วิทยา ชี้ปัญหาผังเมืองไร้การประสาน ท้องถิ่นเดือดร้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗

วิทยา แก้วภราดัย แสดงความเห็นถึงปัญหาการวางผังเมืองโดยไม่รับฟังความคิดเห็นจากท้องถิ่น จนก่อให้เกิดข้อขัดแย้งและขัดขวางการพัฒนาเมืองอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเสนอให้มีการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นกระบวนการ

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตที่จะมีความเห็นกับ การทำงานของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่จริงรุ่นประธานกับรุ่นผมจะคุ้นกรมโยธาธิการ และผังเมืองมากกว่าในเรื่องการทำถนนหนทาง แต่ช่วงหลังนี้เราก็เริ่มได้เห็นบทบาทของ กรมโยธาธิการและผังเมือง มีหน้าที่ในการที่จะกำหนดรูปแบบผังเมืองรวมทั้งประเทศของ จังหวัดและของพื้นที่ต่าง ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอก็คือเวลากรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าไปจัดทำผังเมืองที่จังหวัดใดก็จะมีปัญหาตามหลังมาตลอด คือในช่วงที่ทำนี่ผมคิดว่า การประสานงานระหว่างผังเมืองกับท้องถิ่นละเลยการประสานงาน ไม่ได้ฟังความคิดเห็น โดยจริง ๆ แล้วตามข้อที่ทางโยธาธิการและผังเมืองได้ทำในเอกสาร ผมคิดว่าโดยแผนงานเราเอง เราก็ระมัดระวังในหลายเรื่อง เพราะเมืองทุกเมืองไม่ได้หยุดนิ่งอยู่ธรรมดา กรมโยธาธิการและผังเมืองทราบดีว่าเมืองที่ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มส่วนใหญ่ก็เริ่มจาก กรุงเทพมหานครเปึนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ แล้วก็ขยายเมืองจากที่ราบลุ่มลุ่มแม่น้ำไปเรื่อย ๆ เมืองที่อยู่เชิงเขาข้างบนก็จะขยายจากแนวทางเส้นทางเดินน้ำ เมืองที่อยู่ใกล้ริมทะเลก็ขยาย เมืองจากการตั้งในพื้นที่ดอน แล้วก็ขยายออกไปจากพื้นที่ทางทะเล มันมีทิศทางของการ พัฒนาอย่างเปึนธรรมชาติอยู่โดยปกติ แต่ปัญหาก็คือช่วงหลังนี้ลักษณะของการที่ประชากร ในภาคชนบทย้ายขยับเข้ามาในตัวเมืองนี้มากขึ้น ๆ แม้ตัวเลขประชากรประเทศไทยเรา เกือบจะหยุดนิ่ง ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบที่ท่านผู้มาชี้แจงทราบดี แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ ในชนบททุกจังหวัด ที่อยู่ในชนบทจริง ๆ เมื่อเขามีฐานะหรือมีลูกหลานที่โตขึ้น ลักษณะ การขยับตัวเข้ามาในพื้นที่ใกล้เมืองเพื่อสะดวกในการที่จะส่งลูกเข้าเล่าเรียน หรือ ทำการศึกษาต่อมันก็เริ่มเกิดขึ้น บ้านเรือนในตัวเมืองที่เคยเล็กก็เริ่มขยายอย่างเปึนระบบ มากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะเกิดปัญหาแล้วก็ได้ยินตลอด ก็คือบางจังหวัดที่นั่งข้าง ๆ ผม คุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต สส. จังหวัดแพร่ ท่านก็พูดถึงการไปวางผังเมืองทิ้งกันไว้ แล้วก็ท้องถิ่นก็ไม่รู้เรื่อง บางพื้นที่ท่านเขียนใส่กระดาษให้ผม แต่ผมคงจำได้ไม่หมด ก็คือ เขาจะขอตั้งโรงน้ำแข็ง ออกแบบเสร็จ ก่อสร้างเสร็จ ปรากฏว่า อบต. ก็อนุญาตเรียบร้อย ถึงเวลาปรากฏว่าผังเมืองกับโยธามาบอกว่าตรงนี้เขาจะทำถนน และพูดเรื่องทำถนนมา ๒๐ กว่าป้แล้ว เดี๋ยวถ้ารายละเอียดอย่างไร ผมจะให้ทางท่านศิริวรรณได้นำเสนอเอกสารกับ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อลงไปดูที่จังหวัดแพร่ด้วย แต่สิ่งที่ผมกำลังจะพูดคุยกับท่าน ในการให้ความคิดเห็น ก็คือ ๑. การระมัดระวังในการตีผังเอาชนบทมาล้อมเมืองให้แคบ คือเราอยากรักษาความเปึนประเทศที่อุดมสมบูรณ์ในภาคการเกษตรก็ถูกต้อง แต่ทุกวันนี้ครับ พื้นที่การเกษตรมันถูกลดน้อยลงโดยธรรมชาติ มันถูกขยายโดยความเปึนเมือง เพราะฉะนั้น ถ้าจังหวัดใดไปกระทบในการวางผังเมือง ขยับจากพื้นที่เขตเทศบาลออกไปนิดเดียว ท่านไป ตีกรอบให้เปึนพื้นที่สีเขียวสำหรับทำการเกษตรอย่างเดียว อันนี้เกิดปัญหาแน่ครับ ผมว่า ท่านประธานสภาก็จะรู้ดีครับว่า ถ้าที่จังหวัดท่านนะครับ ออกจากเขตเทศบาลไปสักนิดหนึ่ง ๒ ป้ ๓ ป้ มันก็จะเริ่มมีบ้านจัดสรรขยับออกไปเรื่อย ๆ แต่ถ้ามันเปึนพื้นที่โดนตีผังสีเขียว โครงการเหล่านี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นทิศทางการพัฒนามันก็จะบีบตัว ผมเคยไปเจอ ท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง คือมีพี่น้องราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี มีความเห็นต่อ การทำผังเมืองจังหวัดอุดรธานี ในกรณีที่บีบให้อุดรธานีจะกลายเปึนพื้นที่ที่พัฒนาช้าลงไปอีก หลายสิบป้ครับ เนื่องจากเราเอาพื้นที่อื่นเข้ามาบีบพื้นที่เมืองให้ติดนิ่งอยู่กับที่ จังหวัดอุดรธานี มันเริ่มพัฒนากลายเปึนศูนย์กลางของภาคอีสานริมชายแดน แน่นอนครับ สนามบินลงพื้นที่นั่น ตัวเมืองขยายจากจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดหนองคาย ผมคิดว่าระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ป้นี้ เกือบจะกลายเปึนไม่เหลือชนบทระหว่าง ๒ จังหวัด จังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดหนองคาย อาจจะขยับเปึนจังหวัดเดียวกันได้ในพื้นที่พัฒนาในเรื่องที่อยู่อาศัย เขตอุตสาหกรรม และเขตเมืองต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ในช่วงของการทำผังเมือง การเข้ามามีส่วนร่วม ภาคประชาชนน้อยไป เปึนไปได้ไหมว่าเราจะทำผังเมืองที่ไหนอย่าประกาศแบบผ่าน ๆ ครับ ท่านเรียกท้องถิ่นทุกท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนั้นมาประชุมร่วมกับท่าน ตั้งแต่ อบจ. เทศบาล อบต. ทั้งหมดบอกว่า นับจากนี้ไปผังเมืองจะเริ่มจากนักวิชาการลงมาทำผังเมืองของจังหวัด เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่จะกระทบขอให้ออกความเห็นกันมา แล้วเราก็จะได้ทำไปร่วมกัน ไม่ใช่เราทำผังเมืองเกือบเสร็จแล้ว ก็กลับมีราษฎรมาประท้วงโวยวาย ซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าจะ เกิดขึ้นในบรรยากาศอย่างนี้ ดีที่สุดก็คือการเข้ามามีส่วนร่วมภาคประชาชน ท่านประธานครับ ผมเปึนคนจากชนบท บ้านผมทั้งหมดนี่มันเกิดถนนทั้งหมดในบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง เกิดมายุคเงินผันครับท่าน สมัยก่อนแถวบ้านผมเส้นทางคมนาคมใช้ทางเรือหมด แต่ยุคเงินผัน เขาบอกให้ขุดถนน แล้วก็จ้างชาวบ้านขุดถนน ถนนทุกสายเชื่อมระหว่างหมู่บ้านต่อหมู่บ้าน ขึ้นมาทดแทนแม่น้ำ ขึ้นมาทดแทนสายคลอง และถนนนั้นก็เปึนถนนดินเหนียวเล็ก ๆ ผ่านไป ๒๐ กว่าป้ ยังเปึนดินเหนียวตลอด แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งจากดินเหนียวเริ่มพัฒนาเปึนถนนลูกรัง เริ่มเปลี่ยนเปึนถนนหินคลุก เดี๋ยวนี้ก็เปึนถนนโยธาธิการที่ทำทิ้งไว้เปึนถนนลาดยาง แต่เนื่องจากเปึนถนนที่ขุดโดยมือชาวบ้าน พื้นที่มันแคบ แล้วก็คดไปตามความยินยอมของชาวบ้านที่ให้มา มันก็เลยเปึนลักษณะถนน ที่เกิดขึ้นมาจากเงินผันจริง ๆ แล้วถนนในชนบทประเทศไทยนี่เกินครึ่งที่พัฒนาถ่ายโอน มาให้กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือถ่ายโอนไปให้ทางหลวงชนบท รวมถึงถ่ายโอนไปให้ ยังกรมทางหลวง เกิดจากถนนเล็ก ๆ ที่เรียกชาวบ้านขุดกันตามโครงการเงินผันเมื่อ ๔๐ กว่าป้ที่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะมีความคิดเห็นต่อกรมโยธาธิการและผังเมืองวันนี้ ก็คือ การเข้ามีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแสดงความคิดเห็น และอย่าไปหยุด การพัฒนาของเมือง เพราะหยุดการพัฒนาการเมือง เราก็ปฏิเสธความจริงว่า เราไม่อยากให้ เมืองขยาย แต่โดยสภาพความเปึนจริงครับ เมืองเริ่มขยายขึ้นทุกตัวเมืองในทุกจังหวัด ท่านอย่าไปตีกรอบบีบ ตีอย่างไรมันก็จะเปึนปัญหาที่บีบคั้นให้คนไม่สามารถที่จะพัฒนา ตัวเองไปได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมนำเสนอวันนี้ก็เปึนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งผมเองก็เคยมีโอกาสได้รับการต้อนรับจากท่านวันที่พา ราษฎรจากจังหวัดอุดรธานีไปร้องเรียนที่ท่าน ซึ่งท่านก็รีบดำเนินการก็ขอขอบพระคุณไว้ด้วย กับแนวทางที่จะพยายามปรับทิศทางในการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ขอบพระคุณครับ