ว่ามีนักโทษอยู่ ๒ กรณีนะครับ

กรณีแรก คือผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณา หลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคือใคร ผมแยกเปึน ๒ ประเภทแล้วกันนะครับ ประเภทแรก คือบุคคลที่ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ได้รับการประกันตัวนั่นเอง กับอีกกรณีหนึ่ง เปึนผู้ที่ถูกกักขังแทนค่าปรับ บุคคลเหล่านี้ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเขาเปึนผู้กระทำ ความผิด แต่เขาก็ต้องมาอยู่ในเรือนจำ ในเรือนจำพิเศษมีนบุรีมีการแยกแดนอย่างชัดเจน แต่ก็เดินเข้าเรือนจำ มันขัดกับหลักเมื่อสักครู่ที่ผมพูดหรือไม่ว่า ในเมื่อยังไม่มีคำพิพากษา ถึงที่สุด เขาไม่ควรถูกปฏิบัติแบบเดียวกับผู้ที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว กับอีกกรณีหนึ่งคือ ผู้ต้องขังในคดีเสร็จเด็ดขาด เหมือนที่ท่านวิทยาพูดมาว่าผู้ต้องขังในคดีเสร็จเด็ดขาด ส่วนใหญ่จะเปึนคดียาเสพติด ซึ่งสภาแห่งนี้ได้ออกกฎหมายไปแล้วว่าเรื่องผู้เสพเปึนผู้ป์วย ผลักออกจากกระบวนการยุติธรรม ผลักเพื่อไปบำบัด แต่คำถามผมคือ ในรายงานฉบับนี้ ไม่ได้พูดถึงผู้เสพที่ยังไม่ได้ถูกเปึนผู้ป์วย แล้วยังตกค้างอยู่ในเรือนจำ ท่านจะมีกระบวนการ ถ่ายโอนบุคคลเหล่านี้ออกจากเรือนจำอย่างไร เพราะเขาเปึนบุคคลที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ในกฎหมายเดิมไปแล้ว และเขาก็เปึนส่วนหนึ่งที่ทำให้เรือนจำมันแออัด ในเมื่อกฎหมายใหม่ มันไม่ได้ย้อนไปใช้กับเขาเราจะถ่ายโอนเขาออกมาอย่างไร

อีกกรณีหนึ่ง ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ว่าในรายงานฉบับนี้มีการอ้างอิง ความเห็นของฝ์ายตุลาการอยู่ ๑ ท่าน ผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ เปึนผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ท่านให้ความเห็นไว้ว่า ฝ์ายนิติบัญญัตินั่นละครับออกกฎหมาย เอาคนเข้าไปสู่เรือนจำในคดีอาญาเยอะเกินไป มันทำให้ผมมานั่งคิดว่า แล้วในหน้าที่ สส. ผมนี่ ผมควรจะทำอะไร ตั้งต้นอย่างนี้ในหลักกฎหมายในคดีอาญาที่มีความร้ายแรงเท่านั้น ถึงควรจะมีโทษในทางอาญา ผมยกตัวอย่างคดีเช็ค เข้าใจว่าสภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการ พิจารณาแล้วว่าจะเปลี่ยนโทษอาญาในคดีความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค คำถามผมต่อไป คือคดีหมิ่นประมาทเปึนการแสดงความคิดเห็น เปึนโทษทางความคิด เรายังควรเอาเขาไป จำคุกอยู่หรือไม่ ลามไปถึงกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟัอง การชะลอฟัอง การพักโทษ โดยเฉพาะการชะลอฟัอง ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องทับลานและบางกลอย ในเรื่องของการบุกรุกป์า ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิสูจน์สิทธิ แต่บางคนบางท่านจำเปึนต้อง รับสารภาพเพื่อให้ได้รับการรอการลงโทษหรือลดโทษ แต่ในศาลอุทธรณ์ ในเมื่อพนักงาน อัยการอุทธรณ์เขานำเข้าสู่เรือนจำ การแก้ปัญหาป์าด้วยการเอาประชาชนไปขังไว้ในเรือนจำ ผมว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง

สุดท้าย ผมขอยกตัวอย่างอยู่ ๒ เรื่อง เปึนคำถามที่ผมคาใจอยู่ในรายงาน ฉบับนี้ ผมเห็นด้วยกับการลดเครื่องพันธนาการต่าง ๆ แต่ท่านทราบไหมครับว่าในรายงาน ฉบับนี้ ในหน้าที่ ๔๐ มีการพูดถึงการพันธนาการในชั้นศาล เพื่อนสมาชิกครับ มีเพื่อนสมาชิก ของเราอยู่ ๑ ท่าน เดินทางไปฟังคำพิพากษาที่ศาลอาญา ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษา เพื่อนสมาชิกเราเปึนสมาชิกในสภาชุดปัจจุบันถูกใส่กุญแจมือ หลังจากที่ศาลอ่านคำพิพากษา แล้วโทษจำคุกได้รับการรอการลงโทษ ผมถามไปทางผู้บริหารศาลว่าใครสั่งให้ใช้เครื่อง พันธนาการก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษา ไม่ได้รับคำตอบ ผมถามด้วยวาจาผ่านรองอธิบดี กรมราชทัณฑ์ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า เจ้าหน้าที่ของราชทัณฑ์ ดำเนินการหรือเปล่า ไม่ได้รับคำตอบ ในรายงานฉบับนี้ หน้าที่ ๔๐ ก็ไม่ได้พูดว่ากระบวนการ พิจารณาในชั้นศาล การใช้เครื่องพันธนาการใครเปึนคนมีอำนาจ โดยเฉพาะกรณีที่ยังไม่ได้ อ่านคำพิพากษา

อีกกรณีหนึ่ง เปึนกรณีของบุ้ง เนติพร ในรายงานฉบับนี้พูดถึงกระบวนการ ระบบสุขภาพในเรือนจำค่อนข้างเยอะ บุ้ง เนติพร ไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีมาตรา ๑๑๒ เปึนคดี ละเมิดอำนาจศาล เขาประท้วงด้วยการอดอาหาร ผลสุดท้ายทุกวันนี้การเสียชีวิตของเขา ยังไม่ถูกพิสูจน์เลย เขาเสียชีวิตอยู่ในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน มีข่าวลือ ข่าวเล่า ข่าวอ้างกันว่ามีการใส่ท่อช่วยหายใจที่เข้าไปในหลอดอาหารจึงทำให้การช่วยหายใจนั้น ล้มเหลวจริงหรือไม่ ไม่ทราบ อันนี้ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คราวนี้ประเด็น ของผมย้อนกลับมาในรายงานฉบับนี้ ระบบสุขภาพในเรือนจำที่ท่านระบุไว้ในหน้า ๗๒ ที่ท่านมีความเห็นว่าทุกแห่งควรมีสถานบริการ ผมเรียนท่านอย่างนี้ว่าระบบการ รักษาพยาบาลในเรือนจำไม่สามารถทัดเทียมกับโรงพยาบาลข้างนอกได้ ไม่ว่าจะเปึน ศักยภาพของเครื่องไม้เครื่องมือ ยา และบุคลากรทางการแพทย์ การที่ท่านจะพยายามสร้าง โรงพยาบาลในราชทัณฑ์หรือในเรือนจำต่าง ๆ มันแทบเปึนไปไม่ได้ สิ่งที่ท่านต้องคิดคือระบบ สุขภาพในเรือนจำมากกว่า สิ่งที่ท่านยึดโยงกับสิทธิ สปสช. ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ ไปแล้วว่า สปสช. ไม่มีโรงพยาบาลของตัวเอง เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับท่านว่าสิทธิ การรักษาพยาบาลในเรือนจำจำเปึนต้องมี แต่ผมไม่ได้เห็นด้วยกับการสร้างโรงพยาบาลให้กับ เรือนจำทุกแห่ง

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านระบุไว้ในหน้า ๓๐ ว่าราชทัณฑ์มีแบบสามารถสร้างเสร็จได้ ภายใน ๓ ป้ เหมือนที่เพื่อนสมาชิกท่านธนกรอภิปรายไปแล้ว คำถามคือ ท่านระบุไว้ เพื่ออะไร จริง ๆ ท่านต้องการให้เอกชนเข้ามาสร้างถูกต้องไหมครับ มันสอดรับกับรายงาน ของท่านเลย เรื่องผู้ป์วยระยะสุดท้าย เรื่องผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง มันสามารถใช้แบบ ที่ท่านบอกได้

สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน สิทธิเลือกตั้ง ผมดีใจครับที่ในรายงานฉบับนี้ ท่านพูดถึงสิทธิเลือกตั้งของผู้ต้องขัง แต่ในรายงานฉบับเดียวกันกลับบอกว่าผู้ต้องขังไม่มีสิทธิ รับรู้ข่าวสารทางการเมือง ท่านวิทยาบอกว่ามีผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำปัจจุบัน ๒๘๙,๐๐๐ กว่าคน ถ้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งพรรคใดสามารถหาเสียงกับผู้ต้องขังได้ แปลงคะแนนเสียง ๒๘๙,๐๐๐ กว่าคน ได้ Party-list กี่คนครับ แต่ทำอย่างไร ในเมื่อผู้ต้องขังไม่สามารถรับรู้ ข่าวสารทางการเมืองได้ สุดท้ายผมเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ แต่ขอให้ท่านไปพิจารณา ในข้อสังเกตของผมเพิ่มเติม ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวัชระพล ขาวขำ เชิญครับ

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ก่อนอื่นครับท่านประธาน ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการทุก ๆ ท่านที่นำรายงาน ฉบับนี้มาให้สภาพิจารณา เพราะผมทราบว่ารายงานฉบับนี้จริง ๆ แล้วเริ่มขึ้นเมื่อตอน สภาผู้แทนราษฎรสมัยที่แล้ว คือชุดที่ ๒๕ แล้วสมัยนี้ชุดที่ ๒๖ ก็นำข้อมูลบางส่วนมาปรับปรุง เพื่อให้มันทันสมัยขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม พอดีผมได้อ่านรายงานโดยละเอียดแล้ว ข้อมูลนี้ ยังเปึนข้อมูลที่ค่อนข้างเก่าอยู่ วันนี้จึงขออนุญาตท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ท่านกรรมาธิการ ทุกท่าน แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ จะนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ ที่เปึนข้อมูลปัจจุบัน ซึ่งผม เพิ่งได้ข้อมูลมาเมื่อไม่ถึงเดือนนี้เอง ก็มีเรื่องที่จะมาประชาสัมพันธ์ แล้วก็เล่าให้ท่านประธานฟัง ให้ท่านสมาชิกฟัง ก่อนอื่นผมขออนุญาตครับ ผมแล้วก็ตัวแทนจากจังหวัดอุดรธานี สส. หลายท่าน รวมไปถึงอดีต สส. หลายท่านผลักดันการย้ายเรือนจำจังหวัดอุดรธานีออกจาก ตัวเมืองมานานนับสิบป้ ย้อนไปตั้งแต่เมื่อสมัยท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ ๑๐ กว่าป้ที่แล้ว จนวันนี้สำเร็จแล้วครับ แต่ว่า สำเร็จนี่ไม่ได้สำเร็จทั้งหมดครับ เดี๋ยวผมจะให้ข้อมูลท่านกรรมาธิการทุก ๆ ท่านว่า ทำไมผม ใช้คำว่า ไม่สำเร็จทั้งหมด ก่อนอื่นผมขออนุญาตนำทุกท่านกลับไปดูเรือนจำเก่าก่อน หรือเรือนจำปัจจุบันที่จังหวัดอุดรธานีมีอยู่ครับ เรือนจำแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในพื้นที่ ประมาณ ๕๐ ไร่ ปัจจุบันมีผู้ต้องขังประมาณ ๓,๕๐๐ คน แต่ความจุของผู้ต้องขังจริง ๆ แล้ว ที่นี่สามารถจุได้แค่ประมาณ ๒,๐๐๐ คนเท่านั้น หมายความว่า ผู้ต้องขังเกินความจุ ๑,๐๐๐ กว่าคนเลยครับทีนี้ที่ผมบอกว่าย้ายเรือนจำอุดรธานี แล้วกรมราชทัณฑ์ก็ได้จัดทำ โครงการ แล้วก็ขออนุมัติงบประมาณมา พอดีผมมีโอกาสได้เปึนกรรมาธิการงบประมาณใน ป้ ๒๕๖๘ นี้ครับ ผมก็จึงรู้รายละเอียดค่อนข้างลึก แล้วก็ได้มีโอกาสสอบถามท่านอธิบดี กรมราชทัณฑ์ครับ เรือนจำแห่งเก่าก็ยังได้งบประมาณในการปรับปรุงอยู่นะครับ แต่อย่าลืม ว่าพี่น้องประชาชนชาวอุดรธานีหวังและอยากให้ย้ายออกไปทั้งหมด ไม่ใช่แค่ย้ายส่วนหนึ่ง ทีนี้มาดูเรือนจำใหม่ครับท่านประธาน เรือนจำแห่งใหม่ที่กำลังจะสร้าง ได้รับการอนุมัติ งบประมาณ ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๙๙๙ ล้านเศษ ๆ ขาดอีกไม่กี่แสนบาทก็จะครบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบประมาณผูกพัน ๓ ป้ มีตั้งแต่ป้ ๒๕๖๘ ป้ ๒๕๖๙ และป้ ๒๕๗๐ แบ่งออกเปึนเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ในป้นี้ อีก ๔๐๐ ล้านบาท ป้หน้า แล้วก็ป้ ๒๕๗๐ อีก ๔๐๐ ล้านบาท ทีนี้ผมก็เลยมีโอกาสสอบถามท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ครับ ว่าเหตุใดท่านตั้งงบประมาณไว้เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวท่านประธานจะถามว่าทำไม เดี๋ยวผมจะบอกนะครับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าความจุ จุผู้ต้องขังได้เพียงแค่ ๒,๕๐๐ คน อันนี้เอ๊ะที่ ๑ แล้ว ปัจจุบันเรือนจำเก่ามีผู้ต้องขัง ๓,๕๐๐ คน แต่ว่าสร้างเรือนจำใหม่มีความจุ เพียงแค่ ๒,๕๐๐ คน ผมก็เริ่มเอะใจแล้ว ผมก็ได้มีโอกาสสอบถามท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่าเหตุใดทำไมไม่สร้างให้ใหญ่ ๆ เลย ในเมื่อพื้นที่แห่งใหม่ตั้งอยู่ตำบลกุดสระ ซึ่งเปึนเขตของ ท่าน สส. หทัยรัตน์ เพชรพนมพร นะครับ ก็อยู่ในอำเภอเมือง ใช้พื้นที่มากกว่า ๑๖๑ ไร่ แต่ว่าสร้างความจุเพียงแค่ ๒,๕๐๐ คนเท่านั้น ท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็ได้ตอบกลับ ในห้องกรรมาธิการงบประมาณ บอกว่าการย้ายเรือนจำอุดรธานีไม่ได้ใช้คำว่าย้าย ต้องใช้ คำว่าสร้างแห่งใหม่ แล้วจะย้ายนักโทษไปเพียงแค่นักโทษเด็ดขาดเท่านั้น ถ้าเปึนนักโทษ ติดค่าปรับหรือเปึนนักโทษที่รอการขึ้นศาลก็ยังอยู่ที่เรือนจำที่เดิม ทีนี้ผมก็เริ่มเอ๊ะแล้ว อันนี้เอ๊ะแรกผ่านไปแล้วนะครับ เอ๊ะที่ ๒ กับความเอะใจว่าแล้วเหตุใด ผมก็เลยไปเป่ด ขาวคาดแดงดู งบประมาณในการปรับปรุงเรือนจำเก่ายังตั้งไว้เกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ผมก็สอบถามท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ตรง ๆ เลยครับ ท่านก็บอกว่า เนื่องจากเรือนจำเก่า สร้างมานานแล้ว ๑๐๗ ป้ แล้วก็ผุพังชำรุดทรุดโทรมมาก ทีนี้มันก็เริ่มมีการ เขาเรียกว่า Conflict แล้ว เพราะพี่น้อง ประชาชนชาวอุดรธานีไม่ได้หวังว่าอยากจะให้ไปสร้างที่ใหม่แล้วย้ายไปแค่บางส่วน อยากให้ย้าย ไปทั้งหมด ดังนั้นครับท่านประธาน ก็อาจจะเปึนอะไรที่จะฝ๋นใจชาวอุดรธานีนิดหนึ่งครับ ผมจึงขออนุญาตครับฝากท่านกรรมาธิการกฎหมายนะครับ ก็ถ้ามีโอกาสขออนุญาตช่วย เปึนส่วนผลักดันในการย้ายเรือนจำอุดรธานีออกไปทั้งหมด เพราะว่าพี่น้องประชาชน ชาวอุดรธานี อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ท่านธีระชัย หรือแม้กระทั่งจากท่านสมาชิกจาก ซีกฝ์ายค้านที่ได้นำเสนอว่า เรือนจำอุดรธานีอยู่ใจกลางเมืองจริงครับ มีโรงเรียน มีร้านค้า มีตลาดล้อมรอบไปหมด ดังนั้นพี่น้องประชาชนหวังอยากให้เรือนจำแห่งนี้ เรือนจำแห่งเก่า ปรับปรุงเปึนสวนสาธารณะ เปึนพิพิธภัณฑ์ หรือเปึนสถานที่ที่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชาว อุดรธานีครับ

สุดท้ายครับท่านประธานครับ จริง ๆ ผมมีข้อฝากแล้วก็มีเรื่องที่อยากจะแจ้งครับ จริง ๆ ครับมีท่านสมาชิกที่นั่งอยู่ข้างผม ท่าน สส. กรวีร์ สาราคำ ซึ่งคุณพ่อเขาก็เคยได้ใช้ บริการเรือนจำอุดรธานีนะครับ แล้วที่สำคัญครับท่านสมาชิกที่นั่งอยู่ด้านหน้าผมท่านอดิศร เพียงเกษ แล้วก็คุณพ่อผม ท่านนายกวิเชียร ขาวขำ ก็เกือบจะได้ใช้บริการเรือนจำอุดรธานี แต่ว่าคดีก่อการร้ายได้สิ้นสุดลงแล้ว ก็ถอนฟัองเปึนเรียบร้อยครับ วันนี้ก็คงไม่ต้องได้ใช้ บริการเรือนจำอุดรธานีอีกแล้วครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีรัจชัย พันธุมาศ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ แนวทางการย้ายเรือนจำออกจากเขตชุมชนเมือง และการปรับปรุง การบริหารงานราชทัณฑ์ภายในเรือนจำทั่วประเทศให้มีสภาพที่เหมาะสม ผมได้อ่านดูใน รายงานฉบับนี้ สิ่งที่เห็นชัด ๆ เลย ตัวเลขก็คือ เรือนจำของประเทศไทยมีทั้งหมด ๑๔๓ เรือนจำ จำนวนนักโทษในเรือนจำในนี้มันยังไม่ชัดเจน ผมเพิ่ง Update กับท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่สัก ๕ นาทีที่ผ่านมานะครับ แจ้งว่านักโทษในเรือนจำมีทั้งหมด ๓๐๓,๕๒๘ คน ความจุเรือนจำ มีได้ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ คน นั่นแสดงว่านักโทษล้นเกินทั้งหมด ๑๔๐,๐๐๐ คน นี่คือสภาพ นักโทษล้นจริง ๆ นะครับ ในส่วนผู้ต้องขังนะครับ เราดูแล้วมีผู้ต้องขังอยู่อย่างน้อยก็ ๒ ประเภทที่เราเห็นชัด ๆ ก็คือ ผู้ต้องขังเสร็จเด็ดขาดกับผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดี คือคดียังไม่ถึงที่สุด ผมได้ถามท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้บอกว่ามีเท่าไร ท่านรัฐมนตรีตอบว่า ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีมีทั้งหมด ๖๒,๗๓๑ คน ถ้าเราจัดการเรื่องผู้ต้องขังระหว่าง พิจารณาคดีให้ดี นักโทษล้นเกินก็ลดไปอีกประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ก็เหลืออีกประมาณแค่ ๘,๐๐๐ คนเท่านั้นเองส่วนที่เกินจะเบาลงไปเยอะเลย ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ในส่วน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ เขาบอกไว้ว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำผิดนั้นจะปฏิบัติ ต่อบุคคลนั้นเสมือนผู้กระทำความผิดมิได้ เรามีคนถึง ๖๒,๐๐๐ ที่ถูกจำคุกอยู่เปึนผู้ต้องขัง ระหว่างพิจารณาคดี ถามว่ามันเปึนไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ใช่ครับ ถัดมา ก็คือว่ามันไม่เปึนธรรมอย่างไร ไม่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญอย่างไร คนที่เปึนผู้ต้องขังระหว่าง พิจารณาคดีเวลาขึ้นไปศาล สิทธิก็ไม่เท่ากับคนที่เปึนผู้ต้องหาเหมือนกันหรือเปึนจำเลย ที่อยู่นอกเรือนจำ เขาใส่สูท ใส่ชุดธรรมดาไปที่ศาลพิจารณาเหมือนกัน แต่อีกคนหนึ่งถูกจำขัง เขาใส่ชุด เรียกว่าชุดลูกวัว คือสีเหมือนลูกวัวตัวเล็ก ๆ แล้วไป เวลาไปคืออะไรครับ มันเปึน ความเหลื่อมล้ำของ ๒ ฝ์าย ทำไมไม่ปล่อยให้เขาไปชุดที่เหมือนกันล่ะครับ ใส่สูทเหมือนกัน เวลาไปศาล เหมือนต่างประเทศผู้ต้องหาก็ใส่เหมือนกัน ใส่สูทเหมือนกันเวลาที่ไปศาล ถ้าเรา เปลี่ยนชุดตรงนี้ได้ ตอนนี้มี ๒ เรือนจำ คือเรือนจำมีนบุรีกับเรือนจำทัณฑสถานหญิงกลาง ก็ได้มีการเปลี่ยนแล้ว อันนี้ขอบคุณ เปึนความร่วมมือระหว่าง ทราบว่าผู้บัญชาการเรือนจำ กับตัวทางศาลที่ทำอยู่ ก็ขอบคุณที่ได้ริเริ่มตรงนี้ขึ้นมา ทำไมไม่ทำทั้งประเทศ ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนเปึนชุดสีเหลือง กางเกงวอร์มอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเปลี่ยนเปึนชุดธรรมดาได้ก็จะดียิ่งขึ้น ให้เขามีโอกาส แต่ถ้าไม่ขังเลย คุมตัวก็ดีขึ้น เอาเฉพาะคดีที่อุกฉกรรจ์จริง ๆ ที่จะหนีจริง ๆ มันจะลดจำนวน ผู้ต้องขัง ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีขึ้น ผมเรียนอีกทีความเหลื่อมล้ำตรงนั้นมันส่งผลอย่างไรบ้างอีก ผลที่ตามมาก็คืออย่างไรครับ ก็คือคนที่ถูกดำเนินคดีในศาลเวลาไปที่เรือนจำ บางทีการที่ ถูกฟัองคดีมันเกิดความสะใจของตัวโจทก์นะครับ ต้องการเห็นใส่ชุดนี้ไปศาล ถ้าเราเปลี่ยนชุด ขึ้นมาปัูบเขาก็จะมีแรงจูงใจในการที่จะไปแจ้งความกลั่นแกล้งในคดีที่ไม่มีคุณภาพนะครับ ที่ยกฟัองประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เขาบอกนะครับ ก็จะลดลงไปคดีศาลก็จะน้อยลง ที่สำคัญในการเบิกความต่อศาล เวลาขึ้นศาลต่อศาลนะครับ สมมุติพยานขึ้นไป ถ้าเปึน ผู้พิพากษาอาจจะถูกฝ๊กมาว่าอย่าไปเชื่อ อย่าไปฟัง แต่คนเปึนพยานหลักฐานพอเห็นคนใส่ชุด ลูกวัวยังไม่ตัดสินนะครับ บางทีมองเห็นหลังไว ๆ แต่ว่าคลับคล้ายคลับคลา อย่างนี้ก็เปึน ผลร้ายกับตัวจำเลยเลยนะครับ แต่ถ้าเกิดเห็นตัวจำเลยเหมือนกันนั่งในศาล แต่เห็นเขาใส่สูท หรือแต่งชุดสวย ความรู้สึกที่เห็นไว ๆ ก็อาจจะไม่บอกว่าคลับคล้ายคลับคลาครับ มันจะไม่ให้ การเปึนผลร้าย ทางจิตวิทยามันมีผลทางนี้มาก มีผู้ที่วิจัยอย่างนี้มาแล้วครับ แล้วทำไมเรา ไม่ลงรายละเอียดถึง ๑. ลดจำนวนผู้ต้องขังในระหว่างพิจารณาคดีให้น้อยลงขึ้นไป มันล้น เรือนจำได้ ๒. ก็คือถ้าอยู่ก็เปลี่ยนชุดให้เขาให้อยู่ได้อย่างที่ดูแล้วไม่เหลื่อมล้ำ แล้วก็ เพิ่มศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนฝากว่าในรายงานฉบับนี้ไม่มีพูดถึง แล้วข้อมูลนี้เปึนข้อมูลใหม่ และขอบคุณทางเรือนจำ แล้วก็ทางศาลบางศาลที่กรุณาคิด สิ่งเหล่านี้ไป แล้วอยากให้เปึนทั้งประเทศ ตอนนี้ยังไม่ทั้งประเทศนะครับ ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ เมื่อสักครู่ได้คุยกับท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีบอกว่าพยายามจะทำเหมือนกันเรื่องนี้ ก็ขอบคุณที่อยากจะทำเรื่องนี้

ถัดมานะครับ ก็เรื่องของผู้พิพากษาระหว่างพิจารณาคดีเหมือนกัน เมื่อสักครู่ ท่าน สส. ท่านก็ฝากมานะครับว่า เรื่องของผู้ต้องขัง การที่ทนายเขาจะไปเยี่ยม ในเรือนจำ ทั่วประเทศนะครับ มีเรือนจำบางแห่งเท่านั้นที่มีห้องเฉพาะส่วนตัว เวลาทนายไปพบ หลักก็คือต้องมีโอกาสได้ปรึกษาคดีสองต่อสอง แต่เวลาไปพบผู้ต้องขังบางทีไม่ได้ครับ มาต้อง ผ่านมี Phone มีอะไรขึ้นมา ไม่เปึนความลับเลยนะครับ เอกสารทั้งหลายถูกกลั่นกรองขึ้นมา แล้วถามว่าเขาจะมีสิทธิสู้คดีเท่ากับจำเลยหรือผู้ต้องขังที่ได้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ ไม่ได้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ก็คือเปึนแค่ตัวอักษรธรรมดาเท่านั้น ไม่เปึนความจริงโดยสิ้นเชิง ทำอย่างไรจะทำให้สิ่งเหล่านี้เปึนจริง ดังนั้นฝากกระทรวงยุติธรรมไปด้วย ตรงนี้ไปนะครับ ไปช่วยปรับปรุงห้องปรึกษาคดีให้มันสอดคล้องและเปึนความลับ ให้เขาสามารถปรึกษาคดีได้ สองต่อสอง และมีสิทธิสู้คดี เคล็ดลับอะไรไม่รู้ รู้หมดเลยในส่วนตรงนี้ไป นี่คือการคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพทั่วไปของเรือนจำ นี่คือการบริหารงานตามรายงานฉบับนี้ซึ่งยังไม่มี ผมขอฝาก ไว้ด้วย แล้วก็คิดว่าข้อมูลฉบับนี้ผมมีเวลาน้อยก็พูดประเด็นเท่านี้ แต่รายงานนี้ส่งรัฐมนตรี แล้วก็รับประเด็นนี้เข้าไปพิจารณาประกอบกับรายงานด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนนะครับที่ทำรายงานนี้ขึ้นมา แล้วก็เพื่อประหยัดเวลาสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรื่องประเด็นการรักษาสุขภาพนักโทษในเรือนจำ ขออนุญาต ลอกคำอภิปรายท่านอนุสรณ์ด้วย เรื่องปราบปรามยาเสพติดก็ของท่านนิพนธ์ คนขยัน เพราะเห็นด้วยทุกประเด็น ท่านประธานครับ กรมราชทัณฑ์เปึนปลายน้ำของกระบวนการ ยุติธรรม สิ่งที่อยากจะถามคณะกรรมาธิการท่านพูดถึงสิทธิของผู้ต้องหานะครับ สิทธิของ นักโทษล้นเรือนจำ ผมกราบเรียนถามท่านว่า ในรายงานท่าน หน้าที่ ๑๐ หน้าที่ ๑๑ หน้าที่ ๑๒ ท่านได้พยายามศึกษาว่านักโทษนั้นมีสิทธิเสรีภาพอย่างไรบ้าง และควรต้อง ปรับปรุงอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติสำหรับผู้ต้องขังที่นับถือศาสนา หรือความเชื่อต่าง ๆ วันนี้เรา ก็ไปอ้างสิทธิของผู้ต้องหาตามข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ถามว่าประเทศที่เปึนเสรี ประชาธิปไตยจริง ๆ เขาปฏิบัติแย่กว่าเราอีก Abu Ghraib คือสถานที่ต้องขังที่ไม่มีใคร อยากให้พูดถึง เพราะว่าได้ลิดรอนสิทธิผู้ต้องหามากมาย นอกจากนั้นสิ่งที่ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านธีรัจชัยก็พูดว่า มาตรา ๒๙ มาตรา ๕๕ ให้การรับรองสิทธิของบุคคลในการเข้าถึงสิทธิ การบริการสาธารณสุขมีประสิทธิภาพ แล้วก็เรื่องของการปรึกษากับกฎหมาย ผมอยากจะถาม คณะกรรมาธิการว่า จริง ๆ แล้วที่ท่านระบุจำนวนของนักโทษที่มีตามสถิติ วันนี้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็มานั่งฟังนะครับ ท่านก็ให้สถิติมาว่า ๓๐๐,๐๐๐ แล้ว ก็แสดงว่าตัวเลขมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก ๒๙๘,๐๐๐ เปึน ๓๐๐,๐๐๐ กว่า

คำถามแรกก็คือว่า ท่านได้เคยไปดูโรงพยาบาลของกรมราชทัณฑ์ไหม เพราะผมฟังคำอภิปรายของคุณหมอวาโยวันนั้นว่าเปึนโรงพยาบาลศูนย์ ถ้าขาดเหลืออะไร ที่นักโทษไม่ได้รับสิทธิ มองว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม ขอความกรุณาท่านเพิ่มรายการ เหล่านั้น มิตินั้นไปในรายงานที่ท่านจะต้องเสนอรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลเสนอให้สภา แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้นก็จะได้นำข้ออ้างนี้ไปของบประมาณจาก สำนักงบประมาณได้ นั่นเปึนประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่ท่านได้กล่าวถึงก็คือเรื่องของการย้ายราชทัณฑ์สถานที่ จำคุก ชุมชนมี ๑๖ ชุมชน ๔๐ แห่งออกไป แล้วก็ยังมีการระบุว่าคดีอาญาเข้าสู่ ศาลชั้นต้นมีถึง ๖๐๐,๐๐๐ คน มีรายงานการศึกษาว่าคนที่ทำผิดซ้ำ ใน ๓ ป้กลับเข้าเรือนจำ อีกมากกว่า ๓๔ เปอร์เซ็นต์ คำถามผมมีว่าวันนี้เรามาพิจารณาเรื่องของปัญหานักโทษ ล้นเรือนจำ เราค้นหาสาเหตุผิดที่ผิดทางหรือไม่ ปัญหานักโทษล้นคุกเปึนปัญหาปลายเหตุ แต่ถามว่าสาเหตุจริง ๆ ของคนที่กระทำผิดแล้วก็อยู่ในคุก ท่านระบุแล้วว่ายาเสพติดนั้น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน คำถามผมมีอยู่ว่า ทำไมประเทศไทยจึงล้มเหลวเรื่องการปราบปราม ยาเสพติด แทบทุกรัฐบาลที่ผ่านมาพยายามปราบปรามยาเสพติด เราคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน เวลาเราพูดถึงนักโทษ การจับกุมต่าง ๆ ผมถามว่าวันนี้ประเทศสิงคโปร์มีปัญหายาเสพติด ไหมครับ ประเทศไทยมีปัญหายาเสพติดรุนแรงกว่าประเทศสิงคโปร์เปึน ๑๐๐ เท่า เทียบกับ จำนวนประชากร เทียบกับจำนวนนักโทษนะครับ ทำไมล่ะครับ คนไทยใจพุทธ คนไทยใจดี นักโทษก็ไม่กลัวคุกหรือเปล่าครับ หรือเราปล่อยให้เขาไม่มีอาชีพ เราปล่อยให้มีความ เหลื่อมล้ำเยอะ ก็จึงมีการก่อเหตุอาชญากรรมเยอะ วันนี้ผมจะไม่ใช้เวลามากแต่ผมอยากจะถาม ท่านกรรมาธิการครับว่า วันนี้จาก ๓๐๐,๐๐๐ คน มีเปึนนักโทษยาเสพติด ๒๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ๖๐,๐๐๐ คน แต่ผมกำลังจะถามท่านถึงเรื่องของ พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ที่ท่านเขียนในหน้า ๑๒ ว่า มีคณะกรรมการราชทัณฑ์มีอำนาจ หน้าที่หลักในการกำหนดทิศทางนโยบายการบริหารงานราชทัณฑ์ แล้วก็มีบทบัญญัติอื่น เรื่องมาตรการบังคับโทษด้วยวิธีอื่นแทน ท่านได้ไปดูตรงนี้ไหมครับว่าคณะกรรมการ ๒ คณะนี้ ที่เปึนอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปึนอำนาจของคณะกรรมการ ได้ดูปัญหาใหญ่หรือไม่ว่า สาเหตุของการก่ออาชญากรรมคืออะไร มันต้องแก้ก่อนมาถึงกรมราชทัณฑ์ไหม ผมถามวันนี้ ที่มีหลายท่านพูดถึงเรื่องการเข้าถึงรักษาสุขภาพ ถ้าบุคลากรของกรมราชทัณฑ์ของโรงพยาบาลของกรมราชทัณฑ์เองไม่มีศักยภาพ นักโทษ ต้องเสียชีวิตโดยไม่จำเปึน แล้วเราจะมีโรงพยาบาลไว้ทำไม หรือยังปล่อยให้มีการเลือกปฏิบัติ ที่ไม่เปึนธรรมอยู่ระหว่างนักโทษด้วยกันเอง วันนี้ผมถามคณะกรรมาธิการที่ไปศึกษามานี้ โจทย์ที่ผมอยากถามคือว่า วันนี้หนึ่งในสาเหตุที่คนกลับไปทำผิดมากขึ้นเพราะเขาไม่มี ทางเลือกหรือว่าโจรไม่กลัวคุกครับ ค่าปรับเปึนเพียงต้นทุนธุรกิจของเขาเช่นนั้นหรือ ที่ผมพูด นี่ก็เพราะว่าวันนี้ผมไม่พูดถึงนักโทษทางการเมืองนะครับ ผมพูดนักโทษเศรษฐกิจที่มีคดี ฉ้อโกงประชาชน นี้ท่านประธานครับ สภานี้ได้เห็นแล้วว่านักโทษที่มีสตางค์ฉ้อโกงประชาชน เปึน ๑๐,๐๐๐ ล้าน เจ็บป์วยสามารถไปนอนโรงพยาบาลได้ ในขณะที่นักโทษอื่นไม่มีสิทธิ นะครับ และวันนี้ท่านจะบอกว่ากรมราชทัณฑ์ของบประมาณไป ๑,๐๐๐ ล้านเพื่อไปสร้าง ที่ใหม่ แล้วบ้านคนจนล่ะครับ ถ้าเผื่อท่านเอาไปสร้างราชทัณฑ์ท่านซ่อมบ้านคนจนได้ ๔๐,๐๐๐ หลังนะครับ อยากจะฟังจากคณะกรรมาธิการว่าวันนี้ ความเหลื่อมล้ำในการ ดำเนินคดีบริหารเรื่องของโทษ ของนักโทษ สิทธินักโทษ ท่านได้ดูอย่างถ่องแท้หรือยัง ทั้งโรงพยาบาล ทั้งการเข้าถึง แล้วก็วิธีการปราบปราม เพราะว่ากรมราชทัณฑ์นั้นเปึนเพียง ปลายเหตุครับท่านประธาน ผมอยากจะฟังคำตอบจากคณะกรรมาธิการ กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านเลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล ท่านเลาฟัุงเอา ๗ นาทีนะครับ กระชับ ทำได้ใช่ไหมครับ

นายเลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนรายงานผลการพิจารณาศึกษา ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ ผมได้อ่านรายงานฉบับนี้โดยละเอียดแล้วนะครับ ผมขอชื่นชมผู้เขียน ที่พยายามจะทำรายงานฉบับนี้ให้ออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุดนะครับ ผมเห็นด้วยและผมจะขอ อภิปรายสนับสนุนและจะให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมในรายงานฉบับนี้นะครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่ง ที่ตกใจจากการอ่านรายงานฉบับนี้ก็คือสถิติผู้ต้องขังต่อจำนวนประชากรของประเทศไทย สูงเปึนลำดับที่ ๖ ของโลกนะครับ แล้วก็เปึนลำดับที่ ๓ ของเอเชีย ลำดับที่ ๑ ของ ASEAN นี่เปึนสิ่งที่ไม่ค่อยน่ายินดีนัก ในขณะที่ประเทศเราเปึนประเทศเมืองพุทธนะครับ

ทีนี้พอมาดูสถิติผู้ต้องขังทั่วประเทศแล้วนะครับ ส่วนที่เปึนสีน้ำเงินก็คือในคดี ยาเสพติด ส่วนสีส้มก็คือคดีทั่ว ๆ ไป ทีนี้ถ้าเราดูตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าถ้าเปึนคดีทั่ว ๆ ไป นับตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ เปึนต้นมาจนถึงป้ปัจจุบัน จำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำอยู่ในสถิติ ที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ได้ลดลงนะครับ ก็คืออยู่ในระดับที่เรียกว่าทรงตัวมาโดยตลอด แต่สถิติ คดีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มขึ้นตลอดก็คือคดียาเสพติดนะครับ แล้วเพิ่งมาลดลง ตอนป้ ๒๕๖๔ การลดลงตอนป้ ๒๕๖๔ ไม่ได้หมายความว่าจำนวนคดีลดลงนะครับ เพียงแต่ วิธีการดำเนินคดีเปลี่ยนไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ก็เลยไม่ได้มีการขังผู้ต้องขัง ในคดียาเสพติดเพียงแค่นี้เองนะครับ ทีนี้ในส่วนที่มีนัยสำคัญของคดีนี้อีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องจำนวนร้อยละเท่ากับ ๗๒ นะครับ ร้อยละ ๗๒ ของคดีเปึนคดียาเสพติด สมมุติถ้าเราตัด ในส่วนนี้ออก ตัด หมายความว่า มีระบบ มีวิธีการในการจัดการผู้ต้องขังในคดียาเสพติด ออกไปเปึนอีกแบบหนึ่งอย่างนี้ เราจะสามารถลดภาระของรัฐในการดูแลผู้ต้องขังที่เรือนจำ ได้อีกนะครับ สถิติการปล่อยตัวชั่วคราว แต่อันนี้คือตัวเลขของศาลชั้นต้นที่ระบุว่า ตั้งแต่ ป้ ๒๕๖๐ จนถึงป้ ๒๕๖๔ สถิติการปล่อยชั่วคราวของศาลชั้นต้นอยู่ที่ เฉลี่ยประมาณ ร้อยละ ๙๒ คือหมายความว่า ๑๐๐ คดีที่ขึ้นสู่ศาลนะครับ ศาลมีแนวโน้มที่จะปล่อย ปล่อย หมายถึงว่าปล่อยชั่วคราวนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนสถิติที่น่าสนใจนะครับ แต่ว่าถ้าเราไปดูเปรียบเทียบกับในสไลด์ต่อไปนะครับ แม้ว่าสถิติในการพิจารณาปล่อยชั่วคราวของศาลจะสูงมากนะครับ แต่ว่าเมื่อขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ มันเปลี่ยนแปลงไป เฉลี่ยนับตั้งแต่ป้ ๒๕๖๐ ถึงป้ ๒๕๖๖ จำนวนเฉลี่ยในคดีที่มีการขัง ระหว่างพิจารณาคดีเท่ากับ ๔๒,๐๐๐ คดีนะครับ ร้อยละ ๑๘ เปึนคดียาเสพติดที่ไม่ได้รับการ ประกันตัว ซึ่งคดีที่ไม่ได้รับการประกันตัวนี้ส่วนใหญ่เปึนคดียาเสพติดนะครับ แล้วสิ่งที่ น่าสนใจเมื่อสักครู่ศาลชั้นต้นจะสั่งปล่อยชั่วคราวอยู่ที่ประมาณ ๙๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหาก ศาลชั้นต้นพิจารณาว่ามีความผิดขึ้นสู่ศาลสูง สถิติการปล่อยไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าในคดีที่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินว่ามีความผิด ศาลมีแนวโน้มที่จะ ไม่ให้ประกันตัวสูงถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ นี่จึงเปึนสิ่งที่ค่อนข้างที่จะย้อนแย้งแล้วก็มี ปัญหาพอสมควร นี่ยังไม่นับนะครับว่าในคดีที่ศาลชั้นต้นตัดสินว่าจำเลยมีความผิดหรือจำเลย รับสารภาพว่าเปึนผู้กระทำความผิด แล้วศาลชั้นต้นสั่งรอลงอาญา ทุกคดีอัยการจะอุทธรณ์ ให้จำคุกหมดนี่เปึนสิ่งที่มีปัญหาอย่างยิ่งนะครับต่อระบบที่ทำให้จำนวนนักโทษในเรือนจำ ไม่ได้มีแนวโน้มที่มันจะลดลงหรอกครับ เพิ่มขึ้นต่างหาก ถ้าหากว่าวิธีการในการจัดการคดี ยังเปึนแบบนี้อยู่

อีกอันหนึ่ง ก็คือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกได้พูด ไปแล้วนะครับว่า เรื่องเล่าของผู้ต้องขังในเรือนจำที่ได้ออกมาพูดถึงเรื่องการเรียกรับ ผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ผมจะไม่พูดเพิ่มเติม แต่ผมอยากจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้มันสะท้อน อะไรบ้างนะครับ ความแออัด ความยุ่งยาก ความไร้อิสรภาพ รวมทั้งความต้องการเลื่อนชั้น นักโทษเหล่านี้ ถูกใช้เปึนเครื่องมือหาเงินจากผู้ต้องขัง โดยผู้มีอำนาจนะครับ เรื่องนี้เท่ากับ เปึนการสูบเลือดสูบเนื้อของคนที่อยู่ในภาวะที่ลำบากที่สุดของชีวิตนะครับ เขาอยู่ในเรือนจำ ไร้อิสรภาพทั้งหมด เพียงแค่ต้องการอะไรบางอย่างที่มันจะทำให้ชีวิตดีขึ้นบ้าง มันต้องจ่ายนะครับ

อีกอันหนึ่งที่เปึนสาระสำคัญ ก็คือเรื่องของอาหารของผู้ต้องขัง ผมไปดูตัวเลข รัฐตั้งงบประมาณเปึนค่าอาหารให้ผู้ต้องขัง ๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ เฉลี่ยนะครับ เฉลี่ยวันละ ๔๕ บาทต่อคน หรือ ๑๕ บาทต่อมื้อนะครับ ในขณะที่อาหารของนักเรียนในสังกัด สพฐ. เฉลี่ย ๒๗ บาทต่อมื้อนะครับ สรุปก็คือว่าค่าอาหารด้วยเฉลี่ยของผู้ต้องขัง ๑๕ บาทต่อมื้อ น้อยกว่านักเรียนจริงนะครับ แต่หมายความว่ามีการตั้งงบประมาณเปึนค่าอาหารให้แก่ ผู้ต้องขังในเรือนจำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าอาหารที่อยู่ในเรือนจำเปึนอาหารที่แย่มาก แย่จนผู้ต้องขังจำนวนมากไม่สามารถกินอาหารในเรือนจำได้ ต้องซื้อ เรื่องนี้ละครับ เปึนสาระสำคัญ ท่านลองคิดดูนะครับ คือผู้ต้องขังเฉลี่ยประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐ คนใช่ไหมครับ ถ้าเราตีว่าครึ่งหนึ่งต้องซื้ออาหารกินเอง วันหนึ่งเท่ากับ ๑๕๐ บาท ป้หนึ่ง ๓๖๕ วัน ทั้งหมดนี้ มันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเฉพาะการคำนวณตัวเลขคร่าว ๆ ของ ผู้ต้องขังที่ต้องซื้ออาหารกินเอง เฉลี่ยป้หนึ่งเท่ากับ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราดูลึกไปว่า คนที่ขายอาหารหรือคนที่คุมการขายอาหารให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำเปึนใครนะครับ เราจึง จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะโดยตั้งใจก็แล้วแต่ได้ทำให้มีเม็ดเงิน หมุนเวียนในอุตสาหกรรมเรือนจำที่มันสูงมาก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราไม่สามารถจัดการ สิ่งเหล่านี้ได้นะครับ การแก้ไขปัญหาการลดจำนวนนักโทษในเรือนจำมันจึงเปึนไปได้ยากมาก เพราะว่ามีคนอีกกลุ่มหนึ่งได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากปัญหาเหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าต้องอาศัยเจตจำนงที่แน่วแน่ของรัฐบาลอย่างมาก ๆ ถึงจะแก้ไขปัญหาสิ่งเหล่านี้ได้ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือปทุมวัน สาทร และราชเทวี วันนี้ดิฉันมาอภิปรายสนับสนุนรายงานแก้ไขปัญหาเรื่องนักโทษล้นเรือนจำค่ะ ท่านประธาน จากที่ทางกรรมาธิการได้ชี้แจงไปว่าขณะนี้มีผู้ต้องขังทั้งหมด ๒๙๘,๐๐๐ คน และคดียาเสพติดมีมากที่สุดถึง ๒๐๐,๐๐๐ คน ดิฉันขอเน้นย้ำไปยังกรณีของผู้ต้องขัง คดียาเสพติดค่ะ แม้จะมีประชากรเพียง ๗๐ ล้านคนในประเทศเรานะคะ แต่มีประชากร ในเรือนจำมากเปึนอันดับ ๖ ของโลกค่ะท่านประธาน อัตราการคุมขังของเพศหญิง ในประเทศไทยสูงที่สุดในโลก มีนักโทษหญิง ๖๖.๔ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ทั่วประเทศเรา กรมบริหารจัดการเรือนจำกลาง เรือนจำจังหวัด เรือนจำอำเภอ และทัณฑสถาน อื่น ๆ ทั่วประเทศไทย จำนวน ๑๔๔ แห่ง มีผู้ต้องขังหญิงทั้งหมด ๔๕,๗๙๖ คน คิดเปึน ร้อยละ ๑๓.๗ และชาย ๒๘๘,๔๘๓ มีรายงานความแออัดยัดเยียดในเรือนจำทั้ง ๑๑๔ แห่ง และความสามารถอย่างเปึนทางการของเรือนจำอยู่ที่ ๒๑๗,๐๐๐ แห่ง ณ เดือนกันยายน ๒๕๕๘ ภายในต้นป้ ค.ศ. ๒๐๒๐ ที่ผ่านมาจำนวนนักโทษในเรือนจำเพิ่มเปึน ๓๗๔,๐๕๒ คน โดยในจำนวนนี้ ๒๘๘,๐๐๐ คน เปึนผู้ต้องขังคดียาเสพติดทั้งสิ้น มีการเยียวยาหลายอย่าง เพื่อลดจำนวนประชากรในเรือนจำ หนึ่งในนั้นได้แก่ค่าปรับ หรือโปรแกรมการฟุ๋นฟู สมรรถภาพ หรือเขาเรียกว่า Rehabilitation แทนโทษจำคุก และบริการชุมชนแทนค่าปรับ การคุมขังในบ้านด้วยการติดตามข้อเท้า และลดทอนความเปึนอาชญากรรมของพืชกัญชา ล่าสุด และโทษจำคุกอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ดีค่ะเรือนจำก็ยังมีความแออัดยัดเยียด ที่ส่งผลให้ผู้ต้องขังได้รับอาหารไม่เพียงพอ งบประมาณอาหาร ก๊าซหุงต้มในเรือนจำ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๖ ๔๙ บาทไม่ขึ้นค่ะ ตั้งแต่นักโทษ ๑ คน จำกัดไว้ที่จำนวนประชากรโดยเฉลี่ย ๑๙๐,๒๐๐ คน ซึ่งน้อยกว่างบประมาณนักโทษมากกว่า ๓๕๐,๐๐๐ คน ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ ผู้ต้องขังจำนวนมากพบว่า มีวิถีชีวิตที่ยากลำบาก เฉพาะอาหารที่รัฐจัดหาให้เท่านั้น หากสามารถซื้อได้ก็จะรับอนุญาตให้ใช้จ่ายในร้านค้าในเรือนจำได้ถึงแค่ ๓๐๐ บาทต่อวัน เท่านั้นค่ะท่านประธาน เรือนจำทั้ง ๘ แห่งของประเทศไทย มีผู้ต้องขังหญิงเยอะที่สุด เรือนจำที่เหลือมีผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง โดยแยกเปึนโซนบุคคลข้ามเพศ มีจำนวน ๔,๕๐๐ คนในเรือนจำค่ะ แต่เขาต้องพักร่วมกับนักโทษชาย ซึ่งเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะเพศสภาพของเขาไม่ได้เหมือนกับเพศชายทั่วไปค่ะ แต่บางคนก็มีห้องนอนแยกกันค่ะ ท่านประธาน การค้ายาเสพติดในประเทศไทยจากรายงานของ UNODC หรือสหประชาชาติ มี ๗๑ พันล้าน U.S. Dollar หรือ ๒.๒ ล้านล้านบาทต่อป้ เพิ่มขึ้นจาก ๔ เท่าเมื่อป้ ๒๕๖๓ แต่นอกเหนือจากนั้นจำนวนการผลิตวัตถุดิบที่ทำเปึนยาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในภูมิภาคนี้ ต้นทุนด้านมนุษย์ หรือทรัพยากรมนุษย์ก็มักไม่ได้รับการรายงานค่ะท่านประธาน และวัฒนธรรมของการลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในการค้ายาเสพติดก็ดำเนินการต่อไป การคอร์รัปชันในพื้นที่สีเทาอย่างพื้นที่ตามชายแดน ที่กระตุ้นให้เกิดการค้ายาเสพติด และผลักดันให้การค้ายาเสพติดนั้นอยู่เพียงใต้ดินค่ะท่านประธาน แนวทางของรัฐบาลไทย ในการดูอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และระบบยุติธรรมยังสร้างวัฒนธรรมที่กระตุ้น ให้ก่อการเกิดดำเนินคดีการจำคุก การคอร์รัปชันอย่างไม่สิ้นสุดเปึนวงจรอุบาทว์ ตามชายแดนค่ะท่านประธาน ภาคเหนือของประเทศไทยที่มีพรมแดนติดกับพม่า เปึนศูนย์กลางของการผลิตยาบ้า สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั่วโลกค่ะ รายงานของ สหประชาชาติชี้ชัดว่า เราเปึนผู้ส่งออกยาบ้ารายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่ะ ท่านประธาน เปึนเรื่องที่ก็ Fair หรือว่าก็สามารถที่จะกล่าวได้ว่ายาบ้าเปึนกระดูกสันหลัง ทางการเงินของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติในประเทศเรา และกลุ่มชาติพันธุ์ที่ติดอาวุธ ในภูมิภาค และมูลค่าการค้ายามูลค่ากว่า ๗๑ หมื่นล้าน U.S. Dollar คิดเปึนมูลค่า ๖๑ หมื่นล้าน U.S. Dollar หรือ ๑.๙ ล้านล้านบาทไทยค่ะท่านประธาน แต่สิ่งที่มักพลาดไปก็คือสำหรับกลุ่มคนที่ไร้สัญชาติจำนวนมากที่อยู่รอบ ๆ ภูมิภาคทาง ภาคเหนือของเราและปลูกฝ่ืนเปึนหนทาง เปึนวิถีชีวิตในการอยู่รอดค่ะท่านประธาน สำหรับ หลาย ๆ คนปลูกฝ่ืนเปึนพืชเศรษฐกิจค่ะ สถิติล่าสุดราคาฝ่ืนดิบกิโลกรัมละ ๘๐๐ บาท เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีคนประมาณ ๑๑๓,๕๕๐ คนจากภูมิภาคนี้ ปลูกฝ่ืนเปึนพืชเศรษฐกิจ ค่ะท่านประธาน พวกเขากำลังมีการผลิตฝ่ืนดิบรวม ๗๕,๗๐๐ กิโลกรัม แม้ว่าประเทศไทย ได้ยกเลิกโทษทางอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดมากกว่า ๑๐๐ รายการ รวมถึงโคเคน มอร์ฟ้น ฝ่ืน Oxytocin Fentanyl Codeine เพื่อใช้ทางการแพทย์และการวิจัยในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ แต่การครอบครองและมอบให้กับองค์กรภาครัฐ ร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต และพนักงานสาธารณสุขค่ะ นั่นหมายความว่าสำหรับครอบครัวในพื้นที่ที่ทำการเกษตรกรรม ทางด้านการปลูกฝ่ืน ไม่เพียงแต่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อยังชีพและปลูกพืช ที่ดูเหมือนผิดกฎหมายเท่านั้น แต่พวกเขายังถูกบังคับภายใต้การคุ้มครองและกำกับดูแล ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตหรือเปึนแก๊งค้ายา หรือที่เขาเรียกว่าเปึนพ่อค้าคิงพิน (Kingpin) การโฆษณาชวนเชื่อและตีตราค่ะท่านประธานเปึนอีกหนึ่งปัญหาค่ะ นักวิชาการยังโต้แย้งว่า มีวัฒนธรรมของการตีตราบาปผู้กระทำผิดด้านยาเสพติดค่ะ และผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดี ยาเสพติดค่ะท่านประธาน วัฒนธรรมแห่งการไม่ต้องรับโทษของเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมค้าขายยา เสพติดค่ะและวัฒนธรรมแห่งการตีตราบาปให้กับเด็กส่งยาหรือว่าคนที่เปึนพ่อค้ารายย่อย แม่ค้ารายย่อยค้ายาเสพติด มีการตีตราบาปที่มีส่วนให้เกิดบรรยากาศที่ชีวิตของผู้กระทำผิด เกี่ยวกับยาเสพติดไร้ความหมายและไม่มีใครเหลียวแลค่ะท่านประธาน เจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัยแทบจะสั่งความยุติธรรมตามที่เห็นสมควรค่ะ การยกเลิกโทษจำคุกข้อหา ยาเสพติดสำหรับกลุ่มผู้เสพเพื่อลดความแออัดของเรือนจำ เน้นการ Rehabilitation หรือ การฟุ๋นฟูสมรรถภาพสำหรับผู้ติดยาเสพติด การฝ๊กอาชีพ การศึกษา การแทนที่การจำคุก ด้วยระบบ Day-fine หรือการจำคุกด้วยการลงโทษทางการเงินตามรายได้และความมั่งคั่ง ของบุคคลนั้น หรือปรับตามฐานานุรูปค่ะท่านประธาน การจัดตั้งศาลยาเสพติด หรือที่ เรียกว่า Drug Court สำหรับผู้ติดยาเสพติดโดยเฉพาะ จะไม่มีโทษจำคุกค่ะท่านประธาน แต่เน้นไปที่การฟุ๋นฟูสมรรถภาพและสุขภาพจิตเท่านั้น ใช้วิธีการเข้าหาเหยื่อแทนที่จะปฏิบัติ กับเขาเหมือนอาชญากรค่ะ ยกตัวอย่าง Model สารเสพติดของนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และ สหรัฐอเมริกาค่ะท่านประธาน กระบวนการที่สะอาดสำหรับอดีตนักโทษที่ไม่เคยกระทำผิดซ้ำ ในช่วงเวลา ๗ ป้ควรจะล้างมลทินให้เขาค่ะ ไม่ต้องไปตีตราบาปเขา ไม่ให้เขามีประวัติ ทางอาชญากรรมที่จะมาหางานทำไม่ได้ เพราะส่วนมากผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยเปึนคนยาก คนจน เขายากลำบาก ไม่มีใครเกิดมาแล้วคิดว่าชาตินี้อยากจะค้ายาเสพติดไปจนตัวตาย หรอกค่ะท่านประธาน หยุดการตีตราสังคมต่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรืออดีต นักโทษคนเคยกระทำผิดแล้วก็สามารถที่จะให้อภัยได้ เมื่อเขาได้รับโทษไปแล้วค่ะ ท่านประธาน

และสุดท้ายการยกระดับทักษะแรงงาน หรือ Upskill Reskill ให้กับผู้ต้องขัง ค่ะท่านประธาน ควรให้มีการศึกษา ไม่ว่าจะเปึนระดับอาชีวศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย การศึกษาเปึนประเด็นสำคัญ วิธีการสอนในการคิดเชิงวิเคราะห์ที่ไม่ได้เปึนการ ล้างสมองของผู้คนในเรือนจำ นักเรียนควรได้รับการส่งเสริมให้อภิปรายและแสดงทักษะทาง คิดเชิงวิเคราะห์ การคิดเชิงวิพากษ์ในเรือนจำ เพราะนั่นคือจุดที่คุณพัฒนาทักษะเหล่านี้ ผู้ต้องขังควรเข้าถึงกองทุนการศึกษาที่เท่าเทียม และการพัฒนาการฝ๊กอบรมสายอาชีพ เพื่อประกอบอาชีพในอนาคต จะได้ไม่ต้องไปทำอาชีพเดิมค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านประธานสรุปหรือเปล่าครับ เชิญครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการ

เดี๋ยวมีท่าน อนุกรรมาธิการ ท่านอังคณา นีละไพจิตร ชี้แจงต่อสมาชิกครับ หลังจากนั้นผมจะสรุปนิดหนี่ง ท่านประธานครับ

นางอังคณา นีละไพจิตร ผู้แทนคณะกรรมาธิการ 🔗

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน อังคณา นีละไพจิตร ในฐานะอดีตอนุกรรมาธิการ ลำดับแรกต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะที่กรุณาให้ความเห็นนะคะ รวมถึงข้อกังวล และห่วงใยต่อปัญหาผู้ต้องขังล้นคุกและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษด้วยการจำคุก ดิฉันอยากจะเรียนเบื้องต้นนะคะว่า การจำคุกโดยคำพิพากษาของศาลถือเปึนการลงโทษ โดยการจำกัดเสรีภาพ แต่การจำกัดเสรีภาพไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องขังหรือนักโทษจะต้องถูก จำกัดสิทธิอย่างอื่น ดังนั้นผู้ต้องขังจึงยังมีสิทธิอย่างอื่นเช่นเดียวกับพลเมืองทั่วไป ไม่ว่าจะเปึน สิทธิทางการศึกษา สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือว่าสิทธิในการที่จะสื่อสารกับครอบครัว เปึนต้น ในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทางกรรมาธิการก็ได้ระบุไว้ในรายงาน แล้วก็ข้อเสนอแนะนะคะ เนื่องจากว่าเรือนจำเองก็ค่อนข้างกังวลในเรื่องความปลอดภัยของ เรือนจำ ดังนั้นจึงมีการ Sensor หนังสือพิมพ์ก็จะถูกตัดออกในบางกรอบที่อาจจะเปึนเรื่อง อ่อนไหว ตรงนี้เลยทำให้มีปัญหาว่าผู้ต้องขังหรือนักโทษจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในเรือนจำ เปึนเวลานานหลายป้ เวลาที่ออกไปข้างนอกจะไม่สามารถเข้าใจในบริบทของสังคม ที่เปลี่ยนไปได้เลย ดังนั้นกรรมาธิการจึงเห็นว่าแม้ผู้ต้องขังหรือนักโทษจะถูกจำกัดเสรีภาพ แต่เขายังต้องได้รับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตามสมควร

ประการต่อไปนะคะ คำถามที่ท่านกังวลในเรื่องของผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่าง การพิจารณาคดี ซึ่งต้องคำนึงถึงและเคารพหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าทุกคนคือผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลมีคำพิพากษา และจะปฏิบัติต่อผู้นั้นเสมือนเปึนผู้กระทำผิดมิได้ ในกรณีเรื่องของ Demand Prison นี้ได้มีการริเริ่มตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมา และจนกระทั่งรัฐบาลปัจจุบัน ก็พยายามที่จะทำให้ดีขึ้น กว้างขวางขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ในหลาย ๆ ประการ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของงบประมาณ ที่สำคัญก็คือบุคลากรของราชทัณฑ์เอง ทำให้การแยกเขตในการที่จะ จัดเปึนพื้นที่ของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังไม่สามารถที่จะกระทำได้ทั่วประเทศ สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลพยายามจะทำอยู่ ก็คือการทำอย่างไรที่ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี อย่างเมื่อเวลาไปศาลเขาจะเหมือนกับคนปกติ เขาอาจจะแต่งตัว ถ้าหากว่าเขาไม่ได้ถูกจัด อยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีเขาก็จะต้องใส่ชุดนักโทษ แต่ตอนนี้ก็ได้ เปลี่ยนเปึนชุดธรรมดา กางเกง Warm ท่านอาจจะบอกว่าน่าจะมีสูท แต่ตรงนี้ก็ต้องดูที่ บริบทของประเทศไทยด้วยนะคะ สิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการเห็นและควรที่จะเน้นย้ำกรณีของ ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีก็คือเวลาที่จะไปศาล ผู้ต้องขังหรือนักโทษกลุ่มนี้ยังต้อง ถูกพันธนาการ ดิฉันยกตัวอย่างเรือนจำมีนบุรีที่หลายท่านได้กล่าวถึง ผู้ต้องขังเหล่านี้เวลา ที่ไปศาล เนื่องจากจำนวนบุคลากรราชทัณฑ์มีจำนวนจำกัด ก็เลยทำให้ไม่สามารถที่จะมี บุคลากรที่เพียงพอในการที่จะนำผู้ต้องขังไปศาล จึงต้องใช้พันธนาการคือกุญแจเท้า ตรงนี้ ต้องขอขอบคุณทางศาลอาญามีนบุรีนะคะ ศาลได้มีความเห็นและประสานกับทางราชทัณฑ์ว่า กรณีที่นำผู้ต้องขังไปศาล ศาลจะให้ตำรวจศาลมาช่วยในการดูแลผู้ต้องขัง โดยขอให้ราชทัณฑ์ ปลดกุญแจเท้าออก และให้เหลืออย่างมากที่สุดเพียงแค่กุญแจมือ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเปึน ความร่วมมือระหว่างราชทัณฑ์กับศาล แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกศาลจะมีตำรวจศาล หรือ Court Marshal ที่เพียงพอ หรือ Demand Prison จะมีขึ้นทั่วประเทศ วันนี้ก็ยังมี ข้อจำกัดอีกมาก ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งหนึ่งซึ่งเปึนความก้าวหน้า แล้วก็ยังเปึนความท้าทายต่อราชทัณฑ์อยู่ ในเรื่องของระบบสุขภาพที่ท่านพูดถึงต้องยอมรับว่าในระบบสุขภาพของราชทัณฑ์มีการ พัฒนามานานมากนะคะ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยตรวจสอบในเรื่องการเข้าถึง ระบบประกันสุขภาพของผู้ต้องขังและนักโทษในเรือนจำนะคะ กรรมการสิทธิมนุษยชน มีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงยุติธรรมว่า ในฐานะของพลเมืองทุกคนต้องมีสิทธิในการเข้าถึง ระบบประกันสุขภาพ ดังนั้นควรที่จะโอนสิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังหรือนักโทษ ทุกคนเข้ามาอยู่ที่ราชทัณฑ์ เพื่อที่ผู้ต้องขังหรือนักโทษจะได้ใช้สิทธินั้น เนื่องจากว่าราชทัณฑ์เอง ก็มีงบประมาณจำกัด ทำให้ระบบการรักษาในราชทัณฑ์เองเปึนไปอย่างจำกัดไปด้วย ซึ่งวันนี้ ก็ต้องยอมรับนะคะว่า น่าจะมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีการโอนสิทธิในหลักประกันสุขภาพ ของผู้ต้องขังหรือนักโทษไปที่เรือนจำแล้ว และทำให้การพัฒนาในเรื่องของการเข้าถึงบริการ สุขภาพดีขึ้น กรณีที่ผ่านมา เช่นการระบาดของโควิด-๑๙ เราจะพบว่าทาง WHO ได้ส่ง หนังสือเตือนทั่วโลกให้ระมัดระวังในเรื่องการเสียชีวิตของนักโทษจำนวนมากที่อยู่ในเรือนจำ เนื่องจากว่ามีหลายประเทศนะคะ เนื่องจากความแออัดทำให้การระบาดเปึนไปอย่างรวดเร็ว ก็ต้องยอมรับนะคะว่าการจัดการของราชทัณฑ์เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีผู้ต้องขัง หรือนักโทษที่เสียชีวิตนับว่าเปึนจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับเรือนจำอื่นทั่วโลกนะคะ อย่างไรก็ดีสิ่งหนึ่งซึ่งกรรมาธิการเห็นแล้วก็เขียนไว้ในรายงานก็คือ เรื่องของระบบการส่งต่อ ซึ่งยังเปึนข้อท้าทายต่อกรมราชทัณฑ์มากนะคะ ในการรักษาในเรือนจำเอง ถ้าโรงพยาบาล ราชทัณฑ์ก็จะมีที่กรุงเทพฯ ที่เปึนโรงพยาบาลใหญ่ มีเครื่องฟอกไตตั้งหลายเครื่องนะคะ สามารถที่จะขอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านสมอง ด้านอะไรต่อมิอะไรเข้ามาช่วยดูแล นักโทษได้ แต่ในเรือนจำในจังหวัดอื่นยังไม่ได้เปึนเช่นนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเปึนสิ่งหนึ่ง ซึ่งราชทัณฑ์เองก็จำเปึนที่จะต้องมีการปรับปรุงนะคะ นอกจากนั้นดิฉันอยากจะเล่าให้ฟังว่า เนื่องจากบุคลากรราชทัณฑ์เองมีจำกัด กลางคืนถ้าใครเจ็บป์วยก็จะต้องอยู่แบบนั้นจนถึงเช้า เคยมีคนที่เสียชีวิตในตอนกลางคืน ศพก็ต้องอยู่ตรงนั้นจนเช้าจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาเอาตัว ออกไป เพราะตอนกลางคืนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะมีจำนวนน้อยมาก ดิฉันคิดว่าในการพิจารณา งบประมาณของกระทรวงยุติธรรมในส่วนของราชทัณฑ์จึงมีความจำเปึนที่จะต้องมีการ คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนในการที่จะดูแลผู้ต้องขังทุกคน การให้มีงบประมาณที่เพียงพอ แล้วก็เหมาะสมในการที่จะดูแลผู้ต้องขังหรือนักโทษจึงเปึนเรื่องสำคัญ และมีความจำเปึน

กรณีของคุณบุ้ง เนติพร ที่เสียชีวิต ดิฉันคิดว่าตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แล้วดิฉันก็คิดว่าทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตเองก็พยายามที่จะนำเรื่องนี้ขึ้นสู่กระบวนการ พิจารณาของศาล รายงานฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงนะคะ เนื่องจากเราป่ดเล่มก่อนที่คุณเนติพร จะเสียชีวิต แต่ดิฉันเชื่อว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องหนึ่งที่จะเปึนกรณีตัวอย่างที่ทำให้ราชทัณฑ์ต้อง พัฒนาในการที่จะดูแลผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่อดอาหาร ในทางสากลสหประชาชาติ ค่อนข้างกังวลมากนะคะ สิทธิในการอดอาหารเปึนสิทธิส่วนบุคคล จะไม่มีใครสามารถที่จะไป บอกให้คนที่ต้องการอดอาหารเพื่อประท้วงได้นะคะ แต่อย่างไรก็ดีภายหลังการอดอาหาร บุคคลเหล่านั้นจำเปึนต้องได้รับการดูแลอย่างดีตามหลักในการดูแลสุขภาพ เพราะช่วงของ การอดอาหารเปึนช่วงที่เรียกว่าเปึนช่วงวิกฤติสำคัญหนึ่งที่กว่าที่คนอดอาหารมานานจนมา เริ่มรับประทานอาหารจะผ่านช่วงนี้ไปได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเปึนเรื่องใหม่ของราชทัณฑ์เองนะคะ ที่คงจะต้องพยายามที่จะหาแนวทาง หรือหามาตรฐานในการที่จะดูแลผู้ต้องขังที่อดอาหาร ก็มีอยู่ทั่วโลกนะคะ แต่ว่าในประเทศไทย ก็คงมีคุณเนติพรเปึนกรณีแรกที่เสียชีวิต

ในเรื่องของการพักโทษ หลายท่านกังวลในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ความไม่ เท่าเทียม ดิฉันอยากจะขอให้ท่านไปดูในรายงานหน้า ๗๐ กรรมาธิการได้เชิญทางราชทัณฑ์ มาให้ข้อมูลในเรื่องของการพักโทษ ราชทัณฑ์ได้เล่าให้ฟังว่า แนวทางในการที่จะออกระเบียบ เรื่องการพักโทษมาจากการที่ท่านราชทัณฑ์ได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเขามี กฎหมายเรียกว่า Sentencing Act 2000 กฎหมายนี้ออกในป้ ๒๐๐๐ กฎหมายฉบับนี้ เปึนความพยายามร่วมกันระหว่างฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติและตุลาการ โดยการที่ฝ์าย บริหารมีเจตจำนงทางการเมืองในการที่จะลดจำนวนคนที่ต้องโทษ ต้องขังนะคะ จึงมีการ หารือกับฝ์ายนิติบัญญัติ และฝ์ายนิติบัญญัติก็เปึนผู้ที่ออกกฎหมาย โดยศาลจะเปึนผู้พิจารณา ว่าใครบ้างควรที่จะได้รับการพักโทษนะคะ และพักโทษอย่างไร ดังนั้นวันนี้หลายท่านที่ เปึนห่วงสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่เราได้เขียนไว้ในรายงานก็คือว่า ในเรื่องของการพักโทษวันนี้ยังอยู่ ในอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์และผู้บัญชาการเรือนจำ โดยที่กระบวนการเหล่านี้ ไม่ได้ผ่านศาล ในข้อสังเกตนะคะ กรรมาธิการได้ให้ข้อสังเกตว่า ในระหว่างที่เรายังไม่มี กฎหมายก็ควรที่จะมีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อที่จะพิจารณา โดยคณะกรรมการชุดนี้ ต้องประกอบด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน สังคม แล้วก็ต้องคำนึงถึงสัดส่วน หญิงชายด้วยนะคะ ในเรื่องของผู้ต้องขังหญิงเราได้เขียนไว้ค่อนข้างละเอียด ในเรื่องการนำ ข้อกำหนดกรุงเทพมาใช้ ทำอย่างไรที่ผู้ต้องขังหญิงจะเข้าถึงเรื่องของ Reproductive Health เรื่องของอนามัยเจริญพันธุ์ ผู้ต้องขังที่มีรอบเดือน ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร หรือกรณี การตรวจร่างกายเพื่อที่จะหาโรคที่เกี่ยวกับทางอนามัยเจริญพันธุ์ แล้วก็ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ ทำอย่างไรที่จะมีบริการให้ผู้ต้องขังทั้งหญิงและชายได้เข้าถึงการปรึกษาหารือกับจิตแพทย์ ด้วยนะคะ

สุดท้ายค่ะ สิ่งหนึ่งที่ยังเปึนข้อกังวลก็คือเรื่องผู้ต้องขังข้ามเพศ ในประเทศไทย มีเพียงบางจังหวัดที่มีเรือนจำ หรืออาจจะเปึนพื้นที่พิเศษสำหรับผู้หญิงข้ามเพศ แต่ว่า ไม่ได้มีทุกจังหวัด ที่พัทยามี ดังนั้น เพื่อปัองกันการล่วงละเมิดทางเพศก็ควรที่จะมีสถานที่คุม ขังพิเศษสำหรับบุคคลข้ามเพศด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประธาน คณะกรรมาธิการจะขอชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ขออนุญาตเรียนชี้แจงเพิ่มเติมนิดเดียว แล้วก็จะสรุปดัง ในตอนท้าย คืออย่างนี้ครับมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับตัวเลขของจำนวน ผู้ต้องขัง ดูในรายงานแล้วอาจจะไม่ตรงกับสภาพปัจจุบัน อย่างที่ผมได้เรียนตั้งแต่ต้นว่า รายงานฉบับนี้ เราได้หยิบยกรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการสภาชุดที่แล้วมาศึกษา เพิ่มเติม และอีกอย่างจำนวนผู้ต้องขังในการเข้าเรือนจำ ออกเรือนจำแต่ละวัน ตัวเลขมันจะ คลาดเคลื่อนตลอดนะครับ ดังนั้นในเรื่องของตัวเลขจำนวนผู้ต้องขังเกี่ยวกับคดียาเสพติด แล้วก็ผู้ต้องขังทั้งหมดทั่วประเทศอาจจะไม่ตรงกันกับสภาพปัจจุบัน กับรายงานฉบับนี้

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ที่เราศึกษาเราไม่ใช่เฉพาะเอารายงานของชุดที่แล้ว มาศึกษาอย่างเดียว เราได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็มีการประชุมอนุกรรมาธิการ ทั้งหมด ๑๑ ครั้ง มีการศึกษาดูงานในเรือนจำในปัจจุบัน สภาพปัจจุบันอีกหลายแห่ง จึงเปึน ที่มาของสรุปรายงานนะครับ แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะการย้ายเรือนจำ ปัจจุบันเรือนจำที่ยังไม่ได้ สร้างกับศาลที่ก่อตั้งขึ้นใหม่อีก ๑๓ แห่ง ยังไม่ได้มีการสร้าง นั่นคือประเด็นหนึ่งที่ปรากฏ อยู่ในรายงานฉบับนี้ สุดท้ายขอบคุณทางเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ที่ได้ให้ความสนใจ ได้อภิปรายเสนอแนะให้ความเห็นต่อรายงานฉบับนี้ แล้วก็ตอนต้นของที่ทางกรรมาธิการ ได้เสนอต่อสภา ขอบคุณท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ที่ได้มาฟังรายงานฉบับนี้ แล้วก็คิดว่า รายงานฉบับนี้จะเปึนประโยชน์ในการที่จะไปปรับปรุงแก้ไขสภาพเรือนจำตามที่เราได้มี การศึกษา ขอบพระคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว สมาชิกไม่มีผู้ใดขอซักเพิ่มเติมนะครับ ก็ถือว่าท่านสมาชิกไม่ได้มีความเห็นคัดค้านตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอ ผมจึงจะขอถาม จากที่ประชุมว่ามีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับที่ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ถ้าไม่มี ผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่น ไม่คัดค้านนะครับ ผมก็จะอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบให้ดำเนินการต่อไปนะครับ ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ขอบคุณคณะกรรมาธิการ มากครับ ขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับ ต่อไป เชิญครับ เห็นยกมือครับ

เรื่องด่วน

- เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเกี่ยวกับการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรตุลาการในเวทีสาธารณะ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ในการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเกี่ยวกับการแสดงออก ของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตุลาการในเวทีสาธารณะ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชน จนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และการปฏิบัติหน้าที่ของ องค์กรอิสระ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาดำเนินการต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง เกินกว่าจำนวน ๕ ท่าน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาในการอภิปรายถึงหลักการและเหตุผลในการเสนอญัตติ ก่อนที่ผม เชื่อว่าจะมีผู้ร่วมอภิปราย เพื่อนสมาชิกหลายท่านแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว ก่อนที่พวกเราจะมีมติตามขั้นตอนต่อไปนะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก่อนที่จะ ดำเนินการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เนื่องจากว่าข้อบังคับการประชุมของสภาได้กำหนดว่า ต้องพิจารณาเรียงตามลำดับนะครับ เพราะฉะนั้นจะสอบถามจากที่ประชุมว่าท่านเห็นด้วย หรือไม่ครับว่าจะนำญัตติด่วนขึ้นมาพิจารณาก่อนญัตติอื่นที่ตามมา มีผู้ใดขัดข้องหรือไม่ครับ ยังมีผู้เสนออีกท่านหนึ่งนะครับ ถ้าอย่างนั้นคุณณัฐพงษ์อย่าเพิ่งอภิปรายนะครับ จะมีผู้เสนอ อีกท่านหนึ่ง เชิญครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยโดยกระผม อดิศร เพียงเกษ ขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา มีเนื้อหา สาระคล้าย ๆ กับท่านหัวหน้าพรรคประชาชนได้เสนอไปต่อท่านประธาน คือ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเกี่ยวกับการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตุลาการ ในเวทีสาธารณะ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชนจนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎรไปสู่องค์กร ที่เกี่ยวข้อง คือศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาต่อไป ขออนุญาตขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ส่วนรายละเอียดนี้รับแล้วจะได้ อภิปรายในลำดับต่อไปครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าเพิ่งอภิปรายครับ เนื่องจากว่าญัตตินี้เสนอขึ้นมาเพื่อพิจารณาเปึนญัตติด่วน แต่ข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดไว้ว่า ที่ประชุมต้องพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุม ถ้าจะนำระเบียบวาระอื่นขึ้นมาประชุมนั้น ต้องได้รับอนุญาตจากที่ประชุม เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตจากที่ประชุมว่า จะขอนำญัตติด่วน ทั้ง ๒ ญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนญัตติอื่น ๆ ที่ได้มีอยู่ในระเบียบวาระอยู่แล้ว มีผู้ใดขัดข้อง ไหมครับ ไม่มีผู้ใดขัดข้อง ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบให้พิจารณา ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ก่อนญัตติตามระเบียบวาระอื่น ๆ เพราะฉะนั้นขอให้ผู้อภิปราย อภิปรายได้นะครับ ท่านแรกเลยครับ ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เชิญครับ ก่อนที่จะอภิปรายเรื่องนี้ ผมอยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกทราบว่า เนื่องจากว่า อาจจะมีกล่าวถึงบุคคลภายนอกและองค์กรทางตุลาการ การกล่าวถึงบุคคลภายนอก เนื่องจากว่าเรามีการถ่ายทอด เพราะฉะนั้นเราจะไม่คุ้มครองตามกฎหมายเมื่อมีการถ่ายทอด ไม่มีการประชุมลับ บุคคลภายนอกสามารถจะฟัองร้องได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากให้ พึงระวังในประเด็นที่กล่าวถึงบุคคลภายนอก เปึนประเด็นที่เขาจะฟัองร้องได้ไม่ว่าประเด็นใด เพราะว่าสภาไม่สามารถจะคุ้มครองได้ เพราะเปึนบุคคลภายนอก

ในประการที่ ๒ ถ้าจะกล่าวถึงองค์กรทางตุลาการก็ให้พึงระวังในเรื่องของ การละเมิดอำนาจของศาล ไม่ว่าจะเปึนศาลรัฐธรรมนูญ ศาลใด ๆ ผมเข้าใจว่าพวกเราคง เข้าใจกฎหมายนี้อยู่แล้ว ขอให้พึงระมัดระวังใน ๒ ประการ ประการที่ ๑ บุคคลภายนอก ประการที่ ๒ การละเมิดอำนาจของฝ์ายตุลาการ เพราะฉะนั้นก็ดำเนินการได้นะครับ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณท่านประธาน ในความห่วงใย แล้วก็ผมเชื่อว่าผมและเพื่อนสมาชิกก็จะปฏิบัติทุกอย่างตามข้อบังคับ แล้วก็ ตามกฎหมายอภิปรายอยู่ในกรอบ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาต ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่ออภิปรายถึงหลักการและเหตุผลในการเสนอญัตติดังกล่าว ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากประเด็นเมื่อวานที่มีหน้าข่าวเปึนที่วิพากษ์วิจารณ์อย่าง กว้างขวางในสังคม กรณีที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งขึ้นไปบรรยายในเวทีสาธารณะ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีการแสดงความคิดความเห็นที่ระบุถึงพรรคประชาชนโดยตรง ในการที่บอกว่า พวกเราจะต้องขอบคุณท่านที่ท่านได้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล จนนำมาสู่การที่ พรรคประชาชนได้รับยอดบริจาคสูงถึง ๒๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการแสดง ความคิด ความเห็นแบบนี้ในเวทีสาธารณะของบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งเปึนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องมีการคิดไตร่ตรองอย่างดีครับว่าเปึนการแสดงทัศนคติส่วนตัว หรือเปึนการแสดงทัศนคติที่ส่วนหนึ่งนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่ของท่าน ในฐานะ องค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ถ้าเปึนการแสดงความคิด ความเห็นส่วนตัวทั่วไป ผมคิดว่าไม่ขัดข้องครับ แต่เนื่องจากว่าเปึนการแสดงความคิด ความเห็นที่ท่านเอง เปึนองค์คณะตุลาการที่ท่านได้พิพากษาประหารชีวิตพรรคการเมือง โทษสูงสุดประหารชีวิต พรรคการเมือง คือการยุบพรรคการเมือง แล้วท่านออกมาแสดงความคิด ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวแบบนี้ เชิงประชดประชัน หรือถากถางว่าพวกเราต้องขอบคุณท่าน ผมคิดว่าแบบนี้เปึนความชอบธรรมของ สภาผู้แทนราษฎรของประชาชนที่กำลังรับฟังอยู่ ที่เราในฐานะตัวแทนปวงชนผู้ทรงอำนาจ สูงสุด ควรจะต้องตั้งคำถามได้ครับ ต่อองค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หมวด ๒ ว่าด้วยจริยธรรมอันเปึน ค่านิยมหลัก ข้อ ๑๓ มีบทบัญญัติไว้ว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความยุติธรรม เปึนอิสระ เปึนกลาง และปราศจากอคติ ข้อ ๑๗ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องไม่กระทำการใด ๆ ให้เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์และการดำรงตำแหน่ง ท่านประธานครับ จากการแสดงทัศนคติบนเวทีสาธารณะแบบนี้ ท่านคิดว่าเปึนการแสดงทัศนะคติที่เปึนกลาง หรือไม่ครับ เปึนการแสดงทัศนะคติที่สาธารณชนสามารถตั้งคำถามได้หรือไม่ครับ ว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินยุบพรรคก้าวไกลไปนั้น ท่านใช้อคติส่วนตัวในการ วินิจฉัยหรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้เราตั้งคำถามได้ แล้วในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เปึนเวที ที่เราแสดงความคิดเห็นแบบนี้ได้ร่วมกันครับ นอกเหนือจากมาตรฐานทางจริยธรรมของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนะครับท่านประธาน ถ้าพูดถึงจรรยาบรรณวิชาชีพของคนที่เปึน ตุลาการ ของคนที่เปึนผู้พิพากษา มีประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๒๘ ครับ ท่านประธาน บัญญัติเอาไว้ว่า ผู้พิพากษาไม่พึงแสดงปาฐกถา บรรยาย สอน หรือเข้าร่วม การสัมมนา อภิปรายแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อสาธารณชน ซึ่งอาจกระทบกระเทือนต่อ การปฏิบัติหน้าที่และเกียรติศักดิ์ของผู้พิพากษา ดังนั้นนอกเหนือจากมาตรฐานจริยธรรม ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ท่านต้องถูกบังคับใช้โดยตรงแล้ว พูดถึงเรื่องของจรรยาบรรณ วิชาชีพของคนเปึนตุลาการ ผมก็คิดว่าคงไม่มีนักกฎหมายคนไหน ที่จะสามารถยอมรับได้ว่า องค์คณะผู้พิพากษาตัดสินคดีที่ผู้ถูกพิพากษาคืออดีตพรรคก้าวไกล ที่ถูกตัดสินประหารชีวิต เปึนคนที่ถูกลงโทษโดยตรงนั้นถูกองค์คณะผู้พิพากษาตัดสินคดีออกมาแสดงความคิด ความเห็นเชิงเสียดสีประชดประชันแบบนี้ ผมคิดว่านี่เปึนหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงออก อย่างชัดเจนครับว่า ทำให้เกิดความเสื่อมเสียของจรรยาบรรณวิชาชีพของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นครับท่านประธาน ผมคิดว่าเวทีของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อยากจะ เรียกร้องเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานครับ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับญัตตินี้ เพื่อส่งข้อสังเกตไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะพวกเรา ยืนยันครับว่าในเรื่องของมาตรฐานจรรยาบรรณ ซึ่งเปึนเรื่องนามธรรม ควรจะต้องให้คน ภายในองค์กรนั้นตรวจสอบกันเอง ดังนั้นเรื่องนี้สบายใจครับท่านประธาน ไม่ใช่เรื่องที่ ฝ์ายนิติบัญญัติจะไปใช้อำนาจล่วงเกินฝ์ายอื่น ๆ

อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ผมคิดว่านอกจากเนื้อหาสาระตามชื่อ ญัตตินี้แล้ว อีกหนึ่งอย่างที่พวกเราฝ์ายนิติบัญญัติผู้ทรงสิทธิ ผู้ได้รับอำนาจจากประชาชน สิ่งที่เราทำได้ร่วมกันแน่นอน ก็คือการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องครับ ซึ่งผมเชื่อว่าจะมีเพื่อนสมาชิกบางท่าน ลุกขึ้นมา อภิปรายในส่วนนี้ครับ ว่าเวลาของพวกเราที่เหลือต่อจากนี้อีก ๒ ป้กว่า ๆ ของสภาชุดนี้ เราจะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อจัดวางตำแหน่งอำนาจหน้าที่ ที่มาที่ไป การถอดถอนของ องค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างไรได้บ้าง ดังนั้นครับ นี่คือหลักการและเหตุผล ของการเสนอญัตติดังกล่าว เพื่อย้ำครับว่าพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายนิติบัญญัติเรามีอำนาจเต็มที่จะดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อทำให้สภาผู้แทนราษฎรของเรา ทรงความศักดิ์และสิทธิในการเปึนผู้แทนของปวงชนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญผู้เสนอญัตติท่านที่ ๒ คือท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ผมได้ดูข่าวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งได้ไปบรรยาย ณ สถานที่หนึ่ง ที่เปึนข่าวทาง Social ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจ ไม่ทราบว่าท่านพูดแบบตั้งใจมาพูด หรือว่าตกกระไดพลอยโจน ตั้งใจหรือตั้งใจมากในการแสดงความคิดเห็นว่า ลักษณะตนเอง เปึนใหญ่ อวดเบ่ง แล้วก็เหยียดหยามเสียดสีบุคคลซึ่งเคยเปึนคู่กรณีในศาลรัฐธรรมนูญ กระผมให้ความเคารพนะครับ คำว่า ศาล เพราะผมเรียนนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เราสอนว่านิติศาสตร์ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ให้ความยุติธรรมโดยเปึนเกลือตลอด เค็มตลอด ไม่มีเอนเอียง ไม่มีอคติ ไม่มีมายาคติ จนพระราชบิดากฎหมายไทยได้เขียนกลอน สั้น ๆ ไว้ พระองค์เจ้ารพีท่านเขียนไว้ว่า เอ็งกินเหล้าเมายาไม่ว่าหรอก แต่อย่าออกนอกทาง ไปให้เสียผล จงอย่ากินสินบาทคาดสินบน เรามันชนชั้นปัญญาตุลาการ กรณีที่ภาคใต้ ไม่เกี่ยวกับสินบาทคาดสินบน แต่เปึนการกระทำโดยอาศัยตนเองได้ตัดสินคดีมา ยังติดค้าง ในใจหรือเปล่า วันนี้เรากำลังพูดถึง Balance of Power นะครับ ท่านประธานไม่ต้องไปสงสัย อะไรเรามีสิทธิพูด นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เขาถ่วงดุลกันครับ นี่เรากำลังทำหน้าที่ถ่วงดุล กับฝ์ายตุลาการ เรามีคดีความท่านตัดสิน ท่านตัดสินยุบพรรค ท่านตัดสินประหารชีวิต นายกรัฐมนตรีของผม ๕ : ๔ ๑ คนเอียงไปทางไหนคนนั้นชนะครับ อันนี้จะต้องหาทาง ร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญและแก้วิธีพิจารณาความเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของท่านต่อไป เราให้ท่านไปเปึนพระโดยการกลั่นกรองของสมาชิกวุฒิสภา ๙ ท่าน ผมไม่ได้ว่านะครับ กลั่นกรองเต็มที่มาแล้วให้ท่านเปึนพระอยู่บนหิ้ง พระต้องอยู่ในธรรมวินัย ต้องปฏิบัติตน เยี่ยงพระ เยี่ยงสมณะ เมื่อท่านทำผิดพระวินัยท่านปาราชิกครับ เปึนพระที่ปาราชิก ไปบิณฑบาตไม่มีใครใส่บาตรแล้ว ผมว่าคนเดียวนะครับผมไม่ได้ว่าทั้งองค์กร ผมอยาก เรียกร้องให้ท่านเปึนครั้งแรกที่เรามาอภิปรายเรื่องตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมมีคนดึง บอกว่าอย่านะ ยิ่งเขาอภิปรายเรื่องขยายเรือนจำอยู่คุณกล้าพูดหรือ ท่านครับ ไม่ต้องกลัวเพราะเราอำนาจนิติบัญญัติ ท่านนี่ตุลาการ ตุลาการต้องดีใจครับ พวกเราได้ถ่วงดุลท่าน ท่านรับฟังอยู่ในขณะนี้เราไม่มีอคตินะครับ เราเห็นแต่เพียงว่าท่านไปพูด มันไม่เหมาะสม ไม่ทราบว่าก่อนตัดสินคดีใด ๆ ของท่าน ท่านมีอคติไหม ท่านเปึนกลาง หรือเปล่า ภาษิตกฎหมายมีหลายภาษิตครับ มีผู้รู้บอกผมบอกว่า Justice must not only be done but it must be seen to be done แปลความว่า ความยุติธรรมต้องไม่เพียงแต่ เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องถูกเชื่อและเห็นว่าเกิดขึ้นจริง ต้องไม่มีอคติ ต้องเปึนกลางครับ ท่านยังอารมณ์ค้างติดตลก ผมไม่ตลกกับท่าน เพราะเราเรียนนิติศาสตร์ ตราชูคือสัญลักษณ์ ของความยุติธรรม ท่านกำลังทำลายตราชูความยุติธรรม จะโดยเจตนาหรือไม่ วันนี้ผมจึง จำเปึนครับ แน่นอนท่านผู้อภิปรายล่วงหน้าก่อนผมนั้นได้พูดถึงประมวลจริยธรรมของ ข้าราชการตุลาการ ของศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญมีมาตรฐานจริยธรรมเหมือนกัน อนุโลม ใช้กันได้ครับ เขาห้ามไปบรรยาย เขาห้ามไปปาฐกถา ท่านทราบ ท่านประธานครับ ญัตติบอกว่า ให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ผมว่าอย่าให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกันเลยครับ พระที่เปึนปาราชิกนี่ ก็ต้องสึก โทษนะครับ อย่าเปึนกาดำ มันเปึนสิ่งไม่ดีในกระบวนการยุติธรรมเลยครับ ท่านคนเดียว ทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความเชื่อมั่น ผมอยากให้ตุลาการ นิติบัญญัติ บริหาร ทำหน้าที่ ของแต่ละคน อย่ายกตนข่มท่าน พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นในความยุติธรรม พรรคเพื่อไทย ฝ์ายนิติบัญญัติทุกคนเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข ประชาธิปไตยถ่วงดุลกันครับ ถ้าตุลาการท่านใดไม่เคารพประชาธิปไตย ไม่เข้าใจคำว่า ถ่วงดุล ท่านทำหน้าที่ของท่านต่อไปไม่ได้ จึงขออภิปรายเรื่องเบา ๆ หนัก ๆ วันนี้ครับ ซึ่งไม่เคยคิดว่า จะได้พูดเรื่องนี้ ท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้าน เราไม่มีข้อขัดแย้งกับองค์กรตุลาการทั้งหมดนะครับ เรามีเรื่องเฉพาะบุคคล นิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง ตัดอวัยวะรักษาชีวิต ผมไม่เอ่ยชื่อท่าน จึงหวังเปึน อย่างยิ่งว่าสภาอันทรงเกียรติ ฝ์ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าฝ์ายค้าน หรือฝ์ายรัฐบาล เราเปึนฝ์าย นิติบัญญัติด้วยกัน เราเปึนผู้เสียหายร่วมกัน จะต้องปกปักษ์รักษา ท่านเปึนตุลาการชี้นิ้วว่า คนอื่นนี่ขัดจริยธรรม แต่อีก ๓ นิ้วที่ชี้เข้าหาตนเองท่านไม่อธิบายได้อย่างไร จึงขออนุญาต เชิญชวนท่านสมาชิกได้โปรดเห็นด้วยกับญัตติด้วยวาจาของผม อดิศร เพียงเกษ และของ เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายก่อนหน้านี้ เพื่อส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องในการ พิจารณาดำเนินการต่อไป ไม่ให้เกิดกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นอีก ให้ศาลยุติธรรมเปึนที่พึ่งสุดท้าย ให้ศาลรัฐธรรมนูญเปึนที่พึ่งสุดท้าย ที่ผ่านมาท่านตัดสินถูกหรือเปล่าไม่รู้ และกับหรือ เหมือนกันนี่ ผมเรียนกฎหมายและ ๒ อย่างไปด้วยกัน หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ท่านตัดสินว่า และกับหรือนี่เหมือนกัน ผมก็อัศจรรย์ใจเหมือนกัน ไม่อยากให้ความยุติธรรมมันต่ำมากกว่านี้ ท่านอยู่สูงแล้วให้อยู่สูงต่อไป วินิจฉัยข้อขัดแย้งของพวกเรา เพราะท่านทำหน้าที่ ถ้าท่าน อยากลงมาต่ำมาครับ มาเกลือกกลั้วกับเรา ผ่านการเลือกตั้งสิครับ มีประชาชนตรวจสอบครับ นั่นคือระบอบประชาธิปไตย จึงขอเชิญชวนท่านทั้งหลายได้โปรดสนับสนุน และขอส่งความ ปรารถนาดีไปให้องค์กรยุติธรรม โดยเฉพาะที่เรียกว่าศาลรัฐธรรมนูญได้โปรดทรงไว้ซึ่งความ ยุติธรรม ประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมแก่คู่กรณีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป ขอให้ท่าน มีความสุขกับความยุติธรรม ขอให้ประชาชนทั้งประเทศได้โปรดศรัทธาในกระบวนการ ยุติธรรมของทุกศาลที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรังสิมันต์ โรม ครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนในญัตติที่ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เสนอญัตติดังกล่าว ซึ่งผมขออนุญาตไม่กล่าวซ้ำนะครับ แต่ผมอยากจะริเริ่มในข้อสนับสนุนแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะตั้งต้นว่า ปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ในทุกวันนี้มันเปึนปัญหาที่ต้องตั้งต้นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่มีที่มาที่ไปจากคณะรัฐประหาร เปึนรัฐธรรมนูญที่ตั้งใจ ที่จะสร้างกลไกในการตรวจสอบพรรคการเมือง นักการเมือง โดยเชื่อว่านักการเมืองคือ คนเลว นักการเมืองคือคนที่ไม่ดี ถ้าเราเอากลไกที่ใช้ในการตรวจสอบนักการเมืองต่าง ๆ เราจะพบว่ากลไกดังกล่าวมีจำนวนมากมายหลายมาตรา สามารถพิจารณาดูได้จากการเป่ด รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่เมื่อเราพิจารณาถึงองค์กรอิสระ ถึงศาลรัฐธรรมนูญ เราจะพบว่า กลไกในการตรวจสอบองค์กรเหล่านี้กลับมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ ครับท่านประธาน ในกรณีที่เราอยากจะตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่น กรณีอย่าง ป.ป.ช. มีมาตราหนึ่งที่ให้อำนาจสภาของเราในการที่จะส่งเรื่องไปที่ท่านประธาน แล้วให้ ท่านประธานส่งเรื่องไปที่ประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการในการไต่สวนตรวจสอบ กรณีที่พบว่ากรรมการ ป.ป.ช. กระทำการบางอย่างที่อาจจะเปึนการทุจริตคอร์รัปชัน เรามีเท่านี้ครับ เช่นเดียวกันในกรณีที่องค์กรอย่างศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจในการขัดขวาง ประชาชน หรือใช้อำนาจไปในทางที่เสื่อมเสีย เรากลับแทบไม่เห็นมาตราใด ๆ หรือกลไกใด ๆ ที่จะอนุญาตให้สภาได้ตรวจสอบ หรือจะมีองค์กรใดได้ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางนี้ ที่ไม่ชอบเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นปัญหาที่ ๑ ซึ่งเปึนปัญหาตั้งต้นและเราต้องยอมรับกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้สร้างให้นักการเมือง ซึ่งก็คือพวกเรา คือผี คือป้ศาจที่น่าหวาดกลัว น่าขยะแขยง แล้วจะต้องใช้กลไกและวิธีการต่าง ๆ ในการทำลาย หรือถ้าไม่ทำลายก็จะต้อง หวดแส้ให้เชื่องให้ปฏิบัติตาม ท่านประธานครับ โดยธรรมชาติของการเมือง ของพรรคการเมือง ของนักการเมือง พวกเรานั้นชอบแล้วครับที่จะต้องถูกตรวจสอบ ไม่ว่าจะทางกฎหมาย และทางการเมือง แต่การตรวจสอบทางกฎหมายก็ต้องมีระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่เปึนระดับ ของความเลื่อนลอยที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และถึงที่สุดเรายังมีความรับผิดชอบอีกประการหนึ่ง นั่นคือความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งทางการเมืองนี้สุดท้ายแล้วพี่น้องประชาชนจะเปึนคน ตัดสินเราเอง กล่าวถึงจริยธรรม ท่านประธานครับ บางครั้งเราอาจจะสับสนในเรื่องของ จริยธรรม เราใช้คำนี้มาเปึนคำพูดที่สวยหรูครับ ถ้าเราไปพิเคราะห์อย่างศาลยุติธรรม หรือแม้กระทั่งศาลปกครอง เขาก็จะมีประมวลจริยธรรมของเขา เขาใช้มานะครับ ผ่านกาลเวลาพิสูจน์จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เปึนไร แต่ใช้มาแบบนั้น ประเด็นก็คือว่า เมื่อรัฐธรรมนูญนี้เกิดขึ้น เราก็ดันไปหยิบเอาจริยธรรมนี้ ถ้าพูดใหม่ให้ถูกต้อง คือคณะรัฐประหาร หรือมรดกของคณะรัฐประหาร ก็ไปหยิบเอาในเรื่องนี้มาใช้บังคับกับนักการเมือง สิ่งที่มัน เกิดขึ้นก็คือมันทำให้จริยธรรมซึ่งควรจะถูกใช้กับองค์กรที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนมาใช้ กับองค์กรที่ปกติแล้วประชาชนเปึนผู้ตรวจสอบอยู่แล้ว ในความเปึนจริงแล้วกลไกในการ ตรวจสอบนักการเมืองมีอยู่แล้ว จะผิดชอบชั่วดีทำอะไรไม่ถูกต้อง ประชาชนเปึนคนตัดสิน บางท่านอาจจะมองว่าถ้าเปึนอย่างนี้เราก็จะเห็นนักการเมืองที่ไม่ดีขึ้นมามีตำแหน่งหน้าที่ การงานใช่ไหม ผมยอมรับท่านประธานครับ ผมยอมรับว่าในทางปฏิบัติเราอาจจะเห็น บรรยากาศแบบนั้น นี่ก็ไม่ใช่บรรยากาศที่ผมอยากเห็น ผมก็ไม่ได้อยากเห็นนักการเมือง ที่ก่อกรรมทำเข็ญ ทำชั่ว ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ค้ายาเสพติด เกี่ยวข้องกับการทุจริต มาเปึนนักการเมือง มาเปึนรัฐมนตรี ผมไม่อยากเห็นครับ แต่การที่จะวินิจฉัยตรงนั้นมันเปึนสิ่งที่ประชาชนต้องตัดสิน เพราะเมื่อเขาตัดสินอย่างไร ประชาชนจะต้องเปึนผู้แบกรับการตัดสินตรงนั้นเอาไว้เอง และเมื่อเขาตัดสินไปแล้ว จะผิด จะถูกไม่รู้ แต่เขาเปลี่ยนใจได้เสมอ แล้วศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรตุลาการ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ ใครตรวจสอบท่านครับ มันจึงไม่แปลกท่านประธาน ว่าในความเปึนจริงแล้ว ตุลาการอย่าง ศาลรัฐธรรมนูญ การที่เขาจะกำหนดให้มีจริยธรรม มีประมวลจริยธรรม แล้วแต่จะเรียกชื่อ มันมีได้ มันมีได้ด้วยเงื่อนไขแบบนี้ แต่กรณีของพวกเราซึ่งเปึนนักการเมือง เรามีคน ๕๐ ล้านคน ซึ่งเปึนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบเราอยู่ครับ ไม่ใช่ ๙ คน นี่คือข้อเท็จจริง กล่าวถึงกรณีที่เปึน ประเด็น ที่มีตุลาการท่านหนึ่งได้กล่าวพูดอย่างสนุกสนาน ถ้าไปดูคลิปวิดีโอ พูดเสร็จมีคน หัวเราะนะครับ พรรคการเมืองที่มีคนเลือกถึง ๑๔ ล้านคน ถูกยุบด้วย ๙ คน แล้วเราก็ หัวเราะสนุกสนานกับสิ่งที่พูดมา ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ มาตรฐาน จริยธรรมคนที่สร้างขึ้นมาก็คือศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พวกท่านตราขึ้นมาเอง แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็บอกว่าให้ใช้มาตรฐานจริยธรรมนั้นกับพวกเรา แต่มันก็ผูกพัน กับพวกท่าน วันนี้ถ้าเราไปพิจารณาในข้อ ๑๓ เราจะพบว่าการกระทำของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญท่านนั้นได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและตั้งคำถามว่าเปึนการกระทำ เปึนการพูด เปึนการบรรยายที่เปึนไปโดยปราศจากอคติจริง ๆ หรือเปล่า เปึนการพูด การบรรยายที่เปึนกลางจริง ๆ หรือเปล่า เปึนการพูด เปึนการบรรยายที่ตกลงแล้วมันถูกต้อง ตามมาตรฐานจริยธรรมที่พวกท่านเปึนคนสร้างขึ้นมาจริง ๆ หรือเปล่า หลังจากนั้น พี่น้องประชาชนเขาก็ตั้งคำถามต่อไป เอาละถ้ามันผิด แล้วเราจะตรวจสอบกันอย่างไร ช่องทางของรัฐธรรมนูญที่เขียนเอาไว้มีน้อยมากครับ หนทางที่พอจะเปึนไปได้ คือ มาตรา ๒๓๔ ประกอบมาตรา ๒๓๕ ที่ให้ไปร้องที่ ป.ป.ช. แล้วหาก ป.ป.ช. เห็นว่าเปึนการ ฝ์าฝ๋นกฎหมายเปึนการฝ์าฝ๋นจริยธรรมร้ายแรง ก็ให้ส่งไปที่ศาลฎีกา ช่องทางมีแค่นี้ ซึ่งเราไม่รู้ หรอกครับว่าช่องทางนี้จะประสบความสำเร็จไหม เราไม่รู้หรอกครับว่าช่องทางนี้จะมีใคร ไปร้องหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งท่านประธาน ผมอยากจะรู้ว่าผลของเรื่องนี้จะเปึนอย่างไร ท่านประธานครับด้วยความเคารพนะครับ ชีวิตผมเหลือเวลาอีกไม่เยอะในทางการเมือง รู้ตัวครับ ไม่ต้องมาเหนียมอาย พูดคุยกันตรง ๆ ว่าเรื่องของพวกเรานี้มันมีธงเอาไว้แล้ว ผมคือ ๑ ใน ๔๔ คนครับ ผมคือ สส. ๑ คนที่ได้เซ็นชื่อเสนอร่างแก้ไขมาตรา ๑๑๒ วันนี้ทั้งสังคม เขาคิดกันไปแล้วว่าพวกผมอย่างไรก็อยู่ได้อีกไม่นาน กระบวนการของ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเปึน ตั้งแต่รับคำร้อง ไต่สวน ยาวไปจนถึงการเสนอความเห็น จะใช้เวลาเท่าไรสำหรับพวกเรา ๔๔ คน ผมไม่ทราบหรอกครับ แต่ผมเชื่อว่าเร็ว ผมอยากจะรู้ว่าถ้ามีคนไปร้องในกรณีแบบนี้ ต่อ ป.ป.ช. ผมจะนั่งนับวันเลยว่า ป.ป.ช. จะใช้เวลาเท่าไร จะเร็วเปึนกามนิตหนุ่มเหมือนกับ กรณีของพวกเรา ๔๔ สส. ซึ่งเปึนอดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชนหรือไม่ หรือมันจะช้า ช้าเหมือนกับกรณีอื่น ๆ แล้วมาตรฐานจริยธรรมที่คุยกันนักคุยกันหนา มันจะได้ผลอย่างไร ท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องนี้คงต้องกล่าวไปถึงว่า แล้วพวกเราในสภาทำอะไรกันได้บ้าง พวกเราคือฝ์ายนิติบัญญัติ คือผู้ที่ใช้อำนาจตามที่ประชาชนเขาได้ไว้วางใจเรามา เราคือ สถาบันสุดท้ายที่กำลังปกปัองอำนาจสูงสุดที่เปึนของประชาชน จริยธรรมสูงสุดของพวกเราคือ ความรับผิดชอบที่เรามีต่อประชาชน และประชาชนจะเปึนผู้วินิจฉัยและตัดสินเองว่าเรา ควรอยู่ที่นี่หรือควรจะไปจากที่นี่ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องมีฉันทามติร่วมกันที่จะปล่อย ให้จริยธรรมร้ายแรงของนักการเมืองที่ใช้กันอยู่ในวันนี้ออกไปจากระบบที่เปึนมรดกของ คสช. ผมยืนยันกับท่านประธานว่าจริยธรรมของนักการเมืองที่เรียก ๆ กัน ที่พูด ๆ กัน มันเปึนคนละอย่าง มันเปึนคนละเรื่องกับกรณีที่ใช้บังคับกับศาล แต่พอเอาคำพูด เอาชื่อเรื่อง ที่มันเหมือนกันมันเลยถูกปนกัน และผมยืนยันกับท่านประธานว่า แม้สภาแห่งนี้หากในอนาคต เราตัดสินใจว่าจะเอาจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างนักการเมืองอย่างพวกเรา ออกไปจากรัฐธรรมนูญ ออกไปจาก พ.ร.ป. ไม่ได้หมายความว่าเราจะอยู่เหนือการตรวจสอบ เรายังผูกพันกับกฎหมายที่ต่อต้านในเรื่องของการทุจริต หากมีนักการเมืองคนใดไปกระทำการที่ ทุจริตคอร์รัปชัน เราก็ยังมีความรับผิดชอบในทางกฎหมายที่จะต้องดำเนินการต่อไป หากมีการ แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ เราก็ยังต้องรับผิดชอบต่อไปหากเปึนการใช้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่ถูกต้อง เราก็ยังต้องมีความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อไป แต่ขอเถอะครับ อย่าใช้จริยธรรม ร้ายแรง เลื่อนลอยแบบที่ผ่านมา อย่าให้อาวุธนี้ที่ คสช. เปึนผู้มอบให้เพื่อเอาไว้จัดการกับ นักการเมืองผู้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้อาวุธนี้มีต่อไป เราต้องช่วยกันหยุดยั้ง อาวุธนี้ ช่วยกันเถอะครับ หาฉันทามติของสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออำนาจสูงสุดที่เปึนของ ประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้อภิปรายไม่มีแล้ว ต่อไปจะเปึนการสรุปของผู้เสนอญัตตินะครับ ขอเชิญคุณจาตุรนต์ ฉายแสง เปึนผู้สรุปญัตติ ที่เสนอโดยคุณอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านสมาชิก ๒ ท่าน จาก ๒ พรรคการเมือง ได้เสนอญัตติต่อท่านประธานเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ซึ่งเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับกรณีที่มีผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ไปกล่าวถ้อยคำในที่สาธารณะ ในเวทีสาธารณะ และเปึนข้อความที่ ท่านผู้เสนอเห็นว่าไม่เหมาะสม เปึนการพูดที่แสดงถึงความมีอคติ เย้ยหยัน และไม่เปึนกลาง นำไปสู่เรื่องที่จะเกี่ยวกับความเหมาะสมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งในทางตุลาการ ท่านผู้อภิปรายยังได้พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวโยงไปถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญและการที่จะต้องแก้ รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมฟังผู้เสนอญัตติและฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกแล้ว ก็ต้องตอบคำถามก่อนว่า เรื่องที่พิจารณากันนี้สภาผู้แทนราษฎรเราจะเกี่ยวข้องตรงไหน ท่านผู้เสนอญัตติก็เสนอและผู้อภิปรายก็เสนอว่า ส่งเรื่องไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง เสนอไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรที่เกี่ยวข้อง นั่นก็เปึนวิธีหนึ่งครับ แต่ว่าผมยังคิดว่าที่ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไป พูดถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เปึนเรื่องที่ เกี่ยวข้องโดยตรงกับสภาผู้แทนราษฎรของเรา เปึนเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรของเราพึงจะ พิจารณาเรื่องนี้ และทำความเห็นเสนอไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งโดยเฉพาะการที่จะทำให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดซึ่งเปึนสมาชิกรัฐสภาด้วย ได้ตระหนักว่าเราควรจะทำอะไร กันต่อไป เพื่อจะแก้ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นที่สะท้อนจากกรณีที่มีการกล่าวในเวทีสาธารณะ ครั้งนี้ ท่านประธานครับ การกล่าวในครั้งนี้โดยตัวเองก็อาจจะเปึนปัญหาต่อบุคคลผู้กล่าว ซึ่งก็คงจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์หรือมีกระบวนการที่ดำเนินการกันไปได้ จะดำเนินการได้ จริงจังแค่ไหนเราก็ไม่ทราบ ก็ได้แต่หวังกันว่าจะมีการดำเนินการดังที่ท่านสมาชิกได้แสดง ความเห็นไป แต่ว่าท่านประธานครับ เรื่องนี้มันมาเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับบทบาท ของสภาผู้แทนราษฎรอย่างไร ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ก็จากที่ท่านสมาชิก กล่าวกันมาผมเปึนผู้สรุปก็ถอดความได้ว่า การกล่าวในลักษณะที่แสดงถึงความมีอคติ ไม่เปึนกลาง เย้ยหยันต่อพรรคการเมืองที่เพิ่งยุบไปกับมือ การเย้ยหยันพรรคการเมืองที่ยุบไป กับมือ ไม่ได้เปึนปัญหาของบุคคลเท่านั้นครับ การแสดงความไม่เปึนกลาง มีอคติ ไม่ได้เปึน ปัญหาของตัวผู้พูดเท่านั้น แต่มันสะท้อนว่าท่านได้รู้สึกว่ามีอำนาจ มีอำนาจพิเศษ มีอำนาจ เหลือล้น ที่สามารถจะจัดการกับพรรคการเมือง และจริง ๆ ถ้าดูไปถึงคำวินิจฉัยจะพบว่า มีอำนาจเหนือฝ์ายนิติบัญญัติ ถ้าดูคำวินิจฉัยของอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งท่านอดิศร เพียงเกษ ได้กล่าวไป ก็คือกรณีที่มีการทำให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง อันนั้นก็เท่ากับมีอำนาจ หักล้างเจตนารมณ์ของประชาชนจากการเลือกตั้ง และมีอำนาจเหนือฝ์ายบริหาร สามารถล้ม ฝ์ายบริหารไปได้ทั้งรัฐบาล จากเรื่องนี้มันสะท้อนให้เห็นปัญหาถึงเรื่องที่ใหญ่กว่าการกล่าว ข้อความ ท่านประธานครับ จากกรณีที่มีการเพิ่งยุบพรรคไป มันเปึนการยุบพรรคที่ง่าย ทำได้อย่างง่ายดาย และไม่ต้องเปึนเหตุเปึนผล แต่ที่สำคัญกว่านั้น ความไม่เปึนเหตุเปึนผล และง่ายดายเราเจอกันมามากแล้ว เราในฐานะนักการเมือง ในฐานะผู้ที่มาจากการเลือกตั้งของ ประชาชน เจอกันมาแล้วหลายครั้งหลายหน พวกผมอยู่พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มานี้มีการยุบพรรคการเมืองไปโดยไม่เปึนเหตุเปึนผลอย่างง่ายดาย และส่งผลกระทบ อย่างรุนแรง คือยุบพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเปึนสิบ ๆ ล้าน ผ่านการเลือกตั้งโดยการ สนับสนุนของประชาชน ๑๙ ล้านคนก็เคยมาแล้ว แล้วก็ทำให้เกิดการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งก็เคย คนละ ๕ ป้ ผ่านกันมาแล้ว แต่ว่าในครั้งนี้ที่มีการยุบ พรรคการเมืองครั้งหลังสุด คือยุบพรรคก้าวไกล มีเรื่องพิเศษกว่านั้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง ไม่เปึนเหตุเปึนผลและโดยง่ายดาย แต่มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากและมีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับ สภาผู้แทนราษฎร คือมีการก้าวล่วงเข้ามาตรวจสอบการทำหน้าที่และการใช้อำนาจของ ฝ์ายนิติบัญญัติ ทำไมผมจึงกล่าวอย่างนั้น ในคำวินิจฉัย ๒ ครั้งที่โยงมาถึงการยุบพรรค จากครั้งแรก ห้ามการกระทำที่เปึนการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาสู่การ ยุบพรรค เปึนการใช้เรื่องของการที่ว่าด้วยการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง แต่มาใช้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอกฎหมาย อ้างว่าเปึนการใช้สิทธิจะล้มล้างการปกครอง จึงเข้ามาตรวจสอบได้ แล้วมาตรวจสอบการเสนอกฎหมาย ตรวจสอบถึงขั้นดูเนื้อหาของ ร่างกฎหมายที่เสนอ อันนี้มันทำไม่ได้ครับ โดยระบบแบ่งแยกอำนาจที่ท่านอดิศร เพียงเกษ ได้พูดไป ย้ำไป ท่านอื่นก็พูดไปบ้าง ฝ์ายตุลาการมีหน้าที่ทำให้คนปฏิบัติตามกฎหมาย องค์กร ปฏิบัติตามกฎหมาย ฝ์ายนิติบัญญัติออกกฎหมาย จะออกกฎหมายอย่างไร เนื้อหากฎหมายดี หรือไม่ดี เปึนโทษหรือเปึนคุณต่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของฝ์ายตุลาการ ฝ์ายตุลาการมาวินิจฉัยไม่ได้ว่ากฎหมายฉบับไหนดีหรือไม่ดีอย่างไร ฝ์ายตุลาการมีอำนาจ อย่างเดียวในเรื่องการเสนอกฎหมายและออกกฎหมาย คือการตรวจสอบว่า เมื่อร่างกฎหมายนั้น ผ่านสภาไปแล้วขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ในครั้งนี้พอใช้เรื่องสิทธิเสรีภาพแล้วไปล้มล้าง การปกครอง มาดูเรื่องการเสนอกฎหมาย กลายเปึนการบอกว่าการเสนอกฎหมายนั้น เปึนโทษเปึนภัยร้ายแรงต่อชาติบ้านเมือง ซึ่งไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่ขอบเขตอำนาจของฝ์ายตุลาการ คดียุบพรรคนี้ยังมีเรื่องที่เชื่อมโยงไปถึงการใช้กรณีหรือการกระทำที่ไม่อาจผิดกฎหมาย ได้เลย เช่น การประกันผู้ต้องหา การตกเปึนจำเลย หรือการตกเปึนผู้ต้องหาเสียเอง เหล่านี้ เขายังบริสุทธิ์อยู่ ผู้เกี่ยวข้องก็ยังบริสุทธิ์อยู่ จึงไม่ใช่กรณีที่ผิดกฎหมาย การเสนอนโยบาย ในการหาเสียงว่าจะแก้กฎหมายก็ไม่อาจเปึนการผิดกฎหมายไปได้ เมื่อรวมเอาเรื่องที่ไม่ผิด กฎหมายทั้งหมด ๔ เรื่องมารวมกัน สรุปออกมาเปึนการล้มล้างการปกครอง อันนี้มันจึง ไม่เปึนเหตุเปึนผล แต่ปัญหาของความไม่เปึนเหตุเปึนผลนั้นไม่สำคัญเท่ากับการก้าวล่วง ข้ามเขตมาสู่อำนาจอธิปไตยของฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งเปึนอำนาจของประชาชน ท่านประธานครับ จากกรณีนี้มันก็โยงไปซึ่งในการกล่าวในที่สาธารณะ ในที่ประชุมสาธารณะนั้นไม่ได้พูดถึง แต่ว่ามันก็เปึนกรณีที่ต่อเนื่องกัน คือการทำให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งและล้มไป ทั้งรัฐบาล ท่านอดิศร เพียงเกษ ได้พูดไปแล้ว ในเรื่องนี้ปัญหาที่สำคัญคือ การล้มนายกรัฐมนตรี เอานายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งโดยไม่เปึนเหตุเปึนผล แล้วไม่ได้สัดส่วนเลยกับความผิด ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้อื่นบ้าง การกระทำของตัวเองบ้าง ไม่ได้สัดส่วนกันเลย เราเกิด มาแล้ว เราคุ้นเคยกับมันแล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษครับ มีเรื่องการเอาเรื่องจริยธรรมซึ่งท่าน สส. รังสิมันต์ โรม ได้อภิปรายไป ผมสรุปสั้น ๆ ก็คือว่า มีการเอาเรื่องจริยธรรมมาใช้ในการ ทำให้นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งไปในครั้งนี้ เปึนการใช้เรื่องจริยธรรมที่ยังสับสนคลุมเครือ อย่างมาก เนื่องจากกรณีการใช้จริยธรรมนี้มาใช้กับเรื่องของคนที่มีการกระทำผิดกฎหมาย และมีการลงโทษไปแล้ว พ้นโทษไปแล้ว เกินกำหนดที่จะเปึนลักษณะต้องห้าม และกรณีนี้ ก็ไม่ได้วินิจฉัยว่าบุคคลนั้นขาดคุณลักษณะหรือมีลักษณะต้องห้ามเปึนรัฐมนตรีหรือไม่ แต่นายกรัฐมนตรีกลับถูกวินิจฉัยว่าไปตั้งคนที่ไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามประพฤติผิด จริยธรรมอย่างร้ายแรง อันนี้ก็คือความคลุมเครือนี้มันเกิดขึ้นและทำให้ฝ์ายตุลาการมีอำนาจ และสามารถใช้อำนาจล้มรัฐบาลได้อีกครั้งหนึ่ง ผู้คนในยุคหลังนี้ ใน ๑๐ ป้นี้อาจจะไม่คุ้นเคยกับการที่ฝ์ายตุลาการมาล้มรัฐบาล หรือทำให้ นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง อาจจะคุ้นเคยอยู่แต่เพียงเรื่องการยุบพรรคการเมือง แต่ครั้งนี้ มันเปึนการซ้ำ เปึนการต่อเนื่องของกระบวนการที่เรียกว่า ตุลาการภิวัตน์ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๘ ด้วยข้ออ้างว่าจะมาทำให้การเมืองสุจริตเที่ยงธรรม จะมาทำให้การเมืองเข้าที่เข้าทาง แล้วในที่สุดไม่ได้ทำให้การเมืองเข้าที่เข้าทางเลย ทำให้การเมืองเสียหาย อ่อนแอมาตลอด จนกระทั่งทุกวันนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ จากทั้งหมดนี้จึงนำมาสู่ว่า ถ้าเราจะให้บ้านเมือง เปึนประชาธิปไตย ถ้าจะไม่ให้มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปพูดในเวทีต่าง ๆ ในลักษณะเย้ยหยัน พรรคการเมือง ในลักษณะแสดงความมีอคติและไม่เปึนกลาง ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ก็คือต้องแก้ปัญหาการมีอำนาจเกินขอบเขตของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องแก้ปัญหาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจอธิปไตยทั้งสาม ซึ่งได้ถูกบิดเบือนทำให้เสียหายไปหลายครั้ง หลายหนในกระบวนการ ในการใช้กระบวนการตุลาการวิวัฒน์ที่ผ่านมา จนกระทั่งถึง ๒ กรณี ๒ คดี ที่เพิ่งผ่านมาในช่วง ๒ สัปดาห์มานี้ ท่านประธานครับ การแบ่งอำนาจ การจัดความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจอธิปไตยที่เสียหายไปนี้ ต้องถูกทำให้กลับคืนมา ให้เข้าที่เข้าทาง ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบอำนาจอธิปไตยทั้ง ๓ นี้ได้ ไม่ใช่อย่างที่ เปึนอยู่ เพราะฉะนั้นที่ผมกล่าวแต่ต้นว่าจะมาเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรเรา ก็คืออย่างที่คุณรังสิมันต์ โรม พูดไปเรื่องของรัฐธรรมนูญ และผมกำลังกล่าวอยู่นี้ก็คือว่า ปัญหาอยู่ที่รัฐธรรมนูญไม่เปึนประชาธิปไตย เปึนต้นเหตุสำคัญของเรื่องทั้งหมด ดังนั้นเราจึง ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญตอนนี้มีการแก้ พ.ร.บ. ประชามติผ่านสภาผู้แทนราษฎร ไปเมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ แต่เรื่องที่ยังค้างอยู่คือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของอย่างน้อย ๒ พรรคการเมืองยังค้างอยู่ ท่านประธานยังไม่ได้บรรจุวาระ ซึ่งก็เข้าใจว่าท่านประธาน ได้รับคำชี้แจงจากฝ์ายกฎหมายมาแบบหนึ่ง ยังไม่ได้บรรจุ ที่ผมจะกล่าวก็คือว่า การทำ ประชามติครั้งต่อไป ครั้งแรกที่จะเกิดขึ้น ไม่แน่เลยครับว่าจะมีคนไปร้องหรือเปล่า ไม่แน่เลย ว่าจะมีคนไปขัดขวางทักท้วงหรือไม่ว่า จะทำประชามติอย่างไรในเมื่อรัฐสภายังไม่มีมติ ยังไม่แสดงความต้องการแก้รัฐธรรมนูญ และจะทำประชามติได้อย่างไร ทำประชามติแล้ว จะมีผลทางกฎหมาย ผลผูกพันทางรัฐธรรมนูญอย่างไร ไม่มีใครตอบได้ หรือถ้าตอบก็ตอบว่า ไม่มี ถ้าไปถึงจุดนั้นการแก้รัฐธรรมนูญอาจจะทำไม่ได้ เพราะยังไม่มีการทำประชามติ ยังไม่ผ่านการทำประชามติ ปัญหาก็จะกลับมาเปึนว่ารัฐสภาจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอแล้วได้หรือไม่ ถ้าถึงวันนั้นมันอาจจะเปึนเวลาครับ ที่รัฐสภาโดยสภาผู้แทนราษฎรเรา ต้องเปึนกำลังสำคัญในการที่จะเสนอว่า ถ้าไปถึงทางตันอย่างนั้นอาจจะต้องพิจารณาร่วมกัน ขอให้มีการบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีมติว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ หรือไปถึงขั้นที่มีการแก้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ก็จะไปเข้าตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่า หากรัฐสภา ต้องการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมีการทำประชามติเสียก่อน ก็จะเข้าไปสู่ประเด็น ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ และเราก็จะสามารถแก้รัฐธรรมนูญต่อไป เรื่องนี้ละครับ ผมจึงได้กล่าวว่า การเสนอญัตตินี้ดูตอนต้น ๆ ดูอย่างผิวเผินอาจจะมีความรู้สึกว่าเปึนเรื่อง ของฝ์ายตุลาการ ฝ์ายนิติบัญญัติจะไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร สภาผู้แทนราษฎรจะไปแสดง ความเห็นกันได้อย่างไร แต่ทั้งหมดที่เสนอญัตติและที่อภิปรายมา รวมถึงที่ผมได้สรุปไปนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนครับว่าการเสนอญัตติในครั้งนี้จะเปึนประโยชน์อย่างมาก ไม่ใช่ เพียงแค่ไปแก้ปัญหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่ง แต่มันจะเปึนการมีส่วนช่วยอย่างสำคัญ ในการที่จะทำให้สภาผู้แทนราษฎรเรามีทิศมีทางอย่างชัดเจนในการที่จะไปแก้รัฐธรรมนูญ ให้เปึนประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้บ้านเมืองของเราเจริญก้าวหน้าต่อไป ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ญัตติของ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้มอบให้คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ เปึนผู้สรุปแทน เชิญครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากอดีตพรรคก้าวไกล วันนี้เปึน พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าสาเหตุและเหตุผลที่ทำให้เราต้องมาพิจารณา ญัตติด่วนในวันนี้ ก็เกิดจากปฏิกิริยาและคำวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมต่อบทการให้สัมภาษณ์ ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง คงไม่จำเปึนต้องเอ่ยชื่อ แต่วันนี้ครับท่านประธาน ผมคงไม่ได้ใช้เวลาอภิปรายที่จำกัดในสภาแห่งนี้มาอภิปรายเรื่องคนหรือว่าตัวบุคคลครับ เพราะในมุมหนึ่งครับการให้สัมภาษณ์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีความเหมาะสม หรือไม่ ผมคงไม่จำเปึนต้องมาวินิจฉัย เพราะหากจะยืมคำพูดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคมที่ผ่านมา อันนี้เปึนคำพูดของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ผมเห็นว่าเพียง ความตระหนักรู้ถึงมาตรฐานเยี่ยงวิญ็ูชนหรือบุคคลทั่วไปในสังคมก็เพียงพอต่อการวินิจฉัย ได้แล้ว แต่ยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน ผมเห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวควรจะ ดำเนินการอย่างไรเพื่อรักษาชื่อเสียงของสถาบันต้นสังกัดของท่าน หรือจะดำเนินการอย่างไร เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ผมเชื่อว่าท่านรู้อยู่แก่ใจ ดังนั้นวันนี้ผมอยากจะใช้ เวลาอันจำกัดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อภิปรายถึงเรื่องของระบบ เพราะผมเห็นว่า ในมุมหนึ่งครับ พฤติการณ์ของท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงกลไก กระบวนการ ขั้นตอนที่ทำให้บุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าวสามารถไปดำรงตำแหน่งเปึนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญได้ มันล้วนเปึนผลลัพธ์มาจากระบบการเมืองที่ถูกออกแบบโดยรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๖๐ ซึ่งเปึนต้นตอของปัญหานี้ ยิ่งไปกว่านั้นครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกผู้ร่วมเสนอ ญัตติจากพรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายไว้ โดยให้คำแนะนำครับว่า นิ้วไหนร้ายก็ตัดนิ้วนั้น ผมต้องขออนุญาตเห็นต่างครับท่านประทาน เพราะผมมีความเชื่อว่าแม้พรุ่งนี้ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้จะถูกลงโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ตามที่พวกเราแต่ละคนเห็นว่าสมควร ปัญหาแบบนี้ก็ไม่หมดไปครับ เพราะปัญหาแบบนี้ มันเกิดขึ้นจากระบบการเมืองที่เรากำลังอาศัยอยู่ ดังนั้นครับถ้าเราไม่อยากให้เหตุการณ์ แบบนี้หรือบทสัมภาษณ์อย่างเมื่อวานเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เราหลีกหนีไม่พ้นความจำเปึน ในการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ แล้วถ้าเราถามต่อครับว่าแล้วเราจะปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไร ด้วยแนวทางแบบไหน ผมคิดว่าเราสามารถเริ่มต้นโดยการทบทวนความรู้สึกของ พวกเรากันเองหรือความรู้สึกของสังคมว่า แท้จริงแล้วพวกเราหรือสังคมกำลังโกรธเรื่องอะไร ผมเชื่อครับว่าหากเราถามตัวเอง หรือทบทวนความรู้สึกตัวเองลึก ๆ เราจะค้นพบว่าเราไม่ได้ โกรธแค่ตัวบุคคลนะครับ แต่สิ่งที่เรากำลังโกรธนั้นคือ ๓ องค์ประกอบของระบบการเมือง ปัจจุบันที่เราสามารถใช้เปึนรากฐานในการกำหนดแนวทางของการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญได้ สิ่งแรกที่ผมเชื่อว่าเราทุกคนนั้นกำลังรู้สึกโกรธอยู่ คือเรากำลังรู้สึกโกรธกับการลุแก่อำนาจ ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอนครับก็แปลมาเปึนโจทย์สำคัญในการปฏิรูปเรื่องขอบเขต อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๖๐ นั้นมีการขยายขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ผมยกตัวอย่างเพียงแค่ ๒ ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ ๑ ครับท่านประธาน คืออำนาจเรื่องของ การยุบพรรคการเมือง แน่นอนครับว่าปัญหาเรื่องการยุบพรรคการเมืองนั้นเปึนปัญหา ที่เกิดขึ้นมาเรื้อรังยาวนาน ถ้าเรานับแค่เฉพาะ ๑๗ ป้ที่ผ่านมาครับ พรรคก้าวไกลอดีตต้นสังกัดของผมที่ถูกยุบไปเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคมที่ผ่านมาก็เปึน พรรคการเมืองที่ ๖ ครับ ที่มีตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกยุบโดยศาลรัฐธรรมนูญ แล้วผมจำเปึนต้องยืนยันครับว่า การยุบพรรคลักษณะแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับพรรคที่มี สส. ๑๕๐ คน หรือพรรคที่มี สส. แค่ ๑ คน ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนพรรคการเมืองที่มีประชาชนลงคะแนนให้ ๑๔ ล้านเสียง หรือพรรคการเมือง ที่มีประชาชนลงคะแนนให้เพียงหลักหมื่น หลักแสนคนเท่านั้น ท่านอาจจะบอกกลับมาครับ ว่าทั้งหมดนั้น เรื่องการยุบพรรคนั้นก็เปึนการตัดสินทางกฎหมาย ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน หากเราสังเกตถึงบริบทและจังหวะของการยุบพรรคตลอดที่ผ่านมา รวมไปถึง คำสัมภาษณ์ของท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวาน ผมเชื่อครับว่าทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำ ถึงข้อสันนิษฐานของพี่น้องประชาชนว่ากลไกของการยุบพรรคนั้นไม่ได้ถูกคำนึงถึง ในเรื่องของกฎหมาย แต่เปึนกลไกที่กำลังถูกใช้เปึนอาวุธทางการเมืองมาโดยตลอด และแม้ว่าจะเปึนปัญหาที่เรื้อรังมายาวนานครับ ก็ต้องเรียน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอประทานโทษ คุณพริษฐ์ ขอให้ระวังนิดหนึ่งนะครับ เมื่อสักครู่ผมก็ไม่อยากจะทักท้วงคำว่า ลุแก่อำนาจ หรือจะวิพากษ์วิจารณ์ในทางจะเกิดการฟัองร้องได้ ให้ระวังไว้นะครับ แล้วก็ลุแก่อำนาจ ไม่ควรจะใช้ต่อไปนะครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณสำหรับความห่วงใยครับ ท่านประธาน ผมเพียงอธิบายความรู้สึกของสังคม ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าใครเป่ดโทรศัพท์มือถือ ก็น่าจะเห็นคำพูดที่อาจจะมีสีสันกว่านี้ด้วยซ้ำนะครับ แต่ขอบคุณสำหรับความห่วงใยครับ ท่านประธาน แต่นอกจากเรื่องการยุบพรรคจะเปึนปัญหาที่เรื้อรังมายาวนานครับ เราเห็นว่า รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ก็ได้มีการขยายปัญหาดังกล่าว เพราะถ้าเราไปดู พ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา ๙๒ ครับ นอกเหนือจากเงื่อนไขการยุบพรรคที่ถูกระบุไว้ใน (๑) (๒) และ (๓) ซึ่งครอบคลุมถึงหลายการกระทำ ก็มีการเพิ่ม (๔) เข้าไปครับ ที่พูดถึงเหตุอันจะต้อง ยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด เปึนการเป่ดประตูให้สามารถเขียนกฎหมาย ในอนาคตเพื่อขยายเงื่อนไขของการยุบพรรคได้ เมื่อวานครับ ท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะมาเยาะเย้ยพวกเรานะครับ ว่ายุบไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรก็ตั้งขึ้นมาใหม่ได้ ถึงขั้นมาทวงบุญคุณให้เราต้องขอบคุณท่าน ผมก็ต้องย้ำอีกรอบครับ ผมไม่ขอบคุณท่าน หรอกครับ ผมต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนครับที่ยังคงไม่หมดหวังกับการเมืองไทย ภายใต้ ประชาธิปไตยที่บกพร่องแบบนี้ และยิ่งกว่านั้นครับ การที่ท่านมองว่าการกระทำ ของท่านนั้นจะถูกตีความหรือถูกวัดด้วยเกณฑ์ที่ว่า การกระทำดังกล่าวจะสามารถทำลาย พรรคการเมืองของเราได้หรือไม่ ผมคิดว่าสะท้อนให้เห็นชัดว่าท่านไม่ได้เข้าใจถึงสถานการณ์ การเมืองไทย ณ ปัจจุบัน เพราะการยุบพรรคที่เกิดขึ้นนั้นผมยืนยันว่าไม่สามารถทำลาย พรรคการเมืองได้ แน่นอนครับอาจจะยุบพรรคการเมืองในฐานะนิติบุคคลได้ อาจจะสามารถ ตัดสิทธิบุคลากรที่มีคุณค่าในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองได้ แต่สิ่งที่ท่านไม่มีทาง ทำลายได้ครับ คืออุดมการณ์ที่อยู่เบื้องหลังของพรรคการเมืองดังกล่าวที่สามารถเดินไป ต่อได้ ขับเคลื่อนไปได้ผ่านยานพาหนะใหม่ แต่สิ่งที่มันน่ากังวลครับ นั่นก็คือว่าการยุบพรรค ดังกล่าวนั้นไม่ได้กำลังทำลายล้างพรรคการเมืองครับ แต่กำลังทำลายล้างประเทศ เพราะเปึนการ ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามครับว่า ตกลงแล้วกฎหมาย รวมไปถึงกฎหมายสูงสุดของประเทศ อย่างเช่นรัฐธรรมนูญนั้นกำลังถูกใช้เปึนเครื่องมือทางการเมืองเพื่อขัดขวางเจตนารมณ์ ของพี่น้องประชาชนใช่หรือไม่

ส่วนตัวอย่างที่ ๒ ของขอบเขตอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกขยาย ขึ้นมานั้น ก็คือนวัตกรรมทางการเมืองใหม่ที่มีชื่อว่า มาตรฐานทางจริยธรรม ผมต้องยืนยัน อีกรอบครับว่าเรื่องของจริยธรรมนั้นเปึนเรื่องที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Subjective คือ ต่างคนอาจจะนิยามไม่เหมือนกัน ความจริงไม่ต้องมองตัวอย่างไปไกลครับท่านประธาน เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ยังมีทีมงานที่ทำงานให้กับเพื่อนสมาชิกคนหนึ่ง ยังตีความเลยครับ ยังวินิจฉัยเลยครับว่า การที่นักการเมืองคนหนึ่งไปหยุมหัวหรือว่าตบหัวนักข่าวนั้นเปึนเรื่องที่ ดูไม่น่าจะผิดจริยธรรม แต่เปึนเพียงการหยอกล้อกัน ดังนั้นครับท่านประธานผมต้องยืนยันว่า ในเมื่อจริยธรรมเปึนเรื่องที่เรานิยามไม่เหมือนกัน ตีความไม่เหมือนกัน แต่ปัญหามันเกิดขึ้น ตรงที่ว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ นั้นกลับนำเรื่องจริยธรรม ที่ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องของการทุจริตที่มีการนิยามไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ไปบรรจุอยู่ใน กฎหมาย และไปเพิ่มอำนาจให้กับศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระนั้นมีอำนาจผูกขาด เรื่องจริยธรรมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ผูกขาดทางต้นน้ำ ก็หมายถึงการผูกขาดการนิยามว่า มาตรฐานจริยธรรมนั้นหมายถึงอะไร เพราะว่ามาตรา ๒๑๙ ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ไปให้ อำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระในการเขียนมาตรฐานจริยธรรมขึ้นมา ซึ่งถูกบังคับใช้ กับทุกองค์กร แต่ผูกขาดปลายน้ำครับท่านประธาน ก็คือผูกขาดการตีความ เพราะว่า กระบวนการในการวินิจฉัยชี้ขาดนั้นก็เปึนกระบวนการที่เกี่ยวข้องหรือขึ้นอยู่กับศาล และองค์กรอิสระเกือบทั้งสิ้น และยังมีการให้อำนาจในการกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงถึงขั้น ประหารชีวิตทางการเมืองด้วยเช่นกัน อันนี้คือปัญหาที่ ๑ ครับ เรื่องของขอบเขตอำนาจ หน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาที่ ๒ ครับ หรือสิ่งที่ ๒ ที่ผมเชื่อว่าเราทุกคนในสังคมนั้น กำลังรู้สึกโกรธ ก็คือความโกรธกับอคติ และอาการที่ดูไม่เปึนกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งความโกรธนี้ก็ต้องถูกแปลออกมาเปึนโจทย์สำคัญในการปฏิรูปเรื่องของกระบวนการได้มา ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านประธานถามผมว่าเกณฑ์ที่เราควรจะใช้ในการคัดเลือก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญควรจะเปึนเช่นไร หรือคุณสมบัติที่เราเห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ควรจะมีควรประกอบไปด้วยคุณสมบัติอะไรบ้าง ผมจะขออนุญาตตอบท่านประธานเปึน ๓ ข้อ ข้อที่ ๑ ผมเห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ควรจะมีความหลากหลายในระดับหนึ่ง หลากหลายความคิด หลากหลายความเชี่ยวชาญ คุณสมบัติที่ ๒ ผมเห็นว่าตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ควรจะมีความยึดโยงกับประชาชน แม้อาจจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงของประชาชน ก็ควรจะถูกรับรองหรือได้รับความเห็นชอบจากตัวแทนที่มาจากการ เลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ส่วนคุณสมบัติที่ ๓ ผมก็เห็นว่าใครที่จะมาทำหน้าที่เปึนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ควรจะต้องเปึนที่ยอมรับของทุกฝ์าย แน่นอนครับ ลึก ๆ แล้ว มนุษย์แต่ละคนก็อาจจะมีความคิดที่เปึนกลางจริง ๆ ไม่ได้ แต่อย่างน้อยคนที่จะมาทำหน้าที่ เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นควรจะเปึนที่ยอมรับโดยทุกฝ์ายว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ อย่างเปึนกลางได้

ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ครับท่านประธานก็คือว่า กติกาเกี่ยวกับการ ได้มาซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ นั้น ไม่ผ่าน ทั้ง ๓ เกณฑ์นี้ครับ หากเราไปดูเกณฑ์ที่ ๑ เรื่องของที่มาที่หลากหลาย เราจะสังเกต เห็นว่าที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ณ ปัจจุบันนั้น ก็มาจากที่ประชุมใหญ่ศาล แล้วก็คณะกรรมการสรรหาที่อาจจะมีตัวแทนศาล ตัวแทนข้าราชการ หรือตัวแทน ฝ์ายการเมือง ในส่วนของตัวแทนนักวิชาการที่เคยมีอยู่ในคณะกรรมการสรรหาตุลาการ ศาลรัฐธรรมมนูญในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นั้นก็ตกหล่นไป หลากหลายน้อยลง ส่วนเกณฑ์ที่ ๒ เรื่องความยึดโยงกับประชาชนครับ เราก็จะเห็นว่าตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ นั้น ใครจะมาเปึน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ต้องถูกรับรองโดยสมาชิกวุฒิสภา ท่านอาจจะบอกกับผมว่าอันนี้ ก็เหมือนกับกติกาของรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แต่ถ้าดูในรายละเอียดไม่เหมือนกันครับ เพราะว่า สว. หรือสมาชิกวุฒิสภาของรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นั้น มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ในขณะที่ สว. ภายใต้รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ไม่ว่าจะเปึนบทเฉพาะกาลก็ดี หรือว่าบทหลักก็ดี ก็ยังคงไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชน ส่วนเกณฑ์ที่ ๓ เรื่องของการ เปึนที่ยอมรับของทุกฝ์าย อันนี้ก็ดูจะเปึนปัญหาที่สุดครับท่านประธาน เพราะเราจะเห็นว่า สว. ๒๕๐ คนตามบทเฉพาะกาล ก็มีบทบาทสำคัญในการรับรองตุลาการศาลรัฐธรรมมนูญ แล้วก็ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหลายท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ทุกวันนี้มาจากไหนครับ ก็มาจากการแต่งตั้ง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจาก คสช. ซึ่ง ณ เวลานี้ก็ได้แปรสภาพมาเปึน ผู้เล่นทางการเมืองส่วนหนึ่ง ถ้าเปรียบให้เห็นภาพเหมือนกับเกมฟุตบอล ศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะถูกมองว่าเปึนกรรมการที่มาตัดสินการแข่งขันระหว่างแต่ละทีม ปัจจุบันรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๖๐ นั้น กำลังให้ทีมฟุตบอลทีมหนึ่งครับ สามารถตั้งกลุ่มคนขึ้นมากลุ่มหนึ่งได้ ที่ไปคัดเลือกว่าจะเอาคนไหนมาเปึนกรรมการ อันนี้ผมคิดว่าสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ชัดเจน ที่สุด ส่วนปัญหาที่ ๓ ปัญหาสุดท้ายหรือสิ่งที่ ๓ ที่ผมเห็นว่าเรากำลังโกรธนั้น ก็คือ การที่ ประชาชนนั้นดูไม่มีช่องทางอะไรเลยที่จะทำได้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พี่น้องประชาชน บอกว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งแน่นอนครับก็หมายถึงความสำคัญและความจำเปึน ในการปฏิรูปเรื่องของกลไกตรวจสอบหรือว่ากลไกถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดแบบนี้ ท่านประธานอาจจะตกใจ แต่ผมเชื่อว่าท่านประธานก็ทราบดีครับว่าความจริงแล้วกลไกเรื่องของการถอดถอนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ไม่ได้เปึนแนวคิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ถ้าเราย้อนไปดูรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เราจะเห็นว่าก็มีการเป่ดช่องให้ สส. ๑ ใน ๔ คน หรือ ๑ ใน ๔ ของจำนวน สส. ที่มีอยู่ หรือว่าประชาชน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ สามารถเข้าชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ แน่นอนไม่ได้ถอดถอนตามอำเภอใจ ก็ต้องถอดถอนเฉพาะกรณีที่อาจจะมีพฤติการณ์ร่ำรวย ผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดต่อหน้าที่ หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ และแน่นอนครับ ไม่ใช่ว่าเสนอแล้วก็จะถอดถอนได้เลย แต่ก็มีกระบวนการที่รัดกุมที่เป่ดให้มีการไต่สวนโดย ป.ป.ช. และท้ายที่สุดแล้วคนที่จะชี้ขาดก็คือ สว. ที่มาจากการเลือกตั้งที่ต้องลงมติอย่างน้อย ๓ ใน ๕ ผมเลยจำเปึนครับที่ต้องอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ โดยการตั้งคำถามดัง ๆ กับเพื่อนสมาชิกทุกคนว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจำเปึนจะต้องมีการพิจารณานำกลไก ถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นกล่าวโดยสรุปครับท่านประธาน สำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอด ๑-๒ วันหลังจากที่มีบทสัมภาษณ์ของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ เราเห็นประชาชนโกรธครับ เราเห็นประชาชนรู้สึกไม่พอใจ พวกเราก็โกรธได้ พวกเราก็รู้สึกไม่พอใจได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้แทนราษฎรก็เปึนคน ก็เปึนประชาชน เหมือนกัน แต่ผมอยากชวนให้เพื่อนสมาชิกทุกคนในที่นี้ตระหนักไว้ว่า แม้เราอาจจะมี ความรู้สึกไม่พอใจเหมือนกับที่พี่น้องประชาชนรู้สึกในสังคม แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเรา ผู้แทนราษฎรสามารถทำได้ และเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนคาดหวังให้เราทำ และเปึนสิ่งที่ พี่น้องประชาชนนอกสภาเขาทำด้วยตัวเองไม่ได้ นั่นไม่ใช่การผู้แทนเขาเท่านั้นครับ แต่คือการลงมือแก้ปัญหาที่ต้นตอ โดยการแก้รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเปึนบ่อกำเนิดของระบบการเมืองที่บิดเบี้ยว และนำมาสู่เหตุการณ์ เมื่อวานนี้ ดังนั้นครับ ผมอยากจะเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าเราไม่ควรจะหยุดอยู่แค่ การอภิปรายในวันนี้ครับ แต่เราจำเปึนต้องร่วมกันเริ่มผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้น โดยเร็วที่สุด แน่นอนครับ ในมุมหนึ่งเราจำเปึนต้องเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย และเมื่อวานก็เปึนข่าวดีที่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้ให้ความเห็นชอบในวาระที่ ๓ ของร่างแก้ไข พ.ร.บ. ประชามติ แต่ผมก็จำเปึนต้องยืนยันว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นจะสะท้อนเสียงของประชาชนทุกกลุ่มได้ดีที่สุด และมีความชอบธรรม ทางประชาธิปไตยที่สุด หากถูกร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชนทั้งหมด แต่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าถึงแม้เราทำเต็มที่แค่ไหนในการผลักดันให้เกิด การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กระบวนการดังกล่าวต้องอาศัยเวลา หากเราเดินตาม Road Map ที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าจะมีการทำประชามติ ๓ ครั้ง ผมคำนวณดูแล้วครับท่านประธาน จะเร่งแค่ไหนก็มีโอกาสน้อยมากที่เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ก่อนการเลือกตั้ง ในป้ ๒๕๗๐ ดังนั้นครับท่านประธาน สิ่งที่เราจำเปึนต้องทำคู่ขนานและทันที คือการแก้ไข รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญรายมาตรา ในประเด็นที่จำเปึนเร่งด่วน ซึ่งเราทำได้ตั้งแต่วันนี้เลย ความจริงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่แล้ว ผมและเพื่อนสมาชิกจาก ณ เวลานั้น เปึนพรรคก้าวไกล ก็ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราไป ๓ ฉบับ ที่ล้วนมีเปัาหมาย ในการลบล้างผลพวงรัฐประหาร มาถึงวันนี้ครับ ผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนเรา ก็ยืนยันว่า เราพร้อมจะเสนอและสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่จะแก้ปัญหา ที่ต้นตอของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ไม่ว่าจะเปึนการทบทวนอำนาจหน้าที่ของ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเปึนการปฏิรูปกระบวนการได้มาซึ่งตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมไปถึงการทบทวนหรือการเพิ่มกลไก ตรวจสอบ ถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ เราก็หวัง เปึนอย่างยิ่งครับว่าเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ หรือเพื่อนสมาชิกที่ไม่ได้ขัดขวาง การเสนอญัตติในวันนี้จะร่วมมือกันกับพวกเราในการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว เช่นกัน เพื่อสร้างประชาธิปไตยเต็มใบที่อำนาจสูงสุดเปึนของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากญัตตินี้ได้มีการเสนออภิปรายและได้มีผู้สรุปญัตติไปเรียบร้อยแล้วนะครับ และเนื่องจากญัตตินี้ได้เสนอมาเพื่อส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของสภาให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งจากการอภิปรายของท่านสมาชิก ผมเห็นว่าทุกท่านเห็นร่วมกัน ว่าควรจะสนับสนุนญัตติดังกล่าวนี้ ดังนั้น ผมจึงจะขอถามมติจากที่ประชุมว่า ควรจะส่ง ข้อสังเกตและข้อเสนอของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดำเนินการ ต่อไป มีท่านสมาชิกท่านใดจะเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ เมื่อไม่มีสมาชิกท่านใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น ผมก็ถือว่าที่ประชุมนี้ลงมติเห็นชอบให้ส่ง ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎรให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นะครับ ก็เปึนอันว่าจบการอภิปรายและลงมติในญัตตินี้นะครับ วันนี้เราได้อภิปรายมาพอสมควรแล้ว ผมขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๒๖ นาําิกา