ชลธิชา สนับสนุนรายงานความมั่นคง ชี้เพิ่มความสำคัญแรงงานเมียนมา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗

ชลธิชา แจ้งเร็ว สนับสนุนรายงานของกรรมาธิการด้านความมั่นคงและยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมหารือประเด็นปัญหาแรงงานข้ามชาติและผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาที่ส่งผลต่อประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งการบริหารจัดการในพื้นที่ชายแดน ข้อบกพร่องด้านสุขภาพและสิทธิมนุษยชน การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรม และผลกระทบจากนโยบายปิดศูนย์ CI รวมถึงปัญหาการตัดอินเทอร์เน็ตและการจับกุมอุปกรณ์ Starlink ที่กระทบต่อการดำรงชีวิตและงานของภาคประชาชน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างระมัดระวัง ไม่เหมารวม และแก้ปัญหาอย่างรอบด้านทั้งเครือข่ายอาชญากรรมและการฟอกเงิน พร้อมผลักดันให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับสถานการณ์เมียนมาและนำข้อเสนอไปปรับปรุงนโยบายอย่างเป็นระบบ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน วันนี้ดิฉันเองก็ขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอชื่นชมกับบทบาทของกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ในการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องของสถานการณ์ ในเมียนมามาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด ยกตัวอย่างงานหนึ่งที่ท่านทำและดิฉันคิดว่า ประสบความสำเร็จอย่างมากก็คือ การจัดงานเสวนาครบรอบ ๓ ป้ แต่น่าเสียดาย ในงานวันนั้นยังขาดการพูดถึงประเด็นที่มันสำคัญ อย่างประเด็นเรื่องของแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา ซึ่งเราต้องยอมรับว่าสถานการณ์เมียนมาที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในมิติเรื่องของแรงงานข้ามชาติ แต่ว่าอย่างไรก็ตามในตัวเล่มรายงานทั้ง ๒ ฉบับของคณะกรรมาธิการที่ดิฉันถืออยู่ในมือ ในวันนี้ ก็คิดว่าได้ตอบโจทย์กับประเด็นเหล่านั้นค่อนข้างครบถ้วนแล้วก็ครอบคลุม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาไว้แล้วนะคะ วันนี้ดิฉันเองก็จะขอ ร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนรายงานของท่าน แล้วก็มีประเด็นสัก ๓-๔ ประเด็น ที่อยากจะร่วม อภิปรายแลกเปลี่ยนสักเล็กน้อย

ประเด็นแรก เรื่องของการขาดการบริหารจัดการที่ดี อันนี้ดิฉันเห็นด้วย กับรายงานของท่านเปึนอย่างมากค่ะ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของเมียนมาจะมีการทำรัฐประหาร มาแล้วกว่า ๓ ป้ แล้วก็สถานการณ์ในเมียนมาอย่างที่เราทราบกันดีว่ากระทบต่อประเทศไทย อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เราไม่สามารถที่จะพูดได้เลยนะคะว่าปัญหาเมียนมาเปึนแค่เพียง ปัญหาในเมียนมาเท่านั้น แต่ ณ วันนี้มันคือปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องยอมรับกันตามตรงว่า ๓ ป้ที่ผ่านมาเราก็ยังไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจน ที่เปึนรูปธรรมหรือระบบการบริหารจัดการที่ดีจากรัฐบาล เรายังไม่ยอมรับความจริงว่า เรามี ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งปัญหาตรงนี้มันเลยนำมาสู่การเรียกอัตราค้าขายสิทธิ บนความยากลำบากของพวกเขา ซึ่งอันนี้ต้องชื่นชมค่ะว่าในตัวเล่มรายงานของท่านนี้ ท่านก็ได้มีการใส่ตัวเลขอัตราค้าขายสิทธิของเจ้าหน้าที่รัฐไทยที่ทำการเรียกเก็บ ยกตัวอย่าง ที่ท่านใส่ไว้ ซึ่งจริง ๆ ตอนอภิปรายมาตรา ๑๕๒ อภิปรายทั่วไปในรอบที่ผ่านมาดิฉันก็พูดถึง ประเด็นนี้เช่นเดียวกัน แล้วในรายงานเล่มนี้ของท่านก็ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ของการเรียกเก็บสิทธิอยู่อาศัยในพื้นที่ ๓๕๐ บาทต่อเดือน หรือว่าถ้าต้องการทำงานก็ต้อง จ่ายเพิ่ม ๕๐๐-๘๐๐ บาทต่อเดือน ต่อคน หรือหากต้องการที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์ จ่ายเพิ่มอีก ๖๐๐-๙๐๐ บาท ต่อคน ต่อเดือน รวม ๆ แล้วดิฉันเชื่อว่าปัญหาเมียนมา แน่นอน ไม่ได้กระทบแค่คนเมียนมาเท่านั้นนะคะ แต่ว่านอกจากกระทบกับคนเมียนมาที่อยู่ใน ประเทศไทยที่เข้ามาลี้ภัยในไทยแล้วนี้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่มันร่ำรวยอู้ฟู์มากขึ้นก็คือเจ้าหน้าที่รัฐไทย ที่ทำการเรียกเก็บค่าอัตราค้าขายสิทธิเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของจังหวัดตาก ที่อำเภอแม่สอดนะคะ อันนี้ก็เปึนตัวอย่างที่ดีที่ท่านได้ยกตัวอย่างมา

แต่อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าไม่พูดถึงไม่ได้นะคะ ในปัจจุบันสถานการณ์ เรื่องของโรคระบาดชายแดนนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วปัจจุบันนี้ก็มีโรคระบาด อุบัติใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่เราขาดระบบการบริหารจัดการที่ดีก็จะส่งผลกระทบ ต่อเรื่องนี้

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของแรงงานข้ามชาติ และที่เราพูดถึงเรื่องของการอพยพ ลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทย เพราะเขาไม่ได้เข้ามาแค่ในฐานะของผู้ลี้ภัยเท่านั้นนะคะ แต่ว่า หลายคนเข้ามาในฐานะของแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาอีกด้วย นโยบายบังคับเกณฑ์ทหาร หรือแม้กระทั่งเรื่องของการเรียกเก็บภาษีในฝัืงเมียนมามากขึ้นก็ส่งผลกระทบที่ทำให้เราพบ อัตราจำนวนตัวเลขของคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเยอะมากขึ้น อันนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่ดิฉันก็ต้องยอมรับกันตามตรงเลยค่ะว่ารายงานของท่านนี้ก็ค่อนข้าง อธิบายเรื่องเหล่านี้ไว้อย่างครอบคลุม แต่ดิฉันอาจจะฝากเรื่องหนึ่งค่ะ เข้าใจว่าปัจจุบันนี้ อีกสถานการณ์ที่ต้องกังวลอย่างมากก็คือเรื่องของป่ดศูนย์ CI ซึ่งแต่เดิมนี้ก็จะมีกระจัด กระจายกันตามแต่ละจุดทั่วประเทศไทยใช่ไหมคะ แต่ว่าตอนนี้ป่ดไปหมดแล้ว แล้วก็เหลืออีก แค่จุดเดียวที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเข้าใจว่ารายงานของท่านนี้เสร็จสิ้นก่อนที่รัฐบาลทางฝัืง เมียนมาเอง แล้วก็ทางฝัืงไทยจะมีนโยบายในการเป่ดศูนย์ CI แต่ว่าดิฉันก็อาจจะฝากเปึน ข้อสังเกต เพราะประเด็นเรื่องของการป่ดศูนย์ CI แน่นอนว่าจะกระทบกับพี่น้องแรงงานข้ามชาติ ชาวเมียนมาอย่างมาก แล้วก็จะยิ่งทำให้ตัวเลขของคนที่เปึนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา ที่อาจจะหลุดออกจากระบบแรงงานของประเทศไทยสูงขึ้นนะคะ ในขณะที่การประชุมของ กมธ. การต่างประเทศเองในช่วงที่ผ่านมานี้ เราก็มีการพูดคุยเรื่องนี้มาโดยตลอด แล้วทาง ผู้ประกอบการเองก็ค่อนข้างแสดงความกังวลต่อเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ดิฉันก็คิดว่า อาจจะถึงเวลาที่เราจะต้องรีบทวงความคืบหน้าของการออกมติ ครม. ในเรื่องของการ ขอผ่อนผันในเรื่องนี้นะคะว่าท่านจะมีนโยบายอย่างไร และท่านจะรับมือเรื่องนี้อย่างไรนะคะ

อีกประเด็นหนึ่ง ที่ดิฉันอาจจะขออนุญาตพูดถึงแบบเร็ว ๆ ก็คือเรื่องของ การตัดอินเทอร์เน็ต จริง ๆ ดิฉันเองก็ได้ติดตามการทำงานของกรรมาธิการการต่างประเทศ ท่านเองก็ไม่ใช่แค่ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาเท่านั้น แต่ว่าท่าน ก็ยังรวมไปถึงประเด็นเรื่องของอาชญากรรมแก๊ง Call Center ต่าง ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งก็มาคู่กันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฝัืงเมียนมา

ทีนี้ในปัจจุบันนี้ก็อย่างที่เราทราบข่าวกันดีค่ะว่ารัฐบาลไทยก็มีการเข้าไป จับกุมผู้ที่มีอุปกรณ์ Starlink ไว้ในครอบครองนะคะ แล้วก็โดยให้เหตุผลค่ะว่าเปึนเพื่อการตัด อินเทอร์เน็ตสำหรับแก๊งอาชญากรรม Call Center จริง ๆ ดิฉันต้องบอกว่าดิฉันเห็นด้วย ในการปราบปรามแก๊งอาชญากรรม Call Center ต่าง ๆ นะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามค่ะ เราพบว่าการเข้าไปจับกุมควบคุมตัวกลุ่มเหล่านั้น หลายคนที่ไม่ใช่แค่ชาวแก๊ง Call Center เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาคประชาสังคม นักปกปัองสิทธิมนุษยชนอีกด้วย โดยเฉพาะ กลุ่มชาติพันธุ์ตามชายแดนไทย-เมียนมา ที่พวกเขาเหล่านั้นต่างก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และรวมไปถึงในเรื่องของการศึกษา การรักษาพยาบาลต่าง ๆ ด้วยนะคะ ดังนั้นแล้วดิฉันจึงคิดว่าการตัดอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ หรือว่า การเข้าไปควบคุมสิทธิต่าง ๆ อาจจะต้องทำอย่างระมัดระวังนะคะ ไม่ใช่การทำอย่างหว่านแห หรือว่าเหมารวมนะคะ เพราะว่าสิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต้องยอมรับค่ะว่าเปึนเรื่อง สำคัญในยุคสมัยปัจจุบันเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็ดิฉันเองก็คิดว่าข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ใช้ ไม่ว่าจะเปึนทั้งในเรื่องของการศึกษาหรือว่าการรักษาพยาบาล อินเทอร์เน็ตเปึนหนึ่งในกลไก ที่สำคัญ แล้วก็คิดว่าเรื่องของการกวาดล้างแก๊งอาชญากรรม Call Center แค่เพียงการตัด อินเทอร์เน็ตไม่เพียงพอนะคะ แต่ว่าอาจจะต้องคำนึงไปพร้อมกับเรื่องของการทลายเครือข่าย ผลประโยชน์ แล้วก็เรื่องของการฟอกเงินด้วย อันนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากเปึน ข้อสังเกต เปึนข้อเสนอแนะนะคะ ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันค่ะเราจะพูดถึงเรื่อง บทบาทของประเทศไทยในการดูแลเรื่องสถานการณ์ในเมียนมา ดิฉันคิดว่ากลุ่มภาคประชา สังคมต่าง ๆ ที่ทำงานตามบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาก็เปึนอีกกลุ่มหนึ่งที่เราต้องให้ ความสำคัญ แล้วก็สนับสนุนการทำงานของพวกเขาเช่นเดียวกัน

สุดท้ายค่ะ ดิฉันก็คาดหวังนะคะว่ารัฐบาล หรือ ครม. ชุดใหม่ที่กำลังจะตั้งกัน ขึ้นมาในอีกช่วงไม่กี่วันหลังจากนี้ค่ะ ก็จะเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์เมียนมานะคะ แล้วก็จะนำข้อเสนอแนะของทางคณะกรรมาธิการไปใช้ ไปปรับปรุงนโยบายของรัฐบาลต่อค่ะ ขอบคุณค่ะ