รังสิมันต์ โรม วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบให้ตรวจสอบนักการเมืองอย่างเข้มงวด แต่ขาดกลไกตรวจสอบองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการใช้อำนาจตัดสินชะตากรรมพรรคการเมืองโดยไม่มีการรับผิดทางการเมืองต่อประชาชน
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนในญัตติที่ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เสนอญัตติดังกล่าว ซึ่งผมขออนุญาตไม่กล่าวซ้ำนะครับ แต่ผมอยากจะริเริ่มในข้อสนับสนุนแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะตั้งต้นว่า ปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ในทุกวันนี้มันเปึนปัญหาที่ต้องตั้งต้นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่มีที่มาที่ไปจากคณะรัฐประหาร เปึนรัฐธรรมนูญที่ตั้งใจ ที่จะสร้างกลไกในการตรวจสอบพรรคการเมือง นักการเมือง โดยเชื่อว่านักการเมืองคือ คนเลว นักการเมืองคือคนที่ไม่ดี ถ้าเราเอากลไกที่ใช้ในการตรวจสอบนักการเมืองต่าง ๆ เราจะพบว่ากลไกดังกล่าวมีจำนวนมากมายหลายมาตรา สามารถพิจารณาดูได้จากการเป่ด รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่เมื่อเราพิจารณาถึงองค์กรอิสระ ถึงศาลรัฐธรรมนูญ เราจะพบว่า กลไกในการตรวจสอบองค์กรเหล่านี้กลับมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ ครับท่านประธาน ในกรณีที่เราอยากจะตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่น กรณีอย่าง ป.ป.ช. มีมาตราหนึ่งที่ให้อำนาจสภาของเราในการที่จะส่งเรื่องไปที่ท่านประธาน แล้วให้ ท่านประธานส่งเรื่องไปที่ประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการในการไต่สวนตรวจสอบ กรณีที่พบว่ากรรมการ ป.ป.ช. กระทำการบางอย่างที่อาจจะเปึนการทุจริตคอร์รัปชัน เรามีเท่านี้ครับ เช่นเดียวกันในกรณีที่องค์กรอย่างศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจในการขัดขวาง ประชาชน หรือใช้อำนาจไปในทางที่เสื่อมเสีย เรากลับแทบไม่เห็นมาตราใด ๆ หรือกลไกใด ๆ ที่จะอนุญาตให้สภาได้ตรวจสอบ หรือจะมีองค์กรใดได้ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางนี้ ที่ไม่ชอบเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นปัญหาที่ ๑ ซึ่งเปึนปัญหาตั้งต้นและเราต้องยอมรับกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้สร้างให้นักการเมือง ซึ่งก็คือพวกเรา คือผี คือป้ศาจที่น่าหวาดกลัว น่าขยะแขยง แล้วจะต้องใช้กลไกและวิธีการต่าง ๆ ในการทำลาย หรือถ้าไม่ทำลายก็จะต้อง หวดแส้ให้เชื่องให้ปฏิบัติตาม ท่านประธานครับ โดยธรรมชาติของการเมือง ของพรรคการเมือง ของนักการเมือง พวกเรานั้นชอบแล้วครับที่จะต้องถูกตรวจสอบ ไม่ว่าจะทางกฎหมาย และทางการเมือง แต่การตรวจสอบทางกฎหมายก็ต้องมีระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่เปึนระดับ ของความเลื่อนลอยที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และถึงที่สุดเรายังมีความรับผิดชอบอีกประการหนึ่ง นั่นคือความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งทางการเมืองนี้สุดท้ายแล้วพี่น้องประชาชนจะเปึนคน ตัดสินเราเอง กล่าวถึงจริยธรรม ท่านประธานครับ บางครั้งเราอาจจะสับสนในเรื่องของ จริยธรรม เราใช้คำนี้มาเปึนคำพูดที่สวยหรูครับ ถ้าเราไปพิเคราะห์อย่างศาลยุติธรรม หรือแม้กระทั่งศาลปกครอง เขาก็จะมีประมวลจริยธรรมของเขา เขาใช้มานะครับ ผ่านกาลเวลาพิสูจน์จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เปึนไร แต่ใช้มาแบบนั้น ประเด็นก็คือว่า เมื่อรัฐธรรมนูญนี้เกิดขึ้น เราก็ดันไปหยิบเอาจริยธรรมนี้ ถ้าพูดใหม่ให้ถูกต้อง คือคณะรัฐประหาร หรือมรดกของคณะรัฐประหาร ก็ไปหยิบเอาในเรื่องนี้มาใช้บังคับกับนักการเมือง สิ่งที่มัน เกิดขึ้นก็คือมันทำให้จริยธรรมซึ่งควรจะถูกใช้กับองค์กรที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนมาใช้ กับองค์กรที่ปกติแล้วประชาชนเปึนผู้ตรวจสอบอยู่แล้ว ในความเปึนจริงแล้วกลไกในการ ตรวจสอบนักการเมืองมีอยู่แล้ว จะผิดชอบชั่วดีทำอะไรไม่ถูกต้อง ประชาชนเปึนคนตัดสิน บางท่านอาจจะมองว่าถ้าเปึนอย่างนี้เราก็จะเห็นนักการเมืองที่ไม่ดีขึ้นมามีตำแหน่งหน้าที่ การงานใช่ไหม ผมยอมรับท่านประธานครับ ผมยอมรับว่าในทางปฏิบัติเราอาจจะเห็น บรรยากาศแบบนั้น นี่ก็ไม่ใช่บรรยากาศที่ผมอยากเห็น ผมก็ไม่ได้อยากเห็นนักการเมือง ที่ก่อกรรมทำเข็ญ ทำชั่ว ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ค้ายาเสพติด เกี่ยวข้องกับการทุจริต มาเปึนนักการเมือง มาเปึนรัฐมนตรี ผมไม่อยากเห็นครับ แต่การที่จะวินิจฉัยตรงนั้นมันเปึนสิ่งที่ประชาชนต้องตัดสิน เพราะเมื่อเขาตัดสินอย่างไร ประชาชนจะต้องเปึนผู้แบกรับการตัดสินตรงนั้นเอาไว้เอง และเมื่อเขาตัดสินไปแล้ว จะผิด จะถูกไม่รู้ แต่เขาเปลี่ยนใจได้เสมอ แล้วศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรตุลาการ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ ใครตรวจสอบท่านครับ มันจึงไม่แปลกท่านประธาน ว่าในความเปึนจริงแล้ว ตุลาการอย่าง ศาลรัฐธรรมนูญ การที่เขาจะกำหนดให้มีจริยธรรม มีประมวลจริยธรรม แล้วแต่จะเรียกชื่อ มันมีได้ มันมีได้ด้วยเงื่อนไขแบบนี้ แต่กรณีของพวกเราซึ่งเปึนนักการเมือง เรามีคน ๕๐ ล้านคน ซึ่งเปึนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบเราอยู่ครับ ไม่ใช่ ๙ คน นี่คือข้อเท็จจริง กล่าวถึงกรณีที่เปึน ประเด็น ที่มีตุลาการท่านหนึ่งได้กล่าวพูดอย่างสนุกสนาน ถ้าไปดูคลิปวิดีโอ พูดเสร็จมีคน หัวเราะนะครับ พรรคการเมืองที่มีคนเลือกถึง ๑๔ ล้านคน ถูกยุบด้วย ๙ คน แล้วเราก็ หัวเราะสนุกสนานกับสิ่งที่พูดมา ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ มาตรฐาน จริยธรรมคนที่สร้างขึ้นมาก็คือศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พวกท่านตราขึ้นมาเอง แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็บอกว่าให้ใช้มาตรฐานจริยธรรมนั้นกับพวกเรา แต่มันก็ผูกพัน กับพวกท่าน วันนี้ถ้าเราไปพิจารณาในข้อ ๑๓ เราจะพบว่าการกระทำของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญท่านนั้นได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและตั้งคำถามว่าเปึนการกระทำ เปึนการพูด เปึนการบรรยายที่เปึนไปโดยปราศจากอคติจริง ๆ หรือเปล่า เปึนการพูด การบรรยายที่เปึนกลางจริง ๆ หรือเปล่า เปึนการพูด เปึนการบรรยายที่ตกลงแล้วมันถูกต้อง ตามมาตรฐานจริยธรรมที่พวกท่านเปึนคนสร้างขึ้นมาจริง ๆ หรือเปล่า หลังจากนั้น พี่น้องประชาชนเขาก็ตั้งคำถามต่อไป เอาละถ้ามันผิด แล้วเราจะตรวจสอบกันอย่างไร ช่องทางของรัฐธรรมนูญที่เขียนเอาไว้มีน้อยมากครับ หนทางที่พอจะเปึนไปได้ คือ มาตรา ๒๓๔ ประกอบมาตรา ๒๓๕ ที่ให้ไปร้องที่ ป.ป.ช. แล้วหาก ป.ป.ช. เห็นว่าเปึนการ ฝ์าฝ๋นกฎหมายเปึนการฝ์าฝ๋นจริยธรรมร้ายแรง ก็ให้ส่งไปที่ศาลฎีกา ช่องทางมีแค่นี้ ซึ่งเราไม่รู้ หรอกครับว่าช่องทางนี้จะประสบความสำเร็จไหม เราไม่รู้หรอกครับว่าช่องทางนี้จะมีใคร ไปร้องหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งท่านประธาน ผมอยากจะรู้ว่าผลของเรื่องนี้จะเปึนอย่างไร ท่านประธานครับด้วยความเคารพนะครับ ชีวิตผมเหลือเวลาอีกไม่เยอะในทางการเมือง รู้ตัวครับ ไม่ต้องมาเหนียมอาย พูดคุยกันตรง ๆ ว่าเรื่องของพวกเรานี้มันมีธงเอาไว้แล้ว ผมคือ ๑ ใน ๔๔ คนครับ ผมคือ สส. ๑ คนที่ได้เซ็นชื่อเสนอร่างแก้ไขมาตรา ๑๑๒ วันนี้ทั้งสังคม เขาคิดกันไปแล้วว่าพวกผมอย่างไรก็อยู่ได้อีกไม่นาน กระบวนการของ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเปึน ตั้งแต่รับคำร้อง ไต่สวน ยาวไปจนถึงการเสนอความเห็น จะใช้เวลาเท่าไรสำหรับพวกเรา ๔๔ คน ผมไม่ทราบหรอกครับ แต่ผมเชื่อว่าเร็ว ผมอยากจะรู้ว่าถ้ามีคนไปร้องในกรณีแบบนี้ ต่อ ป.ป.ช. ผมจะนั่งนับวันเลยว่า ป.ป.ช. จะใช้เวลาเท่าไร จะเร็วเปึนกามนิตหนุ่มเหมือนกับ กรณีของพวกเรา ๔๔ สส. ซึ่งเปึนอดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชนหรือไม่ หรือมันจะช้า ช้าเหมือนกับกรณีอื่น ๆ แล้วมาตรฐานจริยธรรมที่คุยกันนักคุยกันหนา มันจะได้ผลอย่างไร ท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องนี้คงต้องกล่าวไปถึงว่า แล้วพวกเราในสภาทำอะไรกันได้บ้าง พวกเราคือฝ์ายนิติบัญญัติ คือผู้ที่ใช้อำนาจตามที่ประชาชนเขาได้ไว้วางใจเรามา เราคือ สถาบันสุดท้ายที่กำลังปกปัองอำนาจสูงสุดที่เปึนของประชาชน จริยธรรมสูงสุดของพวกเราคือ ความรับผิดชอบที่เรามีต่อประชาชน และประชาชนจะเปึนผู้วินิจฉัยและตัดสินเองว่าเรา ควรอยู่ที่นี่หรือควรจะไปจากที่นี่ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องมีฉันทามติร่วมกันที่จะปล่อย ให้จริยธรรมร้ายแรงของนักการเมืองที่ใช้กันอยู่ในวันนี้ออกไปจากระบบที่เปึนมรดกของ คสช. ผมยืนยันกับท่านประธานว่าจริยธรรมของนักการเมืองที่เรียก ๆ กัน ที่พูด ๆ กัน มันเปึนคนละอย่าง มันเปึนคนละเรื่องกับกรณีที่ใช้บังคับกับศาล แต่พอเอาคำพูด เอาชื่อเรื่อง ที่มันเหมือนกันมันเลยถูกปนกัน และผมยืนยันกับท่านประธานว่า แม้สภาแห่งนี้หากในอนาคต เราตัดสินใจว่าจะเอาจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างนักการเมืองอย่างพวกเรา ออกไปจากรัฐธรรมนูญ ออกไปจาก พ.ร.ป. ไม่ได้หมายความว่าเราจะอยู่เหนือการตรวจสอบ เรายังผูกพันกับกฎหมายที่ต่อต้านในเรื่องของการทุจริต หากมีนักการเมืองคนใดไปกระทำการที่ ทุจริตคอร์รัปชัน เราก็ยังมีความรับผิดชอบในทางกฎหมายที่จะต้องดำเนินการต่อไป หากมีการ แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ เราก็ยังต้องรับผิดชอบต่อไปหากเปึนการใช้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่ถูกต้อง เราก็ยังต้องมีความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อไป แต่ขอเถอะครับ อย่าใช้จริยธรรม ร้ายแรง เลื่อนลอยแบบที่ผ่านมา อย่าให้อาวุธนี้ที่ คสช. เปึนผู้มอบให้เพื่อเอาไว้จัดการกับ นักการเมืองผู้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้อาวุธนี้มีต่อไป เราต้องช่วยกันหยุดยั้ง อาวุธนี้ ช่วยกันเถอะครับ หาฉันทามติของสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออำนาจสูงสุดที่เปึนของ ประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน