อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล หารือถึงความสำคัญของผังเมืองที่ควรมีสถานะเทียบเท่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาการพัฒนาเมืองที่ขาดประสิทธิภาพและรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของแผนงานต่างๆ อันเนื่องมาจากการประกาศธรรมนูญการผังเมืองในปี 2565 ที่ทำให้กระบวนการวางแผนตามลำดับต้องหยุดชะงัก จึงเสนอให้เร่งปรับโครงสร้างการบริหารจัดการผังเมืองให้มีความคล่องตัว สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในอนาคต
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมอ่านเอกสาร ของท่านที่นำเสนอรายงานประจำป้เกี่ยวกับการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ทั้ง ๒ ฉบับ ในเนื้อหาของรายงานทั้ง ๒ ป้ ผมก็คิดว่าเขียนไว้ครอบคลุม แล้วก็ โยงให้เห็นโครงสร้างของผังเมืองแล้วก็ปัญหาต่าง ๆ ได้ ผมคิดว่าในทางทฤษฎีนี้ค่อนข้าง เรียบร้อยดีมาก แต่สิ่งที่ผมมีความรู้สึกข้อหนึ่ง ก็คือว่าเนื่องจากว่าภาระงานอันนี้มันไปอยู่ใน กรมโยธาธิการและผังเมือง มันเลยทำให้น้ำหนักของการบริหารจัดการผังเมืองมันอ่อนค่าลง คือผมอยากเห็นความสำคัญของการให้ความสำคัญเรื่องผังเมือง เปึนเรื่องสำคัญอันหนึ่งของ ประเทศ ผมคิดว่างานผังเมืองมันเปึนภารกิจที่ถ่ายทอดนโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าทั้งในตัวของ ตัวเศรษฐกิจ ตัวสังคม ตัวสิ่งแวดล้อม ถ้าหากเรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ถ้าเราไม่มี แผนพัฒนาตัวผังเมือง มันเปึนการถอดแผนจากสิ่งที่มันเปึนตัวนโยบายให้มาเปึนสิ่งที่มันจับ ต้องได้ ก็คือตัวผ่านตัวผังเมือง เพราะฉะนั้นถ้าหากผ่านทั้งเมืองแล้ว นโยบาย หรือตัว พระราชบัญญัติผังเมืองข้อปฏิบัติในพระราชบัญญัติผังเมืองนี้มันไม่ทันสมัย ปัญหาที่ตามมา ก็คือการพัฒนาเมืองที่มันขาดประสิทธิภาพ เราจะเห็นได้ว่าปัญหาที่มันเกิดมาในวันนี้ ก็คือการพัฒนาเมืองที่มันขาดประสิทธิภาพ ไม่ว่าเกิดปัญหาโจรผู้ร้าย ไม่ว่าจะเกิดปัญหา สาธารณสุข ไม่ว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมอุทกภัย มันเกิดมาจากโครงของการวางผังเมือง ที่มันไม่ตอบสนองกับประโยชน์เหล่านั้น ในปัจจุบันนี้มันมีข้อใหม่ ๆ เกิดขึ้น ก็คือในเรื่องของ ตัวคุณภาพชีวิตในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในประเด็นของ SDGs เพราะฉะนั้นผมอยากเห็น ความสำคัญของผังเมืองที่มันทำงานในระดับเดียวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แผนพัฒนาเรื่องสาธารณสุขของประเทศ
ทีนี้พอเข้ามาอ่านในตัวรายงานสิ่งที่เรารับทราบ ผมว่ามันล่าช้าเกินเหตุ คือ เรารับทราบเหตุการณ์เมื่อป้ ๒๕๖๔ กับป้ ๒๕๖๕ ในขณะที่ปัจจุบันนี้ป้ ๒๕๖๗พอเราไปอ่าน แผนต่าง ๆ ไปอ่านผลปฏิบัติ ก็เลยทำให้เรารู้สึกได้ว่าเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไปว่าความล่าช้าของแผนมันเยอะมาก แผนบางแผนเราปฏิบัติไปได้แค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่ง เรายังอยู่ในการพิจารณาอยู่เลย การประชุมของคณะกรรมการระดับนโยบายทั้งป้ ๒๕๖๔ และป้ ๒๕๖๕ ป้ ๒๕๖๔ ประชุมครั้งเดียว ป้ ๒๕๖๕ ประชุม ๒ ครั้ง ประชุม ๒ ครั้ง เนื้อหา ในการประชุม ส่วนใหญ่ก็คือมารับเฉพาะเรื่องการรับฟัง การมีส่วนร่วมของคนของประชาชน ในการที่จะทำแผน เนื้อหาทั้งหมดของการประชุมในกรรมการระดับชาติมารับรู้เรื่องเดียว เรื่องที่ล่าช้ามาก เพราะเนื่องจากแผนนี้ ในป้ ๒๕๖๒ ถึงป้ ๒๕๖๗ เราเพิ่งจะมีธรรมนูญเรื่อง การผังเมืองนี้เมื่อป้ ๒๕๖๕ นี่เอง แล้วมันเลยทำให้แผนอื่น ๆ มันล่าช้าตามไปหมดเลย
ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าโดยเฉพาะในปัจจุบันพอมาถึงป้ ๒๕๖๗ แล้ว สถานการณ์บ้านเมือง สถานการณ์โลก ความร่วมมือต่าง ๆ ซึ่งท่านก็เขียนไว้อยู่ในเอกสาร แต่ความรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอากาศ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องภัยคุกคามทางโลก หรือว่าความ เจริญทางการแพทย์ โครงสร้างทางประชากร การเติบโตของเมือง ผมว่ามันเปลี่ยนแปลง แบบรวดเร็วมาก เพราะฉะนั้นแผนของผังเมือง ไม่ว่าจะเปึนระดับประเทศ ระดับจังหวัด ระดับภาค หรือแผนเฉพาะ แล้วก็แผนผังเมืองท้องถิ่น มันต้องเปึนแผนที่สามารถรองรับ กับการคาดการณ์ปัญหาที่มันเกิดขึ้นในอนาคต ๒. ก็คือแผนที่ไม่มีการปรับตัวกับผังเมือง เราฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เขามา ไม่ว่าจะทั้งตอนรับฟังแผน และตอนที่แผน มันเกิดแล้ว แล้วเกิดปัญหาเกิดขึ้น ก็คือมาประท้วง ผมจำได้ในเขตตรงแถวซอยอารีย์ ประชาชนแถวซอยอารีย์เขามาประท้วงแผนที่จะตัดถนนของผังเมืองใน กทม. เพราะฉะนั้น สถานการณ์ซึ่งมันเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว ผมว่ากรมโยธาธิการและการผังเมือง โดยเฉพาะ กรรมการนโยบาย แล้วก็ตัวกรรมการผังเมืองเอง ต้องรีบจัดการอย่าให้แผนมันล่าช้า ผมฝาก ปัญหาไว้ แม้ว่าในเอกสารจะเขียนปัญหาไว้บางส่วนแล้ว สิ่งที่ผมเห็นแล้วก็เปึนปัญหาพื้นฐาน ก็คือเรื่องการบูรณาการของข้อมูล เพราะเนื่องจากผังเมืองในปัจจุบันมันพูดถึงเรื่องแผนอื่น ๆ เกิดขึ้นตามมาด้วย เช่น ตัวแผนพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น ปัจจุบันเรามีผังน้ำเกิดขึ้น ก็คือไปดู แผนของอุทกภัย แผนการใช้น้ำ แผนการเจริญเติบโตของประชากร การลดของประชากร เพราะฉะนั้นการบริการข้อมูลมันไม่ประสานกัน อันที่ ๒ ก็คือเรื่องการสอดคล้องของแผน ที่มีทุกแผน ผมอยากเห็นผังเมืองที่มันสอดคล้องกับทุกแผน อันสำคัญอันที่ ๓ ก็คือเรื่อง การขับเคลื่อนแผน แล้วก็การขับเคลื่อนตัวนโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าทั้งในระดับท้องถิ่น จนมาถึงระดับประเทศ ให้มันเห็นเปึนรูปธรรมมากขึ้น อันสุดท้ายที่ผมจะขอฝากไว้ ก็คือแผนการพัฒนาเมืองในอนาคต ถ้าเราไม่มีแผนตัวนี้ชัดเจน เราก็จะมีปัญหากับบ้านเมือง ที่เราเห็น ทิศทางของการพัฒนาในเรื่องอื่น ๆ ที่เกิดมาจากโครงสร้างของผังเมืองที่มัน แปลกแยก จนทำให้มันเกิดปัญหาในปัจจุบันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมฝากว่าเราอาจจะจำเปึน ที่จะต้องยกระดับความสำคัญของผังเมือง นอกจากขึ้นอยู่ในกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือปรับโครงสร้างของผังเมืองให้เปึนหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในระดับประเทศด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ