จุลพงศ์ เสนอแนวทางรับมือผู้หนีภัยเมียนมา แยกมาตรการใน-นอกประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗

จุลพงศ์ อยู่เกษ หารือประเด็นผู้หนีภัยจากการสู้รบในเมียนมา โดยเสนอแนวทางการจัดการทั้งภายในประเทศและที่ต้นทาง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารและกองกำลังชาติพันธุ์ในพม่า รวมถึงการร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจและอาเซียนเพื่อวางกรอบการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มั่นคง และยั่งยืน

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มันมี ความลับอย่างหนึ่งนะครับ ที่ผมไม่เคยบอกใคร จริง ๆ ผมมีชื่อพม่าด้วยนะครับท่านประธาน คือเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วผมติดต่อกับพม่าจนได้รับการให้ชื่อในภาษาพม่า พม่าจริง ๆ แล้วเปึนคน ที่มีความเอื้อเฟุ๋อเผื่อแผ่นะครับ ผมเองนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของ สภาผู้แทนราษฎร ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ผมเรียนได้เลยว่าประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อหาการถกเถียงกันในกรรมาธิการ หรือเชิญมาชี้แจง วนเวียนแต่เรื่องสถานการณ์ ในพม่า และปัญหาแรงงานเมียนมาในประเทศไทย ทุกวันนี้เราก็ยังต้องศึกษาอยู่ครับ เอาเข้า จริง ๆ แล้ว ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาหนีภัยการสู้รบในเมียนมา ถ้าจะให้ครบสูตร มันมี ๒ เรื่อง คือ ๑. แก้ปัญหาในประเทศไทย ซึ่งก็ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้นะครับ ที่มีกฎหมายทั้งภายใน ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ อนุสัญญา ข้อตกลงระหว่าง ประเทศเกือบ ๒๐ ฉบับ วิธีการแก้ที่ ๒ คือแก้ที่ต้นทาง ซึ่งด้วยความเคารพจริง ๆ ผมยัง ไม่เห็นว่ารายงานนี้จะมีการเสนอแนะการแก้ที่ต้นทางอย่างไร แต่ผมก็เข้าใจเพราะอาจจะ เปึนการนอกเหนือจากวัตถุประสงค์หรือขอบเขตอำนาจของกรรมาธิการของเรา ดังนั้นผมขอ เสนอ ๖ ข้อ เพื่อที่จะให้ท่านกรรมาธิการได้ลองพิจารณาดู

ข้อ ๑ ก็คือดำเนินความสัมพันธ์กับรัฐเมียนมา รัฐเมียนมานะครับ ตรงพื้นที่ ใจกลางประเทศ คือแถบย่างกุ้ง เนปยีดอ โดยเน้นความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเหมือนเดิม ถ้าท่านนึกแผนที่ของพม่าออกนี่เปึนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดยาว ๆ คือตรงกลางนี่ครับ จุดศูนย์กลางตรงที่ย่างกุ้ง เนปยีดอ

ข้อ ๒ คือดำเนินความสัมพันธ์กับรัฐเมียนมาตรงพื้นที่ชายแดน ผมเน้นรัฐ นะครับ หมายความว่า แต่ละรัฐตรงพื้นที่ชายแดน โดยให้เพิ่มการติดต่อกับกองกำลัง ชาติพันธุ์ และรัฐบาลฝ์ายประชาธิปไตย

เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะขอแนะนำคือ ให้ติดต่อร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจ ระดับโลก เช่น ประเทศจีน อินเดีย ญี่ปุ์น สหรัฐ และ EU เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าท่านลอง ศึกษาชายแดนไทย-พม่า ท่านจะเห็นว่ามีองค์กรระหว่างประเทศจากหลายประเทศนะครับ กำลังให้ความช่วยเหลือกับผู้อพยพพม่าตามแนวชายแดน

ข้อที่ ๔ คือกระชับความร่วมมือกับประเทศอาเซียนที่ผ่านมาในอดีตนี่ เราเคยทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาประธานอาเซียนมาแล้ว แล้วป้นี้ถ้าผมจำไม่ผิดประเทศ มาเลเซียเปึนประธานอาเซียน และผมก็ทราบจากเพื่อนฝูงในมาเลเซียว่า มาเลเซียเองกำลัง กำหนดมาตรการเกี่ยวกับประเทศพม่าอยู่ ถ้าได้เวลาอันควรคงมีการศึกษาและปรึกษาหารือ กับประเทศไทย

ข้อที่ ๕ กำหนดพื้นที่ปัองกันอธิปไตยแห่งรัฐไทยในประเทศไทย โดยวางกำลัง ทหารตามแนวชายแดนอย่างเหมาะสม เพื่อปัองกันอธิปไตยและการล้ำเส้นเขตแดน ไม่ใช่ วันดีคืนดีมีเครื่องบินรบผ่านเข้ามาในแผ่นดินไทย ๑๕ นาที ครึ่งชั่วโมง กองทัพอากาศของ ประเทศไทยนิ่งเงียบ

ข้อที่ ๖ นี้อาจจะเปึนการอ่อนไหวสักนิดหนึ่งนะครับ แล้วกรรมาธิการท่านที่ เปึนฐานที่นั่งอยู่ ท่านอาจจะชี้แจงให้ความเห็นในข้อเสนอแนะอันนี้ คือให้กำหนดอาณา บริเวณที่อยู่นอกประเทศไทย โดยมองออกไปข้างหน้าตามพื้นที่และเส้นทางสำคัญ ในเมียนมาเพื่อให้ไทยมีแผนเชิงรุกสำหรับปกปัองผลประโยชน์ของคนไทยล่วงหน้า และมีบทบาทรุกเข้าไปในพื้นที่ล่วงหน้ามากขึ้น เพื่อปัองกันการไหลบ่าของคนอพยพ แทนที่จะเปึนแผนตั้งรับอย่างเช่นในปัจจุบันนี้นะครับ ผมก็ขอความรู้นะครับว่าทางการทหารนั้น ทำได้หรือไม่ เพราะว่ามีนักการทูตอาวุโสท่านหนึ่งในประเทศไทยเคยบอกผมว่า ทหารมีความรู้ เกี่ยวกับประเทศพม่าดีที่สุด เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาในประเทศพม่าให้ได้ผลจริง ๆ ต้องนั่ง จับเข่าคุยกับทหาร ไม่ใช่เดินหมากการต่างประเทศอย่างเดียว

ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ออกมา รายงาน ๒ ฉบับ ครั้งแรกผมก็สับสนผมไม่รู้จะอภิปรายฉบับไหนนะครับ แต่ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้ว เพราะรายงานมาแล้ว แล้วก็ฉบับหนึ่งบอกว่าปัญหาลี้ภัยการสู้รบในประเทศเมียนมา อีกฉบับหนึ่ง ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนเมียนมา ตอนนี้ผมเข้าใจว่ามันขาดคำว่า ประเทศไปเท่านั้นเอง แต่จริง ๆ รายงาน ๒ ฉบับนี้ก็มีความคล้ายคลึงกัน ผมขอเรียนนะครับ อยากฟังความคิดเห็นของกรรมาธิการนะครับ การแก้ต้องแก้ทั้งต้นทางและในประเทศไทย มีหลายประเทศครับ ไม่ว่าจะเปึนอย่างประเทศออสเตรเลียเขาให้ไปอยู่เกาะเลยนะครับ ไม่ยอมให้ขึ้นแผ่นดินใหญ่ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการสร้างกำแพง และผมเชื่อว่าก็จะมี การสร้างกำแพงต่อไปหลังจากมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในป้หน้า แต่ขณะเดียวกัน เรารองรับผู้อพยพจากเมียนมา ลองดูสถานการณ์ในยุโรปขณะนี้ มีการข่มขืนโดยผู้อพยพ จำนวนมาก มีการบุกเข้าปล้นสะดมตามห้างสรรพสินค้าของห้างสรรพสินค้าในประเทศยุโรป จำนวนมาก เพราะฉะนั้นการดูปัญหาอาจจะต้องมองหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคงจะต้อง มองในเรื่องความมั่นคงให้สมกับชื่อของคณะกรรมาธิการ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ