ธิษะณา ชุณหะวัณ รายงานและหารือปัญหาผู้หนีภัยจากความขัดแย้งในเมียนมา พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยึดถือหลักไม่ส่งกลับผู้ลี้ภัยและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งท้วงติงบทบาทของสถาบันการเงินไทยที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการสนับสนุนการซื้ออาวุธของกองทัพเมียนมา จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเชิงรุก และตัดความสัมพันธ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหาร พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการลงโทษผู้เกี่ยวข้องและแสดงบทบาทของไทยในเวทีสิทธิมนุษยชนสากลอย่างเหมาะสม
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๒ เขตปทุมวัน เขตสาทร และเขตราชเทวี พรรคประชาชน สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านเรา ณ ปัจจุบัน เกิดความขัดแย้งภายในประเทศและทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันนี้ดิฉันมาอภิปราย รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับผู้หนีภัยจากการสู้รบ จากเมียนมา และผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณนะคะ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ รวมถึงท่านประธานกรรมาธิการและทุก ๆ ท่านที่ทำรายงานได้อย่างละเอียด รอบคอบ แล้วก็มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน และวอนขอให้รัฐบาลได้ทำตาม คำแนะนำของทั้งคณะอนุกรรมาธิการ และทางคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ก่อนอื่นขออนุญาตสไลด์ที่ ๑
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ วันนี้ดิฉันมาอภิปรายเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศพม่า และ ชาวบ้านประชาชนกว่า ๑.๑ ล้านคน กลายมาเปึนผู้พลัดถิ่นหรือผู้หนีภัย แล้วไม่รวมถึงบุคคล ไร้รัฐ หรือที่เรียกว่าชาวโรฮีนจา ที่ต้องเผชิญกับอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีผู้พลัดถิ่น มากถึง ๑.๖ ล้านคน โดยส่วนมากอยู่ที่ค่ายในบังกลาเทศและกระจายอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงบางส่วนในชายแดนไทย หลายกลุ่มถูกผลักดันส่งกลับ มีจำนวนกว่า ๓๐๐ คนของชาวโรฮีนจาที่ติดอยู่ใน ตม. รวมไปถึงอุยกูร์กว่า ๕๐ ชีวิต ผู้หนีภัยชาวเมียนมา จำนวนมากที่ยังถูกกักขังแบบไร้กำหนดการปล่อยตัว หรือที่เรียกว่า Indefinite Intention ตามสถิติของสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ทั้งหมดมี ๑.๑ ล้านคน ที่กลายมา เปึนผู้ลี้ภัยและเปึนพลเรือนชาวพม่า ต้องหนีภัยสงครามจากความขัดแย้งระหว่างรัฐกับกลุ่ม ชาติพันธุ์ต่าง ๆ และกลุ่มผู้เห็นต่างผู้ต่อต้านรัฐบาลพม่า ณ ปัจจุบัน ตามที่ท่านเห็นในฐานะ ที่เราเปึนประเทศที่มีภูมิศาสตร์ที่ติดกับประเทศพม่าตั้งแต่เหนือจรดใต้ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือปัญหาการรับมือกับกลุ่มผู้อพยพหนีภัยสงครามในหลาย ๆ พื้นที่ตามแนวชายแดนของเรา ซึ่งการขบคิดเรื่องนี้จำเปึนต้องอยู่ในหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ หรือกฎหมาย มนุษยธรรมระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า International Humanitarian Law ผู้ที่ทุกข์ยาก หนีภัยความไม่สงบ หนีการประหัตประหารในบ้านของเขา เข้ามาหวังพึ่งเรา หนีร้อน มาพึ่งเย็น ผู้หนีภัยที่มีหลายบทบาทในหลายหน้าที่ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มที่หนีเกณฑ์ทหารจาก กลุ่มใหญ่ ขณะที่รายงานของคณะอนุกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงเกี่ยวกับตัวเลขแล้วว่ามี จำนวนมาก ที่หนีนโยบายบังคับเกณฑ์ทหารมาตั้งแต่อายุ ๑๘-๔๕ ป้ หากเปึนเพศชาย อายุ ๑๘-๒๕ ป้ หากเปึนเพศหญิง มีการหลบหนีเข้ามาด้วยช่องทางต่าง ๆ ตามธรรมชาติ หรือผ่านนายหน้าต่าง ๆ เปึนจำนวนมาก อย่างไรก็ตามผู้หนีภัยที่ถูกจับกุมได้หลายคนได้ถูก ทางการไทยส่งตัวกลับไปยังประเทศต้นทาง หรือถูกกักขังอยู่ใน ตม. อย่างที่ดิฉันได้กล่าว ก่อนหน้านี้อย่างไม่ไร้ที่สิ้นสุด การส่งกลับผู้หนีภัยเสี่ยงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ ต้นทาง เปึนสิ่งที่ดิฉันค่อนข้างเปึนห่วงอย่างมาก ในกรณีตัวอย่างการส่งกลับ Pdf ชาวพม่า ๓ ท่าน สู่พื้นที่ควบคุมของทหารพม่า ทำให้ผู้ลี้ภัยทั้ง ๓ ท่านเสียชีวิตจากเอกสารชี้แจงของ กองประเมินภัยคุกคาม สภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้รายงานว่า ผู้ลี้ภัยสงครามชาวพม่า ถูกควบคุมตัวข้อหาเปึนบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับ การอนุญาต และถูกผลักดันส่งกลับประเทศทั้ง ๓ ท่าน ถูกยิงโดยทหารพม่าระหว่างพยายาม หลบหนี หรืออยู่บนเรือตรงแม่น้ำโขง และส่งกลับไปยังศูนย์สอบสวนและคาดว่าถูกซ้อม ทรมานก่อนเสียชีวิต ในกรณีล่าสุดของนายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) นักเคลื่อนไหวชาวเวียดนาม ผู้ร้องต่อการนับถือศาสนาอย่างอิสระก็ถูกคุมขังอยู่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร อยู่ในขั้นไต่สวนพยานโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอ้างว่ามีคำขอส่งผู้ร้าย ข้ามแดนมาในศาล มีคำพิพากษาฐานก่อการร้ายเหตุจลาจล ทั้งนี้ นายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) ไม่ได้อยู่ในประเทศเวียดนามขณะเกิดเหตุจลาจลและคณะพิจารณาคดี ในวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตามกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของไทย หากความผิดเปึนเหตุให้ร้องขอนั้นเปึนความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง ก็จะเปึนข้อยกเว้นว่า ศาลจะสั่งไม่ให้ส่งบุคคลตามที่ร้องได้ และปัจจุบันในประเทศไทยมี พ.ร.บ. ปัองกัน และปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ระบุว่ารัฐบาลไทยจะส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นทางไม่ได้ หากต้องเผชิญกับการ ประหัตประหาร หรือตกอยู่ในอันตราย ถูกกระทำทรมาน กระทำโหดร้าย สำนักงานสภา ความมั่นคงแห่งชาติได้ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติต่อผู้หนีภัย ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล ไทยต้องยึดมั่นและเคารพในหลักการ ไม่ส่งกลับ หรือ Non- Refoulement การสนับสนุนสู่การลี้ภัยในประเทศที่ ๓ ผู้ลี้ภัยนอกจากจะไม่ถูกให้ค่าของ ความเปึนมนุษย์ยังต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงต่อการส่งกลับประเทศต้นทาง หรืออาจมี ความเสี่ยงต่อการถูกเรียกรับผลประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐแบบผิดกฎหมาย ซึ่งมีรายงาน เรื่องเหล่านี้ตามชายแดนมาหลายรอบ หลายกรณี เราไม่รู้ได้เลยค่ะท่านประธาน ว่าพวกเขา ได้กลับไปประเทศต้นทางและจะมีชีวิตรอดในวันต่อไปหรือไม่ และจากการหาประโยชน์จาก ความทุกข์ยากของคนอื่น ก็นับเปึนสิ่งที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับราชการไทย
จากปัญหาการหนีทัพและลี้ภัยของนักการเมืองชาวเมียนมา ดิฉันอยากนำพา ท่านประธานและสมาชิกทุกท่านย้อนกลับมาที่การดำเนินนโยบายและกลไกต่างประเทศของ รัฐบาลไทย ซึ่งเปึนเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย และผู้หนีภัยจาก เหตุความไม่สงบในเมียนมาในเชิงระยะยาวและภาพรวมค่ะ ท่านประธานคะ ย้อนกลับไป เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของเมียนมาแห่งสหประชาชาติ ได้ออกรายงานระบุว่า ธนาคารไทยหลายแห่งเปึนช่องทางที่รัฐบาลเผด็จการทหารพม่า หรือ SAC ใช้ในการทำธุรกรรมในการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ นำไปใช้เข่นฆ่าประชาชนของ ตนเองในประเทศที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เขียนชัดเจนว่าวิธีการเข่นฆ่าประชาชน ของทหารพม่าขึ้นอยู่กับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พวกเขามีในขณะนั้น ในรายงานธนาคาร และสถาบันทางการเงินที่ถูกเป่ดเผย มีหลายชื่อเปึนธนาคารสถาบันทางการเงินชั้นนำ และเจ้าใหญ่ของประเทศไทย แม้ว่าจะมีการพยายามในการชี้แจงจากธนาคารเหล่านี้ว่า กระทำตามกฎหมาย แต่ธุรกรรมที่เกิดขึ้น ก็ผ่านการตรวจสอบตามมาตรการแล้ว แต่คำชี้แจง เหล่านี้ก็ยังไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างเช่นสิ้นเชิงหรือเบ็ดเสร็จว่าธนาคารไทยไม่ได้เปึน ช่องทางในการโอนเงิน และยุทโธปกรณ์ดังกล่าว ท่านประธานคะ การไม่เด็ดขาดของ การบังคับใช้กลไกนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทยในตอนนี้ ได้กลายมาเปึนช่องโหว่ อันมหาศาลที่รัฐบาลเมียนมาลอดช่องและหลบเลี่ยงเข้ามาขนถ่ายอาวุธเข้าไปเข่นฆ่า ประชาชนที่ไม่มีทางสู้เปึนผู้บริสุทธิ์อีกหลายแสนคน โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าของ ธุรกรรมสูงถึง ๑๒๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว ๔,๓๐๐ ล้านบาทไทย ไม่ว่าจะเปึนอย่างไร เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเลือดของคนพม่าและพี่น้องชาติพันธุ์ได้เปุ๋อนมือของพวกเราแล้ว ซึ่งถ้าเรา ยึดมั่นในหลักการคนเท่ากัน ทุกชีวิตย่อมมีค่าค่ะท่านประธาน และหากเรายังปล่อยให้เปึนอยู่ แบบนี้ ประเทศไทยที่สมัครเปึนคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะเอาหน้า ไปไว้ที่ไหนในการสมัครครั้งนี้ค่ะท่านประธาน ไม่มีเกียรติหรือศักดิ์ศรีในการที่จะนั่งตำแหน่งนี้ ดิฉันขอเสนอยืนยันว่ารัฐบาลไทยต้องดำเนินการคว่ำบาตรเชิงรุก ตามคำสั่งคณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ไม่ใช่แค่ปล่อยให้สถาบันการเงินของไทยทำหน้าที่เพียงแค่ ตรวจสอบธุรกรรม และปฏิบัติตามกฎหมายภายใน ซึ่งเปึนการดำเนินการเชิงรับเท่านั้น แต่ต้องมีมาตรการเชิงรุก หรือ Proactive ให้เปึนไปถึงการระงับการทำธุรกรรม และระงับ ความสัมพันธ์ทางการเงิน และสถาบันทางการเงิน หรือหน่วยงานองคาพยพใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับกองทัพพม่า หรือกองทัพ SAC โดยตรง หรือทางอ้อม เช่น MSTB MICB Myanmar Economic Bank หรือ MEB อย่างเด็ดขาด ดิฉันขอย้ำอย่างเด็ดขาด รวมถึงต้องยกระดับ มาตรการ Due Diligence หรือการตรวจสอบสถานะของบริษัทหรือองค์กร ให้มีความ เข้มข้นที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ระงับการทำธุรกรรมขององค์กรที่มาตรฐานไม่ถึง และรับคำแนะนำ จากหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเช่น สหประชาชาติ อย่างเป่ดเผยถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินธุรกรรมของทหารเมียนมาค่ะ เพื่อไม่ให้ตกเปึนเครื่องมือของ มิน อ่อง หลาย (Min Aung Hlaing) หรือรัฐบาลทหารเมียนมา
ข้อเสนอสุดท้าย รัฐบาลต้องกำหนดให้มีมาตรการในการเข้าไปตรวจสอบเชิงรุก แก่สถาบันการเงินและบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องในฐานะ Nominee หรือหน้าม้าที่ใช้ในการ ขนถ่ายเงินและอาวุธเหล่านี้ พร้อมทั้งดำเนินการลงโทษแบบเด็ดขาด อย่างเช่น การอายัด ทรัพย์สินที่สิงคโปร์เคยทำและดำเนินการมาแล้วค่ะท่าน นอกจากนั้น สหภาพยุโรปก็ยังได้ กระทำการคว่ำบาตรรายบุคคล หรือ Individual Sanction ๒ อาทิตย์หลังจากรัฐบาลพม่า ได้ทำการรัฐประหาร ประเด็นของข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้มีการระบุพูดถึงมากนักในรายงานของคณะกรรมาธิการ อาจจะด้วยระยะเวลาของรายงานของสหประชาชาติ แต่ประเด็นนี้เปึนเรื่องสำคัญและเปึน เรื่องที่จำเปึนอย่างยิ่ง เพราะเราจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยได้เลย หากเรายังสนับสนุน การเข่นฆ่าและการกระทำอันเผด็จการ อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ของทหารเมียนมาที่บีบให้ประชาชนต้องออกจากบ้านเกิดมาขอความช่วยเหลือตามชายแดน ของเราในวันนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่ะท่านประธาน เรื่องนี้ เปึนเรื่องสิทธิมนุษยชน เปึนเรื่องของชีวิตคน เปึนเรื่องของมนุษยธรรม เปึนเรื่องของเรา ทุกคนและไม่ได้เลือกข้างใดข้างหนึ่งค่ะท่านประธาน แต่เราทำหน้าที่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน และอย่างน้อยประเทศเราก็ควรปฏิบัติตัวให้สมกับประเทศที่เปึนผู้สมัครชิงตำแหน่ง คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติสักหน่อยค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ