สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑ เมษายน ๒๕๕๘

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๐.๐๓ นาฬิกา)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อ ๑๐๘ คน ยังไม่ครบองค์ประชุม ยังไม่สามารถดำเนินการได้นะครับ

(องค์ประชุมไม่ครบ)
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๓๓ คน
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ผมขอดำเนิน การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ

ส่วนที่บรรจุไว้ในระเบียบวาระรับทราบรายงานความคืบหน้าของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น วันนี้ไม่มี

มีเรื่องที่อยู่นอกระเบียบวาระที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ ๑ เรื่อง เรียนท่านสมาชิกทุกท่านเพื่อทราบด้วยวาจาไว้ก่อน เราจะมีสัมมนา สปช. เพื่อพูดคุย เกี่ยวกับเรื่องกระบวนวิธีการที่จะดำเนินการพิจารณาให้ความเห็นเสนอแนะในการยกร่าง รัฐธรรมนูญ รวมทั้งจะได้ขอให้ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มาพบปะพูดคุย ทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในวันจักรีที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๘.๓๐-๑๘.๐๐ นาฬิกา ที่ห้องประชุมราชนครินทร์ อาคารนครินทรศรี คือ อาคารสภาการพยาบาล ในบริเวณ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี รายละเอียดและแผนที่เดี๋ยวจะทำให้สมาชิกนะครับ เพราะฉะนั้นท่านที่เตรียมยื่นญัตติไม่ต้องยื่น เราเตรียมการอยู่แล้วนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

รายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งมีกรอบความคิดรวม ๓ วาระ

วาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม

วาระปฏิรูปที่ ๑๔ การปฏิรูปภาคเกษตร

วาระปฏิรูปที่ ๑๕ การสร้างสังคมผู้ประกอบการ

ซึ่งเอกสารเพิ่มเติมได้ให้เจ้าหน้าที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกเพื่อประกอบการ พิจารณาแล้ว

(แทรกร่าง)

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ท่านกรรมาธิการครับ ระหว่างท่านกรรมาธิการเข้าประจำที่ เนื่องจากรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ที่เสนอต่อสภาปฏิรูป แห่งชาติเพื่อให้พิจารณานั้นมีจำนวน ๓ วาระปฏิรูป ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมขอปรึกษาที่ประชุมโดยจะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงรายงานผลการพิจารณา แต่ละวาระ และให้สมาชิกอภิปรายตามที่ประธานคณะกรรมาธิการรายงานตามวาระที่แถลง ทีละวาระ จะมีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมขอดำเนินการตามที่ขอปรึกษานะครับ ถ้าท่านกรรมาธิการพร้อมแล้วขอเรียนเชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลงรายงานเริ่มจากวาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาด และการแข่งขันที่เป็นธรรมนะครับ เรียนเชิญครับ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานครับ ผมมองไปข้างล่างแล้ว ผมอยากจะขอให้ท่านประธานเมตตาใช้สำนวนของท่านบวรศักดิ์ กดออดให้แสดงตน และลงมติเลยครับ จะได้มีคนเข้ามาเยอะ ๆ กระผมไม่ทราบว่าการพูดกับร่างกายที่ไม่มี จิตวิญญาณกับจิตวิญญาณที่ไม่ปรากฏร่างกายอันไหนจะสนุกกว่ากัน ผมหวังว่าจะมี ท่านสมาชิกเข้ามามาก ๆ ในเวลาอันรวดเร็วนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้กรรมาธิการ ที่มีชื่อยาว ๆ นี้นะครับ ผมเรียกว่าเศรษฐกิจ ๒ ได้มีเกียรติมาเสนอวาระ ๓ วาระด้วยกัน กระผมคิดว่าก่อนที่ผมจะให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการทั้ง ๓ คณะได้มีโอกาสแสดงความ อันเป็นสาระสำคัญของทั้ง ๓ วาระนั้น กระผมในฐานะกรรมาธิการขอกระทำในสิ่ง ๒ สิ่ง ที่ผมคิดว่าพึงกระทำ นั่นก็คือการทำให้เกิดภาพ เห็นภาพรวมของการปฏิรูปในเชิงเศรษฐกิจ ที่เราคิดอยู่ในใจและที่เราเคยเสนอไว้ เมื่อวานซืนนี้ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง คณะแรกนั้น ได้เสนอกรอบใหญ่ไปนิดหนึ่ง แล้วก็มีการรวมถึงการทำงานของทั้ง ๒ คณะว่ามีอะไรบ้าง กล่าวคือในเรื่องของแมคโคร อีโคโนมิก (Macro economic) นั้นก็มีการเงิน การธนาคาร ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย การแลกเปลี่ยนสถาบันการเงิน การคลังก็มีเรื่องของภาษีอากร เรื่องของการงบประมาณจิปาถะแล้วก็มาถึงเรียล เซคเตอร์ (Real sector) แต่เรียล เซคเตอร์นั้น กระผมขอเรียนสั้น ๆ อย่างนี้ครับว่ามิได้มีเพียง ๓ ประเด็นที่ปรากฏอยู่บนโต๊ะในขณะนี้เท่านั้น ผมก็นำให้ท่านได้มองเห็นถึงภาพรวมเสมือนหนึ่งเป็นภาพที่เห็นนกบนอากาศ ผมหวังว่าผมจะพาท่าน ไปดูป่า แต่ไม่ใช่พาท่านเข้าป่า ถ้าผมเข้าป่าเมื่อไรท่านก็ดึงผมออกจากป่าก็แล้วกัน เราควรจะเข้าไปในป่า เพื่อเห็นดอกไม้ แต่ไม่ใช่เห็นดอกไม้แล้วถึงไปเห็นป่า กับการปฏิรูปเศรษฐกิจนั้นมีมากกว่า ที่ปรากฏให้เห็น แล้วกำลังจะทยอยออกมา ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ เรามาจากรัฐธรรมนูญ ใน ๖ ประเด็นหลัก ๖ ประเด็นหลักนั้นมีประเด็นทางขวามือข้างล่าง คือเรื่องของเศรษฐกิจ ขจัดความเหลื่อมล้ำ ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขัน นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของเรา ทีนี้เรามาจากไหน ผมคิดว่าเรามาจากสะพานหัวช้าง ที่โรงแรมเอเชียนั้นเรามาจากสะพานหัวช้าง เราก็มีวิสัยทัศน์ ๓ ประการด้วยกัน คือ มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน นี่คือที่มาของแนวความคิด ที่ไหลลงมาเป็นระลอก ๆ จนกระทั่งถึงสิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่าน ผมคิดว่าดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ กับท่านดอกเตอร์สีลาภรณ์ บัวสาย ได้เปลี่ยนใจเปลี่ยนความคิดล้างสมองเรา เรียบร้อยแล้วว่า มันมีแค่ยุทธศาสตร์ ๔ อันเท่านั้น อย่าไปคิดฟุ้งออกไปตรงนี้ ในยุทธศาสตร์ ๔ อันที่มาจากความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนนั้นก็จะมีก้อนหนึ่งอยู่ที่คำว่า สร้างพลังขับเคลื่อน เศรษฐกิจยุคใหม่ สีเขียวทางซ้ายมือท่าน และที่สะพานหัวช้าง ที่เอเชียโฮเทลนั้นเราก็ออกมา เป็น ๓๖ วาระปฏิรูป และ ๗ วาระพัฒนา ผมขอเรียนว่าอันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็น ของทั้งหมด ๒๕๐ ท่าน มันก็เกิดการประนีประนอมความคิดออกมา บางอย่างอาจจะหลุดไป บางอย่างอาจจะเข้ามาไม่สมบูรณ์ แต่ขณะนี้ก็คือ ๓๖ วาระปฏิรูปกับ ๗ วาระพัฒนา ในจำนวนนี้เราก็ตัดจากกลุ่มใหม่กลายเป็น ๘ กลุ่ม ในเรื่องของเศรษฐกิจผมสรุปสั้น ๆ ว่า มันจะเข้ามาใน ๒ ก้อนใหญ่ด้วยกัน

ก้อนที่ ๑ คือก้อนที่ได้เสนอไปแล้วเมื่อวานกับวานซืนนี้อยู่ทั้งหมด ๔ เรื่อง สำคัญ

ก้อนที่ ๒ ที่ท่านกำลังจะดูในวันนี้คือก้อนเศรษฐกิจ ๒ ๓ เรื่องใหญ่ด้วยกัน แล้วก็มีวาระที่เกี่ยวกับการพัฒนาอีกจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวพันกับเศรษฐกิจ ๒ ผมคิดว่ามันจะ เกี่ยวพัน ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้ยังมีประเด็นไม่ค่อยชัดเจนว่าเราจะหมายถึงอะไร แล้วจะไปอยู่ที่งาน ของคณะกรรมาธิการไหน ทั้ง ๗ เรื่องนั้นก็มีเรื่องของความเป็นเซนเตอร์ ออฟ เอกเซลเลนท์ (Center of excellent) เป็นศูนย์กลางของความดีเลิศในการผลิต ในการประกอบกิจการ บริการธุรกิจต่าง ๆ เรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) เรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ และเรื่องของกลไกในการพัฒนาใหม่ ความคิดเหล่านี้มาอย่างไร ก็มาจากการระดมสมองที่ โรงแรมเอเชีย แต่ผมขอเรียนว่าระหว่างการระดมสมองซึ่งออกมาเป็นวิสัยทัศน์ ๓ ประการ ยุทธศาสตร์ ๔ ประการ ๓๖ วาระปฏิรูป ๗ วาระพัฒนานั้นมีการยึดโยงและมีการเคลื่อนย้าย เคลื่อนไหว ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่กรรมาธิการคณะที่ผมเป็นประธานอยู่เสนอไปยัง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม เราเห็นถึงความสอดคล้องกันของ แนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นเรื่องที่ประหลาดใจว่า เราสามารถจะแปลงยุทธศาสตร์ที่เกิดจากสะพานหัวช้างกับที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการ คณะนี้ใน ณ ที่แห่งนี้เมื่อเกิดขึ้น เราได้มองปัญหาทั้งความท้าทายของเศรษฐกิจไทย ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ผมขอเรียนเพื่อฟื้นความจำท่านนิดหนึ่ง เพราะตัวนี้จะเป็นตัว ที่ทำให้เกิดทิศทางเป้าหมายที่เราอยากจะไปในอนาคต เราต้องไม่ลืมว่าเราพึ่งพิงการส่งออกมาก สั้น ๆ ประโยคเดียวแค่นี้ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) นั้นมาจากการส่งออก ตลาดภายใน เราเล็ก ๖๔-๖๕ ล้านคน ทรัพยากรธรรมชาติเราก็ไม่มีสมบูรณ์ เหล็กเราก็ไม่มี โลหะหนักเราก็ไม่มี เราแข่งขัน ได้น้อยลง เรามีนวัตกรรมที่ต่ำ จิปาถะเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่เราจะต้องเข้าไปหาทางปรับปรุง แก้ไขให้ได้ ถ้าเราอยากจะเป็นประเทศที่มีบทบาทและมีความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต ในระหว่างประเทศนั้นเราก็อยู่ท่ามกลาง เมื่อเราพึ่งพิงการส่งออกเราก็ต้องพึ่งพิงสิ่งที่เป็น ปัจจัยภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแข่งขัน เรื่องของการเปลี่ยนแปลง เรื่องของปัญหาโลกร้อนจิปาถะนะครับ รวมทั้งเรื่องของเราจะต้องมีคู่แข่งมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นจากปัญหาทั้งภายในและระหว่างประเทศนั้นเราจึงเป็นที่มาของสิ่งที่เรียกว่า จำเป็นต้องปรับปรัชญาเศรษฐกิจ และจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ โดยการมองถึงประเด็น ทางโลกและทางภายใน โดยเกิดเป็นข้อเสนอเศรษฐกิจภายในขึ้นเป็นจำนวนหนึ่ง ผมคิดว่า ขณะนี้ผมลดแล้วเหลือประมาณทั้งหมด ๑๗ บวก ๗ ก็จะเหลือ ๑๒ บวก ๒ บวก ๒ อะไรทำนองนั้นนะครับ ท่านประธานครับในการแปลงแนวความคิดยุทธศาสตร์มาเป็น แนวคิดเพื่อทำการปฏิรูปนั้นมันจำเป็นจะต้องมีจุดยึด แล้วก็จำเป็นจะต้องคำนึงถึงความสามารถ หลัก ๆ ของเรา รวมทั้งความฝันที่เราอยากจะไป ผมเรียกให้มันเป็นลิเกหน่อยเป็นความ ปรารถนาของหัวใจ เราอยากจะไปอะไร ไปไหน แล้วเราจะต้องมองถึงความเป็นไปได้ว่า มันจะต้องอยู่ในวิสัยที่จะทำได้ คือมีฟีสซิบิลิตี (Feasibility) แล้วก็ขณะเดียวกันต้อง มีความทะเยอทะยานในตัวมันเองด้วยนะครับ มิฉะนั้นแล้วเราก็จะดีขึ้นไม่ได้

ประเด็นต่อไปที่ผมอยากกราบเรียน เราอาจจะคิดได้จากปัญหา จากความ ท้าทาย จากวิชัน (Vision) จากยุทธศาสตร์ แต่เราไม่อาจจะทำได้ทุกอย่าง เพราะว่า เงื่อนเวลาที่ปรากฏกับกำลังความสามารถเครื่องมือที่มีนะครับ แล้วเราจะต้องตอบโจทย์ บางอย่างที่เป็นหัวใจของปัญหา

โจทย์ของเราประการที่ ๑ โครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีปัญหา ผมเคยนำเสนอ รูปนี้ในลักษณะหนึ่ง ท่านจะเห็นว่าเรากำลังใช้แรงงานแต่ไม่ได้ใช้ปัญญาเท่าไรนัก เรากำลัง ขาดทิศทางและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เรามีผลิตภาพที่ต่ำ แล้วก็มีผลการตอบแทนจากการ ลงทุนต่ำ ถ้าเป็นภาษาธุรกิจก็ต้องเอา เรท ออฟ อินเวสท์เมนท์ (Rate of investment) กลับมาไม่คุ้มค่าที่เราลงไปเท่าที่เราอยากจะให้เป็น เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในสัดส่วนของจีดีพี ๑๒ เปอร์เซ็นต์นั้นมาจากคน ๔๐ มาจากเกษตร ซึ่งใช้แรงงาน ๔๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ทำผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้มีสิ่งที่ต้องคิดและต้องทำ ต้องปรับได้เยอะ เดี๋ยวท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการการเกษตรคงจะมาชี้แจง ในรายละเอียดว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะให้ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้ สร้างแรงงาน สร้างผลงานให้มากกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ในจีดีพี เราจะมีกลไกอย่างไรบ้าง แนวคิดควรจะปรับอย่างไร ในกรอบของการจ้างงานทางภาคอุตสาหกรรมนั้น ๑๔ เปอร์เซ็นต์ของแรงงานทั้งหมดสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ถ้ามอง ลึกเข้าไปในไส้แล้วก็จะเห็นว่า ๑๔ เปอร์เซ็นต์นั้นทำอะไรที่ควรจะได้มากกว่านั้นหรือเปล่า หรือว่าทำแต่ของที่มีราคาผลตอบแทนต่ำ เราน่าจะได้ผลประโยชน์ในประเทศมากกว่านั้น หรือไม่ ถ้ามองเข้าไปในอุตสาหกรรมที่ทำอยู่นั้นมันก็จะปรากฏหลายตัวที่เป็นการรับจ้าง เราใช้แรงงานเข้าไปแลกเปลี่ยนแล้วผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไปอยู่กับต่างประเทศ เราจะทำอย่างไรถึงจะทำให้สมรรถนะของแรงงานจำนวนนี้สร้างผลประกอบการที่สูงขึ้น มีค่าที่สูงขึ้น และให้ผลประโยชน์กับแผ่นดินนี้มากขึ้น และทางซ้ายมือแรงงาน ๔๖ เปอร์เซ็นต์ในภาคบริการนั้นสร้างรายได้ให้เกิดขึ้น จีดีพีเกิดขึ้น ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าดีใจอัตราส่วนเหมือนกับจะ ๑ ต่อ ๑ แล้ว แต่ว่าถ้ามองเข้าไปในไส้ในแล้ว เราก็จะเป็นบริการที่ไม่มีราคาค่างวดเท่าไรนัก แล้วก็ใช้ทรัพยากรค่อนข้างจะไม่คุ้มค่า แล้วก็ ไม่บันยะบันยังจนอาจจะนำไปสู่ประเด็นของความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อมได้ นั่นคือ ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยนะครับ และในแต่ละภาคผมคงไม่กราบเรียนให้เสียเวลาท่าน ทีนี้โครงสร้างของธุรกิจไทยนั้นท่านจะเห็นว่าธุรกิจไทยในภาคของการผลิตนั้น เกือบทุกภาค เกษตรด้วย เรามีเอสเอ็มอี (SMEs) อยู่ประมาณ ๒,๘๐๐,๐๐๐ ราย ตัวเลขล่าสุด ในจำนวนนี้ เป็นที่เรียกว่าใหญ่ ๆ ๗,๐๐๐ ราย เป็นกลาง ๆ ๑๕,๐๐๐ ราย ที่เหลือเป็นระดับย่อย ที่จดทะเบียนไม่จดทะเบียนอีกรวมกันแล้วก็เกือบ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนทั้งหมด ประเด็นก็คือว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ ๒,๗๐๐,๐๐๐ รายเหล่านี้ ซึ่งมีเกษตรกรอยู่จำนวนมากเติบโตขึ้นจากเอส (S) อาจจะมีไมโคร (Micro) เป็นเอส สมอล (S Small) เป็นมีเดียม (Medium) เป็นแอล (L) และออกไปเป็นผู้ เล่นในระหว่างประเทศได้อย่างไร นี่คือประเด็นที่ ๒ เป็นโจทย์ที่เราอยากจะแก้นะครับ

อันที่ ๓ ก็คือความสามารถในการแข่งขันของไทย ผมไม่ซ้ำนะครับเพราะเรา พูดได้มากมายแล้ว ทีนี้ถ้ามองสิ่งเหล่านี้แล้วผมไม่อยากจะให้มองด้วยความหดหู่ เพราะว่า เราก็มีจุดแข็งของเรามากมาย สิ่งที่เป็นจุดแข็งของเราก็คือภาคเอกชน เรามีส่วนผสม เศรษฐกิจที่ดี ผมเชื่อว่าในภูมิภาคของอาเซียน (ASEAN) ไม่มีใครมีส่วนผสมเศรษฐกิจที่ดี เท่าเรา เราเป็นผู้ผลิตอาหารอันดับ ๑ ของโลกติดท็อปไฟว์ (Top five) หลายอย่าง ข้าว ยาง มัน น้ำตาล อาหารทะเลกระป๋อง เรือประมงเรามีกองทัพเรือประมงลำดับ ๗ ของโลก เรามีสินค้าบริโภคอุปโภคที่สมบูรณ์ แม้เราจะขาดทรัพยากรธรรมชาติบางอย่าง แต่เราสามารถอยู่ได้ พึ่งพาตนเองได้ ปิดประเทศก็ได้ แต่เราจะปิดไปทำไมครับ ในเมื่อแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินที่สามารถสร้างรายได้ สร้างความเจริญได้ เราเป็นผู้ส่งอาหาร อันดับต้น ๆ ของโลกนะครับ เรามีเครือข่ายการคมนาคมที่ใช้ได้ มีประชากรที่ไม่เล็กเกินไป ไม่น้อยไม่ใหญ่เกินไปนัก แล้วก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางสังคมที่ดี มีวัฒนธรรมที่มีไมตรีจิต และที่สำคัญเราอยู่ในชัยภูมิที่ดีมาก ๆ ใครไปใครมาได้สะดวกถ้าเราทำให้มันดี เพราะฉะนั้น นี่คือจุดแข็ง จากสิ่งเหล่านี้เราก็คิดว่าถ้าเช่นนั้นแล้วในกรอบของภาพเศรษฐกิจรวม เรามองเห็นอะไร เราอยากจะเอาอะไรเป็นจุดยึด ผมขอใช้คำว่าเทรดดิง เนชัน (Trading nation) เป็นจุดยึด ท่านจะเห็นว่าทำไมถึงใช้เทรดดิง เนชัน ผมคิดว่าสิ่งที่ทำเงิน ทำรายได้ ทำความเจริญนั้น ให้กับสังคมต่าง ๆ เศรษฐกิจต่าง ๆ คือการค้า คือธุรกิจการค้า ไม่ได้เป็นการผลิตอย่างเดียว นะครับ ผลิตอย่างเดียวยังไม่พอ มันจะต้องมีประกอบด้วยเป็นธุรกิจ เป็นการค้า เป็นการ แลกเปลี่ยนหลายอย่างด้วยกัน

ประการที่ ๒ คำว่าเทรดดิง เนชันใช้โดยรัฐบาล หลายคำนี้ใช้โดยรัฐบาล เพราะฉะนั้นถ้าหากเราใช้คำที่เข้าใจร่วมกันระหว่างรัฐบาล สังคม และในสภานี้ ผมคิดว่า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นคิดที่ดี เพราะฉะนั้นกรอบความคิดของความเป็นเทรดดิง เนชัน จึงประกอบด้วย ๖ เสี้ยวใหญ่ ๆ มันอาจจะไม่สมบูรณ์นะครับ ท่านช่วยเติมเต็มหน่อย

เสี้ยวที่ ๑ คือเรื่องของปรัชญาทางเศรษฐกิจและนโยบายเศรษฐกิจ เรื่องนี้ เราจำเป็นต้องมีนโยบายที่เปิดเสรี แล้วก็เป็นธรรม เพราะว่าถ้าเราจะเป็นผู้ค้าผู้ขายแล้ว นโยบายเศรษฐกิจเราปิดไม่ให้เขาเข้ามาขาย ไม่ให้เขาเข้ามาประกอบการ ผมคิดว่าไม่รู้เราจะ เป็นเทรดเดอร์ (Trader) ไปได้อย่างไร

อันที่ ๒ มันจำเป็นจะต้องมียุทธศาสตร์ของชาติที่มีความทันสมัยวิชันนารี (Visionary) ล้ำสมัย มองไปข้างหน้าแล้วก็มีความต่อเนื่อง มีกลไกปรับเปลี่ยนที่ดีนะครับ รวมทั้งจะต้องทำให้เกิดการแข่งขันพร้อมที่จะแข่งขันและต้องเชื่อว่าเราสามารถแข่งขันได้ ในโลกนี้นะครับ นี่คือจุดที่เราคิดว่ามันเป็นแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐและขอให้ใส่ไว้ ในรัฐธรรมนูญ เรากำลังจะตรวจสอบว่า ๓ ประเด็นนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ จะเป็นประเด็นหนึ่งที่จะเสนอหลังจากนี้คือเรื่องของคอมเพททิชัน ลอว์ (Competition law) ถ้าเราจะเป็นประเทศที่ค้าขายนั้นเราจำเป็นจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบของ การแข่งขันที่เอื้อต่อทุกคนให้เกิดความเป็นธรรม แล้วจำเป็นจะต้องมีรัฐวิสาหกิจที่มี ความสามารถ มีความรับผิดชอบและแข่งขันบนพื้นฐานเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านไปแล้ว เมื่อวานนี้นะครับ ท่านจะเห็นว่าในเสี้ยวแรกนั้นมันจะเป็นเรื่องแนวนโยบายของรัฐ แนวความคิดปรัชญาแล้วก็มีเรื่องที่ท่านต้องพิจารณาอีกเรื่องหนึ่งแล้วในหลังจากนี้ไปนะครับ

ในเสี้ยวที่ ๒ ถ้าเราอยากจะเป็นเทรดดิง เนชัน สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือเราต้อง เป็นโปรดัคชัน เบส (Production base) และเป็นโปรดัคชัน เอ็กเซลเลนท์ (Production excellent) ของโลกให้ได้ เรากำลังมองถึงเรื่องของโปรดัคชัน เอ็กเซลเลนท์ ในเรื่องของ เกษตร เราจะทำอย่างไรให้เกษตรกรนั้นกลายเป็นผู้ประกอบการ เราทำอย่างไรจึงจะให้ เกษตรกรเป็นเถ้าแก่ คงดูพิลึกแต่หล่อน่าดูนะครับ ทำอย่างไรถึงจะให้สินค้าหลาย ๆ ตัว ของเรานั้นเป็นพระเอกขึ้นมาได้ ขณะนี้เรามียานยนต์ มีเรื่องท่องเที่ยว มีเรื่องของบริการ ทางการแพทย์ สาธารณสุขจิปาถะนะครับ เรากำลังดูสิว่ามันจะมีตัวใหม่ ๆ อะไรหรือไม่ที่เรา จะก้าวต่อไปได้ เราจะต้องทำประเทศนี้ให้เป็นสังคมที่มีผู้ประกอบการขึ้นมามาก ๆ ไม่ใช่ เป็นเพียงแต่มนุษย์เงินเดือนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นวันนี้จึงจะมีประเด็นที่ ๓ ที่จะขอให้ท่าน ได้พิจารณาคือเรื่องของสังคมผู้ประกอบการ หัวใจหลักคือทำอย่างไรจึงจะให้ผู้ประกอบการ มี จิตวิญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยด้วยกันโดยเฉพาะคนที่กำลังจะเข้ามาในสังคม การทำงานและประกอบการในอนาคต และทำอย่างไรถึงจะทำให้ผู้ประกอบการที่มีอยู่แล้ว ในขณะนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ รายเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ รายนั้นสามารถเจริญเติบโตมีความกล้า แข็งขึ้นมาเป็นพลังทางเศรษฐกิจได้

เสี้ยวที่ ๓ เราจะเป็นเทรดดิง เนชัน เราจะมีเศรษฐกิจที่ดีไม่ได้ถ้าสิ่งแวดล้อม ทางเศรษฐกิจนั้นไม่เปิด ไม่เอื้อ และไม่อำนวยนะครับ ในตัวนี้ผมยกตัวอย่างให้เห็นอยู่ ๔-๕ ประการด้วยกัน ๑. คือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อวันจันทร์ วันอังคาร นะครับ เรื่องของ ระบบภาษี เรื่องของระบบงบประมาณ เรื่องของความร่วมมือ และเรื่องของการเงิน ตลาดทุน จิปาถะ นโยบายการเงินการคลังที่ให้ความมั่นใจในเรื่องของเสถียรภาพ ขณะเดียวกันก็ให้ความมั่นใจว่าเราสามารถจะแข่งขันได้ นี่เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ ทางธุรกิจในเชิงมหภาคที่ควรจะมี

ประเด็นต่อไปคือเรื่องของกัฟเวอร์แนนซ์ (Governance) ผมไปเรียกว่า บรรษัทภิบาล เรื่องของการมีความธรรมาภิบาลในการเป็นรัฐบาล ในหมู่ผู้ประกอบการ ในหมู่เอกชนและในหมู่ราชการ กฎหมายต้องมีการบังคับใช้ที่ดี ประเด็นนี้เหมือนกับไม่ใช่ เศรษฐกิจแต่เศรษฐกิจอาศัยสิ่งเหล่านี้มาก เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการไม่ว่าจะเป็น ร่างรัฐธรรมนูญก็ดีหรือคณะกรรมาธิการเรื่องคอร์รัปชัน (Corruption) ของท่านประมนต์ก็ดี หรือเรื่องของบริหารราชการแผ่นดินก็ดี ล้วนมีบทบาทอย่างยิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยนี้เป็น เทรดดิง เนชัน ที่ดีและสำเร็จ ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้มันก็คงไม่ไปไหนนะครับ

ประเด็นต่อไปคือเรื่องของการให้ความสะดวกทางการค้า ประเทศไทย มีลีดดิง (Leading) ของความสะดวกในการทำธุรกิจอยู่อันดับที่ ๒๖ ของโลก ไปติดขัดที่ต้อง ใต้โต๊ะบ้าง เรื่องหนึ่งผ่านไป ๓๐ หน่วยงาน ๓๐ โต๊ะ ไปแล้วไปมา กลับไปแล้วกลับไปเล่า สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องแก้ไขครับ ต้องมีการปรับระเบียบให้มันน้อยที่สุด สะดวกที่สุด แล้วก็มี ข้อมูลดาตา อินฟอร์เมชัน (Data information) ที่สมบูรณ์ที่สุด เมื่อวานนี้ท่านศักรินทร์ ประธานเอสจีไอ (SGI) ได้เชิญผมไปร่วมประชุมด้วย เรื่องเกี่ยวกับการทำบิ๊ก ดาตา (Big data) ผมคิดว่าตัวนี้สำคัญมาก ถ้าเรายังไม่มีตัวนี้ ผมเชื่อว่าความเป็นเทรดดิง เนชัน ของเรานั้นอาจจะไม่ราบรื่นเท่าไรนัก

เสี้ยวที่ ๔ ข้างล่าง ตรงประมาณหนึ่งทุ่มของนาฬิกาเอาท์วาร์ด อินเวสท์เมนท์ (Outward investment) ถ้าเราอยากจะเป็นเทรดดิง เนชัน เราจะต้องมีเครื่องมืออันหนึ่ง ก็คือเรื่องการลงทุนไปยังต่างประเทศเพื่ออะไร เพื่อ ๑. ไปหาทรัพยากรทั้งแรงงาน พลังงาน วัตถุดิบจิปาถะ อันที่ ๒ คือไปสร้างแหล่งผลิตที่นั่นเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของเขา เป็นตลาด ของเรา ขยายตลาดแล้วก็ไปใช้สิทธิประโยชน์ที่เขาได้รับจากต่างประเทศ เช่น ซีแอลเอ็มวี (CLMV) ได้สิทธิประโยชน์จากยุโรป จากประเทศสหรัฐอเมริกา เราไปเป็นส่วนหนึ่ง เป็นคนของเขาในการไปลงทุน แล้วเราก็ได้สิทธิประโยชน์นั้นเพราะมันเข้าข่ายเรื่องเรียกว่า รูล ออฟ ออริจิน (Rule of origin) แหล่งกำเนิดสินค้า ตัวนี้เป็นประเด็นสำคัญมาก ผมได้เชิญส่วนราชการและผู้ใหญ่พูดเรื่องนี้ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันหมด ประเด็นคือจะผลัก อย่างไรต่อไป แล้วเราจำเป็นจะต้องทำให้คนของเราในประเทศนี้เป็นมนุษย์สากล นี่คือที่มา ของข้อเสนอว่าเราจะทำให้เป็นสังคม ๒ ภาษาได้อย่างไร

เสี้ยวต่อไปประมาณสามทุ่มหรือ ๙ โมงเช้านี่ล่ะ คอนเนคทิวิตี(Connectivity) ถ้าเราจะเป็นเทรดดิง เนชัน เราต้องมองเห็นว่าประเทศไทยเหมือนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ท่านไปยุโรปมาเยอะ ท่านจะเห็นว่ามันเป็นทางผ่านของมนุษย์ไปเหนือ ใต้ ซ้าย ขวา ตัวเขาเองก็ทำตัวเป็นมนุษย์ที่มีการค้าขาย มีทั้งการผลิตที่ตั้งแต่เกษตรกรรมไปจนกระทั่งถึง นาฬิกาเรือนละเป็นล้านล้านบาท เลี้ยงวัวกินหญ้า รีดนมวัว ทำเนย ทำช็อกโกแลต จากช็อกโกแลตไปเป็นอะไร ข้าง ๆ แม้กระทั่งน้ำก็ยังขนมาขายในโลกต่าง ๆ ได้ด้วยราคา ที่สูงมาก เพราะฉะนั้นถ้าเราทำอัลโลว์ (Allow) ตัวของเราให้เป็นจุดเชื่อมโยงทั้งทางด้าน โลจิสติกส์ อินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) การค้าการผลิต ผมเชื่อว่าความเป็นเทรดดิง เนชัน นั้นจะดีขึ้นมาได้ จะเป็นไปได้

แล้วก็เสี้ยวสุดท้ายที่ปรากฏก็คือเรื่องของการทำให้เศรษฐกิจนี้เป็นเศรษฐกิจ ที่ใช้ดิจิทัลไลเซชัน (Digitalization) ให้เกิดขึ้นนะครับ และเป็นเซอร์วิส อีโคโนมี (Service economy) เป็นเซอร์วิซที่มีมูลค่าธุรกรรมทางการเงิน การแลกเปลี่ยน ตลาดทุน ทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้ดี ท่านประธานครับนี่คือ กรอบภาพใหญ่ที่ผมเองอยากจะให้ท่านได้เห็นว่าเราอยู่ในเสี้ยวพวกนี้หมดนะครับ ไม่มีอะไร ที่เราตั้งใจจะลืม อาจจะลืมเพราะสติปัญญาไปไม่ถึง เวลาไม่ให้ แต่ไม่ได้ตั้งใจจะลืมอะไรเลย และที่เสนอในวันนี้และจะเสนอในอนาคตนั้นก็จะเป็นสิ่งที่ประกอบกันในภาพกรอบของ ความคิดที่ผมได้เสนอไปเมื่อวินาทีที่ผ่านมา ทีนี้ยกตัวอย่างนะครับท่านประธานครับก่อนที่จะ ไปถึงวาระแรกที่ขอเสนอก็คือว่ายกตัวอย่างเช่นคำว่า เซนทราลิตี ออฟ อาเซียน (Centrality of ASEAN) ที่เป็นเสี้ยวของบรรยากาศนั้นมันเป็นโยงใยอันหนึ่งซึ่งจะเป็นจิกซอว์ (Jigsaw) อันหนึ่งออกมา การเป็นเซนทราลิตี หรือเป็นฮับ ออฟ อาเซียน (Hub of ASEAN) นั้น เรากรรมาธิการเห็นว่ามันควรจะต้องมีอย่างน้อยอยู่ ๔ ประเด็นหลักที่เราต้องให้ความสนใจ

อันที่ ๑ สำคัญมากก็คือนโยบายเศรษฐกิจกับนโยบายระหว่างประเทศ เราต้องทำตัวของเราให้เป็นตัวเชื่อม เขาเรียกว่า ลิงค์ พิน (Link pin) ระหว่างประเทศต่าง ๆ อันที่ ๑ ต้องทำให้อาเซียน เออีซี (AEC) ที่เราบอกว่าจะเกิดขึ้นภายในวันที่ ๑ มกราคม ปีหน้านั้น ไม่ใช่เพียงแต่เกิดขึ้นจริงครับ มันเกิดขึ้นแล้ว มันเกิดขึ้นมา ๑๐ กว่าปีแล้วตั้งแต่ ปี ๑๙๙๕ ที่เราเริ่มอาฟตา (AFTA) อาเซียน ฟรี เทรด แอเรีย (ASEAN Free Trade Area) มันเกิดขึ้นแล้ว และเรื่องสินค้ามันสำเร็จไปแล้วเมื่อประมาณสำหรับอาเซียน ๖ ประเทศนั้น เมื่อ ๔-๕ ปีที่แล้ว และปีนี้ทุกประเทศเข้ามาหมด ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าที่ค้าขายกันมีอัตราภาษี ที่ ๐ เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นข้าว ปาล์มน้ำมัน น้ำตาล อันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟ (Sensitive) สำหรับหลายประเทศนะครับ ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องทำให้การก้าวสู่ความเป็นประชาคม อาเซียน แต่ในนามนั้นมีนัยสำคัญและมีเนื้อหาสาระข้างใน เราจึงจะเป็นประโยชน์ ที่ผมพูด อย่างนี้เพราะว่าประเทศไทยจะเป็นผู้ซึ่งเหยียบเบรกเสียเอง ถอยหลังเสียเอง เรื่องปาล์ม น้ำมันเราก็ใส่เข้าไปเป็นพระเอก เราก็ดึงถอยกลับมา เพราะฉะนั้นเกษตรกรก็โล่งอก แต่ว่า มันไปกระทบกระเทือนถึงสมดุลของการเปิดเสรีของประเทศ และความน่าเชื่อถือมากนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ผมว่าในเรื่องของจีเอ็มเอส (GMS) เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน (Greater Mekong Subregion) เราจำเป็นต้องเข้าไปเป็นพระเอกในการพัฒนาแล้วก็ดึงเขา เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดเรา รวมทั้งเอาเข้าเป็นฐานการผลิตเพื่อให้เรามีแรงต่อรอง มีพลังทางเศรษฐกิจทรัพยากรเพิ่มขึ้นนะครับ นอกจากนั้นความเชื่อมโยงกับเรา กับมหาอำนาจ ทางเศรษฐกิจอย่างประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศจีน ประเทศอินเดีย มันเป็นตลาดมหาศาลนะครับ ที่ผมกล่าวนามมาทั้งหมดนี้ ๓,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหมครับ ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่งของมวลมนุษย์ แล้วอาเซียนกับใคร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรป สหรัฐอเมริกา เหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเทศที่มีทรัพยากรประเทศที่ร่ำรวย ทั้งสิ้น เราทำอย่างไรถึงจะทำให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ กำไรให้มากขึ้น แต่เราจะ กลัวคำว่า เปิดเสรี เพราะเขาจะมาเรียกร้องเรื่องยาของคุณหมอ เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องสิทธิบัตร เรื่องของการเปิดการค้าบริการทางการเงิน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราล่อแหลม แต่ขณะเดียวกันเราจะไม่เข้าไปบริหารจัดการให้เกิดการประนีประนอมที่ได้ประโยชน์ ทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ได้ นี่ก็เป็นความท้าทาย ความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และที่สำคัญ การเปิดเสรีนั้นไม่จำเป็นจะต้องไปแลกเปลี่ยนกับใครก็ได้ ถ้าเราคิดว่าการเปิดจะเป็น ประโยชน์กับเรา เราก็เปิดเสียเอง ที่เรียกว่าเป็นการเปิดโดยสมัครใจ ยูนิแลทเทอรอล ลิเบอราลไลเซชัน (Unilateral liberalization) นะครับ ถ้าจะให้เป็นอาเซียน เป็นศูนย์กลาง อาเซียน ประเด็นที่ ๒ วาระที่เป็นประเด็นสำคัญที่ ๒ ก็คือเรื่องของสิ่งแวดล้อมทางการเมือง ๒ อย่างเท่านั้นครับ การเมืองซึ่งมีเสถียรภาพและมีความโปร่งใส คนมองแล้วเชื่อถือ มองรัฐบาลแล้วบอกว่าประเทศนี้มันน่ามาลงทุนนะ และประเด็นที่ ๒ คือความสามารถของ นักการเมือง นักการเมือง ผมยกตัวอย่างสตรีของประเทศมาเลเซียคนหนึ่ง ราฟิดาห์ และสตรีอีกคนหนึ่งรัฐมนตรีการค้าของประเทศอินโดนีเซียชื่อ มาเรีย เปงกัสซู ทั้งสองนี้ เมื่อเทียบกับรัฐมนตรีผู้หญิงของเราบางคนในประเทศไทย ผมคิดว่าขณะที่ของเราเดินไป ช็อปปิง (Shopping) ของเขาอยู่ในที่ประชุม แล้วเขาสามารถที่จะสร้างทิศทางให้อาเซียน หรือเปลี่ยนทิศทางของอาเซียนได้ รัฐมนตรีของเรา ข้าราชการของเราจะต้องเป็นข้าราชการ นักการเมืองที่มีความสามารถ คุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ บอกว่าข้าราชการไทยกับคณะผู้แทนไทย ที่ไปเจรจาสมัยที่ท่านเป็นเลขาธิการอยู่ คือเมื่อถอยหลังนี้ไป ๑ ปี ๒ ปีนี้ ใน ๗ ปีที่ผ่านมา ท่านบอกว่าท่านไม่เคยเห็นมีใครที่มีความสามารถที่จะเจรจาได้อย่างมีประสิทธิภาพเลย ตรงนี้น่าเป็นห่วงมากนะครับ และผมขอกราบเรียนด้วยความเคารพ รวมทั้งถึงภาคธุรกิจ จำนวนมากด้วยที่ไม่อาจจะเจรจาธุรกิจด้วยตัวเองได้

เสี้ยวที่ ๓ ความสามารถในการแข่งขันกับบรรยากาศที่ทำให้เกิดการแข่งขัน ตัวนี้ก็มีเยอะ ท่านจะเห็นว่าผมพูดถึงเอสเอ็มอีอีกแล้ว โปรดักท์ เอ็กเซลเลนท์ (Product excellent) อีกแล้ว เทรด เซ็นทรัลไลเซชัน (Trade centralization) อีกแล้ว ทางซ้ายมือ ข้างล่างนะครับ ดิจิทัลไลเซชัน อีกแล้ว แล้วก็ เอาท์ วิธ อินเวสท์เมนท์ (Out with investment) เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าการยึดโยงระหว่างความเป็นเทรดดิง เนชัน กับเป็น เซ็นทรัลลิตี การเป็นฮับ (Hub) ของอาเซียนนั้นมันมีปัจจัยที่เป็นปัจจัยร่วมอยู่เยอะมาก เพราะฉะนั้นเราทำตัวหนึ่งมันจะไปได้ประโยชน์อีกตัวหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่ทำตัวหนึ่ง มันก็ อาจจะส่งผลไปอีกหลาย ๆ ตัว

แล้วก็ในประเด็นสุดท้าย เสี้ยวสุดก็คือเรื่องของความเชื่อมโยงก็พูดมาแล้ว ผมขอยกตัวอย่างสั้น ๆ อีก ๒ ประเด็น เรื่องของการลงทุนในต่างประเทศกับเรื่องของ ดิจิทัล อีโคโนมี (Digital economy) ซึ่งไม่ต้องการอะไรมากกว่าให้ท่านเห็นว่าในเทรดดิง เนชัน ที่ ทั้งหมดมี ๖ เสี้ยวเยอะ ๆ นั้น เราไม่ได้ลืมอะไร กำลังเวิร์ค เอาท์ (Work out) อยู่ว่าเรื่องของ เอาท์ วิธ อินเวสท์เมนท์ นั้นจะทำอย่างไร คุยกันกับทุกท่านแล้ว เห็นว่ามีสำคัญหมด แต่ เซนส์ (Sense) ผมมีความประทับใจหรือมีความรู้สึกว่าท่านจะเอาจริงหรือเปล่า ไม่มีใคร อยากจะเป็นเจ้าของ ผมมีความรู้สึกว่าไม่มีใครอยากจะเป็นเจ้าของงานนี้ แต่ทุกคนเห็นดี เห็นชอบ เรื่องนี้จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องมีกฎหมาย เป็นเพียงนโยบาย เป็นเพียงสมมุติว่า บีโอไอ (BOI) บอกว่าจะตั้งใจทำเรื่องนี้ แล้วมีกำลังคนเพิ่มขึ้น แล้วมาดูสิว่าเราจะมีข้อมูล อย่างไร เราจะมีวิธีการสนับสนุนเอกชนออกไปอย่างไร เราเจรจาเรื่องของความตกลงการค้า ๒ ฝ่าย ลงทุน ๒ ฝ่ายอย่างไร เราจะไปมีส่วนในการกำหนดเขาเรียก มัลทิแลทเทอรอล อินเวสท์เมนท์ อะกรีเมนท์ (Multilateral investment agreement) หรือความตกลง การลงทุนระหว่างประเทศในโลกนี้อย่างไร เพราะเดี๋ยวนี้กฎการลงทุนระหว่างประเทศนั้น มันมีแค่ ๒ ประเด็นในดับบลิวทีโอ (WTO) จากอุรุกวัย ราวน์ด (Uruguay round) การเจรจาอุรุกวัย ราวน์ด เท่านั้น ก็คือ

๑. การลงทุนนั้นอย่าไปบังคับให้เขาใช้โลคอล คอนเทนท์ (Local content) เป็นเงื่อนไขนะครับ

อันที่ ๒ อย่าให้มี เอ็กซ์-อิมพอร์ท รีไควเมนท์ (Ex-Import requirement) ก็คือจะผลิตตรงนี้ก็ต้องเอ็กซ์พอร์ท รีไควเมนท์ (Export requirement) จะต้องส่งออก เท่านั้นเท่านี้

มันไม่ได้เป็นการให้เขาคิดแล้วก็คำนวณผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจเพราะมันมี การบิดเบือนอยู่ในตัว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าเรามีความตั้งใจจะพัฒนาเครื่องมือนี้จริง มันต้องมีกลไก มันต้องมีคน มันต้องมีเครื่องมือ มันต้องมีไฟแนนซิง (Financing) แล้วมัน ต้องมีระเบียบกฎเกณฑ์ มีนโยบายทิศทางไปเจรจา ไปพิทักษ์ผลประโยชน์ เอกชนที่ออกไปที่เรา ยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นเอสซีจี (SCG) ซีพี (CP) ไทยเบฟ (Thaibev) บ้านปู เขาไปเสี่ยงภัย นะครับ ถ้าคุณทำเหมืองอยู่ในกาลิมันตัน แล้วพรุ่งนี้เขาเปลี่ยนนโยบายว่าคุณจะต้องมา ขออนุญาตในพื้นที่ที่เคยอนุญาตมาแล้ว เซทเทิล (Settle) ไปแล้ว จ่ายเงินไปแล้ว แต่มันยังมีคน มาเคลม (Claim) ว่ามันเป็นที่ดินที่บรรพบุรุษสมัยทวดเขาให้มา เขายังมีความเป็น เจ้าเข้าเจ้าของอยู่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเขาเสี่ยงภัยหมด รัฐบาลไปช่วยเขาได้อย่างไร อาเซียน ช่วยเขาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราจะมองตัวนี้ เราก็ต้องมองให้มันทะลุต่าง ๆ ผมจึงคิดว่าประเด็นที่เราน่าจะสนใจ แล้วคุณจิตต์คงกำลังดูอยู่

ประเด็นสุดท้ายที่ผมยกตัวอย่างว่าเราเห็นความสำคัญคือเรื่องของการเป็น ดิจิทัล อีโคโนมี ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่ผมคิดว่ามีเรื่องที่ทำได้อีกเยอะมีเยอะมากเลย เช่น เรื่องของอินฟราสทรัคเจอร์ เป็นฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) ความเข้าใจ ลิทเทอเรซี (Literacy) เกษตรกรจะเข้าใจและใช้เครื่องมือใช้ได้ไหม ถ้าเขาสามารถจะกด เข้าไปในคอมพิวเตอร์เห็นราคาเกิดขึ้น เห็นภูมิอากาศเกิดขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงของ เทรนด์ (Trend) ราคาข้าว มัน ยางในโลกนี้ เขาจะได้วางแผนการผลิตเขาถูก เราจะใช้ สิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ในทางเศรษฐกิจได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงแต่เปิดขึ้นมาเพื่อดู ความบันเทิงเท่านั้น เรื่องนี้มีเรื่องทำอีกเยอะ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เป็นภาพใหญ่ที่ผม ขอประทานกราบเรียนเพื่อทางสภาจะได้มีความรู้สึกว่าเราไม่ได้คิดแต่ในกรอบแคบ ๆ ขณะเดียวกันท่านก็จะได้สบายใจว่าเรื่องนี้ก็พอจะมีคนดูแลอยู่บ้าง

ผมขอเข้าไปที่วาระ ๓ วาระแรกที่ท่านได้มอบไว้นะครับ ก็คือเรื่องกฎหมาย แข่งขันทางการค้า ท่านประธานครับ ไทยไม่มีกฎหมายการแข่งขันทางการค้ามาก่อน จนกระทั่งปี ๒๕๔๒ มันเกิดอะไรขึ้น กระทรวงพาณิชย์มีกฎหมาย ๓๐ กว่าฉบับ บางฉบับ พ.ศ. ๒๔๘๐ กว่านะครับ แต่ในช่วงก่อนหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น มันมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ ๒-๓ อย่าง

อันที่ ๑ คือเรื่องการเจรจาการค้าโลก ตั้งแต่ปี ๑๙๘๖-๑๙๙๒ มาเปิด ขอบเขตการเปิดเสรีการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยเห็นมา นี่ไม่ได้ใช้คำเพื่อให้มันเป็น ละคร เป็นลีลานะครับ เปิดการค้าที่สำคัญมากคือการค้าบริการ ให้คนเขามาลงทุนครับ การค้าบริการมันจะมี ๔ สาขาสำคัญ เขาเรียก ๔ โหมด ออฟ เดลิเวอร์ลี (Mode of Delivery) นะครับ คือเครื่องมือ ๑. ก็คือเราไปใช้บริการนี้ในต่างประเทศ ไปเดินเที่ยว ท่องเที่ยว ไปเรียนหนังสือ เราเปิดอินเทอร์เน็ตแล้วเราก็ซื้อสินค้าเป็นครอส-บอร์เดอร์ ซัพพลาย (Cross-border supply) เราไปตั้งบริษัท เขาเรียกเป็นคอมเมอร์เชียล เพรสเซนท์ (Commercial present) แล้วเราก็เอาคนไปใช้แรงงาน คือโมบิลิตี ออฟ เพอร์เซิน (Mobility of person) ทั้ง ๔ อันนี้มันเกิดมีการเปิดกติกาว่าจะต้องค่อย ๆ เปิดเสรียิ่งขึ้น

อันที่ ๒ คือเรื่องของการเปิดเสรีสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรเดิม ข้าวเอย จิปาถะ คนเขาขีดเส้นไม่ให้นำเข้านะครับ จนกว่าเขาจะยอม เช่น จำกัดโควตา ญี่ปุ่นไม่เคย ให้นำเข้าข้าว ยกเว้นแต่เขาจะเป็นคนซื้อหรือรัฐบาล อินโดนีเซียเหมือนกัน ฟิลิปปินส์ เหมือนกัน แม้กระทั่งมาเลเซียในบางยุคนะครับ เราเจรจาจนกระทั่งต้องเปิดตลาดอย่างน้อย ๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑ เปอร์เซ็นต์ของการใช้ในประเทศ นี่เป็นจุดแรก ปี ๑๙๘๖-๑๙๙๒ แล้วก็เรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองเรื่องยา เรื่องของสติปัญญา เรื่องสิทธิบัตร พอเราเจรจาเสร็จสิ่งที่เกิดขึ้นคือว่าจะต้องมีการหลั่งไหลเข้ามาของการลงทุนและการค้า และการแข่งขัน มนุษย์จะต้องเข้าไปในประเทศต่าง ๆ อย่างอาเซียน อย่างประเทศไทย เป็นแหล่งที่คนเขาอยากจะเข้ามามาก เราจะทำอย่างไรครับ ถ้าเกิดเขาเข้ามาพร้อมพลัง มีเงิน มีความรู้ มีเรื่องการบริหาร มีตลาดที่ใหญ่ เราสู้เขาไม่ได้ เราไม่อยากให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น โดยเขาทำอะไรที่ไม่ถูกต้องนะครับ คือการใช้อำนาจที่เหนือตลาดนะครับ

อันที่ ๒ เราอย่าลืมว่าปี ๑๙๙๗ เรามีวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ เราต้องขาย ทรัพย์สิน เราต้องไปขอให้ เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้ามีใครมาลงทุนเกิน ๑๐๐ ล้านบาทสมัยนั้น ถือว่าเป็นคนไทย ไม่ต้องมาขออนุญาต ไม่มีความจำเป็นจะต้องขายทรัพย์สินแล้วเปิดเสรี เพื่อให้เศรษฐกิจมันฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ ๒ ประเด็นนี้เป็นที่มาของความจำเป็นในการ ออกกฎหมายแข่งขันทางการค้าขึ้นปี ๒๕๔๒ ถามว่ามันเป็นอย่างไรครับ เราทันสมัยมากครับ เราเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีกฎหมายฉบับนี้ ตามมาด้วยอินโดนีเซีย และตามมาด้วย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ในขณะนี้มีแต่ซีแอลเอ็มพี (CLMP) ที่ไม่มี คือกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และฟิลิปปินส์ที่ยังไม่มี ในโลกนี้ก่อนปี ๑๙๙๕ มีประมาณ ๒๐ ประเทศที่มี กฎหมายแข่งขันทางการค้า อีก ๒๐ ปีให้หลัง เมื่อปีที่แล้วมีประมาณ ๑๐๐ ประเทศนะครับ ทำไมจึงต้องมีครับ เพราะการแข่งขันที่ดี การไม่มีการผูกขาด ทำให้เกิดเอฟฟิเชียนซี (Efficiency) ถ้ามีการผูกขาด มนุษย์ผู้ผลิตก็ไม่คิดค้น ไม่สร้างความหลากหลายทางสินค้า ไม่พยายามลดต้นทุน แล้วคนที่ได้เสียประโยชน์ก็คือเศรษฐกิจกับผู้บริโภคนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องให้มีการแข่งขันเพื่อสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มี ประสิทธิภาพให้เกิดขึ้น และประเด็นนี้สำคัญครับ การผูกขาดเป็นที่มาของคอร์รัปชัน อำนาจ ที่ให้การผูกขาดไปกับใครนั้นเป็นเงินทองมหาศาล ผมคงไม่ต้องไปย้ำนะครับ

ทีนี้กฎหมายแข่งขันทางการค้าเราออกมาแล้ว มันมีปัญหาหรือจะบอกไม่มี ปัญหาก็ได้ เพราะมันไม่ค่อยมีการบังคับใช้ เขาบอกว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๒-๒๕๔๙ มีการประชุม กรรมการแค่ ๑๒ ครั้งเท่านั้นเอง เกิดขึ้นในปีแรก ๔ ครั้ง ไม่มีการเขียนหลักเกณฑ์ที่ต้องเขียน ในมาตรา กฎหมายฉบับนี้มีมาตราสำคัญอยู่ ๕ มาตรา มาตราที่สำคัญประการที่ ๑ มาตรา ๔ ยกเว้นรัฐวิสาหกิจ สหกรณ์ออกไปจากกฎหมายการแข่งขัน ตัวนี้ก็ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างเอกชนที่ประกอบธุรกิจกับของรัฐแล้วนะครับ มาตราที่ ๒ ก็คือมาตรา ๒๕ เรื่อง อำนาจเหนือตลาด คืออะไร อะไรถึงเรียกว่าอำนาจเหนือตลาด กฎหมายนี้ประกาศ ปี ๒๕๔๒ มามีคำจำกัดความของอำนาจเหนือตลาดเมื่อปี ๒๕๔๙ ปลายปี ตอนที่นายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ มีกฎหมายนี้บังคับใช้ ไม่มีคดีใดไปถึงมีการลงโทษเลยแม้แต่ ๑ คดี แล้วก็มีเรื่องที่เข้ามาสู่ การร้องเรียนน้อยมาก ช่วงประมาณปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๔๖ นี้มีประมาณสัก ๑๐ กว่าราย แต่พอปีที่แล้วมี ๑ ราย ถอยไปมี ๑ ราย มันแปลว่าอะไรครับ แปลว่าเราไม่มีการผูกขาด หามิได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ เรามีพฤติกรรมต่าง ๆ เยอะมาก แต่คนไม่เชื่อถือ กระบวนการครับ มันเลยไม่มา มันมาแล้วมันก็ไม่ได้เรื่อง ที่ประเทศอินโดนีเซียครับ ในช่วงหลังจากประเทศลาวปีหนึ่งนั้น ๑๒ ปีให้หลัง เขามีกรณีร้องเรียนที่เป็นคดีใหญ่ ๆ อยู่ ๗๐๐ กว่าคดี แล้วก็มีการตัดสินพิจารณาไปแล้ว ๓๐ กว่าคดี คือแม้จะเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็แสดงว่าเขามีความจริงจัง ปัญหาของเราคืออะไรครับ หลายอย่าง ผมคิดว่า ๔-๕ ประเด็นด้วยกันที่คุณจิตร์ ประธานอนุกรรมาธิการจะได้กราบเรียนที่ประชุมครั้งนี้ กระผมขออนุญาต ขอให้คุณจิตร์ ศิรธรานนท์ ได้เสนอ ขอขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณจิตร์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการและสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเกริกไกร ท่านได้พูดถึง ความเป็นมาเป็นไปในการที่เราทำไมถึงต้องเสนอขอแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติแข่งขัน ทางการค้า ผมจะนำเรียนสั้น ๆ ว่าเท้าความไปอีกนิดวิสัยทัศน์ประเทศไทย ปี ๒๕๗๕ ที่เรา พูดถึงเรื่องของความมั่งคั่งและในยุทธศาสตร์ที่ ๓ คือสร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ อนุกรรมาธิการชุดผม ในชุดพาณิชย์และบริการได้คิดกันว่าโอกาสที่จะเดินไปข้างหน้าคือ เทรดดิง เนชันแน่นอน และในขณะเดียวกันใน ดิจิทัล อิโคโนมี ซึ่งต่อไปหน้าร้านไม่มี ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ก็ตาม ร้านค้าเล็ก ร้านค้าน้อย โชห่วย ที่เคยสู้กับเรื่อง โมเดิร์น เทรด (Modern trade) อยู่ ต่อไปหน้าร้านไม่มี เขาไปทางด้านดิจิทัลกันหมดนะครับ ในส่วนของ เทรดดิง เนชัน ตรงนี้ เราดูเป็น ๒ เรื่องครับสั้น ๆ ก็คือเรื่องของ เอาท์วาร์ด (Outward) คือการไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งการไปลงทุนในต่างประเทศคงไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย แข่งขันเท่าไร แตะอยู่นิดเดียว ในส่วนของอินวาร์ด (Inward) คือการที่จะส่งเสริมการค้า ภายในประเทศ ตรงนี้เกี่ยวข้องเยอะครับ บรรยากาศต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ ถ้าเรายังออกแบบไว้ สำหรับใหญ่กินเล็ก รับรองได้ว่าการค้าภายในประเทศจะกระจุกตัวอยู่ที่คนไม่กี่คน ผมมีตัวเลขของทีดีอาร์ไอ (TDRI) ในปี ๒๕๔๗ ความเหลื่อมล้ำในภาคธุรกิจไทย บริษัทขนาดใหญ่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในตลาดหลักทรัพย์ สัดส่วนรายได้ ๘๑.๐๒ เปอร์เซ็นต์ บริษัทขนาดกลาง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ มีสัดส่วนรายได้ ๑๘.๐๕ เปอร์เซ็นต์ บริษัทขนาดเล็ก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีสัดส่วนรายได้แค่ ๐.๙๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วต่อมาในปี ๒๕๕๖ ล่าสุด บริษัทขนาดใหญ่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ รายได้เพิ่มเป็น ๘๙.๔ เปอร์เซ็นต์ บริษัทขนาดกลาง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ รายได้ เพิ่มเป็น ๑๐.๖๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วบริษัทขนาดเล็ก ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น รายได้เหลือแค่ ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วส่วนใหญ่ในบริษัทที่เป็นอันดับต้น ๆ ทั้งหลายเป็นรัฐวิสาหกิจครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าถ้าบรรยากาศของการที่จะสร้างการค้าภายในประเทศ การค้าขาย ที่เป็นธรรมหรือที่ฝรั่งเขาเรียก แฟร์ เทรด แพรคทิซ (Fair trade practice) มันยังไม่เกิด ก็เมินเสียเถอะในการที่เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ๆ รายเล็ก ๆ จะได้เกิด และจะไปเกิดการกระจายรายได้ในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นถ้ากลับมาดูในสิ่งต่าง ๆ ที่เป็น ตัวบทกฎหมายของประเทศไทยมีอยู่แล้วทั้งนั้น พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็เป็นอีกกฎหมายหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในระยะต้น ๆ เป็นประเทศแรกในอาเซียน แต่ก็น่าเสียดายว่าหลังจากนั้น ในขณะนั้นมีแค่ ๒๐-๓๐ ประเทศที่ใช้อยู่ หลังจากนั้น มีเป็นร้อยประเทศ ที่ใช้กฎหมายแข่งขัน รวมทั้งที่ท่านประธานได้กล่าวถึงประเทศอินโดนีเซีย เคพีพียู (KPPU) นั้นนะครับเริ่มต้นหลังเรา มีเจ้าหน้าที่แค่ ๔๐ คน ตอนหลังมี ๔๐๐ คนครับ งบประมาณไม่กี่สิบล้านบาท ขณะนี้ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะที่สำนักแข่งขันทางการค้าซึ่งอยู่ในกรมการค้าภายใน มีเจ้าหน้าที่อยู่ ๒๐ กว่าคน ไม่ถึง ๓๐ คน งบประมาณปีหนึ่งประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐- ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ตัวกรรมการต่าง ๆ หลายท่านทราบว่ากรรมการ ๑๖ คนนั้น ตัวรัฐมนตรีว่าการเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง แล้วก็เลขานุการก็คืออธิบดี กรมการค้าภายใน แล้วก็มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นรองประธาน แล้วก็ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นกรรมการ อันนี้คือตัวบอดี ออฟ ออธอริที (Body of authority) เพราะฉะนั้นถามว่ากฎเหล็ก ๕ ข้อ ในกฎหมายแข่งขันฉบับนี้ ซึ่งท่านประธานเกริกไกร ได้กรุณาพูดไปแล้วมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ เรื่องง่าย ๆ มันก็มีอยู่ว่าเรื่องมาตรา ๒๕ นั้น เป็นเรื่องของอะบิวซ์ ออฟ โดมิแนนซ์ (Abuse of dominance) คือการใช้อำนาจเหนือตลาด

เรื่องที่ ๒ นั้นเป็นเรื่องของการควบรวมคือเมิร์จ แอนด์ แอคคิซซิซชัน (Merge and acquisition)

แล้วเรื่องที่ ๓ คือเรื่องฮั้ว

เรื่องต่อมาก็เป็นเรื่องของการที่ว่าไปกีดกันการที่จะซื้อสินค้าจากต่างประเทศ

แล้วมาตราสุดท้ายนั้นพูดได้ดี การกระทำการใดก็แล้วแต่ที่ขัดต่อการค้าเสรี และเป็นธรรมก็ถือว่าผิดกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าการค้าที่ขัดต่อ การค้าเสรีและเป็นธรรมมันคืออะไร มันไม่มีนิยาม เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็คือปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแม้กระทั่งสิ่งที่เขียนไว้ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค อย่างในกรณีของการโฆษณา เกินจริงหรือการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มันไม่ใช่เรื่องของผู้บริโภคอย่างเดียว เป็นเรื่องที่ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เขาโฆษณาแล้วโกหกหลอกลวงไปกับอีกบริษัทหนึ่งไม่มีปัญญาไปโฆษณา เป็น ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท สู้ไม่ได้ บริษัทนั้นก็เอามาร์เก็ตแชร์ (Market share) ไป ถามว่าไปทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ หรือว่าการควบรวมบริษัท นิยามต่าง ๆ ปัญหา ในกฎหมายที่เขียนไว้นั้นไม่ได้ก่อให้เกิดการค้าที่เสรีและเป็นธรรมกลับไปก่อให้เกิด การผูกขาดโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าถ้าเราไม่มีกติกาที่มันบังคับใช้ได้ การค้าที่เสรี และเป็นธรรมหรือป้องกันการผูกขาดตัดตอนต่าง ๆ มันไม่เกิด เพราะฉะนั้นถ้ามันไม่เกิด สภาพแวดล้อมที่เราอยากจะให้เกิดการค้าหรือเทรดดิง เนชัน ที่เราฝันเอาไว้มันไม่มีปัญญา เกิดหรอกครับ เพราะอะไร เพราะว่าบริษัทต่างประเทศที่จะเข้ามา หรือเอสเอ็มอี ต่างประเทศ ต่อไปในอาเซียนเปิดแล้ว อาเซียนเปิด บริษัทที่เขาจะหิ้วกระเป๋าเข้ามาแล้วมา แข่งขันประเทศไทยปรากฏว่าโดนล็อก (Lock) อยู่บริษัทใหญ่ ๆ หมดใครจะเข้านะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นจุดจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่เราจะต้องผลักดันให้กฎหมายที่เรามีอยู่ แล้วสามารถบังคับใช้ในทางเป็นจริงได้ แล้วก็มีการศึกษากันไว้แล้วด้วย คณะกรรมการปฏิรูป กฎหมายของอาจารย์คณิต ขออนุญาตที่เอ่ยนาม อาจารย์คณิตก็ศึกษามาแล้วหลายปี เปลี่ยนแปลงรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ดีขึ้น แม้กระทั่งของกรมการค้าภายในก็มีการศึกษา ขอแก้ไขตรงนี้เพื่อให้สำนักงานเขาเป็นอิสระบ้างนะ มีการทำงานที่ฟูลไทม์ (Full time) คือเต็มเวลา ต่าง ๆ เหล่านี้แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ในขณะที่ความสวยหรูของกฎหมายฉบับนี้ ที่เป็นกฎหมายอยู่แล้ว จริง ๆ กฎหมาย พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้านี้มันมีที่มาที่ไปจาก กฎหมายป้องกันการผูกขาด จริง ๆ มาจาก พ.ร.บ. ป้องกันการค้ากำไรเกินควร ปี ๒๔๘๐ นั่นจะเป็นฉบับแรก ต่อมาปี ๒๕๒๒ ยกเลิก ออกพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและ ป้องกันการผูกขาด ปี ๒๕๒๒ แล้วก็ยกเลิกไป ในขณะเดียวกันก็มามีปัญหาเรื่องธุรกิจผูกขาด ต่าง ๆ ปี ๒๕๓๔ พยายามออกกฎหมายใหม่ในสมัยรัฐบาลท่านอานันท์ ปันยารชุน แล้วก็มา ล่าสุดในปี ๒๕๓๕ แต่น่าสงสารมาประกาศใช้ได้จริง ๆ ปี ๒๕๔๒ แล้วกฎหมายดีหมด ทุกอย่าง กฎเหล็กก็ดี เพียงแต่ว่านิยามที่จะให้กฎหมายนี้บังคับใช้ได้มันไม่เดิน ขณะเดียวกัน บอดี ออฟ ออธอริทีคือผู้ที่บังคับใช้กฎหมายก็เล็กมากและอยู่ภายใต้การเมืองและมีอีกหลาย อย่างที่ทำให้การบังคับใช้นั้นไม่เกิด ท่านเชื่อไหมว่าตั้งแต่ ปี ๒๕๔๒ มาจนถึง พ.ศ. ๒๕๕๘ เท่าที่เช็กมีแค่ ๙๔ เรื่องเท่านั้นที่เข้ามาแล้วไม่มีเรื่องใดสำเร็จเลย เรื่องที่ท่านเคยได้ยิน อย่างเช่นบริษัทจักรยานยนต์ยี่ห้อหนึ่งก็ฟ้องอะไรต่ออะไรพวกนี้ขึ้นมา ทำท่าจะไปได้ดี ก็ไม่เรียบร้อย การขายเหล้าพ่วงเบียร์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็ได้รับการชี้ออกมาแต่ก็ไปไม่ได้ นี่คือสิ่งที่มันเกิด แล้วถามว่านักลงทุนจากต่างประเทศ แม้กระทั่งนักลงทุนไทยเองรายเล็ก ๆ พอมองแล้วก็มองด้วยความผิดหวัง ถ้ามองด้วยความผิดหวังถามว่าอารมณ์ของการที่จะเกิด การค้าในลักษณะแบบผมผมเป็นนักธุรกิจผมก็ไม่อยากค้าด้วยแล้ว อะไรที่ไปเกี่ยวข้องกับ บริษัทใหญ่ผมก็ไม่เอา เพราะฉะนั้นจะเห็นว่ากฎหมายพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า เขียนไว้ดีครับ เพื่อให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการป้องกันการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลดหรือ จำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจอย่างเป็นระบบ อันจะเป็นการส่งเสริมให้การประกอบ ธุรกิจเป็นไปอย่างเสรี และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ มันเหมือนกับว่ามีกฎหมายฉบับนี้แล้วมาเกิดเรื่องตรงข้ามเกือบหมด มันอะไรเกิดขึ้น ประเด็นปัญหาแล้วมันมีอยู่ ๔ เรื่องหลัก ๆ คือผู้บังคับใช้กฎหมายสำนักงานไม่เป็นอิสระครับ เพราะเป็นสำนักงานที่สังกัดอยู่ในกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ถามว่ารัฐมนตรี เหลียวมองมาหน่อยก็เรื่องนั้นอาจจะเกี่ยวข้องทางการเมืองกับใครก็ไม่รู้ ที่มีทุนมีหุ้นอยู่ในนั้น เรื่องก็จบแล้วไม่มีใครกล้าจัดประชุม บางปีไม่มีการประชุมคณะกรรมการเลยสักครั้งเดียว เพราะฉะนั้นความไม่เป็นอิสระงบประมาณไม่มี แล้วก็เป็นงานแบบแปะฝาก ถ้าข้าราชการ เขาเรียกว่า งานฝาก เหมือนกับไปแปะเอาไว้ มีคนอยู่ ๒๐ กว่าคนเข้าใจว่าประมาณ ๒๘ คน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการทำงานก็ไม่ฟูลไทม์ เขามีงานประจำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่ใคร จะร้องเรียนเข้ามา เหมือนผมจำได้ว่าหลายปีก่อนประมาณเกือบ ๆ ๑๐ ปีแล้ว มีบริษัท ที่ทำยาขัดรองเท้าเป็นของคนไทย แต่ไปแข่งกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มาจากต่างประเทศ แล้วก็ โดนกีดกัน คือเข้าไปขายในห้างแล้วบอกให้ไปอยู่ห่างไกลปืนเที่ยงเลย เขาก็มาร้อง ร้องเสร็จแล้ว เรื่องก็เงียบไป บริษัทตรงนี้ก็ไปช่วยตัวเอง ทำอะไรไม่ได้ และอีกอย่างหนึ่งก็คือตัวกรรมการ มีสำนักงานซึ่งเป็นข้าราชการทำงานไม่เต็มกำลัง คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตาม พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ปี ๒๕๔๒ ใครเป็นประธานรู้ไหมครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ท่านก็รู้อยู่ว่าเป็นนักการเมือง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงการคลังเป็นกรรมการ แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านต่าง ๆ ที่เขาเขียนไว้ดี แต่บังคับว่าใน ๘ คนนี้หมายความว่าในส่วนทั้งหมด ๑๒ คน มันต้องมา ครึ่งหนึ่งคือมาจากภาคเอกชนใหญ่ ๆ ก็คือหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแล้วก็เข้าใจว่า ๒ แห่งนี้อย่างละ ๓ คน อย่างละ ๓ คนนี่ ทีแรกพอตั้งเข้าไปคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่ ฮึกเหิมในการที่จะทำเรื่องนี้ แต่ทำไปทำมาก็กลายเป็นผู้ที่มีธุรกิจใหญ่ ๆ เข้าไป จะมีเอี่ยวกับบริษัท ที่ถูกร้องเรียนหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่มันเริ่มมีคอนฟลิคท์ ออฟ อินเทอเรสท์ (Conflict of interest) ให้เห็น เริ่มจากตัวประธาน ตัวกรรมการ เพราะฉะนั้นใน ๑๖ คนของกรรมการ แข่งขันตามกฎหมายเก่าที่ยังไม่ได้แก้ มันก็เลยไม่ค่อยจะเวิร์ค (Work) เท่าไร เพราะฉะนั้น การโปร่งใสในการทำงานก็ไม่มี เพราะที่มาที่ไปไม่ได้เกิดจากการสรรหา แต่เกิดจาก การแต่งตั้ง ถึงแม้จะผ่าน ครม. ก็ตาม ในส่วนของสาระกฎหมาย คำนิยามผู้ประกอบธุรกิจ บริษัทในเครือก็ไม่มีการนิยามไว้ แนวปฏิบัติมีกฎหมายลูกที่ออกมาเป็นแนวปฏิบัติเยอะแยะ ที่เขาเรียกว่าไกด์ไลน์ (Guild line) ในสมัยที่ผมต่อสู้เรื่องค้าปลีกระหว่างโมเดิร์น เทรด กับผู้ประกอบการรายย่อย ท่านเชื่อไหมว่ามีไกด์ไลน์ออกมาเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของการขาย ต่ำกว่าทุน การขายต่ำกว่าทุนท่านคงเห็นเข้าโมเดิร์น เทรดจะมีรายการพิเศษอยู่เรื่อย แต่เขาบังคับท่านบอกให้ซื้อไม่เกิน ๒ ชิ้น ๓ ชิ้น ครอบครัวละ ๓ ชิ้น ครอบครัวละ ๒ ชิ้น ซื้อมากไม่ได้ เพราะไอ้นั้นมันขาดทุน เราก็บอกว่าออกไกด์ไลน์ออกไป ๑ ใน ๘ ข้อนี้ไหม บอกขายต่ำกว่าทุนไปตรวจบัญชีคุณวันไหน สมมุติว่าไปตรวจตอนปลายปีวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน คุณเอารีเบท (Rebate) ทั้งหมดมาหักเลย แต่สินค้าชิ้นนี้ต้นทุน ๑๐๐ บาท ลดรีเบททั้งหมดแล้วอยู่ที่ ๙๐ บาท ถ้าขายต่ำกว่า ๙๐ บาท คือขายต่ำกว่าทุน โอเคไหม เขาบอกไม่โอเค ผมก็ถามว่าไม่โอเคอย่างไร เขาบอกไม่โอเคสิเพราะเขามีเป้าปลายปี ปลายปี เขาขายได้ร้อยล้านบาท เขาได้อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเขาเอามาลดแล้ว ถามว่า ร้านค้าเล็ก ๆ ของคนไทยไปอยู่ที่ไหน ตายสนิทครับ เพราะว่าเขาสั่งทีเป็นร้อยคันรถ เป็นพันคันรถ เป็นร้อย ๆ คันรถ ราคามันก็ต่างกันอยู่แล้วสินค้าโชห่วยท่านก็ทราบ บางชิ้น กำไรแค่ ๕๐ สตางค์ ๑ บาทเท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กลับกลายเป็นว่า เอาความได้เปรียบตรงนี้ เพราะอะไร เพราะว่ารายได้ของบรรดาโมเดิร์น เทรดหรือการค้า สมัยใหม่ถ้ามีช่องทาง ๑๐ กว่าช่องทาง ขาดทุน ๙ ช่องทาง อีก ๑ ช่องทางกำไรแล้วคลุมไปหมดนี่เขาใช้ครับ เพราะฉะนั้นตอนนั้นไปเปิดบัญชีดูปรากฏว่า เขามีอยู่ ๒ ช่องใหญ่ ๆ คือซื้อมาขายไปกับอาเธอร์ อินคัม (Other income) คือรายได้อื่น ๆ ซื้อมาขายไปนี่เขาขาดทุนครับ ไปดูบัญชีเขานี่ที่เขาส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าขาดทุนตั้งเป็น พัน ๆ ล้าน แต่รายได้อื่น ๆ ที่เก็บจากค่าอะไร ค่าเอนทรานซ์ ฟี (Entrance fee) ค่าเชลฟ์ เมเนจเมนท์ (Shelf management) ค่ารอบของเขา ส่วนลดต่าง ๆ ที่ออกมา เดี๋ยวลดแล้วลดอีก ในครบรอบ ๒๕ ปี ก็ต้องลด อันนั้นก็ต้องลด อาเธอร์ อินคัม แม้กระทั่ง เขามีผู้จัดการฝ่ายพลาซ่า (Plaza) พื้นที่ที่เขาขายอยู่นี่รถยนต์คันหนึ่งไปโชว์ (Show) ได้ ๕,๐๐๐ บาทต่อวันนะครับ บูธ (Booth) เล็ก ๆ ที่ท่านเป็นหันหน้าเข้าหากันเมื่อประมาณ สัก ๕-๖ ปีก่อน ๑๗,๐๐๐-๑๘,๐๐๐ บาทนะครับ รวมหมดแล้ว ๓๖,๐๐๐ บาท ต้องเก็บ ล่วงหน้า ๖ เดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะออกไปถ้าสมมุติว่าขายแล้วเจ๊งขาดทุนก็ออกไปเลย แต่ค่าเช่าก็ได้แล้ว เพราะฉะนั้นอาเธอร์ อินคัม คือรายได้อื่น ๆ ของเขา ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท หักกับที่เขาขาดทุนจากซื้อมาขายไปมันยังกำไรอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนั้น ในปี ๒๕๔๗ ที่เอาบัญชีเขามาดูและถามว่าร้านค้าเล็ก ๆ ตรงนี้มันจะอยู่ได้อย่างไร เพราะตัวนี้มันก็ดิ้นไปได้ กฎหมายก็ดีหมด เพราะฉะนั้นคุณออกมาค้าขายแล้วมันเอาเปรียบ เขานี่มีบทลงโทษ มีอะไรแต่ใช้ไม่ได้เลยเพราะว่ามันมีที่จะดิ้นไป การตีความ การนิยามอะไร ก็ไปไม่ถึง

ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องที่ ๓ ความไม่เสมอภาคก็คือ รัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับการยกเว้น เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าถ้าเป็นรัฐวิสาหกกิจที่มี ๒ ซีก แบบที่เมื่อวานนี้เศรษฐกิจ ๑ เขาอภิปรายไป ด้านหนึ่งเพื่อประชาชน อีกด้านหนึ่งของรัฐวิสาหกิจคือเพื่อการค้า แต่เพื่อ การค้าก็ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายฉบับนี้ ถามว่าบริษัทต่างประเทศหรือบริษัทที่คิดจะมา เทียบรัศมีขึ้นมา มี กล้าไหมครับ ไม่มีปัญญาหรอกครับ เพราะว่าใหญ่ยังกินเล็กอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าสภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เกิดเป็นผลพวงการค้าในลักษณะของ โดเมสทิก (Domestic) ซึ่งหลายประเทศเขากำลังมองไปที่การค้าภายในประเทศส่งเสริม ให้คนของเขาทำรายได้ ทำกิจกรรม ทำการค้า หรือแม้แต่กระทั่งต่างประเทศเข้ามาลงทุน ถ้ามาเจอปัญหาตรงนี้ทุกคนถอยทัพหมด อย่างที่ท่านจะเคยได้ยินว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำมันพอเข้ามาถึงมาเจอปั๊บเขาก็ถอนทัพแล้วไปอยู่ประเทศอื่นดีกว่า แล้วคำว่า เทรดดิง เนชัน ที่เราจะปฏิรูปมันจะไปได้ไหมละ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้การบังคับใช้ กฎหมายจะต้องเสมอภาคครับ รัฐวิสาหกิจที่ทำเพื่อสังคมจะไปยกเว้นไว้ตรงไหนก็เอาแต่อย่า เป็นการยกเว้นรวม เพราะฉะนั้นแล้วพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบ ต่อผู้บริโภคซึ่งได้พูดไปแล้วอย่างเช่นในกรณีที่ว่าโฆษณาเกินจริง ต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเอากลับเข้ามา อยู่ใน พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า เพราะมันทำให้ ๒ บริษัท เกิดประเภทที่ว่าความไม่เท่าเทียมกัน และความไม่เท่าเทียมกันส่งผลต่อผู้บริโภคด้วย ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ก็เขียนไว้เข้าใจว่าเป็น มาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๒๗ นี้นะ จะต้องลดความเหลื่อมล้ำในตรงนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มันเท่ากับ ไปปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ทาง คสช. เขาได้ออกมาด้วยก็เป็นเรื่องสำคัญนะครับ

ในส่วนที่ ๔ คือการสอบสวนดำเนินคดีบทลงโทษ กฎหมายฉบับนี้มีโทษ ทางอาญา ท่านที่เรียนกฎหมายมาก็คงทราบว่ากฎหมายอาญาเวลาขึ้นศาลต้องพิสูจน์ ให้สิ้นสงสัย ถ้าศาลเขาไม่สิ้นสงสัยเขาปล่อยคนผิด ๑๐ คน ดีกว่าขังคนถูกคนเดียว เพราะฉะนั้นถามว่าพยานมาจากไหน พยานมาจากจำเลยครับ กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้เวฟ (Wave) เอาไว้ว่าถ้าจำเลยมาให้การที่เป็นประโยชน์ต่อศาลได้รับการยกเว้นโทษไม่ต้องติดคุก ติดตะรางอะไรก็ว่าไป ไม่มีการยกเว้นตรงนี้ไว้ เมื่อไม่มีการยกเว้นตรงนี้ไว้ถามว่าหน้าไหนจะ กล้ามาเป็นพยาน เพราะฉะนั้นกฎหมายที่เราจะปรับปรุงใหม่จะต้องมีเขียนตรงนี้ไว้ถ้าจะ เอาโทษเขาทางอาญา หรือไม่ก็ต้องยกเลิกโทษทางอาญาให้เหลือแต่โทษทางแพ่ง แล้วก็ อาจจะเพิ่มโทษทางปกครองในการที่ว่าหลังจากที่เราตรวจสอบเขาแล้วเขายอมรับผิด ก็เสียค่าปรับมาไม่ต้องดำเนินคดีชั้นศาล อันนี้ก็ต้องมีเอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้นใน ๔ เรื่องนี้ คือประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งในเรื่องนโยบายรัฐ ผมแตะนโยบายรัฐนิดหนึ่ง นโยบาย รัฐบางทีอย่างที่บอกว่านักวิชาการเขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ เขาบอกว่าปัญหาปัจจัยที่เกิดการ ผูกขาดมันมีอยู่ ๒ เรื่องครับ

คือเรื่องหนึ่ง กฎระเบียบของภาครัฐ ผมก็โยนไปให้ที่ สนช. เขา เขาได้รับการมาร้องเรียนเรื่องอะไร ต้นทุนวัตถุดิบ คือเรามีการ ส่งเสริมบีโอไอ ส่งเสริมให้มีการผลิตวัตถุดิบทางด้านเหล็กซึ่งมีอยู่ไม่กี่บริษัท ส่งเสริมไป ไม่รู้กี่ปีแล้ว เขาก็ผลิตได้ไม่พอที่บรรดาเอสเอ็มอีที่เกิดโตขึ้นทุกวัน เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน ไม่พอใช้ พอไม่พอใช้ราคาก็ยังสูงอยู่ ทำให้ต้นทุนเขาสูงขึ้น พอต่อมาเขาไปหาแหล่งที่จะ ซัพพลาย (Supply) ตัววัตถุดิบเหล็กของเขาได้จากต่างประเทศ อย่างเช่น ประเทศจีน พอจะนำเข้ามาก็ไปติดขัดในเรื่องนโยบายรัฐเรื่องการส่งเสริมการลงทุน เอาเข้ามาก็จะโดน เอดี (AD) คือแอนไท-ดัมปิง (Anti-dumping) หรือไม่ก็เซฟการ์ด เมเจอร์ (Safeguard major) จะเก็บภาษีเขาอีก ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าต้นตรงนี้ที่เขาสูงขึ้นขณะเดียวกันผู้ที่ได้รับ การส่งเสริมผลิตไม่พอ ผลิตราคาแพง ถามว่าผู้บริโภคเป็นคนที่ซวยสุดท้าย คือต้องไปใช้ ของแพงโดยที่ตัวเองนึกไม่ถึง จากนโยบายรัฐ จากการที่ไม่เกิดการแข่งขัน อันนี้เป็นสิ่งที่ ควรจะให้เกิดต่อไปหรือไม่ ท่านก็คิดดูแล้วกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของวัตถุประสงค์ต่าง ๆ แล้วก็ข้อเสนอขอให้มีการอาจจะต้องมีกฎหมายฉบับใหม่ที่มาแทน ปี ๒๕๔๒ แล้วแก้ในเรื่อง ต่าง ๆ ที่ได้พูดถึงประเด็นปัญหาไปแล้ว เพื่อให้รูปแบบกฎหมายมีความทันสมัยสอดคล้อง สภาวการณ์ที่เป็นพลวัต ให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการ กรรมการในชุดใหม่ตอนนี้กฎหมาย ก็ร่างไว้แล้ว มีเปรียบเทียบกันแล้วของฉบับที่ปฏิรูปกฎหมาย ฉบับของกรมการค้าภายใน กรรมการต่อไปอาจจะเหลือแค่ ๗ คน มีคณะกรรมการสรรหา มีสำนักงานที่เป็นอิสระ นี่คือ การแก้ไขที่ขอปฏิรูปของเรา คณะกรรมการ ๗ คนนี้ให้เลือกกันเองเป็นประธานแต่ว่าต้อง ทำงานฟูลไทม์ คือเต็มกำลัง เต็มเวลา เงินเดือนอาจจะสูงหน่อย แต่คงไม่ใช่ กสทช. ทีแรกวาดภาพไปถึงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาก็เกิดตรงที่ว่า ทั้ง ๑๖ ปี มีเคส (Case) แค่ประมาณ ๙๔ เคส ผมคิดว่าเสนอให้ใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญนี้คงจะยาก เพราะฉะนั้น กรรมการอิสระคงจะเป็นได้แค่เหมือนกับ คพพ. อันนี้เป็นสิ่งที่กำลังคิดกันไว้ คงจะต้องดีเบท (Debate) กันต่อ คือปรึกษาหารือกันต่อถึงความเหมาะสมในเรื่องนี้ต่อไปในเรื่องของ กรรมการ ขณะเดียวกันเราอยากให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพและระงับยับยั้ง พฤติกรรมที่ละเมิดกฎหมายได้อย่างทันท่วงที และเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม เพราะฉะนั้น ประเด็นปฏิรูปหลัก ๆ มันก็ไปสอดรับกับปัญหาที่ได้เสนอท่านประธานได้รับฟังแล้ว เพราะฉะนั้นผู้บังคับใช้กฎหมาย หลักโครงสร้างสำนักงานเป็นองค์กรอิสระ แล้วขณะเดียวกัน กรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ปลอดจากการเมืองแล้วผลประโยชน์ทางธุรกิจ แล้วก็เพิ่มภารกิจ ด้านการส่งเสริมด้วย เพราะไม่ใช่ว่าเราจะไปตรวจจับเขาอย่างเดียว ส่งเสริมการแข่งขันด้วย แล้วก็กำหนดระเบียบปฏิบัติด้านความโปร่งใสในการดำเนินงาน เช่น การเปิดเผยข้อมูล ไม่ใช่ว่าไปตรวจสอบหรือตั้งแง่ตรงนี้แล้วข้อมูลปิดหมด ไม่เปิดเผยอะไรเลย เพราะการ ไม่เปิดเผยข้อมูลตรงนี้ล่ะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันด้วย ในสาระของ กฎหมายให้มีคำนิยามที่ครอบคลุม ในคำนิยามต่าง ๆ ที่ยังเป็นข้อสงสัย เป็นเควสชันมาร์ค (Question mark) อยู่ทุกตัว จะต้องมีคำนิยามออกมา แล้วขณะเดียวกันกำหนดแนวปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นแนวปฏิบัติแค่เอ็มโอยู (MOU) มันต้องเป็นแนวปฏิบัติซึ่งบังคับให้เขาปฏิบัติด้วย ถ้าไม่ปฏิบัติตามต้องมีบทลงโทษ การบังคับใช้กฎหมายนั้น รัฐวิสาหกิจที่เคยเว็บก็ต้องยกเลิก ขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายต้องให้ครอบคลุมนโยบายและมาตรการของรัฐด้วย เพราะอะไรที่มันขัดแย้งหรือทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม อันนี้ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว แล้วก็ถ้าถูกสอบสวนดำเนินคดีบทลงโทษนั้นให้เพิ่มมาตรการลดหย่อนโทษ เพื่อให้ผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นพยานได้รับการยกเว้นตรงนี้จะได้มาสามารถเอาผิดต่อบริษัทได้ ขณะเดียวกันอาจจะ มีโทษทางปกครองอย่างที่ได้ว่าไปแล้ว อันนี้ก็เป็นเรื่องหลัก ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่อยากจะ รบกวนท่านประธานมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของการแก้ไข พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า เป็นแค่เครื่องมือตัวหนึ่งในการที่เราจะไปสู่เทรดดิง เนชัน ที่เราฝันเอาไว้ แล้วเราอยากจะ เพิ่ม ไม่ใช่เป็นเมนูเฟคเจอเรอ (Manufacturer) จากผู้ที่ผลิตสินค้าเอาเซอร์วิส (Service) ขึ้นไปให้มากขึ้น เรายังฝันเห็นว่าถ้าเราสามารถแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้ ธุรกิจ การค้า ในเรื่องของการบริการจะเติบโตขึ้นไปไม่น้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป เพราะตลาด มันเปิดกว้าง บรรยากาศมันให้ ถ้าเราได้แก้ไขปรับปรุงส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่า ความสำเร็จในการที่เราจะทำให้ประเทศของเราเป็น ๑ ในประเทศที่พูดได้อย่างเต็มปากว่า เทรดดิง เนชันนั้นคือประเทศของเรา ไม่ใช่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมก็เสนอท่านประธานในส่วนของการแก้ไขพระราชบัญญัติ แข่งขันทางการค้า ปรับปรุงตรงนี้ให้มันสร้างบรรยากาศในการที่เราจะค้าขายได้ คนของเรา ค้าขายได้ นักลงทุนจากต่างชาติหิ้วกระเป๋าได้ สอดรับกับรัฐธรรมนูญของเรา สอดรับกับ บริบทของโลกนี้ ซึ่งการค้ากระจายไปทั่วไปหมด ต่อไปเราโน เบาน์เดรี (No boundary) คือ ไม่มีขอบเขตทางด้านเรียกว่าประเทศเท่าไร อาเซียนกำลังจะเปิด แต่ขณะเดียวกันการ แข่งขันของเรายังโพรเทคท์ (Protect) หรือว่าคุ้มครองผู้ประกอบการรายใหญ่อยู่ ถ้ายังเป็น อย่างนี้อยู่มันก็ยากในการที่เราจะเปิดประเทศและคนอื่นเขาจูงใจในการที่จะมาสร้าง มาพัฒนาธุรกิจการค้าในประเทศเรา ตลอดจนคนไทยก็จะไม่ได้รับผลพวงในส่วนเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าขอให้ท่านประธานได้กรุณาดูตรงนี้ แล้วก็คิดว่าถ้าเราสามารถผ่าน ตรงนี้ไปได้ กฎหมายที่กำลังจะตามมาจะทำให้เราเป็นเทรดดิง เนชัน และบรรลุในการที่เรา จะลดความเหลื่อมล้ำในการประกอบการต่าง ๆ สร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภคและนำเงิน เข้าประเทศอย่างจริงจังและกระจายรายได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านประธาน มีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็จะได้เปิดให้ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็น และข้อเสนอแนะนะครับ ที่ยื่นความจำนงไว้ขณะนี้มีรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ คุณไกรราศ แก้วดี คุณประสาร มฤคพิทักษ์ คุณอลงกรณ์ พลบุตร และคุณทิวา การกระสัง นะครับ เรียนเชิญรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ นครศรีธรรมราช ในเรื่องของการปฏิรูป การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ตามที่ได้ฟังท่านประธานเกริกไกร และกรรมาธิการ และท่านจิตร์ ได้พูดไปนะครับ และได้อ่านเอกสารประกอบว่าในเรื่องของการแข่งขันทางด้านธุรกิจหรือ การค้าที่ยังไม่เป็นธรรมอยู่นะครับ เป็นเรื่องที่เราจะต้องลดให้ได้ แล้วเราจะลดได้อย่างไร นี่ก็คือ ปัญหาใหญ่เหมือนกัน ทีนี้ในการเป็นอยู่ของประเทศไทยขณะนี้ การแข่งขันถามว่าสูงมากไหม ก็ค่อนข้างสูงอยู่ การแข่งขันที่ว่าท่านบอกว่ากฎหมายนั้นยังไม่เป็นธรรม แล้วทำอย่างไร ให้กฎหมายเป็นธรรม ก็ต้องแก้ไข ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ทำขึ้นมาใหม่ เพราะกฎหมายนั้น เป็นสิ่งที่คนทำขึ้นมา ย่อมเลิกได้และทำใหม่ขึ้นมาได้ และแก้ไขได้

ส่วนในเรื่องของความไม่เป็นธรรมที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการผูกขาด ถามว่าการผูกขาดเกิดจากอะไร ด้วยเหตุ ด้วยปัจจัย เหตุของความไม่เป็นธรรมหรือการ ผูกขาดนั้นเกิดขึ้นจากผลประโยชน์ร่วม อันนี้ถ้าวิเคราะห์ลงไปนะครับ เราก็ต้องแก้ตรงนี้ ประโยชน์ร่วมของใครบ้าง ก็ประโยชน์ร่วมของผู้ที่มีอำนาจในการดำเนินการนั่นเอง และประโยชน์ร่วมของผู้ที่เข้ามาดำเนินการตรงนี้ เราจะลดได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการผูกขาดในการประมูลต่าง ๆ ซึ่งก็รู้กันอยู่ล่ะครับว่าอำนาจการเมืองนั้น เป็นอำนาจที่สำคัญที่ทำให้เกิดการผูกขาดในเรื่องนี้ ก็พยามยามแก้กันอยู่นะครับ แล้วก็ พูดกันเสมอว่าทำอย่างไรให้อำนาจการเมืองอย่าไปเกี่ยวข้อง แต่ก็เกี่ยวข้องอยู่ดีล่ะครับ เหมือนกับที่เราทราบกัน จากเปอร์เซ็นต์ไม่ค่อยมากหรอกครับ ตอนผมหนุ่ม ๆ อาจจะสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ พอผมกลางคนก็กลายเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ พอผมเริ่มแก่ครับ ตอนนี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประโยชน์ร่วมเหล่านี้เป็นประโยชน์ที่ทำให้เรื่องเหล่านี้เลิกไม่ได้ ท่านประธานครับ ไป ๆ มา ๆ ก็ลงที่คนอีกล่ะครับ ก็เลยจะมีคณะกรรมการที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ เรื่องการแข่งขัน เรื่องการค้าอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นในการที่จะหาคนมาทำงานด้านนี้ ให้ได้ผลจริง ก็คงต้องเรียนท่านประธานว่าต้องคัดเลือกกันเป็นพิเศษล่ะครับ ประวัติย้อนหลัง ให้ไกลหน่อยว่าท่านเหล่านั้นมีประวัติคุณงามความดีอย่างไรบ้าง ไม่ใช่อยู่ ๆ ไม่กี่วันแล้วขึ้นมานั่งแท่นเป็นประธานชุดใหญ่ แล้วมีผลประโยชน์สูงนี่คงไม่ได้ ประวัติคุณงามความดีเป็นเรื่องที่เราต้องดูกันยาวนาน ก็คงเหมือนกับพี่น้อง สปช. เรา ๒๕๐ ท่านละครับ ผมเชื่อว่าคณะกรรมการท่านพิจารณาจากคุณงามความดี จากประวัติ การทำงาน จากการสะสมสิ่งที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติถึงได้มานั่งกันในสภา ทุกวันนี้ แล้วก็มาทำงานก็เพื่อคุณงามความดีที่จะเกิดขึ้นกับลูกหลานในอนาคต เพราะฉะนั้น ในความเห็นผมผู้ที่จะมาเป็นประธานหรือกรรมการในเรื่องของการแข่งขันทางการค้าหรือลด ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำตรงนี้ต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมสูง และผมเชื่อว่าประเทศไทยนี้ หาได้ครับท่านประธาน คงไม่ไร้ซึ่งคนดี คนเก่งอย่างแน่นอน ประเทศไทยไม่เคยสิ้นคนดี เมื่อเป็นเช่นนี้ผมเชื่อว่าการทำงานเพื่อลดในเรื่องของความไม่เป็นธรรม หรือเหลื่อมล้ำ หรือการผูกขาดเป็นเรื่องสำคัญ ในเอกสารนี้เขียนไว้ที่ผมชอบใจคืออย่าให้ทางการเมือง หรือผู้มีอำนาจอะไรต่าง ๆ ด้วยพลังต่าง ๆ เข้ามาครอบงำตรงนี้ละครับ ที่เป็นอยู่เพราะการ ครอบงำ ถ้าลดการครอบงำหรือทำให้การครอบงำหมดไปได้ผมเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น เศรษฐกิจเราก็คงจะดีขึ้นไม่ว่าส่วนที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการ หรือของเอกชน แล้วการลงทุนก็จะสะพัดไปทั่ว เพราะจริง ๆ แล้วเรื่องเศรษฐกิจคือเรื่องที่พวกเราสัมผัส สัมพันธ์กันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าคุณไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจไม่จริงหรอกครับ ทุกคนรู้หมด หลายคนเคยช่วยแม่ขายไข่เป็ด หลายคนเคยช่วยแม่เอาข้าวสารไปขายที่โรงสี อันนั้นก็เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องรายได้ การเอาเปรียบหรือไม่เอาเปรียบจากเล็กสู่ใหญ่ ท่านประธานครับผมเชื่อว่าในเรื่องของการลดสิ่งเหล่านี้ลดได้ครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การดำเนินการก็อยากฝากท่านประธานไปสู่รัฐบาลชุดใหม่ซึ่งเชื่อว่าท่านจะต้องเข้ามาทำ อย่างจริงจัง เพราะถ้าท่านไม่ทำจริงจัง ไม่จริงใจ และไม่สร้างความเป็นธรรมแล้ว เชื่อว่า การตรวจสอบต้องเกิดขึ้น เพราะมีสมัชชาพลเมือง มีสภาพลเมือง มีอะไรมากมายที่จะยื่น เพื่อไม่ให้ท่านอยู่ในตำแหน่ง ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณไกรราศ แก้วดี ครับ

นายไกรราศ แก้วดี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม ไกรราศ แก้วดี จังหวัดสกลนคร ต้องขออนุญาตเรียนว่าในรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมเห็นด้วยในส่วนใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการแทรกแซงของ นักการเมืองกับประเด็นในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย แต่มีบางส่วนที่ขออนุญาตเต็ม ๆ ในส่วนที่เป็นปัญหาของบ้านเมืองซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจมากนัก แต่ขออนุญาต เรียนอย่างนี้นะครับว่าโดยที่ประชากรของประเทศเรามี ๖๐ กว่าล้านคน มีที่เป็นเกษตรกร เกือบ ๓๐ ล้านคน หรือ ๑ ใน ๓ แน่นอนที่สุดปัจจุบันแม้ว่าเป็นเกษตรกรแต่ก็ทำธุรกิจ ค้าขายด้วย เพราะฉะนั้นการซื้อมาขายไปตรงนี้ก็เลยอยากจะเรียกร้องให้ท่านกรรมาธิการ ได้กรุณา ท่านอาจจะพูดภาพใหญ่ ภาพรวมของธุรกิจเป็น ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ธุรกิจค้าขายระดับครอบครัวก็มีความจำเป็น ซึ่งผมดีใจนิดหนึ่งเมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการ พูดถึง ต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทย โดยเฉพาะพี่น้องในชนบท เกือบครึ่งหนึ่งอยู่ด้วยกันด้วยความมั่นคง ค้าขาย เหลือจากที่กินอยู่แล้วก็ขาย เพราะฉะนั้น ในชนบทแต่ละครอบครัวก็จะมีหมู มีไก่ มีข้าวเป็นหลัก เดี๋ยวนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วครับ เดี๋ยวนี้มีธุรกิจยกตัวอย่างเช่นเรื่องข้าวก็ขายในทุ่งเลยแทนที่จะเก็บไปไว้ในยุ้งในฉางแบ่งเป็น ๓ ส่วน ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ส่วนหนึ่ง แล้วเป็นไว้กินส่วนหนึ่ง ที่เหลือค่อยขาย เพราะฉะนั้น เมล็ดพันธุ์ที่เป็นคุณภาพ เมล็ดพันธุ์ที่เป็นออร์แกนนิค (Organic) ไม่ค่อยมีแล้วเดี๋ยวนี้ เหตุที่เป็นอย่างนั้นเพราะเหตุว่าธุรกิจรายใหญ่เข้าไปทำลายธุรกิจครอบครัว ทำให้ครอบครัว ไม่เข้มแข็ง ธุรกิจครอบครัวก็อ่อนแอ ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้เราเห็นว่าการแก้ไขปัญหาในระดับชาติ ล้มเหลวหลายเรื่อง ผมยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องยาเสพติด เราปราบปรามกันล้มหาย ตายจากกันไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยคนที่ผ่านมา สุดท้ายก็ต้องกลับไปพึ่งครอบครัวที่อบอุ่น เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตเรียนให้ท่านกรรมาธิการได้กรุณาทำอย่างไรในข้อแรก ก็คือ ขอเสนอให้ดูแลธุรกิจครอบครัว วิสาหกิจชุมชนขนาดย่อย ขนาดเล็กให้เป็นครอบครัว ที่เข้มแข็ง ธุรกิจที่เข้มแข็งเพื่อจะได้ดูแลเพราะว่าในการปฏิรูปของเราในหลาย ๆ คณะกรรมาธิการสุดท้ายก็ต้องกลับไปให้ระดับล่าง ระดับฐานรากได้ช่วยเหลือ แม้แต่เรื่อง แก้ไขปัญหายาเสพติดที่ผมนำเรียน สาธารณสุขก็ต้องกลับไปเรื่องปฐมภูมิ ต้องกลับไป เรื่องป้องกัน แม้แต่เรื่องการกระจายอำนาจก็ต้องกลับไปให้ อปท. เพราะฉะนั้นข้อแรก ก็อยากจะนำเรียนในเบื้องต้น

ข้อที่ ๒ ผมเห็นในรายงานในหน้าที่ ๔ ข้อ ๓.๔ ให้มีการสืบสวนกรณีที่มี การเก็งกำไร ผมอยากจะให้เพิ่มเติมในส่วนที่เป็นชุมชน ให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีส่วนร่วมอยู่ตรงนี้ครับ ในอดีตพวกเราคงจำได้เมื่อวานเราได้ทราบข่าวมาตรา ๔๔ ในสมัยผมยังเด็ก มาตรา ๑๗ เรื่องแรกที่สุดคือการแก้ไขปัญหาเรื่องของค้ากำไรเกินควร และเรื่องที่ ๒ ที่เราชื่นชมมากที่สุด ก็คือเรื่องของเพลิงไหม้ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๔๔ นั้น มีข้อบัญญัติว่าด้วยเรื่องของการปฏิรูป แต่ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ทำให้เราสูญเสียความรู้สึก ที่เชื่อมั่น ผมยกตัวอย่างเช่นเราสนับสนุนเรื่องของผักปลอดสารพิษ แต่ปรากฏว่าไปพบผัก ไม่ได้ปลอดสารพิษแต่ได้ใช้ราคาที่สูงกว่าปกติ อันนี้น่าจะใช้มาตรา ๔๔ ได้อย่างนี้เป็นต้น ในตรงนี้ก็อยากจะให้ชุมชนเพราะพวกเราเจ้าหน้าที่ก็คงจะมีไม่เพียงพอ น่าจะให้ พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ให้ชุมชนได้มีส่วนร่วม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม

ในประการสุดท้ายข้อเสนอของท่านในเรื่องของกรรมการที่ต้องการให้ ปลอดการเมือง ผมเรียนว่าก็มีข้อดีแต่กรรมการอิสระมักจะใช้กันเรื่องของการบังคับใช้ กฎหมายกับการตัดสินคดี แต่ถ้าการใดที่ทำไปเพื่อการส่งเสริม กรรมการอิสระ ถ้าหากว่า ตัดขาดจากส่วนการเมือง ส่วนข้าราชการประจำนี่ มันอาจจะไม่สามารถใช้บังคับกฎหมาย ได้เต็มที่ก็ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เห็นด้วย แต่คงต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงในรายละเอียด เพื่อเกิดความสมดุล และบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณประสาร มฤคพิทักษ์

นายประสาร มฤคพิทักษ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ๑๓๒ ท่านประธานครับเพื่อที่จะสนับสนุนกรรมาธิการในเรื่องการปฏิรูป พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า ผมมีรูปธรรมที่ได้ขออนุญาตนำเสนอผ่านสไลด์ (Slide) ที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้แล้ว กรุณาเปิดสไลด์ครับ สไลด์นี้มีที่มาไม่ใช่นึกจะเขียนก็เขียนขึ้นมาเลย นะครับ มูลนิธิชีววิถี อาจารย์ดวงมณี เลาหกุล จากคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ แล้วก็ ของนิตยสารฟอร์บส์ แล้วก็มูลนิธิชุมชนไทย เป็นเครดิต สไสด์นี้นะครับ เปิดได้เลยไหม เจ้าหน้าที่ ต่อไปเลยครับ ผมนำเสนอสไลด์ต่อไปเลยครับ ที่ดินเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญ ก็จะเห็นว่าตระกูลน้ำเมามีที่ดิน ๖.๓ แสนไร่ ตระกูลอาหารสัตว์ มีที่ดิน ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ นอกนั้นเป็นตระกูลอื่น ๆ นะครับ หน้าต่อไปครับ เป็นเรื่องของกลุ่มการเมือง คนละ ๑,๐๐๐ ไร่ ๒,๐๐๐ ไร่ตามนี้นะครับ

หน้าต่อไปเลยครับ สัดส่วนการถือครองที่ดินนิติบุคคล บุคคลธรรมดาระหว่าง ผู้ถือครองที่ดินมากสุด ๒๐ เปอร์เซ็นต์แรกกับผู้ถือครองที่ดินน้อยสุด ๒๐ เปอร์เซ็นต์สุดท้าย ต่างกัน ๓๒๕ เท่า ๓๒๕ เท่านะครับ นึกถึงคนมีที่ดิน ๖.๓ แสนไร่กับคนมีที่ดินไม่ถึง ๑ ไร่ โดยเฉลี่ย

หน้าต่อไปครับ นี่คือความเหลื่อมล้ำที่สำคัญ คนหนึ่งคนครอบครองที่ดิน จริง ๆ แล้ว ๖.๓ แสนไร่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครอบครองคนละประมาณ ๑๐๐ ไร่ อีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครอบครองเฉลี่ยคนละไม่ถึง ๑ ไร่ คนจน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนไม่มีที่ดินเลย นี่เป็นเรื่องที่ดิน

หน้าต่อไปครับ ผู้ที่อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐ อันนี้เราจะรู้สึกว่าชาวบ้านบุกรุก ที่ดิน รวมแล้วที่ดินต่าง ๆ สาธารณะรวมแล้วประมาณ ๑๒ ล้านไร่ ๑๕ ล้านคนอยู่ในบริเวณนี้

หน้าต่อไปครับ ที่จะชี้ให้เห็นคือที่ดินโดยเฉพาะภาคเหนือ น่าน เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ที่ดินก็ถูกแปรเป็นพืชเกษตรหรือพืชเชิงเดี่ยว

หน้าต่อไปเลยครับ ชุมชนลดพื้นที่ และในที่สุดเราก็เห็นเขาหัวโล้นทั่วไป พี่น้อง สปช. ต่างจังหวัดคงจะเป็นพยานได้นะครับ ถอยหลังกลับนิดหนึ่งครับ ถอยหลังกลับ อันแรก ขอโทษครับ ถัดไปเลยครับ ตรงนี้ยืนพื้นไว้ก่อนนะครับ ใครได้ประโยชน์จากการ ปลูกข้าวโพดของชาวบ้าน ปรากฏว่าบริษัทนี้เป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ที่สุดของโลก ปี ๒๕๕๒ นี้ ๒๓.๒ ล้านตัน ปีนี้ยังไม่มีตัวเลขมา

ขอดูหน้าต่อไปนะครับ จะเห็นว่าจังหวัดน่าน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ จังหวัด เชียงรายก็ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ต่อไปเลยครับ ภาคเหนือตอนล่างจังหวัดที่มากก็คือเพชรบูรณ์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ที่เป็นที่ปลูกข้าวโพดซึ่งก็คือที่สาธารณะ แล้วก็ชาวบ้านไปปลูกพืชที่จะ ส่งให้กับบริษัทอาหารสัตว์

ต่อไปเลยครับ ชาวบ้านทำลายป่าต้นน้ำน่าน เราคิดว่าชาวบ้านทำลาย แต่ที่จริงแล้วเขาปลูกข้าวโพดเพื่อที่จะส่งให้กับบริษัทอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ต่อครับ วัตถุดิบข้าวโพดของบริษัทอย่างน้อย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี ปลูกโดยการตัดป่าต้นน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดน่านเห็นชัดมาก

ต่อนะครับ เราสูญเสียที่ดินมหาศาลเพื่อที่จะทำให้บริษัทอาหารสัตว์รายใหญ่ ที่สุดของโลกเขาได้ใหญ่ที่สุดต่อไปโดยทำลายป่าต้นน้ำมหาศาลในภาคเหนือ

ต่อเลยครับเวลาจำกัด ใครที่เสียประโยชน์จากการปลูกข้าวโพด ปรากฏว่า เมื่อมีปัญหาถูกด่ามาก ถูกตำหนิมาก ก็เลยลดการซื้อข้าวโพด เดี๋ยวนี้ข้าวโพดราคาตกต่ำ ทำให้รัฐบาล เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๖ ต่อมกราคม ปี ๒๕๕๗ ต้องชดเชยด้วยเงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อที่จะชดเชยข้าวโพด ๔.๕ ล้านตัน นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

ต่อนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนก็คือทรัพยากรบนโลกใบนี้มีเพียงพอสำหรับ คนทุกคน แต่มีไม่เพียงพอสำหรับคนโลภแม้แต่เพียงคนเดียว วาทะนี้ดังทั่วโลกรู้จักกันทั่วโลก ของ มหาตมะ คานธี การผูกขาดของประเทศไทยทุกท่านรู้นะครับ ทุนใหญ่ผูกขาด แต่ทุนใหญ่จะผูกขาดได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็เนื่องด้วยอำนาจรัฐเกื้อหนุน เพราะฉะนั้น อำนาจทุนบวกอำนาจรัฐทำให้สามารถทำอะไรได้สารพัดอย่าง เราไม่นับถึงปลานิลที่ถูกตอน จนไม่สามารถแพร่ได้โดยลำพังของชาวบ้าน เราไม่นับข้าวโพดก็ต้องซื้อของเขา เราไม่นับ อาหารสัตว์ต้องซื้อของเขา เราไม่นับหลาย ๆ อย่างที่ถูกผูกขาดด้วยระบบทุนบวกอำนาจรัฐ ถ้าเผื่ออำนาจรัฐไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้ก็อย่าหมายว่าการแข่งขันทางการค้าจะ ประสบผลสำเร็จ ขณะนี้โชห่วยในประเทศไทยพินาศไปแล้วมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่โชห่วยก็คือโรงเรียนสอนเถ้าแก่ที่ดีที่สุดดีมากกว่ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นการปฏิรูปกฎหมายเพื่อการแข่งขันทางการค้าที่ดีมีประสิทธิภาพและการบังคับ ใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพจริงจะเป็นผลเกื้อกูลและทำให้การผูกขาดทางการค้า ลดระดับลงไป ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ๒ ที่ได้นำเสนอ ๓ วาระในวันนี้ โดยเฉพาะวาระเรื่องการผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม ท่านประธานเกริกไกรวางผู้ดำเนินการได้ถูกต้องที่สุด โดยเฉพาะท่านจิตร์ เพราะว่าต่อสู้ เรื่องนี้มานาน แล้วก็มีประสบการณ์จริง การนำเสนอข้อมูลและแนวทางออกในเรื่องของการ แก้ไขตัวกฎหมายการแข่งขันทางการค้า รวมถึงข้อเสนออื่น ๆ นั้นถือว่ามาถูกทางแต่ต้อง เพิ่มเติมมากกว่านั้น การแก้ไขกฎหมาย ปี ๒๕๔๒ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ คือ นายชวน หลีกภัย ๑๖ ปีที่ผ่านมาปรากฏชัดเจนว่ามีกฎหมายเหมือนไม่มีกฎหมาย ปัญหาใหญ่ คือการบังคับใช้กฎหมาย และใครคือผู้บังคับใช้กฎหมาย จะเกาให้ถูกที่คันเรื่องนี้มันมี สามประสานอันตราย เรื่องนี้อาจกระทบทั้งคนที่อยู่ในนี้ อยู่นอกสภานี้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และอนาคต แต่ต้องพูด ถ้าเราต้องการจะแก้ไขปัญหาใหญ่ของประเทศ จะแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและธุรกิจ จะให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและเสรี จะลด การผูกขาด คุ้มครองผู้บริโภค ประชาชนและธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ขนาดย่อมให้ ลืมตาอ้าปากได้ จะทำให้จีดีพีของเราเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน ไม่ใช่มีเพียงบริษัทใหญ่ ๆ ที่ผูกขาดอยู่ไม่กี่บริษัท ผมไม่ได้นัดหมายกับท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้ แต่ว่าประเด็นตรงกัน สิ่งที่เป็นข้อเสนอก็คือว่าถ้าจะแก้ให้ถูกจุดมันต้องแก้ที่ ๓ ส่วน คือ ๓ ประสานอันตรายครับ ๑. ก็คือการเมือง ๒. คือธุรกิจที่ผูกขาด ๓. ก็คือข้าราชการทั้งที่ดำรงตำแหน่งและเกษียณอายุ โนเพน โนเกน (No pain No gain) ครับ จะปฏิรูปก็ต้องเจ็บปวด จะปฏิรูปต้องพูดความจริง ถ้าสภาปฏิรูปแห่งนี้จะต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมและยึดประโยชน์ ประชาชนและอนาคตประเทศเป็นที่ตั้ง ถ้าคิดว่าอนาคตประเทศเป็นเดิมพันของการทำงาน ของเราก็ต้องพูดความจริง เรื่องนี้ก่อให้เกิดปัญหาความยากจนของประเทศ ก่อให้เกิด ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ผมไปประเทศสหรัฐอเมริกาได้หนังสือมา ๒ เล่ม ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งประธานาธิบดี ครั้งที่ ๒ ของโอบามา ๒ เล่ม เล่มที่ ๑ คือ โทลเดมเอาท์ ๒. คือเดอะพาร์ตี อิส โอเวอร์ โทลเดมเอาท์ แปลเป็นไทยก็โยนพวกมันทิ้ง ให้หมด ๒. คือเดอะ พาร์ตี อิส โอเวอร์ ก็คือไม่มีพรรคการเมืองอีกแล้ว นี่คืออเมริกันที่เรา มักจะยกเป็นตัวอย่างว่าประชาธิปไตยก้าวหน้า เศรษฐกิจเสรีและเป็นธรรม หนังสือ ทั้ง ๒ ฉบับเขียนตรงกันด้วยข้อมูลเชิงวิจัยว่ารัฐบาลได้ออกนโยบายทุจริตเชิงนโยบาย เช่น นโยบายเรื่องเมดิแคร์ (Medicare) ประกันสุขภาพปรากฏว่าย้อนไปกลายเป็นประโยชน์ ตกกับกิจการเครือข่ายและบริษัททางด้านของประกัน หรือบริษัทยา และเป็นบริษัทที่ให้ทุน บริจาคกับพรรคการเมืองใหญ่ทั้ง ๒ พรรคในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทย ไม่ได้แตกต่างเลยครับ กล่าวได้ว่าพรรคการเมืองของเราโดยส่วนใหญ่นั้นรับทุนการเมือง จากบริษัทใหญ่ ๆ ทั้งสิ้น ก็ร่วมฮั้วร่วมกันในการที่จะไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างไรครับ ๑๖ ปี จึงมีอยู่แค่ไม่กี่เรื่อง แล้วก็ไม่เคยได้เรื่องเลยสักเรื่องหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ เอสเอ็มอีแทบจะย่อยยับ โชห่วยยืนไม่ได้ ขณะเดียวกันข้าราชการไม่แปลกใจว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่กล้าบังคับใช้กฎหมาย เพราะอะไร ไม่กล้าแตะ นายบางคนเคยเป็นข้าราชการระดับสูง เกษียณเสร็จก็อยู่ในบริษัท เหล่านั้นทั้งสิ้น เป็นที่ปรึกษา เป็นกรรมการบริษัทหรือเป็นผู้บริหารบริษัท ถ้าเอาตัวเลข รายชื่อมาปรากฏวันนี้เห็นชัดเจนเลยครับว่าทำไมกฎหมายสำคัญนี้สร้างความเป็นธรรม ทางการค้าและเสรี มันบังคับไม่ได้ กฎหมายอาจจะไม่ใช่ปัญหา ปัญหาใหญ่อยู่กับการ บังคับใช้กฎหมาย

๓. ก็คือตัวธุรกิจเอง ทุกธุรกิจต้องการแม็กซิไมซ์ โพรฟิท (Maximize profit) ทั้งสิ้น ทำไมจึงเน้นเรื่องของคอร์เพอเรท กัฟเวอร์แนนซ์ (Corporate governance) ธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจ ทำไมจะต้องเน้นเรื่องนี้ แต่เพราะกฎเกณฑ์และการบังคับใช้ กฎหมายเพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรม สังคมที่ดูแลทั้งคนใหญ่คนเล็กอย่างเสมอภาค ธุรกิจที่ ขนาดใหญ่ขนาดเล็กอย่างเสมอภาค นั่นคือเป้าประสงค์ ความกล้าที่จะปฏิรูปนั้นผมอยากให้ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ ๒ ได้นำข้อมูลข้อเท็จจริงมาตีแผ่ให้ชัดจะได้รู้ว่าเราจะแก้อย่างไร และเป็นครอส คัตติง (Cross cutting) ท่านประธานครับ เสนอถึงท่านประธาน ขออีก ๑๐ วินาที เป็นครอส คัตติง ปฏิรูปเศรษฐกิจ ๒ ไม่พอ ต้องโยงปฏิรูปการเมืองและปฏิรูป ระบบบริหารราชการแผ่นดินด้วย เอาส่วนนี้มาเป็นการครอส คัตติง หรือว่าประชุมร่วมกัน แล้ววางโมเดล (Model) ใหม่ว่าจะแก้ ๓ ประสานอันตรายซึ่งเป็นวงจรอุบาทว์ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของประเทศของเรานั้นทำอย่างนี้จะสัมฤทธิผลครับ ขอบคุณ ท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณทิวา การกระสัง ครับ

นายทิวา การกระสัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกในสภานี้ทุกท่านครับ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๙๒ ขอขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อพิจารณาและ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรปฏิรูป เนื่องจากผมเป็นนักกฎหมายขอความกรุณาจะพูดเฉพาะในหลัก ของกฎหมาย คือพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๒ ผมศึกษากฎหมาย ฉบับนี้มานาน เพราะว่ามีคนเคยมาปรึกษาผม แล้วบางคนถึงขนาดให้ผมฟ้องรัฐบาล ผมก็ดูแล้วว่ามันไม่มีบทบัญญัติในมาตราใดที่จะให้ไปฟ้องรัฐบาลได้ ผมเคยพูดว่ากฎหมาย ฉบับนี้ไร้ค่า กระดาษชำระในห้องน้ำยังมีค่ามากกว่าเนื่องจากใช้ได้ แต่กฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ ออกมาผมไม่เคยเห็นมีการใช้อะไร ท่านจิตร์ท่านก็พูดไปแล้วว่าไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจังนะครับ แค่มาตรา ๒๕ มาตราเดียวท่านพูดว่าผู้มีอำนาจเหนือตลาด ในประเทศ ไทยเราใช้คำว่าสิทธิเสรีภาพ สิทธิทางการค้า ทุกคนผมเคยกราบเรียนในสภานี้แล้วว่า เรามาคิดว่าใครใคร่ค้าอะไรก็ค้า มีกฎหมายดีมาก กฎหมายฉบับนี้ถือว่าเนื้อความในกฎหมาย ยอดเยี่ยมมากโดยเฉพาะการค้าที่นักการค้าชอบพูดว่าเอสเอ็มอีนะครับ ทุกคน บางคน ตั้งหลักได้แล้ว บางคนกำลังเดินเหมือนเด็กที่เล็ก ๆ นะครับเราต้องดูแลเขา ต้องประคองเขา รัฐมีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดเอสเอ็มอีในประเทศนี้ เราก็เห็นว่าประเทศญี่ปุ่น เข้มแข็งเพราะมีเอสเอ็มอีที่เข้มแข็งถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยจะเดินไปทางไหนครับ จะเดินไปทำสนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แบบเกาหลีไหม แบบไทยไหม ถ้าแบบไทยท่านต้องบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างเข้มแข็ง ผมไม่อยากพูดว่ามีบริษัทที่เป็น บริษัทที่ท่านสมาชิกบางท่านบอกว่าเป็นบริษัทข้ามชาติ มีที่ดินเยอะแยะ แต่สิ่งที่ก่อให้เกิด และทำลายเอสเอ็มอีหรือว่าผู้ประกอบการค้ารายย่อยมากที่สุดก็คือบริษัทที่ทำลายวงจร การค้า วงจรการค้าแต่โบราณมาจะมีผู้ผลิต พ่อค้าคนกลางแปรรูปเข้าไปสู่ผู้บริโภค แต่ปัจจุบันนี้มีบริษัทอยู่ประมาณ ๑ หรือ ๒ บริษัท ที่เป็นทั้งผู้ผลิตเอง เป็นทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จำหน่ายสินค้าเข้าไปสู่ผู้บริโภค กำหนดราคาสินค้าได้ทุกทาง ตั้งแต่ผลิตเอง ก็กำหนดราคาสินค้าประเภทปุ๋ย ประเภทยาปราบศัตรูพืชทำเองหมด นอกจากนั้นเป็นผู้ผลิต พวกเมล็ดพันธุ์ แม้กระทั่งพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ก็ทำเอง จากนั้นก็เป็นผู้แปรรูปเอง จากแปรรูปเองมีแหล่งจำหน่ายและแหล่งผลิตเองนะครับ ระบบ พวกนี้มีบอกในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๕ เขาเป็นบริษัทที่มีอำนาจเหนือตลาดหรือไม่ นะครับ ฝากคำถามถามตรงนี้เลย แล้วท่านจะปฏิรูปเขาอย่างไรนะครับ ผมเห็นด้วยในการที่ ท่านจะตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาโดยไม่อยู่ในอำนาจของกลุ่มการเมืองหรือนักการเมือง ผมไม่ได้เป็นนักการเมืองแต่ศึกษาการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ผมรู้ว่าบริษัทเหล่านี้เป็นผู้บริจาค รายใหญ่ให้กับพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะฉะนั้นเวลาพูดในสภานี้นะครับ พูดได้หมด ทุกอย่างยกเว้นไปแตะบริษัทเหล่านี้ แตะไม่ได้เนื่องจากเขาเป็นผู้บริจาครายใหญ่นะครับ ต่อไปนี้ในพระราชบัญญัติเลือกตั้งหรือพระราชบัญญัติเกี่ยวกับพรรคการเมือง ผมอยากจะให้ เปิดฟรี เปิดฟรีให้กับผู้บริจาคเหมือนต่างประเทศเขา คุณจะบริจาคพันล้านบาทก็บริจาค มาเลย และให้เสียภาษีด้วย ให้รู้ว่าการสนับสนุนพรรคการเมืองในลักษณะนั้นนักการเมือง จะทำอย่างไร ถ้าบริจาคใต้โต๊ะแบบนี้ มันทำให้การบังคับใช้กฎหมายมันเป็นไปไม่ได้นะครับ เหมือนที่ท่านเคยพูดว่ามันเป็นการทำลายการค้าโบราณ ผมเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า เมื่อคุณเป็นผู้ค้าส่งก็ควรค้าส่ง ถ้าหากเขาทำลักษณะนี้เราควรจำกัดขอบเขตการค้าของเขา ว่าสินค้าชนิดนี้คุณควรจะมีราคาขายส่งเท่านี้ ไม่ใช่คุณเอาราคาขายส่งมาขายปลีก คนอื่น ก็ตายหมดนะครับ ทำลายระบบการค้า ทำลายวงจร มีรวยเป็นแสนล้านบาท แต่ขายลูกชิ้น ขายไข่ต้ม ขายข้าวแกง ขายไส้กรอกนะครับ ฝากคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้วยนะครับว่าขอให้ ท่านตั้งคณะกรรมการพิเศษ จำนวน ๔-๕ ท่านที่ว่าเป็นอิสระ ขอให้จริงเถอะ และขอให้มี การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างจริงจัง แทบไม่ต้องแก้อะไรเลยครับ กฎหมายดีอยู่แล้ว สุดท้ายก็ขอขอบคุณท่านประธานแล้วก็ท่านกรรมาธิการ ขอให้กำลังใจนะครับ ขอให้มี การปฏิรูปอย่างจริงจัง โดยเฉพาะท่านประธาน ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์มาก่อน ท่านคงจะทราบดีว่าการปฏิรูปประเทศนี้เกี่ยวกับการค้านั้นจะทำอย่างไร ขอขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ถัดไปนี้นะครับ คุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง คุณสารี อ๋องสมหวัง คุณรสนา โตสิตระกูล และคุณศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ นะครับ เชิญคุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ครับ

นายดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ และ คณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกในห้องประชุมนี้นะครับ ผม ดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ หมายเลข ๘๐ วันนี้หวยออกครับ ก็เป็นการแก้ง่วงนะครับ จากรายงานของคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้านั้น ผมเห็นด้วยเกือบทุกประการ ซึ่งจะมีการแก้กฎหมาย หรือระเบียบต่าง ๆ แต่ว่าผมก็อยากจะขอฝากข้อคิดเห็นหรือฝากความเห็นบางส่วนว่า การแข่งขันทางการค้านั้นจริง ๆ แล้วมันก็แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกนั้นคือแมนเนจ เทรด (Manage trade) แมนเนจ เทรดนี้เราก็คือเป็นการจัดการเพื่อความมั่นคงของการค้า หรืออันตรายจากต่าง ๆ เราต้องมีการจัดการ แมนเนจ เทรดนี้ อย่างเช่นว่า บริษัทใหญ่ ๆ บางบริษัท ยกภูเขาทั้งลูกมาทิ้งไว้ในกรุงเทพมหานคร เรามีการจัดการอย่างไร บริษัทเหล่านี้ มีทำซีเอสอาร์ (CSR) ให้กับสังคมขนาดไหน เพราะฉะนั้นตัวนี้นั้นเราต้องอยู่ในกลุ่มนี้ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือแฟร์เทรด (Fair trade) แฟร์เทรดนี้ก็คือการที่เราต้องมีการแต้มต่อให้กับ ธุรกิจที่อ่อนแอกว่า การแข่งขันทางการค้าอย่างนี้นั้นในคณะกรรมาธิการที่เราจะดูแลกัน ตรงนี้นั้น ผมก็อยากฝากความคิดเห็นตรงนี้ไปว่าเขียนกฎระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเผื่อด้วย นะครับ แฟร์เทรดนี้อีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือว่าอย่างเช่นตัวอย่างที่ผ่านมานะครับ คณะวิทยาศาสตร์บ้านเราหรือว่าที่ผ่านมาก็แล้วแต่ บริษัทใหญ่บางบริษัทให้เงินไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท ช่วยวิจัยทำตรงนี้มาให้หน่อย แต่ใช้งบประมาณของรัฐบาลส่วนหนึ่ง แต่ผลกระทบคืออะไรครับ เอสเอ็มอีบ้านนอกหรือธุรกิจรายเล็กข้างนอกนี้ตายสนิท เขายึดหมด ถ้าอยากยกตัวอย่างให้ชัดเจนเลย เราพูดกันง่าย ๆ ว่าธุรกิจปศุสัตว์ วันนี้ เห็นอยู่ครับ ท่านประธานก็รู้อยู่แล้วว่า บ้านท่านนั้นเป็นอย่างไรวันนี้ เกษตรกรเลี้ยงไก่ รายย่อยเป็นอย่างไร ตายหมด วันนี้ถ้าท่านจะไปซื้อไก่รายเล็ก ๆ ที่ว่าลงมือสังหารเอง หาไม่มีนะครับ ส่วนเทรดที่ ๓ คือฟรีเทรด (Free trade) อันนี้แข่งขันกันให้เต็มที่เลยครับ แต่ ฟรีเทรดเปิดขึ้นมานี้มันก็ต้องดูอยู่นะครับว่าการค้าที่เราจะเปิดหรือปิด มีความพร้อมหรือไม่ พร้อมตรงนี้นั้นนะครับ เราดู รัฐบาลเราต้องดู คณะกรรมการเราต้องดู ถ้าการค้า เรามีความพร้อม แต่เราไปปิดอันนี้เราก็เสียโอกาส ถ้าเรามีความไม่พร้อมแต่เราเปิดเราก็ตาย แน่ ๆ ใช่ไหมครับ ตรงนี้ผมก็ขอเรียนฝากให้คณะกรรมาธิการแข่งขันทางการค้านะครับ เวลาปฏิรูปต่อไปก็ขอให้ดูระเบียบตรงนี้ด้วยว่าทำอย่างไรเพื่อธุรกิจรายย่อยที่อยู่ต่างจังหวัด ให้มันอยู่ได้ และให้มันมีโอกาสแข่งขันสู้ขึ้นมา กลายเป็นสังคมผู้ประกอบการซึ่งพวกเรา ในคณะกรรมาธิการก็กำลังทำอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอเรียนฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ครับ

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ท่านประธานครับ ๑๖ ปีแห่งความหลัง กฎหมายฉบับนี้ออกมา ๑๖ ปี ทำอะไรไม่ได้เลย ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหามันเป็นปัญหาเรื่องของ ผลประโยชน์และการเมือง กรรมาธิการพูดอ้อมไปอ้อมมา แล้วก็บอกว่าต้องแก้กฎหมาย แต่ความจริงแล้วกฎหมายนี้ กรรมาธิการก็บอกว่าดีพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงเรื่อง อำนาจเหนือตลาด กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ไปจำกัดความว่าในที่สุดแล้วอำนาจเหนือตลาด มันต้องกี่เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เริ่มต้นมีคนเสนอว่า ๑ ใน ๓ ๓๓ เปอร์เซ็นต์หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เยอะแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์เองก็ต้อง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป มันก็เป็นลูกเล่นกันมาตั้งแต่ สมัยต้น ผมติดตามเพราะอยากจะเห็นการแข่งขัน มันก็ไม่ออก เรื่องการควบรวมกิจการ การฮั้ว การกีดกันสินค้า ทั้งหลายนี้ผมว่ากฎหมายดีพอสมควร แต่กฎหมายจะไม่ดีก็ตรงไป ยกเว้นรัฐวิสาหกิจซึ่งก็จะต้องแก้ไขว่า รัฐวิสาหกิจไม่เข้าสู่การบังคับของกฎหมายฉบับนี้ หมายความว่าผูกขาดได้ แล้วรัฐวิสาหกิจบางแห่งก็ไปขายในตลาดหลักทรัพย์ อ้างว่า เป็นมหาชนส่วนหนึ่ง แต่พอกฎหมายฉบับนี้จะจัดการก็อ้างว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ กฎหมายฉบับนี้ เล่นงานไม่ได้ ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็ได้ก็รู้กันอยู่ ตกลงมันก็มีปัญหาอย่างที่กรรมาธิการชุดนี้ พูดไม่ผิดเลย กฎหมายฉบับนี้มันเดินไม่ได้เพราะคน บังเอิญอาจารย์ประสารก็ดี คุณอลงกรณ์ ก็ดี ก่อนหน้านี้พูดมามันชัด ผมไม่ต้องพูดซ้ำว่ามันมีทั้ง ๓ ฝ่ายที่มีปัญหา ก็คือว่าธุรกิจ ขนาดใหญ่ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็ได้นะครับท่านประธาน แม้เราจะได้สิทธินี้คุ้มกัน คุ้มครอง แต่ถ้าสื่อเขาออกไปเดี๋ยวก็จะถูกมีปัญหาต่อไป อยู่ข้างหลังพรรคการเมืองเยอะไปหมดเลย แล้วกฎหมายฉบับนี้ก็มีจุดอ่อนอยู่อย่างที่ท่านอดีตรัฐมนตรีเกริกไกรพูดว่าประธาน คือตัวรัฐมนตรี และขณะเดียวกันมันก็มีปัญหาถัดมาก็คือว่าข้าราชการก็ไม่มีความกล้าหาญ ตกลงธุรกิจการเมืองและราชการ ๓ ฝ่ายพอกัน มันก็มีปัญหา ผมไม่ลงรายละเอียดหรอกครับ แต่เห็นประโยชน์ที่ท่านหยิบขึ้นมา แต่พูดตรง ๆ ยังหายใจไม่ทั่วท้อง แม้หยิบขึ้นมาผมถาม ท่านว่าแล้วท่านจะทำอย่างไรต่อ ท่านบอกว่าท่านไปแก้กฎหมาย พยายามจะให้ข้อมูลโปร่งใส จะต้องเปิดเผย ตัวองค์กรจะต้องเป็นอิสระขึ้น ไม่ขึ้นอยู่กับกระทรวงพาณิชย์ แต่พูดตรง ๆ ผมฟังดูมันก็เป็นแนวที่ทุกคนก็จะหนีไปหาองค์กรอิสระ แต่ผมก็หายใจไม่ทั่วท้อง นี่ผมพูดตรง ๆ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องผลประโยชน์มหาศาล และเขาจะต้องแทรกแซงแน่นอนแม้จะเป็น องค์กรอิสระอย่างที่ท่านฝันอยากจะเห็น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พอประดิษฐ์องค์กรอิสระ ขึ้นมา พวกเราก็ดีใจ ผมอยู่ในสภาแห่งนี้เป็น ส.ว. ชุดที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๔๓ เริ่มต้นองค์กรอิสระดูจะดี แต่ผมถามท่านว่าองค์กรอิสระแทรกได้ไหมครับ พอองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญที่เข้มข้นกว่านี้อีก พอเข้าช่วงที่ ๒ ไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. ถูกแทรกหมด และใครล่ะครับแทรก ก็คือธุรกิจการเมืองนั่นล่ะครับที่ผูกขาด ผูกขาดธุรกิจแล้วก็พยายาม ไปผูกขาดการเมือง แล้วก็เข้ามาผูกขาดในรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ แล้วไปประดิษฐ์ องค์กรอิสระมันก็ยังแก้ไม่ได้ ผมยืนอยู่ที่นี่ด้วยความช้ำใจว่าเราหวังองค์กรอิสระ จนกระทั่ง ผมต้องไปมีหน้าที่ไปล้ม ป.ป.ช. เมื่อตอนนั้นที่แอบขึ้นเงินเดือนตัวเอง ทั้ง กกต. ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ตกลงออกแบบอันนี้ แนวนี้ผมเห็นด้วย แต่ผมหายใจไม่ทั่วท้อง ถ้าพูดกันตรงไปตรงมา เพราะธุรกิจผูกขาดทุนใหญ่นี้มันอยู่หลังพรรคการเมือง และเป็นธุรกิจการเมืองที่เข้ามา บางคนแอบอยู่หลังหลายพรรคการเมือง บางบริษัทเข้ามาเล่นการเมืองโดยตรง เราก็รู้กันดี บ้านเมืองที่มีปัญหา แล้วก็หวังเอาผลประโยชน์จากการไปผูกขาดธุรกิจ เรื่องนี้มันไม่ใช่ เรื่องกฎหมายเฉย ๆ ล่ะครับ ไม่ใช่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยว่าต้องแก้กฎหมาย แต่ผมตั้งคำถามกับกรรมาธิการว่าเรื่องทางการเมือง เรื่องผลประโยชน์นี้จะแก้อย่างไร นี่คือเรื่องใหญ่ที่จะต้องปรับโครงสร้างใหญ่ ไม่ใช่ปรับโครงสร้างกฎหมาย ท่านประธานครับ เรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่กรรมาธิการพูด ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งจะต้องมีการบังคับผู้จะไปร้องก็ดี เขาร้องแล้วกรรมการทำอะไรบ้าง จะต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ นั่นเป็นสิ่งหนึ่ง ที่จะเปิดไฟให้สว่าง คนร้ายหรือคนทุจริตหรือคนหวังผลประโยชน์มันจะได้อายบ้าง แต่ก็ไม่พอ ผมตั้งคำถามครับท่านประธาน ผมเองก็ไม่มีคำตอบให้ท่านว่าเมื่อเป็นองค์กรอิสระอย่างนั่นแล้ว มันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ผมก็ยังนึกไม่ออก เราคงต้องทำงานกันหนักล่ะครับ ทั้งสภาตรงนี้ เพื่อหยิบประเด็นอย่างที่คุณอลงกรณ์พูด ไม่ใช่ดูเศรษฐกิจอย่างเดียว ต้องดูทั้งการเมือง ดูทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน และดูการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกดดันและตรวจสอบ พวกที่ต้องการผูกขาดในธุรกิจและธุรกิจการเมือง ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณสารีครับ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง 🔗

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธาน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง นะคะ ดิฉันขออนุญาตพูด ๔ ประเด็น ดิฉันสนับสนุนกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจภาคการผลิตที่จะปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้าและคิดว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคก็ยินดีที่จะร่วมมือในการดำเนินการเรื่องนี้ ก็สนับสนุน เพราะดิฉันคิดว่าเป็นปัญหาที่สำคัญ ดิฉันขอให้ตัวเลขเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ในรอบ ๑๖ ปี ที่เรามีกฎหมายฉบับนี้ มีเรื่องร้องเรียนเฉลี่ยปีละ ๒ เรื่องเท่านั้นเอง ทั้งหมด ๑๖ ปี มีเรื่องร้องเรียน ๙๕ เรื่อง ดิฉันขอเอ่ยเรื่องที่ไม่ถือว่าเป็นการผูกขาดจากการ วินิจฉัยของคณะกรรมการ

ประเด็นที่ ๑ การกำหนดราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สูงเกินควร

ประเด็นที่ ๒ บริษัท แอบบอต ยกเลิกการขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทย กับยา ๑๐ รายการ โดยบริษัทแม่ทำจดหมายมาถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเข้าข่ายมาตรา ๒๘ ในการที่บริษัทแม่ในต่างประเทศมีอำนาจในการทำให้การขาย การผลิต ในบริษัทในประเทศไทยมีผล เพราะว่าเขาขอยกเลิกการขึ้นทะเบียน ก็ชัดเจนว่าทำให้ส่งผล ต่อการขาย การจำหน่าย แต่อันนี้ทางคณะกรรมการแข่งขันก็บอกว่าไม่ขัด แล้วก็ฟ้องคดีด้วย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ขณะนี้อยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด ปี ๒๕๕๘ ๗ ปี

ประเด็นที่ ๓ การทุ่มราคาไข่ไก่ ดิฉันคิดว่าปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ของกฎหมายแข่งขันทางการค้ามีประเด็นที่สำคัญก็คือเรียกว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการ ซึ่งเราเขียนกฎหมาย ซึ่งตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์เพราะเอาองค์ประกอบของภาคธุรกิจ เข้าไปเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นจุดอ่อนของจุดเริ่มต้นของการที่มีผลประโยชน์ อาจจะไม่ได้ทับซ้อนแต่เกี่ยวข้อง เป็นเพื่อนอยู่ในสมาคม เรียกว่าอยู่ในสภาอุตสาหกรรม อยู่ในสภาหอการค้ากันเอง สุดท้ายผู้บริโภคก็ไม่ได้รับการคุ้มครอง ดิฉันคิดว่านอกจากปัญหา เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เรายังมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของภาคธุรกิจไทยที่ชัดเจนว่า ธุรกิจไทยเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มที่จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เห็นได้จาก ดิฉันขอยกตัวอย่างว่า ปตท. ที่มีรายได้มากถึง ๒.๘ ล้านบาท แล้วก็มีสัดส่วนรายได้ที่สูงถึงร้อยละเกือบ ๕๐ นะ ๔๕.๖ เปอร์เซ็นต์ที่บรรดารัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดิฉันคิดว่าอันนั้น เป็นรูปธรรมอันที่ ๒ ที่เราต้องแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้า ถึงแม้ว่าเราจะเป็นประเทศแรก ที่มีกฎหมายแข่งขันทางการค้าในอาเซียนเลยนะ อย่างที่ท่านประธานได้พูด เพราะฉะนั้น ดิฉันมีข้อเสนอ ๔ ประเด็นที่สำคัญในการแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้า แล้วดิฉันคิดว่า ต้องดำเนินการให้ได้

อันแรกก็คือการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ดิฉันคิดว่าภาคธุรกิจ ต้องเอาออกหมดเลย โดยเปลี่ยนเป็นคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็ดี นักกฎหมายก็ดี ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ควรจะเข้ามา

ส่วนที่ ๒ ก็คือผู้แทนจากองค์กรผู้บริโภค ซึ่งอาจจะเป็นผู้แทนจากองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคก็ได้ ถ้าท่านประธานและคณะพวกเราผลักดันให้เกิดขึ้นได้สำเร็จ เป็นกรรมการที่เรียกว่าแทนคณะกรรมการในส่วนขององค์ประกอบในส่วนนั้น แล้วก็สนับสนุน ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ที่พูดไปก็คือกฎหมายฉบับนี้ต้องบังคับกับรัฐวิสาหกิจด้วย

ส่วนที่ ๓ ดิฉันคิดว่าการดำเนินงานของสำนักงานเองที่จะต้อง หรือข้อกฎหมาย ที่ต้องเขียนให้ชัดเจน อย่างเช่นกรณีบริษัทยาซึ่งก็เรียกว่ามียาตัวเดียวผูกขาดชัดเจน แต่ก็ไปเจอเงื่อนไขเรื่องปริมาณเงิน เม็ดเงินที่ไม่ถึง ๕๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่เข้าข่ายกฎหมายแข่งขันทางการค้า เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการที่มีเงื่อนไขเรื่องอำนาจ เหนือตลาดก็ดี หรือเงื่อนไขเรื่องการแข่งขันทางการค้าไว้ชัดเจนก็ดี ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็น ที่มีความสำคัญ

เรื่องสุดท้าย ดิฉันไปรับฟังความคิดเห็นมา แล้วก็เกิดรูปธรรมที่ชัดเจนที่คิดว่า กรรมการแข่งขันทางการค้าอาจจะต้องช่วยกันคิดหรือคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ ๒ ที่จะปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ต้องช่วยกันคิดนะคะ ร้านขายข้าวผัดที่สมุทรสงครามต้องปิดตัว เพราะว่าสู้ร้านสะดวกซื้อไม่ได้ ปิดร้านค้าลงนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งที่ดิฉันพูดมันไม่ได้กระทบ แค่อาชีพของคนที่เป็นเจ้าของร้านขายข้าวผัดหรือร้านอาหารตามสั่งเท่านั้น แต่จะกระทบกับ ความมั่นคงทางอาหารเพราะว่ากระบวนการผลิตอาหารที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อมีเจ้าเดียวผลิต แต่ขณะที่แม่ค้าที่ขายข้าวผัด แม่ค้าที่ขายข้าวแกง ทุกคนซื้อสินค้าจากตลาด ซื้อผักที่มาจาก ความหลากหลาย ซื้อไข่ที่ขายจากอีกเจ้าหนึ่ง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่านี่คือสิ่งที่กำลังจะเป็น ปัญหามากกับการผูกขาดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านอาหารซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากของ ผู้บริโภค ดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะไปให้ถึงได้อย่างไร ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณรสนาครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันเองก็เห็นร่วมด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้นะคะ ดิฉันเห็นว่าการผูกขาดนั้นเป็นประเด็นสำคัญที่ก่อให้เกิด ความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจนั้นมันก็นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำ ในทางสังคม แล้วก็นำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงในทางการเมือง มีนักปกครองท่านหนึ่ง กล่าวไว้ชัดเจนว่าอาชญากรรมในสังคมของเรานี้มันมาจาก ๒ สาเหตุ

สาเหตุที่ ๑ มาจากปากท้อง บางคนไม่ได้ต้องการจะเป็นอาชญากร แต่ท้อง มันหิว มันอดอยาก ไม่มีอาชีพที่จะประกอบเพื่อจะมีรายได้มา ก็ต้องไปก่ออาชญากรรม

ส่วนในกรณีที่อาชญากรรมอีกประเภทหนึ่งก็เป็นอาชญากรรมที่อาจจะ เกิดจากนิสัยสันดาน

ซึ่งนักปกครองท่านนั้นบอกว่าการแก้ปัญหาอาชญากรรม ๒ ประเภทนี้ เรื่องของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากปัญหาทางเศรษฐกิจนั้น คือเรื่องที่นักการเมืองจะต้องเข้ามา ดูแลแก้ไข ส่วนอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากนิสัยสันดานนั้นก็ต้องอาศัยหลักของศาสนาต่าง ๆ เข้ามาแก้ไข เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญเวลานี้ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ ๒ ได้พูดถึง เรื่องการป้องกันการผูกขาดทางการค้า ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและอาจจะไม่ใช่ เพียงแค่กฎหมายการแข่งขันทางการค้านะคะ ดิฉันคิดว่าการผูกขาดนั้นมันใหญ่กว่านั้นมาก เวลานี้เราไม่เคยคิดถึงว่าทำอย่างไรเราจะมีกฎหมายป้องกันการผูกขาดเศรษฐกิจ เพราะว่า ผู้ที่มีทุนขนาดใหญ่แล้วก็เป็นทุนผูกขาดนั้นได้ล่วงเข้าไปครอบคลุม ควบคุม แล้วก็มีอำนาจ ไม่ใช่เหนือตลาดอย่างเดียว ดิฉันคิดว่ามีอำนาจเหนือนักการเมือง มีอำนาจเหนือข้าราชการ มีอำนาจเหนือสื่อมวลชน เพราะฉะนั้นเมื่อหลาย ๆ ท่านได้พูดไปก่อนหน้านี้แล้วนะคะว่า กลุ่มทุนผูกขาดขนาดใหญ่นั้นล่ะที่เป็นต้นเหตุสำคัญ เวลาเรายกร่างรัฐธรรมนูญเรา อยากจะได้นักการเมืองที่ดี สถาบันการเมืองที่ดี แต่เราไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ ไม่ประสบความสำเร็จ ก็คือทุนผูกขาดขนาดใหญ่ที่มีอำนาจเหนือนักการเมือง เหนือข้าราชการ แล้วก็เหนือสื่อมวลชน แล้วเมื่อการจับมือร่วมกันระหว่างนักการเมือง ข้าราชการ แล้วก็รวมไปถึงทุนผูกขาดนั้นโดยไม่มีการตรวจสอบจากสื่อมวลชน อันนั้นล่ะคือ หายนภัย แล้วก็การที่เราจะยกร่างกฎหมายให้ดีขนาดไหน ในทางปฏิบัติมันเกิดขึ้นไม่ได้ ในเวลานี้ต้องบอกว่าความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ มันก็เกิดขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้วว่าการที่เราปล่อยให้ธุรกิจขนาดใหญ่อย่างห้าง สะดวกซื้อนั้นสามารถมีธุรกิจที่หลากหลายมาก ตั้งแต่อาหาร เวลานี้ก็มาแย่งค้าขายกับ ร้านค้าแผงลอยเล็ก ๆ น้อย ๆ อาหารเช้า ไข่ต้ม รวมไปถึงกาแฟสด ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ มันเกิดขึ้นโดยอิสระเสรี ต้องบอกว่าประเทศไทยนั้นเป็นสวรรค์ของกลุ่มทุนผูกขาดนะคะ เราสามารถที่จะปล่อยให้มีห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ค้าตั้งแต่สินค้าขายปลีก ขายส่ง แล้วสามารถมีเฮาส์ แบรนด์ (House brand) ของตัวเอง ดิฉันคิดว่าอันนี้คือการทำลายธุรกิจ ของคนไทยทั้งหมด เพราะว่าสิ่งที่เราเห็นก็คือว่าคนที่สามารถผลิตสินค้าเพื่อจะส่งให้กับ ร้านเหล่านี้ถ้าหากว่าสินค้าชนิดใดขายดี ห้างเหล่านั้นก็จะทำเฮาส์ แบรนด์ของตัวเอง ดิฉันคิดว่า กฎหมายในต่างประเทศเขาจะไม่มีทางยอมให้มีการค้าขายในลักษณะแบบนี้ที่ควบรวมธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทั้งหมด ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ซึ่งกฎหมายการแข่งขันทางการค้าดิฉันเท่าที่ดูแล้วมันไม่สามารถกำกับอย่างครอบคลุม สิ่งเหล่านี้ได้ แต่ดิฉันคิดว่าถ้าเรายังไม่มีการที่จะคิดเรื่องนี้กันอย่างจริงจังว่า เราจะสกัดกั้น การผูกขาดขนาดใหญ่เหล่านี้ได้อย่างไร เราต้องบอกว่ารัฐเองก็ส่งเสริมให้เกิดการผูกขาดด้วย ต่อไปเราก็จะมีการขายหวยออนไลน์ (Online) ในห้างสะดวกซื้อด้วย หรือลอตเตอรี่ ๘๐ บาท ท่านจะแก้ปัญหาไม่อยากจะให้มีการผูกขาดโดย ๕ เสือ ก็ปล่อยให้มีการผูกขาดโดยเจ้าใหญ่ อีกเจ้าหนึ่ง ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องคิดกันอย่างจริงจัง เราจะปล่อยสภาพแบบนี้ไปไม่ได้ เพราะต้องบอกว่าสมัยก่อนร้านโชห่วยเขาสามารถเลี้ยงลูก ส่งลูกเรียนปริญญาได้กันทั้งครอบครัว แต่เวลานี้ต้องบอกว่าร้านโชห่วยทั้งหลายนี้ตายหมด เพราะว่าเราปล่อยให้มีห้างเหล่านี้ กระจายเข้าไปในทุกพื้นที่ ทำไมไม่จัดโซนนิงในพื้นที่แต่ละพื้นที่จะมีห้างแบบนี้ไม่เกินเท่าไร และห้างเหล่านี้ไม่ควรจะรุกเข้าไปในชุมชนซึ่งชาวบ้านเขาทำมาหากินกัน ดิฉันคิดว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมาก แล้วก็คิดว่าท่านกรรมาธิการเศรษฐกิจ ๒ นั้นควรจะคิด อย่างจริงจัง บางทีท่านอาจจะให้รายละเอียดในเรื่องของโครงข่ายในเรื่องการส่งเสริม ขนาดใหญ่ แต่ถ้าหากว่าฐานของตัวเองไม่เข้มแข็ง เราไม่สามารถที่จะก้าวไปไกลกว่านั้นได้ แล้วสิ่งที่เราพูดกันถึงเรื่องการค้าเสรีนั้นดิฉันคิดว่าการค้าเสรีจะต้องไม่ใช่เสรีภาพของ หมาจิ้งจอกในเล้าไก่ ขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ครับ

นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์

ขอบคุณท่านประธาน ผม ศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ สมาชิกสภาปฏิรูปจากจังหวัดระนอง ผมตั้งตารอเรื่องนี้แล้วก็หวังว่าสภาปฏิรูปเราจะมีการ นำเรื่องนี้ขึ้นมาหยิบยกที่จะพูดคุยกันในการที่จะปฏิรูปเรื่องนี้ ผมเองได้มีการอภิปรายในเรื่องนี้ ในรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาไม่น้อยกว่า ๒-๓ ครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ผมมีความรู้สึกดีใจ ที่จะได้มีการนำเรื่องนี้มาพิจารณา แล้วก็ดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ผมเองต้อง เรียนว่าผมเห็นปัญหาเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย ก่อให้เกิดปัญหาของความทุกข์ยากลำบาก ของพ่อแม่พี่น้องที่เกิดขึ้นในทุกหย่อมหญ้า เกิดปัญหาของความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งผลต่าง ๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบกับประเทศชาติอย่างมากมาย ผมเองขอเป็นกำลังใจให้กับกรรมาธิการชุดนี้ในการนำเรื่องนี้มาศึกษา แล้วก็แก้ไขปัญหา อย่างจริงจัง ผมคิดว่าปัญหาเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ซึ่งค่อนข้างขัดเจน ปัญหาของทุนผูกขาดที่มีอำนาจทางด้านการเงิน อำนาจทางการเมือง แล้วก็อำนาจรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่ง่ายที่ผมคิดว่าเป็นโจทย์ใหญ่ทีเดียว สำหรับกรรมาธิการชุดนี้ที่จะต้องไปดำเนินการ อย่างไรก็ดีผมคิดหวังว่าในส่วนนี้อย่างน้อยที่สุด ถ้าเรามีการศึกษาแล้วก็ดำเนินการอย่างจริงจังปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ควรที่จะมีน้อยลง แต่อย่างไรก็ดีมองดูแล้วสิ่งหนึ่งที่ผมคิดที่ผมดู ผมมีความรู้สึกว่าไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเราช้าไป หรือไม่ แต่อย่างไรก็ดี เพราะอะไรละครับที่ผมว่าช้าไป เพราะวันนี้พวกโชห่วยต่าง ๆ ของคนไทย เราเรียกว่าล้มหายตายจากไปนี่จำนวนมาก อย่างที่ผมก็เคยพูดมาวันนี้ในขณะนี้ร้านสะดวกซื้อ ลุกลามถึงขั้นไปขายของที่มันมีผลกระทบกับรถเข็นเลย ร้านอาหารเลย สิ่งนี้เป็นอะไร ที่นอกจากโชห่วยแล้วตอนนี้จะลามไปถึงพวกร้านรถเข็น พวกอาหาร จะเป็นอาหาร เป็นก๋วยเตี๋ยว เป็นข้าวผัดอะไรนี่มันลามไปหมดแล้ว ผมคิดว่าท่านกรรมาธิการทุกท่านคงต้อง เร่งงานนิดหนึ่งแล้วละ ต้องเร่งทำงานนิดหนึ่งในการที่จะช่วยเหลือคนกลุ่มเหล่านี้ ผมเอง มีประสบการณ์ที่จะเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง มีจังหวัดหนึ่งในทางใต้ประชาชนค่อนข้างเข้มแข็ง เราคัดค้านไม่ให้มีซูเปอร์สโตร์ (Superstore) มีศูนย์การค้าใหญ่ ๆ ที่มาอยู่ในจังหวัด ก็คัดค้านกันมาได้หลายปี ชาวบ้านรวมตัวกัน ผู้ประกอบการรวมตัวกัน ข้าราชการช่วย นักการเมืองท้องถิ่นช่วย วันหนึ่งวันสุดท้ายที่เกิดขึ้นผมไปดูในพื้นที่นั้นปรากฏว่ามีห้างสรรพสินค้า รายใหญ่ ๆ ไปเกิดขึ้น ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ผลปรากฏว่าคำตอบก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ที่นั่นเกษียณเป็นการเซ็นทิ้งท้ายอนุมัติให้มีซุปเปอร์สโตร์นี้เกิดขึ้น ในที่นั้น นี่จะเห็นได้ว่าอำนาจเงินยิ่งใหญ่สามารถที่จะไปดลบันดาลสิ่งที่ชาวบ้านทั้งจังหวัด ไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้มีแล้วเกิดขึ้นได้ ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาใหญ่อันหนึ่งที่คณะกรรมาธิการ จะต้องไปดูว่าถ้าหากประชาชนทำอย่างไร ถ้าประชาชนมีเสียง มีมติที่ลง ที่เสนอ ที่คัดค้าน มีจำนวนที่มากพอ แล้วก็น่าจะมีผลต่อการที่ไม่ให้เกิดในลักษณะนี้ขึ้นถึงแม้ว่าทางส่วนราชการ จะไปเซ็นอนุมัติ วันนี้เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างเป็นสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ก็ฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ไปดูด้วยว่าทำอย่างไรให้เสียงของประชาชนในส่วนของที่จะมี ส่วนร่วมในการตัดสินใจในพื้นที่ของเขา ในเขต ในที่อยู่ของเขา ในชีวิตของเขามีส่วนตัดสินใจ ในเรื่องของเหล่านี้ด้วย

แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าวันนี้ขอให้ท่านเร่งนิดหนึ่ง ก็คือว่าร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ระยะห่างระหว่างร้านสะดวกซื้อที่จะตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในชุมชนหรืออะไรนี่ช่วยหน่อยหนึ่ง ช่วยให้มันห่าง ๆ นิดหนึ่ง หรืออย่างไรก็มีมาตรการนิดหนึ่งเพราะไม่เช่นนั้นแล้วผมคิดว่า ความเหลื่อมล้ำปัญหาความไม่เป็นธรรม แล้วก็การที่ทุนใหญ่ทุ่มแล้วก็ใช้อำนาจเงินไปทำลาย โชห่วยที่มันมีที่เรียกว่าสูญหายไป แล้วก็ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างที่ผมได้พูดมา ก็คิดว่าจะได้ ช่วยกันดูแลสังคมไทย ดูแลพี่น้องประชาชนเรา กราบขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ อีกจำนวนหนึ่งครับ คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง คุณสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง คุณชาลี เจริญสุข อาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เชิญคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ

(นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

เชิญคุณสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ครับ

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง

เรียนท่านประธาน ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ข้อด้วยกันครับ และมีข้อเสนอเพิ่มเติมจากที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปได้เสนอไว้ คือเรื่องของการแข่งขัน ทางการค้ามันเป็นเรื่องสำคัญมาก แล้วก็เป้าหมายโดยทั่วไปของประเทศต่าง ๆ ในโลกก็คือ ให้มันมีการแข่งขันที่เป็นธรรม ที่เสรีแล้วก็เป็นธรรม นี่เป็นหัวใจของตัว พ.ร.บ. ตัวนี้ ตลาดโลก ตลาดในประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่างด้วยกัน นอกจากการเปิดการค้าเสรีแล้ว พลวัตทางเศรษฐกิจมันก็ทำให้มีการแข่งขันมากขึ้นในตลาด ทุก ๆ วัน เพราะฉะนั้นการที่จะมีธุรกิจที่มันเกิดขึ้นแล้วก็ตายไปมันเป็นเรื่องปกติธรรมดา โชห่วยที่ตายไปก็เกิดขึ้นทุก ๆ วัน แต่ขณะเดียวกันร้านสะดวกซื้อร้านเล็ก ๆ ที่มันเกิดขึ้นมา แต่ละวัน มันมีมากกว่าจำนวนที่มันตายไปเยอะ เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วมันก็มีการเปลี่ยนแปลง เป็นพลวัตของมันอยู่โดยปกติ ปัญหาก็คือว่าเราจะทำอย่างไรประเทศไทยถึงจะได้ประโยชน์ จากการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศไทยแล้วก็ในตลาดต่างประเทศที่เราพูดถึงกันอยู่ โดยเฉพาะในอาเซียน

พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าถ้าเราอ่านไปแล้วจะรู้สึกว่ามันยังขาดประเด็นอยู่ อันหนึ่ง ซึ่งเมื่อครู่นี้ท่านประธานได้พูดถึงคือเรื่องของการส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการค้า เราพูดถึงแต่ว่าจะจำกัดแล้วก็ป้องกันเรื่องการผูกขาดอย่างไร แต่ขณะเดียวกันเราคงจะ ต้องไปดูเรื่องว่าเราจะส่งเสริมให้มีการแข่งขันมากขึ้นได้อย่างไรด้วย นอกจากธุรกิจใหญ่ ๆ ที่เราโฟกัส (Focus) กันอยู่ ผมว่าธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อยจำนวนมหาศาลที่ต้องการที่จะ เห็นการแข่งขันที่มันมีมากขึ้น ประเทศไทยเราถ้าสมมุติว่าเราไม่มีความสามารถในการแข่งขัน กับประเทศอื่นเราก็จะถูกประเทศอื่นเขาแซง ตลาดของเราก็จะถูกเขากินไป เพราะฉะนั้น การสร้างศักยภาพในการแข่งขันมันจำเป็นมาก คือเราอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่จะ เสริมศักยภาพให้กับการแข่งขัน ในบางประเทศเขาก็ให้รัฐบาลเข้ามาช่วยด้วยมาตรการต่าง ๆ ผมว่าของเราคงจะต้องมองดูว่าเราควรจะมีการสนับสนุนให้มีการแข่งขันมากขึ้นได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นด้านบวกของเรื่องของการแข่งขันทางการค้า คือแทนที่จะดูแต่เฉพาะด้านลบ ก็จะไปจัดการกับพวกบริษัทใหญ่ ๆ อย่างไรบ้าง ถ้าเราส่งเสริมให้การแข่งขันของรายย่อย มีมากขึ้น สูงขึ้น ผมว่ารายใหญ่เองในที่สุดก็คงจะสู้รายเล็กไม่ได้ ด้วยสังคมดิจิทัล (Digital) ที่เมื่อครู่ท่านพูดถึงในตอนต้น ผมว่าในเรื่องของการแข่งขันพื้นที่ระนาบมันเปลี่ยนไปเยอะมาก เพราะฉะนั้นเรื่องของการแข่งขันโดยผ่านดิจิทัลจะทำให้บริษัทใหญ่ ๆ ยักษ์ใหญ่เขาจะสู้ บริษัทเล็ก ๆ ไม่ค่อยได้ แต่เราจะต้องทำเสริมความเข้มแข็งให้กับรายย่อย เหมือนกับที่เรา พูดถึงเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำมันไม่สามารถที่จะแก้โดยการไปเก็บภาษี แล้วก็ทำโทษคนที่เขารวยหรอกครับ แต่เราต้องเสริมให้คนที่อยู่ข้างล่างที่เขาจนเขามีศักยภาพ ในการทำอะไรที่มันดีขึ้น ผมคิดว่าการไปข้างหน้ามาตรการที่จะส่งเสริมทางด้านบวก ให้มีความสามารถมากขึ้นมันอาจจะสำคัญกว่าในการที่จะไปโฟกัสเฉพาะทางด้านลบ ซึ่งความจริงก็จำเป็นต้องมีว่าพวกบริษัทที่มันมีขนาดใหญ่มันมีพฤติกรรมอะไรไหมที่มันเป็น ปัญหาเกิดความเสียหาย ทั้งกับภาคธุรกิจเองที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน และต่อผู้บริโภคด้วย ผมคิดว่ากฎหมายตัวนี้ก็จำเป็น เพียงแต่ว่ามันจะต้องบาลานซ์ (Balance) มันต้องมีสมดุล ไม่ใช่ว่าทำด้านเดียว และอีกด้านหนึ่งไม่ทำ อันนี้ผมคิดว่ามันก็คงจะไม่ถูก อันนี้ก็ขอฝาก เอาไว้ในการที่จะดูเรื่องกฎหมายอันนี้ต่อไป คือถ้าไม่ได้ทำในกฎหมายตัวนี้ก็ขอให้มีมาตรการ ทางด้านอื่นที่มันเสริมเวลามันออกมา มันจะได้มองเห็นอนาคต

หลักการช่วยเหลืออีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของการช่วยเหลือบริษัทที่เขาคงจะแข่ง สู้ไม่ได้แล้ว โชห่วยบางที่ หรือว่าธุรกิจบางธุรกิจที่เขาไม่สามารถที่จะแข่งขันต่อไปได้แล้ว คือไม่เหมาะสมกับสภาพของสังคมเศรษฐกิจนี่ ก็น่าจะมีมาตรการที่จะรองรับคนกลุ่มนี้มา รีเทรน (Retrain) หรือทำให้เขาสามารถที่จะออกไปสู่ธุรกิจอันอื่นได้ โดยไม่เดือดร้อนมากนัก ผมก็ฝากไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอขอบพระคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนายกเทศมนตรีเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ค่ะ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูงครับ เรียนท่านคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๕ ก่อนอื่นต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้ลุกขึ้นพูดซึ่งสะท้อนความรู้สึกของ พี่น้องประชาชน ผมอยู่กับท้องถิ่นมานาน ตั้งแต่ ปี ๒๕๓๘ ผมเป็นสมาชิกสภาจังหวัด ๒ สมัย เป็นรองนายก อบจ. อยู่ ๖ ปี และยังเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาเลือกตั้งรุ่นแรก ปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๔๙ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นเกิดขึ้นในประเทศไทยเรื่องการผูกขาด ท่านประธานครับ ผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย ณ ปัจจุบันนี้จะบอกว่าทั้งประเทศไทยก็ได้เกิดภาวะวิกฤติเนื่องจาก ธุรกิจข้ามชาติหรือธุรกิจใหญ่ ๆ นั้น มีทุกหัวระแหง ผมไม่แปลกใจเลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และการเสียภาษีนั้นไม่ได้เสียที่ท้องถิ่นด้วยซ้ำส่วนใหญ่ มาเสียที่ส่วนกลาง แต่สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ล้วนผลกระทบแก่ท้องถิ่นโดยทั้งสิ้น ท่านประธานครับผมถามว่ารุ่นโบราณอาแป๊ะ อาม่า อากง ค้าขายโชห่วยกว่าจะได้บาทหนึ่ง ๒ บาท เลี้ยงลูกมาจนโต ลูกบางคนเรียนหนังสือจบ ก็ไปขายที่บ้าน แต่ปัจจุบันนี้เขาขายไม่ได้ครับ เพราะอะไรครับ ธุรกิจใหญ่ ๆ เกิดขึ้นเยอะ ทั้ง ๆ ที่ผมจำได้ว่าเคยมีกฎหมายอยู่ข้อหนึ่งว่าบิ๊กซี โลตัส แมคโคร ธุรกิจใหญ่ ๆ นั้น ต้องตั้งห่างจากตัวเมืองไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลเมตร แต่ปัจจุบันนี้ตั้งในตัวเมืองโดยทั้งสิ้นครับ ไปดูสิครับท่านประธาน แล้วทำให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกรายย่อยส่งผลกระทบอย่างมาก และต้องปิดกิจการเยอะแยะครับ มิหนำซ้ำบริษัทใหญ่ ๆ ก็คิด ร้านสะดวกซื้อท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าต่อไปผมเดาคาดการณ์ไม่เกิน ๑๐ ปี มีทุกหมู่บ้าน แล้วในหมู่บ้านชุมชน ต่างจังหวัดของผมส่วนใหญ่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเลี้ยงลูก ส่งลูกไปเรียนหนังสือ ทำอาชีพอื่นไม่เป็น การศึกษาต่ำ เดี๋ยวนี้เข้าไปร้านเดียวกระเพราไข่ดาวมีแล้วท่านประธาน ท่านดูสิครับ ตรงนี้ต่างหากครับ คนคิดตรงนี้ผมบอกได้เลยว่าคิดเอาเปรียบประชาชน คิดมองแต่ธุรกิจของตนเอง กำไรมหาศาลมีทุนหลายแสนล้านบาทเคยคิดแบ่งปันผลผลิต กลับคืนสู่ท้องถิ่น สู่ประชาชนบ้างไหม และเมื่อประเทศชาติเกิดภาวะวิกฤติอย่างนี้ คนเหล่านี้ ละครับร่ำรวยมหาศาล จะเป็นธุรกิจแอลกอฮอล์ ธุรกิจสะดวกซื้อหรือค้าปลีก เดินหน้า เข้ามาหากันสิครับ มาคิดเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน มาคิดเรื่องว่าทำอย่างไรจะลดภาระ ค่าใช้จ่ายให้กับประเทศชาติได้ เสียภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางคนผมไม่เอ่ย ประกอบธุรกิจ พวกนี้ละครับ ใช้เงินครับ เปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตัวเอง ผมอยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เข้าไปดูอย่างจริงจัง ล้วงลูกลงไปถึงข้าราชการประจำ ล้วงลูกไปถึงว่าในอดีตการเมืองมันแทรกแซงอย่างไร ธุรกิจใหญ่ ๆ อุ้มชูพรรคการเมือง ทุกพรรคครับ บางธุรกิจอยู่เบื้องหลังการถ่ายทำของพรรคการเมืองใหญ่ ๆ โดยทั้งสิ้น ต้องยอมรับความจริง เพราะฉะนั้นวิธีการเอาพวกนี้ออกจากชุมชนใหญ่ ๆ ดูต่างประเทศนะ ห่างจากตัวเมืองไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลเมตร หรือ ๒๐ กิโลเมตร ท่านเคยไปเที่ยวต่างประเทศไหม ผมเคยไปครับ เป็นนายกเทศมนตรีบ้านนอกก็เคยไปต่างประเทศ ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าเอาท์เล็ท (Outlet) ของเขา วอลมาร์ต (Wal-Mart) ของเขา ตั้งห่างจากตัวเมืองไม่น้อยกว่า ๑๐ กิโลเมตร หรือ ๒๐ กิโลเมตรด้วยซ้ำ จริงไหมครับ ท่านประธานครับ นี่คือเรื่องจริง เพราะอะไรครับ เขาต้องการให้ท้องถิ่นเขาสามารถบริหาร จัดการร้านค้า มีอาชีพ มีเงิน มีรายได้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ใครอยากซื้อร้านพวกนี้ เอาท์เล็ท ร้านสะดวกซื้อโน้นไปอีก ๑๐ กิโลเมตร มันก็ส่งผลกระทบน้อยมากกับธุรกิจในพื้นที่ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วอีกหน่อยท่านจะเห็นถ้าไม่เชื่อผมว่า ทุกหมู่บ้านหรือทุกตำบล ใช้คำว่า ทุกตำบล ดีกว่าครับ จะมีร้านสะดวกซื้อ มีร้านค้าปลีก ข้ามชาติที่ไม่เสียภาษี ไม่แบ่งปันผลผลิตให้กับท้องถิ่นเลย แต่ถ้ากรรมาธิการชุดนี้กล้าหาญ ชาญชัยเขียนกฎหมายครอบคลุมให้มันชัดเจน ๑. แบ่งปันผลผลิต ๒. เสียภาษีมากขึ้น เพราะมันกระทบกับพื้นที่แต่ผมไม่อยากให้มีหรอกครับ จริง ๆ ด้วยใจจริงไม่อยากให้มีเลย เพราะถ้ามีแล้ว อากง อาม่า ลุง ป้า น้า อา ที่ขายของอยู่บ้านนอกเขาจะอยู่อย่างไร ลูกเขา ไม่มีอาชีพ อีกหน่อยก็หันมาเป็นโจร ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมคำนึงถึงเสมอว่า เราปฏิรูปครั้งนี้ต้องเอาให้เห็นชัด อย่าให้เสียของท่านประธาน ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ

นายชาลี เจริญสุข 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ แล้วก็ท่านกรรมาธิการทุกท่าน รวมทั้งท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ก็เป็นวาระที่ต้องบอกว่า ผมเองก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการหอการค้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต่อสู้มาด้วยกัน ในเรื่องของการที่เราจะมาร่วมกันลดความเหลื่อมล้ำในการที่จะให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ อยู่ดี แล้วก็สามารถส่งลูกเรียนได้ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตที่จะบอกว่าทั้ง ๓ วาระเป็นวาระ ที่เกี่ยวพันกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวาระที่ ๑๒ การผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม หรือจะ เป็นวาระการปฏิรูปการเกษตร แล้วก็วาระที่ ๓ การสร้างสังคมผู้ประกอบการ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าในเรื่องนี้มันจะต้องแก้ไปพร้อม ๆ กัน แล้วมันก็เกี่ยวโยงกันทั้งหมดเลย

เรื่องแรก เรื่องของการที่เราอาจจะไปแตะในเรื่องของการที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ให้กับผู้ที่ทำการค้ารายย่อยได้อย่างไร ในเมื่อเขาประสบปัญหาสู้ไม่ไหว จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วย ในต่างประเทศที่เขามีกฎหมายตัวหนึ่งก็คือกฎหมายทุ่มตลาด จริง ๆ แล้วกฎหมายทุ่มตลาด ประเทศไทยเราเคยโดนไปครั้งหนึ่ง คือเราส่งกุ้งไปที่สหรัฐอเมริกาแล้วเราโดนข้อหากฎหมาย ทุ่มตลาด เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าเขาอ้างว่าที่สหรัฐอเมริกาจับกุ้งได้ สมมุติ ๑๐๐ ตัน แต่เราส่งไป ๑๐๑ ตัน ก็แสดงว่าเราส่งไปมากกว่าที่เขาจับได้ ก็แสดงว่าจะไปทุ่มตลาดเขา แต่เมืองไทยจากการที่สภาพปัจจุบันจะเห็นว่าผู้ประกอบการที่ประกอบการแบบตลอด ๒๔ ชั่วโมง ได้รุกพื้นที่ไปถึงกระทั่งในหัวเมืองระดับตำบล ตอนนี้เข้าไปถึงวัดแล้วนะครับ วัดวาอารามก็มีครับ ฉะนั้นตัวผมเอง ตัวสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเราก็ยังแก้ไม่ได้เลยครับ แก้ไม่ได้ตรงไหนครับ ก็ลูกเราเองล่ะครับ ก็บอกว่าให้ต้องไปที่ร้านนี้ ร้านนี้ ทั้ง ๆ ที่ราคา ก็ไม่เกี่ยวครับ ที่ในร้านสะดวกซื้อราคาก็ไม่ได้ถูกครับ ราคาแพงกว่าร้านที่ขายอยู่ริมถนนอีก แต่มันเป็นเรื่องของความสะดวกซื้อ มันเป็นเรื่องของแรงกดดันจากลูกเรา ถ้าจะแก้ผมว่า ต้องแก้ที่ว่าเราต้องสร้างความเป็นชาตินิยมหรือเปล่า จังหวัดนิยม ตำบลนิยม เพราะว่า ในเรื่องของตรงนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับว่าการสะดวกซื้อมันทำให้สังคม เปลี่ยนไปจริง ๆ ถามว่าแล้วจะใช้กฎหมายตัวไหน ผมว่ากฎหมายนี้ก็คงจะยาก แต่ถ้าเรื่อง ของการปลูกฝังค่านิยมก็คงจะพอทำได้ พอเราไปแตะอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งหลายท่านพูด เพื่อนสมาชิกพูดถึง เรื่องค้าส่ง ค้าส่งไปแตะ เรื่องอะไรรู้ไหมครับ ไม่ได้แตะเรื่องสะดวกสบาย แต่ไปแตะเรื่องราคา ต้นทุนที่ต่ำสุด ก็คือ ราคาที่ถูกสุด แม้แต่ผมเคยคุยกับข้าราชการ ถามว่าท่านมาช่วยซื้อสินค้าร้านข้างบ้านได้ไหม เขาบอกเขาเงินเดือนน้อยก็ต้องไปซื้อของทีเยอะ ๆ ก็ต้องไปซื้อที่ร้านที่ถูกที่สุด ก็คือต้องไป ออกนอกเมืองเสีย ๑๕ กิโลเมตร อย่างที่ท่านนายกเกรียงไกรบอกว่าต้องไปตั้งนอกเมือง อันนี้คือกลไกมันมีอยู่แล้วครับ แต่ปัญหาที่ผ่านมาหลายท่านก็พูดว่าเป็นการทิ้งทวนหรือเปล่า จริง ๆ ไม่ใช่ครับ มันเป็นเรื่องของสุญญากาศ ของผังเมือง ร้านค้าส่งไม่สามารถจะมาตั้ง ในเมืองได้หรอกครับ แต่ว่าสรรพสินค้าปัจจุบันเขาบุกเข้ามาถึงในเมืองที่มีพื้นที่เป็น หมื่นตารางกิโลเมตร ก็อาศัยช่องว่างทางสุญญากาศเรื่องผังเมือง ตรงนี้ก็ต้องระวังนะครับ ท่านกรรมาธิการก็ต้องรณรงค์ว่าจะทำอย่างไรให้ช่วงสุญญากาศอย่าให้มีการมาขออนุญาต มาหาผลประโยชน์ คือผู้บริหารท้องถิ่นรู้ดีว่ากฎหมายผังเมืองจะหมดเมื่อไร ก็เป็นนายหน้า เสียเอง ก็ไปดึงเขาเรียกว่าไปดึงห้างใหญ่ ๆ เข้ามาในท้องถิ่นตัวเอง เพราะรู้นี่ครับว่าหมดเมื่อไร และตัวเองก็มีค่านายหน้าขายที่ดิน แล้วก็อนุญาตได้โดยไม่ผิดกฎหมาย นี่คือสุญญากาศ ที่มันผ่านมา ฉะนั้นสรุปเลยครับ ผมมองว่าก็ยังมีความหวังครับ ท่านผู้ที่ฟังอยู่ทางบ้านก็ดี ต้องฟังให้ครบ ๓ วาระนะครับ เพราะว่าถ้าฟังวาระเดียวเราจะไปบอกว่าผู้ประกอบการที่มา ทุ่มตลาดรายใหญ่นี่เป็นจำเลย จริง ๆ เขาก็มีข้อดีนะครับ จากการอภิปรายที่ผ่านมา เรื่องของการเสียภาษี ต้องเรียนว่าตัวอย่างที่ดีของเขาก็คือการเสียภาษีที่ถูกต้องเพื่อจะเอาไป พัฒนาประเทศ ตรงนี้ก็เป็นข้อดีนะครับว่าเขามีการออกใบเสร็จ ผู้ประกอบการเองก็ต้อง ปรับตัว ต้องทำให้ถูกต้องแล้วก็สร้างเครือข่ายในชุมชนของท่านให้มาเป็นลูกค้า อาจจะไม่ใช่ เรื่องของหลักของราคานะครับ ตอนนี้เป็นเรื่องของหลักของด้านมนุษย์สัมพันธ์ และจิตใจ ที่จะดึงคนมาซื้อของที่ร้านของเรา ขอบคุณท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมว่าเรื่องการผูกขาดมันมีหลายส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แน่นอน ที่เราไม่เห็นด้วยกับการผูกขาดให้มีการค้าแข่งขันเสรีก็เพื่อไม่ให้สินค้ามันราคาแพง เราไม่ได้ หมายความว่าเราจะไปต่อต้านไม่ให้เกิดบริษัทที่ใหญ่ บริษัทใหญ่ที่เขาไม่ผูกขาด เขาแข่งขัน มันก็มีเยอะแยะ อันนี้ผมว่าเราต้องทำความเข้าใจกันในเบื้องต้น เพราะฉะนั้นการค้าเสรี เพราะเราเชื่อว่าแข่งแล้วบริการและสินค้ามันจะถูก เพราะถ้าผูกขาดแล้วมันจะแพง เราไม่ได้ ไปต่อต้านไม่ให้บริษัทมันใหญ่ ทีนี้การผูกขาดผมก็เห็นด้วยนะครับว่าต้องเอาไปใช้กับ รัฐวิสาหกิจด้วย กฎหมายห้ามผูกขาดนี่ แต่ก็ต้องมีข้อยกเว้นครับว่าในบางกรณีเราก็ยอมให้ รัฐวิสาหกิจผูกขาดได้ เช่นเรื่องไฟฟ้า เราก็ยินดีให้ผูกขาดได้ ระบบสายส่งไฟฟ้า แต่ผู้ผลิต คุณก็ต้องให้เขาแข่งกันได้ คุณก็แข่งผลิตกันมาแล้วก็ขายเข้ามาก็ซื้อเข้าระบบแล้วก็ส่งต่อ หรือยอมให้เช่าเป็นโซน (Zone) เปิดว่าคุณสามารถส่งไฟล์ (File) เข้ามาได้ และคุณก็จ่ายค่าส่ง และคุณจะไปเรียกเก็บที่ถูกกว่า อันนี้ในหลายประเทศเขาก็เปิดครับ แต่เอาล่ะโครงสร้าง มันก็ไม่สมควรที่เราจะต้องเปิดโครงสร้างเยอะแยะ ต้นทุนก็ยิ่งสูง เพราะฉะนั้นเรายอมครับ รัฐวิสาหกิจว่าคุณผูกขาดบางอย่างได้ที่มันจำเป็น แต่โดยหลักการห้ามผูกขาดมันต้องไปถึง รัฐวิสาหกิจด้วย อันนี้ผมว่าเราต้องทำความเข้าใจตรงกัน และผมคิดว่าอยากฝากไปด้วยครับ มันยังมีกลไกอื่น ๆ ที่เข้ามาเชื่อมโยง ที่ผมเห็นใจ เกษตรกรอย่างมากนี้ ที่มันไปเชื่อมโยงกับระบบผูกขาดก็คือเรื่องคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง (Contract farming) ครับท่านประธาน คอนแทรคท์ ฟาร์มมิงหรือเราแปลเป็นไทยว่า พันธะสัญญานี้นะครับ อันนี้บางทีชาวบ้านไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองไปทำสัญญาคอนแทรคท์ ก็คือเช่นเลี้ยงไก่ก็เอาลูกไก่เขามา เอาอาหารไก่เขามา แล้วเขาก็ประกันด้วยว่าถ้าจะขาย เขายินดีซื้อในราคานี้ ชาวบ้านนั่งคำนวณดูกำไรดี ลองทำดูมันก็กำไรดีแต่ขาดความเข้าใจว่า มันมีความเสี่ยง เพราะความเสี่ยงนี้อยู่กับชาวบ้าน คือในระหว่างที่มันไม่มีภัยก็ได้ผลตอบแทนดี ก็ขยาย ทีนี้พอไข้หวัดนกมันมาลงเท่านั้นละครับ เงินที่ไปกู้มาขยายก็เป็นหนี้เต็มไปหมด แต่ไก่ก็ตายเรียบ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าผู้ประกอบการเขาก็ผลักความเสี่ยงมาให้ชาวบ้าน และชาวบ้านก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังบริหารความเสี่ยงอยู่ก็ยินดีรับอย่างที่ผมบอก อันนี้คือ เรื่องที่จะต้องเข้าไปดูแล เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าชาวบ้านหลายคนต้องหมดเนื้อหมดตัว ก็เพราะคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง หรือพันธะสัญญา เพราะชาวบ้านต้องไปแบกความเสี่ยงเอาไว้ ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีว่าเรื่องเกษตร เรื่องสัตว์ เรื่องพืชอะไรนี่ความเสี่ยงมันสูงครับ จากโรคทั้งหลาย เพราะฉะนั้นความเสี่ยงมันสูงแล้วมันไปอยู่ในมือของชาวบ้านที่ไม่เข้าใจ แล้วก็ไปรับทำสัญญาเข้ามาตัวเองก็ต้องรับ เพราะฉะนั้นผมว่าอันนี้ละครับที่อยากจะฝาก เข้าไปดูแลว่าสัญญาพวกนี้มันต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านพอสมควร ทำอย่างไร ความเสี่ยงจะอยู่กับรายใหญ่บ้าง หรือให้ชาวบ้านสามารถขายของเหล่านี้ให้คนอื่นได้บ้าง อันนี้ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะต้องดูต่อเนื่อง แล้วผมเห็นด้วยว่าเราจะต้องรีบส่งเสริม คนที่มีจิตวิญญาณรับใช้นอกจากให้มีปัญญาแล้วต้องให้แข็งแรง นั่นหมายความว่ารัฐต้องเข้าไป สนับสนุนให้เกิดความแข็งแรง เช่นองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค คนมาทำงานเขาก็มาทำงานด้วย จิตวิญญาณรับใช้ ความรู้มี แต่บางทีมันก็ขาดกำลังเงินอย่างนี้ต้องเข้าไปดูแล หรือเข้าไป ทำประโยชน์ให้ประชาชน นายทุนเขามีเงินเยอะเขาก็ฟ้องลูกเดียว คนวิญญาณรับใช้ ปัญญามี แต่โดนฟ้องตลอด มันก็ไม่ไหวเหมือนกันนะท่านประธาน มันก็ต้องมีคนช่วยดูแล นั่นก็คือรัฐ ก็ต้องเข้ามาสนับสนุนกลุ่มคนเหล่านี้ที่เข้ามาทำงาน คือมันต้องมีกลไกอีกหลายอย่างที่จะต้อง เข้ามาช่วย ซึ่งผมคิดว่ารัฐธรรมนูญเราฉบับนี้เราก็มองค่อนข้างกว้างขวาง เช่น ทำให้พลเมือง เข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง พวกนี้สำคัญทั้งนั้นครับ เช่นชุมชนเข้มแข็งท่านประธานลองไป จังหวัดน่านเซเว่นไม่มีสิทธิไปเปิดเลยครับ ผมก็ฝากท่านนายกเทศบาล อบจ. ทั้งหลายด้วย ทำไมจังหวัดน่านทำได้ เซเว่นไม่มีครับในตัวเมืองน่าน มีอยู่ที่ร้าน อยู่ที่ปั๊มที่เดียว อันนี้คือ ความเข้มแข็งของชุมชน บอกห้าม ก็ทำไม่ได้ คุณไปทำได้อยู่ตรงปั๊มน้ำมัน ผมก็เลยท้าผู้นำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เก่งจริงเอาแบบจังหวัดน่านด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจำนวน ๑๔ ท่าน ที่ได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายและให้ความเห็นประเด็นปฏิรูปเรื่องการผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม ได้อภิปรายครบแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณาตอบชี้แจง ข้อซักถามค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เกริกไกร จีระแพทย์ ประธานคณะกรรมาธิการ สั้น ๆ เศรษฐกิจ ๒ นะครับ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังการอภิปรายด้วยความขอบคุณยิ่งที่ท่านได้กรุณาให้เวลา แล้วก็ ให้ความคิดเห็นเพื่อให้เราทำงานต่อไปได้ครับ ผมมีความรู้สึกแล้วก็สรุปในใจไว้หลายประการ

ประการที่ ๑ ก็คือไม่มีใครที่ขัดข้องไม่เห็นด้วยกับหลักการใหญ่ของกฎหมาย ฉบับนี้ จริง ๆ แล้วเรามีร่างกฎหมายอยู่ในมือแล้ว ๒-๓ ฉบับ ตอนนี้เพียงแต่จับแต่งงานเสีย เป็นฉบับเดียวแล้วก็เสนอเข้ามา แล้วก็มีกรรมาธิการที่สนใจงานไม่น้อยกว่ากรรมาธิการของเรา ซึ่งดูแลโดยตรงอยู่ก็คือของกรรมาธิการของคุณสารี เราก็คงต้องร่วมทำงานต่อไปเพื่อให้ได้ ชิ้นงานนี้ออกมาเร็วที่สุด ท่านประธานครับ กฎหมายที่เรามีอยู่ ๑๖ ปีแห่งความหลังของ อาจารย์เจิมศักดิ์นี่เป็นกฎหมายที่เราพยายามปั้นออกมา ผมทำงานที่นั่นมานานกว่าจะเห็น ออกมาก็เกือบจะท้าย ๆ อายุราชการ เป็นกฎหมายที่เป็นมาตรฐานโลกครับ เพราะว่าเราไม่มี ความรู้ทางเรื่องนี้มา แต่ว่าในองค์การสหประชาชาตินั้นเขามีโมเดล ลอว์ (Model law) อยู่ แล้วเขามีตำราเกี่ยวกับเรื่องเขียนไว้เยอะเพื่อช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีความรู้ พวกเราเหล่านี้ได้เข้าใจในประเด็นของสาระซับไทเทิล (Subtitle) ต้องใช้คำว่า ซับไทเทิล จะได้เข้าใจเราจึงไปมิเรอร์ (Mirror) คือไปสะท้อนแบบฉบับของรูปแบบโมเดล ลอว์ ต้นแบบ ออกมาเป็นกฎหมาย เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความบกพร่องในแง่ของหลักสำคัญของกฎหมาย ประเด็นอยู่ที่จริยธรรม จริง ๆ แล้วที่ท่านชี้ทั้งหมดอยู่ที่การเมือง ผลประโยชน์ ธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่ ขอบเขตความตั้งใจของกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มากำกับจริยธรรมของนักการเมือง กับวิธีการทำธุรกิจกับการเมือง กฎหมายฉบับนี้วางบนพื้นฐานว่าถ้าการเมืองเป็นอย่างนี้ เริ่มต้นเช่น อเมริกาหรืออังกฤษ การเมืองของเขาก็มีเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and balance) เขามีวิธีการควบคุมจริยธรรมนักการเมืองของเขา แต่ถ้าพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจเอง มันไม่ชอบธรรม ไม่ถูกต้อง กฎหมายฉบับนี้คือเครื่องมือ ผมเรียนว่าความใหญ่ในธุรกิจไม่ผิด เราจะไม่ทำให้คนตัวใหญ่ลงมาเป็นคนแคระ เราต้องการให้เขาใหญ่แล้วดึงให้คนเล็กใหญ่ขึ้น เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นคนอ้วนก็ไม่ผิด คนใหญ่ก็ไม่ผิด ในทางธุรกิจถ้าไม่ใหญ่มันก็ไม่มีอำนาจ ที่จะไปขยายแต่อยู่ที่พฤติกรรมที่เขาทำ ถ้าคนโตไม่เกเร เด็กก็ไม่เป็นอะไร ถ้าผมใหญ่ อย่างอาจารย์เจิมศักดิ์แล้วผมเดินไปเดินมา ผมไม่ไปเตะเก้าอี้ เตะโต๊ะไปชนใครไม่ใช่ความผิดเลย ทีนี้ในทางกฎหมายฉบับนี้มันไม่มีการถวงดุลที่ดี แล้วก็ไม่ได้ไปจับองค์กรที่ทำให้การใช้ อะบิวซ์ (Abuse) การใช้อำนาจดิสคริชัน (Discretion) การใช้ดุลยพินิจ และการทำอะไร บางอย่าง ที่ไม่ชอบมาพากลนั้นเราไม่ได้ทำให้ตรงนั้นเกิดการถ่วงดุลขึ้น เพราะฉะนั้นการที่ รัฐมนตรีที่มีความผูกพันกับธุรกิจใหญ่แล้วมานั่งอยู่ แล้วบอกว่าคุณไปออกกฎเกณฑ์สิว่าใคร มันใหญ่ เขาก็ไม่อยากจะออก เขามีอำนาจที่จะใช้ดิสคริชัน ฉันไม่ออก เขาไม่ออกอยู่หลายปี นะครับ ไม่ออกอยู่หลายปี จริง ๆ แล้วสมัยคุณชวน คุณชวนควรจะออกเลย มันปล่อยมา ถึงมือผมออก ตอนที่ผมออกผมก็ถามว่าทำไมไม่ออก ก็บอกว่ามันก็อย่างนี้ท่าน ผมต้องออก เพราะผมไม่มีความผูกพันธุรกิจ ทุกวันนี้ผมไม่เป็นกรรมการในบริษัทใหญ่ ๆ อะไรทั้งสิ้น อย่างที่บางท่านพูดมานะครับ ก็ดีใจที่เป็นเช่นนั้น

ทีนี้ปัญหาของจริยธรรม ปัญหาของการที่ดูดายเขาก็ไม่ได้ผิด เขาก็บอกว่า ธุรกิจเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าเขาทำให้มันถูกต้องเสียผมคิดว่ามันจะสง่างามกว่านี้เยอะ เช่น คำว่า อำนาจเหนือตลาด มันเป็นเพียงแต่แสดงว่าเขามีตลาดขนาดไหน เขามีความใหญ่ ในธุรกิจขนาดไหน แต่ไม่ได้บอกว่าการมีอำนาจเหนือตลาดเป็นความผิด ไม่ใช่ แต่ถ้าผมเป็น ธุรกิจเล็กแต่ผมไปทำอะไรที่มันแย่ มันก็ผิด แม้ตัวเล็กก็ผิดได้ การขายสินค้าที่ราคาต่ำกว่า ความเป็นจริง ขายราคาถูกครับ เมื่อสักครู่นี้มีคนยกมือ ผมคิดว่าถ้ามันอยากจะขาดทุน ก็ช่างมันเป็นไร คนได้ประโยชน์คือผู้บริโภคแล้วก็ของถูก แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าถ้าผมขายต่ำกว่า ราคาทุนไปนาน ๆ จนคู่แข่งผมตายไปแล้วผมมาขึ้นราคาให้สูงขึ้น เอาคืนทีหลัง นั่นละ คือพฤติกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายฉบับนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าขอบเขตของ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เอื้อมไปถึงเรื่องของจริยธรรมทางการเมือง นั่นคือผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ ของหลาย ๆ ฝ่ายที่ต้องช่วยกัน เราแอสซูม (Assume) ว่าถ้าทุกอย่างมันออน (On) บทพื้นฐาน เดียวกัน แล้วมีพฤติกรรมเช่นนี้ในการประกอบธุรกิจเราจะถือว่าผิดกฎหมายฉบับนี้ นั่นคือ เจตนารมณ์

สำหรับเรื่องโชห่วย ผมเรียนท่านว่าผมกับคุณจิตร์ทำเรื่องนี้ สู้เรื่องนี้ ผมเสนอ กฎหมายเข้าไปในสภาเมื่อปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ แล้วในชีวิตขอเรียนว่าทำอะไรไม่ค่อยพลาด ยังไม่เคยล้มเหลว แต่ร่างกฎหมาย ๒ ฉบับที่ผมทำเข้าไปแล้วล้มเหลว แล้วมันมีบทเรียน คำว่า ผลประโยชน์ธุรกิจมันคืออะไร แล้วการวิ่งเต้นทางการเมืองคืออะไร ผมยืนอยู่ตรงนี้ เสนอกฎหมายแล้วมันไม่ผ่านด้วยคะแนนนิดเดียว ไม่ทราบ ก็เป็นสิ่งที่ว่าเราพยายามทำ ประเด็นคือว่ามันน่าจะเป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่งหรือเปล่า แล้วมันทันสมัยอยู่หรือไม่ในขณะนี้ ผมพยายามที่จะทำให้เกิด คุณจิตร์กับผมคุยกันมากในสมัยนั้น ยังไม่รู้จักท่านดีเท่าไร ทำอย่างไรถึงจะให้โชห่วยอยู่บนแผ่นดิน แล้วให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของโกล์ (Goal) ของโมเดิร์น เทรด ท่านมองอย่างภายนอกนะครับว่าถ้าหากโชห่วยที่อยู่ตามมุมต่าง ๆ ของประเทศ จังหวัดต่าง ๆ แล้วเป็นเครือข่ายในการรับสินค้ามาจากโมเดิร์น เทรด ไปขายนั้น ผมคิดว่ามันอยู่ร่วมกันได้ เราขีดเส้นโซนนิง แต่เขาไม่ชอบนะครับ เพราะคนไปซื้อที่ดินดักไว้ตามที่ต่าง ๆ แล้วถ้าเข้าไป ในเขตที่ว่ามันอยู่ใกล้เกินไปเขามีปัญหามาก เพราะว่าในอนาคตเขาจะมาขออนุญาต เขาต้องเสียเงินอีก เห็นใจครับ เพราะฉะนั้นบ้านเราที่ปล่อยให้ธุรกิจเสรีโดยไร้การควบคุม โดยไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีจริยธรรมจนถึงขนาดนี้นั้นมันยากที่จะแก้ไขเพราะมันเป็น ดินพอกหางหมูครับ มันจะต้องเอาไปตัดหางหมู มันจะเจ็บ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเด็น ข้อคิดเห็นของท่านทั้งหลาย พวกเราขอบคุณอย่างยิ่ง แล้วเราจะพยายามดูสิว่าจะทำอย่างไร ให้กฎหมายฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการถ่วงดุลพฤติกรรมพวกนี้ ถ้าสมมุติว่าเขาจะใช้ทุน สามานย์อะไรก็แล้วแต่เข้ามาใช้อิทธิพล แต่ถ้าสมมุติกรรมการมันเป็นอิสระ แล้วเจ้าหน้าที่ มีองค์ความรู้ผมคิดว่าสถานการณ์มันจะดียิ่งขึ้น มันคงช่วยอะไร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือทำให้ อาจารย์เจิมศักดิ์หายใจทั่วท้องไม่ได้หรอก แต่ผมว่ามันน่าจะดีขึ้น เพราะว่าในที่สุดแล้วสังคมนี้ มันขึ้นอยู่ที่คน ที่จริยธรรม ถ้ามี ๒ ตัวนี้ไม่ต้องมีกฎหมายก็ได้ รัฐธรรมนูญ ๓๑๕ มาตรา ไม่ต้องมีแม้แต่มาตราเดียวก็ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงรับฟังและรับไปคุยกันเพื่อที่จะให้ได้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้มีโอกาส ได้ชี้แจงบางประเด็นที่ท่านคาอยู่ในใจ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการนะครับ ขออนุญาต ทำความชี้แจงว่าในส่วนของเป้าหมายในการที่เราขอเสนอไม่ว่าจะแก้ไขหรือเสนอกฎหมายใหม่ ใน พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าขึ้นมานะครับ วัตถุประสงค์หลัก ๆ ก็คือต้องการการค้าที่เสรี และเป็นธรรม แล้วไม่ได้ตั้งใจในการที่จะไม่ให้ธุรกิจใหญ่ขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาครับที่ธุรกิจต้อง มีการควบรวมกัน เหมือนท่านจะเห็นว่าเอ็กซอนโมบิลเขาควบรวมกันเพื่อต้นทุนที่ถูกกว่า เพียงแต่ว่าคำจำกัดความของเราในการที่จะให้โตขึ้นมานั้นอย่าเกเร อย่าเกเรนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกเรเมื่อไรมันต้องเข้าข่ายในการที่จะต้องดูแลเพราะเรามีบริษัทเล็ก ๆ ที่จะต้องดูแล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย กฎหมายดีครับ จริง ๆ ผมว่าท่านที่ออกกฎหมาย ในอดีตพยายามออกกฎหมายในลักษณะที่กว้าง ๆ เอาไว้ก่อนแล้วไปออกกฎหมายลูก ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นไปตามบริบทของการเปลี่ยนแปลง ในทางธุรกิจนั้นเราไม่ใช้คำว่า เชนจ์ (Change) นะครับ เพราะเชนจ์ ยัง ๕ ปี ๑๐ ปี เราใช้คำว่า ฟลัคทูเอท (Fluctuate) คือมันแปรปรวน ธุรกิจมันแปรปรวน เพราะฉะนั้นถ้าออกกฎหมายที่มันกำหนดลงไปชัดเจน ท่านแก้ยากครับ แต่ถ้าออกกฎหมายลูกมาในการที่จะออกระเบียบต่าง ๆ ก็แล้วแต่นะครับ มันแก้ไขง่าย แล้วทันต่อเหตุการณ์ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมานั้นกฎหมายลูกหรือกฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมามันแค่เอ็มโอยู คือการคุยกันเท่านั้นเองว่าเราตกลงจะทำอย่างนี้นะ มันไม่ใช่ กฎหมายที่บังคับได้ สิ่งนี้ล่ะครับที่เราอยากจะมาพ่วงไว้ในท้ายกฎหมายใหม่ของเราว่า เป็นข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านี้มีสภาพบังคับด้วย ผมอยากจะเรียนท่านว่ามีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่ง อันนี้เป็นการยกตัวอย่าง คือ พ.ร.บ. ต่างด้าว พ.ร.บ. ต่างด้าวในต่างประเทศเขาดู ๓ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ เขาดูพรอพพอร์ชัน (Proportion) คือสัดส่วนระหว่างผู้ที่ถือหุ้น ๕๑ กับ ๔๙ ถ้าเป็นคนไทย ๕๑ ถือเป็นบริษัทไทย ถ้าเป็นต่างชาติ ๕๑ ถือเป็นบริษัทต่างชาติ เขาจะมีข้อที่ ๒ อีกครับ การใช้คำว่า หรือ หรือคอนโทรล (Control) คอนโทรลคือใคร คอนโทรลคืออำนาจบังคับ คือกรรมการบริหารถ้าเป็นต่างด้าวเกินครึ่งหนึ่งถือเป็นบริษัทต่างด้าว และยังดูต่อไปอีกว่า หรือดีวิเดน (Dividend) ดีวิเดนคืออะไร ดีวิเดนคือการแบ่งกำไร ถ้ากำไรแบ่งไปสู่ต่างชาติ มากกว่าอันนั้นเป็นบริษัทต่างด้าว แต่ของเรามีข้อเดียวก็คือข้อที่ ๑ เคยมีความพยายามจะใช้ ข้อที่ ๒ เข้าไปด้วย เพราะว่าบริษัทหลายบริษัทเป็นนอมินี (Nominee) ก็ปรากฏว่าไม่สำเร็จ ต่อต้านกันอุตลุดหมด อันนั้นคือสากลแต่ไทยไปได้แค่ ๑ ก้าวเท่านั้นเองแต่ไม่มีใครทราบ แล้วก็บอกว่ากฎหมายต่างด้าวดีอยู่แล้ว อันนี้ก็เป็นการยกตัวอย่างให้ดูว่ามันมีกฎหมาย ประเภทอย่างนี้ซ่อนอยู่ค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นถ้าเรายกตัวนี้ขึ้นมามันก็จะแก้ไขอะไร ได้เยอะนะครับ

ส่วนในเรื่องของพื้นที่อย่างที่ท่านนายก อบต. ได้ยกขึ้นมา จริง ๆ แล้ว มันเป็นอย่างนี้ครับ เราพยายามจะผลักดันกฎหมายเอา พ.ร.บ. ค้าปลีกออกมาแต่ไม่สำเร็จ อันนั้นจะกำหนดพื้นที่ กำหนดโซนนิงไว้เลย ในขณะนั้นรัฐบาลก็บอกว่าให้ไปใช้ผังเมือง กฎหมายผังเมืองจริง ๆ แล้วมันมีผัง ๒-๓ ผังอยู่ ท่านต้องเข้าใจว่าผังนโยบายคือพวกผังภาค ผังประเทศ ผังอะไรก็แล้วแต่มันเป็นผังนโยบายไม่มีสภาพบังคับ ที่เป็นกฎหมายมันมีอยู่ ๒ เรื่องเท่านั้นเอง มี ๒ ฉบับเท่านั้นเอง คือผังเมืองรวม ผังเมืองรวมก็คือผังที่มันมีอยู่ผัง รวมทั้งจังหวัดมีอยู่แค่ ๕ จังหวัดเท่านั้นเอง อย่างกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ อะไรทำนองนี้นะครับ มีอยู่ ๕ จังหวัด นอกนั้นในจังหวัดผังเมืองรวมตรงนี้มันเฉพาะจุด เท่านั้นเอง อย่างเช่น ในเขตเทศบาลเมืองหรือในเขตเทศบาลข้างนอก เฉพาะในเขตเทศบาล พื้นที่ที่เหลือเขาบอกว่าใช้ในกรณีที่ว่าสงวนไว้เพื่อจัดทำผังเมืองรวมนะครับ แล้วผังเมืองรวม มีอำนาจ มีการบังคับใช้อยู่แค่ ๕ บวก ๑ บวก ๑ คือ ๕ ปี และขยายไปได้อีก ๑ อีก ๑ ก็คือ ๗ ปี หลังจากนั้นแล้วถ้าไม่มีการต่อผังเมืองรวมตรงนี้ก็คือผังเมืองไม่มี เมื่อผังเมืองไม่มี โมเดิร์น เทรด ใครต่อใครจะขึ้นอะไรก็ตามยถากรรมได้หมด เพราะฉะนั้นนี่คือจุดอ่อนของ การใช้ผังเมือง ขณะนั้นก็บอกว่าใช้อย่างนี้ได้ผลแน่เพราะไม่ต้องไปออกกฎหมายใหม่ แต่ปรากฏว่าถึงเวลาทางอธิบดีกรมการผังเมืองท่านก็ดีมอบหมาย มอบอำนาจไปที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดทีแรกก็ฟิตดี พอออกระเบียบมา อย่างเช่น ที่ท่านนายก อบต. ท่านพูดคือออกไป ๑๕ กิโล ก็เป็นไปตามนั้น แต่หมด ๗ ปีเมื่อไร ๑๕ กิโล มันไม่บังคับใช้แล้วครับ มันเลิกไป รอเขาประกาศใหม่ ถ้าคณะกรรมการผังเมืองในจังหวัด ไม่ออกประกาศใหม่โดยอำนาจของอธิบดีกฎหมายมันขาดตอน เพราะฉะนั้นก็เลยขึ้นกัน อุตลุดหมด ตอนนี้ถ้าไปออกมันไปสกัดกั้นคนไทย เพราะว่าของเขาพอแล้ว พอเพียงแล้ว เพราะฉะนั้นกฎหมายค้าปลีกขณะนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออก เพราะถ้าออกก็คือไปหยุดยั้ง การเจริญเติบโตของค้าปลีกไทย มันคนละบริบทกันแล้ว จริง ๆ ผังเมืองมันอีกตัวหนึ่ง เขาเรียกผังเมืองเฉพาะ ผังเมืองเฉพาะนี้ออกเป็นพระราชบัญญัติครับ ที่เป็นกฎกระทรวงนี้คือ ผังเมืองรวมออกเป็นกฎกระทรวง รัฐมนตรีเซ็นแกร็กเดียวก็บังคับใช้ได้เลย แต่เป็นพระราชบัญญัตินี่ เข้าใจว่ายังไม่เคยมีออกสักฉบับหนึ่ง ถ้าออกแล้วมันแก้โดยพระราชบัญญัติ ถ้าตอนนั้น ออกเป็นพระราชบัญญัติผังเมืองเฉพาะไม่มีเติบโตขนาดนี้หรอก แต่มันก็ไม่ได้ออก เขาใช้เฉพาะ ในกรณีที่ว่าต้องออกในกรณีที่เป็นของโบราณ คือสกัดไว้ไม่ให้เกิดบ้านเรือนที่มันผิดปกติไป แต่ผังเมืองรวมมันดีอย่างตรงที่ว่าถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงในด้านการเกษตรจะไปเป็น อุตสาหกรรมก็สามารถเปลี่ยนได้ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้มันเลยกลายเป็นว่ามันไม่ถูกจุด มันก็เลยบังคับใช้ไม่ได้ในขณะนั้น ขณะเดียวกันก็สกัดเราไม่ให้กฎหมายค้าปลีกมันออก ซึ่งกฎหมายค้าปลีกบริบทของมันก็เหมาะสำหรับในขณะนั้นอย่างที่เรียนให้ทราบ แต่ขณะนี้ ไม่เหมาะแล้ว

ส่วนเรื่องของการผันแปรไป คือพูดง่าย ๆ ว่าความก้าวหน้าของธุรกิจที่บอกว่า มันเร็วมาก ท่านดูง่าย ๆ แล้วกัน ค้าปลีกเรามันมีแค่โชห่วยเท่านั้นเองที่เรารู้จักหรือค้าส่ง อันนี้คือเขาเรียกเทรดดิชันนอล เทรด (Traditional trade) คือการค้าแบบโบราณ แต่ว่า โมเดิร์น เทรด จากเดิมมีแค่ ๔-๕ ประเภท กลายเป็น ๗ ประเภท กลายเป็น ๘ ประเภท กลายเป็น ๙ ประเภท ตอนนี้จะ ๑๐ ประเภทอยู่แล้วครับ มันมีตั้งแต่ดิสเคาท์ สโตร์ (Discount store) ที่ออกมาก่อนอย่างที่ท่านรู้จักดิสเคาท์ สโตร์ คือห้างยักษ์ ๆ ที่มันใช้ราคา เป็นตัวเล่นแล้วรองมาก็เป็นซูเปอร์ มาร์เก็ต ซูเปอร์ มาร์เก็ตที่ท่านรู้ว่าอาจจะสแตนด์ อะโลน (Stand alone) หรือว่าอยู่ภายใต้ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ (Department store) เรื่องที่ ๓ คือดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ ห้างสรรพสินค้าท่านก็รู้จักนะครับ แล้วถัดมาก็คือคอนวีเนียนซ์ สโตร์ (Convenience store) คอนวีเนียนซ์ สโตร์ตอนนี้พัฒนาไปอีกแล้วมันเป็นคอนวีเนียนซ์ ฟูด สโตร์ (Convenience food store) และต่อไปจะเป็นคอนวีเนียนซ์ คอฟฟี ฟูด สโตร์ (Convenience coffee food store) เพราะอะไร เพราะเมืองไทยมันง่าย เขาดูบริบทของท่าน ท่านประเภทฟาสต์ฟูด (Fast food) คือกินด่วน กินด่วนแบบนี้ต่อไปข้าวแกงก็ขายไม่ได้แล้ว และปรากฏว่าคนขายของของร้านค้าสะดวกซื้อเหล่านี้เก่งมาก เป็นตั้งแต่บาริสตา (Barista) เป็นตั้งแต่คนขายของ เป็นอะไรทุกอย่าง จ้างเงินเดือนรู้สึกจะแค่ ๙,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง คือค่าแรงขั้นต่ำ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เขาพัฒนาไป แล้วตัวที่ ๕ ของค้าปลีก ตอนนี้มันคือโฮลเซล แคช แอนด์ แคร์รี (Wholesale cash and carry) ต้องมีเป็นเมมเบอร์ (Member) ไม่มีถุงใส่ให้ ที่ท่านรู้จักในนามของแมคโคร เป็นสเปเชียลตี สโตร์ (Specialty store) ร้านบูธ ร้านวัตสัน แคทิกอรี คิลเลอร์ (Category killer) ตอนนี้ก็เลิกไปแล้ว เป็นเฉพาะ อย่างที่ฟันเรื่องราคาอย่างเดียว หน้าร้านเขามีอยู่นี่เขาไม่ต้องลงทุนเรื่องสต็อก (Stock) เอาของมาขายเหมือนกับฝากขาย ขายได้ก็ไปออกที่โกดัง และตอนนี้มันพัฒนาไปอีกเป็น ดิสเคาท์ คอนวีเนียนซ์ สโตร์ (Discount convenience store) คอนวีเนียนซ์ สโตร์ ต่างจาก บรรดาร้านค้าทั่ว ๆ ไปที่เขาก็ขายแพง แต่ออกแบบมาเป็นดิสเคาท์ คอนวีเนียนซ์ สโตร์ คือขายถูกเข้าไปอีก ขายหนังสือพิมพ์ ขายทุกอย่าง สากกะเบือยันเรือรบ จนที่ว่างมันไม่มีแล้ว แล้วกำลังเปลี่ยนไปอีกเป็นคอมมิวนิตี มอลล์ (Community mall) พัฒนาไปอีก ผมบอกว่า ตรงนี้ถ้าเรามัวแต่ออกกฎหมายต้วมเตี้ยม ๆ ตามไปไม่ทันหรอกครับ พอเราออกไปปั๊บไปโน่นแล้ว อันนี้คือความเร็วในทางธุรกิจที่อยากจะกราบเรียนว่าเราอยากจะทัน แต่กฎหมายไทยกว่าจะ ออกได้อย่างน้อยที่สุดก็คือปีหนึ่ง แก้กฎหมายนี่ยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า วันนี้ต้องขอบคุณทุกความเห็น เป็นความเห็นของท่านสมาชิกที่ดีมาก เพียงแต่ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราจะพยายามผมคิดว่าเราพยายามที่จะให้เกิดการค้าที่เสรีและเป็นธรรม เรามาช่วยดูแล คนที่เขาทำดีก็ส่งเสริมเขา ควบรวมได้ อะไรได้ แต่อย่าเกเร เพราะฉะนั้นถ้าเกเรต้องช่วยกันดู ก็คือการที่จะปรับกฎหมายของเราให้มันสอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง ของการเกเรให้มันอยู่ในกติกา เพราะฉะนั้นการค้าที่เป็นธรรม คือมันก็จะสร้างสิ่งต่าง ๆ ที่เราต้องการแล้วพัฒนาประเทศของเราไปได้ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านประธานมีอีกไหมคะ หมดแล้วนะคะ ขอบพระคุณค่ะ เป็นอันว่าที่ประชุมได้รับทราบ แนวทางการดำเนินการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ในวาระการปฏิรูปที่ ๑๒ คือการผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม และได้รับทราบความเห็น ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้รับไปเป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไป เป็นการจบการพิจารณา ระเบียบวาระการปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม ขอขอบคุณ ท่านคณะกรรมาธิการนะคะ

ต่อไปจะเป็นการพิจารณารายงานในระเบียบวาระการปฏิรูปที่ ๑๔ ของคณะกรรมาธิการชุดเดียวกัน ในเรื่องการปฏิรูปภาคเกษตร ดิฉันขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการนำเสนอค่ะ

(แทรกร่าง)
นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ที่เคารพ กระผม เกริกไกร จีระแพทย์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ (คณะที่ ๒) ก่อนที่กระผมจะขออนุญาตท่านประธานให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม ได้ชี้แจงในรายละเอียด กระผมขอกล่าวนำในประเด็นที่เป็นสำคัญพอเป็นที่สังเขปนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องของเกษตรกรรมนี้ ถ้าจะพูดให้สั้นก็ได้ จะพูดให้ยาวเป็นวันก็ได้ เพราะว่ามันเป็นละครชีวิตน้ำเน่าของประเทศไทยที่จะไม่มีวันสิ้นสุดแล้วก็คงจะต้องอยู่กับมัน อีกนาน แต่ผมก็จะเรียนประเด็นสำคัญที่เป็นแนวคิดของคณะกรรมาธิการคณะเรา โดยเฉพาะ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร ๒ ประเด็นเท่านั้น ประเด็นหัวใจของเรื่องเกษตรกรรม ของประเทศไทยมีผู้เล่นอยู่ ๒ ตัว มีพระเอกหรือนางเอกอยู่ ๒ คน ๑. คือเกษตรกร ๒. คือเกษตรกรรม ผมเองบอกว่าหน้าขาว ๆ อย่างนี้ มันรู้เรื่องเกษตรมากน้อยเพียงใด ผมไม่ทราบหรอกครับ ผมทราบแต่ว่าแม่ผมเป็นลูกเกษตรกร เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตอนเด็ก ๆ ผมไปพายเรือแถวบางลี่ แล้วก็ฟังเรื่องของเกษตรกร ความยุ่งยากของเกษตรกร ความทุกข์ยากของชาวนาในแถวนั้น ในสมัยที่ยังไม่เป็นบรรหารบุรี เราก็ซึมซับ แล้วก็ในชีวิต การทำงานผมก็ได้สัมผัสใกล้ชิดกับสินค้าเกือบทุกประเภทที่มีปัญหา เพราะฉะนั้นในเรื่อง เกษตรกรนั้นกระผมขอยกตัวอย่างของจริงนะครับท่านประธานที่เคารพ มันต้องยกให้เห็น มิฉะนั้นแล้วจะไม่เห็นภาพ เดี๋ยวผมจะกลายเป็นคนจำเขามาเล่า ปี ๒๕๒๘ ผมเป็นรองอธิบดี โดยตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการอ้อย ในกรรมการน้ำตาลทรายทั้งระบบ ซึ่งมี ๔-๕ คณะ ตอนนั้นยังเด็กอยู่นะครับ รองอธิบดีผมมีหน้าที่ดูเรื่องอ้อย ใน ๓ ส่วนราชการที่อยู่ในนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้ต้นเดือนเมษายน เป็นฤดูหีบอ้อยท้ายฤดู และเขตที่หีบอ้อยช้าที่สุดก็คือแถวเขต ๗ แถวเมืองกาญจน์อะไรแถวนี้ ในขณะนั้นผมได้ไปประชุมกับเขาเรียกว่า สมาคมชาวไร่อ้อย เขต ๗ ตอนนั้นราคาอ้อยสัก ๔๐๐-๕๐๐ บาทนะครับ ในขณะนี้ ๑,๑๐๐ บาทได้ไหมครับ ประมาณนั้นนะครับ เกษตรกร ที่มานั่งอยู่กับผมนั้นใส่รองเท้าแตะ ใส่เสื้อยืด แล้วก็บอกว่าจะต้องได้ราคาอ้อยเท่านั้นเท่านี้ เราก็รับฟังแล้วก็จะเอาไปเจรจา พอประชุมเสร็จผมก็เดินลงมาข้างล่าง จะไปขึ้นรถ เขาต้อง ส่งผมก่อน ให้เกียรติ ผมก็ไปขึ้นรถโตโยต้า ๑,๖๐๐ ซีซี เพราะว่าเขาไม่ให้รองอธิบดีใช้เกินนั้น ผมก็ปิดประตูแล้วก็ขับรถออกไปกับคนขับรถ หันไปดูเกษตรกรที่ใส่รองเท้าแตะนั้น ขึ้นไปบนรถบีเอ็มดับเบิลยู รถเบนซ์ รถอะไร ชาวไร่อ้อยไม่ใช่เกษตรกรที่ยากจนนะครับ เมื่อปี ๒๕๔๒ ผมเป็นปลัดกระทรวง ราคาข้าวในขณะนั้นผมคิดว่าคงประมาณสัก ๗,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท มีปัญหาราคาข้าว ผมก็ไปดูข้าว โดยเฉพาะข้าวที่อยู่แถวจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะเป็นแหล่งผลิตข้าวเยอะมาก แล้วก็โดยเหตุที่ว่าจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นเป็นศูนย์ของ อำนาจทางการเมืองของไทยมานานพอสมควร ไม่ไปดูไม่ได้นะครับ ไปดูก็เอาทีวีไปดู ทีวีก็จับ เราเป็นคนน่าหมั่นไส้ ผมใส่หมวกแบบแอล คาโปน (Al Capone) ด้วย ทีวีก็จับมาว่า ไอ้นี่มันกวนประสาทมาแล้ว ก็ไปนั่งคุยกับเกษตรกร เขาบอกท่านอธิบดี ท่านปลัดไม่ได้ ข้าวต้องเท่านั้นเท่านี้ ผมก็บอกว่าผมเข้าใจความเดือดร้อน แต่ที่ผมสังเกตคือผมมองเข้าไปในคอเสื้อของเขานี่ เขาใส่สร้อยประมาณเส้นขนาดนิ้วก้อย และผมดูที่ข้อมือใส่โรเล็กซ์ ผมต้องบอก ผมก็ต้องไปหยิบสร้อยข้อมือให้ทีวีถ่ายเป็นที่ตลก ก็ไปออกรายการช่อง ๗ ช่อง ๕ มีรายการสะเก็ดข่าว สมัยนั้นผมเป็นพระเอกสะเก็ดข่าวเยอะมาก ด้วยความมีอารมณ์ขันอย่างนี้ ก็ปรากฏว่าเกษตรกรที่นั่นไม่ใช่เป็นเกษตรกรที่ยากจนนะครับ เพราะอะไรครับ เพราะนั่นคือบรรหารบุรี นั่นคือแหล่งที่มีน้ำฝน น้ำจากเขื่อนกระเสียว จากแม่น้ำสุพรรณ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรี ราคาข้าว ผมไม่สามารถแทรกแซงได้ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาทหรอกครับ ผมให้ ๙,๐๐๐ บาท บวกลบ ราคามันสำปะหลังผมให้ ๒ บาทไม่ได้ ไม่มีสตางค์ ผมไปพบเกษตรกรมันสำปะหลัง พบกัน ครึ่งห้องนี้ แล้วผมก็ถามว่าผมถามจริง ๆ เถอะ ท่านอยากได้ ๒ บาท ตอนที่เขาให้ท่าน ๑.๗๕ บาท ๒ บาทนี้ กี่คนที่ได้เงินตามที่สัญญาไว้ในราคาประกันหรือจำนำ กรุณายกมือขึ้น ผมไม่ใช่นักการเมืองนะครับ ไปเจอประชาชนผมก็ขาสั่น แล้วจะพูดอย่างไรวะ ก่อนหน้านั้น อยู่ที่สีมาธานีของคุณกงกฤชก็มีคนมาถือป้ายโชห่วยไม่เอาเทสโก้ที่ปากช่อง พอลงมาพบเขาเสร็จ ต้องไปที่อำเภอเสิงสาง อำเภอครบุรี อำเภอหนองกี่ เพื่อพบเกษตรกรมันสำปะหลัง ผมถาม คำถามที่ถามนั่นล่ะ ท่านได้รับถึงมือกี่สตางค์ ถ้าได้ ๒ บาทยกมือขึ้น เกษตรกรที่มาน่ารักมากเลย มีทั้งผู้หญิง คนอายุน้อยอายุมาก ไม่มีใครยกมือแม้แต่คนเดียว ผมบอกว่าเอาอย่างนี้ไหมครับ ผมให้ราคาประกันมันสำปะหลังในราคาที่เป็นบันได ทำไมเป็นบันไดครับ ผมต้องการให้ มันสำปะหลังนี้อยู่ในดินนานที่สุดเพื่อไม่ให้ออกมาแข่งบีบราคาให้มันตก ผมจะให้ ๑.๖๕ บาท ในเดือนพฤศจิกายน ต้นฤดู เดือนธันวาคม ๑.๗๕ บาท เดือนมกราคม ๑.๘๕ บาท ให้เจ้าแม่ธรณี ช่วยอุ้มให้หน่อย แล้วผมจะเอาโครงการมันสะอาดไปสร้างลานตากมันให้เขาอยู่ในหมู่บ้าน หลาย ๆ แห่ง แล้วก็เชื่อมโยงโรงมัน ลานมันกับประชาชนใน ๕ อำเภอที่ผมทำเป็นแปลงทดลอง แล้วก็ไปพรวนดินให้เอาดานดินขึ้นมาให้มันแตกมันจะได้ปรากฏว่าอีกไม่กี่เดือนในปลายปีนั้น ผมเกือบจะเป็นฮีโร (Hero) ที่นั่น เพราะเขามีความสุขมาก มันสะอาดเขาทำไม่ยากครับ มีเครื่องปั่นใหญ่ ๆ มีเครื่องมอเตอร์ธรรมดา แล้วก็กลิ้งให้มันหมุนอย่างนี้ กะเทาะเอา เปลือกมันออกที่อื่น เมืองอื่นนะครับ เขาใช้ปอกเลย แต่ปกติเกษตรกรไทยขุดทั้งที่หน้าฝน แล้วก็เอาขึ้นไปชั่งขาย เขามีความสุขกับสิ่งที่เป็นการแปรรูปเบื้องต้นที่พื้นฐานมากเลย และการเชื่อมโยงที่พื้นฐานเช่นเดียวกัน ผมไปเขาเกือบจะจัดวงดุริยางค์ต้อนรับนะครับ เขินมาก ไม่เคย เด็กเล็กมาอย่างนั้น ผมคิดว่าถ้ากลับไปเล่นการเมืองที่นั่นคงจะดีนะครับ ยางที่ท่านอุทัย ปี ๒๕๒๗ ยางราคาผมคิดว่าไม่ถึง ๗ บาท ประมาณ ๗-๘ บาท เดือดร้อน ผมและคณะในกองแผนงานในกระทรวงพาณิชย์ไปดูยางทุกจังหวัดในภาคใต้ ๑๔ จังหวัด ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปเพื่อดูทั้งตลาดกลาง โรงงาน แปลงจากน้ำยางมาใส่เป็นแผ่นยาง ไปโรงงานรมควันแล้วก็มีทั้งน้ำยาง น้ำยางมีประเด็นน้อยมาก มีสัดส่วนน้อยมากทั้งที่ราคามันสูง แล้วก็ไปที่จังหวัดของท่านนั่นล่ะ ผมเกือบตายเพราะมาลาเรียจากเขาคิชกูฏ ตอนนั้น ๗ บาท แต่ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้น ประเด็นอยู่ที่ว่ามันเคยขึ้นไปถึง ๑๘๐ กว่าบาท และเดี๋ยวนี้เหลือ ๕๐ บาท ความผันผวนของราคามันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลานะครับ มันมีนิยายของความสำเร็จ ในเกษตรกรอยู่เยอะ อ้อยทุกคนแฮปปี (Happy) มันมีการจัดระบบ แต่อ้อยเป็นการจัดระบบ บนพื้นฐานของผู้บริโภคครับ เราเป็นคนสนับสนุนราคาอ้อย ไม่ใช่เกิดจากความสามารถ ของระบบในการแข่งขัน ถ้าใครคิดว่าระบบนี้เป็นระบบที่ดีที่สุด ผมก็คิดว่าเป็นระบบที่สังคม ต้องจ่ายแต่มันไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุดที่เราบอกว่าโอ้โฮนี่มันยอดเยี่ยม ไม่ใช่ มันมีคนต้อง จ่ายเสมอในทางเศรษฐกิจ ไม่มีอะไรฟรี ข้าวอย่างที่ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพราะว่ามันอยู่ในสุพรรณบุรีแล้วก็มีชลประทาน จังหวัดชัยนาทก็จะเหมือนกัน แต่ถ้าท่านไป ที่จังหวัดศรีสะเกษ ไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ มันก็จะเป็นอีกปัญหาหนึ่งนะครับ

มันสำปะหลังที่ส่วนหนึ่งดีอยู่ได้เดิมเพราะยุโรป ยุโรปบิดเบือนเรื่องอาหาร ธัญพืชโดยการให้ซับซิดี (Subsidy) มันก็เลยแพง คนก็เลยมาเอามันสำปะหลังของเราไปผสม ให้ราคาต่ำลง และเราได้อานิสงส์ตรงนี้เป็นสิบ ๆ ปี แล้วต่อมาเลิกเปิดเสรี ลดการอุดหนุนลง เขาก็แข่งได้มากขึ้น ยางเราก็ต้องหันไปที่ประเทศจีน ถ้าไม่มีประเทศจีนยางแย่ มันยังคง ความเป็นเช่นนั้นอยู่ เราจะทำอย่างไรครับ มันก็มีนิยายของความรันทดเกิดขึ้นเยอะแยะครับ ผมยกตัวอย่าง ผมเข้าไปนั่งยอง ๆ พูดกับคนปลูกพริกที่จังหวัดศรีสะเกษ พริกหอม หอมแดง ก็น่าสงสารครับ เวลาพริกราคามันออกมาแล้วมันขายไม่ออก ราคามันเหลือ ๓ บาท ๕ บาท มันทารุณโหดร้ายมาก แล้วก็มีไม่กี่ไร่ ข้าวก็มีไม่กี่ไร่ แล้วผลผลิตแค่ ๑๐๐-๒๐๐ กิโลกรัม ผมคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เราปรารถนา และที่เห็นเป็นแรงผลักดันให้ผมไปเจรจาเรื่องสินค้าเกษตร ชาวสวน ลองกอง ผมเคยเห็นลองกองเน่าอยู่คาต้น ออกมาไม่ได้ ต้องเอาลองกองจากใต้ไปเหนือ เอาลองกองจากใต้ไปที่อีสานเพื่อให้คนเหนือและอีสานได้ชิมลองกองเพื่อช่วยชาวลองกอง เขามีปัญหามากในเรื่องของการเข้าสู่ตลาด และผมเชื่อว่าฤดูหน้าก็ยังมีอีก ลิ้นจี่ราคาแพงครับ แถวจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ แต่มันปะดังออกมาพร้อมกัน ลิ้นจี่ก็ลิ้นจี่เถอะมันจนได้ เพราะถ้ามันไม่ออกมาแล้วมันเน่า ไปกินถูก ๆ เลยนะครับ ลำไย ขายดีในประเทศสิงคโปร์ ในเมืองจีน ในฮ่องกง แต่ปรากฏว่าออกมาแล้วเขาไม่ซื้อเนื่องจากว่ามีกำมะถันติดอยู่ที่เปลือก ข้าวตอนนี้ ๑๗ ล้านตันยังกองอยู่เต็มประเทศไทย และกำลังจะเน่า แล้วมันกดทับประเทศ กดทับเกษตรกร กดทับราคาทั้งหมด สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของเกษตรทั้งสิ้น ผมไม่ได้ยกมา เพื่อเล่นลิ้นหรือเล่นละคร ฤดูกาลเรื่องโลจิสติกส์ คุณภาพการปนเปื้อน นโยบายประชานิยม สิ่งเหล่านี้อยู่กับเรามานานและถ้าเราไม่ทำอะไรบางอย่าง ผมคิดว่ามันจะอยู่ไปอีกนาน แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ผมคิดว่าเดี๋ยวท่านอุทัยจะเล่าให้ท่านฟังว่าเราจะทำอะไร

ประเด็นที่ ๒ ผมพูดแต่เรื่องเกษตรกรรม เกษตรกรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ภายในประเทศ เกษตรกรรมของเรานั้นขึ้นอยู่กับโลกเพราะเราเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ ของโลกอย่างที่ผมกราบเรียนท่านมาตั้งแต่เช้า ในโลกนี้ ในอนาคตจะมีปัญหา แต่ความจริง มันมีมาหลายปีแล้วนะครับ มันจะมี ๓ ประเด็นที่เราจะต้องจัดการกับมันให้ได้ มิฉะนั้นแล้ว เราจะไม่มีอนาคตของเกษตรกรรม

อันที่ ๑ คือเรื่องของคำว่า ฟูด เซฟตี (Food safety) ความปลอดภัย สุขอนามัย คุณภาพของอาหาร ไม่มีใครจะซื้อข้าวจากบ้านเราที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ยาฆ่าวัชพืช ยาฆ่าโรเดนท์ (Rodent) หรือข้าวหอมมะลิที่ปนอย่างอื่นเข้าไป ผิดเกรด เก็บไม่ดี มีท้องไข่ มีแป้งผสม แตกตัว ไม่มีใคร แม้กระทั่งว่าถ้าไม่แอร์ ไทพ์ แพค (Air type pack) สุญญากาศ เดี๋ยวนี้ไม่มีใครอยากจะซื้อ ผมถามว่าไม่มีใครในโลกนี้ โดยเฉพาะในยุโรป ในประเทศ สหรัฐอเมริกาที่จะซื้อสินค้าที่ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีคุณภาพ ไม่มีสุขอนามัยไปกิน เราจะ ทำอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ เรามีมาตรฐานบังคับที่เรียกว่า กู๊ด อะกริคัลเชอร์รัล โพรดัคท์ แพรคทิส (Good agricultural product practice) จีพีเอ (GPA) แต่เราไม่ได้บังคับไปถึงต้นน้ำระดับไร่นา เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำเกษตรให้รุ่งเรืองในอนาคต สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเบื้องต้นที่ต้องทำกับ ทุกสินค้า คุณภาพ ความปลอดภัย ความถูกสุขลักษณะ และไม่มีสารเจือปนที่มนุษย์ไม่พึงจะแตะ ไม่พึงจะกินเลย ถามว่าทำไมครับ เราต้องบังคับใช้ภายในเงื่อนกำหนดเวลาให้ได้ตั้งแต่ต้นน้ำ แล้วก็ให้การช่วยเหลือคนที่ทำ มีอินเซนทีฟ (Incentive) ให้เขา ส่งเสริมให้เขามีช่องทางตลาด นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่เราต้องการ

ประเด็นที่ ๒ มันมีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกัน เขาเรียกว่า ฟูด ซัฟฟิเชียนซี (Food sufficiency) ความเพียงพอ กับฟูด ซีเคียวริตี (Food security) ความมั่นคง ๒ ตัวนี้ ไม่เหมือนกันนะครับ ฟูด ซัฟฟิเชียนซี คือผลิตแล้วพอกิน หรือหามาได้แล้วพอ เพราะฉะนั้น ทุกประเทศเราขายข้าวมีปัญหาเพราะอะไรครับ เพราะประเทศที่ซื้อข้าว ผลิตข้าว ผลิตข้าว ใหญ่ที่สุดคือในเมืองจีน ในอินเดีย ทั้งหมดในโลกนี้ ๖๐๐ ล้านตันข้าวเปลือก อยู่ในนั้นเกือบ ๔๐๐ กว่าล้านตัน ประเทศไทยผลิตแค่ ๓๐-๔๐ ล้านตันข้าวเปลือก เรื่องเล็กมาก ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เราเหลือกินอย่างไร ของเขาไม่เหลือ หรือเขาไม่พอ หรือเขาผลิตไม่ได้มากพอ ความต้องการ ข้าวในมิดเดิล อีสท์ (Middle east) มีไม่เยอะ เพราะคนไม่มาก แต่เขาต้องการคุณภาพดี เขาก็มีปัญหาเรื่องของการผลิตข้าว ความเพียงพอ เขาก็ต้องพยายามทำให้เพียงพอ โดยวิธีการต่าง ๆ นานา เช่น ให้ความช่วยเหลือ ให้ซับซิดี ซื้อราคาประกันให้สูง ๆ ให้คนผลิตได้ ตรงนี้มีนัยอย่างไรต่อเราครับ อีกหน่อยถ้าเขาเพียงพอเราจะขายไม่ออก โอเคนะครับ นี่คือเรื่องตลาด ทีนี้คำว่า ฟูด ซีเคียวริตี มันกินความกว้างไปกว่านั้น ฟูด ซีเคียวริตีไม่จำเป็น ต้องผลิตพอ แต่จะต้องสามารถหามาได้ เช่นนำเข้าเพิ่มเติม ต้องสามารถนำเข้าได้ ๒. คือมีคนให้ เขาเรียกว่าเป็นการแจก เขาเรียกฟูด เอซ (Food ace) อเมริกามีรายการฟูด เอซ ซื้อข้าวถูกจากที่นี่ไปขายที่โน่น เอาของตัวเองไปขายราคาต่ำ ๆ มันก็แข่งตลาดกับเรานะครับ เพราะเขาให้สินเชื่อ คนที่จะซื้อก็ไม่ซื้อจากเรา นี่คือเอซ เพราะฉะนั้นความมั่นคงทางอาหาร มันขึ้นอยู่กับซัพพลายของตัวเอง การนำเข้า และการแจก คำว่าฟูด ซีเคียวริตี มันมีนัยสำคัญ อยู่ ๓-๔ อย่าง อันที่ ๑ คือต้องมี เขาเรียกว่ามีความมีอยู่ อะไวละบิลิที (Availability) รู้ว่ามีอยู่ ก็โดย ๓ ประการที่ผมว่า อันที่ ๒ จะต้องมีการเข้าถึงอาหารพวกนี้ได้ ไม่ใช่ไม่มีคนมาโฮสท์ (Host) ไว้ แล้วก็ไม่ปล่อยอะไรต่าง ๆ นี่คือแอคเซสซิบิลิตี (Accessibility) คนทั่วไปจะต้อง เข้าไปถึงอาหารได้ โดยเฉพาะในคนยากจน อันที่ ๓ คือการใช้ประโยชน์ มันจะต้องใช้ประโยชน์ทางโภชนาการได้ จึงมีฟูด (Food) เป็นฟูด ซิเคียวริตี นะครับ อันนี้รวมทั้งอาหาร น้ำ จิปาถะ และที่สำคัญของฟูด ซิเคียวริตี คือเสถียรภาพ หมายความว่าไม่ใช่วันนี้มีข้าว พรุ่งนี้ไม่มี มะรืนนี้มี เดือนหน้าไม่มี อีก ๓ เดือนมี ไม่ใช่ มันจะต้องมีซัพพลายที่สามารถจะออกมาสู่ตลาด พร้อมที่จะให้ใช้ตลอดเวลา คือ เอคเซสซิเบิล (Accessible) อะเวเลเบิล เอคเซสซิเบิล แอนด์ ซัฟฟิเชียนท์ แอนด์ สเตบิลิตี (Available accessible and sufficient and stability) ทีนี้ตรงนี้มันอย่างไร ท่านพูดมา ทำไมวะ ผมพูดมาเพื่อสู่แนวคิด ๒ ประการครับ มีความเกรงว่าจะไม่มีอาหารเพียงพอ ก็มีคนสัปดนไปคิดกฎว่าใครก็ตามที่ผลิตอาหารแล้วมีความสูญเสียเกิดขึ้น ต้องจ่าย หรือผลิตอาหารแล้วใช้อย่างฟุ่มเฟือย ไม่บันยะบันยัง ต้องมีปัญหา เพราะมันไปอะไรครับ มันไปใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มนุษย์ควรจะเป็นเจ้าของร่วมกัน เพราะฉะนั้นคอนเซ็พท์ (Concept) ของฟูด ลอส (Food loss) กับฟูด ริสค์ (Food risk) ต่อไปนี้ในอนาคตจะเป็น ส่วนหนึ่งของเทรด โพลิซี (Trade policy) หรือกฎหมาย หรือมาตรการทางการค้าของ ประเทศต่าง ๆ ทั้งนำเข้าและทั้งที่ขายแข่งกับเรา เราทำอย่างไรถึงจะทำการผลิตที่ไม่สูญหาย ไม่สูญเสีย และการบริโภคที่มีความพอเพียงนะครับ ทีนี้ ฟูด ซิเคียวริตีมันก็ไปเกิดความคิด อย่างหนึ่งของมนุษย์ มีคนไปซื้อที่ดินในประเทศต่าง ๆ ไปทำนา ญี่ปุ่นไปเช่าที่ดินในแอฟริกา ญี่ปุ่น เกาหลี จีน แล้วก็ไปผลิตข้าว นัยว่าเพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในแอฟริกานั้น นัยทางธุรกิจการค้าระหว่างประเทศก็คือว่า ๑. ทดแทนตลาดของเราใช่ไหมครับ ไปแทน ตลาดเรา ที่เราควรจะขายได้ อันที่ ๒ ผมไม่ว่าอะไรไม่ดีนะครับ มนุษย์ทุกประเทศควรจะมี อาหารที่เพียงพอ เขาทำได้เป็นสิ่งที่เราน่าดีใจแล้วไปแข่งอย่างอื่น อันที่ ๒ ก็คือตัวผู้ผลิตเอง นั่นล่ะเคยซื้อจากเราก็ไม่ซื้อจากเรา ก็เอาที่เขาผลิตได้ในประเทศอื่นไปใช้ และอันที่ ๓ มันก็เอาสินค้าที่มันเหลือนั่นล่ะไปแข่งกับเราในตลาดที่ ๓ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้นำไปสู่การ ต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของเราค่อนข้างมาก เพื่อให้ผจญกับปัญหาทั้งซัฟฟิเชียนซี (Sufficiency) กับซีเคียวริตี (Security)

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ประเด็นนี้มีนัยทางสิ่งแวดล้อมมากแล้วผมคิดว่า กรรมการทางด้านสิ่งแวดล้อมควรจะสนใจก็คือซัสเทนอะบิลิตี (Sustainability) ความยั่งยืน คำว่า ซัสเทนอะบิลิตี นั้น ในทางการค้าระหว่างประเทศมันเป็นโคด เวิร์ด (Code word) สำหรับคำว่า เอนไวรอนเมนทอล (Environmental) ความยั่งยืนมาจากสิ่งแวดล้อมและสิ่งแวดล้อม เดี๋ยวนี้กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งในการกีดกันทางการค้า แนวคิดของเขา ผลพวงจากการ ทำเกษตรนั้นได้ทำให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้น ทั้งน้ำ สิ่งแวดล้อม ปล่อยควัน ปล่อยอะไรก็แล้วแต่ แก๊สพิษ จิปาถะ ที่มานะครับ ความคิดผมว่าเขาดีครับ เขาเป็นห่วงโลก เขาเป็นห่วงเนกซ์ เจนเนอเรชัน (Next generation) แต่ก็มีคนสัปดนเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็น เครื่องมือในการกีดกันทางการค้า มันมีมาตั้งแต่ ปี ๑๙๗๒ นะครับ ที่มีคอนเฟอร์เรนส์ (Conference) เกิดขึ้นเรียกว่า ฮิวแมน เอนไวรอนเมนท์ (Human environment) ยูไนเตด เนชัน คอนเฟอร์เรนส์ ออน ฮิวแมน เอนไวรอนเมนท์ (United nation conference on human environment) ที่สวีเดน แล้วก็เป็นที่มาของการตั้งหน่วยงานในยูเอ็น (UN) เรียกว่า ยูเอ็นอีพี (UNEP) เอนไวรอนเมนท์ โปรแกรม (Environment programme) แล้วก็ไปใหญ่ ที่สุดคือการประชุมที่ริโอเดจาเนโรในปี ๑๙๙๒ ผมโชคดีที่ไปอยู่ตรงนั้นด้วยเป็นเวลา ๑๔ วัน ออกมาเป็นริโอ เดคลาเรชัน (Rio declaration) มีไคลเมท เชนจ์ (Climate change) นะครับ ที่สำคัญไบโอไดเวอร์ซิตี (Biodiversity) ที่กำกับพวกนี้อยู่ ประเด็นครับ สิ่งเหล่านี้จะเป็น สิ่งที่คนจะใช้มาเป็นมาตรการในการกำกับการผลิต การใช้ แล้วก็การค้า เราจะเตรียมตัวอย่างไร สิ่งเหล่านี้ มันเกิดขึ้นแล้ว เมื่อปี ๑๙๙๕ ปี ๑๙๙๖ ประเทศสหรัฐอเมริกาห้ามนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย และประเทศ อีก ๓-๔ ประเทศ ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศอินเดีย เพราะการจับกุ้งนั้นไปฆ่าเต่า ท่านกลับบอกว่ามันเกี่ยวอะไรกันวะ จับกุ้งแต่ฆ่าเต่า เรื่องยาว ผมเป็นคนทำคดีนั้นให้ประเทศไทย เสียเวลาอยู่ ๑ ปีกว่า เราชนะ เราบอกว่าเขาห้ามเข้า นำเข้าไม่ได้ แต่เราแพ้ ทำไมครับ เราชนะในประเด็นข้อกฎหมายข้อเดียว เขาทำโดยเลือกปฏิบัติ แต่เราบอกว่าเขาทำไม่ได้ สิ่งแวดล้อมไม่ใช่สิ่งที่พูดไว้ในแกตต์ (GATT) ๑๙๔๗ แล้วมาแก้ ปี ๑๙๙๕ แต่ผู้พิพากษาบอกว่าได้ โลกมันเปลี่ยนไป คุณจะต้องให้มีการวิวัฒนาการของ กฎเกณฑ์ การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมไม่ใช่สิ่งที่เลว แต่ที่เขาทำอย่างนี้เขาทำเลือกปฏิบัติ จึงผิด เพราะฉะนั้นเราแพ้ในประเด็นหลักการใหญ่ โอเค คนอื่นมันมีคดีเขาเรียกว่า ทูน่า ดอลฟิน (Tuna-Dolphin) คนจับปลาทูน่า ดอลฟินก็คือปลาโลมาใช่ไหมครับ ปลาโลมาแปลกนะครับ ปลาทูน่า เยลโล่ฟิน (Tuna-Yellowfin) ชอบที่จะมาว่ายคลอเคลียไปกับดอลฟิน เวลาคนจับ ปลาประมงแถวคาริบเบียนหรือที่มีดอลฟินมันใช้ ที่เล่าให้ฟังไม่ได้โกหกนะครับ ผมสู้คดีกับ เขามาเหมือนกันนะครับ พวกนี้ใช้ เขาเรียกว่าเป็น ดริฟท์ เน็ท (Drift net) ซึ่งเป็นแหอวน ที่โยนลงไปในน้ำแล้วยาวเป็นกิโลเมตร มันลากมาแบบไม่บันยะบันยัง อะไร ๆ ก็ติดมาได้ มันทำให้ปลาโลมาที่เขาบอกว่า เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จะสูญพันธุ์ได้ เอ็กซ์ติงกุยเชเบิล (Extinguishable) กับเอ็กซอสทิเบิล (Exhaustible) ตัวนี้เป็นศัพท์กฎหมายในนั้น เถียงกันว่า อะไรคือเอ็กซอสทิเบิล อะไรคือเอ็กซ์ติงกุยเชเบิลนะครับ ปรากฏว่าทำอย่างนั้นติดปลาโลมา ถ้าเกิดเกิดคิลลิง เรท (Killing rate) มากกว่า ๒๐,๐๐๐ ตัวต่อปี ถือว่าอันนี้ไม่ชอบด้วย เอนไวรอนเมนทอล คอนเซิร์น (Environmental concern) คดีเหล่านี้มันเป็นคดีที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะถูกใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างมาก ประเด็นก็คือว่าประเทศไทยจะทำอย่างไร ท่านประธานครับ ผมมี ๒ ประเด็นครับ เกษตรกรจะอยู่ได้อย่างไร จะปรับตัวได้อย่างไร จะก้าวจากเกษตรกรที่ยากจนขึ้นไปเป็นเกษตรกรที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเป็นผู้ประกอบการ ได้อย่างไร เราจะมีมาตรการต่าง ๆ ช่วยเขา

อันที่ ๒ เกษตรกรรมของประเทศจะมุ่งไปสู่ข้างหน้า แล้วรักษาเกษตรกรรม ไว้บนแผ่นดินอย่างมีนัยและอย่างมีความเจริญได้อย่างไร ผมขอมอบการชี้แจงรายละเอียด ให้ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านอุทัย สอนหลักทรัพย์ ครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ก่อนอื่น ผมอยากกราบเรียนว่าในฐานะที่ผมเองเป็นเกษตรกรมาตั้งเริ่มต้นหลังจากเลิกจากชีวิตราชการ ไปไม่รอด เพราะว่าทะเลาะกับเจ้านายประจำ ก็เลยลาออก ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้เลือกผมขึ้นมาถือว่าเป็นเกษตรกรคนหนึ่ง ส่วนน้อยหรืออาจจะ คนเดียวก็ได้ ที่ไม่เห็นมีข้าว มีมันสำปะหลัง มีอ้อยมาเลยนะครับ ผมต้องขอบคุณเพราะว่า บั้นปลายชีวิตผม ๘๐ กว่าปี ผมมีโอกาสได้ทำงานให้แก่ประเทศชาติ ผมภูมิใจมาก ภูมิใจจริง ๆ ตอนนี้ตายตาหลับแล้ว เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าตามที่ท่านประธานเกริกไกร ได้พูดว่าเกษตรกรเหมือนละครโรงใหญ่ แหม มันเรื่องจริงครับ – จริงอย่างที่สุดเลยท่านประธานที่เคารพ ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก็เพราะว่า จบด้วยความเศร้าครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่จังหวัดพิจิตรก็ผูกคอตายไปแล้ว ๑ คน เมื่อปีก่อนนี้ รัฐบาลก่อนนี้ตายไป ๒๐ กว่าคน ฆ่าตัวตายเพราะเรื่องของเกษตร แต่ผมเห็นว่าอาชีพอื่น ไม่ค่อยมีอย่างเกษตร เพราะฉะนั้นเป็นละครชีวิตที่น่าเศร้ามากครับ ไม่ใช่ว่าเป็นที่สนุกสนาน มันคงจบด้วยความเศร้า ผมอยากจะกราบเรียนว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศ หรือสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชียและในโลกก็ได้เพราะเราจะเป็นครัวของโลกอยู่แล้ว เว้นแต่ที่ท่านประธานพูดว่ามันมียาฆ่าแมลง มีอะไรเยอะแยะที่เข้ามา นี่ก็อยู่ที่ผมเองก็จะ ปฏิรูปว่าต่อไปนี้จะไม่ให้สั่งยาฆ่าแมลงเข้ามา ต้องทำให้เด็ดขาด ผมเห็นอย่างอื่นเด็ดขาดได้ เกษตรไม่ค่อยเด็ดขาดเพราะเกษตรกราบเรียนแล้วว่าเป็นผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าคนอื่นเขา ในอาชีพต่าง ๆ ที่ผมว่ามันด้อยโอกาสก็เพราะผมเป็นลูกชาวนาและท่านเป็นลูกเจ้าของโรงสี ไปเรียนหนังสือด้วยกัน ๒ คน รับรองเขาต้องเคารพลูกเจ้าของโรงสีมากกว่าลูกชาวนา ความคิดของคนครั้งแรกต้องให้โอกาสคนเป็นเถ้าแก่มากกว่าคนเป็นเกษตรกรครับ นี่คือ ความเหลื่อมล้ำต่ำต้อยของพี่น้องเกษตรกร ผมเรียนว่าประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูก การเกษตรประมาณ ๑๔๗ ล้านไร่ นี่ผมพูดถึงภาพรวมนะครับ เกษตรกรก็มาก ๒๓ ล้านคน เกือบ ๒๔ ล้านคน แรงงานภาคเกษตรนี่ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านคน นี่มาจากตัวเลขสถิติแห่งชาติ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๗ แล้วก็พบว่าในช่วงหลัง ๆ นี่เกษตรมีปัญหามาก แรงงานมันลดลง เรื่อย ๆ น่ากลัวครับ ที่ประธานเกริกไกรพูดเมื่อสักครู่หนัก ๆ ก็จะไม่มีใครมาทำไร่ ทำนา ทำสวนแล้วจะไปทำอาชีพอื่นหมด จบมาตอนนี้ผมอยากจะถามคำหนึ่งว่าคนที่จบปริญญา บอกให้ไปถางหญ้าไม่ถางแล้วนะ ไม่ถางครับ เพราะอะไร เพราะว่าจะไปถางได้อย่างไร ก็จบปริญญาตรี ปริญญาโท จะไปถางหญ้าได้อย่างไรหนูอายเขา เห็นไหมครับ อยากจะ ทำงานโรงงาน อยากจะทำงานราชการ อันนี้เห็นชัดละครับ แล้วจะไม่หมดได้อย่างมีคน ๕๐ กว่าปี ๖๐ ปี อย่างผม ๘๑ ปีท่านก็ไปนั่งทำเกษตรอยู่แต่ไม่ค่อยได้ทำครับ มัวแต่มาสภาเสีย สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าการปฏิรูปเกษตรของประเทศไทยเป็นวาระการปฏิรูปที่มี ความสำคัญมาก ซึ่งผมคิดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ ทางรายได้ แล้วก็มีการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อมุ่งสร้างให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มั่งคั่ง มีเกียรติ พร้อมกันนั้นเกษตรกรอยู่อย่างยั่งยืน ที่ยั่งยืนกันอย่างไร ถ้าเกษตรกรอยู่อย่างปกติธรรมดา ให้ปลูกยาง ขายยางดิบ ปลูกข้าว ขายข้าวเปลือก ปลูกมัน ขายมันเส้น ผมว่าชาตินี้ไม่มีทาง ยั่งยืนเลย เพราะอะไร เพราะไปสู่พ่อค้าคนกลางหมดแล้วก็เขาไปแปรรูปกลับมาขายให้เรา ผมส่งยางออกไปในปี ๒๕๕๖ นี่ส่งยางออกไป ๓,๖๐๐,๐๐๐ ตัน ได้เงิน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วแปรรูป ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ได้เพิ่มมูลค่าถึง ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ดังนั้นจะทำอย่างไรละท่านที่เคารพทุกท่าน มันจะต้องแปรรูป ให้เป็นอุตสาหกรรมให้ได้ เกษตรอุตสาหกรรม ผมขอย้ำนะครับว่าเราจะต้องแปรรูปให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรมให้ได้ ต่อไปลูกหลานพวกผม จะได้กลับเข้ามาสู่ไร่นาของผมอย่างเดิม เพราะเขาไม่ใช่ทำเฉพาะส่งออก เขาจะแปรรูป ข้าวก็แปรได้ มันก็แปรได้ ยางก็แปรได้เยอะแยะที่ต่างประเทศเขาทำกัน นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียน เกษตรกรนั้นผมว่าที่ผลผลิตที่ได้มาทุกอย่างตอนนี้ขายขาดทุนทั้งนั้น แม้แต่ยางตอนนี้ต้นทุน ๖๕ บาท ๒๕ สตางค์ แต่ขายได้ไม่ถึง ๕๐ บาท ๔๐ กว่าบาท เห็นไหมครับต่ำกว่าทุน แล้วมันอยู่ได้อย่างไร มันอยู่ไม่ได้นอกจากเพิ่มมูลค่า แล้วอำนาจ การต่อรองไม่มี ไม่เหมือนอ้อยครับ อ้อยเขาต่อรองเก่ง เขามีกรรมการในบอร์ดอ้อยเขามี ๙ คน ของผมกำลังร่างพระราชบัญญัติอยู่กับ สนช. นี่ขอ ๕ คน หืดขึ้นคอเพราะผมเป็นกรรมาธิการด้วย ขอ ๕ คนเท่านั้นเองก็ได้แล้ว อันนี้ต้องขอบคุณ สนช. ที่ผ่านไปได้ แต่ยังไม่ได้เข้าวาระ ๓ ยังประมาทไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเรามีอำนาจการต่อรองเราจะ สามารถที่จะเข้าไปสู่การทำงานที่มั่นคง เพราะว่าการทำงานของผมทั้งหมดผมต้องขอบคุณ คณะกรรมการของอนุกรรมาธิการการเกษตรทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังเลย แล้วก็เชิญคนมามากที่สุดกระมังในปฏิรูปเพราะเกษตรมันเยอะจริง ๆ ไปเชิญคนนั้น ไม่เชิญ คนนี้ถูกด่าครับ โทรศัพท์ว่า ต้องเชิญเขามาเรื่อยครับ เชิญเขามาเพื่อมาให้ข้อมูลผมนี่ ที่ผมทำอันนี้ผมก็เอาข้อมูลเหล่านี้มาเรียนให้ทราบ แต่สรุปแล้วผมกราบเรียนว่าเกษตร ในภาพรวมแล้วไม่พ้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้ายังทำอยู่ อย่างนี้ไม่เจริญเติบโตหรอกครับ ไม่มีโอกาส เราต้องปลูกให้พอเพียงแก่ชีวิตของเรา พอมี พอกิน เหลือขายครับ มันถึงอยู่ได้ อยู่ไม่ได้ก็ปลูกพริก ปลูกมะเขือกินเองก็แล้วกันไม่ต้องไปซื้อ ที่เมื่อกี้พูดตอนนั้นบอกว่าต้องไปซื้อเขาอะไรก็ไปซื้อเขา ปลูกพริก ปลูกมะเขือ ปลูกข้าว ไม่ต้องไปซื้อใครหรอกครับ ห้างใหญ่ ๆ ก็ไม่ต้องไปซื้อ ผมอยากจะกราบเรียนว่าพึ่งพาตนเอง ฉะนั้นผมคิดว่าเข้าสู่ประเด็นปัญหา ปัญหาเกษตรกรที่ไม่ร่ำรวยเพราะว่าอย่างที่ผมกราบเรียน ว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ ผมพูดตรง ๆ เลยครับ ถูกเอารัดเอาเปรียบเพราะคิดว่าเกษตรกร มันด้อยปัญญาอยู่เรื่อยก็เลยเอารัดเอาเปรียบเขาอยู่เรื่อย มีบางครั้งแจกปุ๋ย เอาดินเหนียว ใส่ถุงแล้วเอาไปให้เกษตรกร ผมเองก็เป็นกรรมการสอบกับเขาคนหนึ่ง น่าคิดแล้วนี่สิ่งเหล่านี้ แม้ตอนนี้ก็เป็นกรรมการสอบสวนเรื่องมูลพันธ์กันชนยาง หนังสือพิมพ์ก็ลงเมื่อเช้านี้เอง ไปปลดเขา ที่จริงไม่ได้ปลด พูดว่าคนที่ถูกสอบก็ต้องเอาไปวางไว้ข้างนั่นก่อน แล้วพอถ้าไม่ผิด ก็มาอย่างเดิม ไม่ยากอะไรเลย หาว่าปลด ถ้าอย่างนั้นผมว่านี่สะท้อนให้เห็นว่าเกษตรที่อยู่ใน ระบบส่วนใหญ่มันยังมีปัญหาเยอะครับ อย่างนั้นควรจะพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ดูพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ของประธานเกริกไกรเขามาแอบดูเขามาเขาว่าเขาเข้มแข็งเพราะอะไร เพราะว่าเขาพัฒนา เอาเงินมาช่วยแบ่ง ๗:๓ ตอนนี้ท่านรู้หรือเปล่ากำลังเรียกร้องจะเอาโมลาส (Molasses) อีกแล้ว เมื่อก่อนไม่มี สมัยก่อนโมลาสไม่มีความหมาย ตอนนี้กากอ้อยคราวก่อนก็ต้องเผาทิ้ง ตอนนี้ก็มีแล้ว นี่ขอแบ่งอีก นี่คือความสามารถของเกษตรกร ผมเลยขอยางเหมือนกันว่า ถ้า ๕:๔ แล้วเงินเซส (CESS) ที่เสียเงินไป ขอ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เอามาช่วยเกษตรกร นี่ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๓ เปอร์เซ็นต์มาบริหารจัดการไม่ต้องแบมือขอ หน่วยงานนี้ ขอเงินมาทำ แล้วคนที่หัวหน้าหน่วยงานมาคุณไปด่าฉันได้อย่างไร ผมเองก็โดนว่าบ่อย ๆ ไปด่าอย่างไร ก็เอาเงินฉันไปใช้ นี่คือสิ่งที่เราถูกเหยียบย่ำมาตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าเรามีเงินเซสของเราเอง เราใช้จ่ายของเราเองใครจะมาว่าเราไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเราขอ ๓ เปอร์เซ็นต์ อีก ๗ เปอร์เซ็นต์ เราเอามาเป็นสวัสดิการเพราะเกษตรกรแก่เถ้าไปแล้วตายโดยไม่ได้อะไรเลย ไม่เหมือน แรงงาน แรงงานเขายังดีกว่าเรา นี่คือสิ่งที่เรากราบเรียนแล้วว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องต่อสู้แล้ว ให้สถาบันมันเข้มแข็ง จะเป็นสหกรณ์ก็ดี วิสาหกิจชุมชนก็ดี สมาคมก็ดี อะไรก็ดีต้องเข้มแข็ง ไม่ใช่เข้าไปโกงกัน อันนี้สำคัญครับ โกงก็ปลดสิครับ ออกระเบียบปลดง่าย ๆ ไม่มีการบูรณาการ ระหว่างหน่วยงาน เห็นไหมครับเมื่อสักครู่ผมกราบเรียนท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผมบอกแล้วอย่างไรว่าถ้าเราไม่บูรณาการ ไม่ให้เกษตรแปรรูปเป็นอุตสาหกรรม ไม่ให้เกษตร ไปขอให้กระทรวงพาณิชย์หาตลาดให้แล้วมันจะไปบูรณาการได้อย่างไร ผมปลูกยาง ปลูกข้าว ปลูกมัน ผมก็ต้องขายวัตถุดิบสิ พอผมจะไปทำอุตสาหกรรมบอกว่านี่เป็นเรื่องของอุตสาหกรรม ไม่เกี่ยวกับเกษตร พอทำเสร็จแล้วจะขายอันนี้มันเรื่องของพาณิชย์ ผมว่าถ้าอย่างนี้ ประเทศชาติมันอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่บูรณาการกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ มันต้องไปกันได้ครับมันถึงจะพัฒนาไป สู่การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ ขาดกลไกตลาดด้านเครือข่ายการผลิต การตลาด ระบบ โครงสร้างพื้นฐานที่ปัจจัยต่าง ๆ เช่น วิจัยการพัฒนาและนวัตกรรมด้านเกษตรในการสนับสนุน ให้เกษตรกรมีความสามารถในการแข่งขันที่สูง อันนี้ก็เช่นกันครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมเองอยู่ วช. เป็นกรรมการ วช. เป็นเรื่องวิจัยของยาง เป็นประธานฝ่ายจัดสรรเงินพวกนี้ เงินที่จะเอาไปวิจัยกัน ทาง วช. เขาบอกทำไมเงินของ วช. ของยางไม่ค่อยร่อยหรอเลย เพราะผมจะให้ต่อเมื่อวิจัยตรงให้กับโจทย์ที่เราต้องการ ส่วนมากกลับมาจากต่างประเทศ ก็วิจัยในเรื่องส่วนตัวของต่างประเทศตัวเองแล้วก็เก็บเข้าหิ้งหมด ทำไมไม่ตรงกับ ผู้ประกอบการที่เขาจะวิจัยเอาไปทำเพิ่มมูลค่าของเขาหรือไปวิจัยเพื่อจะผลิตภัณฑ์ให้มัน เพิ่มได้รวดเร็วและแข่งขันกับเขาได้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรต้องการอะไรก็วิจัยสิครับ ให้มันตอบโจทย์เขาได้ ไม่ใช่วิจัยไว้แล้วไปเก็บเข้าหิ้งหมดเพราะว่าจบมาจากต่างประเทศ ฉันวิจัยเรื่องโพลิเมอร์ (Polymer) เรื่องอะไรไปโน้น เรื่องยางไม่เอาแล้ว นี่ยกตัวอย่างง่าย ๆ นี่ผมชี้ให้เห็นจุดต่าง ๆ ที่บกพร่อง เพราะฉะนั้นต้องปฏิรูปกันแน่นอน อนาคตของเกษตรกรไทย ยังมีความไม่แน่นอนเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยยังขาดการเตรียมและการปรับตัวต่ออนาคต เช่น ความเสื่อมโทรมทรัพยากร ดิน น้ำเปลี่ยนแปลงไป อันนี้ก็เช่นกัน ผมอยากจะกราบเรียน ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายนะครับว่าดินทำไมไม่เสื่อมละครับ ปลูกมันสำปะหลังมา ๔๐-๕๐ ปี ดินกลายเป็นดานหมดแล้วมีแต่ทราย ปลูกอะไรก็ปลูกซ้ำปลูกซากอยู่นั่น มันต้องปลูกซ้ำปลูกซาก เพราะว่าเขามีอาชีพ ข้าวก็ต้องทำนา ปลูกมันมาตั้งแต่บรรพบุรุษเขาก็ต้องปลูกมัน แต่พอ ข้าวถูกไปบอกให้เลิกข้าวเสียแล้วหันมาปลูกอ้อยแทน ผมว่าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เพราะว่า เขาไม่เข้าใจ ต้องเรียนอย่างนี้เขาไม่เข้าใจ แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ชอบเหลือเกิน บอกว่าให้เปลี่ยนแปลงเลย มันเปลี่ยนไม่ได้ ไม่ใช่กลับรถยนต์นี่ครับ วิ่งไปถึงกลับได้เลย ใช่ไหมครับ กลางถนนยังกลับได้บางคน แต่นี่ไม่ได้ครับ มันเป็นชีวิตประจำวันของเขา เขาปลูกข้าวจะไปให้เขาปลูกอ้อยไม่ได้ นี่ดอดมาข้าวโพดอีกแล้ว แล้วรู้หรือเปล่าว่าไปยุ ๆ มาก มันก็ถูกหมดนะสิครับ ของมันถูก แล้วใครล่ะ ก็ให้เปลี่ยนอีก ก็เปลี่ยนกันไม่รู้จักจบ ขณะนี้ โค่นยางให้ปลูกปาล์ม แล้วปาล์มถูกล่ะครับ พอปาล์มถูกก็ให้เลิกเป็นอะไรอีกล่ะ เพราะว่า ไม่ใช่ปลูกได้วันนี้พรุ่งนี้เก็บได้นะครับ อย่างนี้ผมก็กราบเรียนว่านี่เป็นสิ่งที่เรียนให้ทราบ แล้วโดยเฉพาะคือเกษตรทุกอย่างก็ควรจะปรับปรุงทุกอย่างอย่างที่ผมกราบเรียนไว้นะดี แล้วก็มีการเตรียมและปรับโครงสร้างเกษตรกรรมที่เปลี่ยนแปลงและเกิดขึ้นในอนาคต เช่น เครื่องมือเครื่องจักรของเกษตรกรบางสิ่งบางอย่างบางทียังล้าสมัยอยู่ ก็อย่างว่าประเทศไทย พอไปไถนาทีก็ไปเจอคันนา ถ้าต่างประเทศเขาไถทีหนึ่ง ๑,๐๐๐ เอเคอร์ (Acre) ๑๐,๐๐๐ เอเคอร์ ของเรามันเป็นเอเคอร์อะไร ก็ไปชนคันนาก็เลยทำไม่ได้ ฉะนั้นเราบูรณาการอย่างไร ให้เขาทำงานร่วมกัน แบ่งปันผลประโยชน์ถูกนั่นกัน

ทีนี้เรื่องของหลักการปฏิรูปการเกษตรนะครับ ปฏิรูปการเกษตรคือการทำให้ เกษตรกรมั่งคั่ง มีเกียรติ เราจะต้องเปลี่ยนสภาพความคิดที่เกี่ยวกับอาชีพเกษตรกร ที่ทำอาชีพมั่งคั่งแล้วมีเกียรตินะครับ ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้นอย่างไร ให้เป็นเกษตรแล้วก็ เอาวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นอุตสาหกรรม นั่นล่ะครับมีเกียรติแล้ว ต่อไปผมเป็นเถ้าแก่ได้แล้ว เถ้าแก่ยางในบ้านเล็ก ๆ ก็ยังถือว่าเป็นเถ้าแก่ เวลาไปโรงเรียนจะได้ไม่อายเขา ไปบอก ลูกชาวนากับลูกเจ้าของปั๊ม ยางก็มาเป็นก้อน ๆ ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ พื้นรองเท้าอย่างนี้ นี่เถ้าแก่แล้ว คนไทยมันชอบมีนิสัยอย่างนั้นด้วย

ทีนี้การจัดการผลประโยชน์ทำอย่างไรให้เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเหลือรายได้แก่เกษตรกรที่ยากจนหรือย้ายออกจากอาชีพเกษตรกรมุ่งไปสู่อย่างอื่นหมด นี่ก็เช่นครับท่านประธาน เกริกไกรก็พูดแล้วว่าหนัก ๆ เข้าจะไม่มีคนทำเกษตรนะ ก็พยายาม ดึงเข้ามาครับ ดึงเข้ามาให้เขาทำอุตสาหกรรม ผมว่าอยู่ได้ครับ อยู่ได้อย่างสบาย ๆ เลย ประเทศไทยแบบเศรษฐกิจพอเพียง ผมอยู่พอเพียงผมอยู่ได้นะครับ

ทีนี้การเพิ่มให้เกษตรกรมีสมรรถนะที่ดี มีความรู้ และทักษะ ในการได้ ใช้เทคโนโลยีประกอบและการเงินต้องสร้างเกษตรกรที่มีความรู้ ความสามารถ ให้มีทักษะ การจัดการครบถ้วน คือผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าก็เมื่อลูกหลานเราหนีออกไปอยู่ ในเมืองหมดแล้วผมจะไปมีทักษะได้อย่างไร ก็ขอให้คิดว่าลูกหลานควรจะมาพัฒนาเกษตร ให้มันยั่งยืน ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเสริมให้ความรู้จากลูกหลานมาช่วยเราได้ นั่นก็คือสิ่งที่เราจะประสบความสำเร็จครับ มียุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับสินค้าเกษตรทุกสาขา ยุทธศาสตร์ต้องปฏิบัติได้จริง มีความต่อเนื่อง ชัดเจน กลไกการปฏิบัติมีประสิทธิภาพ เช่น ข้าว ยาง อ้อย มัน กลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ปศุสัตว์ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร คืออยากจะเรียนว่ายุทธศาสตร์ผมเรียนตรง ๆ ว่าผมอยู่เกษตรมาผมอยู่ ๕๐ ปีแล้วเกษตร อายุผม ๘๐ ปี ผมอยู่มา ๕๐ ปี รัฐบาลเปลี่ยนที ยุทธศาสตร์เปลี่ยนที รัฐมนตรีเปลี่ยนที ยุทธศาสตร์เปลี่ยนที บางปี ๒ ปีรัฐมนตรีเปลี่ยน ๔ คน ยุทธศาสตร์เปลี่ยน ๔ อย่าง แล้วจะให้ทำได้อย่างไร เพราะต่างคนต่างก็เก่ง คนไทยเก่งหมด แต่ไม่ต่อยอดหรอกครับ ต่อยอดแล้วอายเขา ถือว่าตัวเองไม่มีความสามารถ อย่างนี้มันก็แก้ไขไม่ได้ การบูรณาการ กลไกบริหารประเทศในด้านเกษตรและการปฏิรูปสินค้าเกษตรจะต้องมีการดำเนินการต่าง ๆ ที่มีจำนวนมาก ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกษตรและแปรรูปสินค้าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ บริหารจัดการ ก็นี่ครับ ผมก็เข้าไปสู่เกษตร อุตสาหกรรมและพาณิชย์อย่างเดิมอีก การพัฒนาสถาบันเกษตรกร ให้เข้มแข็ง มีเครือข่ายและต้องเป็นระบบโครงสร้างที่มีพื้นฐานปัจจัยอำนาจความสะดวก ในการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางด้านเกษตรกรรม โดยต้องมีการส่งเสริม พัฒนา และบริหารจัดการของสหกรณ์และสถาบันอื่น ๆ และรัฐบาลจะต้องมีการบริหารจัดการ และลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร ดิน น้ำ และระบบโลจิสติกส์ รวมทั้งปัจจัยอำนวยความสะดวกในการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางด้านเกษตร โดยมุ่งให้เกิด การวิจัยเชิงพาณิชย์ ผมก็ตอบโจทย์ได้แล้วครับว่าเมื่อเราวิจัยตอบโจทย์ได้สามารถจะวิจัย เรื่องเกษตรได้ เราก็สามารถจะตอบโจทย์ได้ แล้วก็ต้องให้เกษตรเป็นเชิงพาณิชย์ให้ได้ ถ้าเกษตรยังขายวัตถุดิบอยู่ มันก็จนอยู่วันยังค่ำ ฉะนั้นต้องตอบโจทย์เขาได้ว่าเราสามารถ จะพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ให้ได้ มันถึงจะไปได้ การจัดการให้เป็นระบบดิจิทัล อะกริคัลเจอร์ อีโคโนมี (Digital agriculture economy) ซึ่งเป็นระบบข้อมูลที่มีแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจ ดิจิทัลเชื่อมโยงกับเกษตรกร เรื่องนี้มันยังใหม่สำหรับเกษตร แต่มันต้องทำให้ได้ เพราะว่า ผมเคยไปเนเธอร์แลนด์เมื่อ ๒๐ กว่าปีแล้ว เขาเด็ดขาดเลย เขามีคอมพิวเตอร์ สมัยของเรา ยังไม่มี เขามีหมดแล้ว และเขาสามารถจะส่งข่าวสารข้อมูล เขาเลี้ยงหมูในเนเธอร์แลนด์ได้ เขาไปเลี้ยงในเยอรมันใกล้ ๆ เขาสามารถจะให้อาหารหมูได้เลยโดยใช้ระบบพวกนี้ อย่างนั้น ผมว่าของเราต้องทำ ต้องก้าวไปถึงตรงจุดนั้น ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และการทำงานให้ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นตลาดที่ชี้นำสินค้าเกษตร ที่จริงผมอยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งว่าตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าบางทีมันก็ไม่ดี ผมเรียน ตรง ๆ อย่างปัจจุบันเรื่องยางพาราตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าชี้นำไปแล้วเดือนพฤษภาคม มิถุนายน ขายยางพารา ๕๐ กว่าบาท ยางแผ่นรมควัน ยางก้อน ๕๐ กว่าบาทต่อกิโลกรัม แต่พอตลาดดิบของเราขายได้ ๖๐ กว่าบาท เห็นไหมครับ พ่อค้าร้องกันหมดว่าทำไมมันสวน กับตลาดนั่น เพราะว่าตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ายางพารานี่ปีหนึ่งใช้ประมาณ ๑๒ ล้านตัน ในทั่วโลก แต่ตลาดเซี่ยงไฮ้มีตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าวันหนึ่ง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ๗,๐๐๐,๐๐๐ ตัน และมันจะไปเป็นได้อย่างไร มันขายกระดาษนี่ มันขายลมกันทั้งนั้น ฉะนั้นทำอย่างไรต้องเป็นตลาดจริง ขายจริง เพราะเราเป็นพืชอันดับหนึ่งของโลก เรื่องยางพารา เรื่องข้าว เรื่องอะไร ถ้าซื้อจริงขายจริงได้มันก็จะช่วยได้ ผมเห็นว่าตลาดสินค้า เกษตรล่วงหน้าเล่นน้ำมันจนร่วงกันเป็นแถว และหันมาเล่นทองก็ร่วงกันอีก ก็หันมาเล่นยางพาราอีกตอนนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับของจริงนะครับ แต่ของจริงกับทฤษฎี พูดกันไม่ค่อยได้ ผมก็กราบเรียนเพราะเกษตรมันด้อยโอกาส ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ ว่าจากหลักการที่กำหนดไว้ว่าเราอยากจะเห็นอะไรหลังจากที่การปฏิรูป เราจึงนำภาพ และส่วนที่กระจายอยู่ให้เข้าประเด็นการปฏิรูปและมองไปใน ๔ มิติ ดังนี้ครับ

มิติแรกการปฏิรูปเกษตรกร คือสถาบันเกษตรกร ผมกราบเรียนท่านผู้มีเกียรติ ทั้งหลายนะครับว่าเกษตรกรต้องให้เข้มแข็งครับ ถ้าไม่เข้มแข็งยังแตกกันอยู่เป็นพวก เป็นหมู่ คือความไม่เข้มแข็งก็มาจากระบบราชการอีกล่ะครับ ผมไม่ใช่มาโทษระบบราชการบ่อย ๆ แต่ข้อเท็จจริงแล้วผมอยู่กับพื้นที่ อยู่ข้างล่างมานี่ผมรู้ อ้ายนี่ก็กลุ่มของผม อ้ายนี่ของกรมผม อ้ายนี่กลุ่มนี้กรมผม อ้ายตรงนี้กรมผม และมันให้เกษตรกรแต่ละกรมทะเลาะกัน นี่คือ สิ่งที่มันของจริง ผมพูดนี่ของจริง เพราะผมอยู่พื้นที่ ผมไม่ใช่นั่งในห้องแอร์ (Air) แล้วก็มานั่ง วาดภาพเอา เพราะว่ากลุ่มนี้ทะเลาะกับกลุ่มนี้ มันถือว่าถือหางกันคนละกลุ่ม ผมว่าอันนี้ ต้องปฏิรูปครับ ไม่ปฏิรูปไม่ได้ ทีนี้ปฏิรูปและไปบอกว่าเกษตรกรไม่เป็นตัวของตัวเอง จะเป็น ตัวของตัวเองได้อย่างไร ก็ยุไป ยุมา แล้วก็หนำซ้ำบางทียังเอารางวัลมาล่ออีก บางทีเกษตรกรโดนนะ แต่ผมไม่เคยหลงคารม ใครนะ อันนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าเป็นข้อเท็จจริงจริง ๆ เพราะว่าทุกคนก็อยากจะหนุน เกษตรกรในกลุ่มของตัวเอง ของผมนี่ยกตัวอย่างผมก็ได้เลยกองทุนสงเคราะห์สวนยางก็มี กลุ่มหนึ่ง อสย. ก็มีกลุ่มหนึ่ง กรมส่งเสริมการเกษตรมีกลุ่มหนึ่ง ยางนะ กรมวิชาการเกษตร ก็มีกลุ่มหนึ่ง แล้ว ๔ กลุ่มนี่ยุกันไปยุกันมาเกษตรกรเป็นตัวตลกไปแล้ว

การปฏิรูประบบผมก็ว่าน่าจะต้องปฏิรูปอย่างที่มันยึดโยงกับข้อ ๑ เลยครับ โครงสร้างของข้าราชการ โครงสร้างของระบบข้าราชการต้องปฏิรูปให้ได้นะครับ เพราะว่า ถ้าไม่ปฏิรูปโครงสร้างมาก็คงจะไม่ประสบความสำเร็จ แล้วก็ปฏิรูปด้านกฎหมาย กฎหมาย มีเยอะเหลือเกิน อันนี้ก็เข้าอีกฉบับหนึ่งท่านรัฐมนตรีปิติพงศ์บอกว่าเอากฎหมายเข้ามา อีกฉบับหนึ่ง ผมเห็นด้วยเลยที่เอาเข้ามาในเรื่องของประกันภัยพืชผลอะไรต่าง ๆ นี้นะครับ อันนี้น่าเอาเข้ามา ทีนี้การปฏิรูปการบริหารจัดการและกลไกคือผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ที่จริงการบริหารจัดการกลไก ที่จริงเกษตรกรไทยผมกราบเรียนท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ทุกท่าน ยุให้ผมปลูกอะไรผมปลูกเป็นหมดทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องปฏิรูปหรอกครับเรื่องนี้ คือไปบอกให้ผมปลูกนั่นผมก็ปลูกได้ปลูกนี่ แต่ถามว่าเวลาขายผมขายได้ไหม หรือไปยุให้มาก ๆ แล้วรัฐบาลสามารถจะแปรรูปออกไปสู่สินค้าสำเร็จรูปได้ไหม อันนี้มันติดอยู่ตรงนี้ครับ ให้ปลูกอะไรปลูกเป็นหมดทุกอย่างรับรองเลย แต่พอปลูกไปแล้วพอรัฐบาล ผมเคยพูดเสมอ กับเกษตรกรพอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาบอกว่าให้ปลูกมัน ผมต้องไปปลูกอ้อย เพราะว่าเดี๋ยวมันมันล้น เพราะอะไร ปลูกแล้วมันล้น พอยุมันก็มากันเยอะแยะคนไม่รู้ อิโหน่อิเหน่ก็ปลูกหมด มันล้น ผมปลูกอ้อยดีกว่าสวนทางเลย ให้ปลูกถั่ว ไปปลูกข้าวเสีย ยกตัวอย่างอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องนั่น

ทีนี้พูดถึงกองทุนและการบริหารความเสี่ยงของเกษตรกรอย่างที่กราบเรียน ไปแล้วที่ท่านประธานไปคุยกับท่านปิติพงศ์เรื่องกองทุนสวัสดิการสำคัญนะครับ ผมเห็นด้วย เลยตัวนี้เป็นกฎหมายที่ดีมากและประกันความเสี่ยงครับ เกษตรกรไม่มีประกันความเสี่ยงเลย อยู่ ๆ น้ำท่วมนาหมดก็นั่งร้องไห้หรือไม่ก็กู้หนี้ กู้ ธ.ก.ส. อีก เพิ่มหนี้อีก ดอกทบต้น ต้นทบดอก หมดอยู่นั่นเสียดอกเบี้ยหมด ทำอะไรกินไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องประกันความเสี่ยงพืชผล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่จะเรียนให้ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านทราบ นะครับ

เรามาพูดถึงกรอบความคิดรวบยอด ความคิดรวบยอดนี่เรามองเห็นว่า ๔ ประเด็นในการปฏิรูปที่เป็น กล่อง ๆ อยู่ กล่อง ๆ ๔ กล่อง เอามาต่อกันแล้วก็เพื่อที่จะ เชื่อมโยงความสัมพันธ์กัน เพราะถ้าเราไม่เชื่อมโยงเราตัดอันใดขาดไปอันใดอันหนึ่งนั้น มันจะไม่ทะลุเป้าไป อย่างจะเชื่อมโยงจากเกษตรเป็นอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเป็นพาณิชย์ ไปสู่การตลาดอย่างนี้ยกตัวอย่าง ทีนี้แนวคิดในการปฏิรูปเกษตรของประเทศไทยในส่วนต่าง ๆ ที่สนับสนุนและออกกฎหมายนั้นเป็นการช่วยเหลือรายได้และทักษะของเกษตรกรที่ยากจน หรือที่ย้ายออกจากภาคเกษตรไปสู่อาชีพอื่น อันนี้ผมว่าไม่สนับสนุนนะ เกษตรย้ายออกไปอยู่ อาชีพอื่น ผมอยากจะเรียกเกษตรกรอย่างเกษตรกรที่เนเธอร์แลนด์ ผมไปดูมาเขามีศักดิ์ศรีมาก ผมไปวัน ๑๐๐ ปีเขาพอดีนี่ วัน ๑๐๐ ปี ผมเป็นคนไทยที่ได้ขึ้นไปพูดเลยในฐานะผู้นำ เกษตรกร ท่านรู้หรือเปล่าเวลาเขามา เวลาเกษตรกรมาเขานั่งประชุมอยู่อย่างนี้ เวลารัฐมนตรีมาผมงงเลยครับ เขาไม่ลุกขึ้นไปรับสักคนหนึ่ง รัฐมนตรีก็เดินดุ่ม ๆ ลงไปนั่ง ตรงนั้นละ และประเทศไทยพอรัฐมนตรีมาอ้าวพวกเรารัฐมนตรีมาเดี๋ยวออกไปรับข้างนอกหน่อย ยืนเข้าแถวกันปรบมือรับอีก แต่ผมไปเนเธอร์แลนด์ ผมแปลกใจจัง รัฐมนตรีเดินดุ่ม ๆ และผมถามเขาว่าทำไมไม่รับว่าเขามีที่นั่งให้แล้ว เขาไปนั่งเอง และเขาก็เดินไปที่นั่งของเขาด้วย เขารู้นะครับ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมือนกับทางพาณิชย์เข้ามาในงาน ๑๐๐ ปี ของเขา อันนี้ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าเมื่อไรเราจะเป็นอย่างนั้น ๒๐ ปีได้เป็นไหม ๓๐ ปี ได้เป็นไหม หรืออีก ๑๐๐ ปี

การพัฒนาเกษตรกรมีความรู้ทักษะและเทคโนโลยี การบริหารจัดการ การเงิน การคลัง สนับสนุนเพื่อพัฒนาเพิ่มพูนทักษะอะไรต่าง ๆ นี้ เป็นเรื่องที่ผมเรียนแล้ว ไปตั้งแต่ต้นว่าเราควรจะพัฒนาความรู้ให้เขามากกว่าที่เป็นอยู่ ให้โอกาส ให้เขาได้เรียนรู้ อย่างผมอยู่กับยาง ผมบอกว่าถ้าอยู่ ๆ จะให้ผมทำอุตสาหกรรมยางได้อย่างไร ถ้าไม่ให้ผม ได้ทำขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ พื้นรองเท้า แล้วค่อย ๆ ทีละขั้น ทีละขั้น ต่อไปผมอาจจะทำล้อ เครื่องบินด้วยใครจะรู้เพราะให้ผมเริ่มจากอุตสาหกรรมเล็ก ๆ ไปสู่อุตสาหกรรมใหญ่โดยการ เพิ่มทักษะให้ผม ให้งบประมาณผม ให้มาสนับสนุนผมแทนที่ไปอีลุ่ยฉุยแฉก เอาไปใช้ โดยไม่เป็นประโยชน์มากมาย หรือไม่ก็เป็นการหาเสียงไปอย่างนี้พูดตรง ๆ ประชานิยม ซึ่งมันก็พังไปหมด

ส่งเสริมเกษตรกรเข้าถึงและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลกับตลาดสินค้าเป็นการ ส่งเสริมและพัฒนาทักษะ แล้วข้อมูลสินค้าและตลาดสินค้าจากแหล่งต่าง ๆ ต่อการปฏิรูป ระบบ อันนี้ก็เช่นกันครับ ต้องอาศัยลูกที่เรียนจบปริญญาอะไรต่าง ๆ เพราะดูคอมพิวเตอร์เป็น แม้แต่ผมเองยังดูคอมพิวเตอร์ไม่เป็นเลย ดูไม่เป็นครับ ทำไม่เป็นด้วยและไม่คิดจะทำด้วย เพราะอะไรไม่ใช้สมองไปทางนั้นอย่างนั้นเด็กต้องเข้ามาช่วย แล้วก็ต้องให้รู้เดี๋ยวนี้เปิดปุ๊บ เปิดปั๊บได้หมดเลย ข่าวสารข้อมูลไปกันได้เพียบ

ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยและความสะดวกในการพิจารณา ศึกษาโครงสร้างคลองส่งน้ำทั้งบนดินและใต้ดินและลอยฟ้าเพื่อให้เป็นซูเปอร์ ไฮเวย์ (Super highway) อันนี้ผมก็พูดถึงคลองส่งน้ำอย่างเดียวพอก็พอนะ เพราะว่าเกษตรกรต้อง พูดถึงคลองส่งน้ำ เพราะถ้ามีน้ำเกษตรเราสมบูรณ์แน่ครับ แล้วน้ำผมไปดูเมืองจีนแล้ว น้ำเขา กักไว้เป็นทอด ๆ แต่พอมาดูไทย แล้วบอกน้ำจะแล้งอีกแล้ว ไม่มีใครกักแล้วปล่อยลงทะเล หมด ฝนตกมานี้ปล่อยลงทะเลหมด ผมเห็นไหลโครม ๆ ลงทะเล ที่จังหวัดระยองมีต้อง ๔-๕ สายมันลงหมดเลยไม่กักไว้ วิธีกักง่าย ๆ ตอนนี้ผมก็เสนอ ฯพณฯ นายกไปแล้วบอกว่าทำ เขื่อนยางเลย ท่านธวัชชัย สมุทรสาครท่านไปร่วมกับผมแล้วก็ไปคุยว่าทำเขื่อนยาง สัก ๒๕ จุดภาคอีสาน น้ำในอีสานไม่แล้งหรอกครับ ไม่ต้องไปขนน้ำส่ง เสียงบประมาณเปล่า ๆ ยกตัวอย่างเช่นนี้การกักน้ำแล้วเกษตรกรก็ใช้ได้นะครับ

ระบบความปลอดภัยมาตรฐานสินค้า ระบบการตรวจสอบและกำหนด มาตรฐานสินค้าเกษตร อันนี้สำคัญครับ เพราะว่ามาตรฐานสินค้าเกษตรผมว่าเป็นสิ่งสำคัญ สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร เพราะว่าสินค้าเกษตรไม่มีมาตรฐาน มียาฆ่าแมลงเจือปน ผมว่ามันคงจะจบแค่นั้น ต่างประเทศเขาก็ไม่รับซื้อครับ

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางด้านเกษตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเกษตร ไปสู่อุตสาหกรรมแปรรูปในเชิงพาณิชย์ ผมก็กราบเรียนมาแล้วว่าถ้าเราทำแล้ว เกษตรกร สามารถทำเองแพคกิง (Packing) เอง ผมมีโอกาสไปดูงานที่อินเดีย เขาเอายางมาทำเป็นพวกซีล (Seal) เครื่องสุขภัณฑ์ในหมู่บ้านนั้น ทั้งหมู่บ้านเลย ซีลเครื่องสุขภัณฑ์ แล้วเขาก็ใส่กระสอบปุ๋ยแบกไปให้สหกรณ์เขา สหกรณ์ก็จะ แพคกิง สวยมาก สวยแล้วส่ง นี่คือสิ่งที่ผมเห็นมา ผมอยากให้เรามาทำบ้างเพราะเราจะได้ ไม่อด เกษตรกรจะได้มีกินมีใช้

ระบบเครือข่ายห่วงลูกโซ่และคลัสเตอร์ (Cluster) ในระดับกลุ่มสินค้าเกษตร ระดับชุมชนมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มอุตสาหกรรมและองค์กรเอกชนที่อยู่ในคลัสเตอร์นั้น ในลักษณะของแวลู เชน (Value chain) และเป็นส่วนหนึ่งของโซ่อุปทานของการผลิต อุตสาหกรรม อันนี้ก็เหมือนกันครับ เราควรจะต้องทำเป็นห่วงโซ่อุปทาน ผลิตวัตถุดิบเป็น สินค้าไปสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์อะไรอย่างนี้ให้มันไปด้วยกัน

ทีนี้ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า มุ่งส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ของอาเซียน ก็เราเข้าสู่อาเซียนแล้วพักหนึ่งเรายังเชื่อมโยงหรือเปล่า เกษตรกรเราไม่มีโอกาส รู้ว่าอาเซียนคืออะไร เรียนตรง ๆ รู้น้อยมาก ยังไม่ทำความเข้าใจว่าอาเซียนคืออะไร แล้วสินค้าทะลักเข้าทะลักออกเป็นอย่างไร เพราะบางอย่างค่าแรงเขาถูกเราก็ควรจะเอามา แปรรูปเป็นเพิ่มมูลค่าเสีย อย่างนี้ผมว่าน่าทำ เหมือนมาเลเซียเมื่อปี ๒๕๓๔ เขาโค่นยาง ปลูกปาล์ม เพราะค่าแรงยางไม่มี เขาก็โค่นยางปลูกปาล์ม แล้วหลอกให้ประเทศไทยปลูกยาง หมดเลย แล้วเขาก็เอาเข้าเพิ่มมูลค่า ตอนนี้เขาเป็นฮับของยาง เห็นไหมครับ ทำไมเรา อยู่ตรงนี้เราไม่เอาเขมร ลาว พม่า เราไม่ได้ไปหลอกเขา แต่ให้เขามาขายให้เรา แต่พวก สกิล เลเบอร์ (Skill labor) อะไรต่าง ๆ เราเก่งกว่าเขา วิจัยเก่งกว่าเขา เราก็ควรจะเอามา พัฒนาให้มันเข้าระบบ

ในส่วนของการปฏิรูปและการจัดการด้านกลไกส่วนรวม กลไกทางกฎหมาย และกฎระเบียบและสถาบันอื่น ๆ ที่จะต้องมีการทบทวน อันนี้กฎหมายผมว่าควรจะทบทวน เสียที บางทีโบราณเลยสมัยก่อนโน้น สมัยก่อนผมเกิดอีก กฎหมายยังอยู่เลย

กำหนดยุทธศาสตร์เป้าหมายระยะยาวสำหรับสินค้าเกษตรและสาขา โดยแต่ละ ยุทธศาสตร์ต้องมีกลไกมีประสิทธิภาพไปสู่การปฏิบัติ อันนี้เราก็ควรจะกำหนดให้มันเชื่อมโยง อย่างสอดคล้องกัน

ยุทธศาสตร์นโยบายพลังงานทางเลือก อันนี้ก็เช่นกันเกษตรทางเลือกคือ เกษตรพลังงาน เพราะตอนนี้ถ้าน้ำมันแพงเราก็ปลูกปาล์มมาคั้นเป็นน้ำมัน วันนั้นผมไปดูที่ โคราชเขาเอามันมาทำพลังงานแล้วก็ทำไฟฟ้าขายได้ด้วย ยกตัวอย่างอย่างนี้ ทำไมเขาทำได้ มันจะหมดไปเลยในนั้นถ้ากากเสีย กลิ่นเหม็นเข้าไปในโรงไฟฟ้าหมด แล้วก็ขายให้รัฐบาลด้วย เราทำได้เยอะแยะแต่เราไม่ทำ

ส่งเสริมพัฒนาการจัดการกลุ่มเครือข่ายของเกษตรกร ที่จริงก็ย้ำแล้วย้ำอีก การพัฒนากลุ่มเกษตรกร ที่จริงเขาแข็งแกร่งพอสมควรอยู่แล้ว แต่ให้เขาอยู่ในทิศทางที่ถูก อย่าไปยุเขา อย่าไปเสี้ยมเขา อย่าไปเอาเงินซื้อเขาเท่านั้นเขาก็สามารถจะพัฒนาตัวเขาเอง เข้าไปสู่ระบบที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกัน เราต้องปฏิรูปร่วมกัน

ทีนี้ขอบเขตการปฏิรูปเฉพาะด้านโดยมีการวางกรอบระยะเวลาศึกษาโดยมี คณะทำงานแยกเป็นตามรายสินค้าปัจจุบันที่เชื่อมนั้น ปฏิรูปเป็นเรื่องเร่งด่วนสามารถ ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละประเด็นที่ทำนั้นก็เชิญหลายหน่วยงานมาร่วมด้วย ให้ข้อมูลในเชิงลึก แล้วก็จัดทำรายการศึกษา คือผมเองอยู่คณะอนุกรรมาธิการการเกษตรมันเยอะเหลือเกิน หลายเรื่อง แต่เราบ่นไม่ได้เราอยากทำ ขณะนี้ผมก็ทำข้าว ยางพารา อ้อย น้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง ตอนต้นทำ ๕ อย่างที่เป็นพืชหลักเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่าข้าวโพดไม่ยอมบอกว่า ต้องเอาเขาด้วย เอาข้าวโพดอีก ประมงไม่ยอมต้องเอาเขาด้วย ต้องเอาประมงอีก โคเนื้อ ไม่ยอม เอาโคเนื้อเข้าไปอีก วันนั้นท่านเทียนฉายท่านบอกว่าให้ทำสหกรณ์อีก ผมนึกว่า คณะกรรมาธิการการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ๑ เขาทำ ผมก็ต้องมาทำอีก สหกรณ์ตอนนี้เกือบเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นผมว่าสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า เราจะต้องทำกันเยอะ ๆ

และผมยังมีปฏิรูปขีดความสามารถในปฏิรูปการอุดหนุนประกันรายได้ ให้เกษตรกรซึ่งผมได้เรียนแล้วตั้งแต่ต้นนะครับ และศึกษาพืชจีเอ็มโอ (GMO) เป็นทางเลือก ทางเลือกนะครับอย่าไปถือว่าจีเอ็มโอมันจะร้ายทั้งหมด แต่เลือกดู เกษตรกรเอาก็ได้ รัฐบาล เอาก็ได้ ไม่เอาก็ได้ เพราะว่าเราให้ไว้เป็นทางเลือก แล้วก็โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดคือ เกษตรอินทรีย์ เราต้องปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ แล้วก็พอผมพูดเรื่องเกษตรอินทรีย์ปุ๋ยเคมีมาอีก ก็เลยใช้ปุ๋ยสั่งตัดเข้ามา ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ผมจะต้องทำ ให้เสร็จภายในเดือนเมษายนตามคำสั่งของท่านประธานเกริกไกรนะครับ เดือนเมษายน ต้องเสร็จผมก็พยายามจะให้เสร็จนะครับ จะพยายามที่สุดจนสุดนะครับ

ทีนี้ผมอยากจะเรียนว่าเครือข่ายพันธมิตรที่เราจะต้องร่วมมือด้วย ภาครัฐ หน่วยงานต่าง ๆ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรต้องมารวมกัน ภาคเอกชนเราทิ้งไม่ได้ ภาคประชาสังคม เช่น ทีดีอาร์ไอเราก็ทิ้งไม่ได้ ภาคการศึกษาสำคัญใหญ่ สถาบันการศึกษานี้ สำคัญมากเราเรียนรู้ได้จากการศึกษา องค์การระหว่างประเทศ เอฟเอโอ (FAO) ดับบลิวทีโอ อะไรพวกนี้ เอดีบี (ADB) เราก็ต้องศึกษานะครับ ทั้ง ๆ ที่เกษตรมันเกี่ยวข้องหมดทั้งโลก ฉะนั้นเราต้องทำให้ได้นะครับ

ส่วนตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์เรามีภาพรวม ในภาพก็คือการจัดทำร่างแผนแม่บท การปฏิรูปเกษตรร่วมกันกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องให้เสร็จภายในปี ๒๕๕๘ ตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์ เฉพาะ รายได้เฉลี่ยครัวเรือนของเกษตรกรทั้งประเทศ เขาเขียนตัวเลขมาให้มากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภายในปี ๒๕๗๕ ผมไม่คิดว่าจะทำได้หรือเปล่าไม่ทราบ แต่ก็จะพยายาม นะครับ ครัวเรือนกลุ่มที่มีรายได้น้อยที่สุดให้มากกว่าครัวเรือนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี มีเป้าหมายชัดเจนทุกกลุ่มสินค้า เพราะมุ่งสินค้าหลักให้เป็นส่วนใหญ่ แล้วก็โครงสร้างพื้นฐาน เกษตรกรมีความพร้อมในการแปรรูป อันนี้ก็เรื่องแปรรูป ฉะนั้น ๕ ปีจากต้นทุนสหกรณ์ เกษตรจะต้องมีความเข้มแข็ง สามารถดูแลร้อยละ ๖๐ ของเกษตรกรทั้งหมด นี่คือตัวบ่งชี้ และสัมฤทธิผล สไลด์จะทำให้เห็นภาพใหญ่ในเรื่องของผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ของประเทศไทย ภาคเกษตรกรที่เข้มแข็งจะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย คือให้ลด ความเหลื่อมล้ำนะครับ ที่เราบ่นกันเรื่อยเหลื่อมล้ำ ๆ นะครับ สัดส่วนภาคเกษตรกรรมจีดีพี ซึ่งปัจจุบัน ๘.๔ ของจีดีพีทั้งประเทศจะให้เติบโตยิ่งกว่านั้น โครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลขึ้น เกิดความพร้อมในการดูแลการจัดการปัญหาภาคเกษตรซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะเออีซีสำคัญที่สุดเพราะมันอยู่ใกล้บ้านเรานะครับ ถ้าเราเอาเออีซีของเราเป็น เกษตร เอาอาเซียนบวก ๒ บวกต้องบวกประเทศจีนกับประเทศอินเดียคนมันมากเราก็ต้อง บวกเขาแล้วเราก็ขายของให้เขาจะดีที่สุดนะครับ คือการปฏิรูปของเรา เมื่อเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีสมรรถภาพดีขึ้น ประเทศไทยมีศักยภาพ และมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างมั่นคงในอนาคต คือดูตัวอย่างนะครับ อย่างที่ท่านประธานบอกว่า ยาง ๑๘๔ บาทต่อกิโลกรัม ตอนนี้เหลือ ๔๐ กว่าบาท ๕๐ บาท ตอน ๑๘๔ บาท เกษตรกร ชาวสวนยางสุราษฎร์ธานีออกรถไม่มีรถขายเลยป้ายแดงหมด ตอนนี้ยางเหลือ ๔๐ บาท ถูกยึดหมด เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้เขามีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเมื่อก่อน ให้เขาปลูกพืช เสริมรายได้ไม่ใช่ปลูกยางเป็นพืชอย่างเดียว ควรจะมีพืชร่วมยาง ควรจะมี ถ้าปักษ์ใต้ ก็เหลียง หรือลองกอง หรืออะไรผสมเข้าไป ยางตกลองกองขึ้น ผัดเหลียงมันกินกันทุกคน เราก็สามารถจะเอามาทำได้ยกตัวอย่างเช่นนี้นะครับ

แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนทำให้คณะเกษตรต่าง ๆ สามารถประสานงาน กันด้วยเป้าหมายและที่ร่วมที่ชัด เพิ่มประสิทธิภาพของทุกฝ่ายและลดความขัดแย้งระหว่าง หน่วยงานและภาคส่วนราชการ คือผมอยากจะเรียนว่าเราคนไทยด้วยกันเราต้องมา รักความสามัคคีต้องปรองดองกัน ไม่ใช่ว่าเกิดความขัดแย้งกันเรื่อย ที่ผมพูดนี่ผมพูดความจริง บางทีถ้าผมถูกกดดันมาก ๆ มันก็ต้องขัดแย้ง แต่ถ้าอะลุ่มอล่วยกันพี่เอ๋ยน้องเอ๋ยเราก็อยู่ กันได้ อย่างนั้นผมว่าหน่วยราชการต้องเห็นใจพี่น้องเกษตรกรเป็นหลักใหญ่ถือว่าเขาเป็นผู้ที่ โอกาสน้อยกว่าคนอื่น

แผ่นสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน จะจบแล้วครับ ไม่ต้องอ่านนะ คือขั้นตอน การดำเนินงานมันก็บอกแล้วผมต้องทำไปเรื่อยจนกว่าจะเดือนเมษายน ก็จบแค่นี้เขาบอก ไม่ต้องอ่าน เพราะเขียนมาก็ต้องอ่านก็กลัวเพราะไม่ได้ทำด้วยตัวเองก็ต้องอ่าน ก็ขอบพระคุณมากครับ ก็คิดว่าท่านจะถามอะไรผมตอบได้ก็ตอบได้ ตอบไม่ได้ผมกลับไปบ้าน แล้วก็ไปคิดมาให้ท่าน ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

หมดแล้วใช่ไหมท่านประธาน เชิญค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมในฐานะที่เป็นประธานกรรมาธิการ แล้วก็มีคณะอนุกรรมาธิการเกษตรนี้ผมขอบคุณ ท่านประธานอุทัย สอนหลักทรัพย์ ที่ได้นำเสนอสาระสำคัญนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ก็มีอยู่ ๔ ประเด็นสำคัญ คือเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกร แล้วก็ท่านปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ก็มาคุยกันนะครับ ท่านมีร่างกฎหมายซึ่งเราเห็นพ้องต้องกันในเรื่องของการเกี่ยวกับเรื่อง รายได้ รายจ่าย แล้วก็กองทุน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะได้นกหลายตัวในกฎหมายฉบับเดียวกัน ถ้าผ่านนะครับ ก็คือการช่วยเหลือสวัสดิการให้เกษตรกรอยู่ได้ในระดับที่มีความเป็นมนุษย์ นะครับ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แล้วก็ถ้าเกิดมีการตกของราคาเมื่อไรรัฐจะเข้าไปช่วย อันนี้ ก็จะมีเขาจะช่วยเรื่องประชานิยมนะครับ

อันที่ ๒ ที่สำคัญก็คือว่าการที่เราจะใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้าไปช่วยทำ ให้เกษตรกรกับเกษตรกรรมดีขึ้น ผมเองได้ทำการหารือกับทางคณะกรรมาธิการ เรื่องวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมก็พยายามจะให้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ได้เอื้อมมือไปถึงระดับรากหญ้าเลย อันนี้อาจจะเป็นประเด็นที่สำคัญในเรื่องของเชิงระบบ และที่จะต้องมีก็คือเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าที่ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้นว่า มันเป็นความท้าทายของเกษตรกรรมในอนาคต อันนี้ก็จะเป็นอีกโมดูล (Module) หนึ่ง อีกกรอบหนึ่งของการปฏิรูปเป็นเรื่องเชิงระบบ

อันที่ ๓ กฎหมายถ้าออกแล้วมันจะไปดูแลเรื่องเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการ ของเกษตรกรได้ไปในตัวด้วย เพราะในนั้นจะมีการนำ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีเกษตรมาไว้ สำหรับเป็นกองทุน อันนี้ถ้าผ่านก็จะทำให้ดูแลเรื่องนี้ได้ สำหรับเรื่องของบริหารจัดการนั้น เราจะเน้นที่ ๒ อย่างคือธุรกิจของเกษตรกรสามารถทำธุรกิจได้

อันที่ ๔ คือเรื่องการที่มีการรวมกลุ่มกันในเชิงที่เข้มแข็งเช่นหลักการสหกรณ์นั้น จะต้องได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ขณะนี้ก็มีผู้ที่ดูแลเรื่องของการปรับปรุงเรื่องสหกรณ์อยู่ อาจจะต้องเป็นกฎหมายหรือไม่ก็ต้องดูอีกทีหนึ่ง ตกลงก็จะมีอยู่ ๔ ประเด็นหลักสำคัญ ด้วยกันที่ผมกราบเรียน ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ ตอนนี้ท่านก็ได้รับฟัง ได้รับทราบแนวคิดการปฏิรูปภาคเกษตรแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นอย่างที่ได้เคยปฏิบัติท่านละไม่เกิน ๕ นาทีนะคะ ขณะนี้เรามีสมาชิกที่ได้แจ้งความจำนงไว้แล้ว ๒๐ ท่าน ดิฉันจะขอเรียน รายนาม ๕ ท่านแรกก่อน ท่านเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ท่านผู้ว่าฯ จำลอง โพธิ์สุข ท่านพลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก และท่านเลขานุการ อลงกรณ์ พลบุตร ดิฉันขอเชิญท่านเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล ค่ะ

นายเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล จังหวัดปราจีนบุรี จากการรายงาน แล้วก็ดูจากปูมหลังของคณะกรรมาธิการปฏิรูป ภาคเกษตร เป็นที่น่าดีใจแทนพี่น้องประชาชนครับ ถึงแม้ว่าจะมีไม่กี่ท่านที่มีสายเลือด เป็นเกษตรกรเหมือนผมอย่างนี้ครับ แต่ว่าหลาย ๆ ท่านเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณที่จะเอื้อเฟื้อ เอื้ออาทรต่อพี่น้องเกษตรกร ผมก็เป็นความหวังแล้วก็น่าชื่นใจ ยิ่งมาดูจากเอกสารรายงาน ซึ่งท่านทำเอาไว้เพียงแค่ ๑๐ หน้า แต่ท่านสามารถอธิบายขยายความได้เป็นชั่วโมง ก็ทำให้ เรามีความรู้สึกว่าน่าชื่นชมครับ แล้วก็น่าจะมีความหวัง แต่ว่าจะเป็นคำหวานหรือความหวังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนต่อไปซึ่งคณะกรรมาธิการท่านจะต้องไปดำเนินการต่อ และในสิ่งที่สมาชิก อีกประมาณ ๒๐ กว่าท่านที่จะนำเสนอ สำหรับผมผมคงจะนำเสนอเพียงแค่ ๒-๓ ประเด็น เท่านั้นเอง เนื่องจากว่าจากการที่เราได้ทำเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมา ก็จัดเป็นเสียงที่จะสะท้อนเข้าไปสู่สภาแห่งนี้ แล้วก็โดยเฉพาะกรรมาธิการภาคการเกษตร ครับ ก็จะมีอยู่ ๓ ประเด็นครับ ประเด็นแรก ๆ ประเด็นอื่นเดี๋ยวท่านสมาชิกท่านอื่นก็คงจะ นำเสนอนะครับ สำหรับผมก็จะมีเพียงแค่ ๓ ประเด็นนั้นก็คือระบบข้อมูล แล้วก็เรื่องของการ สร้างสถาบันเกษตรที่ให้มั่นคงแล้วก็มีความเข้มแข็ง

อีกประเด็นหนึ่งเรื่องของด้านสวัสดิการ ซึ่งก็จะสอดคล้องกับใน ๔ ประเด็น การปฏิรูปของคณะกรรมาธิการด้านการเกษตร ในเรื่องของปฏิรูปเกษตรกร ปฏิรูประบบ ปฏิรูปกลไก แล้วก็ปฏิรูปการบริหารความเสี่ยง คล้ายคลึงกันครับกับเสียงสะท้อนของพี่น้อง ประชาชนซึ่งเราไปรับฟังมาจากจังหวัดครับ

ประเด็นแรกนั้นก็คือในเรื่องของระบบข้อมูล ซึ่งสัปดาห์ก่อนผมได้กราบเรียน ในสภาแห่งนี้ไปแล้วว่า เราจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องทำสำมะโนเกษตร ในปัจจุบันเรามี สำมะโนประชากรและการเคหะ แต่ว่าไปเน้นในเรื่องของเพศ อายุ บ้าน ตึกรามใหญ่โต มีรถราม้าใช้เท่าไร เป็นในลักษณะนั้น เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาและวิจัยในเรื่องของ เศรษฐกิจและสังคมนะครับ แต่ว่าสำมะโนเกษตรตัวนี้จะบอกถึงที่ดิน ที่อยู่อาศัย แหล่งน้ำ พืช สัตว์ การประมง เพื่อที่จะไปวิเคราะห์และวิจัยในเรื่องของแหล่งน้ำในกรณีที่ เราทราบแล้วว่าเราจะพัฒนาแหล่งน้ำไทยในด้านไหนบ้าง แล้วก็ในเรื่องของการจัดโซนนิง ในเรื่องของพืช ซึ่งหลายท่านก็คงจะทราบดีครับว่าเรื่องของพืชแต่ละแหล่ง ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุอาหารต่าง ๆ รสชาติของผลผลิตจะแตกต่างกันนะครับ โดยเฉพาะท่านอุทัย ขออนุญาต เอ่ยนามท่านคงทราบดี ผลไม้ชนิดหนึ่ง ปลูกในพื้นที่อีกที่หนึ่ง ข้าวก็เหมือนกันครับ เรารับประทานของประเทศไทยแต่ไปรับประทานที่ต่างประเทศ รสชาติไม่เหมือนกัน แตกต่างกันครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ เนื่องจากเวลาจำกัด อีกเรื่องหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของสภา เกษตรกร เรามีพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีโครงสร้างแต่ไม่ฟังก์ชัน (Function) สภาเกษตรกรจังหวัดขณะนี้ยังเดินไปไหนไม่ได้เลย ทั้ง ๆ ที่มีบทบาทมีหน้าที่ในเรื่องของการ กำหนดแผน กำหนดนโยบาย ทำแผนแม่บทของจังหวัดแต่ก็ยังไม่ได้ไปไหน

ที่สำคัญครับ อันสุดท้ายที่จะนำเสนอนั่นก็คือในเรื่องของการที่ท่านกำหนดไว้ ในเรื่องของการปฏิรูปนั่นก็คือ ในเรื่องของกองทุนการบริหารความเสี่ยงของเกษตรกร ผมอยากจะเสนอให้มีกองทุนบำนาญเกษตรกร คล้ายกันกับของ กบข. ของข้าราชการ คล้ายกันกับของ กอช. กองทุนการออมแห่งชาติ เพื่ออะไรครับ เพราะว่า ๑. อันดับแรกเลย ก็จะเป็นแรงจูงใจที่จะให้คนที่อยู่ในภาคเกษตรไม่หนีออกจากนอกระบบไปสู่ภาคแรงงาน ๒. จะเป็นการสร้างวินัยในเรื่องของการออม ๓. เป็นหลักประกันเมื่อพี่น้องเกษตรกรของผม พ้นจากวัยทำงาน และวัยทำงานอาจจะไม่ใช่ ๖๐ ปีเหมือนข้าราชการ จะเป็น ๖๕ ปี ๗๐ ปี ๗๕ ปีก็ได้ครับ แต่หลังจากนั้นไปแล้วเขามีเงินเป็นบำนาญสำหรับเลี้ยงชีพไม่ต้องรอให้ ลูกหลาน ถ้าไม่อยากจะเลี้ยง เขาเลี้ยงตัวเขาเองได้ นี่คือหลักประกันสำหรับเงินออม ส่วนประเด็นที่ว่าจะถามว่าแล้วรูปแบบหรือโครงสร้างจะเป็นอย่างไรนั้น เราลองนำเอาของ กอช. กองทุนการออมแห่งชาติ ของ กบข. ของกองทุนอีก ๑๐ กว่ากองทุน ลองเอามา บูรณาการกันดูนะครับ ผมดูแล้วว่าตรงนี้น่าจะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรของเรา ในเรื่องของความเข้มแข็งของตัวเกษตรกร ในเรื่องของความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร และในเรื่องของข้อมูลในการที่จะวิเคราะห์วิจัยในการพัฒนาระบบการเกษตรของเรา ในอนาคตครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ สปช. หมายเลข ๒๑๖ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ยินท่านประธานบอกว่า ท่านประธานคุณแม่เป็นเกษตรกรสุพรรณบุรี ผมก็คุณแม่เกษตรกรนครศรีธรรมราช พ่อเป็น ครูประชาบาล แต่เป็นเกษตรกรเหมือนกันคือทำนาด้วยครับ พ่อเป็นครูประชาบาล ทำนา แม่เกษตรกรก็ทำนาด้วย รวมแล้วก็เป็นเกษตรกรนะครับ เพราะน้ำหนักเกษตรกรมากกว่า เกษตรนั้นหมายถึงพืชและสัตว์ ๒ อย่าง แต่น้ำหนักของเราส่วนใหญ่มักจะไปทางพืช ในขณะนี้ โดยเฉพาะเรื่องข้าว สวนยาง ปาล์ม ลองกอง มังคุด พืชสวน เป็นต้น เพราะฉะนั้น ๒ อย่างนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นฐานของประเทศไทย ประเทศไทยเราถ้าไม่มีเรื่องเกษตรแล้ว ก็เรียบร้อยครับ โรงเรียนไทยนะครับ ในตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช เรามีนาหยาม นาหลวง นาวัด แล้วก็ทำนาเพื่อไปถวายแด่วัดนะครับ มีมานานแล้วครับ ปี ๑๖๐๐ เราทำนา กันแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นก็มี ต่อมาในศิลาจารึกบอกว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว มี ๒ อย่าง สัตว์กับพืช ปี ๑๘๐๐ อันนั้นเป็นศิลาจารึก ปี ๑๘๓๕ แต่พอมาสมัยผมหนุ่ม มีเพลง ๆ หนึ่ง ของโรม ศรีธรรมราช บอกว่าข้าวยากหมากแพง สิ้นเรี่ยวแรงจะคิดทำนา รู้หรือเปล่า คุณเจ้าขาว่าชาวนากำลังร้องไห้ ผมร้องเพลงนี้เป็นตอนหนุ่ม ๆ นะครับ ชอบเพลงนี้มาก ข้าวยากหมากแพงเป็นคำที่รู้กันอยู่ว่าชาวนายากจนล่ะครับ เราจะทำกันอย่างไร เพราะฉะนั้นรัฐบาลทุกรัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ ถามว่าแก้ได้แค่ไหน แก้ได้ไม่มาก หรอกครับ ดังปัญหาที่เพื่อนหลายท่านอภิปรายมาแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันแก้ไข ปัญหา กรมการข้าวอยู่ ๆ หายไปครับ แต่ตอนนี้กลับมาแล้วครับ ทำไมกรมการข้าวหายก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เราพยายามแก้ปัญหากันดังที่ผ่านมานั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีล่ะครับ แต่แก้ยังไม่ถูกจุด และปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมันมีสารพัดนะครับ ชาวนาได้รับการช่วยเหลือ อย่างไม่จริงใจและไม่จริงจัง ชาวสวนยาง ถามว่าปัญหาเกิดเพราะอะไร เพราะการส่งเสริม ให้ปลูกยางมากเกินไปนะครับ ส่งเสริมปลูกทั่วประเทศ เฉพาะภาคใต้ไม่พอ ไปเหนือ อีสาน กลางก็ยังปลูก ผมเห็น ผมนั่งรถ แถวภาคกลาง แถวจังหวัดสุพรรณบุรี แถวนั้นก็ยังมียาง นะครับ ไม่น่าเชื่อ ทีนี้พอปลูกมากเข้าปรากฏว่าราคายางก็ถูก บ้านผมก็เลยลำบากเหมือนกับ ที่ท่านอุทัยพูดเมื่อครู่ล่ะครับ รถป้ายแดงเต็มหมดตอนนั้น ไป ๆ มา ๆ พอลดราคาป้ายแดง ถูกดึงป้ายทิ้ง แล้วเขาเอากลับเข้าบริษัท นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการส่งเสริม การเกษตรต้องพยายามส่งเสริมอย่าให้เหมือนกันทั้งประเทศครับ ถ้าเหมือนกันทั้งประเทศ เราก็เจ๊งไปพร้อม ๆ กัน ผมไปสิบสองปันนา เห็นทางประเทศจีนเขาปลูกยางกันเต็มหมดแล้ว ครับ ไปประเทศกัมพูชาก็เต็มแล้ว ในประเทศลาวก็มี เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือปัญหา ที่เกิดขึ้นในประเทศเราต้องคิดแก้กัน ผมอ่านเอกสารที่ท่านได้ทำมานะครับ เวลาจะหมด แล้วครับ ดีมาก จุดประสงค์ทำให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี มีศักดิ์ศรี คำผมว่า สวยงาม งดงาม ศักดิ์ศรีของชาวนา ศักดิ์ศรีของชาวไร่ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็คงขึ้นอยู่กับการดำเนินการ ของรัฐบาลนั่นละครับ นาข้าวญี่ปุ่นเขามีร่องน้ำตลอดแม้แต่ข้างตึกก็ปลูกข้าวได้ น้ำเหล่านั้น ไหลไปจะเปิดใช้เมื่อไรก็ได้ แต่น้ำในประเทศไทยถ้าชาวนาไม่ไปซื้อเครื่องชักน้ำมา ก็ไม่มีน้ำ อันนี้คือการที่จะต้องแก้ปัญหาคิดต่อไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านต้องดู ท่านไปดูงานกันค่อนข้างมากแล้ว ไปแอฟริกาก็ไปแล้ว อเมริกาก็ไปแล้ว ญี่ปุ่น จีน ไปหมดแล้ว แต่ทำไมน้ำทำนาของประเทศไทยไม่ค่อยมี ผมเองยังทำนาตอนนี้ ๑๒ ไร่ ที่คุณแม่คุณพ่อมอบให้ เวลาเกี่ยวข้าวผมก็ออกโทรทัศน์บ้าง วิทยุบ้าง เพื่อให้เขารู้ว่าผมก็ ทำนาด้วย ปีนี้ข้าวสังข์หยด กับข้าวหัวไทรก็ได้หลายเกวียนอยู่นะครับ แต่ผมทำแล้วผมแจก ส่วนมาก นี่คือเรื่องที่เราจะต้องแก้ไข

ข้อต่อมาบอกว่าจะต้องเพิ่มสมรรถนะในการเข้าถึงเรื่องข้อมูลตลาด และเทคโนโลยีตรงนี้ ตลาดเป็นปัญหาใหญ่จริง ๆ ราคาข้าวของเราตกต่ำเป็นเพราะอะไร เราหาตลาดลงไม่ได้ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรรัฐบาลครับ รัฐบาลหน้า รัฐบาลท่านประยุทธ์ คงไม่ทันแล้วครับ เพราะว่าไม่เท่าไรก็คงมีการเลือกตั้ง รัฐบาลหน้าที่จะเข้ามารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเลือกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เก่ง สักหน่อยครับ แล้วเข้าใจเรื่องเกษตรจริง ๆ ไม่ใช่เอาใครก็ได้มาตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทำไป ๆ สักแต่ว่าทำผมว่าไม่ได้หรอกครับ รัฐบาลหน้า นะครับ ผมไม่ได้หมายถึงรัฐบาลปัจจุบัน รัฐบาลต่อไปที่จะเลือกตั้งต้นปี ๒๕๕๙ เอาละครับ ก็คงจะพูดได้ว่าเอกสารที่ท่านทำมานั้นผมขอบคุณอย่างยิ่งที่ท่านได้เห็นความสำคัญ ของเกษตรกรชาวนา ชาวไร่ทั้งหลาย คิดว่าชีวิตคงดีขึ้น ราคาข้าวคงสูงขึ้น ราคายางคงดีขึ้น และปาล์มก็คงจะมีราคายืนยงแล้วก็มากขึ้นครับ ขอขอบพระคุณครับ ถ้าชาวเกษตรกรมีชีวิต ที่ดีขึ้น ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ว่าฯ จำลอง โพธิ์สุข ค่ะ

นายจำลอง โพธิ์สุข 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม การพาณิชย์ การท่องเที่ยว และการบริการ ตลอดจนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่รักทุกท่านครับ ผม จำลอง โพธิ์สุข สปช. ๐๕๐ จากจังหวัดชัยนาท ท่านประธานครับ ผมอ่านรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ในเรื่องเกษตร ก็ต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้มีความเพียร พยายาม วิริยะ อุตสาหะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ทุกท่านก็คงจะเห็นร่วมกัน เพราะฉะนั้น ก็ขอให้กำลังใจท่านด้วย แล้วก็ดูในเนื้อหาสาระในประเด็นของการปฏิรูป กรอบของการ ปฏิรูปทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นด้านกสิกรรม ด้านการปศุสัตว์ ด้านการประมง ภาคของ อุตสาหกรรม ภาคเกษตร ทั้งหลายทั้งปวงเยอะแยะไปหมด ก็คงจะต้องใช้เวลากันอีกไม่ใช่น้อย วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของภาคการเกษตรก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นวันเกิดของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี ๒๔๓๕ ก็ถือว่าเป็นวันมงคล ท่านเลือกเอาเรื่องนี้เข้ามาไว้ในสภา อยู่ในวาระ ก็คิดว่าคงจะสำเร็จ ขอให้กำลังใจท่านด้วย เข้าเรื่องเลยครับท่านประธานครับ ในส่วนที่ผมจะพูด

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเป็นเรื่องของความตระหนัก ความวิตก ความกังวล ร่วมกับ ท่านคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าเมื่อไรที่เราพูดถึงเรื่องของภาคการเกษตรในบ้านในเมืองของเรา ก็คงจะไล่เรียงลำดับกันมา สมาชิกหลายท่านก็ได้กราบเรียนไปแล้ว ก็ยังอยู่คู่บ้านคู่เมือง ของเราแล้วก็คงจะต้องทำกันต่อไปในภายภาคหน้า เพราะว่าแนวโน้มสถานการณ์ของโลก ในภัยคุกคามต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพของธรรมชาติ โลกร้อน น้ำจืด จะขาดแคลน การขาดแคลนเรื่องอาหารก็เป็นประเด็นที่หลาย ๆ ประเทศทั้งโลกก็ว่าได้ กำลังพิจารณากันอยู่ บ้านเมืองเราได้เปรียบ เราอยู่ภูมิประเทศตรงนี้ ผมคิดว่าคงจะต้องระมัดระวังกันให้ดี เราได้ลงทุนลงแรงกันไปมหาศาลในภาคของรัฐ ปีนี้งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วนอกภาคราชการ อีกไม่รู้เท่าไร รวม ๆ แล้วภาคเกษตรเป็นอาชีพที่น่าสงสาร เราพูดถึงเรื่องคนในภาคเกษตร หรือเกษตรกร เรามีเกษตรกรอยู่ประมาณ ๑๓ ล้านคน ๑๔ ล้านคน มีครัวเรือนเกษตร อยู่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ คน มีเฉพาะนาข้าวที่ทำนาข้าวกันก็ประมาณ ๖๐ กว่าล้านไร่ รวมความแล้วพื้นที่เกษตรกรรมประเทศไทยเรามีอยู่ประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่ แล้วเราทำเป็นเงินเป็นทองกันขึ้นมา เอาเฉพาะที่เป็นตัวเลขที่เราส่งออกเอาไปเทียบดูจาก ตารางจีดีพีประเทศไทยของเรา ท่านผู้มีเกียรติก็คงจะเห็นเป็นเรื่องที่น่าตกใจ มันก็เป็น ของมันอย่างนี้โดยเฉพาะระยะ ๒๐-๓๐ ปีมานี้ลงตลอด ปีหนึ่งเรามีตัวเลขประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ถ้าเอาพื้นที่เกษตรกรรม ๑๕๐ ล้านไร่เป็นตัวตั้ง หารด้วยเม็ดเงินตรงนี้เฉลี่ยแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ รายหนึ่งเราได้แค่ ๒,๐๐๐ บาท ประมาณนี้ แต่ว่าเราก็ต้องอยู่ กับภาคเกษตร เพราะฉะนั้นสิ่งละอันพันละน้อยทั้งหลายทั้งปวงที่เราลงทุนลงแรงกันไป ไม่ว่าจะเป็นภาคของพี่น้องภาคเกษตรกรเอง หรือทางผู้ที่เกี่ยวข้องภาครัฐก็คงจะต้องเป็น โจทย์ใหญ่ที่จะต้องช่วยกันต่อไป ที่จะทำให้การเกษตรกรรมของเรานั้นยังอยู่ได้ โดยเฉพาะ เมื่อพูดถึงเรื่องคนหรือเกษตรกรนี่นะครับ สิ่งที่อยู่ควบคู่กันมาก็คือใน ๑๐ กว่าล้านคน ก็ยังเป็นหนี้ ประการแรกก็คือว่าคาแรกเตอร์ (Character) เด่นก็คือเรื่องของการเป็นหนี้ หนี้ภาคเกษตรนี่นะครับ ดีว่ารัฐบาลกำลังจะพิจารณาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็จะช่วยเหลือ เรื่องหนี้สินภาคเกษตรของเกษตรกร วงเงินอีกประมาณเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท จะพักชำระหนี้ หรือว่าจะปรับโครงสร้างหนี้ หรืออะไรก็แล้วแต่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูก็คงจะต้องรับบท ตรงนี้ไปทั้งหลายทั้งปวง

ในส่วนต่อไปครับ ขออนุญาตท่านประธานขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องของ เทคโนโลยีการผลิต เราก็มีค่อนข้างจะต่ำ ผลผลิตต่อไร่อย่างเช่นข้าวเราก็ยังต่ำอยู่ ประมาณ ๔๐๐ กว่ากิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่บ้านอื่นเมืองอื่นอย่างเช่นเพื่อนบ้านนี่ ๘๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ เรื่องของภาครัฐเองก็มีการจัดองคาพยพที่ดูแลด้านการเกษตรกรรมเยอะแยะไปหมด แล้วรวมทั้งภาคเอกชนก็เช่นเดียวกัน เรามีสภาเกษตร เรามีกฎหมายเยอะแยะไปหมด แต่ว่า ทั้งหมดทั้งปวงผมคงมีเวลาไม่มาก ก็คือว่าเรายังมีโจทย์ที่ต้องแก้ไข ต้องทำกัน ต้องพัฒนา ภาคของการเกษตรอีกเยอะ แล้วที่สำคัญก็คือว่าในสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ในส่วนนี้การทำงานภาคของการพัฒนาการเกษตรอยากจะให้อยู่เป็นที่เป็นทาง เป็นจุดเดียวกัน นั่นก็คืออยู่ในภาคกำหนดไว้เป็นประเด็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนา ภาคเกษตร เรามียุทธศาสตร์ชาติที่ได้เสนอไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ด้วย เพราะฉะนั้นก็หวังเป็นอย่างยิ่งก็ฝากไว้กับกรรมาธิการชุดนี้ว่าอยากจะเห็นการกำหนด เรื่องของการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทยของเรานี่นะครับ เป็นประเด็นหนึ่ง ในยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาบริหารประเทศต้องไม่ละเลยในส่วนของ ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเกษตร เราจะเอากันอย่างไร เราจะทิ้งเกษตรเลยไหม แล้วก็ไปทำ เรื่องอื่น หรือว่าจะให้อยู่โดยตัวของตัวเองได้ ก็คงจะเป็นประเด็นที่จะต้องช่วยกันพิจารณาต่อไป อีกมากมายครับ ขอขอบคุณท่านประธานแล้วก็ขอให้กำลังใจคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ทำงานกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ค่ะ

พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานและเพื่อน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก จะขออภิปราย รายงานของคณะกรรมาธิการในวาระการปฏิรูปด้านเกษตร กระผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการ ชุดนี้ แต่ไม่ได้อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปด้านเกษตร ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ครับ จากการที่ได้ประชุมกรรมาธิการเพื่อเตรียมการแถลงรายงานในวันนี้ และจากการศึกษา เอกสารอย่างละเอียดพอสมควร ขอเรียนว่ากระผมเห็นด้วยกับข้อเสนอต่าง ๆ ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นในการปฏิรูปทั้ง ๔ ด้าน ตลอดจนแนวทางในการแก้ปัญหาพืชเกษตร หลักต่าง ๆ การอภิปรายของกระผมต่อไปนี้เป็นการอภิปรายเสริมในเรื่องที่เอกสารรายงาน ยังเข้าไปแตะถึงน้อยนะครับ นั่นคือในเรื่องของการประมง ในการนี้ผมได้กราบเรียน ท่านประธานอนุกรรมาธิการแล้วนะครับ ท่านกล่าวว่าไม่เคยลืมและสัญญาว่าในรายงาน สมบูรณ์จะมีเรื่องของการปฏิรูปด้านประมงนี้แน่นอน ผมจึงขออนุญาตท่านจะขออภิปราย ในครั้งนี้ว่าเป็นการอภิปรายเปิดทาง เรียนให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทราบไว้ก่อน นะครับ

เมื่อกล่าวถึงการประมง ท่านทั้งหลายเชื่อไหมครับว่าในอดีตที่ผ่านมา ประมาณปี ๒๕๒๐ กว่า ๆ ไทยเราเคยมีศักยภาพเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก บางปีทะลุจนถึง อันดับที่ ๓ หรืออันดับที่ ๔ ของโลก กองเรือไทยไปหากินไกลเกือบถึงครึ่งโลก จากอ่าวไทย นะครับ ถ้าไปทางซ้ายทางทะเลจีนใต้จะไปจนถึงปาปัวนิวกินีแล้วก็ออสเตรเลีย ทางด้านขวา ทางทะเลอันดามันก็ไปถึงโอมาน โซมาเลียและบริเวณแถวนั้น กิจการประมงไทยก็เป็นไป ด้วยดีในอดีตนะครับ แต่ก็มีจุดกลับที่ทำให้ต้องสะดุดความเจริญเติบโตอยู่ ๒ เหตุการณ์

คือเหตุการณ์แรกเมื่อมีการประกาศใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย กฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ และทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทยลงสัตยาบันยอมรับนะครับ และเป็นผลให้เกิดเขตเศรษฐกิจจำเพาะห่างจากฝั่งทะเลของแต่ละรัฐออกมา ๒๐๐ ไมล์ทะเล เป็นน่านน้ำของรัฐชายฝั่ง เรือประมงไทยที่เคยหากินไปทั่วจนถึงทะเลอาณาเขต ๑๒ ไมล์ทะเล ของประเทศต่าง ๆ นั้นก็ต้องถูกลดหรือสูญเสียพื้นที่ทำการประมงไปจนถึงประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตารางไมล์ทะเลนะครับ ไม่ใช่ตารางกิโลเมตร ๓๐๐,๐๐๐ ตารางไมล์ทะเล โดยประมาณ เท่ากับเป็นการจำกัดให้หากินได้เฉพาะในน่านน้ำไทยและอีกเพียงบางส่วน ที่ยังมีแหล่งผลประโยชน์ในน่านน้ำเพื่อนบ้านที่เราได้ไปทำข้อตกลงกันไว้

นอกจากเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องสูญเสียพื้นที่ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีเหตุการณ์ร้าย กระหน่ำเข้ามาอีกครับ คือกรณีพายุเกย์ซึ่งทุกท่านยังคงจำได้ เหตุการณ์นี้เราต้องสูญเสียเรือ และชีวิตลูกเรืออีกนับเป็นหมื่น เป็นผลให้ชาวอีสานที่เคยเป็นกำลังหลักของลูกเรือ ต่างเสียขวัญและละทิ้งอาชีพนี้ไปหมด แรงงานต่างชาติจึงได้เริ่มเข้าทดแทนตั้งแต่บัดนั้น ผลผลิตทางด้านการประมงก็ได้เริ่มลดลงแล้วก็สูญเสียอันดับการแข่งขันระดับโลกเรื่อยมา จนถึงจุดวิกฤติในปัจจุบัน ด้วยสาเหตุหลักนอกจากที่กล่าวมาแล้วก็ยังมีอีกหลายประการ เช่น การทำประมงในน่านน้ำเราที่เกินขนาดหรือที่เรียกว่าโอเวอร์ ฟิชชิง (Over fishing) ซึ่งกล่าว ง่าย ๆ ก็คือว่าจับปลากันมากไป ใช้เครื่องมือไม่เหมาะสม จนทำให้ปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ ขยายพันธุ์ไม่ทัน ซึ่งประกอบกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่ง ทำให้ปัญหานี้ก็ทับถม ขึ้นไปอีก ปัญหาการมีเรือประมงมากไปทำให้ยากต่อการควบคุม ข้อมูลเรือต่าง ๆ ไม่แน่นอน ปัญหาแรงงานค้ามนุษย์เท่าที่ทราบและเป็นข่าวในปัจจุบันนะครับ ปัญหาการประมง ที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานการติดต่อ ขาดการควบคุมที่เรียกว่าไอยูยู (IUU) ปัญหาการใช้ เครื่องมือที่ล้าสมัย การขาดความรู้ทั้งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าของกิจการหรือแม้กระทั่ง ตัวปฏิบัติในระดับเป็นลูกเรือ ปัญหาจากการตลาด การลงทุน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งการขาดการส่งเสริมและสนับสนุนจากรัฐบาล อย่างจริงจัง แม้ว่ากิจการนี้กำลังอยู่ในสภาพขาลง แต่ผลผลิตยังมีมูลค่านำเงินเข้าประเทศ ถึงประมาณปีละ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีล่าสุดทำสถิติประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีอนาคต หากมีการปฏิรูปปรับปรุงที่เหมาะสม ในการนี้กระผม มีข้อเสนอแนะเป็นแนวทางให้ทางอนุกรรมาธิการได้พิจารณาเป็นข้อมูลในการทำงานต่อไป ๒-๓ ประการ คือ

ประการแรก อย่างที่เคยเรียนให้ทราบนะครับ พื้นที่ทางการประมงเรา ทุกวันนี้คงเหลือแต่ในน่านน้ำไทยและในน่านน้ำรัฐชายฝั่งที่เรามีข้อตกลงเจรจากันแล้ว ปัญหาของเราที่สำคัญก็คือมีเรือประมงมากไปไม่สัมพันธ์กับพื้นที่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ ตรวจสอบแล้ว ปัจจุบันเรามีเรือประมงประมาณ ๕๐,๐๐๐ ลำ แต่ในทะเลเรารับได้เพียง ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ลำ จึงจะมีพื้นที่และเวลาพอเพียงที่จะให้ปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ ขยายพันธุ์ ซึ่งหากดำเนินการควบคู่ไปกับการปิดอ่าวตามช่วงเวลาและมาตรการเสริมอื่น ๆ ที่เหมาะสมแล้วจะใช้เวลา ๕ ปี สถานการณ์จำนวนทรัพยากรในด้านนี้จะดีเพิ่มขึ้น

ปัญหาต่อไปก็คือการหาทางช่วยเหลือที่เหมาะสมเพื่อให้มีความพึงพอใจ ของเรือที่ต้องออกไป ๒๐,๐๐๐ ลำและลูกเรืออีกประมาณหลายหมื่นคนนะครับ

ประการต่อไปเกี่ยวกับแรงงานที่เป็นลูกเรือ ความจริงแล้วลูกเรือประมง แม้จะเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงตายอยู่กับน้ำฟ้า ผจญกับคลื่นลมในทะเลทั้งเดือนทั้งปี ต้องใช้ แรงงานอย่างหนัก แต่ก็เป็นอาชีพที่มีรายได้สูงเปรียบเทียบระดับเดียวกัน อาชีพนี้ถ้าเป็น ชาวตะวันตกเขาจะมีความภูมิใจเป็นอาชีพของลูกผู้ชายรายได้ดี ขึ้นบกแต่ละครั้งก็เหมือน เศรษฐี แต่ทำไมของเราเป็นเสมือนทาสนะครับ หากเราจำกัดเรือลงได้ครึ่งหนึ่งแล้วใช้ เครื่องมือที่ทันสมัยเหมาะสม มีเทคโนโลยีก็จะลดจำนวนคนลงได้อีก และหากเราเปลี่ยนคน เหล่านี้ให้เป็นพรานทะเลที่มีคุณภาพเป็นสมาร์ท ฟิชเชอร์แมน (Smart fisherman) ปลูกฝัง ให้คนที่มีความรู้มายึดอาชีพนี้ ให้มีการยอมรับมากขึ้น ลัทธิไตก๋งของเดิมที่ใช้คนเป็นทาส ให้เลิกเสีย มาใช้แบบทหารหรือเรือสินค้า โดยยึดหลักกฎหมายหรือข้อบังคับในเรื่องของ ความเป็นอยู่ในการปฏิบัติงานของลูกเรือให้มีมาตรฐานอย่างเคร่งครัด จัดให้มีการอบรม ฝึกฝนอย่างเป็นระบบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง มีใบประกอบอาชีพให้ เมื่อเป็นเช่นนี้คนไทย อาจกลับมายึดอาชีพในทะเลอีก แล้วก็จะสามารถลดแรงงานคนต่างชาติให้น้อยลงได้

ข้อเสนอแนะต่อไป เกี่ยวกับการสนับสนุนและส่งเสริมของรัฐเรื่องค่าใช้จ่าย การลดค่าใช้จ่ายในการประกอบการต่าง ๆ รัฐต้องพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เร่งรัด การเจรจาตกลงกับรัฐชายฝั่งที่เรือประมงเราไปหาผลประโยชน์ให้เรียบร้อย กวดขัน ให้เรือประมงต่าง ๆ ดำเนินกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งของประเทศเราและประเทศ ที่เราไปทำมาหากิน มีการควบคุมข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องทะเบียนเรือและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง ซึ่งกล่าวโดยสรุปก็คือต้องจัดการให้มีการประมงอย่างเป็นระบบ ถูกกฎหมาย มีการควบคุมและรายงานนะครับ

ในเรื่องของการบริหารจัดการ ควรมีการปฏิรูปหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องใหม่ ให้มีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ องค์กรเอกชนต่าง ๆ ควรมีการบริหารจัดการให้เป็น เอกภาพในลักษณะสภาประมงแห่งชาติ

และสุดท้ายที่อยากจะเสนอแนะก็คือควรให้มีการทบทวนกฎหมายประมง ที่เพิ่งผ่าน สนช. ไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ใหม่ เพราะได้ทราบว่าชาวประมงหรือเจ้าของเรือ ส่วนใหญ่ไม่สามารถปฏิบัติตามนั้นได้นะครับ

เท่าที่กล่าวมาทั้งหมดก็เป็นข้อเสนอเริ่มต้นบางประการของกระผม ซึ่งคาดว่า ยังคงมีอีกมากจากหน่วยงานและผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง กระผมหวังว่าในรายงาน ฉบับสมบูรณ์ของอนุกรรมาธิการคงมีเรื่องของการปฏิรูปการประมงที่สมบูรณ์แบบ สามารถ ทำให้กิจการด้านนี้ของไทยเรากลับมายืนในระดับแนวหน้าของโลกได้อีกในอนาคตไม่เกิน ๒๐ ปีข้างหน้า กระผมขอจบการอภิปรายเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเลขาฯ อลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ ๒ นั้น พูดไว้ถูกต้องว่า สภาพของประเทศของเรานั้นจะก้าวต่อไปบนเส้นทางของการเป็นทาสการค้าพาณิชย์ หรือว่าเทรดดิง เนชัน ทั้งนี้เพราะว่าเรามีฐานการผลิต และมีจุดที่ตั้งประเทศที่เอื้ออำนวย ต่อการเป็น โพรดักชัน ฮับ (Production hub) และการเป็นเทรดดิง ฮับ (Trading hub) ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อใน สปช. ได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายสู่การเป็นกรีน เนชัน (Green nation) การเป็นประเทศสีเขียวซึ่งจะสอดคล้องต่อทิศทางแนวโน้มของโลก ในอนาคต ภาคเกษตรจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย แต่ประเทศไทยต้องวางแนวคิดใหม่จากการที่เราขายผลิตผลทางการเกษตรเป็นตันมา ๗๐๐-๘๐๐ ปี ไม่ว่าจะเป็นข้าว เป็นมัน เป็นยาง ข้าวโพดและสินค้าเกษตรอื่น ๆ วันนี้ ต้องขายเป็นกิโล ขายเป็นกรัมให้มาก เมื่อครั้งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เราได้สร้างแนวทางของการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูป แต่วันนี้ขอนำเสนอ เพื่อประกอบการพิจารณารายงานให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการนั้นได้นำไปพิจารณาเพิ่มเติมว่าโดยแท้ที่จริงแล้วศักยภาพ ของภาคเกษตรของเรานั้นเราพัฒนาและมีผลตอบแทนต่ำกว่าสิ่งที่เกษตรกรและซัพพลาย เชน (Supply chain) ทั้งหมดควรจะได้ เราเป็นประเทศอยู่ลำดับ ๘ ของโลก อยู่ในท็อปเทน (Top ten) ของโลกที่เป็นผู้ส่งออกอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตรไปยัง ตลาดโลก มีมาร์เก็ตแชร์เพียง ๑.๙ เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงว่าโอกาสของการขยายตลาด ยังมีอีกมากมายไม่รู้ว่ากี่ ๑๐ เท่าตัว นี่คือโอกาส แต่การสร้างโอกาสนั้นจำเป็นจะต้องสร้าง มูลค่าเพิ่ม แต่การสร้างมูลค่าเพิ่มนั้นก็ต้องตีโจทย์ให้แตกว่าจากผลผลิตทางการเกษตร ที่เกษตรกรของเรานั้นหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินและเป็นหนี้สินยากจนอยู่ทุกวันนี้นั้นมันเหมือน สะพานที่ขาดการเชื่อมโยง มันเสมือนหนึ่งข้อต่อที่มันขาดเป็นมิสซิง ลิงก์ (Missing link) อยู่ ดังนั้นในส่วนของคณะกรรมาธิการหลายคณะ ทั้งคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณะกรรมาธิการพลังงาน คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม และอื่น ๆ รวมทั้งเศรษฐกิจ ๒ เศรษฐกิจ ๑ นั้นได้คิดในเรื่องนี้กัน เราได้สร้างโมเดลใหม่ขึ้นมาเป็นตัวต้นแบบว่า ถ้าจะออกแบบให้มันไปถึงปลายทางสุด ๆ แล้วภาคเกษตรของเรา เกษตรกรของเราจะมั่งคั่ง ร่ำรวยเหมือนอย่างผลสัมฤทธิ์เป้าหมายที่วางไว้ว่าในปี ๒๕๗๕ ๒๐ ปีข้างหน้านั้นเราจะ บรรลุไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนของภาคเกษตรและเกษตรกรของเราได้อย่างไร ความท้าทายดังกล่าวนั้นถ้าท่านเห็นได้ชัดเจนก็คือว่าเรื่องของความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงานนั้นเป็นอนาคตของโลกและของประเทศไทย ในส่วนของเรานั้น เรามีศักยภาพสูงมากติดท็อปเทนของโลกเป็นฐานการผลิตที่สำคัญจนกระทั่งวางวาระ การพัฒนาที่เป็นเซ็นเตอร์ ออฟ เอ็กซ์เซลเลนท์ (Center of excellent) ของเรานั้นไปสู่ การเป็นฟูดเซ็นเตอร์ (Food center) และการเป็นพลังงานทดแทนที่เป็นฮับ หรือเลโนโว เอนเนอจี ฮับ (Lenovo energy hub) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้าที่เป็นพืชอาหารและพืช พลังงานจะต้องมีการแบ่งแยกนโยบายออกเพื่อให้เกิดความชัดเจนของการผลิต สร้างผลิตภาพ แล้วก็แปรรูปไปสู่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งความจริงแล้วแยกออกได้จริง ๆ เป็น ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งไปสู่ อาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร ๒. คือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และ ๓. คือผลิตภัณฑ์ที่เป็น พลังงาน ตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือว่าข้าวมาเป็นอาหารที่แปรรูป สร้างมูลค่า สร้างแบรนด์ (Brand) ขึ้นมาได้ ขณะเดียวกันข้าวสามารถที่จะแปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่น เครื่องสำอาง ยาเสริมสุขภาพ เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นในปัจจุบันและประสบ ความสำเร็จแต่มาครึ่งทางมันสะท้อนว่าเรายังต้องขับเคลื่อนปฏิรูปไปสู่ปลายทางก็คือ เรื่องของพลังงานทดแทนไม่ว่าจะเป็นอ้อย มันสำปะหลัง พืชที่มีแป้งและน้ำตาลแปรรูปเป็น เอทานอล (Ethanol) พืชที่มีน้ำมันไม่ว่าจะเป็นปาล์ม ไม่ว่าจะเป็นพืชน้ำมันอื่น ๆ นั้นแปรรูป เป็นไบโอดีเซล (Bio diesel) วันนี้ทุกลิตรของดีเซลของเราผสมไบโอดีเซลที่มาจากสวนปาล์ม เกษตรกรของเรา มันสำปะหลัง อ้อย แปรรูปเป็นเอทานอล แต่มันจบลงด้วยความจนตรงนี้ ครับ การต่อยอดก็คือการสร้างอย่างที่เราเห็นโฆษณาของ ป.ต.ท. เห็นไหมครับ รถที่ทำ ด้วยไบโอพลาสติก (Bio plastic) ไบโอพลาสติกมาจากสารตั้งต้นของเอทานอลเป็นตัวอย่าง และสารตั้งต้นหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากพืชเกษตรของเรานั้นสามารถเป็นสารตั้งต้นไปทำเป็น โปรตีน ไบโอโปรตีน (Bio protein) ไปทำเป็นอาหารสัตว์ที่เข้มข้น ไปทำเป็นเวชภัณฑ์ยา ไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านของอุตสาหกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นกรีน ออโต อินดัสทรี (Green auto industry) เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเห็นได้ว่ามันยังขาดช่วงการต่อยอดไปสู่ ปลายน้ำอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจึงพูดถึงว่าส่งเสริมด้านของอาหาร ส่งเสริมด้านพืชพลังงานก็ต้องอุดหนุนราคาสูง ราคากว่า จริง ๆ แล้วเราสามารถต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของโลก อย่างที่ผมเรียนนะครับถ้าเรายังผลิตเก่ง แต่ว่าราคาเรามูลค่าได้น้อย มันเป็นความผิดพลาด ที่จำเป็นจะต้องปฏิรูป แล้ววันนี้ต้องขอบคุณนะครับกรรมาธิการที่ได้นำเสนอรายงาน ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และฝากประเด็นนี้เพื่อท่านจะไปต่อยอดต่อเติมให้เกิดความสมบูรณ์ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็สมาชิกอีก ๕ ท่านถัดไปได้แก่ ท่านทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ท่านนายก เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ท่านจิรวัฒน์ เวียงด้าน ท่านกำนันฑิฆัมพร กองสอน แล้วก็ ท่านคณิศร ขุริรัง ต่อไปขอเชิญท่านทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ค่ะ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ มาจากจังหวัดลำพูนครับ ท่านประธานครับ เกษตรกรนั้น เป็นผู้ที่สร้างอาหารเลี้ยงโลก ประเทศไทยเรานั้นเราเคยตั้งความหวังว่าเราจะเป็นแหล่ง ผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงคนทั้งโลก แต่ท่านประธานที่เคารพครับ นับตั้งแต่เรามีความหวัง เรามีความตั้งใจอย่างนั้น แต่เกษตรกรกลับอยู่ในสภาวะที่ขาดทุนตลอดมา จากรายงานของ ท่านคณะกรรมาธิการเราจะเห็นได้ว่าคนที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมนั้นนับวันแต่ที่จะไม่ให้ ลูกหลานมาเป็นเกษตรกร ทำไมละครับ ทำไมเมื่อเป็นอาชีพที่ดี แต่ทำไมไม่อยากให้ลูกหลาน มาเป็นละครับ เหตุหนึ่งก็คือประสบกับภาวะการขาดทุนตลอดมา ผมขอบคุณ ท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ทำการศึกษาในเรื่องนี้และนำเสนอที่จะแก้ไขให้เกษตรกรนั้นเป็นผู้ ที่มีความมั่งคั่งในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะใคร่เสนอให้ท่านกรรมาธิการ ได้นำไปพิจารณาก็คือว่าการที่เราจะให้เกษตรกรนั้นมีชีวิตที่ดีมีความมั่งคั่งต่อไปในอนาคต ได้นั้นปัญหาที่เกษตรกรกำลังพบอยู่ในขณะนี้ก็คือในเรื่องของการผลิต

๑. มีเรื่องขาดแหล่งน้ำการเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ ทางราชการ ได้มีการจัดหาแหล่งน้ำไม่ว่าจะทำอ่างเก็บน้ำ หรืออะไรต่าง ๆ ไว้มีจำนวนมากครับ แต่พี่น้อง เกษตรกรไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควร เนื่องจากว่าการทำอ่างเก็บน้ำนั้นทำอยู่ในป่าครับ ห่างจากพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรเป็นหลาย ๆ กิโลเมตร เกษตรกรไม่สามารถนำน้ำ ที่เก็บไว้ในอ่างมาใช้ในการเกษตรได้ เพราะว่าเจ้าของอ่างเก็บน้ำไม่ได้ทำให้ครบวงจร คือไม่ได้ทำระบบส่งน้ำมายังแปลงการเกษตรได้ อันนี้อยากจะฝากท่านกรรมาธิการนำไป ต่อยอดด้วย

ประการถัดมาครับ เรื่องต้นทุนการผลิต เกษตรกรต้องซื้อปุ๋ย ซื้อยาในราคาที่สูง นับวันจะสูงขึ้นทุก ๆ ครั้งที่ในปีการเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ

ประการต่อมาก็คือเรื่องราคาสินค้าการเกษตรครับท่านประธาน สินค้า ภาคอุตสาหกรรมนั้นผู้ผลิตคือผู้ขายสามารถกำหนดราคาขายได้ แต่สินค้าการเกษตรนั้น ผู้ผลิตคือเกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาขายได้ ผมขออนุญาตได้ยกตัวอย่างที่ใกล้ที่สุดก็คือ ในที่จังหวัดลำพูนครับ จังหวัดลำพูนเป็นแหล่งที่ปลูกลำไย ท่านประธานที่เคารพทราบไหมว่า ในช่วงฤดูกาลเก็บผลผลิตนั้นเช้ามาเกษตรกรก็จะไปรับตะกร้าจากโล้งที่รับซื้อ ตอนเช้า ไปรับตะกร้ามาเพื่อจะไปเก็บลำไยในสวนของตัวเอง ท่านประธานทราบไหมว่าตอนไปรับ ตะกร้ามานั้นยังไม่ทราบเลยครับว่าวันนี้จะขายได้กิโลกรัมละกี่บาท บ่าย ๓ โมงเย็น ถึงจะทราบว่าราคาวันนี้ที่โล้งรับซื้อกี่บาท ท่านประธานครับ เก็บมาตั้งแต่เช้าไปถึง บ่าย ๓ โมงเย็นเพิ่งจะทราบว่าราคากี่บาทวันนั้น เมื่อเอามาถึงอย่างนี้แล้วก็ต้องขายครับ เหมือนที่เขาบอกว่าผีเข้าป่าช้าแล้วไม่ฝังก็เผา เกษตรกรทุกข์ระทมมากทีเดียวว่าไม่สามารถที่จะทราบล่วงหน้าว่าราคาวันนี้ขายสักเท่าไร เก็บมาแล้วเท่าไรก็จำเป็นต้องขาย อันนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น อยากจะฝากทางกรรมาธิการว่า ทำอย่างไรจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ที่ท่านบอกว่าให้กำหนดราคาไว้ มันไม่เป็นไปตามนั้นครับ ท่านประธานครับ อยากจะฝากว่าทำอย่างไรจะให้เกษตรกรเขาสามารถที่จะรู้ราคาว่าวันนี้ ราคาเท่าไร สมควรที่จะเก็บลำไยมาขายไหม หรือว่ารออีก ๒ วันมาขายได้ พืชผล บางประการ บางอย่าง เช่นยางสามารถเก็บชะลอไว้ได้ยังไม่ขายวันนี้ ขายพรุ่งนี้ได้ แต่ลำไย พืชผลการเกษตรหลาย ๆ ชนิดไม่สามารถที่จะรอได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็อยากจะฝาก

ประการถัดมาท่านประธานครับ เรื่องที่ดินทำกิน ก็เป็นปัญหาเยอะทีเดียว เรื่องที่ดินทำกิน แก้ปัญหามาตลอด ทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จสักครั้ง ผมขออนุญาตกราบเรียนไปถึงท่านประธานกรรมาธิการ เรื่องของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อการเกษตร ผมอยากจะให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรนั้นได้ทำการปฏิรูปที่ดิน จริง ๆ ปฏิรูปแล้วจัดหาสาธารณูปโภค เช่นแหล่งน้ำเข้าถึงแปลงนั้นได้ ไม่ใช่สำนักงานปฏิรูป ที่ดินเพื่อการเกษตรทุกวันนี้ทำหน้าที่เหมือนกรมที่ดินครับ ไปไล่ออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้าน ที่เขาครอบครองอยู่ แล้วก็ออกเอกสารให้ ส.ป.ก. ๔-๐๑ เสร็จแล้วก็เสร็จ ไม่ได้ดำเนินการต่อ ว่าจะหาแหล่งน้ำมาให้เขาได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เกษตรกรได้ที่ดินไปแล้วไม่สามารถ ทำการเกษตรได้เพราะไม่มีทุนที่จะไปลง ไปหาแหล่งน้ำ สุดท้ายต้องขายที่ดินไปอย่างที่มี ปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การแข่งขันที่เป็นธรรมนั้นต้องมีการเริ่มต้น ที่เท่าเทียมกันถึงจะเป็นธรรมได้ ผมขออนุญาตนะครับว่าในหน้าที่ ๓ ข้อที่ ๓ นะครับ หลักการปฏิรูปการเกษตรของประเทศ ในข้อที่ ๓.๑ ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปถึง ท่านกรรมาธิการว่าผมไม่อยากจะเห็นกรรมาธิการมองว่าความร่ำรวยมั่งคั่งนั้นคือ เป็นผู้มีเกียรติ เพราะท่านเขียนบอกว่าทำให้เกษตรกรมั่งคั่งและมีเกียรติ ผมไม่อยากจะใช้ คำว่า ความมั่งคั่งและต้องมีเกียรติ เกียรติไม่ได้อยู่ที่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างเดียว เกียรตินั้น อยู่ที่ความประพฤติดี ชอบ มีคุณธรรมจริยธรรม ผมอยากจะให้มองอย่างนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้นเมื่อกี้ท่านประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตนะครับ ท่านบอกว่าท่านไปตรวจงานแล้วก็เกษตรกรขับรถเบนซ์ ขับรถบีเอ็มดับบลิว ท่านต้องขับ โตโยต้า ผมเชื่อว่านั่นคือเปลือกนอกของเกษตรกร อันนั้นไม่ใช่เกษตรกรตัวจริงครับ แต่เป็น นักธุรกิจ นักลงทุนภาคการเกษตรเสียมากกว่า เพราะบุคคลเหล่านี้จะไม่ใช่เป็นพวกเกษตรกร ที่ไปลงแรงในการทำแต่เป็นผู้ลงทุนในการทำนะครับ ฝากท่านไว้ เดี๋ยวท่านจะมองว่า เกษตรกรร่ำรวย แล้วก็เป้าหมายของท่าน ข้อสัมฤทธิผล ข้อบ่งชี้ว่าในอีก ๑๗ ข้างหน้า คือปี ๒๕๗๕ ท่านตั้งเป้าไว้ว่าเกษตรกรจะมีรายได้ครอบครัวละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อกี้ ผมฟังท่านกรรมาธิการบอกไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหม ไม่เป็นไรครับ ผมให้กำลังใจท่านครับ ผมอยากจะเห็นเกษตรกรนั้นมีรายได้มากขึ้นเพื่อจะเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวได้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนายกเทศมนตรีเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ค่ะ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ลูกชาวนาครับ ผมสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ลำดับที่ ๐๑๕ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ชีวิตเกิดมาของกระผมนั้น พ่ออาจจะเป็นครูประชาบาล แม่เป็นครูประชาบาล แต่ ลุง ป้า น้า อา คุณตา คุณยาย เป็นเกษตรกรโดยทั้งสิ้น ท่านรู้ไหมครับ ข้าวแต่ละต้น ได้ขึ้นมามันลำบากแสนเข็ญ แต่ปัจจุบันนั้นเกษตรกรนี้ลำบากมาก ท่านประธานครับ ผมพยายามคิดค้นหาวิธีการช่วยเหลือเกษตรกรทุกเรื่อง ทุกด้าน ผมจำไม่ได้ว่ามีอยู่ปีหนึ่ง ที่รัฐบาลมองเห็นว่าเกษตรกรนั้นเขาลำบาก ต้นทุนการผลิตข้าว ผลิตยางพารา ผลิตสวน ผลิตพืชไร่นั้นมันสูงมาก เคยมีคิดจัดตั้งโรงงานปุ๋ยแห่งชาติ แต่ในที่สุดอาจจะเป็นเพราะ กลุ่มทุนหรืออะไรก็ช่างไม่สามารถให้รัฐบาลยุคนั้นตั้งโรงงานปุ๋ยแห่งชาติได้ ท่านประธานครับ ท่านลองให้คณะกรรมาธิการการเกษตรออกไปสำรวจชาวนากับชาวสวนสิครับว่าต้นทุน ในการผลิตปัจจุบันนั้นปุ๋ยที่เขาใช้ทำนานั้น ทำสวน ทำไร่นั้น กระสอบหนึ่งเกือบ ๑,๐๐๐ บาท ยาฆ่าแมลงก็แพง แล้วสมัยก่อนที่ผมเป็นกรรมาธิการด้านเกษตรของวุฒิสภานั้นกระสอบหนึ่ง รู้ไหมครับว่าเท่าไร ๒๗๙ บาท เมื่อปี ๒๕๔๘ แต่ ณ ปัจจุบันนี้เกือบ ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ แล้วทำอย่างนี้จะให้ชาวนานั้นลืมตาอ้าปากได้อย่างไร ท่านลงไปสำรวจว่า ราคาข้าว ราคายางพาราจริง ๆ พยุงราคาพอประมาณ แต่ลดต้นทุนให้เขาสิครับ เขาพอใจ เป็นอย่างยิ่ง ผมอยากให้กรรมาธิการปฏิรูปแห่งนี้ไปคิดค้นเรื่องการลดต้นทุนในการผลิต ท่านอย่าบอกว่าเกษตรกรนั้นเป็นกระดูกสันหลังของชาติ พูดกันทุกวัน ต้องให้เกียรติ เกษตรกรเขา เป็นกระดูกสันหลังถ้าไม่มีเกษตรกรประเทศไทยอยู่ไม่ได้ แต่ ณ ปัจจุบัน มันจะไม่มีแล้วครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าต้นทุนมันสูง ราคาขายถูก ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งผมอยากให้ไปดูที่บ้านผม ที่ผมคิดค้นวิจัย ผมทำอะไรรู้ไหมครับ ผมเอาโครงการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากมูลนิธิพระดาบส โครงการปุ๋ยสั่งตัดมาทำครับ ผมทำเป็นปีที่ ๓ ผมอยากจะเสนอโครงการนี้ไปที่กรรมาธิการไปถึงผู้มีอำนาจ ผมทำอย่างไร รู้ไหมครับ โครงการปุ๋ยสั่งตัดนั้นพื้นที่เกษตรกรชาวนา ๑ ไร่ เขาจะเอาดินในที่ดินแต่ละจุด ๆ ประมาณ ๑๕ จุด เอามาเทสท์ (Test) ดูว่าดินที่คุณใช้ทุกปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี มันขาดสารอาหาร อะไร เหมือนคนเราล่ะครับใช้งานไปทุกปี ทุกปี มันก็ต้องขาดสารอาหาร เขาก็กำหนดปุ๋ย หัวปุ๋ยลงไป เชื่อไหมครับว่าโครงการปุ๋ยสั่งตัดที่เทศบาลตำบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำอยู่สามารถลดต้นทุนได้ถึง ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเพิ่มผลผลิต ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีที่ผ่านมาผมยังได้มีโอกาสนำข้าวจากโครงการขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาถวายพระองค์ท่านที่สวนจิตรลดา สิ่งนี้ต่างหากครับ พวกท่านพูดกันดีนักทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ผมเห็นรัฐบาลไหนทำบ้าง ส่งเสริมพอแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวัน ๆ ลองทุ่มงบหันมาทำสิครับ ทุกรัฐบาลประกาศมีแต่ความจริงใจ ผมเห็นแต่มันแสวงหาอำนาจ และผลประโยชน์โดยทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ลองคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ลองคิดต่าง ๆ แล้วลองให้เงินวิจัย ให้ลงมือทำจริง ๆ จัง ๆ อย่าคิดแต่เรื่องอำนาจของผลประโยชน์ ไม่มีที่ไปวิจัย ไม่มีที่ไปดูงาน ไปดูของผมครับ จังหวัดกาฬสินธุ์ ๑ ไร่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท มีแล้ว ครับ เริ่มทำกันแล้วครับ ๑ ไร่สามารถผลิตขายได้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทไปดูที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เทศบาลตำบลยางตลาด ผมมีทำปุ๋ยสั่งตัด แต่เราไม่ได้รับการส่งเสริม อย่างจริงจัง เราได้รับงบประมาณเพียงน้อยนิด เรายังถูกเบียดบังในกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นเรื่องงบประมาณอีก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยม เบี้ยผู้สูงอายุ แทนที่จะไปอยู่ พมจ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ นั่นเอาไป ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เบี้ยคนพิการ เงิน อสม. ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เงินสัดส่วนของท้องถิ่นด้วยซ้ำ นมโรงเรียนประชานิยมโดยทั้งสิ้น แทนที่เงิน ที่ไปซ่อนอยู่ในท้องถิ่นประมาณแสนล้านบาท เอาไปทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงยังทำได้เลย ทั่วประเทศ สั่งเราลงมาครับ เอาโครงการพวกนี้ออกไป มากินในสัดส่วนรายได้ของท้องถิ่น โดยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมอยากฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการว่าโครงการต่าง ๆ ท่านเขียนสวยหรูทุกโครงการ วิชาการที่อ่านของท่านดีมาก แต่มันอยู่ที่คนปฏิบัติครับ คนปฏิบัติเท่านั้นล่ะครับ ผมพูดทุกกรรมาธิการว่าอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ โครงการที่เป็นประโยชน์ กับประเทศชาติหยิบขึ้นมาแล้วทำจริงจัง แล้วต้องกล้าลงโทษผู้ที่เอาปุ๋ยไปขายให้ชาวบ้าน แล้วมีแต่ดิน จำได้ไหมครับ ย้อนยุคกลับไปเมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว จัดซื้อจากส่วนกลาง แต่ปัจจุบัน ๑๐ กว่าปียังหาคนผิดไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากฝากไปถึง กรรมาธิการหรือผู้มีอำนาจ หรือรัฐบาลต่อ ๆ ไป รัฐบาลชั่วคราว รัฐบาลจริง ๆ จัง ๆ ลงมาทำ ครับ อย่าดีแต่พูด ทำในสิ่งที่ท่านคิด สิ่งที่ท่านหวัง แล้วกรรมาธิการชุดนี้ผมขอให้กำลังใจ ในสิ่งที่ท่านกำลังจะทำต่อไปนี้ จะแปรรูปยางพารา จะช่วยเหลือเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา ทุกอย่างต้องกล้าทำ กล้าคิด กล้าทำ กล้าปฏิบัติ แล้วมันจะบังเกิดผลดีต่อท่าน และวงศ์ตระกูลต่อไป ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติ ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เรียนเชิญคุณจิรวัฒน์ เวียงด้าน ครับ

นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๔๒ จากนครพนมครับ ผมอาจจะไม่ใช่ ลูกชาวนา แต่ว่าสมัยเด็ก ๆ แม่ก็ทำอาชีพเขาเรียกว่าแลกข้าว ก็คือหาปลาก็เอาไปแลกข้าว ฉะนั้นชีวิตของคนต่างจังหวัดก็ไม่ได้อยู่กันโดยการซื้อขาย แต่มีการแลกกัน ก็เพิ่งมารู้จัก การซื้อขายกันก็ตอนเรื่องระบบทุนนิยมเข้ามา ก็มีการที่จะซื้อขายกันขึ้น สุดท้ายระบบ การซื้อขายกลไกต่าง ๆ ที่รัฐออกมาก็ไปเอื้อนายทุนทั้งหมด โดยลืมเกษตรกรระดับล่าง เราดู ระบบเกษตรกรรมบ้านเรา ผมดูแล้วเหมือนกับว่าเกษตรกรเป็นแค่เพียงพนักงานในโรงงาน ของนายทุน เหมือนว่าคุณจะผลิต คุณจะเป็นพนักงาน คุณจะมีเงินเดือนได้ขนาดไหน คุณก็ไม่สามารถที่จะมีรายได้เท่ากับเจ้าของบริษัทหรือเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม เราไม่สามารถที่จะต่อรองได้ ฉะนั้นในการปฏิรูปครั้งนี้เราพยายามที่จะลดความเหลื่อมล้ำ เราพูดกันมาตลอด ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่เราเองอยากจะเห็นว่าสิ่งที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ของเกษตรกรระดับล่างได้ เราพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจระดับล่างก็คือ ภาคเกษตรกรรม และมันมี ๓-๔ ปัจจัยหลัก ๆ ที่จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำแล้วก็จะสร้าง ความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกรระดับล่างได้ ก็คือว่า

อันที่ ๑ ก็คือในเรื่องของปัจจัยการผลิต ก็คือเครื่องมือในการที่จะทำมาหากิน ก็คือดินกับน้ำ เราก็ดูนะครับ วันนี้เรามีที่ดินทั้งหมดที่จะทำภาคเกษตรประมาณ ๑๔๐ กว่าล้านไร่ แล้วก็ระบบชลประทานเรามีไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ดินที่ทำการเกษตร ดังนั้นเกษตรกรส่วนหนึ่งยังแห่นางแมวกันอยู่ ขอฟ้า ขอฝนกันอยู่ ถามว่ามันมีกลไกที่จะ ช่วยเหลือเกษตรกรไหมในประเทศไทยเรา มันมีเครื่องมือในการที่จะส่งเสริมเยอะ ผมดูเรื่อง ที่ดินมีโปรแกรม เขาเรียกว่าโปรแกรมดินไทย ถ้าท่านคลิก (Click) เข้าไปดู ท่านจะกดเข้าไปดู ได้เลย ป้อนบ้านเลขที่ โฉนดที่ดินท่านเข้าไปเลย โปรแกรมดินไทยนี้จะบอกเลย เหมือน ท่านนายกฯ เกรียงไกรพูดในเรื่องปุ๋ยสั่งตัด เขาจะบอกว่าพื้นที่ตำบลนี้ บ้านนี้เหมาะกับการ ใช้ปุ๋ยอะไร และปลูกพืชชนิดไหน แต่ถามว่าโปรแกรมพวกนี้ก็อยู่ในกระทรวงนั่นล่ะครับ อยู่ในกรมนั่นล่ะครับ

และอีกโปรแกรมหนึ่งเขาเรียกว่าครอพวอท (CROPWAT) ก็คือเป็นโปรแกรม ดูในเรื่องของความชื้น ปริมาณฝน ปริมาณความชื้นในดิน ปริมาณของการต้องการน้ำพืช แต่ละชนิด เราเองก็ไม่ได้เอาไปใช้ ก็มีการเรียนกันในมหาวิทยาลัย นักวิชาการต่าง ๆ ก็ทราบ แต่เราไม่ได้เอาไปใช้ในการบริหารจัดการในการที่จะจัดโซนนิงเลย เรารดน้ำต้นไม้เท่าไร ต้นไม้จะอยู่ได้กี่วัน เขาบริหารจัดการน้ำมันมีหมดโปรแกรมพวกนี้ เราเองก็ไม่ได้ไปใช้ เกษตรกรก็ไม่รู้ หลาย ๆ อย่างกลไกต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมามันเอื้อนายทุนหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านวิเคราะห์และนำเสนอมาผมก็กลัวว่ามันจะไปตอบโจทย์คนที่เขามีเงิน เพราะว่าการทำเกษตรกรรมบ้านเรามันเหมือนกับ ขอโทษครับ ยกตัวอย่างการเล่นการพนัน เจ้ามือมีสตางค์กินอย่างเดียวครับ ชาวบ้านเป็นคนแทงไม่มีสตางค์ สู้ไม่ได้ ถึงอย่างไร ก็สู้เจ้ามือไม่ได้ เจ้ามือก็เกเอา ทุ่มเอาแล้วก็ชนะ สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกษตรกรเข้มแข็งก็คือ ในเรื่องของทุน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ชาวบ้านจะต้องเข้าถึงทุน แหล่งทุนที่เมื่อก่อนที่ คณะกรรมาธิการสังคมก็พูดในเรื่องของทุนรากหญ้า

และอีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องการตลาด สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ชาวบ้านเขาเข้มแข็ง ก็คือเรื่องการตลาด เราเองควบคุมแต่ราคาต้นน้ำ แต่ปลายน้ำของภาคเกษตรเราไม่ได้คุมเลย ผมยกตัวอย่างนะครับ ข้าวเปลือกราคาต่ำสุดสมัยก่อนก็ ๕,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท แต่ข้าวสารละครับ ๓๐,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท ยางพารา ณ วันนี้ราคากิโลกรัมเท่าไร แต่ว่าวัตถุดิบที่แปรรูปจากสินค้าเกษตรแล้วราคาเท่าไรเราไม่ได้ควบคุม ถ้าอย่างนั้นถ้าบอกว่า ราคาข้าวเปลือก ๕,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกตันหนึ่งก็สีได้ประมาณ ๖๐๐ กว่ากิโลกรัม เราก็สามารถที่จะคำนวณต้นทุนเขาได้แล้วสำหรับพ่อค้าโรงสี แล้วเราก็ไปกำหนดราคาขาย ให้เขาสิครับว่าข้าวสารคุณไม่ควรจะขายในราคาเกินที่กรมการค้าภายใน เพราะขนาดเขียงหมู ท่านยังไล่จับเขาได้เลย คือตอนนี้มันก็เหมือนกับว่าชาวนาเขาผลิตอย่างเดียวโดยที่ไม่รู้ จะต่อรองอะไรได้

อีกอย่างหนึ่งก็คือการส่งเสริมให้เกษตรกรเขามีความเข้มแข็งในการที่จะขาย เองได้ ผมเคยถามเกษตรจังหวัด ผมถามว่าจำนวนข้าวที่เราผลิตในจังหวัดเราเลี้ยงคน ในจังหวัดพอไหม เขาบอกว่าถ้าคิดตามจำนวนประชากรกับนาที่ปลูกแล้วไม่พอ ไม่พอทำไม ราคาตก เพราะว่าคนที่จะมีกำลังซื้อข้าวจากชาวนาได้เองมันจะไปอยู่ในส่วนราชการ อยู่ประมาณส่วนหนึ่ง ผมจึงถามว่าแล้วโรงพยาบาลในจังหวัดซื้อข้าวที่ไหน โครงการอาหาร กลางวันในจังหวัดนั้นซื้อข้าวที่ไหน ขอโทษนะครับ เรือนจำซื้อข้าวที่ไหน นโยบายต่าง ๆ เหล่านี้เราน่าจะเอื้อให้เขาได้ว่าการที่อยากจะให้ท้องถิ่นเขาซื้อขายกันเองก่อน สหกรณ์ ก็มีสิทธิในการที่จะเข้าไปเสนอราคาสินค้าต่าง ๆ ผมเชื่อได้เลยว่าถ้าพ่อค้าคนกลางเขาไป ซื้อข้าวจากชาวนากับให้ชาวนาเขารวมกลุ่มเอาราคาข้าวสารไปเสนอที่โรงพยาบาลด้วยกัน ถามว่าราคาใครจะถูกกว่ากัน ประโยชน์ก็จะตกกับหน่วยงานราชการด้วย เพราะไม่ต้องไปผ่าน พ่อค้าคนกลาง อันนี้เป็นกลไกที่จะสามารถเชื่อมแล้วก็ส่งเสริมเกษตรกรเขาให้เกิดความ เข้มแข็งได้ เพราะฉะนั้นนโยบายพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เขามาพยายามที่จะออกนโยบาย ในการดึงข้าวจากชาวนามาอยู่ในส่วนกลางทั้งหมด สหกรณ์ โรงสีข้าวที่จังหวัดผม จังหวัด นครพนมมีอยู่ทั้งหมด ๕ โรง เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาไม่มีข้าวสีสักเม็ดเลย ตอนนี้สหกรณ์ ทั้ง ๕ สหกรณ์ก็ปิดตัวลง สหกรณ์ก็เป็นหนี้โรงหนึ่ง ๕๐-๖๐ ล้านบาท ตอนนี้ก็ไม่รู้ จะทำอย่างไร ก็ปิดกันไป เพราะว่าข้าวที่รับจำนำเขาให้เฉพาะนายทุนใหญ่ ๆ เจ้าของโรงสี ใหญ่ ๆ เท่านั้นที่ได้โควตาในการสีข้าวแล้วก็รับจำนำข้าว สหกรณ์ก็ล้มหายตายจากไปหมด อย่างนี้แล้วมันจะเข้มแข็งได้อย่างไร ดังนั้นกลไกต่าง ๆ ที่ท่านจะมาส่งเสริมให้แปรรูป ผมก็อยากจะฝากด้วยว่าให้ดูเกษตรกร ส่งเสริมสหกรณ์เขาสามารถขึ้นมาเป็นผู้ผลิต เป็นผู้ประกอบการเองได้ ถ้าท่านออกจากกลไกแล้วสุดท้ายนายทุนเขามีเงินใหญ่เขาก็มาซื้อ กลไกพวกนี้หมด สุดท้ายชาวบ้านก็เป็นแค่พนักงานผลิตสินค้าให้กับโรงงานของผู้มีเงินเท่านั้น ถ้ามันเป็นอย่างนี้เราก็ให้เกษตรกรเป็นพนักงานของประเทศดีไหมละครับ ให้ไปเลยคนละ ๘,๐๐๐ แล้วผลิตสินค้าให้ประเทศ แล้วประเทศมีหน้าที่ขาย อย่างนี้มันก็จะทำให้เกษตรกร เขามีรายได้มากขึ้น

สุดท้ายก็ขอให้กำลังใจท่านคณะกรรมาธิการ เรารู้ว่าเกษตรเป็นเรื่องใหญ่มาก แล้วก็เป็นผลกระทบจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็คิดว่าหลังจากการปฏิรูปไปแล้ว เกษตรกรเราก็จะลืมตาอ้าปากได้ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณฑิฆัมพร กองสอน ครับ

นางฑิฆัมพร กองสอน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ดิฉัน ฑิฆัมพร กองสอน ท่านสมาชิกหลายท่าน แม้กระทั่งประธาน คณะอนุกรรมาธิการคณะนี้ก็บอกว่าเป็นลูกชาวนา เป็นลูกเกษตรกร แต่ตัวดิฉันเอง คือเกษตรกรตัวจริงเลย ท่านดูได้เลยหลักฐานประวัติว่าอาชีพเกษตรกร หมายความว่าเกิดมา เป็นเกษตรกรตั้งแต่แรกเกิดนะคะ ตระกูลนี้เกษตรกรทั้งนั้น ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการแล้วก็อนุกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้เสนอเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เพราะว่าระบบเกษตรซึ่งประชาชนคนข้างล่าง อาชีพส่วนมากเป็นเกษตรกร และอาชีพอื่น ๆ มันก็ตามมา ๆ แต่ว่าอาชีพที่ใหญ่ที่สุด คืออาชีพเกษตรกร ซึ่งหลายท่านก็บอกว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ดิฉันเองรู้มาหมดว่าหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมันเป็นอย่างไร มันหนักขนาดไหน ตัวดำ มือแตก เป็นอย่างไร รู้หมด ทำอาชีพนี้ตั้งแต่ ป. ๔ ท่านคิดเอาก็แล้วกันว่า ป. ๔ ไปทำไร่แล้ว อาจจะไม่ใช่ อาชีพทำนา แต่ทำไร่เพราะที่จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่จะต้องทำไร่ โดยเฉพาะปัจจุบัน เป็นไร่ข้าวโพดแล้วก็ยางพารา ทีนี้อยากจะเสนออย่างนี้ว่าองค์ประกอบแล้วก็ปัจจัยการผลิต มันมีความสำคัญอยู่ ๓ ส่วนประกอบด้วยกัน ไม่ว่าในเรื่องของทรัพย์ในดินสินในน้ำก็คือเรื่อง ของดิน น้ำ อากาศ แล้วก็คนเป็นปัจจัย และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในเรื่องของระบบ เกษตร แล้วก็กลไกการตลาด ทีนี้ต้องขอขอบคุณท่านที่ได้พูดถึงเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ขาดการพัฒนาที่ยั่งยืน ขาดความสามารถในการแข่งขัน ดิฉันเองดิฉันมองไปว่าปัจจัย การผลิต โดยเฉพาะต้องขอเอ่ยนามท่านประสารได้พูดถึงในเรื่องของที่ดินที่มีความเหลื่อมล้ำ เพราะเป็นปัจจัยในการผลิตเป็นส่วนสำคัญอยู่ในตรงนั้น ไม่ว่าเรื่องของน้ำ เรื่องของดินนี้ นะคะ ทีนี้แม้กระทั่งจะเป็นเจ้าของที่ดินยังไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้ เพราะฉะนั้น ภาพที่ท่านเอาขึ้นไม่ว่าจะเป็นภูเขาหัวโล้นเป็นอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นส่วนหนึ่งที่ชาวบ้าน จำเป็นจะต้องทำ ทำมาหากิน เพราะไม่รู้จะทำอะไรกิน เพราะที่นั่นเป็นที่ดอย แล้วส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะปลูกอะไร น้ำก็ไม่สามารถจะเอาขึ้นดอยได้ อีกหน่อยจังหวัดน่านกำลังจะทำ เสนอมาแล้ว เดี๋ยวดิฉันเองคงจะต้องเสนอกับท่านประธาน วันก่อนเราทำมาเกือบ ๑๐ ปี แล้วแต่ว่ามันยังเกิดไม่เป็นรูปเป็นร่าง ครั้งนี้น่าจะเกิด เรากำลังจะทำเรื่องของ พ.ร.บ. กองทุนป่าต้นน้ำ น่านจะเริ่มก่อน แล้วก็จะไปชวนเอาพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ในลุ่มน้ำน่าน มาช่วยกันทำเรื่องนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาฟื้นฟูจังหวัดน่าน แต่ส่วนนี้ดิฉันเองกำลังจะเสนอ เพื่อให้เพิ่มเติมในเรื่องของวาระนี้ให้สมบูรณ์ ท่านจะเอาไปทำให้สมบูรณ์หรือไม่ ไม่รู้ แต่ขอเสนอไว้ก่อน มีอยู่ ๓ ส่วนใหญ่ ๆ

ข้อที่ ๑ ปัญหาทุกปัญหาที่หลายท่านพูดมาหมดแล้ว ดิฉันจะไม่ย้ำอีกว่า เสนอให้เกิดการบูรณาการหน่วยงานที่สนับสนุนทุกหน่วยงาน ขอยกตัวอย่างอย่างนี้ว่า เรื่องของเกษตร หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเลยคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ที่ดิฉันจำได้แล้วก็จำได้ดีด้วยว่าการส่งเสริมการเกษตร บางเรื่องบางราว พืชบางตัวมันไม่เหมาะสมกับพื้นที่เมื่อกี้คุณจิรวัฒน์เขาพูดไปต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน พูดไปแล้วว่าพืชบางตัวบริบทพื้นที่มันไม่เหมาะสม ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยนะคะ เขียวเสวย ท่านเคยสนับสนุนลงไป ปลูกไปปลูกมาบ้านดิฉันเป็นเขียวเสย ๆ ไม่มันเสวย มันเป็นเฉย ๆ ที่ภาคเหนือคำว่า เสย เสย ต้องพูดอย่างนี้ก่อน เพื่อให้ท่านรู้ว่าชาวบ้านชาวเมืองเขาพูด อย่างนั้นจริง ๆ เพราะว่ามันไม่มีลูก มันมีแต่ใบและต้นนะคะ อันที่ ๒ ณ ปัจจุบันคือยางพารา ท่านจะได้เห็นว่าไปหมดแล้วทั่วทุกภาค

แล้วก็ทีนี้ข้อที่ ๒ อยากจะเสนออย่างนี้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดปัจจัยในการที่จะเป็น เกษตรกรเรื่องของคน อยากจะให้ใส่โดยไปเน้นว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนา กระบวนการ พัฒนาให้เกิดผู้นำนำการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ ทำไมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าบางเรื่องท่านส่งลูกหลานไปเรียน เรียนจบมาท่านก็พูดว่าจบปริญญาตรีมาทำ การเกษตรไม่ได้ เพราะอาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่เขาดูถูก ลูกชาวไร่กับลูกโรงสีข้าวโพด ถ้าเป็นสาว หนุ่มมาจีบ เขาจะจีบลูกโรงสีข้าวโพดก่อนลูกชาวไร่ เพราะลูกชาวไร่อย่างไร เขาก็ไม่จีบ เพราะไม่มีศักดิ์ศรี ทีนี้อยากให้เกิดกระบวนการอย่างนี้ว่าการที่จะเปลี่ยนวิธีคิด คนได้มันต้องเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ดิฉันเองอยากจะชวนหลาย ๆ ท่านที่อยากจะทำเรื่อง การเกษตรไปช่วยกันทำการเกษตรที่จังหวัดน่านมันจะได้ฟื้นฟูร่วมกัน

ข้อที่ ๓ อันนี้ไม่รู้ว่าเสนอไปแล้วทุกคนจะหัวเราะหรือเปล่า อยากจะเสนอ อย่างนี้ว่าเพื่อให้เกิดความมีศักดิ์ศรี มีรายได้ที่เท่าเทียมกันแล้วก็ไปสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ของร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องของว่า สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม นำชาติสู่สันติสุข เสนอว่าเกษตรกรเป็นผู้ผลิตน่าจะเป็นผู้ถือหุ้น เป็นคนลงทุนร่วมกับบริษัทหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ยกตัวอย่าง สมมุติสินค้า เรื่องของข้าวโพด บริษัทที่ใหญ่ที่รับซื้อข้าวโพด เกษตรกรเป็นผู้ผลิตเรื่องของวัตถุดิบมาก่อน น่าจะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนั้นด้วย ทำไมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าตรงนี้ความเหลื่อมล้ำที่ท่าน พูดกันมาตลอด ทุกวันนี้พูดไปกฎหมายออกไปก็ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่า เพราะฉะนั้น อยากให้เกิดว่ารัฐธรรมนูญครั้งนี้กินได้ ต้องกินได้จริง ๆ ว่าการเข้าถึงทรัพยากรเรื่องของด้าน เศรษฐกิจเป็นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้ประชาชนคนไทยอ่อนแอภาคเกษตรซึ่งเขามีรายได้น้อย ทีนี้เขาเป็นเครื่องมือของทางการเมืองได้ เอาเรื่องของราคาพืชผลตกต่ำมาพูดได้แล้วก็ชวนกันมา ม็อบ (Mob) ม็อบทุกเรื่อง ดิฉันเองก็เคยม็อบ ม็อบเรื่องที่ดินม็อบอะไร ม็อบเพราะว่าเราเอง เราไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเราก็ต้องเรียกร้องความเป็นธรรมบ้าง เพราะฉะนั้นข้าวโพดตกต่ำ เราก็ต้องช่วยกันม็อบ ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็ไม่ได้ราคา ต้นทุนการผลิตก็สูง ปุ๋ย ยา สูงหมด แต่ผลผลิตออกมาเป็นผู้กำกับอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นเราต้องมีหุ้นส่วนในการกำกับ เริ่มตั้งแต่ลงทุนว่าราคาปุ๋ย ราคายา ต้องต่ำหน่อยเพื่อว่ากำไรเราจะได้สูง เราเป็นผู้ผลิตให้ ทุกวันนี้ดินก็ไม่ได้เช่า ผู้ประกอบการบริษัทใหญ่ ๆ ที่เป็นเจ้าของเกษตรกรทั้งหมด ดินไม่ได้เช่า แรงงานไม่ได้จ้าง พวกเราทำให้หมด แต่ผลสุดท้ายราคาออกมาท่านกำหนดบอกว่าแค่นี้นะ เหมือนที่ท่านตัวแทนจังหวัดลำพูนได้พูดถึงเมื่อครู่ ๓ โมงถึงจะรู้ว่าราคาลำไยเท่าไร แต่เรา เป็นคนผลิต เพราะฉะนั้นเราต้องมีสิทธิที่จะต้องกำหนดราคาของตนเองได้ เลี้ยงหมู เรายังไม่มีโอกาสกำหนดราคาของตนเองได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพูดกันมาทั้งหมดทั้งมวล มันน่าจะแก้ไขได้ ไม่ว่าเรื่องของทุจริตคอร์รัปชันแล้วก็การเมืองชวนเอา หรือว่าเรื่องของ ประชานิยมต่าง ๆ ที่เป็นปัญหากันมาตลอด มันน่าจะแก้ไขได้ถ้าภาคเกษตรไปมีหุ้นส่วน ในบริษัทหรือในโรงงานใหญ่ ๆ ที่เขาเป็นคนผลิตวัตถุดิบขึ้น ขอขอบคุณมากค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณคณิศร ขุริรัง ครับ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดหนองบัวลำภูครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาธิปไตยที่กินได้สำหรับพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา นั่นก็คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การกินอิ่ม อยู่ดี กินดี นอนหลับ การที่พี่น้องเกษตรกรจะอยู่ดี กินดี นอนหลับนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือราคาผลิตผลทางการเกษตรนั้นต้องราคาดี ปัจจุบันพืชเศรษฐกิจ ที่ถือว่าเป็นพืชหลักของพี่น้องเกษตรกรชาวไทยนั้นมีอยู่ ๔-๕ ชนิด นั่นก็คือข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย เป็นต้น ทำอย่างไรจะให้พี่น้องเกษตรกรเหล่านี้ มีประชาธิปไตยที่กินได้ ผมจะขออนุญาตเสนอข้อคิดความเห็นดังต่อไปนี้ครับ

อันดับแรกจะต้องส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร นั่นก็คือจัดตั้งเป็นกลุ่ม เป็นองค์กรทางการเกษตรเพื่อจะได้ต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง จะได้เรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้เข้าใจ การเข้าถึง เข้าใจการพัฒนา ได้ไปเรียนรู้ ในโครงการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเอง

ลำดับที่สอง การลดต้นทุนทางการผลิต การลดต้นทุนทางการผลิตนั้นก็ถือว่า เป็นปัจจัยสำคัญที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องมี ปัจจุบันการใช้ปุ๋ยชีวภาพ การใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ จะต้องส่งเสริมเขา ธนาคารปุ๋ยอินทรีย์จะต้องดำเนินการในทุก ๆ ชุมชน ปุ๋ยเคมี ถ้าจำเป็นต้องใช้จะต้องตรวจสอบว่าปุ๋ยเคมีนั้นจะต้องไม่ปลอม กำจัดและควบคุมปุ๋ยปลอม ให้ได้ นอกจากนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิต เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าว เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา โดยเฉพาะชาวนาทางภาคอีสาน เมื่อเสร็จฤดูเก็บเกี่ยว เมล็ดพันธุ์ที่เขานำมานั้นมาจากผืนนาของเขาเอง เขาไม่สามารถที่จะพัฒนาหรือปรับปรุง เมล็ดพันธุ์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้ผลผลิตต่อไร่ที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นภาครัฐก็ต้อง เข้าไปช่วยส่งเสริมให้ความรู้เขาด้วย การส่งเสริมการตลาดเมื่อมีพืชผลทางเกษตรแล้ว จะไปขายที่ไหน การตลาดนั้นก็สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศ ตลาดภายในประเทศ จะต้องส่งเสริมตลาดชุมชน นอกจากนี้จะต้องขอความร่วมมือกับบริษัทค้าปลีกใหญ่ ๆ ที่ในชุมชนนั้นให้รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรโดยกำหนดคุณภาพและปริมาณแล้วรับซื้อ จากเขา เป็นพ่อค้าคนกลางจากเขา แล้วก็สิ่งต่าง ๆ ก็จะตอบแทนกับประชาชนในท้องถิ่น นั้นเอง

ประการสุดท้ายในเรื่องที่ต้องส่งเสริมนั่นก็คือด้านทรัพยากร ที่ผมจะพูดถึง นั่นก็คือเรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำ จะต้องบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับน้ำ เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ปัจจุบันนี้ไม่มีการบูรณาการและการใช้งบประมาณ อย่างสิ้นเปลือง มีการขุดลอกใช้งบประมาณของรัฐ ตั้งงบประมาณก่อนเข้าหน้าฝน ขุดลอก ก่อนเข้าหน้าฝนเสร็จแล้วน้ำก็มา ตรวจก็ไม่เจอว่าขุดลอกจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นจะต้อง บูรณาการและใช้งบประมาณของรัฐให้คุ้มค่าอย่างถึงที่สุด

เรื่องสุดท้ายที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชน คนไทย นั่นก็คือเกษตรปลอดภัย เกษตรสีเขียว ปัจจุบันนี้การใช้สารเคมีในพืชผลทาง การเกษตรมีอยู่อย่างมากมาย ในอดีตเราเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ปัจจุบันนี้เนื่องจากสารเคมีมีอยู่อย่างมากมายใช้ในไร่อ้อย ใช้ในนาข้าวปลาก็ไม่อยู่ หรือมีปลานั้น ก็ประกอบด้วยเคมีทั้งนั้น คนนำมารับประทานก็ทำให้เกิดโรคจากการใช้สารเคมีนั้นได้ เพราะฉะนั้นจะต้องทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับเกษตรกร ให้ทราบถึงโทษของการใช้สารเคมี ผลกระทบต่อสุขภาพกับความเสี่ยง ต่อการเป็นโรค ถ้าหากปฏิรูปภาคการเกษตรได้อย่างที่ท่านคณะกรรมาธิการได้รายงาน และพี่น้องสมาชิกได้เสนอกับคณะกรรมาธิการนั้น ผมคิดว่าประเทศไทยจะต้องเป็นประเทศ ที่มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีความมั่งคั่ง มั่นคงทางอาหาร ภาคเกษตรก็จะเป็นฐานในการผลิตรายได้ให้กับแผ่นดินของเราต่อไป กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ขอเอ่ยนามอีก ๕ ท่านนะครับ คุณเกษมสันต์ จิณณวาโส คุณกิตติ โกสินสกุล รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ คุณกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี และคุณไพฑูรย์ หลิมวัฒนา เชิญคุณเกษมสันต์ จิณณวาโส ครับ

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมต่อที่ประชุมเมื่อได้อ่านถึง วัตถุประสงค์ของการปฏิรูปเกษตรกรรมเราก็จะพบว่าวัตถุประสงค์ที่กำหนดก็เป็นที่น่าสนใจ ตอนนี้ในสิ่งที่น่าสนใจก็จะมีประเด็นที่พบว่าในวัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ ไม่แน่ใจว่าจะขัดแย้ง กับข้อที่ ๑ ไหม ก็คือเราอยากจะให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดี แต่ในวรรคท้ายของวัตถุประสงค์ ข้อที่ ๒ เราบอกเรายังอยากช่วยเหลือเกษตรกรให้ออกหรืออพยพไปอยู่ในสาขาอื่นที่ไม่ใช่ ภาคเกษตรกรรม ตอนนี้พอเราดูในกระบวนการพัฒนาประเทศขณะนี้ สมัยก่อนเราเคยบอก ว่าสัดส่วนผู้มีงานทำในภาคเกษตร อุตสาหกรรมและบริการเราก็จะพบว่าคนส่วนใหญ่ อยู่ในภาคเกษตรกรรม ขณะนี้สัดส่วนนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ตอนนี้พอมานั่งดูแนวคิด หรือมาตรการหรือความคิดรวบยอด ผมเองผมต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่าน กรรมาธิการว่าตัวปัจจัยหรือพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งเรารู้จักกันในนามโพรดักท์ แชมเปียน (Product champion) ซึ่งมีมาตรการที่ชัดในอดีต เดี๋ยวนี้ตัวมาตรการที่เคยกำหนดไว้เป็น โพรดักท์ แชมเปียนยังจะใช้อยู่ไหม ถ้ายังใช้อยู่ท่านคงต้องคิดต่อให้ผมว่าโพรดักท์ แชมเปียน พวกนี้ท่านจะหยิบเอากรอบแนวคิดหรือตัวกลไกที่ท่านเสนอใน ๔ มุมมองอย่างเช่น เรื่องการ จัดการ เรื่องการปฏิรูปการเกษตร เรื่องการลดความเสียหาย หรือแม้แต่เรื่องการพัฒนา ระบบ ท่านจะทำอย่างไรที่จะมาสอดรับกับตัวโพรดักท์ แชมเปียนที่ท่านกำหนด ทีนี้สิ่งที่ผม อยากนำเรียนฝากไปประเด็นที่เราพบ ปีใดพืชผลทางการเกษตรมีราคาดีเราก็จะเห็นว่าคนก็จะแห่ ไปปลูกกันมาก ปีต่อมาก็จะเกิดปัญหาราคาพืชผลเศรษฐกิจตกต่ำ หลายท่านก็จะบอกว่า เดี๋ยวก็จะมีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องเรื่องราคา เพราะว่าตลาดรองรับไม่ได้ประเด็นสำคัญ สิ่งที่ผมมองไกลไปถึงขนาดนั้นก็คือว่าเมื่อราคาผลผลิตมันเพิ่มขึ้นสูงมันมีสิ่งจูงใจที่ทำให้เกิด การขยายฐานการผลิตโดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพในการผลิตที่เราพูดถึงโพรดักทิวิตี (Productivity) คืออยากให้เน้นในเรื่องโพรดักทิวิตีมากขึ้น เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะได้ไม่ไปยุ่ง วุ่นวายกับเรื่องของการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตรงนี้คือสิ่งที่เราห่วง หรือแม้แต่เรื่องกิจการ ประมงที่เราพูดถึง ขณะนี้เราพูดแต่ประมงที่เป็นเศรษฐกิจหลัก ๆ เราพูดถึงเรื่องประมง นอกน่านน้ำด้วยหรือไม่ เราพูดถึงเรื่องของการเพาะเลี้ยงชายฝั่งด้วยหรือเปล่า พวกนี้ ต้องยอมรับว่ามันมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างมาก ประเด็นสำคัญ ที่อยากนำเรียนก็คือว่าอยากขอความกรุณาช่วยดูให้หน่อยได้ไหมครับว่าถ้าจะเน้นในเรื่อง ของการส่งเสริม หรือการปรับปรุง หรือการปฏิรูประบบการเกษตรไทยนั้น ขอให้คำนึงถึงเรื่องของการอนุรักษ์ อย่าให้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การเกษตรมาก เพราะว่า การเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีเขียวก็จะมีผลต่อเรื่องปัญหาที่เราพูดถึงเรื่องของโลกร้อนเพราะว่า พื้นที่สีเขียวมันเป็นแหล่งคาร์บอนซิงค์ (Carbon sink) ของประเทศไทยที่สำคัญ ประเด็นนี้ ยังฝากไปถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วยว่าถ้าเป็นไปได้ท่านกรุณาอีกนิดหนึ่งก็ยังดีว่า ในวัตถุประสงค์ข้อแรกที่ผมมองนี้ ทีแรกเราก็นึกว่าอยากจะให้เกษตรกรไทยเหมือนประเทศ ญี่ปุ่นหรือเหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา คือมีรายได้ที่ดีมั่นคง แต่ดูจากมาตรการหรือกลไก ถ้าท่านจะกรุณาปรับเพิ่มเติม หลายท่านก็ให้ความเห็นไปแล้วผมคิดว่าเราน่าจะได้แนวทางที่ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะบอกได้ไหมว่าจะทำอย่างไร ตรงนี้คือสิ่งสำคัญ ทำยังไง ทำอย่างไร จะสร้างกลไกในการรองรับหรือการดูดซับผลผลิตทางการเกษตร สร้างกลไกของการตลาด ระบบข้อมูลข่าวสารให้มันไปด้วยกัน เราเกรงอย่างเดียวครับว่าในกรณีการส่งออกเรามักจะ พบว่าประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราเคยเจอ อย่างเรื่องการส่งออกกุ้งก็เอาเรื่องการอนุรักษ์ เต่าทะเลมาเป็นเครื่องมือ เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราเกิดปัญหาในเรื่องของการส่งออก ลักษณะอย่างนี้ผมขอฝากท่านกรรมาธิการช่วยไปดูประเด็นเพิ่มเติมให้ด้วยว่าอย่าให้มีอะไร ที่ก่อให้เกิดผลกระทบโดยที่เราไม่คาดคิดด้วย ขอบพระคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกิตติ โกสินสกุล ครับ

นายกิตติ โกสินสกุล

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติ โกสินสกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดตราด มีแต่ลูกชาวนาพูด นี่ลูกประมง พูดบ้างนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณทางท่านประธาน กรรมาธิการอย่างมากเลย วันนี้เพิ่งรู้ความจริงครับว่าในสมัยหนึ่งที่จะต้องมาติดอวนดักเต่า และท่านเองเป็นคนปลดออกไป แล้วก็เป็นจุดหนึ่งที่ทางต่างประเทศเอาช่องนี้มาเป็นการกีดกัน ทางการค้า คือเอาทะเล เอาชาวประมงเป็นเครื่องมือ เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังท่านแล้วก็เพิ่งรู้ว่า ตัวจริงท่านอยู่นี่ครับ ต้องขอบพระคุณอย่างสูง ท่านประธานที่เคารพครับ ทะเลนี้ถ้าว่าไปแล้ว ถ้าเทียบกับพื้นที่บนบกของประเทศไทยมากกว่า ๒ ใน ๓ มีพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเขตพื้นที่ อนุรักษ์ ๓,๐๐๐ เมตร หรือว่าจะเป็นทะเลหลวง พร้อมกับพื้นที่เรียกว่า เศรษฐกิจจำเพาะ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ก็มากโข คนที่จะต้องอาศัยทะเลเพื่อประกอบอาชีพประมงนั้น ตอนนี้ต้องเข้า ๆ ออก ๆ อยู่ ไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คนต่อวัน เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ที่ต่อเนื่องประมง พ่อค้า แม่ค้า อุตสาหกรรมที่ผลิตเกี่ยวกับเรื่องเครื่องมือ เกี่ยวกับเรื่อง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง โรงน้ำแข็ง โรงปลาป่น ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน วันนี้ ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่าอยากให้มีการคิดถึงเรื่องการทำรูปแบบในเชิงโครงสร้างหลัก ๆ ในเรื่องของการปฏิรูปทะเลให้เกิดความมั่นคง อย่างในกรณีเรื่องของการแบ่งส่วนรับผิดชอบ ให้ออกมาจากสภาเกษตรกรซึ่งต้องเรียนตามตรงว่าสภาเกษตรกรเองในปัจจุบันก็ไม่ได้ เข้าใจเรื่องทะเล อันนี้ต้องเรียนตามตรง สิ่งที่เราอยากเห็นว่าวันนี้ทะเลจะไม่ล่มสลาย และจะไม่ตกเป็นเครื่องมือให้กับต่างชาติที่จะนำวิกฤติในความอ่อนไหวหรือในความอ่อนแอ ของภาคประมง ในเชิงวิชาการและเชิงความรู้เอาไปเป็นประโยชน์ในเรื่องของการแซงชัน (Sanction) หรือกีดกันทางการค้าอีกต่อไป ก็เลยอยากจะนำเรียนไว้เพื่อจะได้คิดต่อ แล้วก็จะชวนคิดนะครับว่าหลายท่านก็มีความ เป็นห่วงว่าในเมื่อทะเลนั้นมีผลประกอบการ มีผลรายได้ที่นำเข้า ที่มีรายได้เข้าประเทศปีหนึ่ง ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนที่ท่านพลเรือเอก ศุภกร ท่านได้เรียนไว้ในข้างต้น ต้องกราบขอบพระคุณท่านมากเลยที่ให้ความสำคัญ ในส่วนของท่านที่ท่านได้นำเรียนนั้น ผมก็เห็นด้วยกับท่านนะครับ และในขณะนี้ก็รู้สึกว่ายังมีโอกาสอยู่ที่จะต้องแต่งเติมให้เกิด ความสมบูรณ์อย่างที่ท่านเรียนนะครับ กระผมก็คงไม่ใช้เวลาตรงนี้มาก เพราะว่าประเด็น สำคัญ ๆ ท่านได้เรียนให้ทราบแล้วนะครับ ก็มีในเรื่องของการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง การเติมเต็มในส่วนของทรัพยากรที่ยังขาดอยู่ อย่างเช่น การเติมเต็มในส่วนของการทำ ศูนย์เพาะเลี้ยงที่สามารถที่จะผลิตพันธุ์สัตว์น้ำและปล่อยลงในทะเล ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบ้าง แต่ก็ถือว่ายังน้อย แล้วงบประมาณที่จะส่งเสริมเรื่องการเพาะเลี้ยงและใส่เหมือนกับเป็นการ เติมเต็มทรัพยากรสัตว์น้ำให้กับทะเลในระดับชายฝั่ง หรือส่งเสริมการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง อาจจะเป็นการสร้างแปลงเพาะเลี้ยงที่อยู่ในแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์ ๓,๐๐๐ เมตร โดยที่ ไม่ได้ใช้เครื่องมือที่เป็นเครื่องมือต้องห้ามในกฎกระทรวงของ พ.ร.บ. ประมง ก็น่าจะส่งเสริม เข้าไป แต่ขอย้ำเน้นในเรื่องขององค์กรที่จะเข้ามาดูแลในเรื่องของการบริหารและพัฒนา ในส่วนของประมงทะเลนั้นอยากจะให้แยกส่วนให้ชัดเจน อยากจะให้มีสภาการประมง นะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ ครับ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ขออนุญาตที่จะมีความคิดเห็นในเรื่องของการศึกษาของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ บางประการ ในฐานะที่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในวงการเกษตร ทั้งในเรื่องของปูมหลังดั้งเดิม แล้วก็ภูมิในปัจจุบันยังอยู่ในวงการเกษตรนะครับ เล่าเรียนมาทางการเกษตรด้วย แล้วก็สอน หนังสือหนังหา แล้วก็เป็นวิทยากรอยู่ทางด้านการเกษตร ก็เลยขออนุญาตที่จะมีความเห็น แล้วก็ได้มีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมการทางด้านการเกษตรในระดับชาติอยู่หลาย ๆ โครงการ ในขณะที่รับราชการอยู่ หรือถึงแม้จะออกจากราชการแล้วก็เลยอยากจะขอมีความเห็นมาแชร์ (Share) ในส่วนนี้นะครับ การศึกษาของรายงานนี้ต้องชื่นชมว่าได้ทำไว้ได้ครอบคลุม ได้ครบถ้วนมากมาย แต่อยากจะขอมีความเห็นสัก ๒-๓ ประการเผื่อว่าจะได้เป็นประโยชน์ เพิ่มเติมนะครับ

ลำดับแรกก็อยากจะเรียนว่า การเกษตรในบ้านเรานั้น ต้องยอมรับว่า เรามีการเกษตรอยู่ ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ นะครับ

กลุ่มหนึ่ง ก็คือการเกษตรที่เน้นเรื่องเกษตรเศรษฐกิจ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ การเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตในความหมายนี้ก็คือเป็นเรื่องของ เศรษฐกิจอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน แต่เป็นเศรษฐกิจที่คำนึงถึงระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เรื่องคุณภาพชีวิตด้วยอะไรด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการเกษตรเศรษฐกิจนั้น ดูเหมือนว่าท่านได้ให้ความสำคัญไว้ในการศึกษานี้มากมายเลย พูดถึงเรื่องนี้ทั้งหมดเลยนี้ จะเป็นการเกษตรเชิงเศรษฐกิจจะเป็นด้านหลัก คือประกอบอาชีพเกษตร มีรายได้ แล้วก็ ดำรงชีวิตอยู่ในทางการเกษตร แต่ว่าการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมนั้น รายงานนี้แทบจะไม่ได้พูดถึงเลย เมื่อครู่นี้มีท่าน สปช. ๒-๓ ท่านก็ได้เกริ่นนำไว้บ้างเล็กน้อยแล้ว แต่ผมอยากจะเรียนย้ำว่าอยากจะให้รายงานนี้ได้ให้ความสำคัญกับการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมด้วยซึ่งหมายรวมถึงการเกษตรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้ทรงพระกรุณาให้เป็นคำแนะนำมา ก็คือการเกษตรพอเพียงแล้วก็การเกษตรยั่งยืนรวมถึงการเกษตรอินทรีย์ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่อง ของเศรษฐกิจแต่ก็เป็นเรื่องของการเกษตรเพื่อชีวิตด้วยนะครับ ซึ่งตรงนี้เองในรายงานนี้ แทบจะไม่มีเลย ไม่มีเลย ไม่ใช่แทบจะไม่มี เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากไปให้ทางกรรมาธิการ ลองช่วยดูว่ามีประเด็นที่จะเพิ่มเข้าไปในส่วนใดได้ประการใด การที่เอาการเกษตรไปมุ่งเรื่อง เศรษฐกิจและเป็นเศรษฐกิจที่อาจจะต้องไปเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในระดับนานาชาติด้วย อะไรด้วย มันจริงอยู่เรามีความจำเป็น ผมได้ฟังที่กรรมาธิการท่านประธานได้พูดตอนเมื่อเช้า ว่าเราต้องอิงอยู่กับภาคการส่งออก ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการเกษตรก็เป็นส่วนหนึ่ง ของการส่งออก แล้วก็เป็นเรื่องสำคัญทางเศรษฐกิจถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่เป็นภาคใหญ่ เท่ากับภาคอุตสาหกรรมแต่ก็เป็นส่วนสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่อยากจะให้มองข้าม เรื่องการเกษตร เรื่องคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องปฏิรูปเกษตรที่ท่านระบุไว้มี ๔ ด้าน ปฏิรูปเกษตรกร ผมอยากเรียนว่าทำอย่างไรในรายงานนี้จะได้ให้ความสำคัญกับเกษตรกรรุ่นใหม่ เกษตรกร ที่อาจจะอยู่ในระยะเวลาของการศึกษา อาจจะศึกษาในระดับอุดมศึกษาหรือในระดับ อาชีวศึกษา ทำอย่างไรคนกลุ่มนี้ที่จะได้เข้ามาสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ในญี่ปุ่น ในไต้หวัน ในเกาหลี เขาให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มากเพราะเขาถือว่าเกษตรในอนาคตมันต้องเป็น เกษตรที่ใช้ความรู้ ไม่ว่าเป็นเกษตรเพื่อเศรษฐกิจหรือเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิต ต้องใช้ความรู้ ความรู้ในระดับกลาง ในระดับสูง ต้องใช้เทคโนโลยี ต้องใช้อะไรต่ออะไรต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นคนรุ่นใหม่ที่ศึกษาอยู่ในทางการเกษตรจะทำอย่างไรถึงจะมีแรงจูงใจ มีแรงกระตุ้น จำนวนหนึ่งอาจจะมีแรงจูงใจแล้วเขาถึงไปเรียน แต่เมื่อจบมาแล้ว มันมีแรงจูงใจอะไรที่มากกว่านั้นที่จะให้เขาประกอบอาชีพทางการเกษตร แล้วเป็นเกษตร รุ่นใหม่ เป็นเกษตรที่ก้าวหน้า ก็อยากจะฝากไว้ในรายงานด้วยนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะขอมีความเห็นเพิ่มเติม ขออนุญาตนิดเดียวนะครับ ถ้าเกินเวลา ก็คือการปฏิรูประบบการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร ซึ่งตรงนี้เองทุกท่าน ก็ทราบอยู่แล้วว่าประเทศไทยตั้งอยู่ในประเทศที่เป็นเขตร้อน เขตร้อนชื้นด้วย เป็นบริเวณ พื้นที่ที่มีผลิตภาพจากพืชพันธุ์ จากระบบสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ สูงกว่าโซนอื่น ๆ ของโลก เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าความอุดมสมบูรณ์ในบ้านเรามีมากมาย เพียงแต่ความอุดมสมบูรณ์ มันลดลงวันนี้เพราะมนุษย์เรานี่ละ เพราะคนไทยเรานี่ละไปทำลายมัน แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ โดยสภาพของภูมิศาสตร์แล้วเราอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีผลิตภาพสูงมาก เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรให้การแปรรูปผลผลิตจากทางการเกษตรที่จะนำเข้าไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งเรื่องนี้เองความเชื่อมโยงระหว่างการเกษตรกับทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถือว่า เป็นเรื่องจำเป็นเป็นอย่างมาก กรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งผมก็เป็น กรรมาธิการอยู่ในชุดนั้นด้วย เราได้ให้ความสำคัญกับเรื่องไบโอเบส อินดัสทรี (Bio-base industry) มาก ไบโอเบส อินดัสทรีจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้การเพิ่มมูลค่าของผลผลิตจากทาง การเกษตรมีมูลค่าสูงขึ้น วันนี้เราได้อยู่ในระดับหนึ่งแค่นั้นเองก็คือไบโอดีเซลบ้าง อะไรบ้าง อยู่ในระดับนี้ แต่จริง ๆ แล้วมันมีอะไรอีกมากมายที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตจากการเกษตร หรือผลผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งตรงนี้ทำอย่างไรถึงจะเชื่อมโยงกันได้และทำให้มูลค่าเพิ่มตรงนี้ สูงขึ้น อยากจะฝากไว้ในรายงานที่ตรงนี้ด้วยนะครับ ว่าถ้าจะมีประเด็นที่จะเพิ่มเติม ให้มีการปฏิรูปเรื่องของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตผลเกษตรจะทำให้การเกษตร มีความหมายและมีมูลค่ามากยิ่งขึ้นนะครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เรียนท่านสมาชิกขอความกรุณากำกับเวลาด้วยนะครับ เหลืออีก ๑๗ ท่านสำหรับวาระนี้ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี ครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ดิฉันต้องขอโทษที่มาอยู่ข้างหลังเพราะดิฉันตัวสูงอยู่ข้างหน้า แล้วต้องก้ม ก็เลยต้องขออนุญาตจากท่านประธานด้วย แล้วก็เมื่อครู่ไมค์ไม่ติด ต้องขอประทานอภัยอย่างสูง เสียเวลากับดิฉันนิดหนึ่ง กราบเรียนท่านประธาน สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉันสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ รหัส ๐๑๓ ขอแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปภาคเกษตร ดิฉันเห็นว่าคณะกรรมาธิการการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งอยู่ในวาระที่ ๑๔ ดิฉันเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง ประเด็นการปฏิรูปภาคเกษตร เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่เหมาะสม ของภาคเกษตรและดิฉันขอแสดงความคิดนำเสนอเพื่อเติมเต็มการปฏิรูปครั้งนี้ว่าการส่งเสริม การเกษตรและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมของเกษตรกรของประเทศไทย ดังนั้นการส่งเสริมภาคเกษตรจึงเป็นการให้บริการความรู้ที่มุ่งพัฒนาเกษตรกรเพื่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในวาระที่เราอยู่ในการปฏิรูปแห่งชาติด้วยในขณะนี้ การเกษตรกรรม เป็นงานที่ส่งเสริมความสุขสมบูรณ์ให้แก่บ้านเมืองโดยส่วนรวม ผลผลิตทางการเกษตร เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดสินค้า อาหาร ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ประเทศไทยเป็นประเทศ ที่อุดมสมบูรณ์ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของประเทศ สร้างฐานะทางเศรษฐกิจให้กับ ประเทศชาติ สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ถ้าเราแก้ปัญหาทางภาคเกษตรทุกคนจะได้กระเป๋าตุงกัน ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันเกษตรกรรมมีปัญหามากมายเช่นราคาผลผลิตทางด้าน การเกษตรตกต่ำ อย่างเช่นดิฉันอยู่ภาคใต้ ยางพาราก็ราคาตกต่ำ ราคาปาล์ม ราคาทุเรียน ราคาลองกอง ราคาข้าว ราคามันสำปะหลัง ราคาอ้อยและอื่น ๆ ของประเทศ ทุกอย่าง ราคาตกต่ำ เกษตรกรเดือดร้อน สิ่งเหล่านี้เราจะทำอย่างไร ฝากถึงรัฐบาลด้วย ช่วยแก้ปัญหา และควิก วิน (Quick win) พร้อมกับการปฏิรูปพร้อม ๆ กัน เราพร้อมแล้วหรือยัง เรามีการ เตรียมตัววางแผนเพื่อแก้ปัญหาและวางแผนพัฒนาที่เป็นเชิงรุกมากกว่านี้ เช่น กำหนด ยุทธศาสตร์พัฒนาทรัพยากรด้านมนุษย์ ทั้งเจ้าหน้าที่และตัวเกษตรกรเอง เกษตรกรเอง ต้องเพิ่มความรู้ ฝีมือแรงงาน เทคโนโลยีและอื่น ๆ สร้างเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ สร้างเกษตรกร มืออาชีพ สร้างนักการค้า การขายให้อยู่ในชุมชนเช่นโอทอป (OTOP) ก็จะอยู่ระดับตำบล หมู่บ้านหรือจังหวัด เราจะทำอย่างไร ประเทศเรามี ๗๗ จังหวัด แล้วจะใกล้อาเซียนแล้ว ของดีในประเทศไทยเราจะต้องขยายเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน สร้างนักการขาย ระหว่างประเทศให้มากขึ้น เช่นการส่งออกของไทยเรา สร้างกลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็ง เช่นจะต้องสนับสนุนให้มีสหกรณ์ด้านการเกษตรและออมทรัพย์เพื่อให้ทุกคนได้มีทุน ในด้านการเกษตรทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ถึงระดับชาติ สร้างนักวิจัยภาคการเกษตรให้มากขึ้น นี่คือจุดอ่อนประเทศไทย เรามีนักวิชาการด้านวิจัย แต่วิจัยด้านภาคเกษตรนี้ยังไม่ทั่วถึง สร้างอำนาจต่อรองให้ เกษตรกรเป็นระบบ เกษตรกรก็ไม่ปิดถนน ไม่เดินขบวนกันนะคะ ฝากประเด็นการขนส่ง โลจิสติกส์ ๓ มิติ ทางอากาศตอนนี้ก็สมบูรณ์ดีพอสมควร ค่อนข้างสมบูรณ์ ทางบกก็ต้อง พัฒนารถไฟ ประเทศอื่นข้าง ๆ เราจะมีรถไฟฟ้าทางคู่ เราจะต้องมีด้วยค่ะท่านประธาน ในยุคปฏิรูปเราจะต้องให้รัฐบาลมีรถไฟทางจนถึงใต้สุด เหนือสุด อีสานสุด แล้วก็พม่าให้ได้ ฝากด้วยนะคะ แล้วก็โลจิสติกส์ทางน้ำ พัฒนาท่าเรือ ประเทศไทยเรามีทะเลล้อมทางอันดามัน แล้วก็อ่าวไทย ขอให้มาตรฐานสากลอาเซียน แล้วก็ประเทศไทยเราต้องอาศัยประเทศอื่น เป็นท่าเรือ ถ้าเรามีท่าเรือที่มาจากอินเดียหรือทางประเทศซาอุดิอาระเบียมาที่จะมาอ่าวไทย ลดเท่าไรแล้ว อย่าไปคิดเรื่องแบ่งแยกหรืออะไรนะคะ เราคิดเพื่อให้ได้รายได้เพราะประเทศเรา มีติดลบ แล้วถ้าอ่าวไทยแล้ว เรามีทั้งวัตถุทุกอย่างเพื่อลดระยะการขนส่งสินค้าทางน้ำนะคะ ขอฝากทางสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วก็รัฐบาลด้วยนะคะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญครับ คุณกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ ขอประทานโทษ วาระนี้เป็นเรื่องปฏิรูปการเกษตรนะครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี

ค่ะ ดังนั้นขอประเด็นเพิ่มอีกนิดนะคะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอสรุปเลยนะครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี

ประเด็นนี้ฝากกฎหมายเกี่ยวกับทำงาน ๒ ข้อ ก็อยากจะให้กลไกเกี่ยวกับกฎหมายโซนนิงของการเกษตร กฎหมายเกี่ยวกับขนส่ง ของเกษตรนะคะ เพิ่มชำระการแก้ไขปัญหาเกษตรที่นำเข้า นำออก แล้วก็ชำระเกษตร เกี่ยวกับกฎหมายที่อยู่ในระหว่างประเทศแล้วก็ภายในประเทศนะคะ เพราะประเทศไทย ของเรา ดิฉันเป็นลูกชาวนาซึ่งถือว่าเป็นกระดูกสันหลัง ดิฉันก็เป็นลูกสาวชาวสวนยาง ก็ฝาก เดิมประเทศไทยเราอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ตอนนี้ต่างประเทศข้าวได้เป็นอับดับ ๑ เราจะทำอย่างไรที่ผลผลิตยางหรือประกันด้านเกษตรที่จะเป็นงานควิกวิน ขอขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอขอบคุณนะครับ เชิญคุณไพฑูรย์ หลิมวัฒนา ครับ

นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพฑูรย์ หลิมวัฒนา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๑๕๙ จังหวัดชุมพรครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการในทุก ๆ เรื่อง แต่ขอเพิ่มในบางประเด็นเพราะเกษตรกรเป็น กระดูกสันหลังของชาติ วันนี้เห็นเอกสารที่นำเสนอมี ๑๐ หน้าดังที่คุณเดชฤทธิ์ได้พูดเอาไว้ ซึ่งดูแล้วน้อยไปสักนิดนะครับ แต่กระผมเห็นด้วยในทุกประเด็น ท่านประธานที่เคารพครับ หลาย ๆ ท่านก็ได้นำเสนอในประเด็นที่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้นครับ ส่วนกระผมนั้นขอนำเสนอ ในเรื่องประเด็นที่ได้ไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนของชาวจังหวัดชุมพร และหลาย ๆ จังหวัด ในประเด็นเรื่องยางพาราแล้วก็ปาล์มน้ำมันครับ วันนี้ขอพูดในเรื่อง ประเด็นของยางพาราที่เกษตรกรทั้งประเทศกำลังประสบปัญหาอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ด้วยนโยบายประชานิยมทุกรัฐบาล ทุกสมัย ถึงแม้สมัยนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลของท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังได้ออกนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โครงการสร้างมูลพันธ์กันชน เพื่อรักษาเสถียรภาพยางพารา ท่านประธานครับ โครงการแต่ละโครงการที่ออกไปชาวเกษตรกรบ้านผมในระยะโครงการ ที่แทรกแซงครั้งหลังสุดครับท่านประธานครับ มันมีปัญหาอย่างยิ่งเกี่ยวกับเกษตรกรที่จะไป ขายยางพาราให้กับหน่วยงานที่เข้าไปแทรกแซงของ กสย. ครับ มันมีช่องทางในการนำเสนอ ขายยางพาราของเกษตรกรอยู่ ๒ ช่องทาง คือช่องทางของพ่อค้าแล้วก็ช่องทางของเกษตรกรครับ ปรากฏว่าเป็นอย่างไรครับ พ่อค้าสามารถที่จะนำยางพาราเข้าไปสู่ช่องทางและขายได้ทั้งหมดครับ แต่เกษตรกรนั้นที่จะไปขายยางพาราต้องมีทะเบียนของเกษตรกรเท่านั้น และเกษตรกร ที่นำไปขายนั้นประมาณ ๑ ตันถึง ๒ ตัน โดยที่กรมส่งเสริมการเกษตรไม่ได้แนะนำเลยว่า ยางคุณภาพชั้น ๑ ตันถึงชั้น ๔ เป็นยางดี ปรากฏว่าต้องเดินทางจากจังหวัดชุมพรก็ดี หรือบริเวณใกล้เคียงก็ดีนับร้อยกิโลเมตร ไปขายยาง ๒ ตันได้ ๑.๒ ตัน อีก ๘๐๐ กิโลกรัม จะต้องทำอย่างไรครับท่านประธานครับ บรรทุกกลับหรือไปในบริเวณใกล้เคียงที่พ่อค้ารับซื้อครับ เมื่อพ่อค้ารับซื้อแล้ว ช่องทางของพ่อค้ามี ในช่องทางตรงนี้ล่ะครับ มันเกิดความเหลื่อมล้ำ มันเกิดให้มีการอาจจะทุจริตหรือไม่ทุจริต แต่พ่อค้าสามารถที่จะคัดยางและเข้าสู่ช่องทาง เกษตรกรต้องไปนอนคอยบางครั้งวันหนึ่งถึง ๒ วัน เพื่อขายยาง ๒ ตัน ในภาวะที่อย่างนี้ครับ ที่เกษตรกรกำลังย่ำแย่ที่สุด ท่านประธานทราบไหมว่า ณ ขณะนี้เกษตรกรนี้ลงทุนในเรื่องยางนี้ โดยไม่คิดมูลค่าที่หลังจากปลูกมาจากอดีต ลงทุนเท่าไรทราบไหมครับท่านประธานครับ ต่อ ๑ ไร่ เกษตรกรนี่ลงทุนเฉพาะต่อปี ต่อ ๑ ไร่ ปุ๋ย ๒ กระสอบ ค่าดูแลประมาณ ๑,๕๐๐ บาท และค่าส่งสินค้าอีกประมาณ ๒๐ สตางค์ ปัจจุบันนี้เกษตรกรมีรายได้ถ้าต่อไร่ ถ้าจ้างเขาผลิต คนตัดได้มากกว่าคนขายครับ เจ้าของสวนครับ ณ วันนี้ถ้ามี ๓๐ ไร่ ตัดยางเองทั้งหมดนะครับ ใน ๑๒๐ วันจะมีรายได้แค่ ๒๔๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธานครับ นั่นคือต้องทำเองทั้งหมด ตกเดือนหนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ใน ๑๒๐ วันของการตัด ตรงนี้ครับ เกษตรกรชาวสวน ยางย่ำแย่ที่สุด มีรถอยากขายรถ หรืออาจจะต้องโดนอะไรหลาย ๆ อย่างในการที่ไปกู้เงินมาครับ หมดเวลา ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ขอเอ่ยนามอีก ๕ ท่านได้เตรียมตัว คุณธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ คุณกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ คุณชาลี เอียดสกุล และคุณชูชาติ อินสว่าง เชิญคุณธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ครับ

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะนำเสนอในเรื่องการปฏิรูปภาคเกษตรอยู่สัก ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ จากเอกสารประกอบ ผมคิดว่าต้องขอบพระคุณอย่างสูง ที่คณะกรรมาธิการได้จัดทำกรอบปฏิรูปภาคเกษตรขึ้นมา แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมมีความวิตกกังวล ในการปฏิรูปก็คือว่ายุทธศาสตร์การกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคเกษตร ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ได้มีความชัดเจนในเรื่องของเป้าหมายที่จะวางกลไกให้ภาคเกษตรนั้นสอดคล้องกับ โครงสร้างสังคมที่มีอยู่ใน ๓ ระดับด้วยกัน

นั่นก็คือเกษตรเพื่อการบริโภคและการยกระดับรายได้ระดับครัวเรือน

ประการที่ ๒ ก็คือเกษตรเพื่อเป็นแหล่งอาหารของชาติ ในลักษณะของ ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นภาคของเศรษฐกิจ

ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งซึ่งจะต้องควรกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ก็คือว่าเกษตรเพื่อพลังงาน

หลายท่านมีการอภิปรายกันแต่ยังไม่ได้มีท่านใดพูดถึงการปรับกลไกและบทบาท ภาคเกษตรไปสู่ภาคพลังงาน วันนี้ความชัดเจนในนานาประเทศเกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน ว่าเกษตรกรรมนั้น พืชทางภาคเกษตรนั้นสามารถเป็นกลไกหนึ่งในการยกระดับปริมาณ พลังงานของชาติได้

ดังนั้นผมคิดว่าประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากนำเสนอผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการ ก็คือว่าทำอย่างไรให้มียุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาทั้ง ๓ ระดับ สิ่งหนึ่งก็คือ ว่าทำอย่างไรให้มีกลไกขับเคลื่อนนโยบายตรงนี้ ซึ่งขณะนี้กลไกที่มีอยู่ในอดีตมันเป็นกลไก ที่มีองค์ประกอบภาคการเมืองกับภาคเอกชน ดังนั้นก็อยากจะให้มีการวางกรอบในรูปของ คณะกรรมการให้ชัดเจน

ประเด็นที่ ๒ คือการปฏิรูปพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสมกับปริมาณ ความต้องการใช้ ความต้องการในการบริโภค ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ไปเชื่อมโยง กลไกการตลาดและราคาสินค้าเกษตร ประเทศไทยมีนโยบายเรื่องผลักดันให้มีการกำหนด โซนนิง การควบคุมปริมาณสินค้าภาคเกษตรในหลายมิติ แต่สิ่งหนึ่งก็คือว่ามันไม่สามารถ ขับเคลื่อนได้ก็คือว่ากลไกใดเป็นกลไกหนุนเสริมให้ภาคเกษตรกรรมนั้นเปลี่ยนพฤติกรรม ที่จะเข้าไปสู่ระบบการจัดโซนนิงของภาคเกษตรได้ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นประเด็นปฏิรูปครับ ถามว่าวันนี้เรามีเครื่องมืออะไรเป็นเครื่องมือจูงใจเขาไหม ไม่มี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเด็นหนึ่ง ซึ่งอยากจะฝากคณะกรรมาธิการกำหนดไว้ก็คือว่าทำอย่างไรให้มีเครื่องมือในการหนุนเสริม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวกับการลดปริมาณการเพาะปลูก ให้เหมาะสมกับปริมาณและความต้องการ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เราน่าจะคิดกันก็คือกองทุน เราเสียหายเงินไปหลายแสนล้านบาท ในกิจกรรมเชิงนโยบายที่ผ่านมาของภาครัฐ ผมคิดว่า วันนี้ถ้าเรากล้าที่จะตัดสินใจให้มีกองทุนในลักษณะนี้เกิดขึ้นผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ ในลักษณะของการขับเคลื่อนนโยบายการกำหนดโซนนิง การกำหนดปริมาณของ การเพาะปลูกพืชในประเทศ สิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นกลไกความเชื่อมโยงของการปฏิรูป ระดับพื้นที่การเพาะปลูกก็คือ

๑. ประชาชนจะมีความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของสินค้ามากกว่าการที่จะ บอกว่าวันนี้ขายสินค้าให้เอกชนด้วยวิธีการผ่อนปรนไปตามกลไกตลาดของพ่อค้า

ประการที่ ๒ ผมคิดว่าภาคเกษตรจะเป็นเจ้าของราคาสินค้าได้โดยตนเอง

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน พันธมิตรในการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคเกษตร เมื่อสักครู่ผมได้ดูในรายละเอียด ผมคิดว่าประเด็นหนึ่งซึ่งมีความสำคัญแล้วก็ได้มีการทำ ร่วมทำงานและประสบความสำเร็จแต่ยังไม่ได้เปิดเผยในภาพแพร่หลายก็คือว่ากลไก ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไปเข้าหนุนเสริมการแทรกแซงตลาดภาคเกษตรในระดับพื้นที่ ผมคิดว่ากลไกตรงนี้น่าจะเชื่อมโยงกับนโยบายการปฏิรูปภาคเกษตรได้ ถ้าเราวางระบบนะครับ ว่าท่อนบนของการกำหนดนโยบายเป็นลักษณะของการรวมอำนาจ รวมฐานความคิด ก็ไม่เป็นอะไร แต่ข้างล่างถ้าเป็นระบบการกระจายอำนาจผมคิดว่าประเด็นนี้จะเป็นประเด็น รองรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคเกษตรได้นะครับ แล้วก็อาจจะใช้พันธมิตรหน่วยงาน เพิ่มขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมและควบคุมกลไกทางราคาสินค้าภาคเกษตรนะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ครับ

นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด 🔗

เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม กษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด หมายเลข ๐๐๑ จังหวัดนครราชสีมาครับ ต้องยอมรับ ข้อเท็จจริงนะครับว่าประเทศไทยเองก็คงต้องมีอาชีพเกษตรกรรมเคียงคู่ประเทศต่อไป ปฏิเสธไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วก็น่าจะเป็นหลักของอาชีพคนไทยตลอดไป ผมได้สัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ที่เป็นเจ้าพนักงานเกษตร สัมพันธ์กับพี่น้องเกษตรกรรมที่เชื่อมโยง เป็นเครือข่ายเกษตร สัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาที่ได้มีโอกาสได้ลงจัดเวที ๑๕ เวทีในจังหวัดนครราชสีมา มีข้อสรุปสำคัญอยู่ ๒-๓ หัวข้อที่เข้าใจว่ายังไม่ได้ถูกบรรจุ ลงในเอกสารชิ้นนี้ ก็เลยอยากขออนุญาตเพิ่มเติม

ประการที่ ๑ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้เอ่ยว่าถ้าพูดถึงเกษตรน่าจะมี ๒ ลักษณะ เกษตรเชิงพาณิชย์ที่เรียกว่า เกษตรอุตสาหกรรม กับเกษตรที่นำไปสู่คุณภาพชีวิต สาระของเกษตรกรรมที่นำไปสู่คุณภาพชีวิตต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า ณ วันนี้เครือข่าย เกษตรกรที่เชื่อมโยงกันทั้งระดับภูมิภาค แล้วก็ระดับประเทศพูดถึงเรื่องคำว่า เกษตรกรรม ยั่งยืน เอกสารชิ้นนี้ยังไม่ได้มีน้ำหนักเรื่องคำว่า เกษตรกรรมยั่งยืน มากนัก ซึ่งผมเข้าใจว่า เกษตรกรรมยั่งยืนจะเหมาะสมกับเกษตรกรรายย่อย ส่วนเกษตรกรรมที่นำไปสู่ความเป็น อุตสาหกรรมมันน่าจะสัมพันธ์กับเกษตรกรรายใหญ่ ทีนี้ถ้าพูดถึงเกษตรกรรมยั่งยืน ผมมีความคิดอย่างนี้ อันที่ ๑ ผู้ที่มีประสบการณ์บทเรียน แล้วก็มีความรู้ความสามารถ และเชี่ยวชาญไม่ใช่นักวิชาการ แล้วก็ไม่ใช่กระทรวง ทบวง กรมไหนทั้งสิ้น คนที่เชี่ยวชาญที่สุด คือเกษตรกรที่มุ่งหน้าในการที่จะทำคุณภาพชีวิตเรื่องนี้ มันมีโครงข่าย มันมีคนปฏิบัติการเรื่องนี้ มันมีรูปธรรมเยอะแยะมากมาย ทำอย่างไรถึงจะยกระดับชุดเกษตรกรรมยั่งยืนตรงนี้ ให้มันเป็นอาชีพที่สอดคล้องกับเกษตรกรให้มากที่สุด ข้อเสนอก็คือว่าถ้าสมมุติว่าเกษตรกร จะทำเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนมันมีช่องโอกาสและระบบสวัสดิการอย่างไร คนที่ทำแล้วไม่ใช้ สารเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เราทำเกษตรที่มันเป็นคุณภาพ ระบบทุนที่จะสนับสนุนของด้านนี้ มันน่าจะเป็นทุนที่อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกับเกษตรอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน นิสิต นักศึกษาที่บอกว่ามาร่ำมาเรียน แล้วก็ไปเป็นเจ้าคนนายคนไม่ได้กลับไปทำเกษตรกรรม ถ้าเราบอกว่าเราจะปฏิรูประบบเกษตรกรรมแล้วก็ให้เกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของประเทศต่อไป บัณฑิตที่ต้องกลับไปเป็นเกษตรกรมันน่าจะมีโอกาสในระบบสวัสดิการที่มีคุณค่า มีคุณูปการ ต่อประเทศ แล้วกลับไปพัฒนาเกษตรให้มันมีคุณภาพมากขึ้น อันนี้คือคำว่า เกษตรกรรมยั่งยืน

อันที่ ๒ เรื่องการจัดการเชิงระบบของเกษตร วันนี้ต้องยอมรับข้อเท็จจริง ภาคเกษตรที่พูดถึงเรื่องเกษตรคุณภาพชีวิต เริ่มหายไปไปเป็นเกษตรเชิงพาณิชย์ มันทำให้เห็นว่า พื้นที่ทางการเกษตร พื้นที่อาหารที่มันมีคุณภาพมันถูกรุกรานและรุกคืบเข้าไป อ้อยลงไป ในแปลงนา มันสำปะหลังลงไปในแปลงนา วันนี้คนที่ทำเรื่องอาหารน้อยลง มันจะจัดระบบ ความสัมพันธ์อย่างไรระหว่างพืชพลังงานกับพืชอาหารที่มันเป็นคุณค่าของประเทศตรงนี้ น่าจะมีชุดข้อเสนอเหล่านี้เข้าไปด้วย ในขณะเดียวกันได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเวทีของ พี่น้องเกษตรกรในจังหวัดนครราชสีมา ใน ๑๕ พื้นที่มีข้อสรุปเดียวก็คือว่าถ้าเกษตรกรรมจะให้มี คุณภาพก็คือต้องมีการจัดการระบบน้ำ การจัดการระบบน้ำไม่จำเป็นจะต้องการทำเหมือง ฝายขนาดใหญ่ ใช้ทฤษฎีรังผึ้ง ใช้แก้มลิงทุกแปลงในแปลงเกษตร นโยบายแห่งรัฐตรงนี้ ก็สามารถที่จะแปลงการจัดการน้ำไปสู่ภาคเกษตรกรรมได้อย่างดี

ในขณะเดียวกันอันที่ ๓ อันสุดท้ายอย่างที่ผมได้เกริ่นตอนแรกก็คือว่า เกษตรอุตสาหกรรมกับเกษตรคุณภาพชีวิตสักระยะหนึ่งมันจะมีคอนฟลิกท์ (Conflict) ซึ่งกันและกัน เกษตรอุตสาหกรรมจะรุกคืบขยับไปเบียดของเกษตรคุณภาพ นั่นหมายความว่าอุตสาหกรรมรายใหญ่ ที่ทำเรื่องการเกษตรวันนี้มันทำลายอาหาร ทำลายวัฒนธรรม ถ้าบอกว่าเกษตรคือวัฒนธรรมไทย วันนี้เยาวชนคนไทยไม่ได้มีโอกาสเดินไปที่ตลาดสดแล้ว เดินเข้าเซเว่นแล้วก็หยิบอาหาร สำเร็จรูป วัฒนธรรมการกินต่อจากนี้ไปคนไทยจะไม่ทำอาหาร เพราะฉะนั้นผลผลิตที่เป็น คุณภาพชีวิตของคนไทยต่อจากนี้ไปมันจะอยู่ที่เซเว่น มันจะอยู่ที่มินิมาร์ทต่าง ๆ

เพราะฉะนั้นผมอยากเสนอ ๓ ข้อ ๓ ประเด็น เรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนน่าจะมี นโยบายแห่งรัฐที่สนับสนุนปรับบทบาทของเกษตรที่ไปนั่งคีย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่ได้มีความถนัด อะไรเลย มันน่าจะเข้าไปอยู่ในแปลงเกษตรกับพี่น้องประชาชนทำงานวิจัยและยกระดับ คุณภาพชีวิตของงานเกษตร ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญพลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ

พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพแล้วก็สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ผมเข้าใจดีนะครับว่าเรื่องของเกษตร มันเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ เพราะฉะนั้นมันจะมีหลายเรื่อง ที่ไม่สามารถบรรจุไว้ได้ ผมมี ๒-๓ ประเด็น

เรื่องแรกคือเรื่องของตัวเลข จะเห็นว่าเราพูดกันถึงตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านแรงงานภาคเกษตร แล้วก็ตัวเลขจีดีพี แล้วมันมีความไม่ตรงกันที่ประธานพูด คือระหว่าง ๘.๔-๑๒ ขอความกรุณาตรวจสอบด้วยถึงมันไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ว่ามันน่าจะมี ความสอดคล้องกันเพราะว่าพูดกันทั้งสองท่านนะครับ

เรื่องที่ ๒ เราจะเห็นว่าประเด็นการศึกษา ทั้งสองรายงานไม่ว่าจะเป็น ในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ กับ วันที่ ๒๔ มีนาคม รายงานพูดกันถึงว่าประเด็นศึกษาคือเน้น ในภาพรวมของการเกษตรเป็นหลักไม่ได้เฉพาะเจาะจงในพืชเกษตรหลัก แต่จะเห็นว่าถ้าเราดู ในภาพรวมรายงานทั้งสองฉบับมันจะเน้นคือเรื่องพืชเกษตรเป็นหลัก คือข้าว ยางพารา อ้อย มันสำปะหลังแล้วก็มีเรื่องของปาล์มน้ำมันด้วย แล้วสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ว่ามันจะมีเรื่องของการประมงด้วยอะไรด้วย แต่ก็อย่างที่เรียนนะครับว่าเห็นใจว่าไม่สามารถ ที่บรรจุได้หมด แต่จะทำอย่างไรให้มันมองดูเหมือนกับว่ารายงานฉบับนี้คือมันไม่ได้พูดกันถึง พืชเกษตรหลักเพียงอย่างเดียวนะครับ ซึ่งผมก็จะลงไปถึงว่าความสำคัญที่ผมจะพูดถึง ก่อนอื่นที่ทางคณะกรรมาธิการได้รายงานไป ผมเห็นด้วยนะครับ ประเด็นสำคัญ ๆ ๓-๔ ประเด็น คือในเรื่องของดิจิทัล อะกริคัลเจอรอล อีโคโนมี (Digital agricultural economy ) ผมว่า ระบบข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ามันเป็นรากฐานของการพัฒนาในเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ ประกอบการตัดสินใจด้วย แต่มันคงไม่รวมเฉพาะในเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจ มันน่าจะมีข้อมูลทางด้านวิชาการอื่น ๆ ซึ่งก็มีหลายท่านพูดไปแล้ว ก็อยากจะฝากว่า สำหรับข้อมูลในเรื่องนี้มันเป็นเรื่องสำคัญซึ่งจะต้องครอบคลุมในหลาย ๆ เรื่อง

เรื่องการวางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวพูดถึงการโซนนิง รวมถึงพูดกันว่า จะผลักดันเรื่องของสินค้าเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งผมเห็นว่าก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน แล้วก็ในเรื่องของการพัฒนา เรื่องของกองทุนต่าง ๆ แล้วก็เกษตรอินทรีย์ด้วยเช่นกัน กองทุนมันก็จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญเป็นกลไกที่จะพัฒนาในเรื่องของการเกษตร เกษตรอินทรีย์ก็เช่นเดียวกัน มันจะมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เราพูดถึงเรื่องสารเคมีที่เป็นพิษ เพราะฉะนั้นถ้าได้ผลักดันให้มีการศึกษาเรื่องนี้จริงจังและนำมาใช้ก็จะเกิดประโยชน์ ที่ผมจะพูดถึง ที่ผมให้ความสำคัญและผมคิดว่าไม่ได้มีการกล่าวถึงเลย คือในเรื่องของสมุนไพร ทั้ง ๆ ที่ ในการอภิปรายในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมาจะเห็นว่าเรื่องของสมุนไพรมันน่าจะเป็นเรื่องหลัก แล้วก็สำคัญ เพราะว่ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ว่าในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร ผมเห็นว่าเรื่องนี้มันน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ น่าจะมีการศึกษาเป็นการเฉพาะด้วยซ้ำไป จะเห็นว่า ในสมัยก่อนสมุนไพรอาจจะรู้กับเรื่องเล็ก ๆ คือนำมาใช้ในเรื่องของการรักษา แต่ว่า ในปัจจุบันสมุนไพรนอกจากการรักษาแล้วเรายังใช้เป็นเรื่องของพืชในครัวเรือนแล้วก็ เรื่องของการเสริมต่าง ๆ มีการนำมาแปรรูปในเรื่องผลิตภัณฑ์ความงาม อาหารเสริมแล้วก็ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ผมก็ขอซ้ำตัวเลขซึ่งพูดไปจนจำขึ้นใจแล้วนะครับว่า ตัวเลขการนำเข้ายาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แนวโน้มสูงขึ้น แล้วก็จะมากกว่า งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการด้วยซ้ำไป มูลค่าของการส่งออกสมุนไพรไทยคือ ๒๕๐ ล้านบาท นำเข้า ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มูลค่าการค้าสมุนไพรในโลก ๔.๔ ล้านล้านบาท คือตัวเลขพวกนี้มันจะมีอะไรบางอย่างอยู่ใน เรื่องของปัจจัยเสริม ปัจจัยลดอะไรต่าง ๆ มันมีเรื่องที่น่าศึกษาเยอะ ตัวเลขเหล่านี้นะครับ ฉะนั้นผมจึงขอเสนอกับกรรมาธิการว่า คือถ้าเป็นไปได้คือเราพูดถึงเรื่องสมุนไพรมาเยอะมาก แต่พอเรื่องของการปฏิรูปการเกษตรไม่มีเรื่องนี้เลย ซึ่งมันควรเป็นวาระแห่งชาติเสียด้วยซ้ำไป มันเป็นไปได้ไหมที่ว่าจะมีการศึกษาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะว่าถ้าการเกษตรไม่คิดในเรื่องนี้ แล้วนี่เป็นเรื่องของการปฏิรูปใครจะเอาไปคิด แล้วหน่วยงานไหนที่จะต้องไปรับผิดชอบ ผมขอเสนอว่าระดับนโยบายด้านการเกษตรจะต้องให้ความสำคัญกับพืชสมุนไพรไม่น้อยกว่า พืชเศรษฐกิจหลัก ท่านประธานกรรมาธิการได้พูดว่าสินค้าที่เป็นพระเอกแล้วเป็นของเรา ที่ควรให้ความสำคัญผมว่านี้ล่ะครับพระเอกตัวจริง เพราะว่ามันเป็นพืชเป็นสมุนไพรที่อยู่ ในชาติของเราเอง แล้วประเทศอื่นคงแข่งขันยากเพราะว่ามันเป็นของเรา มันเป็นภูมิปัญญา ของเราเองด้วยนะครับ

แล้วอันที่ ๒ ก็คือว่าควรจะสร้างวงจรความร่วมมือระหว่างต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชนในเรื่องของการผลิตพืชสมุนไพร พืชอุตสาหกรรมในระบบตลาดนะครับ

อันที่ ๓ ก็คือว่าเร่งรัดให้จัดทำแล้วก็ถ่ายทอดความรู้มาตรฐานเกษตรดีที่ เหมาะสมที่เรารู้จักกันในคำย่อว่าแก็พ (GAP) นี้นะครับ คือ กู๊ด อะกริคัลเจอรอล แพรกทิส (Good Agricultural Practice) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญเลยในการที่จะผลักดันให้แม้กระทั่ง พืชอย่างอื่นไปสู่มาตรฐานโลก เพราะตัวนี้จะเป็นตัวตัดสินแล้วเป็นความเชื่อมั่นด้วยนะครับ เร่งรัดการศึกษาวิจัยและสร้างแหล่งผลิตวัตถุดิบ สมุนไพรอินทรีย์ เราขาดการศึกษาในเรื่องนี้ อย่างจริงจัง แล้วผมว่าเราพูดกันมานานนักหนาแล้วเรื่องของปุ๋ย แล้วเราเหมือนว่ากรุงศรีอยุธยา สิ้นคนดีอย่างนั้น คือทั้ง ๆ ที่เราบอกว่ามันอันตรายร้อยแปดพันเก้า แต่เราก็นำเข้า แล้วก็สูงขึ้นทุกปี ทำอย่างไรถึงจะเป็นจริงได้ ก็ต้องมีการศึกษาวิจัย ในเรื่องของกำหนดเขต การผลิตที่เหมาะสมที่เราพูดถึงโซนนิงสำหรับพืชสมุนไพรเศรษฐกิจ เพราะว่าแหล่งต่าง ๆ มันจะมีคุณค่าไม่เท่ากัน ซึ่งก็เป็นเรื่องจำเป็นนะครับ ผมขอสรุปว่าสมุนไพรมันเป็นรากฐาน คือทุกท่านคงทราบดีว่าผมทำเรื่องของการแพทย์แผนไทยแล้วก็แพทย์พื้นบ้านไทย เพราะฉะนั้นถ้ามีการผลักดันในเรื่องนี้สมุนไพรไทยซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ ระบบมันเดินแล้วมันก็เต็มรูปแบบ ถ้าสมุนไพรไม่มีการพัฒนา ระบบอื่นในเรื่องของ ภูมิปัญญาไทยก็ดี ในเรื่องของการรักษาพยาบาลไปไม่รอดครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ คุณชาลี เอียดสกุล ครับ

นายชาลี เอียดสกุล

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ และบรรดาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม ชาลี เอียดสกุล ลำดับที่ ๖๐ จากจังหวัดพัทลุง ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้บรรดาสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติกำลังคิดที่จะสร้างอนาคตของประเทศไทยของเราให้เป็นประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน กระบวนการปฏิรูปการเกษตรเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่จะสร้างประเทศของเราให้ไปถึงจุดนั้น นั่นก็คือให้เป็นครัวโลกและเป็นประเทศสีเขียว เพื่อรองรับประชาชนทั้งโลกให้ได้มีอาหาร ได้บริการอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกันซึ่งบรรดาท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้วหลายท่าน กระผมขอเรียนว่าผมก็ขอสนับสนุนและเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกทั้งหมด แต่ก็มีข้อคิด และข้อเสนอแนะที่จะเรียนให้บรรดากรรมาธิการได้รับทราบเพื่อเป็นข้อคิดนำไปปรับปรุง และพัฒนาในส่วนที่บรรดาเพื่อนสมาชิกไม่ได้กล่าวถึง ดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องแรกก็คือข้อมูลที่น่าวิตกและกังวลมาก นั่นก็คือว่าขณะนี้เยาวชนคนหนุ่มสาว ไม่คิดที่จะประกอบอาชีพการเกษตร ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่ากระผมเองได้ไปเยี่ยมเยียน สถานศึกษาอย่างวิทยาลัยเกษตรกรรม เดิมมีนักเรียนเป็นพันคน ขณะนี้ ๕๐๐ คนก็ไม่ถึงครับ พื้นที่กว้างหลายร้อยไร่ พื้นที่เหล่านั้นต้องให้เอกชนได้มาเช่า มาปลูกพืช มาเลี้ยงสัตว์ อาคารสถานที่ ก็ว่างเยอะแยะ นี่คือตัวชี้วัดว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่อยากประกอบอาชีพการเกษตร

ประการที่ ๒ ต่อจากนั้นก็คือว่าตัวเลข ณ วันนี้เกษตรกรตัวจริงที่ปฏิบัติ กิจกรรมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์อะไรก็แล้วแต่ อายุประมาณ ๕๐ ปีขึ้นทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ถ้านับจากวันนี้ไปอีก ๒๐ ปี คนเหล่านี้ก็จะหมดสภาพการประกอบอาชีพเกษตร ผมขออนุญาต เรียนถามว่าและจะให้ใครมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่จะพัฒนาประเทศของเรา ให้เป็นประเทศที่มั่นคง มั่งคง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต ก็ขอฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับ คณะกรรมาธิการว่าท่านทั้งหลายจะต้องคิดยุทธศาสตร์สร้างขวัญ สร้างกำลังใจให้คนเหล่านี้ คนรุ่นหลังนั้นได้รักอาชีพแล้วก็มีความมั่นคงในอาชีพ ดังที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอมุมมองต่าง ๆ หลายมิติไปแล้วในข้างต้นนะครับ

อีกประการหนึ่งที่นำเสนอก็คือว่าขณะนี้แรงงานภาคการเกษตรลดน้อย ถอยลงไปอย่างมาก แล้วก็มีแรงงานจากต่างประเทศเข้ามาทดแทน ไม่ว่าจากพม่า กัมพูชา เข้ามาในประเทศไทยเยอะแยะ ซึ่งเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ผมเข้าใจว่าปี ๒๕๕๘ หลังจากนั้น ก็จะมีแรงงานต่างประเทศเข้ามาเยอะแยะ แล้วแรงงานเหล่านั้นมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของกิจการ เพราะเป็นคนที่ขยันและยังมีค่านิยมที่จะทำการเกษตร นี่คือปัญหาที่น่าคิดอีกด้านหนึ่ง ในเรื่องของประเทศเราขาดแรงงานด้านการเกษตร

อีกประการหนึ่งครับ เรื่องหนี้สินของเกษตรกร ขณะนี้ก็ยังมีหนี้สินอยู่ มากมาย ผมขอเสนอว่าขอได้ดูแลเรื่องของหนี้สินเกษตรกร โดยเฉพาะให้มีการส่งเสริม กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ซึ่งอยู่ภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ได้บริหาร จัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้เกษตรกรได้ฟื้นฟูฐานะของตัวเอง ได้ช่วยกันแก้ปัญหาหนี้สิน ของเกษตรกรอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไปนะครับ

ลำดับต่อไปผมขอเสนอข้อเสนอแนะสัก ๒ ประการ เพื่อที่จะช่วยเหลือ เกษตรกรนะครับ นั่นก็คือในเรื่องของการนำเข้าวัสดุเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เป็นต้นว่า เรื่องของสารเร่ง เรื่องของยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง ขอให้ได้มีการส่งเสริมและมีการใช้ ให้ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคนั้นมีความมั่นใจในเรื่องของการบริโภคและการจำหน่าย ได้อย่างมีคุณภาพ สามารถที่จะแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ในอนาคต

ประการสุดท้ายขอให้ได้มีการสนับสนุนในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต ไม่ว่าในเรื่องของค่าน้ำมัน ในเรื่องของปุ๋ยจะส่งเสริมอย่างไรให้เกษตรกรนั้นได้ผลติปุ๋ยชีวภาพ ใช้เองได้ ในเรื่องของแหล่งน้ำ ในเรื่องของอื่น ๆ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้นำเสนอไปแล้ว ก็ขอเสนอ กราบเรียนท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณชูชาติ อินสว่าง ครับ

นายชูชาติ อินสว่าง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพอย่างสูงครับ ท่านคณะกรรมาธิการที่เคารพครับ ปฏิรูปเทสวาโส จ ปุพฺเพ จ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมฺ ขออนุญาต กล่าวขอบพระคุณท่านที่เคารพทั้งหลายแทนพี่น้องเกษตรกรชาวไทยทุกคนและขอด้วยบุญ บารมีอันนี้ทำให้พวกท่านเจริญด้วยจตุรพิธพรชัยทีเดียวนะครับ เกษตรกรเป็นกระดูกสันหลัง ของชาติด้วยความเคารพ แต่ขณะนี้กำลังป่วยหนักเนื่องจากได้ยาไม่ถูกขนาน ท่านที่เคารพครับ ต้นทุนการผลิตผมไม่อยากพูดแล้วอย่างไร ๆ ก็ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ถ้าไม่อยากให้ใช้ปุ๋ยเคมีก็ต้อง ยกเลิกบริษัท ๕ เสือนี้ออกไปไม่ให้มันนำเข้ามาให้ได้ แล้วคนไทยทำเองได้ไหมปุ๋ยเคมี ทำได้ครับ ขณะนี้มีบ่อขยะทั่วประเทศทำได้ทันทีแต่ไม่ทำ ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ นอกจากนั้น แล้วต้นทุนการผลิตสำคัญที่สุด เมื่อ ๒ วันนี้ฝนตกน้ำท่วมต้องสูบออก อีก ๒ วัน ฝนแล้ง น้ำแล้ง แห้งแล้งต้องสูบเข้า ขณะนี้ประมงใช้น้ำมันถูกกว่าข้างบนบก ๒ บาท แต่เกษตรกรใช้เท่ากับ รถเบนซ์ที่วิ่งอยู่ในท้องถนนราคาเท่ากัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้นทุนการผลิตหลายสิ่งหลาย อย่างสามารถลดต้นทุนการผลิตได้แต่เราไม่ทำให้เกษตรกร ไม่เคยมองเห็นความสำคัญ ของเกษตรกร

อันที่ ๒ ผมอยากจะเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ก็มีคำถามด้วยความเคารพว่า ถ้าไม่ให้ทำนา ๒ หน ไม่ให้ทำนา ๓ หน ทำโซนนิง เกษตรกรถามผมว่าแล้วผู้จัดการจะให้ผม ทำอะไรกิน ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอบได้ก็คือต้องไปค้นคว้ามาว่าถ้าไม่ให้ทำนา ๓ หน ให้ทำนา ๒ หน ก็ต้องปลูกพืชเชิงผสมผสาน ปลูกพืชผสมผสานนอกจากจะปลูกข้าวแล้วยัง ต้องปลูกกล้วย ปลูกอ้อย ท่านที่เคารพครับ ขณะนี้กล้วยน้ำว้าหวีหนึ่ง ๓๐ บาท กล้วยหอมหวีหนึ่ง ตลาด อ.ต.ก. เกือบ ๑๐๐ บาท แต่บ้านผม ๖๐ บาท ดังนั้นพืชสิ่งต่าง ๆ พวกนี้ไม่มีใคร ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นการขยายโอกาสทำตรงนี้ผมเรียนด้วยความเคารพว่า มันยากเย็นแสนเข็ญอะไรกันนักกันหนา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดูแลเกษตรกร คนหนึ่งถูกดูแลโดยกรมวิชาการเกษตรไปดูเรื่องโรคพืชต่าง ๆ กรมส่งเสริมการเกษตรจะปลูก พันธุ์อะไรมีศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวทุกจังหวัดแต่ผมไม่เคยได้เลย ไปทีไรหมดทุกที มีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ปฏิรูปที่ดิน ตลอดจนสุดท้ายท่านจิรวัฒน์ เวียงด้าน ขออนุญาตเอ่ยถึง พัฒนาที่ดิน เดี๋ยวนี้เกษตรกรจะปลูกข้าวตรงไหน อยู่หมู่ไหน ตำบลไหน เวลาจะกู้เงินสหกรณ์จิ้มกูเกิล (Google) ลงไปดูปุ๊บเขารู้เลยว่าจะต้องใช้ปุ๋ยสูตรอะไร เอ็นพีเค (NPK) ไนโตรเจน (Nitrogen) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) โพแทสเซียม (Potassium) อะไรควรจะใส่มากใส่น้อย นี่เขาทำ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปดูแลเรื่องผลผลิต ของเกษตรกร ดูแลว่าถ้าให้เขาผลิตมาแล้วจะขายให้เขาตรงไหน ทำอย่างไรถึงจะป้องกัน ศัตรูพืชให้เขาได้ นี่คือสิ่งสำคัญที่จะต้องไปดูแลกรม กองต่าง ๆ หยุดกันเสียทีเถอะครับ ใครมีหน้าที่ทำอะไรให้ทำอย่างนั้น ถ้าทุกคนทำหน้าที่ได้เต็มที่ไม่เกิดขึ้นหรอกครับ เมื่อวานก็ กรมหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วหลายพันล้านบาท เป็นหมื่นล้านบาท ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ขยายโอกาส พี่น้องครับกองทุนหมู่บ้าน อยากจะกราบเรียนให้กองทุนเกษตรกรมีไหม ขณะนี้เกษตรกร ไม่มีรายได้อะไรเลยให้เขาได้ไหมละครับไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท รัฐบาลกล้าให้ไหมละครับ แล้วบอกไปเลยบอกว่าการทำนาเที่ยวหน้าถ้าแล้งให้หยุดทำ ลดเหลือไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ต่อไปให้ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ใครจดทะเบียน ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร หายากคนที่ จดทะเบียนเป็นเกษตรกร ตอนนี้ละครับเป็นโอกาสเหมาะที่จะคิดให้เขาทำแล้วว่าใคร ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรคนนั้นมารับเงินกองทุนไป รัฐบาลช่วยสนับสนุนไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระทรวงมหาดไทยให้ไปตำบลละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้ไปอีกตำบลละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้ตีกันใหญ่เลยครับ เพราะใครทำ สวนมะม่วงขึ้นมาแล้วก็จะเอาไปบำรุงสวนมะม่วงใครทำสวนพุทราก็จะไปบำรุงสวนพุทรา ซึ่งมันทำอยู่แล้ว ท่านที่เคารพครับ พระราชายื่นเบ็ดให้คนตกปลา แต่ขณะนี้ทุกส่วนราชการ ทุกรัฐบาลยื่น ปลาให้ประชาชนกิน และวันหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ ด้วยความเคารพอีกนิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นที่พูดมาทั้งหมดนี้เรื่องลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส แล้วก็สุดท้ายเรื่องของ การให้การศึกษาอบรมครับ ต้องบอกเขาไปว่าปลูกอะไรดี ถ้าปลูกอันนี้ไม่ดีแล้วจะปลูกอันนั้นดี กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมอะไรนี้ต้องไปช่วยกันทำ

สุดท้ายด้วยความเคารพครับ ณ วันนี้ ท่านคณะกรรมาธิการต้องใส่ให้เข้าไปเยอะ ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องมีภูมิคุ้มกัน ต้องมีเหตุผล ต้องมี ความพอประมาณ ภายใต้ความรู้ ความใต้เงื่อนไข ความซื่อสัตย์ สุจริต ณ วันนี้ขายข้าวไม่ได้ ข้าวไม่ดี มีกล้วย วันนี้ไม่มีอะไรจะกิน กินปลาข้างบ้าน ชื่อยายปราณี เดี๋ยวนี้มีศูนย์เกษตร ที่ขายในจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทำทุกศูนย์ไม่มีทางอดตาย เกษตรไม่มี ทางอดตาย ผมน้อยใจนักที่จะเห็นเกษตรกรผมไปที่ห้างแม็คโคร โลตัส ไปซื้อผัดกระเพรามากิน ผมอยากจะกลับมาฆ่าตัวตายด้วยครับ มันไม่ใช่นะครับ เพราะฉะนั้นราชการพวกเราต้องลงไป ให้ชัดเจนว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะให้เกษตรได้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามที่ท่านว่าได้ ด้วยความเคารพอย่างสูง ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่า เกษตรกร มั่นคั่ง มีเกียรติ เกษตรกรยั่งยืนต้องช่วยกันทำนะครับ และสุดท้ายนิดเดียวครับ พึ่งตนเองครับ พึ่งพากัน พึ่งพิงกัน นิคคัณนะเห นิคคะหาระหัง ปัคคัณนะเห ปัคคะหาระหัง พึงชมคนที่ควรชม คนติคนที่ควรติ วันนี้เกษตรกรรอความหวังจากสมาชิกสภาปฏิรูปทุกคน ด้วยความเคารพอย่างสูง ด้วยความขอบพระคุณแทนพี่น้องเกษตรกรทุกคน กราบแทบเท้าเลยครับ ขอบพระคุณอย่างสูง

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่าน คุณวิวัฒน์ ศัลยกำธร อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง คุณชาลี เจริญสุข คุณเตือนใจ สินธุวณิก และคุณประสาร มฤคพิทักษ์ เชิญอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ครับ

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร 🔗

ท่านประธาน และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ผมอยากจะให้กำลังใจทั้งท่านคณะกรรมาธิการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับความพยามจะปฏิรูป ภาคเกษตรให้ประเทศของเราเป็นประเทศที่มั่งคั่งทางการเกษตรได้จริง ๆ พระเจ้าอยู่หัวเคยตรัส ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เนชันแนล จีโอกราฟิกโดยย่อว่า ประเทศของเรามั่งคั่งและเป็น จุดยุทธศาสตร์ เมื่อที่ไหนเดือดร้อนคนคิดถึงประเทศนี้ โดยสรุปอย่างนี้

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งท่านรับสั่งและแทงใจมาก ผมตามเสด็จจดบันทึก พระราชดำริอยู่ ๑๖ ปี มีคำหนึ่งบอกว่าต่อไปจะไม่มีเกษตรกรทำนาอีกแล้ว เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ ผมศึกษาข้อมูล เตรียมพร้อมอยู่ ๑๑ ปี และตัดสินใจลาออกมาทำนาแบบที่ พ่อแม่ผมทำมาก่อน อยู่ที่ชลบุรีพิสูจน์ตัวเอง ๓ ปี แล้วก็เปิดเป็นศูนย์ฝึกอบรมตั้งตัวเป็นครูสอน สอนทั้งชาวนา สอนทั้งในมหาวิทยาลัยว่าเราจะปฏิรูประบบการเกษตรให้ชาวนามั่งคั่ง ยั่งยืน ได้อย่างไร ผมอยากจะขอฝากเป็นข้อมูลสำหรับท่านกรรมาธิการเผื่อจะเป็นประโยชน์ โดยสรุปโดยย่อภายในอีก ๔ นาที ความยั่งยืนของการเกษตรนั้นไม่ได้อยู่กับการเกษตร ทางด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว ไม่ใช่เรื่องของรายได้อย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกับ วัฒนธรรม เกี่ยวโยงกับคุณงามความดี เกี่ยวโยงกับการเมือง เกี่ยวโยงกับระบบราชการเกี่ยวโยง แม้แต่กระทรวงการคลังซึ่งมี ธ.ก.ส. ไปทำหน้าที่เกี่ยวข้อง เอาละครับผมไม่มีเวลาเจียระไน แต่โดยย่อว่าคนปลูกนั้นต้องมีต้นทุนต่ำกว่านี้ไม่น้อยกว่า ๒ เท่า ก็แปลว่าใกล้ ๆ กับเวียดนาม และผลผลิตต้องได้เฉียด ๆ ตันหรือตันขึ้นไปสำหรับชาวนา นี่เป็นกรณีศึกษา ๒ จังหวัด และตัวผมเองด้วยที่ชลบุรี ในกระบวนการผลิตนั้นมีตัวแปรสำคัญอยู่ ๕-๖ ตัว ๑. น้ำต้องดี ๒. ดินต้องดี ๓. พันธุ์ต้องดี อากาศสภาพแวดล้อมต้องดี แต่ที่สำคัญกว่านั้นคนต้องดี ที่เราตั้งศูนย์ฝึกขึ้นมาเราเริ่มจากเปลี่ยนวิธีคิดคนให้เข้าใจความคิดพระเจ้าแผ่นดินองค์นี้เสียก่อน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตรัสว่า พ่อฉันเป็นชาวนา พระเจ้าอยู่หัวไม่เคยคิดถึงรายได้ เราเอามาแปลงความคิดพระองค์ท่านเป็น ๙ ขั้นตอน ขั้นที่ ๑ เราพูดถึงเราจะทำอย่างไร จะมีกินเสียก่อน ๒. ทำอย่างไรจะมีของใช้ให้มันจำเป็น ๓. ทำอย่างไรจะมีต้นไม้ไว้สร้างที่อยู่อาศัย และ ๔. ทำอย่างไรจะมีออกซิเจน มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะจะมีชีวิตอยู่รอด ๔ ประการนี้ เป็นพื้นฐานของบ้าน ประการที่ ๕ ท่านตรัสว่าการพัฒนาอย่าทิ้งวัด ก็แปลว่าถ้าคุณเป็นคนเลว เล่นการพนัน ติดยาเสพติด ผลิตออกมาราคาเท่าไร ขายรวยเท่าไรก็ไม่เหลือ เรื่องนี้จึงเป็น เรื่องสำคัญที่สุดยิ่งกว่าเทคโนโลยีการผลิต ยิ่งกว่าปุ๋ย ยิ่งกว่ายาทั้งหมด นอกจากนั้นในกลไก ของตลาดเสรีอย่างทุกวันนี้มีความเกี่ยวพันกับคนอยู่ ๕-๖ คน แล้วแต่ตลาดไหน ๆ เราทำงานวิจัยร่วมกับหลายพื้นที่ เมื่อวานก็เพิ่งสอบเด็กทำวิทยานิพนธ์ ทำอย่างไรชาวนา จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้ เขาตั้งคำถามในการวิจัยแล้วก็พากันลงไปปฏิบัติจริงแล้ว เก็บข้อมูล เด็กที่คณะเศรษฐศาสตร์การเมืองของจุฬาเมื่อวานมาสอบ จากประสบการณ์ผมเอง จากเครือข่ายเราทำงานกันมา ๖๐ กว่าศูนย์ฝึก เรามีสมาชิกเครือข่ายอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน จากประสบการณ์ทั้งเรียนถูกเรียนผิด ประสบผลสำเร็จบ้าง ล้มเหลวก็มีครับ โดยสรุปว่า คนปลูกจะต้องไม่พึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ จะต้องพึ่งตนเองให้ได้ตั้งแต่บำรุงดินอย่างไร ฝนตกจะเก็บน้ำฝนอย่างไรให้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่รอความช่วยเหลือจากรัฐ ชาวนาที่พึ่งน้ำ จากชลประทานมีเพียง ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือต้องพึ่งน้ำฝนจะเก็บอย่างไร โยงไปอีก ๔ คน คือคนซื้อท่าข้าว คนสีข้าว คนขายข้าวสาร และคนกิน เราทดลองเอาคนทั้ง ๕ กลุ่มมาลงหุ้นกัน แล้วแชร์ข้อมูลด้วยกันว่าคนปลูกเหลือเท่าไร คนซื้อท่าข้าวเหลือเท่าไร โรงสีเหลือเท่าไร คนขายข้าวสารเหลือเท่าไร และคนกินจ่ายเท่าไร ถึงมือชาวนาแท้จริงเท่าไร เรากำลังทำ ระบบนี้อยู่ บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ท่านเห็นท่านก็ไปสั่งกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ พรุ่งนี้ผมจะไปเล่าให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาตั้งใจจะทำ ก็อยากจะให้ กำลังใจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยว่าเขาจะทดลองทำโมเดลนี้สัก ๔ พื้นที่ คือในภาคเหนือ ภาคอีสาน สักประมาณ ๕ จังหวัด ก็จะลองทำดู แต่ก็มีข้อมูลอยู่ถ้าเรื่องนี้ เป็นประโยชน์ ท่านกรรมาธิการสนใจผมก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล เลยเวลามานิดหนึ่ง ขออภัยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบพระคุณครับ เชิญอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ท่านประธานครับ เรื่องปฏิรูปการเกษตรมันเป็นเรื่องกว้างขวางใหญ่โต ยากที่จะทำได้ ครบถ้วนบริบูรณ์ ถ้าหากว่าเราหยิบทุกประเด็นไปใส่มันก็มีปัญหาอีก ก็คือไม่รู้ว่ามันจะผูกกัน อย่างไรให้มันได้ประเด็นปฏิรูป เพราะฉะนั้นเวลาที่จะดูเรื่องปฏิรูปภาคการเกษตร มันจึงต้องใช้แนวคิดหรือโครงสร้างอะไรบางอย่าง ผมจะขออนุญาตท่านประธานเสนอแนะ กรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลังที่ปฏิรูปภาคการเกษตร ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ผมอวดดี แต่ในฐานะที่เคยทำวิจัย ศึกษาเล่าเรียนมาด้านนี้โดยเฉพาะ ผมก็อยากจะขออนุญาตลองวางโครงร่างจะถูกจะผิดช่วยนำกลับไปคิดเพราะว่าเราอยู่ในชั้น คอนเซ็พชวล เฟรมเวิร์ค (Conceptual framework) ก็คือมาดูคอนเซ็พท์กัน ท่านประธาน ครับถ้าจะแยกภาคการเกษตรผ่าครึ่งออกมาเป็น ๒ ฟากใหญ่ ๆ อันหนึ่งคือ เรื่องการตลาด อันหนึ่งคือเรื่องการผลิต ผมเรียนท่านประธานได้ว่าเมืองไทยขณะนี้เราจับ เรื่องการตลาดเป็นหลักซึ่งผิด ผมคิดว่าผิด เพราะการตลาดคือของปลอม ถ้าของจริง คือเรื่องของการผลิต เราพยายามที่จะทำให้ราคามันสูงโดยการเอาเงินไปแถมให้ เราสูญเสีย เงินเป็นแสน ๆ ล้านบาทกับข้าวมาแล้ว เราเอาเงินไปแถมให้ แต่ผมบอกได้เลยว่านั่นคือของปลอม เพราะเท่ากับว่าเราควักเงินแล้วก็จ่ายให้ชาวบ้าน แต่ถ้าดูทางภาคการผลิตเราจะสู้กับ ต่างประเทศได้ เราจะสู้กับต่างชาติได้ในระยะยาว เพราะว่าถ้าเราลดต้นทุนการผลิตได้ เราจะต่อสู้กับชาติไหน เราจะชิงตลาดได้ เราจะทำได้อย่างยั่งยืน แต่ถ้าเราเร่งการตลาด แบบฉาบฉวยอย่างทุกวันนี้เรากำลังฆ่าตัวตาย นั่นผมตั้งประเด็นแรกไว้ก่อน ไหน ๆ พูดเรื่องการตลาด ผมขอพูดเรื่องการตลาดให้ครบ ผมทำวิจัยมาทางด้านการตลาดสินค้าการเกษตร ท่านประธานครับเราต้องแยกตลาดสินค้าการเกษตรออกเป็น ๓ ประเภท ด้วยกัน

ประเภทที่ ๑ คือเราส่งสินค้าการเกษตรออกไปต่างประเทศเรามีเหลือมีใช้ แล้วส่งออกต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ไม่ว่าจะเป็นยางพารา แล้วก็สินค้าอีกหลายตัว เรา ต้องดูว่าสินค้าพวกนี้เรามีอิทธิพลเหนือตลาดต่างประเทศหรือไม่ ถ้าเราเป็นไพรส์ เทคเกอร์ (Price taker) คือเราต้องยอมรับราคาต่างประเทศ เราทำอะไรกับมันมากไม่ได้ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวลดต้นทุนการผลิตอย่างเดียวที่จะแข่งขันกับเขา ระยะยาว

สินค้าประเภทที่ ๒ คือสินค้าที่เรามีผลิตได้แล้วก็กินอยู่ในประเทศ คือ ๆ กัน อยู่อย่างนี้ เราพอบริหารจัดการอะไรบางอย่างได้ในเรื่องนี้ที่ทำให้ตลาดมันดีขึ้น

กับอีกอันหนึ่งก็คือประเภทที่เราต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันปาล์ม ไม่ว่าจะเป็นอย่างอื่น ที่เราต้องนำสินค้าการเกษตรพวกนี้เข้ามาจาก ต่างประเทศ เราไปจัดการเรื่องตลาดมากไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะทำได้เรื่องตลาดก็คือเราต้อง เปลี่ยนคอนเซพท์ คอมโมดิตี (Concept commodity) ให้เป็นโพรดักท์ (Product) ได้ไหม เราจะส่งออกเป็นคอมโมดิตี แปลว่ามันคอมมอน (Common) มากเลย มันดาษดื่น ข้าวก็คือ ข้าวเหมือนกันหมด ทำอย่างไรให้เป็นโพรดักท์ ทำอย่างไรให้เป็นสินค้าที่มีตรา มียี่ห้อ สปช. เมื่อไรก็ตามที่รัฐบาลยังไปเล่นกับตลาด ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเปเปอร์ (Paper) นี้ เรื่องฟิวเจอร์ มาร์เก็ต ต้องปรับใหม่แล้วตรงนี้ นี่ประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ เราจะอยู่รอด ทางภาคการเกษตรได้ต้องลดต้นทุนการผลิตให้ได้ หนทางในการลดต้นทุนการผลิตคืออะไรครับ ไม่ใช่อย่างที่รัฐบาลบางแห่งทำ เอาเงินไปแจกชาวบ้านบอกว่าช่วยลดต้นทุนการผลิต อย่างนี้ มันเป็นของปลอม ของจริงมันต้องทำการศึกษาวิจัยเพื่อเพิ่มโพรดักทิวิตีคือเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพิ่มผลผลิตลดต้นทุนการผลิตให้ได้ แต่มีกรรมครับท่านประธาน ตรงนี้คือประเด็นปฏิรูปละ มันมีกรรมที่ว่าภาคเอกชนของไทยเรื่องวิจัยทางภาคการเกษตรมันใช้ระยะเวลายาวครับ ๑๐ ปีกว่าจะได้ผล เอกชนของเราก็มักจะชอบตีหัวเข้าบ้านเร็ว ๆ ตกลงหวังเอกชนก็ยาก รัฐก็มีปัญหาในเรื่องของการศึกษาวิจัย เพราะเราเปลี่ยนรัฐบาลเร็วเหลือเกิน พอจะส่งเสริม ด้านงานวิจัยท่านไปดูงบประมาณของกรมวิชาการเกษตรสิครับว่างบประมาณเตี้ยลงอย่างไร เมื่อเทียบกับกรมส่งเสริมการเกษตร เราไม่ต้องวิจัยแต่เราส่งเสริมได้ เห็นไหมครับแสดงว่า เราคิดอะไร แล้วเราก็ไม่อยากทำเพราะทำเสร็จแล้วผลงานมันออกมาไม่รู้อีกกี่ปีรัฐบาลไหนมา เพราะฉะนั้นตรงนี้คือประเด็นที่เราจะต้องปฏิรูปให้ได้ ถ้าเราจะปฏิรูปภาคการเกษตร ต้องวิจัยให้ได้ ใครจะวิจัยจะทำอย่างไรอันนี้คือประเด็นนะครับ ผมอยากจะเรียนเสนอ ระบบน้ำเราจะทำกันอย่างไร นี่คือระบบที่ไปพัวพันกับเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต ส่วนเรื่องที่ท่านเสนอเรื่องครอพ อินชัวรันซ์ (Crop insurance) ก็คือเรื่องประกันภัยพืชผล ท่านประธานทราบใช่ไหมครับว่าผมเป็นคนทำประกันภัยพืชผลคนแรกในประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๒๓ ที่อำเภอปากช่อง ผมทำกับฝ้าย ผมรู้ ผมเป็นคนออกแบบสกีม (Scheme) แรก พลเอก เกรียงศักดิ์ไปดูบอกเจิมศักดิ์อยากจะขยายไปที่อื่น ผมบอกช้าก่อน ถ้าคุณจะขยายไปที่อื่น โดยที่ไม่รู้คุณตายทั้งเป็นเพราะบริษัทประกันเขาไม่ได้ลงมาฟรี ๆ เขาก็ต้องเก็บเบี้ยประกัน ถามว่าเบี้ยประกันกับความเสี่ยงที่ได้มันคุ้มกันไหม แล้วถ้าความเสี่ยงอันนั้นจะเอาความเสี่ยง จากอะไร ฝน ดิน ฟ้า อากาศ หรือเอาแมลงด้วย เสร็จแล้วจะประเมินกันอย่างไรเรื่องของการโกง ท่านประธานก็รู้ว่าคนไทยไม่ธรรมดา ถ้าอยู่ในท้องไร่ปลายนาเรื่องการโกงจะทำอย่างไร บริษัทประกันเขาต้องไปทำรีอินชัวรันซ์ (Reinsurance) ระบบรีอินชัวรันซ์จะทำกันได้แค่ไหน ซึ่งมันต้องศึกษาวิจัย ผมคิดว่าไปได้แต่ต้องทำครับ ตรงนี้ก็ต้องวิจัยอีกที่จะสร้างโมเดลให้ได้ ว่าถ้าจะทำครอพ อินชัวรันซ์ เพราะครอพ อินชัวรันซ์ดีกว่า แล้งตรงไหนเราเอาเงินไปให้ มันเป็นระบบซึ่งผมเห็นด้วย แต่ต้องทำศึกษาตรงนี้ให้ได้ ท่านประธานครับ เรื่องของการรวมตัว วิสาหกิจชุมชนหลายคนชอบพูดว่าเราควรจะทำโซนนิง ผมนี่นิยมทำวิสาหกิจชุมชนมากกว่า ทำโซนนิง ผมสนใจที่เกษตรกรจะรวมตัวและช่วยกันเองมากกว่าทำโซนนิง เพราะอะไรครับ ที่ผมเคยทำงานพัฒนาชนบทมาผมเห็นมาเยอะแล้ว เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกตรงนี้ควรจะปลูกอะไร ตรงโน้นควรจะปลูกอะไร แล้วมันไม่เคยได้ประสบความสำเร็จ และใครรับผิดชอบกับชาวบ้าน แต่การที่ให้เขาได้เรียนรู้รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน และเป็นไปได้ไหมว่าให้ทางเลือกกับเขา ให้ทางเลือกที่จะให้เขาได้นึกถึงเรื่องของการผลิต สินค้าที่เป็นโพรดักท์ ที่มีคุณภาพแตกต่างกับตลาดทั่วไปไม่ว่าจะเป็นเกษตรอินทรีย์ ที่อินทรีย์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราไปจับตลาดสูง ไม่ว่าผัก ผลไม้ที่เป็นโพรดักท์ประเภท คุณภาพพรีเมียม (Premium) ไข่ไก่ที่ไก่นี้มันวิ่งไม่ใช่ไก่คงอยู่ในเล้า ถ้าเราสามารถที่จะค่อย ๆ ให้เกษตรกรรวมตัวกันและ ทำเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ทำอยู่ในภาคการเกษตร แต่ลองข้ามแวลู แอดเดด (Value added) ตรงนี้ได้ไหม นี่เป็นโจทย์ใช่ไหมครับ ผมไม่ได้บอกว่าทำได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมคิดว่า มันเป็นโจทย์ที่เราสามารถที่จะช่วยได้

และสุดท้ายครับท่านประธานครับ ถ้าเราตั้งโจทย์อันนี้ได้เราก็จะช่วยกันระดมมา ในแต่ละด้านมันจะเป็นไปได้จริงแค่ไหน อะไรคือจุดคานงัดที่จะทำภาคการเกษตรให้ไปได้ ขณะนี้ภาคการเกษตรไม่ถึงกับป่วยแต่เหมือนคนอ่อนแรงครับท่านประธาน อย่าให้ยาทุกขนาน ลงไปเลยครับ พอเราเห็นอ่อนแรงนี้ผมดูแล้วรายงานนี้เหมือนกับให้ทุกอย่างเลย ไอ้นี่ก็เอา ไอ้โน่นก็เอา ไอ้โน่นก็เอา คนมันจะรับไม่ไหว เราต้องค่อย ๆ สังเคราะห์และวิเคราะห์ หาประเด็นปฏิรูปให้ได้ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ คุณชาลี เจริญสุข ครับ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดฉะเชิงเทรานะครับ ต้องกราบเรียนว่า เรื่องการปฏิรูปภาคการเกษตรค่อนข้างจะเป็นงานหนักนะครับ ผมเองก็คงจะขอประเด็น สัก ๑ ประเด็นเท่านั้นครับเพราะว่าเนื่องจากเป็นประเด็นที่ผมกำลังตื่นเต้นและดีใจว่าจริง ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ข้อปรึกษาหารือมาเรื่องหนึ่งกับ เผยแพร่ไปทางทั่วประเทศว่าให้ชาวนาได้เปลี่ยนอาชีพได้ไหม เปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่นได้ไหม เพื่อ ๑. คือน้ำก็ไม่ค่อยมี ๒. ก็คือมันล้นตลาด ก็อย่างที่เจอกันนะครับ ปัญหาของข้าวล้นตลาด ก็ปรากฏว่าพอไปดูงานที่จังหวัดอุบลราชธานีครับ ก็ไปเห็นพืชชนิดหนึ่งก็คือหญ้าเนเปียร์ (Napier) ผมว่าพอไปดูตัวเลขแล้ว จริง ๆ แล้วเป็นพืชที่ได้ทั้งพืชพลังงานและเป็นพืชที่เอามา เลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วหญ้าเนเปียร์เป็นหญ้าที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงมาก ถ้าคนที่ศึกษา และเรียนรู้อย่างจริงจัง ก็คือเรียนรู้ให้ถึงแก่น สามารถจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ครับ เพราะอะไร รู้ไหมครับ หญ้าเนเปียร์นี้ ๑ ไร่ต่อ ๑ ปี ให้ผลผลิต ๑๐๐ ตัน ผมดูแล้วผมยังคิดว่า วิทยากรที่มาบอกกับผมนี้ว่าเขาคงจะพูดตัวเลขผิด ปรากฏว่าผมก็ไปเซิร์ช (Search) ในอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่า ๑๐๐ ตันจริง ๆ ครับ ๖๐-๑๐๐ ตัน ถ้าการดูแลดี ๆ แล้วทำไม รู้ไหมครับ ถ้ามีการตั้งโรงไฟฟ้าขนาดย่อยแล้วก็มีการรวมตัวของชุมชน คืออย่าให้มีการ ผูกขาดรายใดรายหนึ่งก็คือกระจายไปรายละ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ แล้วปลูกหญ้าเนเปียร์ตรงนี้ เพื่อที่จะไปหล่อเลี้ยงเป็นการไปผลิตเป็นไฟฟ้าก็คือเอาไปหมักเป็นก๊าซธรรมชาติ แล้วก็ ผลิตไฟฟ้า ๑เมกะวัตต์ ซึ่งนโยบายมีอยู่แล้วครับ แต่ตอนนี้นะครับ มีปัญหาว่ามันหลาย หน่วยงานครับ ท่านกรรมาธิการนะครับ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ครอส คัททิง กันครับว่า ตอนนี้ปัญหาใหญ่ผมเคยหารือไปแล้วว่าปัญหาใหญ่คือมันจะต้อง ๑. คือการอนุญาต ต่อไปผังเมือง ก็จะเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วก็เรื่องของการรับซื้อของการไฟฟ้าก็มีปัญหาว่าบางพื้นที่ตั้งโรงงาน ได้ก็จริง แต่ว่าการไฟฟ้าบอกสายเต็ม ไฟเต็ม ก็ไม่สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ ผมเห็นแสงสว่าง อย่างไรครับ ก็เห็นว่าถ้าหากว่าเรารวมตัวกันได้และสามารถที่จะเปิดได้ ๑ เมกะวัตต์ต่อ ๑ โรง และชุมชนมีส่วนร่วม แล้วก็ดูแลสิ่งแวดล้อมได้ ไม่มีสิ่งที่เป็นพิษออกมาเลย น้ำก็เอาไป รดต้นหญ้าต่อ ส่วนที่หมักเหลือ เขาเรียกว่า ตะไคร่หรือตะกอน อันนี้เอาไปเป็นปุ๋ย ใส่ต้นหญ้าเนเปียร์ได้ แล้วเวลาเก็บเกี่ยวท่านไม่ต้องกลัวเรื่องของแรงงานครับ คือทางผู้ลงทุน เขาจะมีรถเกี่ยวให้เสร็จเลย เหมือนกับเราทำนาแล้วมีการไปเกี่ยวข้าวถึงนา นี่ก็คือเขาจะรวม เบ็ดเสร็จต่อไร่นะครับ ล่าสุด ๔๕๐ บาทนะครับ ไปเกี่ยวถึงที่เลย บดเสร็จเลยนะครับ และท่านคิดดู ๑๐๐ ตัน ๑ ไร่จะได้ ๔๕,๐๐๐ บาท แต่ถ้าปลูกเป็นเพื่อเอาไปเลี้ยงวัว ที่โคราชเขาทำเลยนะครับ เนื้อสเต็ก (Steak) ที่เขาบอกว่า อร่อย ๆ นี้นะครับ วัวที่นั่นนะครับ วัวนม วัวเนื้อกินหญ้าเนเปียร์ ถ้าปลูกแบบเอาไปให้วัวกิน ตันละ ๓,๐๐๐ บาท และถ้าปลูกไปเพื่อเป็นพันธุ์ของหญ้าคือเอาไปต่อยอด คือตอของ หญ้าเนเปียร์นี้นะครับต้องเรียนว่าปลูกครั้งหนึ่ง ๗ ปีครับ คือเหมือนกับเขาเรียกอะไร กุยช่าย ที่เรากินกันอยู่นี้ ปลูกแล้วตัด ๆ มันจะงอก ๒ เดือนตัดครั้งหนึ่ง ก็จะมีรายได้ คือปลูก ๑ ครั้ง ใช้ได้ไป ๗ ปี นี่แสดงให้เห็นว่านี่มันเป็นแสงสว่างของเกษตรกรไทย นี่พูดแค่ด้านเดียว ใช้เวลาไปเกือบ ๕ นาทีแล้วครับ จริง ๆ ผมอยากที่จะกราบเรียนท่านประธาน และท่านกรรมาธิการทุกท่านว่าบางครั้งเราต้องใช้อะไรที่ผสมผสาน ถ้าเราไปปลูกข้าวอย่างเดียว ตอนนี้ข้าว ถ้าสมาคมโรงสีข้าวไทยเขารู้ดี ตัวเลขมีเท่าไรเขารู้หมดล่ะครับ ๓๐ ล้านตันต่อปี บริโภค ๒๐ ล้านตัน เหลือ ๑๐ ล้านตัน ต้องมาจำนำ ต้องมาประกัน ตัวนี้รู้หมดแล้วครับ แต่วิธีการที่จะมาทำอย่างไรถึงจะส่งเสริมให้ชาวนามาหารายได้ที่ดีกว่าและมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ ไม่ใช้เวลาเกินครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ครับ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ ก่อนอื่นดิฉันก็อยากจะขอเป็นกำลังใจให้กับทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ได้ฟังเพื่อน ๆ สมาชิกได้พูดมาหลายประเด็น ดิฉันได้อ่านแล้วก็มีความคิดอย่างนี้ค่ะว่าทางท่านประธานเองและคณะกรรมาธิการได้มอง รอบด้านแล้วในการที่จะปฏิรูปทั้ง ๔ ด้าน คือเริ่มตั้งแต่ตัวพี่น้องเกษตรกร คือคน ระบบ การบริหารจัดการ แล้วก็กลไกที่จะแก้ไขอย่างไร สุดท้ายคือเรื่องของกองทุน แต่มี ๓ ประการที่ดิฉันอยากจะขอเรียนย้ำท่านประธานว่าขอให้ทำอย่างจริงจัง เนื่องจาก ท่านยังไม่ได้มีรายละเอียดนะคะ

เรื่องแรกดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่มีท่านสมาชิกท่านอื่นได้เอ่ยถึงอยู่ค่อนข้าง หลายท่าน แล้วก็ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ก็เพิ่งจะพูดถึง นั่นก็คือเรื่องที่ท่านได้มีอยู่ในการปฏิรูป คือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและผลิตผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการโซนนิง ซึ่งก็ตรงกับใจของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ที่ได้มีเพื่อนสมาชิกเอ่ยแล้วว่า ท่านนายกรัฐมนตรีถามว่าจะเปลี่ยนการปลูกอะไรต่าง ๆ ได้ไหม ให้มันเหมาะสมกับสถานที่ หรือว่าให้เหมาะกับพื้นที่ของตัวเอง นั่นก็คือเรื่องของการทำโซนนิงที่ท่านได้เขียนไว้นั่นเอง ก็คือจะต้องปรับโครงสร้างการเกษตรในบ้านเรา หาพืชการเกษตรแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับ พื้นที่แล้วก็พอปลูกที่ไหนก็ได้ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ขออนุญาตกราบเรียนว่า ดิฉันขออนุญาตเสนอแนะว่าน่าจะมีรายละเอียดค่ะว่าหลายท่านหรือเกษตรกรอาจจะฟังว่า โซนนิง โซนนิงอะไร แต่ว่าเขาปลูกข้าวอยู่ เขาจะเปลี่ยนไปทำอะไรหรือปลูกมันสำปะหลัง อะไรต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ต้องพยายามบรรจุลงไปในการปฏิรูปครั้งนี้ อันเป็นโอกาสทอง ของเรานั้นก็คือเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ว่า พื้นที่ดินของท่านนั้นเหมาะสมที่จะเปลี่ยนไปปลูกพืชอะไรที่จะทำรายได้เพิ่มสูงขึ้น เรื่องการประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจให้ความรู้กับเขา เรื่องที่ ๒ ที่จะต้องทำถัดมาคือ เรื่องของการสนับสนุน สนับสนุนจากรัฐบาลก็คือให้ความรู้เขาในการปลูกพืชชนิดใหม่นั้น ๆ ค่ะ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหมดต้องมาทุ่มเรื่องการที่จะทำโซนนิง อย่างจริงจังค่ะ การที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนการปลูกพืชใหม่นั้น ต้องให้ความรู้เขา ให้ความเข้าใจแล้วก็ต้องช่วยในเรื่องของพันธุ์พืชใหม่ ๆ ที่จะไปปลูกตรงนั้นด้วย อาจจะมี ไพล็อท โปรเจกต์ (Pilot project) ทำให้เห็นเลยว่าอันนี้ลงทุนให้เขา แล้วก็ทำได้ประโยชน์ ได้เงิน ได้ผลจริง ๆ พี่น้องเกษตรกรในหมู่บ้านนั้นหรือชุมชนนั้นก็จะเห็นว่ามันทำได้จริง นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของเงินทุนค่ะ รัฐบาลอาจจะต้องมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ตามที่ดิฉัน เคยไปตรวจราชการที่เขตที่ ๑๓ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ มีการทำเกี่ยวกับเรื่องของการรวมตัวของพี่น้องเกษตรกรเข้มแข็งมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งเป็นประเด็นถัดไปที่ดิฉันจะพูดถึง ก็คือเรื่องของการที่จะส่งเสริมพืชอินทรีย์หรือออร์แกนิก ฟูด (Organic food) ก็ทำเรื่องของการโซนนิง ดิฉันเคยเสนอว่าอยากให้เขตนั้นซึ่งพี่น้องเกษตรกร รวมตัวกันอยู่แล้ว ทำไมไม่ทำให้เป็นออร์แกนิก จัสมิน ไรซ์ ฮับ (Organic jasmine rice hub) ของประเทศไทยละคะ ซึ่งตรงนี้จะบอกเลยว่าตลาดสูงในยุโรปนั้นพี่น้องเกษตรกรที่ทำเป็น ออร์แกนิกหรือทำเป็นอินทรีย์อย่างแท้จริง เขาต้องใช้เวลาถึง ๔-๕ ปี ในการที่จะไม่มีด้านเคมี โดยแท้จริง แล้วก็จะได้ผลิตผลที่สมบูรณ์ อันนี้จำเป็นที่จะต้องให้การสนับสนุนอย่างแท้จริง เขามีกลุ่มอยู่แล้วถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เลย ถ้าท่านมีแนวนโยบายที่แน่นอน ทำเลย ดิฉันคิดว่าพี่น้องเกษตรกรจะดีใจ เรื่องของการทำนา ๑ ไร่ ได้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทำได้จริง แล้วก็นำทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปปรับใช้อย่างจริงจัง อันนี้มีตัวอย่างให้ดูได้ ที่จังหวัดอุบลราชธานีมีผู้ที่เขาทำอยู่แล้ว

อันสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตเรียนฝากไว้ก็คือเรื่องของการที่ท่านได้ เสนอว่าจะมีร่างพระราชบัญญัติรายได้และสวัสดิการเกษตรแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งอันนี้ดิฉัน อยากจะกราบขอความกรุณาว่าทำให้เกิดขึ้นจริงเถอะค่ะ เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรนั้น ต้องการสวัสดิการ สวัสดิภาพของเขาเป็นเรื่องจำเป็น ดังนั้นขอให้ท่านผลักดันอย่างแท้จริง ซึ่งอันนี้จะทำให้พี่น้องเกษตรกรของเราได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง มีการประกันรายได้ มีสวัสดิการในพื้นฐานต่าง ๆ และที่สำคัญที่สุดดิฉันคิดว่าเราต้องทำอย่างเร็วที่สุด ในยุคของการปฏิรูปนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ก็คือเรื่องของการที่จะให้ความรู้ พี่น้องเกษตรกรในการที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตหรือการปลูกพืชของเขาให้เหมาะสมกับพื้นที่ ก็คือการโซนนิง ต้องสนับสนุนทั้งความรู้ความเข้าใจ ทำการประชาสัมพันธ์ ตอนนี้ต้องมี ไพล็อท โปรเจคท์ หรือว่ามีแปลงสาธิตที่จะให้เห็นผลกันจริงจัง ดิฉันเชื่อมั่นว่า อันนี้เราสามารถลงมือทำได้จริงจัง แล้วก็เป็นผลดีต่อชีวิตพี่น้องเกษตรแน่นอน สมกับที่ท่านคณะกรรมาธิการอยากจะปฏิรูปชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณประสาร มฤคพิทักษ์

นายประสาร มฤคพิทักษ์

กราบเรียนประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ๑๓๒ ท่านประธานครับ ผมตามที่ได้ขออนุญาตไว้ผมขอใช้เครื่องทุ่นแรง นั่นก็คือคลิปวีดีโอ (Clip video) สั้น ๆ ประมาณ ๑.๕๐ นาที แล้วก็เป็นความต่อเนื่องจาก ที่ผมได้พูดในช่วงแรก กรุณาเปิดได้เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เมื่อดูจากวัตถุประสงค์ ของการปฏิรูปตามที่กรรมาธิการได้เรียบเรียงและนำเสนออย่างเป็นรูปธรรมและทำได้ดีมาก ปมปัญหาก็คือ ๑. ความเหลื่อมล้ำ ๒. ขาดการพัฒนาที่ยั่งยืน ๓. ขาดความสามารถในการแข่งขัน แล้วเมื่อไปดูในหน้าวัตถุประสงค์การปฏิรูปทำให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี มีศักดิ์ศรี เกษตรกรมีสมรรถนะ ๒. สร้างระบบการจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ๓. เพิ่มสมรรถนะในการเข้าถึงข้อมูลการตลาด เทคโนโลยี ๔. บูรณาการกลไกบริหาร ประเทศด้านเกษตรและแปรรูปสินค้า ๕. มียุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับสินค้าสำคัญ ในตลาดโลกเพื่อทำให้เกษตรกรและภาคส่วนต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน ๖. เตรียมการเพื่อปรับ โครงสร้างเกษตรกรรมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อเอา วัตถุประสงค์ของการปฏิรูปและปมปัญหา ๓ ปัญหา คือเรื่องความเหลื่อมล้ำ ขาดการพัฒนาที่ยั่งยืน และขาดความสามารถในการแข่งขันมาเทียบหรือมาวาง แล้วเมื่อดูปัญหาเรื่องการผูกขาด ทั้ง เรื่องการเกษตร ทั้งเรื่องการตลาดและผูกขาดต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สัตว์ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไก่ พันธุ์ข้าวโพด พันธุ์ปลานิลที่ล้วนแล้วแต่ถูกตอนหมดเพื่อที่จะ ผูกขาดขายแต่เพียงเจ้าเดียว เพียงรายเดียว รวมกระทั่งผูกขาดแม้กระทั่งการรับซื้อ โรงเลี้ยง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ผมว่านี่คือปัญหา ฟังดูเหมือนผมจะมีทัศนคติในทางลบคือพูดแต่ ด้านลบ ๆ แต่ก็ขอเรียนว่าด้านลบนี่ล่ะครับเป็นเงื่อนไขสำคัญ ถ้าขจัดไม่ได้ ถ้าลบล้างไม่ได้ก็ไม่สามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ทั้ง ๖ ข้อ และแก้ปัญหาที่เป็นปมปัญหา ทั้ง ๓ ข้อที่ว่ามาได้เลย ท่านประธานครับ เรารับรู้กัน เราเข้าใจกัน แล้วเราก็เห็นภาพ แต่ว่าความเป็นจริงในการที่จะลดการผูกขาดตัดตอน ความเป็นจริงที่จะใช้พลัง หรือใช้อำนาจรัฐที่เป็นจริงไม่สามารถทำได้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าอำนาจรัฐแทนที่จะไป เอื้ออำนวยให้เกิดผลในทางที่เป็นคุณต่อเกษตรกรรายย่อย ต่อชาวไร่ชาวนา ต่อคนที่เสียเปรียบในสังคมก็กลับกลายเป็นการเอื้อหรืออำนวยต่อทุนใหญ่ เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกใจที่ทุนใหญ่ที่เราได้ยินไม่กี่ตระกูลรวยเอา รวยเอา รวยเอา แต่เกษตรกรก็จนลง จนลง จนลงจนกระทั่งกลายเป็นปมปัญหาที่เราจะต้องมาขจัดความเหลื่อมล้ำกัน ที่เราต้องมาออก พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ที่เราต้องมาทำอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเรื่องใหญ่เรื่องนี้ถูกมองข้ามกันไป จนกระทั่งเรารู้สึกว่าการผูกขาด การมีที่ดินเยอะ ๆ การผูกขาดการผลิต การค้า การตลาด กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ปล่อย ๆ กันไป ไม่ต้องไปทำอะไร แล้วในที่สุดเราก็ต้องทนอยู่ อย่างนี้กันไปเรื่อย ๆ จนไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ขอสนับสนุนผลงานของกรรมาธิการ ที่ได้พยายามทำอย่างดี แต่หวังว่าการที่จะก่อให้เกิดผลที่เป็นจริงบังคับใช้กฎหมาย และการที่จะทำให้เกิดผลที่เป็นจริงในการปฏิรูปเป็นเรื่องที่สามารถจะเกิดผลได้ในระยะ ไม่ไกลจากนี้ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ครับ ถัดไป จะเป็นคุณรสนา โตสิตระกูล คุณวิบูลย์ คูหิรัญ คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ อาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ แล้วคุณพรชัย มุ่งเจริญพร เชิญคุณรสนา โตสิตระกูลครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันคิดว่าในประเทศในโลกนี้คงไม่มีประเทศไหน ที่เหมือนกับประเทศไทย ที่เราสามารถปลูกข้าวเหลือกินส่งออก เป็นประเทศที่ส่งออกมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วเรายังมีสินค้าเกษตรอื่น ๆ มีพืชพันธุ์ สมุนไพรจำนวนมากมาย ซึ่งดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วถ้ามีการจัดการดี ๆ ประเทศไทยมันควรจะเป็นมหาอำนาจทางด้าน อาหาร ทางด้านพืชผลทางการเกษตร แต่อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้พูดถึงนะคะ เพื่อนสมาชิก ที่ได้บอกว่าเราจมอยู่กับการที่เป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าทางการเกษตรในลักษณะที่เป็นวัตถุดิบ มากกว่าที่เราจะพัฒนาจากสิ่งที่เราเรียกว่าคอมโมดิตี อย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ได้พูดถึงนะคะ ว่าจากคอมโมดิตีไปสู่การที่เป็นโพรดักท์ เรามียาง เราผลิตยางมากว่า ๔๐ ปี แต่เราก็ยังผลิต เป็นยางแผ่น ขายเป็นน้ำยาง ในขณะที่ไม่เคยคิดที่จะรวมตัวกันในการที่จะพัฒนาไปสู่สินค้า อย่างอื่น เราใช้รถจำนวนมากแต่ประเทศไทยไม่เคยสามารถผลิตยางรถยนต์ด้วยตัวเอง ทำไมคะ ในประเทศอย่างญี่ปุ่นต้องการใช้ยางสำหรับเป็นส่วนที่เป็นช่วงระหว่างชั้น เพื่อป้องกันเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว ตึกต่าง ๆ นั้นก็จะต้องมีการใช้ยางเข้าไปเสริมในส่วนนี้ แต่ปรากฏว่าเราก็ไม่เคยที่จะทำสิ่งนี้ได้ จริง ๆ แล้วข้าวนั้นถ้าหากว่าเรามีการผลิตในลักษณะ ที่เน้นในเรื่องของคุณภาพ อย่างที่หลายท่านพูดถึงในเรื่องข้าวอินทรีย์ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าได้เยอะ แต่ก็ไม่ได้มีการส่งเสริมกันอย่างจริงจังนะคะ กลายเป็นว่าเราผลิตมากเกินไป ในขณะที่ดิฉัน คิดว่าเราควรจะมองว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ดีมากกว่าที่จะมองว่าเราผลิตมากเกินไป จนเกิดปัญหา ที่จริงท่านชาลี เจริญสุข ได้พูดไว้เมื่อสักครู่ว่าเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วเราได้ไปดู งานที่อุบลราชธานี ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เราไปดูเรื่องการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ในวัดศรีแสงธรรม โรงเรียนศรีแสงธรรมที่อุบลราชธานี และในขณะเดียวกันเราก็ได้ไปดู โรงงานผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังแล้วก็หญ้าเนเปียร์ สิ่งที่น่าสนใจคือดิฉันเอง ก็เพิ่งรู้นะคะว่าแป้งมันสำปะหลังนั้นเป็นแป้งชนิดเดียวที่ไม่เป็นจีเอ็มโอ (GMO) ซึ่งต่อไป ในโลกนี้ประเทศที่ไม่ต้องการแป้งจากพวกพืชผลทั้งหลายที่มีจีเอ็มโอนั้น แป้งมันสำปะหลัง ของเรามันน่าจะสามารถเป็นสินค้าที่จะไปสู่ตลาดโลกได้ แต่ปรากฏว่าเราก็ไม่ได้สนใจ เรื่องเหล่านี้ หรือสมุนไพรจำนวนมากที่เราควรที่จะต้องมีการส่งเสริมกันอย่างจริงจัง แต่เราก็ปล่อยให้เกิดขึ้นตามยถากรรม เรามีหญ้าคาจำนวนมากนะคะ แต่ปรากฏว่าการผลิต ยาสมุนไพรในประเทศไทยที่ต้องมีรากหญ้าคา เราต้องไปนำเข้าจากจีน เพราะว่าเราไม่มี กระบวนการในการเก็บ ในการพัฒนาคุณภาพต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งดิฉันคิดว่าเรามีฐานที่ดีมาก แต่ปรากฏว่าในระบบการจัดการต่าง ๆ ของเรานั้นไม่มี แล้วที่จริงแล้วพืชผลทางการเกษตรนั้น ถ้าหากว่ามีการพัฒนาไปจนถึงสินค้าที่เราเรียกว่าปลายน้ำ แม้แต่สิ่งที่เราเรียกว่าปิโตรเคมี ของอินทรีย์นั้นเราก็สามารถทำได้ แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้มีการวิจัย ไม่ได้มีการส่งเสริมอย่างจริงจัง เราก็ยังจมปลักอยู่กับการผลิตสินค้าส่งไปขายคนอื่นในลักษณะที่เป็นแค่วัตถุดิบ แม้แต่ มันสำปะหลังราคาของเราก็ต้องไปดูของจีนนะคะ เพราะว่าจีนจะซื้อมันเส้นจากประเทศไทย เพราะฉะนั้นราคาต่าง ๆ เหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับประเทศจีน จีนซื้อมันสำปะหลังของเราไป เพื่อไปผลิตเอทานอล แต่ในที่สุดดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่าเรามีการส่งเสริมการผลิต ไม่ใช่เพียงแค่วัตถุดิบ แต่ผลิตให้เป็นสินค้าปลายน้ำที่เพิ่มมูลค่าขึ้นมา ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ จะเป็นเรื่องสำคัญ หรืออย่างหญ้าเนเปียร์อย่างที่ท่านชาลีพูดถึงนะคะ ก็สามารถที่จะผลิต ไฟฟ้าในชุมชน ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐควรส่งเสริม เพราะว่าเวลาเราบอกว่าประเทศไทยต้องนำเข้า พลังงานจากต่างประเทศ แต่ปรากฏว่ากระบวนการผลิตในชุมชนต่าง ๆ เหล่านี้กลับไม่ได้รับ การส่งเสริมอย่างจริงจัง ซึ่งถ้ามีการส่งเสริมอย่างจริงจัง ดิฉันเชื่อว่ากระบวนการเหล่านี้ จะช่วยลดการเหลื่อมล้ำแล้วก็ช่วยเป็นการกระจายรายได้ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นดิฉันคิดว่า มันอาจจะเกิดขึ้นจากการที่เป็นปัญหาในเรื่องของการผูกขาดที่ทำให้กระบวนการเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น เมื่อหลายปีก่อนดิฉันเคยไปดูงานที่ประเทศอินเดีย ที่ประเทศอินเดียเขามีวิธีการหีบ น้ำมันมะพร้าว เป็นลักษณะการหีบเย็นคือปล่อยให้มะพร้าวแก่ที่สุดแล้วก็มาหีบโดยไม่ต้องใช้ ความร้อนเลย ไม่ต้องใช้พลังงาน โรงงานเล็ก ๆ ในชุมชนใช้เงินเพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เขาสามารถผลิตน้ำมันมะพร้าว ๑ ตันต่อโรงงาน แล้วก็ใช้ในชุมชน ส่วนที่เหลือเขาก็ส่งไป ที่เมืองใหญ่ยังเมืองบอมเบย์ เพื่อที่จะกลั่นให้มีความบริสุทธิ์มากขึ้นในระดับเครื่องสำอาง แล้วส่งออกไปขาย ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้แม้แต่ประเทศอินเดียเองเขามีการวางฐานแบบนี้ แต่ประเทศไทยมีข้อดีจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าในกระบวนการพัฒนาของเรา เราไม่ได้มีการพัฒนา อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นการปฏิรูปในเรื่องภาคการเกษตรนั้น ดิฉันคิดว่ามันต้องดูในส่วนนี้ด้วย ทำอย่างไรที่เราจะทำให้ผลผลิตต่าง ๆ นี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นพืชผลทางการเกษตรซึ่งรวมสมุนไพร เหล่านี้ จะถูกพัฒนาไปเป็นสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ แต่สิ่งเหล่านี้ มันก็ต้องรวมไปถึงในกระบวนการที่เราจะต้องมีการวิจัย แล้วก็เป็นการวิจัยเพื่อให้เกิด การผลิตอย่างแท้จริง แต่สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ขาดไป แล้วก็อยากให้ทาง คณะกรรมาธิการได้พยายามพิจารณาในส่วนนี้ให้มากขึ้นด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณวิบูลย์ คูหิรัญ ครับ

นายวิบูลย์ คูหิรัญ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นก็ขอชมว่ารายงานที่ได้รับนี้ดีมาก แต่ว่าผมก็ใคร่ขอเสนอแนวความคิดใหม่อีกด้านหนึ่งเพิ่มเติม ในฐานะที่ผมช่วยงาน เป็นที่ปรึกษามูลนิธิโครงการหลวงด้วยเกือบ ๑๐ ปีมาแล้ว แต่ขอเรียนว่าเป็นการทำหน้าที่ ช่วยประสานงานด้านวิศวกรรมทางไฟฟ้า ถนน ระบบสื่อสาร สารสนเทศ ไม่ได้เกี่ยวกับ ด้านการเกษตรนะครับ แต่ได้มีโอกาสทราบการดำเนินการด้านการเกษตรจากการร่วม ประชุมคณะกรรมการบริหารทุกเดือน จึงพอจะรับรู้ในส่วนนี้ จึงอยากจะเสนอว่าหน้าที่ คณะกรรมาธิการชุดนี้ถ้าเผื่อมีโอกาสน่าจะได้ลองไปศึกษาดูแนวปฏิบัติซึ่งคงจะได้อะไรดี ๆ มาปฏิรูปภาคเกษตรได้บ้าง ในการประชุมใหญ่ประจำปีที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้ไปร่วมประชุม แล้วเป็นประธานของที่ประชุมได้กล่าวว่า จะเผยแพร่การดำเนินการของโครงการหลวงให้มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางด้วยนะครับ ขณะนี้มูลนิธิโครงการหลวง มีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นประธาน และจริง ๆ แล้วมี ท่านปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปัจจุบันนี้ เป็นที่ปรึกษาอยู่ด้วย โครงการหลวงเดิมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระประสงค์ ให้ชาวไทยภูเขาเลิกปลูกพืชสารเสพติดและไม่ทำไร่เลื่อนลอยที่ทำลายต้นน้ำลำธาร อันเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทั่วทั้งประเทศ ขณะนี้มีสถานีเกษตรหลวงอยู่ ๓๘ สถานี ในเขตพื้นที่สูงภาคเหนือสถานีเกษตรหลวงแต่ละแห่งจะดูแลเกษตรกรในพื้นที่ตั้งแต่แนะนำ การปลูกพืชที่ได้วิจัยมาว่าเหมาะกับพื้นที่ มีการควบคุมการใช้ปุ๋ย ยากำจัดศัตรูพืช รวมทั้งดูแล ควบคุมวิธีการเก็บรักษาตัวปุ๋ย แล้วก็ยากำจัดศัตรูพืชเหล่านี้ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด มีการติดตามประเมินผลตลอดและช่วยดูแลด้านตลาด โดยรวบรวมผลผลิตมาตัดแต่งก่อน จัดเก็บรักษาในห้องเย็นตามสถานีก่อนส่งขาย ทั้งนี้จะมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย เป็นส่วนใหญ่คอยช่วย และมีฝ่ายวิจัยร่วมด้วย ข้อสำคัญหากเกษตรกรรายใดฝ่าฝืนข้อกำหนด จะไม่ได้รับการดูแลเรื่องการตลาด นอกจากนี้มีการจัดทำระบบเทรด (Trade) กับ ตามความต้องการของผู้ซื้อซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตลาดต่างประเทศด้วย แม้ตอนนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีองค์กรที่นำความรู้และรูปแบบไปใช้ด้วย มีการตั้ง เป็นศูนย์ขยายผลโครงการหลวงช่วยในพื้นที่ของศูนย์จำนวนหนึ่ง แต่คิดว่าควรจะมี การดำเนินการตามวิธีการของมูลนิธิโครงการหลวงไปใช้ให้ทั่วประเทศโดยทางด้านวิชาการ ต่าง ๆ ให้อาศัยนักวิชาการจากกรมส่งเสริมการเกษตรและจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ช่วย และใช้การตลาดมาเป็นเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้เกษตรกรต้องทำให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด นำไปใช้ในการปฏิรูปภาคเกษตรได้บางส่วนแน่ ซึ่งแม้แต่ต่างประเทศยังมาขอความร่วมมือ เช่น ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศภูฏาน ได้ส่งคนมาศึกษาฝึกอบรมและขอให้ไป ตั้งศูนย์เช่นนี้ให้ด้วยในประเทศเขา ในสถานีเกษตรหลวงนี้ยังมีการวิจัยเพาะเลี้ยงทางด้านปศุสัตว์ และประมงน้ำจืดด้วยที่จะวิจัยและให้คำแนะนำกับผู้เลี้ยงในพื้นที่ นอกจากนี้ถ้าเผื่อว่า ยังสนใจที่เกี่ยวกับทางด้านการที่จะแปรรูปโดยใช้โรงงานน่าจะดูจากของโครงการดอยคำ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นผู้ดูแล ซึ่งก็จะมีที่จังหวัดสกลนครที่อำเภอเต่างอย แล้วก็ที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ก็ที่อำเภอฝาง ซึ่งมีดูแลเรื่องการแปรรูปพืชผลต่าง ๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ ครับ

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม หาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือผมคิดว่าเรื่องของวาระเรื่องการปฏิรูปภาคการเกษตรซึ่งถือว่า เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ผมถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ให้ความสำคัญแล้วก็ต้องขอขอบคุณ คณะที่มีการเสนอ แต่ผมคิดว่ารายงานนี้อาจจะเป็นร่างรายงาน แต่ผมว่ามีบางประเด็น ที่อาจจะไม่ตรงหรือบางประเด็นที่จะขอให้มีการเพิ่มเติมเพราะผมคิดว่าถ้าดูในหน้าแรก ตัวเลขของพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ ๑๔๗ ล้านไร่ การคำนวณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ประเทศ คือประเทศมีพื้นที่ประมาณ ๓๒๑ ล้านไร่ แต่ว่าทั้งหมดเรามีพื้นที่เกษตรกรรม ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเมื่อประมาณ ๕-๖ ปีที่แล้วตัวเลขบางตัวอยู่ที่ประมาณ ๑๓๗ ล้านไร่ บางตัวก็อยู่ที่ ๑๕๗ ล้านไร่ ฉะนั้นมันมีพื้นที่เกษตรกรรมที่ไปอยู่ในเขตป่า บางพื้นที่ที่บางท่านได้กล่าวไปแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเลขนี้จะยืนยันอย่างไร

อีกอันหนึ่งพื้นที่เกษตรกรรมเหล่านี้เป็นพื้นที่ทำนาเพียง ๔๐ ล้านไร่ เท่านั้นเอง จากมีนาประมาณ ๖๙ ล้านไร่ แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามที่จะดัน ให้มีการทำนาประมาณ ๖๐ ล้านไร่ โอกาสที่จะเป็นไปได้อย่างนั้นจริง ๆ มันแทบจะไม่มี เพราะ ๑. งานวิจัยอันหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำให้กับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เมื่อประมาณปี ๒๕๔๘ มีพื้นที่อันหนึ่งที่เคยกล่าวไว้ก็คือพื้นที่ ที่ไม่เหมาะสมที่จะทำเกษตรกรรมในระบบชลประทาน หรือพื้นที่ที่ไม่มีขีดความสามารถทำ ระบบชลประทานจะมาส่งเสริมให้เป็น ๖๐ ล้านไร่ โอกาสอย่างนี้มันก็จะยาก ฉะนั้นผมคิดว่า ตัวเลขอย่างนี้เป็นตัวเลขหนึ่งที่พอไปดูในวัตถุประสงค์เพิ่มเติมต่อจากนี้ท่านก็บอกว่า จำเป็นต้องวางระบบท่อน้ำใต้ดิน น้ำบนดิน ซุปเปอร์ ไฮเวย์ น้ำเพื่อไปสู่มีการผันน้ำข้ามลุ่ม ระหว่างน้ำชี น้ำมูล ผมว่าอันนั้นคือจินตนาการ แต่ถามว่ามีน้ำไหมวันนี้มันไม่มี เมื่อไม่มี ผมว่าตัวเลขอย่างนี้วันนี้สิ่งที่อยากให้มีข้อเสนอและเป็นข้อเท็จจริงก็คือว่าเมื่อน้ำไม่มีนี่คือ ปัจจัย ที่ดินก็มีอยู่แค่นี้นี่คือปัจจัย เราส่งเสริมให้มีการทำนา ๒ ครั้ง เป็น ๓ ครั้ง ต้องใช้เวลา ประมาณ ๑๐ กว่าปีนะครับ แต่ตอนนี้เราเลิกไม่ได้ แต่เมื่อไม่มีน้ำผมว่าหลายท่านต้องดู ปัจจัยการผลิตเหล่านี้ด้วย

อีกอันหนึ่งผมคิดว่าที่สำคัญวันนี้เกษตรกรปลูกพืช พืชแทบไม่ได้พูดถึง คือผลไม้ วันนี้เราต้องการที่จะปลูกยาง ส่งเสริมปลูกยาง ๕ ปี ๑๐ ปี พอครบ ๗-๘ ปี ยางได้ผลผลิตราคายางตกต่ำเกษตรกรบ้านผมก็บอกถ้าอย่างนั้นโค่นยางไปปลูกทุเรียน ทุเรียนใช้เวลาประมาณ ๘ ปี ถึงได้รับผลผลิต พอทุเรียนตกต่ำก็กลับไปปลูกปาล์มน้ำอีก ฉะนั้นผมว่าวันนี้สิ่งที่ผมคิดว่าอยากเป็นวัตถุประสงค์ก็คือว่าทำอย่างไรเกษตรกรถึงรู้กลไกตลาด ทำอย่างไรเกษตรกรถึงรู้ว่ารัฐวางแผนว่าพืชชนิดนี้สมควรที่อยู่กี่ล้านไร่ของพื้นที่ในการปลูก ยางพาราสมควรจะอยู่สักกี่ล้านไร่ มันถึงกิโลกรัมละ ๖๐ บาท ยกตัวอย่างนะครับประมาณ สัก ๑๕ ล้านไร่ มันก็กิโลกรัมละ ๘๐ บาท แต่ถ้าไป ๒๐ ล้านไร่เมื่อไหร่ราคามันก็จะตกลงมาทันที วันนี้การขึ้นลงของจำนวนพื้นที่ไม่มีการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้มีความจำเป็น แล้วก็เห็นด้วยที่บอกว่าจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

อีกอันหนึ่งพอมาดูในตาราง ตารางประกอบที่บอกตัวบ่งชี้ความสัมฤทธิผล ไปชี้ในเรื่องของต่อครัวของเกษตรกรได้มีค่าตอบแทนถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมเห็นแล้ว มันคือตัวเลขที่ผมคิดว่าอยากจะเป็นแรงจูงใจ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นไปได้ไหม ได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อปัจจัยมันคือที่ดินมันไม่มี มันมีอยู่ ๑๐ ไร่ มันจะได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทอย่างไรต่อครอบครัว เกษตรกรชนิดไหนถึงจะได้ราคาที่เขาเรียกว่ามี รายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป้าหมายเกษตรกรตามแผน ๑๐ อยู่ที่ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่หรือครับ แต่นี่มันถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมไม่แน่ใจ มันเกินไปหรือเปล่า

อีกอันหนึ่ง ขอบเขตการปฏิรูปเฉพาะด้านมีข้าว ยางพารา อ้อย ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด แต่ผมคิดว่าพืชผลการเกษตรอย่างอื่น อันนี้คือสิ่งที่คณะจะทำ แต่ผมไม่แน่ใจว่าข้อตกลงที่จะทำมันอาจจะมีพืชบางอย่างที่จะทำ แต่ผมสนใจในข้อ ๙ นะครับ แนวทางการปฏิรูปอุดหนุนและประกันรายได้เกษตร และอีกอันหนึ่งก็คือการศึกษาทิศทาง นโยบายเกษตร แปลงพันธุกรรมและเกษตรอินทรีย์ คือผมคิดว่าการไปเทียบกับเกษตรอินทรีย์ กับเกษตรจีเอ็มโอ ที่จริงเปรียบเทียบกับเกษตรปัจจุบันนี่ล่ะ อันนี้ผมคิดว่าเป็นอันหนึ่ง แต่เนื่องจากเวลามีน้อยผมคิดว่าอยากให้มีการเพิ่มรายงานบางส่วนเพื่อให้มีความสมบูรณ์ ทั้งตัวเลขชนิดพืชที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันว่ามีจำนวนเท่าไร แล้วถ้ามันวางยุทธศาสตร์จริง ๆ มันสมควรเฉลี่ยเท่าไรเพื่อให้รายงานสมบูรณ์มากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ นั่งรอจนเสียงแหบเลยท่านประธาน สิ่งที่ผมจะเสนอนี้จะเป็นชุด ของกฎหมายนะครับท่านประธาน พอเห็นฝ่ายที่เสนอก็ ๔ เรื่อง ผมก็ขอเสนอเซ็ท (Set) กฎหมายที่จะไปเสริม เรื่องแรกเลยครับท่านประธานเราต้องกำหนดจุดที่ชัดเจนครับว่า ประเทศไทยเราจะส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยหรือเกษตรกรรมรายใหญ่ ถ้าเราบอกว่า เราต้องการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยเหมือนเกาหลี ถ้าอย่างนั้นภาษีทรัพย์สินหรือจะเรียก ภาษีที่ดินอันนี้มีความจำเป็นครับ เราต้องมีการจัดเก็บภาษีที่ดินสำหรับที่ดินที่มีจำนวนเกินกว่า ๕๐ ไร่ เป็นแบบขั้นบันได เพราะฉะนั้นหลายคนที่มีกันเป็นแสนไร่ พันไร่ก็ต้องระบายออกมา เพราะฉะนั้นก็ต้องเสียภาษีมาก มีคนเสนอให้เก็บไปจนถึงเรท (Rate) ร้อยละ ๕ ที่เขาเอา ร้อยละ ๕ เพราะเขาถือว่าร้อยละ ๕ มันพอ ๆ กับค่าเช่า หมายความว่าคุณเอาไปให้เช่าไม่คุ้ม แล้วกับการเสียภาษีร้อยละ ๕ อันนั้นก็จะทำให้มีการคายที่ดินออกมา แล้วรัฐก็เอาไปซื้อ ทำเป็นแลนด์ แบงก์ (Land bank) เก็บเอาไว้เพื่อกระจายให้ชาวบ้านต่อไป อันนี้ก็จะเหมือน เกาหลี ไต้หวันครับท่านประธาน

กฎหมายที่ ๒ ก็คือที่ดิน ส.ป.ก. ครับ ที่ดิน ส.ป.ก. ต้องเขียนไว้ชัดเจนเลยครับ ไม่ให้ออกโฉนดนะท่านประธาน เพราะทุกวันนี้นายทุนไปซื้อที่ดิน ส.ป.ก. เพราะมีความหวัง ว่าวันหนึ่งจะออกโฉนดได้ เพื่อนผมที่อยู่ในธุรกิจพวกนี้ชวนผมไปซื้อเรื่อยเลยครับเขาบอก ถูก ๆ วิริยะเอ็งซื้อไว้ เดี๋ยวก็ออกโฉนดแล้ว ออกโฉนดทีนี้ก็ขายได้หลายสตางค์ เพราะฉะนั้น เราก็จะเห็นนักการเมืองหลายคนไปเอาที่พวกนี้มาเยอะ ๆ นี่ก็ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งมันจะ ออกโฉนดได้ เพราะฉะนั้นประกาศให้ชัดเจนเลยว่าต่อไปนี้ที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งหลายจะไม่มีการ ออกโฉนด แล้วถ้าใครเอาไปใช้นอกเหนือจากเกษตรที่มันต้องยึดเอาคืนนี่ก็ต้องทำ อย่างจริงจังเหมือนที่ คสช. ทำนะครับ อันนี้ผมเชียร์เต็มที่เลยครับในการไปยึดที่ ส.ป.ก. กลับคืนมาจากคนที่เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อันนี้ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่เจตนารมณ์ ต้องชัดเจนไม่ให้ออกโฉนดเลยครับ มันก็จะทำให้ที่ดินอยู่ในมือของเกษตรกรรายย่อย

เรื่องที่ ๓ กฎหมายตัวที่ ๓ ท่านประธานครับ อย่างที่เราส่งเสริมนวัตกรรม ให้คนค้นคว้าอันนี้เราก็ต้องชมเชยนะครับ ผมไม่ว่าซีพี (CP) หรอกครับที่เขาไปเอาปลานิลมา แล้วก็เอามาทำปลาอะไรเขานี่แล้วก็ผูกขาด เพราะว่านวัตกรรมของเขาแต่เราต้องให้ ระยะเวลาที่จำกัดเหมือนในต่างประเทศคุ้มครองกี่ปีครับ จะ ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่เราคิดว่า จะส่งเสริมให้คนคิดนวัตกรรม สร้างอะไรเป็นใหม่ ๆ แล้วคุณก็ผูกขาด อย่าเรียกว่าผูกขาด สิทธิของคุณได้รับการคุ้มครองอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นก็สามารถที่จะให้ชาวบ้าน ทำได้ นั่นหมายความว่าเมื่อพ้นกำหนดการคุ้มครองตามระยะเวลาที่สมควรที่กำหนดกัน จะ ๑๐ ปี หรือ ๓๐ ปี หาเวลาที่เหมาะ แล้วก็ไม่คุ้มครองต่อ เกษตรก็ให้ความรู้แล้วก็สอน ชาวบ้านขยายพันธุ์เอง ทำเองต่อ คนคิดก็คุ้มค่ากับที่คิดและหลังจากนั้นก็เหมือนกับพวก ผลิตภัณฑ์ยาทั้งหลายท่านประธานครับ มันก็ไปในโทน (Tone) เดียวกัน คือคุ้มครอง ระยะเวลาหนึ่งแล้วหลังจากนั้นก็ไม่คุ้มครอง แล้วเกษตรก็ขยายพันธุ์ให้ชาวบ้านเรียนรู้วิธีทำ แล้วก็ทำของตัวเองออกขายได้

อันที่ ๔ ครับ ภาษีทรัพย์สินท่านประธานครับ ไม่ว่าในประเทศเกาหลี ประเทศไต้หวัน ประเทศญี่ปุ่น ในหลายประเทศที่เขาใช้ภาษีทรัพย์สินมาสนับสนุนเกษตรครับ ก็นั่นหมายความว่าเราจะต้องเขียนในภาษีทรัพย์สินที่เราจะทำที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เราต้องเขียนไว้เลยว่าท้องถิ่น โดยเฉพาะท้องถิ่นในภาคเกษตรกรรมเมื่อไปเก็บภาษีมา ถ้าเราให้เก็บสูงพอสมควรเก็บมาแล้วคุณต้องเอาไปสนับสนุนภาคเกษตรเท่านั้นก็คือให้ซื้อ เมล็ดพืชพันธุ์ดีในราคาถูก ปุ๋ยราคาถูก อะไรถูกทั้งนั้นเพื่อลดต้นทุน ก็คือไปเอาเงินของ เกษตรแล้วก็คืนเกษตรคนที่ขยัน คนขี้เกียจก็เสียประโยชน์ไป คนที่ขยันก็ได้ต้นทุนถูก ก็ขยันทำก็ขยันได้ คือเราต้องส่งเสริมคนขยันครับท่านประธาน จริง ๆ มันมีกฎหมาย อีกหลายอย่างครับก็เกรงใจท่านประธาน มันมีกฎหมายอีกหลายตัวที่เราสามารถที่จะเอามาเสริม ให้การเกษตรของเราแข็งแรง แล้วก็เดินหน้าได้อย่างดี ผมว่าถ้ามีการศึกษาแล้วก็เอามา ปรับแก้รองรับมันก็จะเป็นประโยชน์ในการที่เราจะปฏิรูปการเกษตรโดยมองภาพรวมกว้าง ๆ แล้วก็ให้มันบูรณาการไปด้วยกันนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณพรชัย มุ่งเจริญพร ครับ

นายพรชัย มุ่งเจริญพร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผม พรชัย มุ่งเจริญพร จังหวัดสุรินทร์ครับ ดีใจครับที่ได้เข้ามาทำงานร่วมกับทุกท่าน แล้วก็ โดนใจมากครับที่ก่อนเข้ามาพวกเราทุกท่านได้ถูกล็อก สเปก (Lock spec) ไว้ในการเข้ามา ทำงาน ด้วยคุณสมบัติที่ว่าอะไรครับ เข้ามาโดยไม่หวังผลประโยชน์และผลกำไร แต่ท่านประธานครับผมกลับบ้านไปมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมาถามผม สปช. คือสภาอะไร ผมก็ตอบเลยครับ คือสภาปฏิรูปแห่งชาติลงมายกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่ชาวบ้านก็พูดสวนเลยครับคิดว่าสภาทะแม่ง ๆ นี่ละครับท่านประธาน กุมบังเหียนนี้ ให้แน่นนะครับ จากปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างอะไรกับเรือลำละครับที่ชัก ที่ทอดสมอ อย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เคยพูดไว้เมื่อครั้งที่ไปเสวนาที่ศูนย์ราชการเมื่อครั้งเข้ามาใหม่ ๆ หลายท่านคงจำได้ดี วันดีคืนดีเจอะเจอปัญหามรสุมจะล่มไม่ล่มแหล่อย่างครั้งเช่นที่ผ่านมา แต่โชคดีครับที่พวกเรา ณ ที่นี้คนไทยทั้งประเทศทราบกันดีว่าบ้านเราเมืองเรา มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านปกปักษ์รักษาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพระสยามเทวาธิราช พระแก้วมรกต ผีบ้านผีเมือง ลงความเห็นครับ แบบพวกเราลงนี้ล่ะครับ ส่งอัศวินม้าเขียวลงมากู้เรือลำนี้ให้แล่นต่อไปได้ หลังจากโน้นล่ะครับ ม้าเขียวก็ได้ส่งต่อให้พวกเราสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จะเป็นม้าขาว หรือเปล่า หรือจะม้าขี้แตกครับท่านประธาน มันน่าคิดนะครับ แต่ถ้าถามผม มันม้าขาว ไปครึ่งตัวแล้วครับ ไม่ต้องขาวจั๊วะหรอกครับ ให้มันน่าเจี๊ยะก็พอ ๔๐ กว่าปีครับ แห่งการรอคอย ของประเทศที่กำลังพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วเสียที มันเกิดอะไรขึ้นครับ ๒๐ กรกฎาคม ๑๙๖๙ คริสต์ศักราชนะครับ ถ้าผมจำไม่ผิดเมื่อมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ พร้อมคณะ เหยียบจริง ไม่จริง ไม่ทราบ ไม่รู้ จะโกงหรือโกหก ไตร่ตรองดูครับ เพราะให้หลังมา ไม่เคยได้ยินข่าวมนุษย์ไปเหยียบอีกเลย ก็มีแต่ไปสำรวจ ให้หลังมามาเยือนประเทศไทยครับ และได้ไปยังจังหวัดสุรินทร์ของกระผม ผมจำได้ มาพร้อมคณะไม่พอ ดันเอาราหูมาด้วย พูดมันน่าขำครับ กลับไปไม่ยอมกลับ ราหูติดอกติดใจ ประเทศไทยน่าอยู่ น่ากิน น่าเที่ยว ทรัพยากร พืชพันธุ์ธัญหาหาร เกษตรกรรมอุดมสมบูรณ์ ไม่ยอมกลับ อมประเทศไทยตั้งแต่ นั้นมา ผมคนไทยคนหนึ่งครับ ที่รักบ้าน รักเมือง รักประเทศ วันนี้ถึงเวลาต้องพูด เพราะต้องการมาพูดเรื่องปากท้องของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในอดีตผมเคยทำงานการเมือง ผมเข้าใจครับ พี่น้องเกษตรกรวันนี้เกิดอะไรขึ้น ผมมองถึงคำว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาจะ ประกอบด้วยอะไรครับ หลัก ๓ บวก ๑ แล้วก็บวกอีก ๑ แล้วครับเดี๋ยวนี้ ก็คืออะไรครับ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษา และโลจิสติกส์ครับ ประเทศที่เขาเจริญและพัฒนาแล้ว ที่ผมเรียนให้ทราบว่าจะประกอบด้วยหลัก ๓ บวก ๑ บวก ๑ แต่เดี๋ยวนี้ ๓ บวก ๑ บวก ๑ บ้านเรามันเกิดอะไรขึ้น สถาบันการเงิน สื่อสารดาวเทียม ภาษีอันดับหนึ่งในการจัดเก็บ เพื่อมาพัฒนาบ้านพัฒนาเมือง ใครล่ะครับเขามาถือครองแทนทั้งสิ้นแล้ว การเมืองใครอยู่ เบื้องหน้า เบื้องหลังความแตกแยกหรือเปล่า สังคมฆ่ากัน ยิงกัน ยุกัมพูชาให้ทะเลาะกับไทย เกิดปัญหาต่าง ๆ นานา อย่ามานะเมืองไทย เมืองเถื่อน ใครล่ะครับอยู่เบื้องหลังไหม การศึกษาดีนะครับ ท่านประยุทธ์ออกมาทุบแท็บเล็ต (Tablet) เสียก่อน ไม่อย่างนั้น จะเห็นว่าอนาคตลูกหลานไทยจะเป็นอย่างไร จะมีแต่ความจำ ไม่มีความคิด มันแย่งอะไรครับ โลจิสติกส์ นี้ล่ะครับคือหัวใจที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน วันนี้บ้านเราทางบก ทางน้ำ อากาศ สำเร็จทางเดียวครับ ก็คือทางอากาศ กว่าจะสำเร็จได้ตั้งแต่ยุคจอมพลถนอม ท่านนั้นล่ะ ๔๐ กว่าปีเหมือนกัน ทางบก พอจะดีหน่อยก็เกิดปัญหา ดีนะครับรัฐบาลชุดนี้ มาต่อยอด พอต่อยอดก็เกิดเรื่องต่าง ๆ นานา จากต่างบ้านต่างเมืองลงมา สำคัญที่สุด ในโอกาสหน้าทางน้ำนี้ละครับเดี๋ยวถึงวันที่พูดเกี่ยวกับเรื่องโลจิสติกส์ผมจะขึ้นมาพูดต่อ วันนี้ผมเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่อยากเห็นพี่น้องเกษตรกร ปากท้องที่ลำบากยากจนอยู่ โดยเฉพาะผมเกิดกับชาวนาเช่นเดียวกัน พ่อแม่ก็ทำนา เข้าใจครับว่าหัวใจปัจจัยสำคัญ ทุกสิ่งทุกอย่างวันนี้ถูกต่างชาติลงมาครอบงำหมด ทำให้ย้อนยุคไปถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ท่านครับ กับประโยคประโยคหนึ่งมันน่าคิดเหลือเกิน เมื่อพี่น้องผองเพื่อนหันมาฆ่าฟันกัน ต่างด้าวจึงเข้ามามีอิทธิพล คนโง่หลงคำยกยอ คนมีความรู้รู้หลบเป็นปีก ไพร่ฟ้าแตกแยกเป็น ก๊กเหล่า ประวัติศาสตร์ในอดีตในยุคเกือบสิ้นชาติจะไม่มีค่าเลยหรือไร ใยเจ็บไม่จำ ท่านประธานครับ ต่างด้าวเข้ามามีอิทธิพล มนุษย์ต่างดาวได้ยินแต่ชื่อว่าน่ากลัว อ้ายมนุษย์ ต่างด้าวนี่มันใส่สูตรมาปล้นบ้านเราแท้ ๆ เรามัวแต่ไปกลัวเรื่องแรงงานต่างด้าว เขาหนีร้อน มาพึ่งเย็นครับ คนจนครับ อ้ายมนุษย์ต่างด้าวนี่หนีเย็นมากินเย็น ผูกขาดทรัพยากรของบ้านเรา แทบทุกปีครับ ถูกเขากำกับ นายหน้าบวกค่าขนส่ง พ่อค้าคนกลาง และเมื่อไรพี่น้องชาวนา ผมจะลืมตาอ้าปากได้ครับ วันนี้ผมถึงเข้าใจครับว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ถึงวันโลจิสติกส์ ผมจะขึ้นมาพูดต่อ ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าวันนี้เมื่อมนุษย์ต่างด้าวเข้ามามีอิทธิพล ไพร่ฟ้าแตกแยกเป็นก๊ก เป็นเหล่า เกิดจากใครล่ะครับ อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังหรือเปล่า วันนี้เราคนไทยนะครับ ผมพูดทีไรเลือดไทยผมเกินร้อยตลอด เจาะเลือดมาเหมือนกัน วันนี้ได้ระบายความรู้สึกที่อัดอั้นมาหลายปี หลายสิบปีเลยล่ะครับ ตั้งแต่พี่น้องเราต้องมา ทะเลาะเบาะแว้งกัน เกิดปัญหาทางการเมือง ใครล่ะครับอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังไหม โอกาสหน้าผมจะพูดเรื่องโลจิสติกส์ ผมคิดว่าเวลานั้นจะถึงจุดจุดหนึ่งที่ทำให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ซึ่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เปลี่ยนชื่อเขาจาก รากหญ้า ว่าเป็น คิดถึง ผมอยู่บ้าน ผมเรียกรากหญ้า ผมใจจะขาด หญ้าเขาต่ำแล้วครับ เรียกคิดถึงผม ดีใจมาก ไม่มีใครอยากเกิดมาเป็นคนลำบากยากจนหรอกครับ ผมสะท้อนความรู้สึกตรงนี้ มาก วันนี้ได้พูดถึงเรื่องปฏิรูปทางการเกษตร ต่อไปปฏิรูปทางโลจิสติกส์นี่ล่ะครับ มันต้องควบคู่กัน เพราะที่ผมเรียนให้ทราบว่าปัจจัยสำคัญของราคาสินค้าอยู่ที่ค่าขนส่งครับ มุมมองหนึ่งที่ผมมองไว้ตลอด วันนี้มันเหมือนมีสัญญาณบอกครับ โดยเฉพาะพี่ยุ่นเรามองเห็น ว่าโลจิสติกส์บ้านเรานี้จะเปลี่ยนจากรถเป็นราง อัดรถลงมาขาย รถคันแรก ๑๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้คลอดออกมาแล้วครับ เกิดอะไรขึ้นครับ รถราติดเต็มไปหมด นี่ล่ะครับวิสัยทัศน์ของ พ่อค้า คนไทยเรามีอาชีพอะไรครับ รับราชการ กับเกษตรกร เกษตรกรรม พอเราจะผันตัวมา ค้าขายบ้างมันเกิดอะไรขึ้น ผมเป็นห่วงลูกหลานในอนาคต ก็ได้ใช้เวลามาพอสมควร ต้องกราบขออภัยด้วยครับ โอกาสหน้าจะขึ้นมาพูดเกี่ยวกับเรื่องโลจิสติกส์ที่ผมเรียนให้ทราบ ขอบพระคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เดี๋ยวตอนโลจิสติกส์ จะเชิญก่อนเลย ผมตกใจเมื่อกี้ตอนที่บอกว่ามันแตกแยกแล้วท่านประธาน พอหยุดตรงนี้ปั๊บ พอวรรคตรงนี้เลยสะดุ้งเลย ท่านประธานกรรมาธิการจะมีสรุปอย่างไรไหมครับ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ โดยมารยาททุกประธานก็ต้องขึ้นมาขอบคุณความเห็นที่ให้มา ผมก็ขอบคุณเหมือนกัน ครับ ขอบคุณจากใจจริงนะครับ ไม่ได้โดยมารยาท เพราะว่าที่ได้ฟังมาเป็นจำนวนมากนั้น ทำให้ผมเกิดความรู้สึกหลายอย่าง

อันที่ ๑ คือมีความมั่นใจว่าสิ่งที่เราคิด สิ่งที่ท่านกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ทั้งหลายได้ทำมานั้นมันมาถูกทางแล้ว แม้ว่าจะมีการกล่าวถึงประเด็นนั้น ประเด็นนี้ที่เป็นจุด ที่จะต้องทำเพิ่มเติมก็ตาม ฉะนั้นผมจึงแสดงความชื่นชมกับอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร ที่ได้ทำงานหนักแล้วก็ออกมา ผมเห็นว่าสิ่งที่เราทำมานั้นอาจจะยังมีข้อมูลน้อยไปหน่อย ที่น้อยไปหน่อยไม่ใช่ไม่มีครับ ถ้าท่านเห็นแล้วท่านจะตกใจเพราะว่าท่านมีเป็นคืบ แต่สิ่งที่ผม ในฐานะที่เป็นประธานกรรมาธิการคณะนี้กลัวคือมันจะมีข้อมูลมากไปในฐานะที่เป็นความคิด รวบยอด จึงพยายามให้ท่านได้สกัดลงมาเหลือเท่าที่เห็น และนี่เป็นเบื้องต้นที่จะให้ท่านช่วย คอมเมนท์ (Comment) แล้วก็คิดต่อ ผมคิดว่าเราได้ประโยชน์มากมายจากการพูดในวันนี้ และท่านประธานอนุกรรมาธิการคงนำไปปรับปรุงพัฒนาขึ้นมาได้ ผมคิดว่าเรื่องเกษตร ผมพูดตั้งแต่ต้นว่ามันยาวก็ยาว สั้นก็สั้น เพราะทุกปัญหาที่พูดถูกหมด ไม่มีใครผิด มีคนถาม ว่าฮาวทู (How-to) ทำอย่างไร ผมอยากทราบเหมือนกันครับ และผมก็อยากจะเป็นคนทำ แต่ผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมมาคิดเหมือนท่านเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่บอกว่า เฮาทู นั้น ผมก็คิดเล่น ๆ ต่อว่ามันต้องทำหลายอย่างมากเหลือเกิน จึงจะเกิดผลขึ้นมาได้ ทำตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ครับ ใครจะมาบอกว่าต้องทำตรงนั้นตรงนี้ตัวเดียวทำไม่ได้ครับ ต้องทำหลายอย่าง อาจารย์เจิม ศักดิ์พูดแล้ว ไปแล้ว บอกว่าอันนี้อาจจะไม่มีคอนเซพต์ แล้วท่านก็เสนอว่า ๑ ๒ ๓ ๔ ผมขอเรียนว่าสิ่งที่เสนอในคอนเซ็พชวล เฟรมเวิร์ค ไม่ได้ขอทำมากไป ๔ กลุ่มเท่านั้นครับ คาพาซิตี (Capacity) ของเกษตรกร

๒. เรื่องของระบบในการแปรรูปวิทยาศาสตร์เข้าไปถึงทางเลือกที่เกษตรกร จะมีการที่จะไปทำให้ริสก์ (Risk) ของเขาน้อยลง การที่จะให้เขามีสวัสดิการเบื้องต้น แล้วก็ สามารถที่จะเลือกทางเลือกได้ ทั้งหมดนี้อยู่ในสิ่งที่อาจารย์เจิมศักดิ์พูดทั้งนั้น เราอาจจะเขียน สั้นไปหน่อยท่านเลยไม่ได้อ่าน คราวหน้าสิ่งเหล่านี้สมบูรณ์กว่านี้แน่นอน มี ๔-๕ อย่าง เท่านั้นครับที่เราคิดเป็นหัวใจแต่ต้องทำพร้อมกัน ไม่ทำไม่ได้

ท่านวิวัฒน์พูดถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อม เมื่อเช้านี้ผมพูดยาวมากเรื่องความยั่งยืน ที่เราต้องเจอเป็นปัญหาการเกษตรกรรมของเราในอนาคต นี่เป็นการแสดงว่าเราให้ ความสนใจตรงนี้ และเชื่อว่านี่คือสิ่งที่เป็นทางเลือกอันหนึ่ง เกษตรเพื่อชีวิต คนบอกว่า ถ้าเกษตรนี้ไปทำให้อุตสาหกรรมใหญ่โตไม่ใช่วิถีชีวิตไทย แต่ผมคิดว่ามันมีอยู่ ๒ อย่าง ใครอยากทำเพื่อเป็นวิถีชีวิตเราก็ไม่ได้ไปห้าม แต่อะไรที่เป็นเรื่องอินดัสเทรียล อะกริคัลเจอร์ (Industrial agriculture) ผมคิดว่าเราก็ต้องปล่อยให้เขาทำให้ได้ แล้วก็เกษตรรายใหญ่ ผมไม่เป็นห่วงครับ เขาใหญ่เกินไปด้วยซ้ำ แต่ขอให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของบันไดการตลาดของ เกษตรกร แล้วถ้าเราทำให้เกษตรกรเก่งขึ้น รวมตัวมีทางเลือก ผมเชื่อว่าปัญหาที่คุณประสาร มฤคพิทักษ์ มาใส่ว่ากินไก่เท่ากับกินภูเขา กินหิน กินปูนนั้น มันก็จะช่วย ๆ มีการบาลานซ์ เกิดขึ้นได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราคิดเหมือนกัน เราพยายามจะคิดจุดต่าง ๆ ที่เป็นปัญหา แล้วถ้ารวมกันแล้วทุกอย่างจะเป็นแพ็คเกจ (Package) จะเป็นกรอบของ การปฏิรูปที่ได้ผล แต่คนที่ทำผมขอเรียนว่าเสียดายที่ไม่ใช่พวกเรานะครับ ผมอยากให้เกิด การกระทำ แต่เสียดายที่เราไม่มีหน้าที่ทำ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตจบแค่นี้ แต่ท่านประธานอนุกรรมาธิการอาจจะมีบางประเด็นที่อยากจะ ขออนุญาตท่านด้วย ขอบพระคุณครับ

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการทุกท่าน รวมทั้งสมาชิกที่ทรงเกียรติ ก่อนอื่นกระผมในฐานะที่เป็น ประธานอนุกรรมาธิการเกษตร ผมอาจจะตอบสั้น ๆ แล้วก็เพื่อจะให้เข้าใจว่าเราได้ทำงานมา ครอบคลุมพอสมควร ผมน้อมรับครับ คำติทั้งหลายผมน้อมรับทั้งหมด คำชมนั้นเอาไปชมกัน วันหลังที่เราทำเสร็จหมดแล้ว แล้วก็เป็นรูปเล่มให้เลยเพราะว่าเกษตรมันกว้างขวางมาก ท่านพูดถึงว่าสำมะโนเกษตร ผมเองเป็นตัวผลักดันสำมะโนเกษตร เคยเป็นบอร์ดอยู่กองทุน สงเคราะห์สวนยาง เคยผลักดันให้เงินเขาไปตั้ง ๑๖ ล้านบาท ไปทำสำมะโนเกษตรป่านนี้ ยังไม่เห็นเลยครับ นี่คือเรื่องของว่ามันติดตรงไหนท่านก็รู้อยู่แล้ว เงิน ๑๖ ล้านบาทไม่ได้ทำ อะไรเลยเรามาต่อได้อีก เงินน่ะ จัดโซนนิง โซนนิงก็พูดกันอยู่เรื่อย จนนิ่งอยู่กับที่เลย ก็เรียนตรง ๆ เพราะว่าโซนนิงที่จริงท่านพูดถูกแล้ว ท่านเพื่อนสมาชิกท่านบอกว่าต้องดู สภาพดินถึงจะจัดโซนนิงให้ถูก แล้วก็ต้องจำกัดขอบเขตอย่างที่ดินดานไม่ควรปลูกไม้อะไร หรือปลูกไม้อะไร นี่ควรจะจัดเป็นโซนนิงพูดกันมานานตั้งแต่ไม่มีโซนนิง

ส่วนสภาเกษตรกรผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่าผมเองเป็นคนร่างสภาเกษตรกร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ยื่นนายกรัฐมนตรีมา ๗ คน จนสำเร็จขึ้นมา แต่อย่างว่าละครับพอเสร็จแล้ว สภาเกษตรกรก็เอาไปทำ ทำอยู่ก็การเลือกตั้งมันก็ต้องผิดเพี้ยนบ้างเป็นธรรมดา เพราะว่า ผมไม่อยากพูดอะไรมากนัก

ส่วนกองทุนความเสี่ยงผมก็ได้ดำเนินการแล้วว่าต่อไปควรจะมีระบบข้าราชการ เหมือนระบบของแรงงานต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วย ส่วนบางท่านพูดเรื่องยีน (Gene) ผมยอมรับครับว่า ยีนในประเทศไทยต่ำมาก อยู่ในเอกสารครับ มันต่ำกว่าทุกประเทศ อย่างนั้นเราต้องยอมรับตัวนี้ เพราะว่ายังอยู่ที่ด้านการวิจัย ผมก็น้อมรับว่ายีนของเราต่ำหมด ไม่มียีนไหนสูงสักอันหนึ่ง ส่วนบางท่านก็พูดถึง เรื่องการแปรรูปเกษตรให้เป็นพลังงาน อันนี้ผมก็คิดว่าน่าจะทำมานานแล้ว มันทำบ้างไม่ทำบ้าง มันเพราะอะไรท่านก็รู้ ไม่ใช่ผมรู้อยู่คนเดียว ดังนั้นผมว่าถ้าเราเขียนปฏิรูปไป แล้วในเรื่อง ของพลังงานเกษตรนี้ต่อไปอ้อย มันสำปะหลังจะต้องเป็นพลังงาน ผมว่าอย่างนี้มันเขียน ในยุทธศาสตร์ แต่เขาจะเอาไปทำไม่ทำ ผมไม่สามารถจะบอกได้นะครับ ส่วนการจัดหาแหล่งน้ำ ผมก็คิดว่าเกษตรมันขาดน้ำไม่ได้หรอกครับ เราก็พยายามจัดหา ตอนนี้ผมบอกว่าใช้ยางของผม สเปรย์ (Spray) สระเลยก็ปรากฏว่ายังไม่ได้ทำ เริ่มทำที่ขอนแก่น แล้วก็ให้เสนอว่า ให้ไปทำเขื่อนดักน้ำไว้อย่าให้ลงทะเล

ทีนี้พูดถึงเรื่องปุ๋ยแห่งชาติ ผมกราบเรียนว่าผมเป็นคนระยอง ปุ๋ยแห่งชาติ เกิดเมื่อปี ๒๕๑๘ ไปโฆษณาบอกว่าจะเวนคืนที่เขาและเอาที่ตรงนี้สร้างโรงงานปุ๋ยแห่งชาติ เกษตรกรเขาดีใจสิครับ ปุ๋ยแห่งชาติทำไปหน่อยเดียว ไปสู้ตลาดเขาปั๊บ ราคาปุ๋ยแอมโมเนีย ราคาก่อนนั้นพันกว่าบาทเท่านั้นสมัยก่อน มันเหลือ ๗๐๐-๘๐๐ บาท ก็เลยเลิกปุ๋ยแห่งชาติ ผมก็พูดได้แค่นี้ ขายเป็นเศษเหล็กหมด ตรงนั้นก็เป็นท่าเรือแล้วเป็นอะไรไปเลย นี่คือสิ่งที่ สะท้อนจิตใจ เพราะฉะนั้นต้องปฏิรูปกัน ผมบอกแล้วให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ตอนนี้ก็เริ่มทำปุ๋ย อินทรีย์ ทุกอันก็เป็นอินทรีย์ แล้วก็ปุ๋ยสั่งตัด ท่านก็พูดเหมือนกัน เพราะดินประเทศไทย เหมาะสมตรงไหนก็ทำปุ๋ยสั่งตัดไป ทีนี้เราพูดถึงว่าเรื่องการขายล่วงหน้าหรือตลาดล่วงหน้า ผมยอมรับว่าตลาดล่วงหน้าสู้ยากมากเพราะเป็นกลไกตลาดโลก แต่เราในฐานะเป็นเกษตรกร ผมอยากให้รวมกลุ่มกันแล้วก็ดูด้วยแก็พ ระหว่างเอฟโอบี (FOB) เท่านั้น แล้วราคาเท่านั้น ราคาควรจะใกล้เคียงกับวัตถุดิบ เราคำนวณออก แต่เกษตรกรต้องเข้มแข็งพอสมควร รวมตัวกัน โดยเฉพาะบอกให้ผมรวมตัวกัน ผมรวมแล้วครับ ยางของผมจะเป็นเสือตัวที่ ๖ จะเอาสหกรณ์มารวมกันแล้วจะเป็นเสือตัวที่ ๖ อย่างนั้นผมเชื่อแน่ว่าในอนาคตจะเห็นเสือ ตัวที่ ๖ เกิดขึ้น จะได้สู้ก็เสืออีก ๕ ตัว

เรื่องของทางจังหวัดน่านท่านกำนัน ท่านไปดูโครงการปิดทองหลังพระ ผมฝากไว้ด้วย เพราะภูเขาโล้นหมดแล้วครับ แล้วก็มีแต่ปลูกข้าวโพดกันดินถล่มหมด เสียหายหมดที่จังหวัดน่านปลูกข้าวโพดกันนะครับ เอาไม้ยืนต้นที่รากหยั่งได้เอาไปปลูกนะครับ ส่วนมากจะไปพูดว่าปลูกยางแล้วมันล้ม จริง ๆ ยางมันใช้ได้ แต่เอาเม็ดไปเพาะที่สิบสองปันนา ที่เขาทำเยอะแยะ ทำไมติดตาบนภูเขาเขาก็สามารถจะทำได้ อันนี้ก็ฝากไว้ด้วยเท่านั้นเอง แล้วก็พูดถึงเกษตรปลอดภัย เกษตรสีเขียว แล้วการใช้สารเคมี ผมบอกเลยครับ ผมปฏิรูป คราวนี้ผมจะเขียนไม่รู้จะถูกต่อว่าหรือเปล่าว่าให้เลิกการสั่งยาเคมีเข้ามาในประเทศ ให้ใช้ปุ๋ย อินทรีย์ ใช้สะเดา โล่ติ้น สมัยโบราณ เราทำไมอยู่กันได้ ทำไมไม่เป็นอย่างนั้นแล้วแมลงเอา สารเคมีไปให้ แล้วแมลงที่ไปช่วยกันก็เลยตายหมดเสร็จ เพราะฉะนั้นผมก็ฝากตรงนั้น ต้อง หันไปดูขยะมันเป็นกองเอามาทำปุ๋ยให้หมด เราพูดถึงโพรดักท์ แชมเปียน ผมก็เป็นกรรมการ อีก ไม่รู้เป็นกรรมการอยู่ด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรู้หรือเปล่าว่าผมเป็น กรรมการอยู่ ๑๐ ปี ยังไม่ได้ประชุมเลยครับโพรดักท์ แชมเปียน ผมจะต่อว่าใครก็ไม่รู้ ผมเป็นกรรมการอยู่ไม่เคยเรียกประชุมสักครั้ง โพรดักท์ แชมเปียน อันนั้นก็อย่าไปหวัง อะไรมากประเทศไทย

ทีนี้พูดถึงโลจิติกส์ เมื่อกี้ท่านสุดท้ายก็พูดโลจิติกส์ ผมก็ฝากไว้ด้วยโลจิติกส์ ของผมนี่ ยางจะต้องไปเอาที่สงขลา ที่ระยองไปลงที่ปีนัง มันหมายความว่าอย่างไร อย่างนั้น ก็ฝากไว้ด้วย ถ้าทำโลจิสติกส์ ยางนี่ที่จริงระบบศุลกากร ระบบอะไรมันต้องครบวงจร แล้วก็ ต้องถูกกว่าต้นทุน มันต้องถูกครับ แต่ปรากฏว่าไปโน่น ยางที่ระยองไปลงปีนัง ผมก็มองดู ไม่ออกเลยว่าเสียค่ารถยาวไปถึงปีนังได้อย่างไร แต่ยางสงขลาไปปีนังหมด ไม่ลงท่าเรือสงขลา นี่คือเรื่องของโลจิสติกส์ สิ่งเหล่านี้เราต้องพยายามปฏิรูปให้ได้

ส่วนกลไกเชื่อมโยงผมขอบคุณทางกระทรวงมหาดไทยพูดว่าต้องเอาผู้ว่าฯ เอาข้าราชการ ผมก็ใช้ครับ ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชถามดูสิ ผมก็ใช้แกตอนม็อบมันเกิด ผมก็โทรศัพท์คุยกับท่าน แล้วก็กำจัดม็อบกันจนสำเร็จ นี่คือผู้ว่าฯ เขามีอำนาจอยู่ในจังหวัด แล้วเราก็ไปทิ้งเขา เอาคนอื่นไปซึ่งเป็นลูกน้องเขาทั้งนั้นแล้วจะไปแก้ไขปัญหาได้อย่างไร แต่เขาพูดมาคำว่า แหมเวลาเดือดร้อนมาใช้ผู้ว่าฯ เวลาดี ๆ ไม่เคยใช้ผู้ว่าฯ เขาพูดอย่างนี้นะ ผมก็ฝากไว้ด้วยเท่านั้นเอง

ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องสมุนไพร ประเทศไทยเป็นโซนที่มีสมุนไพรดีที่สุด พอ ๆ กับอินเดีย ทำไมเราไม่คิดทำสมุนไพร จันทบุรีเขาทำกระวานขายเขารวยกันเป็นแถว ผมอยากจะฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยว่า เราอย่าลืมเรื่องสมุนไพร แล้วโดยเฉพาะคนที่วิตกมากที่สุด คนหนุ่มคนสาวจะออกไปจากภาคเกษตรแน่นอนครับ ถ้าเราขืนปล่อยให้เกษตรเป็นอย่างนี้ มีแต่คนแก่ คนเฒ่า อย่างผมอยู่เกษตรกัน มันคงหายหมดหนุ่มสาว เราต้องมีสิ่งจูงใจให้เขา กลับเรือกสวนไร่นา เขาครับ ต้องให้เขาปฏิรูป ผมบอกแล้วให้แปรรูปเป็นเกษตร ต่อไปเขาเป็นเถ้าแก่ ผลิตภัณฑ์โรงสี เถ้าแก่ผลิตภัณฑ์ยาง เถ้าแก่โรงมัน เขาก็อยู่ได้

ส่วนจังหวัดอุบลราชธานีบอกว่าได้ทำพืชอินทรีย์ ผมก็เอามาเป็นคณะทำงาน ร่วมแล้ว บอกไว้ด้วยเอาคุณอรพินท์ จำปาเนตร มาเป็นกรรมการร่วม ก็คงไม่เป็นอะไร มาทำงานร่วมกัน ผมก็อยากได้คนเยอะ ๆ มาทำงาน เพราะว่าเกษตรมันเยอะเหลือเกิน ใครพูดอะไรก็ให้เป็นคณะทำงานแล้วก็ทำร่วมกัน

ส่วนสุดท้าย ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในนั้นผมเขียนไว้ว่า เราจะเก็บภาษีจากกำไรรายได้จากการเกษตรมาอุดหนุนเกษตรกร ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะเชิญ พวกภาษีต่าง ๆ มานั่งคุยกันว่าเราจะเก็บภาษีสินค้าเกษตร เอาผลกำไรมาช่วยพี่น้องเกษตรกร เราถึงอยู่กันได้ ถ้าผู้ประกอบการหวังจะพึ่งเกษตรกรแล้วโดยไม่ยอมเสียสละเลย หรือเสียสละบ้างนิดหน่อยมันก็ไปกันไม่ได้ เกษตรกรไม่มีผู้ประกอบการก็ไม่ได้ ผู้ประกอบการ ไม่มีเกษตรกรก็ไม่ได้ มันต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยว่าพวกเรา ช่วยกันคิด ก็ดีแล้วที่ผมได้รับฟังข้อคิดต่าง ๆ ผมจะไปประมวลทั้งหมดแล้วก็จะนำมาประมวล ให้เท่าที่ทำได้แล้วก็จดชื่อไว้ด้วยว่าใครพูดอะไร ผมจะได้ตามมา ต้องขอประทานโทษ จะได้ตามตัวได้ถูกว่าใครพูดอะไร ผมจะได้ขอข้อมูลมาให้ครบ เพราะเกษตรมันเรื่องใหญ่มาก เรื่องยาวมาก เรื่องของคนมาก เรื่องม็อบมาก ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานและท่านสมาชิกครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ท่านประธานอนุกรรมาธิการฝากกลับมาอีกแล้ว ผมว่าท่านสมาชิกเขาฝากท่านไปเมื่อครู่ ผมย้ำอีกทีว่าทุกคนเขาฝากท่านไป ไม่ใช่ท่านฝากกลับมา เพราะเดี๋ยวกลับมาตรงนี้ แล้วผมรับไปแย่เลยไม่รู้จะไปไหน เป็นอันว่าที่ประชุมได้ทราบแนวทางการดำเนินการของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ ท่องเที่ยวและบริการ วาระปฏิรูปที่ ๑๔ การปฏิรูปภาคเกษตรเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้ทราบความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะของสมาชิก ของสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วย ท่านคณะกรรมาธิการกรุณานำไปเป็นแนวทางดำเนินการ ปรับปรุงต่อไป อย่าฝากกลับมานะครับ ท่านรับกลับไปนะครับ

ต่อไปนี้จะเป็นวาระพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๕ การสร้างสังคมผู้ประกอบการ ผมเป็นห่วงนิดเดียว เข้าใจว่าทุกท่านล้า ท่านประธานกรรมาธิการล้ามาก กรรมาธิการก็ล้า สมาชิกล้าหรือเปล่าไม่ทราบ ผมหารือว่าเราจะเลื่อนวาระนี้ไปดีไหมครับ ยกมือเฉย ๆ ไม่ต้อง ส่งเสียงได้ไหมครับ เราไม่มีกติกาเรื่องส่งเสียง เสนอว่าขอเลื่อนไปนะครับ มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ผมถามว่ามีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่น ที่ยกมือแปลว่าอย่างอื่นนะครับ เป็นอันว่าพร้อมใจกันขอเลื่อนวาระนี้นะครับ แล้วเดี๋ยวจะจัดวาระใหม่

มีเรื่องแจ้งให้ทราบท้ายวาระประชุมนิดหนึ่งค่อนข้างจะด่วน ที่นัดหมาย ประชุม สปช. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเตรียมกระบวนการวิธีการที่จะ ปรึกษาหารือในการให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี เรื่องของการที่จะหา รายละเอียดกระบวนการยื่นแปรญัตติ ๓๐ วันหลังจากนั้นก็ดี และเรื่องอื่น ๆ วันที่ ๖ เป็นวันหยุดแล้วก็หลายท่านก็บอกว่าไม่สะดวก ดังนั้นขอเป็นวันที่ ๙ เมษายน เรานัดประชุม วันที่ ๗-๘ อยู่แล้ว ขอวันที่ ๙ อีกวันหนึ่งเป็นวันทำการ เป็นวันราชการปกตินะครับ เวลาเดิม ๐๘.๓๐-๑๘.๐๐ นาฬิกาที่เดิมห้องประชุมราชนครินทร์ชั้น ๔ อาคารนครินทรศรี สภาการพยาบาลในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข แผนที่ก็ได้แนบไปแล้วนะครับ

สำหรับการประชุม สปช. วันอังคารที่ ๗ เมษายน เนื่องจากมีการประชุม แม่น้ำ ๕ สายเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เพราะฉะนั้นก็ขอว่าจะขอเริ่มประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ วันอังคารที่ ๗ เฉพาะวันอังคารที่ ๗ เป็นเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา แล้วต้องยุติเมื่อเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้ประธานกรรมาธิการเตรียมการที่จะไปประชุมแม่น้ำ ๕ สาย และไปได้ทันเวลา ประชุมที่ทำเนียบนะครับ ในนี้ก็ขอด้วยว่าถ้ากรรมาธิการจะกรุณา ผ่อนการประชุมในเช้าวันนั้นไปก็จะเป็นพระคุณยิ่ง วันอังคารที่ ๗ ก็ของดการหารือในตอนเช้าด้วย เพราะเวลาจะสั้นลงนะครับ แล้วก็วาระอภิปรายเป็นเรื่องสำคัญเข้าใจว่าสมาชิกจะอภิปรายกันเยอะ เราคิดว่าคงต้องจบภายในเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกานะครับ ขอเรียนเพื่อทราบตรงกัน

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี

วันนี้หมดวาระการประชุมแล้ว ขอขอบคุณท่านสมาชิก ขอขอบคุณ ท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๒๘ นาฬิกา