อังคณา นีละไพจิตร หารือประเด็นสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขังอย่างรอบด้าน ทั้งการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร การศึกษา การสื่อสารกับครอบครัว และการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะกลุ่มข้ามเพศ พร้อมเรียกร้องให้ระบบราชทัณฑ์พัฒนามาตรการดูแลที่เป็นธรรม มีความโปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล รวมถึงเสนอการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาพักโทษอย่างเป็นระบบและลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน อังคณา นีละไพจิตร ในฐานะอดีตอนุกรรมาธิการ ลำดับแรกต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะที่กรุณาให้ความเห็นนะคะ รวมถึงข้อกังวล และห่วงใยต่อปัญหาผู้ต้องขังล้นคุกและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษด้วยการจำคุก ดิฉันอยากจะเรียนเบื้องต้นนะคะว่า การจำคุกโดยคำพิพากษาของศาลถือเปึนการลงโทษ โดยการจำกัดเสรีภาพ แต่การจำกัดเสรีภาพไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องขังหรือนักโทษจะต้องถูก จำกัดสิทธิอย่างอื่น ดังนั้นผู้ต้องขังจึงยังมีสิทธิอย่างอื่นเช่นเดียวกับพลเมืองทั่วไป ไม่ว่าจะเปึน สิทธิทางการศึกษา สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือว่าสิทธิในการที่จะสื่อสารกับครอบครัว เปึนต้น ในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทางกรรมาธิการก็ได้ระบุไว้ในรายงาน แล้วก็ข้อเสนอแนะนะคะ เนื่องจากว่าเรือนจำเองก็ค่อนข้างกังวลในเรื่องความปลอดภัยของ เรือนจำ ดังนั้นจึงมีการ Sensor หนังสือพิมพ์ก็จะถูกตัดออกในบางกรอบที่อาจจะเปึนเรื่อง อ่อนไหว ตรงนี้เลยทำให้มีปัญหาว่าผู้ต้องขังหรือนักโทษจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในเรือนจำ เปึนเวลานานหลายป้ เวลาที่ออกไปข้างนอกจะไม่สามารถเข้าใจในบริบทของสังคม ที่เปลี่ยนไปได้เลย ดังนั้นกรรมาธิการจึงเห็นว่าแม้ผู้ต้องขังหรือนักโทษจะถูกจำกัดเสรีภาพ แต่เขายังต้องได้รับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตามสมควร
ประการต่อไปนะคะ คำถามที่ท่านกังวลในเรื่องของผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่าง การพิจารณาคดี ซึ่งต้องคำนึงถึงและเคารพหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าทุกคนคือผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลมีคำพิพากษา และจะปฏิบัติต่อผู้นั้นเสมือนเปึนผู้กระทำผิดมิได้ ในกรณีเรื่องของ Demand Prison นี้ได้มีการริเริ่มตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมา และจนกระทั่งรัฐบาลปัจจุบัน ก็พยายามที่จะทำให้ดีขึ้น กว้างขวางขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ในหลาย ๆ ประการ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของงบประมาณ ที่สำคัญก็คือบุคลากรของราชทัณฑ์เอง ทำให้การแยกเขตในการที่จะ จัดเปึนพื้นที่ของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังไม่สามารถที่จะกระทำได้ทั่วประเทศ สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลพยายามจะทำอยู่ ก็คือการทำอย่างไรที่ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี อย่างเมื่อเวลาไปศาลเขาจะเหมือนกับคนปกติ เขาอาจจะแต่งตัว ถ้าหากว่าเขาไม่ได้ถูกจัด อยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีเขาก็จะต้องใส่ชุดนักโทษ แต่ตอนนี้ก็ได้ เปลี่ยนเปึนชุดธรรมดา กางเกง Warm ท่านอาจจะบอกว่าน่าจะมีสูท แต่ตรงนี้ก็ต้องดูที่ บริบทของประเทศไทยด้วยนะคะ สิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการเห็นและควรที่จะเน้นย้ำกรณีของ ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีก็คือเวลาที่จะไปศาล ผู้ต้องขังหรือนักโทษกลุ่มนี้ยังต้อง ถูกพันธนาการ ดิฉันยกตัวอย่างเรือนจำมีนบุรีที่หลายท่านได้กล่าวถึง ผู้ต้องขังเหล่านี้เวลา ที่ไปศาล เนื่องจากจำนวนบุคลากรราชทัณฑ์มีจำนวนจำกัด ก็เลยทำให้ไม่สามารถที่จะมี บุคลากรที่เพียงพอในการที่จะนำผู้ต้องขังไปศาล จึงต้องใช้พันธนาการคือกุญแจเท้า ตรงนี้ ต้องขอขอบคุณทางศาลอาญามีนบุรีนะคะ ศาลได้มีความเห็นและประสานกับทางราชทัณฑ์ว่า กรณีที่นำผู้ต้องขังไปศาล ศาลจะให้ตำรวจศาลมาช่วยในการดูแลผู้ต้องขัง โดยขอให้ราชทัณฑ์ ปลดกุญแจเท้าออก และให้เหลืออย่างมากที่สุดเพียงแค่กุญแจมือ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเปึน ความร่วมมือระหว่างราชทัณฑ์กับศาล แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกศาลจะมีตำรวจศาล หรือ Court Marshal ที่เพียงพอ หรือ Demand Prison จะมีขึ้นทั่วประเทศ วันนี้ก็ยังมี ข้อจำกัดอีกมาก ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งหนึ่งซึ่งเปึนความก้าวหน้า แล้วก็ยังเปึนความท้าทายต่อราชทัณฑ์อยู่ ในเรื่องของระบบสุขภาพที่ท่านพูดถึงต้องยอมรับว่าในระบบสุขภาพของราชทัณฑ์มีการ พัฒนามานานมากนะคะ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยตรวจสอบในเรื่องการเข้าถึง ระบบประกันสุขภาพของผู้ต้องขังและนักโทษในเรือนจำนะคะ กรรมการสิทธิมนุษยชน มีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงยุติธรรมว่า ในฐานะของพลเมืองทุกคนต้องมีสิทธิในการเข้าถึง ระบบประกันสุขภาพ ดังนั้นควรที่จะโอนสิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังหรือนักโทษ ทุกคนเข้ามาอยู่ที่ราชทัณฑ์ เพื่อที่ผู้ต้องขังหรือนักโทษจะได้ใช้สิทธินั้น เนื่องจากว่าราชทัณฑ์เอง ก็มีงบประมาณจำกัด ทำให้ระบบการรักษาในราชทัณฑ์เองเปึนไปอย่างจำกัดไปด้วย ซึ่งวันนี้ ก็ต้องยอมรับนะคะว่า น่าจะมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีการโอนสิทธิในหลักประกันสุขภาพ ของผู้ต้องขังหรือนักโทษไปที่เรือนจำแล้ว และทำให้การพัฒนาในเรื่องของการเข้าถึงบริการ สุขภาพดีขึ้น กรณีที่ผ่านมา เช่นการระบาดของโควิด-๑๙ เราจะพบว่าทาง WHO ได้ส่ง หนังสือเตือนทั่วโลกให้ระมัดระวังในเรื่องการเสียชีวิตของนักโทษจำนวนมากที่อยู่ในเรือนจำ เนื่องจากว่ามีหลายประเทศนะคะ เนื่องจากความแออัดทำให้การระบาดเปึนไปอย่างรวดเร็ว ก็ต้องยอมรับนะคะว่าการจัดการของราชทัณฑ์เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีผู้ต้องขัง หรือนักโทษที่เสียชีวิตนับว่าเปึนจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับเรือนจำอื่นทั่วโลกนะคะ อย่างไรก็ดีสิ่งหนึ่งซึ่งกรรมาธิการเห็นแล้วก็เขียนไว้ในรายงานก็คือ เรื่องของระบบการส่งต่อ ซึ่งยังเปึนข้อท้าทายต่อกรมราชทัณฑ์มากนะคะ ในการรักษาในเรือนจำเอง ถ้าโรงพยาบาล ราชทัณฑ์ก็จะมีที่กรุงเทพฯ ที่เปึนโรงพยาบาลใหญ่ มีเครื่องฟอกไตตั้งหลายเครื่องนะคะ สามารถที่จะขอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านสมอง ด้านอะไรต่อมิอะไรเข้ามาช่วยดูแล นักโทษได้ แต่ในเรือนจำในจังหวัดอื่นยังไม่ได้เปึนเช่นนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเปึนสิ่งหนึ่ง ซึ่งราชทัณฑ์เองก็จำเปึนที่จะต้องมีการปรับปรุงนะคะ นอกจากนั้นดิฉันอยากจะเล่าให้ฟังว่า เนื่องจากบุคลากรราชทัณฑ์เองมีจำกัด กลางคืนถ้าใครเจ็บป์วยก็จะต้องอยู่แบบนั้นจนถึงเช้า เคยมีคนที่เสียชีวิตในตอนกลางคืน ศพก็ต้องอยู่ตรงนั้นจนเช้าจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาเอาตัว ออกไป เพราะตอนกลางคืนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะมีจำนวนน้อยมาก ดิฉันคิดว่าในการพิจารณา งบประมาณของกระทรวงยุติธรรมในส่วนของราชทัณฑ์จึงมีความจำเปึนที่จะต้องมีการ คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนในการที่จะดูแลผู้ต้องขังทุกคน การให้มีงบประมาณที่เพียงพอ แล้วก็เหมาะสมในการที่จะดูแลผู้ต้องขังหรือนักโทษจึงเปึนเรื่องสำคัญ และมีความจำเปึน
กรณีของคุณบุ้ง เนติพร ที่เสียชีวิต ดิฉันคิดว่าตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แล้วดิฉันก็คิดว่าทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตเองก็พยายามที่จะนำเรื่องนี้ขึ้นสู่กระบวนการ พิจารณาของศาล รายงานฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงนะคะ เนื่องจากเราป่ดเล่มก่อนที่คุณเนติพร จะเสียชีวิต แต่ดิฉันเชื่อว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องหนึ่งที่จะเปึนกรณีตัวอย่างที่ทำให้ราชทัณฑ์ต้อง พัฒนาในการที่จะดูแลผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่อดอาหาร ในทางสากลสหประชาชาติ ค่อนข้างกังวลมากนะคะ สิทธิในการอดอาหารเปึนสิทธิส่วนบุคคล จะไม่มีใครสามารถที่จะไป บอกให้คนที่ต้องการอดอาหารเพื่อประท้วงได้นะคะ แต่อย่างไรก็ดีภายหลังการอดอาหาร บุคคลเหล่านั้นจำเปึนต้องได้รับการดูแลอย่างดีตามหลักในการดูแลสุขภาพ เพราะช่วงของ การอดอาหารเปึนช่วงที่เรียกว่าเปึนช่วงวิกฤติสำคัญหนึ่งที่กว่าที่คนอดอาหารมานานจนมา เริ่มรับประทานอาหารจะผ่านช่วงนี้ไปได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเปึนเรื่องใหม่ของราชทัณฑ์เองนะคะ ที่คงจะต้องพยายามที่จะหาแนวทาง หรือหามาตรฐานในการที่จะดูแลผู้ต้องขังที่อดอาหาร ก็มีอยู่ทั่วโลกนะคะ แต่ว่าในประเทศไทย ก็คงมีคุณเนติพรเปึนกรณีแรกที่เสียชีวิต
ในเรื่องของการพักโทษ หลายท่านกังวลในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ความไม่ เท่าเทียม ดิฉันอยากจะขอให้ท่านไปดูในรายงานหน้า ๗๐ กรรมาธิการได้เชิญทางราชทัณฑ์ มาให้ข้อมูลในเรื่องของการพักโทษ ราชทัณฑ์ได้เล่าให้ฟังว่า แนวทางในการที่จะออกระเบียบ เรื่องการพักโทษมาจากการที่ท่านราชทัณฑ์ได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเขามี กฎหมายเรียกว่า Sentencing Act 2000 กฎหมายนี้ออกในป้ ๒๐๐๐ กฎหมายฉบับนี้ เปึนความพยายามร่วมกันระหว่างฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติและตุลาการ โดยการที่ฝ์าย บริหารมีเจตจำนงทางการเมืองในการที่จะลดจำนวนคนที่ต้องโทษ ต้องขังนะคะ จึงมีการ หารือกับฝ์ายนิติบัญญัติ และฝ์ายนิติบัญญัติก็เปึนผู้ที่ออกกฎหมาย โดยศาลจะเปึนผู้พิจารณา ว่าใครบ้างควรที่จะได้รับการพักโทษนะคะ และพักโทษอย่างไร ดังนั้นวันนี้หลายท่านที่ เปึนห่วงสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่เราได้เขียนไว้ในรายงานก็คือว่า ในเรื่องของการพักโทษวันนี้ยังอยู่ ในอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์และผู้บัญชาการเรือนจำ โดยที่กระบวนการเหล่านี้ ไม่ได้ผ่านศาล ในข้อสังเกตนะคะ กรรมาธิการได้ให้ข้อสังเกตว่า ในระหว่างที่เรายังไม่มี กฎหมายก็ควรที่จะมีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อที่จะพิจารณา โดยคณะกรรมการชุดนี้ ต้องประกอบด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน สังคม แล้วก็ต้องคำนึงถึงสัดส่วน หญิงชายด้วยนะคะ ในเรื่องของผู้ต้องขังหญิงเราได้เขียนไว้ค่อนข้างละเอียด ในเรื่องการนำ ข้อกำหนดกรุงเทพมาใช้ ทำอย่างไรที่ผู้ต้องขังหญิงจะเข้าถึงเรื่องของ Reproductive Health เรื่องของอนามัยเจริญพันธุ์ ผู้ต้องขังที่มีรอบเดือน ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร หรือกรณี การตรวจร่างกายเพื่อที่จะหาโรคที่เกี่ยวกับทางอนามัยเจริญพันธุ์ แล้วก็ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ ทำอย่างไรที่จะมีบริการให้ผู้ต้องขังทั้งหญิงและชายได้เข้าถึงการปรึกษาหารือกับจิตแพทย์ ด้วยนะคะ
สุดท้ายค่ะ สิ่งหนึ่งที่ยังเปึนข้อกังวลก็คือเรื่องผู้ต้องขังข้ามเพศ ในประเทศไทย มีเพียงบางจังหวัดที่มีเรือนจำ หรืออาจจะเปึนพื้นที่พิเศษสำหรับผู้หญิงข้ามเพศ แต่ว่า ไม่ได้มีทุกจังหวัด ที่พัทยามี ดังนั้น เพื่อปัองกันการล่วงละเมิดทางเพศก็ควรที่จะมีสถานที่คุม ขังพิเศษสำหรับบุคคลข้ามเพศด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ