นพดล หารือดูแลผู้ลี้ภัย-แรงงานเมียนมา ผลักดันสันติภาพ-ความมั่นคงร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗

นพดล ปัทมะ หารือประเด็นความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาที่ส่งผลต่อความมั่นคงและสังคมไทย โดยเน้นปัญหาผู้ลี้ภัย แรงงานต่างด้าว ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และมลพิษข้ามแดน พร้อมเรียกร้องการจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งการเร่งลงทะเบียนแรงงาน การดูแลสวัสดิการ การออกเอกสารเดินทาง และการผลักดันสันติภาพที่ต้นเหตุผ่านความร่วมมือกับอาเซียนและนานาชาติ

นายนพดล ปัทมะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยครับ ก่อนอื่นกระผมขอขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ ๒ ชุด ที่ท่านได้ร่างผลการศึกษามา เขาบอกว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว แต่กรรมาธิการชุดของท่านโรมมีรายงานถึง ๒ ชุด ก็ขอบคุณ ท่านที่แสดงว่าได้ศึกษาอย่างรอบคอบนะครับถึงมีคณะกรรมาธิการชุดคล้ายกันถึง ๒ ชุด ผมก็พยายามจะอ่านชุดแรกอยู่ ๓๓ แผ่น ชุดที่ ๒ อยู่ ๔๘ แผ่น ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนโอกาสดีครับที่เราจะรับทราบรายงาน แล้วก็มีข้อเสนอแนะถึงทางรัฐบาลว่าแนวคิด ของการดูแลผู้อพยพ ผู้หนีภัย แล้วก็แนวคิดในการแก้ไขปัญหาเมียนมานั้น ทางสภามีแนวคิด อย่างไร วันนี้มีกรรมาธิการอยู่ ๒ ชุดที่อภิปราย แล้วก็ท่านสมาชิก รวมทั้งกรรมาธิการ การต่างประเทศ ที่ผมเคยเปึนประธานกรรมาธิการอยู่ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ เราจะอภิปรายประเด็นในรายงาน ผมขออนุญาตดู ก่อนที่เราจะดูต้นไม้แต่ละต้น ผมว่า เรามาดูป์าทั้งป์าในเรื่องเมียนมานิดหนึ่งครับ ความจริงความท้าทายปัญหาไทยกับเมียนมา หรือปัญหาทวิภาคีระหว่างไทยกับเมียนมามันมีอยู่ ๖ เรื่องสำคัญ เรื่องแรกก็คือเรื่องของ Displaced People หรือว่าเรื่องของผู้หนีภัย เรื่องที่ ๒ คือเรื่องแรงงานต่างด้าวของพม่า เรื่องที่ ๓ ก็คือการทะลักของยาเสพติดที่เข้ามาสู่ในประเทศไทย เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องของ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ Call Center ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านโรมก็ได้ สนใจในเรื่องนี้อยู่ เคยอภิปรายในสภา เรื่องที่ ๕ ก็คือเรื่องของการค้ามนุษย์ และเรื่องที่ ๖ คือเรื่องของ PM2.5 ซึ่งถ้าเราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้จะไม่สามารถแก้ไขได้เลยครับ ประโยชน์แห่งชาติของไทยกับพม่า มันผูกติดกันอย่างแยกไม่ออก ถ้าเราไม่สามารถกำจัดปัญหาที่พม่า หรือสร้างสันติภาพในพม่า เราก็จะเปึนฝ์ายรับปัญหาอยู่ร่ำไป เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าไม่มีสันติภาพ ถ้าไม่มีเอกภาพ ถ้าไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในพม่า ปัญหาเหล่านี้ที่เรา มาอภิปรายในวันนี้ ในรายงาน ๒ ฉบับนี้ก็จะเปึนเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ แล้วเราก็จะมีหน้าที่แก้ไข อย่างคงเส้นคงวา ป้แล้วป้เล่าตลอดไป ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้การอภิปราย ของกระผมในวันนี้ตรงประเด็นที่เราอภิปรายรายงานของอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่า บุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการอพยพเข้ามาในไทย คนเมียนมาที่เข้ามาในประเทศไทยมีกลุ่มใดบ้าง ประเด็นแรกก็คือกลุ่มที่เรียกว่า ผู้หนีภัยสงคราม ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ๔๐ ป้ที่แล้วเป็ะเลยครับ ป้นี้ ๒๕๖๗ แล้วกลุ่มที่ ๒ ท่านใช้คำว่า ผู้หนีภัยความไม่สงบ ซึ่งก็คือคนที่มาหลังการ รัฐประหารในพม่า ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ กลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มแรงงานเมียนมา และกลุ่มที่ ๔ ก็คือ เขาเรียกว่า บุคคลที่มาจากเมียนมาแต่ไม่มีสัญชาติ ก็คือเปึนพวก Stateless เพราะฉะนั้น มันมีคนอยู่ ๔ กลุ่ม และรายงานของท่านก็ Cover คนหลาย ๆ กลุ่มมากน้อยกันบ้าง เน้นกันบ้าง ก็แตกต่างกันไป ทีนี้ผมจะกราบเรียนแต่ละประเด็นครับ

ประเด็นแรกที่รายงานของท่านได้นำเสนอก็คือกลุ่มของคนที่หนีภัยสงคราม เมื่อป้ ๒๕๒๗ แล้วก็กลุ่มหนีภัยความไม่สงบในป้ ๒๕๖๔ กลุ่มแรกที่หนีภัยสงคราม เขาจงใจ ใช้คำนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาษาทางการก็ใช้คำย่อต่างกัน จงใจใช้คำต่างกัน เอาละมันใช้คำต่างกัน ก็คือกลุ่มป้ ๒๕๒๗ กลุ่มป้ ๒๕๒๗ ตอนนี้เหลือที่อยู่ในประเทศไทย ใน ๙ ค่าย ท่านประธานครับ ๙ แคมปีหลายจังหวัด ๓-๔ จังหวัด มีคนเหลือประมาณ ๘๐,๐๐๐ คน ไปต่างประเทศแล้วประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ คน ไปสหรัฐอเมริกาหรือไป Resettlement หรือไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกามากสุดหลายหมื่นคน แล้วก็รองมาก็ ออสเตรเลีย กลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่น่าสงสารท่านประธานอยู่ประเทศไทยมา ๔๐ ป้ กักกันในค่าย สภาพเปึนอยู่น่าสงสารมาก กรรมาธิการหลายท่านก็คงได้ไปเยี่ยมแล้ว กลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่ผม คิดว่าจำเปึนจะต้องดูแลอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ

เรื่องแรกครับ เปลี่ยนภาระเปึนพลัง ให้เขาได้มีโอกาสที่จะทำงานได้ ไม่จำเปึน จะต้องบินไปเนปยีดอเพื่อไปต่อเอกสารอะไรก็แล้วแต่ จะเรียกว่า CI หรือจะเรียกว่าเปึน Passport เขาก็แล้วแต่ สามารถที่จะขับเคลื่อนทำงานที่นี่ได้ ออกนอกค่ายได้แล้วกลับมาอยู่ ในค่าย ดูแลเรื่องของความเปึนอยู่ขั้นพื้นฐานครับ เรื่องหลังคาที่เขาต้องอยู่ใต้ไม่ให้ฝนตก มีอาหารพอสมควร แล้วก็ให้ลูกหลานเขาได้เข้าถึงโรงเรียน คนแก่เข้าถึงโรงพยาบาล ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนข้อเรียกร้องของกรรมาธิการการต่างประเทศ เมื่อครั้งที่ตัวกระผมเอง เปึนกรรมาธิการอยู่ด้วย อันนี้เปึนเรื่องแรก

ประเด็นอีกอันหนึ่งที่ต้องฝากรัฐบาล ท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของ รัฐบาลจะต้องเร่งในการออก Exit Permit เมื่อพี่น้องชาวเมียนมาที่อยู่ในค่ายอพยพ ๙ แห่ง ต้องการไปตั้งหลักปักฐานในต่างประเทศ ผมเข้าใจว่าเปึนหน่วยงาน สมช. จะต้องเร่งรัด ในการที่จะออก Exit Permit ให้เขา เพื่อให้เขาไปสู่โอกาสที่ดีกว่า แล้วก็ไม่ได้เปึนภาระ ในประเทศไทยที่จะต้องดูแลต่อไป อันนี้คือกลุ่มแรกครับท่านประธานครับที่เรียกว่า ผู้ลี้ภัย สงคราม ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ๔๐ ป้ที่แล้วอยู่ในค่าย

กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มที่เรียกว่า ผู้หนีภัยความไม่สงบหลังรัฐประหาร ตอนนี้จริง ๆ แล้วอยู่ในค่ายประเทศไทย ๕๐,๐๐๐ กว่าคน กลับไปจะเกือบหมดตามรายงานของท่าน ซึ่งก็ตรงกับการศึกษาของกรรมาธิการการต่างประเทศ แต่มันจะมีเหลือที่อยู่นอกค่าย ซึ่งเปึน จำนวนหลักหมื่น อยู่นอกค่ายก็มีทั้งคนที่หนีภัยทางการเมือง เคยเปึน ขอประทานโทษ ไม่อยากกระทบกระเทือนการเมืองระหว่างประเทศ เปึนพรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล ในปัจจุบันก็แล้วกัน ซึ่งเรียกว่าเปึน White Collar ซึ่งกลุ่มนี้มีปัญหาว่าถูกเจ้าหน้าที่รีดไถบ้าง มีปัญหาว่าไม่สามารถทำงานได้บ้าง มีปัญหาว่าอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ บ้าง เพราะว่าอาจจะ ต้องถูกติดตามจากบุคคลอื่นแล้วกันนะครับ ไม่อยากจะบอกว่าเปึนฝ์ายใดเดี๋ยวก็ กระทบกระเทือนความสัมพันธ์อีก กลุ่มนี้ผมคิดว่าเรามีหน้าที่ที่ต้องดูแลสวัสดิภาพพื้นฐาน ของเขา ให้เขาได้ทำงาน และขณะเดียวกันถ้าสามารถที่จะส่งเขาไปประเทศที่เขาต้องการ จะไป ก็สามารถที่จะอำนวยความสะดวก แล้วที่สำคัญจะต้องไม่บังคับให้เขาเดินทางกลับ ประเทศเพื่อไปเผชิญกับการไล่ล่าทางการเมืองอย่างที่ท่านกรรมาธิการ สส. ธิษะณาได้พูดไป อันนี้คือกลุ่มที่ ๒ ครับท่านประธานครับ

กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มแรงงานต่างด้าว ท่านประธานที่เคารพครับ แรงงานต่างด้าว ในประเทศไทยมีอยู่ ๓ กลุ่ม เพื่อเปึนข้อมูลให้ท่านสมาชิกที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับประเด็นนี้ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เข้ามาเลยครับ ข้ามแม่น้ำเมยมา ข้ามภูเขามา ผิดกฎหมาย กลุ่มที่ ๒ คือเข้ามาประเทศไทยตามมติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีประมาณ ๒ ล้านคนเศษ จะครบกำหนดวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มที่เข้ามาตาม MOU ซึ่งมีประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนเศษ

ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้มีการเสนอโดยคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ เมื่อครั้งผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ เราเสนออย่างนี้ครับ ท่านกรรมาธิการรายงานของท่านเห็นบอกว่ามันมีประโยชน์ที่จะให้แรงงานต่างด้าวได้ทำงาน โดยถูกกฎหมาย แน่นอนครับ เอกชนต้องการ เราจะสู้กับเวียดนามได้เราก็ต้องมีแรงงาน ที่ราคาไม่แพง ซึ่งเราก็ได้มาจากเมียนมาเปึนหลัก แม้ว่าจะลาวบ้าง กัมพูชาบ้างนะครับ ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านที่เขียนมานะครับ ท่านพูดถึงเรื่องสังคมผู้สูงอายุอะไร ทำนองนี้มันก็เปึนหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้วเรามีข้อเสนออย่างนี้ครับท่านประธาน ๓ กลุ่ม

กลุ่มแรกก็คือกลุ่มที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เสนอให้รัฐบาลเป่ดลงทะเบียน อย่างรีบด่วน หลักการการจัดการแรงงานต่างด้าวมันมีอยู่ ๓ ข้อใหญ่ ๆ ครับ ๑. ก็คือง่าย Simple ๒. โปร่งใส Transparent Simple คือไม่ซับซ้อนด้วย โปร่งใสด้วยนะครับ และอันที่ ๓ คือครอบคลุม ก็คือท่านกรรมาธิการหลายท่าน หรือรวมทั้งท่านที่เปึนอนุทำงาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐก็พูดไป ผมเห็นด้วยครับ โดยเฉพาะท่าน พลโท พงศกร เราจะต้องมีบันทึกของทุกคนที่เข้ามาเหยียบดินแดนไทยทุกตารางนิ้วครับ เราต้องรู้ว่า คนต่างด้าวอยู่ตรงไหน ทั้งนี้เพื่อดูแลเรื่องความมั่นคง เราจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างภาพลักษณ์ ของประเทศในแง่ของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับความมั่นคงของรัฐเราด้วย เราจะต้อง ไม่เต้นตาม NGO ต่างประเทศหรือประเทศมหาอำนาจที่บีบบังคับให้เราดำเนินการอย่างหนึ่ง อย่างใดที่เกินเหตุ เราต้องชั่งน้ำหนักความมั่นคงของประเทศเราด้วย นโยบายต่างประเทศ ที่ดีที่สุดคือนโยบายที่ดูแลผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้รัฐบาลจะต้อง ชั่งน้ำหนักทั้ง ๒ ด้าน ผมเข้าใจดีครับ NGO ที่ทำงานเหน็ดเหนื่อย ดูแลเรื่องของ สิทธิมนุษยชน ท่านก็ปกปัองประเด็นของท่าน แต่ขณะเดียวกันท่านก็ต้องเข้าใจภารกิจของ รัฐบาลที่ต้องดูแลคนไทยด้วย ทีนี้ท่านประธานที่เคารพครับ มาพูดถึงแรงงานต่างด้าว กลุ่มแรกก็คือให้เป่ดลงทะเบียนใช่ไหมครับ อย่างเร่งด่วน

กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๖๘ นี้ เราได้เสนอกระทรวงแรงงานไปแล้วครับท่านประธาน ขอให้รีบเป่ด การลงทะเบียน ซึ่งเข้าใจว่าทางกระทรวงแรงงานได้เสนอคณะรัฐมนตรีแต่มีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลไปก่อน หวังว่ารัฐบาลใหม่จะผลักดันต่อแล้วรีบประกาศนะครับ ทั้งหลายทั้งปวง ก็คือว่าจะต้องมีการขึ้นทะเบียนต่ออีก ๒ ป้ ควรจะขึ้นทะเบียนต่ออีก ๒ ป้ แล้วก็ผ่อนผัน การใช้เอกสาร บางคนท่านประธานครับ ไม่มีแล้วครับ Passport หมดอายุแล้ว CI บางคน ไม่มีครับ มีบัตรสีชมพู บัตรสีชมพูนี้เปึนบัตรที่ออกโดย พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎร มาตรา ๓๘ โดยกระทรวงมหาดไทย ที่ออกให้กับทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย แม้บางทีเปึนคนที่ไม่มี สัญชาติ อันนี้ก็คงต้องดูครับถ้าไม่มี Passport จะทำอย่างไร แล้วถ้าไม่มี CI จะทำอย่างไร

กลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มตาม MOU กลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่อาจจะเปึนกลุ่มไม่มากครับ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเรื่องนี้เราก็ขอให้ได้มีการลงทะเบียนใหม่เหมือนกัน เพื่อที่เราจะได้มีบันทึกไว้ว่าผู้คนมีมากน้อยแค่ไหนเพียงไร ทั้งหลายทั้งปวงข้อเสนอที่ผม กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับ ตั้งแต่กลุ่มเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กลุ่ม MOU กลุ่มมติ คณะรัฐมนตรีจะต้องดำเนินการตามที่กฎหมายทำได้นะครับ ก็ฝากรัฐบาลได้ไปดำเนินการ

ท่านประธานครับ ผมมีเวลาอีกประมาณ ๒ นาทีเศษ ผมมองอย่างนี้ครับ วันนี้ทางสภามาช่วยกันคิดครับ ไม่ต้องแบ่งว่าเปึนพรรคใด ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เรามามี Consensus หรือฉันทามติร่วมกันว่า เรื่องของการจัดการปัญหาเมียนมาหรือการจัดการ แรงงานต่างด้าวเราจะดำเนินการอย่างไร ผมไม่อยากให้เราอภิปรายกันไปเรื่อย ไม่อยากใช้คำว่า รำวงนะครับ มันต้องมีข้อยุติที่เปึนรูปธรรมและเสนอให้รัฐบาลไปดำเนินการนะครับ อดีตประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น (Abraham Lincoln) เคยพูดครับท่านประธาน เขาบอกว่าถ้าให้เวลาผม ๖ ชั่วโมงในการไปตัดท่อนไม้ ผมจะใช้ ๔ ชั่วโมงในการไปลับขวาน ให้มันคม เพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่า เรามาใช้ ๔ ชั่วโมงให้มันตกผลึกในแง่ของความคิด แล้ว ๒ ชั่วโมงไปดำเนินการ ผมมีข้อเสนอท่านประธานและกรรมาธิการอย่างนี้ครับ

ประเด็นแรก ผมคิดว่าไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ได้แล้ว ทุกหน้าแล้งก็จะมีการสู้รบ เราก็จะแบกรับภาระในการอพยพ เราก็จะแบกรับคนข้ามแดนมา เราก็จะต้องไปจัดเตรียม ที่พักพิง เราจะต้องไปจัดเตรียมอาหาร เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ข้อแรกที่ผมเสนอ และสอดคล้องกับทางกรรมาธิการการต่างประเทศ ก็คือเราจะต้องสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น โดยเร็ว อันนี้คือยิงลูกศรไปที่หัวใจของปัญหาครับ สิ่งซึ่งผมนำเสนออาจจะเปึนใช้คำว่า นพดล Model ก็ได้นะครับ เปึน Model ที่ผมเสนอมาโดยต่อเนื่อง เปึนบันได ๒ ขั้น ท่านประธานที่เคารพครับ บันไดขั้นแรก ก็คือสอดคล้องกับท่านกรรมาธิการ ท่านจุลพงศ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เราจำเปึนที่จะต้องมี Troika หรือกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเมียนมา มีไทยเปึนหัวหอกร่วมกับประธานอาเซียนขณะนี้คือ สปป. ลาว ร่วมกับจีน ร่วมกับอินเดีย ร่วมกับบังกลาเทศ อาจจะร่วมญี่ปุ์น EU ได้ เพื่อมาคุยกันครับ เพื่อที่จะผลิตแผนสันติภาพ เมียนมาให้ได้ ไม่มีประเทศเหล่านี้ มีลำพังเฉพาะอาเซียน จำปากผมไว้เลยครับ ไม่มีทาง สำเร็จครับ สิ่งทางนี้ไม่ใช่ทางเลือกครับ แต่เปึนทางเดียวเท่านั้นที่จะสำเร็จ เมื่อไม่นาน มีผู้ต่อต้านรัฐบาล SAC บินไปเจอญี่ปุ์น ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่เขามีอิทธิพลทางการเมืองอยู่แล้ว ต้องเอาทุกฝ์ายมาร่วม Step ที่ ๒ ท่านประธานครับ จะต้องให้ทุกภาคส่วนในพม่า ได้เข้ามา พูดคุยกัน SAC ฝ์ายรัฐบาล NUG ฝ์ายต่อต้าน ฝ์ายผู้นำชนกลุ่มน้อยตามภูมิภาคต่าง ๆ มาคุยกัน ท่านประธานครับ ผมจะจบแล้วขออีก ๑ นาที ๒ นาทีนะครับ เพราะว่าฝ์ายรัฐบาล ผมอภิปรายคนเดียวครับ กระผมเลยจะกล่าวสรุปอย่างนี้ จำเปึนจะต้อง Step ที่ ๒ ต้องเอา ทุกฝ์ายมาคุยกัน ไม่สามารถทิ้งใครไว้ข้างหลังได้ แล้วไม่สามารถเจรจาโดยบางกลุ่มได้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยผลักดันร่วมกับอาเซียนร่วมกับประเทศ มหาอำนาจอย่างที่ผมกราบเรียนไป ไม่แก้ไม่ได้ครับ เรื่องของผู้ลี้ภัย หรือผู้หนีภัยสงคราม หนีภัยการสู้รบใน ๙ ค่ายผมกราบเรียนแล้วนะครับ ให้ทำงานให้ผนึก Integrate เข้ากับ สังคม หมายถึงผนวกให้อยู่ในสังคมไทยอย่างกลมกลืน ทำงานได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี รีบให้เข้าไปต่างประเทศ ไปตั้งหลักปักฐาน ออกใบอนุญาตให้เขา กลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบ ทุกฤดูแล้งมีพื้นที่ปลอดภัยให้เขา กินอิ่มนอนอุ่น ช่วยเหลือทางมนุษยธรรมนะครับ

ประเด็นต่อไปครับ การช่วยเหลือทางมนุษยธรรม Humanitarian Assistance G7 ประกาศว่า จะช่วยเหลือมนุษยธรรมพม่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ประกาศว่า ช่วยเหลือมนุษยธรรมพม่า แต่การช่วยเหลือที่เปึนรูปธรรม ยังไม่มาครับ ฝากท่านประธานฝากรัฐบาลไปดำเนินการด้วย เราจะต้องเปึนเขาเรียกว่า Focal Point เปึนศูนย์รวมในการรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เพื่อมาช่วยพม่า

อีก ๒ ประเด็นสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ให้ผู้หนีภัยได้ทำงานได้ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว

แล้วก็ประเด็นสุดท้ายคือ เรื่องของแรงงานเมียนมา อย่างที่ผมกราบเรียนไป เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทำอย่างไร MOU ทำอย่างไร ตามมติ ครม. ทำอย่างไร ผมกราบเรียน ไปแล้วไม่กล่าวซ้ำ

ท่านประธานครับ สรุปอย่างนี้ครับ ไม่ว่าเราจะชอบเรื่องนี้หรือไม่ชอบก็ตาม ลาวความสัมพันธ์ค่อนข้างดี กัมพูชาความสัมพันธ์ดีไม่มีปัญหา เมียนมาทางฝัืงตะวันตก มีปัญหามาก แล้วปัญหาที่ท้าทายมากไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยทำสำเร็จ จะต้องใช้อาเซียน และใช้มหาอำนาจในภูมิภาคถึงจะสำเร็จ ภาคใต้เรากับมาเลเซียค่อนข้างดี เพราะฉะนั้น นโยบายที่เราไม่สามารถเติบโตโดยไม่ไปกับเพื่อนบ้าน ไม่ทำไม่ได้ครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ประเทศเราต้องมั่นคงไปด้วยกัน แล้วก็รุ่งเรืองไปด้วยกันกับเพื่อนบ้าน เมียนมาจะต้องแก้ไขครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านกรรมาธิการด้วยครับ