สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗

พริษฐ์ วัชรสินธุ หารือเรื่องการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาชื่อเสียงของสถาบันต้นสังกัดและแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยเสนอแนวทางปฏิรูป 3 องค์ประกอบของระบบการเมืองที่ทำให้เกิดปัญหา

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากอดีตพรรคก้าวไกล วันนี้เปึน พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าสาเหตุและเหตุผลที่ทำให้เราต้องมาพิจารณา ญัตติด่วนในวันนี้ ก็เกิดจากปฏิกิริยาและคำวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมต่อบทการให้สัมภาษณ์ ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง คงไม่จำเปึนต้องเอ่ยชื่อ แต่วันนี้ครับท่านประธาน ผมคงไม่ได้ใช้เวลาอภิปรายที่จำกัดในสภาแห่งนี้มาอภิปรายเรื่องคนหรือว่าตัวบุคคลครับ เพราะในมุมหนึ่งครับการให้สัมภาษณ์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีความเหมาะสม หรือไม่ ผมคงไม่จำเปึนต้องมาวินิจฉัย เพราะหากจะยืมคำพูดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคมที่ผ่านมา อันนี้เปึนคำพูดของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ผมเห็นว่าเพียง ความตระหนักรู้ถึงมาตรฐานเยี่ยงวิญ็ูชนหรือบุคคลทั่วไปในสังคมก็เพียงพอต่อการวินิจฉัย ได้แล้ว แต่ยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน ผมเห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวควรจะ ดำเนินการอย่างไรเพื่อรักษาชื่อเสียงของสถาบันต้นสังกัดของท่าน หรือจะดำเนินการอย่างไร เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ผมเชื่อว่าท่านรู้อยู่แก่ใจ ดังนั้นวันนี้ผมอยากจะใช้ เวลาอันจำกัดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อภิปรายถึงเรื่องของระบบ เพราะผมเห็นว่า ในมุมหนึ่งครับ พฤติการณ์ของท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงกลไก กระบวนการ ขั้นตอนที่ทำให้บุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าวสามารถไปดำรงตำแหน่งเปึนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญได้ มันล้วนเปึนผลลัพธ์มาจากระบบการเมืองที่ถูกออกแบบโดยรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๖๐ ซึ่งเปึนต้นตอของปัญหานี้ ยิ่งไปกว่านั้นครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกผู้ร่วมเสนอ ญัตติจากพรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายไว้ โดยให้คำแนะนำครับว่า นิ้วไหนร้ายก็ตัดนิ้วนั้น ผมต้องขออนุญาตเห็นต่างครับท่านประทาน เพราะผมมีความเชื่อว่าแม้พรุ่งนี้ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้จะถูกลงโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ตามที่พวกเราแต่ละคนเห็นว่าสมควร ปัญหาแบบนี้ก็ไม่หมดไปครับ เพราะปัญหาแบบนี้ มันเกิดขึ้นจากระบบการเมืองที่เรากำลังอาศัยอยู่ ดังนั้นครับถ้าเราไม่อยากให้เหตุการณ์ แบบนี้หรือบทสัมภาษณ์อย่างเมื่อวานเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เราหลีกหนีไม่พ้นความจำเปึน ในการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ แล้วถ้าเราถามต่อครับว่าแล้วเราจะปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไร ด้วยแนวทางแบบไหน ผมคิดว่าเราสามารถเริ่มต้นโดยการทบทวนความรู้สึกของ พวกเรากันเองหรือความรู้สึกของสังคมว่า แท้จริงแล้วพวกเราหรือสังคมกำลังโกรธเรื่องอะไร ผมเชื่อครับว่าหากเราถามตัวเอง หรือทบทวนความรู้สึกตัวเองลึก ๆ เราจะค้นพบว่าเราไม่ได้ โกรธแค่ตัวบุคคลนะครับ แต่สิ่งที่เรากำลังโกรธนั้นคือ ๓ องค์ประกอบของระบบการเมือง ปัจจุบันที่เราสามารถใช้เปึนรากฐานในการกำหนดแนวทางของการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญได้ สิ่งแรกที่ผมเชื่อว่าเราทุกคนนั้นกำลังรู้สึกโกรธอยู่ คือเรากำลังรู้สึกโกรธกับการลุแก่อำนาจ ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอนครับก็แปลมาเปึนโจทย์สำคัญในการปฏิรูปเรื่องขอบเขต อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๖๐ นั้นมีการขยายขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ผมยกตัวอย่างเพียงแค่ ๒ ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ ๑ ครับท่านประธาน คืออำนาจเรื่องของ การยุบพรรคการเมือง แน่นอนครับว่าปัญหาเรื่องการยุบพรรคการเมืองนั้นเปึนปัญหา ที่เกิดขึ้นมาเรื้อรังยาวนาน ถ้าเรานับแค่เฉพาะ ๑๗ ป้ที่ผ่านมาครับ พรรคก้าวไกลอดีตต้นสังกัดของผมที่ถูกยุบไปเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคมที่ผ่านมาก็เปึน พรรคการเมืองที่ ๖ ครับ ที่มีตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกยุบโดยศาลรัฐธรรมนูญ แล้วผมจำเปึนต้องยืนยันครับว่า การยุบพรรคลักษณะแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับพรรคที่มี สส. ๑๕๐ คน หรือพรรคที่มี สส. แค่ ๑ คน ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนพรรคการเมืองที่มีประชาชนลงคะแนนให้ ๑๔ ล้านเสียง หรือพรรคการเมือง ที่มีประชาชนลงคะแนนให้เพียงหลักหมื่น หลักแสนคนเท่านั้น ท่านอาจจะบอกกลับมาครับ ว่าทั้งหมดนั้น เรื่องการยุบพรรคนั้นก็เปึนการตัดสินทางกฎหมาย ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน หากเราสังเกตถึงบริบทและจังหวะของการยุบพรรคตลอดที่ผ่านมา รวมไปถึง คำสัมภาษณ์ของท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวาน ผมเชื่อครับว่าทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำ ถึงข้อสันนิษฐานของพี่น้องประชาชนว่ากลไกของการยุบพรรคนั้นไม่ได้ถูกคำนึงถึง ในเรื่องของกฎหมาย แต่เปึนกลไกที่กำลังถูกใช้เปึนอาวุธทางการเมืองมาโดยตลอด และแม้ว่าจะเปึนปัญหาที่เรื้อรังมายาวนานครับ ก็ต้องเรียน