ณัฐพงษ์ แจงปัญหาเรือนจำอุดรฯ แออัด-เสนอทางออกยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗

ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ หารือปัญหานักโทษล้นเรือนจำ โดยเฉพาะเรือนจำกลางอุดรธานีที่เกินขีดความสามารถ กระทบต่อการควบคุมโรคและการสำนึกผิดของผู้ต้องขัง พร้อมเสนอแนวทางย้ายและปรับปรุงระบบการบริหารเรือนจำทั่วประเทศจากข้อมูลภาคสนาม ทั้งเร่งเพิ่มงบประมาณและบุคลากรเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รวมถึงท้วงติงการใช้จ่ายงบประมาณ 190 ล้านบาท สร้างเรือนจำในพื้นที่เดิมที่กำลังจะย้ายออกไป ซึ่งไม่เกิดประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้เปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวเป็นสวนสาธารณะหรือคืนให้โรงเรียน แทนการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เรือนจำ

นายณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ อุดรธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดอุดรธานี วันนี้ขออนุญาต ร่วมอภิปรายรายงานผลการศึกษา เรื่อง ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ เรื่องการย้ายเรือนจำ ออกจากเขตชุมชนเมือง แล้วก็การปรับปรุงการบริหารงานราชทัณฑ์ภายในเรือนจำ ทั่วประเทศ สไลด์มาทันไหมครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน แล้วก็ ๒๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมาผมและทีมงานมีโอกาสลงพื้นที่เข้าไปเยี่ยมเรือนจำกลางจังหวัดอุดรธานี ต้องขอขอบพระคุณผู้บัญชาการ เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ให้คำตอบและให้การต้อนรับเปึนอย่างดี โดยคำถามหลัก ๓ คำถามที่ผมตั้งคำถามไปแล้วได้รับคำตอบมาโดยตรงกับรายงาน ของกรรมาธิการฉบับนี้เลยก็คือ เรื่องของความแออัด เรื่องของโครงการการย้ายเรือนจำ อุดรธานีออกไปยังเรือนจำชั่วคราวโคกก่อง แล้วก็เรื่องของการขยายเรือนจำในพื้นที่ปัจจุบัน

ขออนุญาตเริ่มต้นของปัญหาความแออัดทางโครงสร้าง แน่นอนครับ แออัด แน่นอน เพราะว่าตั้งมาแล้วกว่าร้อยป้ ใจกลางเมืองเลยนะครับในพื้นที่ ๕๐ ไร่ แล้วในพื้นที่ บริเวณใกล้เคียงประมาณ ๑๐ ตารางกิโลเมตร มีโรงเรียนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กไปจนถึงระดับ มหาวิทยาลัยกว่า ๗ แห่ง มีโรงพยาบาล บ้านเรือน ชุมชน แหล่งค้าขาย แหล่งท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นครับเมื่อสอบถามข้อมูลเข้าไป จริง ๆ Capacity คือความจุที่เหมาะสมของ เรือนจำกลางอุดรธานีแห่งนี้ ที่เหมาะสมคือ ๓,๐๐๐ คน แต่ในความเปึนจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่มีโรคระบาดอย่างโควิด-๑๙ ที่ผ่านมา นักโทษมีปริมาณเพิ่มขึ้นสูงถึง ๕,๐๐๐ คน นี่แสดงให้เห็นได้ชัดครับไม่มีเวลาสำนึกผิดแน่นอนนะครับ แค่เอาตัวรอดไปวัน ๆ ก็ยากมากแล้ว และนอกเหนือจากความแออัดที่มีอยู่ภายในในช่วงที่มีโรคระบาดไม่ได้ติดเฉพาะนักโทษนะครับ การระบาด การแพร่ระบาดของเชื้อโรคนี่แพร่ระบาดไปยังผู้ปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แล้วนอกเหนือจากเวลาราชการ นอกเหนือจากเวลางานเจ้าหน้าที่เหล่านี้กลับไปใช้ชีวิต กับครอบครัว แล้วก็บริเวณด้านหลังเรือนจำกลางอุดรธานีของเรามีตลาดชุมชนครับ ถ้าเปึน วันธรรมดาทั้งพ่อค้าแม่ขาย ประชาชนมาร่วมใช้บริการกว่าหลายร้อยชีวิต ถ้าเปึนช่วงเทศกาล เปึนหลักพันชีวิต เพราะฉะนั้นการควบคุมโรคในเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมันเกิดขึ้นมันควบคุม ได้ยาก คาดการณ์ได้ยากมากนะครับ แต่ก็มีข่าวดีครับ

ในคำถามที่ ๒ ที่ถามเข้าไปยังกรมราชทัณฑ์อุดรธานีนะครับว่า แล้วโครงการ ย้ายเปึนอย่างไรบ้าง ถึงไหนแล้ว งบประมาณป้ ๒๕๖๘ ให้มา ๙๐๐ กว่าล้านบาท เปึนเรื่องที่ น่ายินดี ขอบคุณมาก แต่ผลจากการศึกษาจากนักวิชาการก็บอกว่าในระยะสั้นอาจจะเปึนเรื่องที่ น่ายินดี แต่ในระยะยาวอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อปัญหา ทางด้านโครงสร้างและบุคลากรของกรมราชทัณฑ์ของเรือนจำกลางนะครับ เรื่องระบบ การบริหารภายใน ในความเปึนจริงเมื่อสอบถามเข้าไป และลงไปเยี่ยมได้พูดคุยกับนักโทษ เมื่อบุคลากรที่จัดการ ผู้คุมมีไม่เพียงพอก็ต้องให้นักโทษดูแลซึ่งกันและกันเอง เรียกว่า ระบบพี่เลี้ยงหรือว่าระบบหัวหน้าห้อง นักโทษคนไหนเจ็บ นักโทษคนไหนป์วยอยากไปหาหมอ ไปบอกพี่เลี้ยง แล้วอย่างนี้ในอนาคตผมเปึนห่วงครับ ก็เลยฝากข้อแนะนำไว้ว่า แล้วอย่างนี้ มันจะไม่เกิดระบบเจ้าพ่อเจ้าแม่หรือ คนไหนเปึนลูกรัก คนไหนจะได้ไปหาหมอ คนไหนจะไม่ได้ ไปหาหมอนะครับ เพราะฉะนั้นการย้ายเรือนจำกลางอุดรธานีไปยังสถานที่แห่งใหม่ ที่มีสถานที่ใหญ่โตขึ้น รวมถึงงบประมาณเพียงพอที่มีบุคลากรที่จะสามารถดูแลนักโทษ ได้อย่างทั่วถึง ก็จะสามารถลดปัญหาเรื่องนี้ได้นะครับ

ส่วนเรื่องที่ ๓ ครับเปึนเรื่องที่ต้องย้อนถามกลับมาในปัจจุบันว่า โครงการ ขยายเรือนจำในพื้นที่เดิม ในพื้นที่ ๕๐ กว่าไร่ที่มีอยู่แล้วและติดโรงเรียน ทำไมยังจะต้อง ทำอยู่ในเงินปริมาณกว่า ๑๙๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่มีโครงการจะย้ายไปที่ใหม่แล้ว นึกออก ไหมครับ เรากำลังจะย้ายบ้านไปที่ใหม่ แต่ที่เดิมก็ได้คำตอบมาว่า เนื่องจากมันเปึนงบผูกพัน จากป้งบประมาณ ป้ ๒๕๖๗ ก็เลยจำเปึนต้องใช้ ก็เลยจำเปึนต้องสร้าง นี่แสดงให้เห็นถึงการ บริหารงบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ ไม่ส่งผลต่อประสิทธิผลสูงสุด ของประเทศแน่นอนนะครับ ก็แสดงความเปึนห่วงครับ แล้วถามลึกลงไปอีกก็คือเรื่องของ แล้วถ้าใช้อาคารนี้ที่มีความสูงประมาณ ๓-๔ ชั้น ๑๙๐ ล้านบาท ใช้ไปป้ ๒ ป้แล้วย้าย ไปแล้วอาคารตรงนี้จะเอาไว้ทำอะไร กลับได้รับคำตอบว่าจะเอาไว้เปึนพิพิธภัณฑ์เรือนจำ ซึ่งเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่ฟัองผมมาเลยบอกว่าไม่เอานะครับ อุตส่าห์ขอร้อง มาตั้งนาน รอกันมา ๒๐-๓๐ ป้กว่าจะได้ย้ายออกไป แล้วยังจะทิ้งไว้เปึนพิพิธภัณฑ์ให้ดู ต่างหน้าอีก เพราะฉะนั้นก็ต้องขอร้องนะครับว่า ถ้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเปลี่ยนให้เปึน สวนสาธารณะ ให้เปึนสาธารณประโยชน์ หรือว่าให้เปึนสถานที่ศึกษาคืนให้ไปกับโรงเรียน อุดรพิทยานุกูล ซึ่งเปึนโรงเรียนประจำจังหวัดซึ่งอยู่ติดกันเลยนะครับ แล้วโรงเรียนเอง ปัจจุบันก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความหนาแน่นของน้อง ๆ นักศึกษา คืนให้กับพื้นที่ การศึกษาไป

สุดท้ายครับ ผมขออนุญาตฝากไว้สั้น ๆ ว่ามีเงินไม่ต้องรีบใช้ให้หมดก็ได้ เข้าใจว่ามันอาจจะเปึนวัฒนธรรมเดิม ๆ แต่ถ้าคิดไม่ออกคืนเงินให้กับแผ่นดินไปครับ คืนเงิน ให้กับงบประมาณแผ่นดินไป ขอขอบคุณนะครับทุกท่าน ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ช่วยปรับอคติ ลดอคติ สร้างทัศนคติใหม่ให้กับนักโทษ คืนโอกาสให้กับพวกเขา แล้วก็ ลดอคติที่สร้างความหวาดกลัวของกรมราชทัณฑ์ทั่วประเทศให้กับประชาชนคนไทย ขอบคุณครับ